PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2557

เสธน้ำเงิน: แฉ..กลโกงการเลือกตั้งบัตรผี หีบบัตร ที่กั้นคูหา กรรมการหน่วย

25 ม.ค.57

จากที่ เสธ เคยแฉกลโกงการเลือกตั้งของพรรคเผาไทยว่า

1. ใช้ให้หน่วยงานในสังกัดของรัฐ ( องค์การค้าครุ..กระทรวงศึกษา) พิมพ์บัตรเลือกตั้งเกินจำนวนผู้มีสิทธิ์ แล้วนำบัตรส่วนเกินให้กับผู้สมัคร ส.ส.พรรคตนเอง กา ๆ รอไว้ (เลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาบัตรผีลักษณะนี้เตรียมไว้เต็มหลังรถผู้สมัคร ส.ส.)

2. ซื้อกรรมการทั้งหน่วยไว้แล้ว เช่น ภาคอีสาน และเหนือ แล้วเช็คว่ามีจำนวนผู้ไม่มาใช้สิทธิ์ ( No Vote ) จำนวนเท่าไร นำบัตรผีนี้สวมรอยใช้สิทธิ์แทน หรือแทนผู้ที่ถูกซื้อบัตรประจำตัวประชาชนไว้ โดยนำบัตรผีที่กาไว้ไปหย่อนลงหีบช่วงราว 15.00 น.เป็นต้นไป

3. สัญญาณเตือนแรก มีบัตรเลือกตั้ง”ตัวจริง” หลุดออกมาแล้วโดยไม่มีลายน้ำคำว่าตัวอย่าง
- เพราะอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคเผาไทย เป็น ผอ.องค์การค้าครุ..คนปัจจุบัน และให้โรงพิมพ์เอกชนอีก 1 แห่ง รับงานพิมพ์บัตรเลือกตั้งจาก กกต.เป้าหมายพิมพ์ คือ 68 ล้านใบ (ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 48 ล้านคน จึงมีบัตรผีเกินจริงไป 20 ล้านใบ)
- ก่อนวันเลือกตั้งบัตรส่วนที่พิมพ์เกินนี้จะแจกไปยังผู้สมัคร ส.ส.เขตพรรคเผาไทย ที่ผ่านมาจะมีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งราว 30 ล้านคน ดังนั้นผลเลือกตั้งออกมาอย่างไรไม่สำคัญ เพราะพรรคเผาไทยได้กาบัตรเลือกตั้งรอ 10-20 ล้านใบรอไว้ใส่หีบเพิ่มอยู่แล้ว

4. สัญญาณเตือนที่สอง การโกงการเลือกตั้งเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อ วันที่ 24 ม.ค. 57 เวลา 13.30 น. อ.เมืองชุมพร มีรถบรรทุก 6 ล้อ นำกล่องลังจำนวนมากมาทิ้งไว้ภายในสนามกีฬาโรงเรียนร้าง
- มีลักษณะเป็นลังสีขาว มีตราสัญลักษณ์ของ กกต. ประทับรอบกล่อง และมีตราเครื่องหมาย กกต.ประทับอยู่บนฝากล่องลังสีเขียว รูปธงชาติไทย ซึ่งทั้งหมดเป็นอุปกรณ์สำหรับใช้ในการเลือกตั้ง ส.ส. ทั้งเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 26 ม.ค. และเลือกตั้งใหญ่ วันที่ 2 ก.พ.57
- คนขับถูกว่าจ้าง 13,000 บาท ให้ขนหีบบัตรเลือกตั้งและคูหา จำนวนกว่า 1,000 ชิ้น มาจากเจ้าของรถบรรทุก 6 ล้อ โดยนัดหมายไว้ที่โรงเรียนร้างแห่งนี้ แต่เมื่อมาถึงวนรถรออยู่ในโรงเรียนหลายชั่วโมง แต่ก็ไม่มีใครมา จึงขนกล่องลังทั้งหมดมาวางไว้ที่สนามกีฬาของโรงเรียนร้างดังกล่าว

จะเห็นได้ว่าบัตรเลือกตั้ง หีบบัตร ที่กั้นคูหาเลือกตั้ง และกรรมการหน่วยเลือกตั้งที่ควบคุมได้ ที่เป็นเครื่องมือที่พวกโลกสวย “ จุดเทียน เปลี่ยนเสื้อ ล่อเป้า เห่าหอน “ อยากจะไปเลือกตั้ง รอบนี้หนักหนา ถูกนำออกมาอย่างปล่อยปละละเลย และวางทิ้งระเกะระกะไม่เหลือความปลอดภัยใด ๆ เลย

ชัยชนะจากกลโกงเลือกตั้งมันหอมหวาน และฝันจะได้อำนาจรัฐกลับมาปกครองประเทศ พร้อมโกงภาษีประชาชนเข้ากระเป๋าพวกตนต่อไปเองนี่เอง ทั้งชักดาบโกงค่าจำนำข้าวชาวนา ทั้งลอบใช้กองกำลังติดอาวุธเสื้อแดงและเขมรมาทำร้ายคนไทยด้วยกันเอง ทั้งวางแผนโกงการเลือกตั้งแบบหน้าด้านๆ...เป้าหมายหลักของพรรคเผาไทยคือเป็นรัฐเผด็จการเบ็ดเสร็จนั่นเอง

ดังนั้น เสธ จึงต้องแฉกลโกงของพรรคชั่วนี้ ถอดเสื้อผ้ามันออกจนล่อนจ้อน ให้เหลือแต่เกงใน แล้วดูมันฝันเปียกเลอะเป้ากางเกงให้ได้

@เสธ น้ำเงิน
https://www.facebook.com/topsecretthai

@เสธ น้ำเงิน:เปิดโปง..ผ่าแผนรัฐแดงนำเขมรป่วนเมือง หลังสถานการณ์คับขันโคม่า

26 ม.ค.57

การที่รัฐแดงสิ่งเทียมรัฐบาล ใช้ให้กองกำลังติดอาวุธหัวรุนแรงของตนเอง ใช้อาวุธสงครามทั้งระเบิด ปืน "สร้างสถานการณ์ป่วน" เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อ "สร้างเงื่อนไข"อ้างในการใช้ พรก.ฉุกเฉิน ให้ชายชุดดำเข้ามาสลายการชุมนุม จับตัว และสังหารแกนนำ เพื่อควบคุมสถานการณ์ ในตนเองอยู่ในอำนาจต่อเบ็ดเสร็จ

การวางแผน "สลายการชุมนุม" ก็เพื่อยั่วยุให้ชาย 3 สีเข้ามาปฏิวัติล้มกระดาน ซึ่งวิธีนี้เท่านั้นจะทำให้ชายดูไบ ปูเน่า และพรรคเผาไทย ได้ประโยชน์ ได้ลบล้างหนีสารพัดความผิดที่โดนเช็คบิลอย่างต่อเนื่อง สร้างกระแสโลกอ้างประชาธิปไตย มาสนับสนุนทั้งในและต่างประเทศ

หรือขั้นต่ำหากมีการเจรจาโดยมีต่างชาติเป็นตัวกลางเพื่อ "ปฏิรูป" ฝ่ายพรรคเผาไทย ก็ยังอ้างสิทธิ์ในฐานะกลุ่มการเมืองรัฐบาลพลัดถิ่นเข้ามาต่อรอง ไดีกว่าจะให้ "มวลมหาประชน” ปฏิวัติ โดยสันติสำเร็จ เพราะพวกเขาจะจบเห่ หมดอำนาจอย่างถาวร !!

ที่น่าจับตาคือท่าทีของบิ๊กสีขาวที่ไม่เข้าร่วมประชุมฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาลเทียมก่อนที่จะมีการประกาศ พรก.ฉุกเฉิน เพราะนอกจากไม่เข้าร่วมประชุมแล้ว ยังไม่ส่งตัวแทนเข้าร่วมสังฆกรรมอีกด้วย นี่ถือว่าเป็น "นัย"สำคัญ และก่อนหน้านี้ ผบ.หน่วยซีล ก็ได้เดินหมากออกมากระแทกแรง ๆ ว่า " รัฐบาลเทียมและชายชุดดำ " อยู่เบื้องหลัง "ชายชุดดำไทยและเขมร" ที่เข้ามาก่อเหตุยิงคนเสื้อแดงด้วยกันและทหารตั้งแต่ปี 2553 เพื่อให้เข้าใจผิดกัน

รวมทั้งปูดว่าขณะนี้ยังไฟเขียวให้นำ "กองกำลังต่างชาติเขมร” การ์ดของฮุนเซน ขึ้นรถตู้เข้ามาในกรุงเทพฯ อีกด้วย โดยที่ไม่มีการสกัดกั้น นี่แหละถึงได้บอกว่านับจากนี้ไป "ห้ามกระพริบตา" เป็นอันขาด แต่เห็นแววแล้วว่า "เหลิมอยู่ที่ไหนหัวหน้าตายหมด" แน่ ๆ

ส่วนนาย “กบ วงศ์ยอด” ลูกน้องเก่า เสธ.แดง ที่พัวพันการปาระเบิดถาวร ที่อนุสาวรีย์ การข่าว เสธ ทราบมาว่าหนีไปอยู่กับพรรคพวกที่ “ปทุมธานี” โดยอาศัยบารมีของ “โกตี๋” คอยคุมกัน ให้อยู่รอดปลอดภัยจากการถูกไล่ล่า แต่สถานการณ์เมื่อถูกบีบงวดเข้ามา กลับการเป็นว่าตอนนี้ชายดูไบ สั่งการมาถึงสายตรง ให้เริ่มยุทธการ “ใบไม้ผลัดใบ “ เด็ดหัวแกนนำแดงสายรุนแรงอย่างโกตี๋ ตู่ เต้น จตุพร กีร์ ฯลฯ เพื่อป้องกันการคายความลับสมัยเผาเมืองปี 53 ให้ตายตกไปกับแกนนำแดงสู้แล้วรวยพวกนี้ ผลประโยชน์พลอยได้จากการยิงนกตามยุทธการ “ใบไม้ผลัดใบ “ อีกทางคือล้างภาพพรรคเผาไทยที่เป็นพรรคก่อการร้ายอังยี่

