PR
วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2558
คสช. จะใช้ ม.44 ต่อายุ ศ. วิชา มหาคุณ กรรมการปปช. จะครบวาระ ใน กย.นี้
เข็น "ส่งออก" ไม่ขึ้น ส่อติดลบหนัก ลาม "จีดีพี" ถอยรูดต่ำ 3% ฤๅวิกฤตต้มยำกุ้งวนมาอีกรอบ
เสธ.ทบ.เชิญอภิสิทธิ์ ออกรายการ
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นั้น พลเอกฉัตรเฉลิม กล่าวว่า ยังไม่ได้ทำหนังสือเชิญให้มาร่วมรายการ เพราะดูเหมือนว่าช่วงนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ อาจจะไม่ค่อยสะดวก
แต่หาก จะมาร่วมรายการก็ขึ้นอยู่กับนางสาวยิ่งลักษณ์ว่า จะเสนอหัวข้ออะไรมาพูดคุยในรายการ
ทหาร เอาน้ำมาให้ คับ....ทหารพล.ร.2 ระดมช่วยชาวปทุมฯขาดน้ำ
โดยมีแเนวทางในการช่วยเหลือ คือ
1 จัดการผลิตนำ้ประปา เเละ นำ้ดื่ม
2 สนับสนุนรถบรรทุกนำ้โดยระดมจากทุกหน่วยใน พล.ร.2 รอ. ในการขนนำ้ไปเเจกจ่ายประชาชน ที่เดือดร้อนใน พื้นที่
กองทัพอากาศ ส่งกำลังพล และน้ำ ที่ปทุมธานี หลังเกิดปัญหาประปา ทันที
บิ๊หทหารแซวกันเรื่อง"นายกฯคนกลาง"
มันเป็นเรื่องแปลก ทำไมต้องมาเกี่ยวพันกับผมด้วยก็ไม่รู้ ไม่รู้ว่าข่าวนี้ออกมาได้ยังไง ใครก็ไม่รู้ เพราะผมไม่ได้เข้าไปสัมผัสกับ สปช. เขาจะคิดเห็นกันยังไงก็ว่ากันไป แต่เราไม่ได้ลงไปคลุกคลีตรงนั้นมากนัก ผมก็ไม่รู้อะไรด้วย
แต่ความรู้สึกส่วนตัว รัฐบาลปัจจุบันได้ดำเนินงานมาบนความตั้งใจแน่วแน่ที่จะแก้ปัญหาของชาติอย่างที่เห็นกันอยู่ ถ้าใครมีความยุติธรรมในใจจะรู้ว่ารัฐบาลตั้งใจเต็มที่ ผมก็อยู่ใน ครม.ด้วยก็จะต้องร่วมกันแก้ปัญหากับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.
“ผมไม่คิดที่จะไปเป็นอะไร หรือเห็นไปตามรัฐบาลแห่งชาติอะไรนั่น และไม่เคยคิดเห็นอะไรกับเขาด้วย แต่ทำไมออกมาอย่างนี้ ก็ไม่เข้าใจ
"ขอยืนยันว่า ผมจะต้องร่วมแก้ปัญหากับนายกฯให้เต็มที่ เมื่อนายกฯใช้อะไร สั่งการอะไรมาก็พร้อมปฏิบัติอยู่แล้ว ภายใต้การกำกับดูแลของ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง และ พล.อ.ประยุทธ์ ผมพร้อมสนองตอบการสั่งการอย่างเต็มที่ในการแก้ปัญหาทุกเรื่อง ไม่รู้ว่าเขาเห็นเราเป็นเป้าหมายอะไรไม่ทราบ สงสัยว่าทำไมถึงต้องเป็นผม ผมก็ทำงานตามหน้าที่เต็มที่ เรื่องนี้เกิดขึ้นยังไงก็ยังไม่รู้
ส่วนตัวไม่เคยคิดที่จะเป็นนายกฯคนกลางอะไรอย่างที่เป็นข่าว ทุกวันนี้ตั้งใจทำงานเต็มที่ ไม่เคยคิดจะไปเป็นอะไรตามที่เขาว่ากัน เพราะสิ่งเหล่านี้ต้องมีความเหมาะสมจริงๆ
ท่านนายกฯมีความเหมาะสม มีความรู้ความสามารถจริงๆเป็นคนที่มีบารมีเพียบพร้อม ดูแลสถานการณ์อยู่ได้ ผมเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ช่วยท่านเท่านั้นเอง” พล.อ.อุดมเดช กล่าว
ผลจากการโหวตโนของกรีซ ยูโรโซนบี้กรีซติดดิน
หากกรีซไม่รับแผนนี้ก็ต้องอกจากยูโรโซนสถานเดียว งานนี้ซีป๊าด จะเอาข้อเสนอกลับไปทำประชามติอีกไหม แน่จริงก็ลุยต่อเลย...
โซเชียลชื่นชมนายกบิ๊กตู่ ตอกหน้าอเมริกา UNHCR หงายเงิบ
โซเชียลชื่นชมนายกบิ๊กตู่ ตอกหน้าอเมริกา UNHCR หงายเงิบ
เตรียมเคาะ ผบ.ทบ.คนใหม่! เชื่อ "พล.อ.ปรีชา" ความรู้ดี มีโอกาสพลิกชนะ "พล.อ.ธีรชัย"
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงกลาโหมถึงความคืบหน้าการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี2558แทนนายทหารที่เกษียณอายุราชการในเดือนก.ย. ซึ่งตำแหน่งที่ถูกจับตามองคือ เก้าอี้ผบ.ทบ.ที่จะมาแทน พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร โดยมีแคนดิเดตที่สำคัญคือ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้ช่วยผบ.ทบ. รุ่นน้องของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม และ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ผู้ช่วยผบ.ทบ. น้องชาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.
