PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันพุธที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ศูนย์ร้องทุกข์ทำเนียบฯ

เปิดสำนักงาน กพ.ตรงข้ามทำเนียบฯ เป็นศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการทำงานของศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ของสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้มีเรื่องร้องทุกข์ส่งมามากมาย เพราะได้เป็นศูนย์รับเรื่องราวร้อง

ทุกข์ของคสช.ด้วย โดยเราจะขยายไปใช้พื้นที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ถนนพิษณุโลก ตรงข้ามกับทำเนียบรัฐบาล เป็นศูนย์รับเรื่องร้องเรียนอีกส่วน ซึ่งคิดว่าจะทำให้การ

ต้อนรับประชาชนมีความสะดวกขึ้น ไม่ต้องมายืนกันอยู่ริมถนน ทำให้เกิดความไม่เป็นระเบียบ และกระทบต่อการสัญจร และห่วงในเรื่องความปลอดภัยด้วย ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดได้ในไม่กี่วัน

ข้างหน้า ทั้งนี้ประชาชนต่างจังหวัดยังสามารถส่งเรื่องร้องเรียนไปที่ศูนย์ดำรงธรรม ในทุกศาลากลางจังหวัดด้วย

4 กค. 2557 เวลา 15:53 น.
///////////
เมื่อวันที่ 27 ส.ค.56 เวลา 15.00 น. ได้เกิดเหตุระทึกขึ้นบริเวณใกล้กับทำเนียบรัฐบาล โดยมีชายสูงอายุ ได้ปีนต้นมะขามข้างสำนักงาน ก.พ.ถนนพิษณุโลก  ฝั่งตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล ซึ่งทราบชื่อ

ภายหลังว่า นายทอง โพธิ์ดี อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ 5 ต.หนองจิก อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย ได้ปีนขึ้นไปอยู่บนต้นมะขาม พร้อมเรียกร้องขอพบกับนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์  รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

โดยต้องการให้ช่วยเหลือเรื่องความเดือดร้อนของตนเอง  ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามเจรจาให้นายทองลงมาพูดคุยกันก่อน แต่นายทองไม่ยอมลงมาจากต้นมะขาม พร้อมขู่ที่จะกระโดดลงมา เจ้า

หน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานนำเอารถกระเช้ามารอรับ และพยายามเจรจาเกลี่ยกล่อม นานกว่า 1 ชั่วโมง แต่เมื่อเห็นว่านายทองไม่ยอมลงมาแน่ จึงได้ติดต่อให้นายสุภรณ์ ออกมาพบ ซึ่งทันทีที่นายสุ

ภรณ์เดินออกมา นายทองก็ได้ปีนลงมาพร้อมเข้าไปโอบกอดนายสุภรณ์ด้วยอาการดีใจ  ทั้งนี้ นายทองให้เหตุผลที่อยากพบนายสุภรณ์ว่า ต้องการให้พาไปพบใครบางคน เพื่อให้ช่วยเหลือตัวเอง นายสุ

ภรณ์ จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่นำตัวนายทองไปพูดคุยที่เรือนรับรองเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป..
//////////////
ในอดีตที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล และนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2542 รัฐบาลสมัยนายชวนปล่อยสุนัขตำรวจ จำนวน 4 ตัว ไล่กัดม็อบสมัชชาคนจนที่มาเรียก

ร้องรัฐบาลนายชวนที่ทำเนียบ เพื่อให้รัฐบาลนายชวนช่วยเหลือพยุงราคามันสำปะหลังที่ตกต่ำ ทั้งนี้ มีเกษตรกรจำนวน 13 ราย ถูกสุนัขตำรวจกัดได้รับบาดเจ็บ
//////////////
24ก.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล มีประชาชนเดินทางมาร้องเรียนร้องทุกข์ขอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ช่วย

แก้ไขปัญหาให้จำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการประชาชนรายหนึ่งระบุว่า ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมามีประชาชนเข้ามาร้องทุกข์มากกว่าปกติที่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งจากการสอบถาม

พบว่าประชาชนส่วนใหญ่เชื่อมั่นว่าคสช.จะสามารถแก้ปัญหาให้เขาได้ และเนื่องจากจำนวนประชาชนที่มีเข้ามามากทุกวัน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องแจกบัตรคิวจัดลำดับ เนื่องจากห้องของศูนย์บริการ

ประชาชนไม่สามารถรองรับได้พร้อมกันหลาย ๆ กลุ่ม

ชาวท่าปลาทวงเงินชดเชยสร้างเขื่อนสิริกิติ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกลุ่มประชาชนที่เข้ามาร้องเรียนในวันนี้ที่น่าสนใจ ได้แก่ กลุ่มประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ นำโดย พันจ่าอากาศชำนาญ รอดพุฒ

นำชาวบ้านจากอ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ มายื่นร้องเรียนจากคสช.ผ่านศูนย์บริการประชาชน เนื่องจาก 45 ปีที่ผ่านมาประชาชนบางส่วนยังไม่ได้รับค่าชดเชยจากการสร้างเขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งแบ่งเป็นค่าชด

เชย(ค่าที่ดิน) 106,000บาท/ไร่ และค่าชดเชย(ค่าเสียโอกาส) 4,117.27บาท/ไร่/ปี

ขอหัวหน้าคสช.ปรับเบี้ยยังชีพเป็นเดือนละ2พัน

พร้อมกันนี้ พันจ่าอากาศชำนาญ ยังได้ยื่นข้อเรียกร้องถึงหัวหน้าคสช. ให้พิจารณาเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตามพรบ.บำนาญประชาชนผู้สูงอายุ เนื่องจากเดือนละ600บาทน้อยเกินไป ขอให้เพิ่มเป็นเดือน

ละ2,000บาท

ชมรมมัคคุเทศก์จีนกลางหวังคสช.แก้ปัญหาไกด์เถื่อน

นอกจากนี้มี ชมรมมัคคุเทศก์จีนกลาง นำโดย นายแสงทอง ไพลินวิจิตร ประธานชมรม นำสมาชิกชมรม ยื่นให้หัวหน้าคสช.แก้ไขปัญหามัคคุเทศก์(ไกด์)ต่างชาติที่เข้ามาหากินในประเทศไทย ขัดต่อ

พรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 ที่สงวนอาชีพมัคคุเทศก์ให้เฉพาะคนไทยเท่านั้น แต่ปัจจุบันมีไกด์ต่างชาติเข้ามาจำนวนมาก อีกทั้งตำรวจท่องเที่ยวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ดำเนิน

การจับกุมและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง พร้อมกันนี้ขอเสนอให้หน่วยงาน อย่าง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ส่งเจ้าหน้าที่ปลอมตัวลงพื้นที่ไปดูการทำงาน

ของตำรวจท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิดด้วย

อบต.บ้านดงร้องจ่ายค่าภาคหลวงโรงไฟฟ้าแม่เมาะไม่เป็นธรรม

ขณะเดียวกันยังมีกลุ่มประชาชนจาก ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จังหวัดลำปาง นำโดย นายศุกร์ ไทยธนสุกานต์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดง ร้องเรียนว่าอบต.บ้านดงไม่ได้รับคความเป็นธรรม

จากการจัดสรรค่าภาคหลวงแร่และค่าภาคหลวงปิโตรเลียม โดยตำบลบ้านดงได้รับการจัดสรรค่าภาคหลวงประมาณ 300,000 บาท ขณะที่ตำบลแม่เมาะได้รับประมาณ 92 ล้านบาท ทั้งตำบลบ้านดง

ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองลิกไนต์ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)แม่เมาะโดยตรง เนื่องจากถูกใช้เป็นพื้นที่ทิ้งมูลดินทรายจากการขุดเปิดหน้าดินประมาณ10ล้านตัน/ปี ได้รับ

ผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนใน 4 หมู่บ้าน เพราะมีเสียงดังจากสายพานลำเลียงและรถบรรทุกขนาดใหญ่ตลอดทั้งวัน

///////
มอบคลังเป็นเจ้าภาพชี้เป็นปัญหาเรื้อรังในสังคมมานาน ยึด 3 หลักการแก้ไข ให้ชุมชนมีส่วนร่วม ดึงแบงก์รัฐช่วยแก้ปัญหา คำนึงถึงความแตกต่างชุมชนเมือง-ชนบท 

ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ ทีมโฆษก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม คสช. ครั้งที่12 เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2557 ได้เห็นชอบในหลักการแนวทืางการแก้ไขปัญหาหนี้นองกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืนตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยมอบหมายให้กระทรวงการคลังเป้ฯหน่วยงานรับผิดชอบในการดำเนินการ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดี กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงแรงงาน สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ กรมสรรพกร กรมบัญชีกลาง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์กรมหาชน) ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ให้ความร่วมมือด้วย

ทั้งนี้ ให้ยึดหลักการ 3 ข้อในการดำเนินการ คือ ให้ชุมชนเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหาผ่านองค์กรการเงินชุมชน ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจได้แก่ธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. เข้าร่วมแก้ไขปัญหา และ ให้คำนึงถึงบริบทที่แตกต่างระหว่างชุมชนเมืองและชุมชนในเขตเมือง

ในส่วนวิธีดำเนินการนั้น ให้ดำเนินการผ่านหน่วยงานและองค์กรที่มีอยู่ในปัจจุบัน สร้างกลไกในการเจรจาประนอมหนี้ จัดให้มีกระบวนการในการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพของลูกหนี้ และกระทรวงการคลังจะแต่งตั้งคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งผู้ประสบปัญหาหนี้นอกระบบสามารถขอรับความช่วยเหลือได้ 2 ทางเลือก ได้แก่

องค์กรการเงินชุมชนที่สำรวจหนี้นอกระบบและจัดการแก้ไขหนี้ให้สมาชิก และ ผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลูกหนี้ติดต่อสถาบันการเงินเฉพาะกิจในพื้นที่

สำหรับความจำเป็นในการออกมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวนั้น เนื่องจากที่ผ่านมาปัญหาหนี้นอกระบบเป็นปัญหาเรื้อรังของสังคมไทย เนื่องจากผู้มีรายได้น้อยจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ ที่ผ่านมาหน่วยงานของรัฐก็พยายามจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่มีผลสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากปัจจัยหลายประการ เช่น ขาดความชัดเจนในหลักเกณฑ์การแก้ไขปัญหา เจ้าหนี้เดิมไม่ค่อยให้ความร่วมมือ ไม่มีคนกลางในการเจรจารวมถึงลูกหนี้ขาดหลักทรัพย์ค้ำประกันหัวหน้า คสช. ได้ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือเพื่อให้เกิดความครอบคลุมและให้เกิดผลทางปฏิบัติ และขอให้มีความเชื่อมโยงข้อมูลไปยังศูนย์ดำรงธรรมรวมถึงให้กระทรวงการคลังดูว่าจะมีการให้ความรู้กับประชาชนอย่างไร และให้ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้จ่ายบัตรเครดิตแก่ประชาชนด้วยร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าว

ทีมโฆษก คสช. กล่าวว่า ที่ประชุม คสช. ยังได้อนุมัติเป้าหมายนโยบายการเงินปี2557 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ซึ่งก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังและ ธปท. ได้หารือกันแล้วแต่ไม่ได้นำเข้าเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ชุดที่แล้วเนื่องจากมีการยุบสภาฯก่อน ดังนั้นจึงได้นำเข้าที่ประชุม คสช. ครั้งนี้ ซึ่ง คสช.อนุมัติเป้าหมายนโยบายการเงินโดยมีเป้าหมายเงินเฟ้อพื้นฐานที่ 0.5-3% และให้ทั้ง 2 หน่วยงานหารือร่วมกันรายไตรมาส ซึ่งหากปรากฏว่าเงินเฟ้อได้เคลื่อนไหวออกจากเป้าหมายดังกล่าวก็ให้มีการรายงานต่อ ครม. ต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุม คสช. ได้รับทราบรายงานผลการดำเนินงานของบริษัทประกันภัยและพัฒนาการที่สำคัญ ในปี 2556 ที่ผ่านมา โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ซึ่งพบว่า ภาพรวมของธุรกิจประกันภัยขยายตัวเพิ่มขึ้น 13.04% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีเบี้ยประกันภัยรวม 6.44 แสนล้านบาท และคาดว่า ในปี 57 ธุรกิจประกันภัยยังคงเติบโตต่อเนื่อง แต่ก็ขยายตัวในอัตราที่ชะลอตัว ประมาณ 7.4% และคาดว่าจะกลับมาขยายตัวตามปกติในระยะถัดไป

นอกจากนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสชได้เร่งผลักดันกองทุนประกันภัยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อทำประกันภัยให้นักท่องเที่ยว วงเงิน 200 ล้านบาท เนื่องจากใกล้เข้าฤดูกาลการท่องเที่ยวแล้ว เพื่อ เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาประเทศไทย

พันเอกวินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบกและทีมโฆษก คสช. กล่าวว่าพลเอกประยุทธ์ ได้กำชับในที่ประชุม คสช.เกี่ยวกับการเร่งรัดการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่ไม่เพียงจะแก้ไขปัญหาการไหลเข้าสู่ส่วนกลางของแรงงานต่างด้าวยังจะเป็นการเร่งเพิ่มพื้นที่อุตสาหกรรมให้กว้างขวางขึ้น ลดต้นทุนด้านการขนส่ง และเพิ่มความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้านด้วย
////////////////////////////

สายสัมพันธ์กรณีทุจริตสนามฟุตซอล

โชว์ผังความสัมพันธ์เอกชน 5 ราย กวาดงานส.ฟุตซอล 37 แห่ง 133 ล.

เขียนวันที่
วันศุกร์ ที่ 10 ตุลาคม 2557 เวลา 13:58 น.
เขียนโดย
isranews

"..หลักฐานสำคัญที่แสดงความเชื่อมโยง ของบริษัทเอกชนทั้ง 5 ราย คือ เอกสารการมอบอำนาจให้ "บุคคลกลุ่มเดียวกัน" เป็นตัวแทนติดต่อกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทและการแจ้งเพิ่มทุนจดทะเบียน ขณะที่กรรมการผู้ถือหุ้นบางบริษัทเป็นบุคคลคนเดียวกัน.."   

ppeeeeeeytreee

หมายเหตุ สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org : เป็นแผนผังแสดงความสัมพันธ์ของบริษัทเอกชน 5 แห่ง ที่สำนักข่าวอิศรา ตรวจสอบพบว่ามีความเชื่อมโยง เป็นกลุ่มเดียวกัน และได้รับงานว่าจ้างก่อสร้างสนามฟุตซอล โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) 

1.บริษัท พี อาร์ เอ็น อินเตอร์เนชั่นเนล จำกัด ผู้รับเหมาก่อสร้างสนามฟุตซอลโรงเรียนใน จ.นครราชสีมา 3 แห่ง และ จ.อำนาจเจริญ 1 แห่ง รวมจำนวน 4 แห่ง 19,986,000 บาท 

2.ห้างหุ้นส่วนจำกัด จีโอโอดี จำกัด (GOOD LIMITED PARTNERSHIP) ผู้รับเหมาก่อสร้างสนามฟุตซอลของโรงเรียนใน จ.มุกดาหาร 5 แห่ง จ.น่าน 1 แห่ง และ อำนาจเจริญ 5 รวม 11 แห่ง วงเงิน 52,334,100 บาท

3. บริษัท แกรนด์สยาม 98 จำกัด ผู้รับเหมาก่อสร้างสนามฟุตซอลโรงเรียนในจังหวัดอุบลราชธานี 7 แห่ง รวม 13,902,000 บาท

4. บริษัท วายอีอี จำกัด  ผู้รับเหมาก่อสร้างสนามฟุตซอลในจ.นคราชสีมา 10 แห่ง วงเงินรวม 24,995,000 บาท

5. หจก. เอ็มเอไอเอ็นเตอร์ไพร์ส เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างสนามฟุตซอล จำนวน 5 แห่ง 22,497,500 บาท

รวมจำนวนสนามฟุตซอลที่ได้รับไปทั้งสิ้น 37 แห่ง วงเงิน 133,714,600 บาท   

ทั้งนี้ หลักฐานสำคัญที่แสดงความเชื่อมโยง ของบริษัทเอกชนทั้ง 5 ราย คือ เอกสารการมอบอำนาจให้ "บุคคลกลุ่มเดียวกัน" เป็นตัวแทนติดต่อกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทและการแจ้งเพิ่มทุนจดทะเบียน ขณะที่กรรมการผู้ถือหุ้นบางบริษัทเป็นบุคคลคนเดียวกัน

โดยห้างหุ้นส่วนจำกัด จีโอโอดี จำกัด จดทะเบียนวันที่ 11 ส.ค.46 ทุนเริ่มแรก 300,000 บาท มีผู้ลงหุ้น 3 รายคือ นายอนุชา วงศ์มณีรัตน์ นายชัยวิทย์ จิตเมตตา และนายจอมพล พลกัลป์ ถือหุ้นด้วยเงินคนละ 100,000 บาท ระบุสำนักงานที่ตั้ง เลขที่ 123/71 หมู่ที่ 2 ถนนวิภาวดี-รังสิต แขวงบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ (ต่อมาระบุสำนักงานที่ตั้งเลขที่ 111/874 หมู่ที่ 3 หมู่บ้านเฟิสท์โฮม รามอินทรา แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ)

