PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2558

บทวิเคราะห์ หลังประมูล 4G ชัยชนะของ True-JAS อนาคต AIS-DTAC

บทวิเคราะห์ หลังประมูล 4G ชัยชนะของ True-JAS อนาคต AIS-DTAC

posted by   32,506 views
474
p
จบไปแล้วกับการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz เพื่อให้บริการ 4G ผลการประมูลทำให้หลายคนประหลาดใจ เพราะผู้ชนะคือ True และ Jas ซึ่งผิดกับที่คาดการณ์กันไว้ แต่อย่างไรก็ก็ตาม เมื่อการประมูลจบลงไปแล้ว ก็ต้องมาดูกันต่อยาวๆ ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น ทาง Marketingoops จึงประเมินสถานการณ์พร้อมเรียบเรียงบทวิเคราะห์จากคาตาลิสท์ ที่วิเคราะห์ได้อย่างน่าสนใจ ให้อ่านแบบง่ายๆ ดังนี้
1) วันที่ 19 ธันวาคม 2558 คือวันสิ้นสุดการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz ใช้เวลาไป 4 วัน 4 คืน โดยมีใบอนุญาต 2 ใบ ใบแรกผู้ชนะคือ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด หรือ JAS ที่ราคา 75,654 ล้านบาท และใบที่สอง ผู้ชนะคือ บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด หรือ True ที่ราคา 76,298 ล้านบาท รวมเป็นเงินเข้ารัฐ 151,952 ล้านบาท เรียกว่าทำลายสถิติโลกมูลค่าการประมูลคลื่นความถี่ในต่างประเทศที่เคยสูงสุดประมาณ 68,000 ล้านบาท
2) นายธีระ กนกกาญจนรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และกลยุทธ์ธุรกิจ บริษัท เจ.เอ็ม.คาตาลิสท์ จำกัด ระบุว่า ผลการประมูลจะทำให้การแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมเปลี่ยนไป จากเดิมมีผู้ให้บริการ 3 ราย จะเพิ่มเป็น 4 ราย โดยมี JAS เข้ามาสร้างแรงกดดันและความเข้มข้น
1450463338381
พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม ใน กสทช. แถลงผลการประมูล

JAS ภารกิจเร่งสร้างลูกค้า-โครงข่าย

3) ผู้ชนะการประมูลรายแรก JAS แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเข้าสู่ตลาดโทรคมนาคมแบบเต็มตัว จะเห็นการขยายตลาดจากบริการ Fixed Broadband หรืออินเทอร์เน็ตตามบ้าน สำนักงาน ไปสู่รูปแบบ Mobile Broadband ที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งคลื่น 900 MHz นั้น เป็นคลื่นช่วงยาว ที่ใช้ได้ดีในวงกว้าง จึงเหมาะมากในการเริ่มต้น และด้วยคอนเทนต์ที่ JAS มีอยู่ การมีโครงข่ายทั้งมีสายและไร้สาย จะช่วยให้การกระจายไปได้ครอบคลุมมากขึ้นด้วย
4) JAS เหมือนหลังชนฝาที่ต้องคว้าคลื่น 900 มาให้ได้ เพราะ True มีทั้งเครือข่ายมีสายและไร้สายอยู่แล้ว AIS ก็เริ่มรุกเข้าตลาดเครือข่ายมีสายมากขึ้นเรื่อย เรียกว่าเป็นส่วนผสมของ Fixed-Mobile-Content อย่างลงตัว JAS มีจุดแข็งที่โครงข่ายสาย ให้บริการ 3BB Broadband อยู่แล้ว แต่ไม่สามารถขยายไปโครงข่ายไร้สายได้ เพราะไม่มีคลื่นความถี่ ครั้งนี้จึงเป็นการปลดล็อคครั้งสำคัญ
5) แต่ JAS ก็ต้องเหนื่อยหนักกว่าเจ้าเก่าในตลาด เพราะไม่มีฐานลูกค้าโมบายอยู่เลย นอกจากต้องลงทุนโครงข่ายให้เร็วที่สุด เพราะมีมูลค่าใบอนุญาตค้ำคออยู่กว่า 7.5 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะเห็นการจับมือเป็นพันธมิตรเพื่อขอใช้เสาสัญญาณร่วมกัน ควบคู่กับการลงทุนเสาสัญญาณของตัวเอง ยังมีเรื่องของบุคลากรด้านโมบาย เรียกว่าทั้ง True และ JAS ต้องใช้ประโยชน์จากการมีคลื่นความถี่เพื่อสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุดนั่นเอง

True ความกดดันอันมหาศาล เพื่อเป็นที่ 1

6) ผู้ชนะอีกรายคือ True ในการประมูลปีนี้ True แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทอย่างชัดเจนว่า ต้องการชิงตำแหน่งอันดับ 2 ในตลาดจาก DTAC ด้วยการประมูลคลื่นทั้ง 1800 และ 900 ไปครอง และการมีคลื่นมาเพิ่มยังเป็นการประกันความเสี่ยงที่มีผู้เล่นหน้าใหม่อย่าง JAS เข้ามาในตลาด และในระยะยาว True ยังมีศักยภาพที่จะแข่งกับ AIS ได้ดีขึ้นด้วย
ais1

AIS ต้องพิสูจน์ว่าคลื่นที่มีอยู่เพียงพอให้บริการ

7) ผู้ที่พลาดรายแรกคือ AIS จากที่คาดกันว่า การมีผู้ใช้บริการกว่า 40 ล้านราย และมีคลื่นเพียง 1800 และ 2100 MHz ซึ่งอาจไม่เพียงพอให้บริการในระยะยาว ขณะที่ผลประกอบการ AIS มีรายได้และกำไรมากที่สุด น่าจะได้คลื่น 900 มาครอง แต่ AIS ระบุว่าจากการประเมินความคุ้มค่าแล้ว การประมูลครั้งนี้มีราคาสูงเกินไป และมั่นใจว่าทรัพยากรที่มีอยู่เพียงพอเพื่อให้บริการต่อไปได้
8) AIS กดราคาไปถึง 75,976 ล้านบาท แสดงว่าประเมินแล้วว่าสูงกว่านี้ ไม่คุ้มกับคลื่น 900 แต่ที่ยังวางใจส่วนหนึ่ง เชื่อว่าจะได้เห็นการจับมือกับ TOT เพื่อนำคลื่น 1900 MHz มาใช้งาน ซึ่ง TOT ก็จะมีส่วนแบ่งรายได้จากการให้ใช้งานคลื่น และ AIS ก็จะได้ใช้คลื่นให้บริการลูกค้า สมประโยชน์ทั้งสองฝ่าย

DTAC สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าโดยเร็ว

9) ด้าน DTAC แม้จะมี 3 คลื่นไตรเน็ต 850, 1800 และ 2100 MHz ในมืออยู่แล้ว บอกเลยว่ายังมีคลื่นเหลือพอใช้งานสบายๆ แต่ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า และเตรียมจัดการความเสี่ยงเรื่องสัมปทานที่จะหมดอายุในปี 2561 ที่ต้องมาลุ้นกันอีกรอบ และจากนี้ dtac จะโดนรุกหนักจาก True ในการชิงฐานลูกค้าเพื่อขึ้นสู่อันดับ 2 ของตลาดแน่นอน ทางออกหนึ่งคือ dtac น่าจะกลับมาจับมือกับ CAT Telecom มากขึ้น เพื่อนำคลื่นความถี่ที่ยังไม่มีการใช้งานออกมาใช้ (โมเดลเหมือน TOT-AIS เลย) ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย
dtac1

