PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561

นิตยสารTime เดือน มิ.ย.61 ขึ้นปก พล.อ.ประยุทธ

นิตยสารTime เดือน มิ.ย.61 ขึ้นปก พล.อ.ประยุทธ
////
BRIEF: น่าปลื้มใจ! นิตยสาร TIME ให้ลุงตู่ขึ้นปก เปรียบเป็น ‘สฤษดิ์น้อย’ และเอ่ยถึงทักษะในการแต่งเพลง แต่งกลอน
.
มีคนไทยไม่กี่คนที่ได้ขึ้นปกนิตยสารข่าวชื่อดัง TIME Magazine แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี/หัวหน้า คสช. หรือที่คนไทยเรียกอย่างเอ็นดูว่า ‘ลุงตู่’ กลับเป็นหนึ่งในนั้น
.
หน้าปกของนิตยสาร TIME เวอร์ชั่นเอเชีย ที่จะวางแผงขายช่วงปลายเดือน มิ.ย.นี้ ได้นำภาพของ พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นเป็นภาพปก พร้อมคำโปรยว่า “Democrat. Dictator. Which path will Thailand’s Prayuth Chan-O-Cha choose?” (นักประชาธิปไตยหรือเผด็จการ ทางไหนที่ประยุทธ์เลือก?)
.
เนื้อหาภายในไม่เพียงเล่าถึงบริบทของสังคมไทยก่อนที่ คสช.จะยึดอำนาจเข้ามาในปี 2557 ยังเล่าถึงประวัติของตัวลุงตู่เอง ตั้งแต่สมัยเด็กๆ ใน จ.นครราชสีมา มาจนรับราชการทหารกว่า 40 ปี และได้เป็นนายกฯ ในที่สุด รวมถึงบทสัมภาษณ์ชนิดคำต่อคำที่ผู้สื่อข่าวของนิตยสาร TIME บุกเข้ามาสัมภาษณ์ถึงภายในทำเนียบรัฐบาล
.
นอกจากนี้ ยังมีการเปรียบเทียบ พล.อ.ประยุทธ์กับจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อดีตนายกฯ โดยยกให้เป็น ‘สฤษดิ์น้อย’ และพาดพิงถึงทักษะพิเศษด้านการแต่งเพลงกับแต่งกลอน
.
ถือเป็นอีกครั้งที่เจ้าตัวได้สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง และประเทศชาติ
.

บ้านริมน้ำก็ไป

21 มิ.ย. 61 นายรณฤทธิชัย คานเขต อดีตส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย สมาชิกกลุ่มบ้านริมน้ำของ นายสุชาติ ตันเจริญ กล่าวถึงการเคลื่อนไหวดูด ส.ส.เข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐว่า เป็นเรื่องธรรมดา เพราะผู้ที่ไปดูดมีสมาชิกในกลุ่มอยู่แล้ว สำหรับในส่วนของนายสุชาติ ได้รับมอบหมายให้ดูแลในส่วนของภาคอีสานและภาคตะวันออก มีนโยบายชัดเจน อยากสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีอุดมการณ์ คิดว่า ดีกว่าการไปลากเอาคนเก่ามา เพราะถึงอย่างไรเราก็ต้องสู้กับเพื่อไทยอยู่แล้ว มั่นใจว่า คนใหม่จะสามารถสู้เพื่อไทยได้ ตอนนี้สามารถรวบรวมได้ 30-40 คน พยายามที่จะคัดเลือกคนที่สู้และขยัน

"ก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยได้ ส.ส. เพราะกระแส แต่ตอนนี้กระแสพรรคเพื่อไทยลดลงแล้ว เขากำลังลำบาก กำลังระส่ำหาหัวไม่ได้" นายรณฤทธิชัย กล่าว
นายรณฤทธิชัย กล่าวว่า ในวันเสาร์ที่ 30 มิ.ย. กลุ่มสามมิตร จะมีการแถลงข่าวที่สนามกอล์ฟไพน์เฮิร์สท ตนก็ได้รับการมอบหมายให้ไปรับฟังการแถลง และการหาสมาชิกของกลุ่มบ้านริมน้ำ และกลุ่มสามมิตร อาจทับซ้อนกัน แต่ก็ต้องสอบถามประชาชน

ขึ้นปก Time ฉบับ Asia

ขึ้นปก Time ฉบับ Asia
ปก Time ฉบับ อินเตอร์ฯ เป็นปก Donald Trump ...ส่วน พลเอกประยุทธ์ ขึ้นปก Time ฉบับ Asia
ภาพ แสง และเงา ได้อารมณ์ มาก!!
"บิ๊กตู่" ลั่น ..ชีวิตนี้สละแล้วเพื่อแผ่นดินเกิดและราชบัลลังก์“I told myself that I had to dedicate my life for my homeland and the monarchy.
Time ตั้งข้อสังเกต "Thailand’s Leader Promised to Restore Democracy. Instead He's Tightening His Grip"แม้จะให้สัญญาว่า จะคืนประชาธิปไตย แต่ทว่า กลับมีการกระชับอำนาจ
พลเอกประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์พิเศษ นิตยสาร Time พร้อม เป็น นายแบบ ให้ถ่ายภาพ เพื่อไปเลือก ลงในคอลัมน์ ในเล่ม ฉบับนี้ บนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อ1 มิย. ที่ผ่านมา....โดยทีมงาน Time เลือกภาพ ธีม แสงและเงา ประกอบ บทวิเคราะห์ และบทสัมภาษณ์ นี้
Democrat.Dictator."พลเอกประยุทธ์" จะเลือก "ประชาธิปไตย" หรือ "เผด็จการ" แม้จะให้สัญญาว่า จะคืนประชาธิปไตย แต่ทว่า กลับมีการกระชับอำนาจ
..อึ้ง!เป็นนายกฯที่คุยกับกบ แต่งเพลง แต่งกลอน
///
Prayuth and his shadow !!
"บิ๊กตู่" ลั่น ..ชีวิตนี้สละแล้วเพื่อแผ่นดินเกิดและราชบัลลังก์“I told myself that I had to dedicate my life for my homeland and the monarchy.
Time ตั้งข้อสังเกต "Thailand’s Leader Promised to Restore Democracy. Instead He's Tightening His Grip"แม้จะให้สัญญาว่า จะคืนประชาธิปไตย แต่ทว่า กลับมีการกระชับอำนาจ
พลเอกประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์พิเศษ นิตยสาร Time พร้อม เป็น นายแบบ ให้ถ่ายภาพ เพื่อไปเลือก ลงในคอลัมน์ ในเล่ม ฉบับนี้ บนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อ1 มิย. ที่ผ่านมา....โดยทีมงาน Time เลือกภาพ ธีม แสงและเงา ประกอบ บทวิเคราะห์ และบทสัมภาษณ์ นี้
Democrat.Dictator."พลเอกประยุทธ์" จะเลือก "ประชาธิปไตย" หรือ "เผด็จการ" แม้จะให้สัญญาว่า จะคืนประชาธิปไตย แต่ทว่า กลับมีการกระชับอำนาจ
..อึ้ง!เป็นนายกฯที่คุยกับกบ แต่งเพลง แต่งกลอน

ผมหนาวของผม !!

