PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2559

กานดา นาคน้อย: เศรษฐศาสตร์สามัญสำนึก 55 ปีทุนกองทัพไทย (ตอนที่ 1)

กานดา นาคน้อย: เศรษฐศาสตร์สามัญสำนึก 55 ปีทุนกองทัพไทย (ตอนที่ 1)

ก่อนรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 สื่อมวลชนบางสังกัดและนักวิชาการบางกลุ่มร่วมกันสร้างวาทกรรม “ทุนสามานย์” เพื่อโจมตีกลุ่มทุนในธุรกิจโทรคมนาคมของอดีตนายกทักษิณฯ ว่าเป็นกลุ่มทุนผูกขาดที่ชั่วช้าสามานย์ราวปิศาจ วาทกรรมนี้ พยายามสร้างความชอบธรรมให้รัฐประหาร ทั้งๆที่จริงแล้วกองทัพไทยคือกลุ่มทุนที่ผูกขาดหลายกิจการมา 55 ปี ถ้าเรานิยาม “ทุนสามานย์” ว่าเป็นทุนผูกขาดก็แปลว่ากองทัพไทยเป็นทุนสามานย์มานานกว่าครึ่งศตวรรษ ดังนั้นถ้าเปรียบทุนสามานย์ว่าเป็นปิศาจ ก็แปลว่าสื่อมวลชนและนักวิชาการที่สนับสนุนรัฐประหารชื่นชอบปิศาจหน้าเก่าที่สิงประเทศมา 55 ปีมากกว่าปิศาจหน้าใหม่ที่สิงประเทศมาไม่ถึง 6 ปี
ทุนกองทัพไทยคือเอกลักษณ์ของทุนนิยมแบบไทยๆ
กองทัพบกภายใต้การนาของจอมพลสฤษดิ์ในตาแหน่งผู้บัญชาการทหารบกเริ่มประกอบธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับการป้องกันประเทศตั้งแต่ปีพศ. 2500 กล่าวคือ ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจถ่ายทอดรายการทางโทรทัศน์ ธุรกิจกระจายเสียงทางวิทยุ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจการพนัน ส่วนกองทัพอากาศเริ่มธุรกิจการบินพาณิชย์ระหว่างประเทศตั้งแต่ปีพศ. 2502
การขยายกิจการของกองทัพเข้าสู่ธุรกิจเหล่านี้ทำให้เกิดการสะสมทุน (Capital accumulation) ภายในกองทัพมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้ ตั้งแต่ปีพศ. 2500 กองทัพมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจเหมือนกลุ่มทุนอื่นๆในไทย ทำให้การป้องกันประเทศกลายเป็นกิจกรรมรองของกองทัพ กิจกรรมหลักของกองทัพคือการทำธุรกิจและทารัฐประหารเพื่อผลประโยชน์จากธุรกิจ ความเป็นกลุ่มทุนของกองทัพไทยคือปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ทำให้ไทยมีรัฐประหารบ่อยจนติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก และทำให้ศักยภาพของอุตสาหกรรมอาวุธไทยต่ำมาก ไทยไม่มีวันกลายเป็นทุนนิยมสากลตราบใดที่ธุรกิจของกองทัพไม่โดนแปรรูปให้เป็นเอกชน การแปรรูปธุรกิจของกองทัพสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจมากกว่าการแปรรูปรัฐวิสาหกิจด้วยซ้ำ
กองทัพสหรัฐฯไม่ใช่ต้นแบบโมเดลของทุนกองทัพไทย
แม้ว่ากองทัพไทยได้รับความช่วยเหลือทางการทหารจากกองทัพสหรัฐฯตั้งแต่สงครามเกาหลีในปี 2493 กองทัพสหรัฐฯไม่ใช่ต้นแบบความเป็นกลุ่มทุนเพราะกองทัพสหรัฐฯไม่ใช่กลุ่มทุน กองทัพสหรัฐฯเกี่ยวข้องกับธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆผ่านสัมปทานและการจัดซื้อเหมือนกองทัพในประเทศทุนนิยมสากลอื่นๆเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมอาวุธ โทรคมนาคม หรือขนส่ง กองทัพในประเทศทุนนิยมสากลไม่ถือหุ้นธนาคารและไม่บริหารธนาคาร ไม่ถือหุ้นและไม่บริหารสถานีวิทยุและสถานีโทรทัศน์ ไม่บริหารสายการบินพาณิชย์หรือสนามบินพาณิชย์ ไม่บริหารบ่อนพนัน และไม่บริหารอสังหาริมทรัพย์ในเชิงพาณิชย์
แม้ว่าค่ายทหารในสหรัฐฯบางแห่งมีบริการสันทนาการและสนามกอล์ฟ บริการสันทนาการในค่ายทหารสหรัฐฯ มีลักษณะเดียวกับบริการสันทนาการในป่าสงวนแห่งชาติ คือมีที่ดินให้ตั้งแคมป์กลางแจ้งพร้อมบริการห้องน้ำสาธารณะ หรือบริการบ้านพักเคบินที่เรียบง่าย ค่ายทหารสหรัฐฯไม่มีบริการบ้านพักตากอากาศที่สะดวกสบายพร้อมห้องจัดเลี้ยงเหมือนโรงแรม นอกจากนี้ สหรัฐฯมีสนามกอล์ฟสาธารณะมากมาย มหาวิทยาลัยทั้งรัฐบาลและเอกชนที่สหรัฐฯจำนวนมากมีสนามกอล์ฟสาธารณะเช่นเดียวกัน ผู้เสียภาษีที่ไม่อยากจ่ายค่าใช้สนามกอล์ฟเอกชนที่ราคาแพงก็ใช้สนามกอล์ฟสาธารณะที่ราคาถูกกว่าได้ แต่ผู้เสียภาษีในไทยมีทางเลือกแค่สนามกอล์ฟเอกชนที่ราคาแพงและสนามกอล์ฟในค่ายทหารเท่านั้น
ดิฉันไม่มีเจตนาสนับสนุนให้ไทยหันมาสร้างสนามกอล์ฟสาธารณะมากมายแบบสหรัฐฯ เพราะสหรัฐฯมีพื้นที่ใหญ่กว่าไทยถึง 20 เท่า ประเด็นคือการแสวงหากำไรจากทรัพยากรที่ดิน กล่าวคือ กองทัพไทยแสวงหากำไรจากที่ดินมากกว่ากองทัพในประเทศทุนนิยมสากล ถ้าจะปฎิรูปกองทัพไทยให้หมดสภาพความเป็นกลุ่มทุนแบบกองทัพในประเทศทุนนิยมสากล ก็ต้องออกกฎหมายกำหนดให้กองทัพโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินบางส่วนคืนให้กรมที่ดินหรือกรมป่าไม้ รวมทั้งโอนกรรมสิทธิ๋ให้สนามกอล์ฟและสนามกีฬาทหารกลายเป็นสนามสาธารณะ
ธนาคารทหารไทยคือฐานเงินทุนของทุนกองทัพไทย
ธนาคารทหารไทยเริ่มดำเนินกิจการในปี 2500 แต่จดทะเบียนเป็นธนาคารในปี 2499 ซึ่งเป็นปีเดียวกันที่นักธุรกิจอเมริกันร่วมกันก่อตั้งหอการค้าอเมริกันในไทยเพื่อสนับสนุนให้บรรษัทข้ามชาติอเมริกันเข้ามาลงทุนในไทย ด้วยการผลักดันของจอมพลสฤษดิ์ในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกธนาคารทหารไทยขอใบอนุญาตประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์จากแบงค์ชาติและกระทรวงการคลังด้วยเหตุผลว่ากองทัพต้องการมีธนาคารเพือทำธุรกรรมต่างๆของกองทัพรวมทั้งการชำระเงินในการซื้อขายอาวุธ
ไม่มีเหตุผลทางเศรษฐศาสตร์ใดๆ สามารถสร้างความชอบธรรมให้แก่การก่อตั้งธนาคารทหาร กองทัพในประเทศทุนนิยมสากลรวมทั้งสหรัฐฯ ไม่ถือหุ้นธนาคาร ไม่บริหารธนาคาร และใช้บริการธนาคารพาณิชย์ในการทำธุรกรรมรวมทั้งการซื้อขายอาวุธ สถาบันการเงินสำหรับทหารในประเทศทุนนิยมสากลจำกัดอยู่ในรูปแบบสหกรณ์ออมทรัพย์เหมือนสถาบันการเงินของผู้เสียภาษีในวิชาชีพอื่นๆ แม้แต่องค์การระหว่างประเทศที่ผลักดันระบบทุนนิยมอย่างธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศก็จำกัดสถาบันการเงินเพื่อพนักงานให้อยู่ในรูปแบบสหกรณ์ออมทรัพย์
สหกรณ์ออมทรัพย์ต่างจากธนาคารพาณิชย์อย่างไร? สหกรณ์ออมทรัพย์ระดมทุนด้วยเงินฝากจากสมาชิก(หรือผู้ถือหุ้น)และให้สินเชื่อบุคคลแก่ สมาชิก ส่วนธนาคารพาณิชย์ระดมทุนด้วยเงินฝากจากใครก็ได้เพื่อปล่อยสินเชื่อทั้งสินเชื่อบุคคลและสินเชื่อธุรกิจ ความแตกต่างอีกด้านที่สำคัญคือขนาด ธนาคารพาณิชย์เปิดสาขาได้ทั่วประเทศ แต่สหกรณ์ออมทรัพย์ผูกติดกับองค์กรวิชาชีพในระดับท้องถิ่นจึงเปิดสาขาทั่วประเทศไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ความสามารถในการระดมทุนของธนาคารพาณิชย์สูงกว่าสหกรณ์ออมทรัพย์มาก การก่อตั้งธนาคารทหารไทยเป็นการสร้างฐานเงินทุนให้แก่กองทัพและธุรกิจส่วนตัวของทหาร
รัฐประหารและการผูกขาดธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในไทย
ธนาคารทหารไทยเริ่มดำเนินกิจการในปีที่จอมพลสฤษดิ์ทำรัฐประหารล้มรัฐบาลจอมพลป.พิบูลสงคราม ปีถัดไปจอมพลสฤษดิ์ทำรัฐประหารอีกครั้งและกลายเป็นนายกรัฐมนตรี รัฐบาลสฤษดิ์ได้ออกพรบ.การธนาคารพาณิชย์พ.ศ. 2505 เพื่อให้รัฐบาลมีอำนาจไม่ให้ใบอนุญาตประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์ในอนาคต ทำให้ธุรกิจธนาคารพาณิชย์โดนผูกขาดโดยกองทัพและครอบครัวไม่กี่ครอบครัว พรบ.ดังกล่าวเพิ่งได้รับการยกเลิกเมื่อปีพศ. 2551 นี้เอง [1] แม้พรบ.การธนาคารพาณิชย์พ.ศ. 2505 โดนยกเลิกแล้ว จานวนธนาคารพาณิชย์ไทยไม่เคยมากกว่า 20 ตัวเลขนี้ต่ำกว่าในต่างประเทศมาก
ยกตัวอย่างสหรัฐฯและญี่ปุ่น ประชากรสหรัฐฯคิดเป็น 5 เท่าของประชากรไทย แต่จำนวนธนาคารพาณิชย์ในสหรัฐฯมากกว่า 6,000 [2] คือมากกว่า 300 เท่าของไทย ในบางทศวรรษจำนวนธนาคารพาณิชย์ในสหรัฐฯมากกว่า 10,000 ด้วยซ้า ต่อให้หักลบความแตกต่างของขนาดพื้นที่สหรัฐฯซึ่งมีพื้นที่ 20 ของไทย จำนวนธนาคารพาณิชย์ในสหรัฐฯก็ยังมากกว่าไทยถึง 280 เท่า ในกรณีญี่ปุ่น ประชากรญี่ปุ่นคิดเป็น 2 เท่าของประชากรไทย แต่จานวนธนาคารพาณิชย์ญี่ปุ่นมากกว่า 120 [3] คือมากกว่า 6 เท่าของไทย นอกจากนี้พื้นที่ประเทศญี่ปุ่นก็เล็กกว่าไทยด้วย ที่สาคัญ ทั้งญี่ปุ่นและสหรัฐฯมีธนาคารพาณิชย์ท้องถิ่นที่แข่งขันกับธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่มีสาขาทั่วประเทศ
การแปรรูปธนาคารทหารไทยหลังวิกฤตการเงินพศ. 2540
ปัจจุบันกองทัพลดสัดส่วนการถือหุ้นธนาคารทหารไทยเหลือเพียง 2.15% [4] แต่ก็ยังนับว่าเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 6 การลดสัดส่วนถือหุ้นของกองทัพไม่ได้เกิดความตั้งใจของกองทัพ กองทัพไม่เคยต้องการเลิกเป็นเจ้าของหรือเลิกบริหารธนาคารทหารไทย [5]
สัดส่วนการถือหุ้นทีลดลงมาเป็นผลลัพธ์จากปัญหาหนี้เสียของธนาคารทหารไทย กระทรวงการคลังกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เพราะการอัดฉีดเงินเพื่ออุ้มธนาคารทหารไทยหลังวิกฤตการเงินพศ. 2540 นอกจากนี้ธนาคารทหารไทยจำเป็นต้องเพิ่มทุนด้วยการขายหุ้นให้นักลงทุนต่างชาติ ธนาคารทหารไทยได้เปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษจาก Thai Military Bank เป็น TMB Bank เพื่อประชาสัมพันธ์ต่อนักลงทุนต่างชาติว่าไม่ใช่ “ธนาคารของทหาร” แต่ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดก็ยังไม่ใช่เอกชนอยู่ดี ดังนั้นการแปรรูปธนาคารทหารไทยยังไม่แล้วเสร็จตราบใดที่กระทรวงการคลังยังไม่สามารถขายหุ้นให้เอกชน ที่สำคัญ ตราบใดที่ไม่มีกฎหมายห้ามกองทัพถือหุ้นธนาคารพาณิชย์และบังคับให้กองทัพขายหุ้นธนาคารทหารไทยให้เอกชนให้หมด กองทัพไทยก็จะคงสภาพความเป็นกลุ่มทุนและการป้องกันประเทศก็จะไม่มีวันเป็นกิจกรรมหลักของกองทัพไทย
ธุรกิจอื่นๆของกองทัพไทย
นอกจากธุรกิจธนาคารพาณิชย์ จอมพลสฤษดิ์ได้วางรากฐานการสะสมทุนของกองทัพไว้หลายกิจการ อาทิ สถานีวิทยุและโทรทัศน์กองทัพบก ที่ดินสาธารณะถูกโอนกรรมสิทธิจากกรมป่าไม้ให้กลายเป็นกรรมสิทธิ์ของกองทัพบกในยุครัฐบาลสฤษดิ์ เช่น ที่ดินริมทะเลกว่าพันไร่ในอ.สวนสน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กองทัพพัฒนาที่ดินบางส่วนให้เป็นสนามกอล์ฟและสนามกีฬากองทัพบก สนามกีฬากองทัพบกในบางจังหวัดได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการบ่อนพนันแข่งม้า ส่วนกองทัพอากาศก็ดำเนินธุรกิจการบินพาณิชย์ระหว่างประเทศตั้งแต่ยุครัฐบาลสฤษดิ์ กล่าวได้ว่าจอมพลสฤษดิ์คือ “บิดาของทุนกองทัพไทย”
ในตอนต่อไปดิฉันจะเขียนถึงธุรกิจเหล่านี้และบทบาทของ “บุตรหลานของทุนกองทัพไทย” ที่รับมรดกมาจากจอมพลสฤษดิ์

