PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ปลดประวิตรคตช.

คำตอบ ซอล์ฟ ซอล์ฟ 

“บิ๊กตู่” แจง”ปรับ”บิ๊กป้อม”พ้น”คตช.” ไม่เกี่ยว ปม นาฬิกาหรู  แค่ อยากแบ่งเบาภาระ. มอบ”ฉัตรชัย” ดูแทน  /หลัง “ต่อตระกูล”ไม่สบายใจ บทบาท “บิ๊กป้อม” ในคตช.

พลเอก ประยุทธ์  กล่าวถึง การใช้ ม.44 ตั้งคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) โดย ปรับรายชื่อพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาประธานกรรมการ ว่า ไม่มีอะไร แค่แบ่งงาน ท่านออกมาบ้าง 

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ ที่มีชื่อเป็นรองประธาน ยังไม่ได้รับผิดชอบ จึงแบ่งงานของ พล.อ.ประวิตร ออกมาเท่านั้นเอง ไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น อย่าไปคิดให้เป็นอย่างอื่นสิ ไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้นแหละ

เมื่อถามว่า เหตุผลที่ปรับชื่อพล.อ.ประวิตรออก ไม่ใช่เพราะเหตุผลเรื่องนาฬิกาหรูใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ไม่เกี่ยว ผมไม่สนใจ เรื่องไหน ใครตรวจสอบ ก็รับไปสิ เขาตรวจสอบว่า อย่างไรก็ว่าตามนั้น ผมไปเกี่ยวอะไรเล่า ไม่เกี่ยว 

แล้วทำไมเธอไม่ถามล่ะ คุณต่อตระกูล ทำไมยังอยู่ ผมเอาออกหรือเปล่า ก็ว่าโน้นว่านี่อยู่บ่อยๆ ก็ยังอยู่เหมือนเดิมในคณะ ผมไม่ได้ตั้งแบบนี้"

เมื่อถามย้ำถึงเหตุผลของการปรับโครงสร้างในคตช.ครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นการปรับให้พล.อ.ฉัตรชัยมารับผิดชอบ เพราะคณะต่างๆ ต้องแบ่งงานของพล.อ.ประวิตร ออกมาบ้าง ซึ่งมีตั้ง 50 คณะ คตช.จะได้ประชุมบ่อยครั้งขึ้น ไม่เช่นนั้น พล.อ.ประวิตร จะติดประชุมเยอะหลายคณะ

เมื่อถามว่า เหตุผลที่ปรับนั้นเพื่อภาพลักษณ์รัฐบาลด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธตอบคำถามก่อนเดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันทีพร้อมส่ายหัวเล็กน้อย

ก่อนหน้านี้ นายต่อตระกูล ยมมนาค หนึ่งในคณะกรรมการคตช. เคยออกมาตั้งข้อสังเกตถึงการดำเนินการที่ล่าช้าในการตรวจสอบกรณีนาฬิกาหรูของพล.อ.ประวิตร และเคยทำหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะประธานคตช. โดยเนื้อหาในหนังสือ แสดงความกังวลต่อบทบาทของพล.อ.ประวิตร ที่กำลังถูกตรวจสอบเรื่องที่มาของนาฬิกาหรู

วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561

อยู่ต่อ แต่ไม่ลงลต.

“บิ๊กตู่” เผย ไม่ได้ลงเลือกตั้ง แต่จะให้อยู่ต่อ ผมจะอยู่ยังไง ยังไม่รู้ ต้องไปดูรัฐธรรมนูญ”
พลเอกประยุทธ์ นายกฯ บอกชาวบ้าน ว่า เมื่อถึงการเลือกตั้งก็ ต้องคิดใหม่ว่าจะเลือกกันอย่างไร แต่ ผมไม่ได้ลงเลือกตั้งด้วย”
ขาวบ้าน ตะโกนบอก จะเลือก พล.อ.ประยุทธ์ อยากให้ลงเลือกตั้ง จะเลือกประยุทธ์ให้อยู่ต่อ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “จะอยู่ยังไงยังไม่รู้ ต้องไปดูรัฐธรรมนูญ วันนี้ผมทำเรื่องการเมืองยังไม่ได้ แล้วไม่ได้คิดถึงตัวเอง คิดถึงแต่พวกเรา เข้ามาทำหน้าที่ เพื่อทุกคนในวันนี้”
พร้อมหันไปถามชาวบ้าน ว่า “มีใครไม่ชอบกันบ้างให้ยกมือ ถ้ามี จะได้ไปอธิบาย ยืนยันจะทำงานให้ดีที่สุด

