PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันอังคารที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

คำสั่งคสช.ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม ในวันที่ 28 พ.ค.57

คำสั่ง คสช. ฉบับที่ 25/2557 เรื่องให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม ในวันที่ 28 พ.ค.57 เวลา 10.00-11.00 น. ณ หอประชุมกองทัพบกเทเวศร์
1.จ่าสิบตำรวจเอกมานัส เติมธนะศักดิ์
2.พ.ต.ท.สันทนะ ประยูรรัตน์
3.นายสุวัฒน์ วุฒิศักดิ์
4.นายวิชา พร้อมเพรียงชัย
5.นายธนิก มาสีพิทักษ์
6.นายกฤษณะ มานะการ
7.นายอิทธิพล สุขแป้น

ย้าย ผวจ.๙ จังหวัด

นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงนามในคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 279/2557 เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม เรื่องให้ข้าราชการรักษาราชการในตำแหน่ง ดังนี้
1.นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย
2.นายกำธร ถาวรสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น
3.นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท
4.นายวิเชียร วุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี
5.นายสุริยะ ประสาทบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่
6.นายสมชัยฐ์ หทยะตันย์ติ ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดตาก
7.นายวินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง
8.นายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา
9.นายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง




10 จุดแข็งรัฐประหาร คสช!


รัฐประหารครั้งนี้ ต่างจากครั้งก่อน มีความรอบคอบ รัดกุม แม่นยำ และการวางแผนเตรียมการอย่างยากที่จะคาดเดา
รัฐประหารปี 2549 นั้น เสียของ เพราะเครือข่ายอำนาจระบอบทักษิณนั้นยังคงอยู่และไม่ได้ถูกตัดทอนไป แถมยังกลับมาเข้มแข็งมากกว่าเดิมอีกมาก
แต่การยึดอำนาจของกองทัพครั้งนี้ ดูแล้วมีความรอบคอบ รัดกุม และมีการใช้กำลังอำนาจอย่างมีประสิทธิภาพ เด็ดขาดกว่าครั้งก่อนมาก
แสดงถึงศักยภาพและการเตรียมการที่สะท้อนมันสมองระดับกุนซือ ของคนในกองทัพว่าได้เรียนรู้ความผิดพลาดจากการรัฐประหารครั้งก่อน และจะไม่ผิดพลาดซ้ำ!


1. สิงห์ซุ่มเงียบ : จากความนิ่งแน่ ตั้งแต่ม็อบกำนัน ลากยาวนานมากว่า 6 เดือน ไม่ยอมรัฐประหาร ไม่ออกมา ไม่ขยับ จนหลายๆ ฝ่ายตายใจและคิดว่างานนี้ กองทัพคงลอยตัวอยู่เป็นกลางเหนือปัญหาไปเรื่อยๆ แต่จู่ๆ ก็เกิดการยึดอำนาจหลังจากการประกาศกฎอัยการศึกไม่กี่วัน เรียกว่า ไม่มีใครคาดคิดและรู้ตัว!
2. ตำราพิชัยเลิศ : การยึดอำนาจและการบริหารสถานการณ์ของ คสช. ผ่านประกาศและคำสั่งที่ออกมาในตอนนี้กว่า 40- 50 ฉบับ ถูกเขียน ถูกเตรียมวางแผนมาอย่างดี แผนยุทธวิธี รัดกุม นั่นแสดงว่า ทุกอย่างถูกเตรียมการมาอย่างดี ด้วยการใช้กฎอัยการศึกอย่างแม่นยำ และการเคลื่อน ควบคุมกำลังพลแบบไม่แตกแถว
แถมไม่มีการปล่อยไก่ ปล่อยข่าวให้รู้ล่วงหน้า ประชาชน กับสื่อ แทบจะรู้เท่าๆ กัน
3. ล่อเหยื่อเข้าถ้ำเสือ : ใครจะไปคิดว่าการเจรจา 7 ฝ่ายซึ่งเป็นการนัดหารือ รอบ ที่ 2 จะเป็นแผนยึดอำนาจ บรรดาแกนนำไปครบหน้าครบฝ่าย ทุกคนตายใจ แต่ต้องบอกว่า ที่ต้องยึดอำนาจนั้น ก็เพราะ ทหารพยายามแก้ไขปัญหาความขัดแย้งแล้ว ให้แต่ละฝ่ายบอกว่าว่าใครทำอะไรได้บ้าง ในเมื่อแต่ละฝ่ายไม่ยอม - จึงเกิดวาทะแห่งปี "ผมขอโทษ ผมต้องยึดอำนาจ"
4. คุมสื่อเบ็ดเสร็จ : วันยึดอำนาจ ทุกฝ่ายที่ถูกควบคุมตัว ไม่มีท่านใดคาดคิดมาก่อน, และด้วยความเร็วของการประกาศ หลังจากแกนนำฝ่ายต่างๆ ถูกคุมตัว จึงเป็นสื่อนั่นเองที่โดนรัฐประหาร โทรทัศน์ วิทยุ ปิดหมด ปิดยาวกว่า 3 วัน ไม่มีช่องใด โผล่ แผล็มได้นาน จัดการทั้งทางคลื่นออกอากาศ และสัญญาณอินเตอร์เน็ต
เปิดเพลงทหารปลุกใจรักชาติ ซื่อ ตรงไปตรงมา และเอาทหารนำการเมือง
สื่อที่หืออือ โดนจัดการเรียบวุธ เท่าเทียม ทั้งวิทยุ หนังสือพิมพ์
5. หยุดม็อบโดยละม่อม : มวลชนทั้งสองฝ่าย ได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม เด็ดขาด มาตรฐานเดียวกัน ทำให้ไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบกลับมากเท่าใด กำลังทหารมิได้ไปหาแต่รอยยิ้ม แต่ยังพกกองกำลังเข้าไปรักษาความปลอดภัยด้วย
เรียกว่า ปรามม็อบด้วยกฎหมาย กองกำลัง และรถบัสช่วยเหลือกลับบ้าน
6. ทลายกำลังซ่องสุม : แรกเริ่มด้วยกฎอัยการศึก ถือเป็นการวางกำลัง ปูพรม ความพร้อม ในช่วงที่ไม่มีใครคาดคิดว่าทหารจะใช้กฎอัยการศึก แต่สถานการณ์สุกงอมจริงๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทหารชุดใต้ดินทำงาน ตรวจ สอบ จับ ค้น อาวุธสงครามได้มากมาย ผู้ต้องสงสัยแต่ละรายถูกจับพร้อมคลังอาวุธมากมาย
7. ตามเก็บแกนนำ : ถึงตอนนี้เห็นชัดแล้วว่า คสช. นั้น มีการเดินเกมรุกหน้าอย่างไม่หยึดยั้ง ตอนนี้ยุติอำนาจของวุฒิสภา เรียกตัวแกนนำและคนที่เกี่ยวข้องเข้ารายงานตัว เข้าค่าย ตัดทอนอำนาจและจุดเชื่อมโยงเครือข่ายต่างๆ ในระบอบทักษิณ และด้วยประกาศ/คำสั่งต่างๆ ที่ทยอยออกมาเรื่อยๆ เห็นชัดว่า แกนนำ ญาติ คนสนิท ทั้งในระบอบและนอกระบบ ทั้งนักวิชาการโดนตัดทอนกำลังหมดสิ้น
8. ปกป้องสถาบัน : การใช้อำนาจมีความเด็ดขาดมาก กฎเป็นกฎ แต่ไม่มีความรุนแรง เน้นใช้อำนาจทางกฎหมายเต็มที่ เท่าที่มีอยุ่ในมือ - คนชุมนุมต่อต้านก็โดนจับกุมเด้ดขาดภายใต้กฎอัยการศึก แถมพวกล้มเจ้า ทั้งทีวี ทั้งเว็บ ทั้งบุคคล
ไม่มีภาพและความเชื่อมโยงแสดงให้เห็นว่าการกระทำครั้งนี้เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัยรติย์ แต่ทำเพื่อรักษาชาติ และความสงบของประเทศ ไม่ทำให้สถาบันพระมหากษัยรติย์ตกเป็นเป้าทางการเมือง
9. จิตวิทยามวลชนเยี่ยม : ด้วยการเข้ามาอย่างถุกจังหวะ ประชาชนตระหนักว่าประเทศไม่มีทางออกแล้ว ถึงจุดฟางเส้นสุดท้าย รุ้ว่าถึงจุดที่ต้องใช้อำนาจรัฐประหาร ควบคุมความเสียหายเฉพาะคนที่เกียวข้อง ประชาชนไม่ได้รับความเดือดร้อน ใช้ชีวิตตามปกติ กฎ ประกาศต่างๆ มีความประนีประนอมตามความสมควรจำเป็น และสื่อสารตรงไปตรงมากับประชาชน การข่าวสื่อสารดี
10. ตีงูให้ตาย? : เดินเกมล่าตัว ล้างบาง ตัดเครือข่ายอำนาจการเมืองเดิมจอมปัญหา ปลดระวางเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นอุปสรรค เด็ดขาด ฉับไว ไม่ไว้หน้า แต่คงหลักการจริยธรรมและความถูกต้อง ตามสิ่งที่ประชาชนต้องการ
อันนี้ต้องดู ว่า จะตีแค่หลังหัก หรือจะเอาให้ตาย?
ที่สำคัญ เข้าใจปัญหา เล่นเกมรัฐประหารอำนาจ คสช. ได้วางโครงสร้างการบริหารงานภายใต้อำนาจทหารเบ็ดเสร็จ และเดินเกมปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง แต่ไม่ละเลยการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เช่น คืนเงินจำนำข้าวชาวนา และ ปัญหาเศรษฐกิจก่อน

