PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันอังคารที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2560

จบที่ศาล รธน.

จบที่ศาล รธน.

ศึกครั้งนี้เห็นทีจะต้องสู้กันถึง ฎีกา
กรณีสมาชิก สนช.ลากตั้งเสียง ข้างมากมีมติเห็นชอบให้เซ็ตซีโร่คณะกรรมการ กกต.พ้นจากตำแหน่งทั้ง 5 คน
แล้วให้สรรหา กกต.ชุดใหม่ จำนวน 7 คน ภายใน 60 วัน นับตั้งแต่ พ.ร.บ. กกต.ฉบับใหม่ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ
แต่บังเอิญ 5 เสือ กกต.ไม่ใช่หมูกลัวปังตอ ไม่ยอมเป็นเหยื่อโดนเชือด ล้างบาง
ทางเดียวที่ 5 เสือ กกต.จะรอดจากการโดนเซ็ตซีโร่คือต้องพึ่งศาลรัฐธรรมนูญ
“แม่ลูกจันทร์” รับประกันซ่อมฟรีว่าประธาน กกต.และ กกต.อีก 4 คน จึงต้องยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด 2 ประเด็น
1, กกต.ทั้ง 5 คน ผ่านการสรรหามาอย่างถูกต้อง และได้ปฏิบัติหน้าที่มาแล้วครึ่งเทอม แต่อยู่ดีๆ สนช.ลากตั้งจะออกกฎหมายย้อนหลังให้ กกต.ทั้ง 5 คน ต้องพ้นจากตำแหน่งยกทีม
การออกกฎหมายให้เป็นโทษย้อนหลังจึงผิดหลักนิติธรรม
2, การเซ็ตซีโร่ กรรมการ กกต.เพียงองค์กรเดียวในขณะที่กรรมการองค์กรอิสระอื่นๆ สามารถอยู่ต่อจนครบวาระได้อย่างสบายแฮ
ถือเป็นการกำหนดกติกาที่ไม่เป็นธรรมกับ กกต.
“แม่ลูกจันทร์” สรุปว่าสงครามเซ็ตซีโร่ ระหว่าง สนช.กับ กกต.ต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ
กรณีนี้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ได้ 2 ทาง
ถ้าศาลรัฐธรรมนูญ เห็นว่าการเซ็ตซีโร่ กกต. 5 คน เป็นอำนาจของ สนช.
5 เสือ กกต.ก็เสร็จค่อล่อซ่อตามกติกา
แต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าข้อโต้แย้งของ กกต.มีน้ำหนักฟังขึ้น ศาลรัฐธรรมนูญอาจวินิจฉัยให้ กกต.ทั้ง 5 คน อยู่ต่อไปจนครบเทอม
ถ้าหวยออกประตูนี้ 5 เสือ กกต.ก็รอดจากการเซ็ตซีโร่ไปได้อย่างสบายอุรา
ปัญหาจึงต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญสถานเดียว
“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าปัญหาคุณสมบัติ กรรมการองค์กรอิสระที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในรัฐธรรมนูญฉบับซื่อแป๋มีชัยเซียนเหยียบหิมะไร้รอย นอกจากส่งผลเป็นจระเข้ฟาดหางทำให้ 5 เสือ กกต.ต้องกระเด็นตกเก้าอี้ยกทีม
ยังส่งแรงสั่นสะเทือนระดับ 6.5 ริกเตอร์ ไปถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช.อย่างเต็มเปา
ทำให้กรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบัน 6 คน จากที่มีอยู่ 9 คน อาจ...เข้าข่ายขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ
ตัวอย่างเช่น พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.มีแนวโน้มขาดคุณสมบัติ เนื่องจากพ้นจากตำแหน่งการเมืองไม่ถึง 10 ปี
นายวิทยา อาคมพิทักษ์ กรรมการ ป.ป.ช.มีแนวโน้มขาดคุณสมบัติ เนื่องจากเคยดำรงตำแหน่งกรรมการองค์กรอิสระแห่งอื่นมาก่อน
พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง กรรมการ ป.ป.ช.ก็มีแนวโน้มขาดคุณสมบัติ เนื่องจากเป็นอธิบดี หรือหัวหน้าส่วนราชการไม่ถึง 5 ปี
ดังนั้น ถ้าจะเซ็ตซีโร่ กกต. 5 คน แต่ไม่เซ็ตซีโร่ ป.ป.ช. 9คน ก็จะถูกติฉินนินทาว่าเลือกที่รักมักที่ชัง
กลายเป็นงูกินหางตัวเอง.

โจทย์ภายในยากกว่า

โจทย์ภายในยากกว่า

เมื่อ “เปรี้ยว-น้องเปรี้ยว-อีเปรี้ยว” กลายเป็นปรากฏการณ์
ประจาน “ไทยแลนด์โอนลี” เมืองไทยแห่งเดียวที่ “ฆาตกรโหดฆ่าหั่นศพ” กลายเป็น “เน็ตไอดอล” โด่งดังราวกับเป็นคนสำคัญระดับประเทศ
เหตุเกิดในสังคมไทยยุคสื่อโซเชียลมีเดียทรงอิทธิพล
“หลักการ” ถูกกระแสคลื่นแห่งอารมณ์เสพสื่ออย่างฉาบฉวยพัดล้มจนแทบไม่เหลือ
ผิด ชอบ ชั่ว ดี มาทีหลังเรื่องของความเด่นดัง
เอาเป็นว่า ปรากฏการณ์ “เปรี้ยว” ได้รับความสนใจจากสังคมมากกว่าการรับรู้ความเป็นไปในบ้านเมือง โดยเฉพาะข่าวการเมืองที่วนซ้ำไปซ้ำมากับเรื่องของความขัดแย้ง
ล่าสุดถึงคิวขัดลำกันเองของทีมงานแม่น้ำ 5 สาย
กับกรณีที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติไม่ให้ กกต.ชุดปัจจุบันทั้ง 5 คน อยู่ในตำแหน่งจนครบวาระนำไปสู่วาทกรรม “เซ็ตซีโร่” กกต.
สร้างความไม่พอใจให้กับ 5 เสือ โดยเฉพาะรายของนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. คนดังที่ตั้ง “4 คำถาม” ย้อนศรกันแบบแสบๆคันๆ
นั่นไม่เท่ากับเสียงทักดักคอดังๆจากฝั่งนักการเมืองที่คัดค้าน ต่อต้านยุทธการเซ็ตซีโร่ กกต.ที่ส่อล้มกระดานฝ่ายจัดการเลือกตั้ง
เป็นมุกเลื่อนเลือกตั้งแบบไม่เนียน
เซียนการเมืองช่วยกันแห่กระแส ระแวงเกมลากยาวของรัฐบาลทหาร
ทุกอย่างถูกผูกเงื่อนไว้กับสถานการณ์เลือกตั้ง
ไฟต์บังคับตามสัญชาตญาณของนักการเมืองอาชีพที่โหยหาเวทีสภา อยากหวนคืนสนาม หลังจากตกงานมา 3 ปีจนเข้าสู่ปีที่ 4 ทนอดอยากปากแห้งต่อไปไม่ไหวแล้ว
ตามแนวโน้มสถานการณ์แบบเนียนๆที่โคตรเซียนยี่ห้อประชาธิปัตย์ใช้ฉากการหวนคืนถ้ำของทีมงาน กปปส. จัดอีเวนต์โชว์สื่อในห้องกาแฟของพรรค
กระตุกกระแสกองเชียร์ให้กลับมาคึกคักแต่หัววัน
ทั้งๆที่ คสช.ยังไม่ได้ปลดล็อกกฎเหล็กห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรมแต่อย่างใด
ที่แสบกว่านั้นก็คือการแท็กทีมแตะมือกับพรรคเพื่อไทยเปิดยุทธการเบิ้ล บลัฟ วิพากษ์วิจารณ์ผลงานของรัฐบาลในรอบ 3 ปี
ประชาธิปัตย์เป็นค่ายเดียวที่ตีกินกระแสได้แทบทุกช็อต
และก็เหมือนเพิ่งตั้งหลักได้ ตามจังหวะที่รัฐบาล คสช. เริ่มปฏิบัติการแถลงโชว์ผลงานครบรอบ 3 ปี ผ่านรายการเดินหน้าประเทศไทยทางสถานีโทรทัศน์
เน้นไปที่การแก้ปัญหาธงแดงไอเคโอ สางปมปัญหามาตรฐานการบินพลเรือน
ตามรูปการณ์ช็อตต่อไปก็คงจะเป็นเรื่องการแก้ไขปัญหาสินค้าประมงจากปมการค้ามนุษย์ที่โดนแบนจากต่างประเทศ สามารถปลดล็อกจากระดับเทียร์ 3 กลับมาสู่เทียร์ 2 ได้สำเร็จ
2 ช็อตสำคัญที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นโบแดงของรัฐบาลอำนาจพิเศษ
คสช.ต้องเฟ้นเนื้องานที่จับต้องได้ แก้เหลี่ยมเกมประจานกันลอยๆแบบนักการเมือง
ตามท้องเรื่องมาถึงจุดนี้ ดูท่าแรงเสียดทานภายในจากการทุบทำลายความเชื่อมั่นกันเอง ของขบวนการร่วมด้วยช่วยกันเขย่ารัฐบาลทหาร คสช. เร่งเกมเลือกตั้ง
จะกลายเป็นโจทย์ที่เคลียร์ยากกว่าแรงเสียดทานนอกประเทศ
ในสถานการณ์หัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญทางเศรษฐกิจ
ล่าสุดที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กัปตันทีมเศรษฐกิจ ขนคณะใหญ่บินไปโรดโชว์เมกะโปรเจกต์ที่ประเทศญี่ปุ่น เชิญให้มาร่วมลงทุนที่เมืองไทย
อีกด้านก็มีโปรแกรมที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. เตรียมเหินฟ้าไปเยือนสหรัฐอเมริกาในเดือนกรกฎาคม ตามคำเชิญของประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์”
สหรัฐฯ ญี่ปุ่น รวมถึงจีน ขาใหญ่โลกที่รัฐบาล คสช.ต้องเหนื่อยในการประคองดุลอำนาจ
และถึงที่สุดเลย เมื่อเจรจาผลประโยชน์ร่วมกันลงตัวก็จบโดยดี
แต่ที่ไม่จบก็คือการเมืองไทยที่ไร้ซึ่งคำว่า “สปิริต” เพื่อชาติ.
ทีมข่าวการเมือง