ผมหนาวของผม !!
“นายกฯบิ๊กตู่”พ้อ โดนด่า ทุกเรื่อง ทั้งผ้าพันคอ และ ภาษาอังกฤษ ยัน ไม่โกรธ คนเห็นต่าง ยันม็อบ มาไม่ถึงร้อย ลั่น”ผมหนาวของผม ถ้าไม่ใส่ คงป่วยไปแล้ว ผมก็พันผ้าพันของผม ไม่ได้ดูยี่ห้ออะไร ชี้ ถ้าจะให้ผมใช้ภาษาอังกฤษ ก็คงเหนื่อย
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ได้พบปะชุมชนไทยในกรุงลอนดอน พร้อมกล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้พบกับชุมชนชาวไทยในสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นชุมชนใหญ่ และรวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ และขอชื่นชมคนไทยที่นี่แม้อยู่ห่างไกลจากประเทศไทย แต่มีสายใยความผูกพันต่อกัน
ทั้งนี้ ตนขอขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ แม้มีคนบางกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งสื่อเขียนว่ามีมาชุมนุมเป็นร้อยคน แต่ตนพยายามนับแล้วก็ไม่ถึงร้อย แต่ตนเข้าใจ ไม่ว่าอะไร ไม่โกรธ พร้อมฝากบอกคนเหล่านั้นว่า สิ่งที่ตนทำทั้งหมดเพื่อคนไทย
นายกฯ กล่าวว่า การมาเยือนสหราชอาณาจักรครั้งนี้ ตั้งใจจะทำประโยชน์ให้กับประเทศไทย ขณะที่การทะเลาะเบาะแว้งกันอาจส่งผลเสียมาถึงประเทศของเราได้
อย่างไรก็ตาม ทุกรัฐบาลไม่มีใครอยู่นาน ทำงานปีแรกก็ดี แต่เมื่อเข้าปีที่ 2 ก็ไม่ค่อยจะดี เพราะต้องเตรียมการเลือกตั้งในครั้งต่อไป นี่คือความไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองที่ทำให้การพัฒนาประเทศต้องหยุดชะงัก ซึ่งตรงนี้ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน

“ในโลกโซเชียลไม่มีใครชมผม มีแต่ด่า ตอนแรกก็โกรธมากเพราะผมเป็นทหาร ใครว่าแล้วมันกระทบศักดิ์ศรี และเมื่อเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็เพราะเหตุผลของผมเอง ไม่มีใครเขาเลือกผมเข้ามา แต่ผมก็ต้องทำ ขอเพียงอย่างเดียวเกียรติยศผมมี ดังนั้นผมไม่เคยทำความเลวร้ายอย่างที่เขาทำกันมา จึงอย่ามามองผมเป็นแบบเดียวกัน
วันนี้ผมทำใจได้แล้ว ไม่โกรธแล้ว อย่างเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ที่เดินทางมาถึงอังกฤษ ผมไม่ค่อยสบาย รู้สึกหนาวๆร้อนๆ ผมใส่เสื้อไปเดินในสวน ก็ถูกกล่าวหาว่าแต่งตัวหล่อเกินไป ทำไมไม่ดูตัวอย่างรองนายกฯและรัฐมนตรีที่มาด้วยแต่งตัวตามสบาย กลายเป็นอย่างนั้นไป
เมื่อผมหนาวของผม ถ้าไม่ใส่ คงไม่ได้มาเจอกันวันนี้ คงป่วยไปแล้ว ผมก็พันผ้าพันของผม ไม่ได้ดูยี่ห้ออะไร
แต่บังเอิญว่ามันมียี่ห้อก็ไม่ได้แพงมากมายอะไร ถ้ามีคนจับตามองผมแบบนี้ วันหน้าจะเอาผ้าขาวม้ามาด้วย
ขณะที่สิ่งที่ผมทำมาทั้งหมดกลับไม่มีอะไร ข่าวกลายเป็นว่านายกฯแต่งตัวหล่อเกินไป ใช้ของมียี่ห้อทั้งแว่นตาและผ้าพันคอ แต่งานต่างๆทำแทบตาย เหนื่อยเปล่าๆ แบบนี้มันไม่ใช่”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า เวลาที่นายกฯหรือรัฐมนตรีไปทำงานที่ต่างประเทศ ต้องแสดงอินเทรนด์ แสดงข้างในออกมาให้ต่างชาติเขารู้ ต้องมีความเท่าทัน ไม่ใช่เขาพูดอะไรมาก็ตอบ“เยส”หรือส่ายหน้าตลอด เพราะฟังไม่รู้เรื่อง เป็นเรื่องที่น่าอับอาย ซึ่งตนไม่อยากจะพูดว่ามีใครบ้าง
ทั้งนี้ ตนขอชื่นชมกระทรวงการต่างประเทศที่สร้างภาพลักษณ์ใหม่ของประเทศในเวทีต่างประเทศ และไทยต้องเป็นผู้นำทางพฤตินัยในทุกเวทีโลก ต้องแสดงความคิด พร้อมกับเก็บสิ่งที่ประเทศอื่นพูดในเวทีโลก โดยตนอาจใช้ได้เรื่องการฟัง
แต่ในเรื่องของการพูด ถ้าจะให้ตนใช้ภาษาอังกฤษ ก็คงเหนื่อย เพราะต้องแปลในหัว ตนจึงมีล่ามที่แปลภาษาได้ทัน ซึ่งตนฟังด้วยว่าล่ามโกหกหรือไม่ โชคดีที่มีคนเก่งและรักอยู่ในตัวทำงานร่วมกันมาตลอด

น.3คอลัมน์ : วัดค่า พลอยเสีย จาก ปฏิบัติการ ‘ดูด’ เครือข่าย คสช.

น.3คอลัมน์ : วัดค่า พลอยเสีย จาก ปฏิบัติการ ‘ดูด’ เครือข่าย คสช.


