PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ว่าด้วย"เค้ก"ก้อนใหญ่


มีข้าราชการที่รักความเป็นธรรมในกระทรวงคมนาคม แอบส่งข้อมูลที่เชื่อว่ามีการทุจริตฮั้วประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม มายัง นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน(คปต.) เพื่อให้มีการตรวจสอบและลงโทษตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิดทั้งหมด รายละเอียดมีดังนี้
การประมูลรถไฟฟ้าสีส้ม เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2559 ซึ่งตรงกับวันต่อต้านคอรัปชั่นสากล แต่กรณีนี้ที่เชื่อว่าน่าจะมีการทุจริตฮั้วประมูลฯเกิดขึ้น แต่กลุ่มที่กระทำความผิด นอกจากจะไม่ได้มีความเกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมืองแล้ว ยังทำเหมือนกับเจตนาจะท้าทายกฎหมาย และท้าทายนายกฯประยุทธ์อีกด้วย
โครงการนี้แบ่งออกเป็น 5 สัญญา มีผู้เข้าร่วมประมูลงานนี้จำนวน 3 ราย คือ
1. CKST ช.การช่าง+ชิโนไทย
2. ITD คืออิตัลไทย
3. SYUN คือซันยองกับยูนิค แต่บางสัญญา ยูนิคแยกมาประมูลเอง (และชนะเสียด้วย)
สัญญาที่ 1 ราคากลาง 20,735 ล้าน
CKST เสนอต่ำสุด 20,698 ล้าน (ต่ำกว่าราคากลาง 37 ล้าน) ITD เสนอ 20,733 ล้าน ต่ำกว่าราคากลาง 2 ล้าน
SYUN เสนอ 20,963 ล้าน สูง กว่าราคากลาง 128 ล้านบาท
สัญญาที่ 2 ราคากลาง 21,604 ล้านบาท
CKST เสนอต่ำสุด 21,572 ล้าน (ต่ำกว่าราคากลาง 32 ล้าน)
ITD เสนอ 21,602 ล้าน ก็ยังต่ำกว่าราคากลาง 2 ล้าน
ส่วน SYUN ก็เสนอราคาสูงกว่าราคากลางตามเคยคือ 21,852 ล้านบาท (สูงกว่าราคากลาง 248 ล้านบาท) (เสนอแบบนี้ตั้งใจไม่อยากชนะ)
สัญญาที่ 3 ราคากลาง 18,655 ล้าน คราวนี้เปลี่ยนเป็น ITD เสนอต่ำสุด 18,589 ล้าน (ต่ำกว่าราคากลาง 66 ล้าน) CKST เสนอ 18,653 ล้าน (เปลี่ยนมาต่ำกว่าราคากลาง 2 ล้าน)
ส่วน SYUN ก็เสนอราคาสูงกว่าราคากลางอีกตามเคยคือ 18,845 ล้านบาท(สูงกว่าราคากลาง 190 ล้านบาท) สูงกว่าราคากลางเป็นรอบที่ 3 ตั้งใจจะไม่ยอมชนะ
สัญญาที่ 4 ราคากลาง 10,025 ล้านบาท ครั้งนี้ UN ยูนิค แยกมาเสนอราคาต่ำสุด 9,999 ล้านบาท(ต่ำกว่าราคากลาง 26 ล้านบาท)
CKST เสนอ 10,022 ล้านบาท (ต่ำกว่าราคากลาง 3 ล้านบาท) ITD เปลี่ยนมาเสนอราคาสูง กว่าราคากลาง คือ10,121 ล้านบาท (สูงกว่าราคากลาง 96 ล้านบาท)
สัญญาที่ 5 ราคากลาง 3,790 ล้าน ยูนิคเสนอราคาต่ำสุด 3,750 ล้าน (ต่ำกว่าราคากลาง 40 ล้าน) CKST เสนอราคา 3,780 ล้าน (ต่ำกว่าราคากลาง 10 ล้านบาท) ITD เสนอราคา 3,785 ล้าน (ต่ำกว่าราคากลางแค่ 5 ล้านบาท)
รายละเอียดอย่างนี้ ท่านผู้อ่านพอมองออกไหมว่าน่าจะมีความผิดปกติ ไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น เหมือนตกลงกันมาก่อนว่าใครจะเอางานชิ้นใด ก็แบ่งงานกันไปก่อนเลย ทั้งหมดเหมือนรู้ราคากลางล่วงหน้า
ท่านเชื่อหรือไม่ว่าโครงการดังกล่าวนี้ น่าจะมีการทุจริตฮั้วประมูล เกิดขึ้น
แม้แต่สื่อมวลชนยังพาดหัวข่าวว่า "ผู้รับเหมาแบ่งเค้ก ประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม"
นี่ไงหลักฐานอีกชิ้นหนึ่ง ที่น่าเชื่อว่าจะมีการทุจริตฮั้วประมูลการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม ของกระทรวงคมนาคม
นายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศในวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล ว่าถ้าผู้ใดพบการโกง ให้รายงานนายกฯประยุทธ์ จะจับติดคุกให้หมด
ดังนั้น กรณีนี้นายกฯประยุทธ์จะจริงจังและจริงใจในการตรวจสอบและลงโทษหรือไม่?

ดีเอสไอทลายแก๊งเงินกู้รายใหญ่ ตะลึง!มีเงินหมุนเวียน 4 พันล้าน แฉจนท.รัฐนับพันคนเอี่ยวเคลียร์คดี

ดีเอสไอทลายแก๊งเงินกู้รายใหญ่ ตะลึง!มีเงินหมุนเวียน 4 พันล้าน แฉจนท.รัฐนับพันคนเอี่ยวเคลียร์คดี

