PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ผบ.ทบ.แถลง 7 ข้อ ลั่นถ้าสถานการณ์ถึงจลาจลจะใช้ทหารเข้าคลี่คลาย - ห้ามปิดล้อมหน่วยทหารเด็ดขาด

ผบ.ทบ.แถลง 7 ข้อ ลั่นถ้าสถานการณ์ถึงจลาจลจะใช้ทหารเข้าคลี่คลาย - ห้ามปิดล้อมหน่วยทหารเด็ดขาด

 เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ระบุว่าขอเป็นกำลังใจให้ทุกพวกทุกฝ่ายที่กำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาของชาติบ้านเมือง เพื่อนำประเทศชาติไปสู่ความสงบเรียบร้อย  ทั้งด้วยวิธีการทางกฎหมาย การพูดคุยเจรจา หรือสันติวิธีอื่น ๆ แต่ทั้งนี้การใช้ช่องทางตามกฎหมาย หรือการพูดคุยประชุมหารือกันอาจไม่ประสบผลมากนักในช่วงเวลานี้ เพราะมีข้อถกเถียงและโต้แย้งมากมาย  ซึ่งอาจไม่ทันต่อสถานการณ์ มีแนวโน้มเกิดความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ  ดังนั้นทุกฝ่ายควรดำเนินการด้วยวิธีการอันสงบสันติ ไม่สร้างเงื่อนไขและปัญหาเพิ่มมากขึ้น ต้องหยุดสร้างความรุนแรง และช่วยกันนำพาประเทศชาติออกจากความขัดแย้งให้ได้โดยเร็ว

 พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า จากสถานการณ์การใช้อาวุธเมื่อช่วงคืนวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้มีทั้งผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้กระทำล้วนแต่เป็นการกระทำผิดกฎหมายทั้งสิ้น  จึงขอให้ประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมช่วยกันประณามทุกฝ่ายที่ใช้ความรุนแรง และใช้อาวุธสงครามต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ รวมทั้งขอให้ส่งข้อมูลหรือเบาะแสให้กองทัพบกทันทีเมื่อได้รับทราบ ทั้งนี้การที่หลายฝ่ายกล่าวพาดพิงผบ.ทบ. และผบ.เหล่าทัพว่าอยู่เฉย ไม่ดำเนินการใดๆ นั้น กองทัพได้ดำเนินการทุกอย่างมาด้วยความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง  เพราะปัญหาในครั้งนี้มีความซับซ้อน และมีผลกระทบในหลายมิติ ขอเตือนผู้ที่กล่าวให้ร้ายกองทัพขอให้ระมัดระวังคำพูด ซึ่งถือว่าเป็นการหมิ่นเกียรติยศ และศักดิ์ศรีของกองทัพ ทหารทุกคนไม่สามารถยอมรับได้ และขอเตือนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้ความรุนแรงด้วยอาวุธสงครามต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ ขอให้หยุดการกระทำนั้นตั้งแต่บัดนี้ เพราะหากสถานการณ์ยังคงมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง

ทหารอาจจำเป็นต้องออกมาระงับเหตุการณ์ความรุนแรงอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและประเทศชาติโดยรวม หรือหากสถานการณ์รุนแรงมากขึ้นจนมีแนวโน้มถึงขั้นจะเกิดการจลาจล เพื่อความสงบเรียบร้อย

“กองทัพอาจมีความจำเป็นต้องใช้กำลังทหารเข้าคลี่คลายสถานการณ์ในขั้นนั้น หากมีผู้หนึ่งผู้ใดหรือกลุ่มบุคคล หรือกองกำลังติดอาวุธตอบโต้กองทัพ หรือทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์อีก บุคคลผู้นั้นหรือกลุ่มบุคคลนั้นจะต้องถูกเจ้าหน้าที่ใช้มาตรการทางกฎหมายปราบปรามอย่างเด็ดขาด โดยผู้ที่กระทำความผิดดังกล่าวอาจจะไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ ได้ เช่นกันกับกลุ่มบุคคลที่มีความคิดจะบุกรุกหรือปิดล้อมหน่วยทหาร ขอให้ยุติแนวคิดการกระทำดังกล่าวโดยทันที กองทัพเป็นของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนคนไทยทุกคน ไม่ได้เป็นของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด แต่กองทัพก็ต้องปกป้องเกียรติยศ ศักดิ์ศรี และรักษาไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อยของประเทศชาติ และประชาชน  เมื่อมีความจำเป็นอย่างเต็มความสามารถ” รองโฆษกกองทัพบก กล่าว

ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานด้วยว่า  ทางพ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกทบ. ชี้แจงคำแถลง 7 ข้อของผู้บัญชาการทหารบก  โดยระบุว่า

1.ขอเป็นกำลังใจให้ทุกพวกทุกฝ่ายที่กำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาของชาติบ้านเมือง เพื่อนำประเทศชาติไปสู่ความสงบเรียบร้อย  ทั้งด้วยวิธีการทางกฎหมายก็ดี หรือการพูดคุยเจรจาก็ดี หรือสันติวิธี

อื่น ๆ ก็ดี     อย่างไรก็ตาม การใช้ช่องทางตามกฎหมาย หรือการพูดคุยประชุมหารือกัน  อาจไม่ประสบผลมากนักในห้วงเวลานี้  เพราะมีข้อถกเถียงและโต้แย้งมากมาย  และอาจไม่ทันต่อสถานการณ์

ซึ่งมีแนวโน้มเกิดความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ  ดังนั้นทุกฝ่ายควรดำเนินการด้วยวิธีการอันสงบสันติ ไม่สร้างเงื่อนไขและปัญหาเพิ่มมากขึ้น ต้องหยุดสร้างความรุนแรง และช่วยกันนำพาประเทศชาติ

ออกจากความขัดแย้งให้ได้โดยเร็ว

2.จากสถานการณ์การใช้อาวุธเมื่อคืนวันที่ 14 พ.ค.57  ซึ่งมีทั้งผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก    ไม่ว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้กระทำ  ล้วนแต่เป็นการกระทำผิดกฎหมายทั้งสิ้น  จึงขอให้ประชาชนที่ไม่

เกี่ยวข้องกับการชุมนุม ช่วยกันประณามทุกฝ่ายที่ใช้ความรุนแรง และใช้อาวุธสงครามต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์  รวมทั้งขอให้ส่งข้อมูลหรือเบาะแสให้กองทัพบกทันทีเมื่อได้รับทราบ

3.การที่หลายฝ่ายกล่าวพาดพิง  ผบ.ทบ และผบ.เหล่าทัพ ว่า อยู่เฉย ไม่ดำเนินการใด ๆ   ขอเรียนว่า กองทัพได้ดำเนินการทุกอย่าง มาด้วยความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง  เพราะปัญหาในครั้งนี้ มี

ความซับซ้อน และมีผลกระทบในหลายมิติ

4. ขอเตือนผู้ที่กล่าวให้ร้ายกองทัพ ให้ระมัดระวังคำพูด ซึ่งถือว่าเป็นการหมิ่นเกียรติยศ และศักดิ์ศรีของกองทัพ   ทหารทุกคนไม่สามารถยอมรับได้

5.ขอเตือนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้ความรุนแรงด้วยอาวุธสงครามต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์  ให้หยุดการกระทำนั้นตั้งแต่บัดนี้  เพราะหากสถานการณ์ยังคงมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ทหารอาจจำ

เป็น ต้องออกมาระงับเหตุการณ์ความรุนแรงอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและประเทศชาติโดยรวม

6.หรือหากสถานการณ์รุนแรงมากขึ้นจนมีแนวโน้มถึงขั้นจะเกิดการจลาจล เพื่อความสงบเรียบร้อย  กองทัพอาจมีความจำเป็นต้องใช้กำลังทหารเข้าคลี่คลายสถานการณ์  ในขั้นนั้นหากมีผู้หนึ่งผู้ใด

หรือกลุ่มบุคคล หรือกองกำลังติดอาวุธ ตอบโต้กองทัพ หรือทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์อีก  บุคคลผู้นั้น หรือกลุ่มบุคคลนั้น จะต้องถูก จนท.ใช้มาตราการทางกฏหมายปราบปรามอย่างเด็ดขาด  โดย

