PR
วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
9 วันอันตราย รบ.ยิ่งลักษณ์ แผน 2 ขา ปชป.แผลงฤทธิ์ ยกระดับ ปิดเกมตระกูล "ชินวัตร"
เมื่อถูกกลายเป็นผิด:พระไพศาล
ในหนังสือเรื่อง Mindful Politics ซึ่งรวบรวมทัศนะชาวพุทธอเมริกันเกี่ยวกับสังคมและการเมือง ริชาร์ด รีออค (Richard Reoch) ได้เล่าถึงเหตุการณ์ในสำนักปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่งในอเมริกา ซึ่งให้แง่คิดอย่างน่าสนใจ
เรื่องของเรื่องก็คือ สำนักปฏิบัติธรรมแห่งนั้นเห็นว่าควรมีการอบรมให้สมาชิกมีความรู้และทักษะการระงับความขัดแย้งด้วยสันติวิธี เพราะเห็นว่าสอดคล้องกับคำสอนทางพุทธศาสนา จึงได้เชิญวิทยากรผู้หนึ่งมาจัดอบรมเชิงปฏิบัติการในช่วงเสาร์อาทิตย์ วิทยากรผู้นี้ไม่ใช่ชาวพุทธ แต่ก็เข้าใจแนวคิดและอารมณ์ความรู้สึกของคนกลุ่มนี้พอสมควร
วันที่สองของการอบรมซึ่งจัดในห้องสวดมนต์ วิทยากรชวนทำกิจกรรม “สวมบทบาท” โดยให้สมาชิกสองคนรับบทเป็น “ตัวประกัน” ซึ่งถูกผู้ก่อการร้ายกลุ่มหนึ่งจับตัวไป คนที่เหลือสวมบทบาทเป็นผู้เจรจาเพื่อให้สองคนนั้นได้รับอิสรภาพ ส่วนวิทยากรรับบทเป็นผู้ก่อการร้าย เมื่อชี้แจงบทเรียบร้อยแล้ว เขาก็ควักบุหรี่ออกมาสูบ
หนึ่งในผู้อบรมประท้วงทันทีว่า “ขอโทษครับ ห้ามสูบบุหรี่ในห้องสวดมนต์” แต่เขาทำทีไม่สนใจ ยังคงสูบต่อไป ครั้นถูกทักท้วงหนักเข้า เขาก็พูดด้วยสีหน้าเฉยเมยว่า “ กฎระเบียบอะไรของคุณ ผมไม่สนใจหรอก คุณอยากเจรจาเรื่องสูบบุหรี่ หรืออยากให้เพื่อนของคุณได้อิสรภาพ?”
“เราจะไม่เจรจากับคุณจนกว่าคุณจะเคารพห้องสวดมนต์ของเรา” อีกคนหนึ่งยืนกราน
“โอเค หยุดสูบก็ได้” ว่าแล้วผู้ก่อการร้ายก็เดินไปที่แท่นบูชา สูบบุหรี่เฮือกใหญ่ แล้วก็ขยี้ก้นบุหรี่บนพระเพลา(ตัก)ของพระพุทธรูป
ทุกคนในห้องนิ่งอึ้งไปหมด ตอนนี้ไม่มีใครสนใจการสวมบทบาทแล้ว ต่างวิ่งไปดูว่าพระพุทธรูปเสียหายหรือไม่
“คุณรู้ไหมว่าทำอะไรลงไป”มีคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา “นี่พระพุทธรูปนะ”
“ผมไม่สนใจ นี่ไม่ใช่พระพุทธรูปของผม และนี่ก็ไม่ใช่ห้องสวดมนต์ของผม ตอนนี้ผมหยุดสูบบุหรี่แล้ว พวกคุณอยากเจรจาเรื่องเพื่อนของคุณหรือเปล่า ไม่งั้นผมก็จะออกจากห้องนี้ไป”
ตอนนี้ทุกคนพากัดเดือดดาล ไม่มีใครสนใจเรื่องการเจรจาปล่อยตัวประกันแล้ว เพราะโกรธเคืองที่เขาดูหมิ่นพระพุทธรูป ชายคนหนึ่งเดินไปหาเขาแล้วพูดว่า “เราเชิญคุณมาที่นี่เพื่อจัดอบรม เรารู้ว่าที่นี่ไม่ใช่สถานที่ของคุณและคุณก็ไม่ได้นับถือพุทธ แต่นี้คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเรา เราขอให้คุณเคารพสถานที่แห่งนี้”
“คุณอยากรู้ว่าผมเคารพสถานที่นี้แค่ไหนหรือ?” ว่าแล้วเขาก็เดินไปมุมห้องแล้วฉี่ใส่พื้น
เท่านั้นแหละทุกคนอดใจไม่อยู่ กรูไปหาเขา แล้วกลุ้มรุมทำร้ายเขา บ้างก็เตะ บ้างก็ต่อย จนเขาล้มลง แต่ก็พาตัวหนีออกมาได้ พร้อมกับบอกให้ “ตัวประกัน” เป็นอิสระ ก่อนที่เขาจะออกจากห้องสวดมนต์นั้น แล้วไม่กลับมาอีกเลย
การอบรมครั้งนั้น แทนที่จะทำให้ผู้คนเชื่อมั่นและมีทักษะทางด้านสันติวิธีมากขึ้น กลับลงเอยด้วยความรุนแรง นักปฏิบัติธรรมซึ่งรักสงบเคร่งในศีล บางคนกินมังสวิรัตินานนับสิบปีด้วยซ้ำ แต่เหตุใดกลับลงมือเตะต่อยทำร้ายเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน?