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 23 ธันวาคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ พล.ต.ต.ถาวร ขาวสอาด ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี และพ.ต.อ.วรรณพงษ์ คชรักษ์ รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ (สนว.) รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 21 รักษาพระองค์ฯ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ร่วมกันแถลงผลจับกุมกลุ่มขบวนการปล่อยกู้นอกระบบรายใหญ่ที่สุดของประเทศ มีเครือข่ายร่วมขบวนการกว่า 2,000 ราย และมีประชาชนที่เป็นลูกหนี้ประมาณ 170,000 ราย รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดและอายัดกว่า 150 ล้านบาท
%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b9%84%e0%b8%ad1
พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า การตรวจค้นจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนายไชยวุฒิ วิวัฒนอารีกุล ทำหน้าที่ดูแลด้านไอที และดูแลระบบการจัดเก็บเงินกู้ ที่เชื่อมโยงทั้งส่วนกลางและภูมิภาค อีกทั้ง จากการจับกุมผู้ต้องหารายดังกล่าวสามารถสอบสวนขยายผลไปยังตัวการสำคัญอีกหลายราย ส่วนผู้ต้องหาอีกราย ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่อยู่ระดับบนสุดที่เจ้าหน้าที่สามารถสืบสวนสอบสวนไปถึง คือ นายวิชัย ปั้นงาม เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัวเมื่อวันที่19ธันวาคมที่ผ่านมา โดยเป็นการเดินทางออกนอกประเทศไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจค้นที่บ้านพักภายในหมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ปี จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา การเดินทางไปดังกล่าว จากการตรวจสอบพบว่านายวิชัยได้จองตั๋วเครื่องบินไว้ล่วงหน้าแล้ว คาดว่าไม่ได้รู้ล่วงหน้าว่าเจ้าหน้าที่จะตรวจค้น ทั้งนี้ เราจะติดตามตัวและออกหมายจับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าวทั่วประเทศ กว่า 2,000-3,000 คน
%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b9%84%e0%b8%ad2
พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวต่อว่า สำหรับขบวนการดังกล่าวรู้จักกันดีในชื่อแก๊งหมวกกันน็อก ทางกระทรวงยุติธรรม(ยธ.) ได้รับการแจ้งเบาะแสทั้งการข่าวเปิดและทางลับ จึงสั่งการให้ดีเอสไอดำเนินการให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาสืบสวนนานกว่า2ปี แต่จากการสืบสวนพบข้อมูลย้อนหลังของเครือข่ายดังกล่าวเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2554 มีเครือข่ายสาขาย่อย 86 สาขาทั่วประเทศ และมีเงินหมุนเวียนในเครือข่าย กว่า4,000ล้านบาท ต่อมาเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา ดีเอสไอมีมติเห็นชอบกรณีขบวนการปล่อยเงินกู้นอกระบบในอัตราดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนดเป็นคดีพิเศษ ขบวนการดังกล่าวมีการคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ร้อยละ 20 ต่อ 25 วัน โดยดอกเบี้ยต่อปีอยู่ที่ร้อยละ300 หากใครตกเป็นเหยื่อโอกาสในหลุดออกมาจากวงจรทำได้ยากมาก ทั้งนี้เรากำลังหาหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อเอาผิด ผู้เสียหายหรือลูกหนี้ขอให้นำข้อมูลมาให้กับทางดีเอสไอ หากนำไปสู่การจับกุมจะมีรางวัลนำจับให้ด้วย
%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b9%84%e0%b8%ad3
ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า คดีดังกล่าวจะต้องดำเนินการกับผู้ที่ยังเก็บเงินอยู่ ในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าว หากมีพยานหลักฐานจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกว่า1,000ราย พฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐจะทำหน้าที่เข้าไปไกล่เกลี่ย โดยใช้อำนาจบังคับลูกหนี้ให้จ่ายเงิน แต่เรายังไม่มีรายละเอียดในเรื่องของการได้รับเงินค่าดำเนินการในส่วนดังกล่าวว่าได้จำนวนเท่าไหร่ในการเคลียร์คดี แต่ตรวจสอบทราบจากหมายเลขโทรศัพท์และตัวเจ้าหน้าที่แล้ว ในส่วนนี้จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างแน่นอน ทั้งนี้ จะประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และปปง. เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินของเครือข่ายนี้ รวมถึงหาแนวทางในการเยียวยาให้กลุ่มลูกหนี้ด้วย
201612231247104-20150129150635
พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า สำหรับคีนี้เป็นคดีพิเศษที่ได้บูรณาการกับหลายฝ่ายจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ เราได้รับข้อมูลทั้งทางการข่าว และการใช้กฎหมายพิเศษของดีเอสไอในการหาข้อมูล พบว่าเครือข่ายดังกล่าวเป็นรายใหญ่ของประเทศ จากการตรวจสอบยังพบว่ามีการปกปิดแอบเปิดบริษัทประกอบกิจการอื่นๆบังหน้า โดยบางบริษัทปิดกิจการไปแล้ว และบางบริษัทจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่ได้มีการประกอบกิจการตามที่ระบุไว้ อีกทั้งยังพบว่ามีองค์กรต่างๆในการสนับสนุน ทั้งกลุ่มไอที กฎหมาย และผู้มีอิทธิพล มีส่วนกลางในการควบคุมขยายไปทั่วประเทศ
201612231247101-20150129150635
พ.ต.ต.สุริยา กล่าวต่อว่า ปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้นเป้าหมายสถานที่และการเข้าจับกุมผู้ต้องหามีทั้งหมด26จุด ทั้งในจ.ปทุมธานี, เชียงใหม่, สงขลา และขอนแก่น สามารถยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ได้แก่ รถยนต์ 26 คัน รถจักรยานยนต์ 86 คัน ตู้นิรภัย 14 ตู้ ธนบัตรไทยและสกุลเงินต่างประเทศ อุปกรณ์สื่อสาร และของมีค่าหลายรายการ รวมถึงอายัดบัญชีเงินฝาก28 เล่ม อาวุธปืน 4 กระบอก ลูกกระสุนปืน 309 นัด โฉนดที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 5 แปลง รวมมูลค่ากว่า 150 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าวพ.ต.อ.ดุษฎี และพ.ต.อ.ไพสิฐ ให้เจ้าหน้าที่เปิดตู้เซฟของกลางที่ยึดได้ 2 ตู้ ในตู้เซฟพบเงินสดรวมกันนับล้านบาท พร้อมเอกสารหลักฐาน อาวุธปืนและเครื่องกระสุน รวมถึงพระเครื่อง และผ้ายันต์ของเจ้าคุณธงชัย สโมสรเลสเตอร์ซิตี้ด้วย จากนั้นได้พาสื่อไปดูรถยนต์และจักรยานยนต์ที่เป็นของกลางในคดีดังกล่าว โดยดีเอสไอได้นำมาเก็บรักษาไว้ที่บริเวณด้านหน้าอาคารดีเอสไอด้วย

"บิ๊กเจี๊ยบ" เผย เร่งทำความเข้าใจปชช.พรบ.คอมฯ แจงหน่วยงานรับผิดชอบเตรียมเเถลง เตือนเยาวชนกลุ่มโจมตี เสียอนาคตไม่คุ้ม

"บิ๊กเจี๊ยบ" เผย เร่งทำความเข้าใจปชช.พรบ.คอมฯ แจงหน่วยงานรับผิดชอบเตรียมเเถลง เตือนเยาวชนกลุ่มโจมตี เสียอนาคตไม่คุ้ม
บิ๊กเจี๊ยบ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. กล่าวถึงการที่ประชาชนยังไม่เข้าใจเรื่องพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ว่า ตอนนี้มีบทบาทในการชี้แจงให้ความรู้กับประชาชน 2อย่าง 1.พยายามทำความเข้าใจ 2.ถ้าทำความเข้าใจแล้วยังไม่เข้าใจและพยายามก่อกวนก็ให้ดำเนินการตามกฎหมาย โดยมีหน่วยงานที่รับผิดชอบจะเป็นคนออกมาแถลงเรื่องดังกล่าว ซึ่งทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็มีหน่วยตรวจสอบอยู่แล้ว ซึ่งทางกองทัพบกและคสช.ก็ทำงานร่วมกัน ส่วนจะเป็นกลุ่มไหนที่มีการก่อกวนนั่นตนขอไม่บอก แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะออกมาชี้แจงเอง
"เว็บไซต์ของคสช.เองก็โดนโจมตีแต่ไม่ได้เสียหายมาก ก็ทำให้เว็บอืดบ้างเล็กน้อย แต่ไม่สามารถนำข้อมูลอะไรไปได้ เรามีการป้องกันเต็มที่ เว็บของกรมการเงินก็เหมือนกัน แต่ยังไม่มีผลกระทบใดกับเว็บกรมการเงิน" ผบ.ทบ.กล่าว
ผบ.ทบ. กล่าวว่า เรื่องนี้ให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบโดยตรงชี้แจง เพราะมีหน่วยงานที่รับผิดชอบหลายส่วน เราพยายามทำความเข้าใจกับทุกส่วนให้เห็นว่ามีแต่ความเสียหายกับประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เท่าที่ทราบเป็นเด็กเยาวชน ที่คงได้ความสะใจ แต่สูญเสียอนาคตมันคุ้มกันหรือไม่ โดยทางผู้รับผิดชอบไม่ได้มีการปล่อยปละละเลย ซึ่งได้มีการดำเนินการอยู่และจะออกมาแถลงในโอกาสต่อไป
ด้าน พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคลปลัดกลาโหม ยัน ระบบคอมพิวเตอร์ เวบฯกลาโหมปลอดภัย ไม่ถูกแฮค เผยมีระบบในการป้องกัน และมีหน่วยดูแล โดยตรง