นายอนุชา วงศ์มณีรัตน์ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ และมอบอำนาจให้ นายนิคม ขำรัมย์ อยู่บ้านเลขที่ 48 หมู่ที่ 5 แขวงคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จ.นครราชสีมา เป็นผู้รับมอบอำนาจ ยื่นจดทะเบียนเพิ่มทุนต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนกรุงเทพมหานคร

ขณะที่ บริษัท แกรนด์สยาม 98 จำกัด จดทะเบียนวันที่ 15 ตุลาคม 2551 ทุน 1 ล้านบาท ประกอบธุรกิจก่อสร้าง จำหน่ายอุปกรณ์การเรียนการสอน หนังสือ ที่ตั้งเลขที่ 900/119 หมู่ที่ 12 ซอยอุดมสุข 26 ถนนสุขุมวิท 103 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร (เลขที่เดียวกับที่อยู่ของนายชัยวิทย์ จิตตเมตตา) นาย ชัยวิทย์ จิตเมตตา นายอนุชา วงศ์มณีรัตน์ คนละ 40% นายสุรชัย วงศ์มณีรัตน์ ถือหุ้น 20% นายชัยวิทย์ จิตเมตตา นายอนุชา วงศ์มณีรัตน์ เป็นกรรมการ

จากการตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด จีโอโอดี จำกัด กับ บริษัท พี อาร์ เอ็น อินเตอร์เนชั่นเนล จำกัด พบว่า ในการยื่นจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของ บริษัท พี อาร์ เอ็น อินเตอร์เนชั่นเนล จำกัด ต่อสำนักงานนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.53 น.ส.สุธาดา เรืองพูน กรรมการบริษัท ได้มอบอำนาจให้นายนิคม ขำรัมย์ อยู่บ้านเลขที่ 48 หมู่ที่ 5 แขวงคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จ.นครราชสีมา เป็นผู้รับมอบอำนาจ ยื่นจดทะเบียนเพิ่มทุนต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนกรุงเทพมหานคร เช่นเดียวกัน

ส่วนห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ็มเอไอ เอ็นเตอร์ไพร์ส จดทะเบียนวันที่ 8 สิงหาคม 2550 ทุน 444,444 บาท ที่ตั้งเลขที่ 52 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 67 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางพลัด เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร มีหุ้นส่วน 2 รายคือ

1.นายยี พณิชยา อยู่บ้านเลขที่ 123/18 ถนนประชาชื่น เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ ลงหุ้นด้วยเงิน 222,222 บาท
2.นายพิทูร มหานีรานนท์ อยู่บ้านเลขที่ 242/55 หมู่ที่ 9 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ลงหุ้นด้วยเงิน 222,222 บาท

ขณะที่ บริษัท วายอีอี จำกัด จดทะเบียนวันที่ 9 สิงหาคม 2553 ทุน 1 ล้านบาท (ต่อมา 20 มี.ค.55 เพิ่มทุนเป็น 5 ล้านบาท) ประกอบธุรกิจ ขายส่งและขายปลีกอุปกรณ์การเล่นกีฬา เครื่องสนามกีฬา สนามเด็กเล่น เครื่องออกกำลังกาย รวมทั้งลู่วิ่ง ที่ตั้งเลขที่ 77/242 หมู่ที่ 6 หมู่บ้านฟ้าปิยรมย์ เฟส 5 ถนนพหลโยธิน ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ( 10 เม.ย.57 ย้ายสำนักงานเลขที่ 44 หมู่ที่ 6 ตำบลบางคูรัด อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี) มีหุ้นส่วน 3 รายคือ

1. นายยี พณิชยา อยู่บ้านเลขที่ 128/2 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 67 ถนนจรัญสนิมวงศ์ แขวงบางพลัด เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 8,000 หุ้น (ต่างที่อยู่กัน)

2.นางสุเพ็ญ เอี่ยมอภิชาติ อยู่บ้านเลขที่ 123/48 หมู่ที่ 2 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จำนวน 1,000 1,000 หุ้น

3.นายชลอ ต่ายชาวนา อยู่บ้านเลขที่ 77/242 หมู่ที่ 6 หมู่บ้านฟ้าปิยรมย์ เฟส 5 ถนนพหลโยธิน ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี (เลขที่เดียวกับที่ตั้งสำนักงาน)

นายยี เป็นผู้เริ่มก่อการ กรรมการผู้ขอจดทะเบียน

ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ็มเอไอ เอ็นเตอร์ไพร์ส และบริษัท วายอีอี จำกัด มี น.ส.ธัญญา พลเสน เป็น “ผู้รับมอบอำนาจ”จากนายยี ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการและกรรมการบริษัทฯ ในการยื่นจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วน และจัดตั้งบริษัท ต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพฯ (ดูเอกสาร) น.ส.ธัญญา ยังมีชื่อเป็นพยานในการจดทะเบียนจัดตั้ง บริษัท วายอีอี อีกด้วย

และยังพบว่า ในการจดทะเบียนเพิ่มทุน บริษัท วายอีอี จำกัด จาก 1 ล้านบาทเป็น 5 ล้านบาท เมื่อ 20 มี.ค.55 นายเกรียงไกร พลเสน เป็น“ผู้รับมอบอำนาจ”จากนายยี ในการยื่นจดทะเบียนต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพฯ

จากการตรวจสอบพบว่า น.ส.ธัญญา และ นายเกรียงไกร “ผู้รับมอบอำนาจ”จากนายยีทั้ง 2 คน มีชื่อ เป็นผู้รับมอบอำนาจจาก บริษัท ที วี เอ็น เทคโนโยลี จำกัด ของ น.ส.ณัฐวรี ชาลีเครือ ในการยื่นจดทะเบียนเพิ่มทุน ของบริษัท ทีวีเอ็นฯ ด้วย 

ทั้งนี้ น.ส.ณัฐวรี ชาลีเครือ เป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท พี.อาร์.เอ็น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ร่วมกับ น.ส.ปาริชาติ ชาลีเครือ และ น.ส.สุธาดา เรืองพูน

บริษัท วายอีอี จำกัด ยังใช้โทรศัพท์หมายเลข 02-54300…ซึ่งเป็นเลขหมายเดียวกับ บริษัท พี.อาร์.เอ็น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

จากข้อมูล เห็นได้ว่า ผู้รับเหมา 5 ราย มีความเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายเดียวกัน

อ่านประกอบ : 

บ.เก่านักการเมืองโผล่รับเหมาฟุตซอล 2 จว.“หุ้นใหญ่”อยู่บ้านเดียวกับ ส.ส.

หลักฐานมัด"หุ้นใหญ่"รับเหมาส.ฟุตซอล"ที่อยู่"เดียวอดีต ส.ส.-เจ้าตัวปัดเอี่ยว!

โผล่ 2 บริษัทโยงเครือข่ายอดีต ส.ส.ฟันรับเหมาสนามฟุตซอลอีก 4 จว. 66 ล.

3 ผู้รับเหมาสนามฟุตซอลโคราช“กลุ่มเดียวกัน” โยง บ.ใหม่ญาติอดีต ส.ส.   

ederfrfrgrgtgt

 

 

วันอังคารที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2557

สถานการณ์ข่าว 14ต.ค.2557

สปช.

"พล.อ.เลิศรัตน์" ปัดแสดงความเห็น ลต. นายกฯ โดยตรง มอง "เทียนฉาย" เหมาะ ปธ.สปช. คาด ร่างข้อบังคับ 1 ด. เสร็จ

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดเผยสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า โครงสร้างทางการเมือง เป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการปฏิรูป แต่มองว่ายังเร็วเกินไปที่จะแสดงความเห็น
เรื่องการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรง ซึ่งต้องใช้เวลาออกแบบรูปแบบทางการเมืองของประเทศไทย ให้เดินหน้าไปด้วยความปรองดอง ส่วนบุคคลที่จะมาเป็นประธานนั้น ต้องเป็นคนที่มีความรับผิดชอบ รอบรู้ เด็ดขาด เป็นผู้นำ และต้องเป็นที่ยอมรับ โดยมองว่า นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ก็มีความเหมาะสม

ขณะที่ กรอบเวลา 1 ปี ค่อนข้างจำกัด แต่ไม่กดดัน ซึ่งเป็นงานที่ต้องทำร่วมกัน ฟังเสียงรอบข้าง เพราะการปฏิรูปคือการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นบนความยอมรับของทุกฝ่าย ส่วนข้อบังคับการประชุม สปช. คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ในการร่าง

อย่างไรก็ตาม พล.อ.เลิศรัตน์ สมัครมาในด้านพลังงาน และเห็นว่าความมั่นคงของพลังงานไทยในอนาคต เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องรูปธรรม มีราคาที่เหมาะสม เพราะมีผลกระทบในหลายด้าน ทั้งนี้ จะ
ได้อยู่ด้านดังกล่าวหรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับการแบ่งกรรมาธิการด้วย
----------
"เอนก" มอง ปธ.สปช. ต้องเป็นที่ยอมรับ ด้าน "ธวัชชัย" จ่อเสนอ กม.คอร์รัปชั่น ไม่มีหมดอายุความ ห้ามเล่นการเมืองตลอดชีวิต

ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านการเมือง กล่าวอภิปรายในหัวข้อ “จาก 14 ตุลา 16 ถึงการปฏิรูปใหญ่ประเทศไทย” ว่า สำหรับการปฏิรูปต้องมีการปฏิรูปตนเองด้วยเช่นกัน และประธาน สปช. ต้องเป็นบุคคลที่เป็นที่ยอมรับของทุกคน เข้มงวดตนเอง และให้อภัยผู้อื่น นอกจากนี้ หลังจากเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ สปช. จะต้องมีการพูดคุยเรื่องยุทธศาสตร์การปฏิรูปแบบองค์รวม

ขณะที่ ดร.ธวัชชัย ยงกิตติกุล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านเศรษฐกิจ มองว่า กรอบระยะเวลาในการทำงานจะต้องทำให้สำเร็จภายใน 1 ปีตามที่ได้กำหนดไว้ พร้อมเสนอกฎหมายการคอร์รัปชั่นต้องไม่มีอายุความ รวมถึงบุคคลที่เคยมีความผิดฐานคอร์รัปชั่น ต้องห้ามเล่นการเมืองตลอดชีวิต รวมถึงเสนอรัฐบาลเพิ่มงบประมาณให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบกรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

ทั้งนี้ ในระหว่างการอภิปราย ได้มีนักศึกษาเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ปฏิรูปในส่วนของการปฏิรูปกองทัพอีกด้วย
------------
"กิติพงศ์" รายงานตัว สปช. คนที่ 10 ของวันนี้ ขณะวิป สนช. เริ่มพิจารณาถอดถอน "นิคม - สมศักดิ์" แล้ว

บรรยากาศที่รัฐสภา ล่าสุด มีสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 10 คน โดย นายกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ สมาชิก สปช. ลำดับที่ 10 มาเป็นคนที่ 10 ซึ่งขณะนี้ มีสมาชิก สปช. มารายงานตัวทั้ง 7 วัน รวมเป็น 246 คน จากจำนวน 250 คน ซึ่งเหลือสมาชิก สปช. ที่ยังไม่ได้เดินทางมารายงานตัวอีกเพียง 4 คน

ขณะที่ การประชุมคณะกรรมาธิการกิจการ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ วิป สนช. ได้เริ่มแล้ว พร้อมพิจารณาถอดถอน นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา และ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์
อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกจากตำแหน่ง ซึ่งประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นผู้เสนอให้ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ มอบหมายให้พิจารณา
----------
"วิทยากร" ปาฐกถา 14 ตุลา แนะ เลือกนายกฯ ครม. โดยตรง มอง ผู้แทนราษฎร ไม่ควรทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร

รศ.วิทยากร เชียงกุล คณบดีกิตติคุณวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวปาฐกถางานรำลึก 41 ปี 14 ตุลา 2557 ในหัวข้อ “ขบวนการประชาชน ปัญหา และทางออกของประเทศไทย”
ตอนหนึ่ง ว่า สำหรับประชาธิปไตยแบบตัวแทน ขอเสนอแนะให้ควรเลือกนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีโดยตรง ส่วนผู้แทนราษฎรควรเลือก 2 รอบ เพื่อให้ได้ผู้ชนะที่มีคะแนนเสียงมากกว่า
ร้อยละ 50 รวมถึงควรมีการเลือกผู้แทนจากกลุ่มอาชีพทำงานร่วมกับผู้แทนจากท้องที่ ทั้งนี้ ผู้แทนควรทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติเพียงอย่างเดียว และไม่ทำหน้าที่ในฝ่ายบริหาร
--
"วิทยากร" มอง 14 ตุลา ทำให้ ปชต. ตื่นตัว ขณะการปฏิรูปประเทศ ต้องเริ่มจากตัวเอง เปิดกว้างรับฟัง  

รศ.วิทยากร เชียงกูล คณบดีกิตติคุณวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวปาฐกถางานลำรึก 41 ปี 14 ตุลาคม 2557 ในหัวข้อ “ขบวนการประชาชน ปัญหา และทางออกของประเทศไทย” ตอนหนึ่งว่า ขบวนการ 14 ตุลา ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ก้าวหน้าในบางเรื่องเช่นการตื่นตัวในระบอบประชาธิปไตย แม้คณะทหารจะทำรัฐประหารยึดอำนาจได้หลายครั้งแต่มักอยู่ได้แค่ระยะสั้น ๆ

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ 14 ตุลา ทำลายการผู้ขาดอำนาจของทหารได้ระดับหนึ่ง แต่กลายเป็นการเปิดช่องทางให้ชนชั้นนำอื่น ๆ เช่น นายทุน ข้าราชการระดับสูงเข้ามามีอำนาจแทน ชนชั้นนำเหล่านี้ยอมรับระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาเป็นเครื่องมือในการจัดสรรแบ่งปันอำนาจ

สำหรับแนวทางการปฏิรูปประเทศไทย ประชาชนเริ่มจากการปฏิรูปตนเอง หากรับฟังอย่างใจกว้าง เปลี่ยนวิธีคิดแบบ 2 ขั้วสุดโต่ง ไม่ควรเข้าข้างชนชั้นนำกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งด้วยอารมณ์ ศรัทธาแบบ
คับแคบ แต่ควรหาข้อมมูลเชิงประจักษ์ อย่างจำแนกเป็นเรื่อง ๆ
---------------
"คำนูณ" อภิปรายงาน 14 ตุลา หวังปฏิรูป 1 ปี ขจัดอำนาจนักการเมืองกลุ่มทุน ยัน ทำหน้าที่ สปช. ให้ดีที่สุด

นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ด้านกฎหมาย การอภิปราย หัวข้อ “จาก 14 ตุลา 16 ถึงการปฏิรูปใหญ่ประเทศไทย” ว่า วันนี้ประเทศไทย มีการตั้งคำถามและกำลังถกเถียงว่าอะไรคือประชาธิปไตย และพยายามหาคำตอบร่วมกัน ซึ่งตั้งแต่ในรัฐธรรมนูญมีการบัญญัติว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องสังกัดพรรคการเมือง และต้องปฏิบัติตามมติพรรคการเมือง ไม่เช่นนั้น หากพรรคการเมืองถูกขับออกจากพรรคการเมืองจะทำให้พ้นสภาพความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และบทบัญญัติที่ว่า นายกรัฐมนตรีต้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงคิดว่าบทบัญญัติดังกล่าวได้ทำลายสิทธิทางการเลือกตั้ง และสิทธิการสมัคร ส.ส. ซึ่งไม่แตกต่างจากการคัดสรรผู้แทนให้เข้ามาให้ประชาชนเลือกเช่นเดียวกับประเทศจีน และฮ่องกง

ดังนั้น มีความหวังว่า ภายในระยะเวลาการปฏิรูป 1 ปี ต้องขจัดอำนาจนักการเมืองกลุ่มทุน ขจัดการผู้ขาดอำนาจไว้ที่อำนาจรัฐส่วนกลาง เช่น การปฏิรูปตำรวจ และกระจายอำนาจการปกครอง อย่างไรก็ตาม แม้ไม่มั่นใจว่าจะสามารถทำได้หรือไม่ แต่หวังว่าสภาปฏิรูปแห่งชาติจะทำให้ดีที่สุด
-------------
"เอนก" มอง สปช. ไม่ควรเป็นอาชีพทางการเมืองเพื่อหาโอกาสและผลประโยชน์ ขอใช้เหตุ 14 ตุลา เป็นบทเรียน

นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านการเมือง กล่าวอภิปรายในหัวข้อ “จาก 14 ตุลา 16 ถึงการปฏิรูปใหญ่ประเทศไทย” ว่า สปช. ต้องนำจิตวิญญาณของเหตุการณ์ 14 ตุลา มาใช้เป็นบทเรียน และ สปช. ไม่ควรเป็นอาชีพทางการเมืองเพื่อหาโอกาสและผลประโยชน์ รวมถึงการนำความทรงจำที่เกี่ยวกับ 14 ตุลาใช้และเชิญชวนประชาชนทั้งประเทศ ให้ลดความรู้สึกขมขื่นและลดการวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ว่าการปฏิรูปจะล้มเหลว โดยต้องมีการพูดคุยกับหลายฝ่ายให้มากที่สุด ซึ่งจะต้องทำงานอย่างรวดเร็วและรอบคอบ ดังนั้น คิดว่าหากทำได้เพียงร้อยละ 25 จากเหตุการณ์ 14 ตุลา ถือว่าสามารถทำได้ดีมาก
----------
"มานิจ" เผย สปช. เป็นโอกาสที่ดีในการแก้ปัญหา หวัง ปชช. ช่วยผลักดันปฏิรูป แสดงความเห็น ตรวจสอบการทำงานสื่อ

นายมานิจ สุขสมจิตร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านสื่อมวลชน กล่าวอภิปรายในหัวข้อ “จาก 14 ตุลา 16 ถึงการปฏิรูปใหญ่ประเทศไทย” ว่า ที่ผ่านมา ในประเทศไทย ประชาธิปไตยที่แท้จริงไม่ได้เกิดขึ้นเลย ซึ่งเมื่อมีสภาปฏิรูปฯ ถือเป็นโอกาสที่ดีในการแก้ปัญหาด้านต่าง ๆ ทั้งการศึกษา เศรษฐกิจ ระบบทุนนิยม ระบบราชการ โดยเฉพาะด้านสื่อสารมวลชน ที่รัฐต้องไม่ใช้ภาษีอากรของประชาชนมาซื้อสื่อมวลชนและทำให้สื่อขาดเสถียรภาพจนทำให้ประชาชนขาดโอกาสและสิทธิในการรับรู้

ดังนั้น จึงหวังว่าประชาชนที่มีความสำคัญโดยตรงต้องช่วยผลักดันและแสดงความคิดความเห็น และช่วยกันตรวจสอบโดยเฉพาะการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน
---------------
สปช. "ธวัชชัย" เผย ศก. คอร์รัปชันมากสุด "คำนูณ" ฝากนายกฯ ชะลอเปิดสัมปทานปิโตรเลียม ด้าน "รสนา" ขอ ไร้ผูกขาดพลังงาน

ดร.ธวัชชัย ยงกิตติกุล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ด้านเศรษฐกิจ กล่าวอภิปรายในหัวข้อ “จาก 14 ตุลา 16 ถึงการปฏิรูปใหญ่ประเทศไทย” ว่า ในด้านเศรษฐกิจประสบกับความทุจริตคอร์รัปชั่นมากที่สุด ดังนั้น จึงต้องมีการรวมตัวของเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น พร้อมเชื่อว่า หากมีกติกาชัดเจนภาคธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้ นอกจากนี้คิดว่าปัญหาบ้านเมืองในขณะนี้ส่วนหนึ่งมาจากนักวิชาการ จึงมองว่าหากแก้ปัญหาไม่ได้ขออย่าทำให้เกิดปัญหา

ขณะที่ นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ด้านกฎหมาย กล่าวว่า ขอฝากไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถึงการปฏิรูปพลังงาน ว่า ขอให้รอผลจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ
ก่อนเปิดการพิจารณาสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ด้าน นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ด้านพลังงาน กล่าวว่า หวังว่าการปฏิรูปไม่ใช่ทำเพียงแค่สมาชิก สปช. จำนวน 250 คน ในสภา พร้อมเสนอยกเลิกระบบสัมปทาน แต่ขอให้ใช้ระบบแบ่งปันผลผลิต โดยต้องไม่มีการผูกขาดพลังงาน

///////////
"สุรชัย" เผย วันนี้เลือก สนช. 5 คน เป็น กมธ.ยกร่าง รธน. ขณะยังไม่เห็นสำนวนถอนถอด "ยิ่งลักษณ์" จาก ป.ป.ช.

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในวันนี้จะมีการนำเรื่องการคัดเลือกบุคคลในสัดส่วนของ สนช. 5 คน เพื่อเข้าไปดำรงตำแหน่งในคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยจะต้องเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติที่มีความรู้ทางกฎหมาย คิดถึงผลประโยชน์ส่วนรวมและเสียสละต่อประเทศชาติส่วนกรณีการถอดถอน นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา และ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา ขณะนี้ยังไม่ทราบจะเรื่องนำเข้าสู่ที่ประชุมหรือไม่

นอกจากนี้ สำหรับกรณีการถอดถอน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากกรณีโครงการรับจำนำข้าว ขณะนี้ ยังไม่เห็นสำนวนการถอดถอนจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่เผยจะส่งมายัง สนช. วันนี้
-----------
"พรเพชร" นำวิป สนช. ประชุมถอด "นิคม-สมศักดิ์" ก่อนเลือก กมธ.ยกร่าง รธน. ล่าสุด สปช. รายงานตัวแล้ว 247 คน 

บรรยากาศที่รัฐสภา ล่าสุด มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ วิป สนช. ที่มี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยที่ประชุมมีวาระพิจารณากรณีการร้องขอให้ถอดถอน นายนิคม ไวยรัชพานิช ออกจากตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา และ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ออกจากตำแหน่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามที่ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ เป็นผู้เสนอเรื่อง และประธาน สนช. มอบหมายให้พิจารณา

นอกจากนี้ ที่ประชุมจะหารือเรื่องการวางหลักเกณฑ์ที่จะให้ได้มาซึ่งบุคคลจากสมาชิก สนช. ที่จะเข้าไปทำหน้าที่ในคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ขณะที่มีสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. มารายตัวแล้ว 11 คน รวม 247 คน จากทั้งหมด 250 คน และเหลือผู้ที่ยังไม่ได้มารายตัวเพียง 3 คน
------------
สนช. บรรจุวาระถอด "สมศักดิ์ - นิคม" 17 ต.ค. เปิดชื่อ กมธ.ยกร่าง รธน. 30 ต.ค. ขณะ สปช. รายงานแล้ว 248 คน

น.พ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะโฆษก วิป สนช. กล่าวถึงมติที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ วิป สนช. ว่า ให้บรรจุวาระถอดถอน นายนิคม ไวยรัชพานิช ออกจากตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา และนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในกรณีกระทำผิดต่อหน้าที่ เข้าที่ประชุม สนช. ในวันศุกร์ที่ 17 ต.ค. นี้ โดยจะเปิดโอกาสให้สมาชิกเสนอญัตติว่า สนช. จะมีอำนาจในการถอดถอนหรือไม่ ตามความผิดที่เกิดตามรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ที่ถูกยกเลิกไปแล้ว ให้ขึ้นอยู่กับมติที่ประชุม

ส่วนการสรรหาคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จะมีการประชุมก่อน โดยคัดจากบุคคลในและนอก สนช. ให้ได้รายชื่อในวันที่ 30 ต.ค. นี้  โดยขณะนี้ มี พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม แสดงความจำนงแล้ว

ขณะที่ล่าสุด การรายงานตัวของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในวันที่ 7 มีสมาชิกมารายงานตัว 12 คน รวม 7 วัน 248 คน จาก 250 คน ทำให้ขณะนี้ มีสมาชิกที่ยังไม่ได้เดินทางมารายงานตัว 2 คน คือ นางทิชา ณ นคร ส่วน นายสุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง ซึ่งติดภารกิจที่ต่างประเทศ ได้แจ้งขอแสดงตนในวันที่ 18 ต.ค. 57
-------------
ป.ป.ช. เลื่อนพิจารณาถอด 39 ส.ว. ไป 16 ต.ค. พร้อมหารือ สปช. ยื่นทรัพย์สินหรือไม่ ยัน ส่งสำนวน "ยิ่งลักษณ์" ให้ สนช. แล้ว

นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในวันนี้ ไม่มีการพิจารณาสำนวนคดีถอดถอนสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 39 ราย กรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยมิชอบ ในประเด็นที่มาของวุฒิสภา เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถสรุปสำนวนคดีได้ทัน จึงขอเลื่อนการพิจารณาสำนวนคดีดังกล่าวในวันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคมนี้ ซึ่งในวันเดียวกันนี้ คณะกรรมการจะพิจารณาว่าสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จะต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. หรือไม่

ส่วนสำนวนคดีถอดถอนของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในกรณีไม่ละงับยับยั้งความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว นายปานเทพ เปิดเผยว่า ได้ส่งสำนวนคดีถอดถอนดังกล่าวไปให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาต่อไปแล้ว เมื่อบ่ายที่ผ่านมา
///////////
ภารกิจนายกฯ

นายกรัฐมนตรี ขอชี้แจงกรณีไมโครโฟนแพง หลังประชุม ครม. ขณะ ก.มหาดไทย เตรียมรายงานจัดโซนนิ่งปลูกข้าว

การประชุมคณะรัฐมนตรี ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เป็นประธานการประชุมแล้ว โดยก่อนประชุม สื่อมวลชนได้สอบถามถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และชุดไมโครโฟนที่มีราคาแพง ในห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ตึกบัญชาการ 1 ซึ่ง นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ขอชี้แจงภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น ขณะเดียวกัน กระทรวงมหาดไทย จะรายงานความคืบหน้าข้อมูลพื้นที่การจัดโซนนิ่งการปลูกข้าวทั้งในและนอกระบบชลประทาน โดยจะเน้นปลูกข้าวคุณภาพดีราคาสูง ส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็จะนำรายงานข้อมูลพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้งใน 2 ลุ่มน้ำหลัก คือ ลุ่มเจ้าพระยา และลุ่มน้ำแม่กลอง และเสนอแผนการขุดลอก คูคลอง แผนสร้างแหล่งน้ำรวมถึงแผนการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในส่วนของน้ำอุปโภคบริโภค
---------
นายกฯ ย้ำ รัฐธรรมนูญยึดตามโรดแมป ขอ สปช. เสนอความเห็นปฏิรูปในที่ประชุม ยัน อังกฤษไม่ติดใจคดีฆ่า 2 นักท่องเที่ยว 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กล่าวว่า จะต้องมีรัฐธรรมนูญตามโรดแมปปฏิรูปที่วางไว้ ขณะเดียวกัน ได้ให้สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. แสดงความคิดเห็นให้น้อยลง โดยให้ไปเสนอความคิดเห็นเรื่องการปฏิรูปในที่ประชุม สปช.

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังยืนยันว่า ประเทศอังกฤษไม่ได้เรียกอุปทูตไทย ไปชี้แจงกรณีจับกุมผู้ต้องหาคดีเกาะเต่า แต่เจ้าหน้าที่ไทยได้เข้าชี้แจงเอง ซึ่งทางประเทศอังกฤษก็เข้าใจดี และไม่ได้ติดใจอะไร
เพราะการจับกุมเป็นไปตามหลักฐานและกระบวนการทางกฎหมาย ส่วนที่ตำรวจอังกฤษจะเข้ามาร่วมช่วยเหลือทางคดีนั้น ก็สามารถเข้ามาได้ แต่ต้องคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพนอกอาณาเขตด้วย
-----------
"พล.อ.ประวิตร" ตั้ง "ถวิล" นั่งที่ปรึกษาส่วนตัว ยัน "พล.อ.อักษรา" เป็น หน.พูดคุยสันติสุข เดินหน้าทุ่งยางแดงโมเดล

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกระแสข่าวการแต่งตั้ง นายถวิล เปลี่ยนสี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มาดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะที่ปรึกษาด้านความมั่นคง ว่า ตนได้แต่งตั้งให้มาเป็นที่ปรึกษาส่วนตัว ซึ่งในส่วนหัวหน้าทีมพูดคุยสันติสุขยังคงเป็น พล.อ.อักษรา เกิดผล ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะนำทุ่งยางแดงโมเดล มาใช้ในทุกพื้นที่ของ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพราะการนำประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมจะก่อให้เกิดสันติสุขที่ยั่งยืน ซึ่งภายหลังจากเกิดเหตุการณ์เผาโรงเรียนนั้น ยังไม่มีการเพิ่มเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด แค่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม
------------------
นายกฯ เผย ทุ่งยางแดงโมเดล เข้มปลอดภัย ตั้ง หน.สันติสุข หลังคุยมาเลย์ จ่อบินอิตาลีประชุมอาเซ็ม พร้อมหารือส่วนตัว 5 ปท.

พล.อประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กล่าวถึงกรณีที่ทางหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดตั้งทุ่งยางแดงโมเดล ภายหลังเกิดเหตุลอบเผาโรงเรียนใน จ.ปัตตานี ว่า เป็นมาตรการกวดขันการรักษาความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งไม่ใช่โมเดลใหม่แต่เป็นการปรับให้ทันต่อสถานการณ์ ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาจะต้องดำเนินการอย่างบูรณาการ ส่วนการกำหนดหัวหน้าชุดพูดคุยสันติสุขนั้น จะดำเนินการภายหลังเดินทางไปพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีประเทศมาเลเซีย

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับการเดินทางไปประชุมผู้นำเอเชียยุโรป หรือ อาเซ็ม ครั้งที่ 10 ที่สาธารณรัฐอิตาลี ระหว่างวันที่ 16-17 ตุลาคมนี้นั้น จะพูดถึงความร่วมมือของประชาคมโลก ด้านการค้าเศรษฐกิจ เรื่องสภาพแวดล้อม ความเปลี่ยนแปลงอุหภูมิโลก ความแห้งแล้งของทรัพยากรน้ำ ทั้งนี้ จะมีโอกาสเข้าหารือส่วนตัวกับต่างประเทศ 5 ประเทศด้วย
----------------
รมว.กห. เผย ดูภาพรวมสันติสุขใต้ ขณะเรื่องความปลอดภัย เป็นหน้าที่ ผบ.ทบ. ปัดข่าวมาเลย์ เลื่อนให้นายกฯ เยือน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ยังไม่ลงไปติดตามสถานการณ์ในช่วงนี้ ซึ่งหน้าที่ในเรื่องของการดูแลความปลอดภัยนั้นเป็นหน้าที่ของผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่จะต้องไปติดตามในการให้ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งตนจะดูในภาพรวมในการขับเคลื่อนในการทำให้ภาคใต้เกิดสันติสุขในทุก ๆ ด้าน

นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ปฏิเสธถึงกระแสข่าวที่ทางมาเลเซียขอเลื่อนไม่ให้นายกรัฐมนตรีเดินทางไปเยือนในขณะนี้ ว่าไม่เป็นความจริง เพราะเรื่องการไปเยือนต่างประเทศนั้น เป็นการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีที่จะไปชี้แจงยังต่างประเทศถึงสถานการณ์ของประเทศไทยและความต้องการของประชาชนชาวไทย
//////////
นายกฯ เร่งแก้ราคายางตก ยัน ช่วยชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ไร้ทุจริต ขณะผลสอบไมโครโฟนแพง ยังไม่เสร็จสิ้นกระบวนการ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาควมมสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า การแก้ไขปัญเรื่องผลผลิตทางการเกษตรว่า การแก้ปัญหาเรื่องข้าวนั้นมีมาตรการเร่งด่วนรองรับ ซึ่งมาตรการให้เงินช่วยเหลือชาวนา 1,000 บาทต่อไร่ ต้องไม่มีการทุจริต ซึ่งหากมีการทุจริตต้องมีผู้รับผิดชอบ ทั้งนี้ ได้มีการตั้งรองนายกรัฐมนตรีดูแลมาตรการเร่งด่วนต่าง ๆ ไม่ให้มีการทุจริต

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้บังคับให้เกษตรกรเลิกทำนา ส่วนการแก้ไขปัญหาเรื่องยางพารานั้น ต้องมีการหมุนเวียนสต๊อกยางพารา และจะต้องมีการส่งเสริมทั้งของภาครัฐและประชาชน ขณะเดียวกันจะ
ดำเนินการพูดคุยกับต่างประเทศเพื่อมาซื้อยางพารา

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบราคาไมโครโฟน โดยระบุว่า ขณะนี้กระบวนตรวจสอบยังไม่แล้วเสร็จ โดยคณะกรรมการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ หรือ
คตร. ได้ส่งข้อมูลมาแล้ว แต่ยังเหลือในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. และสำนักคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ซึ่งจะต้อง
นำข้อมูลทั้ง 3 ส่วนมาประกอบกันเพื่อสรุปผลตรวจสอบอีกครั้ง
-----------
ครม. เห็นชอบออกกฎหมายควบคุมนำเข้าบารากุ - บุหรี่ไฟฟ้า ขณะเตรียมงดส่งน้ำปลูกข้าวนาปรัง รับมือน้ำแล้ง