วันจันทร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2560

4 คำถามการบ้านคนไทย “ระเบิด” วงจรอุบาทว์ : ด่านเลือกตั้งสกัดเชื้อชั่ว

4 คำถามการบ้านคนไทย “ระเบิด” วงจรอุบาทว์ : ด่านเลือกตั้งสกัดเชื้อชั่ว

ฝนต้นฤดูมาเร็วและหนาแน่น หลายพื้นที่ของประเทศไทยตกอยู่ในภาวะน้ำเจิ่งนอง
โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครต้องเจอกับภาวะน้ำขังรอการระบาย ท่วมถนนหลักหลายสาย การจราจรเป็นอัมพาต ฉากเดิมๆที่คุ้นตา ปัญหาเก่าๆที่ซ้ำซากแก้ไม่ตก
ฟ้าฝนทำบรรยากาศอึมครึมตลอดทั้งสัปดาห์
ล้อไปกับสถานการณ์ทางการเมืองที่ขมุกขมัว กับปรากฏการณ์นัวเนียระหว่างรัฐบาลทหาร คสช.กับนักการเมืองอาชีพที่เปิดยุทธการชิงเหลี่ยมมวลชน
แย่งกระแสความชอบธรรม
ตามจังหวะที่ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.เปิดยุทธศาสตร์กระตุกอารมณ์สังคมอย่างแรง ด้วยการโยน 4 คำถามถึงประชาชน
1.ท่านคิดว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไป จะได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลหรือไม่
2.หากไม่ได้จะทำอย่างไร
3.การเลือกตั้งเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของประชาธิปไตย แต่การเลือกตั้งอย่างเดียวที่ไม่คำนึงถึงอนาคตของประเทศและเรื่องอื่นๆ เช่น ประเทศชาติจะมียุทธศาสตร์และการปฏิรูปหรือไม่นั้น ถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง
และ 4.ท่านคิดว่ากลุ่มนักการเมืองที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในทุกกรณี ควรจะมีโอกาสเข้ามาสู่การเลือกตั้งอีกหรือไม่ หากเข้ามาได้อีกเกิดปัญหาอีก แล้วจะให้ใครแก้ไข และแก้ไขด้วยวิธีอะไร
โดย พล.อ.ประยุทธ์ขอให้ประชาชนทั่วไปส่งคำตอบและความคิดเห็นมาทางศูนย์ดำรงธรรมในทุกจังหวัด แล้วให้กระทรวงมหาดไทยรวบรวมส่งไปที่นายกรัฐมนตรี
เจอมุกนี้เล่นเอางงไปตามๆกัน
จับทางไม่ถูก “นายกฯลุงตู่” จะมาไม้ไหน
กับอารมณ์ของผู้นำเผด็จการทหารกล้าเปิดกว้างรับฟังความเห็นโดยตรงจากประชาชน
แต่เบื้องต้นเลย มองตามเหลี่ยมการเมืองก็ถือเป็นยุทธการ “แก้ลำ”
ตามจังหวะที่รัฐบาลทหาร คสช.โดนนักการเมืองทุกป้อมค่าย ทั้งประชาธิปัตย์ เพื่อไทย ชาติไทยพัฒนา ดาหน้ากันออกมาวิพากษ์วิจารณ์ผลงานครบรอบ 3 ปี
ไม่มีอะไรจับต้องได้เป็นชิ้นเป็นอัน
ปฏิรูปไม่คืบหน้า ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ ชาวบ้าน เดือดร้อนภาวะปากท้อง
โดยรูปการณ์กระแสสังคมคล้อยตามเสียงนักการเมือง ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องเลื่อนการแถลงผลงานครบรอบ 3 ปีรัฐบาล คสช.ออกไปเป็นเดือนกันยายนแทน
ตามเหลี่ยมกระแสถือว่า รัฐบาล คสช.เพลี่ยงพล้ำ
ซึ่งจาก 4 คำถามของ พล.อ.ประยุทธ์โยนทุ่นออกมา มันก็ชัดเจนว่า จงใจตั้งโจทย์ตอกย้ำพฤติกรรมนักการเมืองคือตัวปัญหา ต้นตอของวิกฤติอำนาจประเทศไทย
ทำให้บ้านเมืองติดหล่มไม่พัฒนาไปไหน
กระตุ้นเตือนความจำชาวบ้าน จะเอานักการเมืองตัวปัญหาแบบเดิมๆต่อไปหรือ
แต่นั่นก็ตรงกันข้ามกับนักการเมืองทุกป้อมค่ายที่ประสานเสียงโวยวาย โห่ฮาดักทางมุกของ พล.อ.ประยุทธ์ แค่ปล่อย 4 คำถาม โยนหินถามทางนำร่อง
เพราะต้องการยื้อเลือกตั้ง ต่อท่อลากยาวอำนาจ
ซึ่งก็ค่อนข้างตรงกับนักวิชาการ นักวิเคราะห์การเมืองที่มองไปในมุมใกล้เคียงกัน
เพราะอ่านตามจังหวะที่ผู้นำ คสช.ขยับโยนมุก “ถามตรง” ประชาชนออกมา ในช่วงสถานการณ์คาบเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมข้อมูลดิบในกระบวนการปรองดอง เข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายในการจัดทำสัญญาประชาคม เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งตามโรดแม็ป
ตามแนวโน้มแบบที่ “บิ๊กแดง” พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะประธานการประชุมกลุ่มย่อยรับฟังความคิดเห็นในระดับพื้นที่ จังหวัดในเขตภาคกลางและภาคตะวันออก พูดชัดเป็นเชิงว่า ถ้าทุกคนยังติดนโยบายพรรค ยึดติดระบบการเมืองที่นำไปสู่ความไม่ราบรื่นของการบริหารราชการแผ่นดิน
มันก็จะไม่ได้ข้อยุติสักที
โดยรูปการณ์ที่ประเมินได้ กระแสเลือกตั้งยังไม่เป็นไปอย่างที่ทหาร คสช.ตั้งใจไว้
หัวขบวนอย่าง “นายกฯลุงตู่” เลยต้องกระตุกเตือนความจำ ย้ำปมปัญหาของนักการเมืองกันอีกรอบ
เรื่องของเรื่อง ตามเหลี่ยมชิงกระแสนั่นก็ว่ากันไป
แต่ในมุมเชิงเหตุเชิงผล ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า 4
คำถามของ พล.อ.ประยุทธ์ มันก็คือปรากฏการณ์จริง
สะท้อนเกมอำนาจประเทศไทยที่สลับฉากกันระหว่างนักการเมืองกับทหาร
ปมเหตุการเมืองวิกฤติมาตลอดนับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ.2475 กว่า 85 ปีที่วนเวียนอยู่ใน “วงจรอุบาทว์” เลือกตั้ง ปฏิวัติ ร่างรัฐธรรมนูญ ฉีกรัฐธรรมนูญ
ถึงตรงนี้ก็ 20 ฉบับไปแล้ว เมืองไทยใช้รัฐธรรมนูญเปลืองที่สุดในโลก
มันจึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลและตรงสถานการณ์ กับการที่ผู้นำรัฐบาลอำนาจพิเศษอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ ยิงคำถามตรงถึงประชาชนเจ้าของประเทศ
เพื่อให้มีส่วนร่วมกับการออกความคิดเห็นว่าด้วยทิศทางการเมืองไทย
ในห้วงหัวเลี้ยวหัวต่อการปฏิรูปใหญ่เปลี่ยนผ่านประเทศ
ประกอบกับท่าทีรัฐบาล คสช.เองก็มีการยกระดับให้เป็น “วาระแห่งชาติ”
ตามฉาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้จัดประชุมมอบนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศในการดำเนินงานเกี่ยวกับคำถาม 4 ข้อของรัฐบาล
โดยย้ำแนวทางในการใช้ช่องทางที่แน่นอน คือการให้ข้อมูลจากประชาชนที่เดินทางเข้ามาศูนย์ดำรงธรรมโดยตรง และจะกระจายการใช้ศูนย์ดำรงธรรมให้มากที่สุด ทั้งศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด อำเภอ และตำบล เพื่อที่ประชาชนจะได้สะดวกในการเดินทาง
ยึดหลักการปฏิบัติในการตอบคำถาม
1.ต้องยืนยันตัวตนของผู้ตอบคำถามได้ โดยการรับรองต้องทำตามระเบียบสารบัญของศูนย์ดำรงธรรม คือจดเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก และหากมีประชาชนไปยื่นคำตอบให้ศูนย์ดำรงธรรมรีบบันทึก และรับรองให้ด่วน ห้ามปฏิเสธ
2.เจ้าหน้าที่ไม่ต้องตีความคำถามหรืออธิบายศัพท์ในคำถาม
3.ไม่ต้องถามเพิ่ม ใครตอบอย่างไรให้จดมาอย่างนั้น ไม่ชี้นำ ไม่ตีความ
ป้องกันความผิดเพี้ยนของข้อมูล
เรื่องของเรื่อง เบื้องต้นถือเป็นการแสดงความตั้งใจจริงของรัฐบาลในกระบวนการประมวลคำตอบที่ได้
ให้เป็นเสียงสะท้อนจากประชาชนอย่างแท้จริง
เพราะตามรูปการณ์ที่หนีไม่พ้นโดนตั้งแง่ ทั้งกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองท้องถิ่น ล้วนเป็นเครื่องมือของรัฐบาล
สถานการณ์ง่ายต่อการจัดแต่งข้อมูลให้เข้าทางผู้ถืออำนาจ
ตามฟอร์มของข้าราชการ ผู้ใต้บังคับบัญชาที่เน้นชงข้อมูลเฉพาะด้านดีเอาใจนาย
อย่างไรก็ตาม เมื่อรัฐบาลได้แสดงให้เห็นถึงกระบวนการได้มาซึ่งความคิดเห็นที่แท้จริงของประชาชนแล้ว แนวโน้มอีกด้านหนึ่งก็ควรเป็นหน้าที่ของประชาชนคนไทยจะต้องช่วยกันสะท้อนความคิดเห็น
ในเชิงที่เป็นเหตุเป็นผลส่งถึงนายกรัฐมนตรี
ถือเป็นแบบฝึกหัดประชาธิปไตยยากขึ้นอีกขั้น ที่คนไทยจะได้ลงมือทำในทางปฏิบัติ
และทั้งหมดทั้งปวงเลย คำตอบจาก 4 คำถามที่ได้จะเป็นข้อมูลสำคัญในการนำไปพิจารณาแนวทางการเข้าสู่อำนาจทางการเมืองในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
เป็น “ด่านเลือกตั้ง” สกัดเชื้อชั่ว
ปิดทางพวกขี้ฉ้อ เปิดทางนักการเมืองน้ำดีเข้ามาบริหารประเทศด้วยธรรมาภิบาล
และนั่นก็เท่ากับปิดทางทหารไม่มีข้ออ้างมาทำปฏิวัติรัฐประหาร
เป็นการ “ระเบิด” วงจรอุบาทว์
ฉุดประเทศออกจากวิกฤติการเมืองซ้ำซาก.
“ทีมการเมือง”

