PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561

"วัฒนา"อวยพรวันเกิด"ยิ่งลักษณ์"

“สุขสันต์วันเกิดครับ ท่านนายก”
วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของนายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย วันเกิดของท่านปีที่แล้วผมพาน้องเฟมากราบอวยพรและรับประทานอาหารกับท่านที่โรงแรมเอสซีพาร์ค แต่ปีนี้ขอร่วมกับพี่น้องประชาชนที่รักท่านนายกส่งคำอวยพรแทน
นายกยิ่งลักษณ์เป็นตัวอย่างของการเป็นผู้นำที่ดี ท่านวางตนได้เหมาะสมกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่ได้มาจากการเลือกตั้ง นายกยิ่งลักษณ์ไม่เคยแสดงหยาบ หรือกักขฬะเหมือนผู้นำบางคน ท่านสุภาพและให้เกียรติประชาชนเสมอแม้จะเป็นฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองกับท่านก็ตาม นี่คือตัวอย่างของผู้นำที่มีวุฒิภาวะอันนับเป็นความภาคภูมิใจของประชาชนที่เลือกท่านเข้ามา นายกยิ่งลักษณ์ได้ทำหน้าที่ของนักการเมืองที่มาจากประชาชนอย่างสมบูรณ์แล้ว ที่ยังเหลือถือเป็นหน้าที่ของพวกผมที่จะต้องนำประชาธิปไตยและหลักนิติธรรมกลับคืนให้กับประชาชน ท่านนายกอย่าลืมส่งกำลังใจให้พวกผมและพี่น้องประชาชนที่รักประชาธิปไตยด้วยก็แล้วกัน ผลัดกันให้กำลังใจครับ
เนื่องในโอกาสอันเป็นมงคล ผมและประชาชนที่รักท่านนายกทุกท่านขออวยพรให้ท่านนายกมีความสุข ขอให้เจตนาดีที่ท่านนายกมีต่อประชาชนและไม่เคยคดโกงอำนาจของประชาชน จงส่งผลให้ท่านนายกมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ขอให้ชนะหมู่มารทั้งปวง ขอให้เผด็จการทั้งหลายจงพินาศและพ่ายแพ้แก่ประชาชน สุขสันต์วันเกิดครับท่านนายก
วัฒนา เมืองสุข
21 มิถุนายน 2561

วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561

เกินกว่าเหตุไหม?

Subpatpoj Patr Nitisasathorn

ถึงกับตั้งโต๊ะแถลง..กันเลยทีเดียว.....
...กองปราบปรามจับกุมคุณสุกิจ..ตามหมายจับของศาล..
..ระหว่างแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ..คุณสุกิจ..พูดสอดแทรก..งืมงำ..กวนส้นเท้า...ตลอดเวลา.............
..หลังจากที่แจ้งข้อกล่าวหา..แจ้งสิทธิผู้ต้องหาเสร็จสิ้น..หน้าที่ของผู้จับคือ..ต้องนำตัวผู้ถูกจับไปลงบันทึกประจำวัน..แล้วนำตัวส่งพนักงานสอบสวน...โดยเร็ว....
...ภายหลังแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับและแจ้งสิทธิของผู้ต้องหาเสร็จสิ้น..คุณสุกิจจึงอยู่ในการควบคุมตัวของผู้จับ...
...ระหว่างนำตัวคุณสุกิจไปลงประจำวันกับพนักงานสอบสวน....คุณสุกิจเกิดอาการ..ง๊องแง้ง..ได้ยินเสียงเล็ดลอดมาว่า..
....ไม่ให้จับ...”...ฟาดงวง..ฟาดงา..............
..ผู้จับจึงต้องใช้วิธีการ..ตามสมควรแก่เหตุ..โดยไม่มีอาวุธ....
..ท่านนายกสภาฯ ..ตั้งโต๊ะแถลงข่าว..เป็นเรื่องเป็นราว...อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน...ตำหนิผู้จับ..ทำเกินกว่าเหตุ....
..ผู้ต้องหาเป็นถึงทนายความ..สถานที่จับเป็นโรงพัก..ผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์หลบหนี..จับแบบนั้น..ได้อย่างไร.....
..อีกท่านแถลงว่า..กองปราบกระทำผิดต่อเสรีภาพ..ปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ..จะนำเรื่องเข้าที่ประชุม..เอาผิดผู้จับกุม..
...ผมถือว่า..ท่านนายกและคณะ..แถลงในนามส่วนตัว...ไม่เกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่..ในสภาทนายความ..
..ผมขอชี้แจงด้วยความเคารพ..ตามเหตุและผล.อันจะพึงมี..ในฐานะสมาชิกทนายความคนหนึ่ง..ที่เลือกท่านเข้ามาเป็นผู้บริหารสภาทนายความ.....
..ตามท้องเรื่องคุณสุกิจเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาล...ภายหลังคุณสุกิจถูกจับกุมแล้ว..จึงอยู่ในการควบคุมตัวของผู้จับ...
...เมื่อผู้ต้องหาเกิดการ..ง๊อง..แง๊ง...ไม่ให้เกียรติผู้จับ..ไม่เคารพสถานที่....
.
..กรณีเช่นนี้. ผู้จับจะมีทางเลือกอะไร..นอกจากปฎิบัติการ..ให้เป็นไปตามอำนาจหน้าที่....
...การจับตัว...ให้นอนราบกับพื้น..โดยไม่ใช้อาวุธ..เพื่อใส่กุญแจมือ...จึงเป็นเหตุเป็นผลที่ผู้จับพึงปฏิบัติ....
..แล้วมันเกินกว่าเหตุ..ตรงไหน...
...ถ้าจะบอกว่าการจับกุมเช่นนี้..เกินกว่าเหตุ...
...แล้วการจับกุมพระพุทธอิสระ..พังประตู..ปืนจ่อ..อ่านหมายจับด้วยเสียงดุดัน..ไม่เกินไปกว่านี้หรือ.....
...ก็ไม่เห็นท่านนายกสภาฯ จะว่ากระไร.....
.....ท่านนายกสภาฯบอกว่า..เสียเกียรติวิชาชีพทนายความ....
..แล้วถ้ามองในมุมกลับ..ทนายความที่เป็นถึงผู้เชียวชาญด้านกฎหมาย..ทำไมไม่ให้เกียรติผู้จับ..ทำไมไม่เคารพสถานที่....
...ใครกันแน่ครับ..ที่ทำให้วิชาชีพทนายความเสื่อมเกียรติ..
..ผู้ต้องหาที่เป็นทนายความ..มีพฤติกรรมแบบนี้..จะเป็นแบบอย่างกับประชาชนทั่วไป..และทนายความรุ่นหลังหลัง...ได้อย่างไร....
..ทนายความ..มีสิทธิ..มีหน้าที่..หรือมีอภิสิทธิ...มากว่าคนทั่วไปอย่างนั้นหรือ........
...ที่ถูก..ท่านควรตั้งโต๊ะแถลงข่าว..ตำหนิพฤติกรรมของคุณสุกิจ...ไม่ใช่ตำหนิ..เจ้าพนักงานผู้จับกุม...
..ทุกหน่วยงาน..ทุกองค์กร..เขาก็มีเกียรติ..มีศักดิ์ศรี..ไม่ต่างกัน....
..จะลองทำแบบสอบถามมั้ยครับ..ทนายความทั่วประเทศ..ประชาชนทั่วไป...
...ใครเห็นด้วย...กับคำแถลงของท่าน......

