PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันพฤหัสบดีที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ยืนยันอีกรอบ

ยัน อีกรอบ !!

"บิ๊กตู่" ยัน กับGen Dunford ประธานคณะเสนาธิการร่วมสหรัฐฯ ยึด Roadmap แต่ ฝ่ายนิติบัญญัติ อยู่ระหว่างการจัดทำกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง  ยันจะปฏิรูปไทยไปสู่ประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและยั่งยืน 

พลเอก Joseph F. Dunford, Jr. ประธานคณะเสนาธิการร่วม กองทัพสหรัฐอเมริกา เข้าพบ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า ค.สชในโอกาสเยือนไทยในฐานะแขกของกองทัพไทย ที่ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล 

พลโทวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า นายกรัฐมนตรีและประธานคณะเสนาธิการร่วมฯ หารือถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหรัฐฯ 

โดยนายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่ประธานคณะเสนาธิการร่วมฯ เดินทางมาเยือนไทยเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพไทยและสหรัฐ ระหว่างวันที่ 6-8 ก.พ. 2561 ซึ่งนับเป็นผู้แทนจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระดับสูงสุดที่เดินทางมาเยือนไทยในรัฐบาลนี้ 

ด้านประธานคณะเสนาธิการร่วมฯ กล่าวว่า การมาเยือนไทยครั้งนี้ เป็นการสะท้อนว่าไทยยังคงเป็นพันธมิตรที่สำคัญในภูมิภาคของสหรัฐฯ 

โดยปีนี้ครบรอบ 185 ปี ที่ทั้งสองฝ่ายสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต และครบรอบ 200 ปี ที่ประชาชนไทยและสหรัฐฯ ติดต่อสัมพันธ์กัน 

นายกรัฐมนตรีและประธานคณะเสนาธิการร่วมฯ หวังว่าทั้งสองฝ่ายจะมองถึงผลประโยชน์ร่วมกัน มองไปข้างหน้า และสานต่อความสัมพันธ์และความร่วมมือในฐานะพันธมิตรที่ดีต่อกันมายาวนาน

ทั้งสองฝ่ายต่างแสดงความเชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศจะเป็นรากฐานที่สำคัญที่จะช่วยยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างไทย-สหรัฐให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น 

นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการเยือนสหรัฐฯอย่างเป็นทางการเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากรัฐบาลสหรัฐฯ 

นอกจากนั้น นายกรัฐมนตรียังประทับใจในการหารือกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยไทยและสหรัฐฯ ต่างมุ่งมั่นที่จะสานต่อและขยายความร่วมมือและความสัมพันธ์ระหว่างกัน ในฐานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในทุกระดับ

สำหรับความร่วมมือทางด้านความมั่นคงและการทหาร นายกรัฐมนตรีและประธานคณะเสนาธิการร่วมฯต่างแสดงความยินดีที่กองทัพไทยและสหรัฐฯ มีการแลกเปลี่ยนการเยือนและกลไกความร่วมมือต่างๆ อาทิ การศึกษา การฝึก การแลกเปลี่ยนข่าวกรอง การต่อต้านการก่อการร้าย ซึ่ง

ที่ผ่านมาไทยและสหรัฐฯ มีความร่วมมือด้านดังกล่าวอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ 

ทั้งสองฝ่ายยังแสดงความยินดีที่โครงการฝึกผสมร่วม Cobra Gold ที่มีความต่อเนื่องยาวนานกว่า 35 ปี และนับได้ว่าเป็นการฝึกร่วมพหุภาคีที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชีย 

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่า โครงการฝึกร่วมดังกล่าวมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมความมั่นคงในการแก้ไขสถานการณ์ความขัดแย้ง การเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการบรรเทาภัยพิบัติ

ในช่วงท้าย ทั้งสองฝ่ายต่างเห็นพ้องว่า ไทยและสหรัฐฯ ได้มีการพัฒนาไปสู่จุดมุ่งหมายเดียวกัน โดยยังให้ความสำคัญกับความสงบสุขและความมั่นคงในภูมิภาค 

ในส่วนของประเด็นภายในประเทศ นายกรัฐมนตรีแจ้งว่า ไทยดำเนินการตาม Roadmap มาโดยตลอด ขณะนี้ ฝ่ายนิติบัญญัติ อยู่ระหว่างการจัดทำกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง 

และนายกรัฐมนตรียืนยันเจตนาที่จะปฏิรูปไทยไปสู่ประเทศที่มีการปกครองประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและยั่งยืน ซึ่งประธานคณะเสนาธิการร่วมฯ ได้แสดงความเข้าใจ

เปล่ามาทวงเลือกตั้ง

เปล่า ทวงเลือกตั้ง !! แต่ ให้กำลังใจ!!

"บิ๊กตู่" เผยคุย "Gen Dunford" เบอร์1"กองทัพสหรัฐฯ ยันเดินหน้าสู่ประชาธิปไตย  สอนมวย ไทย-อเมริกา แตกต่างกัน ก็ต้องแก้ปัญหาที่ไม่เหมือนกัน เพื่อมี ปชต.ที่ เข้มแข็ง/ เผยเขาไม่ได้ถามสักคำ เริ่องเลือกตั้ง แต่ให้กำลังใจ เดินหน้าสู่ ปชต.

พลเอกประยุทธ์ กล่าวถึง การหารือกับ Gen Joseph F.Dunford, Jr. ประธานคณะเสนาธิการร่วม กองทัพสหรัฐอเมริกา เมื่อ7กพ.ว่า เขาไม่ได้ห่วงอะไร  เรื่องการเลือกตั้ง เขาไมได้ถามผมสักคำ  แต่ให้กำลังใจ เราในการเดินหน้าสู่การเป็นประชาธิปไตย 

" ผมก็ยืนยันกับเขาว่า เราเดินหน้า สู่ประชาธิปไตย เขาก็เข้าใจ และขอให้สำเร็จตามนั้น

"ผมบอกเขาว่า ไทยมีปัญหา ของไทย ประเทศไทย กับอเมริกา แตกต่างกัน ทั้ง สังคม  พื้นฐาน การศึกษา อาชีพ รายได้ เพราะฉะนั้น ต้องมีวิธีการแก้ปัญหาที่ไม่เหมือนกัน  เพื่อการมีประชาธิปไตย ที่เข้มแข็ง  ตามกำหนดเวลา  ที่มีทั้งที่ผมเป็นคนกำหรด และ ที่จะต้องเป็นไปตามกฎหมาย" พลเอกประยุทธ์ กล่าว

เปรมชัยยึดตามกม.

จะใหญ่แค่ไหน ผิดก็คือผิด

"บิ๊กตู่" ชี้คดี"เปรมชัย" ท้า ใครจะไปกล้าช่วยเหลือ ก็ตามใจเถอะ โดนลงโทษอีก ช่วยกันไม่ได้หรอก ผิด ก็คือผิด จะใหญ่แค่ไหน ก็คือผิด

พล.อ ประยุทธ์  กล่าวถึง กรณีที่เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกจับกุม นาย เปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการบริษัทอิตาเลียนไทยฯ กับพวก ที่เข้าไปล่าสัตว์ป่า ว่าดำเนินคดีไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม ขออย่าไปเขียนข่าวให้เลอะเทอะ 

"ใครจะไปกล้าช่วยเหลือ ก็ตามใจเถอะ ก็ถูกลงโทษอีก ช่วยกันไม่ได้หรอก ผิดก็คือผิด จะใหญ่แค่ไหน ผิด ก็คือผิด ถ้ามันพิสูจน์ได้นะ ก็ต้องพิสูจน์ได้ ให้หน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ ตรวจสอบมาตามหลักฐาน "

เอาบ้าง

Country First !!

"บิ๊กตู่"ยกคำTrump :" America First" ยันผมก็ต้อง"Thailand First" เหมือนกัน นเำ ไทย-อเมริกา แตกต่าง ต้องแก้ปัญหาต่างกัน "ขอเวลาอีกหน่อย"/ เผย ยึดจีน ดูเป็นต้นแบบ ทำ"ไทยนิยมฯ" ถามความต้องการประชาชน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลองค์กรที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการด้านการเงินการคลัง ครั้งที่ 4 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่ง ว่า ในการพบกับ Gen Joseph f.Dunford,Jr. ประธานคณะเสนาธิการร่วมกองทัพสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา  ผมก็ได้บอกว่าขอเวลาให้เราอีกหน่อยหนึ่งในการจัดทำกฎหมาย ซึ่งเขาก็เข้าใจ

“ผมก็ได้บอกว่าเราเองก็เหมือนกับประเทศสหรัฐฯ ที่ประธานาธิปดี กล่าวคำว่า America First  ผมก็ต้องมีคำว่าThailand First เหมือนกัน โดยจะต้องดูแลคนของเราด้วย ดูแลผลประโยชน์ของประเทศ

วันนี้เรา วันนี้เราเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศในนโยบายที่เรียกว่าไทยนิยมที่ไม่ใช่เป็นการเอาเงินไปหว่าน หลายคนบิดเบือน วิจารณ์ว่ามีการใช้งบประมาณหลายล้านบาท 

และในขั้นที่สองของผู้ที่ถือบัตรผู้มีรายได้น้อย จะต้องมีการฝึกอาชีพโดยมีค่าอาหารให้ 50 บาท โดยระหว่างที่มาเราก็เลี้ยงข้าวเขา 1 มื้อ บางคนไปวิจารณ์ว่ารัฐบาลคิดอะไรไม่ออกจึงเอางบประมาณมาใช้จ่ายกันง่าย ๆ ซึ่งจะก่อให้เกิดการทุจริต แต่ถามว่าถ้าเอางบประมาณหวานลงไปไม่ทั่วถึงคนทุกกลุ่มทุกพวก ไม่มีการพัฒนาขีดความสามารถตรงนี้ใช่หรือไม่ หลายคนบอกว่าประชาชนไม่สนใจ แต่ก็อยู่ที่ความอยากพัฒนาตัวเอง  

ขอให้สื่อเข้าใจว่าเราไม่ได้คิดแต่เพียงว่าจะต้องใช้ว่าจะต้องใช้เงินแต่เริ่มจากคิดว่าจะหาเงินมาจากที่ใดจะใช้เงินอย่างไร เช่นโครงการไทยนิยม ที่จะประชุมเปิดงานในวันที่ 9 ก.พ.นี้ ได้คิดมาแล้วหลายเดือน พร้อมกับเตรียมชุดทำงานเพื่อลงไปสอบถามความต้องการของประชาชนในพื้นที่ 