อันที่จริงเหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มขึ้นจากเรื่องสมมุติ พฤติกรรมของวิทยากรผู้นั้นก็เป็นแค่การแสดง แต่ทำไมจึงกลายเป็นเรื่องจริงจังจนเกิดการทะเลาะวิวาทขึ้นมาได้ คำตอบก็คือ เป็นเพราะความลืมตัวของผู้เข้าอบรม และที่พวกเขาลืมตัวก็เพราะเห็นความไม่ถูกต้องเกิดขึ้น ซ้ำร้ายเป็นความไม่ถูกต้องที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ตนสักการะบูชาเสียด้วย
คนเหล่านี้เคารพสักการะพระพุทธเจ้า(และสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้อง)เป็นอย่างมาก จนเห็นว่าเป็นสิ่งที่แตะต้องไม่ได้ ครั้นมีคนแตะต้องสิ่งเหล่านั้น ทั้ง ๆ ที่เป็นแค่การแสดง เขาก็รู้สึกถูกกระทบอย่างรุนแรง เกิดความโกรธจนลืมตัว
คนเหล่านี้เห็นว่าความรุนแรงไม่ดี สวนทางกับคำสอนของพระพุทธองค์ จึงเห็นความสำคัญของการฝึกฝนสันติวิธี แต่เมื่อลืมตัวเพราะถูกความโกรธครอบงำเสียแล้ว ก็ลืมไปเลยว่ากำลังอบรมเรื่องสันติวิธีอยู่ พร้อมจะทำอะไรก็ได้ แม้กระทั่งทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องหรือขัดกับคำสอนของพระองค์ ทั้งนี้เพื่อรักษา “ความถูกต้อง” เอาไว้
ความถูกต้องนั้น เป็นสิ่งที่ดีก็จริง แต่ถ้ายึดติดถือมั่นมาก ก็สามารถผลักดันให้ทำสิ่งที่ผิดได้ เพราะยิ่งยึดติดถือมั่นมากเท่าไร ก็ยิ่งโกรธเกลียดได้ง่ายจนลืมตัว เมื่อสิ่งที่ยึดติดถือมั่นถูกกระทบ หรือเมื่อเจอสิ่งที่ไม่เป็นไปตามที่ยึดติดถือมั่น และเมื่อลืมตัวเสียแล้ว ก็พร้อมจะทำสิ่งที่เลวร้ายหรือตรงข้ามกับสิ่งที่ตนเชื่อ
อันที่จริงถ้ามีสติ ก็จะรู้ว่าสิ่งที่วิทยากรผู้นั้นทำก็คือ การสร้างสถานการณ์ยั่วยุเพื่อฝึกให้เขาเหล่านั้นคิดหาทางออกอย่างสันติ วิทยากรผู้นั้นเลือกที่จะใช้โจทย์ยาก ๆ คือเรื่องที่กระทบกับความเชื่อหรือทิฐิของคนเหล่านั้น ชนิดที่กระเทือนไปถึงอัตตา แต่เป็นเพราะผู้เข้าอบรมนั้นมัวแต่ส่งจิตออกนอก จอจ่ออยู่กับการกระทำที่ “ไม่ถูกต้อง” จนลืมกลับมาดูจิตของตน จึงถูกความโกรธเล่นงาน ผลก็คือแทนที่จะเรียนรู้การแก้ปัญหาอย่างสันติ กลับทำสิ่งเลวร้ายซึ่งสวนทางกับหลักธรรมในพุทธศาสนา พูดอีกอย่างก็คือ สมาชิกสำนักปฏิบัติธรรมเหล่านั้นล้วนสอบตก ทั้งในฐานะชาวพุทธและผู้ใฝ่สันติวิธี
ในความเป็นจริง โจทย์ดังกล่าวมิใช่เรื่องเกินเลย ข่าวคราวทำนองนี้เกิดขึ้นเนือง ๆ อันเป็นธรรมดาของยุคนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยความหลากหลายทางความคิดความเชื่อ รวมทั้งมีการปะทะทางศาสนาและวัฒนธรรมอยู่เสมอ ความรู้สึกว่าสิ่งที่ตนเคารพเทอดทูนถูกละเมิดหรือจ้วงจาบ นับวันจะเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า นี้คือโจทย์ประเภทหนึ่งที่คนทุกฝ่ายทุกความเชื่อจะต้องเตรียมตัวรับมือ สำหรับชาวพุทธ การตอบโต้พฤตกรรมดังกล่าวมิอาจเป็นอื่นได้ นอกจากการใช้สันติวิธี เพราะนั่นคือสิ่งที่ยืนยันความเป็นชาวพุทธอย่างแท้จริง
อย่าว่าแต่การกล่าวร้ายหรือจ้วงจาบสิ่งที่เรารักเลย แม้กระทั่งเมื่อมีผู้ทำร้ายเรา พระพุทธองค์ก็ได้ให้ข้อธรรมเตือนใจว่า “หากจะมีพวกโจรผู้มีความประพฤติต่ำช้า เอาเลื่อยที่มีด้ามสองข้าง เลื่อยอวัยวะน้อยใหญ่ ผู้มีจิตคิดร้ายแม้ในโจรพวกนั้น ก็ไม่ชื่อว่าทำตามคำสั่งสอนของเรา เพราะเหตุที่อดกลั้นไม่ได้นั้น แม้ในข้อนั้น เธอทั้งหลายควรสำเหนียกอย่างนี้ว่า จิตของเราจักไม่แปรผัน เราจักไม่เปล่งวาจาชั่วหยาบ จักหวังอนุเคราะห์สิ่งที่เป็นประโยชนั มีเมตตาจิต ไม่มีโทสะภายใน แผ่เมตตาจิตไปถึงบุคลนั้น”
การจ้วงจาบพระพุทธรูป ทำลายวัดวาอารามนั้น ไม่สามารถทำให้พุทธศาสนาคลอนแคลนได้ ตราบใดที่ชาวพุทธยังมั่นคงในหลักธรรม แต่เมื่อใดที่ชาวพุทธประพฤติตนคลาดเคลื่อนจากหลักธรรมแล้ว แม้มีพระพุทธรูปใหญ่ที่สุดในโลก มีวัดวาอารามที่งดงามมาก สถานะของพุทธศาสนาก็นับว่าน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง
ความเคารพในพระพุทธรูปหรือสัญลักษณ์ในพุทธศาสนา เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งของชาวพุทธ สามารถน้อมใจให้เป็นกุศล เกิดศรัทธาในการทำความดีได้ แต่ถ้ายึดติดถือมั่นในสิ่งนั้นจนกลายเป็น “ตัวกู ของกู”ขึ้นมา มันก็สามารถผลักดันให้ทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องได้ แทนที่จะทำเพื่อปกป้องศาสนา อาจกลายเป็นการทำเพื่อปกป้อง “ตัวกู ของกู”ก็ได้ ซึ่งลงท้ายกลายเป็นการบั่นทอนศาสนาหรือสิ่งที่ตนเทอดทูนสักการะ ดังที่กำลังเกิดขึ้นโดยพระพม่าและศรีลังกาที่ใช้ความรุนแรงกับชาวมุสลิมในนามของการปกป้องพุทธศาสนาในเวลานี้
ไม่ใช่แต่พุทธศาสนาเท่านั้น อุดมการณ์อันสูงส่งใด ๆ หากยึดติดถือมั่นเสียแล้ว ก็สามารถส่งผลให้ทำสิ่งที่ตรงข้ามกับอุดมการณ์เหล่านั้นก็ได้ ในทำนองเดียวกันยิ่งยึดมั่นในความดีความถูกต้องมากเท่าไร ก็อาจลืมตัวจนทำสิ่งที่ผิดก็ได้ นี้ใช่ไหมที่ทำให้คนดี ๆ เห็นด้วยกับการฆ่าตัดตอนพ่อค้ายาเสพติด หรือเข้าไปรุมประชาทัณฑ์ผู้ต้องหาฆ่าข่มขืนจนตายคาที่ รวมทั้งทำให้ผู้รักชาติ-ศาสน์-กษัตริย์ พากันกลุ้มรุมทำร้ายและทรมานนักศึกษาในเหตุการณ์ ๖ ตุลา ฯ ๒๕๑๙จนถึงตาย
“ถึงความเห็นของเราจะถูก แต่ถ้าเรายึดเข้าไว้ มันก็ผิด” คำสอนสั้น ๆ ของหลวงพ่อเฟื่อง โชติโก อดีตเจ้าอาวาสวัดธรรมสถิต จังหวัดระยอง สามารถเตือนใจทุกคนได้เป็นอย่างดี ไม่เฉพาะกับชาวพุทธเท่านั้น
อนาธิปไตยมาแล้ว!
