PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันพุธที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

โหมดปะทะเกมโหดลึก

โหมดปะทะเกมโหดลึก


ว่ากันตามปรากฏการณ์ทางการเมือง เทียบกับรัฐบาลจากการเลือกตั้ง
ยังไงก็มองหน้ากันไม่ติด
แต่ล่าสุด นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ แถลงยอมรับ “เสียมารยาท”
กับพฤติการณ์ตามข่าวที่สื่อใหญ่อย่างสำนักข่าวบีบีซี เปิดเผยประโยคคำพูดของ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวกับนักเรียนไทยและนักธุรกิจไทยในงานเลี้ยงรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยระบุถึงกรณีปมนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เป็นทำนองว่าหากเป็นตนเองคงลาออกไปตั้งแต่นาฬิกาเรือนแรกแล้ว
ด่าแรงถึงขั้นใช้คำเป็นพวก “อย่างหนา”
แน่นอน ถึงแม้จะมีการอ้างว่าได้ขอโทษขอโพย พล.อ.ประวิตร และเคลียร์กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.แล้ว โดยจะไม่มีการลาออกแต่อย่างใด
การันตีการทำงานจากนี้จะราบรื่น ไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง เพราะเป็นคนตรงไปตรงมา
จบแบบง่ายๆไม่มีอะไรในกอไผ่
แต่เรื่องของเรื่องอาการแบบนี้คงไม่ได้เผลอหลุดปาก เพราะพูดกลางวงใหญ่ ยังไงก็ต้องเกิดผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะกับตัวของ พล.อ.ประวิตรที่ไม่มีสิทธิได้แก้ต่าง
โดนแทงหลังแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว
ทั้งๆที่เป็นข้อมูลในเชิงกระแส ยังไม่มีการตัดสินผิดถูกในกระบวนการยุติธรรม
แต่นั่นยังไม่เท่ากับการทำให้รัฐบาลของ “ลุงตู่” ต้องตกอยู่ในสภาพเหมือน “วงแตก”
คนใน ครม.หันมาล่อเป้า ประจานดิสเครดิตกันเอง
สั่นคลอนศรัทธา ลดทอนความเชื่อถือ กระทบความเชื่อมั่น
ที่สำคัญ มันแทบจะสคริปต์เดียวกันเลย กับคิวของ “หม่อมอุ๋ย” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกฯ เพื่อนรักเซนต์คาเบรียลคอนเน็กชั่น ที่ออกมาโยนระเบิดใส่ พล.อ.ประวิตร ว่าด้วยปมนาฬิกา เป็นทำนองเบิ้ลซ้ำกดดัน พล.อ.ประวิตร ถ้าเป็นตัวเอง ลาออกตั้งแต่เรือนแรกแล้วเหมือนกัน
ตามรูปการณ์มันย่อมหนีไม่พ้นการเชื่อมโยง
“คนเขียนบท” และ “ผู้กำกับฉาก” ทีมเดียวกัน
ตามท้องเรื่องของหนังซับซ้อนซ่อนเงื่อนที่โยงกับขั้วอำนาจโบราณ สะท้อนสถานการณ์ไล่บี้ล้มกระดาน “บิ๊กป้อม” ยังคงคุกรุ่นรุนแรงในหมู่ทีมงานที่อิงแอบอยู่กับสายบ้านใหญ่ย่านเทเวศร์
ฉากหักเหลี่ยม “พี่ใหญ่” ถูกเร่งจังหวะใกล้ตอนจบ กะน็อกให้ตาย
โดยเฉพาะเมื่อชัดเจนแล้วว่า “บิ๊กตู่” ไม่มีทางทิ้ง “บิ๊กป้อม” แบบที่ขาดกันไม่ได้
และมันก็คือคำตอบสุดท้าย เกมโหดที่แฝงอยู่ในหมู่ขั้วอำนาจที่ล้มระบอบทักษิณมาด้วยกันนี่แหละ ที่น่ากลัวสำหรับ “บิ๊กตู่–บิ๊กป้อม” และทีม คสช.
อันตรายของจริง สถานการณ์ซีเรียสยิ่งกว่าแนวรบด้าน “นายใหญ่” ที่ 2 พี่น้องอย่างอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร กับอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทำได้แค่โฉบไปโฉบมาในต่างประเทศ
ยั่วต่อมฉุน กระตุกให้รำคาญเท่านั้น
และเหมือนจะจับทิศจับทางกันถูกแล้ว ว่าเกมลึกแฝงเหลี่ยมโหดมาจากคนกันเอง
เดินหมากตัดแต้ม ทุบทำลายความชอบธรรมของ “พี่ใหญ่”
มันก็เป็นอะไรที่ต้องตั้งรับกันด้วยยุทธศาสตร์ชิงกระแส ตีตื้นคะแนนความชอบธรรม
ตามรูปการณ์ที่เห็นได้เลยว่า “บิ๊กป้อม” ต้องกระโดดมาจับเนื้องานด้านอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ งานถนัดที่เจ้าตัวมีผลงานและดำเนินมาต่อเนื่องในนามมูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก
ตามโพลผลงานอันดับ 1 ที่ประชาชนส่วนใหญ่ชื่นชอบรัฐบาล คสช. และยังเป็นจังหวะล้อกระแสการอนุรักษ์ จากกรณีของ “เจ้าสัว เปรมชัย กรรณสูต” บอสใหญ่อิตาเลียนไทยฯ ล่าสัตว์ในป่าทุ่งใหญ่นเรศวร
ขณะที่งานด้านความมั่นคงก็แสดงให้เห็นว่า ภายใต้การกำกับของ พล.อ.ประวิตรยังไว้ใจได้ กับคิวล่าสุดที่มีการจับกุมการ์ดเสื้อแดง นปช.พร้อมระเบิด ในห้วงกลุ่มการเมืองกำลังเคลื่อนไหว
“พี่ใหญ่” ได้รับการเปิดพื้นที่ให้เข้าร่วมโหมดปั่นเนื้องาน
สถานการณ์เกาะขบวนไปกับ “นายกฯลุงตู่” และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ที่ลุยปั๊มเศรษฐกิจฐานราก ประคองปากท้องชาวบ้าน ดันเศรษฐกิจภาพรวมที่กำลังติดลมบน
ต้องใช้ผลงานเป็น “วัคซีน” ป้องกันโรคแทรกซ้อน
ตอนที่อาการรัฐบาลยังไม่ทรุดถึงขั้นโคม่า.
ทีมข่าวการเมือง

วันอังคารที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ปปช.สอบหมอธีร์

ป.ช.เผย “ประวิตร” ส่งหนังสือขอเลื่อนแจงปมนาฬิกาหรู เร่งสอบข้อมูลเบื้องต้น “ธีระเกียรติ” ถือหุ้นสัมปทานรัฐ

วันที่ 13 ก.พ.61 นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการตรวจสอบประเด็นนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หลังจากครบกำหนดที่ พล.อ.ประวิตร ต้องชี้แจงที่มานาฬิกาหรู ครั้งที่ 3 ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อ 8 ก.พ.ที่ผ่านมาปรากฏว่า พล.อ.ประวิตรได้ส่งหนังสือขอเลื่อนการชี้แจงไปอีก 7 วัน ดังนั้น จะครบกำหนดที่จะต้องชี้แจงในวันที่ 15 ก.พ.นี้ อย่างไรก็ตาม หาก พล.อ.ประวิตรจะขอขยายระยะเวลาเพิ่มเติมอีก ต้องดูเหตุและผลว่าสามารถขยายได้หรือไม่

โดยนายวรวิทย์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และ ทีมทนายความพรรคเพื่อไทย ตรวจพบบัญชีทรัพย์สินของ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ถือหุ้นสัปทาน ของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน 5,000 หุ้น ถือเป็นการเข้าข่ายขาดคุณสมบัติหรือไม่ ซึ่
เรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องสำคัญ ที่ทางป.ป.ช.จะต้องไปตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น

แต่หากมีคนร้องเรียนเรื่องดังกล่าวเข้ามา ป.ป.ช.ก็จะต้องรีบหยิบยกขึ้นมา เพราะเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ และที่สำคัญบุคคลที่ถูกร้องเป็นผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ซึ่งป.ป.ช.จะต้องตรวจสอบข้อมูลอยู่แล้ว โดยขั้นตอนการดำเนินการของป.ป.ช.ก็จะตั้งคณะกรรมการแสวงหาข้อเท็จจริง แล้วสรุปเรื่องเข้าที่ประชุมใหญ่กรรมการ ป.ป.ช. หากเห็นว่ามีมูลความผิดก็จะตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนขึ้นมาพิจารณา หากไม่มีมูลความผิดเรื่องดังกล่าวก็จะตกไป

หมอธีร์คือใคร

เปิดปูม ‘หมอธี’ รมว.ศธ. เจ้าของ ‘คลิปโผล่อัดแรง! นาฬิกาบิ๊กป้อม’

จากกรณีที่ เว็บไซต์ ‘บีบีซีไทย’ รายงานถึงกรณีที่มี ‘คลิปสัมภาษณ์’ ของ ‘นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์’ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวกับนักเรียนไทย และนักธุรกิจไทยที่มาร่วมงานเลี้ยงรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอน ถึงกรณี ‘นาฬิกาหรู’ ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในทำนองที่ว่า “แต่เมืองไทย มีนาฬิกาใส่ 25 เรือน ยังไม่เป็นไร” (ฟังคลิป : “หมอธี” รมว.ศึกษาฯ วิจารณ์หนักนาฬิกา 25 เรือน

ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ

สำหรับ ‘หมอธี’ หรือ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ นั้น เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ใน ครม.ประยุทธ์ 4 (16 ธันวาคม 2559) โดยก่อนหน้าที่จะดำรงตำแหน่งนี้ เคยดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการมาก่อน ในสมัย ครม.ประยุทธ์ 3 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นคนชักชวนด้วยตัวเอง

“พล.อ.ประยุทธ์ ได้มาเชิญให้ช่วยกันทำงานในครม.ชุดใหม่ ผมได้ตอบตกลง ไม่มีการวิ่งเต้น ไม่มีใครฝากฝัง และผมจะยอมเป็นเด็กฝากไหม?” นพ.ธีระเกียรติ เคยกล่าวไว้ในช่วงเข้ารับตำแหน่ง “รมช.ศึกษาธิการ” เมื่อเดือน ก.ย. 2558

โดยก่อนหน้าที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะชักชวนมาเป็นรัฐมนตรี ใน ครม.

“พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ” ใน ครม.ประยุทธ์ 1 ก็ได้ชักชวนมาให้มาดำรงตำแหน่ง ‘ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ’ เมื่อช่วงปี 2557 หลังการรัฐประหารของ คสช. เมื่อปี พ.ศ. 2557

ด้านชีวิตส่วนตัว นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ สมรสกับ ทันตแพทย์หญิง สุภาพร เจริญเศรษฐศิลป์


จบปริญญาตรี แพทยศาสตรบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันจิตเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยลอนดอน แผนกจิตเวชศาสตร์และจิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น

คลุกคลีงานด้านการศึกษามาเกือบ 30 ปี โดยได้ร่วมกับ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา จัดตั้งโรงเรียนสัตยาไสขึ้น เป็นโรงเรียนต้นแบบด้านการพัฒนาจริยธรรมในวัยเรียน

เคยดำรงตำแหน่งรองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ต่อมาทางประเทศอังกฤษเชิญไปดำรงตำแหน่ง จิตแพทย์เด็กอาวุโส ที่เมืองโคลเชสเตอร์ และ เป็นอาจารย์กิตติมศักดิ์อาวุโส มหาวิทยาลัยลอนดอน
เป็นคนไทยที่เป็นสมาชิกของราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งสหาชอาณาจักร

เคยเป็น “ที่ปรึกษารมช.สาธารณสุข” (นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม) เมื่อปี พ.ศ. 2535

เคยได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการศูนย์จิตวิทยาการศึกษา ซึ่งจัดตั้งโดยมูลนิธิยุวสถิรคุณ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

ทำงานได้เพียง 5 เดือน เกิดรัฐประหาร เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2557

จึงเป็น “จุดเปลี่ยน” ที่ทำให้ “หมอธี” ต้องเข้ามาทำงานกับ “รัฐบาล คสช.”

‘ลุงตู่’ เลิกกลัวผีแล้ว!

‘ลุงตู่’ เลิกกลัวผีแล้ว!


ตั้งใจปล่อย ไม่ใช่มีคนแอบถ่ายเหมือนที่ลอนดอน อังกฤษ

เช็กข่าววงในเบื้องต้นฟันธงได้ กับฉากน้องตามพี่ชายเลือกซื้อเกาลัดในห้างหรูกลางกรุงปักกิ่ง จีนแผ่นดินใหญ่ ถือเป็นการปรากฏกายอย่างเป็นการเป็นงานของอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในรอบ 5 เดือน
สำทับกระแสข่าวที่คลุมเครือ อึมครึมมาตลอดว่าซุ่มกบดานอยู่กับพี่ชายคืออดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร
ถึงตรงนี้ชัดเจนแล้ว “ทักษิณ-น้องปู” อยู่ด้วยกัน กองเชียร์หายห่วงได้

ตรงกันข้าม “กองแช่ง” ก็คงเครียดจนเกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ เจอยั่วด้วยภาพแบบนี้ แนวร่วมม็อบพันธมิตรฯ กลุ่ม กปปส. พรรคประชาธิปัตย์ คงต้องหามุกไล่บี้ไล่ต้อน 2 พี่น้อง อย่าได้อยู่เป็นสุขๆเถิด
ยั่ว แหย่ เย้า เอาล่อเอาเถิดกันต่อไป

เอาเป็นว่ายังไม่มีอะไรซ่อนอยู่หลังกอไผ่ที่กรุงปักกิ่ง โดยเงื่อนไขสถานการณ์ยังไม่เร้าถึงขั้นที่ “นายใหญ่” ต้องทิ้งไพ่เดิมพัน ตามฟอร์มโคตรเซียนการตลาด “ยิ่งลักษณ์–ทักษิณ” 2 พี่น้องอดีตนายกฯเมืองไทย

ก็แค่โผล่มากระตุกเรตติ้ง ชิงพื้นที่ข่าวเท่านั้น

หรืออย่างมาก มันก็คือการขยับขู่ ในจังหวะที่กระทรวงการคลังและกรมบังคับคดีกำลังเดินหน้ายึดทรัพย์ยึดบ้านในคดีทุจริตโครงการจำนำข้าว เช่นเดียวกับคดีทุจริตการปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทยให้กับกลุ่มกฤษดานครของ “เสี่ยโอ๊ค” พานทองแท้ ชินวัตร ก็กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม
เกมบีบเข้ามุมอับ “นายใหญ่” ก็ต้องเทกแอ็กชั่น โชว์ให้เห็นว่ายังแฝงอันตรายอยู่พอตัว

ส่วนที่ผวาจะเป็นการส่งสัญญาณรบรอบใหม่

มันก็เป็นอะไรที่ย้อนแย้งกันอยู่ ถ้าดูตามรูปการณ์ “นายใหญ่” กับน้องสาวเหมือนจะโผล่มาผิดคิวด้วยซ้ำ ตามจังหวะที่ขบวนการ “Start Up People” กำลังเปิดเกมปลุกม็อบเขย่ารัฐบาล คสช.

ร้องเพลง “สามัญชน” ลั่นถนนราชดำเนิน

ดูยังไงก็ไม่บังเอิญ “ทักษิณ” โผล่มาจังหวะพอดี ไม่รู้ใครโหนกระแสใคร

ซึ่งนั่นก็ทำให้น้ำหนักการเคลื่อนไหวของขบวนการเรียกร้องเลือกตั้ง ถูกโยงกับเป้าหมายของพรรคเพื่อไทย คือการล้มกระดานฝ่ายคุมเกมอำนาจประเทศไทย ชิงอำนาจคืนจาก คสช.

จากฟืนที่เปียกอยู่แล้ว มันยิ่งทำให้เชื้อชนวนจุดไฟม็อบยิ่งฝ่อลงไปอีก

บ้องตื้นอย่างนี้ ดูยังไงก็ไม่ใช่การโหมเกมรบใหญ่

เช่นเดียวกับยุทธศาสตร์ภายในพรรคเพื่อไทย ที่พวกนกแล นกเอี้ยง ต่างออกอาการคึกคัก แห่จองตั๋ว แย่งคิว บินไปพบ “นายใหญ่” หวังฟัน “อั่งเปา” ตรุษจีน

กระตุ้นหัวจ่ายท่อน้ำเลี้ยงที่เหือดแห้งมานานนับปี

และตามรายงานที่มีพวกปล่อยคิวว่า จะเป็นการหารือเรื่องการวางตัวหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ลุ้น “นายใหญ่” ฟันธงระหว่าง “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เจ้าแม่เมืองกรุง กับ “ผัวเจ๊แดง” อย่างอดีตนายกฯสมชาย วงศ์สวัสดิ์

จัดฉากให้ดูเร้าสถานการณ์ โหมโรงศึกเลือกตั้ง

แต่อย่างที่เห็นกันมา ตั้งแต่คิวของ “ลุงหมัก” นายสมัคร สุนทรเวช ยุคพรรคพลังประชาชน และคิวของ “น้องปู” กับค่ายเพื่อไทย น่าจะอ่านไต๋ “ทักษิณ” ได้

ยังไงก็ไม่เปิดไพ่เด็ดมาให้โดน “ล่อเป้า” แน่

โน่นแหละต้องไปลุ้นกันช่วงใกล้วันรับสมัครเลือกตั้งถึงจะเฉลยให้ฮือฮา

ณ วันนี้สถานการณ์เลือกตั้งยังนัวเนีย สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังเคลียร์กันไม่ลงตัว
“ส่อคว่ำ” กฎหมายลูกทั้งการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.

เขี้ยวระดับ “ทักษิณ” ไม่มีทางตัดกระบอกไม้รอล่วงหน้า เปิดท่อน้ำเลี้ยงให้เปลืองตั้งแต่หัววัน
ฟอร์มซ้ำๆมุกเดิมๆฉายวนมา 10 ปีแบบนี้ มันอ่านไต๋กันขาด

ก็ไม่แปลกที่ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ไม่ได้ออกอาการถึงขนาดตื่นตูมกับการโผล่ออกมาของ “ยิ่งลักษณ์–ทักษิณ”
แค่ยักไหล่ ส่วนตัวไม่ได้ให้ความสนใจและขออย่าไปสนใจคนทำผิดกฎหมาย ขึ้นอยู่กับสื่อว่าจะให้ความสำคัญแค่ไหน จะให้ความสำคัญแต่กระพี้ก็ตามใจ

ซัดเปรี้ยงเลยว่า มีคนอยู่ 2 คน ขยับทีเป็นข่าวไปหมด เดือดร้อนคนทั้งประเทศ

หงุดหงิด รำคาญ แต่เลิกกลัว “ผีนายใหญ่” นานแล้ว.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

ระเบิดลง ครม."ประยุทธ์5"??!

