PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันศุกร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ชื่อชั้นเด่นเลย ‘ขายดี’

ชื่อชั้นเด่นเลย ‘ขายดี’

2 ชั่วโมง 15 นาที เป็นระยะเวลาที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. นำทีม ครม.ชี้แจงหลักการและเหตุผลของร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2561 วงเงิน 2.9 ล้านล้านบาท ต่อที่ประชุม สนช.
ไม่ใช่ว่ากลัวน้ำลายจะบูด เพราะงดพูดออกไมค์กับสื่อมาหลายวัน
แต่เพราะคือหน้าที่ผู้นำรัฐบาล ผู้นำประเทศ ต้องแจงรายละเอียดความจำเป็นในการใช้งบฯของหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ
เป็นอีกเวทีที่ผู้นำย้ำความเชื่อมั่นในสถานการณ์เศรษฐกิจประเทศ โดย “บิ๊กตู่” ยืนยันเศรษฐกิจไทยปี 2560 มีแนวโน้มขยายตัวร้อยละ 3.3—3.8 เพิ่มจากปี 2559 ที่ขยายตัวร้อยละ 3.2
จากการฟื้นตัวของการส่งออก เศรษฐกิจคู่ค้า ราคาสินค้าในตลาดโลก และการขยายตัวของการลงทุนภาครัฐ
ถึงแม้ว่าจะเป็นการจัดงบฯแบบขาดดุล แต่ผู้นำยืนยัน ปัจจุบันฐานะเงินคงคลัง 182,515 ล้านบาท มูลค่าเงินสำรองระหว่างประเทศ 184,469 ล้านบาท
คลังประเทศยังมั่นคง
แล้วก็อย่างที่เห็น ถึงแม้จะงดให้สัมภาษณ์สื่อยาวๆไป แต่ใจความหลักทิศทางประเทศก็ต้องจับสัญญาณที่ผู้นำจะเอื้อนเอ่ยในหลายเวทีหลายโอกาส กระทั่งลงพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้าน เกษตรกร
และแน่นอน ในบรรยากาศที่เหมือนได้ยินเสียงปี่กลองเลือกตั้ง “บิ๊กตู่” ย้ำโรดแม็ปคืนอำนาจอีกครั้ง ขั้วฝ่ายการเมืองต่างๆก็เริ่มเคลื่อนไหวเป็นพรวน
ล่าสุด แว่วข่าวจากค่ายเพื่อไทย “ตัวหลอกหลบไป-ตัวจริงมาแล้ว”
ต่อเนื่องจากการถูกเอ่ยชื่อในหลายวงวิเคราะห์ ที่ถูกพาดพิงนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ ต้องออกมาปฏิเสธกระแสข่าว
บอกปัดอยู่ใน “บัญชีตัวเลือก” ของ “อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร”
ในเหตุผล ไม่เคยกับใครในพรรคเพื่อไทย ไม่สนใจและไม่เกี่ยวข้องใดๆทางการเมืองมานานแล้ว
นายสุรเกียรติ์ระบุ ปัจจุบันทำหน้าที่ประธานคณะมนตรีเพื่อสันติภาพและความปรองดองของเอเชีย (APRC) องค์กรเอกชนระหว่างประเทศที่มีสมาชิกเป็นอดีตผู้นำในเอเชียและยุโรป 25 คน
มีงานปาฐกถาและบรรยายทุกเดือน รวมทั้งทำงานการกุศลช่วยสังคม
พูดทำนองไม่ว่าง ยังไม่พร้อมไปเป็น “นอมินี” ให้ใคร
ปัดฟื้นสัมพันธ์กับ “นายใหญ่” หลังจากหลังรัฐประหารปี 2549 นายสุรเกียรติ์ แยกตัวไปเป็นประธานที่ปรึกษานโยบายพรรคเพื่อแผ่นดินช่วงสั้นๆ และเว้นวรรคการเมืองในบ้านเลขที่ 111 พรรคไทยรักไทย
พร้อมกระแสปมร้อน สถานะ “พยานปากเอก” ทำ “สัมพันธ์สะบั้น” จนใครๆมองว่ายากจะกลับมาต่อติด
แต่ก็นั่นแหละ วงข่าววงวิเคราะห์ก็มองกันในมุมที่ว่า
นักธุรกิจโคตรฉลาดอย่าง “ทักษิณ” โชว์ให้เห็นมาหลายรอบ แล้ว ถึงสไตล์ วิน—วิน หนักหนาสาหัส ชนิดจ้องพิฆาตกัน สุดท้ายยังกลับมาดีลร่วมงานกันได้
เพียงแต่คิวนี้ไม่รู้ว่า ไม่มีมูล หรือ “ความแตก” แหยงโดนจับจ้องจากศูนย์อำนาจที่สัญญาณไม่ชัด
ชื่อ “สุรเกียรติ์” อาจต้องจบข่าว พับเก็บไว้ก่อน
เพราะอีกทางก็มีอีกหลายบิ๊กเนม ที่เหมาะกับโหมดต่างๆ ปัจจัยที่ “นายใหญ่” จะเลือก
กระทั่งอีกสูตรพิเศษมาแรง ใช้บริการรุ่นพี่รุ่นน้องรั้วสามพราน “อดีตบิ๊กสีกากี” ที่มีทั้งยังอยู่ล่มหัวจมท้ายในพรรค
รวมทั้งรายที่เจอไฟต์บังคับ จำต้องแยกไปสร้างโปรไฟล์ พิงขั้วอำนาจปัจจุบัน
สำหรับ “สุรเกียรติ์” แม้ยืนยันไม่ได้ไปเอี่ยวกับค่ายเพื่อไทย
แต่ในห้วงที่รัฐธรรมนูญเปิดช่อง “คนนอก” เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีได้
ชื่อชั้นย่อมติดเรตติ้งขายดีไม่แพ้บิ๊กเนมรายอื่นๆ.
ทีมข่าวการเมือง

วันพฤหัสบดีที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2560

“วัส”ห่วงเซตซีโร่กสม.เกิดผลเสียมากกว่าผลดี ทำงานสะดุด-เกิดสูญญากาศ

“วัส”ห่วงเซตซีโร่กสม.เกิดผลเสียมากกว่าผลดี ทำงานสะดุด-เกิดสูญญากาศ


วัส ติงสมิตร
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน นายวัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ตนได้รับร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. … จากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)ที่ส่งมาให้กสม. เสนอความเห็นแล้ว โดยพบว่าในมาตรา 60 ของร่างกฎหมายดังกล่าวได้ระบุถึงการเซตซีโร่ กสม.ไว้ ซึ่งขณะนี้ทางสำนักงานกสม.กำลังดูในรายละเอียดร่างกฎหมายดังกล่าว ก่อนที่จะส่งความเห็นกลับไปยัง กรธ.ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องเซตซีโร่ แต่เป็นความเห็นเกี่ยวกับร่างกฎหมายทั้งหมด ส่วนเรื่องการเซตซีโร่ก็ยังคงต้องรอดูในร่างสุดท้ายที่ กรธ.ส่งให้ สนช.ว่าจะมีการเขียนเรื่องนี้ไว้หรือไม่ทั้งนี้การอ้างเหตุผลว่าเซตซีโร่ กสม. เพราะปัจจุบันการทำงานของกสม.มีปัญหาอย่างต่อเนื่องและขาดความหลากหลายนั้น ไม่ถูกต้องทั้งในข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง เพราะองค์ประกอบของ กสม.ชุดปัจจุบัน ก็นับว่ามีความหลากหลาย มีทั้งอดีตข้าราชการในงานที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน นักจิตอาสา และภาคประชาสังคม ซึ่งข้อตำหนิของ ICC หรือ GANHRI ในปัจจุบันนั้น ไม่ใช่ความหลากหลาย
นายวัส กล่าวว่า ส่วนการทำงาน กสม.ชุดปัจจุบัน มีผลงานออกมาทั้งระดับภายในประเทศและระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง หากมีการเซตซีโร่น่าจะมีผลเสียมากกว่าผลดี อาจจะทำให้ต่างชาติก็ต้องเกิดข้อสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ในเมื่อกสม.ชุดนี้ก็ทำงานมีผลงาน แต่การเปลี่ยนแปลงในช่วงนี้งานของ กสม.จะถูกกระทบกระเทือน เพราะนโยบายทุกอย่างจะหยุดหมดกลายเป็นช่วงสูญญากาศ โครงการต่าง ๆ ที่กำลังเดินไปได้ด้วยดี จะหยุดชะงักทันทีซึ่งจะเป็นผลเสียแก่องค์กรและประเทศชาติ บางครั้งอาจจะไม่เป็นผลดีแก่ฝ่ายที่มีอำนาจด้วย อาจจะถูกมองว่ามีการแกล้งกัน หรือมองว่ามีใครต้องการเข้ามาอยู่ในตำแหน่งนี้แทน กสม.ชุดปัจจุบันหรือไม่ อย่างไรก็ตาม มองว่าการเซตซีโรองค์กรอิสระ จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อมีเหตุจำต้องกระทำโดยไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ และต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมต่อผู้ที่อาสาที่ละทิ้งงานเดิมมาทำงานให้องค์กรอิสระ แม้ตนจะรู้สึกผิดหวัง แต่เมื่อตราบใดที่ยังไม่มีข้อยุติเรื่องนี้ ตนก็จะทำงานอย่างเต็มที่

จบที่ศาล รธน.