กำจัด ขยะ บนโซเชี่ยลฯ

กำจัด ขยะ บนโซเชี่ยลฯ
บิ๊กตู่ ขู่กำจัดข้อมูลขยะบนโซเชียลมีเดียทำผู้อื่นเสียหาย เร่งฝ่ายกฎหมายให้คลอดมาตรการจัดการ รัฐบาลไม่มีเจตนาล้วงข้อมูล ไม่ได้ต้องการแอบฟังใคร ใครอยากคุยกับแฟน ดูรูปโป๊ ไม่มีใครอยากรู้หรอก เว้นแต่ถ้ามันมีปัญหาออกมา
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวกับประชาชนจังหวัดน่านว่า ควรเร่งกำจัดข้อมูลขยะบนโซเชียลมีเดียที่สร้างความเสียหายให้ผู้อื่น พร้อมเร่งให้ฝ่ายกฎหมายออกมาตราการควบคุม กำจัดข้อมูลที่สร้างความเดือดร้อนเสียหายให้ผู้อื่น และป้องกันไม่ให้สังคมเสื่อมโทรม
"รัฐบาลตรวจสอบค้ายา ค้าเถื่อน การแฮ็คระบบเศรษฐกิจ หรือธุรกิจ ท่านจะยอมให้โซเชียลมีเดีย มีสิ่งชั่วร้ายแบบนี้หรือ ฝ่ายกฎหมายไปหามาตราการมา" พลเอกประยุทธ์กล่าว
"ทั่วโลกเขาระวังกันหมด มีแต่เมืองไทยนี้แหละ ปลดล็อกหมด"
พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลไม่มีเจตนาล้วงข้อมูลส่วนตัวของใคร และไม่ได้ต้องการใช้มาตราการใดๆ เพื่อจับกุมใครทั้งนั้น เพราะทุกวันนี้ คุกล้นแล้ว
"รัฐบาลไม่ได้ต้องการแอบฟังใคร ใครอยากคุยกับแฟน ดูรูปโป๊ ไม่มีใครอยากรู้หรอก เว้นแต่ถ้ามันมีปัญหาออกมา
ไม่ใช่ว่า จะจับทุกคนซะเมื่อไหร่ คุกมีอยู่แค่นี้ ล้นแล้วล้นอีก" นายกฯ กล่าว

วันพุธที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2559

กีฬาทำเนียบ

วันนี้ ไม่ใช่ วันของ บิ๊กตู่‬
‪ดวลปิงปอง...ตบออก ตบวืด ตบไม่ลง...เลย แพ้ 2 เซ็ต รวด 2-11,3-11‬
‪ท้าสื่อ ดวลปิงปอง ก็แพ้ 7-11‬
ออกตัวไม่ได้เล่นนาน เป็นสิบปี
‪พุธบ่าย วันกีฬา ทำเนียบฯ‬

วันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ปีใหม่บ้านป๋า‬

ปีใหม่บ้านป๋า‬
‪นายกฯบิ๊กตู่ ไม่มีเปิดบ้าน รับการอวยพรปีใหม่ นี้ เช่นเดิม ไม่เคยเปิด แต่จะอยู่กับครอบครัว แต่นายกฯจะนำ ครม.-คสช. ผบ.เหล่าทัพ ไปอวยพรปีใหม่ ป๋าเปรม พลเอกเปรม ประธานองคมนตรี 29ธค.‬ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์

ปูติน: "เราต้องการรู้ว่าใครเป็นคนออกคำสั่ง" สังหารเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำตุรกี

ปูติน: "เราต้องการรู้ว่าใครเป็นคนออกคำสั่ง" สังหารเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำตุรกี
------------
วันที่ 19 ธ.ค.59 RT พาดหัวข่าวว่า "ปธน.ปูตินกล่าวว่าการฆาตกรรมเอกอัครราชทูตรัสเซียเป็นการยั่วยุโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อบ่อนทำลายกระบวนการสันติภาพซีเรีย" (Putin: Russian ambassador's murder provocation aimed at undermining Syria peace process)
ส่วน Sputnik พาดหัวข่าว "ปูตินและแอร์โดกันคุยกันทางโทรศัพท์หลังการฆาตกรรมเอกอัครราชทูตรัสเซียในกรุงอังการา" (Putin, Erdogan Speak Over Phone After Murder of Russian Ambassador in Ankara)
การโจมตีที่ร้ายแรงต่อเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำตุรกี ซึ่งถูกสังหารโดยมือปืนเมื่อวันจันทร์ (ตามเวลาท้องถิ่น) เป็น "การยั่วยุอย่างเห็นได้ชัด" (clearly a provocation) โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อบ่อนทำลายความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและตุรกีทั้งสองประเทศ และในการแก้ไขปัญหาซีเรีย ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซียกล่าว
"การฆาตกรรมในครั้งนี้เป็นการยั่วยุอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อบ่อนทำลายการพัฒนาและการปรับความสัมพันธ์ของรัสเซียและตุรกีให้เป็นปรกติ รวมทั้งการบ่อนทำลายกระบวนการสันติภาพในซีเรียซึ่งสนับสนุนโดยรัสเซีย ตุรกี อิหร่าน และประเทศอื่นๆที่มีความสนใจในการยุติปัญหาความขัดแย้งในซีเรีย" ประธานาธิบดีปูติน กล่าวในแถลงการณ์ในตอนเย็นวันจันทร์
การตอบโต้เพียงอย่างเดียวต่อการโจมตีที่กรุงมอสโคว์ควรจะมีให้ก็คือ ยกระดับการต่อสู้ขบวนการก่อการร้ายเพิ่มขึ้น (stepping up the fight against terrorism) ประธานาธิบดีรัสเซียกล่าวเพิ่มเติม
"เดี๋ยวพวกมือสังหารก็จะได้รู้สึก" ปูตินกล่าว ("The killers will feel it," Putin said.)
ผู้นำรัสเซียกล่าวอีกว่าเอกอัครราชทูต Andrey Karlov เป็นเจ้าหน้าที่การทูตที่เฉลียวฉลาด ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในประเทศที่เขาดำรงตำแหน่ง ทูตรัสเซียมีจุดยืนที่ดีต่อทั้งรัฐบาลตุรกีและกลุ่มการเมืองอื่นๆในประเทศนั้น
ปธน.ปูตินกล่าวอีกว่า "คณะกรรมการฝ่ายสืบสวนสอบสวนของรัสเซียได้ทำการสอบสวนในคดีฆาตกรรมครั้งนี้แล้ว ตนเองได้สนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดี Recep Tayyip Erdogan แห่งตุรกีในเรื่องนี้ เจ้าหน้าที่ของรัสเซียและตุรกีจะประสานงานร่วมกัน"
"พวกเราจะต้องรู้ว่าใครที่อยู่เบื้องหลังการสังหารครั้งนี้ และออกคำสั่งลอบสังหารครั้งนี้" ผู้นำรัสเซียกล่าว
ปูตินได้ออกคำสั่งเพิ่มด้านการรักษาความปลอดภัยให้กับคณะทูตของรัสเซียในต่างประเทศให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น รวมทั้งเจ้าหน้าที่ด้านการทูตของตุรกีในรัสเซียด้วย ปูตินกล่่าวว่า "เขา (ทูตรัสเซีย) ถูกสังหารในขณะปฏิบัติหน้าที่"
ในขณะเดียวกันปธน.แอร์โดกัน ได้เรียกการยิงเอกอัครราชทูตรัสเซียในกรุงอังการาในครั้งนี้ว่าเป้น "การยั่วยุ" (provocation) โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อทำลายความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี ผู้นำตุรกีได้ประณามอย่างรุนแรงและเผ็ดร้อนต่อการลอบสังหารทูต Andrey Karlov ในครั้งนี้
"ผมเชื่อว่านี่เป็นการโจมตีต่อตุรกี ต่อประเทศตุรกี และตอประชาชนชาวตุรกี และเป็นการยั่วยุอย่างชัดเจน... [ในแง่ของ] ความสัมพันธ์ระหว่างตุรกี-รัสเซีย ผมมั่นใจว่าเพื่อนๆชาวรัสเซียของพวกเราจะมองเห็นข้อเท็จจริงนี้ ทั้งตุรกีและรัสเซียจะไม่ยอมถูกหลอกด้วยการยั่วยุนี้"
ผู้นำตุรกีได้ยืนยันว่า อัตลักษณ์ของผู้ก่อเหตุโจมตี (มือปืน) ชื่อ "Mevlut Mert Altintas" ซึ่งเป็น "เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจลชาวตุรกี" (Turkish riot police officer) อายุ 22 ปี
[ก่อนหน้านี้สื่อฯตุรกีรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวทางทหารตุรกีว่ามือปืนที่ก่อเหตุเป็น "อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจ" ที่ต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการพยายามก่อการรัฐประหารในตุรกี แต่ถูกปลดประจำการแล้ว ดูเหมือนว่าสื่อฯตุรกีพยายามปัดความรับผิดชอบออกจากหน่วยงานราชการของตนเอง - ผู้แปล]
นายแอร์โดกันกล่าวต่ออีกว่าจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมกับรัสเซีย (และตุรกี) เพื่อทำการสืบสวนสอบสวนคดีฆาตกรรมในครั้งนี้
"จะมีการกระชับมาตการรักษาความปลอดภัยทั้งหมดทั่วสถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ของรัสเซียตามที่พวกเราได้ตกลงกับประธานาธิบดีปูติน ความสัมพันธ์ด้านต่างๆกับรัสเซียเป็นสิ่งที่สำคัญ... ผมขอบอกพวกที่ต้องการจะทำลายความสัมพันธ์ของพวกเราว่า การรอคอยของพวกคุณจะสูญเปล่า พวกคุณจะไม่มีทางได้บรรลุเป้าหมายของพวกคุณ" นายแอร์โดกันกล่าว
รายงานข่าวบอกว่า กระทรวงต่างประเทศตุรกียืนยันว่าจะไม่มีการยกเลิกการเจรจาสามฝ่ายเกี่ยวกับสันติภาพของซีเรียระหว่างรัสเซีย ตุรกี และอิหร่านที่จะจัดขึ้นในกรุงมอสโคว์ในไม่กี่วันที่จะถึงนี้
[มือปืนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แสดงตนเหมือนเป็นฝ่ายรักษาความปลอดภัย ยืนอยู่ด้านหลังทูตรัสเซียในขณะที่ทูตรัสเซียกำลังกล่าวถ้อยแถลงเปิดงานนิทรรศการภาพถ่ายต่อหน้าประชาชนและสื่อมวลชนจำนวนมาก ถือว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจมาก แน่นอนว่าเป็นการวางแผนมาอย่างดี และเหมือนตั้งใจมาตายโดยเฉพาะ ต่อมาถูกหน่วยรบพิเศษของกองทัพตุรกีสังหาร คนตายย่อมไม่พูดอะไร
รายงานข่าวบอกว่า มือปืนยิงทูตรัสเซีย 9 นัดก่อนตะโกนว่า "Allahu Akbar" ฆาตกรตะโกนว่า "พวกเราตายในอะเลปโป พวกแกต้องตายที่นี่" (We die in Aleppo, you die here.) ในความเป็นจริงแล้ว พวกที่ตายในอะเลปโปก็คือพวกผู้ก่อการร้ายส่วนมากมาจากตุรกี และอ้างว่าตัวเองเป็น "กองกำลัง FSA" ของพวกบฏสายกลางซีเรีย แน่นอนว่ารัฐบาลตุรกี สหรัฐ อียู ซาอุดิอาระเบีย การ์ตา สนับสนุนนแนวร่วม FSA ในการรุกรานซีเรียอยู่แล้ว
ฆาตกรพูดทั้งภาษาตุรกีและอาระบิกว่า "พวกเราได้สาบานกันว่าจะตายด้วยความทุกข์ทรมาน (เพื่ออุทิศตนให้กับศาสนา) มันเป็นการแก้แค้นสำหรับซีเรียและอะเลปโป... จนกว่าพวกเขาจะปลอดภัย พวกแกจะไม่ได้ลิ้มรสชาติของความปลอดภัย" (We made an oath to die in martyrdom…it is revenge for Syria and Aleppo…until they are safe, you will not taste safety.)
นี่คือคำพูดของเจ้าหน้าที่ตำรวจตุรกีที่เป็นมือสังหารทูตรัสเซีย พูดถึงความชอบธรรม พวกนี้ (ตำรวจตุรกีและผู้ก่อการ้ายตุรกี) มีสิทธิ์อะไรเข้าไปก่อเหตุในอะเลปโปของซีเรียโดยไม่ได้รับอนุญาตจากฝ่ายรัฐบาลซีเรีย ซึ่งตรงกันข้ามกับกองทัพรัสเซียที่เข้าไปโดยถูกต้องตามกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายของซีเรียเนื่องจากได้รับการร้องขอจากรัฐบาลซีเรียโดยตรง
ดังนั้นข้ออ้างของฆาตกรคนนี้จึงไม่สมเหตุสมผล และไม่มีความชอบธรรมโดยประการทั้งปวง และเป็นการยืนยันว่าตัวเองและพรรคพวกได้ละเมิดอธิปโตยและกระทำผิดกฎหมายของซีเรียโดยอุกอาจ สันดานโจรเมื่อถูกฝ่ายความมั่นคงของซีเรียและรัสเซียกำจัดก็พากันอ้างเพื่อแก้แค้นให้กับพรรคพวกของโจรด้วยกันเอง - ผู้แปล]
ป.ล. ถ่อยยิบแอร์โดกันสั่งให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับสถานทูตและสถานกงสุลรัสเซียในตุรกี แต่มือปืนที่ก่อเหตุกลับเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดรักษาความปลอดภัยซะเอง มีทูตประเทศไหนต้องการให้ตำรวจตุรกีช่วยคุ้มกันและรักษาความปลอดภัยให้อีกไหมครับ? ทูตสหรัฐและอียูต้องการไหม?

