PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันพุธที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2557

เจ็บเพื่อนาย...

เจ็บ เพื่อ "นาย" !!!
เบื้องหลังเหตุการณ์ ทีม รปภ.ทหารเสือฯ ของ นายกฯ ถูกกิ่งไม้ใหญ่ข้างทางโค่นใส่ ทีม "มดดำ" มอร์'ไซค์ รปภ.เฉียดรถนายกฯ/บาดเจ็บที่ขัอมือ-สะโพก / รองผู้การทหารเสือฯ หน.ทีม รปภ. รุดตรวจสอบ ไม่พบสิ่งผิดปกติ คาดไม้ผุใน ลมหนาวกระชากแรง ฉีกร่วงลงมา ยันไม่มีรอยเลื่อย ใดๆ แต่เป็นอุบัติเหตุ
เหตุกิ่งต้นชมพูพันธุ์ทิพย์(ตาเบบูญ่า) ขนาดใหญ่เส้นผ่ายศูนย์กลางประมาณ 1 ฟุตที่ปลูกอยู่บริเวณทางเท้า ได้หักโค่นลงมาใส่ ขบวนรถของ พลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ที่ สุขุมวิท หลังเสร็จภารกิจที่ทัองฟ้าจำลอง นั้น เฉียดรถเบนซ์ทะเบียน ญค 1881 เพียงเล็กน้อย ของนายกฯ เพียงเล็กน้อย
แต่ได้ตกใส่ รถมอร์เตอร์ไซต์คาวาซากิ สีดำ. ซึ่งเป็นรถของทีมรักษาความปลอดภัย ของทหารเสือฯ จาก ร.21รอ. 2 นาย ซึ่งขี่ประกบข้างรถนายกรัฐมนตรีล้มลงอย่างแรง รถไถลไปประมาณ 10 เมตร ทำให้คนขับได้รับบาดเจ็บที่ข้อมือขวา ส่วนคนซ้อนได้รับบาดเจ็บที่สะโพกด้านขวา
ส่วนรถเบนซ์ของนายกรัฐมนตรีมีเศษกิ่งไม้กระเด็นไปถูกประตูด้านซ้ายมีรอยบางๆ
ในช่วงที่เกิดเหตุพลเอกประยุทธ์ได้สั่งรถชะลอและสอบถามถึงอาการบาดเจ็บของเจ้าหน้าที่ทหารทั้ง 2 นาย เมื่อได้รับทราบว่าไม่ได้รับบาดเจ็บมากจึงได้เคลื่อนขบวนรถเพื่อกลับมาปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากนายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในเวลา 10.30 น.
แต่ นายกฯได้สั่งการให้หัวหน้าชุดรักษาความปลอดภัยดูแลเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 นาย รวมทั้งเมื่อนายกรัฐมนตรีเด้นทางถึงทำเนียบรัฐบาลได้แสดงความเป็นห่วงพร้อมสอบถามทีมรักษาความปลอดภัยด้วยว่า มีใครเป็นอะไรมากหรือไม่และสั่งการให้ดูแลเป็นอย่างดี พาไปรพ.เพื่อตรวจเชค
จาก ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พบว่า ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ที่หักโค่นลงมานั้นมีอายุค่อนข้างมาก พบมีรอยผุกลวง ครึ่งหนึ่ง แต่อีกครึ่งหนึ่งยังสด แต่ไม่มีร่องรอยการถูกตัดเลื่อยใดๆ แต่เพราะเกิดลมแรง จึงทำให้กิ่งไม้ดังกล่าวหักโค่นลงมา
พ.อ.อมฤต บุญสุยา รองผบ.รอ.21 หัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยของนายกรัฐมนตรีร่วมตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ โดยยืนยันว่าเป็นเรื่องอุบัติเหตุ ไม่ใช่การกระทำของมนุษย์หรือการลอบปองร้ายแต่อย่างใด


แพทยฺ์อเมริกาคนแรกที่ติดเชื้ออีโบล่าแล้วรอด

นพ. Kent Brantly เป็นอเมริกันคนแรก ๆ ที่ติดเชื้ออีโบลาจากการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคเดียวกันในไลบีเรีย ล่าสุดคุณหมอได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน “Persons of the Year” ของ Time ในบทสัมภาษณ์ คุณหมอบอกว่าต้องใช้เวลาเกือบห้าเดือนกว่าจะฟื้นสภาพร่างกายจนสมบูรณ์ ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นไม่คิดว่าตัวเองจะรอด ตอนที่ยังร่อแร่อยู่บนเตียงคนไข้ในแอฟริกา คุณหมอมองไปที่บุรุษพยาบาล และพูดกับเขาว่า “ช่วยหายใจแทนผมด้วย ตอนที่ผมไม่สามารถหายใจได้แล้ว“ “I don't know how you're going to breathe for me when I quit breathing.” ครับ คุณหมอกำลังจะ “quit breathing” แล้วตอนนั้น การได้หายใจเป็นเรื่องวิเศษอย่างนี้เอง
ตอนนั้น คุณหมอไปอยู่ที่นั่นทั้งครอบครัวเลย และทุกวันนี้ลูกชายวัยสี่ขวบยังสวดภาวนาให้กับเพื่อนวัยเดียวกันที่ประเทศนั้น ให้รอดพ้นจากโรคร้าย คุณหมอบอกว่าบทเรียนอย่างหนึ่งคือ
“เราจำเป็นต้องกังวลสนใจกับคนที่เราไม่รู้จักเช่นเดียวกับคนที่เรารู้จัก เรามีแนวโน้มจะใส่ใจเฉพาะคนที่เรารู้จัก คนที่เรารัก แต่ถ้าเราสามารถไปถึงจุดที่เกิดความใส่ใจและความกรุณากับคนที่เราไม่รู้จักด้วย แต่กำลังทนทุกข์ทรมาน ผมคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่พระเยซูกล่าวถึง เวลาที่พระองค์พูดว่าจงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง”
ครับ “รักเพื่อนบ้านเหมือนรักตัวเอง” คุณหมอวัยเพียง 33 ปีกล่าว
“A lesson I've learned through all of this is that we need to worry about the people we don't know just as much as we worry about the people we do know. We all have a tendency to have compassion for the people that we know and the people we love. When we can get to a point where we feel that same sense of empathy and compassion for people who are suffering, even though we don't know them, I think that's what Jesus is talking about when he says love your neighbor as yourself.


กิ่งไม้กล่นใส่ขบวนรถ"ประยุทธ์"

‘บิ๊กตู่’หวิดเดี้ยง!! กิ่งชมพูพันธุ์ทิพย์ล้มใส่ขบวนรถ ทับจยย.ตร.บาดเจ็บ 2 นาย
เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. วันที่ 17 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ขบวนรถของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กำลังเคลื่อนออกมาจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลอง) ถนนสุขุมวิท ภายหลังจากไปเปิดงานคืนความสุขให้เธอ...เยาวชน และกำลังเดินทางกลับไปยังทำเนียบรัฐบาล ขณะนั้นมีลมพัดแรงมาก และเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น คือกิ่งต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ได้หักลงมาใส่ขบวนรถนายกฯ โดยเกือบจะโดนรถนายกฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กิ่งไม้ได้หักไปถูกรถจยย.ของตำรวจติดตาม ทำให้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 นาย ซึ่งได้รีบนำส่งรพ.แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บก.น.5 รายงานเหตุพิเศษแจ้งผู้บังคับบัญชาว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ขณะที่ขบวน สร.1 เสร็จสิ้นภารกิจที่ท้องฟ้าจำลองและกำลังเดินทางกลับใช้เส้นทางสุขุมวิทขาเข้า เมื่อมาถึงหน้าอาคารยูเนสโก ได้มีกิ่งไม้หัก และร่วงตกลงใส่รถจักรยานยนต์ในขบวน สร.1 เป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวล้ม และคนซ้อนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และรถ จยย.ได้รับความเสียหายเล็กน้อย เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและหัวหน้าชุด รปภ. สร.1 ร่วมกันตรวจสอบแล้วน่าจะเป็นอุบัติเหตุ ไม่ใช่เกิดจากการทำของมนุษย์แต่อย่างใด


ตอลีบันโจมตีโรงเรียนในปากีสถาน นร.ตายเจ็บนับร้อย

ด่วน! กลุ่มตอลีบานโจมตีโรงเรียนในปากีสถาน นร.ดับกว่า 84 ราย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า วันนี้ (16 ธ.ค. 57) กลุ่มตอลีบานบุกเข้าโจมตีโรงเรียนทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน ซึ่งเป็นโรงเรียนที่กองทัพดูแลอยู่ ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งเป็นอย่างน้อย 104 คนแล้ว โดย 84 คนในนี้เป็นนักเรียน ส่วนที่เหลือมีครูและกองกำลังกึ่งพลเรือนรวมอยู่ด้วย
ทั้งนี้ กลุ่มติดอาวุธ 5–6 คน แกล้งสวมชุดเครื่องแบบกองกำลังความมั่นคงแล้วบุกเข้าไปในโรงเรียน โดยพวกเขาได้เลือกเวลาก่อเหตุ คือ ช่วงเช้า และลงมือยิงนักเรียนแบบสุ่มยิง
ด้าน นายมัมนูน ฮุสเซน ประธานาธิบดีปากีสถาน ได้ประณามการโจมตีในครั้งนี้ และแสดงความอาลัยต่อผู้บริสุทธิ์ทุกคนที่ต้องสูญเสียชีวิต พร้อมย้ำว่าจะนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้
ขณะที่ กลุ่ม เทห์รีก อี ตอลีบาน ปากีสถาน อ้างว่า ตนเองเป็นผู้ก่อเหตุ โดยระบุว่า กลุ่มที่ก่อเหตุได้รับคำสั่งให้ยิงเฉพาะนักเรียนที่โตแล้ว ไม่ใช่นักเรียนที่ยังเป็นเด็กเล็ก และที่ทำไปก็เพื่อล้างแค้นที่กองทัพปากีสถานเข้าไปกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธ จนทำให้มีนักรบตอลีบานเสียชีวิตไปหลายร้อยคน
อย่างไรก็ตาม กองทัพปากีสถาน ได้ตรงเข้าปิดล้อมพื้นที่เกิดเหตุไว้แล้ว และยังมีการยิงปะทะกับกลุ่มมือปืน ส่วนกลุ่มนักเรียนประมาณ 500 คน ได้รับการอพยพออกจากจุดเกิดเหตุ แต่ยังไม่ชัดเจนว่า มีนักเรียนอีกกี่คนติดอยู่ข้างใน แต่เว็บไซต์ของบลูมเบิร์ก รายงานว่า กลุ่มติดอาวุธได้จับตัวประกันในโรงเรียนมากถึง 1,500 คน

"บิ๊กจิ๋ว"ร่ายกลอนถึง"พล.อ.ประยุทธ์"

