PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2558

"พลเอกประวิตร" สั่งดูแล นักท่องเที่ยว สถานที่เชิงสัญลักษณ์ของประเทศที่ร่วมโจมตี ไอเอส.


"พลเอกประวิตร" สั่งดูแล นักท่องเที่ยว สถานที่เชิงสัญลักษณ์ของประเทศที่ร่วมโจมตี ไอเอส. ที่อยู่ในไทย หลังรัสเซียเตือน 10สมาชิก ไอเอส.เข้าไทย สั่งตามหาในพื้นที่ สั่งสกรีน 400 นักท่องเที่ยว ซีเรีย อยู่ในไทย
พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง เผยว่า สั่งตำรวจ สันติบาล ตืดตาม หาตัว 10 สมาชิก ISลอบเข้าไทย เผยได้ข่าวมา ราว10วันแล้ว ให้ตำรวจตรวจสอบอยู่ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่การข่าวแจ้งเตือน ทั้ง พัทยา ภูเก็ต
เผยสั่งจับตา ตรวจสอบ นักท่องเที่ยวชาวซีเรีย ที่เข้ามาไทย 400คน ว่า เข้ามาแล้วกลับไปแล้วกี่ตน ไปไหนบ้าง แต่ยังไม่พบผิดปกติ ยอมรับดูแลยาก เพราะเข้ามาในฐานะนักท่องเที่ยว แต่ ขอให้มั่นใจ ในการดูแล เราทำอย่างเต็มที่ ให้ดีที่สุด
พร้อมสั่งให้ผบตร.ตั้งกก.สอบ เอกสารลับสันติบาล เรื่องISเข้าไทยหลุดออกมาได้อย่างไร
นอกจากนี้ ยังให้ ตำรวจ ทหาร ไปดูแล สถานที่สำคัญเชิงสัญลักษณ์ ของประเทศ ต่างๆท นักท่องเที่ยว ของประเทศที่ร่วมกันโจมตี IS ที่ตั้งในประเทศไทย ด้วย
"ขอให้มั่นใจ ว่าเราต้องทำให้ได้ ทำให้ดีที่สุด ในการดูแลความปลอดภัย " พลเอกประวิตร กล่าว
พลเอกประวิตร กล่าวว่า ตอนนี้ ให้การทำงานด้านความมั่นคง เป็น3 ขา คือ มหาดไทย-กลาโหม-ตำรวจ ทำงานร่วมกันในทุกพื้นที่ ทั่วประเทศ ทั้งปัญหาการก่อการร้าย และการเมือง การสร้างสถานการ์ภายใน โดยตนเอง จะเดินสายประชุม หน่วยมั่นคง ทั่วประเทศ ทั้ง อิสาน ที่ไปมาแล้ว วันนี้ และภาคเหนือ ด้วย

บิ๊กป้อม ปิดทาง ให้พรรคการเมือง ประชุมพรรค เผยรู้ แอบประชุมกันอยู่แล้ว


บิ๊กป้อม ปิดทาง ให้พรรคการเมือง ประชุมพรรค เผยรู้ แอบประชุมกันอยู่แล้ว สั่งหน่วยทหาร ทั่วประเทศ เจรจา นักการเมือง แกนนำในพื้นที่ งดเคลื่อนไหวการเมือง
พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ/ รมว.กลาโหม เผยว่า คสช.ยังไม่มีแนวคิด แก้คำสั่งคสช.ให้ประชุมพรรคการเมืองได้ หลังพรรคประชาธิปัตยฺ เสนอขอประชุมพรรค
แต่ให้เสนอเรื่องมา ยังคสช. แต่ห่วงว่า ถ้าประชุมพรรคกันเดี๋ยวก็ออกมาอีก วุ่นอีก แล้วใครแก้ปัญหา ก็ผมอีก
" ตอนนี้ก็แอบประชุม พูดคุยกันอยู่แล้ว ทุกวัน ผมก็รู้" พลเอกประวิตร กล่าว
พลเอกประวิตร กล่าวว่า ตนได้ให้นโยบาย แก่ กองกำลังรักษาความสงบ และเจ้าหน้าที่ที่ดูแลความสงบ ทั่วประเทศ เช่น อิสาน ที่ไปมาวันนี้ ต้องห้ามไม่ให้มีการเคลื่อนไหวทางการเมือง เลย ต้องขอกัน ไปคุยกับแกนนำ หรือนักการเมือง เพราะไม่อยากให้เกิดความขัดแย้ง

กรณีข่าวISจากรัสเซียในมุมมอง"คนข่าว"สุทิน

ผมทำข่าวมาเกือบสี่สิบปี ไม่เคยเห็นข่าวกรองอุบาทว์ เหมือนข่าวรัสเซียแจ้งเตือนไทยว่ามีผู้ก่อการร้ายหลบเข้ามาในประเทศ 10 คน เพื่อก่อการร้ายผลประโยชน์ของรัสเซีย ข่าวนี้สร้างความตื่นกลัวไปทั่วโลกเพราะอ้างแหล่งข่าวเป็นทางการจากตำรวจ
จากประสบการที่ทำข่าวเกี่ยวกับก่อการร้ายมานานกว่าสามทศวรรษ บอกได้คำเดียวว่าอุบาทว์ครับ เป็นการสร้างข่าวให้เกิดความตื่นกลัวและความเสียหายต่อประเทศไทย เพราะมีความใกล้ชิดกับรัสเซีย และ หมางเมินกับอเมริกา ใครเป็นสร้างข่าวนี้คิดเอาเองนะครับ แต่ขอเน้นว่าอุบาทว์มาก

"ควีนเอลิซาเบธ"ส่งพระราชสาส์นถวายพระพรในหลวง


"ควีนเอลิซาเบธ"ส่งพระราชสาส์นถวายพระพรในหลวง
Cr:ทีนิวส์
วันนี้(4ธ.ค.) เว็บไซต์สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย (UK in Thailand) ได้เผยแพร่ข้อความของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองแห่งสหราชอาณาจักรมีพระราชสาส์นมาถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ พระราชสาส์นมีใจความว่า
"หม่อมฉันขอถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 88 พรรษาของฝ่าพระบาท ความสัมพันธ์อันดีระหว่างสหราชอาณาจักรและประเทศไทยและระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศนับวันจะแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นหลังจากกว่า 400 ปีแห่งมิตรภาพ หม่อมฉันขอถวายพระพรชัยมงคลให้ฝ่าพระบาททรงมีพระพลานามัยแข็งแรงและทรงพระเกษมสำราญ"

อียูเชิญทูตไทยประจำอียูและผู้แทนรัฐบาลหารือสถานการณ์การเมืองในไทย

อียูเชิญทูตไทยประจำอียูและผู้แทนรัฐบาลหารือสถานการณ์การเมืองในไทย ระบุต้องการได้มุมมองที่เท่าเทียมจากทุกฝ่าย
บีบีซีไทยได้รับสำเนาจดหมายจากหัวหน้าสำนักงานของนาย Elmer Brok ประธานคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศของสภายุโรป แจ้งให้ทราบว่านาย Elmer Brok และนาย Werner Langan ส.ส.สภายุโรป ได้ส่งจดหมายถึงนายนปฎล คุณวิบูลย์ เอกอัครราชทูต หัวหน้าคณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป เชิญนายนพปฎล หรือผู้แทนของรัฐบาลไทยมาหารือถึงสถานการณ์การเมืองของไทย ระบุต้องการเชิญทุกฝ่ายมาให้ความเห็นเพื่อให้ได้มุมมองที่เท่าเทียมกัน
ทั้งนี้ เมื่อปลายเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ประธานคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศของสภายุโรป ได้ส่งจดหมายยืนยันกับบีบีซีไทยว่าเขาและนาย Werner Langan ได้เชิญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในไทย และล่าสุดเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานทางสื่อมวลชนของไทยว่าองค์คณะศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิจารณาแล้วเห็นว่ายังไม่มีเหตุอันควรที่จะอนุญาตให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางออกนอกประเทศตามที่ได้รับคำเชิญ
สำหรับจดหมายซึ่งลงนามโดยนาย Elmer Brok และนาย Werner Langan ส่งถึงนายนปฎล คุณวิบูลย์ เอกอัครราชทูต หัวหน้าคณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป ที่บีบีซีได้รับ แจ้งให้ทราบว่าคณะกรรมาธิการฯ ได้ติดตามสถานการณ์ทางการเมืองไทยด้วยความเป็นห่วงอย่างยิ่ง จดหมายยังเอ่ยถึงการพูดคุยเรื่องนี้กับนายนปฎล หลายต่อหลายครั้ง รวมทั้งเอ่ยถึงเรื่องการส่งจดหมายเชิญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อมาพูดคุยเรื่องนี้เช่นกัน
จดหมายกล่าวอีกว่าในฐานะองค์กรที่มีความเป็นประชาธิปไตย โดยปกติแล้วสภายุโรปมักจะเชิญผู้แทนทุกฝ่ายมาหารือเพื่อให้ได้มุมมองเกี่ยวกับสถานะทางการเมืองของประเทศใดประเทศหนึ่งอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะอย่างยิ่งมุมมองจากทางฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และภาคประชาสังคม ดังนั้นสภายุโรปจึงพร้อมที่จะหารือเรื่องนี้กับหัวหน้าคณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป หรือผู้แทนของรัฐบาลไทย ไม่ว่าจะเป็นที่กรุงบรัสเซลส์ เมืองสตาร์สบูร์ก หรือที่กรุงเทพฯ
จดหมายของนาย Elmer Brok และนาย Werner Langan ระบุด้วยว่าโดยปกติแล้วจะส่งจดหมายถึงผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง แทนที่จะส่งผ่านช่องทางของรัฐบาล อย่างไรก็ดี พวกเขายินดีส่งจดหมายที่ได้เชิญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มาให้คณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรปด้วย
บีบีซีไทยได้ติดต่อคณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้ ‪#‎EUParliament‬

ด่วน! รัสเซียเตือนไอเอส10คน โผล่ในไทย"กทม.-พัทยา-ภูเก็ต"ตร.เร่งไล่ล่าเเล้ว

ด่วน! รัสเซียเตือนไอเอส10คน โผล่ในไทย"กทม.-พัทยา-ภูเก็ต"ตร.เร่งไล่ล่าเเล้ว
เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีรายงานข่าวเเจ้งว่า พล.ต.ต.สราวุฒิ การพานิช รองผบช. ปฏิบัติราชการ ผบช.ส. ลงนามในหนังสือคำสั่ง เรื่อง ติดตามพฤติการณ์ชาวต่างชาติ
มีใจความว่า ด้วยหน่วยต่อต้านข่าวกรองของรัสเซีย หรือเอฟเอสบี ประสานผ่านสภาความมั่นคงแห่งชาติแจ้งเตือนความเป็นไปได้ในการก่อเหตุร้ายของกลุ่มไอเอส ต่อผลประโยชน์ของรัสเซียในประเทศไทย โดยระบุว่ามีชาวซีเรีย 10 รายที่เกี่ยวข้องกับกองกำลังรัฐอิสลาม หรือไอเอส (IS) ได้เดินทางเข้าไทยแล้วระหว่างวันที่ 15-31 ต.ค.58 และได้แยกเดินทางไปพัทยา 4 ราย ภูเก็ต 2 ราย กรุงเทพฯ 2 ราย และอีก 2 รายไม่ทราบว่าอยู่ที่ใดและยังไม่ทราบชื่อ
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อก่อเหตุร้ายต่อผลประโยชน์ของรัสเซียและกลุ่มพันธมิตรในไทย จึงให้พิจารณาดำเนินการ ดังนี้
1.สืบสวนติดตาม พิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงจากข่าวสารดังกล่าว
2.เพิ่มความเข้มในการสืบสวนติดตาม สถานที่เป้าหมายจากฝ่ายรัสเซียที่มีความกังวลว่าจะเกิดเหตุร้าย รวมถึงสถานที่ของประเทศพันธมิตรที่ร่วมสนับสนุนการโจมตีกลุ่มไอเอสในซีเรีย เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน เบลเยียม สวีเดน และออสเตรเลีย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสถานการณ์เลวร้ายในไทยโดยเด็ดขาด
3.บก.ส.1-2 เร่งพิสูจน์ทราบข่าวสารกลุ่มบุคคลชาวซีเรียที่เดินทางเข้าไทยทั้ง 10 ราย
4.ปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน กล่าวคือ สถานที่สำคัญ แหล่งพักอาศัย แหล่งท่องเที่ยวของชาวต่างชาติทั้งหมด โดยเน้นดำเนินการกลุ่มประเทศคู่กรณีที่มีความขัดแย้ง ระหว่างฝ่ายพันธมิตรที่ร่วมโจมตีกลุ่มไอเอส กับกลุ่มเครือข่ายไอเอสเป็นอันดับแรกก่อน
5.บก.ส.3เพิ่มความเข้มในการรักษาความปลอดภัยสถานที่และบุคคล 6.ให้รายงานผลการปฏิบัติตามสายการบังคับบัญชาทราบทุกสัปดาห์ (วันพุธ) โดยให้รายงานครั้งแรกในวันพุธที่ 2 ธ.ค.58