จบที่ศาล รธน.


ศึกครั้งนี้เห็นทีจะต้องสู้กันถึง ฎีกา
กรณีสมาชิก สนช.ลากตั้งเสียง ข้างมากมีมติเห็นชอบให้เซ็ตซีโร่คณะกรรมการ กกต.พ้นจากตำแหน่งทั้ง 5 คน
แล้วให้สรรหา กกต.ชุดใหม่ จำนวน 7 คน ภายใน 60 วัน นับตั้งแต่ พ.ร.บ. กกต.ฉบับใหม่ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ
แต่บังเอิญ 5 เสือ กกต.ไม่ใช่หมูกลัวปังตอ ไม่ยอมเป็นเหยื่อโดนเชือด ล้างบาง
ทางเดียวที่ 5 เสือ กกต.จะรอดจากการโดนเซ็ตซีโร่คือต้องพึ่งศาลรัฐธรรมนูญ
“แม่ลูกจันทร์” รับประกันซ่อมฟรีว่าประธาน กกต.และ กกต.อีก 4 คน จึงต้องยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด 2 ประเด็น
1, กกต.ทั้ง 5 คน ผ่านการสรรหามาอย่างถูกต้อง และได้ปฏิบัติหน้าที่มาแล้วครึ่งเทอม แต่อยู่ดีๆ สนช.ลากตั้งจะออกกฎหมายย้อนหลังให้ กกต.ทั้ง 5 คน ต้องพ้นจากตำแหน่งยกทีม
การออกกฎหมายให้เป็นโทษย้อนหลังจึงผิดหลักนิติธรรม
2, การเซ็ตซีโร่ กรรมการ กกต.เพียงองค์กรเดียวในขณะที่กรรมการองค์กรอิสระอื่นๆ สามารถอยู่ต่อจนครบวาระได้อย่างสบายแฮ
ถือเป็นการกำหนดกติกาที่ไม่เป็นธรรมกับ กกต.
“แม่ลูกจันทร์” สรุปว่าสงครามเซ็ตซีโร่ ระหว่าง สนช.กับ กกต.ต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ
กรณีนี้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ได้ 2 ทาง
ถ้าศาลรัฐธรรมนูญ เห็นว่าการเซ็ตซีโร่ กกต. 5 คน เป็นอำนาจของ สนช.
5 เสือ กกต.ก็เสร็จค่อล่อซ่อตามกติกา
แต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าข้อโต้แย้งของ กกต.มีน้ำหนักฟังขึ้น ศาลรัฐธรรมนูญอาจวินิจฉัยให้ กกต.ทั้ง 5 คน อยู่ต่อไปจนครบเทอม
ถ้าหวยออกประตูนี้ 5 เสือ กกต.ก็รอดจากการเซ็ตซีโร่ไปได้อย่างสบายอุรา
ปัญหาจึงต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญสถานเดียว
“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าปัญหาคุณสมบัติ กรรมการองค์กรอิสระที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในรัฐธรรมนูญฉบับซื่อแป๋มีชัยเซียนเหยียบหิมะไร้รอย นอกจากส่งผลเป็นจระเข้ฟาดหางทำให้ 5 เสือ กกต.ต้องกระเด็นตกเก้าอี้ยกทีม
ยังส่งแรงสั่นสะเทือนระดับ 6.5 ริกเตอร์ ไปถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช.อย่างเต็มเปา
ทำให้กรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบัน 6 คน จากที่มีอยู่ 9 คน อาจ...เข้าข่ายขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ
ตัวอย่างเช่น พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.มีแนวโน้มขาดคุณสมบัติ เนื่องจากพ้นจากตำแหน่งการเมืองไม่ถึง 10 ปี
นายวิทยา อาคมพิทักษ์ กรรมการ ป.ป.ช.มีแนวโน้มขาดคุณสมบัติ เนื่องจากเคยดำรงตำแหน่งกรรมการองค์กรอิสระแห่งอื่นมาก่อน
พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง กรรมการ ป.ป.ช.ก็มีแนวโน้มขาดคุณสมบัติ เนื่องจากเป็นอธิบดี หรือหัวหน้าส่วนราชการไม่ถึง 5 ปี
ดังนั้น ถ้าจะเซ็ตซีโร่ กกต. 5 คน แต่ไม่เซ็ตซีโร่ ป.ป.ช. 9คน ก็จะถูกติฉินนินทาว่าเลือกที่รักมักที่ชัง
กลายเป็นงูกินหางตัวเอง.

“แม่ลูกจันทร์”

ต้องทำให้เหมือนกัน

ต้องทำให้เหมือนกัน


หลังออกแรงลุ้นจนน้ำบานมานานหลายเดือนในที่สุด 5 เสือ กกต.ชุดปัจจุบัน ก็โดนเซ็ตซีโร่ตั้งแต่ประธาน กกต. และ กตต.อีก 4 คน
เป็นองค์กรอิสระแห่งแรกที่โดนเทกระจาดตกเก้าอี้ยกทีมต้องเก็บฉากกลับบ้านด้วยความชีช้ำกะหล่ำปลี
“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่า การที่ 5 เสือ กกต.ถูกเทกระจาดกลาง ทางหลังดำรงตำแหน่งได้แค่ครึ่งเทอม จะมีเหตุผลเบื้องหลังอย่างไร ยังเป็นเรื่องอึมครึม
แต่เหตุผลเบื้องหน้ามีชัดเจน 3 ประการคือ...
1, เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับมีชัย ได้เพิ่มอำนาจ กกต.มากขึ้นอีกหลายประการ
2, ได้กำหนดสเปกผู้ดำรงตำแหน่ง กกต.ให้สูงขึ้นกว่าเดิม
3, ได้เพิ่มจำนวนกรรมการกกต.จาก 5 คน เป็น 7 คน
ด้วยเหตุผล 3 ประการข้างต้นจึงต้องเซ็ตซีโร่ กกต.ชุดปัจจุบันทั้ง 5 คน ให้พ้นจากตำแหน่งพร้อมกัน
และให้สรรหา กกต.ชุดใหม่7คน ให้เสร็จภายใน 60 วัน นับตั้งแต่พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.ฉบับใหม่ เริ่มประกาศใช้อย่างเป็นทางการ
เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้แลแฮ
“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าเมื่อเสียงข้างมากของ สนช.เห็นชอบให้เซ็ตซีโร่ กรรมการ กกต.ยกทีม
ผลที่เกิดขึ้นทันทีคือ ประธาน กกต. นายศุภชัย สมเจริญ และ กกต.อีก4 คน นำโดย นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.คนดัง จะเหลืออายุใช้งานอีก ไม่เกิน 5 เดือน
จากนั้นจะมี กกต.ชุดใหม่ 7คน เสียบแทนราวเดือนตุลาคม
เท่ากับ กกต.ชุดใหม่จะมีเวลาเตรียมจัดเลือกตั้งล่วงหน้าได้อีก1 ปี พอดิบพอดี
“แม่ลูกจันทร์” ยํ้าว่า การที่กกต.ชุดปัจจุบันโดนโละสต๊อกพร้อมกันทั้ง 5 คน สามารถมองได้ 2 มุม
ถ้ามองแง่บวก การที่ กกต.ชุดนี้เข้ามาทำหน้าที่พร้อมกันทั้ง 5คน เมื่อถึงเวลาออกก็ออกไปพร้อมกันทั้ง 5คน ก็เหมาะสมดี
เพราะถ้าจะถ่ายเลือดทั้งที ก็ควรถ่ายเลือดให้หมดเกลี้ยงไปเลย
แต่ถ้ามองแง่ลบ แม้รัฐธรรมนูญใหม่ได้กำหนดคุณสมบัติ กกต.สูงขึ้นกว่าเดิม ยังมี กกต.ชุดเดิมที่มีคุณสมบัติครบตามสเปกใหม่อีก 2 คน
ดังนั้น กกต.ที่ไม่ขาดคุณสมบัติจึงควรได้ทำหน้าที่ กกต.ต่อไปจนครบเทอม
อย่างไรก็ดี “แม่ลูกจันทร์” ไม่ได้รู้สึกดีใจหรือเสียใจที่ กกต.ทั้ง 5 คน จะโดนเทกระจาดกลางทาง
ไม่ได้ยินดียินร้ายที่จะมี กกต.ใหม่อีก 7 คน
เพียงแต่หวังว่าที่ประชุม สนช.จะยึดหลักเกณฑ์และหลักการที่ใช้กับ กกต.กับองค์กรอิสระอื่นๆใน มาตรฐานเดียวกัน
1, ถ้ายึดคุณสมบัติกรรมการองค์กร อิสระที่กำหนดในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่...
จะมีกรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันขาดคุณสมบัติพร้อมกัน 6 คนจากกรรมการ ป.ป.ช. 9 คน!!
2, ถ้าเซ็ตซีโร่ กกต.ทั้งชุด ก็ต้องเซ็ตซีโร่ ป.ป.ช.ทั้งชุด
เพราะเป็นองค์กรอิสระเหมือนกัน
ถ้าไม่ใช้มาตรฐานเดียวกันมันก็หลายมาตรฐานน่ะซีโยม.
"แม่ลูกจันทร์"