ผู้ที่กระทำความผิดดังกล่าวอาจจะไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ ได้   เช่นกันกับกลุ่มบุคคลที่มีความคิดจะบุกรุกหรือปิดล้อมหน่วยทหาร ขอให้ยุติแนวคิดการกระทำดังกล่าวโดยทันที

7. กองทัพเป็นของ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนคนไทยทุกคน มิได้เป็นของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด  แต่กองทัพก็ต้องปกป้องเกียรติยศ ศักดิ์ศรี และรักษาไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อยของ

ประเทศชาติ และประชาชน  เมื่อมีความจำเป็น อย่างเต็มความสามารถ

จึงขอเรียนให้ทราบโดยทั่วกัน

การประกาศกฎอัยการศึก

ระกาศกฏอัยการศึก เหตุผลต้องมีพอ ตามสเตปเรียงลำดับดังนี้ ฝ่ายเสนาธิการของ ผบ.เหล่าทัพ จงอย่าได้ทำเนียน หรือพยายามมั่ว ตราบใดที่ สตช.และ ศอ.รส.ยังไม่ร้องขอไปยังเหล่าทัพ และ รรก.นายกฯ ยังไม่เห็นด้วย อย่าเชียวนะ ถ้าเหตุผลไม่มีพอ ผู้ประกาศต้องรับผิดชอบ..!! หากมีคนไปทูลเกล้าขอพระบรมราชวินิจฉัย ยกเลิกกฏอัยการศึกในชั่วข้ามคืน
กัดฟันยางไว้ อีก3 เดือน จะได้เกษียณไปอย่างมีเกียรติ
1.เกิดการจลาจล*ขนาดใหญ่* 
2.อัพเกรด พรบ.มั่นคงฯ เป็น พรก.ฉุกเฉินฯ
3.ความรุนแรงเกินขีดขั้นความสามารถที่ สตช.หรือ ศอ.รส.จะควบคุมได้
4.ประกาศใช้กฏอัยการศึก อัพเกรดจาก พรก.ฉุกเฉิน


กำนันเกือบได้เป็นนายกเมื่อปี 2550.

กำนันเกือบได้เป็นนายกเมื่อปี 2550.
ขอมูลจาก Wikileaks
คุณรู้ไหมปี 2007 สนธิ บุญยรัตกลิน กับ สุรยุทธ์ จุลานนท์ มีการเเตกเเยกกันภายใน เเละทำให้ สนธิ บุญยรัตกลิน ต้องการสร้างพรรคใหม่ของตัวเอง เเละบิกบังต้องการนายกหุ่นเชิด โดนเสนอให้สุเทพเป็นนายก เเต่สุเทพปฏิเสธ
สุเทพบอกว่าบิกบังไม่จำเป็นต้องทำรัฐประหารอีกครั้งเพราะว่า สุรยุทธ์ จุลานนท์ไม่ต้องการจะเป็นนายกอยู่เเล้ว ถ้าเชิญออกเขาก็จะออก สุเทพรู้ว่า ฝ่ายพันธมิตรต้องการ จะให้ นาวาอากาศตรี ประสงค์ สุ่นศิริเป็นนายก สุเทพรู้ว่าถ้า สุรยุทธ์ ลาออก สนธิ บุญยรัตกลิน จะขึ้นตำเเหน่งเป็นนายกซะเอง เเต่เปรมคัดค้านที่ใจให้ บิกบังขึ้นมาเป็นนายกเอง เลยบอกสุเทพให้ช่วยพยุง สุรยุทธ์ เอาไว้ เพราะสถาณการณ์การเมืองยังอ่อนไหวอยู่


ล่มแล้ว! กปปส.บุกวงหารือรัฐบาล-กกต. ยันปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

ล่มแล้ว! กปปส.บุกวงหารือรัฐบาล-กกต. ยันปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

by Wiroon15 พฤษภาคม 2557 เวลา 11:13 น.
ล่มแล้ว! กปปส.บุกวงหารือรัฐบาล-กกต. ยันปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง
วงหารือร่วมกกต.-รัฐบาลล่ม หลังมวลชนกปปส. บุกเข้าหน้าอาคารประชุมยันปฏิรูปก่อนเลือกตั้งเท่านั้น กกต.เสนอประชุมครั้งต่อไปให้ใช้แบบวีดีโอคอนเฟอร์เร้น จวกรัฐบาลส่งคนไปคุย'สุเทพ'ว่าต้องการอะไรก็จบ
 
การประชุมร่วมเพื่อหาทางแนวทางจัดการเลือกตั้งระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และรัฐบาลในวันนี้ต้องยกเลิกไปอีก หลังจากมวลชนคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์(กปปส.) นำโดย นายชุมพล จุลใส นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายสกลธี ภัททิยกุล และน.ส.จิตภัสร์ กฤดากร ได้บุกเข้ามายังพื้นที่การประชุมที่หอประชุมกานตรัตน์ กองทัพอากาศตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้
 
โดยนายสมชัย ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือกกต. เปิดเผยว่าระหว่างการประชุมหารือกับรัฐบาล หน่วยงานมั่นคงรายงานว่าผู้ชุมนุมต้องการเข้ามาภายในพื้นที่บริเวณหน้าหอประชุมกานรัตน์ โดยเกรงว่าเจ้าหน้าที่ทหาร จะไม่สามารถดูแลเรื่องความปลอดภัยได้ นายนิวัฒน์ธำรง จึงขอให้ยกเลิกการประชุม แล้วกำหนดวันหารือร่วมกันอีกครั้งในภายหลัง โดยทางรัฐบาลได้เสนอให้มีการประชุมแบบวีดีโอคอนเฟอร์เร้น ซึ่งส่วนตัวมองว่าการเลือกตั้งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนจึงต้องมีการหารือกับแบบเผชิญหน้า ทั้งนี้เชื่อว่าการเลือกตั้งในวันที่ 20 ก.ค. 2557 ไม่น่าจะทัน ส่วนจะเลื่อนไปเมื่อไรต้องรอหารือกับทางรัฐบาลอีกครั้ง
 
ทั้งนี้กกต. เสนอให้รัฐบาลส่งตังแทนไปพูดคุยกะผู้ชุมนุม ว่าต้องการอะไร เพราะกกต. ไม่มีปัญหาผู้ชุมนุมแน่นอน พร้อมรับฟังข้อเสนอทุกฝ่าย

การ์ดตาย2เจ็บ17ตรงอรุสาวรีย์ ปชต.

คืนที่ 14 ต่อ 15 พฤษภาคม 2557 เวลา 02.10 น. เกิดเหตุ ยิงกันที่บริเวณอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย ใกล้แยกคอกวัว และมี M79 ตกลงมาในเขตของการ์ด กปปส.ตามด้วยกระสุนปืนอีกจำนวนหนึ่ง ทำให้มีผู้เสียชีวิตทันที จำนวน 2 ราย(การ์ด) และบาดเจ็บสาหัส อีก จำนวน 17 คน ..

M79ถล่มการด์ อนุสาวรีย์ปชต.กลางดึก

เมื่อเวลา 02.50 น.(15/5/57)เกิดเหตุยิง 79 2 ลูก / ลูกนึงตกที่ฐานอนุสาวรีย์ฯ อีกลูกนึงตกหลังคาร้านบ้านดินสอ หลังมีเสียงระเบิดแล้ว คนร้ายบนรถกระบะสีขาวใช้ M16 กราดยิงใส่กลุ่มการ์ด บริเวณแยกคอกวัว ก่อนหนีไป
รายชื่อสำหรับผู้เสียชีวิต 2 ราย / ผู้บาดเจ็บยังไม่นิ่ง (21-24) ที่ รพ.หัวเฉี่ยวและ รพ.กลาง
1. ที่รพ.หัวเฉียว ทราบชื่อผู้เสียชีวิต นายนรายศ จันทร์เพชร หรือน้องโดม อายุ 21 ปี เป็นการ์ดอาสา พบมีบาดแผลถูกยิงเข้าที่หน้าอก 1 นัด และที่ท้อง 1 นัด เป็นชาวจ. สุราษฎร์ธานี
2. ที่รพ. กลาง ทราบชื่อผู้เสียชีวิต นายสมควร นวนขนาย อายุประมาณ 51 ปี ถูกยิง เข้าที่หน้าอกและขา เป็นชาว จ.ชุมพร (ต.บ้านนา อ.เมือง)