จิ๋ว ร่ายกลอนถึง ประยุทธ
บ่างจิ๋ว ขงเจ๊ง เพ้อ ...
'บิ๊กจิ๋ว' แต่งกลอน ฝากถึง นายกฯตู่ เตือน มีอำนาจก็หมดอำนาจได้
16 ธ.ค. 2557 พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ส่งบทกลอนสะท้อนการเมือง ที่แต่งขึ้นเอง ชื่อว่า "อภัย" โดยฝากถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ด้วยความห่วงใยต่อสถานการณ์บ้านเมือง หลังจากที่เคยออกมาเตือนจะเกิดการปฏิวัติซ้อนในปีหน้า ซึ่งบทกลอนดังกล่าวมีใจความว่า ...
จำใจรับไว้ กติกา
จำจดจำติดตาแอบอ้าง
จำเจ็บปวดทุกคราที่ถูกกระทำ
จำละทิฐิล้างย่อมได้อภัยสนอง
ในน้ำนั้นมีปลา
ในนานั้นมีข้าว
แต่ในอกนั้นปวดร้าว
ทุกย่างก้าวระทมทุกข์
แปดสิบกว่าเดินทางมาแสนยาวไกล
อีกเมื่อไหร่ประชาไทยจะได้สุข
เห็นเพื่อนบ้านเดินหน้าแล้วตาลุก
ไทยต้องปลุกรู้รักสามัคคี
คืออำนาจ
คืออำนาจที่ฟาดฟัน
อำนาจนั้นทำให้ไทยเป็นหลายสี
มีอำนาจ
หมดอำนาจประหลาดดี
เป็นต้องตีกันให้ตายวายไปข้าง
จงตื่นเถิด
ตื่นเถิดประชาไทย
คิดอภัยคิดเมตตา หากินบ้าง
เพื่อลูกหลาน เหลนโหลนที่ปลายทาง
จบทุกอย่างทิฐิละ ให้อภัย.
--------
วันอังคาร ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2557

รถทหารขนเหล้าเถื่อนที่ นครฯ

รวบรถตรากงจักร!!ขนเหล้านอกเถื่อน 318 ลัง รวมมูลค่า 4 ล้านบาท
Cr:ทีนิวส์
วันนี้(14ธ.ค.57)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. เจ้าหน้าที่ศุลกากร ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 4 ได้ดำเนินการตรวจค้นรถตรากงจักร ตามที่ได้รับแจ้งจากสายลับ
ได้พบรถยนต์บรรทุกสิบล้อ ยี่ห้อนิสสัน ซึ่งจอดอยู่บริเวณสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ริมถนนลพบุรี-ราเมศวร์ ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ไม่พบผู้ขับขี่ จนท.ทำการตรวจค้น พบสินค้า - สุราต่างประเทศลักลอบหนีศุลกากร ยี่ห้อต่างๆ ได้แก่ แบล็ค เรด คิงโรเบิร์ต และไวน์ต่างประเทศ KOONUMGA รวมประมาณ 318 กล่อง บรรจุอยู่ในกล่องกระดาษจำนวนมากวางอยู่ในกระบะบรรทุกของรถ ซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ 4,000,000 บาท จึงได้นำของกลางส่งด่านศุลกากรท่าอากาศยานหาดใหญ่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เรียกคืนเครื่องราชย์ขรก.ที่ดิน

เรียกคืนเครื่องราชฯ76ขรก.กรมที่ดินเหตุถูกลงโทษ

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์


พระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชฯ76ข้าราชการ กรมที่ดินเหตุไล่ออก-ปลดออก และให้ออกจากราชการ

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ หน้า 13 เล่ม 131 ตอนที่ 30 ข ราชกิจจานุเบกษา วันที่ 16 ธันวาคม 2557 ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี

เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตราจากข้าราชการพลเรือนสามัญ กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก และให้ออกจากราชการ อันเป็นเหตุแห่งการเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๘ จํานวน ๗๖ ราย ดังนี้

๑. กรณีถูกลงโทษไล่ออก จํานวน ๕๙ ราย

๑.๑ นายนพรุจ เชาวสภู เจ้าหน้าที่ธุรการ ๔ กองแผนงาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๒ นายประชา คงวินิจ เจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดิน ๕ สํานักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์สาขากระสัง เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือกจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย เหรียญพิทักษ์เสรีชน ชั้นที่ ๒ ประเภทที่ ๒และเหรียญราชการชายแดน

๑.๓ นายปฏิภาณ ภักดีสาร นายช่างรังวัด ๔ สํานักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๔ นายส่งศักดิ์ มณีนาค นายช่างรังวัด ๔ กองสํารวจและควบคุมที่ดินของรัฐเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๕ นางไพศรี ปานช่วย หรือ นางสาวไพศรี ไกรวงศ์ เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี ๕สํานักงานที่ดินจังหวัดชุมพร เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๖ นายสําราญ มากมี เจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดินอําเภอ สํานักงานที่ดินอําเภอเชียรใหญ่จังหวัดนครศรีธรรมราช เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทยจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย เบญจมาภรณ์ช้างเผือก เบญจมาภรณ์มงกุฎไทยเหรียญพิทักษ์เสรีชน ชั้นที่ ๒ ประเภทที่ ๒ และเหรียญราชการชายแดน

๑.๗ นายสมพร หรือ นายชัยพร ไพรัตน์ ช่างรังวัด ๓ สํานักมาตรฐานการออกหนังสือสําคัญเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๘ นางน้อย วนพงศธร เจ้าหน้าที่ธุรการ ๔ สํานักงานที่ดินจังหวัดสุโขทัย สาขาสวรรคโลกเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๙ นางพัชริน เพ็งศรี เจ้าหน้าที่ที่ดิน ๔ สํานักงานที่ดินอําเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๑๐ นายจักรพันธุ์ จารีรัตน์ ช่างรังวัด ๓ สํานักมาตรฐานการออกหนังสือสําคัญเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๑๑ นายศักรินทร์ สุทธิชลวัฒน์ หรือแตงขุด ช่างรังวัด ๕ สํานักมาตรฐานการออกหนังสือสําคัญ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๑๒ นายยุหาด พัฒนสุรีย์ หรือหีมสุรี เจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดิน ๗ กลุ่มงานปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหาร เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือกตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๑๓ นางรินจง ทับแสง หรือสอนดี เจ้าหน้าที่ที่ดิน ๓ สํานักงานที่ดินอําเภอลืออํานาจจังหวัดอํานาจเจริญ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก

๑.๑๔ นายอัมรินทร์ สุวรรณณัฐวิภา ช่างรังวัด ๓ สํานักมาตรฐานการออกหนังสือสําคัญเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๑๕ นางสาวขวัญกมล สวนเข้ม เจ้าหน้าที่ที่ดิน ๓ สํานักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรีสาขาชะอํา เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๑๖ นายธีรยุทธ วรพันธ์ตระกูล เจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดิน ๕ สํานักงานที่ดินจังหวัดพะเยาสาขาดอกคําใต้ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือกและจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๑๗ นายธํารงค์ เก้าซ้วน เจ้าหน้าที่ที่ดิน ๔ สํานักงานที่ดินอําเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรีเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๑๘ นายธีรศักดิ์ ถัทธะพร เจ้าหน้าที่ที่ดิน ๔ สํานักงานที่ดินจังหวัดตรัง สาขาย่านตาขาวเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญจักรพรรดิมาลา

๑.๑๙ นายสุวัฒน์ วิชัยดิษฐ นายช่างรังวัด ๗ สํานักมาตรฐานและส่งเสริมการรังวัดเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทยเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญจักรพรรดิมาลา

๑.๒๐ นายคํานึง ชูจันทร์ นายช่างรังวัด ๖ สํานักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขามีนบุรีเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๒๑ นายศักดิ์ศิวา หรือ นายสมศักดิ์ ศรีนวล นายช่างรังวัด ๕ สํานักเทคโนโลยีทําแผนที่เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๒๒ นายวุฒิภัทร หรือ นายประเสริฐ กลัดนิล นายช่างรังวัด ๔ สํานักมาตรฐานการออกหนังสือสําคัญ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก

๑.๒๓ นายยุทธพร พรหมหาญ เจ้าหน้าที่ที่ดิน ๕ สํานักงานที่ดินจังหวัดชุมพร สาขาสวีเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทยเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญจักรพรรดิมาลา

๑.๒๔ นายณรงค์ เพ็ชรวงศ์ นายช่างรังวัด ๖ สํานักมาตรฐานการออกหนังสือสําคัญเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย และเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๒๕ นายวิโรจน์ ธูปมงคล นายช่างรังวัด ๖ สํานักมาตรฐานและส่งเสริมการรังวัดเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทยเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญพิทักษ์เสรีชน ชั้นที่ ๒ ประเภทที่ ๒

๑.๒๖ นายศราวุธ แก้วแจ้ง ช่างรังวัด ๕ สํานักมาตรฐานการออกหนังสือสําคัญเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๒๗ นายอภิชาติ รักอาชีพ ช่างรังวัด ๕ สํานักเทคโนโลยีทําแผนที่ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๒๘ นายวิรัช ขนายกลาง นายช่างรังวัด ๖ สํานักเทคโนโลยีทําแผนที่ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๒๙ นายจิระชัย มณีสุวรรณ ช่างรังวัด ๓ สํานักมาตรฐานการออกหนังสือสําคัญเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๓๐ นายวิชพันธ์ ชาญสูงเนิน ช่างรังวัด ๔ สํานักมาตรฐานการออกหนังสือสําคัญเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๓๑ นายนพดล ภาโสดา เจ้าหน้าที่ที่ดินระดับ ๔ สํานักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นสาขาพล เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย เบญจมาภรณ์มงกุฎไทยและเหรียญพิทักษ์เสรีชน ชั้นที่ ๒ ประเภทที่ ๒

๑.๓๒ นายพรชัย หรือ นายพรศักดิ์ ดิสกุล นายช่างรังวัด ๖ สํานักงานที่ดินจังหวัดพิจิตรสาขาบางมูลนาก เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทยจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๓๓ นายศุภโชค หรือ นายวิชัย ฉ่างทองคํา เจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดิน ๗สํานักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นทวีติยาภรณ์ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทยตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญจักรพรรดิมาลา

๑.๓๔ นายคมชิต วิชญะเดชา เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด (สาขา) (เจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดิน ๘)สํานักงานที่ดินจังหวัดนนทบุรี สาขาปากเกร็ด เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นทวีติยาภรณ์ช้างเผือกทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และเหรียญจักรพรรดิมาลา

๑.๓๕ นายชวณัฐ หรือ นายสุขุม โฉมจังหวัด เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด (สาขา)(เจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดิน ๗) สํานักงานที่ดินจังหวัดสระบุรี สาขาหนองแค เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทยเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญจักรพรรดิมาลา

๑.๓๖ นายสมชัย แตงน้อย เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด (สาขา) (เจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดิน ๗)สํานักงานที่ดินจังหวัดกาฬสินธุ์ สาขาสมเด็จ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นทวีติยาภรณ์ช้างเผือกทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย เบญจมาภรณ์มงกุฎไทยและเหรียญจักรพรรดิมาลา