ชื่อ 'สุรเกียรติ์' ล่าสุด

ชื่อ 'สุรเกียรติ์' ล่าสุด

โดนของแข็งเข้าแล้ว ล่าสุดนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชน เดินทางเข้าพบตำรวจ บก.ปอท. เพื่อแจ้งความให้ดำเนินคดีกับเพจออนไลน์ในโซเชียล มีเดีย
ฐานแอบอ้างใช้ภาพถ่าย ประกอบเนื้อหาการแสดงความเห็นของกรรมการสิทธิมนุษยชน เกี่ยวกับคดีฆ่าหั่นศพสาวคาราโอเกะในพื้นที่เขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น
นัยว่า นักสิทธิมนุษยชนชี้สังคมควรให้โอกาส “เปรี้ยวหั่นศพ”
ทั้งๆที่อยู่ในช่วงเวลาที่นางอังคณาทำงานอยู่ต่างประเทศและไม่เคยออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคดีดังกล่าว
และภายหลังถูกนำภาพถ่ายไปใช้ จึงได้รับผลกระทบ เพราะถูกผู้ใช้สื่อออนไลน์คอมเมนต์ต่อว่าด้วยคำพูดหยาบคายอย่างรุนแรง
ผลจากพฤติการณ์แผลงๆในยุคสื่อโซเชียลมีเดียที่ทรงอิทธิพลแบบไร้ขอบเขต
ขาดมาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคม
ตามสถานการณ์แรงตกกระทบจากปรากฏการณ์ “เปรี้ยว” ยังคงมีต่อเนื่อง
แต่ที่กำลัง “เปรี้ยว” มาเลยก็คือ อาการของ “5 เสือ กกต.” ทีมงานคณะกรรมการ การเลือกตั้งที่เปิดศึกย้อนศรยุทธการ “เซ็ตซีโร่” ด้วยการตั้งแท่นสอบคุณสมบัติ 9 รัฐมนตรีของรัฐบาล คสช.
เล่นจังหวะเอาล่อเอาเถิด ต่อรองกันเป็นเชิง
ถ้าข้าอยู่ไม่ได้ เอ็งก็อยู่ไม่เป็นสุขเหมือนกัน
ในอารมณ์เหน็บกันแบบแสบๆคันๆ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย พยายามเก็บอาการไม่มองเป็นการสร้างเงื่อนไขต่อรองของ กกต.
ยกคำพระ “อจินไตย” ไม่ควรแม้แต่จะคิดว่า “มีคนอย่างนี้อยู่”
จับทาง “วิษณุ” ก็คงคาดไม่ถึงว่า 5 เสือ กกต.จะกล้างัดเกมนี้มาเล่นเหมือนกัน
ซึ่งนั่นก็สะท้อนภาวะการดิ้นสู้ทุกวิถีทาง ขุมข่ายองค์กรอิสระไม่ยอมให้ล้างกระดานกันง่ายๆ
เพราะอำนาจอันหอมหวานไม่เข้าใครออกใคร ถ้าได้เสพแล้วติดใจทุกราย ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายคนดีแสนดี หรือพวกที่โดนตราหน้าพะยี่ห้อ “ทักษิณ”
ที่แน่ๆอาการดิ้นสู้ของ กกต.คงจะทำให้ คสช.กระอักกระอ่วนไม่น้อย
เพราะอีกด้านหนึ่งก็ถือว่าเข้าเหลี่ยมนักการเมือง ทั้งยี่ห้อเพื่อไทยและค่ายประชาธิปัตย์ ที่ออกมาแสดงท่าทีคัดค้านการเซ็ตซีโร่ กกต.แบบหัวชนฝา
ไม่ใช่เพราะพิศวาส หรือชื่นชมในผลงาน
แต่เพราะเงื่อนไขสถานการณ์มันอาจโยงไปถึงการเลื่อนเลือกตั้ง ถ้า 5 เสือ กกต.ชุดนี้โดนล้างกระดาน ก็ไม่มีหลักประกันจะสรรหาทีมใหม่มาจัดเลือกตั้งได้ทันตามโปรแกรมโรดแม็ป
แบบที่เคยมีเหตุติดล็อกกันมาแล้วในอดีต
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ไหลมาถึงตรงนี้ จะยื้อหรือไม่ยื้อเลือกตั้งยังไงก็ต้องขยับกันแล้ว
โฟกัสป้อมค่ายการเมืองเตรียมแต่งตัวกันแต่หัววัน
ฝั่งประชาธิปัตย์นั้นเปิดหน้าเปิดตัวกันชัดเจนอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อทีมงาน กปปส.ยกโขยงกลับมาตายรัง ไปไหน ไม่รอด
และนั่นก็ตอกย้ำกระแสข่าววงใน “ลุงกำนัน” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิ กปปส.กระเตงตั้งพรรคใหม่ไม่ไหว
ภายหลังโพลทหารหยั่งกระแสแล้วชื่อ “ลุงกำนัน” ดังแค่บนเวทีม็อบ แต่ในสนามเลือกตั้งคนปักษ์ใต้รู้จักแค่พรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น
หันไปที่ฟากเพื่อไทย ที่ยามนี้ “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เจ้าแม่เมืองกรุง ได้ธงจากดูไบ นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานเวลาประชุมแกนนำพรรค โดยที่ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคอย่างเป็นทางการ ได้แค่นั่งประกบข้างๆมุมโต๊ะ
แต่ก็อีกนั่นแหละ ในทางการเมืองคนที่โชว์หน้าโชว์ตัวมักเป็นแค่ตัวหลอก
เพราะล่าสุดชื่อของนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ยุครัฐบาลไทยรักไทย โผล่ออกมาในบัญชีตัวเลือกในการแก้โจทย์ยากๆของฝ่าย “ทักษิณ”
ต้องผ่องแรงเสียดทานของฝ่ายคุมเกมอำนาจ
นักธุรกิจโคตรฉลาดอย่าง “ทักษิณ” ต้องเลือกจุดที่ได้ประโยชน์มากสุด
เทียบกับตัวเลือกอื่น “สุรเกียรติ์” ตรงล็อกสุด ณ ห้วงนี้.
ทีมข่าวการเมือง

บิ๊กตู่ โยงข่าว "ไอ้เปรี้ยว" กับ พรบ.คุมสื่อ.