การออก พรก.ฉุกเฉิน เมื่อบิ๊กชาย 3 สีไม่เอาด้วย ประชาชนเองไม่ยอมรับ พรก.ฉุกเฉิน จึงไร้น้ำยาอย่างสิ้นเชิงบางรายนำประกาศที่ออกข้อห้ามโดยศูนย์รวมสัตว์ (ศรส.) ของเป็ดเหลิม ไปใช้เช็ดก้นแทนกระดาษชำระ หมากตาสุดท้ายของสมุนโง่พวกนี้ จึงหนีไม่พ้นการก่อให้เกิดความวุ่นวายรุนแรง ด้วยการขนชายชุดดำจากเขมรเข้ามา 10 คันรถตู้ ทางชายแดนฝั่งตะวันออก เพื่อก่อความไม่สงบ เป็นการผสมโรงในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินนี้

เสธ จึงจะเปิดโปงแผนรายนี้ให้พวกชั่ววงแตกหงายเงิบไปอีก คือ ก่อนที่ปูเน่าจะดันนิรโทษกรรมฉบับเหมาเข่งสุดซอยตอน พ.ย.56 นั้น ชายดูไบเตรียมวางแผนรับมือกับการรบราฆ่าฟันกันเองของประชาชนต่างสีต่างฝ่ายไว้แล้ว !! ภายใต้การสนับสนุนของฮุนเซ็น โดย

1. ส่งการ์ดเสื้อแดงที่เป็นทหารพราน และผ่านการฝึกมาแล้วอย่างโชกโชน ที่เคยร่วมกับทหารเขมรยิงเสื้อแดงพวกเดียวกันเองเพื่อสร้างสถานการณ์ และปะทะกับทหารทหารไทยเมื่อปี 53

2. ให้ข้ามฝั่งพรหมแดนไปทำการฝึกให้ชาวเขมรผ่านทาง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ โดยแอบมารับกันในป่าให้เดินลัดเลาะเข้าไปที่เขมร เพราะไม่ต้องการให้ฝ่ายชาย 3 สี รู้ว่าพวกมันกำลังทำอะไรกัน และเพราะในป่าชายแดนนั้นมีการวางกับระเบิดไว้มาก จึงต้องส่งทหารเขมรมารับเพื่อไม่ให้เดินเหยียบกับระเบิด

3. การ์ดเสื้อแดงที่เป็นทหารพรานชุดนี้ไปช่วยฝึกชายเขมรให้เป็นกองกำลังก่อวินาศกรรม หากมีการเพลี่ยงพล้ำให้ชาย 3 สีในการหยุดสถานการณ์ความรุนแรงที่พวกเสื้อแดงและชายชุดดำก่อขึ้น ก็จะมาช่วยเป็นกองหนุนเข้ามาเสริมชุดแก๊งค์เสื้อแดงสู้แล้วรวยทันที

4. ค่าใช้จ่ายต่างๆ พร้อมทั้งเงินตอบแทนสำหรับการ์ดเสื้อแดงหัวรุนแรง จะได้รับจาก ส.ส.เสื้อแดงพรรคเผาไทยลงขันกันจ่ายให้ โดยมีทุนหลักมาจากชายดูไบผู้โหดเหี้ยมนั่นเอง

ที่ชาย 3 สีกำลังมอบให้หน่วยพิเศษไปจับตา (ด้วยอุปกรณ์สิ่งเทียมอาวุธ Sniper) ในขณะนี้มีหลายจุด เช่น แถวกระทรวงแรงงาน – ดินแดง , แถวปทุม , รอบห้างแถวลาดพร้าว สำโรง ฯลฯ เพราะสังเกตการณ์เคลื่อนไหวเป็นพิเศษ มีการแอบซุกซ่อนสิ่งมีชีวิตสองขาชุดดำที่นำเข้าจากเขมร จำนวนมากแต่ละจุดนับเป็นกองร้อย มีการเข้า-ออก ของชายชุดดำไทยส่งเสบียงกรังและอาวุธบางส่วนให้

ชายชุดเขียว ชุดขาว ชุดฟ้า หน่วยพิเศษ พร้อมจะทำตัวเป็น “ สิ่งศักดิ์สิทธิ์กว่า “ ตามที่ชายชุดดำเผยแพร่อย่างภูมิใจหนักหนาว่าจะไปลอบทำร้ายประชาชนที่ไปรื้อป้ายสำนักงานชายชุดดำ ซึ่งเป็นความโง่ที่รักษาศักดิ์ศรีของพวกตนเองกับแค่ป้ายหน่วยงาน แต่กลับไม่รักศักดิ์ศรีตนเองและประเทศชาติที่ลอบนำกองกำลังเขมรเข้ามาทำร้ายประชาชนประเทศตนเอง

ทุกจุดสถานที่ต่าง ๆ จึงถูกชาย 3 สีจับตาอยู่โดยรอบพร้อมประดามีกล้องขนาดเล็ก อุปกรณ์ดักฟังระยะใกล้และไกล การแฝงตัวเป็นสายลับปะปน ฯลฯ อย่างไม่กระพริบตาตลอด 24 ชั่วโมง

พร้อมจะ “ปาลูกดอก” และระดมปล่อยกระสุนจาก “ สิ่งเทียมอาวุธ” ใส่ทั้งชายชุดดำไทยและเขมรทันที โดยไม่สนว่าใครเป็นใครและจะใหญ่แค่ไหน ก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติการโหดร้ายกับประชาชน

อันจะทำให้ ศรส.กลายเป็น “ศูนย์รวมสัมพเวสี “ อย่างแท้จริงและจะได้นำเป็ดเหลิมไปให้ประชาชนนำไปสับแบ่ง ทำเครื่องเซ่นไหว้ตรุษจีนนี้

ไปดูเรื่องเดิมเพื่อให้เชื่อมโดยงเรื่องได้ “กองกำลังต่างชาติเขมรที่รัฐแดงให้ลอบฆ่าคนไทย “ ที่ https://www.facebook.com/media/set/?set=a.205950839594951.1073741875.187529244770444&type=1

@เสธ น้ำเงิน
https://www.facebook.com/topsecretthai

แฉ..แผนลอบสังหารสุเทพของศูนย์รวมสัตว์ (ศรส.) ความคิดโง่ๆ

25 ม.ค.57

จากที่ ” รัฐบาลเทียม “ ตั้งศูนย์รวมสัตว์ (ศรส.) ตั้งเป็ดเหลิมผู้มีคุณสมบัติ “ เป็นลูกน้องใคร หัวหน้าตายหมด” เป็นอำนวยการฯ เรื่องหนักอกของรัฐบาลเทียมในนาทีนี้ ไม่ใช่หาเงินจ่ายค่าจำนำข้าวที่ชักดาบชาวนามา แต่ปัญหาที่จะไปตั้ง ศรส.เถื่อน ตรงไหน หลังประกาศ พ.ร.ก ฉุกเฉิน ที่ถูกเมินและเย้ยหยันทั้งกรุงเทพ และทั่วประเทศ

จัดประชุมครั้งแรกที่กระทรวงแรงงาน ก็โดนมวลชนไปล้อมโอบ และต่อมาเมื่อปลัดกระทรวงชายชุดเขียว (บิ๊กแปะ) สะเทือนไปถึงทุกอณูเนื้อ กลัวจะถูกบิ๊ก 3 สีรุ่นพี่ 2 รุ่น รื้อเก้าอี้ผลักไปเป็น “ ปลัดขิก” ต้องต้องสั่งรื้อป้ายศูนย์เทียมนี้ทิ้ง ทำให้ล่าสุดศูนย์รวมสัตว์ (ศรส.) นี้ก็ต้องหอบผ้าหอบผ่อนระหกระเหินเร่ร่อน ออกจากบ้านทรายทองสำนักงานปลัดชายชุดเขียวอีกครั้งอย่าง “ ฉุกเฉิน”

เป็ดเหลิมในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รวมสัตว์ (ศรส.) จึงติดต่อบีกชายชุดดำขอใช้กองบัญชาการชายชุดดำปราบปรามยาเสพติด ถนนวิภาวดีรังสิต เป็นศูนย์บัญชาการ “ชั่วคราว “ ของศูนย์เทียมนี้ โดยมีปึ้งเหน่ง ธาริตสีดวง อับดุล และแกนนำชายชุดดำ หน้าตาตื่นตามมาประชุมแบบเสียวสันหลังกลิ่นควันดินปืนรถถังโชยมา

เสธ ได้ข่าวมาว่าจากการประชุม ศรส. เป็ดเหลิมประชุมไปด่าไป สั่งสลายชุมนุมแต่ให้แหกตาว่า “ ขอเจรจาคืนพื้นที่ “ โดยจะใช้ความรุนแรงเป้าแรกคือ คปท. เพื่อเชือดไก่ให้คนกลัว ชายชุดดำกำลังคึกคะนองเพราะปลุกเร้ากันทุกวัน อับดุลจึงมอบหมายหน้าที่ให้
- ย้อยเป็นหัวหน้าฝ่ายชุดกองร้อยควบคุมฝูงชน บุคคลอันตรายสั่งยิงประชาชน เมื่อ 26 ธันวา 2556 เป็นสายประชา ผ่านสมรภูมิภาคสนามได้รับการฝึกเป็นพิเศษ “รุ่นพรานอาสา 30” เป็นชายชุดดำตระเวนชายแดน อยู่ทางด้านอรัญประเทศรบกับเขมรแดง เข้า-ออก ตชด. เกือบ 30 ปี
- ย้อยจะปฎิบัติการครั้งนี้ จะใช้ หน่วย ตชด.เป็นหลัก และชุดปฎิบัติการพิเศษจากนเรศวร 261 อรินทราช สยบไพรี สยบปูริสะท้าน ปราบไพรีอริศัตรูพ่าย
- สฤษฎ์ชัย เป็นหัวหน้าชุดปฎิบัติการเฉพาะกิจการข่าว
- วินัย เป็นหัวหน้าชุดสืบสวน
- อำนาจ เป็นหัวหน้าชุดเจรจาต่อรอง
- จรัมพร สุระมณี เป็นหัวหน้าชุดปฎิบัติการข่าวสาร
- ไม่มีแจ๊ด ตามการข่าวจะทำงานใต้ดินประสานกับแก๊งค์กองกำลังติดอาวุธแดงพวกบ่อน และยาเสพติด ให้กับเป็ดเหลิม เพื่อใช้อาวุธลอบโจมตีประชาชนก่อน แล้วจะใช้กองกำลังชายชุดดำของย้อยจู่โจมจับหรือสังหารสุเทพและแกนนำ