กกต.ชี้แจงประเด็นการยกเลิกประชุมร่วมกับรัฐบาลวันนี้

ชี้แจงประเด็นการยกเลิกประชุมร่วมกับรัฐบาลวันนี้
1. กกต.ได้ทำหนังสือเชิญ รัฐบาลมาร่วมประชุมกับ กกต.เพื่อปรึกษาเกี่ยวกับเงื่อนไขการจัดการเลือกตั้ง โดยได้นัดหมายล่วงหน้าประมาณ 1 สัปดาห์ ให้มีการประชุมในวันนี้ เวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 9 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง อาคารบี ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ
2. กกต.ได้เตรียมการประชุม ทั้งในด้านบุคลากรและประเด็นเนื้อหาเป็นที่เรียบร้อยพร้อมที่จะประชุมตามวัน เวลาที่กำหนด
3. เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น.ของวันนี้ ประธาน กกต.ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า มีการติดต่อมาจากรัฐบาล ขอย้ายสถานที่ประชุม เป็นหอประชุม รร.นายเรืออากาศ โดยอ้างเหตุผลความปลอดภัยของฝ่ายรัฐบาล
4. กกต.ยืนยันที่จะใช้ที่ประชุมที่ ศูนย์ราชการตามเดิม เนื่องจากเป็นการแจ้งแบบฉุกเฉิน และเสนอทางเลือกแก่รัฐบาล 3 ทาง คือ 1) ยืนยันประชุมตามเดิม 2) ให้มีการประชุมชุดเล็กระหว่างสองฝ่ายในเวลาสถานที่เดิม 3) ให้กำหนดวัน เวลา สถานที่ประชุมใหม่ ตามที่ทั้งสองฝ่ายเห็นสมควร
5. รัฐบาลเลือกแนวทางที่ 3 โดยกำหนดการประชุมร่วม ในวันพฤหัสที่ 15 พฤษภาคม 2557 เวลา 10.00 น. ที่ หอประชุมกานตรัตน์ กองทัพอากาศ (สถานที่อาจเปลี่ยนแปลงได้)
จึงเรียนมาเพื่อแจ้งประชาชนทราบ

วันพุธที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

เด้ง !!!จดหมายน้อย ฝากเพื่อนของหลานประธานศาลปกครองเป็นผู้กำกับ

หลังจากที่ตุลาการศาลปกครองชั้นต้นจากศาลปกครองทั่วประเทศ รวมทั้งศาลปกครองกลางกว่า 70 คน ได้ลงชื่อในหนังสือถึงกรรมการข้าราชการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.) ซึ่งมีนายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นประธาน เพื่อเสนอให้มีการนัดประชุม ก.ศป. เป็นการด่วนเพื่อพิจารณาตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนนายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ว่ามีส่วนรู้เห็นและเห็นชอบในการกระทำของนายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ในการทำหนังสือจำนวน 2 ฉบับ ไปถึงพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. และพล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. เพื่อสนับสนุนพ.ต.ท.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงกุล รองผกก.ป. สน.หัวหมาก เป็นผู้กำกับการ (ผกก.) โดยให้เหตุผลว่า เป็นเพื่อนสนิทหลายชายนายหัสวุฒิ และช่วยงานประธานศาลปกครองสูงสุดในหลายโอกาส
ล่าสุด 14 พฤษภาคม 2557 เวลา 15.00 น. ประธานศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งโยกย้ายนายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม เลขาธิการ สนง.ศาลปกครอง เหตุทำจดหมายน้อยฝากตำรวจขึ้นเป็นผู้กำกับ เพื่อลดกระแส
สำหรับโครงสร้างของ ก.ศป. ในปัจจุบันนี้ มีจำนวนคณะกรรมการ 13 คน มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก 2 คน ส่วนประธานศาลเป็นประธาน รองประธาน เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ส่วนกรรมการที่เหลือเป็นตุลาการศาลชั้นสูงและชั้นต้น
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกยังไม่มีการแต่งตั้ง เนื่องจากติดขัดปัญหาการดำเนินการในขั้นตอนของสภา ขณะที่ในการพิจารณาเรื่องร้องเรียนครั้งนี้ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวนายหัสวุฒิ โดยตรง ทำให้นายหัสวุฒิ ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยได้ ทำให้จำนวนเสียงคณะกรรมการที่เหลืออยู่สำหรับการพิจารณากรณีนี้ มีจำนวน 10 เสียง ในจำนวน ก.ศป. ที่เหลืออยู่ 10 เสียงในขณะนี้ มีจำนวน ก.ศป. กว่า 7 เสียง ที่สนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนนายหัสวุฒิในเรื่องนี้”
หากจะให้ชอบธรรมจริงๆ ต้องลาออกจากประธาน

เผย30ชื่อแกนนำสำคัญ“กปปส.“ ศาลออกหมายจับข้อหากบฎ

ศาลออกหมายจับ“กปปส.“ ข้อหากบฎ
เผย30ชื่อแกนนำสำคัญ“กปปส.“ ศาลออกหมายจับข้อหากบฎ
วันนี้ ศาลอาญา รัชดา ออกหมายจับแกนนำ กปปส. และแกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฎิรูปประเทศไทย หรือ คปท. รวม 30 คน ในข้อหาร่วมกันเป็นกบฎ และข้อหาอื่นๆ รวม 8 ข้อหา ประกอบด้วย
1.นายสาธิต วงศ์หนองเตย 2.นายชุมพล จุลใส 3.นายพุฒิพงษ์ ปุณณกันต์ 4.นายอิสระ สมชัย 5.นายวิทยา แก้วภราดัย 6.นายถาวร เสนเนียม 7.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ 8.นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ 9.นายนิติธร ล้ำเหลือ 10.นายอุทัย ยอดมณี 11.พลเอกปรีชา เอี่ยมสุพรรณ 12.นายยศศักดิ์ โกศัยกานนท์ 13.พันตำรวจโทสุภวัฒน์ สุปิยะพาณิชย์ 14.นางสาวจิตภัสร์ กฤดากร 15.นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ 16.นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง 17.นายเสรี วงษ์มนฑา 18.นายกิติศักดิ์ ปรกติ 19.นายถนอม อ่อนเกตุพล 20.พุทธะอิสระ 21.นายสาธิต เซกัล 22.นายคมสันต์ ทองสิริ 23.นายมั่นแม่น กะการดี 24.นายประกอบกิจ อินทร์ทอง 25.นายนัสเซอร์ ยีหมะ 26.นายพานสุวรรณ ณ แก้ว 27.นางสาวรังสิมา รอดรัศมี 28.นางทยา ทีปสุวรรณ 29.พลอากาศโทวัชระ ฤทธาคนี และ 30.พลเรือเอกชัย สุวรรณภาพ
จากเดิมที่พนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอยื่นคำร้อง จำนวน 43 คน และให้เพิกถอนหมายจับเดิมที่ศาลออกหมายไว้ จำนวน 10 คน โดยให้บังคับใช้หมายจับฉบับนี้แทน และให้ยกคำร้องขอหมายจับ 1. เรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์ 2. พลเอกปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ 3. นายสุริยันต์ ทองหนู 4. นางสาวอัญชะลี ไพรีรักษ์ 5. นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ 6. นายสมบูรณ์ ทองบุราณ 7. นายสุริยะใส กตะศิลา 8. นายรัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี 9. นายสมศักดิ์ โกศัยสุข 10. นายสาวิทย์ แก้วหวาน 11. นายกิตติชัย ใสสะอาด 12. นายพิเชษฐ์ พัฒนโชติ 13. นายสำราญ รอดเพชร รวม 13 คน เนื่องจากเห็นว่าผู้ต้องหาดังกล่าว อยู่ระหว่างการปล่อยชั่วคราวของศาล อยู่ในอำนาจของศาลแล้ว และไม่ปรากฎว่าจำเลยหลบหนีระหว่างปล่อยชั่วคราว ศาลย่อมมีอำนาจที่จะบังคับให้ผู้ประกันส่งตัวจำเลยต่อศาล ในคดีที่พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องไว้แล้ว อัยการสามารถสั่งฟ้องผู้ต้องหาเป็นจำเลยต่อศาลอาญา โดยไม่ต้องนำตัวผู้ต้องหามาศาลจึงยกคำร้อง

หนังสือด่วนที่สุด ศอ.รส.ระดม.ตร.จับแกนนำกปปส.