รายงานข่าวระบุ จากนี้คณะกรรมการพิจารณานายทหารชั้นนายพลจะมีการหารือกันนอกรอบ หลังหยิบยกรายชื่อของพล.อ. ธีรชัย และ พล.อ.ปรีชา มาพิจารณากันถึงความเหมาะสมได้ระยะหนึ่งแล้ว และจะมีการพูดคุยของคณะกรรมการพิจารณานายทหารชั้นนายพล ระดับกระทรวงกลาโหมโดยมี พล.อ.ประวิตร เป็นประธาน ช่วงปลายเดือนก.ค. และช่วงปลาย ส.ค. ก่อนจะได้ข้อสรุปเป็นเอกฉันท์และเสนอต่อนายกฯ เพื่อนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ
รายงานข่าวเผยว่า ส่วนช่วงนี้อยู่ระหว่างพูดคุย เจรจาต่อรองของผู้สนับสนุนทั้ง 2 คน ซึ่งล่าสุดการพูดคุยเจรจากันระหว่างผู้สนับสนุนทั้ง 2 คน ยังไม่สามารถตกลงกันได้ว่าจะเลือกใครให้ดำรงแหน่งผบ.ทบ.คนที่ 39 แต่แรงผลักดันทางด้านพล.อ.ธีรชัย จะเหนือกว่าเล็กน้อยที่สัดส่วน 60-40 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม การพูดคุยยังไม่จบยังมีเวลาอีก 1 เดือนกว่า พล.อ.ปรีชา จึงยังมีโอกาสพลิกกลับมาได้เช่นกัน เพราะมีความรู้ความสามารถ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 1 ส.ค. ทางคณะกรรมการพิจารณาฯ ให้เหล่าทัพส่งรายชื่อผู้ที่จะมีการปรับย้ายให้กับกระทรวงกลาโหม เพื่อจะได้มีเวลาพูดคุยและแก้ไขในตำแหน่งต่างๆ ได้ทันเวลา
วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2558
รายงานพิเศษ : สืบชาติพันธุ์"อุยกูร์" มุสลิมเชื้อสาย"เติร์ก"
วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 เวลา 11:12:17 น.
จรัญ มะลูลีม ศราวุฒิ อารีย์ ภาพจาก www.siamintelligence.com | หนึ่งในคำถามมากมายที่ชัดเจนที่สุด คงไม่พ้นเรื่องที่ว่า การส่งกลับไปยังจีนนั้น เหตุใดจึงนำมาซึ่งความกราดเกรี้ยวเช่นนี้ หรือความสัมพันธ์ระหว่างชาวอุยกูร์กับจีนนั้นเป็นอย่างไร เหตุใดจึงต้องหลบหนี "ชาวอุยกูร์จากตุรกีเข้ามาอยู่ในจีนตั้งนานแล้ว เดินทางไปมาหาสู่กัน มีมาจากเติร์กเมนิสถานของเอเชียกลางก็เยอะ ในปัจจุบันอุยกูร์ส่วนหนึ่งอาศัยอยู่ในตุรกีจำนวนมาก และขณะนี้ตุรกีเป็นหัวหอกของประเทศมุสลิม เช่น เขาเสนอเอาโอไอซีไปช่วยโรฮีนจา ช่วยชาวยะไข่ทั้งพุทธและมุสลิมที่มีปัญหากันแต่พม่าก็ไม่ยอม และในเวทีระดับประเทศ ผู้นำโอไอซีที่เป็นผู้นำโลกมุสลิมคนก่อนก็เป็นชาวตุรกี คือ เอ็กเมเล็ดดิน อิห์ซาโนกลู ที่เคยมาไทยช่วยเรื่องภาคใต้ ตุรกีปัจจุบันให้ค่ากับชนกลุ่มน้อยมุสลิมอย่างมากในเวทีระหว่างประเทศ ผู้นำของเขาเข้มแข็งเรื่องนี้มากในระยะหลัง น่าจะพูดได้ว่าตุรกีเป็นผู้นำของโลกมุสลิมได้ด้วย" ส่วนเหตุที่เข้ามาไทย จรัญเผยว่า ที่ผ่านมาเขาอยากไปตุรกีแต่ผ่านมาประเทศไทยก่อน เดือนรอมฎอนเขาอยู่ไทยจะได้ปฏิบัติศาสนกิจ แต่ไทยก็รีบส่งเขาไปจีน และเขาคงคิดว่าจะได้ไปตุรกีมากกว่า เพราะคนส่วนใหญ่เมื่อสืบสัญชาติแล้วจะได้ไปตุรกี ที่มาไทยคงเป็นเพราะความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์ ไปตุรกีทีเดียวคงลำบาก เขามาต่อรองก่อน ในที่สุดไทยก็ส่งไปตุรกีจำนวนมากก่อนจะส่งไปจีน แต่จีนอยากให้ไทยส่งไปทางจีนหมดเลย "นี่เป็นปัญหาระหว่างสิทธิมนุษยชนกับปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไทยเองถูกจีนขอร้องก็คงกระอักกระอ่วน เลยเลือกสองแนวทาง ชีวิตของเขาในจีนเป็น Force Acumination ถูกบังคับให้ผสมกลมกลืนกับคนพื้นถิ่นโดยที่เขาไม่พอใจให้ผสมกลมกลืน ในเวลาเดียวกันก็ปฏิบัติศาสนกิจได้บ้างแต่ไม่เต็มที่ อย่างเรื่องคลุมฮิญาบ เป็นเหตุผลที่เขากดดันและเดินทาง การมาไทยเขาดีใจมากเพราะมีความหวังว่าจะได้กลับไปตุรกี จริงๆ เลือกได้เขาคงไปมาเลเซียก่อน" "จีนมีปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยหลายกรณี เขาปฏิบัติกับชนกลุ่มน้อยค่อนข้างแรง ระยะหลังเมื่อเข้ามามีธุรกิจกับโลกมุสลิมอาจเบาลง แต่ก็ยังแรงอยู่ เขาอ้างว่าคนเหล่านี้กระทำความผิดในประเทศและหลบหนีมา แต่ความจริงอาจไม่ใช่แบบนั้น ลองนึกดูว่าคนที่ถูกกล่าวหาว่ามีความผิด กลับไปแล้วอะไรจะเกิดขึ้น คนที่เป็นเชื้อสายเดียวกันในตุรกีเขาจึงได้โกรธเคืองมาก เพราะทั้งๆ ที่รู้ว่าส่งตัวไปแล้วคนพวกนี้จะเจอกับอะไร แต่ไทยเองก็จะไปขัดใจจีนโดยตรงไม่ได้" นักวิชาการด้านตะวันออกกลางศึกษาบอกว่า โลกมุสลิมคงไม่พอใจไทยเท่าที่ควร