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า เห็นชอบตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอให้กรมการค้าต่างประเทศออกกฎหมายควบคุมการนำเข้าบารากุ รวมไปถึงบารากุไฟฟ้า และบุหรี่ไฟฟ้า (อี-ซิกาแรต) ภายใต้ พ.ร.บ.นำเข้า-ส่งออกสินค้า พ.ศ. 2522 เนื่องจากปัจจุบันมีการเผยแพร่ การซื้อขายบุหรี่ไฟฟ้า และบรากุ ผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ต ถือเป็นการเชิญชวนกลุ่มเยาวชน ดังนั้น คณะรัฐมนตรีจึงมีมติห้ามนำเข้ามาภายในราชอาณาจักร

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับเหล้าปั่น ซึ่งมีกฎหมายควบคุมอยู่แล้ว

นอกจากนี้ ที่ประชุมรับทราบการรายงานสถานการณ์น้ำ ประจำปี 2557-2558 โดยคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบให้งดส่วน้ำปลูกข้าวนาปรัง ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำแม่กลอง รวม 26 จังหวัด เนื่องจากมีปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนใหญ่น้อย และจะช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ
--------
นายกรัฐมนตรี ระบุ การเสนอร่าง พ.ร.บ.จัดเก็บภาษีมรดก ต้องพิจารณารอบคอบ มั่นใจ ผ่านกฎหมายนี้

พล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษคามสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กล่าวว่า กล่าวถึงความคืบหน้า การเสนอ ร่างพรบ.จัดเก็บภาษีมรดก เข้าสู่การพิจารณาของสนช. ว่าจะต้องมีการพิจารณาให้รอบด้านเพราะกฏหมายนี้ถือว่ามีความสำคัญกับคนทุกกลุ่ม แม้หลายรัฐบาลที่ผ่านมาการผลักดันจะไม่สำเร็จ แต่เชื่อว่าร่างพรบ.ฉบับนี้ จะผ่านความเห็นชอบจากสนช. แน่นอน ส่วนการแก้ปัญหาที่ดินทำกินให้กับผู้มีรายได้น้อย ได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงดูแลเพื่อจัดสรรให้มีความเหมาะสมและถูกต้อง พร้อมวางโครงสร้างการจัดการใหม่ทั้งหมด
----
"ม.ล.ปนัดดา" เผย ตรวจข้าวในแล็บเสร็จ 15 ต.ค. นายกฯ กำชับทำงานเต็มรูปแบบ ขณะ ป.ป.ช. ยังไม่ประสานขอข้อมูล

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐ เปิดเผยถึงความคืบหน้า การตรวจสอบคุณภาพข้าวจากห้องปฏิบัติการ ว่า มีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก ซึ่งล่าสุด ห้องแล็บของได้กระทรวงพาณิชย์ ขอตรวจทานครั้งสุดท้ายเพื่อจำแนกเกรดของข้าวให้ถูกต้อง โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 15 ตุลาคม และจะรายงานคณะกรรมการนโยบายและการบริหารจัดการข้าว (นบข.) และนายกรัฐมนตรี จากนั้นจะนำข้าวที่คัดแล้วที่มีคุณภาพเต็มร้อยนำมาจำหน่ายทั้งในและนอกประเทศ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ทำรายงานแบบเต็มรูปแบบทุกขั้นตอนการทำงานเพื่อป้องกันความผิดพลาด ส่วนผลลัพธ์ตัวเลขความเสียหายจากปริมาณข้าว กระทรวงพาณิชย์ จะเป็นผู้รายงาน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานงานจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในการขอข้อมูลความเสียหายจากคุณภาพข้าวเพื่อนำไปประกอบคดีรับจำนำข้าว

วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ลด ส.ส.เหลือจังหวัดละคน! "ชัยอนันต์ สมุทวณิช" ผุดไอเดีย เปิดทางคนนอก นั่ง นายกฯ

ลด ส.ส.เหลือจังหวัดละคน! "ชัยอนันต์ สมุทวณิช" ผุดไอเดีย เปิดทางคนนอก นั่ง นายกฯ

วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2557 เวลา 16:08:13 น.

ศาสตราจารย์ ชัยอนันต์ สมุทวณิช สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช.ด้านการการเมือง เสนอให้มีการลดจำนวน ส.ส.ลงเหลือเพียง 77 คน และให้คนนอก สามารถเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ เเต่ต้องผ่านการลงมติของสภา


นายชัยอนันต์ สมุทวณิช  ราชบัณฑิตและ อดีตอาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติด้านการเมือง กล่าวเสนอความคิดเห็นว่า  ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่ถูกต้อง  ต้องการคนที่มีคุณภาพ แต่ระบอบประชาธิปไตยในปัจจุบันใช้กับคนที่ไม่มีคุณภาพ ทำให้เกิดเป็นปัญหา ดังนั้นการแก้ปัญหาจึงต้องทำให้คนมีคุณภาพ ไม่ถูกหลอกง่าย ไม่เห็นแก่เงินมากกว่าสิทธิ ไม่เชื่อข่าวลือง่ายและสนับสนุนคนอย่างไม่ลืมหูลืมตา

ทั้งนี้นายชัยอนันต์ยังได้ เสนอ การแก้ปัญหาทางการเมือง  ว่าอยู่ที่การวางกรอบอำนาจให้การเมืองส่วนบนมากกว่าส่วนล่าง จึงจำเป็นต้องอุดช่องว่างของปัญหาการเมืองด้วยการ ลดอำนาจของ ส.ส.โดยลดจำนวน ส.ส.ให้เหลือเพียง 77 คน มาจากการเลือกตั้งภายในจังหวัดๆละ 1 คน ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง เนื่องจากเห็นว่าการทำหน้าที่ของ ส.ส.ส่วนใหญ่เป็นเรื่องทางเทคนิค เรื่องวิชาการ จึงไม่จำเป็นต้องมีจำนวนมาก และให้เน้นการกระจายอำนาจไปยังท้องถิ่น เพื่อให้ปัญหาในท้องถิ่นมีคนในพื้นที่ดูแลได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ โดยรูปแบบนี้ ส.ส.ก็ไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรค และจะช่วยลดปัญหาการคอรัปชั่นลงอีกด้วย เพราะหากมีจำนวน ส.ส.เยอะ และมีการคอรัปชั่นเกิดขึ้น ก็จะควบคุมได้ยาก แต่หากเน้นงานท้องถิ่นมากขึ้น เมื่อมีการคอรัปชั่นเกิดขึ้น ประชาชนในท้องถิ่นจะเห็นได้ง่าย

ส่วนวิธีการเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น ตนไม่เห็นด้วยกับระบบการเลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรง เพราะระบบเลือกตั้งในประเทศไทยยังไม่ครอบคลุมเช่น ยังไม่มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด  เป็นต้น จึงอาจก่อให้เกิดการเอื้อประโยชน์ได้ ดังนั้น นายกรัฐมนตรีจึงควรมาจากการโหวตในสภา โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็น ส.ส.  ทั้งนี้หากมีการร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องมีการลงประชามติ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ใช่ความขัดแย้งที่ต้องการขอความเห็น เชื่อว่าประชาชนจะยอมรับโดยปริยาย

สุธาชัย ยิ้ม: การปฏิวัติร่มในฮ่องกง

รากฐานทางประวัติศาสตร์ของฮ่องกง มาจากการที่อังกฤษได้เช่าเกาะฮ่องกงระยะยาวจากจีนตั้งแต่ พ.ศ.๒๓๘๔ ในสมัยราชวงศ์แมนจู และมาสร้างเป็นศูนย์กลางการค้าในเอเชียของอังกฤษ 

ต่อมาเมื่อจีนปฏิวัติไปสู่ระบอบคอมมิวนิสต์เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๒ ฮ่องกงก็ยังคงเป็นดินแดนในฐานะอาณานิคมของอังกฤษ ต่อมาได้มีการเจรจาระหว่างจีนกับอังกฤษจนบรรลุข้อตกลงใน พ.ศ.๒๕๒๗ ว่า อังกฤษจะคืนอธิปไตยเหนือฮ่องกงให้กับจีนในเดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๔๔๐ ภายใต้หลักการ ”หนึ่งประเทศ สองระบอบ” หมายถึงว่า ฮ่องกงจะยังคงพัฒนาภายใต้ระบอบทุนนิยมได้ต่อไป โดยมีสิทธิอิสระในการปกครองตนเองอีก ๕๐ ปี นอกเหนือจากการที่จีนจะเข้าควบคุมด้านการต่างประเทศและด้านกลาโหม และมีภาคผนวกที่ระบุให้ผู้ว่าฮ่องกง และสภาที่ปกครองฮ่องกงจะต้องมาจากการลงคะแนนเสียงของประชาชน

จนเมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ที่ผ่านมา ทางการจีนได้ผลักดันหลักการปฏิรูปการบริหารเกาะฮ่องกง ที่จะใช้ในการเลือกตั้งสภาฮ่องกงที่จะมีขึ้นใน พ.ศ.๒๕๕๙ และในการเลือกตั้งผู้ว่าฮ่องกงที่จะมีขึ้นใน พ.ศ.๒๕๖๐ โดยให้ผู้ว่าราชการที่จะมาจากการเลือกตั้ง ต้องมาจากการเสนอชื่อ ๒-๓ รายชื่อ ด้วยเสียงเกินครึ่งของคณะกรรมการเลือกตั้ง ๑๒๐๐ คน แล้วเมื่อผ่านการเลือกตั้งโดยประชาชน จะต้องได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลจีนที่ปักกิ่ง กระบวนการนี้ เป็นเพราะจีนต้องการให้มีการคัดกรองผู้สมัครว่า จะต้องมีคุณสมบัติคือ “รักชาติจีนและรักฮ่องกง” ฝ่ายจีนเห็นว่า ด้วยวิธีการเลือกตั้งเช่นนี้ จะสร้างหลักประกันแก่เสถียรภาพและความรุ่งเรืองของฮ่องกงในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักศึกษาปัญญาชนฮ่องกงจำนวนมากไม่เห็นด้วยกับวิธีการเหล่านี้ เพราะเห็นว่าเป็นการขัดหลักการประชาธิปไตยเสรี ที่ควรจะต้องให้สิทธิกับประชาชนในการเสนอชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งโดยเสรี และควรจะต้องให้มีการลงคะแนนเลือกผู้ว่าฮ่องกงทางตรงในการเลือกตั้ง พ.ศ.๒๕๖๐
การต่อต้านคัดค้านได้เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ ๒๒ กันยายน โดยสมาพันธ์นักศึกษาฮ่องกง” ได้จัดการชุมนุมกันที่หน้าสำนักงานบริหารฮ่องกง โดยตั้งข้อเรียกร้องคือ ให้ยกเลิกมาตรการปฏิรูป ๓๑ สิงหาคม ให้ประชาชนมีสิทธิเสนอผู้สมัครรายที่สี่ในการเลือกตั้ง พ.ศ.๒๕๖๐ และผู้ว่าราชการฮ่องกงเหลียงชุนอิงลาออก กลุ่มสำคัญที่ผลักดันการชุมนุมเรียกว่า ออคคิวปาย ซ็นทรอล ด้วยความรักและสันติภาพ (Occupy Central with Love and Peace) โดยใช้วิธีการชุมนุมประท้วงอย่างสงบและสันติ ดังนั้นต่อมาคำว่า “ออกคิวปายเซนทรอล” (佔中) จะเป็นคำทั่วไปที่ใช้อธิบายการเคลื่อนไหวประชาธิปไตยครั้งนี้

ต่อมา วันที่ ๒๖ กันยายน ทางการตำรวจพยายามเข้าสลายการชุมนุม โดยใช้แก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทย แต่ยิ่งทำให้ประชาชนฮ่องกงมาเข้าร่วมชุมนุมมากขึ้น และผู้ชุมนุมได้ใช้ร่มเป็นอาวุธในการป้องกันแก้สนำตาและสเปรย์พริกไทย ทำให้ร่มกลายเป็นสัญลักษณ์ในการต่อสู้ โดยเฉพาะร่มสีเหลือง จึงเรียกการเคลื่อนไหวครั้งนี้ว่า การปฏิวัติร่ม

ดังนั้น ตั้งแต่วันที่ ๒๖ กันยายน ประชาชนหลายหมื่นคน ได้จัดการชุมนุมปิดกั้นถนนย่านธุรกิจสำคัญ ที่เขตเซนทรัล มงก๊ก จิมซาจุ่ย คอสเวย์ เบย์ และ แคนตัน โร้ด และระดมการสื่อสารต่อต้านโดยใช้”ไฟร์แชท” สื่อสารกันทางบลูทูธของสมาร์ทโฟน ทำให้ฝ่ายรัฐบาลไม่สามารถปิดกั้นได้ แต่กระนั้น ทางฝ่ายผู้ชุมนุมก็ยังยืนยันนโยบายสายกลาง โดยถือว่าไม่ได้เป็นการปฏิวัติต่อต้านรัฐบาลจีน เพียงแต่ต้องการให้ฮ่องกงมีการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม

อย่างไรก็ตาม ลักษณะพิเศษของการประท้วงครั้งนี้ คือ การไม่มีแกนนำการประท้วงที่เป็นเอกภาพ เพราะกลุ่มที่เข้าร่วมจัดการชุมนุมมีหลายกลุ่ม และไม่ได้มีการจัดตั้งการประสานงานที่ชัดเจน การยึดสถานที่หรือการถอนจากสถานที่ชุมนุมก็ไม่มีความเป็นเอกภาพ ความพยายามในการสร้างขบวนการชุนนุมให้เป็นระบบระเบียบ จึงเป็นการดำเนินงานร่วมกันของประชาชนที่เข้าร่วมการชุมนุม

การชุมนุมยังคงบยืดเยื้อต่อมา และเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคมที่ผ่านมา ถือว่าเป็นการชุมนุมใหญ่ที่สุด ที่มีประชาชนเข้าร่วมนับแสนคน จึงถือเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ท้าทายรัฐบาลจีนขนาดใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่กรณีจตุรัสเทียนอันเหมินที่กรุงปักิ่ง ที่มีการชุมนุมคัดค้านรัฐบาลคอมมิวนิสต์จีนและเรียกร้องการปฏิรูปการเมือง เมื่อเดือนเมษายน-มิถุนายน พ.ศ.๒๕๓๒ ซึ่งครั้งนั้นรัฐบาลจีนตัดสินใจใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม จนมีผู้เสียชีวิตหลายพันคน และบาดเจ็บนับหมื่นคน ในครั้งนี้ก็มีความวิตกเช่นกันว่า รัฐบาลจีนอาจใช้ความรุนแรงในการปราบปราม เพราะการเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง อาจกระทบกระเทือนถึงปัญหาทางการเมืองของจีนในกรณีอื่น เช่น กรณีธิเบต และซินเกียง ที่ประชาชนก็ต่อสู้เพื่อสิทธิในการปกครองตนเองเช่นกัน

สำหรับ นายเหลียงชุนอิง ผู้ว่าการฮ่องกง ยืนยันจะอยู่ในตำแหน่งต่อไป และเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมกลับบ้าน คืนความสงบและชีวิตปกติให้กับฮ่องกง เขายืนยันว่า เขาจำเป็นต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อรักษาเสถียรภาพ และสานต่องานเกี่ยวกับการให้สิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งแก่พลเมืองเพื่อให้ชาวฮ่องกงทั้ง ๕ ล้านคน สามารถไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯ คนใหม่ได้ และเขาได้มอบหมายให้ นางแคร์รี หลิน หัวหน้าคณะรัฐมนตรีฮ่องกง เป็นตัวแทนในการเจรจาเรื่องการปฏิรูปการเมืองกับฝ่ายผู้ประท้วง
ส่วนท่าทีของรัฐบาลจีน ในขั้นแรกสุดคือการควบคุมข่าวสารเรื่องการประท้วงในฮ่องกงไม่ให้เข้าไปในจีนโดยไม่ได้กลั่นกรอง นอกจากนี้ทางการจีนยังยืนยันในหลักการเลือกตั้งฮ่องกงแบบเดิมว่าเป็นการถูกต้องแล้ว จีนจะไม่ทบทวนมาตรการดังกล่าว และว่า การประท้วงออกคิวปายเซนทรอลเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และเป็นการทำลายเศรษฐกิจของฮ่องกง

ต่อมาในวันที่ ๔ ตุลาคม ได้เกิดการจัดตั้งม็อบชนม็อบ คือ เกิดการชุมนุมของฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลฮ่องกง และปะทะกับฝ่ายชุมนุมประท้วงที่ย่านมงก็อก ฝ่ายรัฐบาลจีนก็ออกข่าวว่า มีประชาชนฮ่องกงจำนวนมากขึ้นทุกที ที่ไม่เห็นด้วยกับการประท้วงของออกคิวปายเซนทรอล และโจมตีว่า มี”การแทรกแซงของต่างชาติ”สนับสนุนการประท้วงครั้งนี้