หมายเหตุ
  1. พรบ.ธุรกิจสถาบันการเงิน : http://www.bot.or.th/Thai/LawsAndRegulations/Pages/Law_3.aspx
  2. จำนวนธนาคารพาณิชย์ในสหรัฐฯ : http://research.stlouisfed.org/fred2/series/USNUM
  3. สมาชิกสมาคมธนาคารญี่ปุ่น: http://www.zenginkyo.or.jp/en/outline/list_of_members/
  4. โครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ธนาคารทหารไทย จากัด (มหาชน) : http://www.tmbbank.com/ir/share-info/major-shareholders.php
  5. "ทำไม! กองทัพในแบงก์ทหารไทยไม่มีวันแยกจากไปเด็ดขาด" นิตยสารผู้จัดการ (กรกฎาคม 2535) : http://www.gotomanager.com/news/printnews.aspx?id=6700

กานดา นาคน้อย: เศรษฐศาสตร์สามัญสำนึก 55 ปีทุนกองทัพไทย (ตอนที่ 2)


กานดา นาคน้อย: เศรษฐศาสตร์สามัญสำนึก 55 ปีทุนกองทัพไทย (ตอนที่ 2)

ในบทความตอนที่แล้วดิฉันอธิบายความเป็นกลุ่มทุนของกองทัพไทยซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของทุนนิยมแบบไทยๆ บทบาทของธนาคารทหารไทยในฐานะธุรกิจที่สำคัญที่สุดของกองทัพ และการผูกขาดธุรกิจธนาคารพาณิชย์โดยกองทัพและครอบครัวไม่กี่ครอบครัว ในตอนนี้ดิฉันขอเขียนถึงธุรกิจของกองทัพที่สำคัญรองลงมา กล่าวคือ ธุรกิจฟรีทีวีและธุรกิจวิทยุกระจายเสียง
ใครใหญ่กว่ากัน: ไอทีวี vs. ททบ.5 + ช่อง7สี + ทีวีพูล?
ก่อนรัฐประหารปี 2549 สื่อมวลชนและนักวิชาการบางกลุ่มนำเสนอว่าอดีตนายกฯทักษิณมีพฤติกรรม“เผด็จการ”โดยแทรกแซงการทำงานของสื่อมวลชนโดยเฉพาะไอทีวีหลังจากที่ชินคอร์ปเข้าไปถือหุ้นไอทีวี วาทกรรมดังกล่าวพยายามสร้างความชอบธรรมให้รัฐประหารและการยกเลิกสัมปทานไอทีวี ทั้งๆที่จริงแล้วกองทัพบกเป็นเจ้าของฟรีทีวี 2 ช่องมา 55 ปีและแทรกแซงฟรีทีวีทุกช่องด้วยโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจหรือทีวีพูล ถ้าเรานิยามว่า“เผด็จการ”คือผู้นำทางการเมืองที่ถือหุ้นฟรีทีวีและแทรกแซงฟรีทีวี กองทัพบกก็เป็น“เผด็จการ”มา 55 ปี ดังนั้นถ้าเปรียบเผด็จการว่าเป็นปิศาจ ก็แปลว่าสื่อมวลชนและนักวิชาการที่สนับสนุนรัฐประหารชื่นชอบปิศาจหน้าเก่าที่สิงทีวีมา 55 ปีมากกว่าปิศาจหน้าใหม่ที่สิงทีวีมา 7 ปี
ฟรีทีวีคือธุรกิจสำคัญของกองทัพบก
ในปีพศ.2500 ธนาคารทหารไทยเริ่มเปิดทำการด้วยการผลักดันของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในปีเดียวกันกองทัพบกก่อตั้งสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก(ททบ.)เพื่อทำธุรกิจฟรีทีวีซึ่งมีรายได้จากการให้เช่าเวลาแก่ผู้ผลิตรายการและผู้โฆษณาสินค้า รายได้จากธุรกิจฟรีทีวีในปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาทและททบ.ที่กองทัพบกบริหารเองโดยตรงมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 20% [1] ททบ.มีโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่แตกต่างจากธนาคารทหารไทย กล่าวคือ กองทัพบกเป็นเหล่าทัพเดียวที่ถือหุ้นททบ. แต่กองทัพเรือและกองทัพอากาศถือหุ้นธนาคารทหารไทยร่วมกับกองทัพบก แม้ปัจจุบันเอกชนและกระทรวงการคลังร่วมถือหุ้นธนาคารทหารไทยด้วย กองทัพบกก็ยังถือกรรมสิทธิ์ททบ. 5 เพียงผู้เดียวเนื่องจากโครงการถ่ายโอนกรรมสิทธิ์ของททบ.5 ไปให้บริษัทโฮลดิ้งคอมปะนีที่ชื่ออาร์ทีเอ เอ็นเตอร์เทนเมนท์จำกัดโดนระงับไปเมื่อ 2 ปีก่อนรัฐประหารครั้งล่าสุด
สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกและรัฐประหารล้มรัฐบาลจอมพลป.พิบูลสงคราม
ททบ.ในยุคแรกรู้จักกันทั่วไปว่าททบ.7 เนื่องจากถ่ายทอดรายการผ่านช่อง7 ททบ.7เป็นฟรีทีวีช่องที่2ในไทย ฟรีทีวีช่องแรกคือสถานีไทยทีวีช่อง4ที่ก่อตั้งโดยรัฐบาลจอมพลป.พิบูลสงคราม (ภายหลังกลายเป็นช่อง9 อสมท.และโมเดิร์นไนน์ทีวีในปัจจุบัน) ไทยทีวีช่อง4เป็นธุรกิจของบริษัทไทยโทรทัศน์ซึ่งถือหุ้นโดยหน่วยราชการหลายแห่งรวมทั้งกรมประชาสัมพันธ์ ไทยทีวีช่อง 4 เริ่มถ่ายทอดรายการตั้งแต่ปีพศ. 2498 เพื่อประชาสัมพันธ์ผลงานรัฐบาลจอมพลป. รวมทั้งถ่ายทอดการประชุมรัฐสภาและงานฉลอง 25 พุทธศตวรรษ จอมพลสฤษดิ์จึงผลักดันให้กองทัพบกก่อตั้งททบ.เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมของกองทัพบ้าง ททบ.7เริ่มถ่ายทอดรายการตั้งแต่ปี 2501 หลังจากที่จอมพลสฤษดิ์ทำรัฐประหารล้มรัฐบาลจอมพลป. หน้าที่ของททบ.7คือการประชาสัมพันธ์กิจกรรมของกองทัพ พระราชกรณียกิจ และพระราชพิธีที่รื้อฟื้นมาจากยุคสมบูรณาญาสิทธิราช เพื่อเรียกเรตติ้งททบ.7ยุคแรกนำเสนอความบันเทิงในรูปแบบภาพยนตร์จากต่างประเทศและรายการวาไรตี้ที่จัดโดยนายทหารจากกองทัพบก [2] [3]
สัมปทานฟรีทีวีภายใต้รัฐบาลทหาร
ในปี 2510 กองทัพบกภายใต้การนำของจอมพลประภาส จารุเสถียรในตำแหน่งผบ.ทบ.ให้สัมปทานความถี่บางส่วนแก่บริษัทกรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุของครอบครัวน้องสาวภรรยาผบ.ทบ. น้องสาวภรรยาทบ.ทบ.สมรสกับทายาทสกุลกรรณสูตซึ่งสืบเชื้อสายมาจากเจ้าเมืองสุพรรณบุรีในอดีต สกุลกรรณสูตถือหุ้นบริษัทกรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุร่วมกับสกุลจารุเสถียรและสกุลรัตนรักษ์ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นธนาคารกรุงศรีอยุธยา ฟรีทีวีที่กองทัพบกให้สัมปทานคือสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง7หรือช่อง7สี ซึ่งเป็นช่องแรกที่ถ่ายทอดด้วยภาพสี สกุลกรรณสูตและสกุลรัตนรักษ์ได้สัมปทานช่อง7สีจากกองทัพบกเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
ในปีเดียวกันรัฐบาลถนอมให้สัมปทานความถี่บางส่วนของบริษัทไทยโทรทัศน์(ซึ่งเป็นเจ้าของไทยทีวีช่อง4)แก่บริษัทของสกุลมาลีนนท์ซึ่งถ่ายทอดทีวีทางช่อง 3 ทำให้จำนวนฟรีทีวีเพิ่มเป็น 4 ช่อง ในปี 2517 ททบ.7 เปลี่ยนชื่อเป็นททบ.5 และหันมาออกอากาศทางช่อง 5 ในขณะที่ไทยทีวีช่อง 4 ก็เปลี่ยนมาออกอากาศช่อง 9 ไม่กี่ปีให้หลังรัฐบาลธานินทร์ยุบบริษัทไทยโทรทัศน์และโอนช่อง 9 ให้องค์การสื่อสารมวลชน(อสมท.) กรมประชาสัมพันธ์ในยุครัฐบาลเปรมจึงจัดตั้งทีวีช่อง11ขึ้นมาแทนเพื่อให้เป็นฟรีทีวีของรัฐบาล
การก่อตั้งและบริหารโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจโดยกองทัพบก
กองทัพบกก่อตั้งโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจหรือทีวีพูลในปี 2511 [2] ทำให้กองทัพบกแทรกแซงฟรีทีวีได้ทุกช่องด้วยการเชื่อมเครือข่ายฟรีทีวีเพื่อประชาสัมพันธ์ลัทธิชาตินิยมและการปกครองแบบรวมศูนย์ เพื่อต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ในรูปแบบต่างๆ อาทิ ถ่ายทอดพระราชกรณียกิจและพระราชพิธีที่รื้อฟื้นมาจากยุคสมบูรณาญาสิทธิราช ถ่ายทอดกิจกรรมของกองทัพ ถ่ายทอดพิธีกรรมทางศาสนา และถ่ายทอดการแข่งขันกีฬานานาชาติที่มีนักกีฬาไทยร่วมแข่งขัน ในระยะหลังทีวีพูลหันมาถ่ายทอดการแข่งขันกีฬาที่นักกีฬาไทยไม่ได้เข้ารอบด้วย เช่น การแข่งขันฟุตบอลโลก
แม้ว่าสงครามเย็นจบไปแล้วกว่า 20 ปี อำนาจของกองทัพบกในการแทรกแซงฟรีทีวีทุกช่องด้วยทีวีพูลไม่ได้ลดลงตามกาลเวลา ประธานกรรมการทีวีพูลคือผู้อำนวยการททบ.5 มาจนถึงปัจจุบัน ทีวีพูลกลายเป็นเครื่องมือทำรัฐประหารและประชาสัมพันธ์ชัยชนะของคณะรัฐประหารมาตลอด หลังจากรัฐประหารล้มรัฐบาลชาติชาติชายเหตุการณ์พฤษภาทมิฬทำให้เห็นชัดเจนว่าฟรีทีวีทุกช่องโดนควบคุมโดยคณะรัฐประหารและไม่รายงานสถานการณ์ตามความจริง ด้วยเหตุนี้จึงเกิดแรงผลักดันให้จัดตั้งฟรีทีวีที่เป็นอิสระซึ่งก็คือไอทีวี หลังรัฐประหารล้มรัฐบาลทักษิณไอทีวีโดนยึดสัมปทานไปให้ทีวีช่องใหม่ที่เรียกกันว่าไทยพีบีเอส แน่นอนว่าไทยพีบีเอสก็โดนแทรกแซงโดยทีวีพูลด้วย ความล่าช้าของฟรีทีวีในการเตือนภัยสึนามิเมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมาบ่งชี้ชัดว่ากองทัพบกในปัจจุบันยังคงแทรกแซงการทำงานของฟรีทีวีทุกช่องด้วยทีวีพูล ตราบใดที่ยังไม่ยุบทีวีพูลก็ยากที่ไทยจะมีฟรีทีวีที่รายงานข่าวอย่างอิสระ
อิทธิพลของททบ.5 และช่อง7สีต่อดารานักแสดงและนักร้อง
เมื่อวัดด้วยรายได้ททบ.5 มีส่วนแบ่งตลาดฟรีทีวีเป็นอันดับ 3 ส่วนช่อง 7 สีที่กองทัพบกเป็นเจ้าของสัมปทานมีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 2 (อันดับ 1 คือช่อง 3 และอันดับ 4 คือช่อง 9) ส่วนแบ่งตลาดของททบ.5 รวมกับช่อง7สีสูงถึง 43% ถ้าวัดด้วยเรตติ้งอันดับ 1 คือช่อง7สีส่วนททบ.5 ติดอันดับ 3 [4] ด้วยเหตุนี้กองทัพบกจึงมีอิทธิพลต่อวงการบันเทิงผ่านรายการของททบ.5 และช่อง7สีมานานหลายทศวรรษ อาทิ รายการคอนเสิร์ต รายการวาไรตี้ เกมโชว์ ละครหลังข่าว ฯลฯ ทำให้ดารานักแสดงและนักร้องจำนวนมากอยู่ในสภาวะที่ต้องพึ่งพากองทัพบกและมีผลประโยชน์ร่วมกัน จึงไม่น่าแปลกใจที่ดารานักแสดงและนักร้องมากมายกลายเป็นเชียร์ลีดเดอร์ให้คณะรัฐประหาร
ความเกี่ยวข้องของททบ.5กับบริษัทอาร์ทีเอเอ็นเตอร์เทนเม็นท์และธนาคารทหารไทย
ก่อนวิกฤตการเงินในปี 2540 เพียง 3 เดือนกองทัพบกได้จัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งคอมปะนีชื่อบริษัทททบ.5จำกัด ในปี 2541 บริษัทททบ.5จำกัดกู้เงินจากสถานีททบ.5 เพื่อนำเงินไปซื้อหุ้นธนาคารทหารไทย กองทัพบกถือหุ้นธนาคารทหารไทย 2 ทาง ทางตรงคือถือหุ้นในนามของกองทัพบกและทางอ้อมคือถือหุ้นผ่านบริษัทโฮลดิ้งคอมปะนี ทำให้กองทัพบกถือหุ้นธนาคารทหารไทยมากกว่าเหล่าทัพอื่นๆ [6] [7] ต่อมาบริษัทโฮลดิ้งคอมปะนีดังกล่าวกู้เงินจากธนาคารทหารไทยไปลงทุนในธุรกิจทีวีดาวเทียม หลังจากนั้นกองทัพบกยินยอมให้เอกชนเข้ามาถือหุ้นบริษัทททบ.5ร่วมกัน ภายหลังกองทัพบกพยายามถ่ายโอนกรรมสิทธิ์คลื่นความถี่ของททบ.5 เพื่อให้บริษัทททบ.5 จำกัดให้สัมปทานคลื่นความถี่แก่เอกชน และเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็นบริษัทอาร์ทีเอเอ็นเตอร์เทนเมนท์จำกัดเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพื่อระดมทุน [5] แต่การถ่ายโอนกรรมสิทธิ์คลื่นความถี่ของททบ.5 ให้บริษัทอาร์ทีเอฯกลายเป็นประเด็นสาธารณะที่เอ็นจีโอและสื่อมวลชนบางสังกัดคัดค้านอย่างรุนแรงจนรัฐบาลทักษิณต้องระงับไม่ให้บริษัทอาร์ทีเอฯจดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2547
ความขัดแย้งกรณีบริษัทอาร์ทีเอฯทำให้อดีตนายกฯทักษิณโดนประนามว่าสมคบกับพลเอกชัยสิทธิ์ ชินวัตรผบ.ทบ.ในขณะนั้นเพื่อฮุบทรัพย์สินสาธารณะไปให้พวกพ้อง แม้ว่ามีความเป็นไปได้ว่าอดีตนายกฯทักษิณอาจจะขอแบ่งผลประโยชน์จากบริษัทอาร์ทีเอฯ ที่จริงแล้วบริษัทโฮลดิ้งคอมปะนีดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้การนำของพลเอกแป้ง มาลากุล ณ อยุธยาในฐานะผู้อำนวยการททบ.5 ตั้งแต่ปี 2538 ถึงปี 2542 การวางแผนจัดสรรหุ้นให้เอกชนและคนในกองทัพเข้ามาร่วมลงทุนในโฮลดิ้งคอมปะนีก่อนนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ก็เริ่มต้นมาตั้งแต่ยุคนั้น [8] นอกจากนี้บริษัทนี้เกี่ยวข้องกับปัญหาหนี้เสียของธนาคารทหารไทยมาตั้งแต่ก่อนรัฐบาลทักษิณ ถ้ารัฐบาลทักษิณไม่ระงับการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของบริษัทอาร์ทีเอฯ อดีตนายกฯทักษิณและพวกพ้องจะไม่ได้ประโยชน์จากบริษัทอาร์ทีเอฯเท่ากองทัพบกซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในอาร์ทีเอฯหรือเอกชนที่ร่วมลงทุนกับบริษัทนี้ตราบใดที่กองทัพบกไม่จัดสรรหุ้นบริษัทอาร์ทีเอฯให้อดีตนายกฯทักษิณและพวกพ้องให้มากกว่าสัดส่วนหุ้นของกองทัพบกและพันธมิตรเอกชน
นอกจากฟรีทีวี 2 ช่องกองทัพบกมีสถานีวิทยุ 126 สถานีทั่วประเทศ
นอกจากการจัดตั้งโฮลดิ้งคอมปะนีเพื่อถ่ายโอนกรรมสิทธิ์คลื่นความถี่แล้ว กองทัพบกพยายามปกป้องผลประโยชน์จากคลื่นความถี่อย่างชัดเจนผ่านกระบวนการสรรหากรรมการกสทช.หลังรัฐประหารล้มรัฐบาลทักษิณ กล่าวคือ 2 ใน 5 ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกสทช.คือนายทหารจากกองทัพบก [9] เนื่องจากนโยบายของกสทช.ในอนาคตจะมีผลกระทบต่อกรรมสิทธิ์ของคลื่นความถี่ที่กองทัพถือกรรมสิทธิ์อยู่ในปัจจุบัน นอกจากคลื่นความถี่ของฟรีทีวี 2 ช่องแล้ว กองทัพบกยังเป็นเจ้าของคลื่นความถี่ของสถานีวิทยุ 126 สถานีทั่วประเทศ [10] อาทิ สถานีวิทยุจส. 100 (ให้สัมปทานแก่บริษัทแปซิฟิกคอร์ปอเรชันจำกัดซึ่งมีนายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยาเป็นประธานกรรมการ นายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยาคือพี่ชายของพลเอกแป้ง มาลากุล ณ อยุธยาอดีตผอ.ททบ.5 ผู้ริเริ่มการจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งคอมปะนีททบ.5จำกัด) สถานีวิทยุยานเกราะ (ให้สัมปทานคลื่นความถี่บางส่วนแก่บริษัทจีเอ็มเอ็มมีเดียจำกัด(มหาชน)ซึ่งเป็นบริษัทในเครือแกรมมี่) ฯลฯ
ในตอนต่อไปดิฉันจะเขียนถึงกรรมสิทธิ์ที่ดินของกองทัพและการหากำไรจากกรรมสิทธิ์ที่ดินของกองทัพในรูปแบบต่างๆ