อียิปต์ ประกาศวันหยุดราชการให้ปชช.ไปเลือกตั้งวันนี้

สรุปข่าวเด่นในอียิปต์ วันอังคารที่ 27 พ.ค. 2557
1. นายกรัฐมนตรีอียิปต์ ประกาศว่าวันอังคารที่ 27 พ.ค. 2557 (วันนี้) เป็นวันหยุดราชการของอียิปต์ เพื่อให้ประชาชนชาวอียิปต์ไปใช้สิทธิเลือกตั้งประธานาธิบดี (อัลอะห์รอม)
2. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขอียิปต์ ได้เตรียมความพร้อมด้านการแพทย์ โดยเตรียมรถพยาบาลฉุกเฉินจำนวน 2,500 คัน เพื่อให้การบริการแก่ผู้ที่มาลงคะแนนเสียงทุกจังหวัดของอียิปต์ ทั้งนี้ เมื่อวันจันทร์ที่ 26 พ.ค. 2557 ไม่มีเหตุการณ์ไม่ปกติใดๆ ในช่วงการเลือกตั้ง (อัลเยาม์ ซาเบียะ)


จดหมายน้อยถึง คสช กรณี คุมตัว"สนธิ ลิ้มทองกุล"




จดหมายน้อยถึง คสช
ผู้ชายคนนี้ ชื่อ สนธิ ลิ้มทองกุล เป็นคนฉลาด กล้าหาญ และเป็นนักสู้ ที่มองการณ์ไกล ข้อสำคัญ.... เขาเป็นคนแรกที่ออกมาต่อสู้กับระบอบทักสิน และ นักการเมืองที่ทุจริตคอรับชั่นทุกค่าย อย่างไม่เกรงใจใครหากทุจริตจริง และ เขา เป็นคนแรกที่ออกมาจุดเทียนแห่งธรรม นำประชาชนกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญานต่อเบื้องพระฉาญาลักษณ์ ณ สวนลุมพินี ว่าจะปกป้องและจงรักภักดีต่อ ชาติศาสนา และ สถาบันสูงสุด ด้วยชีวิต 
วันนี้ คสช นำ ผู้ชายคนนี้ไปไว้ในค่ายทหาร ที่ราชบุรี พวกเราเข้าใจว่า เพื่อ ประโยชน์ของทางราชการและแผ่นดิน เพื่อความปลอดภัย
 แต่..... ชายคนนี้มีค่าสำหรับ พวกเรา นอกเหนือจากคนในครอบครัว เขายังมีภาระที่ต้องรับผิดชอบต่อ องค์กรที่มีลูกน้อง จำนวน 600กว่าครอบครัวที่ยืนหยัดอยู่เคียงข้างเจ้านายคนนี้ เสมอ 

ดังนั้น เมื่อ เป็นความต้องการของ คสช ในการให้ผู้ชายคนนี้ไปเก็บตัวในค่ายทหารที่ราชบุรี จะด้วยเหตุผลใดเราไม่สามารถรับทราบได้ แต่ เราหวังว่า ถ้าท่านฉลาดพอที่จะมองเห็นความจริงว่า ผู้ชายคนนี้ เหมาะสมที่จะให้คำปรึกษาเกี่ยวกับบ้านเมือง และพร้อมยืนหยัดสู้เพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ บนความถูกต้อง ด้วยเป็นคนจุดเทียนแห่งปัญญา และเอาธรรมนำหน้า 
คสช ไม่ควรปล่อยโอกาสที่มีในขณะนี้ในช่วงเวลาที่ผู้ชายคนนี้ยังคงอยู่ภายใต้การดูแลของคสชผ่านไปอย่างไร้ค่า 
หากไม่ได้สนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ หากแต่ เอาเขาไปเก็บให้แค่พ้นหูพ้นตาเฉยๆ ก็ขอความกรุณาส่งเขากลับมาพวกเรา ประชาชนผู้รักชาติ และ พนักงานในเครือผู้จดการและเอเอสทีวี ตลอดจนครอบครัวที่รักและห่วงใยในผู้ชายที่ชื่อ สนธิ ลิ้มทองกุล

คสช. ควบคุมตัว "จาตุรนต์"คาFCCT หลังแถลงข่าว ไม่ยอมรับการรัฐประหาร

คสช. ควบคุมตัว "จาตุรนต์"คาFCCT หลังแถลงข่าว ไม่ยอมรับการรัฐประหาร 

              เมื่อเวลา 16:4น. ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (เอฟซีซีที) อาคารมณียา ถ.สุขุมวิทเจ้าหน้าที่ทหาร 20 นาย ได้ทำการควบคุมตัว "จาตุรนต์ ฉายแสง"อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  บุคคลที่ทางคณะ คสช.เรียกให้มารายงานตัว แต่ยังไม่รายงานตัว แต่ ได้มาแถลงข่าว แสดงความเห็นต่อต้านคัดค้านการรัฐประหาร ให้ผู้สื่อข่าวต่างประเทศฟัง
โดยก่อนหน้าการถูกจับกุมตัว นายจาตุรนต์ กล่าว กับผู้สื่อข่าว ว่าการรัฐประหารคือการล้มล้างประชาธิปไตย การรัฐประหารจึงจะไม่สามารถทำให้เกิดกฎกติกาที่เป็นประชาธิปไตยได้ แต่จะยิ่งทำให้กติกาที่ไม่เป็นประชาธิปไตยอยู่แล้วไม่เป็นประชาธิปไตยหนักยิ่งขึ้น




  และการรัฐประหารไม่ใช่ทางออก หรือทางแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคม หากแต่จะทำให้เกิดความขัดแย้งมากยิ่งขึ้น หากผู้มีอำนาจจัดการได้ไม่ดี อาจจะทำให้เกิดความรุนแรงและความสูญเสียมากยิ่งขึ้นด้วย การรัฐประหารเป็นกระบวนการที่ไม่เป็นประชาธิปไตยที่ทั่วโลก และคนส่วนใหญ่ในสังคมไทยเองไม่ยอมรับ ย่อมส่งผลเสียต่อภาพพจน์ของประเทศ และซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจ พร้อมทั้งแสดงจุดยืนของตนเองว่าจะไม่เข้ารายงานตัว ต่อ คสช.แม้จะยอมรับอำนาจของ คสช. หลังมีพระบรมราชโองการ แต่งตั้งให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

โครงสร้างของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)

โครงสร้างของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)




CNN อ้างว่า ไม่สามารถออกอากาศข่าวได้ในประเทศไทย

ในเฟสบุ๊คของ สำนักข่าวCNN อ้างว่า ไม่สามารถออกอากาศข่าวได้ในประเทศไทย แต่ก็เปิดช่องทางให้ติดตามข่าวสถานการณ์การเมืองในประเทศไทยได้ผ่านช่องทางออนไลน์

ขณะนี้สถานี CNN ไม่สามารถ ออกอากาศในประเทศไทย ประชาชนคนไทยมีสิทธิที่จะรับรู้ความคืบหน้าสถานะการณ์ของบ้านเมือง และเราจะให้ข่าวสารอย่างต่อเนื่อง
http://cnn.it/1dniNMQ


