PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ความคืบหน้าคดี ซีอีโออิตาเลียนไทยล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่ฯ # 4

ความคืบหน้าคดี ซีอีโออิตาเลียนไทยล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่ฯ # 4

ความคืบหน้าคดี ซีอีโออิตาเลียนไทยล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่ฯ # 4
จากเหตุการณ์ที่นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับพวก 4 คน ถูกเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกเข้าจับกุมขณะตั้งแคมป์ในพื้นที่หวงห้ามของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และตรวจพบซากเสือดำ ซากไก่ฟ้าหลังเทา ซากเก้ง อาวุธปืน และเครื่องกระสุนจำนวนมาก
เจ้าหน้าที่ได้พานายเปรมชัยพร้อมพวกส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ แจ้งดำเนินคดี 9 ข้อหา ไปในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ โดยนายเปรมชัยได้ประกันตัวออกมาในวงเงิน 1.5 แสนบาท ล่าสุดพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกนายเปรมชัยให้มารายงานตัวในวันที่ 22 ก.พ. นี้ ซึ่งครั้งนี้เป็นการออกหมายเรียกครั้งที่ 2 หลังจากที่ครั้งแรก 15 ก.พ. นายเปรมชัยและพวกไม่ได้เข้าพบตามที่เรียก

ออกหมายเรียกเปรมชัย เข้าทราบข้อหาเพิ่มครั้งที่ 2

พนักงานสอบสวนได้ประสานผ่านทางทนายความส่วนตัวและนายประกัน ของ นายเปรมชัย เพื่อเรียก นายเปรมชัย พร้อมพวก มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม พร้อมกับรับทราบข้อกล่าวหา ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อ นายเปรมชัย พร้อมพวก ในข้อหา ทารุณกรรมสัตว์ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557
ก่อนหน้านี้ได้ออกหมายเรียกครั้งแรกไปแล้วเมื่อวันที่ 15 ก.พ. แต่ทนายความส่วนตัวนายเปรมชัยได้แจ้งว่ามีเหตุขัดข้องไม่สามารถเดินทางมาพบพนักกงานสอบสวนได้ ทางพนักงานสอบสวนจึงได้ออกหมายเรียกครั้ง ให้นายเปรมชัยพร้อมพวกมาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 22 ก.พ. ในเวลา 09.00 น. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี
หากในครั้งที่ 2 นายเปรมชัยไม่มาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 22 ก.พ.นี้ พนักงานสอบสวนจะแจ้งต่อศาลถึงพฤติการณ์ของผู้ต้องหา เพื่อให้ศาลใช้ดูลพินิจในการพิจารณาสั่งการต่อไป

จ่อแจ้งข้อหาเปรมชัย ครอบครองปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต

ผลการตรวจสอบจากกองพิสูจน์หลักฐานกลางและเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทย ในการตรวจสอบอาวุธปืนของนายเปรมชัย หลังจากการเข้าตรวจค้นบ้านของนายเปรมชัยเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พบว่า มีปืนที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย 2 กระบอก
โดยปืนกระบอกที่ 1 เป็นปืนที่ผลิตขึ้นเอง กระบอกที่ 2 อาวุธปืนยาวขนาด 9 มม.ออโตเมติก มีความยาวลำกล้องถึง 420 มม. มีความยาวลำกล้องเกินกว่าที่กฎหมายระบุ คือ 160 มม.
นอกจากนี้ปืนที่ตรวจพบอีกจำนวน 8 กระบอก ยังไม่พบเอกสารว่าผู้ใดเป็นเจ้าของ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่นายทะเบียนจากกระทรวงมหาดไทย ว่าบุคคลใดเป็นเจ้าของ และครอบครองถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ซึ่งพนักงานสอบสวนของคดีนี้ จะต้องแจ้งกล่าวข้อหาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แฉเปรมชัย มีเป้าเปิบจู๋เสือด

ชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เข้าไปเก็บหลักฐานในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก พร้อมจัดทำลำดับเหตุการณ์การเข้าล่าสัตว์และการชำแหละเนื้อเสือดำเป็นบันทึกประกอบในสำนวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เนื้อของการจัดทำเหตุการณ์ล่าสัตว์ของคณะนายเปรมชัย ระบุเนื้อหาตอนหนึ่งไว้ว่า
เนื้อขาขวาของเสือดำถูกเลาะออกจากกระดูกมาย่างกิน ส่วนหางเสือดำนำไปปรุงเป็นซุปหางเสือดำหรือหากชอบแบบต้มยำสามารถใส่เครื่องปรุงตามใจชอบ ทั้งนี้กลุ่มพรานไม่ได้มาเพื่อกินหางหรือเนื้อเสือดำเท่านั้นเป้าหมายต้องการกินตัวเดียวอันเดียวของเสือดำด้วย สรุปคือกลุ่มพรานได้กินอวัยวะเพศผู้ของเสือดำ หาง เนื้อสะโพกและขาขวาหลัง ส่วนเนื้อไก่ฟ้าหลังเทาแทบจะไม่ได้แตะเลยในอาหารมื้อเย็นของวันที่ 3 ก.พ.

เตรียมแจ้งข้อหาทารุณกรรมสัตว์เพิ่ม

ร.ต.อ.สุมิตร  บุญยะนิจ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เจ้าของคดี กล่าวว่า ในส่วนของข้อกล่าวหารวมทั้งหมดเวลานี้มี 10 ข้อกล่าวหา เดิมมี 9 ข้อหาแต่เพิ่มอีก 1 ข้อหาที่มีการแจ้งความเพิ่ม คือทารุณกรรมสัตว์
ในข้อกล่าวหานี้ ได้ประสานเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ ที่ด่านกักกันสัตว์ อ.สังขละบุรี มาให้ข้อมูลในรายละเอียดข้อกฎหมาย เพราะเป็นกฎหมายใหม่ ต้องทำให้รัดกุมที่สุดในแต่ละข้อกล่าวหา

22 ก.พ. นัดหัวหน้าทุ่งใหญ่สอบปากคำคดีติดสินบน

จากกรณีที่ นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก แจ้งดำเนินคดีกับนายเปรมชัย ในข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงาน ล่าสุด กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนแล้ว และจะเรียก นายวิเชียร พร้อมลูกน้องที่อยู่ในเหตุการณ์ 4 คน มาให้ปากคำเพิ่มเติมอีกครั้งในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ นี้ เพื่อให้สำนวนมีความครอบคลุมครบถ้วน ก่อนจะเชิญ นายเปรมชัย มาให้ปากคำต่อไป