บิ๊กตู่ โยงข่าว "ไอ้เปรี้ยว" กับ พรบ.คุมสื่อ...งง ทำกระเป๋า ลายๆ ขายดีอีก ห่วงเด็กไม่รู้ อะไรผิดถูก
พลเอกประยุทธ์ นายกฯ กล่าวในระหว่างชี้แจงงบประมาณ ปี2561 ต่อ สนช. ว่า วันนี้ สื่อเสนอข่าว แต่เรื่อง "เปรี้ยว" สนใจกันบ้างมั้ยว่า น้ำแข็งขั้วโลกละลาย มีผลต่อเรื่องน้ำยังไง
"มัวแต่ดู แต่เรื่อง ไอ้เปรี้ยว เนี่ย แถมทำให้กระเป๋า ลายๆ ขายดีอีก ห่วงเด็กๆ จะไม่รู้ว่า อะไรผืดถูก เสนอข่าวมา3 อาทิตย์แล้ว ติงสื่อเสนอข่าวแบบนี้คุมกันเองได้มั้ย เผยคุยสื่อแล้ว อ้างต้องเสนอข่าว ไม่งั้นตกข่าว เพราะฉบับอื่นเสนอข่าว แล้ว อย่างนี้ สมาคมสื่อ ดูแลกันเองได้มั้ย หารือกันให้ได้. มันสำคัญ นะพรบ.สื่อ เราไม่ได้จำกัดสิทธิ์เขาเลย ให้คุมกันเอง แต่ ถ้าคุมไม่ได้ สมาคมสื่อ โดนด้วย นะ

ไม่ใช่เพื่อ "สืบทอดอำนาจ"

ไม่ใช่เพื่อ "สืบทอดอำนาจ"
"บิ๊กตู่" ชี้แจงงบประมาณต่อ สนช. ยันที่ ไม่ใช่ทำนั่นทำนี่ ไม่ใช่เพื่อสืบทอดอำนาจ คสช เปรยรัฐบาลทำงานหนัก เพื่อปชช....
เปรย แก้ปัญหา บริหารจัดการน้ำ เราทำมา3 ปี มากกว่าที่ ทำมาย้อนหลังไปอีก 8ปี ถาม ถ้ามีทุจริตตรงไหน ให้ไปหามาดิ
ชี้ ครูสอน ไม่ทัน โซเชี่ยลฯ แล้ว วอนสอนค่านิยม จะกี่ประการ ก็ได้ มีทั้งของ "จอมพล ป"และ ของผม มันเสียหายตรงไหน ช่วยกันเตือน

นายกฯ จึ้ สื่อ พิจารณาเอง รับผิดชอบ ตามหลักจรรยาบรรณวิชาชีพ หลังเสนอข่าว"พลเอกเตียบันห์"



นายกฯ จึ้ สื่อ พิจารณาเอง รับผิดชอบ ตามหลักจรรยาบรรณวิชาชีพ หลังเสนอข่าว"พลเอกเตียบันห์"โยงขนอาวุธชายแดน เผย "บิ๊กป้อม"สร้างความเข้าใจกับกัมพูชาแล้ว เชื่อไม่กระทบความสัมพันธ์
จากกรณีที่สำนักวิเทศสัมพันธ์ กระทรวงกลาโหมกัมพูชา ออกหนังสือถึงสำนักงานผู้ช่วยทูตทหารไทย ประจำกรุงพนมเปญ เรียกร้องให้สื่อมวลชนไทยบางสำนักแสดงความรับผิดชอบและขอโทษอย่างเป็นทางการภายหลังนำเสนอข่าวพาดพิงพล.อ.เตีย บันห์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมของกัมพูชาว่า เกี่ยวข้องกับขบวนการขนอาวุธผิดกฎหมายจากกัมพูชาไปยังเมียนมา แต่รถได้ประสบอุบัติเหตุที่ จ.ตราด และถูกเจ้าหน้าที่จับได้ เมื่อ 3 มิ.ย.60
โดยพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้โทรศัพท์ไปพูดคุยกับพล.อ.เตีย บันห์ แล้ววานนี้ นั้น
พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกรัฐบาล กล่าวว่า ต่อเรื่องนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า เป็นการทำความเข้าใจระหว่าง 2 ประเทศ โดยเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ เพราะทั้งไทยและกัมพูชาเป็นมิตรประเทศที่ดีต่อกันมาโดยตลอด
ส่วนเรื่องการแสดงความรับผิดชอบของสื่อนั้น เป็นสิ่งที่สื่อเองจะต้องไปพิจารณาว่าควรทำอย่างไร เพราะเชื่อว่าสื่อมวลชนทุกคนมีจรรยาบรรณหรือบรรทัดฐานในการปฏิบัติ เมื่อเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้"

วันพุธที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ระเบิดโจมตีรัฐสภาและสุสานอดีตผู้นำอิหร่าน เสียชีวิต 12 ราย

ระเบิดโจมตีรัฐสภาและสุสานอดีตผู้นำอิหร่าน เสียชีวิต 12 ราย

ภาพที่ดูเหมือนเด็ก กำลังถูกหย่อนตัวลงจากหน้าต่างอาคารรัฐสภาอิหร่านImage copyrightEPA
คำบรรยายภาพภาพที่ดูเหมือนเด็ก กำลังถูกหย่อนตัวลงจากหน้าต่างอาคารรัฐสภาอิหร่าน
เหตุโจมตีที่อาคารรัฐสภาและสุสานอดีตผู้นำสูงสุดอิหร่านในกรุงเตะราน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 12 ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก
ขณะนี้การโจมตีที่อาคารรัฐสภา ดูเหมือนจะคลี่คลายแล้ว หลังจากมีเสียงยิงปะทะกันเป็นระยะนานหลายชั่วโมง ส่วนผู้ก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตาย เสียชีวิตที่อนุสรณ์สถาน ของอญาโตลลอฮ์ โคไมนี
นอกจากนี้ ยังมีความพยายามโจมตีครั้งที่ 3 ด้วย แต่ทางการอิหร่านระบุว่า เจ้าหน้าที่สามารถสกัดไว้ได้
กลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลาม หรือไอเอส ออกมาอ้างความรับผิดชอบการโจมตี ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นในอิหร่าน และทางกลุ่มไอเอส ยังได้โพสต์ภาพ ที่อ้างว่าถ่ายได้จากด้านในอาคารรัฐสภาด้วย
สื่อท้องถิ่นของอิหร่านรายงานว่า มีผู้ก่อเหตุโจมตี 4 ราย บุกเข้าไปยังอาคารัฐสภา แต่ถูกเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงยิงเสียชีวิต โดยขณะนี้ ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่า ในจำนวนตัวเลขผู้เสียชีวิต 12 รายนี้ มีผู้ก่อเหตุรวมอยู่ด้วยหรือไม่ และเป็นตัวเลขรวมจำนวนเหยื่อจากทั้ง 2 เหตุการณ์หรือไม่
ภาพที่เผยแพร่โดยสำนักข่าวฟาร์ส นิวส์ แสดงให้เห็นว่ามีระเบิดเกิดขึ้นนอกสุสานImage copyrightJAMARANNEWS/FARS
คำบรรยายภาพภาพที่เผยแพร่โดยสำนักข่าวฟาร์ส นิวส์ แสดงให้เห็นว่ามีระเบิดเกิดขึ้นนอกสุสาน
ด้านนายพีร์ ฮอสเซน โดลิวันด์ จากหน่วยกู้ภัยฉุกเฉินระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีทั้ง 2 เหตุการณ์ รวมประมาณ 40 ราย
เมื่อช่วงเช้าของวันพุธ (7 มิ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น ผู้ก่อเหตุพร้อมด้วยอาวุธปืนคาลาชนิคอฟ บุกเข้าไปยังอาคารรัฐสภา ทางด้านประตูใหญ่โดยปลอมตัวเป็นผู้หญิง จากนั้นผู้สื่อข่าวรายงานตามภาพเหตุการณ์ว่า มีเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง เข้าล้อมอาคาร และมีเสียงปืนดังตามมา
อย่างไรก็ตาม ทางรัฐบาลอิหร่านปฏิเสธว่า ไม่มีเหตุการณ์จับตัวประกันในอาคารรัฐสภา โดยนายอาลี ลารีจานี ประธานสภาฯ ระบุว่า เป็น 'เหตุการณ์เล็กน้อย'
เจ้าหน้าที่ความมั่นคงอิหร่าน เข้าปิดล้อมอาคารรัฐสภาImage copyrightTASNIM NEWS AGENCY/REUTERS
คำบรรยายภาพเจ้าหน้าที่ความมั่นคงอิหร่าน เข้าปิดล้อมอาคารรัฐสภา
การโจมตีอีกจุด เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 10:40 น. ตามเวลาท้องถิ่น (18:10 น. ตามเวลาไทย) โดยผู้ก่อเหตุ บุกเข้าไปเปิดฉากกราดยิงที่สุสานอญาโตลลอฮ์ โคไมนี อดีตผู้นำและผู้ก่อตั้งประเทศอิหร่าน
สถานีโทรทัศน์อิริบ รายงานคำให้สัมภาษณ์ของผู้ว่าราชการกรุงเตหะรานว่า หนึ่งในผู้ก่อเหตุได้จุดชนวนระเบิดที่ติดอยู่กับเสื้อกั๊ก และอีกคนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงเสียชีวิต ส่วนภาพข่าว แสดงให้เห็นระเบิดมือ และซองกระสุนจากปืนอัตโนมัต ที่เจ้าหน้าที่พบอยู่กับร่างของผู้ก่อเหตุที่เสียชีวิต โดยรายงานระบุด้วยว่า มือระเบิดฆ่าตัวตายดูเหมือนเป็นผู้หญิง ส่วนประชาชนที่กำลังสักการะสุสานอยู่ บางคนได้รับบาดเจ็บ