อยู่ดีๆก็เปลี่ยนใจ

อยู่ดีๆก็เปลี่ยนใจ



ธนาคารโลกจัดอันดับ ความสามารถด้านโลจิสติกส์ 160 ประเทศ ปี 2561
ประเทศไทยแซงพรวดจากอันดับ 45 เมื่อ 2 ปี ก่อน ขึ้นมาอยู่ในอันดับ 32 หรือติดอันดับ 7 ของทวีปเอเชีย
ถ้าวัดเฉพาะกลุ่มอาเซียน ไทยแซง มาเลเซียขึ้นมาอยู่อันดับ 2 ตามหลังสิงคโปร์ประเทศเดียว!!
สาเหตุเกิดจากรัฐบาลนายกฯบิ๊กตู่อัดฉีดงบลงทุนกว่า 1 ล้านล้านบาท เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งประเทศครั้งใหญ่ ทั้งรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน รถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ ทางด่วน ท่าเรือ สนามบิน ครบวงจร
ส่งผลให้อันดับความสามารถด้านโลจิสติกส์ของไทยก้าวกระโดดกระเด้งดึ๋งขึ้นไปถึง 13 อันดับ ด้วยประการฉะนี้แล
“แม่ลูกจันทร์” เห็นด้วยที่รัฐบาล คสช.ทุ่มงบลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมขนส่งของประเทศทั้งระบบ เนื่องจากวิกฤติการเมืองลากยาว ทำให้การลงทุนพัฒนาประเทศสะดุดหยุดกึกมาถึง 10 ปี
ถ้าไม่เร่งลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเทศครั้งใหญ่ ประเทศไทยจะโดนคู่แข่งทิ้งห่างไปไกลหลายช่วงตัว
แต่...การเร่งลงทุนเมกะโปรเจกต์ครบวงจร ทำให้ยอดหนี้ประเทศไทยบานฉ่ำเป็นประวัติการณ์
ต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะล้างหนี้ก้อนโตให้เกลี้ยงเกลา
“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่า การทุ่มงบลงทุนพัฒนาการขนส่งของประเทศกว่าหนึ่งล้านล้านบาทของรัฐบาล คสช. การรถไฟแห่งประเทศไทยได้รับแบ่งเค้กก้อนใหญ่กว่าใครๆ
เฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน สายเดียวก็ฟาดเข้าไปหนึ่งแสนเจ็ดหมื่นล้านบาท
ยังมีโครงการรถไฟทางคู่ทั่วประเทศอีกกว่าหนึ่งแสนหกหมื่นล้านบาท เพื่ออัปเกรดรถไฟไทยให้ทันสมัยเทียบเท่ามาตรฐานอินเตอร์
ล่าสุด การรถไฟแห่งประเทศไทยเตรียมของบอัดฉีดเพิ่มพิเศษอีกหนึ่งแสนล้านบาท เพื่อพัฒนารถไฟระบบไฟฟ้า แทนรถไฟเครื่องยนต์ดีเซลที่ใช้ในปัจจุบัน
โดยจะเริ่มนำร่องใช้รถไฟฟ้าใน 4 เส้นทางหลัก ได้แก่...
สายเหนือ จากบางซื่อ ภาชี ปากนํ้าโพ ระยะทาง 252 กม. วงเงินลงทุน 2.8 หมื่นล้านบาท
สายอีสาน จากบางซื่อ แก่งคอย ชุมทางถนนจิระ ระยะทาง 242 กม. วงเงินลงทุน 2.36 หมื่นล้านบาท
สายใต้ จากบางซื่อ หนองปลาดุก หัวหิน ระยะทาง 209 กม. วงเงินลงทุน 3.3 หมื่นล้านบาท
และสายตะวันออก จากบางซื่อ มักกะสัน ฉะเชิงเทรา พัทยา ระยะทาง 160 กม. วงเงินลงทุน 1.1 หมื่นล้านบาท
โดยในอนาคต การรถไฟฯจะเลิกใช้รถจักรดีเซล เปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้า ในเส้นทางสายสั้น (ไม่เกิน 300 กม.) หมดทุกขบวน!!
“แม่ลูกจันทร์” กระชุ่น นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม พิจารณาให้รอบคอบก่อนตอบโอเค ด้วยเหตุผล 2 ประการ...
1,การเลิกใช้รถไฟดีเซล เปลี่ยนเป็นระบบรถไฟฟ้า ใช้งบลงทุนสูง แต่ผลตอบแทนการลงทุนตํ่าไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์
มีความเสี่ยงจะขาดทุนจั๋งหนับบุเรงนอง??
2, การรถไฟฯเพิ่งได้รับอัดฉีดงบกว่าหนึ่งแสนล้านบาท เพื่อจัดซื้อรถจักรดีเซลใหม่อีก 78 คัน เช่ารถจักรดีเซลใหม่อีก 50 คัน และจัดซื้อรถดีเซลรางใหม่อีก 900 คัน
แสดงว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ต้องการใช้รถจักรดีเซล และรถดีเซลราง วิ่งรับส่งผู้โดยสารต่อไปอีก 20 ปี
แต่เหตุไฉนอยู่ดีๆ เกิดเปลี่ยนใจจะเลิกใช้รถไฟดีเซล เปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้าแทน??
คำถามคือ โครงการจัดซื้อและเช่ารถจักรดีเซลใหม่อีก 128 คัน ซื้อรถดีเซลรางใหม่อีก 900 คัน ที่การรถไฟฯกำลังดำเนินการอยู่ จะทำอย่างไรต่อไป??
มันจะยุ่งหยอยเป็นฝอยขัดหม้อไปกันใหญ่นะคุณโยม.
“แม่ลูกจันทร์”

พูดแบบไม่ต้องตรวจฉี่

พูดแบบไม่ต้องตรวจฉี่



ภารกิจการเมืองทำ “The old soldier” เดี้ยงไปตามๆกัน
ตามปรากฏการณ์ที่ “พี่รอง” อย่าง “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ก็ป่วยจากอาการปวดขา ถึงขั้นต้องยื่นใบลาประชุมคณะรัฐมนตรี
ในจังหวะก่อนหน้านี้ “พี่ใหญ่” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ก็เกิดอาการอาหารเป็นพิษ ระหว่างประชุม ครม.สัญจร ที่ จ.อุบลราชธานี
ถึงตอนนี้อาการติดเชื้อในกระแสเลือดยังไม่หายดีเท่าไหร่
ดูแล้วก็มีแค่ “น้องเล็ก” อย่าง “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.ที่แข็งแรงกว่าใคร อย่างมากก็แค่ป่วยเป็นไข้
“เจ็บคอ แต่พูดเยอะ”
พักหลังต้องออกตัวทุกเวที ขอร้องอย่าเบื่อฟัง ที่พูดเยอะ เพราะคิดเยอะ ทำเยอะ
ตามเงื่อนไขสถานการณ์ “ลุงตู่” ใส่เกียร์ห้า เร่งเครื่องปั่นเนื้องาน พร้อมตีปี๊บผลงานตัวเองในช่วงโค้งสุดท้าย เข้าสู่ทางตรงโรดแม็ปไปสู่การเลือกตั้งที่วางคิวไว้ต้นปีหน้า 2562
แสดงให้เห็นถึงห้วงเวลา 4-5 ปีของ คสช.ไม่ได้ทำ “เสียของ”
เรื่องของเรื่อง ถ้าไม่วอกแวกกับเกมการเมืองสองข้างทาง จังหวะการปะทะกันระหว่างขั้วอำนาจ คสช.กับขั้วอำนาจเดิมของ “ทักษิณ” หรือการเฉือนคมระหว่างทหารกับนักการเมืองที่แท็กทีมกันระหว่างยี่ห้อเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ เตะตัดขา “นายกฯลุงตู่”
ทำให้บรรยากาศการเมืองดูน่าเบื่อ เหมือนไม่คืบไปถึงไหน
แต่มองตรงไปที่เป้าหมาย จะเห็นได้ชัดถึงยุทธศาสตร์ปลายทาง
กับการเดินหน้าเมกะโปรเจกต์โครงสร้างพื้นฐานของประเทศมากกว่ารัฐบาลยุคใด
ไล่ตั้งแต่ “เมกะโปรเจกต์เรือธง” โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่ถือเป็นเครื่องจักรหลักในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต
การปักหมุดโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เดินหน้าประมูลไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา พร้อมๆกับลุยโปรเจกต์รถไฟทางคู่สายอีสาน สายเหนือ เพื่อรองรับระบบโลจิสติกส์ เสริมศักยภาพประเทศไทยที่เป็นศูนย์กลางภูมิภาคอาเซียน
อีกด้านหนึ่งก็เป็นการประมูลก่อสร้างรถไฟฟ้าสารพัดสีในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล แก้ปัญหาจราจรให้คนในเขตเมืองใหญ่ไม่ต้องผจญกับรถติด
การปลดล็อกประมูลแหล่งก๊าซธรรมชาติเอราวัณ-บงกช เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน เป็นฐานเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
ไม่นับโครงการบริหารจัดการน้ำ 9 โครงการ มูลค่า 3.7 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำและบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ครอบคลุมพื้นที่เศรษฐกิจ 6 จังหวัด
ล้วนแต่แผนรองรับการพัฒนาประเทศในระยะยาว
ล้อตามเป้าที่เขียนไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
ที่สำคัญ มันเป็นการชดเชยโอกาสของประเทศไทยที่สูญหายไปจากวิกฤติความขัดแย้งทางการเมืองที่ลากยาวมากว่า 10 ปี
ถึงตรงนี้ มองเห็นรูปธรรมตรงหน้าในอารมณ์แบบที่ชวนให้คนไทยคิดตามได้เลยว่า ถ้าเลือกตั้งแล้ว “นายกฯลุงตู่” ไม่ตีตั๋วต่อ ไม่มีคนชื่อ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” เป็นกัปตันทีมเศรษฐกิจ
เปลี่ยนรัฐบาล โครงการที่ตอกเข็มไปแล้วอาจโดนล้ม ต้องเริ่มต้นใหม่
และในมุมที่เปรียบเทียบกัน รัฐบาล “ลุงตู่” เน้นไปที่
เนื้องานวางฐานรากประเทศที่สัมผัสจับต้องได้ แถมยังลุยอัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ประคองปากท้องเกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย
หันไปที่ “นายใหญ่” อดีตทักษิณ ชินวัตร รัวกลองส่งสัญญาณ สู้ตาย สงครามยังไม่จบ
แล้วก็เป็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ช่วยขยายผลแปลความ “นายใหญ่” ตั้งท่าทำสงครามเลือกตั้ง กลับมายึดอำนาจ ทวงทรัพย์สมบัติที่ถูกยึดไว้คืน
หวั่นความรุนแรง มิคสัญญีเผาบ้านเผาเมืองจะซ้ำรอยเดิม
ตามท้องเรื่องที่เดาตอนจบได้ ไม่ต้องตรวจฉี่โชว์แบบ “เสก โลโซ” ที่ไลฟ์สดด่าแถมเตือน “นายใหญ่”
“ทักษิณ” ฝืนสู้ไป รังแต่จะยิ่งเจ็บลึก.
ทีมข่าวการเมือง รายงาน