วันศุกร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ร้าวโยงจาก 'แผนใหญ่

อนุมานได้เหมือนกันว่า 4 คำถามที่ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เสนอกลางฟลอร์บ้านเมือง ไม่ต่างจากที่ระบุ การเปลี่ยนแปลงในบ้านเมือง ต้อง “ระเบิดจากภายใน”
คิวนี้ท่านผู้นำเลยจุดชนวนบอมบ์นำร่องเอง
และสรุปความแล้ว 4 คำถาม ก็อยู่ในประเด็นสำคัญที่ต้องปลุกกระแสชาวบ้าน ทั้งเรื่อง “ธรรมาภิบาล” คำว่า “ยุทธศาสตร์ชาติ ปฏิรูปประเทศ” คำถามถึงกลุ่มการเมืองที่มี “พฤติกรรมไม่เหมาะสมในทุกกรณี”
ตรงนี้ชัดจากที่นำร่องปูทางมา บึมใส่นักการเมือง
นั่นก็ว่ากันไปกับคิวเปิดช่องรับฟังความเห็นเจ้าของประเทศในฐานะเสียงสวรรค์
หากต้องการระเบิดจากภายใน ต้องจุดบอมบ์ความคิดอ่านของผู้คน
แต่ที่บอมบ์ย่อมๆภายในเหมือนกัน ก็น่าจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์ ที่เพิ่งเสร็จบทตบจูบๆ กันไปล่าสุด ระหว่างบิ๊กๆสายหนุน “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ปักหลักเก้าอี้หัวหน้าพรรค กับนักการเมืองติดยี่ห้อแกนนำ กปปส. ตีตราแบรนด์ “ลุงกำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ” ในท่วงท่าต้องการ “ยึด”
รูปการณ์ก็เห็นอย่างที่เป็นข่าว จูบปากหวานชื่น กลับมารวมเป็นเนื้อเดียวกัน
ถ้าไม่บังเอิญที่มีลูกคั่น จังหวะหวานๆสะดุด มีดไพล่หลังเชือดเฉือนกันเผ็ดร้อน
ถอดรหัสคำพูดร้อนๆของนายวิทยา แก้วภราดัย บิ๊ก กปปส.เอ่ยถึงสังกัดที่คัมแบ็ก “โหวตประชามติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ แต่กระสันเลือกตั้ง” ขณะที่ “อภิสิทธิ์” สวน
“ที่กลับมาพรรคก็เพื่อมาลงเลือกตั้ง”
กปปส.ก็กระสันเหมือนกัน อะไรทำนองนี้
แต่ทั้งหมดทั้งปวง ก็อาจเป็นแค่เรื่องหยุมหยิม น้ำจิ้มระหว่างศึก แต่ที่เป็นของจริงก็น่าจะเป็นอย่างที่ทั้งคนใน ทั้ง “พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล” แกนนำรุ่นเดอะ ยังย้ำคำเตือนถึงนายอภิสิทธิ์
ให้ระวัง กปปส.ยึดค่ายโค่นเก้าอี้
หรือล่าสุด คนเคยอยู่ ปชป.อย่างนายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท. ฟันธง ระยะยาว ประชาธิปัตย์เสี่ยงแตกซ้ำรอยคราวกลุ่ม “10 มกราฯ” แย่งชิงเก้าอี้กันในค่าย จนสุดท้ายต้องแยกตัวไปเปิดค่ายใหม่เมื่อหลายสิบปีก่อน
ในห้วงเลี้ยงไข้ วันนี้ ปชป.เสมือน “1 พรรค 2 แนวคิด”
นั่นก็สอดรับกับสถานการณ์จริง นอกเหนือจากที่เห็น ทั้งซุ่มเสียงที่มีลูกทิ่มกันทุกดอก ยังมีกระแสข่าวการเดินหมากขยับเกมของ ปชป.ทั้ง 2 ปีก
ถึงขั้นที่ว่า มีผู้ชี้เป้าล่วงหน้า ค่ายการเมืองแห่งนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป ให้จับตาคิวการเลือกกรรมการบริหารพรรค หากได้เวลาเปิดล็อก อาจได้เห็นรายการอัดฉีด กระทั่งอภินิหารข้อกฎหมาย
และทั้งหมดทั้งปวง ศึกใน ปชป.ยังโยงจากปัจจัยภายนอก
กระเพื่อมตามแผนอำนาจพิเศษ
เรื่องของเรื่องเพราะ “ลุงกำนันสุเทพ” คืออีก 1 ผู้เล่น
ในแผนการทำทีม ในพิมพ์เขียวแผ่นใหญ่ของ “อำนาจพิเศษ” กับคลื่นแรงจัดที่คนการเมืองเริ่มจับสัญญาณได้ถึงสูตรพิเศษ
“ป๋าโมเดล”
กับสูตร 1 พรรคใหญ่ บวกรวมป้อมค่ายขนาดกลางขนาดย่อม
จะใช้ “ขั้วนายใหญ่” ฝ่ายที่ถูกโค่นอำนาจก็เป็นไปได้ยาก ยังไงก็ลงล็อกที่ประชาธิปัตย์อยู่แล้ว
เพียงแต่ติดเงื่อนแง่งที่ “อดีตผู้นำรูปหล่อ” สไตล์ “เด็กดื้อออกซ์ฟอร์ด”
ไม่เข้าสเปกบิ๊กๆท็อปบูต ถึงห้วงสำคัญเสี่ยงคอนโทรลยาก
ดีกรี “ลุงกำนัน” ถึงเข้าแก๊ปรับไม้เดินภารกิจโค่น
ควบคู่ไปกับแผนดีลสำนักเอสเอ็มอีต่างๆ โดยเริ่มมีกระแสข่าว “บิ๊กลายพราง” ขุนทหารเอก คอยเชื่อมต่อ ไปจนกระทั่งดีลเมกเกอร์ระดับ “อ๋องเศรษฐกิจการตลาด” ที่สายสัมพันธ์กว้างขวางทั้งขั้วเก่าใหม่
ชนวนศึก ปชป.ก็โยงจากพิมพ์เขียว “ต่อตั๋ว” อำนาจพิเศษเช่นกัน.
ทีมข่าวการเมือง

บิ๊กตู่ เหน็บ มีพวกอยากมาเป็นนายกฯ อยู่ที่ ปชช.เลือก



บิ๊กตู่ เหน็บ มีพวกอยากมาเป็นนายกฯ อยู่ที่ ปชช.เลือก เปรย ไม่รู้จะเลือกใคร กำลัง ดูตัว หาตัวอยู่ ชี้ ครม.นี้ หาคนมาเป็น รมต.-นายกฯ ยาก ไม่มีใคร อยากมาเป็น/ ยัน ไม่ปรับ บิ๊กฉัตร-"รมว.เกษตรฯ"
พลเอกประยุทธ์ นายกฯ กล่าวตอนหนึ่ง กับชาวนา ในโอกาสวันชาวนา5 มิย. โดยเอ่ย
ถามความเห็นชาวนา เปรย มีแต่คนบอกว่า รมว.เกษตรฯ ไม่มีผลงาน มีมั้ย?
ชาวนา ตอบว่า มี แต่ นายกฯบอกว่า ตอบเบา ทำให้ชาวนา ทั้งห้อง ตะโกนว่ามี 
เมื่อนายกฯถามว่า แล้วต้องปรับ รมว.เกษตรฯ มั้ย ?
ทุกวันนี้ หาตัวรมต.ยาก. ไม่ว่า รมต. หรือ นายกฯไม่มีใครอยากเป็น แต่คนบางพวก อยากจัง อยากมาเป็นนายกฯ ถ้าท่านเลือก เขาก็ได้เป็น ถ้าไม่เลือก ก็ไม่ได้เป็น ผมก็ต้องไปเลือกเหมือนกัน แต่ไม่รู้จะเลือกใคร เหมือนกัน กำลัง ดูตัว หาตัวอยู่