เหมือนกับความสำเร็จในการใช้ “พลังดูด” เป็นตัวอย่างจากกรณี นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข และพวก จะส่งผลสะเทือนต่อพรรคเพื่อไทยโดยตรง
แต่เอาเข้าจริงๆ “ความสำเร็จ” นี้ก็มีผล “ข้างเคียง”
ประการแรกสุดก็คือ ทำให้บทบาทของพรรคในเครือข่าย “คสช.” อื่นๆ ต้องย้อนกลับมาทบทวนตนเองอย่างจริงจัง
เนื่องจาก “เป้าหมาย” การดูดนั้นสร้างความสะเทือนใจ
คิดดูก็แล้วกันว่า บรรดาคนที่เคยเข้าร่วมเป่า “นกหวีด” ในห้วงแห่งการชัตดาวน์อย่างที่เรียกว่า “มวลมหาประชาชน” จะรู้สึกอย่างไร
เพราะว่าที่ดังก้องตอนนั้นคือ “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง”
แล้วทำไปทำมาจากเดือนพฤษภาคม 2557 มาถึงเดือนพฤษภาคม 2561 พวกเขากลับได้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน กลับได้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ มาเป็นรางวัล
แถมยังได้ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข จากพรรคเพื่อไทยอีกด้วย
บรรดา “มวลมหาประชาชน” ไม่ว่าจะเป็นดารา นักร้อง สื่อมวลชน จำนวนเรือนล้านคงอยากรู้ว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ คิดอย่างไร นายไพบูลย์ นิติตะวัน คิดอย่างไร
ตรงนี้ย่อมนำไปสู่ผลข้างเคียงประการที่ 2
นั่นก็คือ ระหว่างพรรคพลังประชารัฐ กับ พรรคเครือข่าย “คสช.” อย่างพรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคประชาชนปฏิรูป พรรคพลังชาติไทย พรรคทางเลือกใหม่ และพรรคพลังธรรมใหม่ เป็นต้น ได้เกิดความต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
เพราะว่าบทบาทของพรรคพลังประชารัฐเปิดกว้าง โอ่โถง
สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างโจ่งแจ้ง เปิดเผย โดยเฉพาะในการเข้าไปทาบทามบรรดาอดีต ส.ส.จากพรรคการเมืองอันเป็นเป้าหมายได้อย่างเต็มที่
ปฏิบัติการเช่นนี้น่าจะได้รับ “ไฟเขียว” ตลอดแนว

เพียงการเคลื่อนพลจากท่าอากาศยานเลยไปยังรีสอร์ตซึ่งยื่นหมูยื่นแมวระหว่างกันและกันหนทางก็โล่งอย่างราบรื่น
ใครเห็นคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ทาง “โซเชียลมีเดีย” ย่อมชัดถนัดตา
ปรากฏการณ์เช่นนี้อย่าว่าแต่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลย แม้กระทั่งปัญญาชนซึ่งเปี่ยมด้วยความสุขุม คัมภีรภาพระดับ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ย่อมรู้สึก
รู้สึกในระยะ “ห่าง” ที่มีต่อ “คสช.”
ความหมายก็หมายความว่า ในบรรดา “พรรค คสช.” ด้วยกัน พรรคพลังประชารัฐดำรงอยู่ในลักษณะอันเป็น “วงใน” มากกว่า
พรรคอื่นๆ จึงย่อมอยู่ในแบบ “วงนอก”
แม้ว่าเมื่อนำไปเทียบกับพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคพลังชล อาจถือได้ว่า “พรรค คสช.” เป็นเนื้อในของ คสช.มากยิ่งกว่า
แต่ทั้งหมดนี้ย่อมเทียบกับ “พรรคพลังประชารัฐ” ไม่ได้เลย
เหมือนกับบทสรุปเช่นนี้จะเป็นเงาสะท้อนแห่งอารมณ์ริษยาแบบละครหลังข่าว แต่ในระยะยาวอาจเป็นผลเสียมากกว่าผลดี
เป็นผลเสียกับ “คสช.” ไม่ใช่ใคร
จึงมีความจำเป็นที่ คสช.จะต้องจัดลำดับ วางระยะห่างระหว่างพรรคในเครือข่ายมิได้ดำเนินไปอย่างแตกต่างมากนัก
เพื่อมิให้เกิดความน้อยใจอันอาจจะนำไปสู่การกระทบกระทั่งในทางความคิดและในทางการเมือง
การบริหาร “เสน่ห์” จึงยิ่งจำเป็นสำหรับ “คสช.”

ห้วงอารมณ์ที่แตกต่าง?

ห้วงอารมณ์ที่แตกต่าง?



ไม่คุ้นตากับอิริยาบถของผู้นำ จากเพจ PMDU Thailand โพสต์ภาพ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ระหว่างทอดน่องชมสวนอังกฤษ หลังเข้าพบนางเทเรซา เมย์ ผู้นำแดนผู้ดี ที่บ้านเลขที่ 10 ถนน Downing Street
โชว์โฉมในชุดลำลอง ผูกผ้าพันคอแบรนด์เนม และแว่นเรย์แบนสีดำ ขนาบข้างด้วย “เฮียกวง” ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ และ “สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” รมว.พาณิชย์
ไพรม์มินิสเตอร์ประยุทธ์ ชิลๆ อินลอนดอน
ท่วงท่าผ่อนคลายครั้งนี้น่าจะมีที่มา นอกจากโปรแกรมเยือนสหราชอาณาจักร ต่อด้วยดินแดนน้ำหอม ประเทศฝรั่งเศส ระหว่าง 19-25 มิ.ย. เป็นทริปแรกในรอบ 4 ปี ที่ยุโรปเปิดประตูต้อนรับ
สัญญาณดีต่อเนื่อง หลังจาก “บิ๊กตู่” ย้ำคิวโรดแม็ปเลือกตั้ง 2562 หลายรอบ
และแค่คิวแรกๆในอังกฤษก็น่าจะเข้าเป้า นอกจากเรื่องความสัมพันธ์ เช็กแฮนด์กันชื่นมื่นแล้ว เรื่องการค้าการลงทุนก็ได้รับการตอบรับจากผู้นำเมืองผู้ดี ทั้งจับมือเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ยกไทยเป็นประตูเศรษฐกิจสู่อาเซียน
ไปจนถึงคำหวานเศรษฐกิจไทยที่เติบโตต่อเนื่อง ยกโครงการอีอีซี ไทยแลนด์ 4.0 สเปกดึงดูดนักลงทุน
ที่สำคัญ ส่งสัญญาณตอบรับต่อแผนคืนสู่ประชาธิปไตย โรดแม็ปเลือกตั้งของรัฐบาล คสช.
“บิ๊กตู่”และชาวคณะจะไม่ชิลและชื่นมื่นได้ยังไง
ที่สำคัญคงไม่ต้องคอยเช็กข่าวก็ไว้วางใจได้กับภารกิจในไทย ที่ฝากฝัง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ในฐานะพี่ใหญ่ จัดคิวประชุมร่วมกับ กกต. และตัวแทนพรรคการเมือง
ดีเดย์เปิดฟลอร์ที่สโมสรทหารบก 25 มิ.ย.นี้ เพื่อรับฟังข้อมูลป้อมค่ายต่างๆ ใส่แฟ้มเสนอต่อผู้นำ
จะคลายล็อกทีละเปลาะ ปรับเปลี่ยนเงื่อนไข งดใช้ไพรมารีโหวตอย่างไร รอ “บิ๊กตู่” กลับมาเคาะในคิวนัดที่สอง
และที่น่าจะเริ่มยิ้มได้กับเสียงเชียร์ที่เริ่มหนาแน่น พรรคพลังประชารัฐ ที่คาดว่า จะเป็นนั่งร้านหลัก นอกจากแบรนด์ติดชาร์ตความนิยม ยังโชว์พลังดึงพลังดูดล้นเหลือ
ล่าสุดกับกลุ่ม 3 มิตร ที่มี 2 ส. “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ-สมศักดิ์ เทพสุทิน” สมาชิกก๊วนก๋วยเตี๋ยวเนื้อสมัยรัฐบาลไทยรักไทย ระดมไพร่พลระดับ 30-40 ราย