แก้จราจร3เดือน

‘บิ๊กตู่’ ได้เวลาเอาจริง ลั่น! แก้รถติด ใน 3 เดือน เผย ปัญหาหลัก คือ ถนนมีไม่พอใช้-รถเพิ่ม ประสานความร่วมมือ ตร. เพิ่มเบี้ยตำรวจจราจรทำงานหนัก ย้ำ หากประเทศไม่มีตำรวจ คงมีแต่ความวุ่นวาย ปรับความเร็วรถบนทางด่วนบางจุดเพิ่มขึ้น

แก้รถติด – วันที่ 15 ส.ค. ที่กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดินทางมาตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายการปฏิบัติงานของศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) โดยมีพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อม ด้วย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผช.ผบ.ตร พล.ต.อ.พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. ให้การต้อนรับหลังติดตามผลการบูรณาการขับเคลื่อน การแก้ไขปัญหาจราจรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อติดตามผลอำนวยการสั่งการกำกับดูแลตรวจสอบ และประเมินผลการแก้ไขปัญหาด้านการจราจรติดขัด พร้อมทั้งให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

โดยพล.อ.ประยุทธ์ มอบนโยบายการแก้ไขปัญหาจราจรว่า ที่เดินทางมาในวันนี้เพื่อมามอบนโยบายให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ได้มีการมาจับผิดแต่อย่างใด เนื่องจากปัญหาการจราจรติดขัดดังกล่าว เป็นปัญหาที่เห็นกันตั้งแต่เด็กจนโต และก็จะมากขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาลมีความห่วงใยจนต้องมาทำความเข้าใจในภาพรวมร่วมกันทั้งหมด เพราะปัญหาการจราจรทำให้ทุกคนต้องหาแนวทางแก้ไขหรือทางออกของตนเองกันเองไม่ว่าจะเดินทางขึ้นรถไฟฟ้าหรือใช้รถโดยสารสาธารณะ ฐานะรัฐบาลจึงได้มาร่วมหารือว่าจะทำการแก้ไขปัญหาอย่างไรในวันหน้า 

อย่างไรก็ตามปัญหารถติดทำเกิดปัญหาแก่ประชาชนโดยเฉพาะผู้ปกครอง ต่อเนื่องไปถึงปัญหาในการใช้พลังงานมหาศาล ยกตัวอย่างต่างประเทศก็มีปัญหาการจราจรติดขัด แต่เขาไม่มีปัญหาการจราจร เพราะ เขาเคารพกฎหมายหมาย ไม่มีการแซงปาดหน้ากัน ขอให้ทุกคนเร่งกันทำความเข้าใจ มีการพูดถึงว่าเจ้าหน้าที่รัฐไม่ดูแล กรณีดังกล่าวยืนยันว่า ถนนมีเท่านี้ แต่รถมีมากขึ้นจึงเกิดเป็นปัญหาขึ้น รัฐบาลจะปฏิเสธการรับผิดชอบไม่ได้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ทุกพื้นที่ต้องรับฟังปัญหาการจราจรในพื้นที่ใกล้เคียงจากศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร ไม่ใช่พื้นที่บริเวณไหนไม่ติดคือดี แต่ต้องแบ่งเบาภาระการจราจรจากพื้นที่ถนนข้างเคียงได้บ้าง ผู้ปฏิบัติจะต้องรู้ว่าตรงไหนติดขัด มีเส้นทางลัดบริเวณใดได้บ้างในจุดที่เป็นอุปสรรค วางแผนทดลองแล้วทั้งเส้นทางหลักเส้นทางรองที่เชื่อมต่อได้ ทุกจุดต้องดูพื้นที่ดังกล่าวที่ได้มีการดำเนินการบ้างแล้ว ประเด็นต่อมากรณีถนน 2 ฝั่ง เห็นเมืองนอกทำถ้าถนนเส้นใดเส้นหนึ่งติดก็กันถนนเปิดช่องทางขึ้นมาในฝั่งที่ไม่ติด การที่เรานำภาพวงจรปิดมาขึ้นจอนั้น ใช้คนดูนั่งเฝ้าอาจจะไม่เกิดประโยชน์ ตนอาจจะให้ฝ่ายวิจัยพัฒนาหรือมหาลัยที่ดำเนินการดังกล่าว เข้ามาช่วยทำระบบให้เพื่อทำการวิจัยและแก้ไขปัญหา หากมีการใช้เทคโนโลยีขึ้นมาจับได้ ยกตัวอย่างกรณีประเทศฝรั่งเศส มีเอกชนมาช่วยดูแลระบบการจราจรแบบอัตโนมัติ รถบนถนนแต่ละเส้นระบบดังกล่าวจะช่วยเหลือในการตรวจสอบให้กับผู้ปฏิบัติงานได้ทันทีเพื่อแก้ไขปัญหา