อนาธิปไตยมาแล้ว!
Posted On: Wednesday, November 27th, 2013
ถ้าหากเส้นทางประวัติศาสตร์มัน ‘เดินเป็นเส้นตรง’ เลือดและน้ำตาของใครต่อใครที่อุตส่าห์ลงทุน ลงแรง กันมาโดยตลอด จนเกิดความเป็นรัฐ เป็นชาติ เป็นประเทศ มันน่าที่จะผลิดอกออกผล เติบโตและพัฒนาไปสู่ความเป็นสหภาพ สหรัฐ หรือความเป็นหนึ่งเดียวโดยมีรัฐบาลโลกเป็นผู้ปกครองในท้ายที่สุด
แต่ดูเหมือนว่าประวัติศาสตร์จะ ‘เดินเป็นวงกลม’ หรือเดินเป็นวัฏจักร วงจร เหมือนกับการหมุนของล้อเกวียน จักรวรรดิอันเคยยิ่งใหญ่เกรียงไกรในอดีต ไม่ว่าจะเป็น อียิปต์ บาบิโลน เปอร์เซีย กรีก โรมัน มาจนกระทั่งจักรวรรดิอังกฤษซึ่งเคยได้ชื่อฉายาถึงขั้น ‘จักรวรรดิที่พระอาทิตย์ไม่เคยตกดิน’ มาบัดนี้…ต่างแตกกระจัดกระจาย กลายเป็นประเทศต่างๆ จนแทบจดจำเค้าโครง รูปร่างหน้าตา ในอดีตแทบไม่ได้
แม้กระทั่งจักรวรรดิสังคมนิยมโซเวียต ที่เคยแผ่อิทธิพลครอบงำประเทศต่างๆ เกือบครึ่งโลก ทุกวันนี้แทบไม่เหลือคราบไคลของความเป็นจักรวรรดิเอาไว้อีกต่อไป เหลือแต่ประเทศรัสเซียที่ต้องวุ่นวายอยู่กับการสู้รบปรบมือกับพวกกบฏ หรือพวกที่คิดจะแยกดินแดนออกไปจากรัสเซีย หลังจากที่ไม่รู้กี่สิบต่อกี่สิบประเทศได้แยกตัวออกไปแล้วก่อนหน้านี้
จักรวรรดิทุนนิยมอย่างสหรัฐอเมริกาเองก็เถอะ นักวิเคราะห์ทางด้านประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และอนาคตศาสตร์จำนวนไม่น้อย แม้แต่ที่เป็นชาวอเมริกันเอง ยังมองเห็นถึงความเป็นไปได้ภายในอนาคตอันใกล้ ที่จักรวรรดิทุนนิยมแห่งนี้ อาจต้องแตกออกเป็นเสี่ยงๆ กลายเป็นประเทศอิสระไม่ต่างอะไรไปจากที่จักรวรรดิสังคมนิยมโซเวียตเคยเผชิญมา
หรือกระทั่งประเทศจีน ที่แม้จะอยู่ยง คงทน มาอย่างต่อเนื่องยาวนานนับเป็นพันๆ ปี อาศัยบุญเก่าซึ่งถูกสร้างสมไว้ในอดีต ไม่ว่ามรดกทางประวัติศาสตร์ การประดิษฐ์คิดค้นทางภาษา ขนบธรรมเนียมประเพณี รวมทั้งระบบรวมศูนย์อำนาจ เป็นเครื่องประคับประคองหล่อเลี้ยงความเป็น ‘จีนเดียว’ มาได้โดยตลอด
แต่ถ้าหากวันหนึ่งวันใดที่บรรดากุมารจีนผู้เติบโตขึ้นมาบนกองเงินกองทอง ท่ามกลางความมั่งคั่งอันเนื่องมาจาก ‘ระบบทุนนิยมที่มีลักษณะพิเศษ’ หรือ ‘ระบบสังคมนิยมที่มีลักษณะพิเศษ’ เกิดโหยหาความเป็นประชาธิปไตย หรือระบอบประชาธิปไตยตามมาตรฐานสากลขึ้นมาจริงๆ โอกาสที่เราจะได้เห็น ‘แผ่นดินใหญ่’ ของจีน แตกกระจัดกระจายออกไปเป็นประเทศฮ่องกง ไต้หวัน หนิงโป ประเทศยูนนาน ประเทศซินเจียง หรือประเทศอุยกูร์สถาน ฯลฯ ใช่ว่าจะไม่มีเอาเสียเลย
การที่ความเป็นไปของโลกมันสวนทางกับความเชื่อเดิมๆ คือแทนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะค่อยๆ ไหลรวมกันเป็นหนึ่งเดียว กลับเกิดการแตกกระจัดกระจายกลายเป็นรัฐเล็กรัฐน้อย หรืออาจไปไกลถึงขั้นหวนกลับไปสู่สภาพดั้งเดิมชนิดต้องแยกย่อยออกเป็นชุมชนต่างๆ แบบเดียวกับสังคมชุมชนเมื่อครั้งอดีต กลายเป็นสังคมที่ไม่มีรัฐปกครอง จึงเป็นเรื่องที่อาจเป็นไปได้
เพราะถ้าหากมองถึงความเป็นไปของโลกทุกวันนี้ ดูเหมือนว่าประเทศต่างๆ หรือรัฐชาติต่างๆ ชักจะออกอาการเสื่อมโทรม ทรุดโทรม ทำท่าว่าใกล้จะหมดสภาพลงไปทุกที ไม่ว่าจะมองกันในแง่การเมือง เศรษฐกิจ หรือสังคมก็ตาม โดยเฉพาะเมื่อ ‘โลกาภิวัตน์ยุคใหม่’ ได้ทำให้อำนาจรัฐแต่ละรัฐ มักหนีไม่พ้นต้องถูกควบคุม ถูกจำกัด ถูกแทรกแซง ขัดขวาง ด้วยอำนาจ อิทธิพล และผลประโยชน์ของบรรษัทข้ามชาติ ที่มีสถานะไม่ต่างอะไรไปจาก ‘รัฐบาลโลก’ ไปแล้วในทุกวันนี้…
ความพยายามรวมตัวกันทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ในยุโรปจนกลายมาเป็นสหภาพยุโรปเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา…แต่เมื่อมาถึงทุกวันนี้ หรือในวันที่ภาวะวิฤติเศรษฐกิจกำลังลุกลามไปทั่วทั้งยุโรป สภาวะเช่นนี้ได้ก่อให้เกิดความไม่พอใจต่อชาวยุโรปในแต่ละประเทศเป็นจำนวนไม่น้อย จนการคิดแยกตัวกลับไปสู่ความเป็นประเทศในลักษณะเดิมๆ ชักจะกลายเป็นที่เพรียกหามากขึ้นเรื่อยๆ