ระเบิดลง ครม."ประยุทธ์5"??!
"นพ.ธีระเกียรติ" ชน "บิ๊กป้อม" ถ้าเป็นผม ลาออก ตั้งแต่ เรือนแรก แล้ว!! ยันมีสิทธิ์แสดงความเห็นส่วนตัว ถาม.."ทำไม พูดแล้ว มันจะมาไล่ผมออกหรือ"" เหน็บ "เมืองไทย มีนาฬิกาใส่ 25 เรือน ยังไม่เป็นไร"
งานนี้ ได้วัดกันว่า "นพ.ธีระเกียรติ"กับ"บิ๊กป้อม" บิ๊กตู่ เกรงใจใครมากกว่ากัน...เพราะ รู้กันดีว่า"นพ.ธีระเกียรติ "สายไหน?? หรือนายกฯเคลียร์ยังไง
"เพจ บีบีซี.ไทย เปิดคลิปสัมภาษณ์ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่อังกฤษ
โดยกล่าวกับนักเรียนไทย และนักธุรกิจไทยที่มาร่วมงานเลี้ยงรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอน เมื่อวันศุกร์ที่ 9 ก.พ. ว่า ขอให้ตระหนักว่าเมื่อจบการศึกษากลับไปทำงานที่ประเทศไทยแล้ว การบังคับใช้กฎหมายของไทย และสำนึกของนักการเมืองและผู้บริหารประเทศยังต่างจากของอังกฤษ การยึดหลักนิติธรรม (rule of law) ยังไม่เกิดขึ้นจริง
นพ.ธีระเกียรติ ยกตัวอย่างกรณีที่ นายไมเคิล เบทส์ สมาชิกสภาขุนนางของอังกฤษสังกัดพรรคอนุรักษ์นิยมได้ประกาศลาออกจากสมาชิกสภาขุนนาง เนื่องจากรู้สึกละอายใจที่เข้าร่วมประชุมสภาสาย เมื่อปลาย ม.ค. แต่คำลาออกของเขาถูกนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรี ยับยั้ง
"แต่เมืองไทย มีนาฬิกาใส่ 25 เรือน ยังไม่เป็นไร" รมว. ศธ. กล่าวติดตลก
ท่ามกลางความแปลกใจของบรรดาผู้บริหารบริษัทจากไทยที่มาร่วมรับสมัครงานนักเรียนไทยในอังกฤษ
หลังการปราศรัยเป็นเวลา 15 นาทีจบลง นพ.ธีระเกียรติให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทย ว่า ไม่มีทางที่จะเห็นนักการเมืองไทยลาออก เพราะมาสาย
"ไม่มีทาง เพราะมันเป็น conscience (ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี) ลึก ๆ อยู่ในสายเลือด การรู้ว่าอะไรควร อะไรถูก มาสายไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิด ethic (จริยธรรม)... เมื่อไม่ได้ฝึกมาแต่เด็ก ให้หน้าบาง ยาก เมืองไทย ไม่มีทาง เมืองไทยเป็นอย่างหนาตราช้าง" อดีตจิตแพทย์เด็กอาวุโสในอังกฤษกล่าว
ในส่วนเรื่อง "นาฬิกาหรู" ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม นั้น นพ. ธีระเกียรติ กล่าวว่า "เรื่องนาฬิกา ถ้าผมถูก exposed (เปิดโปง) เรือนแรก ผมก็ออกแล้ว อันนี้ถามผมนะ
ส่วนใครจะว่าอะไร ให้ไปถามคนนั้น ของอย่างนี้ คนก็ไม่กล้าพูด
เมื่อถามว่าพูดแบบนี้ไม่กลัวหรือ เพราะท่านอยู่ในครม.นพ. ธีระเกียรติ กล่าวว่า.กลัวอะไร ทำไม พูดแล้ว มันจะมาไล่ผมออกหรือ"

"บิ๊กป้อม" เก๊กซิม !!

"บิ๊กป้อม" เก๊กซิม !!
1. กองทัพอุตส่าห์ ซื้อ เรือดำน้ำจีน รถถังจีน รถเกราะจีน แถมจะให้มาตั้ง ศูนย์ซ่อมสร้างอาวุธยุทโธปกรณ์ ในไทย. เปิดหน้าตัก กับ จีน มหามิตร เลย ....แต่ จู่ๆ "อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ" ก็สามารถไปเดินเล่น กลางกรุง ปักกิ่ง พร้อมหน้ากัน แบบชิลๆ ซะงั้น!!
2. กำลังอยู่ เมืองลาว ถกความร่วมมือ ความมั่นคง คุมเข้มมือถือของลาว ทำระบบงงทะเบียน เพิ่อป้องกัน "คนบ่ดี"....แต่ ข่าวจาก BBC.ไทย ก็ทำเอาเครียด!! ...เมื่อ "นพ.ธีระเกียรติ" รมว.ศึกษาฯ ก็พุ่งชน ด้วยการให้สัมภาษณ์ว่า "ถ้าเป็นผม ลาออกตั้งแต่เรือนแรกแล้ว ยันมีสิทธิ์แสดงความเห็นส่วนตัว ถาม"ทำไมพูดแล้ว มันจะมาไล่ผมออกหรือ"เหน็บ"เมืองไทย มีนาฬิกาใส่25เรือน ยังไม่เป็นไร"
งานนี้ จะเจ็บลึกกว่านี้ ถ้า "นพ.ธีระเกียรติ"ไม่ได้คิดแบบนี้คนเดียว แต่ คนที่ แบ็คอัพ อยู่ คิดแบบนั้น ด้วยล่ะก็
ได้วัดกันว่า"บิ๊กตู่ เกรงใจ ใครมากกว่ากัน? หรือจะ เคลียร์ เรื่องนี้ยังไง??!

มิสะทก สะท้าน

"บิ๊กป้อม" ประหนึ่ง มิสะทก สะท้าน.....ยิ้มให้นักข่าว ก่อนเดินขึ้นประชุม คสช.-ครม....ไม่ตอบ หลังถูกถาม เรื่อง"นพ.ธีระเกียรติ" วิจารณ์ "นาฬิกา" ถ้าเป็นผม ลาออกตั้งแต่ ถูกexpose เรือนแรก แล้ว"
"นพ.ธีระเกียรติ"รมว.ศึกษาฯ ให้สัมภาษณ์ BBC.ไทย ฉะ "บิ๊กป้อม" ถ้าเป็นผม ลาออก ตั้งแต่ เรือนแรก แล้ว!! ยันมีสิทธิ์แสดงความเห็นส่วนตัว ถาม.."ทำไม พูดแล้ว มันจะมาไล่ผมออกหรือ"" เหน็บ "เมืองไทย มีนาฬิกาใส่ 25 เรือน ยังไม่เป็นไร"

"มนุษย์ ยากแท้ หยั่งถึง"

"มนุษย์ ยากแท้ หยั่งถึง"
"นายกฯบิ๊กตู่" ทดลองใส่แว่นตา ทดสอบ การทรงตัว ... ที่ได้ความรู้สึกว่า เวลาเมา เป็นยังไง ....นายกฯยังเดินเซ !! เผย เวลาเมา จะเห็น ชัาง ตัวเท่าหมู ... เผย ทหารลูกน้อง ชอบกินเหล้า บอกกินแล้วลืม ทุกข์. ผมเลยถามว่า พอหายเมา แล้ว เป็นไง...555 ก็ทุกข์เหมือนเดิม....ขอให้ช่วยกัน สังคมเราตอนนี้ มีแต่เรื่องที่ไม่ดีเกิดขึ้น..."มนุษย์เรา ยากแท้ หยั่งถึง" ??
ป๊าดดดด!!! มา อารมณ์ไหน?? หมายถึงใครล่ะ?เนี่ย

อุตส่าห์ ลาก กลับ มา อีก !!!!

"เจ้าสัว เปรมชัย" เสือดำ
กะ "สมยศ" ตำรวจไซด์ไลน์ ยืมเงินเพื่อน อุตส่าห์ ชิงพื้นที่ข่าว หน้า1 ไปได้ แล้ว ตกอยู่ในกระแส แทน แล้ว
"หมอธีร์" อุตส่าห์ ลาก "บิ๊กป้อม" นาฬิกา กลับ มา อีก !!!!
เหอๆ !!!
"ครม.ประยุทธ์5"อาถรรพณ์ ???!!

ขอโทษ !!

ขอโทษ !!
"หมอธีระเกียรติ"แถลง ขอโทษ "นายกฯและบิ๊กป้อม" ที่แสดงคว่ามเห็นส่วนตัว เสียมารยาท ไม่เหมาะสม เรื่องนาฬิกา เพราะอยู่ในครม. แต่ยอมรับพูดจริง แต่ไม่ใช่ตอนให้สัมภาษณ์ นักข่าวแอบอัดเสียง ตัดภาพกับเสียง คนละส่วน ยอมรับคิดจะลาออก แต่ปรึกษา นายกฯ และ ขอโทษ บิ๊กป้อม ท่านก็พยักหน้า เชื่อทำงาน ร่วมกับ พลเอกประวิตร ต่อไปได้ และเชื่อมั่น ในตัวนายกฯ100%

เจ็บคอ!!‬

เจ็บคอ!!‬
‪"บิ๊กป้อม" ไม่ตอบ ให้อภัย"หมอธีระเกียรติ"หรือไม่ หลังมาขอโทษ ..ปัดตอบ หลังคุยกันแล้ว เป็นยังไง ...บอก"เจ็บคอ" เดินขึ้นรถกลับ รปภ.กันเข้ม ทีมงาน บอก ไม่ต้องถามแล้ว‬

ไม่มีใคร แบ็ค!!

ไม่มีใคร แบ็ค!!
"หมอธีระเกียรติ" ยัน ไม่มีใครหนุนหลังให้พูด แซะ"บิ๊กป้อม" เริ่องนาฬิกา ยัน ผมคิดเอง ความเห็นส่วนตัว ผมเป็นคนตรงไปตรงมาอยู่แล้ว เชื่อทำงานร่วมกันต่อไปได้ มองหน้ากันแล้ว ไม่ใช่ มองหน้าไม่ติด

เคลียร์จบ ใน 5นาที 15วิ..ยัน ครม.ไม่ร้าว

เคลียร์จบ ใน 5นาที 15วิ..ยัน ครม.ไม่ร้าว
"นายกฯบิ๊กตู่" เผย "นพ.ธีระเกียรติ" มาคุย กับผมและ พลเอกประวิตร แล้ว ไม่มีอะไร ท่านแถลงไปแล้ว ยัน ครม.ไม่ร้าว รักใครกันดี ถ้าใครทำผิด ก็ขอโทษกัน ให้อภัยกัน ก็จบ
เผยคุยกันแค่ 5นาที 15 วินาที เท่านั้น