พุธ 14/5/57 ... ( หนังสือด่วนที่สุด ศอ.รส.)

นี่คือหนังสือทางราชการ ด่วนที่สุด จาก ศอ.รส. ที่เซ็นต์โดย พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา ..เกณฑ์นายตำรวจมา (ในนี้ส่วนใหญ่อุดรฯ)ให้มาเป็นชุดปฏิบัติการจับกุมแกนนำ ให้มารายงานตัวพรุ่งนี้ในเวลา 13.30 น. (ซึ่งหนังสือนี้ออกจาก ศอ.รส.เมื่อช่วงค่ำ)พุธ 14/5/57 ... ( หนังสือด่วนที่สุด ศอ.รส.)

นี่คือหนังสือทางราชการ ด่วนที่สุด จาก ศอ.รส. ที่เซ็นต์โดย พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา ..เกณฑ์นายตำรวจมา (ในนี้ส่วนใหญ่อุดรฯ)ให้มาเป็นชุดปฏิบัติการจับกุมแกนนำ  ให้มารายงานตัวพรุ่งนี้
ในเวลา 13.30 น. (ซึ่งหนังสือนี้ออกจาก ศอ.รส.เมื่อช่วงค่ำ)

เสธแดงลูกบิ๊กจ๊อดล่อจตุพรเรียกแขกหาเตรียมกำลังปราบ

จากกรณีที่ ประชาชนและคนเสื้อแดง ได้มีการแจ้งว่า มีทหารของ พล.ร.9 ออกมาด่านตรวจคนเสื้อแดง และ ทหารแตงโม ได้แจ้งว่า ผบ.พล.1 รอ. คือ "ไอ้แดง" หรือ พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการกองพลที่1 รักษาพระองค์ จัดตั้งกองกำลังส่วนหน้า เตรียมรอคำสั่งปฏิบัติการเหมือนปี 53 นั้น
ทำให้ ตู่ จตุพร พรหมพันธ์ นำมาแถลงข่าว เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา วันนี้ นั้น
ล่าสุด !! แดง... ได้ให้สัมภาษณ์ ว่า
"ทหารได้รับนโยบายชัดเจน ในการดูแลประชาชนทุกกลุ่มที่ชุมนุม ขออย่านำทหารไปสู่ความขัดแย้งและสร้างเงื่อนไข ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าทหารใช้ความอดทนในการดูแลการชุมนุมตลอด 6 เดือน ไม่มีความจำเป็นต้องไปดำเนินการเช่นนั้น เพราะนอกจากจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แล้ว สถานการณ์ยิ่งบานปลายออกไป
“สิ่งที่นายจตุพร พูดต้องการเรียกแขกมากกว่า อยากให้คนมาชุมนุมกันมากๆ ปลุกระดมนำทหารไปสร้างเป็นเงื่อนไข โดยการปล่อยข่าวมั่ว ขี้โม้ไปเรื่อย ซึ่งไม่เป็นความจริง อยากให้ประชาชนและสื่อใช้วิจารณญาณในการนำเสนอ” แหล่งข่าวจากกองทัพภาคที่1กล่าวและว่า สำหรับการดูแลความปลอดภัยสถานการณ์ในขณะนี้ ได้มีการปรับแผนหลังจาก กลุ่ม กปปส. ย้ายการชุมนุมมาบริเวณถนนมัฆวาน เพราะมีสถานที่ราชการ บ้านบุคคลสำคัญ อาทิ บ้านพัก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน "
"น้องแดง"  พูดอะไร ให้มันสวยๆหน่อยนะน้อง !!!

จากกรณีที่ ประชาชนและคนเสื้อแดง ได้มีการแจ้งว่า มีทหารของ พล.ร.9 ออกมาด่านตรวจคนเสื้อแดง และ ทหารแตงโม ได้แจ้งว่า ผบ.พล.1 รอ. คือ "ไอ้แดง" หรือ พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการกองพลที่1 รักษาพระองค์ จัดตั้งกองกำลังส่วนหน้า เตรียมรอคำสั่งปฏิบัติการเหมือนปี 53 นั้น 

ทำให้ ตู่ จตุพร พรหมพันธ์ นำมาแถลงข่าว เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา วันนี้ นั้น 

ล่าสุด !! แดง...  ได้ให้สัมภาษณ์ ว่า 

"ทหารได้รับนโยบายชัดเจน ในการดูแลประชาชนทุกกลุ่มที่ชุมนุม ขออย่านำทหารไปสู่ความขัดแย้งและสร้างเงื่อนไข ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าทหารใช้ความอดทนในการดูแลการชุมนุมตลอด 6 เดือน ไม่มีความจำเป็นต้องไปดำเนินการเช่นนั้น เพราะนอกจากจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แล้ว สถานการณ์ยิ่งบานปลายออกไป

 “สิ่งที่นายจตุพร พูดต้องการเรียกแขกมากกว่า อยากให้คนมาชุมนุมกันมากๆ ปลุกระดมนำทหารไปสร้างเป็นเงื่อนไข โดยการปล่อยข่าวมั่ว ขี้โม้ไปเรื่อย ซึ่งไม่เป็นความจริง อยากให้ประชาชนและสื่อใช้วิจารณญาณในการนำเสนอ” แหล่งข่าวจากกองทัพภาคที่1กล่าวและว่า สำหรับการดูแลความปลอดภัยสถานการณ์ในขณะนี้ ได้มีการปรับแผนหลังจาก กลุ่ม กปปส. ย้ายการชุมนุมมาบริเวณถนนมัฆวาน เพราะมีสถานที่ราชการ บ้านบุคคลสำคัญ อาทิ บ้านพัก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน "

หากทำตามหน้าที่ จริง มึงไปดูแลประชาชนและกำลังพลใน ทบ.ที่ถูกการ์ด กปปส. กระทืบ แทง ยิง ฆ่าถ่วงน้ำ หน่อย ได้ไหม๊ วะ แดง..

กกต.ไม่อนุมัติย้าย "คำรณวิทย์" ผบช.น.ไปภาค 5

14/5/57....กกต.ไม่อนุมัติย้าย "คำรณวิทย์" ผบช.น.ไปภาค 5
เนื่องจากเห็นว่า เป็นการโยกย้ายนอกฤดูกาล และพื้นที่ที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ จะไปดำรงตำแหน่งเป็นฐานคะแนนเสียงของบางพรรคการเมือง อาจทำให้มีผลได้เปรียบเสียเปรียบต่อการเลือกตั้ง
จึงให้สำนักงาน กกต.ทำหนังสือเชิญ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มาชี้แจงในวันที่ 20 พ.ค. เวลา 10.00 น. หากไม่มาถือว่าไม่ติดใจ