ในแวดวงนักสิทธิมนุษยชนน่าจะมีการต้านพักหนึ่ง การที่คนลุกขึ้นมาต่อต้านเป็นการแสดงออกให้รู้ว่าไทยไม่น่าทำแบบนี้ แต่ถ้ามองในแง่ไทยซึ่งตอนนี้เรากำลังจะซื้ออะไรกับจีนก็อยู่ในภาวะที่ไปทางไหนก็ลำบาก ทางหนึ่งจีนอาจไม่พอใจไทยลึกๆ เพราะไม่ได้ส่งกลับทั้งหมด ขณะที่กลุ่มใหญ่สืบได้ว่ามีเชื้อสายตุรกีจึงส่งไปตุรกี อีกฝ่ายก็บอกว่าจากการสืบสัญชาติแล้วเป็นจีนก็เลยส่งให้จีน เท่ากับบังคับให้กลับไปหาความลำบาก ซึ่งน่าจะเผชิญมาตรการด้านความมั่นคงหรือการลงโทษ เรื่องจีนค่อนข้างลึกลับกับการตอบโต้กับคนที่เป็นปรปักษ์กับรัฐ ถ้าเขาตีความว่าเป็นภัยคุกคามต่อรัฐ "ตอนนี้เริ่มมีการตอบโต้ มีการพูดถึงเยอะมาก โลกมุสลิมตื่นตัวในเรื่องนี้ แต่คงไม่ได้ตอบโต้ไทยถึงขั้นมีการตัดความสัมพันธ์ แต่มีความรู้สึกในฐานะที่ส่งคนมุสลิมไปพบชะตากรรมที่ยากลำบาก ปฏิกิริยาของโลกมุสลิมมีแน่นอน โดยเฉพาะเดือนนี้เป็นเดือนรอมฎอน เดือนศักดิ์สิทธิ์ของโลกมุสลิม" "ในแง่มนุษยธรรมไทยทำผิดพลาด แต่ในแง่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไทยอาจยึดถือความสัมพันธ์ที่มีต่อจีน หลายคนมองว่าไทยรู้อยู่แก่ใจว่าเขาจะกลับไปเจออะไรก็ยังส่งไปอีก ตอนนี้โลกคงเรียกร้องชาวจีนว่าอย่าทำรุนแรงกับคนที่กลับไป ไทยก็ไปแก้ปัญหาว่าให้คนไทยที่อยู่ในตุรกีระมัดระวังจะตกเป็นเหยื่อ" จรัญกล่าว (ภาพจาก http://www.siamintelligence.com/lessons-from-egypt/) "เติร์กเป็นกลุ่มคนนักรบ กล้าหาญ สิ่งที่เป็นประจักษ์พยานชัดเจนคือชาวเติร์กก่อตั้งอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ของอิสลามอย่างจักรวรรดิออตโตมันในศตวรรษที่ 12-13ซึ่งออตโตมันพิชิตดินแดนต่างๆ ได้ครึ่งค่อนโลก และปกครองอยู่ราวๆ 600 กว่าปีจนล่มสลายในปี 1923 จนถูกโค่นล้มและกลายเป็นตุรกีในปัจจุบัน" ศราวุฒิกล่าว และว่า ชาวเติร์กนั้นเคยเข้าไปโค่นล้มอาณาจักรโรมันได้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นกลุ่มชนที่ยิ่งใหญ่ของโลก จึงมีความภูมิใจในชาติพันธุ์อยู่สูง เห็นได้จากเมื่อชาวอุยกูร์หลบหนีเข้ามาในไทย จะบอกว่าเป็นชาวเติร์ก ไม่ใช่จีน กับเรื่องพื้นที่ซินเจียง ศราวุฒิกล่าวว่า พื้นที่ส่วนนั้นเป็นส่วนที่จีนมองว่าเป็นภัยความมั่นคงอยู่แล้ว จากการที่มีกลุ่มติดอาวุธต่อต้านรัฐบาลจีนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ที่มาที่ไปนั้นหนีไม่พ้นการที่ประเทศจีนไปละเมิดสิทธิผู้คนในบริเวณนั้น แม้จะผนวกรวมซินเจียงมาเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดินใหญ่ แต่การปกครองที่เข้าไม่ถึง ไม่เข้าใจศาสนาและวัฒนธรรม รวมถึงมีการนำชาวจีนฮั่นเข้าไปอาศัยอยู่เพื่อกลืนกินคนในพื้นที่ จึงสร้างความโกรธแค้นจนนำไปสู่การต่อต้านอำนาจรัฐของอุยกูร์อย่างต่อเนื่อง "อย่างหลังเหตุการณ์ 11กันยายน จีนมองว่าตรงนี้เป็นภัยคุกคามสำคัญ พยายามผูกโยงความมั่นคงของซินเจียงกับขบวนการอัลกออิดะฮ์ สร้างความชอบธรรมในการใช้ความรุนแรงในชาวอุยกูร์ ใช้นโยบายปราบปรามอย่างหนัก จึงจะเห็นว่าหลังเหตุการณ์ 11 กันยายน ชาวอุยกูร์ทะลักออกมามาก ไปอยู่ตามประเทศต่างๆ" กับการส่งชาวอุยกูร์ซึ่งหนีเข้าไทยกลับไปยังจีนนั้น รองผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษามองว่า คาดเดาได้ยากว่าจะเกิดอะไรขึ้น เป็นไปได้ว่าจีนก็อาจมองในลักษณะเป็นขบวนการเชื่อมโยงกับอำนาจต่อต้านรัฐ และอาจถูกเข้าคุก ทรมาน หรือกระทั่งโดนสังหาร "ไทยควรระมัดระวัง ควรติดตามประเด็นนี้ให้ดี คุยกับจีนว่าเมื่อส่งกลับไปแล้ว ขอให้เราเข้าไปตรวจสอบได้ไหมว่ารัฐบาลจีนปฏิบัติกับคนเหล่านี้อย่างไร จีนคงสัญญาว่าจะปฏิบัติด้วยอย่างยุติธรรม สร้างงานสร้างอาชีพ ก็ถือโอกาสนี้ไปตรวจสอบ เผยแพร่ข้อมูลต่อประชาคมโลก เพื่อองค์กรระหว่างประเทศหรือสิทธิจะได้สบายใจและไม่มีปัญหากับเรื่องนี้อีก" ศราวุฒิกล่าวทิ้งท้าย |
หามือมืดกุข่าวป่วนโลกกรณีอุยกูร์
Pinkstone Eyes ได้เพิ่มรูปภาพใหม่ 10 ภาพ
อัพเดทข่าว "อุยกูร์" : ปธน.ตุรกียอมรับว่ารายงานที่กล่าวหาจีนแบนถือศีลอดในช่วงเดือนรอมฎอนในชินเจียงอุยกูร์นั้น ไม่เป็นความจริง จีนจวกกลับตุรกีและพวกบิดเบือนข่าวว่ามีการเมืองอยู่เบื้องหลัง ชัดนะ!