"ธาริต"เก็บข้องจากออฟฟิศDSI

เวลาประมาณ 09.00 น. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้เดินทางมาที่สำนักงานดีเอสไอ ถ.แจ้งวัฒนะ เพื่อเก็บของใช้ส่วนตัวออกจากห้องทำงานซึ่งอยู่ที่ชั้น 11 อย่างไรก็ตาม นายธาริตต้องเดินขึ้นโดยที่ไม่ใช้ลิฟต์ เนื่องจากก่อนหน้านี้ ผู้ชุมนุม กปปส. ได้ชุมนุมพร้อมกับตัดน้ำและตัดไฟ ทั้งนี้ ขณะที่นายธาริตกำลังเก็บของ ก็มีข้าราชการระดับสูงของดีเอสไอมาให้กำลังใจ นำโดย พ.ต.อ.ไพสิฐ์ วงศ์เมือง รองอธิบดีดีเอสไอ


ทหารเข้าควบคุมตัว จาตุรนท์ ฉายแสง กลางวงแถลงข่าวที่สโมสรผสข.ต่างประเทศ

ทหารเข้าควบคุมตัว จาตุรนท์ ฉายแสง กลางวงแถลงข่าว @pichet_news
15.44 น. คำสุดท้ายของจาตุรนต์ก่อนถูกจับ "ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ" his last word don't worry! @Pingz_TRnews

"จาตุรนต์" ขึ้นปาฐกถาที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศฯ - เผยพร้อมให้คสช.จับกุม

 เวลา 14.15 น. วันที่ 27 พ.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรัฐมนตรีศึกษาในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และเป็นบุคคลที่ทางคณะคสช. เรียกให้มารายงานตัว แต่ยังไม่รายงานตัว ได้ไปเป็นวิทยากร พูดเรื่องผลกระทบของการรัฐประหารที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (เอฟซีซีที) อาคารมณียา ถ.สุขุมวิท 

 โดยก่อนหน้านี้ นายจาตุรนต์ให้สัมภาษณ์พิเศษสื่อนอก สเตรทไทมส์ ระบุว่า หลังจากการแถลงใหญ่ต่อสาธารณะ ตนก็พร้อมให้ทางคสช. จับกุม

 ทั้งนี้ มีกระแสข่าวว่า นายจาตุรนต์พร้อมให้ทางเจ้าหน้าที่ทหารเข้าจับกุมที่เอฟซีซีที หรือหลังจากการพูดปาฐกถาบนเวทีจบลง

 ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า คสช.เตรียมส่งทหารคุมตัวนายจาตุรนต์ หลังแถลงข่าวกับสื่อต่างชาติ ชี้เข้าข่ายสร้างความขัดแย้ง ละเมิดคำสั่งคชส. เตรียมนำตัวขึ้นศาลทหาร

 ล่าสุดเฟซบุ๊กของนายจาตุรนต์ เผยแพร่ปาฐกถาที่แถลงที่เอฟซีซีที ดังนี้ 



 เรียนพี่น้องประชาชนผู้รักประชาธิปไตย สื่อมวลชน และประชาคมโลก

ตามที่ได้เกิดการรัฐประหารขึ้นดังที่ทราบทั่วกันอยู่แล้ว ได้มีเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับตัวผมทั้งก่อนและหลังการรัฐประหารอยู่บ้าง ผมจึงขอชี้แจงต่อพี่น้องประชาชนดังต่อไปนี้


ความเห็นต่อการรัฐประหาร


ในหลายสิบปีมานี้ผมได้แสดงความเห็นคัดค้านไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารมาตลอด และในหลายปีมานี้ก็ได้แสดงความเห็นไว้ด้วยว่าไม่ว่าประเทศจะมีปัญหาร้ายแรงอย่างไร การรัฐประหารก็ไม่ใช่ทางออก หากมีแต่จะทำให้ปัญหาเลวร้ายยิ่งขึ้นเสมอ เมื่อเกิดการรัฐประหารขึ้นในครั้งนี้ ผมก็มีความเห็นเช่นเดิมและได้แสดงความไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารไปแล้ว


ขอย้ำในโอกาสนี้ว่าการรัฐประหารโดยตัวมันเองคือการล้มล้างประชาธิปไตยอยู่แล้ว การรัฐประหารจึงจะไม่สามารถทำให้เกิดกฎกติกาที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น หากจะยิ่งทำให้กติกาที่ไม่เป็นประชาธิปไตยอยู่แล้วไม่เป็นประชาธิปไตยหนักยิ่งขึ้น


การรัฐประหารไม่ใช่ทางออกหรือทางแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคมหากมีแต่จะทำให้เกิดความขัดแย้งมากยิ่งขึ้น ที่น่าเป็นห่วงคือ หากผู้มีอำนาจจัดการได้ไม่ดีอาจจะทำให้เกิดความรุนแรงและความสูญเสียมากยิ่งขึ้นด้วย


การรัฐประหารเป็นกระบวนการที่ไม่เป็นประชาธิปไตยที่ทั่วโลกและคนส่วนใหญ่ในสังคมไทยเองไม่ยอมรับย่อมจะส่งผลเสียต่อภาพพจน์ของประเทศ ต่อความร่วมมือกับประเทศต่างๆและซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจของประเทศซึ่งบอบช้ำมามากแล้ว


สำหรับการที่อ้างว่าสังคมไทยมีความขัดแย้งและเกิดความรุนแรงและความสูญเสียอย่างมากจนกระทั่งผู้นำกองทัพจำเป็นต้องประกาศกฎอัยการศึกแล้วทำการรัฐประหารนั้นความจริงแล้วผู้นำกองทัพมีทางเลือกอื่นมาตั้งแต่ต้นคือ การร่วมมือกับรัฐบาลในการบังคับใช้กฎหมายอย่างยุติธรรมต่อทุกฝ่าย ซึ่งหากทำเช่นนั้นเหตุการณ์ก็จะไม่บานปลายจนกระทั่งกลายเป็นข้ออ้างถึงความจำเป็นในการที่ต้องทำรัฐประหาร


เหตุผลที่ไม่ได้ไปรายงานตัวต่อคสช.


ผมได้อธิบายผ่านสื่อมวลชนไปแล้วว่าเมื่อผมไม่ยอมรับการรัฐประหาร ผมจึงไม่อาจไปรายงานตัวต่อคณะรัฐประหารได้ ขอชี้แจงเพิ่มเติมอีกด้วยว่าผมมีความเห็นมาแต่ต้นและได้แสดงความเห็นต่อรัฐมนตรีหลายท่านและต่อสาธารณชนด้วยว่าการประกาศใช้กฎอัยการศึกที่ได้ทำไปนั้นไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและขัดต่อพ.ร.บ.กฎอัยการศึกเองเนื่องจากไม่ได้มีประกาศพระบรมราชโองการส่วนการรัฐประหารนั้นก่อนที่จะมีพระบรมราชโองการตั้งพลเอกประยุทธ์เป็นหัวหน้าคสช. ย่อมไม่อาจถือได้ว่าการรัฐประหารได้สำเสร็จเสร็จสิ้นแล้ว การกระทำของพลเอกประยุทธ์กับพวกที่ประกาศยึดอำนาจจึงขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 68 คำสั่งต่างๆของคสช.ในช่วงที่ยังไม่มีพระบรมราชโองการตั้งหัวหน้าคสช.จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ความจริงข้อนี้จะสังเกตได้ไม่ยากว่าต่อไปก็จะต้องมีการนิรโทษกรรมการกระทำต่างๆของคณะคสช.ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่มีพระบรมราชโองการตั้งหัวหน้าคณะคสช.