หมายเหตุ
  1. สถิติรายได้ของช่อง 3 และช่อง 9 มาจากงบการเงินของบริษัทบีซีอีเวิร์ลด์ จำกัด (มหาชน)และบริษัทอสมท.จำกัด(มหาชน)จากตลาดหลักทรัพย์:
    http://www.set.or.th/set/companyhighlight.do?symbol=BEC&language=th&country=TH
    http://www.set.or.th/set/companyhighlight.do?symbol=MCOT&language=th&country=TH
    ส่วนสถิติรายได้ของช่อง 5 และช่อง 7 มาจากการรายงานโดยททบ.5และสื่อมวลชน: http://www.tv5.co.th/news/show2.php?id=2680
    http://www.suthichaiyoon.com/detail/19403
  2. ประวัติของทบบ.5: http://www.tv5.co.th/abhis.html
  3. อนุสรณ์ พ.อ. การุณ เก่งระดมยิ่ง (โฆษกเสียงเสน่ห์และผู้ร่วมขบวนการเสรีไทย):  http://www.lovesiamoldbook.com/product.detail_489893_th_3967526
  4. อสมท.ขึ้นค่าโฆษณา7% มีค.นี้หวังแชร์ตลาดแซงช่อง 5 ปรับผังใหม่เรตติ้งตกยกออก:  http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1330658046&grpid=&catid=05&subcatid=0503
  5. รายงานผลการสอบข้อเท็จจริงกรณีสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 (ททบ.): http://www.ryt9.com/s/cabt/153128
  6. ข้อมูลผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของธนาคารทหารไทยจากธนาคารทหารไทย บริษัทอาร์ทีเอ เอ็นเตอณ์เทนเมนท์ จำกัดในอดีตคือบริษัทททบ.5 จำกัด: http://www.tmbbank.com/ir/share-info/major-shareholders.php
  7. ข้อมูลผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของธนาคารทหารไทยจากตลาดหลักทรัพย์: http://www.set.or.th/set/companyholder.do?symbol=TMB&language=th&country=TH
  8. แป้งปฎิวัติ เงื่อนปมที่รัดแน่น: http://www.gotomanager.com/news/details.aspx?id=1489
  9. คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.): http://nbtc.nbtc.go.th/
  10. รายชื่อสถานีวิทยุในเครือกองทัพบก 126 สถานีทั่วประเทศจากศูนย์ข่าววิทยุกองทัพบก: http://radio.tv5.co.th/radionews/index.php?option=com_content&view=article&id=2&Itemid=4

วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2559

เอเชียสั่นสะท้านตายเกือบร้อย เจอภัยหนาวเฉียบพลันเล่นงาน

โดย MGR Online
25 มกราคม 2559 18:54 น
เอเชียสั่นสะท้านตายเกือบร้อย เจอภัยหนาวเฉียบพลันเล่นงาน
     
   เอเอฟพี – ลมหนาวที่มาพร้อมความเย็นสุดขั้ว หิมะและฝนลูกเห็บ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 100 รายในประเทศแถบเอเชีย เที่ยวบินนับร้อยเที่ยวต้องยกเลิก รวมทั้งยังเกิดความวุ่นวายนานัปการตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากประเทศแถบนี้คุ้นเคยกับอากาศปลอดโปร่งและแดดจัด แต่ต้องมาเผชิญกับอุณหภูมิลดต่ำเป็นประวัติการณ์แบบกะทันหัน
      
        ที่ญี่ปุ่นและไต้หวันมีรายงานผู้เสียชีวิตจำนวนมากจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น เที่ยวบินนับร้อยเที่ยวทั่วภูมิภาคถูกยกเลิก นักท่องเที่ยวหลายหมื่นคนติดค้างอยู่ในเกาหลีใต้ สภาพอากาศหนาวยะเยือกในบริเวณกึ่งเขตร้อนอย่างฮ่องกงทำให้เกิดความโกลาหลอย่างหนักบนยอดเขาสูงที่สุดของเกาะ
      
        แม้อากาศที่หนาวเหน็บอย่างฉับพลันเทียบไม่ได้กับสภาพอากาศทางภาคตะวันออกของอเมริกาที่กำลังเผชิญพายุหิมะ แต่อุณหภูมิลดต่ำขนาดนี้ก็ถือเป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับผู้คนมากมายในเอเชีย
      
        จุดที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดคือที่ไทเป อุณหภูมิลดเหลือ 4 องศาในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นสภาพอากาศหนาวเย็นที่สุดในรอบ 44 ปี สื่อท้องถิ่นรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตถึง 90 คนจากอากาศที่หนาวเย็น อย่างไรก็ตาม การที่มีหิมะตกซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อย ทำให้คนแห่ไปรับอากาศหนาวที่อุทยานแห่งชาติหยางหมินซัน
      
        ที่กรุงเทพฯ ที่ไม่บ่อยครั้งนักที่จะเห็นอุณหภูมิลดต่ำกว่า 20-25 องศาเซลเซียส แต่ขณะนี้กลับปรากฏว่า อุณหภูมิลดเหลือ 16 องศาเซลเซียสโดยประมาณ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (24) ส่งผลให้คนกรุงเทพฯ ที่ชินกับการสวมกางเกงขาสั้นและรองเท้าแตะ ต้องเปิดตู้เสื้อผ้ารื้อแจ็คเก็ตและจัมเปอร์ออกมาใส่กันทั่วเมือง
      
        ที่ญี่ปุ่นมีผู้เสียชีวิต 5 คน และอีกกว่า 100 คนได้รับบาดเจ็บเมื่อวันอาทิตย์ จากหิมะที่ตกลงมาอย่างหนักและอุณหภูมิลดต่ำทำสถิติทางภาคตะวันตกและตอนกลางของประเทศ นอกจากนั้นยังมีหิมะตกในบริเวณกึ่งเขตร้อนซึ่งไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก อาทิ ที่เกาะอามามิซึ่งมีหิมะตกครั้งแรกนับจากปี 1901
      
        ส่วนที่จีน สถานีตรวจสอบสภาพอากาศ 24 แห่งทั่วประเทศบันทึกอุณหภูมิลดต่ำทำสถิติได้ระหว่างวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (22-24)
      
        ที่เออร์กูนา ในมองโกเลีย อุณหภูมิเมื่อวันเสาร์ (23) ทำสถิติต่ำสุดที่ -46.8 องศาเซลเซียส ขณะที่ในตัวเมืองกวางตุ้งพบฝนลูกเห็บเป็นครั้งแรกในรอบ 60 ปี
      
        ทางด้านฮ่องกง โรงเรียนอนุบาลและโรงเรียนประถมศึกษาปิดทำการในวันจันทร์ หลังจากอุณหภูมิลดต่ำสุดในรอบ 60 ปี งานวิ่งอัลตรามาราธอนระยะทาง 100 กม. เพื่อข้าม "ไตโหมวซาน" ยอดเขาที่สูงที่สุดของเกาะฮ่องกงต้องถูกยกเลิก หลังจากนักวิ่งลื่นล้มบนทางลาดชันที่กลายเป็นน้ำแข็ง ท่ามกลางลมเย็นยะเยือก
      
        นอกจากนั้น ยังมีนักวิ่งอีกนับร้อยที่ “ไล่ล่าแม่คะนิ้ง” ติดอยู่บนยอดเขาดังกล่าว ในจำนวนนี้หลายสิบคนมีสภาวะร่างกายมีอุณหภูมิต่ำเกินไป นักดับเพลิงโชคร้ายคนหนึ่งลื่นล้มบนถนนที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็ง ขณะขึ้นไปช่วยผู้คนที่ติดค้างอยู่บนนั้น
      