ภ.4ยืนยันเป็นทหาร ร.15ค้ายาบ้าว้าแดงในพท.ชายแดนใต้

Sermsuk Kasitipradit
ตรวจสอบกับกองทัพภาคที่ 4 ยืนยันเป็นทหารในหน่วยกองร้อยลาดตระเวนระยะไกล กองพลทหารราบที่ 15 หารายได้พิเศษจากการเป็นตัวแทนว้าแดงขายยาบ้าในพท.จังหวัดชายแดนภาคใต้
เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติดอำเภอหาดใหญ่ และทหารชุดกองข่าวภัยแทรกซ้อน เข้าจับกุมตัว จ.ส.อ. สุทธิดล แสงใสแก้ว สังกัดกองร้อยลาดตระเวนระยะไกล กองพลทหารราบที่ 15 กองทัพภาคที่ 4 พร้อม น. ส. ญาณัตถ์รายา บุญสนิท อายุ 43 ปี ภรรยา เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา หลังถูกเจ้าหน้าที่วางแผนล่อซื้อยาบ้าจำนวน 100,000 เม็ด พร้อมรถโตโยต้า แคมรี่ สีขาว 1 คัน และเงินสด 2,750,000 บาท ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ โดยมีสายส่งนำยาบ้าทั้งหมดมาส่งที่โรงแรมในเขตอ.เมืองสงขลา จ.ส.อ.สุทธิดล เปิดเผยยาบ้าทั้งหมดเป็นของกลุ่มว้าแดงในรัฐฉานประเทศเมียนมา ยอมรับเคยเดินทางไปยังฝั่งเมียนมาเพื่อทำความรู้จักกับเอเย่นต์ยาบ้าของกลุ่มว้าแดงก่อนมาเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดในจังหวัดชายแดนภาคใต้...นิว18

เล่นของแพง

เล่นของแพง



วันนี้ (20 มิ.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หน.คสช.จะบินสะเวิบไปเยือนอังกฤษ และฝรั่งเศสรวมเวลา 5 วัน
โดยมี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ และใครต่อใครร่วมขบวนกฐินสามัคคีไปด้วยอีกหลายคน
เป้าหมายของทริปเยือนยุโรปของ “นายกฯบิ๊กตู่” ครั้งนี้มีนัดสำคัญ 2 คิว
1,การได้เข้าพบหารือกับ นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ (ที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย)
2,ได้เข้าเยี่ยมคารวะกระชับความสัมพันธ์กับ นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส (ซึ่งมาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยเช่นกัน)
“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่าการที่ “พล.อ.ประยุทธ์” นายกรัฐมนตรีไทยได้รับไฟเขียวให้เข้าพบผู้นำรัฐบาลอังกฤษ และผู้นำรัฐบาลฝรั่งเศส 2 ประเทศทูอินวัน ถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ของรัฐบาล คสช.
เพราะโดยปกติ กลุ่มประเทศอียู จะไม่ สังฆกรรมกับผู้นำรัฐบาลรัฐประหารทุกกรณี
แต่สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ ผู้นำรัฐบาลทหารของไทย ได้รับยกเว้นเป็นพิเศษ เนื่องจากได้ประกาศโรดแม็ปชัดเจนว่าจะคืนอำนาจให้ประชาชน และจะมีการเลือกตั้งใหญ่ตามระบอบประชาธิปไตย (ครึ่งใบ) ในต้นปีหน้าแน่นอน
ข้อสำคัญ น่าจะเป็นผลพลอยได้จากการที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับเชิญไปจับเข่าคุยกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีอเมริกา ถึงทำเนียบขาว
จึงทำให้กลุ่มอียู กลับมาเริ่มฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารของไทยหลังจากติดไฟแดงมา 4 ปี
“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าเป้าหมายอีก อย่างของ พล.อ.ประยุทธ์ และคณะในการเดินทางไปเยือนยุโรป 5 วัน
คือการไปเดินสายโรดโชว์นักธุรกิจกลุ่มอียู เพื่อชักชวนให้เข้ามาลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษตะวันออกหรือ “อีอีซี” ซึ่งเป็น “จุดขายใหม่” ของไทย
ไฮไลต์สำคัญ คือจะเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามสัญญาร่วมทุน ระหว่างการบินไทยกับบริษัทแอร์บัส เพื่อพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นศูนย์ซ่อมบำรุงเครื่องบินโดยสารระดับอินเตอร์ใหญ่ที่สุดในเอเชีย
เมื่อศูนย์ซ่อมเครื่องบินแห่งใหม่เกิดขึ้นในสนามบินอู่ตะเภาจะดึงให้มีการจัดตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์เครื่องบินตามมา
และจะเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักลงทุนทั่วโลกให้แห่เข้ามาตั้งโรงงานอุตสาห-กรรมขนาดใหญ่ๆในเขตเศรษฐกิจอีอีซี อีกมากมาย
โดยรัฐบาล คสช.เสนอสิทธิประโยชน์ ล่อใจอย่างจั๋งหนับบุเรงนอง
ฝันหวานจะกลายเป็นจริงหรือไม่...โปรดติดตามต่อไป
“แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่าการเดินทางไปเยือนอังกฤษ และฝรั่งเศสครั้งนี้ ไม่ใช่ไทยจะได้ประโยชน์อย่างเดียว
เพราะรัฐบาลจะเซ็นสัญญาซื้อ “ดาวเทียมธีออส 2” จากบริษัทแอร์บัสเป็นเงินกว่า 6,900 ล้านบาท ตามแผนพัฒนาเทคโนโลยีสำรวจอวกาศ สำรวจภูมิอากาศ และสำรวจทรัพยากร ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล คสช.
โอ้แม่เจ้า...ราคาดาวเทียมธีออส 2 ที่รัฐบาล คสช.ตกลงสั่งซื้อมาใช้พัฒนาเทคโนโลยีอวกาศเป็นเงินเกือบ 7 พันล้านบาทเชียวนะโยม
คำถามคือ จำเป็นขนาดไหนที่ต้องสั่งซื้อดาวเทียม??
จะได้ประโยชน์คุ้มค่าหรือไม่กับรายจ่ายก้อนโต??
“แม่ลูกจันทร์” จนปัญญาไม่สามารถหาคำตอบได้เหมือนกัน
เอาไว้มีข้อมูลชัดเจนก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที.
“แม่ลูกจันทร์”