รมว.ศึกษาฯ ขอโทษ "พล.อ.ประวิตร" ปมวิจารณ์นาฬิกาแต่ยืนยันไม่ลาออก

หลังจากเมื่อวานบีบีซีไทยได้เผยแพร่คลิปเสียงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ วิจารณ์เรื่องนาฬิกาหรู ล่าสุดวันนี้ได้แถลงยอมรับว่าเป็นคลิปเสียงจริง และขอโทษที่ทำผิดมารยาทกับเพื่อนร่วมคณะรัฐมนตรี  
รมว.ศึกษาฯ ขอโทษ "พล.อ.ประวิตร" ปมวิจารณ์นาฬิกาแต่ยืนยันไม่ลาออก 
วันนี้ ( 13 ก.พ.61) เมื่อเวลา 12.10 น.  นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เดินทางเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นการส่วนตัวที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อพูดคุยกรณีบีบีซีไทยเผยแพร่คลิปเสียง นพ.ธีระเกียรติ ให้สัมภาษณ์แสดงความเห็นพาดพิงปมนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในระหว่างพบปะพูดคุยกับนักเรียนไทยในประเทศอังกฤษเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ในวันนี้ นพ.ธีระเกียรติ วันนี้ได้ขอลา ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) เนื่องจากเพิ่งเดินทางกลับมาจากอังกฤษถึงไทยในช่วงเช้า
 
ภายหลังจากการพบกับนายกรัฐมนตรี นพ.ธีระเกียรติ ได้แถลงชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่า วันนี้ได้เดินทางมาพบ พล.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือผมไปบรรยายให้กับนักศึกษาที่ประเทศอังกฤษฟัง ยอมรับว่าเสียงที่ได้ฟังนั้นเป็นเสียงของตนเองจริง แต่ในภาพกับในเสียงเป็นคนละตอนกัน เพราะตอนที่สัมภาษณ์นั้นเป็นการยืนคุยหลังการบรรยาย และไม่ทราบว่ามีการอัดเสียงและถามเรื่องนาฬิกา ตนจึงถือว่าไม่ได้เป็นการสัมภาษณ์อย่างเป็นทางการ โดยคลิปเสียงที่ออกมาไม่ได้มีการตัดต่อแต่เป็นภาพและเสียงไม่ตรงกัน และยอมรับว่าการแสดงความเห็นต่างๆของตนเป็นการผิดมารยาทที่มีการกล่าวถึงเพื่อนร่วมคณะรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี ก็ได้ขอโทษท่านเพราะผมทำผิดมารยาท 
 

“ส่วนที่มีข่าวออกไปว่าจะทำอะไรต่อ ผมยังยืนยันว่าให้ความมั่นใจกับนายกรัฐมนตรี เพราะตนมาที่นี่ทำงานก็เพราะนายกรัฐมนตรี ผมยังยืนยันจะทำงานต่อจนกระทั่งท่านเห็นว่ามันไม่เหมาะแล้ว ตอนนี้ก็ยังอยู่ตรงนี้ก็ยังยืนหยัดที่จะทำงานต่อไป ส่วนนายกรัฐมนตรี ก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เราก็อธิบายให้ท่านฟัง ผมก็ขอโทษท่านที่ทำให้ท่านไม่สบายใจ” นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

ครม.ลุกเป็นไฟ หมอธีร์กระซวกบิ๊กป้อมปมนาฬิกาหรู/ลั่นไม่กลัวใครขับออก

​ครม.ลุกเป็นไฟ  หมอธีร์กระซวกบิ๊กป้อมปมนาฬิกาหรู/ลั่นไม่กลัวใครขับออก

​ครม.ลุกเป็นไฟ หมอธีร์กระซวกบิ๊กป้อมปมนาฬิกาหรู/ลั่นไม่กลัวใครขับออก

วันจันทร์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 21.49 น.
ครม.สะเทือนบีบีซีแพร่คลิป "หมอธีร์"จัดเต็มบิ๊กป้อมอย่างหนาถูกเปิดโปงนาฬิกาหรูมากถึง 25 เรือนแต่ยังไม่ยอมลาออก ลั่นถ้าตัวเองโดนแค่เรือนเดียวก็ไขก๊อกแล้ว ประกาศลั่นไม่กลัว "พูดแล้ว มันจะมาไล่ผมออกหรือ?" ขณะที่เด็กประวิตรตกใจลูกพี่โดนแทงข้างหลัง จี้บิ๊กตู่ต้องลงมาจัดการเพื่อความเป็นธรรม
รัฐบาลคสช.ภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) สั่นสะเทือนอย่างหนักอีกครั้งเมื่อเว็บไซต์บีบีซีไทย ได้เผยแพร่คลิปเสียงที่อ้างว่าเป็นของ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ปมปัญหานาฬิกาหรูของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พี่ใหญ่แห่งคสช. อย่างดุเดือด
โดยบีบีซีระบุว่า นพ.ธีระเกียรติ ได้กล่าวกับนักเรียนไทยและนักธุรกิจไทยที่มาร่วมงานเลี้ยงรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอน เมื่อวันศุกร์ที่ 9 ก.พ.61 ที่ผ่านมา ว่า ขอให้ตระหนักว่าเมื่อจบการศึกษากลับไปทำงานที่ประเทศไทยแล้ว การบังคับใช้กฎหมายของไทย และสำนึกของนักการเมืองและผู้บริหารประเทศยังต่างจากของอังกฤษ การยึดหลักนิติธรรม (rule of law) ยังไม่เกิดขึ้นจริง 
นพ.ธีระเกียรติ ยกตัวอย่างกรณีที่ นายไมเคิล เบทส์ สมาชิกสภาขุนนางของอังกฤษสังกัดพรรคอนุรักษ์นิยมได้ประกาศลาออกจากสมาชิกสภาขุนนาง เนื่องจากรู้สึกละอายใจที่เข้าร่วมประชุมสภาสาย เมื่อปลาย ม.ค. แต่คำลาออกของเขาถูกนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรี ยับยั้ง
"แต่เมืองไทย มีนาฬิกาใส่ 25 เรือน ยังไม่เป็นไร" รมว. ศธ. กล่าว
หลังการปราศรัยเป็นเวลา 15 นาทีจบลง นพ.ธีระเกียรติ ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทย ว่า ไม่มีทางที่จะเห็นนักการเมืองไทยลาออก เพราะมาสาย
"ไม่มีทาง เพราะมันเป็น conscience (ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี) ลึกๆ อยู่ในสายเลือด การรู้ว่าอะไรควร อะไรถูก มาสายไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิด ethic (จริยธรรม)... เมื่อไม่ได้ฝึกมาแต่เด็ก ให้หน้าบาง ยาก เมืองไทย ไม่มีทาง เมืองไทยเป็นอย่างหนาตราช้าง" นพ.ธีระเกียรติ กล่าว 
ในส่วนเรื่องนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นั้น นพ. ธีระเกียรติ กล่าวว่า "เรื่องนาฬิกา ถ้าผมถูก exposed (เปิดโปง) เรือนแรก ผมก็ออกแล้ว อันนี้ถามผมนะ ส่วนใครจะว่าอะไร ให้ไปถามคนนั้น ของอย่างนี้ คนก็ไม่กล้าพูด กลัวอะไร ทำไม พูดแล้ว มันจะมาไล่ผมออกหรือ"
ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทยถามว่า แต่ท่านอยู่ในคณะรัฐมนตรีด้วย นพ.ธีระเกียรติ ผู้แต่งหนังสือเรื่อง "ความฉลาดทางด้านจริยธรรมและศีลธรรม (MQ)" กล่าวว่า "ไม่เกี่ยวนี่ นี่มันความเห็นของผม ไม่ใช่ความเห็น ครม. อย่างนี้แปลว่าถ้าผมอยู่ที่ไหน ผมต้องคิดตามเขาหมดเหรอ ลูกผมยังคิดไม่เหมือนผมเลย การคิดเหมือนกันคือหลักเผ่ากูซึ่งโตกว่าหลักกูนิดเดียว"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบีบีซีไทยยังได้เผยแพร่คลิปเสียงคำปราศรัยของ นพ.ธีระเกียรติ ด้วย
ทั้งนี้ภายหลังประเด็นข่าวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็ได้มีปฏิกิริยาตอบโต้จากฝ่ายทีมงานของ พล.อ.ประวิตรทันที โดยแหล่งข่าวคนใกล้ชิด พล.อ.ประวิตร ยอมรับว่า ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แม้ว่าจะเป็นการพูดคุยแสดงความคิดเห็นส่วนตัวก็ตาม แต่เมื่อออกไปสู่สาธารณชน อาจจะมองเป็นภาพสะท้อนที่ได้ส่งกระทบกับคนที่ถูกพาดพิงอย่างตัว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
คนใกล้ชิดพล.อ.ประวิตร บอกอีกว่า ขณะที่ต้องรอดูท่าทีของ พล.อ.ประวิตร ก่อนว่า เรื่องดังกล่าวจะดำเนินการอย่างไร เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างการปฏิบัติภารกิจที่ต่างประเทศ 
"เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช. ในฐานะหัวหน้า ครม. คงจะต้องมีการพูดคุยกับ รมว.ศึกษาธิการ ถึงที่มาที่ไปของเหตุการณ์ดังกล่าว เพราะการที่เรื่องดังกล่าวกระจายสู่สาธารณชนในลักษณะ และคนที่ถูกพาดพิงเป็นถึงรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง จะได้รับผลกระทบไปด้วย ดังนั้น ต้องให้ความเป็นธรรม" คนใกล้ชิดพล.อ.ประวิตร ระบุ
ทางด้านความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นั้น อยู่ระหว่างเดินทางไปเยือนสาธารณประชาธิปไตยประชาชนลาว ณ นครเวียงจันทน์ ตามคำเชิญของรัฐบาล สปป.ลาว เพื่อพัฒนาสัมพันธ์และสานต่อความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างกัน และเจ้าตัวยังไม่มีการแสดงความคิดเห็นในเรื่องแต่อย่างใด ยกเว้นทีมงานที่ออกมาแสดงความไม่พอใจท่าที่ของ นพ.ธีระเกียรติ

วันจันทร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ผวาวิกฤติเก่า เขย่าคสช.ไม่ลง