๑.๓๗ นายสมมาตร ดลมินทร์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด (เจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดิน ๘)สํานักงานที่ดินจังหวัดนนทบุรี เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นทวีติยาภรณ์ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทยตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณมงก ์ ุฎไทย จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๓๘ นายไพศาล กาญจนประพันธ์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด (สาขา) (เจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดิน ๘) สํานักงานที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สาขาวังน้อย เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นทวีติยาภรณ์ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทยจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย เบญจมาภรณ์ช้างเผือก เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญจักรพรรดิมาลา

๑.๓๙ นายศักดิ์ชัย จันทรเดช นักวิชาการที่ดิน ๔ สํานักงานที่ดินอําเภอปราณบุรีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๔๐ นายสุพจน์ กมลเนตร นักวิชาการที่ดิน ๕ สํานักจัดการที่ดินของรัฐเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๔๑ นายกฤษณ์ โพธิ์กนกวัฒน์ ช่างรังวัด ๔ สํานักมาตรฐานการออกหนังสือสําคัญเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๔๒ นายสิทธิพร ทินณรงค์ เจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดินอําเภอ (เจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดิน ๗)สํานักงานที่ดินอําเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นทวีติยาภรณ์ช้างเผือกทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทยเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญจักรพรรดิมาลา

๑.๔๓ นายป้อมเพชร สุรินต๊ะ ช่างรังวัด ๔ สํานักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ สาขาพร้าวเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก

๑.๔๔ นางสาวสุภัทตรา เบิกขุนทด เจ้าหน้าที่ที่ดิน ๔ สํานักมาตรฐานการออกหนังสือสําคัญเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๔๕ นายธวิทย์ หรือ นายธวิช ใจตรง เจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดิน ๕ สํานักงานที่ดินจังหวัดชัยภูมิ สาขาแก้งคร้อ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทยและจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๔๖ นายนิกรณ์ มีพูล เจ้าหน้าที่ที่ดิน ๕ สํานักงานที่ดินจังหวัดปราจีนบุรี สาขากบินทร์บุรีเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๔๗ นายทวีศักดิ์ สุขงาม นักวิชาการที่ดิน ๕ สํานักงานที่ดินจังหวัดอุดรธานี สาขาบ้านผือเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทยเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญจักรพรรดิมาลา

๑.๔๘ นางสมฤทัย หรือ นางสาวสมฤทัย ภูกิ่งเงิน เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี ๔สํานักงานที่ดินอําเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทยและเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๔๙ นายสุริยะ เฉียบแหลม นายช่างรังวัด ๔ สํานักมาตรฐานการออกหนังสือสําคัญเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๕๐ นายสุรธัช อาศรัย นายช่างรังวัด ๓ สํานักมาตรฐานการออกหนังสือสําคัญเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๕๑ นายเผชิญ เขี้ยมงูเหลือม นายช่างรังวัด ๔ สํานักมาตรฐานการออกหนังสือสําคัญเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๕๒ นายณรงค์ รักชัย เจ้าหน้าที่ที่ดิน ๓ สํานักงานที่ดินอําเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานีเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๕๓ นายธนพรรษ เครือแก้ว นายช่างรังวัดปฏิบัติงาน สํานักงานที่ดินจังหวัดสงขลาสาขานาทวี เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๕๔ นายจําลอง เกียวประเสริฐ นายช่างรังวัด ๔ สํานักเทคโนโลยีทําแผนที่เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๕๕ นายพิทักษ์ เพ็งเที่ยง เจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดิน ๗ สํานักงานที่ดินจังหวัดสิงห์บุรีเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นทวีติยาภรณ์ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทยจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย เหรียญพิทักษ์เสรีชน ชั้นที่ ๒ ประเภทที่ ๒เหรียญราชการชายแดน และเหรียญจักรพรรดิมาลา

๑.๕๖ นายอภิสิทธิ์ แก้วจินดา นายช่างรังวัดปฏิบัติงาน สํานักจัดการที่ดินของรัฐเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๕๗ นายเผด็จ กลึงมั่น นายช่างรังวัดปฏิบัติงาน สํานักมาตรฐานการออกหนังสือสําคัญเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๕๘ นางอมรลักษณ์ มานพพงค์ หรือสว่างเย็น หรือม่วงหิมพานต์ นายช่างรังวัดปฏิบัติงานสํานักมาตรฐานการออกหนังสือสําคัญ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือกจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย

๑.๕๙ นางสาวชาลิตา หรือ นางสาวยุพันธ์ โขงรัมย์ เจ้าพนักงานสถิติปฏิบัติงาน กองแผนงานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

๒. กรณีถูกลงโทษปลดออก จํานวน ๑๕ ราย

๒.๑ นายแผ้ว จันทร์นวล เจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดิน ๕ สํานักงานที่ดินจังหวัดชุมพรสาขาปะทิว เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทยเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญพิทักษเสร ์ ีชน ชั้นที่ ๒ ประเภทที่ ๒

๒.๒ นายบุญชาย ทองคํา เจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดิน ๗ สํานักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นทวีติยาภรณ์ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือกจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญจักรพรรดิมาลา

๒.๓ นางรัศนิจ ลาภเย็น หรือ นางสาวรัศนี พรมเพ็ชร เจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดิน ๗สํานักงานที่ดินจังหวัดระนอง เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทยจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

๒.๔ นางจารุวรรณ ทองคละ หรือจีนหนู นักวิชาการที่ดิน ๕ สํานักงานที่ดินอําเภอตะกั่วทุ่งจังหวัดพังงา เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

๒.๕ นายวิทยา หวังศิริ นายช่างรังวัด ๗ สํานักงานที่ดินจังหวัดชุมพร เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทยเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญจักรพรรดิมาลา

๒.๖ นายชัยเฉลิม เกษน้อย เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด (สาขา) (เจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดิน ๗)สํานักงานที่ดินจังหวัดอุตรดิตถ์ สาขาตรอน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นทวีติยาภรณ์มงกุฎไทยตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย เหรียญพิทักษ์เสรีชน ชั้นที่ ๒ประเภทที่ ๒ และเหรียญจักรพรรดิมาลา

๒.๗ นายสันติ สพประสงค์ นายช่างรังวัด ๔ กองหนังสือสําคัญ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

๒.๘ นายสายัณห์ ทิมธรรม นายช่างรังวัด ๕ สํานักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาไชยาเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

๒.๙ นางบุปผา โคตรสุโน หรืออุดมศรี เจ้าหน้าที่ที่ดิน ๕ สํานักงานที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์สาขาวิเชียรบุรี เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

๒.๑๐ นายวิเศษศิลป์ ผูนา เจ้าหน้าที่ที่ดิน ๕ สํานักมาตรฐานการออกหนังสือสําคัญเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

๒.๑๑ นางปิยาภา พิมพ์อุไรกุล นายช่างรังวัดชํานาญงาน สํานักเทคโนโลยีทําแผนที่เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

๒.๑๒ นางสาวสุธาสิฬฬ์ หรือ นางสาวกาญจนา หรือ นางสาวเสริมสิริ หรือนางสาวสุธาสินน์ ปรีชา เจ้าพนักงานที่ดินชํานาญงาน สํานักมาตรฐานการออกหนังสือสําคัญเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

๒.๑๓ นายมีชัย ปิยะวิสุทธิกุล นายช่างรังวัดปฏิบัติงาน สํานักมาตรฐานการออกหนังสือสําคัญเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย

๒.๑๔ นายนิรัตน์ ล้านชูศรี เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด (สาขา) (ผู้อํานวยการ) สํานักงานที่ดินจังหวัดพิษณุโลก สาขาพรหมพิราม เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นทวีติยาภรณ์ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทยตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย

๒.๑๕ นายบํารุง เทพาศักดิ์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด (สาขา) สํานักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมาสาขาสูงเนิน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นทวีติยาภรณ์ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือกตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเบญจมาภรณ์ช้างเผือก

๓. กรณีถูกลงโทษให้ออก จํานวน ๒ ราย

๓.๑ นายนิมล จันทรปรรณิก ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนโยบายและแผน (งานที่ดิน)เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทยตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญจักรพรรดิมาลา

๓.๒ พันจ่าเอก ศักดานนท์ โรจนจิรพันธ์ หรือ พันจ่าเอก สําราญ เผือกชาย ช่างรังวัด ๔สํานักงานที่ดินจังหวัดเชียงราย เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก

ประกาศ ณ วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๗

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ

รองนายกรัฐมนตรี

ถอดยศทหารและเรียกคืนเครื่องราชฯ นายทหารสัญญาบัตร จำนวน 6 ราย

พระบรมราชานุญาตให้ถอดยศทหารและเรียกคืนเครื่องราชฯ นายทหารสัญญาบัตร จำนวน 6 ราย

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ หน้า 22 เล่ม 131 ตอนที่ 30 ข ราชกิจจานุเบกษา วันที่ 16 ธันวาคม 2557 ระบุว่า ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี

เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดยศทหารและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอด นายทหารสัญญาบัตรออกจากยศทหาร และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับพระราชทานทุกชั้นตรา ตามข้อ 7 ของ

ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. 2548 รวม 6 นาย ดังนี้

1.พันตรี ชานนท์ ชิณวงศ์ สังกัดกองบัญชาการกองทัพไทย ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2556ซึ่งเป็นวันที่มีคําพิพากษาถึงที่สุด เนื่องจากศาลฎีกาพิพากษาให้ลงโทษประหารชีวิต ฐานร่วมกันฆ่าเจ้า

พนักงานและพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่ ฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่และฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นตริตาภรณ์มงกุฎไทย และจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก

2.ร้อยเอก รุ่งรุจ มีแลบ สังกัดกองทัพบก ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2556 ซึ่งเป็นวันที่มีคําพิพากษาถึงที่สุด เนื่องจากศาลมณฑลทหารบกที่ 33 พิพากษาให้ลงโทษจําคุกตลอดชีวิตฐานร่วมกันหน่วง

เหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทําด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายและฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือกและ

จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

3.ร้อยเอก ประวิทย์ เจริญจิตต์ สังกัดกองทัพบก ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2556ซึ่งเป็นวันที่เข้าเกณฑ์หนีราชการ เนื่องจากกระทําความผิดฐานหนีราชการทหารในเวลาประจําการและเรียกคืนเครื่อง

ราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย เหรียญจักรมาลาและเหรียญราชการชายแดน

4.ร้อยตรี ชวลิต ไชยสมบัติ สังกัดกองทัพบก ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2555 ซึ่งเป็นวันที่มีคําพิพากษาถึงที่สุด เนื่องจากศาลอาญาพิพากษาให้ลงโทษจําคุกตลอดชีวิต ฐานร่วมกันมียาเสพติดให้โทษ

ประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจําหน่ายและจําหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และเรียกคืนเหรียญจักรมาลา

5. เรืออากาศเอก ชัชวาลย์ วันลา สังกัดกองทัพอากาศ ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2556ซึ่งเป็นวันที่เข้าเกณฑ์หนีราชการ เนื่องจากกระทําความผิดฐานหนีราชการทหารในเวลาประจําการและเรียกคืน

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย

6.เรืออากาศเอก บุญเสริม ก้านนาค สังกัดกองทัพอากาศ ตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2556ซึ่งเป็นวันที่มีคําสั่งปลดออกจากราชการ เนื่องจากกระทําความผิดวินัยทหารฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงและ

เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญจักรมาลา

ประกาศ ณ วันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ.2557

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ

รองนายกรัฐมนตรี

วันอังคารที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2557

สถานการณ์ข่าว16ธ.ค.57

Jab15Dec14

สปช.

ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ วันที่ 2 เตรียมพิจารณาข้อเสนอกรรมาธิการต่ออีก 6 คณะ ก่อนส่งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ

การประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จะเริ่มขึ้นในเวลา 09.30 น. เพื่อพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามและให้ข้อเสนอแนะการยกร่างรัฐธรรมนูญ เรื่องสรุปความเห็นหรือข้อ

เสนอแนะในการยกร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำสภา 18 คณะ ซึ่งภาพรวมการประชุมวันแรกเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เปิดโอกาสให้สมาชิกอภิปรายเต็มที่

โดยการรายงานข้อเสนอของคณะกรรมาธิการวิสามัญทั้ง 8 คณะนั้น นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ระบุว่า ถือเป็นข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ แต่ข้อเสนอที่มี

จำนวนมาก คงไม่สามารถนำไปเขียนเป็นบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ทั้งนี้ จะเขียนรัฐธรรมนูญให้สั้น และได้ใจความที่สมบูรณ์ จากนั้นเวลา 21.05 น. น.ส.ทัศนา บุญทอง ประธานการประชุม กล่าวปิดการประชุมและนัดประชุมต่อในวันนี้ โดยรวมเวลาพิจารณาทั้งสิ้น

11 ชั่วโมง 30 นาที
------------
"คำนูณ" มองความเห็น 8 กมธ. วานนี้ เนื้อตรง กมธ.ยกร่าง แต่ยังขาดกลไก กระบวนการปฏิบัติ เตรียมแยกความเห็นส่วนใดบัญญัติใน รธน. ส่วนใดนำไปปฏิรูป

นายคำนูณ สิทธิสมาน คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานโฆษกคณะกรรมาธิการ เปิดเผยกับ สำนักข่าว INN  ว่า จากการรับฟังข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็นของ กมธ.ปฏิรูป ไปแล้ว 8 คณะ เมื่อ

วานนี้ ในช่วงเช้าก่อนเข้าประชุมเพื่อรับฟังความเห็นเพิ่มเติมนั้น กมธ. ยกร่าง รธน. จะมีการประชุมเพื่อสรุปประเด็น แยกแยะว่าส่วนใดจะนำไปเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ รวมถึงจะถูกนำไปใช้ในการ

ปฏิรูปประเทศ ตามขั้นตอนกระบวนการต่าง ๆ ต่อไป ซึ่งความเห็นส่วนใหญ่ ก็มีความสอดคล้องกับของ กมธ.ยกร่าง รธน. แต่ยังขาดถึงกลไกและกระบวนการปฏิบัติ ซึ่งในการรับฟังความเห็น ใน

อีก 2 วันที่เหลือจึงอยากเห็นการเสนอแนวทางในการนำไปปฏิรูป รวมถึงองค์กร ที่จะมาสานต่อแนวคิดด้วย

และเมื่อฟังความเห็น กมธ.ปฏิรูปทั้ง 18 ด้านครบแล้ว ก็จะไปรับฟังความเห็นของอนุกรรมาธิการที่ดูแลในส่วนของการปฏิรูป ที่มี นายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ เป็นประธานเพื่อสรุปแนวทางต่อไป

ทั้งนี้ นายคำนูณชื่นชมความเห็นของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร ฯ ที่มี นายเกริกไกร จีระแพทย์ ที่การเสนอข้อคิดเห็นได้ครอบคุลุม ชัดเจนและมีประเด็นที่น่าสนใจ โดยการเสนอให้ประเทศ

ไทยเป็นสังคม 2 ภาษาเป็นครั้งแรกด้วย ส่วนการประชุมในวันนี้ ก็คาดหวังว่าจะราบรื่น และพิจารณาความเห็นได้ในปริมาณใกล้เคียงกับวันแรก เพื่อให้เวลาอย่างเต็มที่กับการเสนอความ
เห็นด้านการเมืองในวันสุดท้าย
-------------
.กมธ.ศก.จ่อชงข้อเสนอสปช.เช้านี้

 การประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ วันที่ 2 เตรียมพิจารณารายงานข้อเสนอแนะการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญต่ออีก 6 คณะ โดยคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง เตรียมเสนอประเด็นที่

ต้องการให้บัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต่อที่ประชุมเช้านี้

 การประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ จะเริ่มขึ้นในเวลา 09.30 น. เพื่อพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามและให้ข้อเสนอแนะการยกร่างรัฐธรรมนูญ เรื่องสรุปความเห็นหรือข้อเสนอแนะ

ในการยกร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำสภา 18 คณะ โดยวันนี้ จะพิจารณารายงานข้อเสนอของกรรมาธิการต่ออีก 6คณะ อาทิ คณะกรรมาธิการปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม

จริยธรรมและการศาสนา คณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง คณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณะสุข คณะ

กรรมาธิการปฏิรูปแรงงาน และคณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง เตรียมเสนอประเด็นสำคัญที่จะบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อาทิ หมวด2 ส่วนที่2 เรื่องสทธิ เสรีภาพของพลเมือง เสนอให้บุคคล

แสดงสถานะรายได้ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้มีรายได้ไม่เพียงพอไดรับความช่วยเหลือจากรัฐ และให้ผู้มีรายได้ถึงเกณฑ์ก็ต้องเสียภาษี โดยผู้เสียภาษีได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย ส่วนที่3

เรื่องหน้าที่พลเมือง เสนอให้บุคคลมีหย้าที่เสียภาษีตามหลักความสามารถ เป็นธรรมและทั่วถึง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม ด้านหมวด2แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ เสนอให้รัฐ

ต้องจัดทำยุทธศาสตร์แห่งชาติโดยมีเป้าหมายให้เป้าหมายประเทศไทยเป็นประเทศพัฒนาแล้วอย่างยั่งยืน
-----------------
ประชุม สปช. เสนอความเห็น ยกร่าง รธน. วันที่ 2 เริ่มแล้ว จับตาข้อคิดเห็นปฏิรูปเศรษฐกิจ-พลังงาน

บรรยากาศการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) วันที่ 2 ล่าสุด เริ่มเปิดการประชุมแล้ว โดยมี นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ทำหน้าที่ประธานการประชุมเพื่อพิจารณารายงานและข้อเสนอแนะของ

คณะกรรมาธิการวิสามัญ 18 คณะ ก่อนส่งรายงานไปยังคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งวันนี้จะพิจารณารายงานข้อเสนอของกรรมาธิการต่ออีก 7 คณะ คือ คณะกรรมาธิการปฏิรูป
ค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนา คณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง คณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะกรรมาธิการปฏิรูประบบ

สาธารณสุข คณะกรรมาธิการปฏิรูปแรงงาน คณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน คณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม

ทั้งนี้ มีรายชื่อสมาชิก สปช. ที่แสดงความจำนงขออภิปรายในแต่ละคณะแล้ว อาทิ นายคำนูณ สิทธิสมาน คณะกรรมาธิการปฏิรูปด้านพลังงาน นางตรึงใจ บูรณะสมภพ คณะกรรมาธิการปฏิรูปค่านิยม

ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนา
-------------------
ประธาน กม.เศรษฐกิจ เสนอจัดทำยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ โดยมีเป้าหมายให้เป็นประเทศที่พัฒนาอย่างยั่งยืน ปชช. อุทธรณ์เสียภาษีได้

บรรยากาศการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในการพิจารณารายงานและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการวิสามัญปฏิรูป ที่รัฐสภา ล่าสุด นายสมชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมาธิการปฏิรูป

เศรษฐกิจการเงินและการคลัง ชี้แจงข้อเสนอแนะในการปฏิรูปว่า เพื่อให้ผู้มีรายได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายโดยเสียภาษีไม่เกินจำนวนที่กฎหมายกำหนดอย่างไม่เป็นธรรม จึงเสนอให้สามารถ
อุทธรณ์คัดค้านการเสียภาษีได้ นอกจากนี้รัฐต้องจัดทำยุทธศาสตร์เศรษฐกิจแห่งชาติ โดยมีเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงเสนอให้มีกฎหมายการเงินการคลังแห่งชาติ

เพื่อควบคุมวินัยการคลังและงบประมาณของประเทศทั้งรายรับรายจ่ายให้เป็นระบบมากขึ้น นอกจากนี้ เสนอให้มีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเพื่อใช้ป้องกันการใช้นโยบายประชานิยม
มากกว่าการบริหารแผ่นดินที่ทุ่มเงินเพื่อสร้างความนิยมทางการเมือง

ขณะที่ก่อนหน้านี้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวภายหลังการรับฟังความเห็นของคณะกรรมาธิการปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรม และการศาสนา บางเรื่องอาจนำเข้าบรรจุรัฐ

ธรรมนูญในหมวดสิทธิเสรีภาพ หน้าที่พลเมือง อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการยกร่างฯ จะต้องพิจารณาในรายละเอียดรอบคอบอีกครั้ง
-------------
"รสนา" เสนอความเห็นปัญหาที่ผ่านมาเกิดการมีผลประโยชน์ทับซ้อน แนะทำให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงกลุ่มทุนได้

บรรยากาศการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในการพิจารณาข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการวิสามัญปฏิรูป ที่รัฐสภา ล่าสุด โดย นางรสนา โตสิตระกูล กมธ.ปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการ

คลัง อภิปรายข้อเสนอแนะว่า มีปัญหาที่เกิดการมีผลประโยชน์ทับซ้อน จึงเสนอให้หาวิธีแก้โดยให้บุคคลที่มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงกลุ่มทุนได้

ขณะที่ นายปรีชา วัชราภัย ตัวแทนคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวภายหลังการรับฟังข้อเสนอแนะว่า สิ่งที่ กมธ. เสนอมานั้นเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ และคณะกรรมาธิการยกร่าง ฯ ส่วนใน

กรณีข้อคิดเห็นที่ไม่ได้เป็นหลักการที่จะบรรจุในรัฐธรรมนูญนั้นคิดว่าสามารถดำเนินการให้สำเร็จได้
-----------------
กมธ.ปฏิรูปแรงงาน เสนอ 7 ประเด็น ให้บัญญัติในรัฐธรรมนูญ เน้นคุ้มครองแรงงาน พร้อมพัฒนาศักยภาพ

พล.ท.เดชา ปุญญบาล ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปแรงงาน เสนอประเด็นที่ควรบรรจุในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รวม 7 ประเด็น อาทิ สิทธิที่จะไม่ถูกบังคับให้ทำงาน หรือต้องทำงานโดยไม่มีทาง

เลือก แรงงานมีสิทธิ์เข้าถึงงานที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าภายใต้กระบวนการพัฒนาทักษะฝีมือในทุกสาขาอาชีพ และการเข้าถึงข้อมูลตลาดแรงงาน การคุ้มครองสภาพการจ้างงาน รวมถึงความ