ทั้งนี้หลายคนชื่นชมประเทศมหาอำนาจที่สามารถแก้ไขปัญหาของประชาชนได้ อย่างจีนซึ่ง ผมดูเป็นต้นแบบ  โดยจีนใช้ข้าราชการกว่า 2 ล้านคน สอบถามประชาชนถึงความต้องการเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด ไม่ใช่หว่านโดยรวมและไม่ได้ทำอะไรให้ดีขึ้น” นายกรัฐมนตรีกล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ ถึงการหารือกับประธานคณะเสนาธิการร่วมกองทัพสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า ประธานคณะเสนาธิการร่วมกองทัพสหรัฐฯ ไม่ได้มีการสอบถามหรือกังวลเกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้งของประเทศไทย เพียงแต่ให้กำลังใจในการเดินหน้าเข้าสู่ประชาธิปไตย

โดยผมได้ยืนยันว่าจะเดินหน้าสู่ประชาธิปไตย 

ทั้งนี้สหรัฐฯเข้าใจถึงความจำเป็นของไทยในวันนี้ โดยสหรัฐได้ให้กำลังใจและขอให้ดำเนินการสำเร็จตามที่วางไว้

นอกจากนี้ผมได้บอกกับเขาว่าประเทศไทยเองก็มีปัญหาของประเทศไทย

“สื่อรู้หรือไม่ว่าประเทศไทยต่างจากสหรัฐอเมริกาอย่างไร ต่างกันทั้งเรื่องของพื้นฐานทางสังคม การศึกษา อาชีพและรายได้ ดังนั้นเราจึงต้องมีวิธีการที่จะนำไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง ตามเวลาที่กำหนด ซึ่งมีอยู่สองอย่างคือ 1.ตนกำหนด 2.กฎหมายกำหนด”

วันพุธที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

บันทึกจาก “ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร”ซากเสือดำในสายตาเด็กๆ

บันทึกจาก “ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร” หัวหน้าชุดพญาเสือ กรมอุทยานฯ กับการจับกุมนายเปรมชัย และซากเสือดำในสายตาเด็กๆ
“หลังจาก สำนวนบันทึกจับกุม นายเปรมชัย กับพวกเสร็จพวกเรา จนท รีบส่งเพราะกลัวโดน ฟ้องกลับ เพราะทนายขู่ว่ากักตัวเกิน 48 ชม
พวกเรารวมทั้งผม ก็กลัวเช่นกัน แต่ทำไงได้กว่าจะออกมา มันใช้เวลานานเหลือเกิน พวก จนท ทำงานเพื่อปกป้องป่า รักษาชีวิตสัตป่าและรักษาชีวิตของตน ให้อยู่กับครอบครัวให้นานที่สุด
ในขณะเดียวกัน น้องๆ จนท พิทักษ์ป่า ไปหยิบ ของกลางมาวาง มาวางที่ละชิ้น ที่ละชิ้น นั้น
ความกลัวที่ กลัวเขาฟ้องกลับ มันกลายเป็นความโกรธแค้น ทั้งที่พวกเราไม่ควรโกรธ เพราะเป็นหน้าที่
แต่ขอให้ทุกคนที่อ่านเข้าใจ ด้วยว่า
พวกเรา จนท ผู้พิทักษ์ป่าทุกนาย ดูแล ปกป้อง คุ้มครอง ป่า ต้นไม้ โดยเฉพาะสัตว์ป่า มาด้วยชีวิต กว่ามันจะโตได้ รอดได้ วิ่งได้ มันผ่านอุปสรรคมากมาย พวกเราเดินทนร้อนทนหนาว ทนเปียก เพื่อดูแลพวกเขา
แต่กลับถูกหยิบออกจากถุงดำ ออกมาเป็นชิ้นๆ นั้นเสือดำ ซึ่งร่างถูกแบ่งเป็นท่อนๆ ไก่ฟ้าลังเทา ถูกกินเหลือครึ่งเดียว เนื้อเก้ง
แล้วนี่อะไรอีก มันเป็นหางเสือดำ ต้มยำเป็นซุบ เนื้อขาหลังของเสือดำ ถูกเอาไปกิน มันอะไรกัน คุณเปรมชัย!
ขณะนั้นผมกำลังถ่ายภาพ ที่ จนท นำซากสัตว์ แต่ละอย่างออกมา ผมหันไปเห็นนักเรียน เด็กๆ ตัวเล็กๆ ยืนชี้! พูดคุยกันเสียง งึมงัม!
จับใจความไม่ได้ว่า เด็กๆ พวกนั้น คิดอะไร และไม่ได้ยินว่าพูดอะไรด้วย
แต่ที่มันสะท้าน ความรู้สึกของผมคือ
“คุณเปรมชัย ทำอะไร
คุณทำอะไรลงไป คุณได้ทำตัวอย่างที่ เด็กๆ ควรเอาตัวอย่างหรือไม่ นั้น
ผมไม่อาจรู้ได้ เพราะผมไม่ยิน เสียงเด็กๆ คุยกัน
แต่ที่ผมรู้สึก คือ ผมรู้สึกแย่มาก ครับ”

ตำรวจไซด์ไลน์"สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง"

คำต่อคำ 'สมยศ' แจงปมยืมเงินเสี่ยกำพล300ล. เรื่องหุ้นผมนิยมมาก อาชีพตำรวจแค่ไซด์ไลน์

เขียนวันที่
วันพุธ ที่ 07 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 18:21 น.
เขียนโดย
isranews
หมวดหมู่

"ตลอดชีวิตรับราชการของผม เกือบจะเรียกได้ว่าอาชีพตำรวจนี่ถือว่าเป็นไซด์ไลน์ อาชีพหลักๆผมคือทำธุรกิจ ซึ่งคนในแวดวงธุรกิจรู้เรื่องดี โดยเฉพาะเรื่องหุ้นผมนิยมมาก ผมมีรายได้ ผลกำไรจากการเล่นหุ้น และก็เสียหายเพราะการเล่นหุ้นเช่นกัน ดังนั้นช่วงที่หมุนเงินไม่ทันก็ไปยืมเงินคุณกำพล ซึ่งการรวบรวมเงินไปคืนคุณกำพลจำนวน 300 ล้านบาทนั้น ต้องเรียนว่าการชดใช้ บางครั้งถ้ามีเงินสดก็ชดใช้เป็นเงินสด ถ้าไม่มีเงินสด ต้องเอาที่ดินไปให้เขาก็ยังมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมและคุณกำพลอยู่ในแวดวงพระเครื่อง บางครั้งก็มีการชดใช้หนี้ในรูปแบบที่แตกต่างกัน"
Somyot
หมายเหตุ สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org : เป็นรายละเอียดบทสัมภาษณ์ของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)  ที่ให้ต่อสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 7 ก.พ.2561 และการให้สัมภาษณ์ ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ทางช่องโทรทัศน์ สปริง นิวส์ ซึ่งมีนายดนัย เอกมหาสวัสดิ์ และ น.ส.อมรรัตน์ มหิทธิรุกข์ เป็นผู้ดำเนินรายการ ต่อกรณีการยืมเงินนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ เจ้าของอาบอบนวดนิคตอเรีย ซีเคร็ท จำนวน 300 ล้านบาท ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐ ในขณะนี้ ซึ่งสำนักข่าวอิศรา เห็นว่าข้อมูลในบทสัมภาษณ์ มีความน่าสนใจ ในหลายประเด็น จึงนำมาเสนอให้สาธารณชนได้รับทราบแบบชัดๆ อีกครั้ง
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง : 
"กรณีที่ผมไปยืมเงินคุณกำพล 4 ครั้ง จำนวน 300 ล้านบาทนั้นก็มีคนสงสัยว่าจะเอามาทำอะไร ต้องเรียนแบบนี้ก่อนว่าตลอดชีวิตรับราชการของผม เกือบจะเรียกได้ว่าอาชีพตำรวจนี่ถือว่าเป็นไซด์ไลน์ อาชีพหลักๆผมคือทำธุรกิจ ซึ่งคนในแวดวงธุรกิจรู้เรื่องดี โดยเฉพาะเรื่องหุ้นผมนิยมมาก ผมมีรายได้ ผลกำไรจากการเล่นหุ้น และก็เสียหายเพราะการเล่นหุ้นเช่นกัน ดังนั้น ช่วงที่หมุนเงินไม่ทันก็ไปยืมเงินคุณกำพล"
"ส่วนการรวบรวมเงินไปคืนคุณกำพลจำนวน 300 ล้านบาทนั้น ต้องเรียนว่าการชดใช้ บางครั้งถ้ามีเงินสดก็ชดใช้เป็นเงินสด ถ้าไม่มีเงินสด ต้องเอาที่ดินไปให้เขาก็ยังมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมและคุณกำพลอยู่ในแวดวงพระเครื่อง บางครั้งก็มีการชดใช้หนี้ในรูปแบบที่แตกต่างกัน แล้วแต่ผมกับคุณกำพลจะตกลงกันได้ นี่เป็นเรื่องปกติ ผมกับคุณกำพลมีการชดใช้หนี้กันทุกรูปแบบรวมไปถึงหุ้นก็ยังมี
"แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญก็คือกระบวนการโอนเงิน กระบวนการใช้หนี้นั้น ทุกอย่างเป็นกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านทั้งทางธนาคารและผ่านตลาดหลักทรัพย์"
" ถ้าที่ผ่านมาผมเคยบอกคุณกำพลไปว่าถ้าหากจะให้ผมฟอกเงินให้ คุณกำพลหิ้วเงินสดมาให้ผมดีกว่าแล้วตอนหลังผมเอามาคืนในรูปแบบอะไรก็ได้ ถ้าผมทำแบบนี้สิ ผมถึงจะปกปิดซ่อนเร้น แต่ผมรู้ดีว่าเรื่องแบบนี้มันปกปิดไม่ได้"
"วันหนึ่งเมื่อมีปัญหาขึ้นมา ผมก็ต้องเตรียมความพร้อมไปชี้แจง เพราะผมเป็นบุคคลที่สังคมให้ความสนใจ ทั้งนี้ผมอยากจะขอร้องไปยังสื่อต่างๆหลายสำนักด้วยว่า กรณีเสนอข่าวว่าอดีต ผบตร.รับส่วยน้ำกาม อดีต ผบต.ร.รับส่วยธุรกิจผิดกฎหมาย ผมก็อยากจะแสดงตัวตนของผมเองว่าอย่าว่าแต่เงินส่วย เงินผิดกฎหมายเลย ผมกล้าพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่าผมเป็น ผบตร.ที่ไม่เคยรับเงินลูกน้อยเลยแม้แต่บาทเดียว"
"ผมเคยประกาศต่อหน้าผู้ใต้บังคับบัญชาว่าถ้าใครสามารถแสดงตนว่าเคยเอาเงินหรือเอาส่วนมาให้ผม ผมจะเดินลงไปกราบเท้าเขาเลย"
"เพราะผมมั่นใจว่าตลอดเวลาชีวิตราชการผม รายได้หลักของผม มาจากธุรกิจ มาจากการเล่นหุ้น ดังนั้น ผมสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าผมไม่เคยไปยุ่งกับธุรกิจที่ผิดกฎหมาย"
"กรณีคุณกำพลทำธุรกิจอาบอบนวดอาจจะเป็นสีเทาๆแต่ก็มีเปิดอยู่ถึง 81 แห่งทั่วประเทศไทย เพราะฉะนั้นถ้าคุณกำพลทำไม่ได้ คนอื่นก็ทำไม่ได้ ก็ปิดอาบอบนวดมันให้หมดไปเลย จะได้หมดเรื่องหมดราวไป"
ทั้งหมด คือ คำชี้แจงของ  พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ต่อกรณีการยืมเงินจำนวน 300 ล้านบาท จากนายกำพล ส่วนผลการชี้แจงต่อหน่วยงานตรวจสอบจะออกมาเป็นอย่างไรนั้น อีกไม่นานสาธารณชนคงได้รับทราบคำตอบที่ชัดเจนกัน 