มันใช้กองกำลังติดอาวุธเสื้อแดงนอกกฎหมาย ปาระเบิดสังหาร RGD-5 รัสเซีย Lot 48 ลอบสังหารแกนนำประชาชน พลาดมาแล้วถึง 2 ครั้ง คือ สุเทพ ถนนบรรทัดทอง และถาวร อนุสาวรีย์ มาครั้งนี้จึงจะใช้กำลังบวกสอง คือใช้บริการแก๊งค์แดงรับจ้างทหารเขมร โดยใช้อาวุธหนักถึงขั้น RPG ร่วมกับชายชุดดำหน่วยพิเศษด้วย

ภายหลังการประชุมศูนย์รวมสัตว์ (ศรส.) และวางแผนจัดการสุเทพและแกนนำเสร็จสิ้น ปึ้งเหน่ง เป็ดเหลิม และอับดุล ได้ถือโอกาสยืนร่วมแถลงข่าวจับยาเสพติดประเภทยาบ้าจำนวน 5แสนเม็ด ที่จับได้จาก จ.เชียงราย โดยไม่มีการนำตัวผู้ต้องหา 3 คน มานั่งในการแถลงข่าวด้วยเพราะได้มีการต่อรองเงื่อนไขบางอย่างกัน

เห็นภาพความขัดแย้งชัดขี่และแย่งชิงอำนาจกันชัดเจน เพราะปึ้งเหน่งทะลึ่งมายืนร่วมแถลงข่าวด้วย อ้างว่าตัวเองใหญ่กว่าเป็ดเหลิมและกำกับดูแลสำนักงานชายชุดดำแห่งชาติ ส่วนเป็ดเหลิมก็บอกว่าตนเองเป็น ผอ.ศูนย์รวมสัตว์ (ศรส.) ต้องได้ดูบังคับบัญชาชายชุดดำด้วย..เอาเข้าไป

ในศูนย์รวมสัตว์ (ศรส.) คนมีอำนาจสั่งการแทบทุกคนล้วนออกแนวเพี้ยนหรือ "บ๊องๆ บวมๆ" พิกล ในการแถลงข่าวของวันนี้กระทำด้วย “ฉุกเฉิน” เพียงฉากหลังสีน้ำเงินเล็ก ๆ และตั้งโต๊ะเหมือนบริษัทประกันต่อ พรบ.รถยนต์ ตามบิ๊กซี โลตัส ไม่เหลือความสง่างามและน่าเกรงขามใด ๆ สมกับเป็นศูนย์ระดับชาติ

เสธ รู้มาว่าเป็ดเหลิมอาสามาเป็น ผอ.ศูนย์รวมสัตว์ (ศรส.) ด้วยตนเอง ด้วยความคิดโง่ๆ แบบเดิมว่า "ขอโอกาสรับใช้" ชายดูไบ หวังฟลุ๊กอาจได้ "รักษาการนายกฯ" ให้เป็นประวัติในชีวิต "ก่อนตาย" สักครั้ง

และนั่งวางแผนกันจนหัวโป่ง จนความดันเป็ดเหลิมขึ้น ตั้งใจว่าจะจับตายสุเทพให้ได้ เป้ดเหลิมลืมอะไรไปหรือเปล่า!!! เพราะคนก่อนหน้า ( ขวัญควาย ) ที่เป็ดเหลิมสั่งมันนำกองกำลังแดงมาและสั่งให้จับตายสุเทพ พอข่าวรั่วก็โดน BB Gun ถล่มซะกระดูก - เอ็น กระจุย ตอนนี้มันก็นอนเล่นอยู่โรงบาลอุดรเป็นอัมพาตครึ่งซีกไปแล้ว

แม้ว่าวันนี้ไอ้เต้นที่หนีตายไปอีสาน แอบมาเยี่ยมขวัญควายแบบ “ฉุกเฉิน “ ก็ไม่รอดสายตาคนของ เสธ ที่หาจังหวะส่อง BB Gun อยู่ แม้แต่เต้นพูดคุยกันในห้องพักฟื้นขอให้ขวัญควาย เข้าไปรักษาตัวที่ รพ.พระราม 9 กรุงเทพฯ ตามที่ชายดูไบแนะนำมา เสธ ยังดักฟังรู้เลย

เสธ ยังหวั่นว่าช่วงเคลื่อนย้ายขวัญควายไปขึ้นเครื่องบิน จะรอดมามวลชนมาปิดล้อมโรงพยาบาลหรือเปล่า !!

ไอ้พวกที่สะสมบุญมาน้อย แล้วโชว์พาวท้ากร่าง หรือคิดฆ่าคนที่เขาตั้งใจทำดีมากกว่าเนี่ย ที่เห็นมาชีวิตจบไม่ค่อยสวยโดยที่อีกฝ่ายยังไม่ทันทำอะไรเลยก็มี ดูอย่างชายดูไบซิ นั่นคิดล้มสถาบันแล้วตอนนี้เป็นไง กลายเป็นเจว็ดไม่มีศาล ต้องเร่ร่อนไปทั่ว แถมทุกคืนยังนอนขวัญผวาเพราะอัลกออิดะห์ตามฆ่าอยู่นั่นน่ะ

เป็ดเหลิมอย่ามัววางแผนอะไรโง่ ๆ อยู่เลย เสธ จะเอามาแฉให้หมดเปลือกทุกแผนให้วงแตกไปอีก แต่ให้เป็ดเหลิมเองนั่นแหละระวังหัวไว้ และต้องไม่ลืมเหตุการณ์ปี 2532 ที่ความโง่บังเกิดอย่างแรงนำรถโมบายของ อสทม.ไปดักฟังการสื่อสารของชายชุดเขียว จนถูกไล่ล่าไปต่างประเทศ และยังฝันร้ายหลอกหลอนเป็ดเหลิมมาถึงทุกวันนี้

ตอนนี้ชายชุดเขียว ชุดขาว หน่วยพิเศษ เขาก็อาจได้รับคำสั่งให้ตามมองเหลิมอยู่อย่างระทึกไม่กระพริบตา และเขาก็ขี้ตกใจมาก อย่าทำให้เขาตกใจนะ จะบอกไว้เสียก่อน !!

แนะนำไปอ่านไขปริศนา..แผนปาระเบิดหวังลอบสังหารสุเทพ ที่https://www.facebook.com/media/set/?set=a.203359616520740.1073741845.187529244770444&type=1

@เสธ น้ำเงิน
https://www.facebook.com/topsecretthai

สลดใจ..ลูกเมีย"สุทิน"เศร้ารดน้ำ จี้ยิ่งลักษณ์ ดูภาพ

Ranger Thai

นายกฯยิ่งลักษณ์..โปรดดูภาพนี้ให้ดี !!

โปรดใช้จิตสำนึกของความเป็นเมียและเป็นแม่ !! ทำความเข้าใจความรู้สึกของผู้หญิงเพื่อนมนุษย์ของคุณคนหนึ่ง ที่ต้องสูญเสียสามีไปแล้วอย่างไม่มีวันหวนคืน !!

ความเสียใจของคนที่มีสถานะเป็น "เมีย" มันจะเสียใจขนาดไหน ??

เมื่อสามีสุดที่รักที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานานหลายสิบปี
เห็นหน้ากันทุกวัน โอบไหล่กันทุกวัน กินข้าวอยู่ด้วยกันทุกวัน
มีความสุขก็แบ่งปันความสุขกัน มีความทุกข์ก็ช่วยเหลือดูแลจิตใจซึ่งกันและกัน

แต่วันนี้..
พี่สุทินของน้อง..ไม่เล่นกีต้าร์ร้องเพลงให้น้องฟังอีกแล้ว
พี่สุทินของน้อง..ไม่มองน้องด้วยสายตาอันอบอุ่นอีกแล้ว
พี่สุทินของน้อง..ไม่พูดหวานๆ กับน้องได้อีกแล้ว
พี่สุทินของน้อง..ไม่จับมือน้องเบาๆ เหมือนเคยอีกแล้ว

พี่สุทินจ๋า..
ลูกถามน้องว่า ทำไมพ่อนอนนิ่ง ไม่พูดอะไรเลย พ่อเป็นอะไรเหรอคะแม่?
น้องไม่รู้จะบอกกับลูกยังไง
น้องจึงบอกลูกไปว่าพี่ไปอยู่กับตาและยายแล้ว !!

ลูกถามน้องว่า..แล้วเมื่อไหร่พ่อจะกลับบ้านคะแม่ ?
พี่จ๋า..น้องไม่รู้จะบอกลูกว่ายังไงดี !!

เพราะน้องก็อยากจะถามพี่เหมือนกันว่า !!
เมื่อไหร่..พี่จะกลับบ้านคะ?
เมื่อไหร่..พี่จะกลับมาอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขสามคนพ่อ แม่ ลูก อีกคะ?
เมื่อไหร่..พี่จะกลับมาดูลูกใส่ชุดสโนว์ไวท์ที่พี่ชอบให้ลูกใส่คะ?
พี่สุทิน ธราทิน..สุดที่รักของน้อง !!

27 มกราคม 2557 20.45 น.
รูปภาพ : นายกฯยิ่งลักษณ์..โปรดดูภาพนี้ให้ดี !!
โปรดใช้จิตสำนึกของความเป็นเมียและเป็นแม่ !! ทำความเข้าใจความรู้สึกของผู้หญิงเพื่อนมนุษย์ของคุณคนหนึ่ง ที่ต้องสูญเสียสามีไปแล้วอย่างไม่มีวันหวนคืน !!

ความเสียใจของคนที่มีสถานะเป็น "เมีย" มันจะเสียใจขนาดไหน ??

เมื่อสามีสุดที่รักที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานานหลายสิบปี
เห็นหน้ากันทุกวัน โอบไหล่กันทุกวัน กินข้าวอยู่ด้วยกันทุกวัน
มีความสุขก็แบ่งปันความสุขกัน มีความทุกข์ก็ช่วยเหลือดูแลจิตใจซึ่งกันและกัน

แต่วันนี้..
พี่สุทินของน้อง..ไม่เล่นกีต้าร์ร้องเพลงให้น้องฟังอีกแล้ว
พี่สุทินของน้อง..ไม่มองน้องด้วยสายตาอันอบอุ่นอีกแล้ว
พี่สุทินของน้อง..ไม่พูดหวานๆ กับน้องได้อีกแล้ว
พี่สุทินของน้อง..ไม่จับมือน้องเบาๆ เหมือนเคยอีกแล้ว

พี่สุทินจ๋า..
ลูกถามน้องว่า ทำไมพ่อนอนนิ่ง ไม่พูดอะไรเลย พ่อเป็นอะไรเหรอคะแม่?
น้องไม่รู้จะบอกกับลูกยังไง
น้องจึงบอกลูกไปว่าพี่ไปอยู่กับตาและยายแล้ว !!