-------------
+ บทนำ
-------------
มีข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องอุยกูร์ทั้งในตุรกีและจีน มาเล่าให้ฟังต่อ หลังจากที่มีข่าวไทยส่งตัวผู้กระทำผิดกฎหมายชาวอุยกูร์แล้วหลบหนีเข้าเมืองไทยอย่างผิดกฎหมายกลับไปประเทศจีน และลุงตู่ก็ได้ชี้แจงไปแล้ว ไม่วายที่สื่อฯขี้ข้าอเมริกาจะเอาประเด็นนี้ไปขยายความต่ออีก ส่วนพวกสมุนกระเป๋งอเมริกาก็เที่ยวปล่อยข่าวลวง บิดเบือนข้อมูล ใส่ร้ายจีนและไทยตามโซเชียลมีเดีย หวังจะให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศและกลายเป็นประเด็นทางศาสนาต่อไปอีก (มันมีความสุขกันมากนักหรือไงนะที่ได้แสดงพฤติกรรมที่น่ารังเกียจเช่นนั้นออกมา? ไม่เข้าใจพวกนี้จริงๆ!) ไม่เป็นไร งั้นเราก็จะเอาความจริงมาแสดงให้สังคมได้รับรู้ ดูซิว่าพวกนี้จะแถ จะบิดเบือนต่อไปได้อีกซักกี่น้ำ
มีอยู่ประมาณ 5 ข่าว ยาวเหมือนกันนะ แต่ก็จะพยายามพูดให้สั้นๆ กระชับ และเก็บประเด็นให้ครบนะครับ แต่ถ้าสั้นเกินไปก็ไม่หนุกอ่ะ (หมายถึงข่าวนะครับ อย่าไปคิดถึงอย่างอื่นหละ คริๆ ไม่ใช่ จ.ปืนสั้นปืนจิ๋วอะไรนั่นนะ ฮี่ๆๆ จนได้)
หลังจากที่กลุ่มหัวรุนแรงไล่ทำร้ายนักท่องเที่ยวชาวจีนในตุรกี และถูกจีนออกมาตำหนิและประณามอย่างหนัก ทางกลุ่มผู้ประท้วงพยายามที่จะอำพรางการก่อเหตุของตนด้วยการออกมาประท้วงตำหนิรัฐบาลจีนและไทยเกี่ยวกับการส่งตัวผู้กระทำผิดกฎหมายกลับประเทศจีนโดยอ้างเรื่องสิทธิมนุษยชนบังหน้า ทางไทยก็ระมัดระวังในการใช้คำพูดที่จะไม่ให้กระทบกระเทือนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยใช้ความว่า "ผ่านการพิสูจน์สัญชาติ" แทน ซึ่งเป็นการรักษาน้ำใจด้วยกันทุกฝ่าย แต่อีกฝ่ายหนึ่งเหมือนไม่เข้าใจหรือไม่ยอมรับรู้ในการส่งสัญญาณที่แสดงออกถึงเจตนาดีในมิตรภาพระหว่างประเทศ ถ้าจะว่ากันจริงๆ แล้วก็คือ "ขั้นตอนการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน" กลับไปรับโทษที่จีนนั่นแหละ
ก็จีนเขามีหลักฐานชัดเจนว่าใครบ้างที่กระผิดกฎหมายของเขา เช่นก่อเหตุหรือมีส่วนร่วมในการก่อเหตุร้ายสร้างสถานการณ์ก่อการร้ายในประเทศจีน ไทยและจีนอุตส่าห์ไม่ใช้คำนี้แล้ว เพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและไม่อยากให้สถานการณ์บานปลายออกไป แต่ดูเหมือนว่าทางตุรกีจะไม่เข้าใจในเจตนาดีนี้เอาซะเลย เล่นออกมาแถลงข่าวตำหนิจีน เพียงเพราะเสพข่าวลือที่ไม่มีที่มาที่ไป หาหลักฐานไม่ได้ว่าจีนสั่งห้ามประกอบพิธีทางศาสนาของบางศาสนาตั้งแต่เมื่อไร
พอถูกจีนโต้กลับว่า "เอาหลักฐานมาสิที่ว่าจีนสั่งห้ามหนะ!" จ๋อย! แต่ยังแถไปเรื่องใหม่อีกหันมาเล่นเรื่องการส่งตัว "ผู้ร้ายข้ามแดน" กลับไปรับโทษที่จีนว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายระหว่างประเทศซะงั้น ซึ่งหัวเรือใหญ่ในเรื่องนี้ก็คือสหรัฐฯกับ UNHCR นั่นแหละ
+ ปธน.ตุรกียอมรับว่าข่าวลือไม่เป็นความจริง
-------------
เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ประธานาธิบดี Recep Tayyip Erdoğan ของตุรกีออกมายอมรับว่าข่าวที่ถูกปล่อยออกมาก่อนหน้านี้นั้น "ไม่มีมูลความจริง" (inaccurate) โดยสำนักข่าว Hurriyet Daily News ของตุรกีรายงานว่า รายงานข่าวจำนวนมากที่กล่าวหาจีนว่าเข้มงวดในกลุ่มมุสลิมอุยกูร์ในช่วงที่มีพิธีถือศีลอดในเดือนรอมฎอนในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์นั้น "ไม่ได้สะท้อนถึงความเป็นจริง" (not reflect reality) ปธานาธิบดี Recep Tayyip Erdoğan แถลงการณ์ในระหว่างที่มีการชุมนุมประท้วงต่อต้านจีน (anti-Chinese demonstrations) ของกลุ่มชาตินิยมชาวตุรกี ซึ่งแถลงในช่วงเย็นวันท่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ปธน. Erdoğan ได้ออกมาเรียกร้องว่า "ตนเองมีกำหนดการจะเดินทางไปเยี่ยมจีนภายในไม่กี่วันนี้ และได้อธิบายช่วงเวลาการเกิดเหตุเมื่อเร็วๆนี้ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติต่อชาวอุยกูร์ของกรุงปักกิ่งว่า meaningful (มีความหมาย/สำคัญ/ถูกต้อง/สมเหตุสมผล/เหมาะสม)"