พลิกธุรกิจ‘เปรมชัย’ซีอีโอ แสนล.-กก.106 บริษัท-คู่ค้าใหญ่ภาครัฐ ก.ทรัพยฯด้วย

ป่าลั่น!พลิกธุรกิจ‘เปรมชัย’ซีอีโอ แสนล.-กก.106 บริษัท-คู่ค้าใหญ่ภาครัฐ ก.ทรัพยฯด้วย

เขียนวันที่
วันอังคาร ที่ 06 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 19:30 น.
เขียนโดย
isranews

เครื่องเคียงก่อนกรณีตั้งแคมป์ล่าสัตว์ ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร พลิกธุรกิจ‘เปรมชัย’ ซีอีโอยักษ์รับเหมาแสนล. นั่งกก. 106 บริษัท กวาดอื้อหน่วยงานรัฐอื้อ การรถไฟฯ กรมชลประทาน กรุงเทพฯ คู่ค้า ก.ทรัพยาฯด้วย 
picprerererchii
ทอล์ก ออฟ ทาวน์ แวดวงการเมือง แวดวงนักธุรกิจ และแวดวงนักสิ่งแวดล้อม กรณีการจับกุมนายเปรมชัย กรรณสูตร นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างแสนล้านกับพวก ที่เข้าไปตั้งแคมป์ล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ตะวันตก เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้ง 6 ข้อกล่าวหา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4-5 ก.พ.2561 วิพากษ์วิจารณ์ต่างต่างนานา 
บ้างก็ย้อนยุคไปเปรียบเทียบกับสมัยก่อนเกิดเหตุการณ์ 14 ต.ค. 2516 ที่มีการเข้าไปลักลอบล่าสัตว์ในป่าทุ่งใหญ่นเรศวร พร้อมกับตั้งคำถามว่า ไม่น่าเชื่อที่ยังมีใครที่จะทำอย่างนี้อีกในยุคนี้ ทั้งที่บุคคลคนนั้นยังเป็นผู้บริหารเบอร์หนึ่งของยักษ์ก่อสร้างอันดับต้นของประเทศ 
ขณะเดียวกันจำนวนไม่น้อยเรียกร้องสังคมช่วยกันให้กำลังใจและปกป้องเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรที่มีความกล้าหาญในการปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้ 
พลิกข้อมูลทางธุรกิจ ‘เปรมชัย’ พบว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นกรรมการ 106 บริษัท จำแนกเป็นบริษัทเลิกดำเนินการแล้ว 32 บริษัท ล้มละลาย 1 บริษัท และเปิดดำเนินการในปัจจุบัน 73 บริษัท ธุรกิจหลักคือรับเหมาก่อสร้าง พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม โลจสติกส์และพลังงาน 
บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จดทะเบียนวันที่ 24 มี.ค. 2537 ทุนล่าสุด 6,337,920,861 บาท ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ที่ตั้งอาคารอิตัลไทย ทาวเวอร์เลขที่ 2034/132-161 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร นายเปรมชัย กรรณสูต เป็นกรรมการผู้จัดการ มีกรรมการจำนวน 10 คน ณ วันที่ 31 มี.ค. 2560 นายเปรมชัยถือหุ้นอันดับหนึ่ง จำนวน 785,494,526 หุ้น (14.88% - ราคาปิดการซื้อขายภาคบ่ายที่ 3.72 บาท) 
แจ้งงบการเงินรอบปี 2559 รายได้รวม 27,250,780,000 บาท กำไรสุทธิ 110,898,000 บาท สินทรัพย์ 59,668,245,000 บาท หนี้สิน 45,519,083,000 บาท กำไรสะสม 541,694,000 บาท 
บริษัทอื่นที่นายเปรมชัยเป็นกรรมการ อาทิ 
บริษัท น้ำมันหอมภูเรือ จำกัด บริษัท เครื่องจักรกลสยาม จำกัด บริษัท จรุงไทยไวร์แอนด์เคเบิ้ล จำกัด (มหาชน) บริษัท ชัยภิญโญ จำกัด บริษัท ซังกิวไทย จำกัด บริษัท ซี.พี.เค.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด บริษัท ซี.พี.เค.แพลนเตชั่น จำกัด บริษัท ซี.พี.เค.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา ไนน์ สแควร์ จำกัด บริษัท เซาท์เทิร์น อินดัสตรีส์ (1996) จำกัด  บริษัท บ้านเรา โฮลดิ้ง จำกัด บริษัท เบรนเอเซีย จำกัด บริษัท ปนุท จำกัด บริษัท สินแร่เมืองไทย จำกัด บริษัท เหมืองแร่ เอเซีย ไทย จำกัด บริษัท อมารี จำกัด บริษัท อมารี โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด บริษัท อาควาไทย จำกัด บริษัท อ่าวปอ แกรนด์ มารีน่า จำกัด บริษัท อ่าวปอแกรนด์มารีน่าแอนด์เรสซิเดนซ์ จำกัด บริษัท อ่าวปอพัฒนา จำกัด บริษัท อิตัลไทย เทรวี่ จำกัด บริษัท อิตัลไทย มารีน จำกัด บริษัท อิตัลไทย เรียล เอ็ซเทท จำกัด บริษัท อิตัลไทยโฮลดิ้ง คัมปะนี จำกัด บริษัท อิตาเลียนไทย เพาเวอร์ จำกัด บริษัท อิตาเลียนไทย แลนด์ จำกัด บริษัท อิตาเลียนไทย หงสา จำกัด บริษัท อิตาเลียนไทย อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัท เอเชีย โลจิสติกส์ ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด บริษัท เอเชีย อินดัสเทรียล แอนด์ พอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท เอเซี่ยนสติล โปรดักส์ จำกัด บริษัท เอเซีย แปซิฟิค โปแตซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพ จำกัด เป็นต้น 
บริษัทที่ล้มละลายคือ บริษัท ปลาแดง จำกัด จดทะเบียนวันที่ 16 พ.ย. 2532 ทุน 450 ล้านบาท ค้าและให้เช่าห้องชุดสำนักงาน ที่ตั้งเลขที่ 2034 อาคารอิตัลไทย ทาวเวอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ศาลล้มละลายกลางมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 26 ก.พ.2553 ให้ บริษัท ปลาแดง จำกัด ล้มละลาย (คดีหมายเลขแดงที่ ล.6491/2552)
ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างพบว่า นับจากวันที่ 1 ต.ค.2555 สิ้นปี 2560 จำนวน 110 สัญญา วงเงินประมาณ 4.7 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่ เป็นคู่สัญญากับ ,การรถไฟแห่งประเทศไทย , กรมทางหลวง ,กรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง , สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร เป็นต้น 
ขณะที่ อิตัลไทย เครืออิตาเลียนไทย เป็นคู่สัญญาหน่วยงานภาครัฐในช่วงเวลาเดียวกัน ประมาณ 170 สัญญา วงเงิน ประมาณ 2,600 ล้านบาท อาทิ จ้างต่อเรือส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 8 สัญญา วงเงิน 187 ล้านบาท เป็นต้น ไม่รวมการก่อสร้างรถไฟฟ้าที่เอกชนรายนี้เป็นผู้รับเหมาหลายเส้นทาง อาทิ สายสีม่วง เบ็ดเสร็จวงเงินนับแสนบาท 
นี่คือเครื่องเคียงทางด้านธุรกิจของนักธุรกิจแสนล้าน 
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคดีลักลอบล่าสัตว์ป่าที่นายเปรมชัยถูกกล่าวหา ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกระบวนการกันต่อไป  