ทยอยเปิดหน้า“โชว์ของ” นักการเมืองทั้งอดีต รมต. อดีต ส.ส. อดีต ส.ต.สอบตก จัดแล้วมีทั้งเกรดเอ-บี-ซีคละกัน ในกติกาที่คะแนนอันดับ 2 ก็มีค่า บวกความจำเป็นสูตรเก็บเบี้ยใต้ถุนร้านฝั่ง “หนุนลุงตู่”

3 มิตร 2 ส. ดึงจังหวะ รอดีลชัวร์ไม่ชิ่งแล้วเคว้งอีก รวมทั้งรอเช็กทีท่า “ต้นขั้ว” ลดโทน “เกลียดตัวกินไข่”
อ่านทางแล้วก็คงไม่พลาดลงล็อกกับยุทธการดีล-ดึง-ดูด รอบนี้
ในทางกลับกัน ไล่เช็กปฏิบัติการ 3 มิตร 2 ส. ระดมของ ส่งผลกระทบแน่กับเครือข่ายนายใหญ่ “อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร” ทั้งไพร่พลสมัยพรรคเพื่อไทย-พลังประชาชน-ไทยรักไทย รวมกับ ส.ต.-สอบตก
ลอตนี้นับหัวไม่ต่ำกว่าสิบ ตัดกำลังภาคเหนือ-อีสานเพื่อไทยไปพอสมควร
ปฏิเสธไม่ได้ถึงจังหวะสถานการณ์ถดถอยของเครือข่ายนายใหญ่ นอกจากที่ปักหลักอยู่ ส่วนหนึ่งเพราะแหยงลูกขู่ ย้ายจากค่ายนายใหญ่มีโอกาสหลุดขอบสนาม แต่อีกทางก็เริ่มเห็นอาการหวั่นไหว
เริ่มส่งเสียงอ้างพลังดูดทุ่มทุนสร้าง แฝงนัยสัญญาณไปหา “คนแดนไกล”
ถึงจุดที่นายใหญ่ต้องเร่ง “เปิดท่อ” ยื้อสู้เหมือนกัน
ยังไม่รวมความไม่ชัดเจน เรื่องแม่ทัพถือธง แรงกระเพื่อมในบอร์ดตระกูลชินฯ
แว่วว่าเตรียมเข็นอีกบิ๊กเนมมาชิงธงเจ้าแม่ กทม.
แต่นั่นไม่เท่ากับที่ทำเอาหวั่นไหว ชะตากรรมของบรรดามืองาน “ม้าใช้” ทยอยเจอมรสุมหนักของชีวิต แม้กระทั่งนายใหญ่-น้องสาว นิ่งอยู่ต่างแดน แต่ก็ยังงานเข้า-งานงอก
ถ้าไม่เร่งแก้เกม ลูกข่ายมีหวังขวัญกระเจิง
มีโอกาสแตกทัพหนีมากกว่าลอตนี้เหมือนกัน.

ทีมข่าวการเมือง

วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ปฏิญญาลอนดอน ประยุทธ์ยืนยันนายกฯ อังกฤษ ไทยเลือกตั้งต้นปี 2562 แน่นอน

ปฏิญญาลอนดอน ประยุทธ์ยืนยันนายกฯ อังกฤษ ไทยเลือกตั้งต้นปี 2562 แน่นอน
.
เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2561 เวลา 16.15 น. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เดินทางเยือนทำเนียบนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร บ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง โดยมี
นางเทเรซา เมย์ (Theresa May) นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรให้การต้อนรับและถ่ายรูปร่วมกันก่อนที่จะพบปะหารือ
.
พล.อ. ประยุทธ์ ได้ขอบคุณที่รัฐบาลอังกฤษให้การต้อนรับการในเยือนครั้งนี้ พร้อมชื่นชมนางเทเรซา เมย์ ในการเป็นผู้นำที่เข้มแข็งในการเจรจาให้สหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรปด้วยเงื่อนไขที่ดีที่สุด 
.
รวมถึงนโยบาย Global Britain ที่ยึดมั่นในการค้าเสรี และเป็นโอกาสดีที่สหราชอาณาจักรจะเพิ่มพูนปฏิสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศต่างๆ ทั้งในและนอกยุโรป พร้อมชื่นชมที่สหราชอาณาจักรให้ความสำคัญต่อการรักษาความมั่นคงและความสงบระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไทยให้ความสำคัญเช่นกัน
.
ส่วนเรื่องการเดินหน้าทางการเมืองไปสู่ประชาธิปไตยยืนยันว่า ต้นปีหน้าจะมีการเลือกตั้งแน่นอน เพราะกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งต่างๆ หลายฉบับทยอยประกาศมีผลบังคับใช้แล้ว และการเดินหน้าเข้าสู่ประชาธิปไตยของไทยจะต้องมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ และเหมาะกับบริบทของความเป็นไทย
.
ขณะเดียวกันสิ่งที่รัฐบาลไทยกำลังดำเนินการในขณะนี้คือเดินหน้าการปฏิรูปโดยมีวัตถุประสงค์ให้ประเทศไทยมีการพัฒนาที่มีระเบียบแบบแผน ประเด็นสำคัญอีกเรื่องประเทศไทยจะต้องเตรียมตัวสำหรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10
.
ขณะที่ นางเทเรซา เมย์ กล่าวว่า ได้ติดตามพัฒนาการทางการเมืองและเศรษฐกิจของไทยอย่างใกล้ชิด และมั่นใจว่าไทยกำลังเดินทางสู่ประชาธิปไตยที่มั่นคง ยั่งยืน รวมทั้งเล็งเห็นถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหราชอาณาจักร เนื่องด้วยประเทศไทยมีศักยภาพและมีขนาดทางเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภูมิภาคอาเซียน พร้อมที่จะเป็นประตูการค้าสู่ภูมิภาค และดำเนินความสัมพันธ์เชิงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างกัน โดยจะดำเนินการเจรจาเกี่ยวกับการเปิดการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหราชอาณาจักร ตลอดจนความเชื่อมั่นที่มีต่อนโยบาย Thailand 4.0 และยินดีสนับสนุนให้ภาคเอกชนอังกฤษร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC)
.
อ่านข่าวอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://thestandard.co/
#News #TheStandardCo #TheStandardTH#StandUpForThePeople