ตลอดจนกลุ่มคนซึ่งเกิดความไม่พอใจทั้งต่อความเป็นสหภาพยุโรป รวมทั้งความทรุดโทรม เสื่อมโทรม ภายในประเทศของตัวเอง ถึงขั้นอยากจะล้มเลิกความเป็นประเทศ หรือความเป็นรัฐลงไปโดยสิ้นเชิง ก็กำลังปรากฏตัวให้เห็น อันเป็นที่รู้จักกันในนามพวกอนาร์คิสต์ (Anarchist) ยุคใหม่นั่นเอง
ความคิดและความรู้สึกของคนเหล่านี้ แพร่ออกไปในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะในโลกที่ไม่มีรัฐ ไม่มีพรมแดน เขตแดน หรือในโลกออนไลน์ทั้งหลาย ก่อให้เกิดพลังในการลุกขึ้นมาต่อต้านพรรคการเมืองแทบทุกพรรค ไม่ว่าฝ่ายค้านหรือรัฐบาลที่เคยมีบทบาทภายในแต่ละประเทศ ปฏิเสธระบอบประชาธิปไตยที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นประชาธิปไตยแม่แบบอย่างอังกฤษหรืออเมริกาก็ตาม เกิดการต่อต้านสถาบันทางเศรษฐกิจระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นธนาคารโลก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ สถาบันการเงิน การธนาคารระหว่างประเทศ ที่มีบทบาทอิทธิพลครอบงำโลกทั้งโลกอยู่ในขณะนี้ อย่างเป็นการเป็นงานและเป็นระบบ
เครือข่ายอนาธิปไตยใหม่สามารถเกาะกลุ่มรวมตัว สร้างสายใยเชื่อมโยงระหว่างผู้คนกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย ให้ค่อยๆ พัฒนาตัวเองกลายมาเป็นองค์กร เป็นขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมือง เศรษฐกิจ ชนิดที่สามารถรวบรวมระดมผู้คนนับเป็นหมื่นๆ แสนๆ หรือเป็นล้านๆ ในบางโอกาส ออกมาแสดงบทบาท ความเคลื่อนไหวในแต่ละเรื่องแต่ละกรณี
ภายใต้แนวโน้มความเป็นไปของโลกยุคใหม่ ที่กำลังทำให้ความเป็นรัฐ เป็นชาติ มีแต่จะเสื่อมโทรม ทรุดโทรม ลงไปตามลำดับ ค่อยๆ เกิดอาการล่มสลาย แยกย่อย กระจัดกระจาย ออกไปเป็นชิ้นๆ ระบอบการเมือง การปกครองตามวิถีทางประชาธิปไตย กำลังถูกตั้งคำถามหนักขึ้นเรื่อยๆ ว่ามันเป็นประชาธิปไตยของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน หรือว่าเป็นประชาธิปไตยของพ่อค้า โดยพ่อค้า และเพื่อพ่อค้า
โดยเฉพาะพ่อค้าที่สามารถสะสมทุนจำนวนอภิมหาศาลเอาไว้ในมือ อย่างเช่นบรรดาพ่อค้าในบรรษัทข้ามชาติทั้งหลาย ผู้ซึ่งไม่เพียงแต่จะอาศัยอิทธิพลทางการเงินควบคุมรัฐบาลในแต่ละประเทศเอาไว้ได้เท่านั้น แต่ยังสามารถควบคุมโลกทั้งโลกเอาไว้อีกต่างหาก แต่ก็ด้วยความโลภ ความกระหายอยากในอำนาจและผลประโยชน์อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม ซึ่งถูกใช้เป็นเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์ของตัวเองมานานแสนนาน ทำท่าว่าใกล้จะถึงกาลล่มสลายตามไปด้วย…
ท่ามกลางสภาพเช่นนี้เอง ย่อมทำให้ ‘ความเป็นอนาร์คิสต์’ ในแต่ละรูป แต่ละแบบ เริ่มหวนกลับมาปรากฏให้เห็นในแต่ละรัฐ แต่ละชาติ แต่ละสังคม แต่ละพื้นที่ เพิ่มขึ้นๆ ในทุกขณะ
ไม่ว่าที่ใดก็ตาม และยุคใดสมัยใดก็ตาม ถ้าหากทุกสิ่งทุกอย่างเข้าสู่ภาวะเละ ความเป็นรัฐและความเป็นชาติไม่สามารถทำหน้าที่เดิมได้อีกต่อไป เมื่อนั้น ‘เมล็ดพันธุ์อนาร์คิสต์’ ซึ่งถูกซุก ถูกฝัง อยู่ภายใน ‘ธรรมชาติแห่งความเป็นมนุษย์’ ก็ย่อมพร้อมที่จะงอกเงย ผลิดอกออกผลไปตามคุณลักษณะของแต่ละสปีชีส์ได้เสมอๆ
โดยเฉพาะเมื่อความเป็นรัฐ เป็นชาติ ในโลกยุคใหม่ ได้ถูกทำให้เสื่อมสลายลงไปด้วยอำนาจของโลก หรืออำนาจของทุนนิยมโลกาภิวัตน์ ซึ่งพยายามย่อยแยกทุกสิ่งทุกอย่างให้กลายเป็นชิ้นส่วนแต่ละชิ้นส่วน เพื่อที่จะหล่อหลอมเข้ามารวมกันใหม่ด้วยอำนาจของทุนและกลไกตลาด ความเป็นปัจเจกบุคคลที่ถูกสร้างและถูกหล่อหลอมขึ้นมาใหม่ มีสภาพไม่ต่างอะไรจากสินค้ายี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งสุดท้ายแล้ว…ก็ยังไม่สามารถให้คำตอบเรื่องเสรีภาพ ความเสมอภาค และภราดรภาพ ได้อย่างเป็นจริงเป็นจัง
และถ้าหากนิยามของคำว่า เสรีภาพ เสมอภาค และภราดรภาพที่แท้จริง เป็นไปตามความเข้าใจของอนาร์คิสต์ทางการเมือง โลกอนาธิปไตยในอนาคตข้างหน้า คงต้องเป็นไปตามที่นักปรัชญาชาวกรีกอย่างเพลโตและอริสโตเติลได้วาดภาพเอาไว้ นั่นคือโลกที่อุบัติขึ้นมาเนื่องมาจาก…