'สุริยะ' ลูกศรดอกที่สาม

'สุริยะ' ลูกศรดอกที่สาม



ดัชนีหุ้นการเมือง ยี่ห้อ “พลังประชารัฐ” คึกคักขึ้นมาทันตา
หลังการเฉลยปริศนาที่ “เสี่ยแฮงค์” นายอนุชา นาคาศัย บอกนักข่าวเป็นนัยระหว่างไปต้อนรับ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ หัวหน้า คสช. ประชุม ครม.สัญจรที่จังหวัดนครสวรรค์
รอลุ้นจะมีข่าวใหญ่ เรื่องของการมีงานทำ
ตามฉากการเปิดตัวกลุ่ม “สามมิตร” ที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตเลขาธิการพรรคไทยรักไทย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มมัชฌิมา บินไปทาบทาม “ติงลี่” นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีต รมว.ทรัพยากรฯ แกนนำ ส.ส.อีสานพรรคเพื่อไทย ถึงถิ่นจังหวัดเลย
จุดเริ่มต้นปฏิบัติการ “รีเทิร์น” สนามการเมืองของ “สุริยะ” อย่างเป็นทางการ
ในฐานะคีย์แมนของค่าย “พลังประชารัฐ”
สถานการณ์ชัดๆ แบบที่นายปรีชาประกาศตัวเลยว่า นายสุริยะกับนายสมศักดิ์มาเชิญให้เข้าร่วมงานกับพรรคใหม่ และพร้อมแถลงเปิดตัวเลยถ้าทุกอย่างเคลียร์
ถึงเวลาผู้เล่น “ตัวจริง” กระโดดลงสนาม
ตามรูปการณ์ที่มีการเชื่อมโยง “ก๊วนก๋วยเตี๋ยวเนื้อ” ในอดีตพรรคไทยรักไทย นั่นคือ “สุริยะ-สมศักดิ์” และอีกหนึ่งก็คนนั่งหัวโต๊ะอย่างนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กัปตันทีมเศรษฐกิจ
ที่มาของเครือข่าย “สามมิตร”
แต่งานนี้ “สมคิด” ไม่ได้เข้าไปยุ่งแบบคลุกวงใน การขับเคลื่อนเป็นเรื่องของนายสุริยะกับนายสมศักดิ์ที่เคลื่อนไหว เดินกระบวนการทาบทามดึงอดีต ส.ส.เกรดเอมาร่วมงาน
โดยติดเอายี่ห้อ “สมคิด” เป็นตัวเพิ่มพลังดึงดูดทางการเมือง
ตามท้องเรื่องที่ “จอมยุทธ์กวง” คือคนปล่อยลูกศรธนู ส่งสัญญาณทางการเมืองให้แปรรหัส
ปฏิบัติการก่อกำเนิดป้อมค่าย “พลังประชารัฐ”
เริ่มตั้งแต่ลูกศรดอกแรก “สมคิด” เปิดไพ่สนับสนุน “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ตีตั๋วต่อ เพราะเป็นคนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ประเทศไทย ณ ห้วงปัจจุบันมากสุด
ทำให้ประเทศสงบ เอื้อต่อการวางพื้นฐานการพัฒนาระยะยาว
ต่อด้วยธนูดอกสอง ดึง “แป๊ะนั่งเรือแป๊ะ” ปฏิบัติการเซอร์ไพรส์ ตั้งบิ๊กเนมการเมืองระดับ “เสี่ยแป๊ะ” นายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพรรคพลังชล เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี
เปิดพื้นที่เขตทหารให้นักการเมืองได้เข้ามาจูนคลื่นกับ “ลุงตู่”
ก่อนนำมาซึ่งธนูดอกที่สาม อีเวนต์การเปิดตัวนายสุริยะ รีเทิร์นสนามการเมืองอย่างเป็นทางการ เป็นคีย์แมนหลักของพรรคพลังประชารัฐ
กระตุกแรงสั่นสะเทือนการเมืองระดับ 5-6 แมกนิจูด
ปรากฏการณ์แบบที่ “หัวเขียง” นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ อดีต ส.ส.มหาสารคาม ต้องออกมายอมรับวิกฤติ “เอาไม่อยู่แล้ว” แนวโน้มพื้นที่อีสานและภาคเหนือของพรรคเพื่อไทย
“เลือดไหล” ออกไม่หยุดแน่
นั่นก็เพราะยี่ห้อ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” ในสายตาของนักการเมืองอาชีพ คือความมั่นคงทางการเงิน
“หัวจ่าย” พลังสูงที่ทรงประสิทธิภาพสมัยพรรคไทยรักไทย
ใครบอกไม่หวั่นไหว ไอ้นั่นแหละโกหก
หรือพวกที่ท่องประโยคนกแก้วนกขุนทอง ขู่ใครย้ายออกจากอ้อมอก “ทักษิณ” มีแต่สอบตก
ลึกๆก็หวิวในดวงหทัย กระแสดี แต่ไม่มีกระสุน ก็ร่วงเหมือนกัน
แถมสถานการณ์ “กลวงใน” อาการแบบที่ “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เจ้าแม่เมืองกรุง ให้เด็กในสังกัดออกมาบอกปัด “ข่าวปล่อย” วัดดวงวัดใจคนดูไบ
จะอนุมัติตั๋ว “นอมินี” แม่ทัพเพื่อไทยอย่างเป็นทางการหรือไม่
ตามรูปการณ์ที่ “เจ๊แดง” นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ กับ “เฮียเพ้ง” นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล แกนนำสายตรง “นายใหญ่” ต่างนิ่ง ส่ออาการลึกๆ ไม่เต็มที่กับเจ้าแม่เมืองกรุง
อีกด้าน นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ ทีมงานเสื้อแดง นปช.ก็ออกมาล็อกสเปก แม่ทัพตัวจริงต้องเป็นคนที่มีบทบาทต่อสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมากับพรรคเพื่อไทย ยอมตายเพื่อ “ทักษิณ” ได้
ที่สำคัญต้องมีภาพความเชี่ยวเศรษฐกิจที่เป็น “จุดขาย” ยี่ห้อ “ทักษิณ”
มาถึงตรงนี้ ถ้าไม่มีความชัดเจนว่าได้เป็นหัวหน้าพรรค “เจ๊หน่อย” น่าจะอยู่ลำบาก
จะเอาคนใหม่สดก็ยาก เลือกใช้คนเก่าก็ขาดเอกภาพ.
ทีมข่าวการเมือง

นายกเปิดแฟลตดินแดง9ก.ค.

"บิ๊กตู่" ถือฤกษ์ 9กค.9โมง เปิด "แฟลตดินแดง" เฟสแรก ชี้ เป็น ผลงานที่เป็นรูปธรรมที่สุดของรัฐบาล คสช. หลัง บิ๊กป้อม วางศิลาฤกษ์ไว้แล้ว

 ร.ท.หญิง พรชนก อ่ำพันธุ์ ผู้ช่วยโฆษกกลาโหม แถลงหลังการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินคณะที่ 5 ครั้งที่ 5/2561 ว่า ผลงานที่เป็นรูปธรรมของรัฐบาลมากที่สุดคือโครงการฟื้นฟูเมืองดินแดง ตามแผนแม่บทโครงการฟื้นฟู พ.ศ.2559-2567 โดยความคืบการดำเนินก่อสร้างโครงการที่อยู่อาศัยแปลง Gแล้วเสร็จตั้งแต่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา

 ส่วนการดำเนินโครงการส่วนต่อไป เพื่อรองรับผู้อยู่อาศัยเดิมในระยะที่ 2-4 แปลง A, B1 และC อีก 6,212 หน่วย อยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติก่อสร้างของครม.

การบูรณาการพัฒนาที่ยั่งยืนในการอยู่อาศัยในอาคารแปลง G นั้น จะมีเงินช่วยเหลือค่าเช่า ค่าขนย้าย โดยกองทัพบกจะสนับสนุน ซึ่งเริ่มดำเนินการแล้ว และจะได้จัดเตรียมงาน

ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.จะมาเป็นประธานเปิดโครงการที่พักอาศัยแปลง G ในวันที่ 9 ก.ค.นี้ ในเวลา 09.00 น.

วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561

มากกว่าเดิมพันอำนาจ

มากกว่าเดิมพันอำนาจ



ฟุตบอลโลกฟีเวอร์กลบกระแสการเมืองเงียบลงไปถนัดตา
เสียงนกเสียงกาในหมู่นักเลือกตั้งอาชีพก็ลดโทนลงไปผู้คนไม่สนใจฟัง อาการอุปาทานหมู่ปัญหาปากท้องของชาวบ้านร้านตลาด พ่อค้าแม่ขาย ก็ซาลงชั่วขณะ
ตามจังหวะดีๆที่เอื้อให้รัฐบาล คสช.กลับมาสู่สถานการณ์ตามยุทธศาสตร์ของตัวเอง
ล่าสุด “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. นำคณะนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เหินฟ้าเยือนประเทศฝรั่งเศสและประเทศอังกฤษ ระหว่างวันที่ 20–25 มิถุนายน
ยกระดับเครดิตผู้นำรัฐบาล คสช.ที่โกอินเตอร์ต่อเนื่อง
จากทำเนียบขาวสหรัฐอเมริกา จับเข่าคุยสองต่อสองกับประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์”
มาถึงคิวอังกฤษเซย์ฮัลโหลกับ “เทเรซา เมย์” นายกฯ เมืองผู้ดี และจับมือประธานาธิบดี “เอ็มมานูเอล มาครง” แห่งฝรั่งเศส
ถึงตรงนี้แรงต้าน “ผู้นำอำนาจพิเศษ” จากต่างชาติแทบไม่เหลือ
และอีกมุมก็เป็นการโรดโชว์ “เมกะโปรเจกต์เรือธง” โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลนักลงทุนในภูมิภาคยุโรป ภายหลังจากที่ พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ.2561 ได้ประกาศใช้แล้ว
โดยเป้าหมายของ “นายกฯลุงตู่” และทีมเศรษฐกิจ คือการเชิญชวนนักลงทุนให้เข้าร่วมประมูลโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน รวมถึงแผนจะขยายความร่วมมือกับบริษัทแอร์บัส หลังจากที่ บมจ.การบินไทย ได้ลงนามในโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา เมื่อปลายปี 2560
จูนเครื่อง เดินหน้าเนื้องานตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่วางโปรแกรมไว้
นี่คือภารกิจสำคัญของผู้นำที่ทำให้เกิดเนื้องานที่แตะต้องสัมผัสได้จริงๆ
ถ้าเทียบกับสิ่งที่เรียกว่า “กระพี้” ประเด็นการเมืองร้อนๆรายวันที่ “นายกฯลุงตู่” ถูกลากเข้าไปตะลุมบอนในสงครามไซเบอร์ที่รัฐบาลไม่ถนัด
แน่นอน มันคือภาพความชัดเจนในทางปฏิบัติที่หักลบกับกระแสฉาบฉวยในโลกโซเชียลฯ
และโดยเงื่อนไขสถานการณ์มาถึงตรงนี้ ก็เริ่มสะท้อนถึงความเด่นชัด เนื้องานอันเกิดจากการบริหารมา 3—4 ปี มองกันตามยุทธศาสตร์ในทางยาวๆของ “นายกฯลุงตู่” กับทีมงาน “สมคิด” โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ เป็นการวางแผนพัฒนาประเทศอย่างเป็นระบบ
ถือว่าครบวงจร ในการรองรับเศรษฐกิจและการเมืองโลกยุคใหม่
เมกะโปรเจกต์อีอีซี โดยมีระบบคมนาคม รถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้า มอเตอร์เวย์ เชื่อมเครือข่ายคมนาคมทั้งซีกตะวันออกกับซีกตะวันตก รองรับโครงการพัฒนาร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน
วางไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ ความมั่นคง ในภูมิภาคอาเซียน
ไม่ได้เขียนนโยบายกันมั่วๆ จบเทอมรัฐบาลแล้วก็เลิกไป ทุกอย่างมาจากแนวคิดวางโครงสร้างพื้นฐานรองรับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ที่แน่ๆมันเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงชัดเจน เมื่อย้อนไปเทียบกับวิกฤติก่อนเดือนพฤษภาคม 2557
นี่คือสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ กับผลงานทีม “นายกฯลุงตู่” ที่ผิดฟอร์มรัฐบาลท็อปบูต
ซึ่งนั่นก็ตรงกันข้ามกับเสียงด่า ด้วยคำพูดลอยๆของคนยี่ห้อเพื่อไทยและประชาธิปัตย์
นักการเมืองทุกป้อมค่ายกำลังรวมหัวปรองดองอัตโนมัติ
ส่งสัญญาณกันชัดๆ พร้อมฉีกแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี รื้อทิ้งโครงการอีอีซี หรืออะไรที่รัฐบาล คสช.วางรากฐานไว้มีหวังโดนรื้อทิ้งหมด
นี่แหละคือสิ่งที่เป็นคำตอบว่า ทำไม “สมคิด” ถึงจำเป็นต้องประกาศหนุน “ลุงตู่” ตีตั๋วต่อ
เพราะขืนปล่อยไปตามเกม ตามวิสัยของนักการเมืองอาชีพ ที่พอเปลี่ยนรัฐบาลทีก็โละทิ้งกันที อะไรที่ไม่ได้ประโยชน์ โครงการที่ไม่ได้ฟาดหัวคิว
ต้องล้มโต๊ะไปตีเมืองขึ้นกันใหม่
นักลงทุน นักธุรกิจ ก็ไม่กล้าเสี่ยงบนความไม่แน่นอน
ตามเงื่อนไขสถานการณ์เดิมพันมันจึงไม่ใช่แค่การยื้ออำนาจไม่ให้ฝ่าย “ทักษิณ” กลับมาช่วงชิงคืน หรือแม้แต่ปล่อยประชาธิปัตย์เอาไปเล่นเสียของ
แต่มันหมายถึงแผนพัฒนาประเทศระยะยาวที่รัฐบาลวางฐานกันมาตลอด 3–4 ปี
เข้าใจอย่างนี้แล้ว ก็อย่าได้แปลกใจ ถ้าสถานการณ์จะเป็นแบบที่ย่างเข้าโหมดเลือกตั้ง ตามคิวล่าสุดที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุได้นำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.และการเลือกตั้ง ส.ส.ขึ้นทูลเกล้าฯ ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา
พร้อมๆกับการทยอยเปิดหน้าเปิดตัวของนักเลือกตั้งอาชีพระดับบิ๊กเนมร่วมทีม “พลังประชารัฐ”
ถึงเวลาได้สัมผัส “พลังแท้จริง” ทีมหนุน “ลุงตู่”.
ทีมข่าวการเมือง

คุก"สุรพงษ์"2ปีไม่รอลงอาญา


วันที่ 19 มิ.ย.61 เวลา 12.30 น. ศาลฎีกาเเผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมือง ตัดสินคดีที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกยื่นฟ้องในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ออกหนังสือเดินทางให้กับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกหมายจับในคดีก่อการร้าย และคดีอื่นๆ 
.
โดยศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา เนื่องจากการกระทำของจำเลยเป็นการช่วยเหลือนายทักษิณได้รับความสะดวกในการเดินทางไปต่างประเทศ และเป็นการบั่นทอนความศักดิ์สิทธิ์ของกระบวนการยุติธรรม
.
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวก่อนฟังคำตัดสินว่าหากศาลมีคำพิพากษาว่านายสุรพงษ์ มีความผิดก็พร้อมยื่นอุทธรณ์ ขณะที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้แสดงความเป็นห่วงนายสุรพงษ์
.
ภาพ : กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561

‘พลังมหาดูด’ ‘สายตรง…?’

แฉ ‘สายตรง…?’ ใช้ ‘พลังมหาดูด’ หนัก! ทุ่มเงิน-คดีบีบ-ขู่ไม่รับรองปลอดภัย!
“ประยุทธ์ ศิริพานิชย์” อดีต ส.ส.มหาสารคม พรรคเพื่อไทย แฉ พลังดูดอดีต ส.ส.เพื่อไทยหนักมาก!! เผย ทั้งทุ่มเงิน – ยกคดีมาบีบ – ขู่ไม่รับรองความปลอดภัย
เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ อดีตส.ส.มหาสารคาม และแกนนำ ส.ส.ภาคอีสาน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ยอมรับว่าขณะนี้มีการดูด อดีตส.ส.ภาคอีสาน ของพรรคเพื่อให้ไปร่วมงานด้วยจริงตามที่มีข่าว จากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะมีเพียง5เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อมีปัจจัยอื่น ทั้งการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่เข้ามา ก็เกิดความวุ่นวายขึ้นมาในหลายพื้นที่ นอกจากจ.อุบลราชธานี ยังมี จ.อื่นๆ ซึ่งปัญหาเหล่านี้แต่ละจังหวัดก็พยายามพูดคุยกันในพรรคเพื่อแก้ปัญหา ขณะเดียวกันเชื่อว่าพรรคคงไม่มีปัญหาการสรรหาหาบุคคลเพื่อส่งลงสมัครแทนคนที่ไปอยู่กับพรรคอื่น แต่ก็ต้องยอมรับว่าเมื่ออดีตส.ส.ไม่อยู่กับพรรค ย่อมมีผลกระทบเพราะได้นำชื่อและคะแนนเสียงติดออกไปจากพรรคด้วย แต่ท้ายสุดแล้วไม่ว่าใครจะไปอยู่ที่ไหนกับใครเมื่อถึงเวลาเลือกตั้งประชาชนจะตีแผ่ให้เห็นว่าจะเข้าข้างพรรคเพื่อไทยหรือจะเลือกอดีตส.ส.ที่ออกจากพรรค
“สาเหตุหลักที่อดีตส.ส.ไปอยู่กับพรรคอื่นที่มาทาบทาม เช่น พรรคพลังประชารัฐ มีทั้งจ่ายเงินให้มาก 10-15 เท่า และถูกกดดันหลายอย่าง โดยนำเรื่องคดีความมาบีบ รวมถึงการันตีว่าหากย้ายไปอยู่กับพรรคที่มาทาบทามจะทำอะไรก็ไม่ผิด ที่หนักกว่านั้นคือไม่รับรองความปลอดภัยหากยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย ทำให้สถานการณ์ของพรรคในตอนนี้เริ่มมีเสียงแตกอยู่บ้าง โดยคนที่มาทาบทามมีจากหลายสายทั้งสายบ้านริมน้ำ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สายตรงทหารฯ” นายประยุทธ์ กล่าว
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน
ผู้สื่อข่าวถามว่าถึงรายงานข่าวการชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ที่มีชื่อของนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรมว.พลังงาน และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายประยุทธ์ กล่าวว่า ประเด็นหัวหน้าพรรคไม่ใช่ปัญหาหลักของ อดีตส.ส.จะอยู่หรือไม่อยู่กับพรรค เพราะยังมีเวลา และตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่าจะเปิดให้พรรคทำกิจกรรมทางการเมืองได้เมื่อไหร่ และไม่ว่าจะเสนอใครมาเป็นหัวหน้าพรรคต้องมาตามระบบโดยผ่านการยอมรับจากสมาชิกพรรคว่าจะโหวตให้ใคร อย่างไรก็ตามกระแสข่าวความไม่ลงตัวเรื่องของหัวหน้าพรรคนั้น เป็นการปล่อยข่าวของบางคนที่ต้องการออกจากพรรค โดยยกเรื่องความไม่ชัดเจนของผู้นำพรรคมาเป็นส่วนหนึ่งที่จะไป เรียกว่ากินบนเรือนขี้รดบนหลังคา
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เดินสายไปพบ ส.ส. จังหวัดเลย ท่ามกลางกระแสการดูด อดีต ส.ส.เข้าพรรค “พลังประชารัฐ” ซึ่งหนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
อ่านข่าว : พลังมหาดูด!! ‘เพื่อไทยอีสาน’ เจอ ‘สุริยะ-สมศักดิ์’ ดูดซบ ‘พรรคหนุนบิ๊กตู่ฯ!’
ด้านนายไพจิต ศรีวรขาน อดีตส.ส.นครพนม กล่าวว่า การที่อดีตส.ส.มีความเห็นแตกต่างว่าจะอยู่กับพรรคเพื่อไทย หรือย้ายไปพรรคอื่น มีปัจจัยจากการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ที่อดีตส.ส.ในจังหวัดใหญ่ เช่น อุบลราชธานี อุดรธานี นครราชสีมา ได้รับผลกระทบ จึงต้องคิดหนักขึ้น ส่วนประเด็นเรื่องหัวหน้าพรรคนั้นไม่ใช่ปัจจัยสำคัญ สำหรับตนยืนยันที่จะอยู่กับพรรคเพื่อไทยแน่นอน