ฝันไกลฝันใหญ่มากๆ

ฝันไกลฝันใหญ่มากๆ


ก่อนที่แผนยุทธศาสตร์ชาติจะประกาศใช้บังคับยาวไปอีก 20 ปี
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ได้สั่งให้นำร่างแผนยุทธศาสตร์ชาติ 6 ด้าน ซึ่งจัดทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไปเปิดเวทีรับฟังความเห็นจากประชาชนใน 4 ภาคทั่วประเทศ
เริ่มจากภาคอีสาน เปิดเวทีที่จังหวัดขอนแก่นไปเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์
ภาคเหนือ จะเปิดเวทีที่จังหวัดเชียงใหม่ พรุ่งนี้ วันที่ 8 กุมภาพันธ์
ภาคกลาง จะเปิดเวทีที่เซ็นทารา ศูนย์ราชการ ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์
และภาคใต้ จะเปิดเวทีรับฟังความเห็นประชาชน ที่จังหวัดสงขลา ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์
คาดว่าจะมีพี่น้องประชาชนสนใจแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของ คสช. ไปร่วมแสดงความคิดเห็นราว 2,000 คน หรือเฉลี่ยภาคละ 500 คน
“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่าการเปิดเวทีรับฟังความเห็น 4 ภาค นับเป็นโอกาสดีที่พี่น้องประชาชนจะได้เห็นร่างแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ก่อนประกาศใช้จริง
แต่ยังมีประชาชนจำนวนมากที่อยากทราบว่าอนาคตประเทศไทยที่ถูกออกแบบล่วงหน้าไว้ 20 ปีว่าจะมีรูปร่างหน้าตาแตกต่างจากปัจจุบันไปอย่างไร??
“แม่ลูกจันทร์” จึงขออนุญาตเจาะแผนยุทธศาสตร์ชาติเฉพาะส่วนที่ฉายภาพอนาคตประเทศไทยในอีก 20 ปีจากนี้ไปมาสรุปย่อๆให้ท่านฟังเพลินๆ
อนาคตประเทศไทยในปี 2579 จะมีความมั่นคงทุกมิติที่พร้อมป้องกันภัยคุกคามทุกรูปแบบทั้งจากภายนอกและภายใน
ประเทศไทยจะเป็นที่ยอมรับของประชาคมโลก จากการเมืองที่มีเสถียรภาพ สังคมมีความสามัคคีปรองดอง ประชาชนมีความสุข
เป็นประเทศที่มีความมั่นคงด้านอาหาร นํ้า และพลังงาน
ด้านเศรษฐกิจ ประเทศไทยในปี 2579 จะอยู่ในกลุ่มประเทศรายได้สูง เติบโตอย่างมีคุณภาพ เป็นศูนย์กลางผลิตอาหารปลอดภัยระดับโลก เป็นศูนย์กลางการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมพลังงาน อุตสาหกรรมชีวภาพ และอุตสาหกรรมดิจิทัล เป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้า เป็นศูนย์กลางบริการด้านสุขภาพ ศูนย์กลางการศึกษานานาชาติ
เป็นศูนย์กลางการลงทุนและศูนย์ กลางการเงินของโลก
“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่า “คนไทยใน พ.ศ.2579” จะมีศักยภาพสูง มีความรับผิดชอบสูง มีจิตสำนึกดีงาม มีความพร้อมทั้งกายใจและสติปัญญา มีทักษะคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงทุกมิติ
และมีความพร้อมปรับตัวรองรับการพัฒนาทุกด้าน
“สังคมไทยใน 20 ปีข้างหน้า” จะเป็นสังคมที่ความเป็นธรรมไม่มีความเหลื่อมล้ำ ไม่มีความยากจน กระจายโอกาสเข้าถึงทรัพยากรอย่างเท่าเทียม
คนไทยทุกช่วงวัยจะมีคุณภาพชีวิตดี ครอบครัวไทยจะอยู่ดีมีสุขกันทั่วหน้า
“โฉมหน้าประเทศไทยในปี 2579” จะเป็นประเทศพัฒนาที่มี “ระบบเศรษฐกิจสีเขียว” เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นประเทศสะอาด น่าอยู่น่าเที่ยว ระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำมาก ขยะเป็นศูนย์และมีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่กระจายทั่วประเทศ
สุดท้าย...“ระบบราชการไทยในอนาคตอีก 20 ปี” จะมีประสิทธิภาพทันสมัย มีความกะทัดรัด คล่องตัว โปร่งใส ไร้ทุจริตคอร์รัปชัน
“แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่านี่คือแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่วาดโฉมหน้าประเทศไทยในอนาคตให้ก้าวกระโดดกระเด้งดึ๋งเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชีย และศูนย์กลางสำคัญของโลก
ขายฝันไกลๆ ฝันใหญ่มากๆ.
"แม่ลูกจันทร์"

ไม่ต้องแซะให้เหนื่อย

ไม่ต้องแซะให้เหนื่อย


“ประยุทธ์” คนเดียวอยู่ไม่ได้
เฉลยกันเป็นนัย กับมุก “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. อ้อนคนเมืองจันท์อย่ารักตัวเองแค่คนเดียว ให้รักรองนายกฯและรัฐมนตรีคนอื่นด้วย
ต้องอยู่ด้วยกันทั้งหมด ใครต้องออกไปออกมามันวุ่น
คำตอบชัดเจน เป็นภาษาฟุตบอลก็ต่อขาดแบบลูกควบลูกครึ่ง อย่างไรเสีย “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ก็ไม่มีทางหลุดวงโคจรจากรัฐบาล คสช.
โดนล่อเป้าหนักหนาสาหัสแค่ไหน ก็ยากจะแซะ “3 พี่น้องบูรพาพยัคฆ์” ได้
ถึงตรงนี้ ก็ไม่ต้องเสียเวลาลุ้น ตอกลิ่มให้เหนื่อยแรง เพราะไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบแล้วที่กระแสเขย่า เพื่อหวังแยก 3 พี่น้องต้องฟาวล์ สุดท้ายคำตอบก็ออกมาแบบเก่า
“น้องเล็ก” พร้อมกอดคอ “พี่ใหญ่” ไม่ว่าเป็นหรือตาย
ในเมื่อแบบฟอร์ม “อำนาจพิเศษคุมเกมเปลี่ยนผ่านประเทศไทย” ถูกออกแบบมาอย่างนี้
ถ้ามี “บิ๊กตู่” ก็ต้องมี “บิ๊กป้อม” ถ้าไม่มี “บิ๊กป้อม” ก็ไม่มี “บิ๊กตู่”
ทางเดียวถ้าจะเจาะยางขุมอำนาจ คสช.ได้ นั่นคือต้องโค่นทั้งกระดาน
ตามรูปการณ์ เมื่อคำตอบสถานะของ “บิ๊กป้อม” ชัดเจน มันก็เป็นอะไรที่คงต้องไหลโดยอัตโนมัติ อาการรุกของฝ่ายต่อต้านคงต้องลามไปเขย่า “นายกฯลุงตู่”
ยกระดับไล่โละกันทั้งวง เหมาอัปเปหิทั้งรัฐบาล
ตามเงื่อนไขสถานการณ์ที่ตรงกับธงของพรรคเพื่อไทย ลูกข่าย “ทักษิณ” มาตั้งแต่ต้น
ยิ่งเป็นอะไรที่อ่านไต๋โผล่ชัดๆจากอาการ “ผิดคิว” ที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ “นักร้องอาชีพ” มือกฎหมายประจำพรรคเพื่อไทย ยื่นเรื่องให้ พล.อ.ประยุทธ์ตรวจสอบขบวนพาเหรดและการแปรอักษรในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ–ธรรมศาสตร์ เข้าข่าย
การชุมนุมทางการเมือง ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.
ตามเหลี่ยมเขี้ยวตั้งใจกดดันปั่นเกมให้ “บิ๊กตู่” เผชิญหน้ากับนักศึกษา
หวังเดินหน้าไล่เบิ้ลผู้นำรัฐบาล ในห้วงกระแส “ทหารทำอะไรก็ผิด”
แต่การณ์กลับพลิกเป็นว่า คนเพื่อไทยตั้งแท่นชงให้รัฐบาล คสช.เล่นงานนักศึกษา ร้อนถึง “เสี่ยโอ๊ค” พานทองแท้ ชินวัตร ลูกชาย “นายใหญ่” ถึงกับออกอาการเม้งแตก
ตอกนายเรืองไกรออกอากาศเลยว่า “แบบนี้ไม่โอเค”
ร้อนถึง “เสี่ยอ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ต้องทำจดหมายเปิดผนึกอย่างเป็นการเป็นงาน ออกมาย้ำจุดยืนแสดงความชื่นชมนักศึกษาจุฬาฯ–ธรรมศาสตร์ และพรรคเพื่อไทยก็คัดค้านการตั้ง
ข้อกล่าวหาต่อกลุ่มประชาชนที่เรียกร้องประชาธิปไตยและทวงคืนการเลือกตั้ง
เคลียร์กันเหงื่อตก “เรืองไกร” เกือบทำยุทธศาสตร์พัง
แต่นั่นก็สะท้อนไต๋ชัด กับเกมโหนนักศึกษาปั่นกระแสปัญญาชนประจันหน้ากับทหาร
และก็ยิ่งเด่นชัดกับความพยายาม “เขี่ยหัวเชื้อ” จุดไฟขบวนการนักศึกษา
แม้แต่ล่าสุด จังหวะบังเอิญเกิดข่าวใหญ่สะท้านสะเทือนป่าทุ่งใหญ่นเรศวร
ตามปรากฏการณ์ที่เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ได้ทำการจับกุมนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งตั้งแคมป์พักในบริเวณจุดห้ามตั้ง ตรวจสอบบริเวณเต็นท์พัก พบซากสัตว์ป่า อาวุธปืนและเครื่องกระสุนจำนวนมาก
โดยพบว่าหนึ่งในกลุ่มนักท่องเที่ยวคือนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
ก็มีขบวนการลากสถานการณ์ไปวนกับกงล้อประวัติศาสตร์อาถรรพณ์ป่าทุ่งใหญ่
อันเป็นที่มาของเหตุการณ์ 14 ตุลาวิปโยค ที่นักศึกษาเปิดโปงขบวนการทรราช พฤติการณ์ลุแก่อำนาจของทหารกับนักธุรกิจใช้เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเข้าไปล่าสัตว์ก่อน ฮ.ตกประจาน
แต่เรื่องของเรื่อง งานนี้โชคดี ไม่มีทหาร คสช.เข้าไปเกี่ยวข้อง
แบบที่มือยุทธศาสตร์ด้านกระแสของรัฐบาลประเมินอย่างมั่นใจว่า “ไกลกันมาก” โยงกันยาก
ตรงกันข้ามจากที่จะเป็นปมลบกับรัฐบาล สถานการณ์นี้กลับจะเป็นโอกาสบวกแต้มให้ “บิ๊กป้อม” ที่จะได้โชว์เนื้องานถนัดคือการอนุรักษ์ผืนป่าที่มีโปรไฟล์มาอย่างต่อเนื่องจากป่ารอยต่อภาคตะวันออก
ไม่บอกก็เดาได้ “พี่ใหญ่” ใส่เต็มแม็กซ์แน่.
ทีมข่าวการเมือง รายงาน

นักการเมือง/ทหาร

(6/2/61)ตัวเป็นนักการเมือง ...แต่เสียง เป็นทหาร พูดจริง ไม่โกหก

"ผม และครม.ทุกคนก็มีชีวิต จิตใจ มีหัวอก หัวใจ"....บิ๊กตู่ อ้อน อย่ามอง ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี นานเกินไป เพื่อหวังสืบทอดอำนาจ....เปรย เราไม่สามารถรับประกันได้ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น

"บิ๊กตู่" แจงเหตุที่ลงพื้นที่ เพราะ เอกสารที่แหกตาตลอด  วันนี้ต้องทำงานด้วยข้อเท็จจริง ทั้งวิชาการและประสบการณ์ที่มีอยู่จากการเป็นทหารและจากการเป็นนายกฯมา 3 ปีกว่า เจอปัญหามากมาย 

สิ่งสำคัญคือต้องมาเจอประชาชนในพื้นที่ ข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ท้องถิ่น ทั้งหมดคือคนไทย 