TDRI ยืนยันประเทศ-ประชาชนได้ประโยชน์

10) มูลค่าใบอนุญาตครั้งนี้ 151,952 ล้านบาทสูงไปหรือไม่ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ แห่งสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ ได้แสดงทัศนะไว้อย่างน่าสนใจว่า คลื่นความถี่เป็นทรัพยากรที่มีจำกัด ต้องมีการแข่งขันเพื่อจัดสรรให้กับผู้ชนะไปใช้งาน ซึ่งการประมูลคลื่น 4G ทั้ง 2 ครั้งสร้างรายได้มหาศาลแก่รัฐบาล  ลดความจำเป็นในการเก็บภาษีเพิ่มจากประชาชน  ในขณะที่ไม่ก่อให้เกิดผลเสียแก่ประชาชนในฐานะผู้บริโภค
11) หากมีความกังวลใจว่า ผู้ชนะการประมูลจะไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้ ทีดีอาร์ไอ มองว่าเรื่องนี้เป็นการคาดการณ์ที่ผิดพลาดของผู้ประกอบการธุรกิจเอง ไม่ได้เป็นปัญหาที่เกิดจากการประมูล และการที่มีผู้ประกอบการรายใหม่ (JAS) แสดงความสนใจ และชนะการประมูลเข้าสู่ตลาดได้ แสดงว่ามีโอกาสทางธุรกิจอีกมหาศาล
12) สำหรับคลื่นความถี่ 900 นั้น นอกจากจะรองรับเทคโนโลยี 4G ที่กำลังเปิดให้บริการอยู่แล้ว ยังมีคุณสมบัติรองรับเทคโนโลยี 5G ที่จะเปิดให้บริการในอนาคต ผู้ชนะไม่ต้องกังวลเรื่องคลื่นความถี่ไปอีกนาน และ กสทช. ยังจัดให้งวดการจ่ายชำระมีความยืดหยุ่นมากกว่าโดยแบ่งเป็น 4 งวด รวม 3 ปีแรกจ่ายที่ประมาณ 16,000 ล้านบาท จ่ายที่เหลือในปีที่ 4 ทำให้ผู้ให้บริการนั้นมีเวลาในการระดมทุนและจัดสรรเรื่อง Financing
ThinkstockPhotos-468838588
13) ค่าประมูลที่สูง ทำให้ต้นทุนสูงตาม จะกระทบกับค่าบริการหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ เพราะมีเงื่อนไขการประมูลกำหนดไว้แต่แรกแล้วว่า ค่าบริการห้ามสูงกว่าที่มีการใช้งานในตลาดปัจจุบัน รวมถึงมีการแข่งขันกันในตลาดอยู่แล้ว (ยิ่งมี JAS มาเป็นรายที่ 4 แข่งขันยิ่งเข้มข้น) เรื่องค่าบริการจึงไม่น่าเป็นห่วง ซึ่งผู้ให้บริการสามารถเพิ่มรายได้ โดยการดึงดูดให้ผู้ใช้ เพิ่มปริมาณการใช้งานและขยายฐานผู้ใช้ แม้จะมีผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือในไทยกว่า 90 ล้านเลขหมาย เกินจำนวนประชากรไปแล้ว แต่มีการใช้สมาร์ทโฟนประมาณ 40% หรือ 36 ล้านเลขหมาย แสดงว่ายังมีโอกาส และจากแนวโน้มทั่วโลก พบว่าเมื่อมีการเปิดให้บริการ 3G และ 4G แล้ว พบว่า ผู้ใช้มีการใช้งานเพิ่มขึ้น เสียคา่บริการเฉลี่ยต่อเดือนเพิ่มขึ้นด้วย
14) จึงคาดการณ์ได้ว่า การแข่งขันกันที่บริการที่มีคุณภาพเพื่อแย่งชิงลูกค้าใหม่ และรักษาฐานลูกค้าเดิมจะเป็นหัวใจสำคัญ ราคาค่าบริการจะเร้าใจมากกว่านี้ จะเห็นการเปิดตลาดใหม่ Bundle บริการ หรือ Convergence ระหว่าง Fixed และ Mobile มากขึ้น จะเห็นการเปิดตลาดผู้บริโภคองค์กร ซึ่งมีการใช้งานหนักกว่าผู้ใช้ทั่วไป

ThinkstockPhotos-468337076

May the force be with True !

May the force be with True !
หลังจากเป็นผู้ชนะในการประมูลคลื่น 900 MHz มาหมาดๆ งานนี้ผู้บริหารทรูไม่รอช้าเปิดโต๊ะแถลงข่าวด้วยคอนเซ็ปท์สตาร์วอร์ ยืนยันคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม
“76,298 ล้านบาท หลายคนตั้งคำถามว่าเราจ่ายแพงเกินไปหรือเปล่า นี่เป็นสิ่งที่เราพิจารณาอย่างละเอียดแล้วว่า “คุ้ม”เพราะงานนี้เรายิงทีเดียวได้นกถึง 2 ตัว (เสริมศักยภาพตัวเอง+ทะลวงฐานลูกค้าคู่แข่ง)
1 เราได้คลื่นที่เป็นฐานของสัญญาณ 2G ซึ่งเป็นคลื่นศักยภาพสูง เป็นกลุ่มลูกค้าฐานใหญ่ในประเทศไทยกว่า 50% ซึ่งเป็นผู้ใช้งานจริงอยู่แล้ว
2 ฐานนี้เป็นฐานที่คู่แข่งมีความแข็งแกร่งมานาน การได้มาเท่ากับเป็นการเพิ่มโอกาสในการเจาะฐานลูกค้าของคู่แข่ง ทั้งบริการวอยซ์และดาต้าบน 2G แน่นอนว่าผมอยู่ในวงการมา 20 ปี ไม่มีโอกาสไหนที่ดีกว่านี้อีกแล้ว” ศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น
@ คุ้มค่าในอนาคต เพราะคลื่น 900 MHz ทะลุทะลวงไปได้ไกลกว่าคลื่นความถี่สูงถึง 3 เท่า ลดต้นทุนกว่า 45,000 ล้านบาท ในการลงทุนขยายโครงข่ายเพื่อให้บริการ 4 G ครอบคลุม 97% ของประเทศ
@ เสริมยุทธศาสตร์ “4G Advance” ด้วยจุดแข็งการมีแบนด์วิธมากที่สุดถึง 55MHz ประกอบด้วยคลื่นความถี่ 900 , คลื่นความถี่850(ภายใต้กสท.), คลื่นความถี่ 1800 และ 2100 MHz
@ ปัจจุบันมูลค่าในตลาดประมาณ 240,000 ล้านบาท โดนทรูมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 20 % (เบอร์ 3 รองจากเอไอเอสและดีแทค)ซึ่งจากแผนการรุกตลาดภายใน 3 ปี ตั้งเป้าหมายส่วนแบ่งการตลาดเป็น 34%
@ มีช่องทางในการจัดสรรแหล่งเงินทุนทั้งจากกระแสเงินสดของบริษัท เงินกู้หรือสินเชื่อจากสถาบันการเงิน การจำหน่ายสินทรัพย์เพิ่มเติมเข้ากองทุนและหน่วยลงทุนในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทคคมนาคมดิจิทัล(DIF) ที่สำคัญด้วยโมเมนตั้มการเติบโตของบริษัทจึงมั่นใจในการชำระหนี้ในอนาคต

ซีพี ออลล์ แถลงการณ์ให้ “ก่อศักดิ์-พิทยา-ปิยะวัฒน์”อยู่ต่อ หลังก.ล.ต.ลงโทษใช้ข้อมูลภายในซื้อหุ้นสยามแม็คโคร

ซีพี ออลล์ แถลงการณ์ให้ “ก่อศักดิ์-พิทยา-ปิยะวัฒน์”อยู่ต่อ หลังก.ล.ต.ลงโทษใช้ข้อมูลภายในซื้อหุ้นสยามแม็คโคร ระบุผลงานโดดเด่นหาคนทดแทนยาก
Date: 21 ธันวาคม 2015
ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)เปิดเผยกรณีคณะกรรมการเปรียบเทียบมีคำสั่งเปรียบเทียบปรับ (1) นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) (2) นายปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุลกรรมการผู้จัดการ บริษัทซีพี ออลล์ จำกัด(มหาชน) (3) นายพิทยา เจียรวิสิฐกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ (4) นายอธึก อัศวานันท์ รองประธานกรรมการและหัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มด้านกฎหมาย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด กรณีอาศัยข้อมูลภายในซื้อหุ้นบริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) (MAKRO) เป็นเงินรวม 33,339,500 บาท และเปรียบเทียบ (5) นายสมศักดิ์ เจียรวิสิฐกุล และ (6) นางสาวอารียา อัศวานันท์ ซึ่งให้การช่วยเหลือสนับสนุน เป็นเงินรายละ 333,333.33 บาท ซึ่งหลังจากมีข่าวปรากฏนายก่อศักดิ์ได้ชี้แจงเรื่องดังกล่าวผ่านสื่อบางฉบับ
นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ที่มาภาพ : https://www.cpall.co.th
นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
ที่มาภาพ : https://www.cpall.co.th
ล่าสุดวันที่ 21 ธันวาคม2558 ทางบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด(มหาชน) ได้ส่งแถลงการณ์ของคณะกรรมการตรวจสอบและกรรมการอิสระ ของบริษัทต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า สืบเนื่องจากจากประกาศของสำนักงานก.ล.ต.เมื่อวันพุธที่ 2 ธันวาคม 2558 เกี่ยวกับนายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ นายพิทยา เจียรวิสิฐกุล และนายปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล ซึ่งเป็นผู้บริหารของบริษัท ซีพี ออลล์ ที่ประชุมของคณะกรรมการตรวจสอบซึ่งมีการประชุมวาระพิเศษเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2558 โดยมีกรรมการอิสระของบริษัทเข้าร่วมประชุมด้วย ได้พิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงหน้าที่ในฐานะผู้แทนของผู้ถือหุ้นทุกรายของบริษัท
ที่ประชุมรับทราบว่านายก่อศักดิ์ นายพิทยา และนายปิยะวัฒน์ ได้ยอมรับในคำตัดสินของสำนักงานก.ล.ต.โดยได้รับการเปรียบเทียบปรับแล้ว และได้พิจารณาข้อเท็จจริงต่างๆอย่างถี่ถ้วน โดยคำนึงถึงการลงโทษของสำนักงานก.ล.ต.ที่ได้เกิดขึ้นแล้ว ตลอดจนพฤติกรรมและผลงานในอดีต รวมทั้งคุณสมบัติและประสบการณ์อันโดดเด่นของบุคคลเหล่านี้ ซึ่งหาทดแทนได้ยาก โดยเปรียบเทียบกับผลกระทบและประโยชน์ที่บริษัทจะได้รับ และเชื่อมั่นว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก คณะกรรมการตรวจสอบและกรรมการอิสระจึงลงความเห็นว่า ยังสมควรที่จะให้บุคคลเหล่านี้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้
กรรมการบริษัทซีพีออลล์
อย่างไรก็ดี ด้วยความเคารพในการตัดสินใจของสำนักงานก.ล.ต. บริษัทควรจะพัฒนาและปรับปรุงแนวทาง และกระบวนการ ตลอดจนการอบรมพนักงานในเรื่องบรรษัทภิบาล เพื่อให้ดำเนินธุรกิจบนมาตรฐานบรรษัทภิบาลที่สาธารณชนคาดหวัง จากบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ที่ประชุมจึงมีมติดังต่อไปนี้
1.จัดตั้งคณะกรรมการบรรษัทภิบาล อันจะช่วยเสริมระบบบรรษัทภิบาลในปัจจุบันให้มีความรัดกุมและครอบคลุมยิ่งขึ้น เพื่อให้ที่ประชุมกรรมการบริษัทครั้งต่อไปพิจารณาให้ความเห็นชอบ
2.แต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญอิสระด้านบรรษัทภิบาลจากภายนอก ซึ่งรวมไปถึงปรึกษากฎหมายและการตรวจสอบ เพื่อทบทวนจุดอ่อนในโครงสร้างและกระบวนการด้านบรรษัทภิบาลต่างๆ รวมทั้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุง โดยผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จะรายงานต่อคณะกรรมการบรรษัทภิบาล
3.กำหนดให้จัดการอบรมที่มีเนื้อหาครอบคลุมอย่างสม่ำเสมอแก่กรรมการและผู้บริหารของบริษัท ตลอดจนผู้ใดก็ตามที่อาจเข้าถึงข้อมูลที่มิได้เผยแพร่ต่อสาธารณะ เพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญ และให้ปฏิบัติตน ตามกฎข้อบังคับของสำนักงานก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