"บิ๊กตู่"ยัน ยังไงก็มีเลือกตั้ง แต่ ยังไม่รู้จะเลือกใคร กำลัง ดูตัว หาตัว(คนเป็นนายกฯ)อยู่



"บิ๊กตู่"ยัน ยังไงก็มีเลือกตั้ง แต่ ยังไม่รู้จะเลือกใคร กำลัง ดูตัว หาตัว(คนเป็นนายกฯ)อยู่
"พลเอกประยุทธ์" ยันยังไง ก็มีการเลือกตั้ง ชี้ 4 คำถามไม่นำไปสู่อะไรทั้งสิ้น /เปรย ไม่รู้จะเลือกใคร กำลัง ดูตัว หาตัวอยู่/ ไม่ตอบ มีเสียงเชียร์เป็น"นายกฯ"คนนอกหลังเลือกตั้ง /เหน็บ มีพวกอยากมาเป็นนายกฯ อยู่ที่ ปชช.เลือก เปรย ไม่รู้จะเลือกใคร กำลัง ดูตัว หาตัวอยู่ ชี้ ครม.นี้ หาคนมาเป็น รมต.-นายกฯ ยาก ไม่มีใคร อยากมาเป็น/ ยัน ไม่ปรับ บิ๊กฉัตร-"รมว.เกษตรฯ"
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.กล่าวในตอนหนึ่ง ของการให้โอวาทเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2560 ถึงการบริหารงานของรัฐบาลว่า
ความมั่นคงคือประเทศชาติมีความสงบเรียบร้อย มีเสถียรภาพ ถึงแม้จะเป็นรัฐบาลที่มาแบบนี้ แต่เมื่อสงบเรียบร้อยดี ทุกอย่างก็สามารถเดินหน้าได้ทั้งหมด แต่ถ้าเป็นประชาธิปไตย ซึ่งอย่างไรมันก็ต้องเป็น และต้องเป็นไปตามโรดแมป
ถามว่าระหว่างนี้ทำไมเราไม่ร่วมมือกันทำให้เกิดความสงบเรียบร้อย มีเสรีภาพ เพราะเสถียรภาพทำให้บ้านเมืองเกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ไม่มีการประท้วง ไม่มีการใช้ความรุนแรงระหว่างกัน
รัฐบาลชุดนี้พยายามทำทุกอย่าง จะเห็นผลงานปรากฏออกมาแต่ทุกคนอาจจะมองไม่เห็น เพราะมัวแต่มองเรื่องของตัวเองว่าทำไมถึงจะมีรายได้มากขึ้น
 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เราต้องมองส่วนรวมและสังคมที่อยู่รอบตัวด้วย ถ้าวันนี้ยังไม่สงบเรียบร้อย ต่างชาติก็จะยังไม่ไว้วางใจ ไม่เชื่อมั่น ผลที่ตามมาคือจะไม่เกิดการลงทุนไม่มีการซื้อข้าวจากไทย ถ้าเรายังปล่อยให้มีการค้ามนุษย์ การใช้แรงงานที่ผิดกฎหมาย การใช้แรงงานเด็กแรงงานผู้หญิงที่ไม่ถูกต้อง ก็จะเป็นอันตรายมากที่สุด ต่อให้เราผลิตข้าวให้ตายก็จะไม่มีคนซื้อ รัฐบาลจึงต้องเร่งแก้ไขปัญหาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแรงงาน ปัญหาค้ามนุษย์ การสร้างความเชื่อมั่นในทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเกษตรกร ถ้าเราไม่ทำอย่างที่พูด ทุกอย่างก็ไปไม่ได้ทั้งหมด
ดังนั้นทุกฝ่ายจะต้องอดทนร่วมมือเดินหน้าไปด้วยกัน ทุกคนจะต้องรวมพลังกันให้ได้ แต่ต้องไม่มากเกินไปเหมือนเช่นปัจจุบัน ที่ไม่รู้ว่ามีกี่กลุ่ม มีประธานกี่คน ถ้าสามารถมารวมกันและพูดกันทีเดียวก็จะมีกลไกในการแก้ปัญหาไม่ว่าจะเป็นรัฐ เอกชนหรือประชารัฐ
 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีให้ประชาชนตอบ4 คำถามว่า ที่ได้ตั้งคำถามไปนั้นก็เพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ ว่าจะทำอย่างไร แต่ยืนยันว่าไม่ใช่เพื่อจะนำไปสู่อะไรทั้งสิ้น
"ยังไงก็มีการเลือกตั้ง เพราะกฎหมายเขียนไว้อยู่แล้ว แต่จะมีอย่างไรก็เรื่องของท่าน เพราะท่านเป็นคนเลือกรัฐบาล ไม่ได้เกี่ยวกับผมเลย"
พลเอกประยุทธ์ นายกฯ กล่าวตอนหนึ่ง กับชาวนา โดยถามความเห็นชาวนา ว่า มีแต่คนบอกว่า พลเอกฉัตรชัย รมว.เกษตรฯ ไม่มีผลงาน พวกเราคิดว่ามีผลงานมั้ย?
ชาวนา ตอบว่า มี แต่ นายกฯบอกว่า ตอบเบา ทำให้ชาวนา ทั้งห้อง ตะโกนว่ามี
เมื่อนายกฯถามว่า แล้วต้องปรับ รมว.เกษตรฯ มั้ย ?
ทุกวันนี้ หาตัวรมต.ยาก. ไม่ว่า รมต. หรือ นายกฯไม่มีใครอยากเป็น แต่คนบางพวก อยากจัง อยากมาเป็นนายกฯ ถ้าท่านเลือก เขาก็ได้เป็น ถ้าไม่เลือก ก็ไม่ได้เป็น ผมก็ต้องไปเลือกเหมือนกัน แต่ไม่รู้จะเลือกใคร เหมือนกัน กำลัง ดูตัว หาตัวอยู่
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังคงปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “วันนี้วันชาวนาไทย หากมีอะไรให้ถามกับรัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์”
ผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วจะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนได้เมื่อไหร่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบ แต่โพสต์ท่าให้สื่อมวลชนได้ถ่ายภาพ เนื่องจากได้ใช้ ผ้าขาวม้าคล้องคอและสะพายย่ามของชาวนา ที่มอบให้
 ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้มีแรงเชียร์ค่อนข้างมากให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีหลังเลือกตั้งอีกครั้ง .พล.อ.ประยุทธ์ ก้าวเดินไปสักครู่ก่อนตอบเพียงสั้นๆว่า "มันมายังไงวะ"
นักข่าว ตอบว่า เสียงเชียร์ จากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิการ กปปส. นายกฯ ฟัง แต่ไม่ตอบ เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า ไปเลย
ทั้งนี้ นับตั้งวันที่ 30 พฤษภาคม ถือเป็นวันที่ 4 แล้วที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้งดการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

เสียงเชียร์ให้เป็นนายกฯคนนอก หลังเลือกตั้ง ..

เสียงเชียร์ให้เป็นนายกฯคนนอก หลังเลือกตั้ง ..
บิ๊กตู่ ปัดตอบ ...แต่ถาม"เสียงมาจากไหน" พอนักข่าว บอกว่า"ลุงกำนัน"นายกฯไม่ตอบ เดินขึ้นตึกไปเลย
พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯและ หัวหน้า คสช. ยังคงปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “วันนี้วันชาวนาไทย หากมีอะไรให้ถามกับรัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์”
ผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วจะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนได้เมื่อไหร่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบ แต่โพสต์ท่าให้สื่อมวลชนได้ถ่ายภาพ เนื่องจากได้ใช้ ผ้าขาวม้าคล้องคอและสะพายย่ามของชาวนา ที่มอบให้� �
 ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้มีแรงเชียร์ค่อนข้างมากให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีหลังเลือกตั้งอีกครั้ง .พล.อ.ประยุทธ์ ก้าวเดินไปสักครู่ก่อนตอบเพียงสั้นๆว่า "มันมายังไงวะ"
นักข่าว ตอบว่า เสียงเชียร์ จากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิการ กปปส. นายกฯ ฟัง แต่ไม่ตอบ เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า ไปเลย