ปูตินชี้ ตุรกีจะต้องเสียใจอีกหลายครั้งหลังยิงเครื่องบินรบรัสเซียตก

ปูตินชี้ ตุรกีจะต้องเสียใจอีกหลายครั้งหลังยิงเครื่องบินรบรัสเซียตก
เมื่อวาน (3 ธ.ค.) ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียกล่าวในแถลงการณ์ว่า ตุรกีจะต้องเสียใจที่ยิงเครื่องบินรบ Su-24 ของรัสเซียตกในพื้นที่ใกล้ชายแดนซีเรีย-ตุรกี
เขายังกล่าวหาผู้นำตุรกีว่าให้การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย โดยเขากล่าวว่ารัสเซียรู้ว่าใครในตุรกีที่ได้เงินจากค้าขายน้ำมันอย่างผิดกฎหมายและให้การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย
อย่างไรก็ตาม ผู้นำรัสเซียก็กล่าวว่าชาวตุรกีนิสัยดีและเป็นมิตร รัสเซียจึงไม่อยากจะดึงประชาชนเข้ามาเกี่ยวข้องในการสำแดงแสนยานุภาพของรัสเซีย
นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มว่ารัสเซียจะมีการคว่ำบาตรตุรกีเพิ่มขึ้นอีก โดยปูตินกล่าวว่าตุรกีจะไม่เพียงทุกข์ทรมานกับการจำกัดผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและทางก่อสร้างเท่านั้น
การที่รัสเซียเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรตุรกีนั้นมีจุดประสงค์เพื่อให้ตุรกีขอโทษในเหตุการณ์ยิงเครื่องบินรบรัสเซียตก ทั้งนี้ยังไม่มีแนวโน้มการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างตุรกีและรัสเซียแต่อย่างใด

ฑูตสหรัฐ

สมาพันธ์ตรวจสอบรัฐไทยร้องกองปราบ ตรวจสอบทูตสหรัฐพาดพิงกฎหมายไทย

จากกรณีที่นายเกล็น ทาวน์เซนด์ เดวีส์ เอกอัคราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ออกมาแสดงความคิดเห็นในเชิงวิจารณ์ถึงบทลงโทษจำคุกแก่ผู้หมิ่นประมาทสถาบันฯ ในงานเสวนาสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศในกรุงเทพฯ ที่ผ่านมา ก่อนที่ต่อมาจะมีการออกมาชี้แจงว่าไม่ได้ตั้งใจจะกล่าวโจมตีกฎหมายไทยแต่อย่างใดเพียงแต่ตั้งข้อสงสัยในเรื่องดังกล่าว ประกอบกับความเข้าใจผิดในการสื่อสาร จึงทำให้เกิดการเอาตีไปความจนความหมายผิดเพี้ยน ขณะเดียวกันก็ได้มีกลุ่มองค์กรต่างๆออกมาเรียกร้องให้มีการเอาผิดกับเอกอัคราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย

ล่าสุดที่กองบังคับการปราบปราม  นายสนธิยา สวัสดี สมาพันธ์ตรวจสอบรัฐไทย(สปท.) เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ณษ เศวตเลข รอง ผบก.ป. เพื่อยื่นหนังสือให้ตรวจสอบ นายเกล็น ทาวน์เซนด์ เดวีส์ เอกอัคราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทยกรณีออกมาแสดงความคิดเห็นในเชิงวิจารณ์ถึงบทลงโทษจำคุกแก่ผู้หมิ่นประมาทสถาบันฯ ในงานเสวนาสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาโดยนายสนธิยานำเอาบทความที่นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง โพสต์ลงเฟซบุ๊คส่วนตัววิพากษ์วิจารณ์การกระทำของเอกอัคราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทยมาให้พนักงานสอบสวนไว้ใช้เป็นหลักฐานประกอบคำพิจารณา

ทั้งนี้หนังสือดังกล่าวที่นายสนธิยานำมามอบในครั้งนี้ ระบุว่าต้องการให้พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ถอดเทปถ้อยคำที่นายเกล็น ได้กล่าวปราศรัยภายในงานเสวนาดังกล่าวและตรวจสอบพฤติการณ์ของผู้จัดงานดังกล่าวว่ามีจุดประสงค์แอบแฝงใดหรือไม่ หากพบว่าเข้าข่ายหมิ่นประมาทมาตรา 112 ก็อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีต่อไป

เบื้องต้น พ.ต.อ.ณษได้รับเรื่องดังกล่าวไว้ก่อนสั่งการให้พนักงานสอบสวนกก.1บก.ป. เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมกับนำเรื่องดังกล่าวเสนอให้กับผู้บังคับบัญชาพิจารณาต่อไป

30ประเทศพร้อมอยู่ข้างรัสเซียหากเกิดสงครามโลก

12273561_939760592775680_4923970442332470419_o

2 ธ.ค. สำนักข่าวมอสโกไทม์ ได้ระบุว่า ประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรี 30 ประเทศพร้อมให้ความร่วมมือด้านทหารกับ นายวลาดีเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐพันธรัฐรัสเซีย หากวิกฤตความขัดแย้ง ระหว่างรัสเซียกับตุรกียังตึงเครียด จนเป็นเหตุให้ทั้งสองประเทศ เป็นตัวจุดชนวนเข้าสู่ภาวะสงครามโลกครั้ง 3

โดยเนื่องจากสหรัฐอเมริกาและกลุ่มองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต ยังให้การสนับสนุนและช่วยเหลือขีนาวุธและกำลังทหารกับตุรกีเพื่อตอบโต้รัสเซีย ทั้งนี้ทั้งนั้นยังมีรายงานว่า 30 ประเทศที่ให้ความร่วมมือด้านทหารกับรัสเซีย อันได้แก่

ประเทศจีน ประเทศเกาหลีเหนือ ประเทศอินเดีย ประเทศคาซัดสถาน ประเทศอาเซอร์ไบจาน ประเทศสวีเดน ประเทศเซอร์เบีย ประเทศสโลวะเกีย ประเทศไนจีเรีย ประเทศปากีสถาน ประเทศมอลโดวา ประเทศอิหร่าน ประเทศอิรัก ประเทศบังกลาเทศ ประเทศสิงคโปร์ ประเทศทาจิกิสถาน ประเทศเอสโตเนีย

ประเทศเวียดนาม สาธารณรัฐไต้หวัน ประเทศมองโกเลีย ประเทศโรมาเนีย ประเทศออสเตรีย ประเทศอุซเบกิสถาน ประเทศจอร์เจีย ประเทศเติร์กเมนิสถาน ประเทศเบลารุส ประเทศจอร์แดน ประเทศอียิปต์ ประเทศบราซิล ประเทศอาร์เจนตินา

โดยเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 1 ธ.ค. ประธานกลุ่มองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต ได้เปิดเผยต่อสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า “เราจำเป็นต้องใช้แสนยานุภาพที่เรามีอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นกำลังพลทหาร หรือ ขีปนาวุธ หรือ รถถัง รวมไปจนถึงเครื่องบินไอพ่นขับไล่ และอาวุธยุทโธปกรณ์อื่นๆ เพื่อตอบโต้รัสเซียหากส่อเป็นภัยคุกคามต่อตุรกี ซึ่งตุรกีก็เป็นสมาชิกของนาโต และ เราต้องสนับสนุนพันธมิตรของเรา นั้นก็คือ ตุรกี”

จากนั้นในวันถัดมา ประมาณ 06.10 น. ของวันที่ 2 ธ.ค. ประธานาธิบดีวลาดีเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย มีคำสั่งถึงกองทัพเรือให้เคลื่อนเรือดำนํ้าพลังงานนิวเคลียร์ ที่มีชื่อว่า Юрий Долгорукий К- 535 หรือ ( yuri dolgoruky (k-535) พร้อมด้วยหัวรบนิวเคลียร์ ออกจากฐานทัพเรือของรัสเซีย มุ่งหน้าสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เมื่อตอนฟ้าส่างของวันนี้ เพื่อเข้าจ่อประชิดปิดอ่าวตุรกี หลังประธานาธิบดีวลาดีเมียร์ ปูติน ทราบว่า กลุ่มองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต ประกาศเสริมกำลังทหารและขีปนาวุธช่วยเหลือตุรกีในการตอบโต้รัสเซีย

จึงเป็นเหตุให้ผู้นำทั้ง 30 ประเทศประกาศให้ความร่วมมือทางทหารและยืนอยู่เคียงข้างกับรัสเซีย แต่เท่าที่น่าสนใจปรากฏว่า ประเทศที่ความรวมมือกับรัสเซีย เป็นลูกค้าของรัสเซียเกือบทั้งหมด เนืองจากประเทศกลุ่มดังกล่าวได้ซื้อผักปลา ก๊าซ นํ้ามัน กระแสไฟฟ้า เป็นต้น รวมไปจนถึงซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จากรัสเซีย และยังเป็นพันธมิตรเก่าแก่กับรัสเซียอีกด้วย

มันเอาเราแน่!