การประท้วงในฮ่องกงยังไม่ได้ยุติลง แต่คงคาดหมายได้ว่า การเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงในขณะนี้ คงยากที่จะได้รับชัยชนะ แต่ก็เป็นการสะท้อนอีกครั้งถึงความเรียกร้องต้องการประชาธิปไตยนั้น เป็นกระแสของโลกปัจจุบัน ที่ใดที่ไม่มีกระบวนการการเมืองแบบประชาธิปไตย ก็จะต้องถูกต่อต้านจากประชาชนในเงื่อนไขที่แน่นอน ขบวนการประชาธิปไตยในไทยคงต้องเอาใจช่วยและสรุปบทเรียนจากฮ่องกง เพื่อจะรณรงค์ให้ไทยก้าวสู่สังคมที่เป็นประชาธิปไตยต่อไป

สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ
โลกวันนี้ วันสุข ฉบับที่ ๔๘๓ วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๗

เผาโรงเรียน 6 แห่ง 2 อำเภอที่ปัตตานี

เผาโรงเรียน 6 แห่ง 2 อำเภอที่ปัตตานี

          ใต้ระอุ คนร้ายลอบเผาโรงเรียน 6 แห่งที่ปัตตานี แยกเป็น อ.ทุ่งยางแดง 5 แห่ง กับ อ.มายอ อีก 1 แห่ง ทั้งหมดเป็นโรงเรียนสายสามัญ ย้อนอดีตเผาโรงเรียนอันลือลั่นเมื่อปี 36 ในรัฐบาลชวน หลีกภัย ผ่านมาแล้วกว่า 20 ปีปัญหายังแก้ไม่จบ 
          สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อกลางดึกคืนวันเสาร์ที่ 11 ต.ค.ต่อเนื่องวันอาทิตย์ที่ 12 ต.ค.57 เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ลอบวางเพลิงเผาโรงเรียน 6 แห่งใน 2 อำเภอของ จ.ปัตตานี คือ อ.ทุ่งยางแดง และ อ.มายอ
          ในส่วนของ อ.ทุ่งยางแดง มีโรงเรียนที่ถูกวางเพลิงเผา ประกอบด้วย
          1.โรงเรียนบ้านน้ำดำ ตั้งอยู่หมู่ 5 ต.น้ำดำ
          2.โรงเรียนบ้านปากู ตั้งอยู่หมู่ 5 ต.ปากู
          3.โรงเรียนบ้านเขาดิน ตั้งอยู่หมู่ 3 ต.เขาดิน
          4.โรงเรียนบ้านมะนังยง ตั้งอยู่หมู่ 4 ต.ปากู
          5.โรงเรียนบ้านตือเบาะ ตั้งอยู่หมู่ 7 ต.พิเทน
          ส่วนที่ อ.มายอ โรงเรียนที่ถูกคนร้ายวางเพลิงเผา คือ โรงเรียนบ้านกาเสาะ ต.กาเสาะ
          ทั้งนี้ โรงเรียนหลายแห่งที่ถูกเผา ได้รับความเสียหาย อาคารเรียนวอด ไม่สามารถทำการเรียนการสอนได้ แต่บางโรงเรียนก็มีชาวบ้านและชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ออกมาช่วยกันดับไฟไว้ได้ทัน ทำให้ได้รับความเสียหายไม่มากนัก เช่น โรงเรียนบ้านตือเบาะ
          สำหรับเหตุการณ์ลอบวางเพลิงเผาโรงเรียนพร้อมกันหลายๆ แห่งในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยครั้งนักในระยะหลัง โดยในปีนี้ เมื่อวันที่ 11 พ.ค. ก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557 เพียงไม่กี่วัน เกิดเหตุรุนแรงกว่า 30 จุดในหลายอำเภอของ จ.นราธิวาส โดยมีโรงเรียนถูกเผา 2 แห่งใน อ.สุไหงปาดี คือ โรงเรียนบ้านโคกตา และโรงเรียนอิสลามบำรุง ทำให้เด็กๆ ไม่มีอาคารเรียน ต้องกางเต็นท์เรียนกลางแดด
          ส่วนเหตุการณ์เผาโรงเรียนพร้อมกันมากที่สุดซึ่งกลายเป็นความทรงจำอันเลวร้ายของปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ เหตุการณ์เผาโรงเรียน 36 แห่ง เมื่อวันที่ 1 ส.ค.2536 ในรัฐบาลนายชวน หลีกภัย โดยโรงเรียนที่ถูกเผากระจายไปใน จ.ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา
          นอกจากนั้น ในวันที่เกิดเหตุปล้นปืนกว่า 400 กระบอก จากกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส หรือ ค่ายปิเหล็ง ซึ่งหลายคนเรียกว่า "วันเสียงปืนแตก" และถือเป็นปฐมบทแห่งความรุนแรงรอบใหม่ในลักษณะการก่อการร้ายรายวันของจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ในคืนเดียวกันยังมีการก่อเหตุเผาโรงเรียน 19 แห่งใน 10 อำเภอของ จ.นราธิวาส ด้วย
          การเผาโรงเรียน 6 แห่งของ จ.ปัตตานี ในวันอาทิตย์ที่ 12 ต.ค.57 จึงเป็นภาพสะท้อนที่เด่นชัดว่า ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังไม่ได้ถูกแก้ไขให้หมดสิ้นไป แม้สถานการณ์โดยรวมจะดูดีขึ้นบ้างก็ตาม

สภานการณ์ใต้47-55

สภานการณ์ใต้47-55

สถานการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ของประเทศไทย เป็นเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นใน 3 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี และยะลา ซึ่งเกิดมาจากปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้
โดยมีเหตุการณ์ลอบทำร้าย วางเพลิง วางระเบิด และจลาจลเกิด ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะมีความเคลื่อนไหวในลักษณะต้องการแบ่งแยกดินแดนบริเวณปัตตานีมา เป็นเวลาหลายทศวรรษแล้ว

แต่ความไม่สงบดังกล่าวเริ่มบานปลายขึ้นหลังจากปี พ.ศ. 2547[4]

เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548 อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตรได้ประกาศใช้อำนาจฉุกเฉินเพื่อรับมือกับสถานการณ์ความไม่สงบ ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2549 พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน อดีตผู้บัญชาการทหารบก ได้รับอำนาจบริหารเพิ่มขึ้นอย่างมากเพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว[5] ในวันที่ 19 เดือนเดียวกัน คณะทหารได้ก่อรัฐประหารซึ่ง ทำให้ทักษิณพ้นจากตำแหน่ง แต่แม้ว่าจะมีท่าทีปรองดองจากคณะผู้ยึดอำนาจก็ตาม สถานการณ์ก็ยังคงดำเนินต่อไปและทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นจาก 1,400 คน เมื่อเกิดการรัฐประหารขึ้น เป็น 2,579 คน เมื่กลางเดือนกันยายน พ.ศ. 2550[6]

ถึงแม้ว่าจะมีความคืบหน้าเพียงเล็กน้อยในการจัดการกับความรุนแรงที่เกิด ขึ้น คณะผู้ยึดอำนาจการปกครองประกาศว่าสันติภาพจะกลับคืนสู่ภูมิภาคในปี พ.ศ. 2551[7] ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเกิน 3,000 คน เมื่อเดือนมีนาคมปีนั้น[8] ในรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กษิต ภิรมย์ ว่า เขามั่นใจว่าจะนำสันติภาพสู่ภูมิภาคภายในปี พ.ศ. 2553[9] แต่เมื่อถึงปลายปีนั้น ความรุนแรงได้มีเพิ่มมากขึ้น ตรงกันข้ามกับการมองโลกในแง่ดีของรัฐบาล[10] ท้ายที่สุดในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2554 รัฐบาลจึงยอมรับว่าสถานการณ์ได้เพิ่มมากขึ้นและไม่สามารถแก้ไขได้ภายในเวลาไม่กี่เดือน[11]

 ลักษณะของสถานการณ์

กลุ่มกองโจรปัตตานีเริ่มต้นสร้างสถานการณ์ความไม่สงบขึ้นอีกครั้งในปี พ.ศ. 2544 เอกลักษณ์ของผู้ก่อการที่ต้องการผลักดันให้เกิดความขัดแย้งขึ้นนั้นยังคง คลุมเครือเสียเป็นส่วนใหญ่ ผู้เชี่ยวชาญในระดับท้องถิ่นและภูมิภาคได้แสดงให้เห็นว่า สถานการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนดั้งเดิมในภูมิภาค อย่างเช่น พูโล บีอาร์เอ็นและจีเอ็มไอพี และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง บีอาร์เอ็น โคออดิเนต (อันเป็นสาขาหนึ่งของบีอาร์เอ็น) และกลุ่มติดอาวุธที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับบีอาร์เอ็น คือ รันดา คัมปูรัน คีซิล[12] ส่วนคนอื่นเสนอแนะว่าความรุนแรงดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้อิทธิพลของกลุ่มอิสลามต่างชาติ อาทิ อัลกออิดะห์และญะมาอะห์ อิสลามียะห์ แต่ด้วยวิธีการทำงานของกองโจรในภาคใต้ ซึ่งโจมตีคลังอาวุธทหารและโรงเรียน ไม่เหมือนกับวิธีการปฏิบัติของกลุ่มอื่นซึ่งโจมตีเป้าหมายชาติตะวันตก มุมมองที่ว่ากองโจรในภูมิภาคมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มต่างชาตินั้นจึงอ่อน[13]

ในตอนแรก รัฐบาลมองว่าการสร้างสถานการณ์ดังกล่าวเป็นฝีมือของโจร และอันที่จริงแล้ว ผู้สังเกตการณ์ภายนอกจำนวนมากก็เชื่อว่า กลุ่มท้องถิ่น คู่แข่งทางธุรกิจหรืออาชญากรรมมีส่วนเกี่ยว
ข้องกับสถานการณ์ในภูมิภาคดัง กล่าว เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2545 หลังจากตำรวจเสียชีวิตไป 14 นาย ในการโจมตีหลายครั้งซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลานานเจ็ดเดือน อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชิน
วัตร ได้ปฏิเสธถึงบทบาทของศาสนาในการโจมตีดังกล่าว เพราะตำรวจที่เสียชีวิตไปหลายคนนั้นเป็นมุสลิมด้วย[14]

ในปีเดียวกัน ทักษิณกล่าวว่า "ไม่มีการแบ่งแยกดินแดน ไม่มีผู้ก่อการร้ายอุดมการณ์ มีแต่โจรกระจอก" แต่ในปี พ.ศ. 2547 เขาได้เปลี่ยนท่าที และจัดว่าสถานการณ์ดังกล่าวเป็นสงครามต่อต้านการก่อการร้ายในประเทศ มีการประกาศกฎอัยการศึกในจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาสในเดือนมกราคม พ.ศ. 2547[15]

รัฐบาลทักษิณ 1 (พ.ศ. 2544-48) มีสมาชิกรัฐสภาเป็นมุสลิมหลายสิบคน สภาจังหวัดในจังหวัดชายแดนมีสมาชิกส่วนใหญ่เป็นมุสลิม และเทศบาลหลายแห่งในภาคใต้มีนายกเทศมนตรีเป็นมุสลิม
มุสลิมเริ่มมีสิทธิ์มีเสียงในทางการเมืองอย่างเปิดเผยมากขึ้นและได้รับ เสรีภาพในการนับถือศาสนามากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อรัฐบาลทักษิณยุบศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และแทนที่ด้วยกำลังตำรวจที่มีเรื่องฉาวโฉ่ในด้านการคอร์รัปชั่น ซึ่งได้เริ่มการปราบปรามอย่างกว้างขวางในทันที การปรึกษาหารือกับผู้นำชุมชนท้องถิ่นก็ได้ถูกยกเลิกไปด้วย ความไม่พอใจต่อการละเมิดดังกล่าวได้นำไปสู่ความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้น ระหว่าง พ.ศ. 2547 และ 2548[16]

หลังจากรัฐประหารในปี พ.ศ. 2549 ซึ่งทำให้ทักษิณพ้นจากตำแหน่ง รัฐบาลไทยได้มีท่าทีปรองดองกับสถานการณ์มากขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการใช้อำนาจเกินควรและเริ่มต้นเจรจากับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่ เป็นที่รู้จักกันดี อย่างไรก็ตาม สถานการณ์กลับทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวน่าจะเป็นการสนับสนุนการยืนยันที่ว่ามีกลุ่ม หลายกลุ่มมีส่วนเกี่ยวข้องในการสร้างสถานการณ์ และมีกลุ่มจำนวนน้อยที่สงบลงจากการเปลี่ยนยุทธศาสตร์ของรัฐบาล[17]

[แก้] การก่อจลาจลภายในเรือนจำ

แม้ว่าจะมีการก่อจลาจลภายในเรือนจำอยู่อย่างเนืองๆ[18]ซึ่ง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่เหตุการณ์ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตได้แก่การก่อจลาจลในวันที่ 6 กันยายน พ.ศ.2554 นักโทษเสียชีวิต 2 ราย ที่เรือนจำ ปัตตานี[19] ปัญหาส่วนหนึ่งนอกจากพฤติกรรมของนักโทษแล้วยังพบว่าเรือนจำมีขนาดไม่มีพอกับจำนวนนักโทษที่มากขึ้นทุกวันอีกด้วย

[แก้] เหตุการณ์ทั้งหมด
[แก้] พ.ศ. 2545

30 มีนาคม - สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสนอยุบ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และกองบัญชาการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหารที่ 43 (พตท. 43)
30 เมษายน - รัฐบาลมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ยุบ ศอ.บต. และ พตท. 43
[แก้] พ.ศ. 2547

4 มกราคม - เกิดเหตุการณ์เผาโรงเรียน 20 แห่ง ใน จ.นราธิวาส ซึ่งเชื่อว่าเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจเพื่อปล้นปืนจากกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เจาะไอร้อง จ.

นราธิวาส อันมีปืนไรเฟิล 400 กระบอก ปืนพก 20 กระบอก ปืนกล 2 กระบอก การจู่โจมครั้งนี้มีทหารตาย 4 นาย และทำให้รัฐบาลเสียหน้าอย่างมาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งดำรงตำแหน่งนายก

รัฐมนตรีในขณะนั้น ไม่พอใจเป็นอย่างมาก กล่าวตำหนิทหารที่ไม่ระมัดระวัง และถึงกับพูดว่า "ถ้าคุณมีกองทหารทั้งกองพันอยู่ที่นั้น แต่คุณก็ยังไม่ระวังตัว ถ้าอย่างนั้นก็สมควรตาย"[20]
เหตุระเบิดกลางตลาดจังหวัดปัตตานี โดยมีระเบิดทิ้งไว้ที่จักรยานยนต์
12 มีนาคม - สมชาย นีละไพจิตร ประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิม ที่รับทำคดีเกี่ยวกับความมั่นคงในชายแดนใต้ ถูกลักพาตัว
28 เมษายน - เกิดกรณีกรือเซะ กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบกระจายกันโจมตีฐานตำรวจ-ทหาร 12 จุด คนร้ายเสียชีวิต 107 ศพ บาดเจ็บ 6 คนถูกจับกุม 17 คน เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 5 นาย บาดเจ็บ 15 นาย[

ต้องการอ้างอิง]
25 ตุลาคม - เกิดกรณีตากใบ เจ้าหน้าที่สลายผู้ชุมนุมมีผู้เสียชีวิต 84 ศพ แบ่งเป็นในที่เกิดเหตุ 6 ศพ ระหว่างขนย้าย 78 คน[ต้องการอ้างอิง]
5 ธันวาคม - โปรยนกกระดาษ 60 ล้านตัว ตามโครงการ "60 ล้านใจ สานสายใยพี่น้องใต้ ด้วยดอกไม้และนกกระดาษ" จากนั้น โจรใต้แจกใบปลิวในจังหวัดปัตตานีและใกล้เคียง ขู่ฆ่าประชาชนที่

เก็บนกกระดาษ
[แก้] พ.ศ. 2548

ภาพสรุปเหตุการณ์วิกฤตการณ์การเมืองในประเทศไทย
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งหรือเกี่ยวข้องกับ
วิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2548-2554