JAS เปิดโต๊ะแจงข้อมูลการเข้าลุยตลาดมือถือ เตรียมทำ 4G ลุยทั่วประเทศ

JAS เปิดโต๊ะแจงข้อมูลการเข้าลุยตลาดมือถือ เตรียมทำ 4G ลุยทั่วประเทศ

By Gimme
Posted at 21/12/2015 11:32
3858 reads
หลังจาก JAS ประมูลใบอนุญาตคลื่น 900MHz ทำให้บริษัทกลายเป็นจุดสนใจ และอยากรู้ข้อมูลว่าค่ายน้อยใหม่ค่ายนี้จะมีดียังไง น่าใช้ขนาดไหน คลื่นที่เอามาจะเอาไปทำอะไรบ้าง และมีเงินลงทุนมาจากแหล่งไหนอย่างไร สู้กับเครือข่ายอื่นได้หรือเปล่า และมีเครือข่ายของต่างชาติเข้ามาแจมรึเปล่า วันนี้ทาง JAS จึงเปิดโต๊ะแถลงข่าวตอบข้อสงสัยให้กับทางผู้สื่อข่าว และพอดีได้มีโอกาสได้เข้าร่วมฟังด้วย จึงขอนำเอาข้อมูลมาแชร์ให้ฟังกัน
ข้อมูลผมจะแบ่งเป็นหัวข้อต่างๆให้นะครับ เผื่อใครสนใจส่วนไหน จะได้เลือกอ่านตามหัวข้อไป โดยการแถลงข่าวครั้งนี้เป็นทางคุณพิชญ์ โพธารามิก CEO ของบริษัท JAS เป็นคนออกมาให้สัมภาษณ์ด้วยตัวเอง

ข้อมูลเชิงธุรกิจ
  • JAS ไม่ได้ถือว่าต้องเริ่มใหม่หมดเพราะว่ามีธุรกิจ Broad Band เป็นฐาน มีลูกค้าอยู่ในมืออยู่แล้ว ปัจจุบันมีบุคลากร 6600 ราย และมีชอป 300 ร้านค้าทั่วประเทศ พนักงาน และซัพพลายเออร์ต่างๆ มีการเตรียมตัวเอาไว้หมดแล้ว พร้อมลุยต่อทันที
  • 3BB 2 ล้านครัวเรือน น่าจะแปลงเป็นลูกค้าได้ 6-8 ล้านเลขหมาย
  • เป้าหมายปีแรก 2 ล้านหมาย ภายใน 3 ปี จะมีลูกค้า 5 ล้านราย และคาดว่าน่าจะมีกำไรทันที
  • จะไม่มีการเพิ่มทุนในเลเวลของ JAS ทุกอย่างจะไปเกิดที่บริษัทลูกของ JAS ที่ทำด้านเครือข่ายทั้งหมด
  • มีฐานลูกค้า broadband อยู่แล้ว 550ตำบลทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นเจ้าที่มีอินเทอร์เนตแบบ Fixed Line ใช้งานแบบ nationwide เจ้าที่สอง และมีการลงทุนเรื่องเครือข่ายทุกๆปีหลักพันล้านบาท
  • JAS Mobile อยู่ภายใต้ JAS อย่ามองว่าเป็นเรื่องบริษัทข้ามชาติ ไม่คิดจะคุยกับ operator ในประเทศไทย เพราะมีคุยกับเครือข่ายต่างชาติแล้ว ต้องการทั้งเงินทุนและความรู้ knowhow แต่ไม่ใช่ผู้ถือหุ้นหลักแน่นอน
  • กฎการจ่ายเงินที่กสทช.ตั้งมาค่อนข้างเอื้อผู้เล่นรายใหม่ มีเวลาให้หายใจก่อน 3 ปี ก่อนที่ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่
  • JAS มองธุรกิจนี้ว่าเป็นธุรกิจ blue ocean เพราะการเติบโตด้านการใช้งาน data แม้วันนี้ทางคู่แข่งก็เริ่มทำไปบ้างแล้วแต่ว่า JAS ยังมองว่าเข้ามาทัน รายอื่นได้ไปจะไม่ได้เงินอะไรเพิ่มเติมแต่เป็นการปรับปรุงพัฒนาเครือข่ายเป็นหลัก แต่สำหรับ JAS ลูกค้าทุกรายคือการเพิ่มจำนวนลูกค้า เพิ่มรายได้
  • น่าจะได้เห็น JAS Mobile (หรืออาจจะเป็นชื่ออื่น) เข้าตลาดหุ้นภายใน 3 ปี
  • ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดว่าจะได้เริ่มใช้บริการเมื่อไหร่

ข้อมูลเชิงเทคนิค
  • เลือกคลื่น 900 เพราะการลงทุนน้อยกว่ามาก โดยเตรียมลงทุนเรื่องเสาเอาไว้ 20,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 3 ปี น่าจะได้เสาหลักหมื่นต้น (ดูเปรียบเทียบกับคู่แข่งด้านล่าง)
  • ที่มีความเป็นห่วง(รวมถึงบลัฟ)กันว่าคลื่น 900MHz Lot1 จะมีปัญหา ทาง JAS บอกว่าเตรียมอุปกรณ์กรองคลื่นเอาไว้แล้ว โดยน่าจะมีวงเงินที่ใช้เพิ่มไม่เกิน 3000 ล้านบาท
  • จำนวนคลื่น 900MHz ที่ได้มา 10MHz น่าจะสามารถรองรับลูกค้าได้ราว 10ล้านราย
  • Survey สถานที่ตั้งเสาแล้ว น่าจะตั้งเสาเอง และอาจเป็นพาร์ทเนอร์กับ CAT หรือ TOT เพื่อใช้เสาเค้าด้วย
  • ยังไม่เปิดเผยว่าจะมีการจับมือกับเครือข่ายต่างชาติรายใด (แต่คาดการณ์กันว่าน่าจะเป็น SK Telecom จากเกาหลี)
  • เครื่องที่รองรับ 900MHz อาจจะไม่ได้เยอะมาก แต่ว่าแบรนด์ใหญ่ๆอย่าง Samsung Apple ทำมารองรับทั้งหมด และอาจทำอุปกรณ์ของตัวเองเพื่อรองรับ