ผวาวิกฤติเก่า เขย่าคสช.ไม่ลง


ประชาชน “เข็ดม็อบ” เร่งเลือกตั้งจุดชนวนไม่ติด
ป่าลั่น สั่นสะเทือนทุ่งใหญ่นเรศวร
กับปรากฏการณ์ที่เจ้าสัวใหญ่ระดับนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) อาณาจักรก่อสร้างยักษ์ใหญ่ของเมืองไทย
ถูกจับได้คาหนังคาเขา ขณะพาพรรคพวกเข้าไปตั้งแคมป์ล่าสัตว์ป่าในจุดต้องห้ามภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
พร้อมอาวุธปืนหลายรายการ และซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ทั้งไก่ฟ้า เก้ง และซากเสือดำ
พฤติกรรม “พรานหลงยุค” ที่โผล่มาในโลกยุคดิจิทัล
และบาปกรรมก็ทันตาเห็น นายเปรมชัยยิ่งกว่า
ตายทั้งเป็น ชื่อเสียงป่นปี้ สังคมประณาม ลามกระทบถึงธุรกิจในเครือฯหุ้นตกทะรูดทะราด
นักลงทุนไม่อยากขอสังฆกรรมกับพวกไร้ศีลธรรม
ที่สำคัญโดยสถานการณ์ที่กระตุกกระแสปมความเหลื่อมล้ำ เสียงเรียกร้องความเท่าเทียมในสังคมระหว่างคนจนกับคนรวย เปรียบเทียบกับคดีตายายเก็บเห็ดในป่าสงวนแล้วติดคุก
มีการปลุกระดมให้ตามกัดติดแบบไม่ปล่อยให้ “คนรวยทำผิดลอยนวล”
จากพรานไล่ล่าชีวิตสัตว์ ต้องมาโดนคนในสังคมไล่ล่า
โดยรูปการณ์คงจะต่อประเด็นเป็นเรื่องใหญ่ ลามต่อไปเรื่อยๆ ลากกันอีกยาว กระแสข่าวของบิ๊กอิตาเลียนไทยฯกวาดพื้นที่สื่อ เบียดข่าวอื่นตกขอบไปหมด
ตามเงื่อนไขสถานการณ์เท่ากับช่วยผ่องแรงกดดัน “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม อยู่ในที
“พี่ใหญ่” เริ่มหายใจหายคอได้สะดวกขึ้น
เช่นเดียวกับ “น้องเล็ก” อย่าง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ที่แสดงท่าทีชัดเจนว่า พล.อ.ประวิตรมีความสำคัญ ต้องอยู่ด้วยกันทั้งหมด
“บิ๊กตู่” การันตี “พี่ใหญ่” กอดคอลุยฝ่าแนวต้านไปด้วยกัน
มีเรื่องทุ่งใหญ่นเรศวรมาเบี่ยงกระแสคั่นจังหวะ
ก็น่าจะทำให้แรงกระแทกพี่น้องเบาตัวลง
และนั่นก็ยังโยงไปถึงความเคลื่อนไหวของขบวนการกดดันให้เลือกตั้งที่อาศัยจังหวะที่รัฐบาล คสช.กำลังปะทะแรงเสียดทานหลายด้าน ในการโหมโรงเสียงโห่ไล่ “ลุงตู่” ต่อท่ออำนาจ
โดนข่าวใหญ่ของ “พรานไฮโซ” มาแย่งซีน ทำให้การปั่นกระแสไม่แรงต่อเนื่อง
เกมเรียกแขกขาดช่วงขาดตอนไป
แต่เรื่องของเรื่องเลย ปรากฏการณ์ข่าวทุ่งใหญ่นเรศวรก็แค่ปัจจัยหนึ่งเท่านั้น ของจริงต้องยอมรับว่ากระแสกดดันเลือกตั้ง เกมแห่ไล่ “ลุงตู่” ยังไม่มีแรงสนับสนุนมากพอ
ฟืนเปียก ก่อชนวนยังไม่ติด
เพราะปมเหตุใหญ่มันอยู่ตรงที่ผู้คนส่วนใหญ่ในสังคมยังไม่ลืมภาพหลอน ฝันร้าย
เข็ดขยาดกับวิกฤติม็อบป่วนเมือง
อาการแบบที่กลุ่มผู้ค้าย่านราชประสงค์ได้ออกแถลงการณ์วิงวอนกลุ่มผู้ชุมนุมที่เคลื่อนไหวนัดรวมพลกันในย่านธุรกิจ อย่าสร้างความวุ่นวาย
ขอให้นึกถึงสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบ
แนวโน้มต้องรบกันแน่ ประชาชนผวาถ้าเลือกตั้งไปท่ามกลางหัวเชื้อความขัดแย้งที่แฝงอยู่ทุกจุดแบบนี้ โอกาสเสี่ยงสูงถึงสูงมากที่สุดที่สถานการณ์จะไหลกลับไปลงเหว
เปรียบเทียบกับสภาพการณ์ปัจจุบัน “นายกฯลุงตู่” ก็ยังประคองบ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้
ชาวบ้านร้านตลาดรู้สึกอุ่นใจ ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ไม่ต้องผวาม็อบปิดเมืองอาละวาด ระเบิดตูมตาม ยิงกันตายบนท้องถนนรายวัน เหมือนรัฐล่มสลาย
ความมั่นคงยังเป็นจุดขายที่ได้เปรียบของรัฐบาลทหาร คสช.
ขณะเดียวกันก็ยังมีปัจจัยเสริมด้านเศรษฐกิจ ที่ล่าสุดนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ประกาศอย่างมั่นใจบนเวที “ไทยแลนด์ เทกออฟ 2018” เลยว่า เครื่องยนต์เศรษฐกิจทุกตัวติดหมดแล้ว ภาคการส่งออกที่เป็นบวกขึ้น
ทุกปี การคาดการณ์เศรษฐกิจปรับขึ้นตลอด ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสูงสุดในรอบ 3 ปี
ขอให้มั่นใจว่าเศรษฐกิจประเทศไทยไปได้แน่นอน
พร้อมๆกับที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ลงมติผ่าน พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ พ.ร.บ.อีอีซี ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ
เมกะโปรเจกต์ “เรือธง” ของรัฐบาลเดินหน้าแบบเต็มกำลัง
เศรษฐกิจภาพรวมติดลมบน ผิดฟอร์มรัฐบาลทหารทั่วไป ขณะที่การลุยแก้ไขจุดอ่อนเรื่องปัญหาปากท้องของประชาชนฐานราก ก็เต็มไปด้วยสารพัดมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย
บัตรคนจน โครงการสวัสดิการประชารัฐ คืบหน้าไปถึงเฟส 2 เฟส 3
ตามยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลทุ่มงบประมาณทั้งงบกลาง งบท้องถิ่นอัดฉีดกระตุ้นการหมุนเวียนของเศรษฐกิจฐานราก บรรเทาปัญหาปากท้องชาวบ้านไปได้
แรงเสียดทานจากคนยากจนฐานใหญ่ของประเทศก็เบาลง
ยังไม่นับยุทธศาสตร์สำคัญที่ “นายกฯลุงตู่” เดินหน้าโครงการ “ไทยนิยมยั่งยืน” ที่ใช้บุคลากรของรัฐกว่า 2 หมื่นคน ลงพื้นที่ไปสำรวจประชาชน สอบถามปัญหาความเดือดร้อน ชาวบ้านต้องการให้แก้ไขอะไร เพื่อนำข้อมูลมาประกอบยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนแนวการพัฒนาประเทศทั้งระบบ
ลุยแบบถึงลูกถึงคน แก้ปัญหายากจน ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมระยะยาว
สถานการณ์เดินหน้าตามเป้าหมายการปฏิรูปใหญ่ประเทศ
ปฏิเสธไม่ได้ ณ วันนี้ “ลุงตู่” มีทั้งหลักประกันเนื้องานและแรงหนุนจากคนส่วนใหญ่ รัฐบาล คสช.ยังมีต้นทุนมากพอจะประคองเกมสู้กับแรงเสียดทานของขบวนการกดดันเลือกตั้ง
ดึงจังหวะยื้อกับนักการเมืองที่พยายามอิงแอบกับนักศึกษา นักวิชาการ ได้อย่างนิ่งๆ
สิ่งสำคัญก็คือการเลือกใช้กฎหมายแทนการใช้ปืนใช้กำลังในการเบรกสกัดขบวนการป่วน
ทำให้เลี่ยง “น้ำผึ้งหยดเดียว” ได้
คสช.ล็อกเงื่อนไขอันตราย ไม่ให้ถูกลากไปจุดไฟ
ในจังหวะที่ “นายกฯลุงตู่” ก็ยืนยัน ทุกอย่างเดินไปตามโรดแม็ป ที่ยังไม่มีอะไรแน่นอนในกระบวนการจัดทำกฎหมายลูก โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ทั้งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา
เกิดปัญหาการขัดลำระหว่าง สนช.กับกรรมการร่างรัฐธรรมนูญและ กกต.
ต้องลากเข้าไปโขลกกันในที่ประชุมคณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย
ตามแนวโน้มที่มีการพูดถึงประเด็นการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และอาจไปถึงการคว่ำร่างกฎหมายในที่ประชุม สนช.ในการพิจารณารอบสุดท้าย
เข้าเหลี่ยมกฎหมาย เพื่อขยายเวลาการเลือกตั้งออกไป
สถานการณ์เข้าเค้า จุด “พลิกผัน” ปัจจัยเลื่อนโรดแม็ปอย่างที่หลายฝ่ายประเมินไว้
แน่นอน โดยหลักการก็เป็นอะไรที่ผู้นำฝ่ายบริหารอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ไม่สามารถควบคุมได้ เพราะอำนาจ 3 ฝ่ายที่แยกกันชัดระหว่างฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ ห้ามก้าวก่าย
แต่โดยภาวะที่ คสช.คุมอำนาจพิเศษ จัดรูปแบบแม่น้ำ 5 สายแบ่งงานกันทำ มันก็ยากที่จะห้ามเสียงวิจารณ์ เหลี่ยมเชิง “เหยียบตีน” กันเล่น
แบบที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เคยหลุดวาทกรรม “อภินิหารกฎหมาย”
อย่างไรก็ตาม ถึงจะคลุมเครือแคลงใจในเกม “หน่วงเลือกตั้ง” ยังไง แต่คำตอบสุดท้ายมันก็วนกลับไปที่ประชาชนส่วนใหญ่กลัวม็อบมากกว่า
สถานการณ์ยังเอื้อ “นายกฯลุงตู่” และรัฐบาล คสช.
แต่นั่นก็อย่าเผลอ “ย่ามใจ” กับพฤติการณ์ที่ทำให้สังคมเคลือบแคลงสงสัยในพฤติกรรมแอบแฝงผลประโยชน์ของฝ่ายถืออำนาจ แบบที่ผู้นำต้องใช้ต้นทุนหน้าตักเป็นประกันขอโอกาสอยู่ด้วยกันหมดทั้งทีม
คะแนนช่วยไม่เหลือ โอกาสผิดซ้ำไม่มี
“ลุงตู่” จะปล่อยให้พี่น้องผองเพื่อนพลาดไม่ได้อีกแล้ว.
“ทีมการเมือง”