23 กุมภาพันธ์ - ครูในจังหวัดปัตตานีขอให้รัฐบาลอนุญาตการพกปืน เพื่อป้องกันตัวจากผู้ก่อความไม่สงบ
17 กุมภาพันธ์ - เหตุการณ์ระเบิดคาร์บอมบ์ในตำบลสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส มีผู้เสียชีวิต 6 และบาดเจ็บมากกว่า 40 คน
3 เมษายน เกิดระเบิดพร้อมกัน 3 จุด ที่ห้างสรรพสินค้าคาร์ฟูร์ หาดใหญ่, ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ และหน้าโรงแรมกรีนเวิลด์พาเลซ สงขลา
24 มิถุนายน กอบกุล รัญเสวะ ผอ.ร.ร.บ้านตือกอ อำเภอจะแนะ นราธิวาส ถูกยิงเสียชีวิต
14 กรกฎาคม - เกิดความรุนแรงในเขตเทศบาลนครยะลา โจมตีโรงไฟฟ้าในเวลากลางคืน ตำรวจเสียชีวิต 2 นาย และประชาชนบาดเจ็บ 23 คน และไฟฟ้าดับทั้งเมืองเป็นเวลาหลายชั่วโมง
15 กรกฎาคม - จังหวัดยะลา เกิดเหตุระเบิด มีผู้บาดเจ็บ 4 คน และจังหวัดนราธิวาส มีเหตุการณ์ยิงกัน ครูเสียชีวิต 2 คน
16 กรกฎาคม - พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยร่าง พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548[21]
18 กรกฎาคม - รัฐบาลประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งจัดตั้งตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ[22]
19 กรกฎาคม - สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติและสื่อหลายแขนงออกแถลงการณ์คัดค้านการออก พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ[23]
21 กรกฎาคม - ยกเลิกกฎอัยการศึกในพื้นที่ จ.นราธิวาส, จ.ปัตตานี และ จ.ยะลา[24][25]
21 กันยายน- ทหารนาวิกโยธิน 2 นายจากค่ายจุฬาภรณ์ ถูกชาวบ้านกลุ่มหนึ่งในหมู่บ้านตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส รุมทำร้ายเสียชีวิต หลังจากมีการจับเป็นตัวประกันนานกว่า 19 ชั่วโมง
เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นผู้ร่วมก่อเหตุใช้อาวุธสงครามกราดยิงเข้าใส่ร้านน้ำ ชาใน อ.ระแงะ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 5 ราย
26 ตุลาคม คนร้ายปล้นปืนพร้อมกันใน 3 จังหวัด ได้ปืนไป 99 กระบอก แบ่งเป็นใน จ.ปัตตานี 39 กระบอก ยะลา 41 กระบอก และนราธิวาส 19 กระบอก คนร้ายตาย 1 ศพ ถูกจับได้ 1 คน ฝ่ายรัฐผู้ใหญ่บ้านและ ชรบ.เสียชีวิต 4 ศพ บาดเจ็บอีก 4 คน
2 พฤศจิกายน คนร้ายโจมตีระบบไฟฟ้าเมืองนราธิวาส ด้วยระเบิดพร้อมกัน 16 จุด ระเบิด 8 จุด
[แก้] พ.ศ. 2549
1 สิงหาคม เวลาประมาณ 20.20 น. คนร้ายลอบวางเพลิงใน จ.ปัตตานี-นราธิวาส หลายจุดพร้อมกัน วางระเบิด ทำลายทรัพย์สินและเผายางรถยนต์ แต่ไม่มีรายงานผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต[26]
31 สิงหาคม เวลา 11.20 น. เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดธนาคาร 22 จุดทั่ว จ.ยะลา มีผู้เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 30 คน[27]
4 กันยายน มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,400 คนในเหตุการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2547[28]
16 กันยายน เกิดเหตุระเบิดในเวลาไล่เลี่ยกัน 4 จุด กลางเมืองหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน บาดเจ็บมากกว่า 50 คน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศกว่า 1,000 คน
ที่พักผ่อนอยู่ในโรงแรม ซึ่งตั้งอยู่ในแนวที่เกิดเหตุระเบิดมากกว่า 10 แห่ง ต่างพากันหลบหนีออกจากโรงแรม จนทำให้เกิดความโกลาหล[29]
21 กันยายน คนร้ายใช้อาวุธปืนระดมยิงใส่ชาวบ้านจนได้รับบาดเจ็บ 1 รายและเสียชีวิต 1 ราย[30]
23 กันยายน ตำรวจ 4 นาย ได้รับบาดจากระเบิดที่คนร้ายฝังไว้ที่จุดจอดรถ[31]
25 กันยายน คนร้ายประมาณ 30 คน ก่อเหตุโจมตีสถานีตำรวจที่ จ.ยะลา ทำให้ตำรวจเสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 1 นาย[32]
28 กันยายน หน่วยปกป้องครูชายแดนภาคใต้ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ถูกคนร้ายใช้ระเบิดซุ่มโจมตี ทำให้ทหาร 5 นายได้รับบาดเจ็บ ทหารนายหนึ่งได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ[33]
27 ตุลาคม คนร้ายยิงพนักงานเก็บค่าไฟของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.ยะลา อาการสาหัส[34]
28 ตุลาคม คนร้ายลงมือก่อเหตุยิง ชาวบ้านขณะกำลังออกไปกรีดยาง เสียชีวิต 1 ราย ที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี[35]
2 พฤศจิกายน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น พร้อมคณะรัฐบาล กล่าวขอโทษต่อชาวมุสลิมกรณี "กรือเซะ-ตากใบ" ที่มีความเห็นว่ารัฐบาลที่ผ่านมาทำเกินกว่าเหตุ[36]
3 พฤศจิกายน คนร้ายดักยิงรถบรรทุกนักเรียนบนถนนสาย 410 ยะลา–เบตง บ้านพงยือไร หมู่ที่ 1 ต.บันนังสาเร็ง อ.เมือง จ.ยะลา คนขับรถบาดเจ็บสาหัส ในเวลาไล่เลี่ยกัน คนร้ายก่อเหตุยิงลูกจ้าง 3

คนของ กอ.สสส.จชต ที่บริเวณริมถนนสาย 410 ยะลา–เบตง หมู่ที่ 5 บ้านบันนังสาเร็ง อ.เมือง จ.ยะลา บาดเจ็บสาหัส[37]
3 พฤศจิกายน คนร้ายประมาณ 5 คน พร้อมอาวุธปืนสงครามครบมือ ถล่มยิงชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่ปฏิบัติหน้าที่ รปภ.โรงเรียนคีรีบูรณ์วัฒนา ม.5 ต.ยะต๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา ไม่มีผู้

ได้รับบาดเจ็บ[38]
4 พฤศจิกายน คนร้ายใช้อาวุธปืนอาก้ายิง รองนายกฯ อบต.บาโงสะโต เสียชีวิต[39]
4 พฤศจิกายน เกิดเหตุลอบวางเพลิงโรงเรียนอีก 3 จุด ในพื้นที่ อ.บันนังสตา คือ โรงเรียนบ้านเตาปูน ม.3 ต.บันนังสตา โรงเรียนบ้านบางลาง ม.3 ต.บาเจาะ และโรงเรียนบ้านสาคู ม.4 ต.บาเจาะ[40]
5 พฤศจิกายน คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงชาวบ้าน อ.บันนังสตา เสียชีวิต 1 ราย[41]
5 พฤศจิกายน ชาวบ้านใน ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา กว่า 200 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็กและผู้หญิง รวมตัวเพื่อเรียกร้องให้ถอนกำลัง ตำรวจ ตชด.ที่ดูแลความปลอดภัยให้กับโรงเรียนบ้านบาเจาะ ออกจากพื้นที่ และได้ปิดถนนเส้นทางเข้าหมู่บ้าน สาเหตุมาจากมีราษฎรถูกยิงเสียชีวิต ทำให้ชาวบ้านเข้าใจว่าเป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่[42]
5 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่ยอมรับข้อเสนอย้ายฐานปฏิบัติการ ตชด.ออกจากพื้นที่ ทำให้ชาวบ้านพอใจและสลายการชุมนุม หลังการเจรจาเสร็จสิ้นในช่วงค่ำ เจ้าหน้าที่ทหารถูกลอบวางระเบิดเสียชีวิตทันที 2 นาย ระหว่างทางกลับจากหมู่บ้าน บริเวณถนนยะลา-เบตง ต.บันนังสาเรง อ.เมือง[43]
7 พฤศจิกายน คนร้ายลอบเผาโรงเรียนบ้านตะบิงติงงีสามัคคี บ้านบาลอบาตะ หมู่ที่ 13 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา[44]
9 พฤศจิกายน คนร้าย 2 คน ก่อเหตุยิงผู้รับเหมาก่อสร้าง บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านดอนรัก หมู่ 2 บ้านดอนรัก ต.ดอนรัก จ.ปัตตานี เสียชีวิตคาที่[45]
9 พฤศจิกายน คนร้ายลอบวางระเบิดหน้าอู่ซ่อมรถ เลขที่ 83/1 ม.7 ต.บาโงสะโต อ.ระแงะ แต่โชคดีที่ระเบิดไม่ทำงาน[46]
9 พฤศจิกายน โชว์รูมรถยนต์ถูกลอบวางระเบิดพร้อมกัน 8 แห่ง ที่ อ.เมืองยะลา[47]
10 พฤศจิกายน คนร้ายขับรถตามประกบยิงชาวบ้านขณะกำลังขับรถจักรยานยนต์สามล้อพ่วงบนถนนหน้าโรงเรียนบ้านกระโด ม.1 ต.กระโด อ.ยะรัง จ.ปัตตานี[48]
10 พฤศจิกายน กลุ่มคนร้ายปาระเบิดและตามด้วยใช้อาวุธสงครามยิงถล่มฐานปฏิบัติการทหารชุด ฉก.11 ที่ยะลา[49]
11 พฤศจิกายน คนร้าย 2 คน ขับจักรยานยนต์ประกบยิงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านโคกสะตอ ต.โคกสะตอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เสียชีวิต[50]
11 พฤศจิกายน คนร้าย 2 คน ขับจักรยานยนต์ประกบยิงชาวบ้านปัตตานีหน้ามัสยิดอูแตกอแล ม.3 ต.เตราะบอน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เสียชีวิต[51]
11 พฤศจิกายน คนร้ายกว่า 10 รายบุกโจมตีฐานปฏิบัติการตชด.33 อ.ยะหา จ.ยะลา เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 2 นาย[52]
12 พฤศจิกายน คนร้าย 2 คนบุกเข้าบ้านพักพ่อค้ารับซื้อไม้ยาง จ.ยะลา แล้วชักปืนพกสั้นประกบยิงจนเสียชีวิต[53]
13 พฤศจิกายน คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่พ่อ-แม่-ลูกชาวยะลาได้รับบาดเจ็บ บริเวณบนถนนสาย 410 ยะลา-เบตง หน้าสถานีอนามัย บ้านแหร ม.1 ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา[54]
13 พฤศจิกายน คนร้ายก่อเหตุยิงอุซตาชโรงเรียนปอเนาะใน ต.บาลอ อ.รามัน จ.ยะลา เสียชีวิตคาที่[55]
17 พฤศจิกายน เกิดเหตุระเบิด 2 ครั้งในเวลาไล่เลี่ยกัน หน้าร้านน้ำชาบริเวณปากซอยประชานิมิตร ถนนระแงะมรรคา ใกล้ตลาดบางนาค ในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 19 ราย และเสียชีวิต 1 ราย[56]
17 พฤศจิกายน คนร้ายใช้ จยย.ประกบยิงพ่อค้าขายไอศกรีมวอลล์วัย 52 ปีระหว่างทางเข้าหมู่บ้านที่ยะลา เสียชีวิตคาที่[57]
17 พฤศจิกายน คนร้ายจำนวน 6 คน สวมชุดดาวะห์ เข้าปล้นอาวุธปืนลูกซองจำนวน 1 กระบอก ของชุด ชรบ. ในบ้านเลขที่ 118 หมู่ 5 ต.กระโด อ.ยะรัง จ.ปัตตานี[58]
18 พฤศจิกายน คนร้ายก่อเหตุยิงนายนำ ศรีพลอย อายุ 73 ปีที่ออกไปเลี้ยงวัวกลางทุ่งใกล้บ้าน เสียชีวิตแล้วเผาศพจนไหม้เกรียมทิ้งไว้ก่อนหลบหนี[59]
18 พฤศจิกายน คนร้ายลอบยิงตำรวจ ตชด. กก.ที่ 44 ค่ายพยาลิไท อ.เมืองยะลา ระหว่างเดินทางกลับบ้านเพียงลำพัง อาการสาหัส[60]
18 พฤศจิกายน เกิดเหตุระเบิดที่บริเวณร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ไม่มีชื่อ หมู่ที่ 1 ต.ธารโต จ.ยะลา[61]
19 พฤศจิกายน คนร้ายจำนวน 2 คน ใช้อาวุธปืนยิงใส่ชาวบ้านจำนวน 4 นัด ก่อนที่จะใช้ของมีคมฟันเข้าบริเวณลำคอ ส่งผลให้เสียชีวิตในทันที[62]
20 พฤศจิกายน เกิดเหตุระเบิดบริเวณตลาดสดใกล้โรงแรมเกนติ้ง เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ได้รับบาดเจ็บสาหัส 18 ราย[63]
21 พฤศจิกายน ชาวบ้าน ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา จำนวน 3 หมู่บ้าน กว่า 200 คน ชุมนุมเรียกร้องให้ถอนกำลังทหารพราน และ ตชด.ออกจากพื้นที่[64]
22 พฤศจิกายน กลุ่มคนร้าย 7 คน จุดไฟเผาห้องเรียนในพื้นที่ ต.บาเจาะ และ ต.บันนังสตา ต่อหน้าต่อตาครูและเด็ก[65]
23 พฤศจิกายน รัฐบาลกำหนดพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ[66]
23 พฤศจิกายน คนร้ายลอบวางเพลิง โรงอาหาร ร.ร.บ้านตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส[67]
23 พฤศจิกายน คนร้ายลอบวางเพลิงเผาอาคารเรียนโรงเรียนบ้านดอนนา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี[68]
23 พฤศจิกายน กลุ่มคนร้ายลักพาตัวเจ้าหน้าที่ ตจด. 3 นายจากฐานปฏิบัติการในหมู่บ้านสันติ 1 และหมู่บ้านสันติ 2 ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา จ.ยะลา[69]
23 พฤศจิกายน คนร้ายลอบยิงลูกจ้างชั่วคราวชลประทานเขื่อน จ.ปัตตานี เสียชีวิต[70]
23 พฤศจิกายน คนร้ายใช้อาวุธปืนอาก้าดักซุ่มยิงใส่ชาวบ้าน ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เสียชีวิต[71]
23 พฤศจิกายน คนร้ายขับรถจักรยานยนต์ตามประกบยิงครูโรงเรียนบ้านดอนรัก อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เสียชีวิต[72]
24 พฤศจิกายน คนร้ายลอบเผาอาคารเรียนอนุบาล ร.ร.บ่อทอง อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เสียหายทั้งหลัง[73]
24 พฤศจิกายน คนร้าย 2 คน ขับรถจักรยานยนต์ตามประกบยิง ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านบางเก่า หมู่ 2 ต.บางเก่า อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เสียชีวิต ส่งผลให้โรงเรียนในอำเภอหนองจิก กว่า 40 โรง ปิดการเรียนการสอน[74]
24 พฤศจิกายน เกิดเหตุระเบิดร้านขายของชำกลางตลาดอำเภอยะหา จ.ยะลา มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 คน[75]
24 พฤศจิกายน คนร้ายก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลนครยะลา ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์มาที่บริเวณปากทางเข้า มสธ.ยะลา ได้รับบาดเจ็บสาหัส[76]
[แก้] พ.ศ. 2550

18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 ในช่วงค่ำรวมเกิดเหตุระเบิดจังหวัดยะลา 15 ครั้ง จังหวัดปัตตานี 2 ครั้ง จังหวัดนราธิวาส 8 ครั้ง จังหวัดสงขลา 2 ครั้ง วางเพลิงจังหวัดปัตตานี 12 ครั้ง จังหวัดนราธิวาส 6 ครั้ง จังหวัดสงขลา 2 ครั้ง จังหวัดยะลา 1 ครั้ง ลอบยิงจังหวัดปัตตานี 1 ครั้ง จังหวัดนราธิวาส 1 ครั้ง จังหวัดสงขลา 1 ครั้ง เสียชีวิต 6 ราย บาดเจ็บสาหัส 4 ราย บาดเจ็บ 62 ราย[77]
21 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 นายชุมพล อังกุลาภินันท์ และ นายจริย สุคตะ ถูกคนร้ายใช้อาวุธมีดฆ่าสังหารเหตุเกิดที่ เขตเทศบาลเมืองพัทลุงจังหวัดพัทลุง[78]
17 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 เกิดเหตุระเบิดที่จังหวัดยะลา ด.ต.สุบิน พฤทธิ์มงคล[79]เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 4 ราย ผู้สื่อข่าวบาดเจ็บ 4 คน ชาวบ้านและตำรวจได้รับบาดเจ็บ 11

คน[80]
26 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 เกิดเหตุระเบิดบริเวณสี่แยกธนวิถี2 เขตเทศบาลนครยะลา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 15 คน บาดเจ็บสาหัส 5 คน ต่อมา เสียชีวิต 2 คน[81]
4 ธันวาคม พ.ศ. 2550 คนร้ายซุกระเบิดในรถจักรยานยนต์หน้าร้านข้าวต้มน้องเฟิร์น อ.เมือง จ.ปัตตานี ก่อนจุดชนวนระเบิดมีผู้เสียชีวิต 6 ราย บาดเจ็บสาหัส 25 ราย[82]
Wiki letter w.svg ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยวิกิพีเดียไทยได้โดยการเพิ่มเติมข้อมูลในส่วนนี้
[แก้] พ.ศ. 2551