ปลอดภัยในการทำงานและค่าตอบแทนที่เป็นธรรม ไม่ถูกเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน และให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองแรงงานสตรี แรงงานควรได้รับการพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่ เพื่อ
เสริมรายได้ ส่งเสริมอาชีพอิสระ อาชีพเกษตรกร คุ้มครองอาชีพที่ควรสงวนให้กับคนท้องถิ่นและการจัดตั้งธนาคารแรงงาน นอกจากนี้ ต้องกำหนดนโยบายหรือมาตรการด้านแรงงาน รัฐต้องคำนึง

ถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ
--------------------------------
กมธ.ปฏิรูปพลังงาน เสนอ สปช. 6 ประเด็น ชงกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เน้นประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดนโยบายพลังงาน

นายทองฉัตร หงศ์ลดารมภ์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน กล่าวเสนอรายงานต่อที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ โดยเห็นควรให้บรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น อาทิ รัฐต้องสร้างความมั่น

คงด้านพลังงาน โดยจัดหาพลังงานให้เพียงพอกับความต้องการ ทั้งในด้านปริมาณ คุณภาพ ความทั่วถึงและเท่าเทียมในราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม ส่วนด้านกิจการพลังงานที่เป็นสาธารณูปโภค

พื้นฐาน ซึ่งรัฐต้องกำกับดูแลให้มีการประกอบการอย่างมีประสิทธิภาพ มีความเป็นธรรมและคำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ประชาชนมีสิทธิและมีส่วน

ร่วมในการกำหนดนโยบายพลังงาน รวมทั้งติดตาม ตรวจสอบการดำเนินนโยนายของภาครัฐ นอกจากนี้ ปิโตรเลียมและเชื้อเพลิงธรรมชาติอื่น ๆ เป็นทรัพยากรของชาติ มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะ

การสำรวจ การผลิต และการใช้ประโยชน์ทรัพยากรนั้น ต้องคำนึงประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชน
------------------------
น.พ.เจตน์ เผย มีกฎหมายผ่านสภาแล้ว 71 ฉบับ ยืนยัน 18 ธ.ค. จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก

น.พ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) ระบุถึงผลการประชุมวิป สนช. วันนี้ ว่า ขณะนี้มีร่างกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาในสภาทั้งหมด 71

ฉบับ โดยยืนยันว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 18 ธ.ค.นี้ จะมีการพิจารณาร่างกฎหมายภาษีการรับมรดก ซึ่งจะมีการพิจารณาอย่างรอบครอบ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะผู้

ที่มีมรดกเกิน 50 ล้าน และอาจมีการตั้งคณะกรรมาธิการชุดใหญ่ในการพิจารณา

ทั้งนี้ จะมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.หอพัก ที่คณะรัฐมนตรีเสนอ รวมถึงพิจารณาเพื่อรับหลักการร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร ที่จะเพิ่มอัตราเงินเดือนตุลาการศาลทหาร และอัยการศาลทหาร ให้เทียบ

เท่าตุลาการศาลยุติธรรม ขณะที่การพิจารณารับหลักการร่างกฎหมายเหรียญพิทักษ์เสรีชน ได้ชะลอออกไปก่อน เนื่องจากยังติดปัญหาเรื่องความเหมาะสม นอกจากนี้ จะมีการพิจารณากฎหมายใน

วาระ 2 และ 3 เช่น ร่าง พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย พ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ ร่าง พ.ร.บ.ทวงถามหนี้ และร่าง พ.ร.บ.กำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร
------------
"ทองฉัตร" กมธ.ปฏิรูปพลังงาน ชี้ รัฐต้องสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ภาคประชาชนต้องมีสิทธิ์มีส่วนร่วมกับการกำหนดนโยบาย

บรรยากาศการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในการพิจารณาข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการวิสามัญปฏิรูป ที่รัฐสภา นายทองฉัตร หงศ์ลดารมภ์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน ชี้

แจงข้อเสนอแนะต่อที่ประชุม ว่า รัฐต้องสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน โดยจัดหาพลังงานให้เพียงพอกับความต้องการทั้งในด้านปริมาณคุณภาพ
และมีราคาที่เหมาะสมเป็นธรรม

นอกจากนี้ รัฐต้องกำกับดูแลกิจการพลังงานซึ่งเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ชุมชนและสิ่งแวดล้อม และภาคประชาชนต้องมีสิทธิ์มีส่วนร่วมกับการ

กำหนดนโยบาย ติดตามและตรวจสอบการดำเนินนโยบาย สนับสนุนให้มีการผลิตและการใช้งานหมุนเวียน ขณะเดียวกัน ปิโตรเลียมและเชื้อเพลิงธรรมชาติ ที่มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะในการผลิต

สำรวจ ใช้ทรัพยากรควรคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประเทศเป็นลำดับแรก
//////////////
นายกฯครม.คสช.

นายกฯ เข้าทำเนียบ เตรียมนำประชุมร่วม ครม.-คสช. ขณะการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด

บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลล่าสุดในช่วงนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้เดินทางเข้ามาที่ทำเนียบรัฐบาลแล้ว เพื่อเตรียมเป็น

ประธานการประชุมร่วมระหว่าง คสช. และคณะรัฐมนตรีที่ตึกสันติไมตรีในช่วงเช้าวันนี้

ขณะเดียวกัน บรรดาคณะรัฐมนตรีรวมถึงสมาชิก คสช. ได้ทยอยเดินทางเข้ามาที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อเข้าร่วมการประชุมในวันนี้อย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยจากเจ้า

หน้าที่ตำรวจอย่างเข้มงวดรอบพื้นที่

อย่างไรก็ตาม ก่อนการประชุม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย นำคณะเจ้าหน้าที่ เข้าพบนายกรัฐมนตรีและคณะ เพื่อประชาสัมพันธ์เหรียญพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้า

อยู่หัว ที่ระลึก 100 ปี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ณ บริเวณทางเชื่อมระหว่างตึกไทยคู่ฟ้าและตึกสันติไมตรีด้วย
----------------------
การประชุมร่วม ครม.-คสช. เริ่มแล้ว วาระสำคัญหารือร่วมกันเพื่อติดตามผลการดำเนินงานแต่ละฝ่าย ก่อนประชุม ครม. ตามปกติ

ความเคลื่อนไหวที่ทำเนียบรัฐบาลล่าสุด ในช่วงนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้เป็นประธานการประชุมร่วมระหว่าง คสช.

และคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว ทั้งนี้ สำหรับวาระการประชุมคาดว่าจะเป็นการหารือร่วมกันเพื่อติดตามผลการดำเนินงานในฝ่ายต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการประชุมร่วมกันระหว่ง ครม. และ คสช. เสร็จสิ้น จะมีการประชุม ครม. ต่อ โดยมีวาระการประชุมที่น่าสนใจ อาทิ กระทรวงการคลัง เสนอวาระการขยายเวลามาตรการ

สำหรับเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการเสนอขอขยายระยะเวลาโครงการสินเชื่อส่งเสริมผู้ประกอบอาชีพให้บริการรถสาธารณะในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของ

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการ ขอรับการจัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือค่าอุปกรณ์การเรียนของนักเรียนสายอาชีวศึกษา นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขออนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการ

นโยบายประมงแห่งชาติ
-----------------
"วินธัย" เผย นายกฯ กำชับเร่งเดินหน้าปฏิรูป ทำความเข้าใจคนเห็นต่าง จัดการผู้กระทำผิด ยึดกระบวนการกฎหมาย ทุกโครงการต้องไม่มีทุจริต

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยผลการประชุมร่วมคณะรัฐมนตรี และ คสช. ในวันนี้ โดยระบุว่า หัวหน้า คสช. ได้กำชับแนวทางในการทำงานของทุกส่วนใน

หลายเรื่อง โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับงานด้านความมั่นคงที่สำคัญ ได้แก่ การดำเนินการต่อผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย ทั้งผู้ที่อยู่ในประเทศและต่างประเทศ ให้ส่วนที่เกี่ยวข้องใช้ช่องทางที่เหมาะสมใน

การแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาได้รับทราบว่ากำลังทำผิดกฎหมายในเรื่องใด พร้อมเปิดช่องทางให้กลับมาเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ตามกระบวนการยุติธรรม

ขณะเดียวกัน ให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเดินหน้าสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องกับกลุ่มที่ยังไม่เข้าใจและมีข้อมูลไม่ครบถ้วน ในเรื่องการแก้ไขปัญหาและการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะนักศึกษา โดยให้

พิจารณาวิธีการที่เหมาะสมและไม่ทำให้เกิดความรู้สึกในเชิงลบต่อกัน

สำหรับโครงการจัดซื้อจัดจ้างและโครงการก่อสร้างของภาครัฐที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ให้ดำเนินการด้วยความระมัดระวังไม่ให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่น ทั้งในส่วนของภาคเอกชนและเจ้า

หน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ไม่ให้มีการเรียกรับผลประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น ให้กำกับดูแลอย่างเข้มงวด เพื่อให้สังคมเกิดความมั่นใจในการดำเนินงานของรัฐบาล
-----------------------
นายกฯ กำชับจัดการผู้กระทำผิด ม.112 เด็ดขาด ยึดตามกฎหมาย ประสานต่างประเทศแล้ว ขออย่าขยายข่าวลือ เรื่องหุ้นตก ย้ำเร่งแก้ปัญหาเต็มที่

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กล่าวว่า ในเรื่องของผู้กระทำความผิดตามมาตรา 112 นั้น ต้องดูว่ากระทำความผิดจริงหรือไม่ โดย

ยึดตามกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมา เคยส่งคนไปพบเพื่อตักเตือนกลุ่มบุคคลเหล่านี้ โดยเฉพาะการส่งข้อความกันในโลกโซเชียลมีเดีย อย่างไรก็ตาม ทางรัฐบาลได้มีการติดตามผู้กระทำ

ความผิดในลักษณะดังกล่าว เนื่องจากเป็นภัยร้ายแรงเพราะสร้างความแตกแยกในสังคม ขณะเดียวกัน ได้มีการสร้างความเข้าใจกับต่างประเทศว่า บุคคลเหล่านั้นกระทำผิดกระบวนการกฎหมายของ
ไทย

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่เมื่อวานที่ผ่านมาตลาดหุ้นตกลงมาก ว่า ขออย่าตื่นตระหนก หรือ ขยายข่าวลือต่างๆ ซึ่งเรื่องหุ้นนั้น ยังคงเป็นไปตามปกติ นอกจากนี้ ยังย้ำว่า ขอเวลาให้

รัฐบาลทำงานเพื่อคนไทยทุกคน เพราะเรื่องบางอย่างต้องใช้เวลา โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาราคายางพารา ข้าว หรือ แก๊ส นั้น ต้องอยู่บนข้อเท็จจริง ทั้งนี้ เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังรักตนเองอยู่

เนื่องจากเห็นการทำงาน
----------------------------
"สรรเสริญ" เผย ผลการประชุม ครม. สร้างการรับรู้แก้ปัญหาประชาชน-ประกวดภาพถ่ายด้านการท่องเที่ยว