        ส่วนที่เกาหลีใต้ นักท่องเที่ยวเกือบ 90,000 คนติดอยู่บนเกาะเจจู ซึ่งเป็นสถานที่ตากอากาศยอดนิยมของแดนกิมจิ เมื่อวันจันทร์ (25) โดยมีหิมะตกหนักที่สุดในรอบ 3 ทศวรรษทำให้ต้องปิดสนามบิน
      
        ที่เวียดนาม อุณหภูมิในฮานอยลดเหลือ 6 องศาเซลเซียสในช่วงกลางคืนของสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และสื่อของทางการรายงานว่า เป็นสภาพอากาศหนาวเย็นที่สุดในรอบสองทศวรรษ
เอเชียสั่นสะท้านตายเกือบร้อย เจอภัยหนาวเฉียบพลันเล่นงาน
       
เอเชียสั่นสะท้านตายเกือบร้อย เจอภัยหนาวเฉียบพลันเล่นงาน
       
เอเชียสั่นสะท้านตายเกือบร้อย เจอภัยหนาวเฉียบพลันเล่นงาน
       
เอเชียสั่นสะท้านตายเกือบร้อย เจอภัยหนาวเฉียบพลันเล่นงาน

นายกรัฐมนตรีเวียดนามถอนตัวจากการชิงตำแหน่งเลขาธิการพรรค

นายกรัฐมนตรีเวียดนามถอนตัวจากการชิงตำแหน่งเลขาธิการพรรค
นายกรัฐมนตรีเหวียน เติ๊น สุงของเวียดนามถอนตัวจากการแข่งขัน เพื่อชิงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามซึ่งเป็นตำแหน่งทางการเมืองสูงสุดในประเทศ เนื่องจากได้คะแนนเสียงสนับสนุนไม่พอ โดยเขาได้ถอนชื่อออกจากบัญชีผู้ลงสมัครชิงตำแหน่งในคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์
บีบีซีภาษาเวียดนามรายงานว่า การถอนตัวของนายสุงครั้งนี้เท่ากับเป็นการปิดฉากชีวิตทางการเมืองของเขา ที่ได้กำกับและดำเนินนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจตลอด 10 ปีที่ผ่านมา
นักวิเคราะห์ระบุว่า สมาชิกพรรคที่มีแนวคิดอนุรักษ์นิยมนำโดยนายเหวียน ฝู จ่อง เลขาธิการพรรคคนปัจจุบันต่างวิตกว่า ภายใต้การนำของนายสุง เวียดนามกำลังละทิ้งแนวทางสังคมนิยมในอดีตของตน แม้ว่าในช่วง 10 ปีที่อยู่ในตำแหน่ง นายสุงได้ผลักดันการปฏิรูปจนเวียดนามเติบโตเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจการค้าโลกอย่างรวดเร็ว แต่ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าในช่วงที่เขาบริหารประเทศ การคอร์รัปชันเพิ่มสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายสนับสนุนนายสุงเห็นว่า เขามีแนวคิดทันสมัยและเป็นมิตรกับสหรัฐฯ เขายังได้รับความนิยมจากประชาชนมาก จากท่าทีต่อต้านจีนอย่างแข็งกร้าวในกรณีพิพาทเรื่องดินแดนในทะเลจีนใต้ ในขณะที่นายจ่องมีท่าทีเป็นมิตรต่อจีนซึ่งเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของเวียดนามมากกว่า
ทั้งนี้ การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามมีขึ้นในทุก 5 ปี โดยในปีนี้การประชุมจะปิดฉากในวันพุธ (27 ม.ค.) ‪#‎Vietnam‬‪#‎VietnamCommunistParty‬
ภาพประกอบ (แฟ้มภาพ) นายจ่อง (ซ้าย) กับนายสุง (ขวา) ในระหว่างการเปิดประชุมสมัชชาฯ เมื่อวันที่ 21 ม.ค.

อนามัยโลกเตือน “ไวรัสซิกา” อาจระบาดไปทั่วทวีปอเมริกา

อนามัยโลกเตือน “ไวรัสซิกา” อาจระบาดไปทั่วทวีปอเมริกา
องค์การอนามัยทวีปอเมริกา ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดองค์การอนามัยโลกเตือนว่า มีความเป็นไปได้ที่ไวรัสซิกาจะแพร่ระบาดไปทั่วทุกพื้นที่ในทวีปอเมริกาที่มียุงลายอาศัยอยู่
ไวรัสซิกาทำให้ผู้ติดเชื้อมีไข้ต่ำ ตาแดงจากเยื่อตาอักเสบและปวดหัว ปัจจุบันพบว่าเชื้อได้แพร่ระบาดใน 21 ประเทศในแถบแคริบเบียน ภูมิภาคอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค ซึ่งเป็นยุงที่พบได้ทั่วไปในทวีปอเมริกา ยกเว้นในประเทศแคนาดาและชิลี
องค์การอนามัยทวีปอเมริกายืนยันว่า ตรวจพบเชื้อไวรัสซิกาในน้ำอสุจิ และสันนิษฐานว่าการติดเชื้อรายหนึ่งอาจเป็นการแพร่เชื้อระหว่างคนสู่คนผ่านทางเพศสัมพันธ์ แต่ชี้ว่าจำเป็นต้องหาหลักฐานเพิ่มเติมมาสนับสนุนข้อสันนิษฐานนี้
อย่างไรก็ตาม ราว 80% ของผู้ติดเชื้อมักไม่แสดงอาการ แต่แพทย์ชี้ว่าเรื่องที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือการที่เชื้อไวรัสชนิดนี้อาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ โดยพบว่านับแต่เดือน ต.ค.ปีก่อน มีทารกในบราซิลราว 4,000 คนเกิดมาโดยมีศีรษะลีบเล็ก ซึ่งเป็นภาวะที่เด็กมีสมองเล็กผิดปกติแต่กำเนิด
ด้วยเหตุนี้ องค์การอนามัยทวีปอเมริกาจึงเตือนให้สตรีมีครรภ์คอยเฝ้าระวังเป็นพิเศษ และขอคำแนะนำจากแพทย์ก่อนออกเดินทางไปยังพื้นที่พบการระบาดของไวรัสซิกา ทั้งยังแนะให้ประชาชนป้องกันตัวเองจากการถูกยุงกัด และให้ทำลายแห่งเพาะพันธุ์ยุง รวมทั้งใช้ผลิตภัณฑ์ไล่ยุง และปิดประตูหน้าต่างเพื่อป้องกันยุงเข้าบ้านด้วย
ขณะที่เมื่อสัปดาห์ก่อนประเทศโคลอมเบีย, เอกวาดอร์, เอลซัลวาดอร์ และจาเมกา ออกคำแนะนำให้ผู้หญิงเลื่อนการตั้งครรภ์ออกไปก่อนจนกว่าจะมีข้อมูลมากขึ้นเกี่ยวกับไวรัสชนิดนี้
ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือวิธีการรักษาผู้ติดเชื้อไวรัสซิกา ซึ่งมีต้นกำเนิดจากทวีปแอฟริกา แต่พบการระบาดครั้งแรกในทวีปอเมริกาที่ประเทศบราซิลเมื่อเดือน พ.ค.ปีก่อน ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าการที่คนในทวีปอเมริกาไม่มีภูมิต้านทานตามธรรมชาติต่อเชื้อไวรัสนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เชื้อแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ‪#‎Zikavirus‬ ‪#‎Zika‬ ‪#‎WHO‬
ภาพประกอบ คณะผู้บริหารองค์การอนามัยโลกขณะประชุมที่นครเจนีวาวันนี้ (25 ม.ค.)