"บิ๊กตู่"ยอมรับ ยังมี"คนชั่ว"คนทุจริต อยู่ แม้ประกาศไปแล้ว แต่ยังเล็ดรอด



"บิ๊กตู่"ยอมรับ ยังมี"คนชั่ว"คนทุจริต อยู่ แม้ประกาศไปแล้ว แต่ยังเล็ดรอด /ยัน รัฐบาลนี้ ไม่ได้ทำให้คนจน ลง มากขึ้น เผยตัวเลขคนรายได้ต่ำกว่าปีละ 1 แสนบาท 14 ล้านคน /ลั่น ผมจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่ผมอยู่ และต้องช่วยกัน เมื่อรัฐบาลเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยนตาม ไปด้วยกัน อย่าใครนำใคร
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบรางวัล ชาวนาดีเด่น เนื่องในวันชาวนาไทย 5 มืย. และได้กล่าวในตอนหนึ่งว่า 3 ปีที่ผ่านมา เราใช้เงินไปมากพอสมควรในการแก้ปัญหา และแก้ปัญหาในเรื่องแต่ๆ
แต่เกษตรกรต้องดูรายการที่ให้ความรู้การเกษตร ไม่ใช่เปิดดูคลิปทะเลาะกันทุกวัน ไม่อย่างนั้นวันหน้าคิดกันไม่ออก สนใจเพื่อเป็นความรอบรู้พอแล้ว
"บางเรื่องขยายไปก็ไร้ค่า สุดท้ายไม่มีใครดี ตำรวจ เจ้าหน้าที่ รัฐบาล ผมแย่ไปหมด ไม่เห็นได้อะไรขึ้นมา ความมั่นคงไม่เกิดขึ้น เสถียรภาพไม่เกิดขึ้น ความไว้เนื้อเชื่อใจจากภายในและนอกประเทศไม่เกิดขึ้น
บางคนนึกอยากจะเขียนอะไรก็เขียน วันๆนั่งเขียนด่าคนอยู่อย่างนี้ ถ้าอ่านแล้วเชื่อหมดก็บ้า ไม่อ่านมันเลยก็โง่ ไอ้คนพวกนี้เขียนอย่างเดียวด่าคนทั้งวัน ไม่ต้องทำอะไร ไม่รู้ว่าเอาเงินที่ไหนมากิน มันมีหลายอย่างสนับสนุนพวกนั้นพวกนี้"
นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสนใจทุกอัน ที่เป็นห่วงเป็นใย มีเจตนารมณ์อยากช่วยรัฐบาล ผมก็เอามาแก้ เอามาฟัง ทุจริต มีปัญหาเดือดร้อน ถนนหนทางก็แก้ให้หมด อันมีประโยชน์ก็มี แต่ที่ไม่มีประโยชน์อย่าไปอ่านมากนัก คนไทยติดนิสัยรื่นเริงตนไม่ได้ว่า เป็นอัตลักษณ์ของเรา ชอบข่าวสนุกสนาน ตื่นเต้นทั้งวัน จนลืมส่ิงที่จะต้องทำจริงๆ ฝากกลับไปคิดด้วยแล้วกัน"นายกฯกล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ทุกคนมีหนี้สิน ปัญหาไม่เท่ากัน วันนี้รัฐบาลพยายามตั้งกองทุนแก้ปัญหาหนี้สิน
" วันนี้มีคนจดทะเบียน 14 ล้านคน มีรายได้ต่ำกว่าปีละ 1 แสนบาท แล้วมันเกิดตอนผม เป็นนายกฯหรือเปล่า เกิดมากี่รัฐบาลแล้ว ซึ่งเคยจดทะเบียนให้เห็นอย่างนี้ไหม ไม่ใช่รัฐบาลนี้ทำให้คนจนมากกว่าเดิมเป็น 14 ล้านคน อย่างที่เขาบอก
แล้วมาบอกอย่าไปจดเดี๋ยวถูกล้วงความลับ มันมีความลับอะไรนักหนากับรายได้ ที่ให้จดทะเบียนรัฐบาลจะได้แยกแยะได้ออก บอกว่าทุกคนต้องเท่าเทียม แล้วเท่าเทียมกันได้หมดไหม เมื่อพื้นฐานไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นการช่วยเหลือต้องแตกต่างกัน ไม่มีเงินพอ เว้นวันหน้ามีเงินพอ ขายข้าวได้เพิ่มขึ้น 2-3 เท่าจะได้มีรายได้เข้าประเทศจะได้มาดูทั้งหมดเท่ากัน"

วันนี้รัฐบาลให้ความสำคัญทั้ง 3 ระดับเท่ากันหมด คนข้างบนที่เป็นห่วงโซ่ใหญ่ต้องดูแลเขาในเรื่องกติกา กฎหมาย อำนวยความสะดวกเพื่อให้มีการค้าขายมากขึ้น ไม่ใช่เอื้อประโยชน์ให้คนรวย แต่มีผลประโยชน์ตามมาข้างล่าง ที่ผ่านมามันแยกกันเกินไป รัฐบาลเอาทั้งหมดมารวมกัน โดยมีกลไกประชารัฐเข้ามา ไม่ใช่เอื้อประโยชน์เขา ไม่เคยให้อะไรเขาเลย แต่ให้เขามาทำให้เรา ต้องไว้ใจจะเดินตรงนั้นอย่างไร
และแผนยุทธศาสตร์ข้าวต้องชัดเจนมีแผน 5 ปีคือ ปี60-64 โดยไม่ใช่แค่เขียนแล้วไม่ทำอะไรเลย ถ้าสร้างนโยบายออกมาไม่สั่งการ ไม่ขับเคลื่อน ไม่แปลนโยบายสู่การปฏิบัติไม่ได้ โดยตนสั่งการเหมือนทหาร แล้วไปเขียนเป็นแผนออกมาจะทำอะไรก่อน อะไรหลัง แล้วข้างล่างนำไปปฏิบัติ เข้าใจกันตั้งแต่ข้างบนลงข้างล่าง และติดตามประเมินผลนี้คือการบูรณาการ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้คนไทยต้องสร้างหลักคิดที่ถูกต้อง ถ้าไม่สร้างจะถูกชักจูง จนทำอะไรไม่ได้เลย รัฐบาลก็ทำอะไรใหม่ๆไม่ได้ เพราะไม่เหมือนของเดิม ถ้าทำเหมือนของเดิม ก็ไม่เข้มแข็ง ไม่ยั่งยืน มันก็มีทุจริต
"ผมไม่ปฏิเสธว่าอาจจะยังมีคนชั่วอยู่ ไอ้คนทุจริตคือคนชั่ว ต้องไม่มีอีก
วันนี้ผมประกาศไปทุกที่ แต่ก็ยังมีเล็ดรอดอยู่ ซึ่งมีอยู่ 2 อย่างคือเรียกร้องเอง และสมยอมให้กับเขา มันต้องแก้ทั้งสองอัน เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปกลัวใครทั้งสิ้น เพราะผทไม่เคยให้ใครไปเรียกใคร มีแต่ว่าช่วยเขา ให้เขา แต่อย่างว่าความจำเป็นคนไม่เท่ากัน"

นายกฯกล่าวว่า ต้องใช้เศรษฐกิจพอเพียง อย่าใช้เกินความจำเป็น ถ้าเราไม่แก้สังคมไปด้วยมันไปไม่ได้ทั้งหมด ต้องเริ่มตั้งแต่ครัวเรือน เร่ิมแต่สถานศึกษาในโรงเรียนต้องไปอบรมกันแบบนี้ในทุกเรื่อง สอนทั้งเรื่องธรรมาภิบาล ประชาธิปไตย การเมือง เพราะทุกอย่างมันสับสนอลหม่านไปหมดในช่วงที่ผ่านมา
วันนี้ก็ยังเป็นอยู่ แต่ผมจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่ผมอยู่ และต้องช่วยกัน เมื่อรัฐบาลเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยนตาม ไปด้วยกัน อย่าใครนำใคร

วันนี้มีคนพยายามจะตีทั้งหมด เอามาพันกันให้หมด แล้วไปเลือกตั้งอย่างเดียว ผมไม่ได้ไปขัดขวางเรื่องนั้นเลย ก็เดินไปสิ กติกาก็เป็นเรื่องของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ผมไม่เคยไปก้าวก่ายตรงนี้ หน้าที่ใคร หน้าที่มัน ผมมีหน้าที่ทำประเทศวันนี้ไปสู่อนาคต แก้ปัญหาอดีตและส่งต่อให้วันหน้า ใครที่เข้ามาก็แก้ไป เว้นแต่มีวิธีแก้ที่ดีอย่างอื่นจะมีอีกไหม ผมว่าไม่มีแล้ว ผมคิดมาละเอียดแล้ว แต่จะทำได้หรือเปล่าก็ต้องช่วยกัน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