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงของขวัญปีใหม่ ที่รัฐบาลจะมอบให้กับ

ประชาชนว่า ไม่อยากให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวง กังวลกับของขวัญที่จะมอบให้ประชาชนมากนัก แต่ให้ดำเนินการในส่วนที่ทำได้ เพราะงานที่ผ่านมา ที่แต่ละกระทรวงทำเพื่อประชาชน ถือเป็น
ของขวัญที่มอบให้กับประชาชนได้ และขอให้ร่วมกับสร้างการรับรู้แก้ประชาชนว่า การแก้ไขปัญหาของประเทศในระยะกลาง และระยะยาว ก็ถือเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดทำแผนการประกวดการภาพถ่ายด้านการท่องเที่ยว เพื่อให้ประชาชนมีส่วน

ร่วมในการกระตุ้นการท่องเที่ยว และเพื่อสร้างการรับรู้ให้ต่างชาติ ทราบถึงแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ในประเทศไทย รวมถึงเชื่อมโยงการท่องเที่ยวตามแนวชายฝั่งกับเพื่อนบ้าน เพื่อให้เกิดการ
ต่อยอดการท่องเที่ยว

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงการบริหารจัดการตลาดชุมชน ว่า อยากให้สินค้าต่าง ๆ ที่ขายในตลาดชุมชน มีความเหมาะสมและตรงกับความต้องการของคนในพื้นที่ ซึ่งต้องสร้างการเรียนรู้

วิถีชีวิตชุมชนควบคู่ไปด้วย พร้อมกันนี้ กล่าวถึงการจัดระเบียบคลองถม ว่า อยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง หาแนวทางการจัดการ โดยอาจศึกษาการจัดการของต่างประเทศ เช่น การกำหนดเวลาขาย และ
การจัดโซนสินค้าให้เป็นระเบียบ แต่หากจำเป็นต้องย้ายสถานที่ ก็ควรจัดหาสถานที่ที่เหมาะสม
----------------------------------
พล.อ.ประยุทธ์ ให้ กต.-ยธ. ดำเนินการบุคคลที่ทำความผิด-ประสานต่างชาติ เข้าใจ

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผู้ที่กระทำความผิดกฎหมายแพ่งและอาญา

และการโพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดีย ได้มอบหมายให้ทางกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงยุติธรรม ไปหาวิธีดำเนินการกับบุคคลที่กระทำความผิดกลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
และต้องสร้างการรับรู้ให้ต่างชาติเข้าใจ เพื่อให้การประสานส่งตัวผู้กระทำความผิดง่ายขึ้น ส่วนผู้เห็นต่างจากรัฐบาล และ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องไม่ให้ร้ายฝั่งตรงข้าม และไม่ทำให้

เสียบรรยากาศการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะนักวิชาการและนักศึกษา

สำหรับการพูดคุยสันติสุขชายแดนภาคใต้ ซึ่งถือเป็นปัญหาสะสมนาน ขณะนี้ ฝั่งรัฐบาลมีความพร้อมในการพูดคุยแล้ว แต่ต้องรอให้ฝ่ายเห็นต่างไปรวมกลุ่มพูดคุยกันก่อน จึงจะสามารถเข้าหารือ

ร่วมกันได้ ส่วนเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการในพื้นที่ภาคใต้ควรมีความเข้าใจเรื่องยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาด้วยเพื่อให้การสื่อสารตรงตามวัตถุประสงค์

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ได้ให้กำลังใจ ครม. ว่า ขอให้ตั้งใจทำงานต่อไป อย่ากลัวที่จะถูกกล่าวหาว่าทุจริต เพราะถือเป็นเรื่องท้าทายความสามารถ
---------------------
โฆษกสำนักนายก แถลง ก.พาณิชย์จัดงานลดราคาสินค้า 24-30 ธันวาคม เป็นของขวัญปีใหม่ใประชาชน

ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวถึงรายละเอียดการมอบของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน ว่า ที่ประชุม ครม. ได้รับทราบการจัดทำของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน

ของกระทรวงต่าง ๆ เช่น กระทรวงพาณิชย์จะจัดงานลดราคาสินค้า ในวันที่ 24-30 ธันวาคม 2557 อีกทั้งจะมีงานแสดงสินค้าต่าง ๆ และสินค้าโอท็อปให้เกิดการซื้อขายสภาพคล่อง โดยเริ่มวันที่ 1

มกราคม 2558

ส่วนกระทรวงคมนาคม นอกจากการประกาศงดเก็บค่าทางด่วนก่อนหน้านี้ ยังมีการเปิดจองทะเบียนรถออนไลน์จากกรมการขนส่งทางบก และโครงการมอบจักรยานสาธารณะ พร้อมจัดทำช่องทาง

เดินรถจักรยานให้มีความปลอดภัยขณะที่กระทรวงศึกษาธิการ มีโครงการครูพระราชทาน และมาตรการฝึกอาชีพจากโครงการอาชีวะ โดยใช้ชื่อว่า สร้างคน สร้างงาน สร้างชาติ
------------------------
ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.ฎ. แบ่งส่วนราชการและกฎกระทรวง-ขยายเวลาเขตเศรษฐกิจ 3 จังหวัดชายแดนใต้

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงผลการประชุมที่มีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกา
ในการแบ่งส่วนราชการและกฎกระทรวง ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ สตช. เป็นผู้เสนอ เพื่อขยายอำนาจของกองบัญชา
การตำรวจสันติบาลในการสืบสวนสอบสวนพิจารณาคดีตามประมวลกฎหมายพิจารณาความอาญาของกองบัญชาการตำรวจสันติบาล
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เกิดความสะดวกในการพิจารณาคดีต่าง ๆ ภายใต้อำนาจหน้าที่

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ยังมีมติเห็นชอบการขยายระยะเวลา เขตการค้าเศรษฐกิจ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ออกไปเป็นเวลา 3 ปี
ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2560 เพื่อส่งเสริมการลงทุนกระตุ้นเพื่อสร้างแรงจูงใจของผู้ประกอบธุรกิจภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่
โดยแบ่งมาตรการออกเป็น 2 ส่วน โดยการลดภาษีรายได้นิติบุคลให้เหลือร้อยละ 3 และภาษีรายได้บุคคลธรรมดา รวมถึงภาษีการ
ซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ และภาษีค่าธรรมเนียมในการโอนอสังหาริมทรัพย์เหลือเพียงร้อยละ 0.1
------------------
รองนายกรัฐมนตรี เผยรัฐบาลตั้งคณะทำงานตรวจสอบติดตามการทุจริต เพื่อติดตามเร่งรัดการทุจริต และไม่ให้เกิดช่องว่าง

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย กล่าวถึงการตั้งคณะทำงานตรวจสอบติดตามการทุจริต ว่า รัฐบาลได้กำหนดให้การแก้ปัญหาการทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ จึงได้จัดตั้งขึ้นโดย

ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง เพื่อติดตามเร่งรัดการทุจริต และไม่ให้เกิดช่องว่างพร้อมเดินหน้าการทำงานอย่างรวดเร็ว เนื่องจากผ่านการตรวจสอบมาแล้วในระดับหนึ่ง ซึ่งคณะกรรม
การชุดนี้จะเริ่มทำงานทันที ส่วนการประชุมคณะรัฐมนตรีในครั้งต่อไปที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ พล.อ.อักษรา เกิดผล รองเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เป็นตัวแทนเข้า

ร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีในวาระที่ไม่เป็นความลับ เพื่อรับทราบรายละเอียดของความเป็นไปในมติที่ประชุม โดยจะสามารถนำไปถ่ายทอดให้กับ คสช. เพื่อขับเคลื่อนได้ทันที

นอกจากนี้ นายวิษณุ ยังกล่าวถึงการทำงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. ว่า ภายหลังการเสนอแนวทางการปฏิรูปต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่จะมีกำหนดการสิ้นสุดในวันพรุ่งนี้

จะมีความชัดเจนมากขึ้น
--------------------
ครม. อนุมัติเปลี่ยนชื่อกระทรวง ICT เป็น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมเห็นชอบ
ปรับโครงสร้างภาษีน้ำมัน

ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ว่า ที่ประชุม
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในการกำหนดการเปลี่ยนชื่อกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ICT เป็น
กระทรวงดิจิตอล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมีการเพิ่มสำนักงานดิจิตอล และคณะกรรมการดิจิตอล และเศรษฐกิจ
เพื่อสังคมแห่งชาติเพื่อให้มีการบูรณาการในการทำงานมากขึ้น หลังจากนายกรัฐมนตรีมีนโยบายในการขับเคลื่อน
เศรษฐกิจแบบดิจิตอล พร้อมกันนี้ ยังมีมติเห็นชอบการปรับสัดส่วนการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ในส่วนที่เคย
มีการนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาเป็นในส่วนการนำส่งภาษีแทน เพื่อให้มีความเหมาะสมตามราคาที่ปรับลดลง
ตามมติของทางคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. เสนอมาก่อนหน้านี้

///////////////////
หุ้นไทย

บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (16 ธ.ค. ) เปิดทำการเมื่อเวลา 10.00 น. ดัชนีปรับตัว ลดลง 40.53 จุด
แตะที่ระดับ 1437.96 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2642.82 ล้านบาท

ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ของธนาคารกสิกรไทย ล่าสุด เมื่อเวลา 08.10 น. มีดังนี้
ดอลลาร์สหรัฐ รับซื้อที่ 31.74 บาท ขายออก 33.18 บาท
--------------------
การประชุม ครม. วันนี้ จับตาปรับโครงสร้างบัญชีเงินเดือนรัฐวิสาหกิจ 37 แห่ง พร้อมกันนี้อาจเสนอแก้ร่างประมวลกฎหมายภาษีสรรพสามิต

การประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ มีวาระที่ต้องติดตามในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เตรียมเสนอที่ประชุมเรื่องปรับโครงสร้างเงินเดือนรัฐวิสาหกิจ 37 แห่ง ที่ต้อง

อาศัยอำนาจ ครม. กำหนดโครงสร้างเงินเดือนให้ ซึ่งเป็นการปรับให้สอดคล้องอัตราค่าครองชีพ

นอกจากนี้ ทางกระทรวงการคลังอาจเสนอให้ปรับแก้ร่างประมวลกฎหมายภาษีสรรพสามิต เพื่อให้การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับสินค้าที่ผลิตในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศอยู่บนฐาน

ราคาเดียวกัน รวมทั้งการหารือเตรียมวางมาตรการกำชับการดูแลรักษาความสงบในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
--------------------
บล.ทิสโก้ คาดภาวะตลาดหุ้นไทยยังผันผวนสูง-อิงขาลง เหตุราคาน้ำมันทรุด พร้อมให้แนวรับที่ 1,445-1,450 จุด

นักวิเคราะห์ บล.ทิสโก้ เปิดเผยถึงภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้านี้ว่า ยังมีโอกาสที่ดัชนีฯ จะเคลื่อนไหวผันผวนสูง และมีทิศทางที่จะปรับตัวลงได้ต่อเนื่องจากราคาน้ำมันยังปรับตัวลงต่ำสุดใน