“สภาวะความล้มเหลวทางประชาธิปไตย ที่ไม่เพียงแต่จะไม่ก่อให้เกิดทางออกใดๆ กับสังคมแต่ละสังคมแล้ว ยังกลับนำไปสู่ความระส่ำระสาย การไม่ยอมรับในตัวบทกฎหมาย อันเป็นกติการ่วมกันในแต่ละสังคม นำไปสู่การกระทำตามความพอใจของฝูงชนที่บ้าคลั่ง นำไปสู่ชีวิตที่ไม่เป็นปกติ และนำไปสู่การอุบัติขึ้นมาของทรราชย์ในท้ายที่สุด…”
ศอ.รส. ยันไม่มีการจับแกนนำ-สลายการชุมนุม
เมื่อเวลา 22.30 น.(27พ.ย.2556) พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ศอ.รส. แถลงถึงสถานการณ์ของกลุ่มผู้ชุม
"การปล่อยข่าวว่าจะไปสลาย หรือจับแกนนำ จึงไม่เป็นความจริง สำหรับข้อเท็จจริงของการไปกดดัน
พล.ต.ต.ปิยะกล่าวยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ทุกนาย พร้อมดูแลความสงบเรียบร้อย ส่วนพื้นที่การชุมนุม เจ้าหน้าที่ได้เน้นการตรวจตราแล
"สุดท้ายขอยืนยันว่าจะไม่มีนโยบ
ด้าน ไทยคู่ฟ้า Thai Khu Fah โพสว่า
ศอ.รส. รายงายว่ามีพิธีกรบนเวทีกลุ่มผู
เนื่องจาก ในช่วง 2-3 คืนที่ผ่านมา มีการพยายามก่อเหตุแทรกซ้อนต่าง
ศอ.รส. จึงได้จัดชุดปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเคลื่อน
สำหรับสถานการณ์การชุมนุมนั้น ศอ.รส. ยืนยันว่า ไม่มีศาลากลางจังหวัดใดถูกยึด มีเพียงศาลากลาง จว.พัทลุง/ตรัง/สตูล/สงขลา/
ส่วนในพื้นที่ กทม. นั้น มีกลุ่มผู้ชุมนุมพักค้างแรมอยู่
ศอ.รส. ยืนยันว่าจะรักษาความสงบสุขเรีย
วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
เตรียม ล่อ ปปช.ช้าเช็คบิลทักษิณ
ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยคดีประ
*** เกิดอะไรขึ้น?
-- ก่อนหน้านั้นคณะกรรมการปปช. ได้ยกขบวนไปดูงาน เที่ยวญี่ปุ่น กลับมาเมื่อสุดสัปดาห์ก่อน
-- กลับมาแล้ว ทำเป็นประชุมด่วน เพื่อเปิดเกมยื้อด้วยการตั้งอนุ
-- แทนที่จะเร่งทำงาน วันอาทิตย์ที่ผ่านมา คณะกรรมการ ปปช. ยกทีมไปดูงาน เที่ยวออสเตรเลียอีกแล้ว จะกลับมาวันศุกร์นี้ ติดเสาร์ อาทิตย์อีก
-- จากนั้นจะมีแผนไปทัวร์ประเทศไหน
-- งานเร่งด่วนเพื่อบ้านเมืองรออยู
-- ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านหนึ่งท
*** ช่วยบอกต่อๆ กันด้วย ให้ชาวบ้านได้รู้่ว่า ปปช. ทำงาน หรือไม่ทำงานกันแน่ แต่กินเงินเดือนจากภาษีประชาชนท
-- หรือมีอะไรอย่างอื่นเป็นแรงจูงใ
*** ถ้ายังเฉื่อย ขอให้เข้าชื่อไม่กี่คน ยื่นต่อคณะตุลาการศาลฎีกาให้ตั้
เปลว ศรีเงิน :'จงยอมผิดกฎหมายเพื่อทำสิ่งถูกให้ชาติ'
'จงยอมผิดกฎหมายเพื่อทำสิ่งถูกให้ชาติ'
ทรราชตระกูลทักษิณ "ยิ่งลักษณ์-สมศักดิ์-นิคม" ต้องถูกมวลมหาชนคนราชดำเนินกวาดสิ้นซากไปจากแผ่นดิน
หรือ...
มวลมหาประชาชนราชดำเนิน เป็นฝ่ายถูกทรราชตระกูลทักษิณ "ยิ่งลักษณ์-กองทัพตำรวจ-ชายชุดดำ" กวาดสิ้นซากไปจากถนนราชดำเนิน
ภายใน ๒ วันนี้.....รู้กัน!?
และโดยเฉพาะ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" อีก ๒ วัน...๒ วันนี้เท่านั้น ๒๗-๒๘ พฤศจิกานี้เท่านั้น ที่จะมีผลชี้ขาดออกมาว่า
สุเทพ เทือกสุบรรณ จะเป็นบุรุษ ๑ ล้านมหาชน ผู้เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้ประเทศด้วยการปฏิวัติสังคมชาติสู่อนาคตใหม่
หรือ....
สุเทพ เทือกสุบรรณ คือ นักโทษตีตรวนใต้ตีนอำนาจทรราชระบอบทักษิณ!?
พี่น้องทั้งหลาย..........
ทั้ง ๒ ทางที่ต้องสะบั้นกันไปทางหนึ่งนี้ จะสะบั้นให้ขาดกันไปทางไหน มันขึ้นอยู่กับ "ใจ" ประชาชนคนไทยทุกคน โดยเฉพาะมวลมหาชนคนราชดำเนิน
ด้วยอิสระแห่งหัวใจท่าน.......
ถึงเวลาแล้ว ที่ต้องเลือก-ต้องตัดสินใจ "ให้ขาด"
จะยอมอยู่ใต้ตีนระบอบทักษิณต่อไป
หรือ...
ร่วมทางกับสุเทพ ณ ราชดำเนิน เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้ไทยประเทศ สู่เส้นทางอนาคต ด้วยการร่วมบดขยี้ระบอบทักษิณให้แหลกไป
แล้วกำหนดชะตาอนาคตสังคมชาติใหม่ ด้วยมหาประชาชน ผองไทยกันเอง?!