2 สิงหาคม พ.ศ. 2551 เกิดระเบิดพร้อมกันสองจุดในอำเภอหาดใหญ่และห้าจุดในเขตเทศบาลนครสงขลาอำเภอเมืองสงขลาจังหวัดสงขลา แบ่งเป็น 3 จุดที่เซเว่น อีเลฟเว่น 1จุด บนทางหลวงแผ่น

ดินหมายเลข 4และ1จุด บนถนนราษฎร์อุทิศหน้าร้านอาหารและเสาไฟฟ้าอย่างละจุด [83]
21 สิงหาคม พ.ศ. 2551 เหตุการณ์คาร์บอมบ์ที่เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลกจังหวัดนราธิวาส ส่งผลให้ นายชาลี บุญสวัสดิ์ ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ[84]
4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 คนร้ายวางระเบิดคาร์บอมบ์ และจักรยานยนต์บอมบ์ 2 จุดหน้าที่ว่าการ อ.สุคิริน ขณะมีการประชุมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านทำให้มีผู้ ได้รับบาดเจ็บ 71 รายในนี้มีบาดเจ็บสาหัส 20 ราย เสียชีวิต 1 ราย[85]
10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 บ้านซาไก หมู่ 3 ตำบลบ้านแหร อำเภอธารโต จังหวัดยะลา คนร้ายก่อเหตุยิง นายมาหะมะ โซ๊ะซาตู ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ตำบลบ้านแหร คนร้ายบุกยิง รถยนต์ทหาร ส่งผลให้ อาสาสมัครทหารพราน วิชาญ ศักดิ์สุวรรณ เสียชีวิต มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 6 ราย บ้านจำปากอ หมู่ 1 ต.กาเยาะมาตี อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส คนร้ายก่อเหตุยิงรถยนต์ของ นายรามัน วาแมดีซ และ นางอานา วายะ บาดเจ็บสาหัส[86]
5 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ตลาดดุซงญอ ตำบลดุซงญอ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส คนร้ายก่อเหตุวางระเบิดร้านของชำ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย ได้แก่ 1.นายดอเลาะฮาเร็ม ตาบู อายุ 49 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ้านดุซงญอ 2.นายอารง คาน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ้านดุซงญอ อ.จะแนะ 3.นายอดุลย์ แวอุเซ็ง ครู โรงเรียนสวนพญาวิทยา อ.จะแนะ 4.นายเลอศักดิ์ ชีวะโรจน์ พี่ชายเจ้าของร้านชำ และ 5.นายชุมพล กาญวิโรจน์ มีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 10 ราย ชาวบ้าน 2 รายได้แก่ น.ส.วิลาวัณย์ สติกรกูล เจ้าของร้านชำ และ นายรอฮิม กาพอ ผู้ช่วยผู้ใหญ่หมู่ 1 บ้านดุซงญอ อ.จะแนะ เด็ก 1 รายได้แก่ ด.ช.สารีฟ มะรอดิง[87]
27 ธันวาคม พ.ศ. 2551 คนร้ายก่อเหตุวางระเบิดส่งผลให้ ส.อ.อนุชิต ฐานโสภา และ พลทหารศราวุธ แก้วเกตุ ได้รับบาดเจ็บสาหัส และก่อเหตุวางเพลิงอบต.สะนอ และ อบต.วัด ต.วัด รวมถึงรถยนต์ของนางอัมพิกา แซ่เล่า และ นางเพ็ญศรี ศรีระสาร วางเพลิงรถดับเพลิงของ อบต.เขาตูม ในเวลาไล่เลี่ยกันคนร้ายยิงปืนและปาระเบิดเข้าไปในบ้าน ของนายนวม ส่งผลให้ทรัพย์สินเสียหาย[88]
Wiki letter w.svg ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยวิกิพีเดียไทยได้โดยการเพิ่มเติมข้อมูลในส่วนนี้
[แก้] พ.ศ. 2552

26 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 ถนนสายเอเชีย หน้าที่ว่าการอำเภอป่าบอนคน ร้ายใช้ปืนยิงนายสถาพร ชนะสิทธิ์ นายกเทศบาลตำบลเขาหัวช้าง พัทลุง นายวิเชียร เสนเรือง รองนายก และเพื่อนรวมเสียชีวิต

5 ราย และบาดเจ็บสาหัส 2 รายที่ จังหวัดพัทลุง[89]
17 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 คนร้ายใช้ปืนยิงพ่อค้าขายอาหาร นายอาเซม สาแม เสียชีวิต 1 รายที่ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส[90]
14 สิงหาคม พ.ศ. 2552 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา คนร้ายก่อเหตุยิง นายศุภชัย จิตรารุวิชญ์ เสียชีวิต และได้ขโมยทรัพย์สินในรถยนต์ไป[91]
16 กันยายน พ.ศ. 2552 อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาสเกิด เหตุคนร้ายบุกยิงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.2 บ้านสุเป๊ะ นายมะรอซี สาเระ เสียชีวิต ส่วนนายรอยาลี สาเม๊าะ สมาชิก อบต.โคกสะตอ ได้รับบาด

เจ็บ [92]
6 ตุลาคม พ.ศ. 2552 เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลกจังหวัดนราธิวาสเกิด เหตุการณ์คาร์บอมบ์มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ส.ต.ท.วัชรพงษ์ อำไพฤทธิ์ ผบ.หมู่ ป.สภ.สุไหงปาดี นางปรียานุช โชติไพบูลย์พันธุ์ นายนา

แซ แวยูโซะ และบาดเจ็บ 39 คน[93]
10 ตุลาคม พ.ศ. 2552 บ้านบึงน้ำใส หมู่ 4 ตำบลตะโล๊ะหะลอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา คนร้ายบุกยิง นายยากี น้อยทับทิม และ นายอันวา พุดารอ เสียชีวิต ทั้งสองคนเป็น เจ้าหน้าที่ชุดรักษาความ

ปลอดภัยหมู่บ้าน[94]
22 ตุลาคม พ.ศ. 2552 โจรใต้ใช้อาวุธปืนอาก้า ดักซุ่มยิงสายข่าวทหาร นายยาการียา ดอเลาะ และชาวบ้าน นายอาหะมะสะปี สะมะ เสียชีวิต 2 คน ที่ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส[95]
25 ตุลาคม พ.ศ. 2552 คนร้ายซุ่มยิง อาสาสมัครทหารพรานธานินทร์ สุวรรณกูฎ เสียชีวิต[96]
14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 คนร้ายซุ่มยิง นายมะยีดิง ดือราแม ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 บ้านปูตะ และ นายแวดือราแม มะสะ เสียชีวิต [97]
9 ธันวาคม พ.ศ. 2552 เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่บริเวณศาลาริมแม่น้ำปัตตานี ถนนเลียบแม่น้ำ เขต เทศบาลนครยะลามี ผู้ได้รับบาดเจ็บ 13คน เสียชิวิตสิงราย คือ ส.ต.ท.พรชัย ภูศรี ผบ.หมู่กลุ่มงานเก็บกู้ฯ

กก.ตชด.44 และ สอ.วีรวุฒิ หมุนลี สังกัดกองพันสรรพาวุธที่ 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 ชุดทำลายวัตถุระเบิด ฉก.นโณทัย ที่ 11[98]
Wiki letter w.svg ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยวิกิพีเดียไทยได้โดยการเพิ่มเติมข้อมูลในส่วนนี้
[แก้] พ.ศ. 2553

1 เมษายน พ.ศ. 2553 บริเวณเชิงเขาบูโด บ้านบาดง หมู่6 ตำบลบาเจาะ อำเภอบาเจาะ เกิดเหตุคนร้ายใช้ปืนเอ็ม16 ยิงใส่ชาวบ้าน ส่งผลให้ชาวบ้าน บ้านโคกตีเต ตำบลบางปอ อำเภอเมืองนราธิวาสเสีย

ชีวิต 6 รายได้แก่ นายดำรงค์ ทองจินดา นายสุคนธ์ แก้วสำอาง นายธนู เซ่งสีแดง นายนิติพงษ์ เซ่งสีแดง นายสมัย เซ่งสีแดง และ นายกำพล พรายแก้ว สุนัข 2 ตัว และหมูป่า 1 ตัว เสียชีวิต คนร้ายได้

ก่อเหตุขโมยปืนของผู้เสียชีวิตไปด้วย 2 กระบอก [99]
8 เมษายน พ.ศ. 2553 อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุงคนร้ายบุกยิง นายสุนีย์ ฤทธิ์ตรีเนียม อายุ 54 ปี ส.จ. เขต 2 อ.เขาชัยสน เสียชีวิต[100]
21 เมษายน พ.ศ. 2553 คนร้ายก่อเหตุปาระเบิดชนิดเอ็ม 67 เข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจขณะเคารพธงชาติ ส่งผลให้ ดต.สมพงษ์ คงดำ ผบ.หมู่ ตร.ภ.จว.ปัตตานี เสียชีวิต พ.ต.ต.หญิงกูมัณฑนา เบญจมานะ

บาดเจ็บสาหัส และตำรวจบาดเจ็บ 47 ราย และคนร้ายก่อเหตุระเบิดรถยนต์ขึ้นบริเวณหน้าร้านขายยาอ่าวไทย ฟามาซีตั้งอยู่ข้างสภ.เมืองปัตตานี มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 21 ราย สาหัส 2 ราย คือ นางวาสนา

พงษ์พิริยะกุล และ นายอาซู อาบู
[101]

8 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 หมู่ 2 ต.ธารโต อำเภอธารโตนายวิชิต ดวงเต็ม บาดเจ็บสาหัสจากการเหยียบทุ่นระเบิดในสวนยางซึ่งคนร้ายนำมาวางไว้[102]
29 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 หมู่ 2 ต.ธารโต อำเภอธารโต นายอานนท์ สกุลทอง บาดเจ็บสาหัสจากการเหยียบทุ่นระเบิดในสวนยางซึ่งคนร้ายนำมาวางไว้[103]
14 มิถุนายน พ.ศ. 2553 เกิดเหตุระเบิดที่บริเวณตู้น้ำมันหยอดเหรียญตลาดนัดบ้านนิคม อำเภอเทพาจังหวัดสงขลาเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 9 คน ส่ง โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ [104]
16 มิถุนายน พ.ศ. 2553 เกิดเหตุการณ์คนร้ายโยนระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่บริเวณสะพานพระพุทธ บ้านบ่อเตย[105] อำเภอเทพาจังหวัดสงขลาส่งผลให้ ส.ต.ท.นเรศ แก้วศรีคำ เสียชีวิต และมี

ตำรวจได้รับบาดเจ็บอีกสองนาย[106]
6 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 ท้องที่บ้านซาไก หมู่ 3 ต.บ้านแหร อ.ธารโต นายจั่ว แซ่ย่าง เสียชีวิตจากการเหยียบทุ่นระเบิดในสวนยางซึ่งคนร้ายนำมาวางไว้[107]
16 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 ท้องที่บ้านผ่านศึก หมู่ 2 ต.คีรีเขต นางแดง มณีโชติ และ ส.ต.ท.พิภพ ศรีกันยา เสียชีวิตจากการเหยียบทุ่นระเบิดในสวนยางซึ่งคนร้ายนำมาวางไว้[108]
19 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 พื้นที่บ้านผ่านศึก หมู่ 2 ต.คีรีเขต อ.ธารโต ด.ต.นิยม สุวรรณมณี ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.ธารโต บาดเจ็บสาหัสจากการเหยียบทุ่นระเบิดในสวนยางซึ่งคน

ร้ายนำมาวางไว้ [109]
7 กันยายน พ.ศ. 2553 หน้าร้านอาหารอาบิสโภชนา ริมถนนสายนราธิวาส-ตันหยงมัส บ้านแกแม ม.4 ต.ตันหยงมัสคนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธปืนสั้นยิง นายวิลาศ คงขำ ครู โรงเรียนบ้านมะนังกาหยี ต.มะ

นังตายอ และนางคมขำ เพชรพรม ครู โรงเรียนบ้านทุ่งโต๊ะดัง ต.มะนังตายอ เสียชีวิต[110]
7 กันยายน คนร้ายก่อเหตุวางทุ่นระเบิดส่งผลให้ นายดำ ไตรรัตน์ บาดเจ็บสาหัสเนื่องจากเหยียบทุ่นระเบิด[111]
19 กันยายน อำเภอบาเจาะคนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธปืนเอ็ม 16ยิง นายชื่น คงเพ็ชร์ นางห้อง คงเพ็ชร์ นายเจริญศิลป์ บุญทอง นางสมศรี บุญทอง(คงเพ็ชร์) เสียชีวิต รวมทั้งเผาบ้านของผู้เสียชีวิตทั้ง 3

หลัง[112]
19 พฤศจิกายน คนร้ายไม่ทราบจำนวน บุกยิง มัสยิดดารุลอิสลาม บ้านปูโป หมู่ 3 ตำบลสามัคคี จังหวัดนราธิวาส ส่งผลให้ อาสาสมัครทหารพรานมะรอนิง เประเปะ เสียชีวิต[113]
20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 อำเภอกรงปีนังจังหวัดยะลาคนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธปืนสั้นยิง ชาวบ้านเสียชีวิต 1 ราย คือ นายสุชาติ โพธิ์ทอง เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 ราย คือ อส.ทพ.สมเกียรติ หนูสีแก้ว และ

ได้ก่อเหตุยิงรถยนต์จนมีชาวบ้านบาดเจ็บ 5 ราย ในวันเดียวกัน [114]
14 ธันวาคม เกิดเหตุชาวบ้านถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต 2 ราย ริมถนนในหมู่บ้านเจาะไอร้อง หมู่ 1 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง คือ นายอับดุลเลาะห์ มะเย็ง นางเจ๊ะแย รอนิง[115]
18 ธันวาคม เขตเทศบาลนครยะลา เกิดเหตุทหารถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต 2 ราย คือ พลทหารซันสุดี มะแซ และ สอ..สุริยะ ชัยยัณห์ ส่วน พระสวาท เขมวิโณได้รับบาดเจ็บ [116]
21 ธันวาคม อำเภอเบตงเกิดเหตุชาวบ้านถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต 2 รายคือ นายเฉลิมฤทธิ์ นันต๊ะฤทธิ์ และ นายนะวัชชา สิริธัชกุล[117]
25 ธันวาคม อำเภอระแงะจังหวัดนราธิวาสเกิด เหตุทหารถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต 2 ราย คืออส.ทพ.สุรพล เพชรแท้ อส.ทพ.ปรีชา จันทเนตร และขโมยปืนเจ้าหน้าที่ 2 กระบอก ชาวบ้านบาดเจ็บสาหัส 2

ราย คือ
นางรอกีเยาะ หะยีมะแซ และ นางซากรู ซอฮามะถูกยิงที่แขน[118]

25 ธันวาคม อำเภอระแงะจังหวัดนราธิวาส คนร้ายบุกยิงบ้านของครอบครัว สือแม ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บสาหัส 3 รายคือ นายเปาซี สือแม นางนูรีฮัน สือแม และด.ญ.นีซมี สือแม[119]
29 ธันวาคม อำเภอบาเจาะจังหวัดนราธิวาส คนร้ายก่อเหตุคาร์บอมบ์ส่งผลให้พนักงานหมวดการทางบาดเจ็บสาหัส 3ราย นายอดุลย์ ดือราแม นายอาแว มะ นายมะซับรี ละเล็ง ชาวบ้านบาดเจ็บ 1 ราย

คือ นายสะตอปา มูนา [120]
Wiki letter w.svg ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยวิกิพีเดียไทยได้โดยการเพิ่มเติมข้อมูลในส่วนนี้
[แก้] พ.ศ. 2554

1 มกราคม คนร้ายลอบวางวัตถุต้องสงสัยตรงข้ามร้านขายผักในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเข้าทำการตรวจสอบ คนร้ายที่แฝงตัวอยู่ในพื้นที่ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิด เป็นเหตุให้

ดต.กิตติ มิ่งสุข และ จ.ส.ต.กฤษฏา ทองโอ ผบ.หมู่จราจรอ.สุไหงปาตี เสียชีวิต -บาดเจ็บอีก 9 ราย[121]
3 มกราคม คนร้ายใช้ลูกระเบิดขว้างใส่ป้อมจุดตรวจมะนังดาลำ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี และใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงเข้าป้อมจุดตรวจ แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ[122]
3 มกราคม คนร้ายลอบวางระเบิด และยิงถล่มซ้ำเจ้าหน้าที่ทหารดักสังกัด ร้อย ร.15114 ฉก.นราธิวาส 31 บนถนนสายเจาะไอร้อง-ป่าไผ่ ขณะขี่รถจักรยานยนต์ออกจากฐาน เพื่อเดินทางไปปฏิบัติ

หน้าที่ รปภ.สถานีรถไฟเจาะไอร้อง ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 3 นาย[123]
5 มกราคม คนร้ายใช้รถยนต์ขนอาวุธปืนสงครามกราดยิงรถยนต์ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งมีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านโดยสารมาด้วย ขณะขับรถกลับประชุม ณ ที่ว่าการอำเภอระแงะ ทำให้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 4