มือปราบหูดำ ดึงมวลชนฝ่าย ขรก.ตำรวจอย่าเข้าข้างใคร

เรียน พี่น้องเพื่อนข้าราชการตำรวจทั้งในและนอกราชการ
ขณะนี้องค์กรตำรวจของเรา ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก ถูกดูถูกเหยียดหยามและเป็นที่เกลียดชังของพี่น้องประชาชน สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากนักการเมืองมีส่วนสั่งการโดยมิชอบ อีกส่วนหนึ่งมาจากการที่ผู้บังคับบัญชาบางส่วนนำองค์กรตำรวจไปยืนอยู่ในจุดที่ไม่ถูกต้อง ทำให้องค์กรตำรวจเสียหายและหมดศรัทธาจากพี่น้องประชาชนดังภาพที่ปรากฏตามสื่อต่างๆนั้น เพื่อนพี่น้องตำรวจของเราถูกย่ำยี วิ่งหนี ไร้ศักดิ์ศรี และอีกส่วนต้องเผชิญหน้ากับประชาชน ซึ่งภาพในอดีตนั้น ตำรวจกับประชาชนเป็นมิตรต่อกันและเป็นที่พึ่งพาของประชาชน
ขณะนี้ตำรวจทั้งในและนอกราชการอยากรวมพลังกันเพื่อสะท้อนความคิดเห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้สึกนึกคิดของผู้ใต้บังคับบัญชา ไปยังผู้บังคับบัญชาและนักการเมือง ว่าพวกเขาเหล่านั้นมีความอึดอัดเพียงใดและไม่เห็นด้วยกับผู้บังคับบัญชาและนักการเมืองซึ่งอ้างความถูกต้องมาเป็นตัวชี้นำ ทั้งๆที่ข้ออ้างนั้นเป็นการทำเพื่อปกป้องกลุ่มบุคคลเพียงกลุ่มหนึ่งเพื่อผลประโยชน์เท่านั้น
เช่นนี้ขอให้พี่น้องข้าราชการตำรวจยึดหลักไว้ 3 ประการด้วยกัน ดังนี้
1. นับแต่วันนี้เป็นต้นไป ตำรวจจะยืนเคียงข้างประชาชนทุกกลุ่มทุกหมู่เหล่า โดยไม่เลือกสี พรรค และกลุ่มบุคคลใด
2. ตำรวจจะปกป้องสถาบัน ชาติ และพระมหากษัตริย์ ทั้งจะเป็นข้าราชการที่ดีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
3. ตำรวจจะปกป้องประเทศชาติและประชาชน
ดังนั้น หากเพื่อนพี่น้องตำรวจเห็นด้วยกับข้าพเจ้า ได้โปรดแสดงความคิดเห็น ผ่านทางช่องทางนี้ส่วนหนึ่ง เพื่อสะท้อนความเห็นของพวกท่านไปยังผู้บังคับบัญชาตลอดจนพี่น้องประชาชน
ขอบคุณครับ
พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ
https://www.facebook.com/pages/มือปราบหูดำ

ความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่สำคัญวันนี้

ความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่สำคัญ
ใน 14 พ.ค. 57 ดังนี้
1. ศาลอาญารัชดาฯ นัดฟังคำสั่งออกหมายจับ
แกนนำ กปปส. 43 คน ตามคำร้องของ DSI 
หรือไม่ โดยศาลอาญา ได้นัดฟังคำสั่งว่า
จะอนุมัติหมายจับหรือไม่ ในวันที่ 14 พ.ค. 57
เวลา 15.00 น.
2. กปปส. ให้เวลากับวุฒิสภา เพื่อให้ทำหน้าที่
ผู้แทนปวงชนชาวไทยเลือกนายกรัฐมนตรี
เป็นภารกิจให้วุฒิสภาทำภายใน 1-2 วันนี้
อย่ายึกยักหรือใจเสาะ หากปฏิเสธหน้าที่นี้
ปชช. ก็จำเป็นต้องทำด้วยมือของ ปชช.เอง
หากวุฒิสภากลัวโจร ก็ขาดกันกับมวลมหา
ปชช.
3. นปช.ขู่ หากประเทศก็ยังไม่เข้าสุญญากาศ
ทางการเมือง จึงไม่จำเป็นที่ต้องมีการแต่งตั้ง
นรม ม.7 ดังนั้น หากที่ประชุมวุฒิสภามีมติ
เสนอชื่อ นรม. ม.7 ทางกลุ่ม นปช. ก็จะ
ออกแถลงการณ์ยกระดับการชุมนุมทันที
4. กำหนดการการประชุมวุฒิสภานอกรอบ
เพื่อหารือการแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง
- ใน 14 พ.ค. 57 เป็นวันที่ 3 เวลา12.00น.
ถกองค์กรอิสระ หาทางออกประเทศ
จะมีการประชุมร่วมกับองค์กรอิสระ
องค์กรภายใต้ รธน. และ ภาคเอกชน
ที่อาคารสุขประพฤติ
- ใน 15 พ.ค. 57 เป็นวันที่ 4 เวลา10.00น.
จะประชุมร่วมกับอธิการบดีทั่วประเทศ
ที่นิด้า
5. ก.ก.ต. นัดหารือกับรัฐบาลเกี่ยวกับ
การตรา พ.ร.ฎ.แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดวัน
เลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไป ในวันที่
14 พ.ค. 57 คาดว่าน่าจะเป็นโรงเรียน
นายเรืออากาศ ขณะนี้อยู่ช่วงประสานกัน
...........................................กก.สส.บก.น.1 สรุปยอดผู้ชุมนุมบริเวณรอบพื้นที่ ประจำวันที่14 พ.ค.57 ยอดมวลชน ณ เวลา 09.00 น.
1.กลุ่ม คปท. บริเวณทำเนียบ-สะพานมัฆวาน =1,500 คน
2.กลุ่ม กปปส.บริเวณสะพานมัฆวาน-ผ่านฟ้า=3,000 คน
3.กลุ่ม ปปปป. บริเวณผ่านฟ้า-อนส.ปชต.= 500 คน
4.รัฐสภา = - คน 6.กลุ่มผู้ชุมนุม แยกนางเลิ้ง (หลังเวที่ คปท.)= 1,000 คน รวม 6,000 คน

วันจันทร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

เรือรบสหรัฐมาจอดในน่านน้ำไทย

เรือรบสหรัฐฯลำนี้ ตระเวนไปทั่วน่านน้ำอินโดจีน และเพิ่งประจัญหน้ากับเรือรบจีนมาแหม่บๆเมื่อวันที่ 6 ทางตอนใต้ของทะเลจีนใต้ ..วันนี้ถึงคิวเรา แวะมาจอดไทยซะงั้น

เรือลำนี้สำคัญนะครับในกองเรือที่7 เพราะเป็นเรือบัญชาการ ..

ดูคลิปแนะนำเรือนะ พากย์ไทย
http://youtu.be/CzH-GqPHyVo

เรือรบสหรัฐฯลำนี้ ตระเวนไปทั่วน่านน้ำอินโดจีน และเพิ่งประจัญหน้ากับเรือรบจีนมาแหม่บๆเมื่อวันที่ 6 ทางตอนใต้ของทะเลจีนใต้ ..วันนี้ถึงคิวเรา แวะมาจอดไทยซะงั้น

เรือลำนี้สำคัญนะครับในกองเรือที่7  เพราะเป็นเรือบัญชาการ ..

ดูคลิปแนะนำเรือนะ พากย์ไทย
http://youtu.be/CzH-GqPHyVo

นิวัฒน์ธำรงย่ำยังมีอำนาจรักษาการขนกว่าจะมีครม.ใหม่


@Tay_taiiz 35s
นิวัฒน์ธำรง ย้ำมีอำนาจรักษาการจนกว่าจะมีครม.ใหม่ตามที่ รธน.กำหนด

ทหารปัดข่าว1ใน5สือทบ.จ่อปฎิวัติ

ปฏิวัติ แค่ข่าวลือ !!! หรือ !!!! อยากปฏิวัติใจแทบขาด กันแน่!!!แต่ทำไม่ได้ ""

พันเอก วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณีข่าวลือ ทางโซเชียล มีเดีย ระบุว่า มีนายทหารยศพลเอก เป็น 1 ใน 5 เสือกองทัพบก เตรียมระดมกำลังพลและยุทโธปกรณ์เตรียมพร้อมทำรัฐประหาร นั้นว่า ขอให้ประชาชนระมัดระวังการบริโภคข่าวสารผ่านทางโซเชียล มีเดีย และใช้วิจารณญาณไตร่ตรอง ข้อเท็จจริง อีกทั้งการโพสต์ข้อความต่างๆในโลกออนไลน์ โดยไม่รู้ที่มาที่ไป ก็เปรียบเสมือนเป็นการกระจายข่าวลือ

“ทหารยังคงยืนยัน ที่จะปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชนตามคำสั่งของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.)ตามเดิม” รองโฆษกทบ. กล่าว

ทั้งนี้ มีการปล่อยข่าวลือ มา ๒ วันว่า พลเอก ในห้าเสือทบ. เตรียมกำลังทหาร เพื่อก่อการรัฐประหาร เพื่อหวังเป็น ผบ.ทบ. โดยร่วมมือกับกำลังทหาร ในกรุงเทพฯ วงศ์เทวัญ และ จากกองพลทหารราบที่ 2 จ.ปราจีนบุรี บูรพาพยัคฆ์ โดยมีนายทหารระดับ ผบ.หน่วยคุมกำลังร่วม