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ปัญหาการจราจรแก้ไขได้ไม่ต่อเนื่อง เพราะเราไม่ได้มีการคิดที่จะทำถนนใหม่ขึ้นมาใช้ โดยมอบให้กระทรวงคมนาคมช่วยดำเนินการแล้ว ภายหลังจากที่มีการสร้างรถไฟฟ้าทำให้ได้รับผลกระทบ จึงจะต้องมีการวางแผนในการเคลื่อนย้ายพื้นที่ชุมชนในกรณีที่จะใช้พื้นที่จัดทำเส้นทางเพิ่มเติม ซึ่งรวมไปถึงทางร่วมทางแยก พร้อมทั้งแก้ไขปัญหาเรื่องการนำอุปกรณ์มาอำนวยความสะดวกด้านการจราจรที่ติดขัดในพื้นที่ชั้นใน กรุงเทพชั้นในชั้นนอก ปริมณฑล ต่างจังหวัด รวมถึงการจัดทำระบบขนส่งเสริม (Feeder) เพื่อไปถึงรถไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดรถรางไฟฟ้าของก็กรุงเทพมหานครก็ได้สั่งให้มีการดำเนินการจัดการ

สิ่งที่เราดำเนินการอยู่ควรให้มีการดำเนินการไปพวกกับระบบขนส่งเสริม (feeder) ด้วยคิดว่ารถไฟฟ้าเพียง 10 สายเพียงพอแล้ว อย่างไรก็ตามตนพูดในเรื่องของการแก้ไขปัญหาจราจรที่มีการติดขัด สิ่งที่เสริมเข้าไปไม่ได้เป็นการวางแผนเตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้า สิ่งทำได้อย่างเดียวคือการสร้างระบบขนส่งเสริม (feeder) พร้อมทั้งสำรวจที่จอดรถบริเวณสถานีรถไฟฟ้าทุกจุดจะต้องดำเนินการตรวจสอบว่า มีจุดใดบ้างให้รายงานให้ตนรับทราบว่า ควรจะมีที่จอดรถบริเวณใด อาทิเช่น สถานที่ท่องเที่ยว ศูนย์การค้า เพื่อดำเนินการเป็นนโยบายจัดทำที่จอดรถช่วยแก้ไขการจราจรติดขัด


“นอกจากนี้ขอให้สำรวจถนนเส้นทางใดมีเส้นทางน้ำที่ขนานไปกับถนน จะสามารถใช้เส้นทางดังกล่าวได้หรือไม่ ลองไปดูว่าคลองใดที่ใช้ได้ จะขุดลอกจะเชื่อมโยง มีท่อรอดออกไปเพื่อแบ่งเบาปัญหาการจราจรทางบก มีรถไฟฟ้ามาเสริม มีเส้นทางน้ำมาเสริม เพื่อบรรเทาการจราจรให้ลดลงได้ อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะทำระบบการจราจรดีเพียงใดก็ตาม ประชาชนจะต้องใช้รถ 1.ไปส่งลูกไปโรงเรียน 2.ไปส่งภรรยา 3.ไปทำงาน ไม่มีทางที่รถเมล์หรือรถไฟฟ้าจะพาไปได้ทั้งหมด ถือเป็นข้อเท็จจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การแก้ไขปัญหาต่างๆ ตำรวจให้ความใส่ใจปลายทางกับสถานที่ต่างๆ ตั้งแต่โรงเรียน สถานที่ราชการ ศูนย์การค้า โรงพยาบาล ทำอย่างไรจะได้ข้อมูลเหล่านั้น เพื่อเปิดช่องทางหาแนวทางแก้ไขหากได้ข้อมูลเหล่านี้มา ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลการเดินทางของบุคคลแต่ละเส้นทาง เพื่อหาเส้นทางที่ใช้หลักมาประกอบการแก้ไขปัญหา” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ส่วนกรณีที่มีรถจอดทิ้งไว้ใต้ทางด่วนจะต้องมีการจัดการรถดังกล่าว รวมถึงกรณีที่มีรถขับช้าขับเลนขวา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะต้องหาแนวทางแก้ไข รวมถึงรถจอดข้างทาง รถเมล์หรือรถแท็กซี่จอดเลยป้ายหรือทำให้การจราจรติดขัดในชั่วโมงเร่งด่วน ห้ามจอดได้หรือไม่ พร้อมทั้งกรณีรถติดไฟแดงมีรถจักรยานยนต์พุ่งเข้ามาปาดหน้านั้น อาจจะต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการจัดการตรวจสอบ กรณีการจอดเลยเส้นที่กำหนดไว้ตามถนน หรือแซงซ้ายขวา รวมถึงกรณีที่รถจักรยานยนต์วิ่งบนฟุตปาธหรือวิ่งย้อนศรต้องดำเนินการทางกฎหมาย ดำเนินการนโยบายใส่หมวกกันน็อกเพิ่มเติมด้วย เพื่อแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุที่จะทำให้การจราจรติดขัด

นอกจากนี้พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่ออีกว่า บนช่องทางด่วนโทลล์เวย์หรือช่องทางด่วนต่างๆ จะต้องแก้ไขการจำกัดความเร็วใหม่จาก 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อาจจะเพิ่มถึง 90-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยกตัวอย่างเมืองนอกหากบริเวณใดวิ่งเร็วได้ก็ให้ไป ส่วนการทำช่องทางในการขึ้นลงถนนอาจจะต้องจัดทำข้อมูลว่า มีทั้งหมดจำนวนเท่าไร่ เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด พร้อมทั้งจัดทำอินโฟกราฟฟิกถนน เพื่อให้เห็นภาพการจราจรติดขัดเพื่อจะได้จัดการจราจรได้ในภาพรวมทั้งหมด นอกจากนี้จะต้องตรวจสอบการก่อสร้างการบีบพื้นที่ต้องค่อยๆ บีบไป เพื่อเพิ่มพื้นที่จราจร รวมถึงคำนึงถึงความปลอดภัยในการก่อสร้าง ฝากไปถึงผู้รับเหมาต้องจัดการพื้นที่ทำความสะอาดให้เรียบร้อย

กรณีการทำงานหนักของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อาจจะต้องมีการคิดค่าตอบแทนเบี้ยเลี้ยงเพิ่มเติมสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่ทำงาน 24 ชั่วโมง อย่างกรณีที่มีเบี้ยเลี้ยงให้ตำรวจที่ลงพื้นที่ปฏิบัติหน้าที่ภาคใต้ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะได้ทั้งหมด ต้องให้คนที่ปฏิบัติงานหนักจริงเท่านั้น ทุกวันนี้ไม่มีใครชอบตำรวจ แต่ไม่ชอบไม่ได้ ถ้าไม่มีตำรวจขึ้นมาทุกวันนี้ประเทศไทยไม่มีตำรวจ ก็จะมีปัญหาเกิดขึ้นทุกพื้นที่อย่างแน่นอน ตำรวจไม่ดีก็ต้องเอาออกไป คนดีก็มีอยู่ คนไม่ดีก็เอาออกไป ตำรวจจะต้องเป็นมิตรที่ดีของประชาชน ระมัดระวังในการทำงานอย่าให้เกิดกระทบกระทั่งกับประชาชน มีความอดทนไม่ใช่ไปชกต่อยกับประชาชน 