ในอดีตเคยมีการพยายามทำรัฐประหารมีคำสั่งให้ใครต่อใครไปรายงานตัว แต่เมื่อไม่มีพระบรมราชโองการตั้งบุคคลเหล่านั้นให้ควบคุมการบริหารราชการ ต่อมาคณะบุคคลนั้นก็กลายเป็นกบฏไป ผู้ที่ไปรายงานตัวหรือให้ความร่วมมือก็พลอยมีความผิดไปด้วย


จากประสบการณ์ในอดีตและข้อกฎหมายดังกล่าวผมจึงได้ตัดสินใจไม่ไปรายงานตัวต่อคสช.ทั้งนี้ก็ได้ประกาศไว้อย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการหลบหนี ไม่ต้องการเคลื่อนไหวต่อต้านหรือลงใต้ดินต่อสู้แต่อย่างใด และพร้อมที่จะให้คุมตัวในเวลาที่เหมาะสม


สิ่งที่จะทำต่อไป


ผมยังยืนยันว่า จะใช้สิทธิเสรีภาพเท่าที่มีอยู่ต่อสู้เรียกร้องให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย โดยเริ่มจากการเรียกร้องให้คสช.คืนอำนาจอธิปไตยให้แก่ประชาชนและให้มีการเลือกตั้งตามกติกาที่เป็นประชาธิปไตยโดยเร็วที่สุดทั้งนี้การดำเนินการใดๆของผมจะเป็นไปโดยสันติวิธี สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 2 และเป็นไปตามกฎหมายที่ชอบธรรม


การให้จับกุมหรือคุมตัว


ผมได้พูดไว้แล้วว่าพร้อมจะให้คสช.มารับตัวหรือคุมตัวไปในเวลาที่เหมาะสมบัดนี้เมื่อมีพระบรมราชโองการตั้งหัวหน้าคสช.ขึ้นแล้ว แม้ผมจะยังคงไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร แต่ก็ทราบว่าคสช.ย่อมมีอำนาจตามระบบกฎหมายของไทยในหลายๆประการ ผมจึงพร้อมที่จะให้คสช.มาควบคุมตัวไปดำเนินการต่อไปตามแต่จะเห็นเหมาะสม


ผมได้เลือกการแสดงออกในการคัดค้านตามหลักอารยะขัดขืนซึ่งก็ต้องพร้อมที่จะยอมรับผลทางกฎหมายที่จะตามมา หากจะมีการดำเนินคดีก็พร้อมจะสู้คดีตามสิทธิ์ที่พึงมีต่อไป


เนื่องจากเข้าใจว่าอาจมีการดำเนินคดีกับบุคคลจำนวนไม่น้อยผมจึงขอเสนอว่าการดำเนินคดีต่อผู้มีความเห็นแตกต่างทางการเมืองนั้นไม่ควรใช้ศาลทหาร แต่ควรให้ศาลยุติธรรมพิจารณาไปตามปรกติ


ข้อเสนอต่อคสช.


1. คืนอำนาจอธิปไตยให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด ให้มีการเลือกตั้งตามกติกาที่เป็นประชาธิปไตยโดยเร็วที่สุด


2. ขอให้หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงต่อประชาชน ไม่ปราบประชาชนและไม่เลือกปฏิบัติในการใช้กฎหมาย เพื่อป้องกันความรุนแรงในสังคม ควรเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นและต่อสู้เรียกร้องเพื่อประชาธิปไตยโดยสันติวิธีได้ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่สุดที่จะหลีกเลี่ยงความรุนแรงได้ดีกว่าจะผลักไสให้ประชาชนหันไปต่อสู้ด้วยวิธีอื่นๆ


3.ส่งเสริมให้มีการแสวงหาความรู้ประสบการณ์เกี่ยวกับการทำให้ผู้คนในสังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุขถึงแม้ว่าจะมีความคิดเห็นที่ต่างกันนี่คือปัญหาพื้นฐานอย่างหนึ่งของสังคมไทย การใช้อำนาจความเด็ดขาดไม่ใช่ทางออก


4.ปล่อยตัวผู้ที่ถูกควบคุมอยู่ทั้งหมดอย่างไม่มีเงื่อนไขโดยเร็วที่สุด


5.หากต้องการปฏิรูปจริงก็ขอให้เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมให้มากที่สุด ขอความกรุณาเข้าใจว่าสังคมไทยมีความเห็นแตกต่างกันอย่างมาก ทั้งต่อรัฐธรรมนูญปี 50 และต่อการปฏิรูปที่หลายฝ่ายเสนออยู่ การหาข้อยุติจึงไม่ใช่เรื่องง่าย


6. ในการดำเนินการต่างๆต่อจากนี้ไป หวังว่าท่านจะคำนึงถึงความเป็นที่ยอมรับของนานาอารยประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน


ข้อเสนอต่อผู้รักประชาธิปไตย


ย่อมเป็นสิทธิอันชอบธรรมที่ประชาชนจะแสดงความไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารและการดำเนินการใดๆที่สืบเนื่องจากการรัฐประหาร


ขอเสนอให้การเรียกร้องเพื่อประชาธิปไตยเป็นไปโดยสันติวิธีพร้อมที่จะรับกับสภาพที่สังคมไทยอาจจะตกอยู่ในวิกฤตที่ยืดเยื้ออีกนานหลายปี


ปัญหาของบ้านเมืองได้สะสมกันมามากในหลายปีมานี้ประชาธิปไตยที่ประชาชนเราพยายามรักษากันตลอดมาได้ค่อยๆร่อยหรอลง จนในที่สุดเราก็ต้องสูญเสียประชาธิปไตยไปจากการรัฐประหาร จากนี้ไปกฎกติกาของบ้านเมืองจะเป็นอย่างไรก็ยังมีความเห็นที่ต่างกันอย่างมากในสังคมไทย จำเป็นที่ผู้รักประชาธิปไตยจะต้องช่วยกันคิดว่า กติกาที่เป็นประชาธิปไตยควรเป็นอย่างไร และจะทำอย่างไรให้ประชาชนส่วนใหญ่ยอมรับและสนับสนุนให้เกิดขึ้นได้อย่างไร


ข้อเสนอต่อประชาคมโลก


ขอขอบคุณรัฐบาลประเทศต่างๆและองค์กรระหว่างประเทศทั้งหลายที่ห่วงใยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในไทย ที่ได้พยายามหาทางระงับยับยั้งไม่ให้เกิดการใช้ความรุนแรงต่อประชาชน และที่ได้แสดงความไม่เห็นด้วยต่อการประกาศใช้กฎอัยการศึกและการทำรัฐประหารครั้งนี้



ขอขอบคุณที่ได้เรียกร้องให้คณะรัฐประหารคืนความเป็นประชาธิปไตยและให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด
หวังว่าความช่วยเหลือตามหลักประชาธิปไตยบนพื้นฐานของความเป็นอารยประเทศนี้จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องต่อไป


ขอขอบคุณพี่น้องสื่อมวลชน


ขอขอบคุณที่ช่วยเสนอข่าวสารข้อเท็จจริงให้สาธารณชนทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ทราบตลอดมา


ขอบคุณที่เสนอข่าวการชี้แจงครั้งนี้


ขอย้ำว่า"ความจริง"เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการแก้ปัญหาวิกฤตของทุกสังคม


ขอขอบคุณทุกท่าน
จาตุรนต์ ฉายแสง
///////////
15:40น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทหารได้เดินทางไปที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศเพื่อควบคุมตัว นายจาตุรนต์ ฉายแสง แล้ว

สาธิต เซกัล ชม"ประยุทธ์"ทำรัฐประหารเตรียมบินช่วยชี้แจงรบ. ๕ ประเทศ


นายสาธิต เซกัล ประธานชมรมนักธุรกิจไทยอินเดีย โพส FB Satish Sehgal ชื่นชมทหารทำรัฐประหาร บอกสัปดาห์หน้าตนเองจะรับอาสาไปทำความเข้าใจกับภาครัฐและเอกชนในอินเดียและอีก ๕ ประเทศใกล้เคียง เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการทำการค้าการลงทุนและมาเที่ยวกับไทย


ขอกราบคารวะพ่อแม่พี่น้องชาวไทยที่เคารพรักทุกท่าน ก่อนอื่นขอชื่นชมพี่น้องทหารที่เข้ามาควบคุมสถานการณ์บ้านเมืองที่ปั่นป่วน เนื่องจากเกิดความไม่สงบจนทำให้ประชากรผู้บริสุทธิ์ต้องเสียชีวิตเป็นจำนวนยี่สิบกว่าคนและยังมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนหลายร้อยคน กระผมเชื่อว่าพลเอกประยุทธ ท่านมีความจริงใจที่จะแก้ปัญหานานาชนิดของบ้านเมือง และจะนำความสงบ ความเจริญก้าวหน้ามาสู่ประชาชนอย่างรวดเร็ว กระผมขอชื่นชมบทบาทของท่านในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และนำประเทศไทยที่รักยิ่งของพวกเราให้กลับมาเป็นประเทศที่ประชากรอยู่เย็นเป็นสุข มีโอกาสในการดำเนินชีวิตโดยไม่โดนคุกคาม มีรายได้ดี การค้าเจริญเติบโต ส่วนด้านต่างประเทศ กระผมเชื่อว่าจะมีนักลงทุนจากต่างประเทศจะหันมาลงทุนในบ้านเรามากขึ้น ในด้านการท่องเที่ยวทุกอย่างจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ เนื่องจากประเทศไทยยังเป็นประเทศที่มีศักยภาพในด้านการท่องเที่ยวดีกว่าอีกหลายประเทศ มีสิ่งอำนวยความสะดวกทุกประการ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ชาวต่างประเทศชื่นชมและนิยม และสิ่งสำคัญที่สุดพ่อแม่พี่น้องชาวไทยต้อนรับชาวต่างประเทศด้วยความอบอุ่นและจริงใจ จึงทำให้นักท่องเที่ยวรู้จักและเรียกประเทศไทยเป็นสยามเมืองยิ้ม