มัน-เอา-เรา-แน่!!!
Friday, December 4, 2015 - 00:00

ถ้าว่ากันตามสำนวน บิ๊กจ๊อด บิดาบังเกิดเกล้าของ ผู้การแดง-อภิรัตช์ คงสมพงษ์ ก็คงประมาณ... มัน-เอา-เรา-แน่ อะไรทำนองนั้น สำหรับ คำอวยพร ที่แทบไม่ต่างไปจาก คำสาปแช่ง ของ นายใหญ่ ต่อประเทศไทย ในช่วงย่างเข้าสู่ปีใหม่ 2559 แถมยังมีวัน ว. เวลา น. ส่งสัญญาณ เอาไว้แบบเสร็จสรรพซะอีก...
----------------------------------------------
แต่เอาเป็นว่า...ฟังแล้วอย่าถึงกับต้องไปตกอก ตกใจ หวั่นวิตก ขนหัวลุกอะไรมากมายนัก เพราะโดยสภาพของ นายใหญ่ รวมทั้งสมัครพรรคพวก ญาติมิตรและบริวารทั้งหลาย น่าจะออกไปทาง เอาไม่ไหว หรือเอายังไงก็น่าจะ เอาไม่อยู่ ไปด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะไล่มาตั้งแต่ พรรค, กองกำลัง ตลอดไปจนถึง แนวร่วม หรือ มวลชน อันถือเป็น แก้ว 3 ประการ ตามทฤษฎี กะละมัง 3 ใบ ที่เคยเพ้อๆ กันมาโดยตลอด...
------------------------------------------------
สำหรับ พรรค นั้น...ก็เป็นที่รู้ๆ อยู่ ว่าไม่ว่าพรรคไหนต่อพรรคไหนก็เถอะ แค่จะจัดประชุมขับไล่ เสือกไส คนในพรรค ยังแทบทำอะไรมิได้เอาเลยแม้แต่น้อย เพราะโดยอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ที่อยู่ในมือทหารแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด มันเป็นตัวบังคับให้ความเป็นพรรค ต้องหมดสภาพลงไปโดยนิตินัย อย่างมิอาจนำมาใช้เป็นเครื่องมือใดๆ ได้เลย ยิ่งพรรคของ นายใหญ่ ยิ่งหนักหนา สาหัส ยิ่งขึ้นไปใหญ่ เพราะใครเป็นหัว เป็นหาง เป็นกลางลำตัว ยังมิอาจกำหนดสถานะทางพฤตินัยกันได้จนตราบเท่าทุกวันนี้ แถมขณะที่ หัวเดิม กำลังจะเข้าคุก ก็บังเกิด หัวใหม่ ที่ดูจะเข้ากันได้ดีกับอดีตทหารบางกลุ่ม บางราย ชนิดแทบโน้มคอมาจูบปากกันเลยถึงขั้นนั้น หรือไม่ได้เป็นพรรคที่เอาไว้โค่นล้ม เล่นงาน บรรดาทหารทั้งหลายได้ถนัดๆ มีแต่ต้องยอมถ่าง ยอมแบ ให้ลูกเดียวเท่านั้นเอง...
---------------------------------------------------
ส่วน แนวร่วม หรือ มวลชน คงเป็นไปดังที่ ทนายเสื้อแดง เคยว่าๆ เอาไว้นั่นแหละว่า ไม่มีวันเหมือนเดิม อีกต่อไป คือจะระดมใครต่อใครมาเป็นหมื่นๆ แสนๆ สุดท้าย...มีแต่ต้องออกไปทางแสนเวิ้งว้าง แสนวังเวง แสนโหรงเหรง จะนับหัวให้ครบร้อย ครบพัน ย่อมเป็นอะไรที่ลำบาก ยากเย็น เอามากๆ กระทั่งแม้แต่ตัว นายใหญ่ เอง อุตส่าห์ลงทุนใส่เสื้อแดงออกคลิป ออกวิดีโอ ชวนใครต่อใครใส่เสื้อแดง ขนาดประเภทที่รักแสนรัก หลงแสนหลง ยังต้องหันไปใส่ กางเกงในแดง แอบซ่อนความรัก ความหลง ไว้ในชุดชั้นในกันแทนที่ โอกาสลุกฮือ ก่อการอะไรต่อมิอะไรในช่วง ครึ่งปีแรก จึงออกจะยากซ์ซ์ซ์เอามากๆ แถมธรรมชาติ ฝน-ฟ้า ก็ดูจะไม่ได้เป็นใจ แนวโน้มที่ภาวะ เอลนีโญ จะกลับมาเป็นกลาง ฝน-ฟ้าตกต้องตามฤดูกาลนับแต่ช่วงปีหน้าเป็นต้นไป อีกทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ผ่าน จุดต่ำสุด มาเรียบโร้ยย์ย์ย์แล้ว น่าจะเริ่มผงกหัว เงยหน้า อ้าปาก ขึ้นมามั่ง แม้แต่เล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดี ย่อมถือเป็นการ ขจัดเงื่อนไข ไปในตัว...
------------------------------------------------
ที่อาจน่าห่วง น่าวิตก อยู่บ้าง...จึงน่าจะเหลืออยู่แค่เฉพาะ กองกำลัง ประเภทติดอาวุธ ติดระเบิด อะไรประมาณนั้น แต่ถ้าหากเป็นประเภท ขอนแก่นโมเดล หรือ ขอนไม้โมเดล อันนั้น...อาจไม่ถึงกับน่ากลัว น่าสยดสยองมากมายซักเท่าไหร่ เพราะโดยชุดปฏิบัติการอันนำโดย ผู้การละม่อม และคุณน้อง สิริยากร พุกกะเวส ที่พร้อมเข้าไป อุ้มตัวอย่างละม่อม ก่อนหน้าลงมือหรือปฏิบัติการใดๆ ย่อมสามารถตัดขาดสายการบังคับบัญชา สกัดกั้นเส้นทางส่งกำลังบำรุง จนประเภทที่ไม่ว่าจะส่งไปฝึกที่กัมพูชา หรือที่ใดๆ ก็แล้วแต่ ออกอาการ เหี่ยวปลาย หมดฤทธิ์ หมดเดช หมดเรี่ยว หมดแรง ปราศจากท่อน้ำเลี้ยงไปด้วยกันทั้งสิ้น...
--------------------------------------------------
แต่ที่ยังต้องพิถีพิถัน ต้องระมัดระวังตัวอยู่มั่ง...ก็คงเป็น กองกำลัง ประเภท อุยกูร์ หรือ อุยมึงร์ นั่นเอง ที่อาจเป็นอะไรค่อนข้างยากซ์ซ์ซ์อยู่ซักหน่อย ในการควบคุม ป้องกัน ได้แบบทุกเม็ด ทุกอณู มันเลยถึงเกิดเหตุ ระเบิดราชประสงค์ ขึ้นมาจนได้ ด้วยเหตุที่กองกำลังประเภทนี้...มันไม่ได้ถูกควบคุม สั่งการ จาก นายใหญ่ โดยตรง แต่ถูกจัดวางเส้นสายเอาไว้อย่างซับซ้อน ซ่อนเงื่อน เพื่อนทรยศ ชนิดกระทั่งประเทศที่ระบบข่าวกรอง เครือข่ายเทคโนโลยีก้าวล้ำ นำสมัย กว่าประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา ไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า อย่างคุณพี่ฝรั่งเศสเป็นต้น ยังถูกเล่น ถูกยำ แบบครั้งแล้ว-ครั้งเล่า อันนี้นี่แหละ...ที่จะไป ประมาท มิได้โดยเด็ดขาด!!!
------------------------------------------------------
ไม่ว่าจะเป็นประเภทไอซิส ไอซิล อุยกูร์ อุยมึงร์ ไปจนถึงหมาป่าสีเทา ที่มุ่งจะขจัด พื้นที่สีเทา ของทุกๆ ประเทศให้ต้องเลือกเอาระหว่าง ขาวจัด-ดำจัด อันเป็นกองกำลังที่อยู่ภายใต้ เครือข่าย เดียวกันทั้งสิ้น คือเครือข่ายที่มุ่งจะทำให้โลกทั้งโลก ต้องเลือกว่าจะอยู่ข้างคุณพ่ออเมริกา หรือไม่ก็ต้องอยู่ข้างผู้ก่อการร้าย ดังคำประกาศของอดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช ที่ถูกชี้นำโดยพวก นีโอ-คอนเซอร์เวทีฟ ในสหรัฐมาตั้งแต่ต้นนั่นเอง และถือเป็น ยุทธศาสตร์ความมั่นคง ของอเมริกาทั้งหมด ไม่ว่าจะภายใต้รัฐบาลรีพับลิกันหรือเดโมแครตก็ตาม...
---------------------------------------------------------
แต่ด้วยเหตุที่ นายใหญ่ และทูตสหรัฐประจำประเทศไทย ถึง 2 รายด้วยกัน ไม่ว่า ทูตคริสตี หรือ ทูตกลิน ที่ออกไปในแนว ขี้ทูต ด้วยกันทั้งสิ้น ต่างเห็นพ้องต้องกันว่าประเทศไทยควรต้องเลือกตั้งให้เร็วๆ เข้าไว้ ยุทธศาสตร์ของ นายใหญ่ ที่เผอิญไปสอดคล้องต้องกันกับยุทธศาสตร์ของคุณพ่ออเมริกาไม่ว่าโดยนัดหมายหรือมิได้นัดหมาย มันจึงทำให้ปฏิบัติการใดๆ โดย กองกำลัง จึงเป็นสิ่งที่มีความเป็นไปได้สูงสุด ในอันที่จะนำมาซึ่ง วิกฤติ ตามที่ นายใหญ่ ได้ สาปแช่ง หรือ อวยพร เอาไว้ล่วงหน้า...
-----------------------------------------------------------
ด้วยเหตุนี้...จึงคงต้องเตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมระมัด ระวัง เอาไว้ซะแต่เนิ่นๆ ยิ่งในช่วงที่ น้องสาว กำลังใกล้เข้าคุกมะรอมมะร่อ แถม ลูกชาย ยังโดนดีเอสไอลากเข้าไปในวังวนซะอีกต่างหาก แรงดิ้น มันย่อมต้องมีมากขึ้นอย่างเป็นปกติธรรมดา เมื่อผนวกเข้าไปด้วย แรงปรารถนา ของคุณพ่ออเมริกา ที่ต้องการให้ประเทศไทยตัดสินใจเลือกข้างอยู่กับ TPP (Tran-Pacific Strategic Economic Partnership) ไม่ใช่อยู่กับ RCTP (Regional Comprehensive Economic Partnership) ทุกสิ่งทุกอย่าง...มันจึงจะต้องระมัดระวังเอาไว้ให้จงหนัก ด้วยประการฉะนี้...เทอญญ์ญ์ญ์...
----------------------------------------------------------
ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Lycurgus of Sparta (อีกครั้ง...และอีกครั้ง)... “Close alliances with despots are never safe for the Free states.- เป็นพันธมิตรโดยใกล้ชิดกับรัฐที่วางอำนาจกดขี่ ไม่เคยเป็นความปลอดภัยสำหรับเสรีรัฐทั้งหลาย...”