เทพเทือก” พร้อมแกนนำ กปปส. เข้ารายงานตัวศาลแพ่งคดี กปปส. ขวางการเลือกตั้ง

..“เทพเทือก” พร้อมแกนนำ กปปส. เข้ารายงานตัวศาลแพ่งคดี กปปส. #ขวางการเลือกตั้ง_ยันไม่มีเจตนาขัดขวาง ตาม กกต. กล่าวอ้าง ย้ำ จะร่วมรับผิดชอบบ้านเมืองกับประชาชนโดย
ไม่ทิ้งไปไหน
วันนี้ (12 ก.พ.) ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เดินทางมารายงานตัวต่อศาล หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ฟ้องเรียกค่าเสียหายกรณีที่อ้างว่า กลุ่ม กปปส. ได้ขัดขวางการจัดการเลือกตั้งของ กกต. เมื่อปี 2557 ทำให้ กกต. ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ โดย นายสุเทพ ระบุว่า ทาง กกต. ได้กล่าวโทษว่า กลุ่มของตนเป็นต้นเหตุที่ทำให้การจัดการเลือกตั้งของ กกต. ไม่สำเร็จ โดยอ้างว่ามาจากกระทำของกลุ่ม กปปส. และตน ซึ่งถือเป็นการละเมิด โดยการยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายกลุ่มตนทั้งหมด 38 คน เป็นเงินทั้งสิ้น 3,100 ล้านบาท วันนี้ศาลจึงนัดทั้งโจทก์และจำเลย เพื่อที่จะทำการสอบถามถึงพยานหลักฐานต่างๆ
ทั้งนี้ เบื้องต้นการดำเนินการคดีนั้นต้องเลื่อนออกไปก่อน เนื่องจากในปัจจุบันมีจำเลย 1 ราย เป็นชาวจังหวัดพัทลุง ซึ่งได้เสียชีวิตไปแล้วโดยทนายได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลได้พิจารณาจำหน่ายคดีบุคคลดังกล่าว แต่อัยการไม่ยินยอมโดยให้เหตุผลว่าให้ภรรยาและลูกของผู้เสียชีวิตเข้ามาทำการรับผิดชอบแทน โดยการยื่นฟ้องและจะทำการออกหมายเรียกภรรยาและลูกของบุคคลดังกล่าวมารับทราบข้อกล่าวหา และในวันนี้อัยการได้ยื่นฟ้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพิ่มเติมเป็นจำเลยรายที่ 39 จึงเป็นเหตุผลที่ต้องทำให้คดีต้องเลื่อนออกไป โดยอาจมีการพิจารณากันอีกครั้งในวันที่ 21 พฤษภาคม 2561 โดย นายสุเทพ ยืนยันว่า ส่วนตัวตนต้องการต่อสู้คดีให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ไม่มีการยืดเยื้อเกิดขึ้น
ส่วนแนวทางการต่อสู้คดีนั้น ตนพร้อมที่จะต่อสู้กันในชั้นศาล ยืนยันว่า ตน กลุ่ม กปปส. และประชาชนทั้งหมด มีเจตนาที่จะคัดค้านการเลือกตั้ง โดยที่ไม่ได้ทำการขัดขวางการเลือกตั้งตามที่โจทก์กล่าวอ้าง รวมถึงมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนว่ากรณีดังกล่าวนั้นไม่ใช่ความผิดของกลุ่ม กปปส. และประชาชน พร้อมให้เหตุผลว่าการที่ กกต. จัดการเลือกตั้งไม่สำเร็จนั้น เป็นเรื่องของรัฐบาลในขณะนั้น และ กกต. ที่จะต้องรับผิดชอบ
อย่างไรก็ตาม นายสุเทพ ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่างๆ ในด้านสถานการณ์ การเมืองในขณะนี้ โดยระบุว่า ยังไม่ถึงเวลา ซึ่งตนขอให้ความสำคัญเกี่ยวกับการสู้คดีความที่ตนมีทั้งหมดก่อน แต่ยืนยันว่า จะมาร่วมรับผิดชอบบ้านเมืองกับประชาชนโดยไม่ได้ทิ้งไปไหน

คดีเปรมชัย

UPDATE: ตำรวจไม่ยืนยัน เปรมชัยหนีไปทวาย แค่ติดต่อไม่ได้ ย้ำข่าวมีน้ำหนักไม่พอให้ยื่นถอนประกันตัว
.
ความคืบหน้าคดี นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ กับพวกรวม 4 คน ถูกจับกุมขณะลักลอบเข้าไปตั้งแคมป์ล่าสัตว์ป่าสงวนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี โดยศาลได้ให้ประกันตัว 1.5 แสนบาท โดยไม่มีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ท่ามกลางกระแสข่าวว่านายเปรมชัยเดินทางออกนอกประเทศไปกบดานที่เมืองทวาย ประเทศเมียนมา 
.
วันนี้ (12 ก.พ.) พลตำรวจเอก ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังไม่ยืนยันว่านายเปรมชัยหลบคดีไปอยู่ที่เมืองทวายของเมียนมา เพราะจากการตรวจสอบจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไม่พบการเดินทางออกนอกประเทศ ส่วนขณะนี้ไม่สามารถติดต่อนายเปรมชัยทางโทรศัพท์ได้ หรือกระแสข่าวว่าหลบหนีก็ไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะยื่นต่อศาลให้เพิกถอนการประกันตัว ทั้งนี้ต้องรอวันที่ศาลนัดรายงานตัวเพื่อดูว่านายเปรมชัยจะเดินทางมาศาลหรือไม่ หากไม่มาศาลก็ต้องริบเงินประกัน และต้องติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
.
ส่วนประเด็นคลิปเสียงการสนทนาของกลุ่มนายเปรมชัยที่ระบุว่านายเปรมชัยยังมีบ้านที่อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย เป็นภูเขาทั้งลูกนั้น ตามข้อมูลระบุว่าพื้นที่ดังกล่าว บริษัท ซี พี เค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นผู้ครอบครอง โดยมีนายเปรมชัยเป็นเพียงหนึ่งในกรรมการบริษัท ไม่ใช่เจ้าของตัวจริง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าบริษัทดังกล่าวอยู่บริเวณใดและบุกรุกพื้นที่ป่าหรือไม่
.
ส่วนการออกหมายเรียก นายนพดล พฤกษะวัน อดีตข้าราชการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ปรึกษา บมจ. อิตาเลียนไทย ซึ่งถูกอ้างว่าเป็นผู้ประสานงานให้นายเปรมชัยกับพวกเข้าพื้นที่ป่านั้นเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนไปดำเนินการติดตามตัวมาสอบปากคำ เนื่องจากมีการออกหมายเรียกแล้ว หากไม่มาตามหมายเรียกจะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป 
.
รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยืนยันถึงกระแสข่าวการเปิดช่องให้นายเปรมชัยได้สู้คดีจากการที่ตำรวจเข้าตรวจค้นร้านอาหารป่าที่จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งนายเปรมชัยเข้าไปในร้านอาหารนี้ก่อนเดินทางเข้าป่าว่า การตรวจค้นไม่ได้เป็นการเปิดช่องให้นายเปรมชัยต่อสู้คดี เนื่องจากพฤติกรรมนายเปรมชัยกับพวกซึ่งถือปืนเข้าป่าถือว่ามีความผิดตามกฎหมายแล้ว 
.
ภาพ: ชาติกล้า สำเนียงแจ่ม

#News #TheStandardPhoto #TheStandardCo #TheStandardTH #StandUpForThePeople #ชาติกล้าสำเนียงแจ่ม

จับตาม็อบคนอยากเลือกตั้ง

"คสช." จับตา"คนอยากเลือกตั้ง" ....หลังประกาศเดินหน้าชุมนุมอีก  แถม"วัฒนา เมืองสุข" ประกาศจะเข้าร่วมด้วย..../พอใจการปฏิบัติของ จนท.คุมม็อบ 10กพ.

จากการที่แกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ในนาม "คนอยากเลือกตั้ง" เช่น นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว นายรังสิมันต์ โรม นายอานนท์ นำภา นายสุกฤษฎิ์ เพียรสุวรรณ และน.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว ยืนยันจะเคลื่อนไหวเรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งในปีนี้ต่อไป แม้จะถูกดำเนินการตามกฎหมาย ภายหลังได้นำมวลชนชุมนุมบริเวณขอบถนนราชดำเนินใกล้กับอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อ10 ก.พ.2561นั้น

พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช. /ผบ.มทบ.11 กล่าวว่า คสช.ยังคงติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมต่อไป ควบคู่การทำความเข้าใจกับประชาชน ตลอดจนถึงการดูแลรักความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง

เพราะในห้วงนี้เป็นระยะสำคัญที่เราจะต้องเดินไปสู่การเลือกตั้ง ในอนาคตอันใกล้ และนำพาการบริหารราชการแผ่นดินใหม่ไปสู่ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง 

ดังนั้นการดูแลสถานการณ์ความสงบเรียบร้อย ถือว่ายังเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องดูแล เป็นเพื่อประคับประคองและสนับสนุนให้การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลดำเนินการต่อไปได้

ส่วนเหตุการณ์ชุมนุมเมื่อคืน10 ก.พ.นั้นเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่เจ้าหน้าที่ได้ติดตามข้อมูลข่าวสารมีการประสานงานอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยและเตรียมพื้นที่รองรับอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ และมีการปฏิบัติหน้างานต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามขั้นตอนและอยู่ในกรอบของกฎหมาย ไปจนเสร็จสิ้นการชุมนุมและมีการร้องทุกข์กล่าวโทษตามกรอบกฎหมายที่ผู้ชุมนุมได้ดำเนินการ