ในช่วงสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป กระผมจะอาสาเดินทางไปประเทศอินเดียและประเทศข้างเคียงอีกห้าประเทศ เพื่อทำความเข้าใจให้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ได้รู้ถึงสถานการณ์ที่แท้จริงของประเทศไทย เพื่อให้ประเทศดังกล่าวได้มีความมั่นใจ ในการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยวให้ดีขึ้น ถือว่าเป็นหน้าที่ของกระผมในฐานะชาวต่างประเทศที่มาอาศัยแผ่นดินไทยอยู่มาร่วมห้าสิบกว่าปีแล้ว และในฐานะผู้นำนักธุรกิจของภาคเอกชน ในการเดินทางครั้งนี้กระผมจะใช้ค่าใช้จ่ายส่วนตัวเพื่อแสดงความจริงใจและความบริสุทธิ์ใจ

กระผมขอขอบคุณและชื่นชมท่านพลเอกประยุทธและคณะที่ได้ประกาศมาตรการในการเทิดทูนและปกป้องสถาบันพระมาหากษัตริย์ที่เป็นที่รักและเคารพของพ่อแม่พี่น้องชาวไทยและของพวกเราชาวต่างประเทศที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย การจาบจ้วงสถาบันเป็นสิ่งที่รับไม่ได้และจะต้องมีการจับกุมผู้ดูหมิ่นและจาบจ้วงอย่างเด็ดขาด กระผมเคยแสดงความกังวลในเรื่องนี้กับท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุดในวันที่ท่านได้เปิดสัมมนาเพื่อหาทางออกให้ประเทศไทย กระผมจึงต้องขอขอบคุณมาอีกครั้ง ว่าวันนี้สิ่งที่กระผมอยากเห็นได้ปรากฏขึ้นมาแล้ว สถาบันพระมหากษัตริย์จะต้องยั่งยืนอยู่คู่กับประเทศไทยตลอดไป เนื่องจากมีบทบาทสำคัญในการปกป้องอธิปไตยและการอยู่รอดของประเทศ ที่ไม่ได้ตกเป็นเมืองขึ้นของอาณานิคมและยังมีบทบาทสำคัญในด้านสังคม ศาสนา เป็นสถาบันที่ผูกมัดให้ชาวไทยเป็นหนึ่งเดียวมาตลอด

วันจันทร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

บุกค้น สนง.ทนายความและสถานีวิทยุชุมชนของแกนนำเสื้อแดง เพชรบูรณ์

จันทร์ 26/5/57
บุกค้น สนง.ทนายความและสถานีวิทยุชุมชนของแกนนำเสื้อแดง เพชรบูรณ์
15.00 น. ทหาร และ ตร.สนธิกำลังตรวจค้นสำนักงานทนายความของนายสิทธิชัย ต๊ะอาจ แกนนำ นปช.เพชรบูรณ์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าหมู่บ้านเคหะ ต.ในเมือง อ.เมืองเพชรบูรณ์
จากนั้นได้เข้าตรวจค้นสถานีวิทยุชุมชนคลื่นไอเดียเรดิโอ 104.25 MHz ที่อยู่ใกล้ๆ กัน เบื้องต้นยึดสิ่งของหลายรายการ เช่น มีดดาบ, สปาต้า, วิทยุสื่อสาร, เสื้อและกระเป๋าลายทหาร โดยเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมสิ่งของที่ตรวดยึดไว้ไปตรวจสอบเพื่อดำเนินการต่อไป
-----------
ทลายแหล่งฝึกอาวุธการ์ด นปช.กลางสวนลำไยลำพูน รวบ 2 เสื้อแดงพร้อมอาวุธ-เสื้อเกราะอื้อ
ทหารสนธิกำลังตำรวจทลายรังฝึกอาวุธการ์ด นปช.กลางสวนลำไยลำพูนของ “เสี่ยอิ้ง” ชาวโคราช รวบผู้ต้องสงสัย 2 คน หนีไปได้ส่วนหนึ่ง ค้นเจอหลักฐานเพียบ ทั้งปืน-เสื้อเกราะ-สัญลักษณ์เสื้อแดง นปช. พร้อมป้ายไวนีลระบุชื่ออดีต ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย
บ่ายวันนี้ (26 พ.ค.) พ.อ.บุญยืน อินกว๋าง ผบ.กกล.รส.ร.7 สย.1 พร้อมกำลังทหารกว่า 30 นาย พล.ต.ต.จรัณฐค์ วรพัฒนานันท์ ผบ.ภ.จว.ลำพูน และกำลังตำรวจอีก 20 นาย ร่วมตรวจค้นภายในสวนลำไยพื้นที่ประมาณ 40 ไร่ เลขที่ 184 หมู่ 12 บ้านเชตวัน ต.เหมืองจี้ อ.เมือง จ.ลำพูน ซึ่งเป็นสวนลำไยของ “เสี่ยอิ้ง” ชาว จ.นครราชสีมา
เนื่องจากสืบทราบว่าที่สวนลำไยแห่งนี้ถูกใช้เป็นสถานที่ฝึกการใช้อาวุธในการต่อสู้ของกลุ่มการ์ด นปช. และมีการซุกซ่อนอาวุธจำนวนมาก พบชายฉกรรจ์ 5 คนพากันวิ่งหลบหนีทันทีเมื่อเห็นทหารเข้าไป ซึ่งสามารถจับกุมได้ 1 คน ทราบชื่อคือ นายไพรัช สิงห์คำ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 หมู่ 4 ต.ประตูป่า อ.เมือง จ.ลำพูน
นอกจากนี้ ยังพบนางเสาวณี อิ่นตะหล่อ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47/1 หมู่ 5 ต.ท่าวังพร้าว อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ภรรยาของนายสมพงษ์ พันธะจักร อายุ 50 ปี ที่วิ่งหลบหนีไป รับว่าเป็นคนเฝ้าสวนลำไย
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหารได้เข้าไปทำการตรวจค้นภายในสวน พบรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีโน่ สีเขียว-ขาว ไม่ติดป้ายทะเบียน 1 คัน รถจักรยานยนต์ซูซุกิ สีแดง ทะเบียน กยษ 327 และรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ ไม่ติดป้ายทะเบียน 1 คัน รวม 3 คัน
อาวุธปืนยาวไทยประดิษฐ์ 3 กระบอก ปืนสั้นดัดแปลงขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก ลูกปืนขนาด .22 จำนวน 2 นัด ลูกปืนอาก้า 1 นัด สื้อเกราะกันกระสุน 8 ตัว หน้ากากสีแดงสัญลักษณ์ นปช. 1 อัน เสื้อเชิ้ตสีขาว และสีดำติดโลโก้กลุ่ม นปช. 2 ตัว ป้ายไวนีล ขนาด 1.5 เมตร ระบุชื่ออดีต ส.ส.ลำพูนคนหนึ่ง และโทรศัพท์มือถือยี่ห้อต่างๆ 8 เครื่อง ธงสีแดงสัญลักษณ์ นปช. 1 ผืน ผ้าพันคอสีแดงของ นปช. 1 ผืน รองเท้าคอมแบตแบบทหารสีดำ 1 คู่ CD เพลงปลุกใจ ของกลุ่ม นปช. 3 แผ่น วิทยุสื่อสาร สีดำ 1 เครื่อง หมวกสีเขียว 1 ใบ ภาพภาพที่ถ่ายกับบุคคลสำคัญและแกนนำ นปช. สมุดบัญชีเงินฝากของธนาคารกรุงเทพ 2 เล่ม กระติกน้ำดื่มแบบทหาร 1 อัน และเอกสารเกี่ยวกับกลุ่ม นปช. 1 แฟ้ม เงินสด 3,700 บาท
เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดของกลางทั้งหมดเพื่อตรวจสอบ พร้อมควบคุมตัวทั้ง 2 คนไปสอบสวนขยายผลต่อไป
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9570000058707


คดี "สลายม็อบ" กปปส. หลอน "ยิ่งลักษณ์-ศรส."