รัสเซียแจ้งISกลดานไทยนับสิบ

"รัสเซีย"แจ้งทางการ"ไทย" ชี้"10ไอเอส" หนีมากบดาน | เดลินิวส์
„"รัสเซีย"แจ้งทางการ"ไทย" ชี้"10ไอเอส" หนีมากบดาน หน่วยต่อต้านข่าวกรองของรัสเซียแจ้งเตือนประเทศไทย ระบุมีชาวซีเรีย 10 ราย ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม"ไอเอส"เข้าไทยระหว่างวันที่ 15-31 ต.ค.แยกไปพัทยา ภูเก็ต กทม.มีแนวโน้มก่อการร้ายในไทย วันพฤหัสที่ 3 ธันวาคม 2558 เวลา 21:02 น. หมวด: อาชญากรรม คำสำคัญ: ก่อการร้าย ไอเอส เข้าไทย 10 ราย รัสเซีย เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.สราวุฒิ การพานิช รองผบช. ปรท.ผบช.ส.ลงนามในหนังสือคำสั่ง เลขที่ 0028.122/137 ลงวันที่ 27 พ.ย.58 เรื่อง ติดตามพฤติการณ์ชาวต่างชาติ ด้วยหน่วยต่อต้านข่าวกรองของรัสเซีย หรือ เอฟเอสบี ประสานผ่าน สมช.แจ้งเตือนความเป็นไปได้ในการก่อเหตุร้ายของกลุ่มไอเอส (IS) ต่อผลประโยชน์ของรัสเซียในประเทศไทย โดยระบุว่ามีชาวซีเรีย 10 ราย ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลาม หรือไอเอส ได้เดินทางเข้าไทยแล้ว ระหว่างวันที่ 15-31 ต.ค. 58 และได้แยกเดินทางไปพัทยา 4 ราย ภูเก็ต 2 ราย กรุงเทพมหานคร 2 ราย และอีก 2 รายไม่ทราบว่าอยู่ที่ใด และยังไม่ทราบชื่อ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อก่อเหตุร้ายต่อผลประโยชน์ของรัสเซียและกลุ่มพันธมิตรในไทย จึงให้พิจารณาดำเนินการ ดังนี้ 1.สืบสวนติดตาม พิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงจากข่าวสารดังกล่าว 2.เพิ่มความเข้มในการสืบสวนติดตาม สถนที่เป้าหมายจากฝ่ายรัสเซียที่มีความกังวลว่าจะเกิดเหตุร้าย รวมถึงสถานที่ของประเทศพันธมิตรที่ร่วมสนับสนุนการโจมตีกลุ่มไอเอสในซีเรีย เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน เบลเยียม สวีเดน และออสเตรเลีย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสถานการณ์เลวร้ายในไทยโดยเด็ดขาด 3.บก.ส.1-2 เร่งพิสูจน์ทราบข่าวสารกลุ่มบุคคลชาวซีเรียที่เดินทางเข้าไทยทั้ง 10 ราย 4.ปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน กล่าวคือ สถานที่สำคัญ แหล่งพักอาศัย แหล่งท่องเที่ยวของชาวต่างชาติทั้งหมด โดยเน้นดำเนินการกลุ่มประเทศคู่กรณีที่มีความขัดแย้ง ระหว่างฝ่ายพันธมิตรที่ร่วมโจมตีกลุ่มไอเอส กับกลุ่มเครือข่ายไอเอสเป็นอันดับแรกก่อน 5.บก.ส.3 เพิ่มความเข้มในการรักษาความปลอดภัยสถานที่และบุคคล 6.ให้รายงานผลการปฏิบัติตามสายการบังคับบัญชาทราบทุกสัปดาห์ (วันพุธ) โดยให้รายงานครั้งแรกในวันพุธที่ 2 ธ.ค. 58.“

อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/crime/364919

วันพฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ซีเรียยึดอาวุธได้จำนวนมากสงสัยตุรกีส่งให้ไอเอส

ทางการซีเรียยึดรถบรรทุกขนอาวุธเพียบ เอ๊ะเอ... ของใครเอ๋ย?, FSA ลูกกระเป๋งของสหรัฐฯและพันธมิตรสารภาพว่าไอซิสค้าน้ำมันกับตุรกี, พรรคการเมืองของตุรกีร่วมแฉ ปธน.Erdogan ร่วมมือกับพวกไอซิสค้าน้ำมันเถื่อน อยากได้หลักฐานใช่ไหม มีคนช่วยจัดให้เยอะแยะ ปูตินบอกแล้วว่า "อย่า" ก็ไม่ฟัง เป็นไงเล่าคราวนี้ ฮ่าๆๆ
-----------

1.) มาอ่านข่าวมันส์ๆต่อนะครับ... วันที่ 1 ธ.ค.58 สำนักข่าว FNA ของอิหร่านพาดหัวข่าวว่า "ทางการซีเรียยึดรถบรรทุกขนอาวุธเอาไว้ได้" (Syrian Authorities Seize Truck Loaded with Weapons)

รายงานข่าวบอกว่า เมื่อวันอังคารที่่ผ่านมาทางการของซีเรียสามารถยึดรถบรรทุกคันหนึ่งที่ขนระเบิดขว้าง และเป็นไรเฟิลจำนวน 7,250 กระบอก และกระสุนปืนกลมุ่งหน้าไปยังจังหวัด Hama 

ในวันจันทร์กลุ่มก่อการร้ายได้รับความเสียหายอย่างหนักเนื่องจากถูกกองทัพซีเรียโจมตีใส่เป้าหมายที่เป็นขบวนรถบรรทุกซึ่งเต็มไปด้วยลูกกระสุน และยุทโธปกรณ์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากตุรกีที่จะส่งไปยังจังหวัด Idlib ทางตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรีย


แหล่งข่าวภาคสนามในจังหวัด Idlib กล่าวว่ากองทัพได้ทำลายขบวนรถบรรทุกที่ยาวเหยียดซึ่งเต็มไปด้วยเครื่องกระสุน อาวุธ และเครื่องมือทางทหาร และอุปกรณ์ต่างๆบนถนนที่จะส่งไปให้กลุ่มก่อการร้ายอัลนุสรา ฟรอนท์ และกลุ่มก่อการร้ายอื่นๆ ที่ปฏิบัติการอยู่ใต้ร่มเงาของกลุ่ม Jaish al-Fateh ซึ่งขนอาวุธออกกจากประเทศตุรกีผ่านจุดผ่านแดน Bab al-Hawa Border Crossing (ระหว่างตุรกีและซีเรีย) ขบวนรถบรรทุกมุ่งหน้าไปยังเมือง al-Dana 36 กม.ทางตอนเหนือของจังหวัด Idlib

[เสร็จกองทัพซีเรียจนได้ ขอฟรีก็มีในโลกด้วยนะนี่ นึกไม่ออกว่าทางตุรกีจะทำหน้ายังไงที่ได้อ่านข่าวนี้ อยากรู้ไหมว่าทำอย่างไรกองทัพซีเรียถึงรู้และจับได้? ก็โดรนและดาวเทียมของรัสเซียคอยจับตาดูอยู่ที่จุดผ่านแดน ตุรกี-ซีเรียอยู่ตลอด 24 ชั่วโมงนานแล้วนะสิครับ เขาเก็บตามแกรอยเส้นทางขนอาวุธและน้ำมันเถื่อนของพวกนี้มานานแล้ว และก็มีพวก FSA ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลที่มีหมายจับมามอบตัวอยู่เรื่อยๆ มีรึที่ทางการจะไม่ทราบความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามบ้างหนะ - ผู้แปล]


2.) ในวันเดียวกันนี้สำนักข่าว FNA (Fars News) ของอิหร่านพาดหัวข่าวอีกว่า "FSA บอกว่ามีหลักฐานว่าไอซิสกับตุรกีค้าน้ำมันด้วยกัน" (FSA Says Has Proof of ISIL's Oil Deal with Turkey)

สมาชิกระดับสูงของกองกำลังปลดปล่อยซีเรีย (FSA) ที่รับผิดชอบงานด้านข่าวสารได้กล่าวกับสื่อฯของรัสเซียว่า กลุ่มของพวกเขาได้รับภาพถ่ายสัญญาที่มีการลงนามโดยตุรกีเพื่อซื้อทรัพยากรน้ำมันจากขบวนการก่อการร้ายไอซิสในอิรัคและซีเรีย

เมื่อต้นเดือนนี้สื่อฯเยอรมัน (หนังสือพิมพ์ Bild) ก็ได้รายงานว่า การโจมตีทางอากาศของรัสเซียใส่แหล่งเก็บน้ำมันทำให้ตุรกีเกิดความไม่พอใจเป็นธรรมดาซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่จากพวกไอซิส

ตุรกีกลายเป็นลูกค้ารายใหญ่สำหรับน้ำมันเถื่อนของพวกไอซิส นักธุรกิจชาวตุรกีได้ลงนามในข้อตกลงเกี่ยวกับการซื้อน้ำมันกับพวกไอซิส ซึ่งทำให้พวกเขามีรายได้ถึง 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯต่อสัปดาห์



นานมาแล้วที่ทำเนียบเครมลินได้รับข้อมูลว่ามีการขนส่งน้ำมันจากเขตที่ถูกยึดครองโดยพวกผู้ก่อการร้ายไอซิสเข้าไปในประเทศตุรกี และข้อเท็จจริงก็คือว่า กองทัพอากาศของรัสเซีย (Russian Aerospace Forces) ได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีใส่สิ่งปลูกสร้างของพวกไอซิสซึ่งทำให้กรุงอังการาไม่อาจจะเมินเฉยได้อีกต่อไป สำนักข่าว Sputnik ของรัสเซียกล่าว [หมายถึงว่า สื่อฯรัสเซียกำลังเย้ยกรุงอังการา - ผู้แปล]



3.) ต่อมาในวันที่ 2 ธ.ค.58 FNA ก็พาดหัวข่าวอีกว่า "พรรคการเมืองของตุรกีแฉว่า Erdogan ร่วมมือกับผู้ก่อการร้ายไอซิสค้าน้ำมันเถื่อน" (Turkish Political Party: Erdogan Cooperating with ISIL in Oil Trade)

Aran Erdam สมาชิกอาวุโสของพรรค Republican People's Party (CHP) ของตุรกี เปิดเผยว่าประธานาธิบดี Recep Tayyip Erdogan และญาติของเขาได้ซื้อน้ำมันเถื่อนจากกลุ่มก่อการร้ายไอซิส


"หลักฐานแสดงให้เห็นว่าขบวนรถบรรทุกที่ถูกทิ้งระเบิดใส่โดยเครื่องบินของรัสเซียเมื่อเดือนที่ผ่านมาในขณะที่กำลังบรรทุกน้ำมันมุ่งหน้าไปยังประเทศตุรกีผ่านอิรัคจากภาคเหนือของซีเรีย" Erdam กล่าว

Erdam กล่าวเพิ่มว่า มีรถบรรทุกน้ำมันถึง 120 คันที่เป็นของบริษัท Bayrak Company ของตุรกีถูกทำลายโดยการโจมตีทางอากาศจากรัสเซีย ซึ่งมีนาย Berat Al-Bayrak ลูกเขยของปธน. Erdogan เป็นเจ้าของ และยังเป็นรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานอีกด้วย


บริษัท Bayrak Company มีรถบรรทุกน้ำมันถึง 500 คัน Necdet Pamir ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานของตุรกีกล่าวว่า การนำเข้าน้ำมันอย่างเป็นทางการของตุรกีลดลงถึง 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่ารัฐบาลของนาย Erdogan มีข้อตกลงกับพวกไอซิสอย่างลับๆ

Pamir กล่าวว่า ข้อตกลงระหว่างตุรกีกับพวกไอซิสย้อนหลังกลับไปในช่วงฤดูร้อนของปี 2012 เมื่อกลุ่มผู้ก่อการร้าย Takfiri เข้ายึดครองเมือง Raqqa (หลังเริ่มสงครามกลางเมืองในซีเรียได้ประมาณหนึ่งปี)

อดีตรมช.ต่างประเทศของตุรกีก็ยืนยันด้วยว่า รัฐบาลของ Erdogan รับซื้อน้ำมันจากผู้ก่อการร้ายไอซิส "พรมแดนตุรกีเปิดให้พวกไอซิสและกลุ่มก่อการร้ายอื่นๆสัญจรผ่านไปมาระหว่างซีเรียและตุรกี" Farouq Loqoqlou กล่าว

ปธน. Recep Tayyip Erdogan สัญญาอย่างหนักแน่นว่าจะออกจากตำแหน่งหากมีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่ากรุงอังการารับซื้อน้ำมันจากกลุ่มก่อการร้ายดาอิช (ไอซิส)