"ผมทำเสียงเหมือนนักการเมืองหรือเปล่า ไม่เหมือน เพราะเสียงผม เป็นทหารที่พูดความจริง ไม่โกหก เพราะถวายสัตย์ปฏิญาณฯไว้หมดแล้ว"

อย่ามองว่ารัฐบาลจะลงทุนอะไร เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับคนรวยหรือนักลงทุน รัฐบาลนี้ไม่เคยคิดอย่างนั้น คิดแต่ว่าการลงทุนอย่างไรจะถึงพี่น้อง ไม่มีญาติที่จะมาลงทุน เราต้องดูแลให้เป็นครอบครัวเดียวกัน ไม่ทิ้งใคร ไว้ข้างหลัง 

รัฐบาลต้องใช้โซเชียลมีเดีย หรือสื่อ เป็นตัวกลางในการสร้างความเข้าใจ และสื่อก็พร้อมสร้างความเข้าใจ อาจถูกต้องบ้างไม่ถูกต้องบ้าง แต่เขาไม่ได้เจตนา ถือว่าต่างคนต่างทำหน้าที่

แต่เราต้องมีภูมิคุ้มกันตัวเอง ไม่เช่นนั้นจะอยู่ไม่ได้ เพราะโลกเปลี่ยนแปลงทุกวัน 

"เราต้องมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี อย่ามองว่านานเกินไป เพื่อหวังสืบทอดอำนาจ ซึ่งผม และครม.ทุกคนก็มีชีวิต จิตใจ มีหัวอก หัวใจ 

วันนี้ขอให้ลดปัญหาความขัดแย้ง ลงก่อน ไม่ว่าจะเป็นประชาธิปไตย ก็เป็นไปตามกฎหมายอยู่แล้ว เราไม่สามารถรับประกันได้ว่า วันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ตราบใดที่ผมยังอยู่ตรงนี้ รัฐบาลนี้จะรักษาประโยชน์ให้มากที่สุด ให้คนไทยมีอนาคตที่ดี

วันอังคารที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ลำดับเหตุการณ์จับ”ปธ.อิตาเลียนไทย”ลักลอบล่าสัตว์


ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
ลำดับเหตุการณ์จับปธ.อิตาเลียนไทยลักลอบล่าสัตว์
ลำดับเหตุการณ์ จับเปรมชัย เปรณสูตประธานบริหาร บริษัทอิตาเลียนไทย พร้อมพวก ลักลอบล่าสัตว์ป่า
โดยเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัทอิตาเลียนไทยเดเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับพวกรวม 4 คน เข้าไปท่องเที่ยวในเส้นทางสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก -หน่วยพิทักษ์ป่าทิคอง -หน่วยพิทักษ์ป่ามหาราช โดยกำหนดโปรแกรม 2 วัน 1 คืน (เส้นทางที่เปิดให้ท่องเที่ยวชื่อ ทินวย-ทิคอง-มหาราช ระยะทาง 30 กิโลเมตร)
ต่อมา วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่ามหาราชว่า คณะของนายเปรมชัย ลักลอบตั้งแคมป์พักแรมในจุดบริเวณห้วยปะชิ อยู่ระหว่างหน่วยฯ ทิคอง กับหน่วยฯ
มหาราช ค่าพิกัด 47 P 485821 E 1678956 N ซึ่งเป็นจุดที่ ขสป.ทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันไม่อนุญาตให้ตั้งแคมป์ จึงส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปพิสูจน์ทราบ

ตรวจพบ อาวุธปืนยาวขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก  / อาวุธปืนไรเฟิลติดลำกล้องจำนวน 1 กระบอก 3. อาวุธปืนลูกซองแฝด จำนวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนพร้อมใช้งานและพบซากไก่ฟ้าหลังเทากับเนื้อเก้ง จึงได้ควบคุมตัวนายเปรมชัย และคณะมาที่สำนักงานเขตฯ ถึงในเวลา 02.40 น.
จากนั้น ในช่วงเช้าของวันที่ 5 ก.พ.61 คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ได้กลับไปตรวจสอบบริเวณแค้มป์ พักแรมซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุซ้ำ ตรวจพบสิ่งของและซากสัตว์ป่าเพิ่มเติม
จุดที่ 1 อยู่ห่างจากจุดที่ตั้งแค้มป์พักแรมไปทางทิศเหนือ ประมาณ 5 เมตร พบหนังเสือดำลักษณะเป็นผืนทั้งตัว โดยถูกชำแหละเนื้อออกไปแล้ว และผืนหนังเสือดำถูกถนอมซากด้วยการทาด้วยเกลือเพื่อมิให้เน่าเสีย วัดขนาดความยาวจากหัวถึงสะโพก 83 เซนติเมตร ความยาวจากหัวถึงหาง 148 เซนติเมตร รวมทั้งพบกะโหลกเสือดำ 1 หัว ชิ้นส่วนทั้งหมดถูกบรรจุอยู่ในถุงดำและมัดปากถุงด้วยเชือก ซุกซ่อนไว้ใต้พุ่มไม้

จุดที่ 2 อยู่ห่างจากแค้มป์พักแรมไปทางทิศเหนือประมาณ 5 เมตร พบกระเป๋าสะพายข้างสีแดงดำ ถูกซุกซ่อนโดยใช้เศษหญ้าแห้งปิดคลุม เมื่อเปิดดูภายในกระเป๋าพบกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 ขนาด 2 แรงครึ่ง จำนวน 13 นัด / กระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 ขนาด 1 แรง จำนวน 5 นัด / เข็มขัดคาดเอวแบบมีช่องเก็บกระสุนปืนลูกซอง จำนวน 1 เส้น / กระสุนอาวุธปืนขนาด .22 จำนวน 50 นัด แยกเป็นกระสุนหัวระเบิด จำนวน 11 นัด และกระสุนหัวตะกั่ว จำนวน 39 นัด ทั้งหมดบรรจุอยู่ในกล่องกระสุน 1 กล่อง / นกหวีดแบบใช้เป่าล่อนก จำนวน 1 อัน / กระสุนอาวุธปืนไรเฟิล ยี่ห้อ WINCHESTER 30-06 SPRG จำนวน 3 นัด ซึ่งเป็นกระสุนแบบเดียวกันกับที่ตรวจพบในอาวุธปืนยาว (ปืนไรเฟิล) ยี่ห้อ STEYR-MANNLICHER-M หมายเลขตัวปืน 201820 ทะเบียนอาวุธปืน กท.2850473 / น้ำมันล้างปืน 1 ขวด / ไฟฉายสปอร์ตไลต์ยี่ห้อ Metro จำนวน 1 กระบอก / ช้อนส้อมแบบพับได้ 1 คู่ / มีดพับ 1 เล่ม

และจุดที่ 3 พบซากเสือดำ 1 ตัว ถูกชำแหละแล้ว รวมน้ำหนักซาก น้ำหนักกะโหลกและเครื่องในได้ 10.6 กิโลกรัม บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกซุกซ่อนโดยใช้เศษหญ้าปิดคลุม
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้แจ้ง 6 ข้อหา ฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยมิได้รับอนุญาต / ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาต / ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากของสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาต / นำเครื่องมือสำหรับใช้ในการล่าสัตว์ป่าหรือจับสัตว์หรืออาวุธใดๆ เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต / ร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ / ความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน โดยถูกส่งดำเนินคดีที่ สภ.ทองผาภูมิ
//
สำหรับ นายเปรมชัย กรรณสูตร เป็นถึงประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างแบบครบวงจร โดยนายเปรมชัย มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ณ วันที่ 10 เมษายน 2556 จำนวน 820,484,470  หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน     19.56% จากจำนวนผู้ถือหุ้นทั้งสิ้น 5 ราย 
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2557 นายเปรมชัย กรรณสูต ถูกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรียกไปรายงานตัว ทำให้เป็นที่จับตาว่า สาเหตุที่ถูกเรียกตัว อาจจะ เป็นท่อน้ำเลี้ยง ของพรรคเพื่อไทย เนื่องมาจาก บริษัทอิตาเลียนไทย มีชื่อเป็นผู้รับเหมาในโครงการใหญ่หลายโครงการในสมัยรัฐบาล นายทักษิณ ชินวัตร จนมาถึง ยุครัฐบาลพรรคเพื่อไทย โปรเจคใหญ่ๆไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สีแดง สีม่วง  ท่าเรือน้ำลึกทวาย รวมถึงโครงการบริหารจัดการน้ำ 3 แสนล้านบาท แต่ภายหลังการเข้าพบ คสช.ในครั้งนั้น นายเปรมชัย ให้ข้อมูลว่า ถูกเชิญไปสอบถามเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจทั่วๆไปเท่านั้น 
นอกจากนี้ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ยังเป็นบริษัทผู้ก่อสร้าง โครงการก่อสร้างขยายถนนสาย 304 (กบินทร์บุรี-ปักธงชัย) ระยะทาง 15.5 กิโลเมตร ช่วงกิโลเมตรที่ 41-57 พร้อมกับก่อสร้างสะพานคู่และอุโมงค์ทางลอดสำหรับให้สัตว์เดินลอดข้าม เชื่อมผืนป่าระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่กับทับลาน เพื่อให้สัตว์เดินข้ามด้านใต้ เนื่องจากอยู่ในพื้นที่รอยต่อระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และอุทยานแห่งชาติทับลาน ใน อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี และเป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ที่ได้รับการขึ้นบัญชีเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติเมื่อปี 2548 
//
ได้ใช้แล้วทางเชื่อมพื้นป่าแห่งแรก...
นายอภิชาต จันทรทรัพย์ รองอธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่3ก.พ.ที่ผ่านมา นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคมนำคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคมลงพื้นที่ตรวจโครงการก่อสร้างทางเชื่อมผืนป่าและการขยายทางหลวงหมายเลข 304 (จ.ปราจีนบุรี-จ.นครราชสีมา) ของทล. ขณะนี้โครงการมีความคืบหน้าภาพรวมกว่า80 % ประกอบด้วยโครงการย่อยระยะทางรวม 18.959 กม.งบประมาณ 2,908.822 ล้านบาท ดังนี้1.โครงการก่อสร้างสายอ.กบินทร์บุรี-อ.ปักธงชัย(ทางเชื่อมพื้นป่า) จ.ปราจีนบุรี จุดเริ่มต้นตั้งแต่กม.191+860-195+310 ระยะทาง 3.450 กม.รับผิดชอบก่อสร้างโดยบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด(มหาชน) คืบหน้า75% 2. โครงการก่อสร้างขยายถนนหมายเลข 304 สายอ.กบินทร์บุรี-อ.วังน้ำเขียว ตอนที่จ.นครราชสีมา จ.ปราจีนบุรี (ส่วนที่1) ขนาดช่องจราจร (ขยายจากช่อง) ตั้งแต่กม.207+760 - กม.216+560 ระยะทาง 8.800 กม. โดยบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด(มหาชน) คืบหน้า 34% และ 3.โครงการก่อสร้างขยายถนนสายอ.กบินทร์บุรี-อ.วังน้ำเขียว ตอนที่3 (จ.นครราชสีมา จ.ปราจีนบุรี ส่วนที่2)ขนาดช่อง ตั้งแต่กม. 216+560- กม.223+269 ระยะทาง 8.800 กม. โดยบริษัทธนะสินพัฒนา(1999 )จำกัด คืบหน้า21% ทั้งโครงการ คาดว่าจะเสร็จตามสัญญาภายในปีนี้ และเปิดให้ประชาชนใช้ได้อย่างเต็มรูปแบบต้นปี62