ปฏิวัติ แค่ข่าวลือ  !!!   หรือ !!!! อยากปฏิวัติใจแทบขาด กันแน่!!!แต่ทำไม่ได้ ""

พันเอก วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณีข่าวลือ ทางโซเชียล มีเดีย ระบุว่า มีนายทหารยศพลเอก เป็น 1 ใน 5 เสือกองทัพบก เตรียมระดมกำลังพลและยุทโธปกรณ์เตรียมพร้อมทำรัฐประหาร นั้นว่า ขอให้ประชาชนระมัดระวังการบริโภคข่าวสารผ่านทางโซเชียล มีเดีย และใช้วิจารณญาณไตร่ตรอง ข้อเท็จจริง อีกทั้งการโพสต์ข้อความต่างๆในโลกออนไลน์ โดยไม่รู้ที่มาที่ไป ก็เปรียบเสมือนเป็นการกระจายข่าวลือ

“ทหารยังคงยืนยัน ที่จะปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชนตามคำสั่งของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.)ตามเดิม” รองโฆษกทบ. กล่าว

ทั้งนี้ มีการปล่อยข่าวลือ มา ๒ วันว่า พลเอก ในห้าเสือทบ. เตรียมกำลังทหาร เพื่อก่อการรัฐประหาร เพื่อหวังเป็น ผบ.ทบ. โดยร่วมมือกับกำลังทหาร ในกรุงเทพฯ วงศ์เทวัญ และ จากกองพลทหารราบที่ 2 จ.ปราจีนบุรี บูรพาพยัคฆ์ โดยมีนายทหารระดับ ผบ.หน่วยคุมกำลังร่วม

วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

วันเสาร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

เสธน้ำเงิน: เผย..ผลอาฟเตอร์ช็อค ทางการเมือง โดนเมา หมัดทั้งมีด หอก ดาบ

แฉ..ความลับ
เผย..ผลอาฟเตอร์ช็อค ทางการเมือง โดนเมา หมัดทั้งมีด หอก ดาบ
9 พ.ค.57 เผย..ผลอาฟเตอร์ช็อค ทางการเมือง โดนเมาหมัดทั้งมีด หอก ดาบ

อาเพศแผ่นดินไหวภาคเหนือ จากกาละกินี “ขบวนการล้มเจ้า ล้มราชวงศ์ อั้งยี่แดง” ในดินแดนอาณาจักรโยนกไชยบุรีศรีช้างแสน เฉพาะ 5 จังหวัด คือ เชียงใหม่ เชียงราย น่าน พะเยา ลำปาง มีวัดวาอาราม ตึก อาคาร บ้านเรือนประชาชน พลอยซวยเสียหายไปแล้ว เกือบ 10,000 หลัง รวมอาฟเตอร์ช็อค จำนวน มากกว่า 515 ครั้ง แล้ว

วันนี้อาเพศลมแปลกๆได้กระหน่ำ “ลูกเห็บยักษ์” ถล่มอำเภอเมืองอุดรธานี ลูกเห็บมีขนาดตั้งแต่ เท่าลูกปิงปอง จนถึงเท่ากำปั้น เกิดความเสีย หายหนักเป็นวงกว้าง บ้านพังกว่า 300 หลัง.. ลูกเห็บยังพัดถล่มบ้านเรือนประชาชนในหลายพื้นที่ของกาฬสินธุ์ ตลอดทั้งคืน บริเวณเทือก เขาภูพาน (ที่อยู่กองกำลังติดอาวุธแดง) เกิดสภาพอากาศแปรปรวน ลมกรรโชกแรง ท้องฟ้าสีแดง ฝนตกลงมาอย่างหนัก มีบ้าน เรือนประชาชนเสียหาย 453 หลังคาเรือน

อดีต รมต.นายพลตำรวจ ป. ที่เขาเคยวิ่งเต้นให้ ปล่อยตัวแก๊งค์ขนระเบิด RGD-5 ที่ถูกจับได้ที่ บางนาเร็วๆนี้ ตอนนี้อาการโรคหลอดเลือด สมองกำเริบเฉียบพลัน หามขึ้นจากท่าเรือ นำรถ พยาบาลไปรับที่ภูเก็ต อาการหนัก ส่งเข้าห้อง X-ray รพ.เอกชนมีชื่อเสียงที่นั่น..ปูเน่าจะไป เยี่ยมไหมหนอ, ชายชุดดำควบคุมฝูงชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน เดินทางเข้ากทม.ตามคำสั่งรัฐบาลเถื่อน เกิด เหตุรถพลิกคว่ำทิ่มลงข้างถนน ที่อำเภอโกรก พระ จ.นครสวรรค์ บาดเจ็บระนาว 15 คน

คนเสื้อแดง ควรหยุดสนับสนุนบริษัทเผาไทย ได้แล้วก่อนที่ตนเองและครอบครัว จะฉิบหาย วายป่วง พลอยเดือดร้อนคนอื่นไปด้วย โดยให้ตั้งสัจจะอธิษฐานว่าต่อไปจะไม่สนับสนุน ขบวนการล้มเจ้า ล้มราชวงศ์ แก๊งค์อั้งยี่แดงอีก ต่อแล้วนับจากนี้ในทุกรูปแบบ

ผลอาฟเตอร์ช็อค ทางการเมือง

วันก่อนแผ่นดินไหวแถว ศาลไคฟงรัฐธรรมนูญ ขนาด 9:0 ริกเตอร์ ไหวแรงจนปูเน่ากับสมุนรวม กัน 10 คน กระเด็นตกคาเก้าอี้หัวฟาดฟื้นสลบ เหมือด,อาฟเตอร์ช็อคยังตามมาไม่หยุดหย่อน เมื่อวาน มติ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดปูเน่า คดีทุ จริตจำนำข้าว ขนาด 7:0 ส่งวุฒิสภาถอดถอน ออกจากตำแหน่ง ฐานรู้เห็นเป็นใจปล่อยให้มี การทุจริตจำนำข้าว และการระบายข้าว โดย เพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้น ส่งผลให้คงถูกฝังทั้งเป็นตัดสิทธิการเมือง 5 ปี

อาฟเตอร์ช็อควันนี้เกิดอีก 2 ละลอก ระรอกแรก เมื่อที่ประชุมวุฒิสภา มีมติให้ คุณสุภา ปิยะจิตติ อดีตข้าราชการตงฉินผู้เคยแฉเรื่องจำนำข้าว ว่ามีการเจ๊งมหาศาลหลายแสนล้านบาท ไปเป็น กรรมการ ปปช. คนใหม่แทนคนเก่าที่ครบวาระ , ระรอกที่ 2 การลงคะแนนเลือกตั้งประธานวุฒิ สภา ปรากฎว่า นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ชนะ จงรัก สายแดงไปด้วยคะแนน 96 ต่อ 51 ได้เป็น ประธานวุฒิสภาคนใหม่ โดยมีสมาชิกมาร่วม ประชุม 148 คน งดออกเสียง 1 คน

อาฟเตอร์ช็อคยังสะเทือนไปไกลถึงต่างประเทศเมื่อกษัตริย์แห่งเสปน ส่อแววจะใช้อำนาจผ่าน ทางรัฐบาลเสปน อายัดสวนน้ำในเสปนของชาย ดูไบ ผู้เป็นเจ้าของ เพราะกษัตริย์แห่งเสปนสืบ ทราบว่าเขาเป็นหัวหน้าขบวนการล้มเจ้า ล้มราช วงศ์ เป็นภัยต่อระบอบกษัตริย์ และยังไม่ยอมรับ กระบวนยุติธรรมในประเทศไทยอีกด้วย..เอากันเข้าไป !!