ลูกถามน้องว่า..แล้วเมื่อไหร่พ่อจะกลับบ้านคะแม่ ?
พี่จ๋า..น้องไม่รู้จะบอกลูกว่ายังไงดี !!

เพราะน้องก็อยากจะถามพี่เหมือนกันว่า !!
เมื่อไหร่..พี่จะกลับบ้านคะ?
เมื่อไหร่..พี่จะกลับมาอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขสามคนพ่อ แม่ ลูก อีกคะ?
เมื่อไหร่..พี่จะกลับมาดูลูกใส่ชุดสโนว์ไวท์ที่พี่ชอบให้ลูกใส่คะ?
พี่สุทิน ธราทิน..สุดที่รักของน้อง !!

27 มกราคม 2557 20.45 น.

ธนาคารกรุงไทยวอนอย่าเชื่อข่าวลือในโซเชียลมีเดีย

จากที่มีข่าวลืออย่างต่อเนื่องในโซเชียลมีเดียว่า คณะกรรมการธนาคารกรุงไทยได้อนุมัติเงินกู้จำนวน 160,000 ล้านบาทให้กับรัฐบาลในโครงการรับจำนำข้าวแล้วนั้น นายวรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ได้ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ธนาคารไม่ได้ปล่อยกู้ให้กับรัฐบาลในโครงการดังกล่าว และคณะกรรมการธนาคารไม่เคยพิจารณาการอนุมัติเงินกู้ตามข่าวลือนี้ ตลอดจนรัฐบาลไม่เคยขอความร่วมมือจากธนาคารให้พิจารณาเงินกู้จำนวนดังกล่าว

นายวรภัค ธันยาวงษ์ กล่าวต่อไปว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารได้ปฏิเสธข่าวการปล่อยกู้ในโครงการรับจำนำข้าวแล้ว แต่เมื่อสุดสัปดาห์ก็ยังมีข่าวดังกล่าวในโซเชียลมีเดียอีก ซึ่งทำให้ลูกค้าและประชาชนสอบถามเข้ามาจำนวนมาก ดังนั้นใคร่ขอความเห็นใจว่า ขณะนี้มีการปล่อยข่าวลือต่างๆจำนวนมาก จึงขอให้ผู้ได้รับข่าวสาร พิจารณาแหล่งที่มาของข้อมูลว่าน่าเชื่อถือไม่ และโปรดอย่านำข่าวที่ไม่มีมูลความจริงไปสร้างกระแส ที่สำคัญขอให้ลูกค้าและประชาชนเชื่อมั่นในธนาคาร ซึ่งยึดหลักการบริหารที่โปร่งใส เป็นมืออาชีพ โดยธนาคารกรุงไทยนั้นอยู่ภายใต้การดูแลและกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
“ธนาคารกรุงไทยเป็นธนาคารพาณิชย์ ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีผู้ถือหุ้นรายย่อยและสถาบันมากกว่า 45% รวมทั้งต้องแข่งขันกับธนาคารพาณิชย์แห่งอื่น และในการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชน ธนาคารใช้มาตรฐานเดียวกัน โดยคำนึงถึงปัจจัยความเสี่ยงต่างๆ ตลอดจนความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้หรือผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ” นายวรภัค ธันยาวงษ์

ฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์

27 มกราคม 2557

"หมอพรทิพย์" ชี้ "สุทิน" !! ถูกส่องขนาบสองด้านรถปราศรัย กระสุนแล่นเข้าสมอง-เส้นเลือดใหญ่

"พ.ญ.พรทิพย์" ตั้งโต๊ะแถลง หลังผ่าศพ "สุทิน" -เผย ผู้เสียชีวิตถูกยิงทั้งสองด้านรถปราศรัย กระสุนทำลายเส้นเลือดใหญ่และสมอง -ด้าน "นพ.นิรันดร์" ตั้งคณะทำงานดูแลเหตุรุนแรงเข้าร่วม

วันนี้ ( 27 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.35 น. คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ตั้งโต๊ะแถลงผ่านสื่อ หลังผ่าพิสูจน์ศพนายสุทิน ธราทิน ที่แผนกนิติเวช โรงพยาบาลรามาธิบดี สรุปว่า ผู้เสียชีวิตถูกยิงจากสองด้านของรถปราศรัย ทำลายเส้นเลือดใหญ่และสมอง พร้อมเดินหน้าสืบพยาน

และเมื่อเวลา 14.01น. นายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ( กสม.) เตรียมตั้งคณะทำงานดูแลเหตุรุนแรงการเมือง เชิญศรส.ตัวแทนผู้ชุมนุม, ผู้เชี่ยวชาญ เข้าร่วม
///ที่มาและภาพ nationchannel.com
@tnews


ปากคำและความคิด"กิตติ"หนุ่มวิศวะ ที่ถูกบีบคอวันเลือกตั้งล่วงหน้า

ภาพของชายหนุ่มถูกบีบคอจนหน้าเหยเกเพียงเพราะต้องการเลือกตั้งล่วงหน้า ที่หน่วยเลือกตั้ง โรงเรียนเซนต์จอห์นโปลีเทคนิค ซอยวิภาวดี 32 เขตจตุจักร ถูกแชร์ว่อนโซเชียล มีเดีย เมื่อวานนี้ (26 ม.ค.57) ภาพนี้นอกจากจะกลายเป็นสัญลักษณ์ของผู้ที่ยืนหยัดในหลักการของระบอบประชาธิปไตยแล้ว ยังถูกสำนักข่าวต่างประเทศอย่าง The Wall street Journal. นำไปเผยแพร่ถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นอีกด้วย

"กิตติ เอกแสงกุล" คือ ชื่อและนามสกุลจริงของชายหนุ่มผู้นั้น 

กิตติ ในวัย 40 ปี จบการศึกษาปริญญาตรีวิศวกรรมเคมี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี(บางมด) ปริญญาโท วิศวกรรม อุตสาหการ ธรรมศาสตร์ ปัจจุบันทำธุรกิจส่วนตัว ให้สัมภาษณ์กับทีมงานประชาชาติธุรกิจออนไลน์ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเองถือเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับประวัติศาสตร์การเมืองในอดีตอย่าง 14 ตุลา 16 หรือ 6 ตุลา 19 ที่คนไทยต้องตระหนักถึงความยากลำบากกว่าจะได้มาซึ่งระบอบประชาธิปไตย 

"ที่ผ่านมามีแต่เผด็จการทหาร คนที่จะมาปกครองประเทศนี้ต้องมาด้วยกระสุนปืน ด้วยกำลังทหาร บรรพบุรุษเราเสียชีวิตทั้ง 14 ตุลา และ 6 ตุลา ทั้งนักศึกษาที่ตายไป เขาอยากได้ระบอบการปกครองที่มาจากการเลือกตั้ง มีคนตายเรื่องนี้มากมาย แล้ววันนี้คุณเห็นคนบ้าๆ บอๆ มายืนกั้นไม่ให้คุณเข้าไป แล้วคุณจะยอมแล้วเดินกลับบ้านนอนเฉยๆ แล้วบอกว่าทำเพื่อประเทศไทยเหรอ ผมอยากจะเห็นความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับจิตสำนึกของสังคมไทยเกี่ยวกับประชาธิปไตยและการลงคะแนนเสียงมากกว่า คือ ผมอยากบอกกับทุกคนว่าผมตระหนักในสิทธิของผมในการปกครองประเทศนี้" 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กิตติ เล่าว่า ต้องเดินฝ่ากลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มใหญ่ ต้องเดินผ่านการ์ด และผู้ชุมนุม ที่เข้ามาถามว่าจะไปไหน เมื่อตอบว่าจะไปเลือกตั้งก็กันไม่ให้เข้าไป จึงได้พยายามพูดจาว่านี่คือสิทธิ แต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยอม พร้อมกับยกเหตุผลมากมายมาอธิบายว่าทำไมถึงไม่ควรไปเลือกตั้ง 

"เขาก็ไหว้บอกว่า ขอร้องเถอะพี่ อย่าเลือกตั้ง อย่ามาเลือกตั้ง บอกว่าถ้าผมเลือกตั้งแผ่นดินจะลุกเป็นไฟ ผมยังจะมาเลือกอีกเหรอ ผมก็บอกว่า ผมจะใช้สิทธิของผม จะเข้าไป ผมก็ดันทุรังแล้วก็โชว์ใบเลือกตั้ง บอกว่าผมขอเลือกตั้งล่วงหน้า ผมมีธุระวันที่ 2 กุมภา ผมไม่สะดวก เขาก็กันไม่ให้ผมเข้าไป แล้วพอผมโชว์ใบเลือกตั้งล่วงหน้า ก็แห่กันมาใหญ่เลย ทีนี้เป็นป้าๆ ละ ผู้หญิงบางคนมาบอกผมว่าให้สงสารหนูเถอะ ถ้าพี่ไปเลือกตั้งหนูจะไม่ได้เงินจำนำข้าว หนูให้พี่เข้าไปไม่ได้ คือเหตุผลที่เขาพูดมันฟังดูแล้วเข้าท่าไหมล่ะ ส่วนที่โดนบีบคอน่าจะเป็นรอบสอง คือผมก็อยากจะเข้าไป จะยอมแพ้ได้ยังไง ประวัติศาสตร์มีคนตายมากแล้ว แล้วคุณโดนนิดหน่อยจะเป็นไร" 

แม้ว่าภาพโดนบีบคอจะดูรุนแรง แต่กิตติบอกว่า เป็นเรื่องขี้ปะติ๋ว 

"การที่ผมเจ็บปวดตรงนี้มันนิดเดียวเอง ผมไม่ใช่ว่าเข้าโรงพยาบาลหรือถูกเขาทำร้ายอะไรมากมาย แต่สิ่งที่ผมอยากบอกคือ เราอย่ายอมแพ้ให้กับความไม่ถูกต้อง ที่คนบางกลุ่มมาขัดขวางไม่ให้คุณมีโอกาสแสดงสิทธิในการปกครองตรงนี้ คุณยอมได้อย่างไร" 