ป่าไม้ชงปปง.ยึดทรัพย์-ฟ้องแพ่ง กรณีรุกป่า

จากการตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าใน อ.ภูเรือ จ.เลย ของบริษัท ซี พี เค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่มีนายเปรมชัย เป็นหนึ่งในกรรมการบริหาร พบว่าเรื่องนี้มี 2 ประเด็นสำคัญ
1. ส่วนที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ซี พี เค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จากการตรวจสอบพบว่าที่มีการครอบครองผิดกฎหมายรวมทั้งสิ้น 6,215 ไร่ ซึ่งเมื่อมีการแจ้งความผู้ที่ถูกเอาผิดทางอาญาจริงๆ คือ พี่สาวของนายเปรมชัย แต่นายเปรมชัยไม่ถูกดำเนินคดีอาญาเพราะไม่ได้ลงนามในเอกสาร แต่ในส่วนของคดีแพ่งนั้น ภาครัฐสามารถเอาผิดเรียกค่าเสียหายเป็นเงินและเสนอเรื่องให้ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เอาผิดโดยยึดทรัพย์ได้ เพราะที่ดินดังกล่าวอยู่ในโซนป่าต้นน้ำ 1 และ 2 ที่ห้ามถือครองเพื่อทำธุรกิจ แต่พบว่าบริษัทดังกล่าวถือครองที่ดินและทำธุรกิจมาอย่างต่อเนื่องทุกพื้นที่
2. ส่วนที่เกี่ยวข้องกับนายเปรมชัย ตรวจสอบพบว่านายเปรมชัยมีชื่อถือครองโฉนดไม่ต่ำกว่า 5 แปลง ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน รวมประมาณ 500 กว่าไร่ ดังนั้น ต้องตรวจสอบด้วยว่าได้มาอย่างไร ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการบุกรุกป่าท้องที่ อ.ภูเรือ ซึ่งประกอบด้วย 5 ฝ่าย
ส่วนเรื่องท่าจอดเรือยอชต์ อ่าวปอ แกรนด์ มารีน่า จ.ภูเก็ต กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ระบุว่า ท่าจอดเรือยอชต์นั้นมีเอกสารสิทธิถือครองที่ดินถูกต้อง

รมว.ทรัพยฯ ยันหลักฐานเอาผิดเปรมชัยแน่นหนา

พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับนายเปรมชัย พร้อมพวกที่เข้าไปล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก มีรายละเอียดสำคัญดังนี้
การดำเนินคดี 9 ฐานความผิดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการไปแล้วนั้น มีพยานหลักฐานที่แน่นหนามาก ส่วนคดีอื่นที่จะมีการแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมนั้นก็อยู่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสืบสวนต่อไป ส่วนเรื่องการดำเนินคดีเกี่ยวกับการบุกรุกพื้นที่ป่าทั้งในพื้นที่ อ.ภูเรือ จ.เลย และ สนามกอล์ฟเขาสอยดาว จ.จันทบุรี เป็นเรื่องที่กรมป่าและกรมอุทยานฯกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบ

วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ต่อตระกูลทิ้งบอมบ์!ร่อนหนังสือจี้‘บิ๊กตู่’ตัดสินใจโดยด่วนปมนาฬิกาบิ๊กป้อม

ต่อตระกูลทิ้งบอมบ์!ร่อนหนังสือจี้‘บิ๊กตู่’ตัดสินใจโดยด่วนปมนาฬิกาบิ๊กป้อม

วันจันทร์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 07.00 น.
ประธานคตช.สุดทนทำหนังสือถึง“บิ๊กตู่” จี้ตัดสินใจอย่างหนึ่งอย่างใดโดยด่วนปมนาฬิกาหรู“บิ๊กป้อม” เหมือนอย่างที่เคยประกาศเจตนารมณ์ ระบุอนุกรรมการหลายคณะไม่สบายใจ ชี้ปัญหากระทบต่อความเชื่อมั่นขององค์กรตรวจสอบการทุจริตที่ คสช.ตั้งขึ้นมากับมือ โดยเฉพาะวิกฤติศรัทธาต่อนายกฯ
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา นายต่อตระกูล ยมนาค ประธานอนุกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติด้านการป้องกันการทุจริต ในคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานได้ทำหนังสือที่คตช.(อนปก) /15  ถึงประธานคตช.เรื่องขอแสดงความกังวลต่อบทบาทของคตช.ในสถานการณ์วิกฤติปัจจุบันกรณีที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ถูกตรวจสอบเรื่องนาฬิกาหรู
โดยหนังสือระบุว่า ตามที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษาประธาน คตช. อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบข้อเท็จจริงจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีที่เป็นข่าวทางสื่อต่างๆว่า พล.อ.ประวิตร สวมใส่นาฬิกาและแหวนเพชรราคาแพง แต่ไม่ได้แสดงไว้ในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินในกรณีเข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2557 นั้น
“กระผมรองศาสตราจารย์ ต่อตระกูล ยมนาค ในฐานะประธานอนุกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติด้านการป้องกันการทุจริต และอนุกรรมการส่วนใหญ่  รู้สึกมีความกังวลต่อสถานการณ์ดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและความเลื่อมใสศรัทธาต่อคตช.ที่คสช. ได้แต่งตั้งขึ้นโดยมีนโยบายสำคัญและเร่งด่วนในการป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งวิกฤติศรัทธาต่อพล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี และประธาน คตช. โดยตรง ดังนั้น ท่านควรพิจารณาดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเร็ว เพื่อเป็นแบบอย่างตามที่ท่านเคยประกาศเจตนารมณ์ในการต่อต้านการทุจริตอย่างจริงจัง รวมถึงเป็นนโยบายของรัฐบาลที่สำคัญและเร่งด่วนของชาติด้วย” หนังสือระบุ
ทั้งนี้ ในท้ายหนังสือยัง ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ โปรดพิจารณาข้อกังวลดังกล่าวด้วย
ก่อนหน้านี้นางทิชา ณ นคร ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและเยาวชน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) นำรายชื่อที่รวบรวมผ่านเว็บไซต์กว่า 80,000 รายชื่อมาให้กับนายกฯเพื่อเพื่อเรียกร้องให้พล.อ.ประวิตร แสดงสปิริตลาออกมาแล้ว

ชัยชนะนี้เกิดจากคนไทยทั้งประเทศ โปรดอย่าเข้าใจผิดว่า "รัฐบาลตาสว่างแล้ว"

นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ
3 ชม.
ชัยชนะนี้เกิดจากคนไทยทั้งประเทศ โปรดอย่าเข้าใจผิดว่า "รัฐบาลตาสว่างแล้ว"
สำหรับผม ไม่อาจขอบคุณรัฐบาลได้ ที่ตัดสินยกเลิก EHIA โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และเทพา เพราะการที่รัฐบาลมาเจรจา จนได้ข้อสรุปพบกันครึ่งทาง ยอมหยุด EHIA ไม่ให้เดินต่อ ให้ศึกษาภาพรวมยุทธศาสตร์พลังงานก่อน แล้วค่อยทำ EHIA ใหม่ในอนาคต ที่ออกมาเป็นสูตรนี้ก็เพราะแรงกดดันมากมายของมหาชน
การที่ชาวบ้านเทพาถูกทุบสลายการเดินที่สงขลาเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560 ทำให้ผู้คนเทใจให้เทพาอย่างมหาศาล เป็นต้นทุนสำคัญที่ทำให้คนไทยรู้จักและเข้าใจเห็นใจคนเทพา จนเมื่อชาวบ้านเทพาตัดสินใจขึ้น กทม.มานั่งอารยะขัดขืนอย่างสงบหน้าทำเนียบรัฐบาล การเยี่ยมเยือนให้กำลังใจมีอย่างต่อเนื่อง เมื่อทัพกระบี่มาเสริม แรงค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และเทพาจึงเด่นชัดขึ้นอีก ผู้คนจากทั่วสารทิศมาเยี่ยมมาให้กำลังใจ การมาเชียร์พี่น้องกระบี่เทพาก็เท่ากับเป็นการก่นด่ารัฐบาลที่ใจดำให้ชาวบ้านตากแดดดมควันรถ เพิกเฉยต่อทิศทางพลังงานสะอาดนั่นเอง
เมื่อถึงที่สุด ชาวบ้านกระบี่เทพาประกาศจะบุกประชิดรั้วทำเนียบในวันนี้(อังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561) สัญญาณความหวั่นไหวของรัฐบาลก็เริ่มปรากฏตั้งแต่วันจันทร์ เช่นนายทหารที่หายไปนานโทรมาหาผม เป็นต้น จากเดิมที่อดข้าวมาสิบวันไม่มีสีเขียวลายพรางโทรมาหาเลย
ไม่แปลกที่รัฐบาล คสช.จะหวั่นไหว เพราะเรื่องถ่านหินมีกระแสคัดค้านจากทั่วโลก คนไทยส่วนใหญ่ก็ไม่ต้องการ การประชิดหน้าทำเนียบในช่วงที่จะมีการประชุม UN ที่กรุงเทพเรื่องพลังงานยั่งยืน ยิ่งทำให้รัฐบาลจะลงมือใช้ความรุนแรงก็ไม่ได้ ครั้นจะให้ชุมนุมประชิดหน้าทำเนียบอยู่นาน เดี๋ยวหากมีป้าย "อยากเลือกตั้ง" หรือ "มาชูสามนิ้ว" หรือ "มาไล่คนใส่นาฬิกา 25 เรือน" ซึ่งยากที่จะห้ามได้ รัฐบาลจะยิ่งเสียศูนย์
ในยามที่ง่อนแง่นเอาตัวไม่รอด จึงต้องยอมตัดไฟแต่ต้นลม รักษาสภาพรัฐบาลที่แผลเต็มตัวเอาไว้ก่อน ไม่พร้อมปะทะกับทีมชาวบ้านกระบี่เทพา การเจรจาและยอมลงนามข้อตกลงกับกลุ่มคัดค้านที่หน้า UN อย่าให้ได้เคลื่อนทัพมาทำเนียบรัฐบาลจึงเกิดขึ้น
ชัยชนะครั้งนี้จึงเกิดจากพี่น้องทั้งประเทศ ที่ช่วยกันกระแนะกระแหนหรือวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องจนอำนาจรัฐทหารเผด็จการที่มีอยู่เป็นขาลงอย่างหนัก จนไม่พร้อมจะเปิดศึกหลายด้าน รัฐบาลไม่ได้คิดจะยกเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้วหันมาสนับสนุนพลังงานสะอาดหรอก แต่ทำเพราะความจำเป็น สถานการณ์บังคับ
หากรัฐบาลตาสว่างจริง และมีจุดยืนสร้างประเทศไทยสู่การก้าวไปสู่พลังงานหมุนเวียนจริง ก็ต้องประกาศสนับสนุนการติดโซลาร์รูฟตามบ้านเรือนทุกหลัง เพื่อให้ประชาชนพึ่งตนเองด้วยพลังงานให้มากที่สุด สนับสนุนนโยบาย net-metering คือหากบ้านไหนผลิตไฟได้เกิน สามารถขายไฟเข้าสายส่งได้ ให้มิเตอร์หมุนกลับได้ รวมทั้งสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมเป็นต้น นั่นหมายความว่า "renewable energy come first" หรือเลือกใช้เลือกผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนก่อน แต่นโยบายเช่นนี้ยังไม่ปรากฏเป็นรูปธรรม
ชัยชนะในครั้งนี้ จึงเป็นชัยชนะจากกระแสหลากหลายที่วิพากษ์รัฐบาลของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ
ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ทั้งที่คัดค้านไม่เอาถ่านหิน หรือทั้งที่นินทาหรือต่อสู้กับอำนาจรัฐอันไม่ชอบธรรมในประเด็นอื่นๆมาตลอด จนทำให้อำนาจรัฐปวกเปียก และเกิดเป็นชัยชนะของพี่น้องกระบี่และเทพาในวันนี้
ภารกิจของภาคประชาชนยังมีอีกยาวไกล ความทุกข์ยากของพี่น้องคนไทยที่ถูกริดรอนสิทธิและถูกรุกรานแย่งชิงฐานทรัพยากรที่หล่อเลี้ยงชีวิตและครอบครัวยังมีอีกทั่วแผ่นดินไทย กระบี่-เทพาเป็นเพียงหนึ่งเรื่องร้อนของยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น ภารกิจของประชาชนสามัญชนอย่างเราๆจึงยังต้องสามัคคีรวมพลังกันอีกยาวไกล....

อ้างชื่อ "ป.ป้อม"

อ้างชื่อ "ป.ป้อม"
"บิ๊กตู่ "เผย "บิ๊กป้อม" ประกาศ กลางที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ถ้ามีใครอ้างชื่อ สั่งนั่นสั่งนี่ เรื่องผลประโยชน์ ให้รีบบอกท่านได้เลย อย่าไปเชื่อ ใครมาอ้าง ป.ปลา ป.แปะ บอกท่านเลย
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการตรวจสอบการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ติดเชื้อเอดส์ ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งในหลายจังหวัด ว่า เรื่องการทุจริตในเรื่องดังกล่าว พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้รายงานให้ตนรับทราบ ว่ามีการตรวจสอบทุจริตตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งกำลังตั้งคณะกรรมการสอบสวน แต่ปรากฏว่าล่าช้า ก็ต้องไปดูว่าทำไมล่าช้าในเมื่อตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว ต้องไปดูว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง
โดยตนได้สั่งการไปว่าจะต้องลงโทษทุกคนที่มีหลักฐานเกี่ยวข้อง เรื่องที่เกิดเราก็ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ต้องไปตรวจสอบ เพราะการเซ็นต์รับเงิน การเบิกจ่ายเงินนั้น ต้องทำเป็นกระบวนการและมีคนข้างในร่วมมือ สิ่งเหล่านี้เกิดมาตั้งนานแล้ว ก่อนที่จะรัฐบาลนี้จะเข้ามา

"นี่คือสิ่งที่ต้องแก้ปัญหา ทั้งรัฐบาล ส่วนราชการ หน่วยงานที่ตรวจสอบ ตัวผู้ปฏิบัติงานต้องมีจิตสำนึก ผมก็ไม่คิดว่าจะกล้าทำขนาดนี้ หากตรวจสอบพบตามหลักฐานที่มีอยู่ ใครที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม หรือคนที่ไม่เกี่ยวข้อง แต่หากปล่อยปละละเลยก็ต้องลงโทษทางวินัย ผมเตือนทุกกระทรวง
ทั้งนี้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ได้ประกาศในที่ประชุมครม. ว่าหากใครมาแอบอ้าง ป. ปลา ไปสั่งการโน่นนี่ แจ้งมาได้เลย หรือบอกไปที่ตัวพล.อ.ประวิตร เองได้เลย ซึ่งพล.อ.ประวิตรก็จะดูแลและรักษาความลับให้ ฉะนั้นอย่าไปเชื่อ คนที่มาแอบอ้าง ป.ปลา ป.แปะ อะไร" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