นายอภิชาต กล่าวต่อว่าในการก่อสร้างทางเชื่อมผืนป่าถือเป็นแห่งแรกของประเทสไทยมีทั้งอุโมงค์และสะพานทางยกระดับขนาด 4 ช่อง ช่วงที่เป็นสะพานจะให้รถยนต์ใช้สะพานและให้สัตว์เดินลอดใต้สะพาน ส่วนช่วงอุโมงค์จะให้รถยนต์ใช้อุโมงค์และสัตว์เดินข้ามบนหลังคาอุโมงค์ได้แบบธรรมชาติลดการเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนสัตว์ป่าที่เดินข้ามทางเชื่อมผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ให้เป็นสมบัติของชาวไทยและชาวโลก สำหรับอุโมงค์ 2จุด รวมระยะทาง 430 เมตร ขณะนี้ติดตั้งผนังเสร็จเรียบร้อยแล้วอยู่ระหว่างติดตั้งระบบไฟฟ้า หลังจากนี้จะถมดินด้านบนอุโมงค์โดยนำดินท้องถิ่นที่อยู่ในเกณฑ์คุณภาพดีมาถมอัดให้แน่นและปลูกต้นไม้ด้านบนจะหารือกรมอุทยานฯช่วยคัดสรรพันธุ์ไม้ ส่วนบริเวณที่เป็นทางยกระดับลักษณะสะพาน 2 สะพานคู่กัน รถวิ่งได้ฝั่งละ 2 ช่อง รวม ระยะทาง570เมตร ใต้ทางยกระดับที่เป็นทางเดินของสัตว์ป่า ขณะนี้ ได้เปิดใช้เป็นช่องจราจรชั่วคราว ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯแล้ว 2 ช่องให้รถวิ่งสวนทางกัน ส่วนขาออกอยู่ระหว่างเก็บรายละเอียดงาน คาดว่าก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งอุโมงค์ และสะพานยกระดับปลายปีนี้ เพื่อเปิดใช้ต่อไป. ส่วนโครงการที่เหลือจะทยอยแล้วเสร็จพร้อมกันในปี 62

ด้านนายสุจิณ มั่งนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักอำนวยความปลอดภัย ทล.กล่าวว่า อุโมงค์เชื่อมผืนป่าถือเป็นไฮไลต์ของโครงการเนื่องจากเป็นอุโมงค์ยาวประมาณ 250 เมตร ทล.จะนำระบบไฟไฮเทคโนโลยีมากกว่าอุโมงค์ปกติทั่วไปโดยจะปรับระดับแสงส่องสว่างภายในอุโมงค์ให้เท่าความสว่างของแสงภายนอกไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืนเพื่อป้องกันการเกิดตาพล่ามัว หรือวูบกับแสงเวลาผู้ขับขี่ออกจากอุโมงค์ ทั้งนี้นายอาคมได้สั่งการให้ตรวจสอบระบบไฟฟ้า ระบบลม และเฝ้าระวังการเกิดอุบัติเหตุหลังเปิดใช้เพื่อความปลอดภัยของประชาชนด้วย
https://www.dailynews.co.th/economic/625403
22
รับเหมาแบ่งเค้กรถไฟฟ้า

ยักษ์รับเหมาจ้องตาเป็นมัน เค้กก้อนใหญ่รถไฟฟ้าสารพัดสี หลังครม.ประยุทธ์กดปุ่มเร่งเดินหน้า “.การช่าง/อิตาเลียนไทย/ซิโน-ไทย” เชื่อทุกรายรับกันถ้วนหน้า ปลัดคมนาคมแย้ม 1-2 เดือนได้ลุ้นประมูลสายสีส้ม แถมสายสีแดง และแอร์พอร์ตลิงค์ส่วนต่อขยาย พญาไท-บางซื่อ-ดอนเมือง และรถไฟทางคู่จิระ-ขอนแก่นที่จ่อครมด้านรฟม.เผยเตรียมแบ่งงานก่อสร้างไว้พร้อมแล้ว

หลังจากที่ ครม.ประยุทธ์กดปุ่มเดินหน้าเมกะโปรเจ็กต์โครงข่ายระบบรางโดยเฉพาะรถไฟฟ้าหลากสีทั้งในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล  เพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างบรรยากาศการลงทุนในประเทศ  ทันทีที่รัฐบาลเร่งให้ทุกอย่างเดินหน้าเต็มที  มีความเคลื่อนไหวหนึ่งที่น่าติดตาม เมื่อบรรดายักษ์รับเหมาระดับท็อปของวงการไม่ว่าจะเป็นช.การช่าง หรือบมจ.อิตาเลียนไทยและซิโน-ไทย ถึงจะมีงานล้นทะลักหน้าตัก แต่ก็ยังหมายมั่นหวังชิงเค้กก้อนใหญ่นี้กันอย่างคึกคัก ค่อนข้างจะมั่นใจว่าจะคว้างานมาได้อย่างน้อย 25-30% ของโครงการใหม่ที่จะออกประมูลทั้งหมด

++”ไอทีดีอั้นแค่ 1.5 แสนล้าน


นายเปรมชัย  กรรณสูต  ประธานกรรมการ  บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือไอทีดี  กล่าวในที่ประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อเร็วๆนี้ถึงการประมูลงานโครงการใหญ่ที่คาดว่าปีนี้จะมีอีกหลายโครงการทยอยกันออกมาไม่ว่าจะเป็นโครงการรถไฟฟ้าสายสีต่างๆของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) อาทิ สายสีส้ม ชมพู เหลือง โครงการมอเตอร์เวย์ และโครงการรถไฟรางคู่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)อีก 5 สาย คาดจะมีงบประมาณร่วม 5 แสนล้านบาท ซึ่งบริษัทมีกำลังรับงานได้เพียง 1.5 แสนล้านบาทเท่านั้น ที่สามารถทำงานได้

นอกจากนี้นายเปรมชัยยังระบุอีกว่า ถ้าเกินกว่านี้ไม่สามารถรับงานได้ หรือเท่ากับ 2 หรือ 3 สัญญาเท่านั้น เพราะแต่ละโครงการมีมูลค่าสูงมาก เพราะต้องเก็บความสามารถเอาไว้รองรับงานอย่างอื่น โดยเฉพาะโครงการรถไฟไทย-จีน มูลค่าร่วม 4 แสนล้านบาท ที่คาดว่าสัญญาแรกจะมีมูลค่าถึง 2 แสนล้านบาท ที่น่าจะทำได้ก่อน และจำเป็นต้องใช้บริษัทของคนไทยมาเป็นซับคอนแทร็กซ์ ในการก่อสร้าง  ส่วนจีนคงจะเป็นฝ่ายควบคุมหลักเท่านั้น และมั่นใจว่ารถไฟความเร็ว 180กิโลเมตรต่อชั่วโมงซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับจีนในเส้นทาง กรุงเทพฯ-หนองคายย่อมเกิดได้แน่นอนภายในปีนี้

อย่างไรก็ดีในส่วนของความร่วมมือรถไฟไทย-จีนนั้นได้มีหารือผ่าน 2 รัฐวิสาหกิจของจีนทั้ง คือซีอาร์อีซีและซีอาร์ซีซี  ส่วนความร่วมมือรถไฟไทย-ญี่ปุ่นเราก็สนใจแต่คาดว่าจะใช้เวลาอีก 3ปี  โดยหวังงานยาก ๆ  และเชื่อว่าคนเก่งทางด้านไหนก็คงจะประมูลงานด้านนั้น

สำหรับเงินลงทุนที่จะต้องใช้ในการขยายงานนั้น นายเปรมชัยกล่าวว่างานประมูลรัฐไม่จำเป็นต้องใช้เงินทุนเพราะสามารถเบิกเงินล่วงหน้า 15 % เป็นเงินทุนอยู่แล้ว ด้านปัญหาแรงงานนั้น คงจะต้องใช้แรงงานเพิ่มมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ ไอทีดีใช้แรงงานจากเมียนมาร์ ซึ่งเวลานี้ประเทศไทยเปิดทางให้ใช้แรงงานต่างชาติจาก ลาว กัมพูชาและเมียนมาร์ ส่วนแรงงานบังกลาเทศนั้นค่าแรงแพงกว่าไทย

ส่วนแผนการทำกำไรนั้น นายเปรมชัย ชี้แจงว่าเป็นความตั้งใจของผู้บริหารที่จะแสวงหากำไรเพิ่มมากขึ้นและเห็นว่างานราชการได้กำไรน้อย ส่วนงานภาคเอกชนก็จะถูกต่อรองมาก แต่งานราชการจำเป็นต้องทำเพราะเป็นงานส่วนใหญ่ของประเทศ ทำให้มีเงินหมุนเวียนมาเลี้ยงพนักงาน และองค์กร

เรามั่นใจว่าระยะยาวอัตราผลตอบแทนกำไรจะมากกว่า 1 % โดยในปี 2557 บริษัทมีรายได้ 4.9 หมื่นล้านบาท ปี 2558 คาดว่าจะมีรายได้ 5-6 หมื่นล้าน โดยมีงานที่รอเซ็นสัญญาอีก 1.7 แสนล้านบาท ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้จาก 8 โครงการ คาดจะมีแบ็กล็อกในมือ 3.5 แสนล้านบาท