วันพฤหัสบดีที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2560

"ไม่เจรจากับผู้ก่อการร้าย!" ถ้าไม่ยอมมอบตัวก็ตายสถานเดียว

ดูเตอร์เต้ประกาศชัด "ไม่เจรจากับผู้ก่อการร้าย!" ถ้าไม่ยอมมอบตัวก็ตายสถานเดียว, ไอซิสฟิลิปปินส์กลัวตายยอมมอบตัวแล้ว 8 ตัว กองทัพยึดสะพานได้สองแห่งปิดทางหนีของพวกไอซิสในมาราวี
----------
1.) มาติดตามสถานการณ์ที่มาราวี มินดาเนา ฟิลิปปินส์กันหน่อยนะครับ วันที่ 31 พ.ค.60 ABS-CBN News พาดหัวข่าวว่า "ขณะนี้ปธน.ดูเตอร์เต้ปฏิเสธการเจรจากับพวกผู้ก่อการร้าย" (Duterte now rejects dialogue with terrorists)
สื่อฟิลิปปินส์รายงานว่าประธานาธิบดีโรดริโก้ ดูเตอร์เต้ แห่งฟิลิปปินส์ได้กลับคำพูดจากที่พูดก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการเชิญให้พวกผู้ก่อการร้ายกลุ่มเมาเต้ในมาราวีเข้าร่วมการเจรจา โดยดูเตอร์เต้กล่าวว่ารัฐบาลของตนเองจะเจรจาเฉพาะกับกลุ่มกบฏโมโรกลุ่มต่างๆที่ไม่ใช้ความรุนแรงเท่านั้น
[ใครอยากจะเจรจาก็วางอาวุธก่อนและเข้ามาเจรจา ดูเตอร์เต้ก็ไม่ได้ปิดทุกประตูนิ แต่ถ้าถือปืนมาเจรจาและเที่ยวสังหารพลเรือนในระหว่างทางการมาเจรจา ดูเตอร์เต้ก็สั่งให้ทหารฟิลิปปินส์อย่าไว้ชีวิตพวกมันเลยเท่านั้นแหละ - ผู้แปล]
"ผมจะไม่คุยกับใครทั้งนั้น ผมจะไม่คุยกับพวกผู้ก่อการร้าย" ปธน.ดูเตอร์เต้กล่าวในการกล่าวสุนทรพจน์ที่เมืองดาเวา (Davao City) และสัญญาว่าจะราดทรัพยากรที่สำคัญของรัฐบาลเข้าไปในการต่อสู้พวกผู้ก่อการร้ายเหล่านั้นซึ่งยึดเมืองมาราวีอยู่ในขณนี้
ผู้นำฟิลิปปินส์กล่าวว่าลัทธินิยมความรุนแรง (radicalism) ที่รับหลักการโดยกลุ่มก่อการร้ายต่างๆ "ได้แทรกเข้าไปคุกคามต่อวิถีชีวิตของชาวฟิลิปปิโน่"
"พวกมันพยายามที่จะกำหนดแนวทางในการดำเนินชีวิตของทุกๆคน และพวกมันก็กระทำด้วยการเข่นฆ่าประชาชนโดยการเรียกชื่อของพระเจ้า และนั่นก็เป็นอุดมคติที่น่าสยดสยองเป็นอย่างยิ่ง" ดูเตอร์เต้กล่าว
[วันนี้ลงข่าวรัสเซียยิงจรวดร่อนถล่มเหล่าปีศาจไอซิสใกล้เมืองพัลไมร่าในซีเรีย ก็มีขี้ข้าไอซิสตัวหนึ่งรับไม่ได้โผล่เข้ามาเกรียนในเพจนี้เป็นรอบที่สอง เจอแอ็ดมินจัดหนักให้ มันส์ กลับไปดูอีกที มันลบเม้นท์หนีไปแล้ว วันก่อนี้มันก็แอบมาหยอดแบบนี้แหละ พอเจอสวนกลับแรงมันก็รีบลมเม้นท์หนี
พฤติกรรมของมันเหมือนพวกโจรใต้อีแอบไม่มีผิด โผล่มาบึ้มใส่พลเรือน แล้วก็ล่องหน พอถูกจับตัวได้มันก็อ้างว่าถูกบังคับบ้าง เป็นผู้หลงผิดบ้าง ทางการน่าจะอ้างบ้างว่า อัยย๊ะ ลูกกระสุนของทหารและตำรวจก็หลงผิด มันวิ่งไปเจาะกระโหลกของโปรไอซิสเอง แล้วก็อ้างแบบสหรัฐอ้างว่า "ผมไม่ผิด ผมเป็นคนดี" บ้างสิ อ้อ… ไอ้โปร-ไอซิสตัวนี้มันใช้ชื่อเล่นในเฟซมันว่า "กล้วย น้ำหว้า" นะครับคุณหน่วยข่าวกรองและฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ - ผู้แปล]
ประธานาธิบดีดูเตอร์เต้กล่าวอีกว่า "มันไม่รู้จักอะไรเลย ยกเว้นการทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตมนุษยชาติ"
[วันนี้เกิดเหตุการณ์ระเบิดขนาดใหญ่ที่กรุงคาบูลประเทศอัฟกานิสถาน มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 80-90 คน รวมทั้งนักข่าวของ BBC คนหนึ่งด้วย มีผู้ได้รับบาดเจ็บประมาณ 380 คน ไอซิสอ้างว่าเป็นฝีมือของตนเอง ตอนที่พวกปีศาจเหล่านี้มันร่ายมนต์งงงวยใส่ชาวมุสลิมเพื่อให้หลงผิดไปรับใช้ซาตาน มันก็บอกว่า "พวกเราชาวมุสลิมเป็นพี่น้องกัน เรือนร่างเดียวกัน" นี่คือวาทกรรมเด็ดของพวกมัน แต่คนที่ตายส่วนมากในการก่อการร้ายในตะวันออกกลางส่วนมากด้วยฝีมือของปีศาจสมุนซาตานเหล่านี้ก็คือชาวมุสลิมนั่นเอง - ผู้แปล]
2.) วันเดียวกันนี้สื่อฟิลิปปินส์รายงานอีกว่า เจ้าหน้าที่ในกองทัพของฟิลิปปินส์ยืนยันว่ามีผู้ก่อการร้ายอย่างน้อย 8 คนซึ่งมีส่วนร่วมในการโจมตีเมืองมาราวี ยอมมอบตัวกับกองทัพฝ่ายรัฐบาล นับว่าเป็นครั้งแรกที่มีการยอมมอบตัวตั้งแต่มีการปะทะกันมาได้ 9 วัน สำนักข่าว ABS-CBN News อ้างคำพูดของพลจัตวา Restituto Padilla โฆษกองทัพฟิลิปปินส์ว่า "สิ่งที่พวกเราได้มาจากหน่วย General (Custodio) Parcon ก็คือมีสมาชิกผู้ก่อการร้ายจำนวน 8 คนที่ยึดเมืองมาราวีได้มอบตัวกับกองกำลังของหน่วยนั้น"
รายงานข่าวกล่าวอีกว่า ขณนี้มียอดผู้เสียชีวิตทั้งหมด 129 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกผู้ก่อการร้ายที่ถูกสังหารโดยกองทัพฝ่ายรัฐบาล ยอดการเสียชีวิตของพลเรือนยังอยู่เท่าเดิม (19 คน และอีก 9 คนที่ถูกสังหารในวันแรกที่พวกไอซิสเมาเต้ยึดเมืองมาราวี) วันที่ 30 พ.ค.ทางกองทัพฟิลิปปินส์รายงานว่ายอดเสียชีวิตของผู้ก่อการร้ายอยู่ที่ 69 คน วันต่อมารายงานว่าอยู่ที่ 89 คน
พลจัตวา Restituto Padilla กล่าวว่ายังมีพลเรือนติดอยู่ภายในเมืองมาราวีประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่พวกผู้ก่อการร้ายยึดครอง กองทัพพบว่าในจุดนั้นพวกผูก่อการร้ายได้ทำการต่อต้านเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสงบอย่างเข้มแข็ง (ทางการถล่มพวกไอซิสทั้งภาคพื้นดินและทางอากาศ)
กองทัพฟิลิปปินส์กล่าวว่าวันพุธนี้ทางกองทัพสามารถยึดสะพานทั้งสองแห่งที่นำไปสู่กลางเมืองมาราวีจากพวกไอซิสเมาเต้ได้แล้ว วันก่อนนี้สื่อท้องถิ่นรายงานว่าสะพานยังอยู่ในการยึดครองของผู้ก่อการร้ายเนื่องจากยังมีธงของสีดำที่มีตราสัญลักษณ์ของขบวนการก่อการร้ายไอซิสปักอยู่
http://news.abs-cbn.com/…/duterte-now-rejects-dialogue-with…
The Eyes
เพจ: ปอกเปลือก ทรราช
https://www.facebook.com/fisont
https://vk.com/theeyesproject
31/05/2560

เจ้าสัวซีพีรวยเพิ่มอีกหนึ่งแสนล้านบาท กระทิงแดงโกยเพิ่ม 9.5 หมื่นล้านบาท

เจ้าสัวซีพีรวยเพิ่มอีกหนึ่งแสนล้านบาท กระทิงแดงโกยเพิ่ม 9.5 หมื่นล้านบาท

เขียนวันที่
วันพฤหัสบดี ที่ 01 มิถุนายน 2560 เวลา 16:51 น.
เขียนโดย
BBA-Thai
หมวดหมู่


นิตยสารฟอร์บส์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยผลการจัด 50 อันดับมหาเศรษฐีไทยโดยในปีนี้ ตระกูลเจียรวนนท์ ผู้ดำเนินธุรกิจเครือเจริญโภคภัณฑ์ยังคงรั้งตำแหน่งอันดับหนึ่งมหาเศรษฐีที่มีมูลค่าสินทรัพย์สูงที่สุด ด้วยมูลค่ากว่า 2.15 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 7.32 แสนล้านบาท เพิ่มจากมูลค่าของปีที่แล้วกว่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราวหนึ่งแสนล้านบาท
ส่วนมหาเศรษฐีที่สามารถเพิ่มความมั่งคั่งใหักับธุรกิจได้มากรองๆ ลงมา ที่น่าสนใจคือนายเฉลิม อยู่วิทยา เจ้าของกิจการเครื่องดื่มชูกำลังกระทิงแดง โดยมีสินทรัพย์ 1.25 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเพิ่มขึ้น 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯหรือราว 9.5 หมื่นล้านบาท จากปีที่แล้ว โดยสาเหตุมาจากราคาหุ้นของสินคัาคู่แข่งที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์สูงขึ้น จึงทำให้การประเมินมูลค่าสินทรัพย์ของกระทิงแดงปรับตัวสูงขึ้นตาม
แม้ว่านายเฉลิม มีมูลค่าจะมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นอยากมาก แต่ยังคงอยู่ในอันดับที่ 4 ใน 50 มหาเศรษฐีไทย ตามการจัดอันดับของนิตยสารฉบับดังกล่าว
ที่ผ่านมาครอบครัวอยู่วิทยายังต้องเผชิญกับข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับคดีขับรถชนตำรวจเสียชีวิตของนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอสหลานของนายเฉลียว อยู่วิทยา ผู้ก่อตั้งบริษัทเครื่องดื่มชูกำลังกระทิงแดง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2555 แต่นายวรยุทธได้เลื่อนนัดพบอัยการคดีนี้มาอย่างต่อเนื่อง จนท้ายสุดก็หลบหนีออกไปต่างประเทศ ก่อนที่ศาลอาญากรุงเทพใต้จะมีการออกหมายจับอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนที่ผ่านมา
สิ่งที่น่าสนใจอีกประการจากข้อมูลของนิตยสารฟอร์บส์คือ แม้ว่าความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจโดยรวมจะลดลง แต่เมื่อพิจารณาจากมูลค่าสินทรัพย์รวมของบรรดา 50 มหาเศรษฐีของไทยแล้ว จะพบว่ามีมูลค่าทั้งหมด 1.235 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 4.2 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 16 จากมูลค่ารวมของปีก่อน ถือว่าเป็นอัตราการเติบโตที่สูงกว่าการเติบโตของมูลค่าหุ้นตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมาอีกด้วย
"ทักษิณหลุด 10 อันดับแรก
นายทักษิณ ชินวัตร นักธุรกิจ และอดีตนายกรัฐมนตรีซึ่งปัจจุบันลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ ถูกปรับอันดับลงหนึ่งอันดับ จากอันดับ 10ในปีที่แล้วมาเป็นอันดับ 11 ในปีนี้ โดยมีมูลค่าสินทรัพย์ราว 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
สำหรับมหาเศรษฐีไทยที่มูลค่าสินทรัพย์ลดน้อยลงมากที่สุด คือ นายประเสริฐ ปราสาททองโอสถ ซึ่งมูลค่าลดลงจากเดิมกว่า600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจากธุรกิจโรงพยาบาล สายการบินทำกำไรได้น้อยลง
ขณะที่ทำเนียบ 50 มหาเศรษฐีไทยได้ต้อนรับมหาเศรษฐีหน้าใหม่ปีแรก ได้แก่ นายอิทธิพัฒน์ พีระเดชาพันธุ์ จากธุรกิจสาหร่ายทอดเถ้าแก่น้อย มีสินทรัพย์ 610 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่มีอายุน้อยที่สุดในรายชื่อ นอกจากนี้ยังมีนายวินัย เตียวสมบูรณ์กิจ จากธุรกิจอาหาร บริษัทไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป มีสินทรัพย์ 750 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนอีกคนคือ ..ณัฐชไมถนอมบุญเจริญ จากธุรกิจเครื่องดื่มบำรุงกำลัง คาราบาว กรุ๊ป ซึ่งสินทรัพย์ 590 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