[ข้อมูลเยอะมาก ทั้งลูกชายของ Erdogan ก็มีเอี่ยวด้วย สื่อฯรัสเซียก็แฉไปตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาแล้วด้วย ดูซิว่าจะมีใครเป็นไข้โป้งหรือถูกปลดออกจากตำแหน่งเหมือนกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่สามนายที่สกัดขบวนรถบรรทุกอาวุธจากตุรกีที่จะส่งไปให้กลุ่มก่อการร้ายต่างๆในซีเรียตามที่เป็นข่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาอีกหรือไม่ ขนาดสื่อฯตุรกีเอาข้อมูลออกมาเปิดเผยก็ยังถูกจับกุมดำเนินคดีข้อหาพยายามล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่คอรัปชั่นบรรลัย เหมือนรัฐบาลไหนก็ไม่รู้นะ ที่ไม่ถูกจับก็ลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศก็เยอะ มาจากการเลือกตั้งซะอย่าง อำนาจอยู่ในมือ ทำอะไรก็ไม่ผิด Oopz! เพลินไปหน่อยครับ ขออภัย คริๆ - ผู้แปล]

4.) วันที่ 2 ธ.ค.58 Sputnik news พาดหัวข่าวว่า "รัสเซียเปิดเผยตุรกีและพวกดาอิชทำธุรกิจน้ำมันเลือดร่วมกันอย่างไร" (Russia Reveals How Turkey and Daesh Make 'Bloody' Oil Business) [สมพรปากแน่ Erdogan เอ๋ยท้าใครไม่ท้า ดันไปท้าปูตินซะนี่ งานนี้สื่อฯรัสเซียเล่นแรงมาก คำพูดแต่ละคำนี่กลั่นกรองมาเป็นอย่างดี อ้อ… พักนี้รู้สึกว่า Sputnik จะไม่นิยมเรียกพวกผู้ก่อการร้ายว่า "ไอซิส/ไซซิล/ไอเอส/รัฐอิสลาม" แล้วนะครับ จะใช้คำว่า "ดาอิช/Daesh" แทน ซึ่งก็ดีนะ เพราะว่าจะช่วยลดภาพพจน์ที่เป็นลบต่อบางศาสนาได้ด้วย - ผู้แปล]

รายงานข่าวบอกว่า ระหว่างแถลงข่าวในกรุงมอสโคว์เมื่อวันพุธนี้ กระทรวงกลาโหมของรัสเซียได้แสดงภาพถ่ายทางดาวเทียมที่แสดงให้เห็นถึงพวกดาอิชลักลอบค้ามันเถื่อนผ่านชายแดนตุรกี-ซีเรีย ทางกระทรวงยังได้แสดงข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่ตั้งของแหล่งค้าน้ำมันเถื่อนด้วย

Anatoly Antonov รมช.กลาโหมของรัสเซียกล่าวว่า "ปธน. Recep Tayyip Erdogan ของตุรกีและครอบครัวของเขาได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการขนส่งน้ำมันเถื่อนจากพวกไอซิส ซึ่งเรียกกันในภาษาอาหรับว่าพวก 'ดาอิช' (Daesh) และกลุ่มที่มีกิจกรรมต้องห้ามในประเทศรัสเซีย"

"รายได้จากการขายน้ำมัน เป็นหนึ่งในแหล่งรายได้ที่สำคัญที่สุดของกิจกรรมของพวกไอซิสในซีเรีย พวกเขามีรายได้ถึงปีละประมาณ 2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 7.1 หมื่นล้านบาท) ใช้เงินเหล่านี้ในการจ้างผู้ก่อการร้ายหัวรุนแรงจากทั่วโลก ละติดอาวุธ อุปกรณ์ และสรรพาวุธให้กับพวกเขา" Antonov แถลงข่าวต่อสื่อฯมวลชนในกรุงมอสโคว์

แต่ Recep Tayyip Erdogan ปธน.ของตุรกีจะไม่ยอมรับว่ามีกำไรจากการค้าน้ำมันเถื่อนกับพวกผู้ก่อการร้าย แม้ว่าใบหน้าของเขา "จะถูกป้ายด้วยน้ำมันเถื่อน" ก็ตาม รมช.กลาโหมของรัสเซียกล่าว

"ไม่มีผู้นำระดับสูงคนใดของตุรกี หรือโดยเฉาะ Mr.Erdogan จะยอมลาออกจากตำแหน่ง หรือยอมรับสิ่งใดๆเลย แม้ว่าใบหน้าของพวกเขาจะถูกป้ายด้วยน้ำมันที่ขโมยไปก็ตาม" Anatoly Antonov กล่าว

"มันขึ้นอยู่กับประชาชนชาวตุรกีที่จะตัดสินใจเอาเอง จุดประสงค์ของพวกเราก็คือต่อสู้กับขบวนการก่อการร้าย วัตถุประสงค์ของพวกเราก็คือปิดตายแหล่งการเงินของขบวนการก่อการร้าย" Antonov เน้นย้ำ

Sergei Rudskoy ประธานกองบัญชาการปฏิบัติการของเสนาธิการกองทัพรัสเซียกล่าวว่า "อย่างน้อยที่สุดก็มีรถบรรทุกจำนวน 1,722 คันจอดอยู่ตามข้างถนนซึ่งตรวจพบโดยอุปกรณ์สอดแนมจากอวกาศของรัสเซีย ควรจะตั้งข้อสังเกตไว้ด้วยว่าตังแต่เริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศโดยเครื่องบินของรัสเซียใส่สิ่งปลูกสร้างแหล่งน้ำมันที่ตกอยู่ในมือของพวกไอซิส จำนวนของรถบรรทุกที่จอดอยู่ในพื้นที่ต่างๆได้ลดลงเป็นอย่างมาก... รัสเซียยังไม่เห็นการโจมตีใดๆจากกองกำลังพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯใส่ขบวนรถบรรทุกน้ำมันของพวกไอซิสเลย" Sergei Rudskoy กล่าว

Lt. Gen. Sergei Rudskoy กล่าวว่า "มันไม่ใช่เรื่องยากที่จะสังเกตเห็นพวกนั้น อย่างไรก็ตาม ไม่พบว่ามีการโจมตีทางอากาศโดยกองกำลังพันธมิตรใส่ขบวนรถบรรทุกน้ำมันเลย"

Sergei Rudskoy  กล่าวเพิ่มว่าน้ำมันที่ได้จากพื้นที่ควบคุมโดยพวกไอซิสในซีเรียจะถูกส่งลงเรือไปกลั่นในประเทศที่สามหลายประเทศหลังจากที่ขนส่งไปยังตุรกีแล้ว

"การสอดแนมทางอากาศได้แสดงให้เห็นอย่างน่าเชื่อถือว่าหลังจากที่ข้ามพรมแดนไปแล้ว พวกขบวนรถบรรทุกที่ขนน้ำมันก็จะมุ่งหน้าไปยังท่าเรือ Dortyol และ Iskenderun (ในตุรกี)" Rudskoy ชี้ให้เห็น

5.) งานนี้รัสเซียเป็นฝ่ายรุกทุกสนามรบก็ว่าได้ ทั้งสนามรบภาคพื้นดินในซีเรีย (โดยกองทัพซีเรียและพันธมิตร) ในเวทีทางการเมืองผ่านสื่อฯ ในท้องฟ้าคือฝูงเครื่องบินท้ิงระเบิดและเครื่องบินรบคุ้มกันภัย และระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ทำให้นาโต้ขวัญกระเจิงด้วย และที่สำคัญคือในเวทีนานาชาติที่ยูเอ็น น่าสนใจการเดินเกมของปูตินมาก

วันที่ 2 ธ.ค.58 RT news พาดหัวข่าวว่า "รัสเซียต้องการที่จะหยุดการค้าน้ำมันเถื่อนของพวกไอซิส - Churkin กล่าว" นาย Vitaly Churkin เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติให้กล่าวกับสำนักข่าว RIA Novosti ของรัสเซียว่า รัสเซียกำลังทำงานร่วมกับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในเอกสารที่จะบังคับให้มีการดำเนินการตามมติที่ 2199 ซึ่งมีจุดมุ่งหมายที่จะระงับการค้าน้ำมันที่ผิดกฎหมายกับกลุ่มก่อการร้ายต่างๆ

Samantha Power เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำยูเอ็นกล่าวว่า ในเรื่องนี้อเมริกามีเป้าหมายร่วมกันกับรัสเซีย เนื่องจากว่ามันจะเป็นการทำงานเพื่อนำไปสู่การระงับการทำธุรกรรมทางการเงินของขบวนการก่อการร้าย

[นี่คือไม้ตายอีกไม้หนึ่งของรัสเซียที่จะใช้บีบตุรกีและพรรคพวกในเวทีนานาชาติ แน่นอนว่าจีนก็หนุนรัสเซียอยู่ในเวทีนี้ด้วยเช่นกัน คราวนี้ถ้าตุรกีไม่ขยับทัพเข้าไปในซีเรีย หรือไม่ยอมส่งเครื่องบินรบของตนเองเข้าไปให้รัสเซียยิงเหนือน่านฟ้าของซีเรียตามที่สหรัฐฯกำลังชี้มือสั่งอยู่ในตอนนี้ สหรัฐฯและอียูก็จะร่วมมือกับรัสเซียในเวทีนี้คือ แซงชั่นด้านการเงินตุรกีซะเลย โถๆๆๆ… เพื่อนกันแท้ๆ กินมาด้วยกัน แต่พอถูกจับได้ ตุรกีรับไปคนเดียวก็แล้วกันนะ ซาอุดิฯจงดูตัวอย่างไว้นะครับ วันข้างหน้าที่สหรัฐฯและอียูเริ่มจะจนตรอกกรณีสงครามเยเมน และเมื่อเขาพบว่าตุรกีหมดประโยชน์เขาก็จะเริ่มถีบหัวส่งแบบนี้แหละ - ผู้แปล]

[อ้อ… ก่อนจะไปสู่ข่าวต่อไปขอเพิ่มอีกนิดหน่อยนะครับ Sputnik รายงานว่า อิรัคร้องขอให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเริ่มทำการสอบสวนขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน ซวยเลยตุรกี ซาอุดิอาระเบีย และยูเออี ทางสหรัฐฯและอียูเขาวางหมากสองชั้นเอาไว้หมดแล้ว คือเขาให้พวกนี้ซื้อน้ำมันเถื่อนจากพวกไอซิสเป็นด่านหน้า จากนั้นก็ฟอกขาวในแต่ละประเทศและส่งออกอย่างถูกกฎหมาย ไม่สามารถเอาผิดกับผู้ซื้อรายที่สองได้หรือที่สามได้ โชคดีนะครับตุรกี - ผู้แปล]

6.) มาดูเรื่องเบาๆกันบ้างนะครับ วันที่ 2 ธ.ค.58 Sputnik news พาดหัวข่าวว่า "เรือรบจากกองเรือแฟซิกของรัสเซียร่วมซ้อมรบการป้องกันภัยทางอากาศในปฏิบัติการอินทราเนวี-2015 (กับอินเดีย)" (Russia Pacific Fleet Ships Practice Air Defense at Indra Navy-2015 Drills) [อัยย๊ะ! ฮี่ๆๆ อินเดียเริ่มขยับแล้วครับ นี่ก็หนึ่งในพันธมิตรของรัสเซียนะครับ ที่บอกว่าซ้อมๆกันนี่ บางครั้งเขาก็เอาจริงนะครับทำเป็นเล่นไป เขาเรียกว่าลับ-ลวง-พราง หนะ - ผู้แปล]

รายงานข่าวบอกว่า กลุ่มเรือรบจากองเรือแปซิฟิกของรัสเซียปฏิบัติภารกิจต่อสู้ในขณะเข้าร่วมการซ้อมรบระหว่างรัสเซียกับอินเดียภายใต้ปฏิบัติการ Indra Navy-2015 แถลงการประกาศเมื่อวันพุธนี้