อาฟเตอร์ช็อค ต่างประเทศเมื่อ CNN รอยเตอร์ และทุกแผงหนังสือในญี่ปุ่น แพร่ภาพปูเน่า ประ จานว่า
ทุจจริตโกงกินจำนำข้าวชาวนายากจน มโหฬาร จนป.ป.ช.จับได้ขับออกจากตำแหน่ง จนโด่งดังใหญ่ไปทั่วทั้งจักรวาลแล้ว, ฟรีทีวีของเกาหลีใต้ ถ่ายทอดสดการชุมนุมของ กปปส.โดยรายงานข่าวครึกโครมว่า ผู้ชุมนุมต่อ ต้านรัฐบาลเทียมที่เกิดจากการคอรัปชั่น..ดังฝุดๆ คนญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เขาเกลียดนักการ เมืองโกงยิ่งกว่าขี้ซะอีก

ขนาดในพม่า วันนี้ หนังสือพิมพ์เมียนมาร์ไทมส์ รายงานว่า ประธานาธิบดีเต็งเส่ง ของพม่าที่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กปูเน่าอดีตนายกเทียม ต้องเคารพคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้ พ้นสภาพฐานใช้อำนาจในทางมิชอบ ในการสั่ง ย้ายถวิล เปลี่ยนนายก ดังนั้นห้ามปูเน่าและอดีต รมต.สมุนรวม 10 คน สะเออะหน้า โผล่เดินทาง ไปยังพม่า เพื่อร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนใน กรุงเนปิดอว์ ระหว่างวันที่ 10-11 พ.ค.นี้.. อัยยะ..เต็งเส่ง โพสต์เฟซบุ๊กมาบอก ปึ้งเหม่ง เลยหรือนี่..อ้าวไหนว่าวันก่อนไม่ยอมออก และ ยืนยันจะไปประชุมพม่าไง..ไปดิ..จะได้โดนพม่าเอาไปทำปุ๋ย..มิงกะลา บา..ฮา

อาฟเตอร์ช็อค ในไทยบ้าง เมื่อสภาทนายความ ของไทย ออกแถลงการณ์ ว่าตำแหน่งปฎิบัติ หน้าที่นายกรัฐมนตรี ไม่มีศักดิ์และสิทธิ์ ปฎิบัติ หน้าที่เทียบเท่านายกรัฐมนตรี โดยหลังจากพ้น ตำแหน่งแล้ว ต้องเรียกกลับคืนรถประจำตำ แหน่ง และทรัพย์สินของทางราชการ รวมทั้งเจ้า หน้าที่ผู้ช่วยของรักษาการรัฐมนตรีนั้นๆ ให้ข้า ราชการประจำ ที่ไปช่วยงานรักษาการรัฐมนตรี ที่พ้นจากตำแหน่งกลับสู่งานในหน้าที่เดิมทั้ง หมด และต้องงดจ่ายเงินเดือนและผลประโยชน์ ให้กับรักษาการรัฐมนตรีทั้งหมด จากเงินภาษีอา กรของประเทศโดยทันที และวุฒิสภา สามารถ ที่จะเสนอชื่อ ของนายกรัฐมนตรี ต่อองค์พระ ประมุข และรับสนองพระบรมราชโองการให้ นายกรัฐมนตรี ตามที่วุฒิสภาได้เสนอ จัดตั้ง คณะรัฐบาลและดำเนินการตามกรอบของรัฐ ธรรมนูญต่อไปได้..อ้าวเฮ่ย..นาย“นี่วัดทำโลง”.. จะทำไงหว่า..ฮา

ส่วนเห็ดสด อดีต กกต ซึ่งเป็นที่ปรึกษากฎหมาย บริษัทเผาไทย ทำอาฟเตอร์ช็อคบ้าง เมื่อแถลง ยอมรับว่าคงจะไม่มีการเลือกตั้ง เพราะความ เป็นรัฐมนตรีของปูเน่าสิ้นสุดลง แม้ยังมีรองนา ยก ก็ “ไม่มีอำนาจรับสนองพระบรมราชโองการ ตราพระราชกฤษฎีการเลือกตั้ง“ อ้าว..เหรอ..ฮา..ตายสนิทเบย..เจอ ดาบหนึ่ง , ดาบสอง , หมดดาบ ยังเหลือหอก , ง้าว , โตมร, หอกซัด , มีด , หมดอาวุธเบา ยังมีอาวุธหนัก ประเภทรถถัง และปืนใหญ่..มีอีกเยอะ

เปรียบเสมือนเป็นนายก อบต.ได้รับการเลือก ตั้งมาด้วยคะแนนเสียงส่วนใหญ่ แต่ไม่ได้หมาย ความว่าให้สามารถทำผิดกฎหมายได้ , ผู้ว่าไม่มี อำนาจสั่งลงโทษได้, เมียสามารถมาเป็นคู่สัญ ญาที่ อบต.ที่นายกฯ คนนั้นบริหารงานอยู่ได้,ทำ สามารถใช้งบประมาณของ อบต.มาหาเสียงได้, โครงการต่างๆ โดยไม่ต้องประชาคม หรือ ถาม ชาวบ้านได้, สามารถสั่งโยกย้ายข้าราชการโดย ที่เขาไม่ทำผิดอะไรเลยได้, สามารถไปดูงาน ท่องเที่ยว ภายใน 2 ปี 9 เดือน 2วัน กว่า 50 ประ เทศได้...

ถ้าปูเน่าทำทุกอย่างนี้แล้วไม่ผิด ทุกๆ นายก อบต.เกือบ 1 หมื่นแห่ง ก็จะเอาบ้างเช่นกัน อ้าง ว่าทำตามเหมือนปูเน่า ดังนั้นถ้านายกอบต.ถูก ให้ออกไปเพราะทุจริต คนที่นายกตั้งมาช่วยงาน เช่น รองนายก, เลขา, ที่ปรึกษา ฯลฯ มันก็ต้อง หลุดไปทั้งยวงนั่นแหละ

ตำแหน่งนายก ไม่ใช่ตำแหน่งนางงาม พอนาง งามปฎิบัติหน้าที่ไม่ได้ ก็ให้รองนางงามอันดับ 1 เลื่อนขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่แทน เพราะตำแหน่ง นายกมาจากการเลือกของ สส.ในสภา..ส.ส.ใน สภาตั้งนายกไว้เพียงคนเดียว แล้วนายกไป เลือกรมต.มาเป็น ครม.อีกทีนึง..ดังนั้น “นี่วัดทำ โลง “ ไม่ได้ถูกเลือกมาจาก ส.ส.ในสภา แต่มา เป็นรมต.เพราะปูเน่าแต่งตั้งไว้ สส.ในสภาไม่ได้ เลือกรมต.และ ครม..และไม่ได้เลือกรองนายก อันดับ 1 ไว้ปฎิบัติหน้าที่แทนนายก ประเทศชาติ ไม่ใช่เวทีประกวดนางงาม

นายกออกไปแล้ว คนที่นายกตั้งมาก็ต้องหมด สภาพไปด้วย..ก็ไหนว่าเสื้อแดงไม่เอาคนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งไง แล้ว รมต.เถื่อน 25 คนที่ เหลือไม่มีใครเป็น ส.ส.สักคน จะมาสืบทอดอำ นาจกันแบบง่ายๆเหมือนประธานนปช.จากนก แสก ไปเป็นคางคกตู่ได้อย่างไร.. โดนฟันจนหัว ขาดแล้ว ตัว แขน ขา บอกจะเดินต่อไปเอง ไม่ ต้องมีหัวก็ได้..จะบ้าหรือเปล่า กฏของุธรรมชาติ คนตายแล้วฟื้นไม่มีหรอก ตายคือตาย ไม่มีตาย แล้วฟื้น

ไม่มีใคร หรือมีอำมาตย์ ที่ไหนกลั่นแกล้งปูเน่า หรอก.. ขี้โกง และทำตัวเองทั้งนั้น !! โตแล้วไม่ สำนึก ไร้ยางอาย ประเทศนี้ให้ความสะดวก สบาย กินอิ่มนอนหลับ..ปูเน่าและแก๊งค์อั้งยี่แดง ยังจะมาคดโกงชาวนายากจนอีกเป็น10ล้านคน รวมเจ๊งไปกว่า 7 แสนล้านแล้ว