'ยิ่งลักษณ์' เปิดใจผ่าน 'จอม เพชรประดับ' ทำไมต้องหนี!

'ยิ่งลักษณ์' เปิดใจผ่าน 'จอม เพชรประดับ' ทำไมต้องหนี!


   

21 มิ.ย.61 - นายจอม เพชรประดับ อดีตผู้ประกาศข่าวชื่อดัง โพสต์ภาพคู่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและผู้ต้องหาหลบหนีคดี โครงการรับจำนำข้าว พร้อมข้อความ ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า "สุขสันต์วันเกิดครับ "นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย"
หลังรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 นี่เป็นครั้งแรก ที่ผมมีโอกาสได้พบคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ Kentucky อเมริกา วันที่เธอและพี่ชาย คุณทักษิณ ชินวัตร ไปเยี่ยมมหาวิทยาลัย Kentucky มหาวิทยาลัยที่ทั้งสองท่านเคยสำเร็จการศึกษามา
มีผู้คนมาพบปะกันเยอะแยะมากมาย บวกกับภารกิจของผมเองที่วุ่นวาย และมีเวลาอันจำกัด เลยไม่ได้จับเข่าพูดคุย ถามไถ่ในหลายประเด็นที่อยากถาม 

โดยเฉพาะคำถามใหญ่ที่ว่า ทำไมจึงตัดสินใจหนีออกมาจากประเทศไทย 
แต่ในวงสนทนาวันนั้นมีผู้นำมาเล่าให้ฟังว่า มีคนถามคำถามนี้ด้วยเช่นกัน คำตอบจากส่วนลึกในห้วใจของอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยบอกว่า "เธอไม่คิดจะหนี และพร้อมที่จะเดินเข้าคุก เพราะเธอยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมว่าจะยังดำรงความเป็นธรรมให้กับเธอ และเธอก็ยืนยันเรื่องนี้มาโดยตลอด" 
ถึงตรงนี้เสียงหนึ่งดังขึ้นกลางวงสนทนาทันทีว่า "แต่ผมจะไม่ยอมให้น้องสาวผมติดคุกแม้แต่วันเดียว หรือแม้แต่วินาทีเดียว" 
และนี่คือประตูเปิด. เส้นทางการลี้ภัยออกจากประเทศไทยของนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย และเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีไทยคนที่สองที่จำต้องลี้ภัยการเมืองในต่างประเทศ 
เข้าใจ และเห็นใจ ทั้งสองอดีตนายกฯ

พี่ชาย - ที่ต้องรับผิดชอบชีวิตน้องสาวไม่เพียงเพราะสายเลือดเดียวกัน แต่ด้วยเพราะเป็นผู้นำพาน้องสาวเข้าสู่สมรภูมิการเมืองที่เข่นฆ่ากันอย่างบ้าคลั่งในประเทศไทย
จะทำใจ..และจะมีลมหายใจอยู่ได้อย่างไร ในวันที่น้องสาวต้องเดินเข้าคุก
และ ณ วันนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบนเส้นทางผู้ลี้ภัยของอดีตนายกรัฐมนตรีไทยทั้งสองท่าน
ทุกวันเวลาที่ผ่านไป กับการใช้ชีวิตใหม่ในแผ่นดินประเทศอื่น ผมยังคงเห็นรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ความร่าเริง เพิ่มมากขึ้น ไม่เหมือนกับ"คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขณะที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อสี่ปี่ก่อนในประเทศไทย 
ดีใจที่เห็นเธอมีความสุข ดีใจที่เธอมีครอบครัวที่ดี มีพี่ชายที่รักเธออย่างที่สุด และดีใจที่เธอยังคิดถึงประเทศไทย และคนไทยผู้รักประชาธิปไตยอยู่ตลอดเวลา 
สุขสันต์วันเกิดครับ "นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย"

สถานีคิดเลขที่12 : ชิงได้เปรียบ

สถานีคิดเลขที่12 : ชิงได้เปรียบ


หันไปทางไหนระยะนี้ จะพบเห็นสีหน้าง่วงเหงาหาวนอนหนาตาเป็นพิเศษ
เป็นฤทธานุภาพของฟุตบอลโลก ซึ่งทั้ง 32 ทีมที่ได้ไปรัสเซีย ลงสนามครบทุกทีมแล้ว แพ้บ้าง ชนะบ้าง พลิกล็อกบ้าง เกิดปรากฏการณ์เซียนอยู่รู หมูอยู่ตึกแต่หัววัน
อีกสักพักคงรู้ว่าใครจะมีคะแนนพอเข้ารอบต่อไป
ยังมีสีสันและความตื่นเต้นอีกมากรอคอยอยู่ กว่าจะถึงนัดชิงในวันที่ 15 ก.ค.
เมื่อวันอังคารที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดชัดเจนว่า การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นหลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
เป็นความชัดเจนมากขึ้นอีกจากนายกรัฐมนตรี
ขณะที่กระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้ดูแลเรื่องความมั่นคง ได้ร่อนหนังสือถึงพรรคต่างๆ เชิญมาหารือเรื่องการปลดล็อก ในวันที่ 25-26 มิ.ย.นี้
ต้องถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี
เวลาที่เหลืออยู่ จึงสำคัญมากสำหรับผู้เกี่ยวข้อง
จนอาจทำให้หลายคนดูบอลไม่สนุก เพราะต้องเร่งเตรียมความพร้อม
มุมหนึ่งของการเตรียมความพร้อม ก็คือ จะต้องหาผู้สมัครมาสแตนด์บายเอาไว้
จึงเกิดสภาพฝุ่นตลบคู่ขนานไปกับมหกรรมลูกหนังที่รัสเซีย จากการตามเก็บ ส.ส.เข้าสังกัดพรรค