เตือนดูด ส.ส.อีสานแลกล้มคดีเชื่อได้ยาก ชี้เพื่อไทยมีอุดมการณ์ เชื่อปชช.ยังเลือก

เตือนดูด ส.ส.อีสานแลกล้มคดีเชื่อได้ยาก ชี้เพื่อไทยมีอุดมการณ์ เชื่อปชช.ยังเลือก
“วิโรจน์” เตือน อดีต ส.ส.ระวังต้มตุ๋นดูด! ระบุดีลล้มคดีแลกให้ย้ายซบเชื่อได้ยาก มั่นใจ ปชช.กาเลือก พท. ด้าน “ชัยเกษม” ชี้ พท.อยู่ได้เพราะความเป็น “เพื่อไทย” ย้ำพรรคมีอุดมการณ์ และปชช.ดูที่อุดมการณ์
เมื่อ 18 มิ.ย. 2561 พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึง ส.ส.พรรคเพื่อไทย (พท.) ในพื้นที่ภาคอีสานที่จำนวนมากตัดสินใจจะไปจากพรรค เนื่องจากมีการให้สัญญาจะช่วยเรื่องของคดีความต่างๆที่มีในอดีตว่า แค่มีสมาชิกมาบอก มาเล่าให้กันฟังว่า มีคนมาชักชวน โดยเฉพาะสมาชิกที่มีคดีความต่างๆ ทางเราก็ได้บอกเพียงแต่ว่า ขอให้สมาชิกฟังหูไว้หู เพราะที่บอกว่า จะช่วยทั้งคดีความที่อยู่ในศาล หรือคดีความที่อยู่ใน ป.ป.ช.นั้น แน่ใจหรือว่าจะช่วยได้
"ถ้ามีการดูด ส.ส.จริง เชื่อว่า ไม่เป็นปัญหา เพราะสมาชิกส่วนใหญ่ของเรายังอยู่กันด้วยอุดมการณ์ แล้วประชาชนจะเลือกพรรคเพื่อไทย จึงคิดว่า ไม่น่าตกใจ”
พล.ต.ท.วิโรจน์ กล่าวว่า ส่วนเสียงของพรรคเพื่อไทย ไม่น่าจะเป็นปัญหา ช่วงนี้ใกล้ที่จะมีการเลือกตั้ง ก็มีคนที่พยายามที่จะกวนน้ำให้ขุ่นก็มี เราก็รู้ๆกันอยู่ และ ส.ส.ของเราทุกคนรู้ทันกันหมด โดยส่วนตัวก็ยังเชื่อว่า ไม่มีคนไป แต่บางคนที่มีคดีความก็อาจจะอดหวั่นไหวไม่ได้เท่านั้น
วันเดียวกัน นายชัยเกษม นิติสิริ แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสดูด ส.ส.เกรดเอ และ ส.ส.ตัวหลักๆของพรรค พท. ว่า ยังไม่ได้คุยอะไรเรื่องนี้กับทางพรรคเลย ไม่รู้ว่าทางพรรคเขาคุยกันว่าอย่างไรด้วย แต่เท่าที่ทราบมาคือ มีข้อเสนอทั้งให้เงินเดือน และให้คำมั่นสัญญาในเรื่องต่างๆ
“แต่ผม ก็ยังไม่เชื่อว่าสมาชิกพรรค พท.จะไปมาก และถึงส.ส.เหล่านั้นไป ก็ไม่เชื่อว่าพรรคจะลำบาก เพราะพรรค พท.เองก็อยู่ได้ด้วยความเป็นพรรค พท. ไม่ได้อยู่ได้เพียงเพราะ ส.ส.เพียงอย่างเดียว เรามีอุดมการณ์ของเรา และวันนี้เชื่อว่าประชาชนเขาก็ดูที่อุดมการณ์ว่า ใครมีอุดมการณ์อย่างไรมากกว่า ไม่รู้สึกว่ากลัว หรือกังวลเลย เพราะประชาชนบอกใครจะไปก็ไปเลยแต่จะไม่เลือก”
PEACE NEWS

ฉีกได้ฉีกไป

ฉีกได้ ฉีกไป!! 
ยัน คนคิด ยุทธศาสตร์ชาติ20ปี แม้แก่แต่คิดแบบเด็ก 20

“บิ๊กป้อม” ยัน แม้คนแก่ คิดยุทธศาสตร์ แต่คิด เหมือนคนอายุ 20 ปี วางแผนมองข้างหน้า ลั่น คนแก่ แต่ไม่คิดถอยหลัง เผย คสช.เริ่มต้นให้ เพราะไม่เคยมีมาก่อน  ไม่สน ใครอยากจะฉีก ก็ฉีกไป ฉีกได้ ก็ฉีกไป!!

พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีการต่อต้านยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และระบุควรเป็นรัฐบาลใหม่ เป็นคนร่างยุทธศาสตร์ชาติว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมียุทธศาสตร์ อันนี้เรามาเริ่มต้นให้ ถ้าสมมุติอันไหน ทำไม่ได้รัฐบาลใหม่ก็ไปแก้ ซึ่ง 5 ปีก็แก้ได้ 

ส่วนที่ขู่จะฉีกยุทธศาสตร์ชาติและรัฐธรรมนูญนั้น พลเอกประวิตร  กล่าวว่า ใครอยากฉีก ก็ฉีก "ฉีกได้ ก็ฉีกไป"

ส่วนการที่ หลายฝ่ายวิจารณ์ว่ายุทธศาสตร์ชาติคนที่จะใช้คือคนอายุ 20-40 ปีแต่เอาคนมีอายุ มาร่าง พล.อ.ประวิตร กล่าวสวนทันทีว่า คนมีอายุก็คิดเหมือนคนอายุ 20 ปีเหมือนกัน ทำไมต้องมาว่าคนอายุ 60 ปีจะต้องคิดแบบคนอายุ 60 ปี เขาคิดแล้วว่าเหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ใครจะไปคิดถอยหลัง

เปิดโฉม ‘สามมิตร’ โรดโชว์ อีสานเด็ดปีก ‘พท.-ทักษิณ’

เปิดโฉม ‘สามมิตร’ โรดโชว์ อีสานเด็ดปีก ‘พท.-ทักษิณ’



เปิดหน้าเปิดตาชัดเจน “สามมิตร” 3 บิ๊กเนม เดินสายทาบทามอดีตรัฐมนตรี นักการเมือง ภาคอีสานร่วมหอลงโรงกับ พรรคเครือข่ายคสช.
“สามมิตร”ที่ว่า มาจาก 3 ส.
“ส.1” สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นนักการเมืองแจ้งเกิดในนามพรรคไทยรักไทย มีตำแหน่งถึงเลขาธิการพรรค
คนทั่วไปคุ้นเคยในฐานะนักธุรกิจ อุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ภายใต้ชื่อ “ซัมมิทโอโตซีทกรุ๊ป” และ
“ไทยซัมมิทโอโตพาร์ทกรุ๊ป”
และยังแตกไลน์ธุรกิจออกไปมีสินทรัพย์ร่วมหลายหมื่นล้าน
“สุริยะ” มีศักดิ์เป็น อาแท้ๆ ของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ฉายา”ไพร่หมื่นล้าน” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ด้วย
“ส.2” สมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มมัชฌิมา เคยสังกัดพรรคพรรคไทยรักไทย ขึ้นชั้นเป็นแกนนำ”กลุ่มวังน้ำยม” เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดในพรรค นโยบายหาเสียงลือเลื่อง จำกันได้คือ “โคล้านตัว”
“ส.3” สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีในครม.บิ๊กตู่ สมัยรัฐบาลทักษิณ ถือเป็น”ขุนพลเศรษฐกิจ”เลยทีเดียว
ทั้ง”สามส.”ล้วนเป็นศิษย์เก่า อดีตคนเคยรักของ”ทักษิณ”ทั้งนั้น

ทีม”สามมิตร” ประเดิมเปิดตัว “ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข” -อดีตส.ส.ในก๊วน มี เปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ภรรยาปรีชา และ วันชัย บุษบา 2 อดีต ส.ส.เลย
งานนี้ “ส.สุริยะ” และ”ส.สมศักดิ์” แท็คทีมบุกไปถึง ภูเรือ จ.เลย เพื่อทาบทาม”ปรีชา”มาร่วมพรรคประชารัฐ เลยทีเดียว
จากนั้นตระเวนต่อไปหนองบัวลำภูโดยไปแวะกินกาแฟที่บ้าน”วิชัย สามิตร” อดีตส.ส.หนองบัวลำภู พท. ก่อนจะเดินทางไปขึ้นเครื่องกลับที่จังหวัดอุดรธานี
ท่ามกลางข่าวซุบซิบในบรรดาส.ส.อีสานพรรคเพื่อไทยว่า การเดินสายล็อบบี้เพื่อดึงส.ส.เพื่อไทยเข้าพรรคเครือข่ายคสช.ได้”เปิดฉาก”แล้ว
จนมีเสียงอดีตส.ส.เพื่อไทยอีสานเล็ดลอดมาว่า “วันนี้ภาคอีสานเพื่อไทยโดนพลังดูดหนักมาก” ถึงขนาดรำพึงกันว่า จะเหลือถึงครึ่งหนึ่งหรือเปล่าไม่รู้ ??
มีการปล่อยข่าวถึงขนาดว่า โรดโชว์ของ บรรดา” 3 ส.”นั้น นอกจากมีการเสนอเรื่องตัวเลขที่น่าพอใจแล้ว ยังมีข้อเสนอช่วยเหลือเรื่องคดีความต่างๆ ด้วย
พร้อม”แคตตาล็อก”อดีตนักการเมืองแต่ละคน ที่จะลงไป”ดีล”มาร่วมงาน มีความสามารถอะไร ฐานะระดับไหน มีคดีความติดตัวหรือไม่
พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยอมรับว่า บางคนที่มีคดีความก็อาจจะอดหวั่นไหวไม่ได้กับการทาบทามครั้งนี้
นี่คือความเคลื่อนไหวล่าสุด ภายใต้ ยุทธการเตะตัดขา-เด็ดปีก“เพื่อไทย”

“ทักษิณ”ฆ่าไม่ตาย เฟ้นแม่ทัพสู้เลือกตั้ง ท้าดวลคสช. ล็อกเก้าอี้ส.ส.สร้างอำนาจต่อรอง

“ทักษิณ”ฆ่าไม่ตาย เฟ้นแม่ทัพสู้เลือกตั้ง ท้าดวลคสช. ล็อกเก้าอี้ส.ส.สร้างอำนาจต่อรอง


คนอื่นอาจคิดว่า พรรคเพื่อไทยเป็นเศษซาก สิ่งปรักหักพังทางการเมือง รอวันถูกรื้อถอนทำลาย
แต่สมาชิกเพื่อไทยมองตรงข้าง ไม่คิดอย่างนั้น

นี่มือพรรคการเมืองที่มีราคาค่างวดสูงสุดของเมืองไทย ชนะเลือกตั้งทุกครั้ง ไม่ว่าใช้ชื่อใด ไทยรักไทย พลังประชาชน เพื่อไทย

ไม่ว่าถูกยุบทิ้งกี่ครั้ง ก็ฆ่าไม่ตาย

ชนะถล่มทลาย ครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนฯอย่างที่ไม่เคยมีพรรคใดทำได้ ก็เคยทำมาแล้ว

พรรคเพื่อไทยครองใจประชาชน จากการขายนโยบาย และแปรนโยบายที่ให้คำมั่นสัญญาไว้ระหว่างรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งมาเป็นรูปธรรมการปฎิบัติ

พูดแล้วทำได้จริง เร็ตติ้ง คะแนนนิยมจึงพุ่งกระฉูด

ถึงใครจะวิพากษ์วิจารณ์ มุ่งเน้นประชานิยม แต่นับแต่เพื่อไทยประสบความสำเร็จ พรรคการเมืองอื่นก็ก๊อบปี้ ลอกแบบพิมพ์เขียวเอาไปใช้มัดใจประชาชน

แม้แต่รัฐบาลคสช.ในปัจจุบัน ก็ใช้ประชานิยม ในแพกเกจจิ้งประชารัฐ

ความมีราคาค่างวดระดับแชมป์ผูกขาดชนะเลือกตั้งนี่เอง ทำให้การต่อสู่ แย่งชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรค ร้อนแรง เข้มข้น

การเป็นหัวหน้าพรรคเบอร์1เมืองไทย มันเป็นสเตปแรกของการก้าวไปสู่ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ข่าวคราวการล็อบบี้ วิ่งเต้นเป็นแม่ทัพ ถือธงเข้าสู่สนามเลือกตั้งเวลานี้ ก็คือการกรุยทางไปสู่เป้าหมายทางการเมืองสูงสุดของนักการเมือง ในตำแหน่งนายกฯดีๆนั่นเอง

และแน่นอนว่า การวางตัวหัวหน้าพรรค บอสใหญ่ดูไบ-ทักษิณ ชินวัตร มีบทบาทสูงสุด เป็นคนตัดสินจิ้มใคร เลือกใครที่ถือว่าเป็นที่สุด

ในฐานะผู้ก่อตั้งพรรค ในฐานะมือวางยุทธศาสตร์ นโยบาย และตัวบุคคล ชูเป็นนายกรัฐมนตรี

เป็นผู้นำขับเคลื่อนนโยบายไปสู่ภาคปฎิบัติให้เกิดขึ้นได้จริง โดยมีเครื่องหมายแชมป์เลือกตั้งการันตีฝีมือสุดยอด