สุเทพ ชัดเจน! ชี้ บิ๊กตู่ เป็นนายกฯต่อได้โดยไม่มีพรรค โดยให้ส.ว.ลงคะแนนเลือก

“สุเทพ” ชี้ “บิ๊กตู่” ไม่จำเป็นต้องตั้งพรรคการเมืองก็เป็นนายกฯได้ โดยใช้เสียงส.ว. โว ปชช.หนุน “ประยุทธ์” อยู่ต่อแน่นอน ฝาก นักการเมืองคิดเอง ต้องใช้เสียงในสภาฯให้สอดคล้องความต้องการประชาชน
เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ที่มูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย(มปท) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิฯและอดีตเลขาธิการ กปปส กล่าว ถึงกรณีที่มีการพูดว่านายสุเทพ ส่งคนไปยึดพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ว่า แกนนำกปปส.กลับเข้าไปทำหน้าที่ เพราะมีความคิดปฏิรูปพรรคการเมือง เพื่อให้พรรคการเมืองเป็นพรรคการเมืองของประชาชน ส่วนที่ตนแสดงออกอย่างเปิดเผยสนับสนุนให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นนายกฯต่อไป เพื่อทำการปฏิรูปประเทศไทย ตามเจตนารมณ์ของมวลมหาประชาชน ถ้ามีการเลือกตั้งทั่วไป ก็หวังให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯต่อไปด้วย ตนก็ตรงไปตรงมาอย่างนี้ ส่วนพรรคปชป.จะมีความรู้สึกอย่างไร ก็คงไม่เกี่ยวกัน
เมื่อถามว่า อยู่กับพรรคปชป.มากว่า 40 ปี นั้น ทำให้ไม่เชื่อว่าระบบที่เราเป็นมา จะเปลี่ยนแปลงประเทศได้ทันสถานการณ์ได้ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ได้บอกว่าไม่เชื่อ ตนยังเชื่อในระบบประชาธิปไตย ยังเชื่อในระบบพรรคการเมือง แต่เราต้องปฏิรูปการเมือง เพียงแต่ว่าเมื่อก่อนอยู่ในพรรค ก็คิดแบบคนในพรรค แต่เมื่อออกมาใช้ชีวิตร่วมเป็นร่วมตายกับมวลมหาประชาชน ก็ได้หลอมความคิดร่วมกับประชาชน คิดทำการเมืองภาคประชาชนที่ต่างออกไป แทนที่จะกังวลอยู่เฉพาะเรื่องผลประโยชน์ เรื่องความเป็นไปของพรรคการเมืองเราก็คิดเรื่องความอยู่รอดของประเทศ เราก็คิดว่าประชาชนจะได้อะไรจากพรรคการเมือง วิธีคิดเปลี่ยนไป
“สัญญานแรกที่เข้าสู่โรดแมปกาารเลือกตั้ง คือการประกาศใช้รัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา การลงมติประชาชนก็สนับสนุน ร่างพ.ร.บ.กฏหมายประกอบรัฐธรรมนูญก็กำลังร่างและหลายอย่างก็อยู่ระหว่างการพิจารณา วันนี้ยังไม่มีใครมาดึงเกมตรงนี้ กฎหมายพรรคการเมือง กฎหมายกกต. คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)เขาก็ร่างเสร็จแล้ว ไม่เห็นมีใครถ่วงเวลา ขอร้องว่า อย่าสร้างกระแสหรือมาปั่นข่าวว่า มีเจตนาเลื่อนการเลือกตั้ง ตนเชื่อมันว่าทุกอย่างเป็นไปตามโรดแมป ยกเว้นว่ามีอะไรขึ้นอย่างเช่น การมีระเบิดก็เป็นอีกเรื่อง เพราะถ้าบ้านเมืองไม่สงบก็จัดการเลือกตั้งไม่ได้ เพราะถ้ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้วมาเจอเรื่องแบบนี้แย่แน่นอน” นายสุเทพกล่าว
เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ หากมาเป็นนายกฯโดยไม่มีพรรคการเมืองใหญ่สนับสนุน ต้องอาศัยเสียงจากพรรคเล็กพรรคน้อยจะสามารถบริหารประเทศได้อย่างไร นายสุเทพกล่าวว่า ในรัฐธรรมนูญมีบทเฉพาะกาลที่จะให้ส.ว.ลงคะแนนเสียงเลือกนายกฯได้ พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นนายกฯได้ต้องมีเสียงสนับสนุนไม่น้อยกว่า 251 เสียง และที่พูดทั้งหมด ก็เพื่อบอกบรรดานักการเมืองว่า ประชาชนสนับสนุนอยากให้พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ และ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่จำเป็นต้องตั้งพรรคการเมืองก็ได้หากมีนักการเมืองและวุฒิสมาชิกสนับสนุนแต่พล.อ.ประยุทธ์ จะตั้งพรรคการเมืองก็ได้ หรือใครจะตั้งพรรคการเมืองแล้วประกาศสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ก็ได้
เมื่อถามอีกว่า ทำไมมั่นใจว่า พรรคร่วมจะสนับสนุน เอาพล.อ.ประยุทธ์ ด้วย นายสุเทพ กล่าวว่าที่ผ่านมาตนเคยเป็นผู้จัดการรัฐบาลรวบรวมเสียงการจัดตั้งรัฐบาลมาจากหลายพรรค เคยอยู่ในรัฐบาลผสมที่ทำงานร่วมกันได้ คิดว่า วันนี้เชื่อว่า นักการเมืองน่าจะตระหนักว่า ประชาชนตื่นตัวเป็นห่วงบ้านเมืองเขาจับตามอง คิดว่านักการเมืองคิดถึงประชาชน เคารพประชาชนก็ควรที่จะปรับปรุงตัวเอง ให้สอดคล้องเสียงของประชาชน