วันอังคารที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2560

พบแล้ว..!!"ตัวการ"ลักลอบขายอาวุธสงคราม


พบแล้ว, พบแล้ว ตัวการลักลอบขายอาวุธสงคราม, ลักลอบขายอาวุธสงคราม, ผบทบชี้พบแล้วตัวการขายอาวุธสงคราม, ข่าวการเมือง คมชัดลึก, ตัวการ, ผบทบ, สอธนากรณ์, ชพัน1 รอ

"ผบ.ทบ."เผย“ส.อ.ธนากรณ์”ทหารช.พัน 1 รอ.เป็นตัวการ ลักลอบขายอาวุธ-ระเบิดกองทัพ

ผ่านไลน์และเฟซบุ๊ก เชื่อไม่เกี่ยวเหตุป่วนกรุง ลั่นพร้อมตัดคนไม่ดีออกจากกองทัพ ไ


          6  มิ.ย. 60 - พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ว่า ตนได้เน้นย้ำในที่ประชุมเกี่ยวกับการดูแลตรวจสอบคลังอาวุธของหน่วยต่างๆ ส่วนกรณีการตรวจพบอาวุธสงครามในพื้นที่กทม. และจ.ตราดนั้นยืนยันว่าทั้งสองเหตุการณ์ไม่มีความเชื่อมโยงกัน ในส่วนของจ.ตราดนั้นทางผู้ต้องหาได้รับสารภาพว่าดำเนินการส่งให้ชนกลุ่มน้อยในพื้นที่ด้านตะวันตก โดยรูปลักษณ์ของอาวุธตนเชื่อมั่นว่าเป็นไปในลักษณะนั้น ถือเป็นกระบวนการลักลอบค้าอาวุธสงครามจากด้านตะวันออกไปด้านตะวันตก ในส่วนกรณีการส่งวัตถุระเบิดผ่านบริษัทขนส่งพัสดุเอกชนที่พบที่กทม.นั้น ฝ่ายความมั่นคงได้นำตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาควบคุมตัวไว้ 19 คน แบ่งเป็นทหาร 12 คน และพลเรือน 7 คน จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า คือ ส.อ.ธนากรณ์ บุญกาญจน์ เจ้าหน้าที่คลังอาวุธของกองพันทหารช่างที่ 1 รักษาพระองค์ (ช.พัน1 รอ.)เป็นผู้เกี่ยวข้องหลัก ที่ผ่านมาส.อ.ธนากรณ์ร่วมกับพวกเปิดแอพพลิเคชั่นไลน์ และเฟซบุ๊กซื้อขายแลกเปลี่ยนอาวุธปืนทั้งแบบที่มีทะเบียนและไม่มีทะเบียน เมื่อเห็นว่าสามารถซื้อขายได้จึงลักลอบนำวัตถุระเบิดส่วนหนึ่งพร้อมกระสุนมาขายอีก ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีต่อไป
          “ขบวนการค้าอาวุธสงครามมีมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยที่มีเหตุการณ์บริเวณชายแดน บางคนมองว่าสามารถทำกำไรได้ง่าย และรู้ช่องทางในการซื้อขาย จึงใช้ความรู้ความสามารถของตนเองดำเนินการ ทั้งนี้ยืนยันว่าทั้งสองกรณีไม่เกี่ยวข้องกัน อีกคนดำเนินการในหน่วยของตนเองเนื่องจากรับผิดชอบดูแลคลังอาวุธ ซึ่งมีความรู้เรื่องนี้พอสมควรและทำงานอยู่มาเป็นเวลานาน แม้ว่าจะมีการตรวจสอบตามช่วงเวลาผ่านกรรมการของหน่วยและกรรมการส่วนกลางเขาก็หาช่องทางหลบเลี่ยงได้ ผมพยายามทุกวิถีทางที่จะคลี่คลายเรื่องนี้ พร้อมใช้โอกาสนี้กวาดล้างผู้ที่เกี่ยวข้องกับอาวุธสงครามทั้งหมด อย่างไรก็ตามได้เน้นย้ำทุกหน่วยไปดำเนินการกวาดล้างอาวุธสงครามในพื้นที่ทุกพื้นที่ที่สงสัย” ผบ.ทบ. กล่าว
          พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวยืนยันว่า ในกรณีเหตุการณ์ที่จ.ตราดเป็นอาวุธที่มาจากต่างประเทศที่ต้องการที่จะส่งไปจากด้านตะวันออกไปด้านตะวันตก ไม่ได้มาจากคลังของทหาร เราเป็นเพียงทางผ่าน ซึ่งจะเห็นได้ว่าประเทศรอบด้านเรามีความขัดแย้ง โดยกลุ่มชนกลุ่มน้อยพยายามสร้างความเข้มแข็งให้กับตนเอง ไม่สามารถจัดหาอาวุธแบบถูกกฎหมายได้ จึงพยายามซื้ออาวุธที่มาถูกต้องจากพื้นที่ที่มีการค้าขาย ตนได้เข้มงวดมาโดยตลอด โดยเฉพาะอาวุธที่อยู่คลังที่ประจำการอยู่ภายในกองทัพบก เมื่อไม่สามารถนำในส่วนนี้ออกมาได้จึงต้องไปซื้อจากต่างประเทศนั้นเป็นเรื่องของคน ทั้งนี้กำลังพลของกองทัพบกมีจำนวนมากทั้งคนดีและไม่ดี เมื่อพบว่าคนใดไม่ดีก็ต้องดำเนินการ
          เมื่อถามว่าที่ผ่านมาทางชนกลุ่มน้อยได้มีการเจรจากับรัฐบาลของประเทศตนเอง แต่ยังสะสมอาวุธอยู่นั้น เกิดจากสาเหตุใด พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า ชนกลุ่มน้องทุกกลุ่มต้องการสร้างความมั่นใจให้กับตนเอง ในอนาคตทุกกลุ่มต้องแข็งแรง และซื้อจากที่ไหนก็แล้วแต่ แต่ละกลุ่มมีวิธีการของตนเอง ในส่วนของเราก็ต้องป้องกันคนของเราเองที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการเหล่านี้
          เมื่อถามว่าอาวุธและระเบิดที่มีชื่อผู้รับอยู่ที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และจ.ปัตตานีนั้นจะมีความเชื่อมโยงกับการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงหรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า ส่วนใหญ่เป็นกระสุนและวัตถุระเบิดเป็นหลัก ซึ่งมีกลุ่มที่สะสมอาวุธเหล่านี้ และเมื่อมีการนำไปใช้เราก็ตรวจจับกลุ่มเป้าหมายทั้งหมดทั้ง 19 คนที่มีรายชื่ออยู่และยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับการก่อความวุ่นวายในช่วงเวลาที่ผ่านมา อาวุธที่ขายเป็นกระสุนที่ครบนัด ไม่เหมือนกับระเบิดแสวงเครื่องที่จัดทำขึ้นมาเองในเหตุการณ์ระเบิด 3 จุดในกทม. เรื่องนี้ถือเป็นความทุจริตของบุคคล ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลว่ามีอะไรนอกเหนือจากนี้หรือไม่ก่อนจะดำเนินการตามกฎหมาย
          ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่ามีการส่งอาวุธเข้าไปในหน่วยทหารจนตำรวจไม่สามารถตรวจสอบได้นั้น พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวตนไม่ทราบ แต่ตรงไหนที่มีหลักฐานก็จะต้องตามไปให้หมด บางส่วนไม่ได้มาจากที่ส่งไป แต่มีอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว ทั้งหมดยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องว่าเป็นทหารแล้วจะมาดูแลกัน หากคนไม่ดีตนก็พร้อมเอาออกจากกองทัพ ซึ่งเวลานี้ตำรวจกำลังสอบสวนและเราต้องทำคู่ขานกันไป ในส่วนของจ.ตราดที่มีความเป็นห่วงว่าจะกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับประเทศเพื่อนบ้านนั้น คิดว่าคงไม่เป็นเช่นนั้น เพราะเป็นเรื่องของทหารนอกแถวของประเทศเพื่อนบ้านมาเจอกับทหารนอกแถวของเราร่วมกันดำเนินการ คงไม่มีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ ขอให้แยกเรื่องของบุคคลกับหน่วยงานหรือองค์กร 