รอบ 5 ปี แต่ยังทำจุดต่ำสุดเป็นรายวันด้วย

ด้านตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่จะปรับตัวลง ซึ่งปัจจัยหลักยังเป็นเรื่องของราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง แต่ตลาดก็ยังรอดูการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันพรุ่งนี้ ว่าจะมีการ

ส่งสัญญาณเรื่องการขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ รวมทั้งการประชุม กนง. ที่มีการคาดการณ์กันว่าอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ พร้อมให้แนวรับที่ 1,445-1,450 จุด และ 1,425 จุด
ส่วนแนวต้านที่ 1,495 จุด
----------------------
"อิสระ" เผยน้ำมันลงปี 58 ประหยัดนำเข้า 3 แสนล. กระตุ้น GDP 0.7-1% โตได้ 3-4% ส่งออก 4-5%

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย ร้อยละ 40 หรือ อยู่ที่ประมาณ 60

ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล นั้น หากยังทรงตัวอยู่ในระดับดังกล่าวในปี 2558 จะทำให้ประเทศไทยประหยัดรายจ่าจากการนำเข้าน้ำมันได้ 3 แสนล้านบาท ส่งผลต่อราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศให้

ปรับตัวลดลงด้วย เฉลี่ยน้ำมันเบนซินลดลง 10 บาท ต่อลิตร และน้ำมันดีเซลลดลง 3 บาทต่อลิตร ทำให้ผู้บริโภคประหยัดค่าใช้จ่ายได้ 1.4 แสนล้านบาทต่อปี หรือเฉลี่ย 1.2 หมื่นล้านบาทต่อเดือน

กระตุ้น GDP ของประเทศได้ ร้อยละ 0.7-1

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงเป็นการสะท้อนความต้องการใช้ที่ลดลงจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว ส่งผลต่อภาพเกษตรของไทยทำให้ราคาสินค้าเกษตรยังทรงตัวอยู่ใน

ระดับต่ำ ทั้งราคายางพาราและราคาข้าว โดยทางหอการค้าไทยคาดการณ์ว่า GDP ของประเทศในปีหน้าจะขยายตัวอยู่ที่ ร้อยละ 3-4 และการส่งออกขยายตัวอยู่ที่ ร้อยละ 4-5
----------------------
สำหรับการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา ปิดตลาดดัชนีปรับตัวลดลง 29.64 จุด
มาปิดที่ 1448.85 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 38,062.28 ล้านบาท

ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ของธนาคารกสิกรไทย ล่าสุด เมื่อเวลา 10.28 น. มีดังนี้
ดอลลาร์สหรัฐ รับซื้อที่ 31.80 บาท ขายออก 33.24 บาท
------------
ประธานหอการค้าไทย แจ้งเตือนสมาชิก ประเมินผลกระทบราคาน้ำมันและตลาดหุ้นที่ผันผวน

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวลดลงในขณะนี้ว่า
ทำให้มูลค่าการลงทุนในตลาดหุ้นไทยลดลง ร้อยละ 25 โดยเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวข้องกับพลังงานเนื่องจากมีความผันผวนของราคา
น้ำมันในตลาดโลก โดยได้มีการแจ้งเตือนไปยังสมาชิกให้ประเมินผลกระทบจากราคาน้ำมันและตลาดหุ้นที่ผันผวนที่เกิดขึ้นว่าได้
รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด โดยบางธุรกิจอาจจะได้รับผลดีจากต้นทุนขนส่งลดลงเหมาะที่จะเร่งสร้างความเข้มแข็งให้กับ
ธุรกิจ แต่ในทางกลับกันบางธุรกิจก็จะกระทบต่อการส่งออกไปยังประเทศผู้ผลิตน้ำมันที่มีรายได้ลดลงอาจมีความต้องการ
สินค้าลดลงด้วย
------------------
"พรศิลป์" ชี้ราคาน้ำมันลง ส่งผลดีต่อต้นทุนการผลิตขนส่ง เชื่อสินค้าที่ปรับขึ้นไปก่อนหน้า รัฐมีแนวทางปรับลดลง

นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล ประธานคณะกรรมการธุรกิจเกษตรและอาหาร สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ราคาน้ำมัน
ที่ปรับลดลงในขณะนี้ส่งผลให้ระดับเงินเฟ้อต่ำลง และส่งผลดีต่อต้นทุนการผลิตและภาคขนส่งที่ลดลง รวมถึงทำให้ราคาสินค้า
ลดลงทำให้เกิดการอุปโภคบริโภคของประชาชนมากขึ้น ขณะที่การส่งออกยังไม่ส่งผลที่ชัดเจน สำหรับราคาของน้ำมันดีเซลที่
ปรับลดลงใกล้เคียงกับราคาน้ำมันจากพลังงานทดแทนนั้น มองว่า รัฐบาลควรกำหนดแผนยุทธศาตร์ในการอุดหนุนสินค้าเกษตร
โดยอาจกำหนดพื้นที่โซนนิ่ง ทั้งพื้นที่และปริมาณการผลิต สำหรับสินค้าเกษตรเพื่ออาหาร และสินค้าเกษตรเพื่อพลังงานทดแทน
เพื่อสนับสนุนให้เกิดการใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาสินค้าบางตัวที่ปรับเพิ่มขึ้นไปก่อนหน้านี้ เชื่อว่า รัฐบาลจะมีแผน
ในการแก้ไข พูดคุยกับผู้ประกอบการให้มีการปรับราคาลดลงตามราคาน้ำมันที่ถูกลง ทั้งนี้ มองว่าแนวโน้มราคาน้ำมันในปี 2558
มองว่า จะปรับลดลงต่อเนื่องอีกในระยะยาว เนื่องจากสหรัฐอเมริกาเตรียมที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดาน
(Shell Oil)
-----------------
เปิดตลาดภาคบ่าย

บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยภาคบ่าย วันนี้ (16 ธ.ค. 57) เปิดตลาดเมื่อเวลา 14.29 น. ดัชนีปรับตัวลดลง 30.71 จุด
แตะที่ระดับ 1,447.78 จุด มูลค่าการซื้อขาย 38,540.47 ล้านบาท

ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ของธนาคารกสิกรไทย ล่าสุด เมื่อเวลา 13.13 น. มีดังนี้
ดอลลาร์สหรัฐฯ รับซื้อที่ 31.73 บาท ขายออก 33.17 บาท
--------------------
อธิบดีกรมเจ้าท่า เผย พรุ่งนี้ เรือคลองแสนแสบ ลดค่าโดยสาร 1 บาท หลังราคาน้ำมันดีเซล ต่ำกว่า 29 บาทต่อลิตร

นายจุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (17 ธ.ค.) เป็นต้นไป เรือโดยสารในคลองแสนแสบ
จะลดราคาลง 1 บาท ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ได้ตกลงไว้กับกรมเจ้าท่า กรณีหากราคาดีเซลต่ำกว่า 29 บาทต่อลิตร
จะลดราคาโดยสาร 1 บาท และถ้าราคาดีเซลเกิน 33 บาทต่อลิตร จะให้ขึ้น 1 บาท ส่วนเรือด่วนเจ้าพระยา จะมีการหารือ
ร่วมกันในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งมีบริการ 2 ประเภท คือ เรือด่วนเจ้าพระยา และเรือข้ามฟาก

สำหรับค่าโดยสารเรือด่วนคลองแสนแสบ ปรับลงอีกระยะละ 1 บาท (ท่าผ่านฟ้าลีลาศ-ท่าวัดศรีบุญเรือง) จาก 10-20 บาท
เป็น 9-19 บาท
----------------
นายกสมาคมขนส่งสินค้าฯ ระบุ หากดีเซลปรับลดเหลือ 25 บาท/ลิตร ก็ยินดีหั่นค่าขนส่งลง 20%

นายวรวิทย์ เจริญวัฒนพันธ์ นายกสมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า แม้ขณะนี้ราคา
น้ำมันดีเซลจะปรับลดลงอยู่ที่ลิตรละ 26.89 บาท แต่ทางสมาคมขนส่งฯ ยังไม่สามารถปรับลดค่าขนส่งลงได้ เนื่องจากภาวะ
เศรษฐกิจที่ซบเซา ทำให้ปริมาณการขนส่งสินค้ามีน้อย ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้การขนส่งลดราคาลงได้ยาก แต่หากราคาน้ำมัน
ดีเซลปรับลดลงเหลือลิตรละ 25 บาท ทางสมาคมฯ ก็พร้อมที่จะปรับลดค่าขนส่งลง 20%
--------------------
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุ มีกลุ่มบุคคลปั่นหุ้น รอจังหวะช้อนซื้อ สั่ง ก.ล.ต. ดำเนินการ พร้อมจับตาใกล้ชิด

นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยที่กรณีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงกว่าเกือบ 140 จุดที่ผ่านมา
ว่าเป็นเหตุมาจากปัจจัยในส่วนของภายนอกประเทศ หรือเฉพาะในส่วนของตลาดหุ้นสหรัฐ ยุโรป ที่ปรับตัวลดลง นอกจากนี้
สถานการณ์ที่บริษัทน้ำมันในตลาดหุ้น ยังปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลก ทั้งนี้ ยืนยันว่า ไม่มีปัจจัยกดดันจากภายใน
ประเทศอย่างแน่นอน ที่เป็นแรงกดดันให้ตลาดปรับตัวลดลง แต่ทั้งนี้ยอมรับว่ามีกลุ่มบุคคลที่พยายามปั่นตลาดหุ้นอยู่ และ
รอจังหวะในการช้อนซื้อหุ้น ซึ่งได้มอบหมายให้ทางคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. เป็น
ผู้ดำเนินการและจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป
------------
สำหรับการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา ปิดตลาดดัชนี ปรับตัวลดลง 16.75 จุด มาปิดที่ 1,461.74 จุด
ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 75,869.17 ล้านบาท

ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ของธนาคารกสิกรไทย ล่าสุดเมื่อเวลา 16.24 น. มีดังนี้
ดอลลาร์สหรัฐ รับซื้อที่ 31.78 บาท ขายออก 33.22 บาท
-------------------
ผู้บริหาร ปตท. ยืนยัน ใช้ราคาแอลพีจี สูงกว่าทุกกลุ่ม หวังรัฐปรับสูตรคำนวณราคาให้สะท้อนต้นทุน

นายชวลิต ทิพพาวนิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดใหญ่ ธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า
หลังการปรับโครงสร้างราคาแอลพีจี ของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ถือเป็นสัญญาณที่ดี ล่าสุด
ราคาขายปลีกแอลพีจี 3 กลุ่ม คือ ครัวเรือน ขนส่ง และอุตสาหกรรม มีราคาเท่ากันอยู่ที่ 24.16 บาทต่อ กก. ส่วนราคา
แอลพีจีภาคปิโตรเคมียืนยันว่า ปัจจุบัน ปตท. จ่ายสูงกว่าทุกภาคอยู่แล้ว หากคิดเฉพาะเนื้อก๊าซฯ เนื่องจากต้องในใช้
ภาคอุตสาหกรรมของประเทศ อาทิ ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ทั้งนี้ อยากให้ภาครัฐพิจารณาปรับสูตรการคำนวณราคา
แอลพีจีหน้าโรงแยกและโรงกลั่น โดยนำราคาตลาดโลกมาคำนวณ เพราะจะช่วยทำให้โรงกลั่นเกิดแรงจูงใจในการผลิต
แอลพีจีออกมาจำหน่ายในประเทศมากขึ้นแทนการส่งออก ซึ่งปัจจุบันราคานำเข้าอยู่ที่ คือ 558 เหรียญสหรัฐต่อตัน โดย
ไม่รวมค่าขนส่งอีกประมาณ 80 เหรียญสหรัฐต่อตัน หากสามารถปรับราคาได้จริง จะทำให้แอลพีจีในประเทศผลิตเพิ่ม
ขึ้นอีก 6-7 หมื่นตันต่อปี จากปัจจุบันแอลพีจีหน้าโรงกลั่น ผลิตได้ประมาณ 2 ล้านตัน สามารถลดการนำเข้าแอลพีจี ที่
เติบโตอย่างน่าตกใจในภาคขนส่ง โดยปัจจุบันราคาแอลพีจีหน้าโรงแยกก๊าซอยู่ที่ 333 เหรียญสหรัฐต่อตัน อยากให้
ปรับเป็นราคาต้นทุนการผลิตจริง คือ ประมาณ 500 เหรียญสหรัฐต่อตัน  เพื่อลดภาวะขาดทุนในปัจจุบันของ ปตท.
--------------

///////////////////
ปปช.อสส.