“ภาพที่ปรากฎเจ้าหน้าที่ระมัดระวังการกระทบ กระทั่ง ยื้อยุดฉุดกระชาก การทะเลาะ เบาะแว้งระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุม หรือผู้ชุมนุมกับประชาชนที่สัญจรไปมา 

ภาพโดยรวมถือว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องสามารถเตรียมการบริหารจัดการสถานการณ์หน้างาน เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตามขั้นตอนอย่างเหมาะสม "

ส่วนเงื่อนไขของผู้ชุมนุมที่เรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งในปีนี้นั้น ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าในเวลานี้บ้านเมืองดำเนินไปด้วยหลักเหตุและผลของกฎหมาย แต่เมื่อมีผู้ออกมาเคลื่อนไหวเราก็จะต้องทำความเข้าใจและสร้างความรับรู้ในสิ่งที่ถูกต้องให้กับประชาชน

พล.ต.ปิยพงศ์  เชื่อว่าทุกคนที่มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พยายามที่จะทำความเข้าใจกับประชาชนถึงการเลื่อนการเลือกตั้ง จากปี 2561 ไป ปี 2562 กับทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย รวมถึงกลุ่มนักการเมือง และผู้ชุมนุมที่ออกมาเคลื่อนไหว

และที่สำคัญประชาชนทั้งประเทศจะต้องรับรู้ร่วมกันว่า บ้านเมืองในขณะนี้กำลังทำอะไรอยู่ซึ่งรัฐบาลพยายามที่จะประคับประคองสถานการณ์ให้เป็นไปตามโรดแมปพโดยไม่ให้มีอะไรมากระทบกระเทือนทั้งสิ้น 

เมื่อมีประชาชนกลุ่มหนึ่ง รู้สึกว่าการเลือกตั้งช้าเกินไป ไม่ทันใจ เราก็ต้องพยายามทำความเข้าใจชี้แจง

ส่วนจะจุดกระแสติดหรือไม่ พล.ต.ปิยพงศ์ ระบุว่า การรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง เจ้าหน้าที่จะต้องระมัดระวังในการปฏิบัติต่อสถานการณ์ อะไรก็ตามที่จะเป็นเงื่อนไขและนำไปสู่ความไม่เรียบร้อย จะต้องมีการศึกษาข้อมูลและหาวิธีปฏิบัติที่เหมาะสมและใช้อำนาจหน้าที่ตามกฏหมายไม่ไปละเมิดหรือไปรังแกใคร ดูแลสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้จบลงไปด้วยความเรียบร้อย

ส่วนกรณี นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟสบุค จะออกมาร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ในนามคนอยากเลือกตั้ง ในครั้งต่อไป นั้น พลตรีปิยพงศ์ ยืนยันว่า ขณะนี้ คสช.ยังไม่มีแนวคิดจะเรียก นายวัฒนา มาพูดคุยทำความเข้าใจ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องการบังคับใช้กฎหมายปกติ มากกว่ากฎหมายพิเศษ พร้อมชี้แจงทำความเข้าใจ เพื่อรักษาบรรยากาศความปรองดองและการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งช่วงเวลาที่กำลังเดินไปในทุกวินาทีนี่ เพื่อไปสู่หลักของการเลือกตั้งตามโรดแมป 

ทั้งนี้ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช.เน้นย้ำมาตลอดให้หน่วยงานความมั่นคงได้ติดตามและพยายามทำให้สถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นคลี่คลายไปในทางที่ดี

ศักดิ์ศรีมนุษย์ประเทศไทย

"ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์" ของประเทศไทย 

"บิ๊กตู่" ส่งสัญญาณ ถึง"จีน-อังกฤษ" ให้เคารพ"ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์" ของประเทศไทย เผยตปท. ให้ความสำคัญแต่เศรษฐกิจ แต่เราดำเนินคดีให้ จับได้ก็ส่งตัวให้ ขี้คดีตัดสินแล้ว ยังไปเคลื่อนไหวในตปท.

แม้จะไม่ได้เอ่ยชื่อประเทศออกมา แต่ พลเอกประยุทธ์ ใช้เวทีสิทธิมนุษยชน  พูดผ่าน ทูต และ UN และองค์กรสิทธิฯ ยัน ยึดหลัก"เคารพ คุ้มครอง เยียวยา" แก้ปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชน ชี้ รัฐพยายามผ่อนคลาย  แต่ต้องไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น

ยันยึดกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ให้สังคมขี้ว่าผิด ต้องยึดหลักฐานขั่นตอน ขบวนการ

"บางคนคดีตัดสินแล้ว แต่ยัง
ไปเคลื่อนไหวในตปท.เพราะเขา มองเศรษฐกิจ อย่างเดียว  แต่ประเทศไทยเรามีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ใครทำผิด ก็ต้องดำเนินคดี ใครมาทำผิดในประเทศเรา เราก็ดำเนินคดี และส่งตัวให้ตามกม.

ดังนั้นทุกประเทศก็น่าจะเคารพ  ไม่ควรให้ใครมีการเคลื่อนไหวในประเทศ นี่คือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ของประเทศไทย"

พลเอกประยุทธ์ กล่าวเรื่องนี้ หลังจากที่นายทักษิณ ชินวัตร และ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปรากฏตัวในกรุงปักกิ่ง ของจีน และก่อนหน้านี้ ก็ ปรากฏตัวที่กรุงลอนดอน ของอังกฤษ

แค่เรื่องกระพี้

กระพี้ !!

"บิ๊กตู่" ไม่สนใจ"ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ" โผล่จีน  เริ่องของ ตปท.เขา ยันประสานติดตามตัว ทุกคน แต่ไม่รู้จะได้กลับมาหริอไม่...ถามนักข่าว ไปสนใจอะไร ให้ความสำคัญกับคนทำผิดกม. แค่กระพี้ ผมไม่สนใจ ผมไม่มีความเห็น

พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า "ผมไม่มีความเห็น ๆ เรื่องตปท เขา " เมื่อนักข่าวถามถึง  อดีตนายกฯ ทักษิณ และ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ปรากฏตัว ที่ ปักกิ่ง จีน 

ทั้งนี้ ตอนนี้หน่วยที่เกี่ยวข้อง เขาทำอยู่แล้ว ในการติดตามตัว เพราะทุกครั้ง ที่มี เราก็ติดตามตัวทุกคน แต่ได้กลับมาบ้าง ไม่ได้กลับมาบ้าง

เมื่อถามว่า ความเคลื่อนไหว สอดรับกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มในประเทศ นั้นนายกฯ กล่าวว่า  ผมไม่สนใจ คุณจะไปสนใจคนทำผิดกม.ทำไม 

"ผมไม่มอง  คุณจะให้ความสำคัญทำไม  แค่กระพี้  คุณสนใจ ก็ตามใจคุณ ผมไม่มีความเห็น" นายกฯ กล่าว ก่อนยุติการให้สัมภาษณ์ แล้วเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า ไป แบบ "เดินลงส้น" นิดนึง !!
////
"ทำไม ต้องให้ความสำคัญกับคนทำผิดกม."

"นายกฯ" หน้ามุ้ย!! บอก ไม่สนใจ"ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ" โผล่จีน  ปัดตอบ คำถามนักข่าวเรื่อง 2 พี่น้อง ชินวัตร โผล่ช็อปปิ้ง ปักกิ่ง จีน ...ถามนักข่าว ทำไมต้องสนใจคนทำผิดกม.ไปสนใจอะไร  เรื่องกระพี้ ผมไม่สนใจ ผมไม่มีความเห็น

แต่ออกอาการ "เดินลงส้น" นิดนึง !!

"ผมไม่มีความเห็น ๆ เรื่องตปท เขา 

ตอนนี้หน่วยที่เกี่ยวข้อง เขาทำอยู่แล้ว ในการติดตามตัว เพราะทุกครั้ง ที่มี เราก็ติดตามตัวทุกคน แต่ได้กลับมาบ้าง ไม่ได้กลับมาบ้าง

เมื่อถามว่า ความเคลื่อนไหว สอดรับกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มในประเทศ นั้นนายกฯ กล่าวว่า  ผมไม่สนใจ คุณจะไปสนใจคนทำผิดกม.ทำไม 

"ผมไม่มอง  ทำไมคุณจะต้องให้ความสำคัญกับคนทำผิดกม. แค่กระพี้  คุณสนใจ ก็ตามใจคุณ ผมไม่มีความเห็น" นายกฯ กล่าว ก่อนยุติการให้สัมภาษณ์ แล้วเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า ไป แบบ "เดินลงส้น" นิดนึง !!

ฟ้องฝรั่งม็อบไม่ใส

ฟ้อง ฝรั่ง !!