เมื่อคืน (๒๖ พ.ย.๕๖) คุณสุเทพ "สั่งลา" หรือ "สั่งเสีย" ก็ให้บรรยากาศประมาณนั้น ซึ่งตื่นขึ้นมาเช้าวันนี้ ก็ไม่ทราบว่าสุเทพและมหาประชาชนราชดำเนิน
ยังอยู่ดีในที่ตั้ง!?
หรือถูกกองทัพตำรวจระบอบทักษิณ-บายยิ่งลักษณ์ บดขยี้ตีแหลกคาลานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปแล้ว?
"สภาประชาชน" คือรูปธรรมของสังคมประชาธิปไตยใหม่ที่ประชาชนปฏิวัติเป็นผู้กำหนด "กำเนิดอำนาจประเทศ"
สุเทพ ณ ราชดำเนิน เผย "พิมพ์เขียว" สังคมปฏิวัติไว้เป็นมรดกสร้างอนาคตชาติใหม่คร่าวๆ เป็นภาพร่างอย่างนี้
ประชาชนคือศูนย์กลางอำนาจ รัฐบาล-รัฐสภา-นายกฯ-ผู้ว่าฯ ประชาชนเป็นผู้เลือก และผู้ถอด
ตำรวจจะถือกฎหมายใหญ่ค้ำหัวประชาชนคนไทยทั้งประเทศดังปัจจุบันไม่ได้ อำนาจต้องกระจาย แต่ละนายใหญ่ไปขึ้นกับสภาประชาชนแต่ละจังหวัด
นี้คือแนวคิดอุดมการณ์ "ปฏิวัติสังคมใหม่-ปฏิรูปประเทศไทย" คร่าวๆ ของคุณสุเทพ เท่าที่ผมเงี่ยหูฟังเสียงขาดๆ หายๆ จากโทรทัศน์ดาวเทียมบลูสกายเมื่อคืน
จะเรียกว่า "ตุ๊กตา" ที่สุเทพตั้งให้มวลมหาประชาชนจินตนาการอนาคตใหม่ที่จะไปกันให้เห็นภาพก็คงไม่ผิด เพราะในหลักการ "ประชาชนปฏิวัติ" กฎกรอบสร้างสังคมใหม่จะเป็นอย่างไร ยังไม่มีใครรู้
จนกว่าภารกิจแรก กวาดระบอบทักษิณให้สิ้นซากไปในวัน-สองวันนี้ จากนั้น "สภาประชาชน" เป็นรูป-เป็นร่างแล้วนั่นแหละ "พิมพ์เขียวประเทศ" ภายใต้โครงร่าง "พิมพ์เขียวสุเทพ"
จึงจะเป็น "พิมพ์เขียว" ฉบับสมบูรณ์!
ผมฟังไป กรอภาพสุเทพในความจำกลับไป-กลับมา พบว่าคุณสุเทพไม่ใช่คนหล่อ ว่าไปแล้ว อัปลักษณ์กว่ารูปลักษณ์ยิ่งลักษณ์ด้วยซ้ำ
แต่สวยอย่างยิ่งลักษณ์ มีคนรักตัวยิ่งลักษณ์ไม่เกิน ๑ โหล
แต่อัปลักษณ์อย่างสุเทพ ปรากฏว่ามีคนรักเกิน ๑ ล้าน!?
ทำไมอย่างนั้น....?
เพราะสวยยิ่งลักษณ์มีพฤติกรรม คดในข้อ-งอในกระดูก รักชาติ ด้วยการกลืนกินชาติ
ส่วนอัปลักษณ์สุเทพมีพฤติกรรม เหมือนคดในข้อ-งอในกระดูก แต่รักชาติ ด้วยการกอบกู้ชาติ
สั้นๆ ง่ายๆ อย่างนี้ ๒ คน จึงมีรัก-มีเกลียดที่ต่างกันมาก!
และฟังที่สุเทพเหมือนเปิดระบายความในใจตีแผ่ตัวตนต่อหน้ามวลมหาชนราชดำเนิน ถ้าหน่อมแน้มชุมนุมกันไปวันๆ คืนๆ โดยไม่ปฏิบัติการอะไรที่กฎหมายห้าม ๑ ล้านมหาชนก็จะสูญเปล่า ไม่ได้อะไร
นอกจากน้ำลายถุย..ถุย..ส่งท้ายในที่สุด!
ผมไม่มีความเห็นเป็นอื่น นอกจากจะบอกว่า ถ้าอุบาสก-อุบาสิกาไม่ผิดศีลปาณา ทุบหัวปลา-ฆ่าไก่ แล้วพระคุณเจ้าทั้งหลายจะมีจังหันฉันสร้างพลังไปประหารกิเลสมารในดวงจิตสู่วิมุตติ-วิโมกข์ได้อย่างไร?
โดยนัยนั้น ถ้าคุณสุเทพไม่ยอมตกนรกวันนี้
๑ ล้านมหาชนคนราชดำเนิน รวมถึงพี่น้องไทยทุกคน จะไม่มีใครตะกายจากนรกระบอบทักษิณขึ้นสวรรค์ได้เลย แม้แต่คนเดียว!
ในความเป็น "เวียง-วัง-คลัง-นา" คุณสุเทพนำหน้า เข้าไปนั่ง-นอนรักษา "กระทรวงคลัง" หลายคนบอกว่า...
ผิดหลักสันติ-อหิงสา
บ้างว่า...สุเทพทำผิดกฎหมาย!
ผมอยากบอกว่า กฎหมายที่เป็นเครื่องกั้นการกอบกู้ชาติ เมื่อถึงคราวจำเป็น ผิด ก็ต้องยอมผิด
เพราะยอมผิดกฎหมาย ดีกว่าผิดใจมวลมหาประชาชนคนราชดำเนิน
ผิดกฎหมายด้วยปณิธาน ดีกว่าปล่อยให้รัฐบาล-รัฐสภาโจร "อ้างกฎหมาย" กินบ้าน-กินเมืองสบายๆ แล้วบอกมันไม่ผิด!
กฎหมายนั้น เราสร้าง แต่แผ่นดิน ประเทศชาติบ้านเมือง บรรพบุรุษสร้าง เราสร้างกันเองไม่ได้ ฉะนั้น...
กูจะผิดกฎหมายเพื่อล้างไอ้พวกจัญไรฉิบหายเมือง ติดคุกก็ให้มันติดไป การติดนั้น ช่วยชาติ-ช่วยประชาชนให้พ้นมารกินเมืองได้
อย่าว่าแต่คุกเลย....
แลกกับตาย เมื่อไหร่ก็ได้...พวกเอ๋ย!