ภาษาการเมืองระยะนี้เรียกว่า “ดูด” เพราะเป็นการดึงตัวแบบรีบๆ และมีพลังแรง ยากแก่การต้านทาน
แม้ว่าก่อนหน้านี้ แวดวงการเมืองพูดถึง “คนรุ่นใหม่” มีเสียงเชิญชวนคนรุ่นใหม่เข้ามาสู่การเมือง แต่มองผลสัมฤทธิ์ทางการเลือกตั้งอาจมีปัญหา
เป้าของการดูดในระยะนี้ ส่วนมากจึงเป็นอดีต ส.ส. หน้าตาเดิมๆ
มีข่าวว่า อดีต ส.ส.หรือนักการเมืองที่มีคะแนนนิยมดีๆ ไปออกงานออกการ เฝ้าฐานเสียงสม่ำเสมอ มีบารมี มีเครือข่าย ในระดับที่เรียกว่าหัวกะทิ หรือเกรดเอ ค่าตัวพุ่งกระฉูด
คล้ายๆ ราคาทุเรียนในยุคที่พี่น้องชาวจีนมานิยมชมชอบเหมือนกัน
ที่โดดเด่นฮือฮา ได้แก่ การตั้ง “กลุ่มสามมิตร” มีแกนนำเดินสายอย่างเป็นงานเป็นการ เพื่อดึงอดีต ส.ส.อีสานเข้าพรรค
ส.ส.อีสานที่ถูกดึง ส่วนมากสังกัดพรรคเพื่อไทย การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ จึงกระทบกระเทือนต่อฐานภาคอีสานของพรรคเพื่อไทย ซึ่งถือว่าเป็นข้อได้เปรียบของพรรคเพื่อไทยมาตลอด นอกเหนือจากภาคเหนือ
เท่ากับว่า การต่อสู้ทางการเมืองได้ยกระดับไปอีกขั้นหนึ่ง สู่จุดชิงความได้เปรียบในเรื่องผลเลือกตั้ง
หลังจากฝุ่นเบาบางลง สุดท้าย ต้องมานับหัวกันว่า แชมป์เก่าอย่างเพื่อไทยโดนเจาะไปเท่าไหร่ และจะแก้เกมนี้อย่างไร
สุดท้าย อะไรก็เกิดขึ้นได้ พรรคใหญ่อาจรุ่งเรืองต่อไปหรือวูบไปดื้อๆ พรรคใหม่อาจแจ้งเกิดชั่วข้ามคืน ส.ส.โนเนมหน้าใหม่อาจเข้าป้าย
และ ส.ส.หน้าเก่าเกรดเอ ก็มีสิทธิสอบตก
การเมืองเรื่องเลือกตั้ง เป็นเกมของผู้ลงคะแนน

‘อนุสรณ์’ คำนวณ งบดูดส.ส. บอกน่าจะใช้เงินประมาณ 6 พันล้านบาท

‘อนุสรณ์’ คำนวณ งบดูดส.ส. บอกน่าจะใช้เงินประมาณ 6 พันล้านบาท


“เพื่อไทย”คำนวณงบดูดส.ส. บอก น่าจะใช้เงินประมาณ 6 พันล้านบาทหรือไม่ ถาม ท่อน้ำเลี้ยงทุ่มขนาดนี้หวังได้ประโยชน์อะไร
เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีกลุ่มนักการเมืองนำโดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตแกนนำกลุ่มวังน้ำยม เดินสายพบปะเพื่อดูดอดีต ส.ส.ทั้งจากภาคอีสาน ภาคเหนือและภาคอื่นๆ เข้าร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ เพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เป็นนายกฯอีกครั้ง ว่า ประชาชนชาวไทยต้องช่วยกันตอบคำถามว่า เราจะปล่อยให้ละครน้ำเน่าทางการเมืองที่น่าเบื่อหน่าย กลับมาฉายวนซ้ำอีกรอบหรือไม่ การดูดด่วน โดยวิธีน้ำเน่าโบราณ ตกปลาในบ่อเพื่อน ใช้เหยื่อหลายรูปแบบ ทั้งการเอาคดีความมากดดันและต่อรอง การอ้างว่าจะแบ่งเขตให้ได้เปรียบ การันตีปลอดใบส้ม ใบเหลือง ใบแดง ยังจะใช้ได้ผลอีกหรือในยุค 4G ที่สำคัญเหยื่อที่อานุภาพดึงดูดสูงสุดทุกยุคทุกสมัย คือการนำเงินมาล่อ กระแสข่าวบอกว่าแค่เชิญมาคุย จ่ายก่อนเลย 3 แสนบาทก่อน ระหว่างตัดสินใจ จ่ายดูแลร่ายเดือนเดือนละ 5 แสนบาท ถ้าเป็นส.ส.เกรดเอเมื่อตกลงย้ายไปจ่ายก้อนแรก 50 ล้านบาท ถ้าดูดอดีตส.ส. 100 คน เงินก้อนแรกก็คือ 5 พันล้านบาท รวมงบดูแลรายเดือนเดือนละ 5 แสนบาท ไปอีก 8 เดือนก่อนการเลือกตั้ง น่าจะใช้เงินในการดูดประมาณ 6 พันล้านบาทหรือไม่

แล้วเศรษฐกิจแบบนี้คนหาเช้ากินค่ำหรือนักธุรกิจที่หากินโดยสุจริตที่ไหนจะมาจ่ายเงินให้นักการเมือง ดังนั้น ต้องไปดูว่าใครได้ประโยชน์จากการดูด คนนั้นต้องจ่ายหรือไม่ แหล่งเงินจึงน่าจะมาจากเครือข่ายใกล้ๆตัวของนักดูดหรือไม่ แล้วมีหรือที่เขาหว่านพืชแล้วไม่หวังผล ลงทุนแล้วไม่ถอนทุน ถ้าเขาลงทุนไป 6 พันล้านบาท เขาจะต้องถอนทุนคืนกี่เท่า ถ้า 5 เท่าก็คือ 3 หมื่นล้านบาท แล้วเขาจะเอาคืนจากที่ไหน คนที่ดูดจึงต้องหวังเข้าไปเป็นรัฐบาลเป็นผู้ถืออำนาจรัฐเพื่อจะได้ถอนทุนคืนได้ ดังนั้นประชาชนจะยอมให้ บุ​ฟเฟต์​คา​บิ​เน็ต รุมแทะ กัดกินประเทศกลับมาอีกหรือ สังคมไทยต้องรู้เท่าทันนักดูด หยุดวงจรอุบาทว์ เพื่อป้องกันประเทศชาติย้อนกลับไปสู่หลุมดำ และรอสั่งสอนขบวนการดูดในการเลือกตั้งครั้งหน้า