รายงานข่าวกล่าวเพิ่มเติมว่าท่าเรือของกองเรือแปซิฟิกของรัสเซียซึ่งประกอบด้วยเรือครูสเซอร์ Varyag ติตตั้งขีปนาวุธนำวิถี (guided-missile cruiser Varyag) เรือพิฆาต Bystry เรือบรรทุกน้ำมัน Boris Butoma และเรือลากจูงกู้ภัย Alatau มุ่งเข้าสู่มหาสมุทรอินเดียผ่านช่องแคบมะลักกา (Strait of Malacca) การซ้อมรบจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-12 ธันวาคม รัสเซียและอินเดียจะทำงานร่วมกันในด้านการต่อต้านเรือดำน้ำ ต่อต้านอากาศยาน และต่อต้านเรือรบ

7. ข่าวเบาๆอีกซักข่าวนะครับ วันที่ 1 ธ.ค.58 Sputnik news รายงานว่ามณฑลทหารภาคใต้ของรัสเซียแถลงข่าวว่าเรือลาดตระเวนจากกองทัพเรือรัสเซียจำนวน 3 ลำจะเข้าสู่ทะเลแคสเปี้ยนเพื่อซ้อมรบ [ซ้อมรบที่แคสเปี้ยนอีกแล้วครับท่าน จะเอาข้าวหลามลอยฟ้าจากทะเลแคสเปี้ยนไปแจกไอซิสในซีเรียเป็นรอบที่สามอีกหรือเปล่าหนอ? - ผู้แปล]

8.) สุดท้ายกับข่าวเบาๆอีกซักข่าวนะครับ... วันที่ 1 ธ.ค.58 Sputnik news พาดหัวข่าวว่า "กองทัพเรือของรัสเซียจะส่งเรือรบจำนวน 70 ลำออกไปท่องมหาสมุทรทั่วโลก" (Russian Navy Deploys 70 Ships Across Earth's Oceans) [เอาหละสิ... เริ่มหนุกขึ้นมาบ้างแล้วไหมหละ บอกแล้วว่าอย่าแหย่หนวดหมี - ผู้แปล]

Capt. 1st Rank Igor Dygalo โฆษกกองทัพเรือรัสเซียกล่าวว่า มีเรือรบของรัสเซียประมาณ 70 ลำท่องไปทั่วโลกเพื่อแสดงสัญลักษณ์ในการเริ่มต้นปีการศึกษาในวันอังคารนี้

Dygalo กล่าวว่า "เรือรบประมาณ 70 ลำจากกองทัพเรือ (รวมทั้งเรือดำน้ำด้วย) ได้เริ่มต้นปีการศึกษาใหม่ ปฏิบัติภารกิจโดยตรงในทะเลในพื้นที่ต่างๆของมหาสมุทรทั่วโลก กองบัญชาการต่างๆของกองทัพเรือจะมุ่งความสำคัญไปที่การเตรียมความพร้อมในการจัดกลุ่มกองกำลังร่วมกัน เปิดตัวการฝึกอบรมในสถานที่กับหน่วยต่างๆจากกองทัพเรือ หน่วยแยกปฏิบัติการเฉพาะกิจ (detachments) และการจัดกลุ่มยุทวิธี (tactical groups)"

ป.ล. Sputnik รายงานว่าทางการรัสเซียจะเรียกตัวนักศึกษาชาวรัสเซียที่อยู่ในตุรกีในโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างประเทศกับรัสเซียทั้งหมดในเร็วๆนี้ จบเลยตุรกี หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ ผู้นำตุรกีอาจจะมองว่าประชาชนและประเทศชาติชิ_หายช่างมันขอให้นักการเมืองร่ำรวยจากการคอรัปชั่นก็พอ

เพจ: ปอกเปลือก ทรราช 
https://www.facebook.com/fisont
https://vk.com/theeyesproject
---------
https://www.rt.com/news/324263-russia-briefing-isis-funding/
https://www.rt.com/news/324303-isis-oil-routes-turkey/
http://en.farsnews.com/newstext.aspx?nn=13940910001223
http://en.farsnews.com/newstext.aspx?nn=13940910001083
http://en.farsnews.com/newstext.aspx?nn=13940911000480
http://sputniknews.com/world/20151202/1031114219/syria-turkey-oil-routes.html
http://sputniknews.com/politics/20151128/1030895284/Russia-Right-ISIL-OilI-Going-Turkey.html
http://sputniknews.com/russia/20151202/1031100729/russia-defense-ministry-briefing.html
http://sputniknews.com/politics/20151202/1031131372/iraq-turkey-oil-trade.html
http://sputniknews.com/politics/20151202/1031135920/evidence-mounts-erdogan-involvement-oil-smuggling-resign.html
http://sputniknews.com/russia/20151202/1031137834/russia-revelation-turkey-oil-smuggling.html
http://sputniknews.com/world/20151202/1031142596/iraq-oil-smuggling-.html
http://sputniknews.com/russia/20151201/1031037440/russia-drills-caspian-sea.html
https://www.rt.com/news/324207-churkin-un-oil-isis-turkey/
http://sputniknews.com/russia/20151201/1031039165/russia-turkey-students.html
http://sputniknews.com/russia/20151202/1031101161/russia-pacific-fleet-drills.html
http://sputniknews.com/russia/20151201/1031045002/russian-navy-ships-oceans.html

นายกฯ

นายกฯ ถก นักธุรกิจ 3 ชั่วโมง ตั้ง“อิสระ”นำขับเคลื่อน ประสานกับรัฐบาล เผย2ปีเอกชน ไม่รู้สิ่งที่รัฐบาลทำ ลั่นสัมฤทธิ์ผลก่อนก.ค.60
เมื่อเวลา 17.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ นำนักธุรกิจ 24 รายใหญ่ของไทย หารือ โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง
โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นการพูดคุยหลายมิติโดยเฉพาะการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ สิ่งที่รัฐบาลได้สั่งการไป ไม่สามารถทำเพียงคนเดียวได้ ดังนั้นนาสมคิดจึงเชิญบรรดานักธุรกิจที่เป็นเครื่องจักรสำคัญมาหารือแต่ไม่ใช่ว่าจะหาวิธีเอื้อประโยชน์ให้กับนักธุรกิจ เป็นการพูดถึงว่าจะร่วมมือกับรัฐบาลได้อย่างไรเพื่อดูแลผู้มีรายได้น้อย สร้างความเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจใหญ่-กลาง-เล็ก และเอสเอ็มอี มีการพูดถึงการให้ความรู้การตลาด การออกแบบ การสร้างนักธุรกิจใหม่ และระบบการศึกษา ว่าจะช่วยกันดูแลครู และสถานการศึกษาอย่างไร เนื่องจากเอกชนมีเงินสำหรับ ซีเอสอาร์(ความรับผิดชอบต่อสังคมและ สิ่งแวดล้อมขององค์กร)อยู่แล้ว ตนได้กำชับให้ทำในทุกพื้นที่ทุกภูมิภาค ทั้งหมดล้วนอยู่ในแผนการปฏิรูปประเทศ ส่วนการเชื้อเชิญนักธุรกิจให้มาลงทุนในไทยนั้น นักธุรกิจ สนใจแต่ที่ยังช้าอยู่เพราะยังไม่มีพ.ร.บ.ร่วมทุน รัฐบาลนี้กำลังพิจารณาพ.ร.บ.ดังกล่าวอยู่ การลงทุนไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆใครจะมาก็มาได้จำเป็นต้องพึ่งพ.ร.บ.อย่างเรื่องการศึกษาก็มีพ.ร.บ.อยู่ทุกแท่ง แตะไม่ได้เลยมี แล้วก็ไม่ได้ทำให้การศึกษาดีขึ้น มีแล้วก็แค่แบ่งเงินแบ่งงบประมาณกันเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า ภาคธุรกิจได้สะท้อนอะไรถึงรัฐบาลบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ได้มีการสะท้อน แต่เขาไม่รู้ถึงสิ่งที่รัฐบาลทำมาเกือบ 2 ปี ที่ไม่รู้เพราะต่างคนต่างก็ทำงานเพราะนักธุรกิจไม่ค่อยมีเวลาอยู่แล้วไม่สามารถที่จะมาฟังตนได้ และทีมประชาสัมพันธ์รัฐบาลก็เข้าไม่ถึง แต่ต่อไปจะมีคณะกรรมการขับเคลื่อนฝ่ายเศรษฐกิจของภาคเอกชนทั้งหมดโดยมีนายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานหอการค้าไทย เป็นแกนนำ โดยจะดูว่าสามารถสนับสนุนกิจกรรมใดที่รัฐบาลต้องการขับเคลื่อนประเทศได้อย่างไร ทั้งงานวิจัยพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ถ้าไม่เตรียมพร้อมเรื่องพวกนี้ต่อไปจะเสี่ยงทั้งสิ้น เพราะมาจากความเสี่ยงของสถานการณ์โลก พันธกรณีระหว่างประเทศ ข้อสัญญาทางการค้า ล้วนมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเราไม่มีความเข้มแข็งในเรื่องเหล่านี้มาก่อนเลย อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจมีข้อเสนอเยอะแยะ ทั้งกฎหมาย สัญญา ตนก็บอกว่าต้องปรับจูนให้ตรงกับนโยบายของรัฐเพราะหน้าที่ของข้าราชการคือรักษาผลประโยชน์ ส่วนหน้าที่ของภาคธุรกิจคือทำกำไรให้ได้มากที่สุดแล้วจะเจอกันได้อย่างไร การปรับจูนภาคธุรกิจต้องลดกำไรลงบ้างแต่รัฐจะหาสิทธิประโยชน์ให้ทั้งเรื่องภาษี กฎหมายการค้า กฎหมายร่วมทุน โดยต่อไปภาคธุรกิจสามารถส่งความเห็นสะท้อนปัญหาเข้ามาและรัฐบาลจะนำไปขับเคลื่อน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ภาคธุรกิจที่ได้หารือกันในวันนี้มีความพร้อมที่จะสนับสนุนรัฐบาล แต่ไม่ใช่จะพร้อมทั้งหมดเพราะต้องดูว่าเขาศักยภาพอย่างไรบ้าง และตนไม่สมารถสั่งภาคธุรกิจได้ หรือจะใช้มาตรา 44 สั่งการก็ไม่ได้ เรื่องประชารัฐเป็นความร่วมมือของรัฐข้าราชการ เอกชนภาคธุรกิจ ซึ่งต้องปรับจูนเข้าหากันให้ได้ ภาคประชาสังคม เอ็นจีโอ ต้องมาคุยกัน รัฐบาลกำลังขับเคลื่อนเรื่องเศรษฐกิจโดยวันหน้าจะเรียกมาคุยให้หมดทุกส่วนเพราะถ้าไม่คุยจะติดปัญหาที่ทุกคนมักเอาหลักการกฎหมาย สิทธิมนุษยชนทำให้ไม่เกิดอะไรขึ้น วันนี้การเมืองเข้ามาทาบทับน้อย เพราะตนไม่ใช่นักการเมืองแม้จะถูกมองว่าเป็นนักการเมืองในสายตาแต่ตนก็ทำงานของตน และจากนี้เมื่อมีคณะกรรมการขับเคลื่อนภาคเอกชนนายสมคิดจะเป็นผู้ไปคุย เมื่อถึงวาระสำคัญตนจะเข้าร่วมประชุม เพราะเป็นผู้กำหนดนโยบาย
เมื่อถามว่า ความร่วมมือกับภาคธุรกิจจะเป็นรูปธรรมเมื่อใด พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “รอมาชาติหนึ่งแล้วยังไม่เกิดเลย เธอจะรออีกสักหน่อยไม่ได้หรือ เธอจะเอาเมื่อไหร่ วันนี้ พรุ่งนี้ มะรืนนี้ เดือนหน้า ลูกกี่เดือนแล้ว เดี๋ยวลูกออก นี่อย่างไรมันถึงต้องมาแบ่งว่า 1-2-3 อะไรที่จะเกิดขึ้นได้ในตอนที่ผมอยู่ในเดือนก.ค.60เดี๋ยวไปหามา แล้วที่เหลือก็ส่งแผนปฏิรูปแล้วค่อยไปไล่กับรัฐบาลใหม่เขาทำเอา แต่จะเริ่มให้ทุกอย่าง โดยจะให้ความสำคัญกับเรื่องสาธารณูปโภคพื้นฐานก่อน