กฎหมายนั้น ไม่ได้มีไว้ให้ผิด แต่ถ้าผิดนั้น ผิดเพื่อไปสร้างสิ่งถูก สู่สังคมธรรมให้ประเทศชาติ พี่น้องประชาชน และลูกหลานในอนาคต นานเท่านาน
ผิดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เพื่อสิ่งนี้ พวกกูก็พร้อมจะผิดๆๆๆๆๆๆ
หรือมึงจะเอายังไง!?
ศาลตัดสินพวกมึง ไม่ถูกประโยชน์ ก็รวมพวกชั่ว ประกาศไม่รับอำนาจศาล ซึ่งเท่ากับกบฏภายในราชอาณาจักร
พวกมึงถืออำนาจ มีตำรวจรับใช้เป็นอำนาจ ทั้งที่ "ไม่มีอำนาจ" ตามรัฐธรรมนูญแล้ว ก็ยังแข็งขืนครอบครองอำนาจรัฐ แล้วใช้อำนาจอันไม่มีแล้ว เป็นอำนาจเถื่อนเข้าบังคับขับไสกับมหาประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจประเทศแท้จริง
อย่างนี้...มันจะได้อย่างไร ตายอย่างชนเชิดหน้า ใจสงบกว่ายอมใจสยบให้อำนาจกบฏพวกคิดคดต่อประเทศชาติบ้านเมือง!
คุณสุเทพเสียอีก เมื่อทำผิดเพื่อสร้างสิ่งถูก และเมื่อศาลออกหมายจับ ยินดีรับคำสั่งศาล ไม่มีการรวมหัวประกาศไม่ยอมรับอำนาจศาล
นี้คือ คนคือคน
ที่ต่างจาก คนคือเดรัจฉาน!
แต่ละยูนิตสังคม ต่างคน-ต่างมีหน้าที่ต้องทำ เรา...มวลมหาชนคนราชดำเนิน มีหน้าที่ล้างระบอบทักษิณ ตำรวจมีหน้าที่รักษากฎหมาย ศาลมีหน้าที่ตัดสินคดี
ต่างคน-ต่างมีหน้าที่ ทำกันไปด้วยเคารพในเกียรติและหน้าที่ตัวเอง เคารพในเกียรติ-หน้าที่ของกันและกัน
แล้วสังคมจะอยู่ได้ และสวยงาม!
ติดเถอะ...สุเทพ ตำรวจยกโขยงมาจับ เขายัดตะรางก็ติดอยู่ในตะรางนั่นแหละ ไม่ต้องออกมา
เพราะ...เดี๋ยวมวลมหาประชาชนราชดำเนินนับแสน-นับล้าน จะพาเหรดเข้าไปติดอยู่กับท่าน!
ใครก็อย่าเข้าใจศาลผิด ที่ออกหมายจับคุณสุเทพ เป็นแค่ขั้นตอนกระบวนการกฎหมายเท่านั้น ยังไม่รู้ว่าคุณสุเทพผิดหรือไม่ผิด จะเป็นผู้ต้องหาหรือไม่เป็น
ที่ศาลออกหมาย แค่ตำรวจอาศัยอำนาจศาล นำตัวคุณสุเทพไปสอบสวนทวนความก่อนเท่านั้น!
สำหรับลูกผู้ชายอย่างเราๆ "ติดคุกยังมีวันออก........." จริงมั้ย?
หรือใครว่าไม่จริง ยกมือซิ!?
เอาหละ...พวกเราทั้งหลาย การ์ดสูงๆ หายใจลึกๆ จิกหัวแม่ตีน ลิ้นแตะเพดาน แล้วขยิกมันเข้าไป...ขยิกเข้าไป ชิงพื้นที่พวกมันมาอยู่ใต้ตีนเราให้หมด
เพราะนี้คือ "ประชาชนปฏิวัติ"!
อียูเตือนทุกฝ่ายในไทยเคารพกม.-แก้ปัญหาอย่างสันติ
สหภาพยุโรปออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทุกฝ่ายในความขัดแย้งทางการเมืองของไทย เคารพกฎหมายบ้านเมือง พร้อมทั้งแก้ปัญหาอย่างสันติ ขณะที่ล่าสุด รัสเซียประกาศเตือนนักท่องเที่ยวไม่ให้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ แล้ว
"สุเทพ" ลั่นปฏิรูปใหญ่เสนอพิมพ์เขียวประเทศไทย
เมื่อคืนที่ผ่านมา (26 พ.ย.56) สุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำเครือข่ายราชดำเนิน เปิดใจถึงแนวทางการปฏิรูปประเทศ ไทย หลังขจัดระบอบทักษิณ
1.ต้องร่วมกันคิด วางกติกาใหม่ ให้ซื้อเสียงไม่ได้ โกงไม่ได้ และต้องไม่ให้คนชั่วได้เข้ามานั ่งในสภาได้
นี่คือคำตอบแรก สำหรับคนที่อยากรู้ว่า ถ้าขจัดระบออบทักษิณแล้วจะทำอะไ ร ทำการเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรร ม ไม่ให้ทุนสามานย์เข้ามาได้
2.เราต้องเปลี่ยนประเทศไทย ไม่ให้มีทุจริตคอรัปชั่นจนชาติเ สียหายอย่างปัจจุบันนี้ ไปตัวนี้มันทำชาติย่อยยับ เมื่อมันมีอำนาจ มันโกงได้ มันจึงกล้าลงทุนซื้อเสียงให้พวก มันมานั่งในสภา
3.เราต้องการให้เคารพในอำนาจของ ประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่มาข่มขู่ ซื้อก็ได้ ขายก็ได้
จะต้องมีบทบัญญัติ ให้ประชาชน มีอำนาจในการเมืองการปกครอง เช่น ปชช.ต้องถอดถอนนายกฯ และ รมต.ได้ ต้องให้ปชช.ถอดถอน สส.ได้ เราต้องมีกระบวนการรับรองอำนาจป ระชาชน ถอดถอนในเวลาไม่ยืดยาว เห็นผลใน 5-6 เดือน ไม่ใช่รอเป็นปี
4.เราต้องปฏิรูปโครงสร้างตำรวจ ต้องให้ตำรวจเป็นตำรวจของประชาช น ให้ประชาชนเป็นคนให้ความดีความช อบตำรวจ จะได้ไม่มีพวก ได้ดีเพราะพี่ให้
5.เราต้องออกแบบให้ ข้าราชการอยู่ในระบบคุณธรรม ไม่ใช่ระบบอุปถัมภ์ต้องเป็นข้าร าชการของประชาชน
6.แก้ปัญหาการศึกษา คมนาคม ฯลฯ รัฐบาลต้องเข้ามาแก้ปัญหาเป้าหม ายหลักของชาติ ต้องแก้ปัญหาคนจนต้องเป็นวาระแห ่งชาติ พอกันทีหากินกับนโยบายประชานิยม
ในตอนท้าย "สุเทพ" กล่าวย้ำว่า "ขอพูดต่อหน้าพระ สุเทพ เทือกสุบรรณ ไม่เป็นนายกรัฐมนตรี ผมไม่ได้ออกมาสู้ความนี้ เพื่อชาติ ไม่ใช่ตัวกู แล้วขอบอกให้ชัดเจน ไม่ได้คิดเป็นนายกและไม่ได้สู้ใ ห้อภิสิทธิ์เป็นนายก และอภิสิทธิ์ก็บอกผมเอง เขาไม่ขอมีตำแหน่งในการเปลี่ยนแ ปลงที่จะเกิดขึ้นทั้งสิ้น"