ขอชมเชยที่ผ่านมาว่ามีเรื่องค่อนข้างน้อย ยกตัวอย่างกรณีการจับเป่าเมาผู้ขับขี่ดื่มสุรา มีคนหัวหมอบอกว่า กินลำไยมาไม่ได้เมา จะต้องดำเนินการตรวจสอบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเดินบนเส้นทำให้ครบถ้วนทุกกระบวนการไม่ให้ผู้กระทำผิดโต้แย้งได้ รวมถึงกรณีอำนวยความสะดวกให้รถวีไอพี หากไม่ดำเนินการตามแบบแผนใช้วิธีการเปิดหวอขอเส้นทางโดยไม่จำเป็นจะต้องถูกลงโทษอย่างที่ ผบ.ตร. ได้ให้ข่าวไว้ อย่างไรก็ตามกรณีดังกล่าวเป็นการแก้ไขปัญหาจราจรซึ่งเป็นปัญหาเก่าทั้งหมด ทั้งนี้จะขอดูแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวไปปรับใช้ รัฐบาลให้ความสำคัญกรณีดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง เพราะถือเป็นการบูรณการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามยุทธศาสตร์ของชาติในการพัฒนาเมืองด้วย ขอให้เห็นความเปลี่ยนแปลงภายใน 3 เดือน

ด้านพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมสนองนโยบายนายกรัฐมนตรี ในการลดผลกระทบจากรถนำขบวนคณะรัฐมนตรีและบุคคลสำคัญ เพื่อลดปัญหาจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยระบุว่า ที่ผ่านมา การใช้รถนำขบวน จะต้องมีระเบียบขั้นตอนการขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว แต่การใช้เส้นทาง อาจไม่มีการประสานกับตำรวจพื้นที่

ลุงตู่..นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่

”ลุงตู่สู้ๆ ลุงตู่ นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่”
ประชาชน ตะโกนบอก “นายกฯบิ๊กตู่” ขณะ เดินทางถึงสถานี บางหว้า กรุงธนบุรี .... ทำ บิ๊กตู่ ยิ้มแป้น เลยเชียว !!

“นายกฯบิ๊กตู่” เดินลุย ชุมชนริมคลองบางหลวง

โอ้ ! ...คลองบางหลวง
โอ้ว!! ...นายกฯจากรัฐประหาร ก็ยังต้องทำแบบนี้
“นายกฯบิ๊กตู่” เดินลุย ชุมชนริมคลองบางหลวง พบปะพี่น้องประชาชน และ เยี่ยมชมโครงการฟื้นวิถีชีวิตชุมชนคลองบางหลวง. ผ่านการท่องเที่ยวย่านประวัติศาสตร์ กรุงธนบุรี และตรวจพัฒนาจุดเชื่อมต่อการเดินทาง ด้วย ล้อ -ราง -เรือ ของกรุงเทพมหานคร ผ่านการเดินเรือ เส้นทางล่อง คลองภาษีเจริญ - คลองบางหลวง

ลุงตู่ พบปชช.บนรถไฟฟ้า

“11 ปี แล้ว ไม่เคย ไปเดินไหนเลย ไปไหน รปภ.ก็ตามไปหมด ไม่ทำร้ายฉันหรอก แต่ทำร้าย รปภ.ฉัน"
“นายกฯบิ๊กตู่” ขึ้นรถไฟฟ้า ปะปนกับประชาชน เดินทักทายคนในขบวนรถ พร้อมพูดคุยกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ใช้บริการรถไฟฟ้า
แถมยังลุกให้ ผู้โดยสารคนอื่นนั่งแทนเก้าอี้ตัวเอง
บิ๊กตู่ บอกว่า สิ่งที่รัฐบาลทำมาทั้งหมดก็ทำให้กับประชาชน เพื่อให้ได้รับบริการที่สะดวกสบาย และมีอนาคตที่ดี

ไม่ได้มาหาเสียง

ลงพื้นที่ กทม. แบบนี้....”นายกฯบิ๊กตู่” ก็ยืนยันว่า ไม่ได้มาหาเสียง
แต่มา ตรวจการพัฒนาจุดเชื่อมต่อการเดินทาง ด้วย ล้อ -ราง -เรือ ของกรุงเทพมหานคร ผ่านการเดินเรือ เส้นทางล่อง คลองภาษีเจริญ - คลองบางหลวง
“นายกฯบิ๊กตู่” เลย เดินลุย ชุมชนริมคลองบางหลวง พบปะพี่น้องประชาชน ไปด้วย
ชมโครงการฟื้นวิถีชีวิตชุมชนคลองบางหลวง. ผ่านการท่องเที่ยวย่านประวัติศาสตร์ กรุงธนบุรี

วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ม.44ปลดเลขาปปง.

14  ส.ค. 2561 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๒/๒๕๖๑ เรื่อง ให้ข้าราชการพ้นจากตําแหน่ง

โดยที่มีความจําเป็นต้องปรับปรุงการบริหารงานบุคคลในหน่วยงานของรัฐบางหน่วยงานให้เป็นไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจําเป็นต้องดําเนินการโดยเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาการบริหารราชการที่เกิดขึ้นและป้องกันมิให้เกิดความเสียหายต่อราชการแผ่นดิน อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๒๖๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคําสั่งดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ให้ พลตํารวจตรี รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร พ้นจากตําแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และให้ดํารงตําแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษประจําสํานักนายกรัฐมนตรีตามกรอบอัตรากําลังที่กําหนดในคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๕๘เรื่อง มาตรการแก้ปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบและการกําหนดกรอบอัตรากําลังชั่วคราวลงวันที่ ๑๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘

ข้อ ๒ ให้นายกรัฐมนตรีนําความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งข้าราชการให้ดํารงตําแหน่งหรือพ้นจากตําแหน่ง ตามกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ข้อ ๓ คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ ๑๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ


สำหรับพลตํารวจตรี รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร  ที่ประชุมครม.มีมติเมื่อวันที่ 27 ก.พ.2561 เห็นชอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เสนอแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการ ปปง. ต่อมาเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.2561 มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ พลตำรจตรีรมย์สิทธิ์ ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการปปง.