นายกฯชวนนักธุรกิจ

นายกฯ ชวนบิ๊กนักธุรกิจ มหาเศรษฐี เดินตลาดนายกฯ และถ่ายภาพกับภาพตึกไทยคู่ฟ้า ร่วมกัน ขอมาช่วยปชช.ระดับล่าง/นายกฯ ถก นักธุรกิจ 3 ชั่วโมง ตั้ง“อิสระ”นำขับเคลื่อน ประสานกับรัฐบาล เผย2ปีเอกชน ไม่รู้สิ่งที่รัฐบาลทำ ลั่นสัมฤทธิ์ผลก่อนก.ค.60
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ นำนักธุรกิจ 24 รายใหญ่ของไทย หารือ โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง จากนั้น ไปถ่ายภาพหมู่ บนตึกไทยฯ และชวนลงมาเดินตลาดนายกฯ
โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นการพูดคุยหลายมิติโดยเฉพาะการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ สิ่งที่รัฐบาลได้สั่งการไป ไม่สามารถทำเพียงคนเดียวได้ ดังนั้นนาสมคิดจึงเชิญบรรดานักธุรกิจที่เป็นเครื่องจักรสำคัญมาหารือแต่ไม่ใช่ว่าจะหาวิธีเอื้อประโยชน์ให้กับนักธุรกิจ เป็นการพูดถึงว่าจะร่วมมือกับรัฐบาลได้อย่างไรเพื่อดูแลผู้มีรายได้น้อย สร้างความเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจใหญ่-กลาง-เล็ก และเอสเอ็มอี มีการพูดถึงการให้ความรู้การตลาด การออกแบบ การสร้างนักธุรกิจใหม่ และระบบการศึกษา ว่าจะช่วยกันดูแลครู และสถานการศึกษาอย่างไร เนื่องจากเอกชนมีเงินสำหรับ ซีเอสอาร์(ความรับผิดชอบต่อสังคมและ สิ่งแวดล้อมขององค์กร)อยู่แล้ว ตนได้กำชับให้ทำในทุกพื้นที่ทุกภูมิภาค ทั้งหมดล้วนอยู่ในแผนการปฏิรูปประเทศ ส่วนการเชื้อเชิญนักธุรกิจให้มาลงทุนในไทยนั้น นักธุรกิจ สนใจแต่ที่ยังช้าอยู่เพราะยังไม่มีพ.ร.บ.ร่วมทุน รัฐบาลนี้กำลังพิจารณาพ.ร.บ.ดังกล่าวอยู่ การลงทุนไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆใครจะมาก็มาได้จำเป็นต้องพึ่งพ.ร.บ.อย่างเรื่องการศึกษาก็มีพ.ร.บ.อยู่ทุกแท่ง แตะไม่ได้เลยมี แล้วก็ไม่ได้ทำให้การศึกษาดีขึ้น มีแล้วก็แค่แบ่งเงินแบ่งงบประมาณกันเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า ภาคธุรกิจได้สะท้อนอะไรถึงรัฐบาลบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ได้มีการสะท้อน แต่เขาไม่รู้ถึงสิ่งที่รัฐบาลทำมาเกือบ 2 ปี ที่ไม่รู้เพราะต่างคนต่างก็ทำงานเพราะนักธุรกิจไม่ค่อยมีเวลาอยู่แล้วไม่สามารถที่จะมาฟังตนได้ และทีมประชาสัมพันธ์รัฐบาลก็เข้าไม่ถึง แต่ต่อไปจะมีคณะกรรมการขับเคลื่อนฝ่ายเศรษฐกิจของภาคเอกชนทั้งหมดโดยมีนายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานหอการค้าไทย เป็นแกนนำ โดยจะดูว่าสามารถสนับสนุนกิจกรรมใดที่รัฐบาลต้องการขับเคลื่อนประเทศได้อย่างไร ทั้งงานวิจัยพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ถ้าไม่เตรียมพร้อมเรื่องพวกนี้ต่อไปจะเสี่ยงทั้งสิ้น เพราะมาจากความเสี่ยงของสถานการณ์โลก พันธกรณีระหว่างประเทศ ข้อสัญญาทางการค้า ล้วนมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเราไม่มีความเข้มแข็งในเรื่องเหล่านี้มาก่อนเลย อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจมีข้อเสนอเยอะแยะ ทั้งกฎหมาย สัญญา ตนก็บอกว่าต้องปรับจูนให้ตรงกับนโยบายของรัฐเพราะหน้าที่ของข้าราชการคือรักษาผลประโยชน์ ส่วนหน้าที่ของภาคธุรกิจคือทำกำไรให้ได้มากที่สุดแล้วจะเจอกันได้อย่างไร การปรับจูนภาคธุรกิจต้องลดกำไรลงบ้างแต่รัฐจะหาสิทธิประโยชน์ให้ทั้งเรื่องภาษี กฎหมายการค้า กฎหมายร่วมทุน โดยต่อไปภาคธุรกิจสามารถส่งความเห็นสะท้อนปัญหาเข้ามาและรัฐบาลจะนำไปขับเคลื่อน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ภาคธุรกิจที่ได้หารือกันในวันนี้มีความพร้อมที่จะสนับสนุนรัฐบาล แต่ไม่ใช่จะพร้อมทั้งหมดเพราะต้องดูว่าเขาศักยภาพอย่างไรบ้าง และตนไม่สมารถสั่งภาคธุรกิจได้ หรือจะใช้มาตรา 44 สั่งการก็ไม่ได้ เรื่องประชารัฐเป็นความร่วมมือของรัฐข้าราชการ เอกชนภาคธุรกิจ ซึ่งต้องปรับจูนเข้าหากันให้ได้ ภาคประชาสังคม เอ็นจีโอ ต้องมาคุยกัน รัฐบาลกำลังขับเคลื่อนเรื่องเศรษฐกิจโดยวันหน้าจะเรียกมาคุยให้หมดทุกส่วนเพราะถ้าไม่คุยจะติดปัญหาที่ทุกคนมักเอาหลักการกฎหมาย สิทธิมนุษยชนทำให้ไม่เกิดอะไรขึ้น วันนี้การเมืองเข้ามาทาบทับน้อย เพราะตนไม่ใช่นักการเมืองแม้จะถูกมองว่าเป็นนักการเมืองในสายตาแต่ตนก็ทำงานของตน และจากนี้เมื่อมีคณะกรรมการขับเคลื่อนภาคเอกชนนายสมคิดจะเป็นผู้ไปคุย เมื่อถึงวาระสำคัญตนจะเข้าร่วมประชุม เพราะเป็นผู้กำหนดนโยบาย
เมื่อถามว่า ความร่วมมือกับภาคธุรกิจจะเป็นรูปธรรมเมื่อใด พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “รอมาชาติหนึ่งแล้วยังไม่เกิดเลย เธอจะรออีกสักหน่อยไม่ได้หรือ เธอจะเอาเมื่อไหร่ วันนี้ พรุ่งนี้ มะรืนนี้ เดือนหน้า ลูกกี่เดือนแล้ว เดี๋ยวลูกออก นี่อย่างไรมันถึงต้องมาแบ่งว่า 1-2-3 อะไรที่จะเกิดขึ้นได้ในตอนที่ผมอยู่ในเดือนก.ค.60เดี๋ยวไปหามา แล้วที่เหลือก็ส่งแผนปฏิรูปแล้วค่อยไปไล่กับรัฐบาลใหม่เขาทำเอา แต่จะเริ่มให้ทุกอย่าง โดยจะให้ความสำคัญกับเรื่องสาธารณูปโภคพื้นฐานก่อน”

โชคดีของซีเรียและอิหร่าน:



โชคดีของซีเรียและอิหร่าน:
วันเดียวกันกับที่อังกฤษประกาศส่งเครื่องบินไปโจมตีไอสิสที่ซีเรียหลังจากที่ขบวนการไอสิสถูกรัสเซียบี้จนเกือบหมดประเทศแล้ว ทั้งซีเรียและอิหร่านต่างได้รับจรวดแซมชนิด S300 จากรัฐบาลรัสเซียมาประจำการทันท่วงที นับแต่นี้ต่อไป เครื่องบินรบรุ่น 4 ทุกเครื่องของมะกันที่พันธมิตรมะกันใช้ ไม่ว่า Fs 15,16,18 จะเดี้ยงทันที นอกจากนั้น เครื่องบินรบรุ่น 4 ของอังกฤษ ฝรั่งเศสและเยอรมนีก็จะเดี้ยงเหมือนกัน ได้เวลาที่นักบินชาติเหล่านี้จะมีโอกาสไปนั่งสมาธิเจริญภาวนายาวๆ แล้ว
่าวข้างล่างนี้บอกว่าอีกไม่ช้า หลังจากติดตั้งประจำการเรียบร้อยแล้ว รัฐบาลซีเรียจะประกาศเป็นทางการว่าประเทศไหนที่ไม่ได้มาร่วมมือกับรัฐบาลซีเรีย ไม่มีสิทธิ์บินเหนือน่านฟ้าซีเรีย แปลว่า *ถ้าใครละเมิด จะสอยให้ร่วงเลย* สากกะเบือออกดอกทันเวลาพอดี

รวบวรรณา สวนสัน-สามี ผตห.บึ้มกรุง


3 ธ.ค. 58 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าคดีระเบิดที่ศาลสี่แยกราชประสงค์และท่าเรือสาทร ว่าตามที่มีกระแสข่าวว่าเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีนี้ได้เพิ่มเติม และมีทั้งคนไทยและต่างชาติ แต่ขณะนี้ยังอยู่ในความควบคุมในต่างประเทศ ซึ่งยังอยู่ระหว่างการประสานงานของอัยการ นั้น ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เพราะเป็นคดีความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
สำหรับคดีนี้สามารถจับผู้ต้องหาได้เพียง 2 คน คือ นายอาเดม คาราดัก และนายเมียไรลี ยูซุฟู ซึ่งทางพนักงานอัยการได้ดำเนินการตรวจสำนวนตามที่พนักงานสอบสวนส่งมากว่า 8,000 แผ่น นอกจากนี้ผู้ต้องหาที่ร่วมขบวนการตามที่ ศาลได้อนุมัติหมายจับ มีทั้งคนไทยและต่างชาติ รวมทั้งหมด 17 คนอยู่ระหว่างดำเนินการ
ทั้งนี้มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้มีการควบคุมตัว นางวรรณา สวนสัน หรือนางไมซาเราะห์ ชาว จ.กระบี่ และนายเอ็มระห์ ดาวูโตกูล ชาวตุรกี สามีนางวรรณา สองผู้ต้องหาตามหมายจับในความผิดฐานมียุทธภัณฑ์และครอบครองวัตถุระเบิดฯ