วันนี้ (26 พ.ค.57) ศาลอาญา นัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์คดีที่ญาติผู้เสียชีวิต จากเหตุสลายการชุมนุมของ กลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ที่บริเวณแยกสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2557 ที่ผ่านมา ยื่นฟ้องให้ดำเนินคดีเอาผิดกับ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กับบุคคลที่เกี่ยวข้อง
คดีการสลายชุมนุมดังกล่าว ญาติของผู้เสียชีวิต 4 ราย ได้ยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อศาลอาญา โดยเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2557 นางจงจิต แซ่ด่าน ภรรยาของนายศรัทธา แซ่ด่าน ผู้ตาย และ น.ส.อุมาพร อ่างทอง มารดาของนายจีรพงษ์ ฉุยฉาย ผู้ตาย ได้มอบอำนาจให้ นายชัยวัฒน์ สิทธิสุขสกุล และ น.ส.รัตนา ผาแก้ว ทนายความ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางสาวยิ่งลักษณ์ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ (ผอ.ศรส.) พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 และ พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เป็นจำเลยที่ 1-6 ตามลำดับ ในความผิดฐานร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 83 และ 84 รวม 2 สำนวน
โดยคำฟ้องระบุว่า เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2557 จำเลยที่ 1-4 ร่วมกันสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร ภาค 2 และตำรวจควบคุมฝูงชน หรือตำรวจปราบจลาจล ที่มีจำเลยที่ 5 และ 6 เป็นผู้บัญชาการกองกำลัง ผลักดันผู้ชุมนุมเพื่อจะสลายการชุมนุม หรือขอคืนพื้นที่
โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ปฏิบัติหน้าที่ มีอาวุธ ซึ่งเป็นอาวุธที่ใช้ในการสงคราม คือ แก๊สน้ำตา อาวุธปืนสั้น ปืนลูกซอง ระเบิด และปืนสงคราม มีกระสุนจริง และกระสุนซ้อม เป็นอาวุธประจำกาย ซึ่งการใช้อาวุธและยกกำลัง เข้าสลายการชุมนุม ไม่เป็นไปตามหลักสากล และแนวทางปฏิบัติ ในการควบคุมฝูงชนและปราบจลาจลที่ถูกต้อง
โดยจำเลยทั้งหกประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลได้ว่า เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติตามหน้าที่ ซึ่งจำเลยทั้งหกสั่งการดังกล่าวจะใช้กระสุนปืนและอาวุธปืนยิงใส่ผู้ชุมนุมโดยเจตนาฆ่า เป็นการใช้เครื่องมือสลายการชุมนุมที่เกินกว่าความจำเป็น และไม่สุจริต เพราะมุ่งเพียงสลายหรือยุติการชุมนุมให้ได้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการสั่งการในเชิงห้ามปรามเพื่อป้องกันผลร้ายนั้น
และการสั่งการและกำกับการโดยจำเลยทั้งหก อยู่ในระหว่างที่ศาลแพ่งมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวห้ามมิให้กระทำการรุนแรงดังกล่าวต่อผู้ชุมนุม และศาลรัฐธรรมนูญได้รับรองว่า การชุมนุมของกลุ่ม กปปส.เป็นการชุมนุมโดยสงบ
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ นายจีรพงษ์ ฉุยฉาย ถูกยิงบริเวณหน้าอก ทะลุปอด ตัดเส้นเลือดดำและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนนายศรัทธา แซ่ด่าน ผู้ตาย อีก 1 ราย ถูกยิงบริเวณหน้าอกใต้ราวนมด้านขวาและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
สำหรับคดีนี้โจทก์ไม่ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เนื่องจากโจทก์ไม่ไว้วางใจในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ จึงประสงค์จะดำเนินคดีด้วยตัวเอง
ต่อมาเมื่อวันที่ 3 มี.ค. ศาลอาญาได้รับฟ้องทั้งสองคดีดังกล่าว นัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์วันที่ 26 พ.ค. นี้
ขณะที่เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ที่ผ่านมา นางขิ้ม รัตนคช มารดา นายธนูศักดิ์ รัตนคช ผู้ตาย และ นางอารียา บุญรุ่ง ภรรยา นายสุพจน์ บุญรุ่ง ผู้ตายจากเหตุเดียวกัน ก็ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางสาวยิ่งลักษณ์ และบุคคลทั้ง 5 ในข้อหาเดียวกันต่อศาลอาญา
แต่ช่วงท้ายของคำฟ้อง ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ นายสุพจน์ และ นายธนูศักดิ์ ถูกกระสุนปืนยิงมีบาดแผลฉกรรจ์เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา
2 คดีหลังนี้ ศาลอาญารับคำฟ้องไว้เพื่อพิจารณากำหนดนัดไต่สวนมูลฟ้องต่อไป
นายชัยวัฒน์ สิทธิสุขสกุล ทนายความของญาติผู้เสียชีวิต บอกว่า เหตุการณ์ที่แยกผ่านฟ้าฯ ทำให้ประชาชนเสียชีวิตรวม 4 ราย โดยแต่ละคดีมีพฤติการณ์แตกต่างกัน จึงต้องแยกฟ้องเป็นรายคดี นอกจากนี้ยังมีผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บอีก 60 คน ที่อยู่ระหว่างประสานงานว่าจะให้ตนเองเป็นทนายความดำเนินการฟ้องร้องให้หรือไม่
แม้ว่าขณะนี้ นางสางยิ่งลักษณ์ และ พวก จะได้พ้นอำนาจหน้าที่การบริหารราชการแผ่นดินไปแล้ว แต่ผลพวงจากการบริหารงานในช่วงเป็นรัฐบาลรักษาการ ยังเป็น "วิบากกรรม" ติดตัว ที่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาล แก้ตัวและต่อสู้ในคดีต่างๆ
ส่วนท้ายที่สุดแล้ว นางสาวยิ่งลักษณ์ และ พวก จะต้องรับโทษรับกรรมที่เกิดจากการกระทำบ้างหรือไม่ ต้องติดตามกันไปนานๆ
# กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ 26-05-57

ปปช.ชี้มูลบอร์ดกทค. ประมูล 3 จีส่อ "ฮั้ว"


อนุ ปปช.ชี้มูลความผิดบอร์ดกทค. 4 คน จัดประมูล 3จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์ปลายปี 2555 ส่อเค้าเอื้อประโยชน์เอกชนฮั้วราคากันเอง เหตุไม่เสนอราคาแข่งกันทำรัฐเสียหาย จัดประมูลให้ไลเซ่น 3 ใบเท่าจำนวนค่ายมือถือร่วมประมูล

รายงานข่าวจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการป.ป.ช. สรุปผลสอบสวนกรณีจัดประมูลอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ หรือการประมูล 3จีของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันที่ 16 ต.ค.2555 ว่า การประมูลครั้งดังกล่าวมีเอื้อประโยชน์ให้แก่เอกชน จนทำให้รัฐเสียหาย โดยหลังจากนี้จะนำผลชี้มูลความผิดดังกล่าวเข้าที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่ เพื่อรับทราบต่อไป

ผลชี้มูลความผิดดังกล่าวมีผลตั้งแต่เดือนมี.ค.2557 โดยคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.)ทราบผลนี้ แต่ไม่เปิดเผยต่อที่ประชุมบอร์ด กทค. ขณะเดียวกัน บอร์ดกทค.ยังพยายามเร่งเปิดประมูลโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 4จีและเร่งประชาพิจารณ์ในต้นเดือน มิ.ย. 2557

โดยบอร์ด กทค.ที่อนุป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดคือ พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร นายสุทธิพล ทวีชัยการ และนายประเสริฐ ศีลพิพัฒน์ ส่วนนายประวิทย์ ลีสถาพรวงศา ไม่ถูกชี้มูลความผิดเพราะไม่ได้ลงนามในมติจัดการประมูล 3จีดังกล่าว

สำหรับประเด็นการตรวจสอบการทุจริตการประมูล 3จี ตั้งแต่ปลายปี 2555 หลายฝ่ายได้สอบสวนเพราะราคาการประมูลที่ได้สูงกว่าราคาตั้งเพียงเล็กน้อย โดยกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา เคยเรียกประชุมกรรมาธิการนัดพิเศษ เพื่อพิจารณาแนวทางการตรวจสอบ และชะลอการออกใบอนุญาตประมูลคลื่นความถี่ 3จี หลังหลายฝ่ายท้วงติงการประมูลอาจเข้าข่ายการฮั้วประมูล

นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตส.ว.สรรหา ประธานอนุกรรมาธิการกฎหมายป้องกันการทุจริตและเสริมสร้างความเป็นธรรมในสังคม ได้ทำหนังสือสรุปผลการศึกษาถึงการประมูล 3จี ของสำนักงานคณะกรรมการกสทช. สหพันธ์องค์กรผู้บริโภค ผู้วิจัยของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าการประมูล 3 จีของกสทช. ซึ่งมีผู้ให้บริการรายใหญ่เพียง 3 รายเข้าร่วมการแข่งขัน อาจเป็นสิ่งที่ตั้งข้อสังเกตได้ว่า ผู้บริการทั้ง 3 ราย จะได้รับใบอนุญาตตั้งแต่ยังไม่ประมูล

เมื่อศึกษารายละเอียดในรายงาน ยังพบว่า ผู้วิจัยได้ยกตัวอย่างไว้ว่า หากมีบริษัทเข้าร่วมประมูลเพียงแค่ 3 ราย กสทช. ต้องตั้งราคาไม่ต่ำกว่า 82% ของมูลค่าความถี่คลื่น 1 สล็อต แต่ กสทช. กลับตั้งราคาเริ่มต้นไว้เพียง 70% เท่านั้น

การนำเสนอข้อมูลของกรรมาธิการหลายคนที่เห็นตรงกันในเรื่องการประมูล 3 จีของ กสทช. ว่า อาจส่อเค้าฮั้วประมูลเกิดขึ้น ทำให้ที่ประชุมมีมติจะส่งข้อมูลของกรรมาธิการให้ป.ป.ช. ประกอบการพิจารณาในการดำเนินการกับคณะกรรมการกสทช. ซึ่ง ป.ป.ช.ได้พิจารณามาตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค.2555

การประมูลคลื่นความถี่ 3จี เมื่อปี 2555 นั้น มีการจัดสรรคลื่นความถี่ 9 สล็อตๆ ละ 5 เมกะเฮิรตซ์ รวม 45 เมกะเฮิรตซ์ มีผู้ร่วมประมูล 3 ราย คือ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) และบมจ.ทรูคอร์ปอเรชั่น ผลสรุปประมูลทั้ง 3 รายได้ใบอนุญาตเท่ากันที่ 3 ใบ รายละ 15 เมกะเฮิรตซ์ วงเงินรวมการประมูลอยู่ที่ 41,625 ล้านบาท มีผู้เคาะราคาใบอนุญาตราคาที่ 4,500 ล้านบาท จำนวน 6 สล็อต 4,725 ล้านบาท 1 สล็อต และ 4,950 ล้านบาท 2 สล็อต ถือเป็นวงเงินสูงสุด เท่ากับว่าการเคาะราคาแข่งกันเพิ่มขึ้นจากราคาตั้งต้นการประมูลที่ 4,500 ล้านบาท เพียง 3 สล็อตเท่านั้น

นักธุกิจสหรัฐอัดรมว.กต.จุ้นการเมืองไทย



นักธุรกิจของสหรัฐฯ ทำจดหมายถึง รมว.กต. สหรัฐฯ และ ccถึง ฑูตสหรัฐในไทย"คริสตี้" ในฐานะผู้เสียภาษีให้รัฐบาลโอบามา แสดงการไม่เห็นด้วย กับท่าทีของ กต.สหรัฐฯ ต่อการรัฐประหารในไทย และการแทรกแซงกิจการภายในของไทย ...

โดยชี้ให้เห็นว่าการรัฐประหารได้รับการยอมรับ และเป็นความต้องการ ของคนไทย ส่วนใหญ่ของประเทศ หากสหรัฐฯ ยังแสดงท่าทีสนับสนุน ระบอบทักษิณ ทีเป็นโจรปล้นประเทศ และฆาตกร สหรัฐฯ จะทำให้คนไทยที่ มีความรู้สึกดีกับสหรัฐฯ กลายเป็นศัตรู แม้ว่าหลักการของสหรัฐฯ จะไม่รับรองการรัฐประหาร แต่การลดเงินช่วยเหลือและมาตรการบางประการ น่าจะเพียงพอแล้ว และ การไทยที่ยังไม่มีการเลือกตั้ง เป็นเพราะมีปัญหากาเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยศาลรธน.ถือว่าเป็นโมฆะ ท้ายสุดขอให้ กต.สหรัฐฯ ยุติการข่มขู่ และแทรกแซงกิจการภายในของไทย

คุณกำลังจะได้เห็น ในสิ่งที่คุณไม่เคยได้เห็นในประเทศไทย


คุณกำลังจะได้เห็น ในสิ่งที่คุณไม่เคยได้เห็นในประเทศไทย
ผมกำลังอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่าน ประวัติศาสตร์ชาติไทย
ถ้า ท่านประยุทธ์ กำลังทำในสิ่งที่เราไม่เคยเห็น แม้กระทั่ง พ่อตาผมอายุ 84 ปี มีชีวิตผ่านมา 3 รัชการ ( 7- 8 -9 ) ท่านก็ยังอดที่จะชื่นชมไม่ได้
ณ เวลา นี้ ทาง คสช. กำลังเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องกับภาคการเมือง ทุกคน ทุกเพศ มาเข้ารายงานตัวทั้งหมด!!!
ล่าสุด เรียกทนาย ที่ทำถุงขนมตก 2 ล้านบาทที่หน้าศาล ก่อนที่ทักษิณจะบินไปดูโอลิมปิก
เรียก เลขา ของพจมาน มารายงานตัว
เรียก โอ๊คอ๊าค เข้ารายงานตัว
และกำลังจะเรียกอีกหลายๆคนรายงานตัว
พูดง่ายๆ ทหารต้องการทราบถึง "จิ๊กซอว์" ทุกชิ้น ในระบอบทักษิณ
มันน่าสนุกตรงไหนรู้ไม๊ครับ มันน่าสนุกตรง
ไอ้พวกกลุ่มแรก มันพูดอะไรไปแล้วบ้าง ไอ้กลุ่มหลังๆ จะพูดอะไร แมร่งจะย้อนแย้ง กลุ่มแรกป่าวว๊ะ?? แค่คิดก็โคตรสนุกแล้ว!!!
พรุ่งนี้ ก็มีการเรียกผู้บริหาร "สื่อ" หลักทั้งหมด เข้าประชุม
เรียก ผู้ประกอบการด้าน "พลังงานเชื้อเพลิง" เข้ามาคุย
ระงับการดำเนินการของ ร้านรับแลกเงินที่ใหญ่อันดับต้นๆของไทยอย่าง Super Rich
ย้าย อดุลย์ / ธาริต / นิพัทธ์ เข้ากรุ
เอก อังสนานนท์ + วินัย ทองสอง + พงศพัศ พงษ์เจริญ สามคนนี้ ไม่รู้จะนั่งร้องไห้ที่ไหน เพราะแต่ละคนกำลังลุ้นตำแหน่ง ผบ.ตร คนใหม่ หลัง อดุลย์ เกษียณ แต่แล้วท่านประยุทธ์ ก็ไม่ทำให้คนส่วนใหญ่ผิดหวัง
ระบบ ตำรวจที่เป็นปัญหาหลักของบ้านเรามานาน
"รัฐตำรวจ" กำลังจะโดนล้างเป็นที่แรก
อย่าได้แปลกใจนะครับ ถ้าคำสั่งย้าย จะปลิวว่อนยิ่งกว่าการโปรยไปรษณียบัตร ชิงโชค บอลโลก
ประชา พรหมนอก ถูกจับ คาสนามบินสุวรรณภูมิ
ระงับ ธุรกรรมทั้งหมดของ จารุพงศ์ - จาตุรนต์
เด๊๋ยวถ้าเปิดมาวันจันทร์ ผมเชื่อว่า การจัดระเบียบจะเข้มข้นกว่านี้
ข้าราชการที่เกียร์ว่าง
ข้าราชการที่อยู่ภายใต้ระบอบทักษิณ
ข้าราชการที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
กำลังจะโดนล้างบาง
เชื่อผมสิ ถึงช่วงวันจันทร์เป็นต้นไป ช่วงวันทำการ เราไม่มีทางเห็นพวกจุดเทียน พวกตามหานกพิราบ พวกที่จะมาแดก McDonald ฯลฯ มาประท้วง หรอกครับ
เพราะทหารจะจับตัวขังเล่นๆสัก 2 วัน นอนห้องพัดลมให้ยุงแดก แล้วปล่อยตัวไปอีก 2-3 วันถัดไป ให้เจ้านายที่ทำงาน เค้าถามเล่นๆว่า
"มึงขาดงานไปไหนมา"
ถ้าตอบว่า โดนทหารจับ แมร่งก็คงเจอ "ซองขาว" ตามมาแน่นอน
ผมถึงอยากถามอีกครั้ง ถึงพวกที่มาบอกว่า
" รัฐประหารทำประเทศล้าหลัง"
ผมอยากถามว่า ตรงไหน?
ยิ่งมาด่าว่าทหารเผด็จการ!! ผมก็จะถามว่า ในการใช้ชีวิตประจำวันของพวกมึง นอกจากเวลา 4 ทุ่มที่ต้องเข้านอนที่บ้านแล้ว
พวกมึงโดนบังคับขืนใจ ตรงไหนบ้าง?
การ์ตูนกลับมาแล้ว
ละครแย่งผัวกลับมาแล้ว
เกมส์โชว์กลับมาแล้ว
ทอร์กโชว์ ที่อวยกันจนKวยแฉะก้กลับมาแล้ว
เล่าข่าวหน้าง่าว ก็กลับมาแล้ว
มึงจะ กิน ขี้ ปี้ นอน ไม่มีใครมาจัดระเบียบตรงนี้ให้พวกมึงเลยนะ
ชีวิตพวกมึงโดนเบียดเบียนตรงไหนว๊ะ??
ล่าสุดไปอ่าน ความคิดเห็นของคนกลุ่มนึง
เอาความที่เป็น "รัฐศาสตร์ + นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์" มาอ้าง ว่ารัฐประหาร นี้ไม่ชอบด้วยกฏหมาย กำลังจะระดมกลุ่มคนที่มีความคิดแนวนี้มารวมตัว
ผมอยากจะถุยใส่เบ้าตา แล้วบอกว่า
ณ Moment ก่อนที่ ท่านประยุทธ์จะประกาศยึดอำนาจ
ท่านแมร่ง Balance ทั้ง นิติศาสตร์ และ รัฐศาสตร์ หมดทุกอย่างแล้ว
การถอนฟ้องทุกคดี ให้กับแกนนำ เพื่อจะได้มานั่งคุยกันเป็นเรื่องเป็นราว นี่คือ ศาสตร์ของ "รัฐศาสตร์" ล้วนๆ
แต่พอเข้าที่ประชุม ทุกคนแมร่ง พูดแต่เรื่อง "ทำไม่ได้ ผิดกฏหมาย"
แมร่งเอานิติศาสตร์นำธง ไม่ยอมทั้งหมดทั้งมวล
เอาหลักกฏหมายมาอิง
จนเป็นที่มาของประโยคที่ว่า
"ผมขอโทษ ผมต้องยึดอำนาจ"
ผมเลยละเหี่ยใจชิบหาย อ้าง นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ กันให้วุ่นวาย
ทั้งๆที่พ่อนักการเมืองที่พวกมึงบูชานั่นแหละ ที่ไม่ยอมใช้หลัก นิติศาสตร์ ควบคู่กับรัฐศาสตร์
ที่สำคัญ ขาดจริยธรรมเป็นที่สุด
สุดท้ายแล้วก็เจอ
"พลศึกษาศาสตร์" เข้าไป
จนชายที่กล่าวกันว่า เป็น "รัฐมนตรี ที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี" ยังต้องยอมศิโรราบ
หึหึหึ
CR:Chackrit Suwannasarn