‪“บิ๊กป้อม” ยัน”เสี่ยหนู อนุทิน ชาญวีรกุล ” เหมาะเรียน วปอ.ได้

หลักเกณฑ์ เขาได้!‬
‪“บิ๊กป้อม” ยัน”เสี่ยหนู อนุทิน ชาญวีรกุล ” เหมาะเรียน วปอ.ได้ เพราะ อายุเขาได้ หลักเกณฑ์ เขาได้ ชี้มีสัดส่วนนักการเมือง ที่เคยมี ชี้ “อนุทิน” มาในนาม ประธานบริษัท ไม่ใช่นักการเมือง หรือพรรคภูมิใจไทย. แต่เป็นนักธุรกืจ ไม่เป็นไรหรอก
...หลังพรรคเพื่อไทย ออกมาค้าน “อนุทิน” สิทธิพิเศษ ได้เรียน วปอ.‬ หลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร....หลักสูตร สร้าง ซุปเปอร์คอนเน็คชั่น
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ ออกมาแสดงความเห็นกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะได้เข้าเรียนหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ทั้งที่เป็นหัวหน้าพรรคการเมือง ว่า ก่อนหน้านี้สมาชิกพรรคการเมืองก็มีการเข้าเรียนกัน และนายอนุทินเขาเข้ามาในนามบริษัท ไม่ได้มาในนามพรรคการเมือง ที่จริงแล้วมันมีสัดส่วนของพรรคการเมืองอยู่ ตรงนี้คงไม่เป็นไร ถ้าอายุเขาได้ ผ่านหลักเกณฑ์ต่างๆ ก็ได้

“บิ๊กป้อม” อุบ” ถก คสช. คุยเรื่อง”ลับ”

เรื่องลับ !!
“บิ๊กป้อม” อุบ” ถก คสช. คุยเรื่อง”ลับ” เหตุเป็น เรื่องตัวบุคคล ชี้ คสช.ต้องพร้อมประชุม24 ชม./ เผย นายกฯ สั่งเข้ม-ลดจำนวน รถติดตามขบวน บิ๊กๆทหาร -รมต.หลังมีเสียงร้องเรียน ทำรถติด ดำเนินการด้วยความรอบคอบ และใช้เวลาสั้นที่สุด ครึ่งนาที โดยเฉพาะการปิดทางร่วมทางแยก ให้เกิดผลกระทบให้น้อยที่สุด และให้คอยกำกับดูแล จนท.ในรถขบวน ให้ พูดด้วยภาษากายเรียบร้อย ชี้ การขอทางคือการขอความอนุเคราะห์จากประชาชน
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า มีการหารือเรื่องลับ ไม่สามารถบอกสื่อได้ เพราะเป็นเรื่องตัวบุคคล และไม่ได้หารือเรื่องประเมินสถานการณ์ความเรียบร้อยก่อนการเลือกตั้ง
การประชุมครั้งนี้ไม่ใช่การประชุมด่วน เพราะ คสช.สามารถประชุมได้ 24 ชั่วโมง
ขณะที่เสธ.ไก่อู พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี. เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ ได้เตือน สมาชิก คสช. เริ่อง รถติดตามขบวน คสช. บิ๊กๆทหาร -รมต.หลังมีเสียงร้องเรียน ทำรถติด ขอให้ดำเนินการด้วยความรอบคอบ และใช้เวลาสั้นที่สุด ครึ่งนาที โดยเฉพาะการปิดทางร่วมทางแยก ให้เกิดผลกระทบให้น้อยที่สุด และให้คอยกำกับดูแล จนท.ในรถขบวน ให้ พูดด้วยภาษากายเรียบร้อย ชี้ การขอทางคือการขอความอนุเคราะห์จากประชาชน

“กลุ่มสามมิตร”เดินสายในอิสาน

“บิ๊กป้อม” ชี้ “กลุ่มสามมิตร”เดินสายในอิสาน ได้ เพราะไม่ใช่พรรคการเมือง แต่กลุ่ม. ยันไม่รู้ “แม่ทัพภาค2” อนุญาตหรือไม่ ประชด ให้ตั้ง “กลุ่ม8มิตร” เลย
พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ กลาโหม กล่าวถึงกรณีกลุ่มสามมิตร ระบุการเคลื่อนไหวในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้รับการอนุญาตจาก พลโทธรากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 ว่า กลุ่มสามมิตรเป็นใคร เขาเป็นพรรคการเมืองหรือไม่ เขาไปในเรื่องส่วนตัวเขา
ส่วนจะขออนุญาตแม่ทัพภาคที่ 2 หรือไม่นั้น ผมไม่รู้ เพราะไม่ได้คุยกัน แต่เขาไม่ได้เป็นพรรคการเมือง หากไปเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ แต่นี่ เขาไม่มีพรรค
เมื่อถามว่า แต่การเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ผมไม่ทราบว่าเขาเคลื่อนไหวแบบใด คสช.ไม่ได้วางกรอบอะไร แต่ยึดตามกฎหมาย
เมื่อถามย้ำว่า ต่อไปหากมีกลุ่มการเมืองกลุ่มใหม่ สามารถเดินสายได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร ย้อนถามว่า “สื่อก็เอาสิ ไปทำสิ ไปตั้งเป็นกลุ่ม 8 มิตรหรืออะไร”

“บิ๊กป้อม” ทำใจ “ทักษิณ”ไม่ฟังแล้ว จะ รุ่นพี่รุ่นน้อง เตือนก็ตาม

บอกแล้ว !! ไม่ฟัง !!
“บิ๊กป้อม” ทำใจ “ทักษิณ”ไม่ฟังแล้ว จะ รุ่นพี่รุ่นน้อง เตือนก็ตาม ไม่หวัง สายเลือด เตรียมทหาร โบ้ย สื่อ ช่วยเตือน แทน หน่อย เปรย ผมไม่อยากพูด รู้ๆกันอยู่
พลเอกประวิตร. วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงความเคลื่อนไหว ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในช่วงนี้ว่า ไม่ได้จับตาอะไรพิเศษ เราจับมากี่ปีแล้ว
เมื่อถามถึง การที่ ให้สัมภาษณ์เตือนนายทักษิณให้คิดถึงประเทศ นั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ก็จะไปทำยังไงได้ สื่อช่วยเตือนหน่อยสิ”
เมื่อถามว่า ในฐานะเป็นรุ่นพี่นักเรียนเตรียมทหาร จะเตือน นายทักษิณ อย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ตอนนี้ท่านไม่ฟังแล้ว รุ่นพี่รุ่นน้อง”
เมื่อถามว่า ยังคาดหวังว่า สายเลือดเตรียมทหาร จะทำให้ คุณทักษิณ เห็นแก่ประเทศชาติ หริอไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า สื่อช่วยบอกเขาหน่อยสิ และมองว่าการเคลื่อนไหวนี้ ไม่เกี่ยวกับสถานการณ์ช่วงนี้ที่ใกล้เข้าสู่การเลือกตั้ง ผมไม่อยากพูด รู้ๆกันอยู่

ประกาศตัวก.ย.นี้แน่

“บิ๊กตู่” ยัน จะประกาศ อนาคตการเมือง กันยายน นี้ แน่... ออกตัว ยัฃไม่รู้ จะอยู่ หรือ ไม่อยู่ หรือจะอยู่พรรคไหน ??
“พลเอกประยุทธ์” ยันไม่ลืมคำพูด “กันยายน”นี้ จะประกาศ อนาคตทางการเมืองของตนเอง แต่ไม่บอกว่า วันไหน ต้นเดือน หรือกลางเดือน ปลายเดือน ... ชี้ตัองพิจารณา ตัดสินใจ ก่อน ว่า จะเข้าพรรคไหน แล้ว พรรคนั้น ประชาชนจะเลือกหรือไม่ ดักคอสื่อ ไม่ต้องมาถามว่า พรรคไหน ตัดสินใจยังไง เมื่อถึงเวลา ผมจะพูดเอง