“ดร.เจษฎา” โพสต์”หมุดหน้าใส หายไปแล้ว สงสัยเกิดอะไรขึ้น



ภาพจากเฟซบุ๊ก jessada denduangboripant
เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจาก “หมุดคณะราษฎร” บริเวณลานหน้าพระบรมรูปทรงม้า ซึ่งเป็นหมุดที่ทำขึ้นเนื่องในเหตุการณ์การอภิวัฒน์สยาม 2475 ซึ่งพระยาพหลพลพยุหเสนา หนึ่งในแกนนำคณะราษฎร อ่านประกาศคณะฉบับที่ 1 เสร็จสิ้นในเวลาย่ำรุ่งของวันที่ 24 มิถุนายน 2475 โดยหมุดเดิมมีข้อความว่า “”ณ ที่นี้ 24 มิถุนายน 2475 เวลาย่ำรุ่ง คณะราษฎรได้ก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญ เพื่อความเจริญของชาติ”ได้หายไปและได้มีการนำหมุดใหม่มาใส่ไว้แทน โดย มีข้อความรอบนอกว่า “ความนับถือรักใคร่ในพระรัตนตรัยก็ดี ในรัฐของตนก็ดี ในวงศ์ตระกูลของตนก็ดี มีจิตซื่อตรงในพระราชาของตนก็ดี ย่อมเป็นเครื่องทำให้รัฐของตนเจริญยิ่ง” “ขอประเทศสยามจงเจริญยั่งยืนตลอดไป ประชาชนสุขสันต์ หน้าใส เพื่อเป็นพลังของแผ่นดิน” จนกลายเป็นประเด็นตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา
ล่าสุดรศ. ดร. เจษฎา อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “หมุดหน้าใส” หายไปแล้ว เกิดอะไรขึ้นเนี่ย

ธงนำของพรรคประชาธิปัตย์

ธงนำของพรรคประชาธิปัตย์
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังการหรือร่วมกับอดีตส.ส.พรรค ที่ไปทำงานกับกลุ่มกปปส. ว่า
- กลุ่มคนเหล่านี้เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ คนที่มาพรรคในเวลานี้เพราะมีความชัดเจนในเรื่องของกฎหมายพรรคการเมือง และกฎหมายเลือกตั้งกำลังจะออกมาแล้ว จึงคิดว่าเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสมที่จะกลับมา โดยผมได้บอกว่าการมาอยู่กับพรรคต้องยึดอุดมการณ์และหลักการของพรรค ซึ่งเป้าหมายของคนเหล่านี้คือการปฏิรูปประเทศ และการต่อสู้กับระบอบทักษิณ ถือเป็นแนวทางที่พรรคฯยึดถือและเดินหน้าปฏิรูปประเทศอยู่แล้ว สิ่งที่รัฐบาลปัจจุบันทำได้ก็อยากให้ทำ แต่ถ้าทำไม่ได้พรรคฯพร้อมที่จะเดินหน้า เช่น การปฏิรูปตำรวจ การปฏิรูปสื่อ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองบนวิถีทางประชาธิปไตย โดยทุกคนที่มาวันนี้ก็สนับสนุนแนวทางของพรรค

ด้านแนวคิดของนายสุเทพ ที่ประกาศสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีอีก 5 ปีนั้น ได้คุยกับเกี่ยวกับความเห็นของนายสุเทพซึ่งอยู่ในส่วนการเมืองภาคประชาชน ไม่ใช่ในระบบพรรคการเมือง
ส่วนที่นายถาวร ระบุว่าหากหัวหน้าพรรคไม่ได้เป็นนายกฯก็ไม่ได้พูดชัดเจนว่าจะสนับสนุนคนอื่นหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของอนาคตไม่มีใครตอบได้ แต่เมื่อเราเป็นพรรคการเมืองต้องเสนอตัวเป็นทางเลือกให้ประชาชน เคารพการตัดสินใจของประชาชน วันนี้ยังไม่ได้เลือกตั้ง ยังไม่รู้ว่าใครจะอาสาลงสมัครรับเลือกตั้งบ้าง จะพูดว่ารัฐบาลต้องเป็นอย่างนั้น นายกฯต้องเป็นอย่างนี้คงไม่ได้ หลังจากประชาชนตัดสินแล้วค่อยมาดูว่าเป็นอย่างไร 

พรรคยืนยันว่าใครที่รวบรวมเสียงข้างมากในสภาได้ก็สมควรจัดตั้งรัฐบาล และไม่ต้องการเห็นส.ว.ฝืนเจตนารมย์ประชาชน เพราะจะเป็นเงื่อนไขนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองในอนาคต แต่ถ้าไม่สามารถเลือกนายกฯในบัญชีได้ก็ต้องไปสู่ขั้นตอนการยกเว้นหลักเกณฑ์ แต่ไม่ควรสรุปล่วงหน้า ไม่เช่นนั้นก็เป็นการไม่ให้เกียรติประชาชน

ด้านกรณีที่นายวิทยา ระบุว่าคนที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญกระสันอยากเลือกตั้งนั้น ผมเห็นทุกคนก็บอกว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้ง ไม่รู้ว่าอย่างนี้จะเรียกว่ากระสันหรือไม่ เพราะที่กลับมาอยู่พรรคการเมืองก็เพื่อกลับมาลงสมัครรับเลือกตั้ง
ซึ่งถือเป็นหน้าที่ของนักการเมือง และไม่มีใครในพรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องว่าต้องเลือกตั้งพรุ่งนี้ แต่คสช.เป็นผู้วางโรดแมพก็อยากให้เดินตามนี้ ส่วนเห็นด้วยหรือไม่กับรัฐธรรมนูญเป็นคนละประเด็น แต่เข้าใจว่าเวลามีการพาดพิงอาจมีอารมณ์ตอบโต้ไปมา เมื่อมีโอกาสคุยกันก็เห็นว่ามีการยอมรับแนวคิดและอุดมการณ์พรรค และหลังจากนี้หากนายสุเทพมีความเห็นที่ไม่ตรงกับพรรคฯ คนกลุ่มนี้ก็ต้องยึดถือแนวทางของพรรคฯ ไม่ควรมีความเห็นที่สวนทางกับแนวทางของพรรค เพราะพรรคต้องมีเอกภาพ และมีจุดยืนที่ชัดเจนกับประชาชน
ส่วนที่มีข่าวมาตลอดว่านายสุเทพส่งอดีตส.ส.กลุ่มนี้กลับมาเพื่อยึดพรรคฯและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งหัวหน้าพรรคนั้น ทุกคนที่มายืนยันว่าไม่ใช่ และนายสุเทพก็ยืนยันกับผมว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพรรคประชาธิปัตย์เพราะออกไปทำงานภาคประชาชนแล้ว จะไม่เข้ามาแทรกแซงการทำงานพรรคทั้งสิ้น
ที่นายเอกณัฏ ระบุว่ายังไม่สามารถพูดได้ว่าจะสนับสนุนนายอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรคในการเลือกผู้บริหารพรรคครั้งหน้านั้น ผมไม่มีสิทธิ์บังคับให้ใครมาสนับสนุน เพราะพรรคฯเป็นประชาธิปไตย ทุกคนมีสิทธิ์เลือกหัวหน้าพรรค แต่สิ่งสำคัญคือใครก็ตามที่จะเป็นหัวหน้าพรรคต้องยึดอุดมการณ์พรรค ซึ่งตอนนี้คนกลุ่มนี้ก็บอกแล้วว่าสนับสนุนคนที่มีรายชื่ออยู่ในพรรคเป็นนายกฯ สิ่งนี้สำคัญกว่า ผมจึงไม่กังวล (ผู้จัดการออนไลน์)