งัด ม.44 ระงับสรรหา กก.กสทช. ให้คนที่เหลือทำงานต่อจนพ้นสภาพ

‘พล.ท.สรรเสริญ’ เผย ที่ประชุม คสช. มีมติใช้มาตรา 44 เพิ่ม 3 ฉบับ ระงับการคัดเลือก กก.กสทช. เพิ่มเติม ไม่สรรหาใหม่ ให้คนที่เหลือทำงานต่อจนพ้นสภาพ ถ้าเหลือไม่ถึง 6 คน ค่อยสรรหา ออกมาตรการส่งเสริมกิจการ กสทช. ในส่วนวิทยุ-โทรทัศน์ คสช. – กำหนดเขตเศรษฐกิจพิเศษเพิ่ม 2 จังหวัด
PIC kaiooh 20 12 59 1
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า ที่ประชุมมีมติให้มีการออกคำสั่งตามมาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 เพิ่มเติมรวม 3 ฉบับ ได้แก่ การแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 17/2558 โดยให้กำหนดพื้นที่การทำเขต เศรษฐกิจพิเศษ เพิ่มเติม 2 พื้นที่ คือจังหวัดนครพนมและจังหวัดกาญจนบุรี โดย เจ้าหน้าที่ด้านปกครองและด้านความมั่นคง รวมถึงในเจ้าหน้าที่ในกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ลงไปดูพื้นที่ โดยเลือกพื้นที่ อ.อาจสามารถ จังหวัดนครพนม และ ต.บ้านเก่า อ.เมือง จังหวัดกาญจนบุรี และเมื่อนำมาจัดทำพื้นที่เขต เศรษฐกิจพิเศษจะไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ แต่อาจมีบ้างเล็กน้อยซึ่งมีมาตรการรองรับอยู่แล้ว
และให้ออกมาตรา 44 ระงับการคัดเลือกบุคคลเป็นกรรมการ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สืบเนื่องจากพ้นสภาพจากตำแหน่งเนื่องจากมีอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์ โดยเห็นว่า คณะกรรมการยังสามารถปฏิบัติงานได้ จึงออกม.44 ให้ คณะกรรมการที่เหลืออยู่ปัจจุบัน 9 คน ทำงานต่อไป จนแต่ละคนพ้นสภาพ โดยไม่ต้องสรรหาคนใหม่ แต่หากพ้นสภาพเหลือไม่ถึง 6 คน หรือกฏหมายที่แก้ไขอยู่มีการประกาศใช้ จึงจะมีการสรรหาคนใหม่ 
รวมถึงให้ออกมาตรา 44 เกี่ยวกับมาตรการส่งเสริมการประกอบกิจการ กสทช.เพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยในส่วนของวิทยุ คสช. มีความต้องการให้ข้อมูลข่าวสารไม่ถูกบิดเบือน จึงขอขยายระยะเวลาใช้แผนแม่บท ปี 2555 ออกไปอีก 5 ปี ส่วนโทรทัศน์ คสช. จำเป็นต้องส่งเสริม ผู้ประกอบการเนื่องจากมีผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และส่งเสริมการให้ข้อมูลที่เป็น ประโยชน์ต่อประชาชน คือ ขยายระยะเวลา ชำระใบอนุญาตที่ค้างอยู่ 1 งวด ออกเป็น 2 งวด โดยเสียดอกเบี้ยร้อยละ 1.5 ต่อปี ส่วนเงินส่วนต่างที่เกิดจากการประมูลจากเดิมจ่ายไปแล้ว 3 งวดเหลืออีก 3 งวด ให้มีการขยายระยะเวลาการจ่ายได้ 6 งวดใน 6 ปี จากเดิม 3 งวดใน 3 ปี ดอกเบี้ยร้อยละ 1.5 ต่อ/ปี และ ให้กองทุนวิจัย กสทช.เพื่อ ประโยชน์ สาธารณะ สนับสนุนค่าใช้จ่ายการส่งสัญญาณผ่านดาวเทียม เป็นระยะเวลา 3 ปี ปีละ 875 ล้านบาท ซึ่งประชาชนจะสามารถรับชมข่าวสารผ่านโทรทัศน์ได้ทุกช่องทาง
สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รายงานว่า ราชกิจจานุเบกษา วันที่ 20 ธ.ค. 2559 ได้เผยแพร่ คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 75/2559 เรื่อง ระงับการคัดเลือกบุคคลและการสรรหาเพื่อเสนอชื่อเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุข้อความว่า
โดยที่ขณะนี้ได้มีการเสนอแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมในส่วนขององค์ประกอบ คุณสมบัติ กระบวนการได้มา และการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. ให้แตกต่างไปจากบทบัญญัติเดิม ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้ เมื่อปรากฏว่ามีกรรมการใน กสทช. ด้านกฎหมายพ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากมีอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์ จึงเห็นสมควรให้ระงับกระบวนการได้มาซึ่งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างลงไว้ก่อน เพราะการพ้นจากตำแหน่งดังกล่าวแม้จะเป็นเหตุให้ กสทช. มีจำนวนเหลืออยู่เพียง 9 คน ก็ไม่มีผลกระทบในทางกฎหมายต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. แต่อย่างใด เนื่องจากมาตรา 20 วรรคสาม ได้บัญญัติให้กรรมการที่เหลืออยู่ยังคงสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ โดยให้ถือว่า กสทช. ประกอบด้วย กรรมการเท่าที่เหลืออยู่ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานภาครัฐ และไม่ให้เกิดความสิ้นเปลือง และซ้ำซ้อนทางด้านงบประมาณ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้ระงับการคัดเลือกและสรรหาบุคคล เพื่อเสนอชื่อเป็น กสทช. แทนตําแหน่งที่ว่างลง  ตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ไว้จนกว่าจะมีกรรมการเหลืออยู่ไม่ถึง 6 คน หรือจนกว่า ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติในวันก่อนวันที่คำสั่งนี้จะมีผลใช้บังคับ หรือจนกว่า จะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น แล้วแต่กรณีใดจะเกิดขึ้นก่อน และให้ กสทช. ประกอบด้วยกรรมการเท่าที่เหลืออยู่
ให้นำความในวรรคหนึ่ง มาใช้บังคับกับองค์ประกอบของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมด้วย โดยอนุโลม
ข้อ 2 ในกรณีเห็นสมควร นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี อาจเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งนี้ได้
ข้อ 3 คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป 
และคำสั่ง คสช. ที่ 76/2559 เรื่อง มาตรการส่งเสริมการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ ระบุข้อความว่า
โดยที่ในปัจจุบันการประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ประเภทบริการ ทางธุรกิจระดับชาติ มีการแข่งขันในรูปแบบที่หลากหลาย ประกอบกับ ผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่ส่งผลต่อรายได้ของผู้ประกอบการที่สุจริต ทำให้ไม่อาจชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ได้ทันภายในระยะเวลาที่กำหนด ในขณะเดียวกัน การส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึง และรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่มีความหลากหลาย ถูกต้อง ครบถ้วน และปราศจากการบิดเบือน ยังมีความสำคัญทั้งในด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย และความมั่นคงของชาติ การส่งเสริมความสามัคคี และสมานฉันท์ของประชาชน จึงจำเป็นต้องมีการส่งเสริมให้โทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไปผ่านดาวเทียม สามารถดำเนินการได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ ซึ่งมาตรการในการส่งเสริมนี้จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการทั้งภาครัฐและเอกชน และยังเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ให้เกิดประสิทธิภาพและสร้างความมั่นคงให้แก่ระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ จึงมีคำสั่งต่อไปนี้
ข้อ 1 ในคำสั่งนี้
“ประกาศ” หมายความว่า ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการประมูลคลื่นความถี่ เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ พ.ศ. 2556
ข้อ 2 ให้ผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ตามประกาศ ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ ในส่วนที่เหลือตั้งแต่งวดที่ 4 เป็นต้นไป ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในข้อ 10 ของประกาศ
ข้อ 3 หากผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่รายใด ไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามข้อ 2 ได้ ให้ผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่รายนั้น แจ้งเป็นหนังสือไปยังสำนักงาน กสทช. ล่วงหน้า ก่อนวันครบกำหนดชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ ตามที่กำหนดไว้ในประกาศ
ในกรณีที่สำนักงาน กสทช. พิจารณาแล้วเห็นเป็นการสมควร ก็ให้ผู้รับใบอนุญาตรายนั้นชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ในส่วนที่เหลือทั้งหมดตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายคำสั่งนี้ รวมทั้ง ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขอื่นตามประกาศด้วย
ข้อ 4 การชำระค่าธรรมเนียมตามคำสั่งนี้ ไม่เป็นการตัดสิทธิผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ ที่จะขอชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ในส่วนที่เหลือตามที่กำหนดไว้ในข้อ 10 ของประกาศ โดยให้ผู้รับใบอนุญาตนั้น แจ้งเป็นหนังสือไปยังสำนักงาน กสทช. ล่วงหน้า ก่อนวันครบกำหนดชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ตามประกาศ
ข้อ 5 การชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ตามข้อ 3 มิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ ที่ขอยกเลิกการประกอบกิจการ หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ และใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ เพื่อประกอบกิจการดังกล่าวก่อนวันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ
ข้อ 6 ให้ กสทช. และสำนักงาน กสทช. หรือคณะกรรมการบริหารกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ แล้วแต่กรณี จัดให้มีการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการส่งสัญญาณโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไปผ่านดาวเทียม ตามประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป เป็นระยะเวลา 3 ปี
การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้จ่ายเงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยให้คำนึงถึงการใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัด และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน และครอบคลุมถึงบริการโทรทัศน์สาธารณะที่นำรายการมาออกอากาศผ่านดาวเทียม ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนชาวไทยในประเทศ และที่พำนักในต่างประเทศได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างทั่วถึง ต่อเนื่อง และหลากหลาย
ข้อ 7 ให้ กสทช. หรือสำนักงาน กสทช. ดำเนินการเรียกคืนคลื่นความถี่ เพื่อนำไปจัดสรรใหม่ หรือปรับปรุงการใช้คลื่นความถี่ตามแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ (พ.ศ. 2555) เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันครบกำหนดแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ดังกล่าว ทั้งนี้ ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐที่ประกอบกิจการกระจายเสียงตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 และได้รับความเห็นชอบให้ถือครองคลื่นความถี่ ตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ยังคงมีสิทธิในการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง และการถือครองคลื่นความถี่ดังกล่าวได้ตามขอบเขตและสิทธิเดิม
ข้อ 8 ในกรณีเห็นสมควร นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี อาจเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งนี้ได้
ข้อ 9 คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ 20 ธันวาคม พุทธศักราช 2559
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
เอกสารประกอบ :
หมายเหตุ : ภาพประกอบ พล.ท.สรรเสริญ จาก ASTVmanager