"บิ๊กตู่" ฟ้อง ทูต ตปท. กลุ่มเคลื่อนไหวการเมือง มีเจตนาไม่บริสุทธิ์  ชี้ถ้าให้อ้างแต่ รธน. เคลื่อนไหวตามสิทธิ์ ถ้าเกิดอะไรขึ้น ใครจะรับผิดชอบ ผมจะไม่ยอมให้ประเทศไทยไปสู่จุดนั้น ลั่นผมจะไม่ยอมเด็ดขาด ...ถามทูต  ถ้า ใครคิดว่า ไทยทำไม่ถูกต้อง ช่วยบอกผมด้วย ...วอน ตปท.คำนึงถึง"ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์"ของไทย ปล่อย คนทำผิดกม.เคลื่อนไหว

"นายกฯบิ๊กตู่"แจงทูต -UN เวทีสิทธิมนุษยชน ยัน ยึดหลัก"เคารพ คุ้มครอง เยียวยา" แก้ปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชน ชี้ รัฐพยายามผ่อนคลาย  ย้ำแม้มีสิทธิ์ แต่ต้องไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น

โดยเฉพาะสิทธิด้านการเมือง กับกม. ตัองให้สมดุลย์ ในสังคม ไม่งั้นมีปัญหา วุ่นวาย ในการจะเป็น ประชาธิปไตย

ทั้งนี้ เราจะได้ผู้นำดี หรือไม่ดี ไม่รู้ ผมไม่กล้าพูดว่าผมเป็นผู้นำที่ดีหรือไม่ แต่ผมมีเจตนามุ่งมั่น ที่จะแก้ปัญหาให้ประเทศ นี้ให้ได้

ชี้ตัองสร้าง ภูมิต้านทาน โซเชี่ยลฯ รู้ว่า อะไรผิด ถูก สร้างหลักคิดให้ปชช. ให้ได้ แต่ไม่ใช่ให้รักผม รักคสช แต่ต้องชอบ ต้องรักประเทศของท่าน

ยัน เราจะตัองเป็น ปชต. อยู่แล้ว แต่ขอเวลาศึกษา กม. ทุกฉบับ ไม่ใช่มองแต่ รธน อย่างเดียว ถ้าเกิดอะไรขึ้น ใครจะรับผิดชอบ ผมจะไม่ยอมให้ประเทศไทยไปสู่จุดนั้น ผมจะไม่ยอมเด็ดขาด

"ออกมาทุกวัน ไม่มีกม.เหรอ  จับแล้วปล่อยตัวไป. แล้วก็มาใหม่ ใครคิดว่า ไทยทำไม่ถูกต้อง ช่วยบอกผมด้วย  ที่ผ่านมา มีอนุโลมให้ได้บ้าง แต่ นี่มีเจตนาอย่างอื่น มีเจตนาไม่บริสุทธ์ิ"

พร้อมปฏิเสธว่า ไม่เคยสั่งให้ใครไปทรมานใคร  เพราะไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง

ยันไทย ยึดกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ให้สังคม ชี้ว่าผิด ตัดสินไปแล้ว แต่ต้องยึดหลักฐานขั่นตอน ขบวนการ

"แต่  บางคนคดีตัดสินแล้ว แต่ยัง
ไปเคลื่อนไหวในตปท.เพราะประเทศเขา มองเศรษฐกิจ อย่างเดียว  แต่ประเทศไทยเรามีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ใครทำผิด ก็ต้องดำเนินคดี ใครมาทำผิดในประเทศเรา เราก็ดำเนินคดี และส่งตัวให้ตามกม.

ดังนั้นทุกประเทศก็น่าจะเคารพ  ไม่ควรให้ใครมีการเคลื่อนไหวในประเทศ นี่คือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประเทศไทย" นายกฯกล่าว เป็นภาษาไทย

ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย

ไม่ใช่ เรื่องคอขาดบาดตาย

"ดอน" ชี้ "ยิ่งลักษณ์" โผล่จีน "ไม่ถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย" เผยเคยแจ้ง ทุกประเทศ ให้รับทราบ ก่อนหน้านี้แล้ว ชี้ตอนนี้เป็นหน้าที่ ตำรวจ ยังไม่ถึงคิว กต.

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการที่ นายทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ปรากฏตัวที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีนว่า เบื้องต้นมีรายงานอย่างไม่เป็นทางการเข้ามาแล้วว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ปรากฎตัวที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นตอนที่กระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการใดๆ เพราะเป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

นายดอน กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าตอนนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถือหนังสือเดินทางของประเทศใด ทราบจากข่าวว่าได้หนังสือเดินทางจากประเทศใดประเทศหนึ่ง ซึ่งวิธีขอหนังสือเดินทางมีหลายรูปแบบ เช่น ไปทำการค้าการลงทุนกับประเทศนั้นจนได้รับหนังสือรับรอง 

และก่อนหน้านี้ เราได้แจ้งทุกประเทศให้รับทราบถึงกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์แล้ว จากนี้ต้องเป็นเรื่องของแต่ละประเทศจะดำเนินการ

เมื่อถามว่ากระทรวงการต่างประเทศ ได้รับรายงานหรือไม่ว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ พำนักอยู่ที่ประเทศใดเป็นหลัก นายดอน กล่าวว่า เรื่องนี้จะต้องตรวจสอบให้ชัดเจน ซึ่งหลังจากปรากฎภาพน.ส.ยิ่งลักษณ์ และนายทักษิณ ที่กรุงปักกิ่งแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. ไม่ได้สั่งการใดๆเป็นพิเศษ เพราะเราไม่ถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย

รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า นอกจากนี้ในการพบกับรมว.ต่างประเทศของอังกฤษที่มาเยือนไทย ก็ไม่ได้พูดคุยถึงกรณีดังกล่าว แต่ได้หารือถึงความสนใจของทั้งสองฝ่าย เช่น การเมืองทั่วไป , เหตุการณ์รอบบ้านเรา , ความสนใจของอังกฤษในโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษEEC 

รวมถึงยังได้พูดคุยถึงการเลือกตั้งในประเทศไทย โดยเรายืนยันว่าเป็นไปตามขั้นตอนว่าจะมีการเลือกตั้งในเดือนพ.ย.2561 แต่เมื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) แก้ไขร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้งจึงเลื่อนออกไป โดยอังกฤษได้รับทราบ เช่นเดียวกับรมว.ต่างประเทศอิตาลีที่มาเยือนไทยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ได้รับทราบโดยไม่มีข้อคิดเห็นใดๆ เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องภายในของไทย ที่จำเป็นต้องเลื่อน

ไม่มีคุยยิ่งลักษณ์ลี้ภัย

"บิ๊กตู่" เปิดทำเนียบต้อนรับ "รมว.ต่างประเทศอังกฤษ" Boris Johnson เยือนไทยครั้งแรก เน้นคุยการค้า เศรษฐกิจ การศึกษา สัมพันธ์ดี กว่า400ปี/"วีรชน"แถลง ไม่มีคุยเริ่อง "ยิ่งลักษณ์"ขอลี้ภัย หรือ โผล่ ลอนดอน ก่อนหน้านี้

นายบอริส จอห์นสัน (The Right Honourable Boris Johnson MP) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษ  เข้าพบ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล 

โดยมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมการหารือด้วย 

พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่าพลเอก ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี กล่าวต้อนรับเพราะเป็นการเดินทางเยือนไทยครั้งแรก

ขอบคุณอังกฤษ ที่ให้การสนับสนุนการปรับข้อมติสหภาพยุโรป(EU)ต่อไทย สหราชอาณาจักร ถือเป็นมิตรประเทศที่เก่าแก่ของไทย มีความสัมพันธ์อย่างยาวนานมากว่า 400 ปี จนเป็นความผูกพันในทุกระดับ ขอให้กระชับความสัมพันธ์ต่อกัน สร้างมิตรภาพที่ดีต่อกันไปในอนาคต
 
ทั้งสองฝ่ายเห็นร่วมที่จะส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างกัน โดยพลเอก ประยุทธ์ ได้เชิญชวนให้นักลงทุนชาวอังกฤษพิจารณามาลงทุนในโครงการระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (EEC) และหวังว่าสหราชอาณาจักรจะใช้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านการค้าการลงทุนผ่านไปยังประเทศ CLMV ในภูมิภาค ตลอดจนเป็นการเชื่อมโยงไปสู่ภาคประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 

ซึ่ง นาย Boris Johnsonก็ได้หยิบยกนโยบาย Global Britain ของสหราชอาณาจักรที่เน้นการค้าเสรี เปิดโอกาสให้สหราชอาณาจักรมีการค้ากับประเทศต่างๆทั้งในและนอกยุโรปมากยิ่งขึ้น จึงเป็นโอกาสดีที่ไทยและสหราชอาณาจักรจะกระชับความสัมพันธ์ทางการค้า การลงทุนระหว่างกัน
 
ทั้งสองฝ่าย ยืนยันที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกันในด้านต่างๆ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย โดยประเทศไทยมีนโยบายที่ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน  ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมยานอากาศ ความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ความร่วมมือด้านการศึกษา และการท่องเที่ยว

โดยพลเอก ประยุทธ์ ขอให้รัฐบาลอังกฤษดูแลนักเรียนไทยที่ศึกษาที่อังกฤษ จำนวน 10,000 คน 

ซึ่งนาย Boris Johnson กล่าวว่า ภูมิใจที่นักเรียนไทยเลือกเดินทางไปศึกษาที่ สหราชอาณาจักร เพราะมีกระบวนการศึกษาที่ดี
 
ซึ่งในระหว่างการหารือครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้หยิบยกประเด็นที่ต้องการให้มีความร่วมมือระหว่างไทยและสหราชอาณาจักร ได้แก่ ความร่วมมือด้าน Cyber ความร่วมมือด้าน E-Government ความร่วมมือด้าน Start up และความร่วมมือด้าน Data protection 

ซึ่ง นาย Boris Johnson กล่าวว่าจะแจ้งรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดตั้งคณะทำงานร่วมกับไทยเพื่อพัฒนาความร่วมมือเพราะเห็นว่าจะเป็นประเด็นที่มีความสำคัญ มีประโยชน์ในอนาคต  
 
นาย Boris Johnson ชื่นชมไทยที่ได้รับการปรับสถานะ(Ease of Doing Business)มีเป็นประเทศที่น่าลงทุนอันดับที่ 26 และแสดงความเชื่อมั่นในพัฒนาการทางประชาธิปไตยของไทย เชื่อมั่นว่าไทยจะจัดการเลือกตั้ง และประสบความสำเร็จในการปฏิรูปตาม Roadmap
 
ในตอนท้าย นาย Boris Johnson เชิญชวนฝ่ายไทยให้ส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุม London Conference on the Illegal Wildlife Trade 2018 ในช่วงเดือนตุลาคม 2561 

ซึ่งพลเอก ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีจะมอบหมายรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเป็นผู้แทนเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว 

และนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งเพิ่มเติมว่า นอกเหนือจากการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าผิดกฎหมาย รัฐบาลไทย ให้ความสำคัญการแก้ไขปัญหาระดับโลกด้านอื่นๆ อาทิ การค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์  IUU การค้ามนุษย์ ซึ่งจะเห็นผลที่ดีขึ้นต่อไป

ทั้งนี้ในเนื้อหา การแถลงข่าว พลโทวีรชน ไม่ได้เปิดเผยว่ามีการหารือ เรื่องการลี้ภัยหรือการปรากฏตัว ของอดีตนายกรัฐมนตรี"ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร"ในกรุงลอนดอน ก่อนหน้านี้หรือไม่