“บิ๊กตู่” ยันตั้งทหารนั่งบอร์ดรัฐวิสาหกิจ แค่สังเกตการณ์ ไม่ยกมือพูด

“บิ๊กตู่” ยันตั้งทหารนั่งบอร์ดรัฐวิสาหกิจ แค่สังเกตการณ์ ไม่ยกมือพูด


“บิ๊กตู่” ยันตั้งทหารนั่งบอร์ดรัฐวิสาหกิจแค่สังเกตการณ์ ไม่ยกมือแสดงความเห็น ยันไม่ตัดสัดส่วนอื่นออก
เมื่อ‪เวลา 14.30 น. วันที่ 6 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงคำตอบของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เขียนตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีที่มีทหารเข้าไปนั่งในบอร์ดรัฐวิสาหกิจหลายแห่งว่า ช่วงที่ผ่านมามีปัญหาภายในบอร์ดรัฐวิสาหกิจ จึงให้ทหารเข้าไปนั่งสังเกตการณ์ ไม่ใช่ไปนั่งยกมือแสดงความคิดเห็น หลายเรื่องรัฐบาลได้แก้ไขปัญหาไปแล้ว โดยได้รับข้อมูลเป็นสัดส่วนของกรรมการในบอร์ด ก็มีตามกฎหมายอยู่แล้ว ไม่ใช่เอาทหารไปนั่งมากและไปตัดสัดส่วนอื่นออก เป็นบอร์ดกรรมการทั่วไปไม่ได้เป็นกรรมการเฉพาะทาง‬