เบื้องหลังการประมูล
  • คาดว่ามูลค่าการประมูลต้องสูงอยู่แล้ว โดนเฉพาะของ JAS ที่เข้ามาเป็นผู้ให้บริการรายใหม่
  • ช็อคว่าผู้ชนะอีกรายเป็น TRUE ไม่ใช่ AIS
  • กะจะเอาคลื่น 900MHz ตั้งแต่แรก ไม่ได้เล็งคลื่น 1800MHz
  • การที่ราคาประมูล 1800MHz ขึ้นสูง ถือว่าค่อนข้างพอใจและเป็นแทคติกของทางบริษัท

แหล่งเงินทุน
  • JASIF มีเงินสดเหลือ 7หมื่นล้าน
  • Warrant 15000ล้าน
  • คาดว่าจะได้เงิน support จากแบงค์อีก 6หมื่นล้านบาท
  • น่าจะได้เงินลงทุนจาก Operator ต่างชาติมาเพิ่มเติม
คู่แข่ง
  • การที่ราคาประมูล 1800MHz ขึ้นสูง ถือว่าค่อนข้างพอใจและเป็นแทคติกของทางบริษัท
  • AIS ประกาศลงทุนเมื่อคราวทำ 3G 2100MHz ปี 2556-2557 ราว 60,000 ล้านบาท คิดเป็นสถานีฐานกระจายสัญญานอยู่เกือบ 20,000 ต้น
  • AIS Fibre ปีนึงผ่านไปมีลูกค้าเพียงแค่ 25,000 ราย ไม่มองว่าเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว
  • DTAC งบลงทุนด้านเครือข่ายปี 2556-2558 ราว 34,000 ล้านบาท มีสถานีรวมราว 16,500 สถานี

อันนี้เป็นข้อมูลดิบๆที่ได้จากการเปิดโต๊ะนะครับ ส่วนเรื่องการวิเคราะห์เดี๋ยวขอรวบรวมข้อมูลจากทั้ง 4 เจ้าให้ครบก่อนแล้วจะมาเขียนให้ได้อ่านอีกครั้งครับ

แรง ! "ปูติน" ด่า "ผู้นำไก่งวง" อยาก "เลียกระ-อ" มะกัน ปมยิงเครื่องบิน รบขับไล่ไอพ่น Su -24 รัสเซียตก


Jantavikulbutr Kaeo
9 ชม.
รวมพลังต่อต้านคอร์รัปชั่น
แรง ! "ปูติน" ด่า "ผู้นำไก่งวง" อยาก "เลียกระ-อ" มะกัน ปมยิงเครื่องบิน
รบขับไล่ไอพ่น Su -24 รัสเซียตก
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า 'วลาดิเมียร์ ปูติน' ประธานาธิบดีรัสเซียได้แถลงกล่าวส่งท้ายปี 2015 ที่กรุงมอสโก
ทั้งนี้ นายปูตินยังได้กล่าวในกรณีข้อพิพาทกับตุรกีอีกด้วย โดยตำหนิอย่างรุนแรงว่า" นายเรเจป เทย์ยิป เอร์โดอาน ประธานาธิบดีตุรกีกำลังพยายามเลียของลับอเมริกา" (lick America's private parts) ซึ่งกล่าวคือ การที่ตุรกียิงเครื่องบินรบรัสเซีย ' Su -24 ' เมื่อเดือน พ.ย. ที่ผ่านมานั้นอาจ เพื่อหวังเอาใจสหรัฐอเมริกา พยายามเลียเอาอกเอาใจสหรัฐอเมริกา เปรียบง่าย ๆ ผู้นำตุรกีกำลังเลียอวัยวะเพศชายของสหรัฐฯ นั้นเอง เพราะไม่เช่นนั้น ทางสหรัฐฯ และตุรกีอาจมีข้อตกลงหลังฉากร่วมกันก็เป็นได้
"ผมไม่รู้ว่าอเมริกาต้องการหรือไม่ แต่ผมคิดภาพไว้ว่าอาจมีการเจรจาลับอยู่ให้ยิงเครื่องบินรบตกเพื่อแลกกับการ แสร้งหลับหูหลับตาไม่เห็นที่ทหารตุรกีเข้าไปในดินแดนซีเรีย" ปธน.ปูติน กล่าว
อย่างไรก็ตาม ปธน.ปูติน ยังคงกล่าวว่า ข้างต้นอาจเป็นเพียงการวิเคราะห์เท่านั้นเนื่องจากทุก ฝ่ายกำลังผลักดันเราให้อยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก
ทั้งนี้ ปธน.ปูติน ยังได้พูดถึง นาย 'โดนัล ทรัมป์' ผู้เข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ พรรคริพับลิกันว่า "เป็นคนมีสีสันและมีความสามารถ และควรค่าแก่การเป็นผู้นำ"

ปูตินชี้ ยุโรปถ่ายโอนอธิปไตยบางส่วนให้สหรัฐฯ


ปูตินชี้ ยุโรปถ่ายโอนอธิปไตยบางส่วนให้สหรัฐฯ
เมื่อวาน (20 ธ.ค.) ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียให้ความเห็นผ่านช่องสถานีโทรทัศน์ Rossiya 1 ว่านโยบายต่างประเทศของยุโรปยังไม่เป็นอิสระ ดังนั้นจึงเป็นการถ่ายโอนอธิปไตยของประเทศบางส่วนไปให้สหรัฐฯ
ปูตินเรียกร้องให้ “พันธมิตรชาวยุโรป” เคลื่อนไหวมากกว่านี้ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ แทนที่จะ “ปฏิบัติตามคำสั่งจากนอกประเทศ”
ในขณะเดียวกัน ปูตินยังย้ำว่า การกระทำของประเทศใดๆในประเทศใดๆก็ตามจะต้องได้รับมติรับรองจากสมาชิกถาวะในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเสียก่อน ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าการที่ชาติพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐฯเข้าโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มไอเอสในซีเรียนั้นยังไม่ได้รับการเห็นด้วยจากประเทศส่วนใหญ่ในโลก
เมื่อกล่าวถึงวิกฤตยูเครน ที่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับฝ่ายตะวันตกนั้น ปูตินกล่าวว่าฝ่ายตะวันตกไม่ได้ต้องการจะปกป้องผลประโยชน์ของยูเครน แต่ต้องการจะป้องกันการรวมตัวอีกครั้งของสหภาพโซเวียต
เขากล่าวว่า “ไม่มีใครยอมเชื่อเรา เมื่อพูดว่ารัสเซียไม่ได้วางแผนที่จะรวมตัวสหภาพโซเวียตอีกครั้ง”
เมื่อกล่าวถึงการที่ยูเครนพักชำระหนี้มูลค่าหลายพันล้านดอลล่าร์ให้รัสเซียนั้น ปูตินกล่าวว่าอาจจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของประเทศคู่ค้า ซึ่งเป็นสัญญาณที่ไม่ดี
เขากล่าวว่า “GDP ของประเทศกำลังตกอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับมาตรฐานความเป็นอยู่ของประชาชน จึงเป็นการสลายตัวของอุตสาหกรรม” อีกทั้งยังกล่าวเพิ่มเติมว่าชาติตะวันตกกำลังพยายามที่จะยก “ภาระทางการเงิน” ให้รัสเซียโดยไม่ช่วยแบ่งเบาไปเลยสักนิด
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นายอาร์เซนีย์ ยัตเซนยุค นายกรัฐมนตรียูเครนได้กล่าวว่าคณะรัฐมนตรีมีมติให้พักชำระหนี้จำนวน 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐที่ต้องจ่ายให้รัสเซียในวันที่ 20 ธ.ค. ทั้งนี้รัสเซียกล่าวว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อยูเครนในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ(ศาลโลก) หากว่ายังไม่มีการชำระหนี้ดังกล่าว