ป.ป.ช. นัดหารืออัยการสูงสุด วางแนวทางการทำงานในอนาคต คาดอาจมีประเด็นคดีอาญา "ยิ่งลักษณ์" ที่ยังไม่ได้ข้อสรุป

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) วันนี้มีกำหนดการประชุมระดับผู้บริหารของ ป.ป.ช. และอัยการสูงสุง (อสส.) โดยการประชุมดังกล่าวเป็นการหารือ

ประจำปีเพื่อพูดคุยเรื่องการทำงานในภาพรวมของทั้ง 2 หน่วยงานที่ผ่านมา รวมถึงวางแนวทางการทำงานร่วมกันในอนาคต

โดยก่อนหน้านี้ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า อาจมีการเสนอให้ที่ประชุมหารือถึงกรณีการทำงานของคณะทำงานร่วมระหว่างฝ่าย ป.ป.ช. และอสส. เพื่อพิจารณาข้อไม่สมบูรณ์ในสำนวนคดีอาญาของ น.ส.ยิ่ง

ลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และกำหนดวันประชุมของทำงานร่วมฯครั้งต่อไปด้วย

อย่างไรก็ดี สำหรับคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ป.ป.ช. จะเป็นผู้ฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเองหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับข้อตกลงของคณะทำงานร่วมฯ ว่าจะหารือกันอย่าง

ไร
-----------------
การประชุมระดับผู้บริหารของ ป.ป.ช. และผู้บริหารอัยการสูงสุด (อสส.) วางแนวทางการทำงานร่วมกันในอนาคต งดสื่อ

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อยู่ในระหว่างการประชุมระดับผู้บริหารของ ป.ป.ช. และผู้บริหารอัยการสูงสุง (อสส.) โดย นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ

ประธาน ป.ป.ช. และ นายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด เป็นประธานการประชุมร่วมกันเพื่อหารือถึงภาพรวมการทำงานที่ผ่านมา รวมถึงวางแนวทางการทำงานร่วมกันในอนาคต ซึ่งเริ่มต้นการ

ประชุมตั้งแต่เวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าติดตามรับฟังแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากเสร็จสิ้นการประชุม จะมีการแถลงข่าวร่วมกันในเวลาประมาณ 13.30 น.
---------------------
เลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงผลหารือ อสส. ไม่มีการพูดคุยเรื่องคดียิ่งลักษณ์ - พร้อมเปิดคดีต่อ สนช. ในวันที่ 9 ม.ค. นี้

นายสรรเสิรญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงการประชุมระดับผู้บริหารระหว่าง ป.ป.ช. และอัยการสูงสุดว่า การประชุมในวันนี้ไม่ได้

มีการพูดคุยเรื่องคดีอาญาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีโครงการรับจำนำข้าว เพียงมีการพูดถึงกรณีที่ทางอัยการออกระบุถึงประเด็นที่ต้องการให้มีการไต่สวนเพิ่ม อาทิ การ

ระบายข้าวจีทูจี นั้น ยังไม่ปรากฏในคณะทำงานร่วม ดังนั้น จึงเห็นว่าจะมีการพูดคุยกันในการประชุมครั้งต่อไป โดยคาดว่าจะสามารถนัดประชุมได้ภายในเดือนธันวาคมนี้ ทั้งนี้ ไม่สามารถระบุได้ว่า

จะมีข้อสรุปในเรื่องส่งฟ้องได้หรือไม่ แต่น่าจะมีแนวทางที่ชัดเจน

พร้อมกันนี้ นายสรรเสริญ ยืนยันว่า คณะตัวแทนของ ป.ป.ช. ซึ่งประกอบด้วย ตน นายวิชา มหาคุณ และ นายธรรมนูญ เรืองดิษฐ์ พร้อมที่จะเข้าร่วมแถลงเปิดคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต่อ สนช. ในวันที่

9 มกราคมนี้
--------------------
ประชุม ป.ป.ช. และอัยการสูงสุด ให้เข้าร่วมทำสำนวน - เร่งแก้ต่างคดีที่เจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนร่วม

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงผลการประชุมระดับผู้บริหารระหว่าง ป.ป.ช. และอัยการสูงสุด ว่า เนื่องจาก ป.ป.ช. และ

อัยการต้องทำงานร่วมกัน ในวันนี้ จึงหารือใน 3 ประเด็น คือ 1.แนวทางการไต่สวนข้อเท็จจริง โดยเสนอให้ตัวแทนอัยการเข้าร่วมในการจัดทำสำนวนคดีตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อลดปัญหาข้อไม่สมบูรณ์

ของสำนวนคดี 2.ขอให้อัยการช่วยแก้ต่างให้กับผู้ร้องทุกข์ ผู้กล่าวโทษ และเจ้าหหน้าที่ของรัฐ ผู้มีส่วนร่วม ที่ ป.ป.ช. กันไว้เป็นพยาน ซึ่งมักจะถูกฟ้องคำเนินคดีด้วย 3.การรวบรวมพยานหลักฐาน

การไต่สวนข้อเท็จจริงโดยขอให้ทางอัยการตั้งข้อไม่สมบูรณ์ของสำนวนคดีเฉพาะส่วนที่สำคัญ เนื่องจาก อัยการมักจะตั้งข้อไม่สมบูรณ์ในสำนวนคดีค่อนข้างมาก

อย่างไรก็ตาม นายสรรเสริญ ระบุว่า บรรยากาศในการประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ต่างฝ่ายต่างมีข้อเสนอของตัวเอง แต่มีรายละเอียดที่ต้องมาสัมมนาร่วมกัน ทาง ป.ป.ช. ขอให้อัยการเข้ามาให้

ความรู้เรื่องการดำเนินและการส่งฟ้องคดีต่อ ป.ป.ช. ซึ่งทางอัยการก็ยินดีที่จะให้ความร่วมมือ
//////////////
ปากีสถาน

กลุ่มตอลีบานโจมตีโรงเรียนในปากีสถาน นร.ดับกว่า 84 ราย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า วันนี้ (16 ธ.ค. 57) กลุ่มตอลีบานบุกเข้าโจมตีโรงเรียนทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน ซึ่งเป็นโรงเรียนที่กองทัพดูแลอยู่ ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งเป็นอย่าง

น้อย 104 คนแล้ว โดย 84 คนในนี้เป็นนักเรียน ส่วนที่เหลือมีครูและกองกำลังกึ่งพลเรือนรวมอยู่ด้วย
ทั้งนี้ กลุ่มติดอาวุธ 5–6 คน แกล้งสวมชุดเครื่องแบบกองกำลังความมั่นคงแล้วบุกเข้าไปในโรงเรียน โดยพวกเขาได้เลือกเวลาก่อเหตุ คือ ช่วงเช้า และลงมือยิงนักเรียนแบบสุ่มยิง
ด้าน นายมัมนูน ฮุสเซน ประธานาธิบดีปากีสถาน ได้ประณามการโจมตีในครั้งนี้ และแสดงความอาลัยต่อผู้บริสุทธิ์ทุกคนที่ต้องสูญเสียชีวิต พร้อมย้ำว่าจะนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการ

ยุติธรรมให้ได้
ขณะที่ กลุ่ม เทห์รีก อี ตอลีบาน ปากีสถาน อ้างว่า ตนเองเป็นผู้ก่อเหตุ โดยระบุว่า กลุ่มที่ก่อเหตุได้รับคำสั่งให้ยิงเฉพาะนักเรียนที่โตแล้ว ไม่ใช่นักเรียนที่ยังเป็นเด็กเล็ก และที่ทำไปก็เพื่อล้างแค้นที่

กองทัพปากีสถานเข้าไปกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธ จนทำให้มีนักรบตอลีบานเสียชีวิตไปหลายร้อยคน
อย่างไรก็ตาม กองทัพปากีสถาน ได้ตรงเข้าปิดล้อมพื้นที่เกิดเหตุไว้แล้ว และยังมีการยิงปะทะกับกลุ่มมือปืน ส่วนกลุ่มนักเรียนประมาณ 500 คน ได้รับการอพยพออกจากจุดเกิดเหตุ แต่ยังไม่ชัดเจน

ว่า มีนักเรียนอีกกี่คนติดอยู่ข้างใน แต่เว็บไซต์ของบลูมเบิร์ก รายงานว่า กลุ่มติดอาวุธได้จับตัวประกันในโรงเรียนมากถึง 1,500 คน
------------------
กลุ่มตาลีบันก่อเหตุโจมตีโรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองเปชาวาร์ของปากีสถาน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 100 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 80 คน

เจ้าหน้าที่ของทางการปากีสถานระบุว่า สมาชิกกลุ่มตาลีบันห้าถึงหกคนที่สวมเครื่องแบบเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ได้บุกเข้าไปในโรงเรียนในอุปถัมภ์ของกองทัพปากีสถาน จากนั้นได้เกิด

เสียงระเบิดและเสียงปืนดังสนั่น

พนักงานและนักเรียนของโรงเรียนดังกล่าวให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นว่า กลุ่มตาลีบันบุกเข้ามาในห้องประชุมของโรงเรียน ขณะที่ทหารกลุ่มหนึ่งกำลังฝึกสอนนักเรียนเรื่องการปฐม

พยาบาล

กองกำลังรักษาความปลอดภัยของปากีสถานได้เข้าปิดล้อมบริเวณดังกล่าวแล้ว และเคลื่อนย้ายนักเรียนส่วนใหญ่จากจำนวนทั้งหมด 500 คนออกมาได้ แต่ยังไม่แน่ชัดว่ามีคนที่ถูกจับเป็นตัวประกัน

กี่คน

โฆษกของกลุ่มตาลีบันแถลงว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นการตอบโต้ปฏิบัติการทางทหารที่โจมตีทางตอนเหนือของแคว้นวาซีริสถาน ใกล้กับช่องเขาไคเบอร์ ซึ่งคาดว่าทำให้มีนักรบตาลีบันเสียชีวิตไป

หลายร้อยคน