พรุ่งนี้หนาวอีก3 องศา

ยังหนาวเย็นลงอีกตั้งแต่ภาคเหนือ-กทม. อุตุฯ ประกาศฉบับที่ 16 อุณหภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศาฯ ต่อเนื่องถึง 27 ม.ค.นี้ อีสานต่ำสุด 8 องศาฯ ปภ. เตือนก่อไฟผิงระวังไว้ด้วย ส่วนอ่าวไทยมรสุมแรง คลื่นสูงได้ถึง 4 เมตร...    
ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศแปรปรวน บริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย" ฉบับที่ 16 ลงวันที่ 25 มกราคม 2559
    
"บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงยังคงปกคลุมบริเวณประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมแรงเกิดขึ้น และยังคงมีอากาศหนาวเย็น และอุณหภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศาเซลเซียส
สำหรับการคาดการณ์อุณหภูมิต่ำสุดตามภาคต่างๆ ในช่วง 1-2 วันนี้ จะมีดังนี้
        - ภาคเหนือ อุณหภูมิต่ำสุด 6-14 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณยอดดอยจะมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่
        - ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิต่ำสุด 8-15 องศาเซลเซียส
        - ภาคกลางและภาคตะวันออก อุณหภูมิต่ำสุด 13-18 องศาเซลเซียส
        - กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิต่ำสุด 13-16 องศาเซลเซียส
ในช่วงวันที่ 25-27 มกราคม 2559 จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะส่งผลให้บริเวณดังกล่าวจะมีฝนเกิดขึ้นและยังคงมีอากาศหนาวเย็นต่อไปอีก ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงและหนาวเย็นลง
สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนบริเวณอ่าวไทยจะมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 25-27 มกราคม 2559 ไว้ด้วย
ขณะที่ จ.อุดรธานี ช่วงเช้าวันที่ 25 ม.ค. หลังจากความกดอากาศสูงจากประเทศจีนหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงแผ่ลงปกคลุมตอนบนของประเทศไทย ในช่วงเช้ามืดวันที่ผ่านมา มีลมกรรโชกแรงและมีฝนตกหนักในบางพื้นที่ ทำให้อุณหภูมิดิ่งลดลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ล่าสุดในเขตเทศบาลนครอุดรธานีอยู่ที่ 9 องศาเซลเซียส และในต่างอำเภอ เช่น อ.หนองวัวซอ บ้านผือ นายูง น้ำโสม ซึ่งมีภูมิประเทศติดกับเทือกเขาภูพาน้อย อุณหภูมิแตะที่ 8 องศาเซลเซียส ก่อนที่ช่วงสายวันเดียวกันความหนาวเย็นทรงตัวอยู่ที่ 10 องศาเซลเซียส ท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยเมฆ
นอกจากนี้ คืนที่ผ่านมา ในหนองน้ำสวนสาธารณะวังมัจฉาหนองบัว เขตเทศบาลนครอุดรธานี เกิดปรากฏการณ์หมอกเหนือน้ำ จากความเย็นของอากาศปะทะความอุ่นของน้ำ ทำให้เกิดเป็นหมอกลอยขึ้นเหนือน้ำ ดูแล้วสวยงามและพบเห็นได้ไม่บ่อยครั้งนัก ขณะที่แม่ค้าตลาดเช้าซอยกำนัน เขตเทศบาลนครอุดรธานี นำเตามาก่อไฟผิงอยู่ข้างแผงขายสินค้า เด็กๆ ต้องสวมเสื้อกันหนาวอย่างหนา สวมหมวกไหมพรมไปเรียนหนังสือ อาหารเช้าทั้งข้าวจี่ทาไข่ ข้าวเปียก โจ๊ก และแกงเส้นร้อน ต่างขายดี 
ด้าน นายสุเทพ มณีโชติ ผอ.ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 14 อุดรธานี เปิดเผยว่า ความหนาวระลอกสองที่แผ่ปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีความหนาวเย็นมากกว่าระลอกแรก ซึ่งหนาวระลอกแรกในพื้นที่อุดรธานีและใกล้เคียงอุณหภูมิอยู่ที่ 18-19 องศาเซลเซียส แต่ระลอกสองอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 8-9 องศาเซลเซียส แตกต่างกันสิ้นเชิง ถือว่าหนาวที่สุดในรอบปี อยากเตือนประชาชนให้สวมเสื้อผ้าหนาๆ สร้างความอบอุ่นแก่ร่างกาย รวมทั้งการก่อกองไฟ ไม่ว่าจะเป็นรอบบริเวณบ้านและในบ้าน ควรดับให้สนิทก่อนออกจากบ้าน
ส่วนพี่น้องที่อยู่พื้นที่ชนบทห่างไกล คาดจะมีความหนาวเย็นกว่าคนในตัวเมือง หากต้องการผ้าห่มคลายหนาว ให้แจ้งต่อผู้นำท้องถิ่นประสานมาทางศูนย์ ปภ. ตั้งอยู่ริมถนนสายอุดรธานี-สกลนคร กม.ที่ 8 ต.หนองนาคำ อ.เมืองอุดรธานี เบอร์โทรศัพท์ 0-4229-0392 หรือเบอร์มือถือ ผอ. 08-9920-1580 ได้ทุกวันในเวลาราชการ.

ประวิตรสั่งทุกหน่วยทหารระบมือก่อการร้าย

บิ๊กป้อม" สั่งเหล่าทัพ-หน่วยมั่นคง พร้อมรับมือ ก่อการร้าย เน้นมาตรการการข่าว

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ  รองนายกฯและ รมว.กลาโหม  เป็นประธานการประชุมสภากลาโหม ร่วม  พลเอก อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม  พลเอกปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกลาโหม  ผบสส. และ ผบ .เหล่าทัพ

พลตรี คงชีพ ตันตระวาณิชย์  โฆษกกลาโหม  เผยว่า  พลเอกประวิตร ได้สั่งทหารทุกเหล่าทัพ และหน่วยความมั่นคง พร้อมรับมือทั้งสถานการณ์ในประเทศ และเพิ่มความเข้มข้นในการต่อ ต้านการก่อการร้าย  โดยเน้นมาตรการการข่าว  เพื่อความมั่นคงในประเทศและภูมิภาค คุมเข้ม ทั้งชายแดน และ พิ้นที่เสี่ยง  โดยไม่ประมาท

ทั้งนี้ จากสภาพแวดล้อมความมั่นคงโลกและสถานการณ์ของภูมิภาค  มีแนวโน้มของการก่อเหตุความรุนแรงจากการก่อการร้ายมากขึ้น  ขอให้ หน่วยขึ้นตรงกลาโหม(นขต.กห.)และเหล่าทัพ ให้ความสำคัญและเพิ่มความเข้มข้นกับงานด้านการข่าว ในการติดตามสถานการณ์และความเชื่อมโยงของกลุ่มต่างๆ  ที่มีแนวโน้มเป็นภัยต่อความมั่นคงทั้งภายในประเทศและภูมิภาคมากขึ้น   พร้อมทั้งขอให้มีการเข้มงวดตามแนวชายแดน 

ขณะเดียวกันก็ให้เฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่ทหาร ในการปฏิบัติภารกิจดูแลรักษาความปลอดภัยสถานที่ หรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยง ตามความเหมาะสม และความจำเป็นของสถานการณ์ ขณะเดียวกัน ก็ขอให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาทและเพิ่มความเข้มงวด กวดขัน ในการรักษาความปลอดภัยที่ตั้งหน่วยและสถานที่สำคัญๆในความรับผิดชอบมากขึ้น

บิ๊กป้อมถกสภากลาโหม

บิ๊กป้อม ถกสภากลาโหม สั่งทหารสร้างรับรู้ เข้าใจ กับ ขรก.-ปชช.เรื่อง" ประชารัฐ" เน้นร่วม สร้างความเข้มแข็ง ด้านมั่นคง /ปิ้งไอเดีย ช่วยสวนยาง บูม"ตุ๊กตาลูกเทพ" ถ้าคนชอบก็ตามใจ มันเป็นกระแส ตุ๊กตามีมานานแล้วนะ ไม่วิจารณ์ ขึ้นเครื่อง สอนหนังสือ

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ  รองนายกฯและ รมว.กลาโหม  เป็นประธานการประชุมสภากลาโหม ร่วม  พลเอก อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม  พลเอกปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกลาโหม  ผบสส. และ ผบ .เหล่าทัพ

พลตรี คงชีพ ตันตระวาณิชย์  โฆษกกลาโหม  เผยว่า ในการขับเคลื่อนประเทศตามยุทธศาสตร์ “ประชารัฐ” นั้น พลเอกประวิตร มอบหมายให้ นขต.กห.และเหล่าทัพ นำนโยบาย “ประชารัฐ”ของรัฐบาล มาสร้างการรับรู้กับข้าราชการในหน่วยงาน พร้อมกับการสร้างการรับรู้กับประชาชน 