ราย[124]
7 มกราคม อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาสคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง นายสิงห์ชัย สาและ ผู้ใหญ่บ้านตันหยงลิมอ เสียชีวิต[125]
8 มกราคม เทศบาลนครยะลา คนร้ายก่อเหตุยิง อาสาสมัครทหารพราน สุทธิพร กันสุริ เสียชีวิต และ อาสาสมัครทหารพราน เอกพล อินทนุพัฒน์บาดเจ็บสาหัส[126]
9 มกราคม อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาสคนร้ายใช้อาวุธยิงนายมะยุ ยะโก๊ะ และนายบาหะดี ดามิ เสียชีวิต 2 ราย[127]
10 มกราคม อำเภอสุไหงปาตี จังหวัดนราธิวาส อาสาสมัครทหารพรานหะมัดมารูวาน อาแวถูกคนร้ายลอบยิงเสียชีวิต[128]
11 มกราคม คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงส.ท.ศักดา พรรณาอดีตนักคาราเต้โดทีมชาติไทย เสียชีวิต[129]
15 มกราคม อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาสคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงนายมาโนช ชฎารัตน์ เสียชีวิต[130]
16 มกราคม อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาสคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงนายมะรอซี เจ๊ะแป เสียชีวิต[131]
19 มกราคม คนร้ายราว 40 คนบุกถล่มฐานทหารที่จังหวัดนราธิวาส ส่งผลให้ทหารเสียชีวิต 4 รายได้แก่ ร.อ.กฤช คัมภีรญาณ ผู้บังคับกองร้อยทหารราบที่ 15121 2. ส.อ.เทวรัตน์ เทวา 3. พลทหาร

ประวิทย์ ชูกลิ่น และ 4.ส.อ.อับดุลเลาะ ดะหยี บาดเจ็บ 13 ราย ปืนถูกปล้น 50 กระบอก กระสุนอีก 5000 นัด [132]
7 กุมภาพันธ์ อำเภอเบตง จังหวัดยะลาคนร้ายลอบวางระเบิด ส่งผลให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บสาหัสสองราย คือ สอ.ธีรเดช มหาอุต และ พลทหาร พงษกร เขื่อนรอบเขต[133]
13 กุมภาพันธ์ ถนน ณ.นคร ข้างธนาคารนครหลวงไทย จังหวัดยะลา คนร้ายก่อเหตุคาร์บอมรถยนต์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 18 ราย เพลิงไหม้ร้านค้า 12 หลัง[134]
21 กุมภาพันธ์ เทศบาลนครยะลา คนร้ายก่อเหตุคาร์บอมจักยานยนต์ ส่งผลให้ น.ส.สุธาสินี บัวขวัญ พนักงานขายห้างซุปเปอร์ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ เสียชีวิต มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 17ราย รถเจ้าหน้าที่ทาง

หลวงและรถจักรยานยนต์ชาวบ้าน เสียหาย รวมถึงอาคารร้านค้าบริเวณใกล้เคียงก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน[135]
22 กุมภาพันธ์ จังหวัดสตูล คนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธปืนสั้นยิง นายอภิชาต หลงตา จนถึงแก่ชีวิต [136]
15 มีนาคม อำเภอรือเสาะจังหวัดนราธิวาสคนร้ายก่อเหตุยิงร้านน้ำชามีผู้เสียชีวิตสองรายได้แก่อส.อารมณ์ โยธาทิพย์ อส.ประจำที่ว่าการอำเภอรือเสาะ และ นายพบ ทองแก้ว [137]
22 มีนาคม คนร้ายก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ทหารและขโมยปืนเอ็ม16 ไปจำนวน 2 กระบอก ที่อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส จนเป็นเหตุให้ ส.อ.ชเนรินทร์ กันทะ และ พลทหารนเรศ เพชรรัตน์ เสีย

ชีวิต[138]
25 มีนาคมอำเภอรามัน จังหวัดยะลา คนร้ายก่อเหตุยิงชดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน นายซาฟูวัน สะมะแอ เสียชีวิต[139]
1 เมษายน อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาสคนร้ายก่อเหตุยิง นายอับดุลวาฮับ สะบูดิง ผอ.โรงเรียนประทีปวิทยา เสียชีวิต[140]
2 เมษายน คนร้ายก่อเหตุคาร์บอมรถจักรยานยนต์ที่ ตลาดนัดนิคมเทพา อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ 21 ราย
5 เมษายน อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานีคนร้ายก่อเหตุยิง นายอำนวย คงทอง ขณะซื้อของที่ตลาดนัดบ้านคลองขุด[141]
7 เมษายน จังหวัดปัตตานี คนร้ายก่อเหตุยิง นายวิเชษฐ์ บุญชัย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย สำนักงานทหารผ่านศึกปัตตานี เสียชีวิต ในขณะที่คนร้ายนายอับดุลรอแม เจะแว ถูกยิงเสียชีวิตเช่น

กัน[142]
8 เมษายน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุงคนร้ายก่อเหตุยิง นายสุนีย์ ฤทธิ์ตรีเนียม ส.จ. เขต 2 อ.เขาชัยสน เสียชีวิต [143]อำเภอมายอจังหวัดปัตตานีนายศรัทธา มะเด็ง ที่ปรึกษาของนายก อบต.มายอ

ถูกยิงเสียชีวิต[144]
18 เมษายน เขตเทศบาลนครยะลาเกิดเหตุการ์คาร์บอมบ์จนเป็นเหตุให้ทหารพรานเสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บ 20 คน [145]
21 เมษายน พล.ต.อัคร ทิพโรจน์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้ประกาศใช้ พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2547 ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และพระราชกำหนดการบริหาร

ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ได้แก่จังหวัด นราธิวาส ยะลา และปัตตานี[146]
3 พฤษภาคม คนร้ายลอบวางระเบิดที่ร้านน้ำชาอำเภอบันนังสตาส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บสาหัส 2 ราย[147]
7 พฤษภาคม ริมสนามฟุตบอลหมู่บ้าน ม. 5 บ้านคอกวัว ต.ปล่องหอย อำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี คนร้ายลอบวางระเบิดระหว่างการแข่งขันฟุตบอล ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 4 ราย ส.ต.อ.​อา​ริ​ด

หวั่น​ละ​เบะ ส.ต.ต.สามารถ โสะห​สัน​สะ ส.ต.อ.เกรียงศักดิ์ ธนูรักษ์ และ ส.ต.อ.​ณรงค์​ฤทธิ์ สุวรรณศรี เสียชีวิต มีผู้บาดเจ็บ 10 ราย [148]
12 พฤษภาคม คนร้ายยิง พ.ต.เศวต เศวตโสธร สัสดีอำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง เสียชีวิต[149]
16 พฤษภาคม คนร้ายลอบวางระเบิดที่อำเภอยะหาส่งผลให้ พระสงฆ์ มรณภาพสองรูป และวัดสวนแก้วจังหวัดยะลา กลายเป็นวัดร้าง เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 3 คน[150]
20 พฤษภาคม หลังมีชาวบ้านมาแจ้งว่ามีคนร้ายเข้ามาในพื้นที่จังหวัดยะลา, อำเภอธารโต เจ้าหน้าที่ได้นำหน่วยรบทหารพรานไปล้อมแล้วเกิดการยิงกัน คนร้ายเสียชีวิตหมด 4คน หนึ่งในนั้นคือนาย

มะแอ อภิบาลแบ, แกนนำหลักในพื้นที่ มีค่าหัวอยู่ 2,000,000บาท มี่คดีรวมแล้วทั้งหมด 28คดี รวมถึงการลอบสังหารพ.ต.อ. สมเพียร เอกสมญา เมื่อปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ยึดปืน AK-47 มา

สองกระบอก แล้ว.38มาอีกกระบอกนึง ส่วนในจังหวัดนราธิวาส ได้มีการระเบิดทำให้คนได้รับบาดเจ็บ9คน [151] [152]
24 พฤษภาคม อำเภอยะหา จังหวัดยะลาคนร้ายก่อเหตุยิง นายมูฮัดหมัดกูไซ สตาปอ เสียชีวิต[153]
25 พฤษภาคม เกิดเหตุรถยนต์ทหารถูกวางระเบิดมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 รายที่ อำเภอกรงปินังจังหวัดยะลา[154]พลทหารชูชาติ แก้ววงษ์หิว ถูกคนร้ายซุ่มยิงเสียชีวิต
27 พฤษภาคม อำเภอสายบุรีจังหวัดปัตตานี คนร้ายก่อเหตุยิงนายวรรณพจน์ จินดารัตน์ ขณะขับรถจนเสียชีวิตมีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บสาหัวสองคนคือนายนภสินธุ์ ฝอยทอง และด.ต.เจ๊ะเล๊าะ ยะ

โกะ[155]
30 พฤษภาคม เกิดเหตุระเบิดถนนทางรถไฟ ริมทางรถไฟยะลาเขตเทศบาลนครยะลา มีทหารได้รับบาดเจ็บ 5 ราย ชาวบ้าน 2 ราย[156]
31 พฤษภาคม เกิดเหตุคนร้ายวางระเบิดพลาดบริเวณคอสะพาน บ้านบาลูกา หมู่ 7 ต.สามัคคี อำเภอรือเสาะส่งผลให้ นายอาบัส อาบู และ นายซอราฮูดีน ดอเลาะ คนร้ายผู้ก่อเหตุเสียชีวิต[157]คนร้าย

ที่ขับจักรยนต์ได้รับบาดเจ็บ
1 มิถุนายน นายรังสี สุภัทสรชาวบ้านถูกระเบิดได้รับบาดเจ็บระหว่างเดินทางไปกรีดยางพารา ใน อำเภอกาบังต่อมา นายอัสมัน เฮาะมะสะเอ๊ะ ปลัดอำเภอกาบังจังหวัด ยะลาได้เดินทางไปตรวจ

เหตุการณ์ชาวบ้านเหยียบกับระเบิดจนได้รับบาดเจ็บ ทันทีที่เดินทางไปถึงปรากฏว่าได้มีเหตุระเบิดขึ้นอีกครั้งเป็นเหตุให้ เสียชีวิตภายหลังถูกระเบิด รวมถึงผู้ติดตาม นายอุสมาน เจ๊ะนิ อาสาสมัคร

เสียชีวิตในที่เกิดเหตุเช่นเดียวกัน และผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย[158]หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ระเบิดได้รับบาดเจ็บจากระเบิดอีก 1 ราย รวมทั้งหมด 6 ราย
5 มิถุนายน เกิดเหตุ รถตักดินประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำที่อำเภอเมืองยะลา ส่งผลให้ เด็กชายศราวุธ จันทร์สุก เสียชีวิต มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย [159]เหตุการณ์อยู่ระหว่างสอบสวนว่าเป็นการวางแผน

ของคนร้ายหรือไม่
7 มิถุนายน คนร้ายใช้เครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79ยิงบริเวณ ที่ว่าการอำเภอโคกโพธิ์ 2ครั้ง มีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เจ้าหน้าที่ 1 ราย [160]
8 มิถุนายน คนร้ายบุกยิงเจ้าของร้านชำ ส่งผลให้ นายสมพงษ์ แซ่อู๋ย นายณรงค์ บรรจงคชาธาร เสียชีวิต และเกิดเหตุระเบิด 3 ครั้งใน อำเภอเจาะไอร้องมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 5 คน ส่วนที่อำเภอ

สุไหงปาดี คนร้ายบุกยิงชาวบ้านขณะขับขี่รถยนต์ส่งผลให้ นายมณฑล สมาธิทับดี เสียชีวิต นางบุญศรี ทองคำบาดเจ็บสาหัส[161]
9 มิถุนายน อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา คนร้ายก่อเหตุยิงรถยนต์ของ นายมุสตาฟา ยามูดิง เจ้าหน้าที่อาสามัครรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านอำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลาส่งผลให้ นายมุสตาฟา ยามูดิง

เสียชีวิต นายรุสดี ดามูซอเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลาบาดเจ็บสาหัส[162]
10 มิถุนายน อำเภอยะหา จังหวัดยะลา นายกาเดร์ วอกา ถูกคนร้าย 2 คนใช้อาวุธปืนสั้นยิงเสียชีวิตขณะเดินทางกลับบ้าน[163]
12 มิถุนายน บนถนนสายยะหา-บ้านเนียง หมู่ 1 บ้านยะลา ต.ยะลา อ.เมือง จ.ยะลา คนร้ายใช้อาวุธปืนสั้นยิง นายมะกอเซ็ง ปานิ เสียชีวิต และที่ ตำบลบาโงยซิแน อำเภอยะหา จังหวัดยะลาคนร้ายใช้

อาวุธปืนสั้นยิง นายอิสมาแอ เจ๊ะมะ และ นายสะมารูดิง ซาเมาะ เสียชีวิต [164]ทั้งหมดกำลังออกมาจากตลาดสามแยกบ้านเนียง เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้าน
13 มิถุนายน เขตเทศบาลนครยะลาคนร้ายก่อเหตุยิง นายบือราเฮง เปาะมะ ชาวบ้านถึงแก่ชีวิตอำเภอเมืองยะลาคนร้ายก่อเหตุยิง นายอาแซ ยามู ชาวบ้านถึงแก่ชีวิตอำเภอยะรังคนร้ายก่อเหตุยิง นาย

มะกอเซ็ง บาเน็ง ชาวบ้านถึงแก่ชีวิต อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี นายนิแอ กาโบ๊ะ นางซาลีมะฮ์ วาเซะ ได้รับบาดเจ็บสาหัส[165]
14 มิถุนายน อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เกิดเหตุคนร้ายยิง นายสุดิน มามะ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ต.ปุโละปูโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และ ที่อำเภอยะรังคน้รายก่อเหตุยิง ด.ต.ธโน ชินนา สังกัดกก.

ตชด.43 อ.นาทวี จ.สงขลา ได้รับบาดเจ็บสาหัส[166]
16 มิถุนายน ตำบลตันหยงดาลอ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม 16ยิง ทหารเสียชีวิต 4 นาย ได้แก่ 1.สิบเอกกิตติพงษ์ สิงหา 2.สิบเอกพิชิต คำรัต 3.พลทหารคมสัน วงกลม

และ 4. พลทหารวีวัฒน์ จันทราเทพ และขโมยปืนของทหารไปด้วย จำนวน 5 กระบอก[167]
16 มิถุนายน เขตเทศบาลนครยะลา คนร้ายลอบวางระเบิดหน้าโรงเรียนนิบงชนูปถัมภ์ กลางเมืองยะลาส่งผลให้ ด.ต.ยืนยง ดุลยเสรี บาดเจ็บสาหัส นายมาหะมะไดเดน กาสง เจ้าหน้าที่ของ สนง.

แขวงการทางยะลา และภริยาได้รับบาดเจ็บ [168]
17 มิถุนายน ตำบลชัยบุรี อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง นายสาคร ชูเพชร ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิต[169]
18 มิถุนายน เรือนจำกลางนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส นักโทษก่อเหตุทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ 20 นายและอาสาสมัคร 5 นาย จนได้รับบาดเจ็บสาหัส 11 นาย แบ่งเปนเจ้าหน้าที่ตำรวจ 9 นาย อาสาสมัคร

2 นาย ทั้งหมดต้องนำส่งโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ เนื่องจากไม่พอใจการเข้าตรวจของเจ้าหน้าที่ซึ่งพบยาเสพติดในเรือนจำ และมีเจ้าหน้าที่ทหารพรานหญิง เจ้าหน้าที่ผู้คุมขังนักโทษหญิง

อย่างละ คน ถูกจับเป็นตัวประกันในเหตุกาณ์ครั้งนี้ [170]
19 มิถุนายน จังหวัดสงขลา คนร้ายจำนวน 5 คนก่อเหตุปล้นทรัพย์และทำร้าย นายภานุ สุราตโกได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย[171]หนึ่งในคนร้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม 16
20 มิถุนายน เขตเทศบาลนครยะลา คนร้ายก่อเหตุยิง นายโสภณ สองแก้ว กำนันตำบลยุโป เสียชีวิต[172]จังหวัดปัตตานีคนร้ายก่อเหตุยิง นายยูโซ๊ะ หะยีตาเยะ เสียชีวิต[173]
22 มิถุนายน อำเภอรามัน จังหวัดยะลา คนร้ายก่อเหตุยิงนายบือราเฮง สะดีแม อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และเป็นชุดรักษาความสงบหมู่บ้าน[174]
24 มิถุนายน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาสคน ร้ายก่อเหตุระเบิด ในพื้นที่ 3 จุด จนเป็นเหตุให้ นายเที่ยง ชำนาญพงศ์ และ นายวิติ๋ม ศิริ คนงานชลประทาน เสียชีวิต ตำรวจบาดเจ็บ 13 นาย [175]
28 มิถุนายน อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส อส.ทพ.นูรดิง มะทา ถูกคนร้ายซุ่มยิงเสียชีวิต[176]
29 มิถุนายน อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาสนายอาหมัด ดือเร๊ะถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานีนายสมจิตร แก้วคงดี ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต[177]