ขยายเวลาปฏิบัติการ"เด็กปาก้อนหิน"ป่วนระบบการเงินการคลังของรัฐบาล

กลุ่มต้าน พรบ.คอมพ์ โพส ขยายเวลาปฏิบัติการ"เด็กปาก้อนหิน"ป่วนระบบการเงินการคลังของรัฐบาลออกไปอีกถึงเที่ยงคืน
///
20/12/59

แถลงการณ์ กลุ่มพลเมืองต่อต้าน Single Gateway
เรื่อง ขอบคุณประชาชนและขอขยายเวลาในกิจกรรม "เด็กปาก้อนหิน"
ขอบคุณทุกปลายนิ้วที่ร่วมกันลงแรงไป....ในวันนี้
(ขอโทษ พวกซาดิสต์ที่ไม่สะใจ และไม่ทำตามใจ เพราะสะใจแต่ไม่ชนะ พวกเราไม่ทำ)
ขยายเวลากิจกรรมเป็น จนถึง 24.00 น. เพื่อสั่งสอนเผด็จการ
แต่อย่างไรก็ตาม บอกได้เลยว่ากิจกรรมครั้งนี้ ที่พวกเรายกระดับขึ้น เพียงค่อนวันทำการ ก็มีคนเดือดร้อนเพราะความดื้อรันของ คณะเผด็จการ แบบหนักหนาไม่น้อยเลย
ตั้งแต่บ่ายวันนี้เป็นต้นมา ระบบการบริหารการคลังภาครัฐ(หมายถึงระบบการเบิกจ่ายเงินทั้งหมด) ทั้งประเทศทำงานไม่ได้ และรวมถึงการยื่นซอง ประกวดราคาทั่วประเทศ ทุกหน่วยงานทั่วประเทศ ทำงานไม่ได้
นี่คือการส่งสัญญาณ เพียงครั้งแรกแบบแรงๆ ว่านี่คือยกระดับครั้งแรก
แต่ถ้าพวกเราทำแค่ 1 สัปดาห์ ระบบการบริหารภาครัฐ จะจอดสนิท และถ้าทำต่อเนื่อง 2 สัปดาห์ เงินเดือนข้าราชการจะไม่ออก ไม่สามารถเบิกจ่ายได้เลย พวกเราอยากจะรู้ว่า รัฐบาลนี้จะอยู่ได้อย่างไร
รีบดำเนินการอย่างที่พวกเราร้องขอซะ ก่อนที่รัฐบาลนี้จะอยู่ไม่ได้ไปด้วย
และสำหรับประชาชนที่อาจเดือดร้อนเพราะเรื่่องนี้ ไม่ต้องมาบอกให้พวกเราหยุด แต่ให้ไปบอกลุงตู่ให้จบเรื่องนี้ซะ ถ้าลุงตู่ยังไม่ยอมจบ ก็ชวนกันออกไปไล่ลุงตู่กันได้แล้ว
ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, ผู้คนกำลังยืน และ ข้อความ
ในภาพอาจจะมี ข้อความ
ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ
ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

โหร คมช.ทำนาย"บิ๊กตู่"เดินตามรอย"ป๋าเปรม"ชี้อีก6เดือนปรับครม.อีกครั้ง



20 ธ.ค. 59 นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ โหร คมช. กล่าวถึง ครม.ประยุทธ์ 4 ว่า เป็นการปรับตามเวลามากกว่า เป็นจังหวะที่รัฐมนตรีว่างลงหลายตำแหน่ง จึงมีการปรับเปลี่ยนหาคนที่เหมาะสมที่มีความสามารถมาดำรงตำแหน่ง ไม่ใช่ปรับเพราะเกิดความแตกแยกในรัฐบาล หรือ คสช. ข่าวการปรับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เป็นเพียงกระแสข่าว พล.อ.ประวิตร ยังต้องทำหน้าที่อีกสักระยะหนึ่ง พอถึงเวลาจะมีปัจจัยหลายสาเหตุ อาจเรื่องสุขภาพ เมื่อหน้าที่ท่านหมดก็จะหมดไป
ส่วนการปรับ ครม.ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย คอยดูอีก 6-7 เดือนจะมีการปรับ ครม.อีกครั้งก่อนการเลือกตั้ง โดยมีปัจจัยหลายสาเหตุรวมๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ ความมั่นคง สถานการณ์ในเวลานั้น และการทำงานของรัฐมนตรีในแต่ละกระทรวงว่าเข้าเป้าหรือไม่ คนรอบข้าง นายกฯที่เข้ามาร่วมงานถือเป็นตัวช่วย ใครที่หมดหน้าที่ก็หมดไป ก็จะมีคนใหม่เข้ามาทดแทน
นายวารินทร์ กล่าวว่า ส่วน พล.อ.ประยุทธ์​ ยังมีบารมีความเป็นผู้นำ ยังมีหน้าที่ประคับประคองเพื่อชาติบ้านเมือง เมื่อบ้านเมืองหมดอุปสรรค พล.อ.ประยุทธ์ ก็จะเดินออกมาจาก นายกฯ เหมือน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี สำหรับการเลือกตั้งมีแน่ แต่จะมีการขยับบ้างเล็กน้อยตามสถานการณ์ แต่ไม่มาก ส่วนโรดแมปยังเดินต่อไปได้ และในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ผู้ที่จะได้รับเลือกเข้ามา จะแตกต่างจากในอดีต เมื่อการเปลี่ยนแปลงเรื่องประชาธิปไตยในบ้านเรามีการพัฒนาที่ดีขึ้น แบบเก่าๆเร่ิมหดหายไป น่าจะได้คนใหม่ๆ พรรคใหม่ๆ ปรากฎขึ้นมา พรรคต่างๆ ที่เคยกุมอำนาจอาจจะไม่ใช่เวลาของเขา