เมื่อถามว่า ควรให้กระทรวงพม.ปรับเปลี่ยนวิธีการเบิกจ่ายเงินหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องไปดู เพราะมีหลายส่วนร่วมกัน ทั้งข้าราชการเลวๆ ประชาชนกลุ่มหนึ่งที่อยากได้เงิน ตนไม่อยากจะพูด สมัยก่อนมีคนจากฝ่ายการเมือง เอาโครงการที่เขาอ้างว่าไปดูแลคนจน เอางบประมาณต่างๆ ลงไป ลงไปถึงตรงไหนก็ตรงนั้น ไม่ใช่แค่กระทรวงนี้ด้วย เอาโครงการลงไป แล้วไปหาคนที่อยากได้ก็เอาเข้ามาเสนองบ แล้วก็มีข้าราชการที่ไม่ดีร่วมมือ

ไม่เชื่ออย่าลบหลู่

"บิ๊กตู่" ชี้ยุคนึ้ 4.0 ติงสนใจแต่โหราศาสตร์
ฮวงจุ้ย โยง อ่างบัวแตก กับโคมจีน แก้เคล็ด ชี้เป็นอุบัติเหตุ ตำรวจถอยรถชน แปลกใจ มีใบขับขี่หรือเปล่า ฝากตำรวจไปถามสิ เกือบจะเรียกมาถามแล้ว ส่วน คนปักธูป36 ดอก หวังต่อต่อบ้านเมือง แต่ยัน ผมไม่ได้ สั่งให้มาปัก กระถางข่อยแตก เพราะเก่าแล้ว
พล.อ ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคสช.ได้กล่าวถึงอ่างบัวแตก กระถางแตก รวมถึง การปักธูป36ดอกในทำเนียบรัฐบาล ว่า ขออย่าไปมองเรื่องไสยศาสตร์ โหราศาสตร์ หรือ ฮวงจุ้ย อย่างเดียว
"วันนี้มัน4.0 แล้ว แต่เราไม่ได้ไปลบหลู่ เพราะถือเป็นเรื่องธรรมชาติ
"ผมว่าจะเรียกตำรวจ คนที่ถอยรถชนอ่างบัวมาถามแล้วว่า ถอยรถยังไง มีใบขับขี่หรือเปล่า อ่างบัวอยู่ห่างถนน ตั้งเกือบเมตรถอยไปชนได้ไง คงจะ ฝากตำรวจไปดูด้วยว่าสอบใบขับขี่มาได้อย่างไร ก็ถือเป็นเรื่องอุบัติเหตุ"
ส่วนกรณีกระถางข่อย แตก เพราะ มันเก่าตั้งแต่ชาติไหนแล้ว กระถางเก่าพร้อมจะแตกอยู่แล้ว พอต้นข่อยเริ่มขยายมากขึ้นเรื่อยๆก็เป็นปัญหา ตนขอ โทษคนเปลี่ยนกระถางว่าทำไมไม่เปลี่ยนกระถางสักที มันก็เลยแตก
ส่วนเรื่องธูป ผมไม่ทราบว่าใครเป็นคนนำไปปัก ไว้หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ส่วนจะดูจาก กล้องวงจรปิด นั้น คนไปปักคงไม่มาปักธูปให้กล้องเห็น
ยืนยันผมไม่ได้จะไปสั่งให้ใครมาปักธูป ผมไม่สั่งอะไรแบบนี้หรอก "
สื่อต้องนึกถึงใจของคนที่อยู่ในทำเนียบรัฐบาลบ้างว่า ข้าราชการหลายคนอยากให้บ้านเมืองไปได้ เขาอาจจะอธิษฐาน ไม่อยากให้มีชุมนุมอีก เพราะข้าราชการเคยไม่ได้ทำงานไปหลายเดือนในทำเนียบรัฐบาล
สื่อต้องมองอย่างนี้ หลายคนเจตนาดีต่อบ้านเมือง ใครนับถืออะไรก็ไหว้ไป เป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่รัฐบาลไม่เคยไปสั่งให้ใครไปทำอย่างนี้ ขอให้สื่อรู้จักแยกแยะกันบ้าง

ฮือฮา!! 2 อีกา รุมทึ้ง ศพ "นกพิราบ" หน้าตึกไทยคู่ฟ้า

ไทยแลนด์ 4.0
ฮือฮา!! 2 อีกา รุมทึ้ง ศพ "นกพิราบ" หน้าตึกไทยคู่ฟ้า คล้อยหลัง "นายกฯบิ๊กตู่" เดินขึ้นตึกไปได้ไม่นาน...ตีความกันวุ่น.
เมื่อเวลา 14.25 น. ขณะที่ นักข่าว เพิ่งทำข่างนายกฯบิ๊กตู่ แถลงหลังประชุม ครม. และทีมโฆษกรัฐ แถลง ได้ไม่นาน
พบว่า ที่ถนน ทางขึ้น ตึกไทยคู่ฟ้า ปรากฏ อีกาดำ 2 ตัว กำลังรุมจิก นกพิราบ
ทั้งนี้ ไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ ก่อนหน้านั้นว่า นกพิราบ ตายได้อย่างไร แต่จากสภาพศพ นกพิราบ หัวแบน เหมือนถูกรถทับ แต่ทว่า รถในทำเนียบฯ ก็ไม่แล่นเร็ว
หรือว่า นกพิราบ เสียชีวิต มาจากที่ใด แต่ก่อนหน้านั้น นายกฯ เพื่งเดินผ่าน ขึ้นตึกไป ไม่นาน
แต่ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ ตีความกันต่างๆนานา ว่า เป็นลาง หรือสิ่งไม่ดีหรือไม่
ทั้งนี้ ปกติ "นกพิราบ" เป็นสัญลักษณ์ ของทั้ง สันติภาพ ความสงบสุข และ การสื่อสาร หรือสื่อมวลชน
และ อีกา เทียบกับ สีดำ ส่วนพิราบ เทียบเป็นสีขาว
เชิญตีความเอาตามสะดวก!!
นายกฯเพิ่ง บ่นสื่อ โยง อ่างบัวแตก กับโคมจีน แก้เคล็ด ชี้เป็นอุบัติเหตุ ตำรวจถอยรถชน แปลกใจ มีใบขับขี่หรือเปล่า ฝากตำรวจไปถามสิ เกือบจะเรียกมาถามแล้ว ส่วน คนปักธูป36 ดอก หวังดีต่อบ้านเมือง แต่ไม่รู้ใคร แต่ยัน ผมไม่ได้ สั่งให้มาปัก ชี้ ไทยแลนด์4.0 อย่ามองแต่เรื่องไสยศาสตร์ อย่างเดียว ยันไม่ได้ลบหลู่