สำหรับบทบาทของ "สุเทพ" กับ "พรรคประชาธิปัตย์"
"นี่ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อพรรคปร ะชาธิปัตย์ เรา 9 คนออกมาแล้ว ประชาธิปัตย์สู้ในแนวเขา เราสู้ในแนวทางของประชาชน ทั้งหมดขึ้นกับสภาประชาชน ขึ้นกับประชาชน ผมไม่เข้าไปยุ่ง ผมไม่ใช่จอมบงการ"
ตอนท้าย "สุเทพ" ปฏิเสธเรื่องการปฏิรูปประเทศไทย คือการแช่แข็งประเทศไทย
"ไม่มีการแช่แข็งประเทศไทย แต่ต้องแช่แข็งนักการเมืองบ้าง"
จะกี่ครั้งฉันก็ยังทำงาน
"รู้สึกเหมือนตอนปี 49 เลย
มีข่าวลือลอยสะพัดไปมา
แต่ต่างกันตรงที่เมื่อตอนนั้นเร าก็เต้นไปกับเขา และยินดีเมื่อทหารออกมารัฐประหา รรัฐบาลทักษิณ
แต่ปัจจุบัน
ฉันไม่ยินดียินร้ายอะไรทั้งสิ้น
รัฐบาลขิงแก่ - ฉันก็ทำงาน
รัฐบาลสมชาย - ฉันก็ทำงาน
มีม็อบเสื้อเหลือง - ฉันก็ทำงาน
รัฐบาลสมัคร - ฉันก็ทำงาน
รัฐบาลมาร์ค - ฉันก็ทำงาน
มีม็อบเสื้อแดง - ฉันก็ทำงาน
รัฐบาลปู - ฉันก็ทำงาน
มีม็อบอีกแล้ว - ฉันก็ยังทำงาน
ต่อให้ตีกันแหลกราญประเทศพังพิน าศ สุดท้ายคนทำงานอย่างฉันและเธอก็ ต้องทำงานเพื่อฟื้นฟูมันอยู่ดี
ฉันขอเปนกำลังใจให้ทุกคนที่ฟันฝ ่ารถติดไปทำงาน พบกับความยากลำบากในชีวิตช่วงนี ้ อดทนและทำงานของเราต่อไป เหมือนทุกอย่างยังปกติ อย่าพึ่งบ้าไปก่อน
เก็บแรงไว้ฟื้นฟูทุกอย่างจากซาก ปรักหักพังกันอีกครั้ง เพราะกี่ครั้งเราก็ผ่านมันไปได้ แม้ไม่ใช่ในฐานะวีรชนผู้กล้า
แต่เปนแขนขาให้ประเทศชาติเดินต่ อไป "
มิตรสหายท่านหนึ่ง
"สุเทพ" ประกาศเคลื่อนมวลชนจาก ก.คลัง ไปศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ลั่นตายเป็นตาย!!
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 พ.ย. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมเช้านี้ ที่กระทรวงการคลัง ผู้ชุมนุมตื่นเช้า ทำภารกิจส่วนตัว บางส่วนนั่งฟังการปราศรัยจากแกนนำบนเวที โดยมี นายวิทยา แก้วภราดัย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ชุมนุม
ทั้งนี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ ได้ขึ้นกล่าวบนเวทีว่า วันนี้เราจะเดินทางไปเยี่ยมศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ เราจะเอาดอกไม้ นกหวีด ไปฝากข้าราชการที่นั่น ขอให้พี่น้องการ์ดรักษาฐานที่มั่นที่กระทรวงการคลังให้ดี อย่าให้ตำรวจมายึดที่มั่นเราได้ ช่วยดูแลรักษาประตูต่างๆให้ดี และใครที่จะเดินไปด้วยกันขอให้ไปตั้งขบวนธงไตรรงค์ด้านหน้าที่ถนนพระรามที่ 6 และมีรถติดเครื่องเสียงนำเราไป เราเดินคุยไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็ถึง ผ่านกระทรวงไหนเราก็แวะที่นั่น ตนจะนำเดินไปเอง ทำงานเพื่อชาติไม่เป็นไร ตายเป็นตาย ไม่ต้องกลัว โดยให้นายชุมพล จุลใส แกนนำอีกคนช่วยจัดขบวนริ้วธง
นอกจากนี้เป้าหมายสำคัญแห่งหนึ่งของกลุ่มมวลชนคือไปกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ที่ตั้งอยู่บนนถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อพบนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ และจะเดินทางต่อไปที่กระทรวงพาณิชย์ด้วย โดยนายสุเทพระบุว่าจะเป็นคนนำขบวนด้วยตัวเอง และหากใครต้องการจะเข้าร่วมขบวนในระหว่างทางก็ยินดีเข้าขบวนได้ตลอดเส้นทาง
สำหรับเส้นทางที่แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมถ.ราชดำเนิน ประกาศจะเดินทางไปในวันนี้ 14 กระทรวง ประกอบด้วย
1.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
2.กระทรวงวัฒนธรรม
3.กระทรวงการต่างประเทศ
4.กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ
5.กระทรวงอุตสาหกรรม
6.กระทรวงแรงงาน
7.กระทรวงการพัฒนาและความมั่นคงของมนุษย์
8.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที)
9.กระทรวงยุติธรรม
10.กระทรวงศึกษาธิการ
11.กระทรวงพาณิชย์
12.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
13.กระทรวงสาธารณสุข
14.กระทรวงพลังงาน
พ.ต.ท. ทักษิณให้ตัดหัวถ้ามีการลงทุนพลังงานในกัมพูชา
นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้ฟังนายสรรเสริญ สมะลาภา ส.ส.ประชาธิปัตย์ อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ ยิ่งลักษณ์ แต่ไปจับแพะชนแกะว่าเตรียมแก้กฎ
"ความจริง พ.ต.ท.ทักษิณ จะลงทุนพลังงานที่ไหนในโลกก็เป็
27 พฤศจิกายน 2556