เพื่อไทยอุบลเจอ”ปรีชา”ดูดเข้าพลังประชารัฐ

เพื่อไทยอุบลเจอ”ปรีชา”ดูดเข้าพลังประชารัฐ


วันที่ 20 มิถุนายน แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย แจ้งว่า ขณะนี้อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่โดนพลังดูดและคิดว่าจะไปร่วมกับพรรคพลังประชารัฐแน่นอน คือ สุพล ฟองงาม อดีต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุทธิชัย จรูญเนตร อดีตส.ส.อุบล เขต 5 นำทีมดูดโดย นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ และนายสิทธิชัย โควสุรัตน์
รายงานข่าวแจ้งว่า ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.อุบลในนามพรรคประชารัฐค่อนข้างลงตัวแล้วทั้ง 10 เขต ซึ่งประกอบด้วยนายอดุลย์ นิลเปรม อดีต ส.ส.ระบบสัดส่วนพรรคเพื่อไทย นายโกวิทย์ ธรรมมานุชิต ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลฯ นายสุทธิชัย จรูญเนตร อดีต ส.ส.เพื่อไทย นายสุพล ฟองงาม อดีต ส.ส.เพื่อไทย นายณรงค์ศักดิ์ โกศัลวัฒน์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองพิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี และอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย นายเชิดศักดิ์ โภคกุลกานนท์ ส.จ.เขต ตระการพืชผล (บุตรชาย นายอดิศักดิ์ โภคกุลกานนท์ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย) นายสุชาติ ตันติวณิชชานนท์ อดีต ส.ส.ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน นางสาวตวงทิพย์ จินตะเวช (ลูกสาว นายตุ่น จินตะเวช อดีต ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา) และนายอภิชา จารุแพทย์ (พี่เขยของนายสิทธิชัย โควสุรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (ครม.ชุด นายสมัคร สุนทรเวช)

รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังที่มีความขัดแย้งกันมากระหว่างกลุ่ม ส.ส.พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานีโดยอยู่พรรคเดียวกันแต่คนละกลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่ม นายเกรียง กัลป์ตินันท์ กับกลุ่ม นายสุพล ฟองงาม ซึ่งกลุ่มของนายเกรียง กัลป์ตินันท์ ได้เปิดตัว อดีต ส.ส.และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ จ.อุบลอย่างชัดเจน เมื่อกลุ่มของนายสุพล ฟองงาม ไม่มีที่ยืนก็พาสมาชิกของกลุ่มเข้าร่วมงานการเมืองกับ “ปรีชา เลาหะพงศ์ชนะ” “สิทธิชัย โควสุรัตน์” พร้อมสู้ในสนามเลือกกตั้ง

แนวประชารัฐ โดยสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ทลายเพื่อไทย

แนวประชารัฐ โดยสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ทลายเพื่อไทย


การประกาศจัดตั้ง “กลุ่มสามมิตร” ของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ร่วมกับ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ถือเป็นเรื่องดีอย่างยิ่งในทางการเมือง
1 สร้างความแจ่มชัด
หลังจากปรากฏ “ข่าวลือ” ว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กับ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ร่วมปฏิบัติการ “ดูด” มาอย่างยาวนาน
คราวนี้ก็ “รู้” กันอย่างเปิดเผย
การเดินทางไปจังหวัดเลยโดยมีอดีต ส.ส.จังหวัดเลยอย่าง นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข และคณะ มาต้อนรับและประกาศตนเป็นองค์ประกอบภายใน “กลุ่มสามมิตร”
นั่นแหละคือ ความจริงใจ
ไม่เพียงแต่เท่านั้น 1 ยังทำให้สามารถแกะรอย “พรรคพลังประชารัฐ” ได้อีกด้วยว่า มีทิศทางในการสร้างพรรคอย่างไรและมีเป้าหมายอย่างไรในทางการเมือง
เมื่ออ่าน “เลย” ก็เท่ากับอ่าน “กลยุทธ์” ทั้งหมด
ใครก็ตามที่ติดตามคำบรรยายของ ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร ในเรื่องอันเกี่ยวกับ “ประชารัฐ” ก็จะทะลุแจ้งแทงตลอดในความเป็นเอกภาพ
1 คสช.และ 1 พรรคพลังประชารัฐ
การคิดประดิษฐ์สร้างคำว่า “ประชารัฐ” ขึ้นมาก็เพื่อมากดทับและทำลายล้างคำว่า “ประชานิยม” อันเคยสร้างความสำเร็จเป็นอย่างสูงให้กับพรรคไทยรักไทย
กระทั่งต่อเนื่องมาถึงพรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย
การจะทำลายล้างความสำเร็จของพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย ลงได้โดยพื้นฐานก็ต้องทำลายผ่าน “วาทกรรม”
พลันที่นำเอา “ประชารัฐ” แทนที่ “ประชานิยม” ก็เรียบร้อย

ขั้นตอนต่อมาก็คือ การรุกเข้าไปเพื่อทำลายฐานกำแพงอันสำคัญของพรรคเพื่อไทย นั่นก็คือการดูดและดึงเอาอดีต ส.ส.ออกมาเป็นพวกของตน
เหมือนที่ทำในกรณี นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข
หากติดตามฟังแถลงของ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข แม้ว่าจะยังยืนยันว่าไม่ได้ย้ายพรรค แต่ความเป็นจริง 1 ซึ่งเห็นอยู่ทนโท่
นั่นก็คือ แสดงตนเป็นส่วนหนึ่งของ “กลุ่มสามมิตร”
นั่นก็คือ แสดงตนว่ามีความพร้อมที่จะเดินสายไปหาอดีต ส.ส.ที่เป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์เก่าของตนเพื่อดึงเข้ามาเป็นพวก
ทิศทางของ “กลุ่มสามมิตร” คืออะไรก็แทบไม่จำเป็นต้องถาม
เพราะทุกก้าวย่างของการเคลื่อนไหวผ่าน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผ่าน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ก็คือการดุนหลัง นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ให้ออกหน้า
ทะลวงเข้าไปยังอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย
นั่นก็เป็นกลยุทธ์เดียวกันกับของ “คสช.” ที่เสนอ “ประชารัฐ” เข้าไปทำลายล้าง “ประชานิยม” ประสานเข้ากับการจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐเข้าสัประยุทธ์กับพรรคเพื่อไทย
เท่ากับเปิดกระบวนท่า “ยืมหอก สนองคืน”
กล่าวไปแล้วการดูด นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข และคณะแห่งจังหวัดเลย เสมอเป็นเพียง “น้ำจิ้ม” เพราะว่า “อาหารหลัก” ได้ปรากฏขึ้นแล้ว
นั่นก็คือ การเปิดตัว นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
และนับจากนี้เป็นต้นไป กระบวนการใช้พลานุภาพแห่ง “การดูด” จะทวีความดุเดือด เข้มข้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่ออดีต ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย
ทำอย่างไรให้พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคต่ำกว่า 100