ผมจะรับผิดชอบเอง

ผมจะรับผิดชอบเอง
"บิ๊กป้อม" แฉ กลุ่มป่วน จ้องล้มรัฐบาล คสช. มีมากกว่า3 กลุ่ม สั่งจับตา ไม่สน7ล้านชื่อAmnesty International ยันตัองยึดกม.คุมม็อบ เคลื่อนไหว. ยังไม่มีข้อมูลเพิ่ม ท่อน้ำเลี้ยง ยันชุมนุม22กพ.ไม่มีปัญหา ผมจะรับผิดชอบเอง
พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม กล่าวถึงการประกาศยกระดับการชุมนุมเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง ของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ว่า ทุกอย่างอยู่ภายใต้กฎหมาย และต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย ฝ่ายความมั่นคงยังใช้มาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองเหมือนเดิม ไม่มีแผนเพิ่มมาตรการอื่นๆ
ส่วนแผนดาวกระจายของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งไปจัดการชุมนุมต่างจังหวัด พลเอกประวิตร กล่าวว่าจะไม่มีปัญหาอะไร
ส่วนการที่Amnesty International รวบรวมรายชื่อกว่า 7 ล้านคนทั่วโลกเพื่อคัดค้านรัฐบาลไทยดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุม พลเอกประวิตร กล่าวว่า ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายของเรา ต่างประเทศก็ทำอะไรไม่ได้ เราอยู่ด้วยกัน เรากำหนดกฎหมายขึ้นมา เราก็ต้องใช้กฎหมายของเรา
ส่วนการชุมนุมในวันที่ 22 พฤษภาคม 2561 ที่จะครบรอบ 4 ปีรัฐประหาร พลเอกประวิตร กล่าวว่า จะไม่เกิดความวุ่นวาย เพราะคนไทยรู้อยู่แล้ววว่า คสช. ทำทุกอยากให้เกิดความสงบ แต่ที่ไม่สงบเพราะสื่อถาม ตอนนี้ไม่มีอะไร ทุกอย่างสงบดี ประชาชนอยู่ดีกินดี
สำหรับการจับตา 3 กลุ่มการเคลื่อนไหว และท่อน้ำเลี้ยง ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อมูล แต่อาจจะมีมากกว่า 3 กลุ่ม ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ให้ความมั่นใจว่า จะรับผิดชอบเอง ไม่เป็นไร

"บิ๊กตู่"แช่ง คนโกหก มีผลชาตินี้ ไม่ต้องรอชาติหน้า

"บิ๊กตู่"แช่ง คนโกหก มีผลชาตินี้ ไม่ต้องรอชาติหน้า ถามไม่กลัวบาปหรือ? แนะมี"หิริ โอตัปปะ" ชี้ แนะบอก ตัวเองก็อย่าทำชั่ว
พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ เดินอีเว้นท์ ทำเนียบ ป้ายรณรงค์ เนื่องใน วันมาฆบูชา
ระบุว่า”โกหกไม่ดี เป็นบาปนะคะ”
พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า “ใช่แล้ว การโกหกเป็นบาป
ในวันนี้หลายคนก็โกหกด้วย อยากถามว่าไม่กลัวบาปหรืออย่างไร ซึ่งผลของการโกหก ก็จะเกิดในชาตินี้ ไม่ต้องรอชาติหน้า
ทุกคนต้องเกรงกลัวต่อบาป ประเทศไทยเองก็ต้องมี "หิริ โอตัปปะ" คือความละอายและเกรงกลัวต่อบาป ตัวเองก็จะได้ไม่ทำความชั่ว ตัวเองไม่ต้องบอก คนอื่น ขอให้บอกตัวเอง”

ไหลมาถึงจุดได้เสียว

ไหลมาถึงจุดได้เสียว


กระถางต้นข่อยแตกซ้ำตามรอยอ่างบัวทำเนียบรัฐบาล
ทำเสียงร่ำลือรัฐบาลขาลงต่อเนื่อง
ล่าสุดแม้แต่เรื่องนักเรียนเซนต์คาเบรียลประท้วงไล่ผู้บริหารทุจริต ก็ยังไม่วายถูกโยงเป็นเกมซ้ำ ย้ำกระแสปมนาฬิกาของศิษย์เก่าคนดังอย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม
ตามฉากที่ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป อดีตนายทหารคนสนิท “ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ และกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการต่อต้านการทุจริตฯ โผล่มาร่วมแจมเวทีปราศรัย พูดเป็นนัยชื่นชมเด็กๆมีพลังและความกล้าในการลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อความถูกต้อง
จะทำให้ในอนาคต เราจะมีบุคคลที่มีคุณภาพในสังคมไทย ในการต่อสู้กับความไม่ถูกต้อง และการทุจริตคอร์รัปชัน
ทั้ง “สคริปต์” ทั้ง “ตัวละคร” มันก็เร้าสถานการณ์ตามท้องเรื่อง
ฟังยังไงมันก็โยงเข้าเหลี่ยมกระแทก “พี่ใหญ่” ทีมเสือตะวันออก
โดยรูปการณ์เร่งเครื่อง กะน็อก “บิ๊กป้อม” ให้ได้ใน 1–2 ยกนี้
ท่ามกลางเงื่อนไขสถานการณ์เขย่าแรงกระเพื่อม ก่อชนวนโหมเชื้อไฟ ตามการยกระดับความเคลื่อนไหวของขบวนการ “อยากเลือกตั้ง” ที่เป็นการสนธิกำลังกันระหว่างกลุ่ม Start Up People กลุ่ม We Walk แนวร่วมพันธมิตรฯอย่างนายวีระ สมความคิด และขุมข่ายเสื้อแดง นปช.อย่างนายสมบัติ บุญงามอนงค์
ตั้งธงระดมม็อบปักหลักถาวร กาง “โรดแม็ป” กดดันอย่างชัดเจน
เป็นอะไรที่ทำให้ท็อปบูตเริ่มนั่งกันไม่ติด
อาการแบบที่ “เสธ.ไก่อู” พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกรัฐบาล และ “เสธ.ต๊อด” พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. ต้องช่วยกันเคลียร์ปมล่อแหลมที่มีการแชร์คลิปในโซเชียลมีเดีย
โดยตัดต่อเหตุการณ์ตำรวจปะทะม็อบ กปปส.เมื่อหลายปีที่ผ่านมา แล้วอ้างว่าเป็นเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุมของนักศึกษา ที่ทำกิจกรรม We Walk เดินมิตรภาพจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ไปยังจังหวัดขอนแก่น
เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อแผนของพวกที่ต้องการก่อไฟให้เกิดชนวน “น้ำผึ้งหยดเดียว”
สถานการณ์ไหลมาถึงจุดได้เสียว
“ศึกนอก” จ่อประชิด “ศึกใน” ก็จ้องหักลำ
ทำให้ “บิ๊กป้อม” ต้องขยับกระชับดาบอำนาจพิเศษในมือ
สั่งหน่วยงานความมั่นคงจับตาความเชื่อมโยงการเคลื่อนไหวของ 3 กลุ่ม ประกอบด้วย การปรากฏตัวของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร และอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ความเคลื่อนไหวของอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยและแกนนำมวลชน รวมถึงการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง
เบื้องต้นยุทธการไล่บี้ไล่เช็กเส้นทางท่อน้ำเลี้ยงยกระดับเข้มข้นแน่
และคนที่จะ “ถูกหวย” ก่อนใคร น่าจะรายของ “เสี่ยเพ้ง” นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล อดีต รมว.พลังงาน แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่ล่าสุดมีการปล่อยกระแสออกมาจากคนในค่ายเดียวกัน
อ้างว่าเป็นชื่อที่ “นายใหญ่” เคาะโต๊ะ
มอบธงให้เป็นผู้นำ “ขัดตาทัพ” สลับฉากแทนตัวเต็งอย่าง “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เจ้าแม่เมืองกรุง ที่โดนแรงเสียดทาน ยากจะฝ่าแรงต้านจากกลุ่มก๊วนในพรรคเพื่อไทย
ในสถานการณ์ช่างบังเอิญพอดิบพอดี
“เสี่ยเพ้ง” ถูกเพื่อน “ถีบ” ออกมารับบาทา
ตามอาการยั่วท็อปบูต แบบที่อดีตนายกฯทักษิณกับอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ บินโฉบออกจากฮ่องกงมาปักหลักอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ จ่ออยู่หน้าประตูประเทศไทยอีก 1 สัปดาห์
จัดโปรแกรมนัดพบปะนักธุรกิจ โชว์วิชั่นตามฟอร์ม “ยกตนข่ม” ไว้ก่อน
เพราะถึงตอนนี้อ่านไต๋กันได้ง่ายๆ “ทักษิณ” ยอมไม่ได้ที่จะปล่อยให้กระแสไหลตามสภาพการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยภายใต้การนำของกัปตันทีมชื่อ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” ที่กำลังไต่ระดับติดลมบน
ผู้คนเริ่มเชื่อมั่น นักลงทุนเชื่อมือ
ตามสถิติตัวเลขที่ยืนยันสวนทางกับที่นักการเมืองด่ากันลอยๆ
ล่าสุดคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประกาศอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ไตรมาส 4 ของปี 2560 ที่ผ่านมา ขยายตัว 4 เปอร์เซ็นต์ เฉลี่ยทั้งปี 2560 การเติบโตอยู่ที่ 3.9 เปอร์เซ็นต์ ตรงตามเป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้ และคาดปี 2561 เศรษฐกิจจะเติบโตร้อยละ 4.1
ขนาดรุมเตะตัดขาเต็มที่ “สมคิด” ยังลากไปถึงจุดหมายจนได้.
ทีมข่าวการเมือง