กาตาร์จะเป็นป้ายต่อไปหรือเปล่า

นักวิเคราะห์มองว่ากาตาร์จะเป็นป้ายต่อไปหรือเปล่านะ? ซาอุดิอาระเบียอดีตแก๊งโจรทะเลทรายกำลังถังแตกเตรียมออกปล้นเพื่อนบ้านรอบใหม่หลังล้มเหลวในเยเมนและซีเรีย ลุ้น!
--------------
มาติดตามสถานการณ์เกี่ยวกับกาตาร์กันต่อนะครับ อันนี้เป็นมุมมองจากกูรูทางการเมืองระหว่างประเทศนะครับ วันที่ 6 มิ.ย.60 Sputnik พาดหัวข่าวว่า "ก้าวต่อไป - คือการรุกรานหรือเปล่า? ค้นหาคำตอบว่าทำไมซาอุดิอาระเบียเคลื่อนไหวเพื่อตัดความสัมพันธ์กับกาตาร์" (Next Step - Invasion? Why Saudi Arabia Moved to Cut Ties With Qatar)
หัวหน้าสำนักคิดแห่งหนึ่งได้กล่าวกับสำนักข่าว Sputnik ของรัสเซียว่า ซาอุดิอาระเบียตัดความมันพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์เพื่อเตรียมการรุกรานอย่างเต็มรูปแบบต่อเพื่อนบ้านของตนเอง
การตัดสินใจของซาอุดิอาระเบียเพื่อตัดความสัมพันธ์ทุกด้านกับประเทศกาตาร์หนึ่งในรัฐอ่าวเปอร์เซียอาจจะเป็นการเบิกโรงเพื่อรุกรานประเทศเล็กๆที่ร่ำรวยมั่งคั่งแห่งนี้และยึดครองความมั่งคั่งไว้เอง ศาสตราจารย์ Ali al-Ahmed ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการสถาบันอ่าวเปอร์เซียกล่าวกับ Sputnik
"ผมฉายภาพไปที่การรุกรานกาตาร์... ผมได้รับรายงานเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของกองทัพซาอุดิอาระเบียใกล้ๆชายแดนกาตาร์" ศ. al-Ahmed กล่าวเมื่อวันจันทร์นี้ "พวกซาอุดิ: พวกเขากำลังเตรียมการ" (The Saudis: They are preparing.)
Al-Ahmed ได้เตือนว่าการรุกรานกาตาร์อย่างเต็มรูปแบบอาจจะเกิดขึ้นเร็วกว่าที่ใครๆคาดการณ์ไว้ก็ได้
"ให้เช็กดูความถี่ของการทิ้งระเบิดในเยเมน... (มันจะเป็น) สัญญาณที่สำคัญจะ ถ้าหากว่ามีการหยุดชะงักหรือลดจำนวนการโจมตีทางอากาศที่ปฏิบัติต่อกองทัพฝ่ายกบฏในเยเมนลงเป็นอย่างมาก นั่นจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าซาอุดิอาระเบียกำลังส่งข้อความถึงกองทัพของพวกเขาสำหรับการเคลื่อนไหวในทันทีเพื่อต่อต้านกาตาร์แทน" al-Ahmed กล่าว
นักวิเคราะห์กล่าวอีกว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายเร็กซ์ ทิลเลอร์สันซึ่งมีสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับราชวงศ์ซาอุดิอาระเบียตลอดช่วงเวลา 15 ปีในตำแหน่งประธานและ CEO ของ Exxon (บริษัทปิโตเลี่ยมยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ) ทั้งสองคนนี้อาจจะสนับสนุนทางกลยุทธต่อซาอุดิอาระเบียในการรุกรานกาตาร์ก็ได้
"ผมมีความมั่นใจว่าทรัมป์ได้บอกกับฝ่ายซาอุดิไปแล้วว่าเขาจะไม่คัดค้าน" al-Ahmed กล่าว
ถ้าซาอุดิอาระเบียรุกรานกาตาร์จริง พวกเขาก็จะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากอียิปต์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งราชอาณาจักรบาห์เรน ซึ่งเป็นเจ้าภาพให้กองเรือที่ห้าของสหรัฐอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย al-Ahmed กล่าว "พวกซาอุดิโกรธพวกกาตาร์มาก... พวกซาอุดิจะไม่มีทางปล่อยให้เยเมนเป็นเอกราชได้เด็ดขาด... บาห์เรนก็เกลียดกาตาร์"
[แม่เจ้าโว๊ยยย... เพิ่งรู้นะนี่ว่าพวกนี้รักกันมากขนาดนี้ ในซีเรียแก๊งรัฐอ่าวอาหรับรวมทั้งกาตาร์ด้วยรวมหัวกันกินโต๊ะซีเรีย แต่ในเยเมน ซาอุดิอาระเบียร่วมมือกันถล่มเยเมน แต่ก็กัดกันเองเพราะแย่งพื้นที่กันกับยูเออี ฮ่าๆๆ "พี่น้องกัน เรือนร่างเดียวกัน" ไหมหละเมิงเอ๋ย ฮิ้วววว ก็เหมือนกับที่เคยลงข่าวให้อ่านในกรณีของซีเรียนั่นแหละครับ พวกกบฏท้องถิ่นในจังหวัดอิดลิบก็พูดว่า "พวกเราชาวมุสลิม พี่น้องกันเรือนร่างเดียวกัน" แต่พอพวกกบฏกลุ่มใหม่อพยพจากที่อื่นเพราะแพ้รบให้กับฝ่ายรัฐบาลอัสซาด เข้าไปในอิดลิบ พวกเจ้าถิ่นก็บอกว่าอย่าเข้ามาในหมู่บ้านของพวกเรานะ เดี๋ยวยิงไส้แตกเลย ฮ่าๆ อันนี้เรื่องจริงนะครับ ตอนที่พวกเขาทะเลาะกันแย่งพื้นที่กันหนะ - ผู้แปล]
นักวิเคราห์กล่าวอีกว่า พวกผู้นำซาอุดิอาระเบียมุ่งมั่นที่จะทำให้กาตาร์กลายเป็นดาวเทียมบริวารของกรุงริยาดห์ และลดการพึ่งพาแบบประจบประแจงเหมือนกับรัฐบาลชุดปัจจุบันของเยเมน (รัฐบาลของนายฮาดี้แห่งกรุง Aden ที่ทำตัวเป็นหุ้นเชิดของซาอุดิอาระเบีย)
"พวกซาอุดิมีเป้าหมายหลักสองประการ: อย่างแรกจำกาตาร์มาสู่ความสัมพันธ์แบบข้ารับใช้ (subservient) ซึ่งก็เปรียบเหมือนกับการเป็นแรงงานทาส (slave labor) นั่นแหละ ไม่มีมาตรการครึ่งเดียว อย่างที่สองพวกซาอุดิกำลังจ้องตาไปที่เงินสดสำรองจำนวนมหาศาลของกาตาร์ พวกเขาต้องการมัน"
ผู้นำคนปัจจุบันของซาอุดิอาระเบียกำลังถอยหลังกลับสู่หลักการปล้นและชิงทรัพย์ตามที่บิดาของประเทศนั้น กษัตริย์ Abdelaziz ibn Saud ได้ก่อตั้งราชอาณาจักรแห่งทะเลทรายขึ้นมาเมื่อหนึ่งร้อยกว่าปีที่ผ่านมา ศ. al-Ahmed กล่าว
ศ. al-Ahmed กล่าวอีกว่า "ซาอุดิอาระเบียเป็นประเทศที่ก่อตั้งขึ้นมาบนหลักการของการปล้นสะดม นั่นคือสิ่งที่ al-Saud เป็นมาแต่ดั้งเดิม: พวกเขาเป็นโจรปล้นสะดมในทะเลทราย พวกเขาเป็นโจรสลัดทะเลทราย คราวนี้พวกเขาก็ต้องการเงินอย่างเห็นได้ชัด"
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แสดงออกอย่างชัดเจนต่อฝ่ายซาอุดิอาระเบียว่าเขาคาดหวังให้พวกเขาจ่ายมากกว่าเดิมทั้งโดยตรงและโดยอ้อมต่อสหรัฐ เพื่อสนับสนุนด้านการเงินแก่กองทัพของพวกเขา ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระทางงบประมาณประจำปีให้กับกรุงริยาดห์ ศ. al-Ahmed กล่าว
นักวิเคราะห์กล่าวอีกว่า "พวกซาอุดิต้องการเงินทั้งด้านขาวและด้านซ้าย คราวนี้ทรัมป์ได้แสดงความต้องการทางการเงินรอบใหม่ต่อพวกเขา: พวกเขาก็จะพากันวิ่งออกไปหาเงิน ด้วยพันธกรณีทั้งหลายเหล่านั้น พวกเขากำลังเข้าตาจนในการอัดฉีดเงินสด ซาอุดิอาระเบียยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในกาตาร์ซึ่งยอมจำนนต่อพวกเขาหมดแล้ว"
[อย่างหลังนี้ไม่ใช่หละ จากพฤติกรรมของกาตาร์ มันไม่ได้บ่งบอกว่ากาตาร์ยอมเป็นบ่าวรับใช้ซาอุดิอาระเบียอย่างหมดหัวใจ กาตาร์พยายามถ่วงดุลอำนาจจากหลายๆจากมหาอำนาจในภูมิภาค เพื่อใม่ให้ตนเองถูกบีบเป็นข้ารับใช้ซาอุดิอาระเบียตลอดชีวิต
ดังนั้นกาตาร์จึงต้องหันไปคบกับอิหร่านด้วย แน่นอนกาตาร์เป็นมหาเศรษฐีรวยก๊าซธรรมชาติมาก ฝั่งตรงข้ามอ่าวเปอร์เซียซึ่งก็คืออิหร่านก็ครอบครองแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่เช่นกัน สองประเทศนี้ต้องการที่จะร่วมมือกัน ซาอุดิอาระเบียไม่ชอบอิหร่าน แต่ไม่รังเกียจอิสราเอล
แก๊งเหล่านี้ (GCC) รวมหัวกันเพราะพันธุ์พวกปีศาจอัลเคด้าและไอซิสและกลุ่มหัวรุนแรงขึ้นมา เพื่อใช้ในการรุกรานและบ่อนทำลายเสถียรภาพของประเทศต่างๆทั่วโลก แน่นอนด้วยความรู้เห็นเป็นใจและสนับสนุนด้านเทคนิกจากสหรัฐด้วย แต่ละประเทศหรือแต่ละกลุ่มก็ไม่ได้ไว้ใจกัน ต่างฝ่ายต่างก็มีแก๊งหัวรุนแรงหรือแก๊งโจรทะเลทรายเป็นของตนเอง เอาไว้ก่อเหตุบื้มป่วนเมืองและรุกรานเพื่อนบ้าน
วันดีคืนดีขัดขากันเอง ก็หันมากัดกัน มิตรภาพบนคมดาบ เผลอไม่ได้ ไม่มีใครไว้ใจใครได้สนิทใจ บางครั้งก็ร่วมมือกันออกล่า บางครั้งก็ลอบกัดกันเอง มันเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ดูไปเรื่อยเราจะได้รู้ความจริงมากขึ้น เดี๋ยวพวกเขาก็แฉความชั่วของกันและกันให้โลกได้รับรู้
ศ. Atef Abdel Jawad จากมหาวิทยาลัย George Washington แสดงความคิดเห็นว่ากรุงวอชิงตันอาจจะกระโดดเข้าร่วมวงกับฝ่ายซาอุดิอาระเบีย หากกรุงโดฮาไม่ยอมทำตัวเป็นเด็กดี (ของพี่ใหญ่)
รายงานข่าวแจ้งว่า รัฐบาลอียิปต์ได้ตั้งคณะกรรมพิเศษขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อจับตาดูสถานการณ์รอบๆกาตาร์ ปัจจุบันนี้มีพลเมืองชาวอียิปต์ทำงานอยู่ในกาตาร์ประมาณ 250,000 คน ล่าสุดกระทรวงแรงงานของฟิลิปปินส์ประกาศระงับการส่งแรงงานฟิลิปปินส์ไปทำงานที่กาตาร์ หลังจากกลุ่มประเทศอาหรับนำโดยซาอุดิอาระเบียประกาศตัดสัมพันธ์กับกาตาร์ทุกด้าน ABS-CBN Nes รายงาน - ผู้แปล]
ท่าทีล่าสุดของกาตาร์... รายงานข่าวแจ้งว่า กาตาร์ประกาศว่าจะไม่ยอมตอบโต้กลุ่มประเทศพี่น้องกัน (Brotherly Nations) และได้เชิญให้คูเวตเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย "พวกเราจะไม่เริ่มมาตรการเพื่อขยายความขัดแย้งต่อชาติพี่น้องของพวกเรา ปัญหานี้จะต้องแก้ไขด้วยการปรึกษาหารือกันในวิถีทางที่โปร่งใสและยุติธรรม" Sheikh Mohammed Bin Abdulrahman Thani รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของกาตาร์กล่าวกับสำนักข่าว Al Jazeera ของรัฐบาลกาตาร์เมื่อวันอังคารนี้
ทางรัฐบาลกาตาร์ได้เตรียมการจะแถลงการณ์ต่อประชาชนของตนเอง แต่ทางคูเวตของให้ระงับเอาไว้ก่อน โดยบอกว่ากำลังหาทางช่วยแก้ไขวิกฤตนี้ Sputnik รายงาน
The Eyes
เพจ: ปอกเปลือก ทรราช
https://www.facebook.com/fisont
https://vk.com/theeyesproject
06/06/2560