แม้ว่าสุดท้ายแล้ว กิตติ จะไม่สามารถใช้สิทธิที่ตนมี แต่เขาย้ำว่ายังไม่หมดหวัง 

"ผมเกือบโดนกระทืบตาย แถมยังมีคนขับเบ๊นซ์มาปาดหน้ากล่าวหาว่าผมเป็นตำรวจ จะเอาตัวไปสอบสวนอีก แต่มันไม่มีหมดหวังหรอก ที่ผมให้สัมภาษณ์นี้ เพราะต้องการจะจุดประกายว่าคุณอย่ายอมแพ้กับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง สิ่งที่ผิดกฎหมาย คุณจะเดินกลับบ้านไปแล้วก็นอนอยู่บ้าน แล้วบอกว่ากูไปมาแล้ว แต่เห็นคนมากั้น แล้วกูก็เดินกลับอย่างนี้เหรอ คือคนไทยไม่ได้ตระหนักถึงประชาธิปไตย สิทธิที่เขามี เรามีอำนาจในการปกครอง ตอนนี้ทุกคนมีสิทธิในการปกครอง คุณอยากจะเลือกตั้ง คุณอยากจะเป็นผู้ปกครองประเทศนี้ คุณก็ไปเป็นส.ส.มาเลือกตั้ง นี่คือความเท่าเทียมกันในสังคมประชาธิปไตย และผมต้องการจะบอกว่า ถ้าคุณไม่ชอบรัฐบาลนี้ ไม่ชอบตระกูลนี้ คุณก็ไม่ต้องเลือกเขา คุณก็ไปกาโนโหวต ทำให้เขารู้สิ หรือ เลือกพรรคอื่นสิครับ แต่จะมาบิดกั้นไม่ให้ผมเลือกไม่ได้ คุณไม่ให้โอกาสคนอื่นพูดเลย คุณรู้ได้ยังไงว่าผมจะเลือกอะไร คือ คนไทยไม่ได้ตระหนักในอดีตของตัวเองว่ากว่าเราจะฝ่าฟันมาได้การเลือกตั้งวันนี้มันยากเย็นแสนเข็ญ"

-มองว่าสภาพปัจจุบันเป็นอย่างไรเทียบกับความขัดแย้งในอดีตอย่าง14ตุลา

ยุคนี้เป็นยุคประชาธิปไตยที่ดีนะความขัดแย้งในเชิงรัฐศาสตร์เขาก็พูดว่าสังคมที่มีความขัดแย้งว่าดีนะไปอ่านดู มาเคียเวลลีก็บอกเลยว่า สังคมโรมันก็มีการทะเลาะเบาะแว้งตลอดเวลา สังคมที่ดีต้องมีการทะเลาะเบาะแว้ง เพราะมันต้องมีการตรวจสอบ คุณโกงก็โดนโวยวาย ด่าว่าด่าทอ คือมันเป็นสิ่งที่ดี แต่ว่าคุณต้องอยู่ในกรอบกติกาสิ คุณทำผิดกฎหมายชาวบ้านเดือดร้อนไปหมด แล้วผมบอกว่าไม่ชอบคุณจะยอมกลับไหม ก็ไม่กลับ แล้วคุณยังมาปิดล้อมไม่ให้ผมเลือกตั้งอีก 

คือยุค 14 ตุลา มันเป็นเผด็จการ รัฐบาลทหารอยู่แล้ว คุณไม่มีสิทธิบอกว่าไม่เอา ไม่ชอบ รู้จักนั่งยางไหม คือ ใครไม่ชอบก็หิ้วปีกคุณไป แล้วไม่มีกฎหมายคุ้มครองคุณ คุณต้องเงียบและปิดปากอย่างเดียว ยุคนั้นน่ะ แต่ยุคนี้มันไม่ใช่ คุณจะด่ารัฐบาลออกเคเบิ้ลทีวีอะไรก็ได้ คุณไปเดินขบวนไปบอกชาวบ้านทั่วประเทศว่ามันไม่ดี มันโกงยังไงก็ได้ถูกไหม แล้วอย่างนี้จะไม่ดีตรงไหน 

ถ้าบอกว่ายิ่งลักษณ์โกงไม่แนบเนียนคุณก็ด่าได้ คุณก็ไล่เขาได้ นี่เขาก็ยุบสภาไป เพราะคุณไปแฉว่าเขาผิดยังไงใช่ไหม นี่คือประชาธิปไตย นี่มันเป็นสิ่งสวยงาม ผมไม่ได้มองว่าความขัดแย้งเป็นสิ่งเลว ผมยอมรับได้นะที่จะมาปิดถนน แต่นี่เล่นไปกันไม่ให้คนมาเลือกตั้ง ที่เป็นสิทธิพื้นฐานการปกครอง 

แล้วได้ฟังไหมบลูสกายที่เขาจะเอาคนทุกภาคส่วนมาให้ความเห็นเกี่ยวกับปฏิรูปการเมือง แล้วแค่ผมจะมาแสดงความคิดเห็นด้วยการเลือกตั้งก็ไม่เอา คุณไม่ฟังผม แล้วปฏิรูปที่เขาบอกคุณรับกันได้เหรอ อย่างผมถ้าคนรอบข้างบอกว่าโง่ เราก็ต้องยืนหยัดบนความถูกต้อง ความชอบธรรมเราต้องยืนหยัดให้เห็น ไม่ใช่ว่าเลือกตั้งแพ้ คุณก็ไม่ลงสมัคร ไม่ไปเลือกตั้งอย่างนี้เหรอ เราต้องยืนหยัดไม่ท้อแท้ อย่าสิ้นหวัง คือ ถึงแม้ไม่มีใครเห็นด้วยกับผมที่ทำ ก็ต้องยืนหยัดความถูกต้อง อย่าเดินหนีแล้วไม่ทำอะไร

"ลองเขียนถามคนอ่านดูสิครับว่า แค่ผู้ชายคนหนึ่งจะเดินเข้าไปคูหาเลือกตั้ง มันผิดตรงไหน?" เสียงคำถามดังก้อง ทว่า..คำตอบจะอยู่ในสายลมหรือไม่ 

(ที่มา ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ )
16

(คลิป)ดีเบต ปฏิรูปVsเลือกตั้ง เจาะข่าวเด่น 27 มกราคม 2557





ข้อถกเถียงสุดมันส์ ผ่านจอ ระหว่างนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ "อ.พรชัย"Vs"อ.ปวิณ"ว่าด้วย ปฏิรูป กับ เลือกตั้ง หลังบรรยากาศเลือกตั้งล่วงหน้าประเทศไทย(๒๖ม.ค.)ผ่านไปอย่างวุ่นวาย

(คลิป)ปากคำผู้อยู่ในเหตุการณ์นาทีชีวิตสุทินดับ





พยานผู้อยู่ในเหตุการณ์ ที่นั่งภายในรถร่วมกับนายสุทิน ธาราทิน ผู้ประสานงานกลุ่ม กปท. ได้เปิดเผยกับทีมข่าวสปริงนิวส์ ถึงนาทีที่รถกระบะถูกยิง ส่งผลให้นายสุทิน เสียชีวิต และบาดเจ็บอีกหลาย ราย โดยขอให้ทีมงานเบลอหน้า และปกปิดชื่อ เพื่อความปลอดภัย และขณะที่พูดคุย ยังอยู่ในอาการหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด

จากเพื่อนคนหนึ่งของสุทิน ธาราทิน....