จับตาเยอรมันเจรจาด้านการทูตและความปลอดภัยเชิงยุทธศาสตร์กับจีน

จับตาเยอรมันเจรจาด้านการทูตและความปลอดภัยเชิงยุทธศาสตร์กับจีน งานนี้ไม่ธรรมดาซะแล้วครับท่าน
-----------
1.) วันที่ 20 ธ.ค.58 หนึ่งวันหลังจากที่นายกรัฐมนตรีของอิรัคประกาศว่าจะไปขอความช่วยเหลือจากจีน "น้ำมันแลกกองทัพและการลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐาน" สำนักข่าวซินหัวของจีนก็พาดหัวข่าวอีกเรื่องหนึ่งว่า "จีนและเยอรมันจัดการเจรจาเชิงยุทธศาสตร์ด้านการทูตและความปลอดภัย (/ความมั่นคง)" (China, Germany hold strategic dialogue on diplomatic, security affairs) การประชุมระหว่างรมว.ต่างประเทศของจีนกับเยอรมันจัดขึ้นในวันที่ 19 ธ.ค.58 ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน
รายงานข่าวบอกว่า การประชุมนัดแรกในการเจรจาเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างจีนกับเยอรมันเกี่ยวกับกิจการด้านการทูตและความมั่นคง (Chinese-German strategic dialogue on diplomatic and security affairs) ได้จัดขึ้นที่ประเทศเยอรมันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
นาย Wang Yi รมว.ต่างประเทศของจีนและนาย Frank-Walter Steinmeier รมว.ต่างประเทศของเยอรมันได้หารือกันในเชิงลึกเมื่อวันเสาร์นี้เกี่ยวกับประเด็นต่างๆระดับทวิภาคีและนานาชาติที่มีความกังวลร่วมกัน
มีการแถลงข่าวหลังการประชุมหารือร่วมกัน คุณ Wang ซึ่งได้บินไปยังประเทศเยอรมันพร้อมกับรมว.ต่างประเทศของเยอรมันหลังการเจรจาที่วุ่นวายเกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพในซีเรียในนครนิวยอร์ก ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับเยอรมันได้ไปไกลกว่าขอบเขตของระดับทวิภาคีเกี่ยวกับผลกระทบของทั้งสองประเทศ
คุณหวังกล่าวว่า การจัดการประชุมนัดแรกในการเจรจาเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างจีนกับเยอรมันว่าด้วยเรื่องทางการทูตและความมั่นคงเป็นการสะท้อนจากทุกอย่างรอบด้านและความสัมพันธ์ต่างๆระดับทวิภาคีในระดับสูง
รมว.ต่างประเทศของจีนกล่าวว่า จีนมีความตั้งใจที่จะเสริมสร้างความเชื่อถือต่อกันในเชิงยุทธศาสตร์ และสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกับเยอรมัน ซึ่งเป็นหนึ่งในมหาอำนาจของยุโรปและเป็นประเทศหนึ่งที่มีอิทธิพลที่สำคัญในระดับนานาชาติ เพื่อสนับสนุนหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสองประเทศในทุกมิติ
คุณหวังกล่าวอีกว่า ทั้งสองฝ่ายจะเดินหน้าเพื่อรักษาการแลกเปลี่ยนในระดับสูง เสริมสร้างการแสดงออกเชิงยุทธศาสตร์และความร่วมมือระดับทวิภาคี และส่งเสริมความร่วมมือภายในกรอบการริเริ่ม "หนึ่งสายพานลำเลียง หนึ่งถนน" ของจีน ซึ่งรวมทั้งการแลกเปลี่ยนในขอบเขตต่างๆเช่นการสร้างนวตกรรมทางด้านอุตสาหกรรม
คุณ Steinmeier รมว.ต่างประเทศของเยอรมันได้กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายได้ตกตงร่วมกันที่จะขยายความร่วมมือในระดับทวิภาคีในสาขาต่างๆ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือเกี่ยวกับประเด็นต่างๆในภูมิภาค โดยการจัดการจัดเจรจาตามปรกติ และการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดให้ยิ่งขึ้นกับแต่ละฝ่ายเพื่อแก้ไขวิกฤตปัญหาต่างๆในปัจจุบัน
รมว.ต่างประเทศของเยอรมันได้ยกย่องความร่วมมือระหว่างเยอรมันนีกับจีนในกรอบต่างๆระดับพหุภาคี โดยกล่าวว่านั่นไม่ได้มีผลบวกในความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีเท่านั้น แต่ยังมีผลงานที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาประเด็นร้อนในระดับภูมิภาคด้วย
รมว.ต่างประเทศของเยอรมันกล่าวเพิ่มว่า เยอรมันต้องการที่จะเสริมสร้างความร่วมมือกับจีน และพร้อมที่จะเดินหน้าในการมีบทบาทที่สำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างยุโรปกับจีน
2.) คราวนี้มาแกะรอยซิว่าทำไมเยอรมันถึงคุยกับจีนในช่วงเวลานี้ด้วย? น่าจะมีการคุยกันหลายเรื่องหลังไมค์ที่ไม่ได้แถลงข่าวออกมาตรงๆ ที่แน่ๆสังเกตได้จากคำพูดของรมว.ต่างประเทศของเยอรมันแสดงให้เห็นว่าน่าจะเกี่ยวกับเรื่องในตะวันออกกลางด้วย โดยเฉพาะที่ซีเรีย
วันที่ 18 ธ.ค.58 RT news พาดหัวข่าวว่า "กองทัพของสหรัฐฯในซีเรียละเมิดอธิปไตย ไม่ได้ต่อสู้ขบวนการก่อการร้าย - กรุงดามัสกัสกล่าว" (US military in Syria violate sovereignty, not fighting terror – Damascus)
"พวกเราสงสัยว่าพวกเขา [กองทัพของสหรัฐฯ] มีความจริงใจในการต่อสู้ขบวนการก่อการร้ายหรือไม่ พวกเขาไม่ได้ประสานงานการดำเนินงานต่างๆของพวกเขากับกองทัพของซีเรียเลย เรื่องนี้ทำให้กองทัพเหล่านั้้นผิดกฎหมายในดินแดนของซีเรีย บุคคลไม่สามารถกล่าวอ้างได้ว่าพวกเขากำลังต่อสู้ขบวนการก่อการร้าย" Faisal al-Mikdad ผู้ช่วยรมว.ต่างประเทศของซีเรียกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว RIA Novosti ของรัสเซีย
"การต่อสู้ขบวนการก่อการร้ายจะต้องเป็นงานในเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่การโฆษณาฝ่ายเดียวว่าตะวันตกมีส่วนร่วมด้วย" Faisal al-Mikdad กล่าว
3.) วันที่ 17 ธ.ค.58 Sputnik news พาดหัวข่าวว่า "การดำเนินการของกองทัพต่างประเทศโดยปราศจากการยินยอมของซีเรียเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ" (Foreign Troops' Deployment Without Syrian Consent Violates UN Charter)
Bashar Jaafari เอกอัครราชทูตของซีเรียประจำสหประชาชาติได้กล่าวว่า ซีเรียเดินหน้าต่อสู้ขบวนการก่อการร้ายในดินแดนของตนเอง ซึ่งเป็นไปตามพันธกรณีในรัฐธรรมนูญของประเทศ และตามหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศ กฎบัตรสหประชาชาติ มติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
การดำเนินการของกองทัพต่างชาติในซีเรียที่ไม่ได้รับการยินยอมก่อนจากกรุงดามัสกัสถือว่าเป็นการละเมิดกฎบัตรแห่งสหประชาชาติ และกฎหมายระหว่างประเทศ Bashar Jaafari ทูตรัฐบาลซีเรียประจำยูเอ็นให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Spunik news ของรัสเซีย
4.) วันที่ 18 ธ.ค.58 Sputnik news พาดหัวข่าวว่า "เยอรมันตัดสินใจประสานงานกับอัสซาด จัดตั้งหน่วยข่าวกรองขึ้นในกรุงดามัสกัส" (Germany Set to Cooperate With Assad, Set Up Intel Agency in Damascus)
ในการดำเนินการเหมือนเล่นละคร เยอรมันกลายเป็นประเทศแรกของชาติตะวันตกและสมาชิกของนาโต้ที่ลดตัวลงมา และเริ่มประสานงานกับประธานาธิบดีบาชาร์ อัสซาด และจัดตั้งสาขาหน่วยข่าวกรองในกรุงดามัสกัส
แม้ว่าจะไม่มีการออกประกาศอย่างเป็นทางการ แหล่งข่างนิรนาม (อีกหละ) ได้อ้างในหนังสือพิมพ์ German Bild ของเยอรมันซึ่งได้ยืนยันว่า รัฐบาลแห่งสหพันธรัฐ (เยอรมัน) กำลังคุกเข่าเพื่อจัดตั้งสาขาย่อยของหน่วยข่าวกรองของรัฐบาลกลาง (Federal Intelligence Service - BND) ขึ้นมาในกรุงดามัสกัสในภารกิจต่อต้านขบวนการก่อการร้ายดาอิช
[นี่คือข้อได้เปรียบอีกข้อหนึ่งของรัฐบาลซีเรียและรัสเซียที่จะใช้เล่นงานกองกำลังของต่างชาติที่จะเข้ามาในดินแดนของซีเรีย หากไม่ยอมร่วมมือกับรัฐบาลซีเรีย กล่าวคือจะอยู่ฝ่ายพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ แล้วมารุมกินโต๊ะซีเรียโดยอ้างการปราบปรามไอซิลบังหน้า ซีเรียเองก็อ้างได้ว่าคุณจะต้องได้รับการยินยอมจากเจ้าของอธิปไตยของประเทศนั้นๆด้วย ไม่ใช่ใช้กฎหมายหรือประชาชาธิปไตยหรือเสรีภาพของตนเองไปข่มเหงอธิปไตยของประเทศอื่นตามใจชอบอย่างที่สหรัฐฯเคยทำมาแล้วและกำลังทำอยู่ในปัจจุบันนี้
คุณควรจะเข้าตามตรอกออกตามประตู ไม่ใช่ทำตัวเป็นพวกอีแอบ ย่องฉกสมบัติของผู้อื่นอย่างหน้าด้านแบบนั้น เจอมุกนี้เข้าไป เยอรมันก็จุกสิครับท่าน คุณเรียกร้องให้คนอื่นทำตามกฎ แต่คุณจะร่วมมือกับสหรัฐฯแหกกฎซะเอง จะได้เจอรัสเซียและซีเรียประนามเอาสิ จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีข่าวลือข่าวหลุดออกมาว่าเยอรมันยอมร่วมมือกับซีเรีย (อันนี้ยังไม่ยืนยัน 100% นะครับต้องรอดูสถานการณ์อีกสักพัก) เหตุนี้มั๊งที่ทำให้เยอรมันหันไปหารือกับจีน ลับหลังสหรัฐฯ ตอนนี้จีนน่าจะกำลังดีดลูกคิดอยู่ บวก-ลบ-คูณ-หาร แล้วน่าจะได้มากว่าเสีย จีนก็คงจะถามรมว.ต่างประเทศของเยอรมันว่า
เอ… วันก่อนเห็นสื่อฯกระแสหลักของตะวันตกออกข่าวว่าทางตะวันตกไม่ค่อยจะพอใจที่ให้เงินหยวนเป็นหนึ่งในสกุลเงินหลักในระบบตะกร้าเงิ IMF จริงหรือ? คริๆ เราจะเล่นกันแบบนั้นใช่ไหมครับคุณเยอรมัน? ตกลงว่าตะวันตก (อียู) อยากให้จีนช่วยแก้ไขวิกฤษในตะวันออกกลางหรือไม่? รู้นะว่าเยอรมันก็ได้ลงทุนไปไม่ใช่น้อยกับชาวเคิร์ดในอิรัคและซีเรีย อิรัคมีน้ำมันมาแลกกับความช่วยเหลือด้านทหารกับจีน แล้วเยอรมันมีอะไรมาขายหละครับ?
ตอนนี้ซี้ของจีน (ปูติน) ซึ่งถูกอียูและสหรัฐฯแซงชั่นอยู่ กำลังเป็นต่อในสนามรบในซีเรียซะด้วย แหม… ถ้าเยอรมันจะให้จีนออกหน้าให้กับอียูด้วย ราคามันก็ค่อนข้างจะแพงเอาการอยู่นะครับ ได้ยินข่าวว่าทางซีเรียเขาจะฟ้องย้อนหลังด้วยนะสำหรับพวกที่ไปละเมิดอธิปไตยของเขาหนะ คริๆ - ผู้แปล]
5.) วันที่ 18 ธ.ค.58 สำนักข่าว Sputnik news ลงข่าวสั้นๆโดยอ้างข่าวจากสำนักข่าว Fars news ของอิหร่านว่า ประธานาธิบดีบาชาร์ อัสซาด จะเดินทางไปเยือนอิหร่านในเร็วๆนี้ ในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม ซึ่งถือว่าเป็นการเดินทางไปเยือนต่างประเทศเป็นครั้งที่สองตลอดระยะเวลาสี่ปีที่ผ่านมา โดยครั้งล่าสุดก็คือไปเยือนกรุงมอสโคว์ (20 ต.ค.58)
วันที่ 20 ธ.ค.58 สำนักข่าว FNA (Fars News Agency) ก็พาดหัวข่าวว่า "เครื่องบินรบของรัสเซียสี่ลำ คุ้มกันเครื่องบินของประธานาธิบดีอัสซาดในการเดินทางไปเยือนกรุงเตหราน" (Four Russian Fighter Jets to Escort President Assad's Plane in Visit to Tehran)
[อุ๊แม่เจ้า! อะไรจะขนานนั้น... ปูตินบอกว่าของขวัญเล็กๆน้อยๆจากสหายหนะ บริการให้ถึงใจไปเลย เรื่องความปลอดภัยรัสเซียรับประกันเต็มที่ ไม่ต้องว่าจะถูกแอบแทงข้างหลังหรือถูกลอบกัดอีก - ผู้แปล]
รายงานข่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาโดยอ้างจากหนังสือพิมพ์ al-Diyar ของเลบานอนว่า "เครื่องบินรบด้านยุทธศาสตร์สี่ลำของรัสเซียจะเดินทางไปกับเครื่องบินโดยสารที่จะนำประธานาธิบดีของซีเรียไปเยือนอิหร่านและเดินทางกลับจากอิหร่าน โดยจะเดินทางผ่านน่านฟ้าของอิรัค"
หนังสือพิมพ์กล่าวอีกว่า "กองบัฐชาการทางอากาศของพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯได้รับการแจ้งเตือนว่าห้ามเข้าใกล้เครื่องบินของประธานาธิบดีบาชาร์ อัสซาดเด็ดขาด เพื่อหลีกเลี่ยงการสู้รบ"
6.) โอ้ๆ… มีอีกข่าวหนึ่งครับ เกี่ยวกับนายแพทย์ปธน.บาชาร์ อัสซาด เห็นติ๋มๆอย่างนี้เถอะ ฝีปากใช่ย่อยที่ไหนหละ วันที่ 20 ธ.ค.58 สำนักข่าว Sputnik news รายงานว่า ปธน.บาชาร์ อัสซาด ของซีเรียได้ตอบโต้ต่อแถลงการณ์เมื่อเร็วๆนี้จากบรรดาผู้นำตะวันตกบางคนอย่างฉับไวยังกะจรวดว่าเขาได้รับอนุญาตให้อยู่ในอำนาจในซีเรียต่อไป [นั่นแหละคำพูดของตะวันตก เขาสำคัญตัวเองว่าเขามีอำนาจเหนืออธิปไตยและประชาชนของประเทศอื่น - ผู้แปล]
ปธน.อัสซาดตอบโต้โดยการขอบคุณพวกตะวันตกสำหรับการให้โอกาสแก่เขาได้นำพาประเทศของเขาซึ่งเขาเป็นผู้นำที่มีความชอบธรรมทางกฎหมายอยู่แล้ว ตั้งแต่เริ่มเกิดความขัดแย้งในซีเรียขึ้นมาในปี 2011
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปธน.อัสซาดได้หัวเราะต่อคำพูดของนายจอห์น แคร์รี่ รมว.ต่างประเทศของสหรัฐฯที่ "อนุญาต" ให้ตนได้เป็นประธานาธิบดีของซีเรียในตอนนี้
"ผมอยากจะขอบคุณพวกเขา เพราะว่าผมได้แพ็กกระเป๋าของผมเรียบร้อยแล้ว ผมกำลังจะออกไปอยู่แล้วเชียว แต่คราวนี้ผมสามารถอยู่ต่อได้" ปธน.อัสซาดกล่าวประชดในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ NOS ของดัทช์
ปธน.อัสซาดกล่าวต่ออีกว่า "ซีเรียเป็นประเทศที่มีอธิปไตย ชาวซีเรีย ไม่ใช่ชาวยุโรป จะต้องตัดสินใจว่าด้วยตัวเองว่ามีประธานาธิบดีเลวหรือประธานาธบดีที่ดีในซีเรีย หากเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนชาวซีเรียต้องการให้เข้าก้าวลงจากอำนาจ แน่นอนว่าเขาก็จะน้อมรับเจตจำนงค์ของประชาชนของเขาอยู่แล้ว"

มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 43 ราย จากการโจมตีของรัสเซียในซีเรีย


มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 43 ราย จากการโจมตีของรัสเซียในซีเรีย
นักเคลื่อนไหวและชาวเมืองอิดลิปในซีเรียเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 43 ราย จากเหตุโจมตีที่เชื่อว่ามาจากเครื่องบินรบของรัสเซีย บริเวณที่ถูกโจมตีประกอบไปด้วย ตลาด บ้านเรือนและอาคารหน่วยงานรัฐ เจ้าหน้าที่ป้องกันภัยพลเรือนคนหนึ่งรายงานว่า เจ้าหน้าที่กำลังพยายามนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากซากปรักหักพังของอาคาร
ด้านเครือข่ายของนักเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด รายงานว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 170 คน จากการโจมตีครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รัสเซียยังไม่ยืนยันว่า เครื่องบินรบของตนได้ออกปฏิบัติการในพื้นที่ดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัสเซียได้เริ่มปฏิบัติการทางอากาศในซีเรียตั้งแต่เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เพื่อสนับสนุนประธานาธิบดีอัล-อัสซาด โดยรัสเซียบอกว่ามุ่งโจมตี “ผู้ก่อการร้าย” โดยเฉพาะกลุ่มที่เรียกตนเองว่ากลุ่มรัฐอิสลาม อย่างไรก็ตามนักเคลื่อนไหวชี้ว่า ส่วนใหญ่รัสเซียพุ่งเป้าการโจมตีไปที่กลุ่มกบฏที่ชาติตะวันตกหนุนหลัง ‪#‎RussiainSyria‬‪#‎RussiaAirstrikes‬
ภาพประกอบ สภาพความเสียหายในเมืองอิดลิป