ปธน. Erdoğan กล่าวต่ออีกว่า "อย่างไรก็ตาม การสร้างภาพให้ใหญ่โตออกไปและประโคมข่าวในสื่อฯต่างๆได้ทำให้เกิดความรู้สึกว่ามีแนวโน้มที่เป็นไปได้ในการแสวงหาผลประโยชน์อย่างจงใจหรือไม่?" (ท่านตั้งคำถามกับใครหรือครับ? สื่อฯที่ประโคมข่าวเป็นของพวกท่านเองและของสหรัฐฯแลตะวันตกไม่ใช่รึ? ถ้าอย่างนั้นท่านคงพอจะทราบแล้วสินะครับว่าพวกที่ประโคมข่าวบิดเบือนข่าวพวกนั้นมีเจตนาแอบแฝงบางอย่าง เหมือนสื่อฯขี้หมาแห้งแถวๆบ้านเรานี่แหละ ฮื่ม! ขอบคุณท่านปธน.ที่มองภาพออกว่าเป็นเกมของใคร) อ้อ… สำหรับเรื่องการโจมตีนักท่องเที่ยวจีนนั้น สื่อฯตุรกีบอกชัดเลยนะว่าเป็นฝีมือของ "กลุ่มผู้ประท้วงโปร-อุยกูร์" (pro-Uighur protesters) ชัดนะ! ตรงกับที่ลุงตู่ใหัสัมภาษณ์กับสื่อฯวันก่อนเป๊ะเลย
ต่อกรณีของการทำร้ายนักท่องเที่ยวชาวจีนนั้น ปธน. Erdoğan กล่าวว่า "ผมขอเรียกร้องให้ประชาชนระมัดระวังในเรื่องนี้ ผมขอร้องให้ประชาชนอย่าได้ตกเป็นเหยื่อของพวกหวังก่อกวนทางการเมือง การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของแขกชาวเอเซียตะวันออกของพวกเรา ที่เข้ามาทำงาน ท่องเที่ยวในประเทศของพวกเรานั้นถือว่าเป็นเกียรติของพวกเรา"
น่าสังเกตเป็นอย่างมากว่าจู่ก็มีการปล่อยข่าวบิดเบือนใส่ร้ายจีน และตามด้วยการบิดเบือนกฎหมายระหว่างประเทศโดยชูเรื่องสิทธิมนุษชนบังหน้าอีกครั้งในกรณีที่ไทยส่งตัวผู้หลบหนีเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายกลับไปที่จีน ก่อนหน้าที่ปธน.ตุรกีจะเดินทางไปเยี่ยมจีน สหรัฐฯวางแผนเอาไว้แล้ว ต้องการที่จะให้จีนกับตุรกีเก็บความบาดหมางใจกันในเรื่องอุยกูร์ขึ้นมาให้ได้ เพราะว่ามันจะได้กระทบกับความร่วมมือในโครงการเส้นทางสายไหมระหว่างจีน-ตุรกีด้วย และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของทั้งสองประเทศด้วย คอยดูว่าจีนจะสั่งสอนตุรกีอย่างไรบ้าง
+ ปธน.ตุรกีให้ความมั่นใจในการคุ้มครองสถานทูตต่างประเทศ แม้จะช้าไปหน่อย
-------------
ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้ประท้วงบุกเข้าไปทำลายสถานทูตและสถานกงศุลใหญ่ของไทยในนครอิสตันบูลนั้น ปธน. Erdoğan กล่าวว่า "พวกเราสามารถส่งเสียงของเราต่อต้านความอยุติธรรมได้ (เขาพูดเพื่อเอาใจพวกอุยกูร์ โดยใช้ไทยเป็นเครื่องมือ ซึ่งจริงๆเขาก็รู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร เขาไม่พูดถึงการกระทำที่ไม่ยุติธรรมของพวกที่ก่อคดีก่อเหตุซึ่งเป็นชาวอุยกูร์ แต่พูดเหมือนกับว่าไทยไม่ยุติธรรมที่ส่งผู้ร้ายข้ามแดนกลับไปให้จีน นักการเมืองก็เป็นอย่างนี้แหละ ไม่ต้องแปลกใจ ก็ต้องเข้าใจสถานะของเขาด้วย ก็คงถูกบีบมาจากฐานเสียงเช่นกัน) แต่พวกเราก็ต้องระมัดระวังกับรายงานที่เป็นการยั่วยุ (provocative reports) (เสียงนี้จะได้ยินทะลุหูของพวกสื่อฯจอมเสี้ยมทั้งหลายในประเทศไทยบ้างหรือไม่หนอ?) มันเป็นเกียรติของพวกเราที่จะปกป้องคณะทูตชาวต่างชาติ มันเป็นเกียรติของพวกเราที่จะปกป้องคณะทูตของต่างชาติและลูกจ้างของพวกเขาในตุรกี ผมได้แจ้งให้กับคณะทูตและนักท่องเที่ยวของทุกประเทศในตุรกีว่า พวกเขาจะปลอดภัยและไร้กังวลในที่นี่ เราจะไม่อดทนอดกลั้นกับเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ใดๆทั้งนั้น"
แต่ท่านก็ปล่อยให้มันเกิดขึ้น! แม้ว่าท่านจะออกมาพูดปลอบใจในภายหลัง แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ความน่าอับอายในฐานะผู้นำประเทศ และประเทศของท่านที่จะต้องเผชิญเลือนหายไป ไม่ว่ารัฐบาลของท่านจะมีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์นั้นด้วยหรือไม่ แต่มันก็ได้พิสูจน์แล้วว่าระบบการให้ความคุ้มครองสถานทูตต่างประเทศภายในประเทศของท่านนั้นเป็นเช่นไร แต่ก็ยังดีที่ท่านออกมายอมรับสู้กับความจริง และห้ามปรามไม่ให้เหตุการณ์รุกลามบานปลายไปกว่านี้