เรียก คสช.คุย

“บิ๊กตู่” เรียก คสช. กินข้าว ถกปม ก่อน เลือกตั้ง -ความมั่นคง ยันไม่สืบทอดอำนาจ
“บิ๊กตู่” แจงเรียก ถก คสช.ด่วน ติดตามสถานการณ์ความมั่นคง ก่อนเลือกตั้ง เร่งกำกับส่วนราชการทำงาน ภายใต้กรอบคสช.โปร่งใส ยันแต่งตั้งคนเพื่อทำงาน ไม่ได้เพื่อสืบทอดอำนาจ/ เชิญ ผบ.เหล่าทัพ ทานข้าว กลางวัน ด้วยกัน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเรียกประชุมคสช.เป็นการเร่งด่วน เมื่อช่วงเช้าวันนี้ ว่า หารือหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องของความมั่นคงและความปลอดภัย และดูในเรื่องของการทำงาน เพราะในช่วงนี้จำเป็นต้องกำกับดูแลให้ทุกส่วนราชการทำงานภายใต้กรอบของคสช. ซึ่งทุกคนต้องทำงานอย่างโปร่งใส และมีประสิทธิภาพ
ซึ่งการใช้มาตรา 44 ก็ใช้กับเรื่องเหล่านี้ ก็ต้องพิจารณาว่าจะทำงานกันอย่างไรในช่วงก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง เพื่อที่ให้ทุกอย่างเดินไปได้ด้วยดี
แต่งตั้งมาอย่างไร ทำงานได้ผลหรือไม่ได้ผล มีประสิทธิภาพหรือไม่มีประสิทธิภาพ ไม่ได้หมายความว่าเรื่องทุจริตอย่างเดียว แต่รวมถึงทุกเรื่อง
ทั้งนี้การประชุมคสช.เป็นวาระทั่วไป นานๆเจอหน้ากันที. ก็เรียกกินข้าวด้วย และติดตามการทำงานของหน่วยงานเขาด้วย เพราะทำงานกับประชาชนโดยตรง
ได้สอบถามดูว่ามีปัญหาอะไร ประชาชนร้องเรียนอะไรมาบ้าง ก็ดูแลให้เขา และมาในฐานะศูนย์ดำรงธรรม อย่างการแก้หนี้นอกระบบที่รัฐบาลยอมไม่ได้การไปเรียกเก็บดอกเบี้ยสูงๆ ขอให้ทุกคนคิดไปกับผมว่าสิ่งที่รัฐบาลทำยากๆ รัฐบาลทำไปทำไม และทำไมไม่ทำแบบที่เขาพูดว่าเขาให้นี้ให้โน้น
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องการให้ทุกอย่างมีการปฏิรูป ฉะนั้นการแต่งตั้งคนขึ้นมาก็ต้องทำงานตามนโยบายให้ได้ คือยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ไม่มีอย่างอื่น ไม่มีสืบทอดอำนาจ ไม่ใช่ตั้งเพื่อให้รัฐบาลอยู่ได้ต่อไป หรือมีผลต่อการเลือกตั้ง มันไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างนั้น อย่าไปคิดแบบนั้น เพราะคนเลือกตั้งคือใคร คือประชาชน ไม่ใช่คสช.ลงไปเลือกตั้งด้วย จะได้บังคับคนได้ ดูตรงนี้ให้ตนหน่อย

เคยเตือนแล้วนะ

เราเตือน คุณ แล้ว!!
"บิ๊กตู่" เผย เคยเตือนไปแล้ว “ทักษิณ” เข้าข่าย คนนอก กับพรรคการเมือง ให้ กกต.และฝ่ายกม.ดู ขัดกม.หรือไม่ สั่งจับตาคนนอกหนุนพรรคการเมือง ชิเมื่อถึงเวลาบังคับใช้กฎหมาย ก็จะหาว่าไม่เป็นธรรม
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าว ถึงความเคลื่อนไหวปลุกระดมนักการเมืองในต่างประเทศของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า เรื่องนี้สื่อมวลชน ก็รู้กันอยู่แล้วว่าเป็นอย่างไร
ขณะนี้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามีความผิดตามกฎหมายอะไรหรือไม่
ซึ่งเรื่องนี้ผมเคยเตือนไปแล้วไม่ใช่หรือ ก็เป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จะพิจารณากันต่อไป
ส่วนการสนับสนุนพรรคการเมืองต่างๆของคนนอก เรื่องนี้ต้องไปดูกฎหมายอีกครั้ง ไม่ใช่พอถึงเวลา พอมีการบังคับใช้กฎหมายก็กลายเป็นว่า ไม่มีความเป็นธรรม กันขึ้นมาอีก เรื่องนี้มีปัญหากันมาโดยตลอด
สื่อมวลชนต้องช่วยกันทำความเข้าใจด้วย แต่สิ่งสำคัญคือ ผู้ที่เคลื่อนไหวในต่างประเทศ ซึ่งแต่ละประเทศก็มีกฎหมายเป็นของตัวเอง แตกต่างกันคนละอย่างสองอย่าง ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะดำเนินการอะไรได้มากนัก
ทั้งนี้เราก็ต้องทำทุกอย่างให้ครบตามขั้นตอนและกระบวนการ อย่างครั้งที่แล้วก็ได้มีการดำเนินการไปแล้ว แต่ก็กลายเป็นว่ารัฐบาลไปไล่ล่า ถ้าทุกคนอยู่กันแบบสงบเงียบเรียบร้อย ก็ไม่มีปัญหาที่ต้องไปทำอะไรกันต่อเพราะต่างก็มีคดีกันอยู่ทั้งสิ้น

“นายกฯบิ๊กตู” โยน สภากลาโหม เลือก “อนุทิน” เรียน วปอ.61

“นายกฯบิ๊กตู” โยน สภากลาโหม เลือก “อนุทิน” เรียน วปอ.61 ยันไม่เคยห้ามนักการเมือง หรือใครให้เรียนหรือไม่ให้เรียน วปอ.
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวถึงกรณมีชื่อของ เสี่ยหนู นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อยู่ใน รายชื่อผู้เข้าศึกษาในหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร(วปอ.)รุ่น 61 ทั้งไที่ก่อนหน้าหน้านายกฯเคยบอกไม่ต้องการให้นักการเมืองเข้ามาเรียนวปอ. เพราะไม่ต้องการให้มาสร้างคอนเนคชั่นว่า เป็นเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยผ่านทางกระทรวงกลาโหมขึ้นมา
“ผมไม่ได้บอกว่าจะให้ใครเรียน หรือไม่ให้ใครเรียน มันไม่ใช่
ผมหมายความว่าให้มันน้อยลง ซึ่งกรณีนี้เป็นการพิจารณาของสภากลาโหม ขึ้นมา ผมไม่ได้ไปเกี่ยวข้องอะไรกับตรงนี้”

วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2561

“บิ๊กป้อม” เหนื่อย กับ Social Media นำเสนอไม่ตรง

“บิ๊กป้อม” เหนื่อย กับ Social Media นำเสนอไม่ตรง
วันเกิด74ปี “บิ๊กป้อม”ให้ผบ.เหล่าทัพ-5เสือเหล่าทัพ 40คน อวยพร ส่วนตัว ขอสื่อ อย่าเอาคำพูดผิดพลาด ไม่ตั้งใจ ไปจุดประเด็น เผย เหนื่อยเพราะsocial media ลงข่าวไม่ตรง ขอพรให้บ้านเมืองสงบ บอกอยากให้ประเทศปรองดองตามกรอบรธน./เผย อาหารป่วย “ติดเชื้อในกระแสเลือด” เชื้อแรง หมอต้องฉีดยาให้2 สัปดาห์ แต่ยังรีบออกมาทำงาน หลังนอน รพ.3วัน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เปิด มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร1รอ.) ให้ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ นายทหารระดับสูง นายตำรวจระดับสูง เข้าอวยพรวันเกิด ล่วงหน้า ย่าง 74 ปี แต่เป็นส่วนตัว ไม่มีการรวมแถว แต่ได้ให้ ผู้บัญชาการเหล่าทัพและ บิ๊กๆ5เสิอเหล่าทัพ 40 คนเท่านั้นที่ได้เข้าอวยพร

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร ขอเป็นส่วนตัว จัดงานเล็ก ๆ โดยเปิดผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้ามาอวยพร และรับประทานอาหารเช้าเพียงเท่านั้น ไม่ได้งานอย่างเป็นทางการเหมือนทุกปีที่ผ่านมา
และยืนยันว่าสาเหตุที่จัดงานเล็ก และปิดบ้านในปีนี้ไม่ได้เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพ แต่อย่างใด
โดยมีการอวยพรเป็นการส่วนตัว ที่ชั้น 2 มูลนิธิป่ารอยต่อฯ โดย พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวขอบคุณผู้ที่เข้าร่วมอวยพร ว่าขอบคุณทุกคนที่ได้ทำงานร่วมกันมาตลอดหนึ่งปีอย่างเต็มที่ ทำให้งานความมั่นคงประสบความสำเร็จด้วยดี แม้ทหาร ตำรวจจะเป็นเป้าใหญ่ แต่ก็ขอให้อดทน ทำงานต่อไปอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะตำรวจเป็น เป้าใหญ่ ก็ต้องอดทน
ส่วน. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. ยัง ไม่ได้เข้าร่วมอวยพรช่วงเช้า เพราะติดภารกิจ แจ่จะมาในช่วงเย็น

พล.อ.ประวิตร ได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสายทหาร เข้าร่วมอวยพรพร้อมกล่าวกับผู้สื่อข่าวสายทหาร ว่าขอบคุณที่มาอวยพร หนักนิดเบาหน่อย ก็ไม่อยากจะคิดอะไรมาก บางคำพูด ผม ก็ไม่มีเจตนาที่จะพูดไปแบบนั้น แต่ไปแปลให้เป็นประเด็น ทำให้ประชาชนไม่เข้าใจ ขอฝากทุกคน เราก็ทำงานร่วมกันมาดีตลอด ผมไม่มีความขัดแย้งกับใคร ถูกใจด้วยกันทุกคน บางคำถามที่ไม่ถูกใจก็ไม่ตอบ
พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ขอบคุณมากที่มาอวยพรวันเกิดในปีที่ 74 ซึ่งอายุมากแล้ว สิ่งที่ทำมาทั้งหมดก็ต้องการให้ประเทศชาติเดินหน้า ซึ่งทุกวันนี้ก็เดินไปข้างหน้าอยู่แล้ว
“ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เห็นนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ดำเนินการทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดีมากขึ้น แม้ว่าจะไม่เต็มที่ก็ตาม แต่เราก็ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นทั้งเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ความสงบเรียบร้อย
และตลอดระยะเวลา 4 - 5 ปีที่ผ่านมา ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายอย่างดียิ่ง โดยเฉพาะสื่อมวลชนที่ทำให้เกิดความสงบเรียบร้อย ก็ขอขอบคุณทุกคนด้วยความจริงใจ เรารักกัน อย่าเอาประเด็นนิดๆหน่อยๆไปทำให้ประชาชนเข้าใจผิด
"ผมไม่คิดอะไรที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมือง ต้องการให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว”
ตอนนี้รถไฟรางคู่ต่างๆรถไฟฟ้าก่อสร้างจำนวนมากรัฐบาลพยายามทำทุกอย่างเพื่อประชาชนโดยแท้จริง
ส่วนปัญหาเรื่องสุขภาพนั้น “ก็อย่างที่เห็นอยู่ ผมติดเชื้อเข้ากระแสโลหิต หมอให้ยาวันนี้วันสุดท้ายแล้ว เชื้อมันแรง" พลเอก ประวิตร กล่าว
“ผมอยากขอพรให้ประเทศชาติมีความสำเร็จ ประชาชนอยู่ดีกินดีรักใคร่ปรองดองกันร่วมกันอยู่ภายใต้กฎระเบียบ รัฐธรรมนูญเดียวกัน
ถามว่า จะเข้าสู่ปีที่ 5 ของ คสช.และใกล้ถึงวันเลือกตั้งจะดูด้านความมั่นคงอย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่างว่า ทำแบบเดิม ซึ่งก็เรียบร้อยดี ไม่มีอะไร เพราะมีทหารตำรวจและฝ่ายปกครองคอยดูแล ช่วยกัน ทุกฝ่ายร่วมมือกันรวมถึงประชาชน ส่วนการทำงานที่ผ่านมาหนักหรือไม่นั้น เราก็แก้ไขไปเรื่อยๆพัฒนาไปเรื่อยๆ
“ก็ดีขึ้น แต่รู้สึกเหนื่อยกับ Social Media เพราะนำเสนอไม่ตรง”
///////////
ให้ประชาชนตัดสิน !!
“บิ๊กป้อม” ไม่ตอบโต้ “ทักษิณ” ถาม จะให้ทำยังไง “ทักษิณ”ยันสู้ต่อสงครามยังไม่จบ ชี้มีหลายพรรคการเมือง ก็ต่อสู้กันต่อไป ในทางประชาธิปไตย ให้ประชาชนตัดสิน ว่า ใครควรจะเป็น
ประวิตร"เชื่อสนช.แก้กม.กกต.โละผู้ตรวจการเลือกตั้งไม่กระทบโรดแม็พ
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เสนอแก้ไขพ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในส่วนของผู้ตรวจการเลือกตั้งว่า ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยกกต. ไม่ได้กำหนด ว่า ให้เป็นเรื่อง สนช.และ เชื่อว่าไม่ส่งผลกระทบโรดแม็พ
ส่วน กรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศ ต่อสู้ สงครามยังไม่จบ นั้น พลเอกประวิตร กล่าวว่าแล้วจะให้ทำยังไง พรรคการเมืองมีหลายพรรคก็ต้องสู้กันไปในทางประชาธิปไตยให้ประชาชน ตัดสินว่าใครสมควร ที่จะเป็น