ชัดอีก วันเลือกตั้ง : ชัดอีก พลังดูด : พลังแห่งประชารัฐ

ชัดอีก วันเลือกตั้ง : ชัดอีก พลังดูด : พลังแห่งประชารัฐ


แล้วกำหนดการเลือกตั้งทั่วไปก็ชัดเจน
ขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง
19 มิถุนายน หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ให้สัมภาษณ์ว่า
การเดินทางไปเยือนอังกฤษและฝรั่งเศส 20-26 มิถุนายนนี้ จะมีการชี้แจงเรื่องโรดแมปการเลือกตั้ง
ซึ่งต้องเป็นไปตามขั้นตอน ที่ต้องรอการโปรดเกล้าฯ ภายในระยะเวลา 90 วัน
จากนั้นก็เดินหน้าสู่การเลือกตั้ง
หัวหน้า คสช.กล่าวว่า ขอให้บ้านเมืองสงบสุข และขอทุกคนอย่าเอาตนมาเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง
ซึ่งสิ่งสำคัญที่ คสช.กำลังพิจารณาอยู่คือ การเตรียมการไปสู่พระราชพิธีบรมราชาภิเษก
อย่าหาว่าตนเอาเรื่องตรงนั้น มาอ้างตรงนี้
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า จะมีการเลือกตั้งก่อนพระราชพิธีบรมราชาภิเษกหรือไม่ นายกรัฐมนตรีตอบว่า
“หลังอยู่แล้ว…หลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษก”
วันเดียวกัน
รายงานข่าวจากที่ประชุม ครม.เปิดเผยว่า หลังที่ประชุม ครม.ประชุมพิจารณาวาระต่างๆ เสร็จสิ้นแล้ว
พล.อ.ประยุทธ์ขอให้ข้าราชการทั้งหมดออกจากห้องประชุม ครม. ให้เหลือเพียงแต่รัฐมนตรี
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงกับรัฐมนตรี โดยอธิบายถึงไทม์ไลน์การทำงานทางการเมือง โดยเฉพาะเรื่องการออกกฎหมาย และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับต่างๆ
พร้อมให้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียด และประเมินระยะเวลาที่ก่อนและหลังจากได้ทูลเกล้าฯ ร่างกฎหมายทั้งหมดไปแล้ว
ทั้งนี้ โรดแมปการเลือกตั้งที่คาดไว้ ยังคงเป็นเดือนกุมภาพันธ์ 2562 เช่นเดิม
แต่อาจจะต้องเผื่อเวลาที่จะต้องรอกฎหมายให้เสร็จและประกาศใช้อีก
จนถึงพฤษภาคม 2562
ยกพระราชพิธีที่ไม่ควรจะต้องถูกจับโยงเข้ามาเกี่ยวข้องไว้
ก็จะสัมผัสได้ถึง “ความเร่งเร้า” ของบรรยากาศที่ชวนให้รู้สึกได้ว่า การเลือกตั้งทั่วไปใกล้เข้ามาเต็มที
จากข่าวลือเรื่อง “พลังดูด” ที่มีศูนย์กลางอยู่บริเวณทำเนียบรัฐบาล
วันนี้พลังที่ว่าแสดงตัวชัดเจนออกมาด้วยการ “เดินสายดูด” อย่างเปิดเผย
ฝ่ายดูดคืออดีตสองนักการเมืองค่ายไทยรักไทย-เพื่อไทย

ที่เข้าร่วมก่อตั้ง “พลังประชารัฐ” มาตั้งแต่วาระเริ่มต้น
อย่าง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
ฝ่ายถูกดูดคืออดีต ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยในจังหวัด
ชนิดดูดทั้งตระกูล-ดูดยกจังหวัด
ไม่ใกล้เลือกตั้ง จะต้องเร่งร้อนประกาศตัว ประกาศศักดา หรือโฆษณาชวนเชื่อให้คนในพื้นที่อื่นๆ รู้หรือว่า
บัดนี้ พร้อมที่จะ “ดูดอย่างเปิดเผย” กันแล้ว
ระหว่างคำประกาศของนายกรัฐมนตรี
ที่ระบุว่า
“ขอทุกคนอย่าเอาผมมาเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง”
กับความเคลื่อนไหวที่เห็นเป็นจริง จับต้องได้ มีผู้ลงมือปฏิบัติชนิดนั่งรวมกลุ่มยิ้มหน้าชื่นตาบานให้สื่อทั้งหลายชักภาพเป็นหลักฐานพยาน
ว่าบัดนี้ “พลังประชารัฐ” ที่ประกาศตัวชัดเจน ว่าจะชู พล.อ.ประยุทธ์ให้ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีภายหลังการเลือกตั้ง
ประชาชนผู้รับสารจะเลือกเชื่อเรื่องไหน ย่อมขึ้นกับความเป็นจริงที่มีแต่จะประจักษ์
อยู่เบื้องหน้า
มากขึ้นและมากขึ้น
ส่วนเมื่อ “ตระหนัก” แล้ว จะส่งผลอย่างไรต่อการเลือกตั้งครั้งต่อไป
และอนาคตทางการเมืองของ พล.อ. ประยุทธ์
ก็ยังเป็นอีกเรื่องที่ต้องรอการพิสูจน์
ความได้เปรียบตั้งแต่การยึดกุมปืนและทุน
รวมทั้งถืออำนาจรัฐ ชนิดที่ “เลือกได้” ว่าจะกำหนดจัดการเลือกตั้งในช่วงเวลาอัน
“เป็นคุณ” ที่สุดแก่ตนเองเมื่อไหร่
ไปจนกระทั่งถึง “พลังดูด” ที่นับวันจะยิ่งเพิ่มความรุนแรงชนิดสร้างความตื่นตะลึง
แก่คนทั่วไป
จะเป็นเครื่องรับประกันชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่
ยังไม่มีคำตอบชนิดฟันธงเต็มร้อยในวันนี้
คำตอบที่ชัดเจนมีเพียงประการเดียวกัน
ก็คือบัดนี้ผู้นำกองทัพได้ “เลือก” แล้วที่จะเดินบนเส้นทางทางการเมือง เช่นเดียวกันกับนักการเมืองทั่วไป
ด้วย “วิธีการ” ทางการเมืองที่ไม่พ้นไปจากรอยเดิม
วิธีการเช่นนี้จะพาสังคมไทยเดินไปทิศไหน?