มกลับมาจาก รพ วิภาราม เมื่อช่วงค่ำ นั่งตรึกตรองกับตัวเองว่าจะเขียนถึง สุทิน อย่างไรดี ด้วยความ คาดไม่ถึง จริงๆ ผมรู้จัก สุทิน เมื่อปี 2521 เมื่อเข้าเรียน ญว เราอยู่ห้องเดียวกัน คือ 4/3 สุทิน เปน ผู้ชายตัวเล็ก ผอม ดูจริงจัง บ้านสุทินอยู่แถวรถไฟ ขณะที่ผมอยู่ในกลุ่มที่ เพื่อค่อนข้างเอาแต่สนุกสนาน อยู่ไปซักพัก ผมกับสุทินสนิทกันท่าไหนไม่รู้ และอาจมีหลายคนในห้องไม่รู้ เราเรียนมัธยมปลายในช่วงหลังประชาธิปไตยเบ่งบาน รุ่นพี่หลายคนเดินทางเข้าป่า เพื่อต่อสู้ทางอาวุธกับรัฐบาล แต่เรายังเด็ก โตไม่ทัน สุทินมักแวะเวียนมาชวนคุยเรื่องการเมือง เรื่องความทุกข์ยากของประชาชน เรื่องชาวนา กรรมกร ชนชั้นแรงงานและกรรมาชีพ สุทินชี้ให้เห็นการกดขี่ข่มเหงและเอาเปรียบจากผู้มีอำนาจ ชนชั้นปกครอง นายทุน ผมฟังเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง สุทินเอาหนังสือหลายเล่มของมาร์กซ์ และ เลนิน มาให้อ่าน จำได้ว่า มี ปรัชญาวัตถุนิยมวิภาษวิธี แค่ชื่อเรื่องก้อไม่เข้าใจซะแล้ว แต่ก้ออ่าน แบบไม่ค่อยเข้าใจ สุทินเอา เทปคาสเซท เพลงเพื่อชีวิต และของวงดนตรีในป่ามาให้ฟัง ความจริงเก็บไว้นาน จนเมื่อย้ายไปมา จึงหายไป เสียดายจนถึงตอนนี้ ผมก้อบอกสุทินว่า ความจิง พ่อผมก้อนอนฟังสถานีวิทยุคลื่นสั้น ของ พคท ทุกวัน น่าจะเปนจุดที่เข้ากันได้ ผมเคยถามสุทินว่า ถ้าผมสอบแพทย์ และวิศวะ ไม่ได้ ผมควรเรียนอะไร ระหว่าง รัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ สุทินตอบว่า นิติศาสตร์ เป็นหลักกฏหมาย และเปนความจริงแท้ แต่ รัฐศาสตร์ ขึ้นอยู่กับผู้สอนและตำราว่าใครเขียน ชนชั้นปกครองจึงเขียนการปกครองที่กดขี่ข่มเหงประชาชน ผมจำคำสุทินว่าไว้ประมาณนี้ โชคดีหรือโชคร้ายไม่ทราบที่ผมสอบติดแพทย์ แต่นั่นคงเปนเหตุผลที่สุทินเลือกเรียนนิติศาสตร์ที่รามคำแหง เมื่อติดแพทย์ สุทินยังสอนผมให้รับใช้ประชาชน ให้ดูแลคนยากจน ไม่่คนร่ำรวย ผมก้อจำคำสุทินและปฏิบัติมาจนถึงทุกวันนี้ ไม่รู้ผมคิดผิดหรือถูก ผมติดข้อคิดของสุทินไว้ในใจตลอดเวลา ผมทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัย เล่นดนตรีเพื่อชีวิต ออกค่ายอาสา ยามว่างถกเรื่องการเมืองกัน ในปีที่เราเข้ามหาวิทยาลัย เปนปีที่เริ่มมี นโยบาย 66/23 ทำให้มีคนป่ากลับสู่เมือง ที่เรียกว่า จากวนาสู่นาคร แต่้ราก้อยังถกการเมืองกันในกลุ่ม แต่เวลาที่ผ่านพ้นไป ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป อะไรก้อเปลี่ยนแปลง ผมไม่เจอสุทินเลยนับแต่ไปเรียนหนังสือ พยยามติดตามแต่ก้อไม่พบข่าว แต่เวลาคุยเรื่องการเมือง ในใจผมคิดถึงสุทิน เสมอ ผมได้ยินข่าว สุทิน เมื่อเริ่มมีข่าวว่า เขาร่วมในกลุ่มจัดตั้ง องค์กรพิทักษสยาม และมีข่าวเขาเปนแกนนำ ผมดีใจที่ได้ยินชื่อสุทินอีกครั้งหนึ่ง ที่ดีใจกว่านั้นคือ สุทินยังไม่ทิ้งวงการ เมื่องานเลี้ยงรุ่นประมาณเดือนพฤษภาคมปีนี้ ผมเจอสุทิน ตังจริงในงาน และนั่นเปนครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่ได้เจอสุทินตัวเปนๆ สุทินอ้วนขึ้น ดูภูมิฐาน พูดจาดี เหนเพื่อนดื่มกัน สุทินบอกว่า เขาเคยดื่มเหล้าหนัก แต่ขณะนี้เขาเลิกเด็ดขาด และตั้งใจศึกษาธรรมะ เขาเล่าว่า แต่งงาน มีลูกเล็กๆ 1 คน เขาจบปริญญาโท ทำงานเปนนักวิชาการอิสระ เกี่ยวกับองค์กรอะไรสักอย่างผมฟังไม่ถนัด ถามว่า ทำไมออกมาต่อต้านรัฐบาล เขาเล่าว่า สมัยหนึ่ง เขาเคยช่วยในโครงการบางเรื่องด้วยซ้ำ เพราะเหนว่า เปนผู้มีความตั้งใจดี แต่เมื่อผ่านไป เริ่มเหนว่า การณ์ไม่เปนดั่งที่คิดไว้ เขาจึงถอนตัว แต่เมื่อเห็นว่า ถ้าปล่อยไว้คงไม่ดีแน่ เขาจึงออกมาขับไล่ ผมรับฟัง ยังบอกว่า ทุกคนทำตามบทบาทของตนเองไป แต่ก้อบอกเพื่อนว่า เอาใจช่วยเพื่อนเสมอและตลอดเวลา เมื่อการต่อสู้รุนแรงขึ้น ผมติดตามข่าวสุทินตลอดเวลา ประกอบกับมีเพื่อนอย่าง เกาะ และคนอื่นๆที่เข้าร่วมกิจกรรมคอยส่งข่าวมา เมื่อเช้า ผมแปลกใจที่ สุทินโพสเฟสไว้ว่า เจอ เกาะกับนก ผมยังเขียน เม้น เพื่อนไปว่า เอาใจช่วย ตอน 11 โมง พอบ่ายเริ่มมีคนโพส คนโทมาถามว่า สุทิน ถูกยิงจิหรอ ผมใจไม่ดี ภาวนาว่าขอให้ไม่จิง ทั้งที่คิดในใจว่า คงจิง และแล้ว เพื่อนก้อจากเราไป ผมเปนพวกไม่อยากให้เกิดความรุนแรง ไม่ว่าจะมาจากฝ่ายใดก้อตาม แต่เหตุครั้งนี้อุกอาจนัก กลางวันท่ามกลางผู้คนรวมถึงตำรวจมากมาย มันไม่น่าเกิดขึ้นเลย ใบไม้หนึ่งที่ปลิดปลง คงไม่ร่วงหายเลยเปล่า การเสียสละตัวเองของใบไม้ เพื่อให้ต้นยังสงวนน้ำไว้ และให้กำเนิดใบใหม่ที่เข้มแข็งกว่า และเกิดดอกออกผลที่งดงามต่อไป สุทินต้องไม่ตายเปล่า อุดมการณ์ของเขาจะถูกสานต่อ เขาจะอยู่ในใจของผองชนตลอดกาล หลับให้สบายเถิดเพื่อน พิมพ์ต่อไปไม่ไหว น้ำตาไหล รักเพื่อเว้ย

ผู้ต้องสงสัยยิง"สุทิน"

จากภาพวีดีโอ น่าจะมีผู้ต้องสงสัยหลายคน ลองเทียบดูกับผลชันสูตร จากคุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ ดูนะครับ
แพทย์หญิงคุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ ได้แถลงผลการชันสูตรศพ นายสุทิน ธราทิน ผู้ประสานงาน กลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ ที่ถูกยิงเสียชีวิตจากเหตุปะทะที่วัดศรีเอี่ยม เขตบางนา เมื่อวันที่ 26 ม.ค. โดยระบุว่า

"กระสุนนัดแรกยิงเข้าที่รักแร้ด้านขวาทะลุอกด้านซ้าย นัดที่ 2 ยิงเข้าที่ลำคอด้านขวาทะลุศีรษะบนซ้าย ทั้ง 2 นัดเป็นการยิงจากล่างขึ้นบน กระสุนเข้าจากขวาไปซ้าย"

ด้าน นายทศพล แก้วทิมา คณะกรรมการกองทัพประชาชนและเครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทย(กคป.) ผู้อยู่ในเหตุการณ์กล่าวว่า

หลังจากปิดหน่วยเลือกตั้งได้สำเร็จ ได้เดินทางออกมาจนถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งก่อนหน้านั้นเล็กน้อยก็มีกลุ่มตรงข้ามซึ่งมีทั้งขับรถเก๋ง มอเตอร์ไซค์ รถแท็กซี่ รถกระบะ เข้ามาขนาบข้างต่อว่าด่าทอ จนถึงจุดเกิดเหตุที่มีพงหญ้า ฝ่ายตรงข้ามก็เริ่มระดมยิงมาที่รถแกนนำ

credit ข่าวจากโพสทูเดย์
http://bit.ly/1aWTmRz

credit คลิปจากคุณ Roy van / คุณ pinate / คุณธันย___


กกต.เตรียมเสนอเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นโมฆะ

Mon, 2014-01-27 16:52

"สมชัย" เผย กกต. เตรียมเสนอนายกฯ ให้เลือกตั้งล่วงหน้าโมฆะ เล็งออก พรฎ.จัดเลือกตั้งใหม่ 120-150 วัน พร้อมเดินหน้าปฏิรูป

27 ม.ค. 2557 เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ รายงานว่า นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวในรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ทางสปริงนิวส์ ถึงกรณีที่ศาลรธน. วินิจฉัยให้นายกรัฐมนตรี หรือกับ กกต. ถึงกรณีปัญหาการเลือกตั้ง ว่า คำวินิจฉัยของศาลรธน. ระบุว่าถ้าจะเลื่อนก็เลื่อนได้ แต่ให้ประธานกกต.และนายกฯ ไปคุยกัน ซึ่งเป็นคำวินิจฉัยข้อกฎหมายว่าสามารถทำได้ หรือกำหนดใหม่ได้ โดยเราสามารถทำอะไรบางอย่างบางส่วนให้ปัญหาคลี่คลายได้ 30-40 % ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย เพื่อทำให้การเลือกตั้งไม่ก่อปัญหาความไม่สงบในประเทศบานปลาย ไม่ใช่เลือกตั้งแล้วไม่รู้ว่าอีกกี่เดือนจึงเปิดสภาได้ และขณะนี้ก็ยังไม่สามารถขอคืนพื้นที่ได้

"ที่จะเสนอนายกฯวันพรุ่งนี้ ไม่ใช่เลื่อนเลือกตั้ง แต่ให้จัดการเลือกตั้งใหม่ ทุกอย่างเริ่มต้นใหม่ ผู้สมัครเลือกตั้งที่ถูกกระบวนการขัดขวางก็จะสามารถสมัครได้ รวมทั้่งการเลือกตั้งล่วงหน้าให้เป็นโมฆะ โดยออกเป็น พ.ร.ฎ. ทั้งนี้ขอให้การคิดตัดสินใจร่วมกันระหว่างกตต.และรัฐบาลยุติก่อน ส่วนเรื่องกฎหมายจะหาคนทำให้ครึ่งชั่วโมงเสร็จ ซึ่งมีทั้งนักรัฐศาสตร์และนักกฎหมายที่จะช่วยทำ โดยระยะเวลากำหนดการเลือกตั้งใหม่จะไม่ยาวเกินไป เพราะไม่อยากให้รัฐบาลรักษาการณ์อยู่ยาวเกินไป ซึ่งส่วนตัวผมเห็นว่าประมาณ 120-150 วัน โดยต้องมาคุยกันว่าจะมีการปฏิรูปเล็กๆ เกี่ยวกับการเลือกตั้งอย่างไร โดยกกต.มีประเด็นที่จะเสนอด้วย" นายสมชัย กล่าว
4

ความเห็นเสื้อแดงที่วัดศรีเอี่ยม เหตุการณ์ล้อมยิงรถ"สุทิน"





ความเห็นเสื้อแดงที่วัดศรีเอี่ยม เหตุการณ์ล้อมยิงรถ"สุทิน"

(คลิป)ยิงสุทินแกนนำกปท.ดับที่วัดศรีเอี่ยม - Protest leader shot to death in Th...