“วิษณุ" เผยต้องเลื่อนเลือกตั้งเป็นต้นปี 61

“วิษณุ" เผยต้องเลื่อนเลือกตั้งเป็นต้นปี 61

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายImage copyrightROYAL THAI GOVERNMENT
คำบรรยายภาพนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย
"วิษณุ เครืองาม" รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย เผยต้องเลื่อนการเลือกตั้ง ส.ส. เป็นต้นปี 2561 อ้างเป็นไทม์ไลน์ที่ทุกคนรู้กันอยู่แล้ว
วันนี้ (8 ก.พ. 2560) นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงกรณีที่ระบุผ่านเวทีเสวนาแห่งหนึ่ง ว่าการเลือกตั้งน่าจะมีขึ้นในช่วงเวลาอีก 1 ปีนับจากนี้ หรือช่วงต้นปี 2561 ว่า ไทม์ไลน์นี้ทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นอย่างนั้น แต่อย่าไปเอาเป็นเอาตายว่าต้อง 365 วัน หรือจะมีขึ้นภายในเดือน ก.พ. 2560 โดยขั้นตอนหลังจากนี้ เมื่อนำร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. .... ฉบับที่ผ่านการทำประชามติ ไปแก้ไขตามข้อสังเกตพระราชทานเสร็จสิ้น ซึ่งตามกำหนดจะต้องไม่เกินวันที่ 18 ก.พ. 2560 ก็จะมีการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ซึ่งขั้นตอนหลังจากนั้น รัฐธรรมนูญฯ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 90 วัน หากพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย จะให้ถือว่าร่างรัฐธรรมนูญฯ ใช้บังคับได้
"เมื่อรัฐธรรมนูญฯ ประกาศใช้ หลายอย่างต้องดำเนินการทันที ที่ใช้คำว่า 1 ปี ไม่ได้ต้องการให้รู้สึกว่าเมื่อร่างรัฐธรรมนูญฯ ประกาศใช้ กว่าจะทำอะไรได้อีกตั้งนาน ซึ่งมันไม่ใช่ เพราะมีเรื่องที่ต้องทำทันทีอีกหลายเรื่อง เช่นในร่างรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 77 ที่บัญญัติไว้ว่าการตรากฎหมายทุกฉบับให้รัฐเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงวิเคราะห์ผลกระทบอย่างรอบด้าน ที่จะทำให้ขั้นตอนการออกกฎหมายต่อไปมีขั้นตอนที่มากขึ้น" นายวิษณุกล่าว
หากการเลือกตั้งเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2561 จริง จะเกินจากระยะเวลาตามโรดแมปเดิมที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พูดมาตลอดว่าการเลือกตั้งน่าจะมีขึ้นภายในปี 2560
อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยImage copyrightWASAWAT LUKHARANG / BBC THAI
ทั้งนี้ ในร่างรัฐธรรมนูญฯ ได้กำหนดสิ่งที่ต้องทำก่อนการเลือกตั้ง ไว้ 4 ขั้นตอน ประกอบด้วย
  1. ให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จัดทำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งรวม 4 ฉบับ ประกอบด้วย พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง และ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ภายในระยะเวลา 240 วัน
  2. ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาร่าง พ.ร.ป.ดังกล่าว ภายในระยะเวลา 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับร่างจาก กรธ.
  3. ให้นายกรัฐมนตรีทูลเกล้าฯ ถวาย ร่าง พ.ร.ป.ดังกล่าว เพื่อทรงพระปรมาภิไธย และประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลใช้บังคับ
  4. ให้เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ภายใน 150 วัน นับแต่วันที่ร่าง พ.ร.ป.เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ทั้ง 4 ฉบับ มีผลใช้บังคับ
ด้าน นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ระบุว่า เรื่องการเลือกตั้งยังไม่สามารถคาดเดาได้ เพราะกรอบเวลาการเลือกตั้งจะเริ่มนับหนึ่งได้ เมื่อร่างรัฐธรรมนูญฯ มีผลใช้บังคับ ซึ่งขณะนี้ยังไม่เริ่ม แต่ กรธ. จะเดินหน้าจัดทำ พ.ร.ป. หรือกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ซึ่งยืนยันว่าจะสามารถเสนอต่อ สนช. ได้ทันที หลังจากร่างรัฐธรรมนูญฯ มีผลใช้บังคับ

"เลื่อนเลือกตั้ง ทำยากแต่เป็นไปได้"

"เลื่อนเลือกตั้ง ทำยากแต่เป็นไปได้"

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
กลายเป็นวาระร้อนขึ้นมาทันที ภายหลังสิ้นเสียงระเบิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าไม่ทันไร ปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ส่งสัญญาณเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเลื่อนเลือกตั้งขึ้นมาอย่างมีนัยสำคัญ
“สิ่งสำคัญที่อยากให้ทุกคนคำนึงถึง คือถ้าบ้านเมืองยังเป็นอยู่แบบนี้ ทั้งการวางระเบิด การใช้อาวุธสงคราม การทำให้เกิดความขัดแย้งในภาคประชาชน แล้วมีปัญหาเหมือนเดิมที่ผ่านมา แล้วจะเลือกตั้งกันได้หรือไม่ ผมกำหนดไปก็เท่านั้น อยู่ที่ทุกคนจะต้องร่วมมือกัน เพื่อเดินไปสู่จุดหมายปลายทางเดียวกัน อย่าให้รัฐบาลเป็นผู้กำหนดทั้งหมด
“ผมเคยบอกไว้แล้วว่าเร็วที่สุดจะได้อย่างไร แต่ถ้าไม่ได้ ประชาชนก็ต้องว่ากันมา ผมบังคับใครไม่ได้ในการเดินหน้าสู่ประชาธิปไตย ขอร้องว่าอย่ามาอ้างกลับไปกลับมาเสียเวลาเปล่า รัฐธรรมนูญ กฎหมายว่าอย่างไรก็ว่าตามนั้น ระยะเวลาตามกฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าจะต้องทำอะไรบ้างก็ยังเป็นไปตามนั้นทุกอย่าง เว้นแต่บ้านเมืองไม่สงบสุข” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา
พิจารณาจากคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จะเห็นได้ว่านายกฯ ก็ไม่ได้พูดในลักษณะตบโต๊ะว่าจะต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไปชัดเจนมากนัก โดยเป็นลักษณะของการโยนหินถามทางมากกว่า เพราะลึกๆ แล้วแน่นอนว่า  พล.อ.ประยุทธ์ ก็รู้อยู่แก่ใจว่าการเลือกตั้งถูกล็อกด้วยเงื่อนไขทางกฎหมายไว้หมดแล้วนับตั้งแต่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 เมื่อวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา        
อย่างที่ทราบกันดีว่ารัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 กำหนดให้มีการจัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง จำนวน 10 ฉบับ โดยมีเงื่อนไขว่าหากกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเลือกตั้ง จำนวน 4 ฉบับ ประกอบด้วย การเลือกตั้ง สส.การได้มาซึ่ง สว.พรรคการเมืองและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศใช้เมื่อไหร่ จะต้องมีการกำหนดการเลือกตั้งภายใน 150 วัน
ร่างกฎหมายจำนวน 2 ฉบับ คือ พรรคการเมืองและ กกต.นั้นคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้ส่งไปให้กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยอยู่ระหว่างการแก้ไขเนื้อหาของคณะกรรมาธิการวิสามัญของ สนช.ก่อนส่งมาให้ที่ประชุม สนช.ลงมติเห็นชอบในช่วงกลางเดือน มิ.ย. 
เมื่อร่างกฎหมายทั้งสองฉบับดังกล่าวเสร็จแล้วทาง กรธ.จะดำเนินการทยอยส่งร่างกฎหมายเลือกตั้ง สส.และการได้มาซึ่ง สว.ให้กับ สนช.เป็นลำดับถัดไป
ด้วยเงื่อนไขเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ จึงเป็นเรื่องยากที่จะมีการบิดพลิ้ว ดังนั้น ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดการเลือกตั้งน่าจะมีขึ้นได้ราวกลางปี 2561
ทว่านั่นเป็นเพียงการมองในเชิงทฤษฎีเท่านั้น แต่ในทางปฏิบัติแล้วหากถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่การเลือกตั้งจะถูกเลื่อนออกไป ก็ต้องบอกว่าพอมีทางเป็นไปได้ไม่น้อยเช่นกัน
1.กรณีกฎหมายไม่ผ่าน สนช. เป็นสถานการณ์พิเศษที่มีโอกาสขึ้นพอสมควร กล่าวคือ หาก สนช.ลงมติเห็นชอบกับร่างกฎหมายเลือกตั้งแล้ว แต่ กรธ.หรือองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องไม่เห็นด้วยกับการแแก้ไขเนื้อหาของ  สนช.จะนำมาซึ่งการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่วมกัน 3 ฝ่าย ระหว่าง สนช. กรธ. และองค์กรอิสระ
จากนั้นต้องส่งให้ที่ประชุม สนช.เห็นชอบอีกครั้ง ทีนี้หาก สนช.มีมติเกิน 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิก สนช.ทั้งหมดไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ 3 ฝ่าย จะส่งผลให้เกิดปัญหาขึ้นมาทันที คือ ต้องไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ อีกทั้งรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้กำหนดว่าถ้าเกิดสถานการณ์เช่นนี้แล้วจะต้องทำอย่างไรต่อไปด้วย ทำให้สุญญากาศทางกฎหมายที่กระทบต่อโรดแมปอย่างแน่นอน
2.ใช้อำนาจมาตรา 44 ต้องไม่ลืมว่าแม้ประเทศจะมีรัฐธรรมนูญฉบับถาวรแล้ว แต่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันยังรับรองให้ คสช.มีอำนาจเหมือนกับที่เคยมีตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ทุกประการ หมายความว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะหยิบมาตรา 44 มาใช้เมื่อไหร่ก็ได้
มาตรา 44 เป็นยาสามัญประจำบ้านของ คสช.ทุกครั้งเวลาที่ คสช.มีปัญหา เพราะมีพลานุภาพที่ทำให้อยู่เหนืออำนาจฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติและตุลาการ
แน่นอนว่าด้วยอำนาจที่ทรงพลังเช่นนี้ย่อมสามารถใช้เพื่อยกเว้นการใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 บางมาตราได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบทเฉพาะกาลที่เกี่ยวกับการกำหนดขั้นตอนการเลือกตั้ง
ทั้งนี้ มีคำถามว่าภายใต้สถานการณ์แบบนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จะกล้าหักด้ามพร้าด้วยเข่าด้วยการเลื่อนเลือกตั้งออกไปอย่างไม่มีกำหนดหรือไม่
คำตอบที่ได้ คือ มีความเป็นไปได้ เพราะถ้า คสช.มองว่าความไม่สงบที่เกิดขึ้นไม่มีทีท่าจะลดลง ประกอบกับ เป็นระยะเปลี่ยนผ่านที่สำคัญที่ต้องอาศัยความราบรื่นและเสถียรภาพทางการเมืองที่เข้มแข็งที่ไม่อาจทำได้ตามระบอบประชาธิปไตยปกติ ก็อาจใช้อำนาจที่ตัวเองมีทำให้ทุกอย่างเข้ารูปเข้ารอย
ดังนั้น มาถึงจุดนี้โอกาสที่จะมีการเลือกตั้งตามที่ได้ประกาศไว้อาจไม่เป็นเช่นนั้นเสียแล้ว