สัญญาน?เสียงยั่วยุจากลำโพงทหารที่อนุสาวรีย์ชัย26พ.ค.57

เหตุการณ์ ม็อบต้านรัฐประหาร 26 พ.ค.57



17.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทหารประมาณ 2 กองร้อย นำกำลังมาวางแนวบริเวณทางเข้าถนนพญาไททั้งสองฝั่งถนน พร้อมนำรถติดเครื่องขยายเสียงมาประชิดหลังแนวเจ้าหน้าที่ทหาร โดยเจ้าหน้าที่ทหารกล่าวบนรถติดเครื่องขยายเสียงว่า ขอให้ประชาชนทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ ทหารมารักษาความสงบ เพื่อให้ประชาชนปลอดภัย แต่ผู้ชุมนุมสร้างปัญหา

ถ้าผู้ชุมนุมใช้อาวุธ เจ้าหน้าที่จะตอบโต้อย่างรุนแรง คนที่เขวี้ยงขวดน้ำ มีแกนนำคอยแจกเงินอยู่ในที่ชุมนุม พร้อมกันนี้ทหารยังพูดเป็นภาษาอังกฤษกับผู้สื่อข่าวต่างชาติมีใจความตอนหนึ่งว่า ครั้งนี้ไม่ใช่การรัฐประหารครั้งแรก แต่มีมาหลายครั้งแล้ว พร้อมโจมตีกลุ่มผู้ที่มาชุมนุมต้านรัฐประหารว่าไม่รักชาติ

หลังจากผู้ชุมนุมได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่ทหารคนดังกล่าวแล้ว ก็รู้สึกโกรธและเข้าไปชิดแนวทหาร พร้อมโห่ร้อง แสดงอาการไม่พอใจ ก่อนจะถอยออกมาบริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ แต่ไม่มีการปะทะกัน โดยเจ้าหน้าที่ทหารคนดังกล่าวยังพูดผ่านเครื่องขยายเสียงอีกว่า ขอให้ประชาชนทั่วไปที่ไม่พอใจกับการชุมนุมของกลุ่มต้านรัฐประหารโห่ร้องใส่ผู้ชุมนุม

17.30 น. เจ้าหน้าที่ทหารคนดังยังกล่าวผ่านเครื่องขยายเสียงอีกว่า มีชายชุดดำอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม ขอให้สายสืบถ่ายรูปทุกคนไว้ แล้วจะไปเยี่ยมที่บ้าน เชื่อว่าทุกคนไม่ได้รักชาติ ทำให้ผู้ชุมนุมพร้อมใจกันตะโกนว่า เลือกตั้ง เป็นระยะๆ จากนั้นจึงเข้าประชิดแนวทหารบริเวณทางเข้าถนนพญาไทอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ทหารคนดังกล่าวต่อว่า ผู้ชุมนุมเป็นพวกล้มประเทศ ฯลฯ

เนื้อความ by..@kowsod

(คลิป)นักข่าวถาม หัวหน้าคณะ คสช. ท่านจะเป็นนายกเองหรือเปล่า

กัมพูชาประกาศไม่อนุญาตให้ ‘ยิ่งลักษณ์’มาตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น!

ทางการกัมพูชาออกโรงยืนยัน รัฐบาลนายกรัฐมนตรี สมเด็จฮุน เซน จะไม่อนุญาตให้รัฐบาลของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาจัดตั้งรัฐบาล ‘พลัดถิ่น’ ในแผ่นดินกัมพูชา หลังโดนกองทัพไทยทำรัฐประหารยึดอำนาจ ...

สำนักข่าวพนมเปญ โพสต์ ในกัมพูชารายงานเมื่อ 26 พ.ค.ว่า รัฐมนตรีอาวุโสในคณะรัฐบาลนายกรัฐมนตรีฮุน เซน รวมทั้งแกนนำระดับสูงของพรรครัฐบาลของกัมพูชาหลายคน ออกโรงปฏิเสธ เป็นไปไม่ได้ที่กัมพูชาจะอนุญาตให้รัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาจัดตั้ง “รัฐบาลพลัดถิ่น”
ในประเทศกัมพูชา หลังจากถูกกองทัพไทยทำรัฐประหารคุมอำนาจบริหารประเทศเมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่่ผ่านมา โดยชี้ว่านอกจากจะเป็นการขัดรัฐธรรมนูญแล้ว รัฐบาลกัมพูชายังไม่มีนโยบายที่จะเข้าไปแทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่นทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม

ด้านนายปาย สิพัน โฆษกประจำคณะรัฐบาลกัมพูชากล่าวยืนยันว่า ใครก็ตามที่คิดว่า รัฐบาลกัมพูชามีสายสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาลชุดที่แล้วของไทย อีกทั้งยังคิดว่า รัฐบาลอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์กำลังพิจารณาจะมาตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นในกัมพูชานั้น ทางรัฐบาลกัมพูชาขอชี้แจงว่า ไม่มีความเป็นไปได้
“เราจะไม่อนุญาตให้รัฐบาลของอดีตนายกฯ ไทย มาจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นในแผ่นดินของเรา” นายปาย สิพัน โฆษกคณะรัฐบาลกัมพูชากล่าวยืนยัน หลังจากที่ผ่านมา รัฐบาลกัมพูชาได้แสดงท่าทีด้วยความระมัดระวัง และมีความเป็นกลางมาตลอดนับตั้งแต่กองทัพไทยทำรัฐประหารเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากทราบกันดีว่า นายกรัฐมนตรี สมเด็จฮุน เซน แห่งกัมพูชา มีความสนิทสนมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พี่ชายของอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ มาโดยตลอด