คลิปเหตุการณ์ ยิง"คุณสุทิน"

กปปส. มีมติ "ไม่เจรจา" กับ ศรส.

27/1/57 : 15.39 น. "สุเทพ" ขีดเส้น ให้เวลา "เฉลิม-สุรพงษ์" ยุบ ศรส. ถึงวันพรุ่งนี้ "หากยังไม่ดำเนินการ ผมจะนำมวลชนไปปิดศูนย์ ศรส.ด้วยตัวเอง" แถลง กปปส. มีมติ "ไม่เจรจา" กับ ศรส. ชี้ "ไม่จริงใจ" เชื่อจ้องสลายผู้ชุมนุม ระบุ ปิด กทม.เพื่อให้ขรก.หยุดงาน ไม่ให้รับใช้ระบอบทักษิณ เครดิต : @Chanida_Sr / @nongyangyang / @rungg_TRnews


“สุเทพ” เผย! ตร.ส่งข่าวสไนป์เปอร์จ้องเก็บ กปปส.

สุเทพ ไว้อาลัย สุทิน เหยื่อเหตุปะทะวัดศรีเอี่ยม พร้อมกันได้เผยว่าตำรวจดี ระบุ มีสไนป์เปอร์ 80 คน จ้องทำร้ายมวลชน กปปส.
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เเกนนำ กปปส.ได้ขึ้นเวทีที่เเยกปทุมวัน หลังร่วมพิธีไว้อาลัยให้นายสุทิน ธราทิน ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุปะทะกันที่วัดศรีเอี่ยม เขตบางนา อย่างไรแล้วนายสุเทพได้ใส่เสื้อเเขนยาวสีดำสลับขาวเเละมีเสื้อกั๊กสีดำลายธงชาติสวมอยู่ภายนอกอีก1ชั้น

ทั้งนี้นายสุเทพ ได้ระบุถึงเหตุการณ์ของนายสุทิน ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุปะทะกันที่วัดศรีเอี่ยม ซึ่งได้ระบุว่า

“เหตุการณ์วันนี้นอกจากนายสุทิน ธราทินที่เสียชีวิตโดยโดนยิงบนหลังคารถตอนปราศรัยเเบบกระชั้นชิด ยังมีคนบาดเจ็บอีก9คนด้วยการยิงเเละทุบตี ทั้งๆที่ไปมือเปล่าเพื่อเเสดงว่ามวลมหาประชาชนต้องการปฏิรูปประเทศ ไม่ต้องการเห็นกติกาเลือกตั้งเเบบเดิมเพื่อเป็นช่องทางให้ทรราชโกงเลือกตั้งกลับมามีอำนาจต่อ

พวกเราไปมือเปล่าเพื่อคัดค้านการเลือกตั้งเเละกำลังกลับ เเต่กลับโดนคนเสื้อเเดง-เสื้อธรรมดายิงเเละทำร้าย เหตุเกิดบ่ายโมงเศษเเต่ตำรวจจับใครไม่ได้เลย กปปส.ต้องดูเเลครอบครัวเเละรับผิดชอบบุตรสาวนายสุทินด้วย เสื้อไหมพรมตัวนี้นักข่าวคนหนึ่งถักให้ ตนใส่วันนี้วันเดียวเเละขอเปิดประมูลเสื้อตัวนี้เยียวยาผู้เสียชีวิตเเละบาดเจ็บต่อไป”

นอกจากนี้ยังสงสัยว่ามือปืนที่ยิงนั้น ตำรวจเลี้ยงไว้ใช้งานในครั้งนี้หรือไม่ หรือเป็นหน่วยรบพิเศษจากประเทศเพื่อนบ้านตามที่มีข่าว เหตุเพราะตนสงสัยในเรื่องเหล่านี้ หากเป็นเเบบนี้จริงก็เเสดงว่าน.ส. ยิ่งลักษณ์ โหดเหี้ยมเเละยอมให้ต่างชาติล่วงล้ำอธิปไตยไทย
อย่างไรแล้วตำรวจดีๆ ก็มีการส่งข่าวให้ตนทราบตลอดว่ามีมือปืนที่ใช้ปืนยาว คือสไนเปอร์ 80 คนรับมอบหมายอยู่บนตึกสูงจ้องทำร้ายประชาชนเเละเเกนนำเมื่อมีโอกาส ตนไม่ไว้วางใจเเละเชื่อมั่นตำรวจต่อไป เพราะไม่แน่ใจว่าจากตรวจหลักฐานแล้วจะสามารถจับคนร้ายได้

พร้อมกันนี้ได้ยืนยันว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่ใช่การกระทำของประชาชนที่ต้องการใช้สิทธิเลือกตั้งพกปืนมาจากบ้าน โดยเเสดงการคัดค้านด้วยการสังหารพวกเราเเบบนี้


วีรพงษ์ รามางกูร:อวสานพรรคประชาธิปัตย์

โดย วีรพงษ์ รามางกูร

27 ม.ค. 2557 เวลา 15:39:34 น.
คอลัมน์ คนเดินตรอก

อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย เคยประกาศว่า "ผมเชื่อในระบอบรัฐสภา" ก็เลยเชื่อว่า พรรคประชาธิปัตย์จะเป็นพรรคที่เชื่อมั่น เคารพ และศรัทธาในประชาธิปไตย และเป็นสถาบันการเมืองที่จะพาประเทศชาติสู่ความเป็นชาติผู้นำประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ชาติเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเป็นระบบการเมืองพรรคใหญ่2 พรรค เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกาและอังกฤษเคยฝันหวานว่า เราจะมีพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคอนุรักษนิยม ตัวแทนของคนชั้นกลางและคนชั้นสูง ขณะเดียวกันก็มีพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่เป็นตัวแทนของฝ่ายก้าวหน้า และจะเป็นตัวแทนของคนชั้นกลางระดับล่างและคนในระดับรากหญ้าที่ต่างช่วยกันนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ประเทศชาติทั้ง 2 พรรคจะต่อสู้ แข่งขันกัน ในกรอบของประชาธิปไตย ในสนามเลือกตั้ง ผลัดกันแพ้เป็นฝ่ายค้าน ผลัดกันชนะเป็นรัฐบาล ตามแต่กระแสโลกาภิวัตน์ของสังคมโลก

การเป็นพรรคอนุรักษนิยมไม่ได้เสียหายอะไร เพราะคนจำนวนมากที่เป็นคนชั้นกลางในเมืองทุกแห่งในโลกก็มีความเป็นอนุรักษนิยมเป็นจำนวนมาก ไม่แต่คนในเมือง คนต่างจังหวัดก็มีจำนวนไม่น้อยไปกว่าพวกหัวก้าวหน้าที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง แต่จิตวิญญาณของนักการเมืองทั้ง 2 ฝ่ายต้องเป็นประชาธิปไตยเท่านั้น แต่บัดนี้ พรรคประชาธิปัตย์ได้ล้มเลิกความคิด วิสัยทัศน์ ทัศนคติ วาทกรรม และการกระทำ กลายเป็นพรรคที่สนับสนุนทหาร สนับสนุนรัฐบาลที่ไม่เป็นประชาธิปไตยและต่อต้านประชาธิปไตยไปเสียหมด

เริ่มจากเป็นพรรคนำ พรรคแรกของการเป็นพรรคภูมิภาคหรือพรรคภูมิภาคนิยม หาเสียงในภาคใต้โจมตีคู่ต่อสู้ โดยการปลุกเร้าภูมิภาคนิยม ดูถูกดูหมิ่นคู่แข่งทางภาคอีสานและเหนือว่าเป็น "ลาว" ดูถูกหัวหน้าพรรคชาติไทยว่าเป็นจีนเกิดในเมืองจีน ดูถูกว่าหัวหน้าพรรคความหวังใหม่เป็น "ลาว" ใช้การดูหมิ่น "เชื้อชาติ" เป็นยุทธวิธีในการหาเสียง

เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ทำสำเร็จเป็นพรรคของคนภาคใต้ พรรคเพื่อไทยก็ทำตามและทำได้สำเร็จเป็นพรรคภาคอีสานและภาคเหนือ พรรคชาติไทยเป็นพรรคภาคกลาง ซึ่งเป็นอันตรายต่อความเป็น
อันหนึ่งอันเดียวกันของประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง

ความที่พรรคประชาธิปัตย์แพ้การเลือกตั้งมาโดยตลอด 30 ปี และแพ้หนักมากในยุคนายอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรค ทั้งที่มีกองทัพและอำนาจเก่ารวมทั้งสื่อมวลชนหลักในกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ เป็นตัวช่วยอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน แต่พรรคประชาธิปัตย์ก็ยังเอาชนะในการเลือกตั้งไม่ได้สักที เพราะความเป็นอนุรักษนิยมของกลุ่มผู้นำพรรคที่ล้าสมัย ไม่เคยมีประสบการณ์ในการทำงานจริงมาก่อนประชาธิปัตย์จึงกลัวการเลือกตั้ง

การเป็นพรรคการเมืองที่กลัวการเลือกตั้งจึงเป็นสิ่งที่ฝรั่งเขาเรียกว่าเป็น Paradoxy เมื่อกลัวการเลือกตั้งก็ตั้งป้อมหาเรื่องติเตียนประณามการเลือกตั้ง เห็นการเลือกตั้งเป็นศัตรูของพรรค

พฤติกรรมของพรรคประชาธิปัตย์จึงเป็นพฤติกรรมที่พยายามหลีกเลี่ยงการเลือกตั้งอย่างที่สุด เมื่อต่อต้านหลีกเลี่ยงประณามการเลือกตั้ง ตนก็ไม่มีทางเลือก ต้องทำตัวไปสู่การเป็นผู้สนับสนุนระบอบการปกครองที่ใช้การแต่งตั้ง หรือไม่ก็ใช้วิธีสรรหา ซึ่งเป็นลูกเล่นอย่างหนึ่งของระบบที่ไม่เป็นประชาธิปไตย หันไปสู่การสนับสนุนทหาร พูดจาสนับสนุนองค์กรอิสระที่ใคร ๆ ก็รู้กันทั่วว่า องค์กรอิสระเหล่านี้มีที่มาจากการรัฐประหารของทหาร หรือกระแสกลุ่มอำนาจเดิมซึ่งไม่ต้องการประชาธิปไตยแทนที่จะปฏิรูปตัวเองที่เป็นพรรคอนุรักษนิยม แต่ขณะเดียวกันก็ก้าวหน้าได้ ด้วยการตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของประชาคมโลก ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของคนในต่างจังหวัด เลิกใช้วาทกรรมบิดเบือน กล่าวเท็จในเรื่องข้อกฎหมายและหลักการรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีตัวอย่างให้ยกมาเทียบเคียงได้มากมาย หากต้องการ