เหตุกราดยิงแคลิฟอเนีย

ระทึก!คนร้ายยิงกราดฝูงชนสังเวย14ศพ ตร.วิสามัญแล้ว2 | เดลินิวส์

„สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซานเบอร์นาร์ดิโน รัฐแคลิฟอร์เนียประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่3ธ.ค.ว่ากรมตำรวจเมืองซาน เบอร์นาร์ดิโนทางตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนียเปิดเผยผ่านทางทวิตเตอร์ว่าเกิดเหตุกราดยิงในหรือใกล้กับสำนักงานบริการสังคมของรัฐแคลิฟอร์เนียในเมืองซาน เบอร์นาร์ดิโนเมื่อวันพุธที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น

โดยผู้ต้องสงสัย 1-3คนและมีเหยื่อหลายคนในเหตุการณ์ยิงกันครั้งนี้ขณะที่กรมดับเพลิงเมืองซานเบอร์นาร์ดิโน รายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 20คน

 ด้านน.ส.แนนซี ลุนเกรน โฆษกหญิงของกรมการพัฒนาการรัฐแคลิฟอร์เนียแถลงว่า เหตุกราดยิงเกิดขึ้นที่ศูนย์ภูมิภาคภายในประเทศซึ่งเป็นหนึ่งในจำนวน 21สำนักงานที่ให้บริการแก่ผู้พิการในด้านพัฒนาการบริหารงานโดยรัฐ 

ส่วนภาพจากสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นแสดงให้เห็นว่ามีการสั่งอพยพประชาชนออกจากตัวอาคาร ในสภาพชูมือขึ้นขณะเดียวกันก็ตั้งหน่วยคัดแยกผู้ป่วยด้านนอกจากนั้นหน่วยปฏิบัติการพิเศษและกำลังตำรวจได้ปิดล้อมตัวอาคารเพื่อติดตามไล่ล่าผู้ต้องสงสัย โฆษกหญิงของตำรวจเปิดเผยด้วยว่า ผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นคนร้ายก่อเหตุพกอาวุธร้ายแรงและอาจสวมเสื้อเกราะด้วย


 ด้านประธานาธิบดีบารัคโอบามา แห่งสหรัฐได้รับทราบสถานการณ์แล้วจากน.ส.ลิซา โมนาโก ที่ปรึกษาความมั่นคงมาตุภูมิแล้ว 

ต่อมา นายจาร์รอด เบอร์จวน หัวหน้าตำรวจเมืองซาน เบอร์นาร์ดิโน แถลงว่า ได้รับรายงานในเบื้องต้นว่า มีผู้เสียชีวิต 14 ศพและบาดเจ็บอีก 14 คน ถูกนำส่งโรงพยาบาลแล้ว ตำรวจกำลังติดตามไล่ล่าคนร้ายอยู่ ซึ่งเชื่อว่ามี 3 คน และอาจหลบหนีไปแล้วโดยใช้รถสปอร์ตเอนกประสงค์เป็นพาหนะ

 ตำรวจได้สั่งอพยพประชาชนหลายร้อยคนออกมาจากตัวอาคารแล้ว และยังส่งหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าไปตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยในตัวอาคาร แจ้งเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเข้ามาในพื้นที่เกิดเหตุ 

ขณะที่น.ส.โอลิเวีย โบเซค เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสำนักงานนายอำเภอเขตซาน เบอร์นาร์ดิโน แถลงว่า เจ้าหน้าที่ของสำนักงานสืบสวนแห่งรัฐบาลสหรัฐ(เอฟบีไอ)ได้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว และยังไม่ทราบแน่ชัดว่า เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายหรือไม่ เพราะคนร้ายยังหลบหนีและยังไม่ได้จับกุมผู้ใด ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ติดตามตัว 3 คนร้ายที่ก่อเหตุ จนพบและเกิดการยิงปะทะกันอย่างดุเดือด โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการวิสามัญคนร้าย จำนวน 2 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นใคร มาจากไหน ส่วนอีก 1 ราย อยู่ระหว่างหลบหนี ส่วนประธานธิบดีบารัค โอบามา ที่ได้รับรายงานเหตุร้ายที่เกิดขึ้นจากกระทรวงมาตุภูมิ เตรียมเสนอปรับปรุงกฎหมายพกพาออาวุธ หวังลดปัญหาความรุนแรงจากการใช้อาวุธในประเทศ. 

คลิปประกอบ : ซีเอ็นเอ็น“
https://www.youtube.com/watch?v=3H4WzgvRDgI

https://www.youtube.com/watch?v=ZezgxfyPRQ0

https://www.youtube.com/watch?v=ZeNNUQtJ0ig

อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/foreign/364701

รายงาน:ลิงลพฯ/สื่ออาสา

ความผิดตามมาตรา116ยุยงปลุกปั่น

กรณีผู้โพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์ทุจริตอุทยานราชภักดิ์ เป็นอีกครั้งที่นำไปสู่ข้อหาปลุกปั่นยั่วยุ ในยุครัฐบาล คสช. 
 
ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 "ผู้ใดกระทำให้ปรากฎแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันไม่ใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่ใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต
(1) เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจ หรือใช้กำลังประทุษร้าย
(2) เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ
(3) เพื่อให้ประชาชน ล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี”

หลังรัฐประหาร 2557 ข้อหา "ยุยงปลุกปั่น" ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ถูกใช้มากขึ้นเรื่อยๆ ผู้ที่ถูกตั้งข้อหา มักเป็นผู้ที่แสดงความคิดเห็นทางการเมืองในทางตรงข้ามกับคสช. โดยมีลักษณะการกระทำที่แตกต่างกันไป เช่น

- ลงข่าวคนชุมนุมทางการเมืองผิดวัน

ชัชวาลย์ (http://freedom.ilaw.or.th/th/case/664) นักข่าวอิสระจากจังหวัดลำพูน ถูกดำเนินคดีเพราะรายงานข่าวการชุมนุมต่อต้านการรัฐประหารผิดวัน จากวันที่ 26 พฤษภาคม 2557 เป็นวันที่ 1 มิถุนายน 2557 ต่อมาศาลทหารจังหวัดเชียงใหม่พิพากษายกฟ้อง เนื่องจากจำเลยเพียงนำเสนอข่าวเหตุการณ์ประจำวัน และโจทก์ไม่อาจนำสืบจนสิ้นสงสัยได้ว่า จำเลยมีเจตนาสร้างความกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน

- ติดป้ายประชดขอแยกประเทศล้านนา

ชาวเชียงราย 3 คน ได้แก่ ออด ถนอมศรี และสุขสยาม (http://freedom.ilaw.or.th/th/case/638) ถูกจับเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2557 และถูกดำเนินคดี จากการติดป้ายซึ่งเขียนข้อความขอแบ่งแยกประเทศล้านนา ต่อมาจำเลยทั้งสามถูกตัดสินจำคุกคนละ 4 ปี แต่ศาลลดโทษให้ 1 ใน 4 เหลือจำคุก 3 ปี เพราะจำเลยให้การเป็นประโยชน์ และให้รอการลงโทษไว้ 5 ปี

-โพสต์เฟซบุ๊กให้คนออกมาชุมนุม

สมบัติ บุญงามอนงค์ (http://freedom.ilaw.or.th/th/case/604) ถูกจับเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2557 หลังคสช.มีคำสั่งเรียกรายงานตัวแล้วไม่ปฏิบัติตาม ก่อนถูกจับกุม สมบัติโพสต์เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์เชิญชวนประชาชนออกมาชุมนุมต่อต้านคสช. ทำให้ถูกดำเนินคดี 116 เพิ่ม ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาที่ศาลทหารกรุงเทพ

-โปรยใบปลิวที่มีคำว่า เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ

สิทธิทัศน์ และวชิร (http://freedom.ilaw.or.th/th/case/644) ถูกดำเนินคดีจากการโปรยใบปลิว ที่มีข้อความต่อต้านคสช. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นอกจากนี้ก็มีพลวัฒน์ (http://freedom.ilaw.or.th/th/case/659) ที่ถูกดำเนินคดีจากการโปรยใบปลิวต่อต้านคสช. 4 จุด ใน อ.เมือง จ.ระยอง

- โพสต์เฟซบุ๊กหมิ่นประมาทนายกรัฐมนตรี

รินดา (http://freedom.ilaw.or.th/th/case/682) ถูกดำเนินคดีจากการโพสต์เฟซบุ๊กกล่าวหาว่า พล.อ.ประยุทธ์ โอนเงินหมื่นล้านไปสิงคโปร์ ปัจจุบันคดีอยู่ในชั้นพิจารณาของศาลทหารกรุงเทพ

- เดินเท้าไปศาล

พันธ์ศักดิ์ (http://freedom.ilaw.or.th/case/662) หนึ่งในสี่ผู้ต้องหาคดี "เลือกตั้งที่ (รัก) ลัก" (http://freedom.ilaw.or.th/th/case/658) ถูกดำเนินคดีเพิ่มเติม จากการทำกิจกรรม “พลเมืองรุกเดิน” ซึ่งเป็นการเดินเท้าไปศาลทหารเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม ระหว่างวันที่ 14-16 มีนาคม 2558 ปัจจุบันคดีอยู่ในชั้นพิจารณาของศาลทหารกรุงเทพ โดยศาลนัดสอบคำให้การวันที่ 5 พฤศจิกายน 2558

- มอบดอกไม้ให้นักกิจกรรม "พลเมืองรุกเดิน"

 ปรีชา (http://freedom.ilaw.or.th/case/692) ชายวัย 77 ถูกดำเนินคดีจากการมอบช่อดอกไม้ให้ พันธ์ศักดิ์ ซึ่งเดินรณรงค์เรียกร้องไม่ให้พลเรือนขึ้นศาลทหาร

และกรณีล่าสุด วันที่ 1 ธันวาคม 2558 ตำรวจสน.พระโขนงนำตัว จุฑาทิพย์ ( https://goo.gl/kbgaqQ) ที่ถูกตั้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ ตามมาตรา 14 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากการโพสต์ข้อความเกี่ยวกับเรื่องทุจริตก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ไปฝากขังที่ศาลทหาร โดยศาลให้ประกันตัวด้วยเงินสด 100,000 บาท
 
ซึ่งเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2558 จุฑาทิพย์เข้าพบเจ้าหน้าที่ ปอท. และถูกสอบสวนถึงข้อความเกี่ยวกับอุทยานราชภักดิ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่เธอโพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 

ระหว่างสอบสวนเธอถูกเจ้าหน้าที่ยึดโทรศัพท์และขอรหัสเข้าโซเชียลมีเดียไปด้วย จากนั้นจึงปล่อยตัวกลับ และให้เธอไปที่ ปอท. อีกครั้ง ในวันที่ 1 ธันวาคม 2558 โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่าเพียงแค่ไปรับโทรศัพท์คืน

แต่เเล้วเมื่อไปถึง จุฑาทิพย์กลับถูกนำตัวไปแจ้งข้อกล่าวหาที่ สน.พระโขนง ว่ากระทำความผิดตามมาตรา 116 และ ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
  
ซึ่งจุฑาทิพย์ยอมรับว่าเป็นผู้โพสต์ข้อความจริง แต่ไม่ได้มีเจตนาจะให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน เมื่อเสร็จสิ้นเจ้าหน้าที่ได้ปล่อยตัวเธอกลับบ้านและนัดมาที่ สน.พระโขนงอีกครั้ง ก่อนนำตัวเธอไปฝากขังที่ศาลทหาร จุฑาทิพย์จึงยื่นขอประกันตัว โดยศาลให้ประกันตัวด้วยเงินสด 100,000 บาท

ทั้งนี้ ตั้งแต่การรัฐประหาร พฤษภาคม 2557 มีผู้ถูกตั้งข้อหา/ดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 แล้วอย่างน้อย 27 คน

ดูตารางการตั้งข้อหาทั้งหมด ---> http://freedom.ilaw.or.th/politically-charged