อวสานงานเลี้ยงหุ้นไทย ราคาน้ำมันดิบโลกต่ำสุดรอบ7ปี-ศก.จีนชะลอตัว-แรงขายหุ้นสื่อสารกดดัชนีดิ่ง

updated: 21 ธ.ค. 2558 เวลา 11:07:48 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
อวสานงานเลี้ยงหุ้นไทย ราคาน้ำมันดิบโลกต่ำสุดรอบ 7 ปี-เศรษฐกิจจีนชะลอตัว-แรงขายหุ้นกลุ่มสื่อสาร กดดัชนีดิ่งลึก
นายยศพณ แสงนิล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันที่ 21 ธ.ค. ดัชนีมีทิศทางเคลื่อนไหวอ่อนตัว โดยมีแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ซึ่งล่าสุดร่วงลงไปอยู่ที่ราว 35.8 ดอลลาร์/บาร์เรล ปรับตัวลดลงทำสถิติต่ำสุดในรอบเกือบ 7 ปี รวมถึงประเด็นความกังวลเศรษฐกิจจีน ที่ยังคงพบว่าการนำเข้า-ส่งออกยังคงมีแนวโน้มชะลอตัว

นอกจากนี้ ในส่วนประเด็นภายในประเทศ ก็มีแรงเทขายหุ้นกลุ่มสื่อสารอย่างต่อเนื่อง หลังจากการประมูลคลื่น 900 MHz จบด้วยมูลค่าที่สูงถึง 151,952 ล้านบาท จึงทำให้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มีแนวโน้มจะปรับลดประมาณการกำไรสุทธิของหุ้นกลุ่มสื่อสารลงอีก เพราะการลงทุนด้วยมูลค่าที่สูงนั้นจะส่งผลต่อผลประกอบการในอนาคต

สำหรับตลาดหุ้นไทยวันนี้ ประเมินแนวรับระดับ 1,250 จุด แนวต้าน 1,300 จุด ทั้งนี้แนะนำนักลงทุนหลีกเลี่ยง หุ้นกลุ่มสื่อสาร ได้แก่ ADVANC DTAC TRUE JAS

หุ้นสื่อสารร่วงเป็นแผงเช้านี้หลังเปิดตลาด


หุ้นสื่อสารร่วงเป็นแผงเช้านี้หลังเปิดตลาด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ณ เวลา 10.10 น. ราคาอยู่ที่ 172.50 บาท ลบ 20.50 บาท หรือ 10.62% สูงสุดที่ 175.50 บาท ต่ำสุดที่ 170.50 บาท มูลค่าซื้อขายที่2.19 พันล้านบาท
บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ราคาอยู่ที่ 4 บาท ลบ 0.78 บาท หรือ 16.32% สูงสุดที่ 4.20 บาท ต่ำสุดที่ 3.92 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 764.21 ล้านบาท
บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ราคาอยู่ที่ 6.85 บาท ลบ 0.40 บาท หรือ 5.52% สูงสุดที่ 6.90 บาท ต่ำสุดที่ 6.45 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 601.74 ล้านบาท
บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC ราคาอยู่ที่ 32 บาท ลบ 6 บาท หรือ 15.79% สูงสุดที่ 33.25 บาท ต่ำสุดที่ 31.50 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 299.85 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยโดยรวมลบ 1.10%
บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์แนะนำให้ "ลดน้ำหนัก" กลุ่มสื่อสารจาก Overweight เป็น Underweight จาก Growth story ที่หายไปเพราะราคาประมูล 900MHz ที่สูงถึงใบละ 75,654 ล้านบาท (JAS ชนะประมูล) และ 76,298 ล้านบาท (TRUE ชนะประมูล) และผู้ชนะประมูลมีฐานะการเงินไม่แข็งแรงพอที่จะรองรับค่าเสื่อมราคาของใบอนุญาต 900MHz ปีละ 5 พันล้านบาท ยังไม่รวมเงินที่ต้องลงทุนเพิ่มและภาระดอกเบี้ยจ่าย ส่วน TRUE ที่ได้ 2 ใบอนุญาต (1800MHz ที่ประมูลในเดือนก่อน) ค่าเสื่อมฯของทั้ง 2 ใบอยู่ที่ปีละ 7.3 พันล้านบาท สูงกว่ากำไรสุทธิที่ทำได้ปีละ 4 พันล้านบาท
โดยคาดว่ากำไรของทั้งกลุ่มในปีหน้าจะหดตัว 6% จากปีก่อน แทนที่จะโต 9% จากปีก่อน และมีโอกาสที่ TRUE และ JAS จะเพิ่มทุน ส่วน ADVANC ยังคงเป็น Top pick เช่นเดิม แต่การประมูล 900MHz ไม่ได้ ทำให้ ADVANC ซึ่งยังมีลูกค้า 2G อยู่ในมือประมาณ 2 ล้านราย ต้องเช่าคลื่นจาก TOT ให้พอกับการให้บริการ
ขณะเดียวกันต้องผลักดันให้ลูกค้า 2G หันไปใช้ 3G ให้ได้มากที่สุด เสน่ห์ของ ADVANC ด้อยลงจากเดิมที่เป็น Growth + High yield stock เหลือแต่ความเป็น High yield stock โดยปรับราคาเป้าหมายปีหน้าของ ADVANC เหลือ 250 บาทจาก 270 บาท ยังคงคำแนะนำซื้อลงทุน ขณะที่ DTAC น่าจะสูญเสียส่วนแบ่งตลาดในแง่ฐานลูกค้าที่เป็นอันดับ 2 ให้ TRUE และผลประกอบการจะหดตัวต่อไป

ที่มา : ข่าวหุ้น

ประกาศขายกอจการบิ๊กซี

ประกาศขาย บิ๊กซี แล้ว!

วงการค้าปลีกไทยกำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่!

ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Big C คือ กลุ่ม Casono Group ของฝรั่งเศส ประกาศเมื่อ 15 ธันวาคม 2558 ในตลาดหุ้นฝรั่งเศสว่าจะขายกิจการและทรัพย์สิน หรือ การหาพาร์ตเนอร์ของกิจการค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์ในไทย เวียดนาม และ โคลัมเบีย รวมมูลค่าประมาณ 2 พันล้านยูโร เพื่อนำไปจ่ายคืนหนี้จำนวนมหาศาลของบริษัท นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะขายอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจอื่นๆที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักออกไปเพื่อระดมเงินสดอีกด้วย 

ใน press release ของบริษัทแม่ไม่ได้ระบุว่าการขายทรัพย์สินหรือหาผู้ร่วมทุนในครั้งนี้ จะคิดเป็นสัดส่วนมากน้อยแค่ไหน

ข่าวการประกาศขายกิจการและการหาผู้ร่วมลงทุนเมื่อคืนนี้ ทำให้ราคาหุ้นของบริษัทแม่ของ BIGC (Casino Guichard Perrachon SA CO:FP) เด้งขึ้นมาถึง 6.47% ภายหลังที่ราคาหุ้นร่วงตกต่ำ มาเป็นเวลานาน

งานนี้ก็น่าคิดเหมือนกันครับว่า ธุรกิจค้าปลีกในหลายประเทศได้ผ่านยุครุ่งเรืองถึงขีดสุดมาแล้ว เช่นเดียวกับกรณีของกลุ่มเทสโก้ของประเทศอังกฤษ ที่มีแผนที่จะขายกิจการในประเทศต่างๆ (ซึ่งอาจรวมถึง เทสโก้โลตัส ในไทย) เพื่อเอาเงินมาชำระหนี้ เพราะกิจการในประเทศแม่ประสบกับภาวะขาดทุนต่อเนื่อง

งานนี้เชื่อว่า อภิมหาเศรษฐีไทย คงต้องมีการออกมาเต้น เพื่อแข่งขันสู้ราคาช่วงชิงกิจการของบิ๊กซีในประเทศไทยอย่างแน่นอน!

โอกาสแก้ตัวกลับมาอีกครั้ง
หากยังจำกันได้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เมื่อครั้งที่ คาฟูร์ ประกาศขายกิจการในเมืองไทย มีกลุ่มเศรษฐีไทยหลายเจ้ารวมถึงกลุ่ม BJC ของคุณเจริญ เข้าร่วมประมูลซื้อกิจการในครั้งนั้นด้วย แต่การแข่งขันจบลงด้วยความพ่ายแพ้เพราะไม่สามารถสู้ราคาของผู้ชนะ ซึ่งก็คือกลุ่มคาสิโนกรุ๊ปของฝรั่งเศสนั่นเอง ทำให้ BJC ต้องหันหัวเรือเบนเข็มออกไปหาซื้อร้านค้าปลีกที่ประเทศเวียดนามแทน 

ในครั้งนี้กลุ่ม BJC อาจมีโอกาสได้แก้ตัวอีกครั้ง ซึ่งอาจเทียบได้กับการซื้อบิ๊กซีและคาร์ฟูไปในคราวเดียวกันเลย และยิ่งถ้าเทสโก้ท้ายที่สุดตัดสินใจประกาศขายกิจการในเมืองไทยด้วย ผู้ซื้ออาจมีอำนาจต่อรองมากขึ้น เพราะมีผู้ขายรายใหญ่มากกว่า 1 ราย 

สมรภูมิเดือด
แต่ไม่ว่ากลุ่มเศรษฐีไหนจะได้สัดส่วนของบิ๊กซีไปในครั้งนี้ จะคุ้มค่าหรือไม่ อยู่ที่ว่าต้องจ่ายแพงแค่ไหน! 