คำสั่งใดๆ ที่ออกมาจากรมต.หรืออดีตรมต.จึง เป็นคำสั่งเถื่อน ข้าราชการที่ปฏิบัติตามย่อมจะ ผิดกฎหมาย และจะต้องถูกไล่ออกในภายหลัง แน่ๆ เพราะเป็นคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย สังเกตุได้ตอนนี้เป็ดเหลิมหายตัวลงรูไปแล้ว ไอ้ริดสีดวงด้วย ได้คนที่มานั่งแถลงข่าว 2 คนใน นาม ศอ.รส. วันนี้ ก็ไม่มีคณะกรรมการตามกฎ หมายมาร่วมประชุม ชาย 3 สีก็ไม่ได้เข้า เป็ด เหลิม ปึ้งเหม่ง ก็หลุดตำแหน่งไปแล้ว แถลง การณ์แบบนี้เถื่อนแน่นอน ติดคุกกันระนาวแน่

เป็ดเหลิม มันยังคงรักษาคุณสมบัติได้คงเส้นคง วามาก คือ ถ้าทายอะไรจะผิดหมด, เป็นลูกน้อง ใครหัวหน้าตายหมด เจ๊งหมดเลยที่เหลิมทำไว้ พังสนิท ทั้งสลายการชุมนุม และดาวล้อมเดือน บ้าบอคอแตก แล้วเป็นไงล่ะ..วงแตกไปเลยไหม ..ฮา

และเป็ดเหลิมมันจมูกดี เพราะสัญชาติญาณเป็ด มันชอบเอาจมูกไปคุ้ยไต้ขี้โคลน เอากุ้งหอยมา กิน ถ้าเมื่อไรเป็ดเหลิมหายหน้าไป นั่นแสดงว่า อีก 3 วันข้างหน้า พวกเดียวกับเป็ดเหลิมจะโดน ดี และมักจะเป็นอำนาจสีเขียวเข้มตามไล่ล่า และยึดทรัพย์ เพราะสมัยปี 2534 เป็ดเหลิมปาก หมาแบบนี้แหละ เจอปฏิวัติเข้าไป ต้องหนีตาย ไปเดนมาร์ก อยู่ด้วยความยากลำบาก เพราะ โดนสีเขียวสั่งยึดทรัพย์ 32 ล้านบาท จนตอน หลังต้องมากราบเท้าชายเสื้อคับ พ่อผู้การแดง ต่อหน้าคณะ รสช.และเหล่าชายเสื้อเขียวมาก มาย เพื่อขอกลับมาอาศัยอยู่ในเมืองไทยต่อไป

เฮ้อ ใครรับใช้ชายดูไบ เป็นต้องตกระกำ ระเห เร่ร่อนทุกคนเลย..แปลกดี ไล่มาตั้งแต่อีเพ็ญ และพวกหมิ่นเจ้าทั้งหลายสิบคน ไม่มีใครได้ อยู่ในประเทศดีสักคน นักการเมือง ข้าราชคน ไหนรับใช้บริษัทเผาไทย โดยไม่แปรพักษณ์ ในโอกาสงามตอนนี้ เรียกได้ว่า โง่สุดขีด โง่ อย่างไม่ปรึกษาสังคม !!..ดูไม่ออกหรือไง ว่าอำ นาจ 3 เส้า “ นิติบัญญัติ , ตุลาการ ถูกชิงไปแล้ว และอำนาจบริหารตอนนี้ก็เถื่อน และจะถูกชิง ไปอีกแล้ว..

ก็ที่ผ่านมาขบวนการล้มเจ้า ล้มราชวงศ์ อั้งยี่ แดง มีลูกน้องโง่ แต่ขยันกันนัก พวก นปช.มัน เปิดหน้าไพ่เล่นซะจนหมดเลยว่าพวกตัวเอง ต่อต้านสถาบันเบื้องสูง..จบเห่เลย ไปต่อไม่ได้ ส่งผลบีบให้ชาย 3 สีต้องถอยมายืนคุ้มครอง อีกฝั่ง ใครจะไปกล้าอยู่กับขบวนการล้มเจ้าได้ มันมีแต่พังกับทรุดและพินาศ
เลยเอากลอนที่มีผู้แต่งไว้มาฝาก“น้ำตานองสอง ตา ช่างน่าขำ ตอนที่ทำ กรรมใย ไม่เกรงขาม เมื่อกรรมชิด ติดจรวด ไล่กวดตาม คาสนาม ประชาธิปไตย สมใจ ตาย”..ฮา
@เสธ น้ำเงิน
ที่มา https://www.facebook.com/topsecretthai

ทบ. แจ้งประชาชนอย่าตื่นตกใจ แค่เคลื่อนย้ายยานพาหนะกลับหน่วย


ทบ.แจง รถถัง รถสายพานลำเลียงพล อีกระลอก กลับจากการฝึก ลพบุรี รวมกว่า 60 คันกลับ หน่วย พล.ม.2รอ.สนามเป้า เรียบร้อยแล้ว...มีอีกระลอก อาทิตย์นี้..แต่ ชาวบ้าน ยังหวาดหวั่นทหารจะปฏิวัติ
กองทัพบก แจ้งว่า มีการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์และยานพาหนะกลับจากการฝึกภาคกองพัน ปี 2557 ของ พล.ม.2รอ. ในวันที่ 10-11 พต. เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด

การเคลื่อนย้ายยานพาหนะกลับจากการฝึกหน่วยภาคกองพัน เคลื่อนย้ายโดยรถบรรทุกทางทหารขนาดหนัก.(บขน.) จากสถานีโคกกระเทียม จ.ลพบุรี เข้ากรุงเทพ

วันเสาร์ที่ 10 พ.ค.57

-เที่ยวที่ 1 เคลื่อนย้าย 0800 : ร้อย.ค.หนัก ม.1 รอ. รถสายพานลำเลียงพล (รสพ.)85 จำนวน 8 คัน, ม.พัน.1 รอ. รสพ.85 จำนวน 10 คัน รวม 18 บขน.
-เที่ยวที่ 2 เคลื่อนย้าย 0900 : ม.พัน.1 รอ. รถสายพานลำเลียงพล (รสพ.)85 จำนวน 19 คัน, รถถัง เบา 21 จำนวน 2 คัน, ปตอ.พัน.4 เอ็ม 42 จำนวน 2 คัน รวม 23 บขน.

-วันอาทิตย์ที่ 11 พ.ค.57
เคลื่อนย้าย 0800 : ร้อย.ค.หนัก ม.1 รอ. รสพ.85 จำนวน 2 คัน และ ม.พัน.3 รอ.รถสายพานลำเลียงพล ( รสพ.)85 จำนวน 14 คัน รวม 16 บขน.

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก แจ้งภารกิจ การเคลื่อนย้ายยานพาหนะกลับจากกาฝึกภาคกองพัน ปี 57 ของ กองพลทหารม้าที่2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2รอ.) เพื่อป้องกันการเข้าใจ สำหรับการเคลื่อนย้ายยานพาหนะกลับจากการฝึก เป็นหน่วยกองพัน จำนวน 2 วัน ซึ่งจะทำการเคลื่อนย้าย จากสถานีโคกกระเทียม จังหวัดลพบุรี จะถึง กรุงเทพฯ ในเวลาประมาณ 19.00 น. ในวันเสาร์ที่ 10 พ.ค. เที่ยวที่ 1 เคลื่อนย้าย 08.00 น. จากร้อย.ค.หนัก ม.1 รอ. โดยรถสายพานลำเลียง (รสพ.)85 จำนวน 8 คัน และ ม.พัน.1 รอ. รสพ.85 จำนวน 10 คัน รวม 18 บรรทุกข้างหนัก (บขน.) เที่ยวที่ 2 เคลื่อนย้าย 09.00 น. จาก ม.พัน.1 รอ. รสพ.85 จำนวน 19 คัน, ถ.เบา 21 จำนวน 2 คัน, ปตอ.พัน.4 เอ็ม 42 จำนวน 2 คัน รวม 23 บขน.
พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ในวันอาทิตย์ที่ 11 พ.ค. มีการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ในเวลา 08.00 น. จากร้อย.ค.หนัก ม.1 รอ. รสพ.85 จำนวน 2 คัน และ ม.พัน.3 รอ. รสพ.85 จำนวน 14 คัน รวม 16 บขน. จึงขอให้พี่น้องประชาชนอย่าตื่นตีะหนกกับสื่อโซเชียวมิเดียต่างๆที่เผยแพร่อยู่ในขณะนี้