ที่มา : แนวหน้า

'ประยุทธ์' สวนกลุ่มต้านพ.ร.บ.คอมฯ ถามก่อนคัดค้านเข้าใจศีลธรรมดีหรือยัง

'ประยุทธ์' สวนกลุ่มต้านพ.ร.บ.คอมฯ ถามก่อนคัดค้านเข้าใจศีลธรรมดีหรือยัง ถ้าไม่เข้าใจคำนี้ ก็ไม่ต้องทำอย่างอื่น
เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี กรณีการคัดค้านร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่า อย่าไปให้ความสำคัญมานักในขณะนี้ คนที่ต่อต้านคัดค้านก็เพียงถามกลับไปว่าเข้าใจหรือยัง บางคนเขาโพสต์มา ก็ไลค์ต่อไปเรื่อยๆ บางทีไม่ได้ดูสาระข้างใน ที่เขาพยายามอธิบาย ว่าความหมายแต่ละอันคืออะไรอย่างไร
“แต่ผมสงสัยอยู่ว่า ในเมื่อเราเป็นประเทศเมืองพุทธส่วนใหญ่ เขาเขียนคำว่าศีลธรรมอันดี ไม่รู้จักกันเหรอ สื่อรู้จักไหม ถ้ารู้จักก็อย่ามีปัญหามากนัก การทำผิดศีลธรรมอันดีคืออะไร ศีลธรรมคือความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงของประเทศชาติ ถ้าไม่เข้าใจคำนี้ ก็ไม่ต้องทำอย่างอื่น และที่ท่านถามมาผมก็จะถามกลับไป ซึ่งท่านเป็นคนที่ใช้ระบบโซเชียล มากกว่าผม เมื่อเปิดดูแล้วเห็นอันตรายในนั้นหรือไม่ ไม่ว่าจะขายยาเถื่อน ภาพโป๊ หรือการใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม หมิ่นประมาทบิดเบือน” นายกฯ กล่าว

ความตายของฑูตรัสเซีย :กระสุนแห่งความเจ็บปวด?

หลังจากเหตุการณ์สังหารนักการฑูตรัสเซีย นายอังเดร คาร์ลอฟ (Andrei Karlov) เอกอัครราชฑูตรัสเซียประจำกรุงอังการา ตรุกี  เมื่อคืน (19 ธ.ค. 59 เวลาท้องถิ่น) พลันในหัวทำให้นึกถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ขึ้นมาอย่างฉับพลันและพร้อมกับการคาดเดาว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต... 

ในประวัติศาสตร์อันสำคัญของโลกเกี่ยวกับสงคราม  เหตุการณ์มกุฎราชกุมารแห่งออสเตรีย-ฮังการี คือ ฟรานซิส เฟอร์ดินานด์ ถูกลอบปลงพระชนม์ใน ค.ศ.1914 ณ. เมืองซาราเจโว ขณะเสด็จเยือนเมืองหลวงของบอสเนีย โดยผู้ลอบสังหารคือ กาฟริโล  ปรินซิพ นักศึกษาชาวบอสเนียสัญชาติเซอร์เบีย  ถือว่าเป็นคนหนุ่ม ที่ปฎิบัติการครั้งนี้และเป็นสาเหตุประการหนึ่งทีทำให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้ผู้คนเสียชีวิตจำนวนมาก 

เป็นทีรับทราบกันดีว่าสงครามในซีเรีย ประธานาธิบดีปูตินแห่งประเทศรัสเซียคือผู้หนุนหลังประธานาธิบดีบัชชาร ฮาฟิซ อัลอะซัด ที่ปกครองซีเรีย ผู้ครองอำนาจต่อจากบิดามาอย่างยาวนาน ทำให้ประชาชนจำนวนมากต่อต้าน เกิดการประท้วงภายหลังจากเหตุการณ์อาหรับสปริง บางส่วนกลายมาเป็นกลุ่มติดอาวุธต่อต้านรัฐบาลซีเรีย ซึ่งมีหลายกลุ่มด้วยกัน ไม่ใช่มีแต่กลุ่มไอซิส 

ปูตินแห่งรัสเซียและบัชชารแห่งซีเรีย ได้ร่วมมือกันก่อสงครามและเข่นฆ่าประชาชนในซีเรียอย่างเลือดเย็น โดยข้ออ้างของการปราบปรามกลุ่มไอซิส การก่อการร้าย ทำให้ประชาชนมุสลิมจำนวนมากที่ติดตามเรื่องสงครามซีเรีย ไม่ชอบและต่อต้านรัฐบาลซีเรียและรัฐบาลรัสเซีย  

มุสลิมและผู้คนทั่วโลกจำนวนไม่น้อยได้เห็นถึงความไร้สัจจะของปูตินและบัชชาร จะเรียกว่านโยบายการฑูตหรือผลประโยชน์ของประเทศอะไรก็ตาม แต่ในสายตาของคนมุสลิมมันคืออาชญากรสงครามระดับตัวพ่อ ที่ก่อให้ผู้คนเสียชีวิตและผู้อพยพจำนวนมาก 

นายเมวลูท แมรท อัลทินทาซ (Mevlüt Mert Altıntaş)

เหตุการณ์การยิงนักการฑูตรัสเซียในกรุงอังการา ของนายเมวลูท แมรท อัลทินทาซ (Mevlüt Mert Altıntaş) เรามุสลิมต้องแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ่ง เพราะนี้ไม่ใ่ช่หนทางของการหยุดสงครามซีเรีย และไม่ใช่แนวทางอันสง่างาม การฆ่าคน ไม่สามารถช่วยเหลือเด็กในซีเรียได้ 

สำหรับมุสลิมแล้ว เราต้องไม่สนับสนุนวิธีการใช้ความรุนแรงแบบนี้ เพราะนักการฑูต, นักบวช, พ่อค้า, ประชาชน เมื่อเข้ามาอยู่ในสังคมที่มุสลิมเป็นส่วนใหญ่ พวกเขาคือแขกผู้มีเกียรติ เราจำเป็นต้องปกป้องและให้ความยุติธรรมกับพวกเขา 

นั้นก็หมายรวมถึงนักการฑูตรัสเซียที่มาปฎิบัติงานในกรุงอังการา เราต้องไม่ฉีกสัญญาแห่งการฑูตและสัจจะระหว่างกัน เพราะนี้คือความสง่างามที่เราเคยมีในประวัติศาสตร์อิสลาม ท่านนบีมูฮำหมัด(ซ.ล.) เคยกล่าวไว้ว่า 

“ผู้ใดที่เข่นฆ่าผู้ที่อยู่ภายใต้สนธิสัญญา เขาจะไม่ได้รับกลิ่นอายของสวรรค์ ทั้งที่กลิ่นของสวรรค์นั้นสามารถสัมผัสได้แม้จะอยุ่ห่างออกไปเป็นระยะทางเท่ากับการเดินทางสี่สิบปีก็ตาม ”  (บันทึกโดยบุคอรีย์ หะดีษเลขที่ 6914 )

ประวัติศาสตร์อิสลามมีบทเรียนกำชับให้มุสลิมทุกคนปกป้องคนต่างศาสนิกที่อยู่ภายในสังคมอิสลามโดยถือว่าพวกเขาเหล่านั้นเป็นประชากรที่มีสิทธิและเสรีภาพเช่นเดียวกับมุสลิมที่เป็นคนส่วนใหญ่ ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของพวกเขาเสมือนการให้การคุ้มครองแก่ชาวมุสลิมทุกประการ

สำหรับการการฆ่านักการฑูตรัสเซียครั้งนี้ เป็นการทำให้รัสเซียเข้มแข็งและชอบธรรมมากกว่าเดิม และจะทำให้ตุรกีและโลกมุสลิมเสียเกียรติ และทำให้สงครามยืดเยื้อและมีเงื่อนไขใหม่ๆขึ้นมา