+ สื่อฯจีนเตือนตุรกี อย่าชี้นิ้วมาที่เรื่องการส่งตัวผู้หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายกลับไปที่จีน
-------------
บทบรรณาธิของหนังสือพิมพ์ Global Times ในเครือ หนังสือพิมพ์ People's Daily Online ของจีนขึ้นชื่อเรื่องว่า "Turkey cannot point finger at deportations" โดยเนื้อหาช่วงต้นเป็นการพูดถึงการส่งตัวชาวอุยกูร์ที่เป็นพลเมืองของจีนจำนวน 100 คนกลับไปที่จีนเมื่อวันพุธที่ผ่านมาซึ่งเป็นชาวอุยกูร์ที่หลบหนีเข้ามาในไทยอย่าง "ผิดกฎหมาย" (จีนใช้คำว่า illegal immigrants - ผู้อพยพเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย) จากเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ตามที่เคยแจ้งให้ทราบในโพสต์ข่าวเกี่ยวกับอุยกูร์ก่อนหน้านี้ โดยรายงานถึงการโจมตีสถานทูตไทยในอิสตันบูลซึ่งจีนเรียกกลุ่มผู้ก่อเหตุเหล่านั้นว่า "Pan-Turkish" (ในขณะที่สื่อฯตุรกีเรียกว่า "โปร-อุยกูร์")
สื่อฯจีนรายงานว่า เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าผู้ที่หลบหนีออกนอกประเทศซึ่งถือสัญชาติตุรกี (Turkish citizens) เหล่านั้นส่วนมากแล้วเป็นพวกผู้อพยบอย่างผิดกฎหมายจากจีน เจ้าหน้าที่รัฐบาลตุรกีได้ให้การช่วยเหลือพวกเขาในการเปลี่ยนสัญชาติให้กับพวกเขา (ปัญหาก็มีอยู่ว่าแล้วรัฐบาลตุรกีไปให้สัญชาติชาวอุยกูร์ได้อย่างไร? ความเป็นไปได้อาจจะมีอยู่สองกรณีคือ 1.) ทำที่สถานทูตของตุรกีในจีนนั่นแหละ 2.) หรือทำที่ตุรกี คือให้พวกอุยกูร์เหล่านั้นเดินทางไปที่ตุรกีก่อน จากนั้นก็เปลี่ยนสัญชาติหรือถือหนังสือเดินทางสองใบทั้งของจีนและของตุรกี แล้วก็เดินทางกลับไปที่ซินเจียง แล้วก็ก่อเหตุ และหลบหนีออกมา นี่สำหรับผู้ที่มีคดีติดตัวมาด้วยนะ ไปที่ไหนไม่ไปดันมาที่เมืองไทย อ้างว่าจะเดินทางต่อไปที่มาเลย์เซีย แล้วสื่อฯบางสำนักก็ลงข่าวอีกว่ามีเงินเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพื่อที่จะทำให้ไทยถูกมองอีกว่าในเรื่องนี้เป็นการค้ามนุษย์ แล้วเราก็จะถูกสหรัฐฯและอียูหาเรื่องแบนสินค้าและอื่นๆโดยยกเรื่องสิทธิมนุษยชนขึ้นมาตำหนิไทยอีก กรรม! นี่แหละถึงได้บอกว่าสื่อฯขี้หมาแห้ง มันพากันคิดแต่จะเล่นข่าวเอามันอย่างเดียว ไม่คิดว่าจะมีผลกระทบอะไรตามมากันบ้างเลยหรือไง? หรือว่าพวกนี้ต้องการให้เป็นอย่างนั้น?)
สื่อฯจีนรายงานต่ออีกว่า ไม่แปลกใจหรอกว่า "สหรัฐฯ" มีส่วนเกี่ยวข้องในข้อขัดแย้งนี้ด้วย การออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่อง "การละเมิดสิทธิมนุษยชน" ย้ำๆอยู่หลายครั้งนั้น การถกเถียงโต้แย้งกับพวกเขาเป็นเรื่องที่ "ไร้สาระ" (meaningless) (จริงป๊ะ สุเนียฯ? คริๆ)
พวกกลุ่มสิทธิมนุษยชนบางกลุ่มออกมา (ปล่อยข่าวลวง) กล่าวอ้างว่า ชาวอุยกูร์เหล่านั้นจะเผชิญกับการทรมาน หรือหายสาบสูญไปหลังจากที่ส่งตัวกลับไปที่จีนแล้ว (เขานึกว่าจีนเป็นเจ้าหน้าที่ซีไอเอของสหรัฐฯหรือไง? คิดว่าตัวเองทำชั่วได้แล้ว คนอื่นจะทำนิสัยอย่างนั้นเหมือนกับพวกตัวเองหรือไงนะ?) สื่อฯจีนกล่าวต่ออีกว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นเรื่องน่าขบขัน จีนได้ทำลายการใช้กำลังบังคับในการให้รับสารภาพในสถานที่คุมขังแล้ว (จีนก็ยอมรับว่าเคยมีในอดีต แต่ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว จะมีแต่ก็คุกลับของซีไอเอเท่านั้น อเมริกาพยายามที่จะปิดบังความชั่วของตนแล้วก็ป้ายสีจีนด้วยข้อหาเดียวกันซะนี่) มันเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทีจะเที่ยวไล่เตะ (ก้น) ผู้ต้องสงสัยทั่วไปในทุกๆเรื่อง (เอ๊ะจีนเขากำลังพูดถึงประเทศไหนหรือเปล่านะที่มีข่าวเกี่ยวกับเรื่องความโหดร้ายของตำรวจหนะ (police brutality) ประเทศไหนนะที่มีการเหยียดผิวมากที่สุดในโลกตอนนี้?)