 พร้อมทั้งพิจารณาปรับแผนงานและการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง ตามศักยภาพของหน่วย สู่แนวทางประชารัฐที่เป็นรูปธรรมให้มากขึ้น เพื่อให้เกิดพลังการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ระหว่างภาครัฐ ประชาชน และภาคเอกชน ในการสร้างความเข้มแข็งของงานความมั่นคงในมิติต่างๆ ควบคู่กับการลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม เพื่อความมั่นคงที่ยั่งยืน

ส่วน เรื่อง การสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากยางพารา นั้น พลเอกประวิตร  ขอให้ นขต.กห. และเหล่าทัพ ให้ความสำคัญเร่งด่วน ในการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง ที่ประสบปัญหาราคายางตกต่ำ ตามแนวทางของรัฐบาล โดยให้สำรวจความต้องการในการใช้ผลิตภัณฑ์จากยางพาราเพิ่มเติม และใช้ศักยภาพของหน่วยทั้งงานวิจัยและพัฒนา แปรรูปสู่การผลิตที่สามารถใช้เป็นสิ่งอุปกรณ์ประกอบการใช้ในราชการทหาร การพัฒนาประเทศ และสนับสนุนกิจการอื่นๆของภาครัฐและเอกชนให้มากขึ้น โดยคำนึงถึงความต่อเนื่องในระยะยาว 

พลเอกประวิตร มองปรากฎการณ์ตุ้กตาลูกเทพ ว่า อาจจะสามารถช่วยสวนยาง ได้หาก นำมาผลิตเป็น ตุ้กตา"ตุ๊กตาลูกเทพ" ถ้าคนชอบ ทำได้ก็ดี  แต่มันเป็นกระแส ตุ๊กตามีมานานแล้วนะ ไม่วิจารณ์ ขึ้นเครื่อง สอนหนังสือ

กลาโหมไม่ส่บายใจทหารมีไว้ทำไม

กลาโหม ไม่สบายใจ บทความ"ทหารมีไว้ทำไม"  โฆษกกลาโหม แจงเป็นเรื่องบั่นทอนจิตใจทหาร เราติดหล่มความขัดแย้งมา10ปี อย่าให้เกิดวิกฤติอีก ขอสื่อกรอง อย่าเป็นสะพานสู่ความขัดแย้ง

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ  รองนายกฯและ รมว.กลาโหม  เป็นประธานการประชุมสภากลาโหม ร่วม  พลเอก อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม  พลเอกปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกลาโหม  ผบสส. และ ผบ .เหล่าทัพ

พลตรี คงชีพ ตันตระวาณิชย์  โฆษกกลาโหม  เผยว่า ในที่ประชุมสภากลาโหม มีการฉายวิดีทัศน์ บทบาทหน้าที่ทหาร จนมีการแสดงความคิดเห็น ต่อกรณีบทความ "ทหารมีไว้ทำไม" ของ อ.นิธิ  เอียวศรีวงศ์  ที่ออกมาก่อนหน้านี้

พลตรี คงชีพ  กล่าวว่า  บทความนึ้ คำถามที่ว่า ทหารมีไว้ทำไม  บั่นทอนจิตใจทหาร อย่างมาก เราติดหล่มความขัดแย้งมานานเป็น10ปี เป็นวิกฤติความขัดแย้งเฉพาะหน้า ที่ต่องช่วยกันแก้ไข ไม่ใช่เพิ่มความขัดแย้ง

"ทหารมีหน้าที่ในการปกป้องผลประโยชน์ชาติ อธิปไตย พร้อมที่จะอุทิศตน ทั้ง เลือดเนื้อและชีวิต ทำหน้าที่เป็นรั้วของชาติ  ในยามที่ประชาชนเกิดวิกฤติ ทหาร ก็เข้าไปถึงในทุกพื้นทึ่  

เราอยากถามกลับไปว่า  เขามีรั้วบ้านมั้ย  บริษัทเขามียามมั้ย  การแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อ แล้วสร้างความขัดแย้งระหว่างองค์กร ในเวลานึ้ ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม  อย่าเป็นสะพานเชื่อมความขัดแย้งสู่สังคม  จึงขอความร่วมมือสื่อด้วย"

นายกแขวะพวกกอดคอกับใครเห็นอยู่

บิ๊กตู่"แขวะ พวก "กอดคอ" อยู่กับใคร ทุกคนก็เห็นอยู่ทั้งหมด มีรูปทั้งหมด  ทำต่างประเทศ ไม่เข้าใจ ถามว่าคนเหล่านี้สร้างประโยชน์อะไรให้กับประเทศชาติบ้าง เลือกข้างหรือเปล่า ยัน ผมไม่ได้เลือกข้างใคร ถ้าเขาดีด้วยผมก็ดีด้วย แต่ถ้าผิดกฎหมายทุกคนก็ต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมด อย่าเอาเรื่องสิทธิมนุษยชนมาปนกับเรื่องของกฎหมาย เอาเรื่องประเทศชาติมาปนกับเรื่องส่วนตัว มันไม่ได้"..โยนเรื่องจับนักศึกษาม. บูรพา เป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคงดูแล อยากให้ใช้วิธีการที่ละมุนละม่อม "ยัน"ใช้กฎหมายกับผู้ที่ทำผิดกฏหมายเท่านั้น

 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ทหารนอกเครื่องแบบเข้าไปจับกุมตัวนายจักรพล ผลละออ นักศึกษามหาวิทยาลัยบูรพา  ชลบุรีไปคุมตัวที่มทบ.14 ชลบุรี ว่า เรื่องของนักศึกษาก็ว่ากันไป 

เมื่อถามว่ามีการรายงานเข้ามาหรือยังว่าไปจับกุมด้วยสาเหตุอะไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เดี๋ยวทางฝ่ายความมั่นคงเขาดูแลหลายเรื่องที่เป็นความขัดแย้ง เดี๋ยวก็ว่ากัน รัฐบาลพยายามที่จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องของความขัดแย้งมากนัก เพราะมันทำให้การพัฒนาของประเทศไปไม่ได้ ทุกคนมีหน้าที่อะไรก็ให้ว่ากันไปพยายามใช้มาตรการที่มันละมุนละม่อม พูดคุยกันซะให้ได้ คือถ้าไปใช้กฎหมายทุกเรื่องมันก็ยุ่งไปหมด ต้องไปดูว่าประเด็นความขัดแย้งคืออะไรถ้ามันเกิดขึ้นจริง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนกรณีที่องค์การนิรโทษกรรมสากล ออกมาเรียกร้องให้ยกเลิกคำสั่งการจับนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนเคยขอร้องแล้ว ตอนนี้ก็อยู่ที่เราว่าจะพูดให้เขาเข้าใจได้หรือไม่เพราะในเรื่องสิทธิมนุษยชนพูดกันมาหลายครั้งแล้ว แล้วสื่อเคยช่วยพูดให้บ้างหรือไม่ 

"เพราะวันนี้องค์กรระหว่างประเทศที่เขารู้มาก็มาจากบุคคลที่บิดเบือน และจากสื่อที่อาจไม่มีเจตนา และรู้เท่าไม่ถึงการณ์ทุกคนก็รู้กันอยู่ ว่าการดำเนินการตามกฎหมาย

วันนี้ก็ทำกับผู้ที่ทำผิดกฎหมาย อย่าไปยึดโยง เมื่อทำความผิดก็คือความผิด กฎหมายก็คือกฎหมาย ไม่เช่นนั้นก็บังคับใช้กฎหมายกับใครไม่ได้ แล้วจะทำอย่างไร"

เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีเอง เคยระบุว่าได้ชี้แจงกับต่างประเทศแล้วหลายครั้ง ทำไมยังไม่เข้าใจ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ก็ชี้แจงไปแล้ว แล้วเขาจะเชื่อไหมละ ก็พวกสื่อยังประโคมข่าวอยู่กันอยู่แบบนี้ 

"แล้วไปดูซิที่เราชี้แจงไปยังต่างประเทศ เขากอดคอ อยู่กับใคร ทุกคนก็เห็นอยู่ทั้งหมด จะมาถามให้เป็นเรื่องอีก ก็มีรูปทั้งหมด ถามว่าคนเหล่านี้สร้างประโยชน์อะไรให้กับประเทศชาติบ้าง แล้วที่ผ่านมาเขาเลือกข้างหรือเปล่า สำหรับผมไม่ได้เลือกข้างใคร ถ้าเขาดีด้วยผมก็ดีด้วย แต่ถ้าผิดกฎหมายทุกคนก็ต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมด อย่าเอาเรื่องสิทธิมนุษยชนมาปนกับเรื่องของกฎหมาย เอาเรื่องประเทศชาติมาปนกับเรื่องส่วนตัว มันไม่ได้"