ข้อสังเกตบางประการ ต่อการสังหารนักการฑูตครั้งนี้ คำถามสำคัญคือว่า ทำไมต้องสังหารนักการฑูตรัสเซีย การเมืองเรื่องอำนาจในแผ่นดินซีเรีย มีหลายฝ่ายด้วยกันที่ปฎิบัติในนามของรัฐ ทั้งตุรกี อเมริกา ฝรังเศส เยอรมัน รัสเซีย รัฐบาลซีเรีย ฯลฯ 

สำหรับผู้ลงมือสังหารเขาคือคนหนุ่ม มีหน้าที่การงานที่ดี และหลังจากที่ลงมือสังหาร เข้าได้ตะโกนเป็นภาษาตุรกี ข้อความที่ส่งออกมาคือ พูดถึงสงครามในซีเรีย เหยื่อ เด็กๆ ที่สูญเสียชีวิต " เราต้องไม่ลืมซีเรีย " น้ำเสียงที่พูดออกไปด้วยความหนักแน่น แต่ข้อความของมันคือ ความเอาใจใส่ชีวิตของผู้คนในแผ่นดินซีเรีย...คำถามคือ ยังมีคนสามัญ คนเล็กคนน้อย และคนจำนวนมาก ที่มีหัวใจความเป็นมนุษย์ และทนไม่ได้กับสงคราม  แล้วเราจะรับมือกันอย่างไร ? 

สำหรับสังคมมุสลิมแล้วมันคือกระสุนแห่งความเจ็บปวดและความอับอาย เราเจ็บปวดที่เราต้องอยู่กับวิธีการแห่งความรุนแรงที่กระทำในนามมุสลิมเสมอ และเราอับอายที่เราไม่สามารถปกป้อง รักษาชีวิตผู้คนภายใต้สนธิสัญญาได้ ตามที่ท่านนบีมูฮำหมัด(ซ.ล) ได้กล่าวและบอกเราทุกคนว่า 

“ผู้ใดที่เข่นฆ่าผู้ที่อยู่ภายใต้สนธิสัญญา เขาจะไม่ได้รับกลิ่นอายของสวรรค์”  (บันทึกโดยบุคอรีย์)

ที่มา : http://www.pataniforum.com/single.php?id=634

การสังหารฑูตรัสเซียประจำกรุงอันคาร่า

นายอันเดร คาร์ลอฟ เอกอัคราชทูตรัสเซียประจำกรุงอันคาร่า นอนอยู่ที่พื้นหลังถูกคนร้ายยิงอย่างอุกอาจขณะกำลังกล่าวปราศรัยที่นิทรรศการภาพถ่าย "Russia as Seen by Turks" หรือ "รัสเซียจากมุมมองของชาวตุรกี" ที่สถานทูตรัสเซียเป็นผู้สนับสนุน ท่ามกลางความตื่นตกใจของผู้เข้าร่วมงานที่พยายามหาที่กำบัง
ช่างภาพของสำนักข่าว Associated Press อยู่ในที่เกิดเหตุ ทำให้สามารถจับภาพคนร้ายและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทันที โดยระบุว่าคนร้ายซึ่งเป็นชายใส่ชุดสูทสีดำ ตะโกนคำว่า "Allahu Akbar'' ก่อนที่จะลั่นไกอย่างน้อย 8 ครั้ง ต่อจากนั้นตะโกนเป็นภาษาตุรกีว่า "อย่าลืม Aleppo อย่าลืมซีเรีย!" และ "จะไม่มีความปลอดภัยเกิดขึ้นที่นี่ หากพวกตนไม่ได้รับความปลอดภัยเช่นกัน"
ก่อนที่ตำรวจตุรจะยิงสังหารคนร้ายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และระบุด้วยว่าคนร้ายชื่อนายเมฟรุต เมิร์ต อัลตินตาส อายุ 22 ปี ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในตำรวจปราบจราจลของตุรกี แต่พ้นจากหน้าที่เมื่อราว 2 ปีที่แล้ว
Andrey Karlov (2ndR), the Russian ambassador to Ankara, lying on the floor after being shot by a gunman (R) during an attack during a public event in Ankara, Turkey. A gunman crying "Aleppo" and "revenge" shot Karlov while he was visiting an art exhibition in Ankara, witnesses and media reports said. The Turkish state-run Anadolu news agency said the gunman had been "neutralised" in a police operation, without giving further details.

ความเสี่ยงด้าน Geopolitical risk เพิ่มขึ้นเมื่อคนร้ายบุกยิงทูตรัสเซียประจำตุรกี ดับคางานแสดงภาพถ่าย!!

(Dec 20) ความเสี่ยงด้าน Geopolitical risk เพิ่มขึ้นเมื่อคนร้ายบุกยิงทูตรัสเซียประจำตุรกี ดับคางานแสดงภาพถ่าย!! คนร้ายใช้ปืนยิงเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำตุรกี ในงานนิทรรศการภาพถ่าย ในกรุงอังการา เมื่อเย็นวันจันทร์ ได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนจะเสียชีวิตที่โรงพยาบาล และมีผู้ถูกกระสุนลูกหลงได้รับบาดเจ็บอีก 3 คน ส่วนคนร้ายถูกเจ้าหน้าที่ยิงเสียชีวิต
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอังการา ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ว่า นายอันเดร คาร์ลอฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำตุรกี ถูกคนร้ายชายรายหนึ่งใช้ปืนพกยิงได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เหตุเกิดขณะที่นายคาร์ลอฟกำลังกล่าวคำปราศรัย ในพิธีเปิดนิทรรศการภาพถ่าย ที่สถานทูตรัสเซียให้การสนับสนุน ที่หอศิลปะคักดาส ซานัตลาร์ เมอร์เคซี ในเขตคันกายาของกรุงอังการา เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 19.25 น. วันจันทร์ ตามเวลาท้องถิ่นตุรกี
รายงานของสื่อท้องถิ่นตุรกี ระบุว่า ชายคนร้ายซึ่งยังไม่ทราบชื่อ สวมชุดสูทสีดำและผูกเนคไท ร้องตะโกนสรรเสริญพระเจ้า ก่อนจะใช้ปืนยิงใส่นายคาร์ลอฟรวม 8 นัด ซึ่งมีผู้ถูกกระสุนลูกหลงได้รับบาดเจ็บอีก 3 คน โดยในระหว่างการยิงคนร้ายได้ร้องตะโกนอีกว่า อย่าลืมอเลปโป อย่าลืมซีเรีย พวกเราตายในเลปโป แต่คุณตายที่นี่ ก่อนจะถูกตำรวจที่รักษาความปลอดภัยในงานยิงเสียชีวิต และเจ้าหน้าที่ตุรกีกำลังสอบสวนเพื่อระบุตัวตนของคนร้าย รวมทั้งมูลเหตุจูงใจ
เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังการประท้วงหลายวันในตุรกี เกี่ยวกับบทบาทของรัสเซียในสงครามกลางเมืองซีเรีย แม้ว่ามอสโกและอังการาจะกำลังทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่ออพยพพลเมืองออกจากเมืองอเลปโปทางเหนือของซีเรีย
หลังเกิดเหตุการณ์ น.ส.มาเรีย ซาคาห์โรวา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ออกแถลงการณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์ในกรุงมอสโก ยืนยันการเสียชีวิตของนายคาร์ลอฟ และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ได้รับทราบรายงานแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็น "การก่อการร้าย" ซึ่งกลุ่มฆาตกรจะต้องถูกลงโทษ
Source: เดลินิวส์ออนไลน์ และกรุงเทพธุรกิจออนไลน
ความคืบหน้า : ปูติน"ประณามเหตุสังหารทูตประจำตุรกีhttp://www.bangkokbiznews.com/news/detail/732555