ทำไปทำมา "ศัตรูของพรรคประชาธิปัตย์ก็คือประชาธิปไตย" นั่นเอง หนังสือพิมพ์ Washington Post ของอเมริกาพาดหัวตัวใหญ่ว่า "The Enemy of the Democrat party of Thailand is Democracy" ซึ่งเป็นความจริง แม้ว่าแฟนคลับของประชาธิปัตย์อย่างหนังสือพิมพ์กลุ่มเดอะเนชั่นจะออกมาแก้ตัวให้ก็ตาม

การที่พรรคประชาธิปัตย์จัดชุมนุมใหญ่ต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอยโดยวิธีฉ้อฉลของพรรคเพื่อไทย ใคร ๆ ก็เห็นด้วยจนรัฐบาลต้องถอย แต่กลับฉกฉวยโอกาสชุมนุมขับไล่รัฐบาลต่อ โดยอ้างประชาชนจำนวนมากในกรุงเทพฯว่าเป็น "มวลมหาประชาชน" ขับไล่รัฐบาลโดยอ้างว่าเป็นการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ ซึ่งไม่จริง ผู้ชุมนุมบุกเข้ายึดสถานที่ราชการ ขโมยสิ่งของของราชการ บังคับขู่เข็ญไม่ให้ข้าราชการทำงาน ตัดน้ำตัดไฟสถานที่ทำการ ข่มขู่ คุกคาม ละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น เสนอตั้งองค์กรทางการเมืองที่ไม่อยู่ในกรอบของกฎหมายและกรอบของประชาธิปไตย สร้างสถานการณ์รุนแรง ยั่วยุให้มีความรุนแรงเพื่อกรุยทางให้ทหารทำการปฏิวัติรัฐประหาร

การดำเนินการชุมนุมครั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีทางหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบได้เลย เพราะดำเนินการโดยแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะเป็นสุเทพ ชวน อภิสิทธิ์ ชินวร ถาวร และผู้นำพรรคคนอื่นที่ยึด "ข้างถนน" เป็นเวทีอภิปราย โจมตีด้วยคำหยาบคายกักขฬะ ใช้วาทกรรมที่โกหกมดเท็จซ้ำ ๆ ซาก ๆปั้นน้ำเป็นตัวครั้งแล้วครั้งเล่าโดยมิได้เกรงใจสมาชิกประชาธิปัตย์ที่เขาเป็น "ผู้ดี" มีจิตใจเป็นธรรมและเป็นนักประชาธิปไตยแม้แต่น้อย

การที่ผู้นำพรรคประชาธิปัตย์เกรงกลัวการ "เลือกตั้ง" และยอมรับว่า "ศัตรูของพรรคประชาธิปัตย์คือประชาธิปไตย" อย่างที่หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์พาดหัวข่าว ประชาธิปัตย์ไม่อาจแก้ตัวได้เลย

พฤติกรรมที่แสดงว่ากลัวการเลือกตั้งซ้ำ ๆ ซาก ๆ ก็คือการประกาศ "คว่ำบาตร" การเลือกตั้งปฏิรูปอย่างไร ถ้าประชาชนเขาไม่เลือก ประชาธิปัตย์ก็แพ้อยู่ดี ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ผู้จัดการเลือกตั้ง หรือ
กฎหมายเลือกตั้ง

ปัญหาอยู่ที่คนส่วนใหญ่ของประเทศเขาไม่เลือกมากกว่า จะให้แก้กฎหมายเลือกตั้งอย่างไรก็ยังแพ้ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ยังถูกเกาะกุมโดยกลุ่มผู้นำเก่าที่ล้าสมัย ยังคิดแบบเดิม ๆ ยังใช้วิธีเดิม ๆ ในการแข่งขัน ที่สำคัญ เมื่อครั้งเป็นรัฐบาลโดยการช่วยเหลือของกองทัพ ก็พิสูจน์ได้แล้วว่าทำงานไม่เป็น คิดไม่เป็น เป็นแค่ทำความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างต่างประเทศ ทั้งกับเพื่อนบ้านและประเทศอื่น ๆ ภาพพจน์ของประเทศเสียหายเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ

พรรคการเมืองนั้นต้องเอาดีในกรอบของระบอบประชาธิปไตย เงื่อนไขสำคัญของระบอบประชาธิปไตยก็คือการเลือกตั้ง การมีการเลือกตั้งอาจจะไม่เป็นประชาธิปไตย แต่การไม่มีการเลือกตั้งนั้นไม่เป็นประชาธิปไตย เป็นของแท้ถ้าประชาธิปัตย์เห็นการเลือกตั้งเป็นศัตรูและพยายามต่อสู้ขัดขวางไม่ให้มีการเลือกตั้ง โดยการออกตัวไปเป็น "เครื่องมือรับใช้สนับสนุนฝ่ายที่ไม่เป็นประชาธิปไตย"

แต่มีอำนาจแฝง เช่น กองทัพ องค์กรอิสระ รวมทั้งการได้ขายจิตวิญญาณประชาธิปไตย เพื่อแลกกับการได้เป็นนายกรัฐมนตรีในระยะเวลาสั้น ๆ ที่ไม่สง่างาม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้ทำลายพรรคประชาธิปัตย์ไปแล้วในระยะยาว

การ "คว่ำบาตร" การเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ เป็นการบังคับตัวเองให้ต่อต้านการเลือกตั้ง ซึ่งถูกประณามไปทั่วโลก จะมีชมเชยบ้างก็สื่อมวลชนที่ล้าหลังภายในประเทศการที่พรรคคว่ำบาตร ทำให้ผู้นำพรรคก็ดี สมาชิกที่ภักดีต่อพรรคก็ดี ถูก "บังคับ" ให้ทำตัวเป็นนักต่อต้านประชาธิปไตยไปโดยปริยาย ดังจะเห็นได้จากวาทกรรมต่อต้านการเลือกตั้ง ต่อต้านประชาธิปไตยไปโดยปริยาย วาทกรรมดังกล่าวอย่างไรเสียก็ต้องเป็นวาทกรรมที่เป็นเท็จทั้งในด้านหลักวิชาและข้อเท็จจริง ที่สำคัญก็คือบังคับตัวเองให้ขัดขวางต่อต้านองค์กรที่จัดเลือกตั้งคือ กกต.และกลุ่มชุมนุมต่าง ๆ ให้ต่อต้านขัดขวางการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นการต่อต้านประชาธิปไตยโดยตรง แม้จะพยายามหาเหตุผลมาบิดเบือน อย่างไรก็ตามถ้า กกต.เกิดถูกบังคับ จะโดยกฎหมาย หรือความกดดันจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่อย่างหนักจนต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ได้ ก็จะไม่มีประชาธิปัตย์อยู่ในสภา จะมีพรรคอื่นมาทำหน้าที่ฝ่ายค้านแทน และถ้าฝ่ายค้านนั้นมีวิสัยทัศน์ มีทัศนคติ มีวาทกรรมที่อยู่ในกรอบของกฎหมาย อยู่ในกรอบของประชาธิปไตย เลือกตั้งคราวต่อไป อย่างน้อยคนกรุงเทพฯอาจจะไม่เลือกพรรคประชาธิปัตย์อีกเลยก็ได้ ถึงเมื่อนั้นประชาธิปัตย์อาจจะกลายเป็นพรรคต่ำสิบไปก็ได้

ถ้ายังยืนกรานไม่เปลี่ยนตัวผู้นำในพรรคที่เกาะกุมอำนาจในพรรคมากว่า 40 ปี ยังมีความคิดเดิม ๆ ทำงานไม่เป็นเหมือนเดิมคิดอะไรไม่เป็นเหมือนเดิม เอาแต่คิดว่าจะพูดจาถากถางเหน็บแนมปั้นน้ำเป็นตัวทำลายผู้อื่นเพื่อให้ถูกใจแฟนคลับ ซึ่งแก่ตัวอายุมากขึ้นทุกวัน ก็เชื่อได้ว่าเลือกตั้งอีกไม่กี่ครั้ง นอกจากจะไม่ได้เป็นรัฐบาลแล้วผู้นำฝ่ายค้านก็อาจจะไม่ได้เป็นถ้ายังเป็นพรรคที่เชื่อในตัวบุคคล หรือลัทธิบุคลาธิษฐานอยู่ ไม่ได้เชื่อในระบบ เหมือน ๆ กับพรรคเพื่อไทย ซึ่งสังคมไทยในขณะนี้ก็ยังเป็นอย่างนี้อยู่ แต่ในอนาคตข้างหน้า สังคมไทยน่าจะกำลังเปลี่ยนไป อีกไม่นานความเชื่อในลัทธิบุคลาธิษฐานจะคลายความสำคัญลงไปเรื่อย ๆ เพราะบุคคลไม่อาจดำรงคงอยู่ตลอดกาล และเมื่อถึงจุดนั้น การชูบุคคลเพื่อประโยชน์ในการหาเสียงเลือกตั้ง ก็น่าจะลดความสำคัญลง พรรคการเมืองทั้ง 2 ขั้ว ควรจะคิดถึงเรื่องนี้ไว้เสียแต่เนิ่น ๆ

การใช้กลเม็ดในการหาเสียงหรือดำเนินการทางการเมืองด้วยการไม่ลงแข่งขันเลือกตั้ง เป็นยุทธวิธีนอกกรอบประชาธิปไตย นอกระบบพรรคการเมือง เท่ากับเป็นการต่อต้านพลวัตทางการเมือง

เพราะการเลือกตั้งเป็นบทเรียนและประสบการณ์ของพรรคการเมือง เป็นวิธีการรับ "ความรู้สึก" ของประชาชนฐานเสียงของตัวเองอย่างแท้จริงว่าเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

แล้วอนาคตของพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นอย่างไร