มองขาด ส่งใครลงก็ชนะเลือกตั้งทุกครั้ง

นี่คือคำตอบของคำถามว่า ทำไมต้องให้ทักษิณส่องกล้องเฟ้นเอง

อันที่จริงคู่แคนดิเดตที่เป็นข่าวหัวไม้ ทั้ง พิชัย นริพทะพันธุ์ และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หาใช่คนอื่นไกล เป็นอดีตรัฐมนตรี สายตรง “แม้ว” ทั้งคู่

และทั้งสองก็วิ่งเต้น ล็อบบี้ คนแดนไกล เข้า-ออกบ้านจันทร์ส่องหล้า-สำนักงาน”ชิน” เข้าหา พจมาน ดามาพงศ์ และโอ๊ค-พานทองแท้ ชินวัตร อยู่เป็นประจำระยะห่าง ใกล้-ไกลอาจไม่เท่ากัน

แต่ความสัมพันธ์ ก็ไม่ใช่เป็นปัจจัยเดียวของการตัดสินใจว่า จะเลือกใคร ยังมีข้อดี ข้อเสีย ตัวแปรอื่น เป็นองค์ประกอบ การพิจารณาเฟ้นหัวหน้าพรรค

แต่ที่แน่นอนที่สุดก็คือ ไม่ว่าเลือกใคร


ต้องได้ไฟเขียวจากทักษิณ โดยความเห็นพ้องของบ้านจันทร์ส่องหล้า หรืออาจสลับหน้า-หลัง บ้านจันทร์ส่องหล้าเห็นดีเห็นงาม โดยที่ทักษิณไม่คัดค้าน

สรุปแล้ว ออร์แกไนซ์ใหญ่รวมศูนย์การตัดสินใจ อยู่ที่ชินวัตรแฟร์มิลี่ที่เดียว

ทำไมต้องเป็นทักษิณ-และครอบครัว?


เพราะพรรคเพื่อไทย อนาคตเพื่อไทย จะเรียกอย่างถึงที่สุดว่า เป็นเครื่องชี้เป็นชี้ตายของทักษิณ และวงศ์วานว่านเครือก็ว่าได้

คนที่เป็นส.ส. อดีตผู้แทน แกนนำอื่นๆ อาจย้ายค่าย ย้ายพรรค เลิกเล่น ยุติบทบาททางการเมืองอย่างไรก็ได้ เพื่อแก้ปัญหาจากการเล่นการเมือง คดีการเมืองที่ผ่านมา

แต่ทักษิณย้ายไม่ได้ เลิกก็ไม่ได้

เลิกไปก็ไม่จบ

นี่เป็นเหตุผลที่ต้องเล่นต่อ หากไม่เล่น คนอย่างทักษิณย่อมรู้ดีว่าจะโดนรุกไล่ขนาดไหน ถูกทุบทำลายให้ราบเป็นหน้ากลองไม่หยุดอยู่แค่นี้ขนาดไหน

เพราะได้เห็นมาแล้ว ตั้งแต่เป็นพรรคไทยรักไทย พลังประชาชน จวบจนเพื่อไทยในปัจจุบัน ว่าอะไรเป็นอะไร

ทักษิณจึงวางมือไม่ได้

ปล่อยมือให้สมาชิกเพื่อไทยว่ากันเอง ก็ไม่ได้

จำเป็นอย่างมากที่ต้องเข้ามาบริหารจัดการด้วยตัวเองทั้งหมด เนื่องจากหมายถึงอนาคต และทุกสิ่งทุกอย่าง

ยิ่งเป็นตำแหน่งหัวหน้าพรรค ก็ต้องยิ่งต้องเฟ้น ต้องละเอียด พลาดไม่ได้

ศึกครั้งนี้มันใหญ่หลวงนัก


การเลือกตั้งเป็นเครื่องมือเดียวที่เหลืออยู่ของทักษิณในขณะนี้ ที่จะใช้สร้างอำนาจการต่อรอง เพื่อไม่ให้ถูกทุบทำลาย ไม่เหลือที่อยู่ที่ยืนอีกต่อไป

ทักษิณจึงจำเป็นต้องเข้ามากำกับ ควบคุมเองทั้งหมด เดิมพันมันสูง

เลือกตั้งเป็นเครื่องมือเดียวที่เหลืออยู่ที่ทักษิณสู้ได้

อีกทั้งยังเป็นเกมที่เขาถนัดที่สุด ชนะเลือกตั้งทุกครั้ง

ไม่แปลกที่ทักษิณไม่วางมือ เพราะเลิกเล่น ยุติบทบาทโดยสิ้นเชิงก็ไม่จบ

แต่สู้ต่อยังพอมีทางรอด

จำนวนที่นั่งส.ส.เพื่อไทยมีความหมาย มีความจำสัญต่อทักษิณอย่างมาก ยิ่งได้มากเท่าใด อำนาจต่อรองก็จะยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย

ทักษณิณจึงต้องเข้ามาคุมเกมเลือกหัวหน้าพรรค จัดการทุกอย่างด้วยมือตัวเอง

เพราะอนาคตทักษิณ ฝากไว้กับจำนวนที่นั่งส.ส.พรรคเพื่อไทย

มีชัย ชี้ นักกม.ต้องใจกว้าง-เป็นธรรม แซะ “พวกหัวใหม่” จ้องเลิกรธน.ทั้งฉบับ

มีชัย ชี้ นักกม.ต้องใจกว้าง-เป็นธรรม แซะ “พวกหัวใหม่” จ้องเลิกรธน.ทั้งฉบับ


“มีชัย” แซะ “พวกหัวใหม่” จ้องยกเลิกทั้งฉบับ ป้องรธน.บอกกรอบการออกกม.ดี ปูดบริษัท “กิโยติน” รื้อกฎหมายเข้าไทย เชื่อ ล้มละลายแน่
เมื่อ ‪13.30 น.‬ วันที่ 18 มิถุนายน ที่คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ทิศทางการศึกษานิติศาสตร์ในอนาคตนับแต่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน” ว่า ปัญหารากหญ้า ปัญหาการเมือง จนถึงผู้บริหารสูงสุด เกิดจากกการขาดวินัยของคน สิ่งแรกจึงต้องปฏิรูปการศึกษา ให้เป็นคนดีมีวินัยแล้วเลือกเรียนตามถนัด ถัดมาคือปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมาย ตอนนี้มีกฎหมายกว่าพันฉบับ มีเพียง 50-100 ฉบับที่ใช้ลงโทษ ที่เหลือไม่ได้ใช้ เพราะ1. ฝืนธรรมชาติมนุษย์ 2.กำลังเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ 3.กฎหมายไม่สมเหตุสมผล การร่างรัฐธรรมนูญคราวนี้จึงวางกรอบการออกกฎหมายมากกว่าขึ้นกว่ารัฐธรรมนูญที่ผ่านมา จึงหวังว่า ใครที่หัวใหม่หวังจะยกเลิกรัฐธรรมนูญ ก็ควรคงตรงนี้ไว้ ในการร่างรัฐธรรมนูญ ระแวดระวังกฎหมายเป็นอย่างยิ่ง มีมาตรา 77 กำหนดให้ต้องรับฟังความเห็น เมื่อกฎหมายออกแล้วก็มีตัวชี้วัด