สื่อฯจีนกล่าวต่ออีกว่า "สิ่งที่น่าฉงนสงสัยมากที่สุดของตุรกีในวันนี้ก็คือ ความสัมพันธุระหว่างจีนกับตุรกีได้พัฒนามาเป็นอย่างดีในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตุรกีกลายเป็นหนึ่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวจีน ตุรกียังคงเป็นจุดสำคัญในโครงการเส้นทางสายไหมเส้นใหม่ที่ริเริ่มโดยจีน แต่พวกขบวนการ pan-Turkism กำลังบ้าคลั่งป่าเถื่อน" (But pan-Turkism is running wild.) (ว้าวววว จีนไม่ได้ด่าอย่างเดียวนะ แต่ยังพยายามชี้ให้ตุรกีเปิดหูเปิดตาดูผลประโยชน์ร่วมกันด้วยว่ามีมูลค่ามากและคุ้มค่าขนาดไหน หรือจะบ่อนทำลายผลประโยชน์ของชาติตนเพียงเพราะหูเบาหลงเชื่อคำยุของผู้ที่วางแผนอยู่เบื้องหลังขบวนการ pan-Turkism คิดเอาเองนะท่านผู้นำตุรกี)
+ จีนออกหมัดสั่งสอนตุรกี แย้มว่าอุยกูร์บางคนมีประวัติร่วมมือกับผู้ก่อการร้ายและไอซิส
--------------
ตรงนี้สำคัญมาก... สื่อฯจีนรายงานต่ออีกว่า พวกผู้อพยพหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายจากซินเจียงบางคนมีประวัติว่ามีส่วนร่วมในกิจกรรมของพวกผู้ก่อการร้าย บางคนไปไกลยิ่งกว่านั้นอีกคือเข้าร่วมกับพวกไอซิสโดยผ่านตุรกี พวกผู้ก่อนการร้ายเหล่านั้นก็แอบเดินทางกลับเข้าไปที่จีนโดยอาศัยเส้นทางเดิม การตัดเส้นทางของพวกผู้ก่อการร้ายเหล่านั้นถือว่าเป็นการกระทำที่ถูกกฎหมายโดยจีนและไทย ซึ่งเกี่ยวข้องกับความมั่นคงระดับชาติของจีน เช่นเดียวกับการต่อต้านการก่อการร้ายสากล (โอ้ว! มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆซะแล้วนะนี่ จีนเขาแฉเองเลยนะ พวกแกล้งโลกสวยตาใสทั้งหลายจะรู้บ้างไหมหนอว่ามัจจุราชได้เดินทางมาเคาะประตูอยู่หน้าบ้านท่านแล้ว?)
จีนมองเรื่องนี้เกี่ยวกับการเมืองของตุรกีว่า "เพื่อให้ชนะการเลือกตั้ง พวกนักการเมืองชาวตุรกีอาจจะสนับสนุนพวกหัวรุนแรงที่เข้าไปทำลายสถานกงศุลต่างประเทศ แต่ว่า หากไฟของกลุ่ม pan-Turkism ได้ถูกสุมขึ้นมาแล้ว ประเทศ (ตุรกี) เองนั้นแหละจะเป็นประเทศแรกที่จะถูกเผาไหม้ (ซะเอง)" (นี่จีนหวังดีนะถึงเตือนชาวตุรกีให้ได้รู้ถึงผลที่จะตามมาของการสนับสนุนพวกหัวรุนแรง)
สื่อฯจีนกล่าวถึงกรณีความร่วมมือระหว่างไทย-จีนเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า "การจัดการกับปัญหาผู้อพยพยหลบหนีเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ตามระเบียบแบบแผนของจีนและไทย ได้กลายเป็นข้อขัดแย้งในการรายงานข่าวของบางสำนักข่าว แต่จีนและไทยก็ไม่ได้ทำอะไรผิดในกรณีนี้เลย พวกเราเข้าใจดีว่าทำไมสังคมตุรกี ถึงมีปัญหาในเรื่องนี้ จีนจะยังคงรักษาหลักการของตน ส่วนสหรัฐนและพวกที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มสิทธิมนุษยชนทั้งหลายนั้น จีนจะไม่สนใจพวกเขา (China will just ignore them)" (ฮี่ๆๆ เด็ดขาดมากครับเฮียสี ก็รู้ๆกันอยู่ว่าพวกนี้ก็แค่รับจ็อบออกงานอีเว้นต์เท่านั้นเอง จีนทำรายงานเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในสหรัฐฯออกมา พวกนักสิทธิมนุษยชนจอมปลอมรับจ้างเหล่านั้นเคยรู้บ้างหรือไม่? จีนจวกสหรัฐฯหน้าแตกยับไปแล้วในเรื่องนี้ แต่สหรัฐฯก็ยังด้านได้อายอดงัดเรื่องสิทธิมนุษยชนมาโจมตีจีนหวังจะกลบเกลื่อนกลิ่นโชยอันเน่าเฟะในประเทศตัวเอง ที่พูดมานี้จริงนะ เคยลงข่าวให้อ่านแล้วด้วย อเมริกาพูดไม่ออกซักคำ)
+ กระทรวงต่างประเทศจีนออกหน้าป้องไทย "กรุงปักกิ่งไม่ให้ความสนใจผู้ประท้วงเกี่ยวกับการส่งตัวชาวอุยกูร์กลับจีน"
--------------