จะเปลี่ยนเขาได้หรือ

เราจะเปลี่ยนแบบเขาหรือ ?

"บิ๊กตู่" เตือน อาจารย์ สอนนศ.ให้ทะเลาะขัดแย้งกัน  ชี้ อย่าเร่งเปลี่ยนแปลง  ยก ตปท.บาดเจ็บและสูญเสียไปเท่าไหร่ กี่แสนกี่ล้านคน ถาม แล้ว เราจะเปลี่ยนแบบเขาหรือ เชื่อเปลี่ยนแปลงในทางที่สงบได้ วอนอดทนหน่อย บ้านเมืองมีปัญหาพอสมควรแล้ว อย่าให้มีอีก/ ยัน ทำงานเพื่อชาติต่อ ใครไม่เห็นค่า ก็ช่างเขาเหอะ

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวในโอกาส สัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลมาฆบูชา ประจำปี 2561ว่า สาระสำคัญของศาสนาพุทธคือ สังคมแห่งความปรองดอง สังคมแห่งสันติสุข ศาสนาพุทธสอนแบบนี้

"ไม่ได้สอนให้มาทะเลาะขัดแย้งกัน มีอะไรก็พูดจาหารือกันนั้นแหละสังคมไทย ใครที่ไม่ได้ทำให้สังคมเป็นแบบนี้ก็แย่ เข้าใจไหม 

ลุงก็ทำให้พวกเรา ไม่ได้ทำให้คนอื่น เรียนหนังสือเก่งแล้วก็ขอให้เป็นคนดีด้วย อดทนหน่อย บ้านเมืองมีปัญหาพอสมควรแล้ว อย่าให้มีอีกเลย"
 
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เด็กทุกคนเหมือนผ้าขาวที่พับไว้ โดยเป็นผ้าที่บริสุทธิ์ ซึ่งจะเติบโตขึ้นมาเรื่อยๆ ผ่านการสั่งสอนจากครอบครัวและครูบาอาจารย์ 

"เพราะฉะนั้นครูอาจารย์ ก่อนที่จะสอนอย่างอื่น จะต้องสอนให้เด็กอยู่ในกรอบศาสนา อยู่ในศิล ในธรรม อย่าไปสอนเรื่องความขัดแย้งก่อน ไม่เช่นนั้นผ้าขาวจะไม่บริสุทธิ์ เพราะบางครั้ง พื้นฐานหลักคิดของเด็กยังมีไม่เพียงพอ ถ้าไปรับหรือสอนแนวคิดแบบต่างประเทศ ก็จะไปกันใหญ่ทั้งหมด เพราะเด็กคือพลังสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศ ซึ่งจะต้องขับเคลื่อนในทางที่ถูกและดี "
 
“วันนี้ผมเป็นห่วงนักศึกษา ที่ออกมาเคลื่อนไหว ถามว่า การที่ไปเอาหลักการของต่างประเทศเข้ามา และต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้เพื่อต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงประเทศ แต่ลืมดูไปว่าตอนที่ต่างประเทศเปลี่ยนแปลงในครั้งนั้น มีการบาดเจ็บและสูญเสียไปเท่าไหร่ กี่แสนกี่ล้านคน แล้วเราจะเปลี่ยนแบบเขาหรือ เพราะเราเองสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในทางที่สงบ ในทางที่ไม่เกิดความขัดแย้งสูญเสีย  

ผมจึงขอฝากครูอาจารย์ที่ออกไปสนับสนุนด้วย อย่าสอนเด็กเหมือนทุกวันนี้ ซึ่งหลายท่านเองก็ไม่เคยทำงานทำการ จบด้านวิชาการ ออกมาแล้วก็ไปสอน 

และขอฝากสื่อด้วยว่า อย่าไปขยายข่าวแบบนี้ให้มากนัก” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
 
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ครูต้องสอนให้สังคมเกิดความสงบ จะใช้วิธีการใดนั้นผม ไม่รู้ อย่าเอาแค่แบบอย่างของต่างประเทศมาเท่านั้น เพราะเขาได้บาดเจ็บสูญเสียล้มตายไปเท่าไหร่ เนื่องจากความไม่พร้อม 

วันนี้ของเราพร้อมอยู่แล้วเราต้องเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ที่ประเทศมีความสงบเรียบร้อย ซึ่งดีกว่าไม่ใช่หรือ ขอร้องว่าอย่าฝืนกฎหมายกันอีกเลย ขอให้ช่วยดูแลสังคม

ยัน ทำงานเพื่อชาติต่อ ใครไม่เห็นค่า ก็ช่างเขาเหอะ

วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ผวาคนเล่นของใส่รบ.สั่งควานหาตัวมือปักธูป

ทำเนียบเปิดกล้องหาตัวคนจุดธูป 36 ดอก หน้าตึกไทยคู่ฟ้า หวั่นทำของใส่รัฐบาล!