นายมีชัย กล่าวว่า ซึ่งไม่ใช่แค่ประเทศไทย ต่างประเทศก็คิด ว่า กฎหมายมันเยอะมากแล้ว โดยมีคนคิดทำลายระบบกฎหมาย มีบริษัทกิโยติน เขาทำมาหลายประเทศแล้ว ได้ยินว่า กำลังเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งตนเชื่อว่า ครั้งนี้เขาทำไม่ได้ คิดว่าจะล้มละลายคราวนี้ เพราะยังไม่รู้กฎหมายมีกี่ฉบับ แต่ในวันหนึ่งข้างหน้าภายใน 3 ปี จะรู้ว่ากฎหมายมีกี่ฉบับ เพราะจะมีระบบกลางรวบรวมข้อมูลอยู่ นอกจากนี้ ก็ต้องเริ่มคิดแล้วว่า ผลิตนักกฎหมายไปทำอะไร ตนมองว่า สิ่งที่ต้องมีคือ นักกฎหมายที่มีนิติทรรศนะ คือ 1.จิตใจเป็นธรรม ซื่อตรงวิชาชีพ 2.รอบรู้และรู้รอบ เพราะมุมมองแต่ละวิชาชีพมีความคิดอ่านต่างกัน 3.เปิดใจกว้างรับความเห็นต่าง คนที่เป็นนักกฎหมายต้องเปิดใจกว้างให้ได้ ถ้าไม่เปิดคุณจะไม่เรียนรู้อะไรใหม่ได้เลย กฎหมายไม่ใช่ตัวเลขที่มีสูตรตายตัว การปฏิบัติจะหยุดเมื่อคำวินิจฉัยถึงที่สุด แต่ในทางวิชาการจะยังไม่หยุด ยังหาเหตุผลกันอยู่ แต่อย่าชี้หน้าด่าเขา เพราะแสดงว่า ใจไม่กว้าง 4.ต้องไม่ติดยึดทฤษฎี จนก้าวไม่ทันวิวัฒนาการ โดยเฉพาะทางไอทีที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งเราต้องออกนอกกรอบให้ได้

เพื่อไทยโวยโดนรุกหนัก แฉจ้องดูดอดีตสส.อีสานเกรดเอ

เพื่อไทยโวยโดนรุกหนัก แฉจ้องดูดอดีตสส.อีสานเกรดเอ


แหล่งข่าวอดีต ส.ส.ภาคอีสาน พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกระแสการดึงตัวอดีต ส.ส.ภาคอีสาน พท.ไปร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐว่า เรื่องนี้เป็นความจริงและทำกันมานานตั้งแต่หลังการจดแจ้งพรรคพลังประชารัฐ โดยอาศัยบุคลากร 2 ส่วนคือ 1.เจ้าหน้าที่ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง 2.บุคลากรที่เคยอยู่ พท.หรืออดีตพรรคไทยรักไทย (ทรท.) พรรคพลังประชาชน (พปช.) แยกออกเป็นสายริมน้ำ สายนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สายนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รุมเร้าด้วยปัจจัยที่พรรคพลังประชารัฐมีความพร้อมมากกว่า 10-15 เท่า รวมถึงอ้างเรื่องการใช้อำนาจเพื่อช่วยเหลือเรื่องคดีความ ไม่ใช่แค่คดีเกี่ยวกับ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งเป็นเพียงส่วนน้อย โดยมุ่งดึงอดีต ส.ส.ภาคอีสาน พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็น ส.ส.แบบเขตเกรดเอหรือแถวหนึ่ง ไม่เว้นใครแม้แต่คนเดียว แม้แต่ตนเองก็เคยถูกทาบทาม ส่วน ส.ส.แถวสองแถวสามจะไม่ค่อยได้รับความสนใจ มีนายทหารระดับสูงคนหนึ่งที่คลุกคลีในภาคอีสานไปพูดคุยทำให้บางคนที่ไม่หนักแน่นพอต้องตัดสินใจออกจากพรรคไปด้วยความจำเป็น

แหล่งข่าวจากอดีต ส.ส.ภาคอีสาน พท.เปิดเผยว่า การเดินสายล็อบบี้เพื่อดึงอดีต ส.ส.ภาคอีสานของ พท.คือคนในรัฐบาลที่อยู่เบื้องหลังของพรรคพลังประชารัฐ โดยในสัปดาห์หน้ามีการนัดหมายว่าจะลุยภาคอีสาน พบปะผู้คน คาดว่าวันพุธที่ 20 มิถุนายน

“พรรคพลังประชารัฐมาแรงกว่าทุกพรรค อดีต ส.ส.พท.คนใดที่มีคดีในภาคอีสาน ตอนนี้ไปหมดแล้ว เขามีรายละเอียดชัดเจนว่าใครมีความสามารถอะไร มีฐานะอย่างไร มีคดีความอะไร เขาทำมานาน ตลอดชีวิตทางการเมืองหลายสิบปี ไม่เคยมีปรากฏการณ์อย่างนี้มาก่อน เช่น บอกว่าอาจจะไม่ปลอดภัย อาจโดนใบเหลืองใบแดง เชื่อว่าหลายคนที่ออกไปจะสอบตก ยิ่งมาขายตัวเปลี่ยนพรรคแบบหวือหวาอย่างนี้ เปรียบเหมือนบ้านแม้จะถูกไฟไหม้ น้ำใจที่จะนำขันตักน้ำสักขันไปสาดเพื่อดับไฟนั้นจำเป็น แต่บ้านเรายังอยู่เงียบๆ แล้วคุณกระโดดหนี ก็เจอกันในสนามเลือกตั้งแน่” แหล่งข่าวจากอดีต ส.ส.อีสาน พท.ระบุ

ฐานเพื่อไทย“เลย”ถูกเจาะแตก จ่อดูดหนองบัวฯ-อุดรคิวถัดไป

เพื่อไทยอีสานระส่ำ คสช.เจาะฐาน จ.เลย แตกกระจุย ระบุ“สุริยะ-สมศักดิ์” นำดูดมาร่วม “พลังประชารัฐ” เรียบร้อย เป้าหมายต่อไปดูดหนองบัวลำภู-อุดร

เมื่อ 18 มิ.ย. 2561 “มติชนออนไลน์”รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ว่า ขณะนี้อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่โดนพลังดูด และคิดว่าจะไปแน่นอน คือ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข อดีต ส.ส.เลย และนายวันชัย บุษบา อดีต ส.ส.เลย โดยการเดินสายดูดนั้น นำทีมโดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มวังน้ำยม ซึ่งเมื่อวาน (17 มิ.ย.) แม่ทัพภาค 2 ลงพื้นที่พร้อมกับทหารจำนวนหนึ่งด้วย

อย่างไรก็ตาม มติชนออนไลน์ รายงานว่า วันนี้ กลุ่มนายสุริยะและนายสมศักดิ์จะไปปักหลักกันที่รีสอร์ตของนายปรีชาก่อน จากนั้นจึงจะเดินทางไปหนองบัวลำภูโดยไปแวะกินกาแฟที่บ้านนายวิชัย สามิตร ก่อนจะเดินทางไปขึ้นเครื่องบินกลับที่จังหวัดอุดรธานี

“วันนี้พื้นที่ภาคอีสานโดนพลังดูดอย่างหนัก ส.ส.พรรคเพื่อไทยจะเหลือถึงครึ่งหนึ่งหรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะเท่าที่รู้ก็คือจะไปกันเยอะมาก แม้จะพยายามกอบกู้กันก็ทำได้ลำบากแล้ว” แหล่งข่าวมติชนออนไลน์ระบุ

นอกจากนี้ มติชนออนไลน์ ได้รายงานว่า ปัจจุบัน พท.ยังประสบปัญหาผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค เนื่องจากยังหาตัวผู้ที่มีความเหมาะสมมาดำรงตำแหน่งไม่ได้ ล่าสุดมีการโพสต์ข้อความในสังคมออนไลน์ระบุว่า นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จะมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค เนื่องจากที่ผ่านมา นายพิชัยมีบทบาทสูงในการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ คสช. และรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม หลังจากมีกระแสข่าวดังกล่าว ผู้ใหญ่ในพรรค พท. ประเมินว่า เรื่องนี้เป็นเพียงการวิเคราะห์จากบุคคลภายนอกเพื่อสร้างผลกระทบผลทางลบให้กับพรรค พท.

อีกทั้ง ยังมีกระแสว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้รับการสนับสนุนจาก คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ภรรยานายทักษิณ ชินวัตร ให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ทำให้เพิ่มความเป็นไปได้มากขึ้น

ในขณะเดียวกันก็มีกระแสข่าวว่า แกนนำพรรคจำนวนหนึ่งไม่เห็นด้วย ที่คุณหญิงสุดารัตน์ ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค จนมีข่าวว่า คุณหญิงสุดารัตน์ อาจลาออกไปตั้งพรรคใหม่ แต่แกนนำพรรคเชื่อว่า คุณหญิงสุดารัตน์ ต้องการอยู่ในพรรค พท.ต่อไปมากกว่า

PEACE NEWS