ขอต่อให้อีกซักข่าวนะครับ เมื่อวันที่ 11 ก.ค.58 ที่ผ่านมาสำนักข่าว China Daily อ้างจากสำนักข่าว Xinhua ว่าเจ้ Hua Chunying โฆษกหญิงกระทรวงต่างประเทศของจีนแถลงข่าวว่า "พลเมืองชนกลุ่มน้อยชาวจีนที่ถูกส่งตัวกลับมาเหล่านี้เป็นพวกผู้อพยพหลบหนีเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งได้เดินทางไปอาศัยอยู่ในประเทศไทยในหลายช่องทางด้วยกัน พวกหลบหนีเข้าเมืองเหล่านี้ใช้หนังสือเดินทางปลอม ละเมิดกฎหมายและฝ่าฝืนกฎหมายระหว่างประเทศในการเดินทางเข้าออกระหว่างประเทศ"
ก.ต่างประเทศของจีนออกแถลงการณ์หลังจากที่บางประเทศ ซึ่งรวมทั้งสหรัฐฯ ตุรกี ออกมาแสดงความกังวลของ UNHCR (เจ้าพ่อขบวนการค้ามนุษย์?) ต่อกรณีที่ไทยส่งตัวชาวอุยกูร์บางคนที่มีประวัติและเป็นพลเมืองของจีนกลับไปที่จีน เจ้หัวกล่าวว่า "รัฐบาลบางประเทศได้เพิกเฉยต่อข้อเท็จจริงและให้สถานะแก่ผู้อพยพผิดกฎหมายเหล่านี้ว่าเป็น 'ผู้ลี้ภัย' (refugees) อย่างผิดๆ วิพากษ์วิจารณ์การบังคับใช้กฎหมายความร่วมมือระหว่างจีนและประเทศไทยและดึงเข้าสู่ปัญหาเรื่องการเมือง ประเทศเหล่านั้นแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ในกรณีหลบหนีเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย (illegal immigration) และการลักลอบเข้าเมือง และการละเมิดสนธิสัญญาและกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นอันตรายต่อความพยายามในความร่วมมือทั่วโลกในการต่อสู้กับการอพยพผิดกฎหมาย เรา จะ ไม่ ยอมรับ สิ่ง นั้น เด็ดขาด! (We will never accept it)" (ชัดเจนมากครับเจ้หัว)
Hua Chunying ออกมาประณามการทำร้ายพลเมืองของจีนและสถานทูตของไทยเมื่อเร็วๆนี้ในตุรกี ซึ่งเนื่องมาจากการส่งตัวชาวอุยกูร์กลับไปยังประเทศจีนว่า "เราให้ความสำคัญในคำสัญญาของรัฐบาลตุรกีเป็นอย่างมากที่จะไม่อนุญาตให้ผู้ใดมีส่วนร่วมในกิจกรรมก่อวินาศกรรมที่เป็นผลประโยชน์ของจีนในดินแดนของตุรกี และจีนขอเรียกร้องให้ตุรกีใช้มาตรการที่มีประสิทธิภาพในการปกป้องความปลอดภัยและสิทธิความชอบธรรมทางกฎหมายของสถานทูตและส่วนบุคคลของจีน และประเทศอื่นๆที่เกี่ยวข้อง" (เรื่องนี้เราเป็นผู้น้อย ไม่มีกำลังที่จะไปงัดกับสหรัฐฯ และก็ไม่ใช่ปัญหาของเราโดยตรง เราต้องขอให้จีนออกหน้าจวกทั้งสหรัฐฯและตุรกีแทน ในขณะเดียวกันจีนก็พร้อมที่จะปกป้องไทยเต็มที่ เมื่อไทยถูกรังแก มันแหย่จีนไม่ได้ก็มาหาเรืื่องเรากระทบชิ่งไปที่จีน ถ้าจีนไม่ทำอะไรในกรณีนี้ จีนก็อาจจะเสียผลประโยชน์และมิตรที่ดีซึ่งก็คือไทยไปได้ ดังนั้นจีนจึงไม่อาจปล่อยให้อันธพาลโลกมาหาเรื่องไทยได้ง่ายๆ)
Hua Chunying กล่าวต่ออีกว่า "จีนประท้วงกองกำลังบางฝ่ายที่พยายามจะแทรกแซงกิจการภายในของจีนผ่านทางกลุ่มชาติพันธุ์และประเด็นทางศาสนา และบ่อนทำลายความมั่นคงและเสถียรภาพของจีน ความพยามเหล่านี้ล้มเหลวไม่เป็นท่า (These attempts are doomed to failure)"
นาย Dong Manyuan นักวิจัยประจำสถาบันการศึกษาระหว่างประเทศของจีน (China Institute of International Studies) ออกมาพูดปกป้องไทยว่า "การส่งตัวชาวอุยกูร์ที่หลบหนีเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายกลับจีนนั้นแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยได้ใช้สิทธิ์อำนาจอธิปไตยของตนตามกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายของประเทศไทย ประชาคมนานาชาติควรจะเคารพในการตัดสินใจของไทยด้วย!"
ต้องงี้ดิ แบบนี้จะไม่ให้รักเฮียสีได้อย่างไรหละครับ ส่วนอเมริกาหนะหรือ? เคยเห็นเขาออกมาชมไทยซักอย่างบ้างหรือเปล่าตั้งแต่มีรัฐบาลนี้มา? มีแต่คอยจะหาเรื่องกลั่นแกล้งสนับสนุนพวกขายชาติบ่อนทำลายประเทศไทยสิไม่ว่า จริงๆแล้วไทยเราก็เป็นงานอยู่นะ ไม่ต้องออกหน้าให้โผงผางมาก กระซิบบอกเฮียก็พอว่า เนี่ย! ช่วยพูดแบบนี้ตามจดหมายน้อยนี้ให้หน่อยได้ไหมครับเฮียสี? แล้วจีนก็จัดให้... ไม่ผิดหวังครับ ติ่งอเมริกาดิ้นแล้ว!
The Eyes
12/07/2558
----------