วันที่ 19 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า สำหรับความคืบหน้ากรณีมีการพบว่ามีการปักธูปจำนวน 36 ดอก บริเวณใต้กอดอกเข็ม ที่ปลูกล้อมรอบปืนใหญ่ ด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันศุกร์ที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังปรากฎเป็นข่าว ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ก.พ.คณะทำงานสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อดูว่าใครเป็นผู้นำธูปมาปัก เนื่องจากได้ห้ามไม่ให้มีการจุดไฟภายในทำเนียบแล้ว อีกประการหนึ่งคือเกรงว่าจะมีผู้ไม่หวังดีทำพิธีบางอย่างและนำสิ่งไม่ดีมาใส่รัฐบาล

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าข่าวดังกล่าวเป็นการพูดกันระหว่างเจ้าหน้าที่ ไม่ได้มีการสั่งการอย่างเป็นทางการโดยเมื่อสอบถามไปทางผู้บังคับบัญชาใน สลน.ต่างปฏิเสธถึงเรื่องดังกล่าว จึงคาดว่าเป็นการกลบกระแสข่าวการพึ่งพาไสยศาสตร์ของรัฐบาลในการแก้เคล็ดถึงเหตุการณ์ที่เป็นลางร้าย เนื่องจากเหตุเกิดมาตั้งแต่ก่อนเที่ยงของวันศุกร์ ที่ 16 ก.พ.หากอยากรู้ตัวว่าใครทำก็สามารถเรียกเจ้าหน้าที่มาสอบถามหรือเปิดกล้องวงจรปิดดูได้ เนื่องจากบริเวณที่มีการปักธูปนั้นอยู่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า มีทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลรักษาความปลอดภัยทั้งที่อยู่ประจำประตูทางเข้า-ออก และที่เดินลาดตระเวร อีกทั้งมีเจ้าหน้าที่ทหารจุดสูงข่มบนยอดตึกต่างๆ ผลัดเวร 24 ชั่วโมง ก็ยังมีกล้องวงจรปิด สามารถตรวจสอบได้

กระถาง ต้นข่อย แตก อีก!!!

อ่างบัว ใหม่ มา...
กระถาง ต้นข่อย แตก อีก!!!
อ่างบัวนายกฯ ใบใหม่ มาตั้งแทน ใบที่แตกกระจาย ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว...แต่ กระถางต้นข่อย ดัด ที่หน้าตึกนารีสโมสร ก็มาแตกอีก !!
ถ้าเป็น "บิ๊กตู่" ก็ต้อง บอกว่า..แหม่ะ!!! มันก็ต้องมีแตกกันได้บ้าง ปะ??..5555
ทั้งนี้ ตั้งแต่ อ่างบัวแตก และประดับโคมจีน. และปักธูป36 ดอก และไฟไหม้ ในทำเนียบฯ จนทำให้เกิดความเชื่อเรื่อง ลางร้าย นั้น นายกฯบิ๊กตู่ ก็ยังไม่ได้ แสดงความเห็นใดๆ

"รัฐบาล จะขาขึ้น หรือ ขาลง ผมไม่สนใจ

นิ่ง....
เข้ม...
ดุ....
ซีเรียส...
จริงจัง....
แววตา .....เอาจริง มากวันนี้
"บิ๊กเจี๊ยบ" พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท เลขาฯคสช./ผบ.กกล.รส./ผบ.ทบ. รบพิเศษ
ประกาศชัดๆ แม้คนจะเบื่อรัฐบาล เพราะเป็นมากว่า3 ปีแล้ว อยากเปลี่ยนแปลง คนส่วนใหญ่ อยากเลือกตั้ง แต่ก็เข้าใจ เหตุผล ความจำเป็น และขั้นตอน ....ลั่น ไม่ว่า "รัฐบาล จะขาขึ้น หรือ ขาลง ผมไม่สนใจหรอก ผมมีหน้าที่ทำบ้านเมืองให้สงบ ให้รัฐบาลบริหารประเทศไปได้" ยันบังคับใช้กฏหมายกับ คนอยากเลือกตั้ง หากทำนอกกรอบ ชี้ คสช.ผ่อนปรน ผ่อนคลาย ให้มากแล้ว
อีก7 เดือน จะเกษียณ......จับตา โดยพลัน!!

"ผบ.ทบ." ถาม ประชาชนกี่คน ที่อยากให้กองทัพยืนเคียงข้างประชาชน

"ผบ.ทบ." ถาม ประชาชนกี่คน ที่อยากให้กองทัพยืนเคียงข้างประชาชน ถามประชาชนทุกคน เห็นสอดคล้องกับกลุ่มอยากเลือกตั้ง หรือไม่ ผมเห็นว่าคนไทยส่วนใหญ่ อยากเลือกตั้ง แต่ก็เข้าใจเหตุผลความจำเป็น และ ขั้นตอนของกฎหมาย
พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ./เลขาฯคสช. ตอบคำถาม ถึงกรณีที่ กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้ทหารยืนเคียงข้างประชาชน พล.อ.เฉลิมชัย ย้อนถามว่า ประชาชนกี่คน และประชาชนทุกคน เห็นสอดคล้องกับกลุ่มที่อยากเลือกตั้งเร็ว หรือไม่ ผมเห็นว่าคนไทยส่วนใหญ่ ทุกคนอยากเลือกตั้ง และเข้าใจเหตุผลและความจำเป็นในขั้นตอนของกฎหมาย ฉะนั้นต้องว่าตามกฎหมายเป็นหลัก หากคำนวณขั้นตอนทางกฎหมาย ก็จะมีการเลือกตั้งในเดือนก.พ.2562

ถ้าเซนต์คาเบรียล ไม่ต้องการผม ผมจะไปเอง

"ถ้าเซนต์คาเบรียล ไม่ต้องการผม ผมจะไปเอง"...!!!?????
"ผอ.เซนต์คาเบรียล" ยอมยุติ หน้าที่ ชั่วคราว เปิดทางตรวจสอบ ข้อร้องเรียนที่บริหารไม่โปร่งใส ยัน ที่ผ่านมาหวังดี และ ทำดีที่สุด ลั่น ยืนยันคำเดิม " ถ้าเซนต์คาเบรียล ไม่ต้องการผม ผมจะไปเอง"
จากกรณีที่ผู้ปกครอง ศิษย์เก่า นักเรียน โรงเรียนเซนต์คาเบรียล ชุมนุม เรียกร้องใหเ “ผอ.วินัย” ลาออก เหตุบริหารงาน และใช้เงิน รี. ไม่โปร่งใส ขอให้แจงค่าอาหารกลางวันเด็ก

เมื่อเวลา 12.50 น. ภารดา ผศ.ดร.วินัย วิริยวิทยาวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเซนต์คาเบรียล ลงมาพบกับคณะผู้ปกครอง ศิษย์เก่า และนักเรียน
พร้อมกล่าวว่า อยากบอกนักเรียน ครู และผู้ปกครองทุกท่านที่อยู่และไม่อยู่ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมมีความหวังดีมาตลอด และไม่หวังว่าที่เราทำดีที่สุด จะถูกใจทุกคน
ซึ่งทั่มีข้อเสนอให้ผม 2 ประการ คือ ชี้แจงการบริหารงาน และ เรียกร้องให้ยุติบทบาท
"ผม ยินดีให้ตรวจสอบทุกเรื่อง แต่ขอฝากให้ตัวแทนทั้ง 7 คน ทำหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการด้วย
ขณะเดียวกัน ผมจะทำหนังสือถึงมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย เพื่อจะขอยุติบทบาท และแจ้งขอให้ยุติบทบาทชั่วคราว จนกว่าการตรวจสอบจะแล้วเสร็จ

"ข้อเรียกร้องที่ทุกคนต้องการคือให้ผมให้ยุติบทบาท ผอ.โรงเรียน
มีบางคนอ้างถึงในอดีต ที่ผมเคยพูดว่า ถ้าเซนต์คาเบรียลไม่ต้องการผม ผมจะไปเอง. ผมยังยืนยันคำนั้นอยู่
แต่ขอเวลาคุยดีๆ สิ่งใดที่ผมทำ ผมทำด้วยใจเสียสละสุดๆ เสียงสะท้อนมา ไม่เชื่อ ผมพูดไม่เชื่อ ไม่เป็นไร ผมพยายามยอมรับได้ ที่ให้ตรวจสอบเรื่องต่างๆ ผมยินดี เพื่อการตรวจสอบ อย่างสบายใจ ไม่มีอิทธิพลครอบงำ
ให้ผมถอย ผมก็ยินดี เห็นหรือไม่ ผมไม่ใช่คนดื้อรั้น และที่อยู่ตรงนี้มีกี่คน ทั้งหมดมี 5,000 คน โรงเรียนนั่นยังมีประชากรอีก 80-90% ไม่ได้อยู่ที่นี่ หากมาบอกให้บราเดอร์ยังอยู่จะทำอย่างไร" ภราดาวินัย กล่าว พร้อมเดินออกไป
-คมชัดลึก

วันศุกร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ยุทธวิธี เปลี่ยน ชูประยุทธ์ ตัดประวิตร ยุทธศาสตร์ เดิม

ยุทธวิธี เปลี่ยน ชูประยุทธ์ ตัดประวิตร ยุทธศาสตร์ เดิม


เป้าหมายยังอยู่ที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ว่าจะแสดงออกผ่านพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะแสดงออกจากรัฐมนตรีที่ร่วมอยู่ใน ครม.
การออกมา “ขอโทษ” เสมอเป็นเพียง “ซื้อเวลา”
แต่ในความเป็นจริง “เมล็ดพันธุ์” แห่งความต้องการดึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ออกจาก ครม.ยังคงดำรงอยู่
เพราะนี่เป็น “ยุทธศาสตร์”
การขยายเรื่องของ “นาฬิกาหรู” เสมอเป็นเพียง “ยุทธวิธี” 1 เหมือนกับการขยายเรื่อง “เงินยืม 300 ล้านบาท”
เหมือนกับการยอม “เสียมารยาท” จาก “ลอนดอน”
แม้ ณ วันนี้ จะลงเอยด้วยการ “ขอโทษ” แต่ความรู้สึกในเชิงปฏิเสธสถานะทางการเมืองต่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้ฝังรากลงลึกเป็นลำดับ
รอแต่เพียงวัน “ร่วงหล่น” เท่านั้น
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เองก็ยอมรับว่ายุทธศาสตร์ทางการเมืองที่ต้องการปลดตนออกจากตำแหน่งเป็นเรื่องที่เริ่มขึ้นอย่างเป็นระบบ
สัมผัสได้จากกรรมาธิการ “ตำรวจ” ใน “สปช.”
เหมือนกับจะต้องการสะสางและสร้างความเรียบร้อยภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ก็นำไปสู่การกระพือในเรื่องซื้อขายตำแหน่ง
เหมือนกับจะกระหน่ำไปยัง “ผบ.ตร.”
ไม่ว่าจะเป็น ผบ.ตร.ยุค พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ไม่ว่าจะเป็น ผบ.ตร.ยุค พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา
แต่ก็เสมอเป็นเพียง “แคนนอน”
การโหมกระพือในเรื่องเงินยืม “300 ล้านบาท” คือ การขยายผลจากการบุกทลายสถานอาบอบนวดอื้อฉาว วิคตอเรีย ซีเครท

ถนนทุกสายล้วนพุ่งตรงเข้าใส่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ความนิ่งของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ โดยเฉพาะต่อกรณี “คลิปเสียง” จากกรุงลอนดอน จึงเป็นความนิ่งในลักษณะ “กลืนเลือด”
เพราะว่าเจ้าของ “เสียง” มิใช่จอมยุทธ์ไร้นาม
ตรงกันข้าม มีความสัมพันธ์สลับซับซ้อนอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเมื่ออยู่ขอนแก่น ไม่ว่าจะเมื่อได้รับการโปรโมตเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี
นี่ย่อมสัมพันธ์ทั้ง “หน้าบ้าน” และ “หลังบ้าน”
การยอมกลืนน้ำลายตัวเองจากเจ้าของเสียงใน “คลิป” เมื่อเปรียบเทียบกับสภาพที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประสบมีความแตกต่างกัน
เพราะฝ่ายหลัง “กลืนเลือด” มิใช่ “น้ำลาย”
เพราะเพิ่งผ่านการปรับ ครม. “ประยุทธ์ 5” เมื่อเดือนธันวาคม 2560 นี้เอง หากมี “ประยุทธ์ 6” ย่อมไม่สดสวยอย่างแน่นอน ทุกอย่างจึงเท่ากับเป็นการยื้อและซื้อเวลา
ขณะเดียวกัน เป้าหมายยังเป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เหมือนเดิม
จากยุค สปช.ต่อเนื่องมายังยุค สปท.ยาวนานมายัง ครม. “ประยุทธ์ 5” แต่ยุทธศาสตร์ยังต้องการแยก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ออกมา
ยังคงชู พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ยังคงเน้นอย่างหนักแน่นในสถานะของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพียงแต่ไม่ต้องการให้มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อยู่ด้วยเท่านั้น ทุกอย่างยังเป็นการยื้อระหว่าง 2 ฝ่าย
บนหลักการตัด “ประวิตร” เพื่อรักษา “ประยุทธ์”
คนวางแผนยังเป็น “นักฆ่า” คนเดิม คนเคยเป็น “กองหนุน”