++ช.การช่างตั้งเป้าได้งานอีก25%


นายพงษ์สฤษดิ์ ตันติสุวณิชกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท ช.การช่าง จำกัด(มหาชน) หรือ CK  กล่าวว่าปีนี้ ช.การช่างยังใช้งบลงทุนตามปกติประมาณ10-15% ของปริมาณงานในมือหรือแบ็กล็อกที่ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 9.3 หมื่นล้านบาท และยังคาดว่าจะสามารถรับงานอย่างต่อเนื่องกันไปโดยมีเป้าหมายที่จะรับงานได้ปีนี้อีกราว 25% ของปริมาณการประมูลงานของรัฐบาล

การร่วมประมูลเดินรถสายสีชมพูและสายสีเหลืองก่อนที่จะก่อสร้างนั้นเราไม่พลาดร่วมแข่งขันอย่างแน่นอนเนื่องจากมีบริษัทลูกอย่างบีเอ็มซีแอลพร้อมดำเนินการอีกทั้งยังมีพันธมิตรจากอีกหลายประเทศพร้อมให้การสนับสนุน เท่านั้นยังไม่พออุปกรณ์และบุคลากรก่อสร้างยังสามารถรับงานได้อีกมาก เช่นเดียวกับความพร้อมด้านการร่วมลงทุนนั้นยังเห็นว่าเป็นสิ่งที่รัฐควรเร่งดำเนินการ ส่วนภาคเอกชนมีความพร้อมอย่างเต็มที่โดยเฉพาะบริษัทชั้นนำของไทย ขอเพียงรัฐบาลแสดงความชัดเจนแต่ละโครงการเท่านั้น เช่น การเดินรถไฟฟ้า มอเตอร์เวย์ 2 เส้นทาง โครงการท่าเรือน้ำลึก เป็นต้น


++ซิโน-ไทยเชื่อแบ็กล็อกปีนี้ 5 หมื่นล.


เช่นเดียวกับนายภาคภูมิ  ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ STEC  ที่กล่าวยืนยันว่าเตรียมพร้อมประมูลอยู่แล้วทุกเส้นทาง และอยากให้มีโครงการออกมาอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว  ล่าสุดสายสีเขียวทางซิโน-ไทยก็ได้มา 2 สัญญา ส่วนอีก 5-6  เส้นทางคือสายสีส้ม สายสีชมพู สายสีเหลือง สายสีแดงมิสซิ่งลิงค์และแอร์พอร์ตลิงค์ส่วนต่อขยายนั้นที่คาดว่าจะเปิดประมูลในปีนี้เราก็พร้อมดำเนินการ โดยซิโน-ไทยยังมีการเตรียมความพร้อมทางด้านเทคโนโลยีการก่อสร้าง มีการแสวงหาเครื่องมือตลอดจนอุปกรณ์ก่อสร้างพร้อมทั้งหาวิธีการในการก่อสร้างใหม่เพื่อนำมาช่วยลดการใช้แรงงานและเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วย

สำหรับความเห็นด้านการร่วมลงทุนนั้นพร้อมร่วมงาน ทั้งนี้ รัฐควรเร่งดำเนินการ เพราะภาคเอกชนเตรียมการมานานแล้ว โดยเฉพาะบริษัทชั้นนำของไทย ขอเพียงรัฐบาลเร่งผลักดันออกมาโดยเร็วเท่านั้น  เช่น ร่วมการลงทุนเดินรถไฟฟ้า  โครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ 2 เส้นทางคือ บางใหญ่-กาญจนบุรี และบางปะอิน-นครราชสีมา หรือโครงการท่าเรือน้ำลึก 3-4 แห่งของกรมเจ้าท่า เป็นต้น

รายได้ในปีนี้คาดการณ์ว่าจะทำได้ประมาณ  2 หมื่นล้านบาท  ส่วนแบ็กล็อกประมาณ 5 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะสามารถรับงานได้เรื่อยๆแต่ปีนี้ตั้งเป้าที่จะได้งานไว้ 3 หมื่นล้านบาท ล่าสุดได้สายสีเขียวเหนือ หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต 2 สัญญา กว่า 6 พันล้านบาท


++ลุ้นสายสีส้มเปิดประมูล1-2เดือนนี้


นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผย ฐานเศรษฐกิจถึงความคืบหน้าโครงการรถไฟ-รถไฟฟ้าเส้นทางต่างๆที่อยู่ระหว่างการเร่งผลักดันว่า เมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมาได้มีการประชุมหารือกรณีที่จะนำรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงพระราม 9-มีนบุรีเสนอให้คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก(คจร.)พิจารณากรณีที่ได้ปรับเปลี่ยนแนวเส้นทางจากเดิมกำหนดผ่านชุมชนประชาสงเคราะห์ ย่านดินแดง-ห้วยขวางนั้น แต่เนื่องจากประชาชนต่อต้านพร้อมเสนอให้ปรับเปลี่ยนแนวมาเป็นเชื่อมโยงแยกพระราม 9 แทนเพื่อเลี่ยงผลกระทบต่อชุมชนดังกล่าว

เบื้องต้นนี้มีความเป็นไปได้อย่างมากที่สายสีส้มจะสามารถเปิดประมูลได้ใน 1-2 เดือนนี้ซึ่งอาจต่อเนื่องไปกับโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก และสายสีแดงเข้ม ช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง หรือเรียกว่าช่วงมิสซิ่งลิงค์ ระยะทางประมาณ 26 กิโลเมตร มูลค่า 3.3 หมื่นล้านบาท และส่วนต่อขยายแอร์พอร์ตลิงค์ ช่วงพญาไท-บางซื่อ-ดอนเมือง วงเงิน 2.8 หมื่นล้านบาทที่นำเสนอเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(ครม.)ไปแล้ว


++สีชมพู-สีเหลืองปลายปีนี้จะชัดเจน


ด้านนายธีรพันธ์ เตชะศิรินุกูล รองผู้ว่าการกลยุทธ์และแผน การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) กล่าวถึงความคืบหน้าสายสีชมพู(แคราย-มีนบุรี) และสายสีเหลือง(ลาดพร้าว-สำโรง) ที่จะใช้รูปแบบการเดินรถแบบโมโนเรลนั้น ขณะนี้เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการเร่งสรุปรูปแบบการร่วมลงทุน PPPs NetCross ของระบบเดินรถและซีวิลเวิร์กให้สอดคล้องกับการก่อสร้างโครงการดังกล่าว

เรื่องนี้เสนอกระทรวงคมนาคมมาแล้วครั้งหนึ่ง  แต่ได้ให้กลับไปพิจารณาทบทวนรูปแบบการเดินรถ จากนั้นจึงนำไปสู่การออกแบบก่อสร้าง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการยื่นขออนุมัติดำเนินโครงการรูปแบบการร่วมลงทุน PPPs NetCross  กับระบบเดินรถและซีวิลเวิร์ก ล่าสุดบอร์ดรฟม.ได้อนุมัติให้ดำเนินการแล้วเมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา คาดว่าในอีก 2 สัปดาห์จะเร่งนำเสนอไปยังสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) กระทรวงคมนาคม  และคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตร.) พิจารณา ก่อนนำเสนอครม.อนุมัติให้ดำเนินการโดยเร็วต่อไป ซึ่งคาดว่าปลายปีนี้จะชัดเจนด้านการเปิดประมูลเพื่อหาผู้รับการดำเนินการด้านระบบเดินรถและการก่อสร้างงานโยธาควบคู่กันไป


++เตรียมแบ่งงานสายสีส้ม 3-6สัญญา


นายพีระยุทธ  สิงห์พัฒนากุล ผู้ว่าการรฟม. กล่าวว่า กรณีรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงพระราม 9-มีนบุรี จะแบ่งสัญญาการก่อสร้างทั้งใต้ดินและยกระดับ โดยใต้ดินอาจแบ่งออกเป็น 1-2 สัญญารูปแบบดีไซน์แอนด์บิลต์  ส่วนยกระดับประมาณ 1-2 สัญญา นอกจากนั้นยังมีสัญญางานระบบไฟฟ้า อาณัติสัญญาณ และระบบราง 1-2 สัญญา

ล่าสุดรถไฟฟ้าสายสีส้ม(ตะวันออก) ช่วงพระราม 9-รามคำแหง-มีนบุรีได้มีการหารือร่วมกับกระทรวงคมนาคมและสนข.แล้ว เพื่อนำเสนอเข้าสู่การเห็นชอบของคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก(คจร.)ต่อไป


++สายสีแดง/แอร์พอร์ตลิงค์ ซอย 6-8 สัญญา


ด้านนายจเร รุ่งฐานีย วิศวกรใหญ่ฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้างร.ฟ.ท.กล่าวว่า กรณีสายสีแดงอาจแบ่งออกเป็น 3-4 สัญญารวมงานระบบด้วย ส่วนแอร์พอร์ตลิงค์ส่วนต่อขยายจะแบ่งออกเป็น 2-3สัญญาคืองานโยธาช่วงพญาไท-บางซื่อ 1 สัญญา  ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง 1 สัญญา และงานระบบอีก 1สัญญา  นอกจากนั้นยังมีโครงการรถไฟทางคู่ เส้นทางจิระ-ขอนแก่น อยู่อีก 1 เส้นทาง  วงเงิน 2.6 หมื่นล้านบาทที่นำเสนอครม.ไปแล้ว

++ยักษ์รับเหมาตุนหน้าตักไว้เพียบ


สำหรับการประมูลงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าที่ผ่านมา จากการรวบรวมของฐานเศรษฐกิจซึ่งประกอบด้วยสายสีม่วง ช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ สายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค และบางซื่อ-ท่าพระ สายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ สายม่วง ช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ และสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-คูคต นั้น ปรากฏว่ามีเพียงบริษัทก่อสร้างชั้นนำเท่านั้นที่แบ่งเค้กไปตามๆกัน  โดย บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ หรือ ITD ชนะประมูลงานก่อสร้างรวมแล้วกว่า 8.2 หมื่นล้านบาท โดยงานที่มีมูลค่าสูงสุดคือ งานก่อสร้างเส้นทาง รถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-คูคตกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท และงานก่อสร้างเส้นทางใต้ดิน ช่วงหัวลำโพง-สนามชัย สำหรับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน วงเงินกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท เป็นต้น

ตามด้วยบมจ.ซิโน-ไทย ได้งานก่อสร้างรวมกว่า 3.3 หมื่นล้านบาท มีงานก่อสร้างทางยกระดับช่วงท่าพระ-หลักสอง และสร้างศูนย์ซ่อมบำรุง กับอาคารจอดรถ 2 แห่ง ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และงานโครงสร้างยกระดับ ช่วงสะพานพระนั่งเกล้า-คลองบางไผ่ และก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง วงเงินกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท

ส่วน บมจ.ช.การช่าง ชนะการประมูลงานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายต่างๆเป็นวงเงินเกือบ 3 หมื่นล้านบาท ที่เด่นๆคือ สายสีเขียวช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ได้งานเกือบทั้งหมด มีงานก่อสร้างทางยกระดับ สร้างสะพานข้ามคลองสำโรง ก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงและอาคารจอดรถ เป็นวงเงินรวม 1.4 หมื่นล้านบาท
///
''เปรมชัย'' แห่งอิตาเลียนไทย ไขปริศนา ทำไมถูกเรียกตัว...ที่แท้คุยเรื่องน้ำ
ออกมาเคลียร์กันให้ชัด ๆ อีกครั้ง สำหรับ "เปรมชัย กรรณสูต" บิ๊กรับเหมาค่ายมหาชน "บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์" เบอร์หนึ่งของเมืองไทย หลังมีชื่อติดโผกลุ่มนักธุรกิจที่ "คสช.-คณะรักษาความสงบแห่งชาติ" เรียกไปรายงานตัวเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา
ทำให้หลายคนวิเคราะห์ไปไกลว่า สาเหตุที่ทำให้ "เปรมชัย" ถูกเรียกตัวกะทันหัน เพราะเป็นท่อน้ำเลี้ยงของเพื่อไทย อาจจะเป็นเพราะชื่อของ "อิตาเลียนไทย" ได้ประทับตราโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการในยุค พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เรื่อยมาจนถึงยุครัฐบาลเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นสนามบินสุวรรณภูมิ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สีม่วง สีแดง โปรเจ็กต์บริหารจัดการน้ำ 3 แสนล้านบาท และท่าเรือน้ำลึกทวาย
ขณะ ที่ "เปรมชัย" บอกกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า วันนั้นมีนักธุรกิจถูกเชิญไป 6 คน ในส่วนของตนทาง คสช.เชิญไปสอบถามเรื่องธุรกิจทั่ว ๆ ไป เช่น โครงการบริหารจัดการน้ำ รถไฟฟ้า รถไฟทางคู่ โครงการทวาย โดยถามว่าควรจะเดินหน้ายังไงและมีความคิดเห็นยังไงในฐานะนักธุรกิจ เพื่อจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้ ไม่ได้มีอะไรเลย (หัวเราะ)
"ผมก็อธิบายไปว่ามันเป็นโลจิกส์ ยังไงก็ต้องเดินหน้าต่อ ผมว่าก็เป็นสิ่งที่ดีนะ เพราะเริ่มเห็นทางออก รู้สึกเขาจริงใจและแอ็กทีฟแก้ปัญหามาก โดยมาปลดล็อกการลงทุนให้ไปต่อได้ ก็เป็นผลดีต่อธุรกิจก่อสร้าง"
สำหรับอิตาเลียนไทย "เปรมชัย" บอกว่า ก็รอดูว่าทาง คสช.จะทำได้ตามที่มีนโยบายออกมาหรือไม่ ปัจจุบันบริษัทรอยื่นเสนอราคาโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว จากหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ค่าก่อสร้างกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท และรถไฟทางคู่สายฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย ค่าก่อสร้างกว่า 1.1 หมื่นล้าน ซึ่งทั้ง 2 โครงการบริษัทยื่นประมูลเดี่ยวไม่ได้จอยต์เวนเจอร์กับบริษัทอื่น เนื่องจากมีศักยภาพมากพอที่จะยื่นประมูลได้
ส่วนโครงการบริหาร จัดการน้ำ "บิ๊กอิตาเลียนไทย" ระบุว่า ทาง คสช.จะไม่ยกเลิกแต่จะนำทุกโครงการมารีวิวใหม่ เพื่อนำโครงการที่พร้อมก่อสร้างมาเดินหน้าต่อไป มีความเป็นไปได้ว่าจะไม่ดำเนินการทั้งโครงการ จะเลือกเฉพาะโครงการที่พร้อมจริง ๆ
"บริษัทประมูลได้ 5 โมดูล มูลค่างาน 106,846 ล้านบาท เช่น อ่างเก็บน้ำ ปรับปรุงลำน้ำสายหลัก ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีปัญหา ทั้งหมดก็ผ่านเวทีประชาพิจารณ์ตามที่ศาลปกครองมีคำสั่งแล้ว เหลือรับฟังความคิดเห็นใน 2 พื้นที่คือกรุงเทพฯและนครปฐม เพราะยุบสภาเสียก่อน จึงต้องหยุดกิจกรรมไว้ แนวโน้มโครงการที่จะมีปัญหาคือฟลัดเวย์เพราะค้านเยอะ"
ทั้งนี้ จากนโยบายของ "พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา" หัวหน้า คสช.จะเร่งขุดลอกคูลอกแม่น้ำเป็นลำดับแรกนั้น "เปรมชัย" บอกว่า ยิ่งดีเพราะเป็นโครงการที่บริษัทประมูลได้ในโมดูล A4 อยู่แล้ว เป็นงานปรับปรุงสภาพลำน้ำสายหลักและป้องกันการกัดเซาะตลิ่งริมแม่น้ำใน พื้นที่แม่น้ำยม น่าน และเจ้าพระยา
หลังมีคนมาขันนอตให้ทุกอย่าง เดินหน้าแบบนี้ ทำให้ "อิตาเลียนไทย" เริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เมื่อโครงการที่หมายตากำลังเริ่มรุดหน้า ไม่ได้ถูกแช่แข็งทำให้เรี่ยวแรงที่ดูเหมือนจะอ่อนล้า กลับมามีชีวิตชีวามากขึ้น ส่วนจะไปได้มากน้อยแค่ไหน ก็ต้องลุ้นต่อไป
//

เปรมชัย กรรณสูต จากCEOอิตาเลี่ยนไทย สู่นักล่าแห่งป่าทุ่งใหญ่ ขุมทรัพย์4หมื่นล้าน จับตาซุปเปอร์คอนเนคชั่น:กับบ่วงข้อหา-กับดักกรรม???

จากกรณีเฟซบุ๊กเพจคนอนุรักษ์ ได้เผยแพร่ภาพพร้อมข้อความที่ระบุถึง กรณีเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก รับแจ้งว่าพบนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่ง ตั้งแคมป์พักในบริเวณจุดห้ามตั้ง เข้าตรวจสอบจึงพบว่า นักท่องเที่ยวหนึ่งในกลุ่มนี้ คือ นายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานบริหารและ กรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ บริษัทมหาชน ตรวจสอบบริเวณเต๊นท์พัก พบซากสัตว์ป่าคุ้มครอง คือ ไก่ฟ้าหลังเทา ซากเนื้อเก้ง

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา 1. ฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 36 และมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535  2. ฐานร่ 3. ฐานร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากของสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 19 และมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535

4. ฐานนำเครื่องมือสำหรับใช้ในการล่าสัตว์ป่าหรือจับสัตว์หรืออาวุธใดๆ เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามข้อ 1 (1) ของกฎกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2538) ออกตามความตามมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535

5. ฐานรวมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507

6. สำหรับความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 ขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินการแจ้งความกล่าวโทษตามฐานความผิดต่อไป
วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 16 และมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535
สำหนับผู้ต้องหา ประกอบด้วย

1.) นายเปรมชัย กรรณสูต อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12/3 ซอยศูนย์วิจัย 3 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร  ประธานบริหารและ กรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ บริษัทมหาชน

2.) นายยงค์ โดดเครือ อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84 หมู่ที่ 8 ตำบลคุ้งพยอม อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี

3.) นางนที เรียมแสน อยู่บ้านเลขที่ 102 หมู่ที่ 1 ตำบลทุ่งสว่าง อำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา

4.) นายธานี ทุมมาศ อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47 หมู่ที่ 3 ตำบลช่องสะเดา อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

ย้อนไปสำหรับนายเปรมชัย กรรณสูต เป็นลูกชายคนสุดท้องของหมอชัยยุทธ กรรณสูต ผู้ร่วมกันก่อตั้งกลุ่มบริษัทอิตัลไทย โดยเปรมชัย ก้าวขึ้นเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทอิตาเลียนไทยตั้งแต่อายุยังน้อย จบปริญญาตรี MINING ENGINEERING จากCOLORADO SCHOOL และ MBA จาก UNIVERSITY OF SOUTHERN CALIFORNIA  ขณะที่ผู้เป็นพ่อ คือหมอชัยยุทธได้วางคอนเนคชั่นกับนักการเมืองรัฐบาลอย่างแนบแน่น และนายเปรมชัยเองก็เริ่มสร้างสัมพันธ์กับนักการเมืองรุ่นใหม่ขณะนั้น ด้วยเช่นกัน ซึ่งว่ากันว่ามีทั้งพรรคประชาธิปปัตย์และพรรคชาติไทย

อย่างไรก็ตามนายเปรมชัย เปรียบเหมือนลูกไม้ใต้ต้นของหมอชัยยุทธ ซึ่งครั้งหนึ่งสื่อผู้จัดการได้เปิดเผยถึงบุคลิกของนายเปรมชัยไว้อย่างน่าสนใจว่าบางทีดูน่าเกรงขามกว่าผู้เป็นพ่อ ในบางครั้งก็ดูสุภาพอ่อนน้อม ก่อนที่สื่อดังกล่าวจะทิ้งท้ายไว้เมื่อหลายสิบปีก่อนว่า วันข้างหน้าช่างท้าทายความสามารถของคนหนุ่มอย่างเปรมชัยได้เป็นอย่างดี จะเป็นตัวตายตัวแทนที่สมบูรณ์แบบคงได้รู้กันในไม่ช้า
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 10 อันดับแรก  ITD บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งปีที่ผ่านมามีตัวเลขทางธุรกิจเป็นรายได้กว่า 4 หมื่นล้าน ( ณ 31 มี.ค. 2560 )จำนวนหุ้น %

1. นาย เปรมชัย กรรณสูต 785,494,526 14.88
2. นาง นิจพร จรณะจิตต์ 371,698,140 7.04
3. นาย วิชัย วชิรพงศ์ 228,148,600 4.32
4. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 180,272,538 3.41
5. นาย เจษฎา เลิศนันทปัญญา 144,865,500 2.74
6. นาย ประวิตร พันธ์สายเชื้อ 80,452,400 1.52
7. นาย ทวีฉัตร จุฬางกูร 69,000,000 1.31
8. STATE STREET BANK AND TRUST COMPANY 63,262,733 1.20
9. นาง วลัยพร สมภักดี 60,570,700 1.15
10. CHASE NOMINEES LIMITED 52,635,515 1.00