หากผู้ชนะต้องจ่ายเงิน หรือกู้เงินจำนวนมหาศาล และในระยะยาวหากธุรกิจค้าปลีกเข้าสู่ขาลงเหมือนในหลายประเทศ ชัยชนะ ในวันนี้อาจกลายเป็นภาระหนี้อันหนักหน่วงในวันหน้า เช่นเดียวกับชะตากรรมที่เกิดขึ้นกับบริษัทแม่ที่ฝรั่งเศสและอังกฤษก็เป็นได้ 

เพราะฉะนั้นกุญแจสำคัญ คือ ราคาที่ซื้อต้องไม่แพงเกินความคุ้มค่าครับ

ติดตามศึกช้างชนช้างค้าปลีกไทยได้ ปีหน้าหนุกแน่นอน

อ้างอิง http://www.groupe-casino.fr/en/commu...-e2bn-in-2016/

ขอแยกอลาสการวมกับรัสเซีย

ขอแยก 'อลาสก้า' จากสหรัฐ รวมกับรัสเซีย

หลังไครเมียแยกตัวออกจากยูเครนไปผนวกกับดินแดนรัสเซียได้สำเร็จ โดยสหรัฐคัดค้านอย่างหนัก ล่าสุด กระแสแบ่งแยกดินแดนกำลังเกิดขึ้นในสหรัฐบ้างแล้ว โดยมีประชาชนกว่า 20,000 คนลงชื่อสนับสนุนให้แยกอลาสก้าออกจากสหรัฐไปผนวกรวมกับรัสเซีย

ชาวอลาสก้า ยื่นคำร้องผ่านหน้าเวบไซต์ของทำเนียบขาวของสหรัฐในส่วนหน้าร้องทุกข์ We the People ตั้งแต่ 21 มี.ค.โดยคำร้องนี้ ใช้ชื่อว่า "Alaska Back to Russia" เพื่อเรียกร้องแยกรัฐอลาสก้าออกจากสหรัฐ ไปผนวกดินแดนรวมกับรัสเซีย โดยอลาสก้าอยู่ทางฝั่งตะวันออกของรัสเซีย และจนถึงขณะนี้ มีผู้ลงชื่อสนับสนุน 25,477 คนแล้ว ซึ่งคำร้องจะต้องมีผู้ลงชื่อสนับสนุนครบ 1 แสนคนภายในเวลา 1 เดือนรัฐบาลจึงจะพิจารณาคำร้องนี้

คำร้องนี้ อ้างประวัติศาสตร์ย้อนหลังไปสมัยที่ชาวรัสเซียจากไซบีเรียเดินทางข้ามทะเลสาบแบริ่งไปถึงอลาสก้าเมื่อราว 16,000 ปีก่อน และนักสำรวจชื่อดัง มิคาอิลกอฟซ์เดซ เดินทางไปถึงอลาสก้าในปี 2275

อลาสก้า เคยเป็นอาณานิคมของรัสเซีย จนกระทั่งในปี 2410 พระเจ้า อเล็กซานเดอร์ที่ 2 ของรัสเซีย ขายอลาสก้าให้สหรัฐด้วยราคาที่เทียบเป็นเงินในปัจจุบันราว 7 ล้าน 2 แสนดอลลาร์ ถึง 120 ล้านดอลลาร์

เมื่อเดือน พ.ย.2555 เคยมีคำร้องของประชาชนในรัฐเท็กซัส เพื่อขอแยกตัวจากสหรัฐ หลังเกิดความไม่พอใจต่อนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลกลาง และต้องการแยกตัวเป็นอิสระ ที่จะได้บริหารงบประมารณเองได้ ตอนนั้นเท็กซัส รวบรวมคนได้กว่า 125,000 คน ที่จะได้รับการพิจารณาจากรัฐบาล 

แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จโดยรัฐบาลตอบเพียงว่า ไม่มีใครโต้แย้งว่าประเทศประสบปัญหา แต่ชาวอเมริกันจำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อหาหนทางที่ดีที่สุดให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้

วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2558

เครือข่าย"พล.อ.ประวิตรคุมการเมือง


อาจกล่าว ได้ว่าศูนย์กลางอำนาจการเมืองการบริหารประเทศ ทั้งหมดโยงไปที่ชื่อ "พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ" รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม 


http://www.matichon.co.th/online/2015/12/14505738541450573897l.jpg


แม้ "พล.อ.ประวิตร" ไม่ได้มีตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการตึกไทยคู่ฟ้า

แต่ความเป็น "พี่ใหญ่" ของบรรดาน้อง ๆ ในกองทัพ โดยเฉพาะสายบูรพาพยัคฆ์ ที่ "พล.อ.ประวิตร" เคยเป็นทั้งพี่ในสายบังคับบัญชาของ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ตั้งแต่รับราชการทหาร

ทำให้ "พล.อ.ประวิตร" กลายเป็นผู้มี "บารมี" ที่สุดในรัฐบาล และแผ่ไปยังเครือข่ายทุกองคาพยพทั้งด้านความมั่นคง ฝ่ายนิติบัญญัติ รวมถึงองค์กรอิสระ ซึ่งเป็นแกนอำนาจที่ 4 ในปัจจุบัน

เพราะหลังจาก "พล.อ.ประวิตร" นั่งตำแหน่งรองนายกฯด้านความมั่นคง ได้รับมอบหมายจาก "พล.อ.ประยุทธ์" นั่งเป็นหัวโต๊ะประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) แทนนายกฯ อนุมัติด้วยมติ 5 ต่อ 0 ให้ "พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา" นั่งตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) 

ในแวดวงสีกากี ถือได้ว่า "พล.ต.อ.จักรทิพย์" มีความใกล้ชิดกับบ้าน "วงษ์สุวรรณ" โดยเติบโตในสาย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. น้องชายของ พล.อ.ประวิตร และได้รับความไว้วางใจมาโดยตลอด กระทั่งได้รับเลือกเป็น ผบ.ตร.

เช่นเดียวกับขั้วอำนาจกองทัพ ที่ "พล.อ.ประวิตร" นั่งเป็นหัวโต๊ะการพิจารณาปรับย้ายนายทหาร ซึ่งเลือก "พล.อ.ธีรชัย นาควานิช" จากผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) อันถือได้ว่าเป็น "น้องรักในสายบูรพาพยัคฆ์" นั่งในตำแหน่ง ผบ.ทบ. ต่อจาก พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร

ขณะที่ฝ่ายนิติบัญญัติ-สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คอนเน็กชั่นของ "พล.อ.ประวิตร" แผ่มายัง สนช. โดยมีเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 6 อย่าง "พล.อ.นพดล อินทปัญญา" ซึ่งว่ากันว่าเป็นผู้คุมเสียงใน สนช. รวมถึงมีชื่อของ พล.ต.อ.พัชรวาท และ พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ ซึ่งทั้ง 2 เป็นน้องแท้ ๆ ของ พล.อ.ประวิตร อยู่ใน สนช. 220 คน 

ยังผนึกกำลัง กับทหารในเครือข่ายที่มีบทบาทตั้งแต่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เคลื่อนไหวคว่ำร่างรัฐธรรมนูญของบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ปรากฏชื่อนายทหารตัวจี๊ด ๆ อย่าง พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก พ.ต.อาณันย์ วัชโรทัย พล.อ.ภู ดิส ทัตติยโชติ จเรทหารทั่วไป พล.อ.พอพล มณีรินทร์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งทั้ง 4 คน กลับเข้ามาอยู่ใน 200 สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) 

ในไลน์อำนาจองค์กรอิสระ "พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ" ที่เคยเป็นรองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง (เลขาฯ พล.อ.ประวิตร) ก็เพิ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็นประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ (ป.ป.ช.) ด้วยมติ 7 ต่อ 2 ท่ามกลางกระแสข่าวว่าได้รับการผลักดันจาก พล.อ.ประวิตร และมีความใกล้ชิดกับ พล.ต.อ.พัชรวาท 

อีกทั้ง พล.ต.อ.วัชรพล ยังเคยนั่งเป็นรักษาราชการแทน ผบ.ตร.ระยะหนึ่ง หลังการรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 ด้วย 

"บารมี" ของ "พล.อ.ประวิตร" จึงแผ่ปกคลุมไปทั้งฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ องค์กรอิสระ และการปฏิรูป

 

 


 (ที่มา:ประชาชาติธุรกิจออนไลน์)

ติดตามข่าวสารผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊คประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat