PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

เกิดเหตุลอบยิงรถผู้ชุมนุมกปปส.บนโทลเวย์ช่วงทางลงลาดพร้าวเจ็บ 2 ราย

เมื่อเวลา 1900 เกิดเหตุลอบยิงรถผู้ชุมนุมกปปส.บนโทลเวย์ช่วงทางลงลาดพร้าวเจ็บ 2 ราย พ.อ.ธีระพล ปกป้อง ประชาสัมพันธ์ รพ.พระมงกุฎ ได้เปิดเผยว่า มีผู้ชุมนุมกปปส.ถูกผู้ไม่ หวังดี ใช้อาวุธปืนยิงนั้น โดยขณะเกิดเหตุรถกระบะ ของผู้ชุมนุม กปปส. วิ่งอยู่บนโทลเวย์ขาเข้า ช่วงทางลงลาดพร้าว พยานเล่าว่า เห็นคนร้ายอยู่ฝั่งขาออก ใช้อาวุธปืน ไม่ทราบขนาดยิงใส่ก่อน ขับหลบหนี จนเป็นเหตุให้ได้รับบาด เจ็บ 2 รายทราบชื่อ นายสัญญา รอกธยาย อายุ 40 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืน ไม่ทราบขนาด บริเวณขาด้านซ้าย และนายสมเกียรติ พรมทอง อายุ 24 ปี ถูกยิงบริเวณขาขวา ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว โดยแพทย์ให้พักรักษาตัวที่ รพ. พระมงกุฏ

กปปส.ชิง"มวลชน"ให้"มือปราบหูดำ"กล่อมตร.ถูกทอดทิ้งเข้าพวกม็อบ


Paisal Puechmongkol

ด่วน!!! -ข่าวสะพัดทวิภพในเวลานี้

๑ เฉลิม-อดุลย์-วรพงษ์-ธาริต-คำรณวิทย์ หายเงียบหลังจัดรายการคืนความสุขแก่ประชาชนแล้วทำให้คนตาย ๕ คน เจ็บ ๖๐ คน ลือว่อนว่าเตรียมเผ่นบ้าง ถูกสะกดบ้าง แตกกันเละบ้าง ไม่นานคงโผล่หรือเผ่น คอยติดตามครับ เอาเป็นว่ามอบศพ ๖ ศพและคนเจ็บ ๖๐ คนแล้ว จะนับศพประชาชนกันอีกนานรท่าใด

๒ การแอบอ้างทวงคืนสถานที่ว่าเพื่อเอาจัดงานกาชาดก็ดี เพื่อเปิดเส้นทางเสด็จก็ดี ถูกปฏิเสธจากผู้เกี่ยวข้องว่าไม่เป็นความจริงและมีคนจี้ให้รับผิดชอบ และถูกสังคมตราหน้าว่าบังอาจและจอมลวงโลก

๓ มีข่าวสะพัดว่าตำรวจหน่วยควบคุมฝูงชนโวย ศรส ว่าไม่รับผิดชอบ ทอดทิ้งเหมือนหมูเหมือนหมา และหลายพื้นที่เดินทางกลับเพราะรู้แล้วว่าขืนค้ำบัลลังค์นักการเมืองมีแต่เดือดร้อนหรือตาย ที่สำคัญได้มาเห็นสภาพผู้ชุมนุมล้วนแต่เป็นคนดี สวดมนต์ให้ฟังตลอด

๔ พล ตต วิชัย สังข์ประไพ อดีตรอง ผบ.ชน และเพื่อนพ้องน้องพี่ตำรวจทนเห็นตำรวจถูกหลอกให้เกลียดประชาชน และประชาชนเกลียดตำรวจต่อไปไม่ไหว เตรียมยกคณะตำรวจขึ้นเวทีประกาศเป็น กปปส ตำรวจ เพื่อประสานใจ ประสานความรักสามัคคีระหว่างตำรวจกับประชาชนเพื่อความสงบสุขเร็ววันนี้ ติดตามดูจังหวะก้าวนี้ให้ดี

“เหลิม” แก้เกี้ยวขอบคุณศาล ปากแข็งไม่รู้สึกลดอำนาจ ขู่ฟอด “เทือก” จะถูกฆาตกรรม".

ผอ.ศรส.เผยขอบคุณศาลแพ่งที่ไม่เพิกถอนประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยักไหล่ข้อห้ามสลายม็อบไม่รู้สึกถูกลดอำนาจ ปากแข็งไม่คิดสลายม็อบอยู่แล้วแม้ศาลไม่สั่ง ปากดีเหน็บ คปท.ซ่องสุมอาวุธ ยกสื่อนอกขู่ “สุเทพ” ถูกฆาตกรรม ยังเคาะกะลาอุบเบื้องหลังอ้างกลัวบ่อนแตก

วันนี้ (19 ก.พ.) ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ถนนวิภาวดีรังสิต ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) กล่าวภายหลังศาลแพ่งมีคำวินิจฉัยไม่เพิกถอนประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ออกข้อห้ามสลายการชุมนุมว่า ขอขอบคุณศาลที่เข้าใจการบริหารราชการของรัฐบาล ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ก็ฝากขอบคุณศาลเช่นเดียวกัน

ส่วนข้อห้ามสลายการชุมนุมแม้ศาลไม่สั่ง ศรส.ก็ไม่ปฏิบัติอยู่แล้ว หากเป็นการชุมนุมสงบ เปิดเผย ปราศจากอาวุธ ไม่บุกรุกยึดสถานที่ราชการ แต่ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์เนื่องจากผู้ชุมนุมไม่ได้ชุมนุมอย่างสงบ ซึ่งตรงนี้สามารถชี้แจงศาลได้ อย่างไรก็ตาม คำนิวิจฉัยดังกล่าวถือว่าศาลสั่งโดยชอบแล้ว และคงมีข้อห่วงใยไม่อยากให้สลายการชุมนุม ทั้งนี้ การที่ศาลมีคำสั่งดังกล่าวทำให้ ศรส.ทำงานง่ายขึ้น ไม่รู้สึกว่าสูญเสียสถานะ หรือถูกลดอำนาจ และแม้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ถูกเพิกถอน ศรส.ก็จะไม่ฮึกเหิม ส่วนหากสถานการณ์ยืดเยื้อไปถึงเดือน มี.ค.จะต้องต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ ขึ้นอยู่กับนายกฯ

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังศาลมีคำวินิจฉัยแล้ว จะยังมีปฏิบัติการตรวจการค้นเหมือนเมื่อวันที่ 18 ก.พ.อีกหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ถ้ามีแหล่งซ่องสุมที่ไหนก็ต้องดำเนินการ อย่างรอบทำเนียบ มีรายงานว่าอาวุธเต็มไปหมด การ์ดก็มีอาวุธติดตัวทั้งนั้น อย่างไรก็ตาม การขอเปิดสถานที่ราชการยังคงเดินหน้าต่อ เพราะเป็นคนละเรื่องกับการชุมนุม

ผอ.ศรส.กล่าวว่า ส่วนการชุมนุมจะยืดเยื้อไปนานแค่ไหน ตนไม่สามารถประเมินได้ แต่เชื่อว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.จะล้มรัฐบาลไม่สำเร็จ หากสำเร็จจะไปกราบตักนายสุเทพ อย่างไรก็ตาม ตนได้อ่านบทวิเคราะห์ของหนังสือพิมพ์แคนาดาที่วิเคราะห์ว่าจุดจบของนายสุเทพจะถูกฆาตกรรม

เมื่อถามว่า จะเปิดเผยผู้ที่อยู่เบื้องหลังนายสุเทพได้เมื่อไร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า “ไม่อยากพูดเดี๋ยวบ่อนแตก”

http://astv.mobi/AEKaUYn


"ศรส.โทษ กปปส.ให้กองกำลังไม่ทราบฝ่ายปะปนก่อเหตุ แถมบิดเบือนปัด ตร.ใช้ปืน"..

“ธาริต” เผย ศรส.เสียใจผู้เสียชีวิตเหตุผ่านฟ้าฯ ประณามกองกำลังไม่ทราบฝ่ายที่ปนในผู้ชุมนุมก่อเหตุใช้อาวุธสงคราม ชี้ชัด กปปส.จงใจให้มีกำลังติดอาวุธ ป้อง ตร.มีเต็มที่กระสุนยาง ทำตามขั้นตอน ปัดใช้อาวุธสลาย รับมีชุดคุ้มครอง ตร.แต่ไม่ได้ใช้ปืน ตอก “เทือก” โกหกตัดต่อภาพใส่ร้าย ตร. อวยสื่อ ตปท.ตรงไปตรงมา ได้ทีชี้จงใจบิดเบือนหลัง “เอกนัฏ” รับเขียนสคริปต์ผิด ห่วงขวางส่งคนเจ็บ

วันนี้ (19 ก.พ.) ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะกรรมการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) แถลงผลการประชุม ศรส.ว่า ศรส.ขอแสดงความเสียใจต่อตำรวจและประชาชนที่เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศเมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา และขอประณามกลุ่มกองกำลังไม่ทราบฝ่ายที่ปะปนอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมแล้วใช้อาวุธสงครามร้ายแรง อันได้แก่ ระเบิดลูกเกลี้ยง ระเบิดเอ็ม 79 ปืนซุ่มยิงความเร็วสูง และปืนสั้นชนิดต่างๆ รวมทั้งแก๊สน้ำตาระดมยิงเข้าใส่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ เป็นผลให้มีตำรวจและประชาชนเสียชีวิตถึง 5 คน และบาดเจ็บรวม 68 คน จึงเป็นที่แน่ชัดว่าแกนนำ กปปส.จงใจและยินยอมให้มีกองกำลังติดอาวุธร้ายแรงเข้าปฏิบัติการดังกล่าว

ทั้งนี้ ศรส.ขอยืนยันว่าการปฏิบัติการของตำรวจชุดควบคุมฝูงชนปราศจากอาวุธ ซึ่งมีเพียงโล่ กระบอง และปืนยิงกระสุนยางเท่านั้น โดยเฉพาะตำรวจได้ปฏิบัติการภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างเปิดเผยต่อหน้าสื่อมวลชน และปฏิบัติการเป็นขั้นตอน โดยไม่ได้ใช้อาวุธเข้าสลายการชุมนุมแต่อย่างใด ส่วนภาพทางสื่อมวลชนที่ปรากฏตำรวจถืออาวุธนั้น เป็นอาวุธปืนที่ใช้ยิงกระสุนยางเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ตำรวจจำเป็นต้องมีหน่วยสนับสนุนที่มีหน้าที่คุ้มครองป้องกันหากตำรวจชุดควบคุมฝูงชนถูกอาวุธร้ายแรงทำร้าย ซึ่งสามารถกระทำได้ตามกฎหมายเพื่อป้องกันชีวิตและทรัพย์สิน แต่การปฏิบัติการเมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมาตำรวจหน่วยสนับสนุนก็ไม่ได้ใช้อาวุธปืนยิงแต่อย่างใด เพียงแสดงกำลังและอาวุธเพื่อป้องปรามตามยุทธวิธีเท่านั้น

นายธาริตกล่าวว่า การที่แกนนำ กปปส. โดยเฉพาะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.พูดกล่าวหาและบิดเบือนว่าตำรวจใช้อาวุธทำร้ายผู้ชุมนุมโดยตัดต่อภาพและพูดเท็จ ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด ขณะที่สื่อมวลชนต่างประเทศ คือ สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น และบีบีซี ได้เสนอภาพและข่าวอย่างตรงไปตรงมาว่ามีคนร้ายใช้ระเบิดลูกเกลี้ยง และระเบิดเอ็ม 79 และอาวุธปืนยิงเข้าใส่ตำรวจอยู่ตลอดเวลา โดยตำรวจไม่ได้เตรียมการตั้งรับจึงต้องบาดเจ็บและเสียชีวิต กระทั่งต้องถอนกำลังออกจากบริเวณที่เกิดเหตุ ส่วนการที่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส.ออกมากล่าวขอโทษแก่สื่อมวลชนว่าเป็นความบกพร่องของตนเองที่เขียนบทพูดหรือสคริปต์ให้นายสุเทพพูดผิดพลาดไป จึงถือได้ว่าแกนนำ กปปส.จงใจบิดเบือนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ให้ประชาชนเข้าใจผิด

นอกจากนี้ ศรส.ยังได้รับแจ้งข้อมูลว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อมีคนบาดเจ็บและเสียชีวิต ทางเจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าช่วยเหลือตำรวจและประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บเพื่อนำส่งโรงพยาบาล แต่ปรากฏว่าผู้ชุมนุมบางส่วนได้ขัดขวางปิดเส้นทางไม่ให้รถพยาบาล และเจ้าหน้าที่ทำการลำเลียงช่วยเหลือผู้บาดเจ็บได้อย่างสะดวก ซึ่ง ศรส.มีความห่วงใยในเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง

http://astv.mobi/AlaRJbv


ภาพ"สุเทพ"และการ์ด บนหลังรถ ด้านหน้าสโมสรตำรวจวันนี้(19/2/57) เห็นด้ามปืนยาวไหม ?...

ภาพ"สุเทพ"และการ์ด บนหลังรถ ด้านหน้าสโมสรตำรวจวันนี้(19/2/57) เห็นด้ามปืนยาวไหม ?...




ม็อบกปปส.รุมยิง-กระทืบ ผบ.หมู่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ สะบักสะบอม !!!...





ดูชัดๆ ม็อบกปปส.รุมยิง-กระทืบ ผบ.หมู่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ สะบัก

สุเทพ: เดินหมากได้ชาญฉลาดวันนี้



Suthep: Brilliant chess move today
สุเทพ: เดินหมากได้ชาญฉลาดวันนี้

ปฏิบัติการจับปู ชัดเจนว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะจับยิ่งลักษณ์ตัวเป็นๆ จริงๆ แต่เป็นปฏิบัติการที่ดึงมวนชนจำนวนหลายหมื่นคน ผู้สื่อข่าว150ชีวิต(หรืออาจจะมากกว่านั้น) เพื่อเป็นการเพิ่มเติมเรื่องราวว่ายิ่งลักษณ์กำลังหนี ซี่งก็ใช่ แสดงให้เห็นถึงว่า กลุ่มที่ค้านหลายๆ กลุ่ม เช่น กปปส. หลวงปู่พุทธอิสระ กองทัพธรรม และ คปท. ได้ฉกฉวยโอกาสที่จะริเริ่มเดินเรื่องการเมือง ปล่อยให้ยิ่งลักษณ์คอยแก้สถานการณ์ มีภาพลักษณ์ที่ตกเป็นรอง มันทำให้ชัดอีกว่าเธอไม่สามารถเข้าทำเนียบรัฐบาลได้ภายในเที่ยงคืนคืนนี้ หรือโดยไม่ต้องเสียเลือดอย่างมากมาย

เมือวานนี้ คปท. ได้พิสูจน์ว่า ตำรวจที่มีอาวุธจะเจอกับอาวุธ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะต่อต้านจากผู้ที่สวนกลับ นั่นทำให้ตำรวจที่ติดอาวุธเข็ดขยาด

ขวัญกำลังใจสูงมากสำหรับ คปท. กปปส. พุทธอิสระ เห็นได้ชัดว่าไม่โดนข่มเลย กองทัพธรรม แข็งแกร่ง และ ยังคงต่อต้านอย่างสงบ แม้ว่าจะมีข่าวออกมาน้อยมาก

ผมได้รับรู้เมื่อช่วงบ่ายว่า กลุ่มของชาวนา (จากอีสาน) รวมตัวกันไม่ติดและกลับบ้านเพราะความอันตราย แต่ชาวนาอื่นๆ เพิ่มจำนวนมากขึ้น

ต้นฉบับ Original Link:

https://www.facebook.com/MichaelYonFanPage/photos/a.229275785664.134574.207730000664/10151976506335665/?type=1&theater

ผู้เสียชีวิตเหตุชุมนุมได้รับดินฝังศพพระราชทานจากฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ฯ

Wed, 2014-02-19 19:35

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์เปิดเผยว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ฯ พระราชทานดินหลวงฝังศพแก่นายสุพจน์ บุญรุ่ง ผู้เสียชีวิตจากเหตุชุมนุมที่ ถ.ราชดำเนิน
19 ก.พ. 2557 - วันนี้ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่าจะไปร่วมพิธีฝังศพนายสุพจน์ บุญรุ่ง ผู้ชุมนุมที่เสียชีวิตที่ ถ.ราชดำเนิน ซึ่งมีพิธีฝังศพตามหลักศาสนาอิสลามในบ่ายวันนี้

ทั้งนี้ใน เฟซบุ๊คของนายชวนนท์ ได้เผยแพร่ภาพผู้แทนพระองค์ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี นำดินหลวงพระราชทานในพิธีฝังศพของนายสุพจน์ด้วย
http://www.prachatai.com/journal/2014/02/51854


เปิดชุดภาพ "ชายเสื้อน้ำเงิน-กางเกงครีม" ต้องสงสัยยิงชายธงชาติล้มลง ซุกปืนใส่กระเป๋าชัดก่อนเผ่นหนีทันที

วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

เปิดชุดภาพ "ชายเสื้อน้ำเงิน-กางเกงครีม" ต้องสงสัยยิงชายธงชาติล้มลง ซุกปืนใส่กระเป๋าชัดก่อนเผ่นหนีทันที


จากกรณีที่มีคลิปภาพชายใส่เสื้อลายธงชาติ วิ่งมุ่งหน้ารุกไล่ตำรวจ ทางผ่านฟ้ามุ่งหน้าแยกอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แต่ได้วิ่งกลับมา และชนเข้ากับสิ่งๆหนึ่งมุมตึกล้มลง จมกองเลือด 

ล่าสุดได้มีการตรวจสอบคลิปเพิ่มเติมอย่างละเอียดแล้ว พบชายต้องสงสัยหนึ่งคน ใส่เสื้อสีน้ำเงิน กางเกงสีครีมขาสั้น เป็นคนสุดท้ายที่ชายชุดธงชาติชนและล้มลง ชายต้องสงสัยยืนซุกในซอกตึก ในกระเป๋ามีสิ่งของตุงนูนคล้ายอาวุธ และรีบหนีไปทันทีหลังเกิดเหตุ ตามภาพชุดต่อไปนี้

ภาพที่ ๑ ขณะที่ทุกคนวิ่งหันหลังกลับมา

ชายธงชาติวิ่งตามมาเกือบชนกล้อง

จังหวะ ชายธงชาติวิ่งเกือบชนคนถ่ายคลิปแล้วในคลิปคล้ายกระแทกอะไรสักอย่าง

ชายธงชาติดังกล่าวล้มฟุบลงไป โดยหากดูในวิดิโอ จะเห็นจังหวะ จมูกปะทะกับแขนของชายเสื้อน้ำเงิน

ชายเสื้อน้ำเงินเหมือนถืออะไรบางอย่างในมือ

ชายต้องสงสัยเสื้อน้ำเงินรีบเก็บสิ่งของในมือลงในกระเป๋ากางเกงตุงคล้ายวัตถุอาวุธ

ชายธงชาติล้มลงไป แต่ชายเสื้อน้ำเงินกางเกงครีม ไม่ให้ความช่วยเหลือรีบหลบตัวเบี่ยง

ภาพคลิปจากกล้องอีกตัว แสดงภาพชายคนเสื้อน้ำเงิน คือชายคนสุดท้ายทีอยู่กับชายธงชาติ

ชายเสื้อน้ำเงินต้องสงสัย รีบเผ่นหนีออกจากจุดเกิดเหตุโดยไม่ให้ความช่วยเหลือใดๆ
ชายอีกคนหนึ่ง ที่อยู่ด้วยกันกับชายเสื้อน้ำเงิน วิ่งหนีออกไปจากที่เกิดเหตุโดยมีการซุกซ่อนอะไรบางอย่าง
เครดิต ทวิตเตอร์ CM_MCV
ที่มา : http://www.go6tv.com/2014/02/blog-post_5391.html

ธุรกิจของบริษัทตระกูลชินทั้งตระกูล และที่เกี่ยวข้อง

ฟ้า พรทิพา

1. อิมพีเรียลเวิลด์ 2. สยามแก๊ส 3. M LINK 4. SC ASSET 5. โรงแรม SC PARK 6. ม.ชินวัตร - 7. แอร์ ENGINEER เจ๊ดา 8. เครื่องใช้ไฟฟ้ามิตซูชิต้า ตราม้าแดง 9. ค่ายมือถือ AIS 10. แท็กซี่แดง 11.เนสกาแฟ 12. โรงแรมแกรนด์ วโรรส เชียงใหม่ 13. ชื่อที่ขี้นต้นด้วย SC ทั้งหลาย, AIS, 14. สยามแก๊ส 15.วัดธรรมกาย 16. ธ.ทหารไทย 17. รพ.พระรามเก้า 18. นสพ.ข่าวสด มติชน บางกอกทูเดย์ โลก(นรกแดง)วันนี้+โลกนรกแดงสุดสัปดาห์ 19. โทรทัศน์ฟรีทีวีช่อง 3, ช่อง 5 (บางรายการ), ช่อง 7 (บางรายการ), ช่อง 9, ช่อง 11,ช่องMV5, voice tv, Asia update 20. ไทยแลนด์ เยลโล่ เพจเจส (Thailand Yellow Pages) 21. บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และโรงแรมเอสซีปาร์ค พระราม9 22.บริษัทในเครือพานทองแท้มี บ.ฮาวคัม เอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด, มาสเตอร์โฟน จำกัด (เป็นบริษัทนำเข้าและจำหน่ายมือถือระดับไฮเอนด์ ยี่ห้อ Vertu), ร้าน ถ่ายรูป She @ Mood (Shoot At Me) (ตั้งอยู่สยามสแควร์ ซอย 2), ร้าน กาแฟ Cafeinn (ตั้งอยู่สยามสแควร์ ซอย 2), ร้านกาแฟ เดลี่ ฟร้อง, ขนมปัง BREADTALK ที่ SIAM PARAGON, In & Out (Bakery) 23.Air Asia 24.Capital OK 25.มหาวิทยาลัยชินวัตร

 26.ธุรกิจในเครือวงศ์สวัสดิ์ โครงการชินณิ ชาวิลล์ หมู่บ้านจัดสรร, บริษัท วินโคสท์ อินดัสเทรียล พาร์ค (บริหารพื้นที่คลังสินค้ามีพื้นที่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ) 27. ผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ และผลิตภัณฑ์ในเครือ “เนสท์เล่” ไมโล เนสท์กาแฟ เนสท์กาแฟโพรเทคท์ เนสท์ที เนสท์วีต้า นมตราหมี คอฟฟี่เมท นมผงสำหรับเด็กเนสท์เล่ ครีมเทียมครีมาท็อป ไอศครีมเนสเล่ ซีรีแล็ค นมคาร์เนชั่น น้ำดื่มเปอริเอ้ มิเนเร่ เนสท์เล่เพียวไลฟ์ ซอสแม็กกี้ KoKo Krunch ฮันนี่สตาร์ คอร์นเฟลก ฮันนี่โกลด์เฟลก อัลมอนด์คลัสเตอร์ บานาน่า - นัต คลัสเตอร์ Cookie Crisp Fitness อาหารสัตว์เพียวริน่า อัลโป ฟริสกี้ ขนมและช็อคโกแล็ต Kit Kat Smarties 28. สนามกอลฟ์เลควูด ตั้งอยู่บนถนนบางนา-ตราด 29.บริษัท ไทยน๊อคซ์ สแตนเลส จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ 30.บริษัท ไทยฟิลม์ อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตแผ่นฟิลม์ BOPP รายใหญ่ของโลก 31.โครงการริเวอร์ไซด์ ไพรเวซี่ ย่านพระราม 3

32.ไพน์เฮิร์สท กอล์ฟ แอนด์ คันทรีคลับ 33.สนามกอลฟ์ซัมมิท วินด์มิลล์กอลฟ์คลับ 34.ร .พ.พระราม9 35.ธนาคารทหารไทย 36.เครือบริษัท ไทยซัมมิทกรุ๊ป ที่ผลิตผลิตอะไหล่รถยนต์และมอเตอร์ไซด์, ซัมมิท ฟุตแวร์, สนามกอลฟ์ซัมมิท วินด์มิลล์กอลฟ์คลับ ตั้งอยู่บนถนนบางนา-ตราด 37. สื่อค่ายเสื้อแดง เว็บไซต์ประชาไท หนังสือฟ้าเดียวกัน, สำนักข่าวสปริงนิวส์ 38.โรงแรมแกรนด์ วโรรส เชียงใหม่, โรงแรมรอยัลนาคาราที่เชียงใหม่, อัยยะปุระ รีสอร์ท แอนด์ สปา เกาะช้าง 39.ห้างสรรพสินค้า อิมพีเรียล ลาดพร้าว / อิมพีเรียล สำโรง 40. เครื่องดื่ม อิชิตัน (ตัน พาสกรณ์นที), ความจริงวันนี้, ทักษิณสู้, คาราบาวแดง,หมีคอมมานโด 41.รถเมล์ รถตู้ รถแท็กซี ตุ๊กตุ๊ก มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ที่มีสัญลักษณ์เสื้อแดง ธงแดง และสติ๊กเกอร์แดง, เชิดชัยทัวร์ / ตระกูลเชิดชัย มอเตอร์เซลล์ 42. สถานเสริมความงามบอดี้ เชฟ

อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาชี้หลังคำสั่งศาลแพ่งผู้ทีึ่ถูกศาลอาญาออกหมายจับฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฯสามารถขอให้ศาลเพิกถอนหมายจับได้

นายชูชาติ ศรีสังข์ อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสเฟสบุ๊คส่วนตัว Chuchart Srisaeng อธิบายถึงคำพิพากษาของศาลแพ่ง ในคดีที่"นายถาวร เสนเนียม ฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นจำเลย ว่า
.....คำพิพากษาของศาลแพ่งคดีที่นายถาวร เสนเนียม เป็นฟ้องนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับพวก เป็นจำเลย นั้น
.....ขอบอกให้ทราบเพื่อความเข้าใจกันว่า โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง
.....ไม่ได้ขอให้เพิกถอน พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548
.....ตามรัฐธรรมนูญ ศาลไม่มีอำนาจเพิกถอนพระราชกำหนดและพระราชบัญญัติ
.....การเพิกถอนหรือยกเลิกพระราชกำหนดและพระราชบัญญัติเป็นอำนาจของรัฐสภา

.....คำพิพากษาของศาลแพ่งระบุว่า นอกจากมีผูกพันโจทก์และจำเลยแล้วให้มีผลผูกพันถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีหน้าที่ในการปฏิบัติและประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมกับโจทก์ด้วย
.....โดยศาลแพ่งห้ามให้จำเลยทั้งสามคือ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ 1 ร้อยตำรวจเอกฉลิม อยู่บำรุง ที่ 2 พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ที่ 3 ดังต่อไปนี้

.....ห้ามมิให้จำเลยทั้งสาม นำประกาศตามเอกสารหมาย จ.1 มาใช้บังคับเพื่อการออกประกาศ และข้อกำหนดตามเอกสารหมาย จ.4 และ จ.6 และให้ข้อบังคับตามประกาศและข้อกำหนดดังกล่าวไม่มีผลบังคับต่อโจทก์และประชาชน นับแต่วันที่ลงในประกาศและข้อกำหนด รวมทั้งห้ามมิให้จำเลยทั้งสาม กระทำการดังต่อไปนี้
.......1 ห้ามมิให้จำเลยทั้งสาม ใช้หรือสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้ใช้กำลังหรืออาวุธเข้าสลายการชุมนุม ของโจทก์และประชาชนที่ได้ชุมนุมกันโดยสงบและปราศจากอาวุธ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 63 วรรคหนึ่ง
.......2 ห้ามมิให้จำเลยทั้งสาม มีคำสั่งยึดหรืออายัดสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภค เคมีภัณฑืหรือวัตถุอื่นใดที่ได้ใช้ หรือจะใช้สิ่งนั้นเพื่อการกระทำการ หรือสนับสนุนการชุมนุมของโจทก์และประชาชน
.......3 ห้าม มิให้จำเลยทั้งสาม ออกคำสั่งตรวจค้นหรือถอน หรือทำลายซึ่งอาคาร สิ่งปลูกสร้าง หรือ สิ่งกีดขวางของโจทก์และประชาชน
.......4 ห้ามมิให้จำเลยทั้งสาม สั่งการ ให้การ ซื้อ ขาย ใช้ หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้า เวชภัณฑ์ เครื่องอุปโภค บริโภค เคมีภัณฑ์ หรือวัสดุอุปกรณ์ อย่างหนึ่งอย่างใดซึ่งอาจใช้ในการชุมนุมของโจทก์และประชาชน
.......5 ห้ามมิให้จำเลยทั้งสาม สั่งการ ห้ามกระทำการอย่างใดๆ ที่เป็นการปิดการจราจร ปิดเส้นทางคมนาคม หรือกระทำการอื่นใด ที่ทำให้ไม่อาจใช้เส้นทางคมนาคมได้ตามปกติ ในทุกเขตพื้นที่ ที่โจทก์และประชาชนใช้ในการชุมนุม
.......6 ห้ามมิให้จำเลยทั้งสาม ประกาศ กำหนดพื้นที่ที่ห้ามมีการชุมนุมของโจทก์และประชาชน ตั้งแต่5คนขึ้นไป
.......7 ห้ามมิให้จำเลยทั้งสาม สั่งการ ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคม หรือการใช้ยานพาหนะ หรือกำหนดเงื่อนไข ในการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะของโจทก์และประชาชน ใช้ในการชุมนุม
.......8 ห้ามมิให้จำเลยทั้งสาม ห้ามโจทก์และประชาชนใช้อาคารหรือเข้าไป หรืออยู่ในสถานที่ หรือห้ามเข้าไปในพื้นที่ใดๆ
.......9 ห้ามมิให้จำเลยทั้งสาม สั่งให้อพยพโจทก์และประชาชนออกจากพื้นที่การชุมนุมและห้ามมิให้ออกคำสั่งห้ามโจกท์และประชาชนเข้าไปในพื้นที่ชุมนุม

.....ถ้ากล่าวโดยสรุปก็คือตามคำพิพากษาของศาลแพ่ง จำเลยทั้งสามไม่อาจใช้ พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน มาใช้เพื่อห้ามมิให้โจทก์และประชาชนทำการชุมนุมกันต่อไป
.....ผู้เข้าร่วมชุมนุมทุกคนไม่มีความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฯ อีกต่อไป
.....ผู้ทีึ่ถูกศาลอาญาออกหมายจับในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฯ ก็ไปขอให้ศาลเพิกถอนหมายจับได้
.....ต่อจากนี้ไปเจ้าหน้าที่ตำรวจจะขอให้ศาลออกหมายจับในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก. ไม่ได้อีกแล้ว ครับ

ผบ.พล.1 ยัน ทหารไม่ได้ยิง ตำรวจ ที่แยกสะพานผ่านฟ้า

ผบ.พล.1 ยัน ทหารไม่ได้ยิง ตำรวจ ที่แยกสะพานผ่านฟ้า ประณาม หวังสร้างความขัดแย้งตำรวจ-ทหาร เผย เพิ่มจุดความมั่นคงรวม 59 จุด เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน

พล.ต.วราห์ บุญญะสิทธิ์ ผู้บัญชาการกองพลที่1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1รอ.) ผบ.กกล.ทหาร ได้ไปตรวจเยี่ยมกำลังพล ของ กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์(ร.2พัน2รอ.) ที่ได้เข้าปฏิบัติงานบริเวณถนนพระสุเมร ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากเกิดเหตุการณ์การปะทะกันที่บรอเวณสะพานผ่านฟ้า จนทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

พล.ต.วราห์ กล่าวว่า ทหารยังคงยึดมั่นการช่วยเหลือดูแลความปลอดภัยประชาชน ตามนโยบาย ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมระบุ เหตุการณ์เมื่อวานนี้ ทหารทำหน้าที่ดีสุดแล้ว ในการช่วยเหลือประชาชน ประสานโรงพยาบาล มูลนิธิต่างๆ พร้อมช่วยเหลือ ทั้งผู้ชุมนุมและตำรวจ โดยไม่แบ่งแยกว่าเป็นฝ่ายใด ทั้งยังปฏิบัติตามนโยบายอย่างเคร่งครัด

"ยืนยัน ทหารไม่ได้ยิงตำรวจ ตามที่มีการเผยแพร่ ในโซเชียลมีเดีย" พล ต วราห์ กล่าว

โดยมองว่า เป็นการปล่อยข่าว เพื่อหวังให้ทหาร ตำรวจ ขัดแย้งกัน พร้อมประณามการกระทำที่ทำใหข้าราชการขัดแย้งกัน

พลต วราห์ กล่าว่า ได้คุยกับผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 แล้ว หลังเกิดเหตุ โดยทหารได้ เพิ่มชุดปฏิบัติการมวลชน เป็น 29 จุด จุดตรวจเพื่อความมั่นคง 30 จุด โดยทหารทุกนายปฏิบัติหน้าที่ โดยปราศจากอาวุธ ซึ่งใน 1 ชุดปฎิบัติการช่วยเหลือประชาชน จะประกอบด้วย ทหารประชาสัม พันธ์,ทหารเสนารักษ์,สารวัตรทหารและช่างภาพ ประจำจุด 24 ชั่วโมง พร้อมดูแลและช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง และเมื่อเกิดเหตุสามารถเข้าถึงจุดเกิดเหตุได้ทันที เพื่อลำเลียงผู้ป่วยส่ง
ส่งโรงพยาบาล


สมเกียรติ อ่อนวิมล:ประนามรัฐบาลตำรวจก่อความรุนแรงสลายชุมนุม

ขอประนามความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการสลายการชุมนุมของมวลมหาประชาชนในกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 18 กุมพันธ์ 2557

ขอประนาม รตอ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้นิยมแสดงกิริยาอาการหยาบกร้าน และเป็นผู้กำหนดนโยบายใช้ความรุนแรงต่อประชาชน

ขอประนามคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี ที่อำนวยการให้เจ้าหน้าที่รับใช้ความรุนแรงต่อประชาชน โดยไร้กรอบมนุษยธรรมในการจัดการกับการชุมนุมของประชาชนในฐานะพลเมืองผู้ห่วงใยประเทศชาติ และในฐานะประชาชนผู้มีสิทธิแสดงความคิดเห็นและชุมนุมต่อต้านรัฐบาลโดยสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ

อย่างน้อย - คุณยิ่งลักษณ์ ควรจะได้ประกาศแสดงความรับผิดชอบหรือแสดงความเสียใจต่อความสูญเสียอันเกิดความรุนแรงที่ผ่านมานในรอบ 4 เดือน

อย่างมาก - คุณยิ่งลักษณ์ ควรจะแสดงความรับผิดชอบโดยการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

สมเกียรติ อ่อนวิมล
https://www.facebook.com/somkiat.onwimon


ไพศาล ติง กกต.ประกาศลต.ใหม่เองไม่ได้

“ไพศาล” ติง กกต. ให้ทำตัวเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เตือนไม่มีอำนาจประกาศเลือกตั้งใหม่เอง 

นายไพศาล พืชมงคล อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เปิดเผยกับสื่อมวลชนเมื่อเช้าวันนี้ เตือน กกต. ให้ทำตัวเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง อย่าทำให้สังคมกังขาว่ายอมซุกอยู่ใต้กระโปรงรัฐบาลรักษาการ พร้อมเตือน กกต.ไม่มีอำนาจประกาศรับสมัครเลือกตั้งใหม่ตามที่รัฐบาลบงการ 

นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่า กกต.เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มีอำนาจหน้าที่จัดการการเลือกตั้งให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย และต้องจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ขณะนี้รัฐบาลได้แสดงท่าทีกดดันให้ กกต.ประกาศจัดการรับสมัครรับเลือกตั้ง 18 เขตเลือกตั้ง และให้จัดการเลือกตั้งให้เสร็จภายในวันที่ 7 มีนาคม 2557 นอกจากนั้น ยังยอมให้รัฐบาลรักษาการและบริวารข่มขู่คุกคามทั้ง กกต.กลาง และ กกต.เขต จนเห็นได้ชัดว่าจะทำให้เกิดความหวั่นไหว หวาดกลัว ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม จึงขอย้ำเตือนให้ กกต. ตั้งตนเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง อย่าทำตัวเป็นลูกไล่ และกล้าหาญที่จะใช้อำนาจตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายบัญญัติ เพื่อทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ต้องกล้าแจกใบเหลือง ใบแดง ต้องกล้าที่จะดำเนินการให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยถูกต้อง กล้าที่จะแก้ไขสิ่งที่ผิด 

นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าขณะนี้มีความไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมายในการเลือกตั้งในประการที่สำคัญดังต่อไปนี้คือ 

ประการแรก การรับสมัครรับเลือกตั้งขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายอย่างน้อย 2 เรื่องคือ มีการสมคบกัน 8 พรรคลักหลับสมัครตอนตีสาม ผิดเวลาที่ประกาศรับสมัคร มีการรับสมัครเลือกตั้งนอกพื้นที่ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีการสมคบกันลักหลับ ใช้เฮลิคอปเตอร์ของหลวงขนผู้สมัครพรรคเดียวไปลักหลับสมัครตอนตีสี่ ในค่าย ตชด. 

ประการที่สอง มี 18 เขตเลือกตั้งรับสมัครเลือกตั้งไม่ได้ และไม่ประกาศขยายเวลาการสมัครรับเลือกตั้งใหม่ตามอำนาจหน้าที่ จนล่วงพ้นเวลาที่จะรับสมัครเลือกตั้งแล้วก็ไม่ดำเนินการ และบังอาจจัดการเลือกตั้งโดยไม่มีการเลือกตั้ง 18 เขตเลือกตั้ง อันเป็นการฝ่าฝืนต่อรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน เป็นการสมรู้ สมยอมกันระหว่าง กกต.กับรัฐบาล ทั้งๆที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหนทางปฏิบัติไว้ชัดเจนแล้วก็ไม่ปฏิบัติ

ประการที่สาม ปล่อยให้มีการทุจริตในการเลือกตั้งอย่างคึกคักครึกโครม เช่น การใช้ทรัพย์สินและบุคลากรของรัฐเพื่อประโยชน์ในการเลือกตั้ง แต่ไม่ดำเนินการแจกใบเหลือง ใบแดง ทั้งที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องไต่สวน และมีคำสั่งโดยพลัน 

ประการที่สี่ ยอมให้นักการเมืองที่สมัครรับเลือกตั้งข่มขู่คุกคามและกดดัน กระทั่งต้องยอมเข้าไปหา และยอมปฏิบัติตามการข่มขู่คุกคามนั้น ไม่ตั้งอยู่ในความสุจริตและเที่ยงธรรม 

ประการที่ห้า ไม่จัดการเลือกตั้งล่วงหน้าให้แล้วเสร็จก่อนการเลือกตั้งทั่วไป กลับดึงดันที่จะจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าหลังวันเลือกตั้งทั่วไปแล้ว ซึ่งผิดรัฐธรรมนูญ 

ประการที่หก ยอมให้รัฐบาลรักษาการกดดันข่มขู่ให้จัดการเลือกตั้ง 18 เขตเลือกตั้งใหม่ โดยให้ประกาศเลือกตั้งเอง ทำให้เป็นการเลือกตั้งสองหน และ กกต.ไม่มีอำนาจที่จะกำหนดการรับสมัครเลือกตั้งใหม่หลังการเลือกตั้งทั่วไปเสร็จแล้ว เพราะมีแต่อำนาจให้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งใหม่ หากการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งไม่เรียบร้อยหรือมีการทุจริต แม้รัฐบาลจะอ้างคณะกรรมการกฤษฎีกาก็ไม่มีผลผูกมัด กกต. ที่จะต้องยอมทำผิดรัฐธรรมนูญ 

นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าการเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 มีความไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมายมายมายหลายสถาน จะแก้ไขอย่างไรก็ไม่มีทางสำเร็จเพราะไม่มีทางแก้ไขความเป็นโมฆะและความผิดกฎหมายทุกประการนั้นได้ ทางออกที่เหลืออยู่ทางเดียวก็คือ กกต.ต้องไปยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้วินิจฉัยว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นโมฆะ ซึ่ง กกต. อาจต้องระบุผู้รับผิดชอบด้วย เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไปพร้อมกัน เมื่อการเลือกตั้งเป็นโมฆะแล้ว กกต. จึงมีสิทธิ์ที่จะจัดการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญจะได้กำหนดว่าจะต้องออกพระราชกฤษฎีกาใหม่หรือไม่ 

นายไพศาล พืชมงคล กล่าวอีกว่ารัฐบาลใหม่ที่จะเข้ารับตำแหน่งหลังการเลือกตั้งนั้น มีอยู่สองความหมาย คือ คณะรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง และคณะรัฐมนตรีที่มาจากรัฐธรรมนูญมาตรา 7 ดังนั้นเมื่อครบกำหนดเวลาที่รัฐบาลรักษาการจะอยู่ในอำนาจแล้ว ไม่สามารถประกาศผลการเลือกตั้งได้ ก็เป็นหน้าที่ของผู้มีหน้าที่ที่จะนำความกราบบังคมทูลเพื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เพื่อตั้งคณะรัฐมนตรีเข้าบริหารราชการแผ่นดินต่อไป ในกรณีนี้คณะรัฐมนตรีใหม่จะมีอำนาจเต็มตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ เพราะไม่ใช่รัฐบาลรักษาการ ในขณะที่ กกต.ก็จะต้องจัดการเลือกตั้งต่อไปตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ.

http://www.paisalvision.com/news/paisal-new/11145-2014-02-19-05-01-05.html
“ไพศาล” ติง กกต. ให้ทำตัวเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เตือนไม่มีอำนาจประกาศเลือกตั้งใหม่เอง 

นายไพศาล พืชมงคล อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เปิดเผยกับสื่อมวลชนเมื่อเช้าวันนี้ เตือน กกต. ให้ทำตัวเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง อย่าทำให้สังคมกังขาว่ายอมซุกอยู่ใต้กระโปรงรัฐบาลรักษาการ พร้อมเตือน กกต.ไม่มีอำนาจประกาศรับสมัครเลือกตั้งใหม่ตามที่รัฐบาลบงการ 

นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่า กกต.เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มีอำนาจหน้าที่จัดการการเลือกตั้งให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย และต้องจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ขณะนี้รัฐบาลได้แสดงท่าทีกดดันให้ กกต.ประกาศจัดการรับสมัครรับเลือกตั้ง 18 เขตเลือกตั้ง และให้จัดการเลือกตั้งให้เสร็จภายในวันที่ 7 มีนาคม 2557 นอกจากนั้น ยังยอมให้รัฐบาลรักษาการและบริวารข่มขู่คุกคามทั้ง กกต.กลาง และ กกต.เขต จนเห็นได้ชัดว่าจะทำให้เกิดความหวั่นไหว หวาดกลัว ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม จึงขอย้ำเตือนให้ กกต. ตั้งตนเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง อย่าทำตัวเป็นลูกไล่ และกล้าหาญที่จะใช้อำนาจตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายบัญญัติ เพื่อทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ต้องกล้าแจกใบเหลือง ใบแดง ต้องกล้าที่จะดำเนินการให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยถูกต้อง กล้าที่จะแก้ไขสิ่งที่ผิด 

นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าขณะนี้มีความไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมายในการเลือกตั้งในประการที่สำคัญดังต่อไปนี้คือ 

ประการแรก การรับสมัครรับเลือกตั้งขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายอย่างน้อย 2 เรื่องคือ มีการสมคบกัน 8 พรรคลักหลับสมัครตอนตีสาม ผิดเวลาที่ประกาศรับสมัคร มีการรับสมัครเลือกตั้งนอกพื้นที่ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีการสมคบกันลักหลับ ใช้เฮลิคอปเตอร์ของหลวงขนผู้สมัครพรรคเดียวไปลักหลับสมัครตอนตีสี่ ในค่าย ตชด. 

ประการที่สอง มี 18 เขตเลือกตั้งรับสมัครเลือกตั้งไม่ได้ และไม่ประกาศขยายเวลาการสมัครรับเลือกตั้งใหม่ตามอำนาจหน้าที่ จนล่วงพ้นเวลาที่จะรับสมัครเลือกตั้งแล้วก็ไม่ดำเนินการ และบังอาจจัดการเลือกตั้งโดยไม่มีการเลือกตั้ง 18 เขตเลือกตั้ง อันเป็นการฝ่าฝืนต่อรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน เป็นการสมรู้ สมยอมกันระหว่าง กกต.กับรัฐบาล ทั้งๆที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหนทางปฏิบัติไว้ชัดเจนแล้วก็ไม่ปฏิบัติ 

ประการที่สาม ปล่อยให้มีการทุจริตในการเลือกตั้งอย่างคึกคักครึกโครม เช่น การใช้ทรัพย์สินและบุคลากรของรัฐเพื่อประโยชน์ในการเลือกตั้ง แต่ไม่ดำเนินการแจกใบเหลือง ใบแดง ทั้งที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องไต่สวน และมีคำสั่งโดยพลัน 

ประการที่สี่ ยอมให้นักการเมืองที่สมัครรับเลือกตั้งข่มขู่คุกคามและกดดัน กระทั่งต้องยอมเข้าไปหา และยอมปฏิบัติตามการข่มขู่คุกคามนั้น ไม่ตั้งอยู่ในความสุจริตและเที่ยงธรรม 

ประการที่ห้า ไม่จัดการเลือกตั้งล่วงหน้าให้แล้วเสร็จก่อนการเลือกตั้งทั่วไป กลับดึงดันที่จะจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าหลังวันเลือกตั้งทั่วไปแล้ว ซึ่งผิดรัฐธรรมนูญ 

ประการที่หก ยอมให้รัฐบาลรักษาการกดดันข่มขู่ให้จัดการเลือกตั้ง 18 เขตเลือกตั้งใหม่ โดยให้ประกาศเลือกตั้งเอง ทำให้เป็นการเลือกตั้งสองหน และ กกต.ไม่มีอำนาจที่จะกำหนดการรับสมัครเลือกตั้งใหม่หลังการเลือกตั้งทั่วไปเสร็จแล้ว เพราะมีแต่อำนาจให้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งใหม่ หากการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งไม่เรียบร้อยหรือมีการทุจริต แม้รัฐบาลจะอ้างคณะกรรมการกฤษฎีกาก็ไม่มีผลผูกมัด กกต. ที่จะต้องยอมทำผิดรัฐธรรมนูญ 

นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าการเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 มีความไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมายมายมายหลายสถาน จะแก้ไขอย่างไรก็ไม่มีทางสำเร็จเพราะไม่มีทางแก้ไขความเป็นโมฆะและความผิดกฎหมายทุกประการนั้นได้ ทางออกที่เหลืออยู่ทางเดียวก็คือ กกต.ต้องไปยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้วินิจฉัยว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นโมฆะ ซึ่ง กกต. อาจต้องระบุผู้รับผิดชอบด้วย เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไปพร้อมกัน เมื่อการเลือกตั้งเป็นโมฆะแล้ว กกต. จึงมีสิทธิ์ที่จะจัดการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญจะได้กำหนดว่าจะต้องออกพระราชกฤษฎีกาใหม่หรือไม่ 

นายไพศาล พืชมงคล กล่าวอีกว่ารัฐบาลใหม่ที่จะเข้ารับตำแหน่งหลังการเลือกตั้งนั้น มีอยู่สองความหมาย คือ คณะรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง และคณะรัฐมนตรีที่มาจากรัฐธรรมนูญมาตรา 7 ดังนั้นเมื่อครบกำหนดเวลาที่รัฐบาลรักษาการจะอยู่ในอำนาจแล้ว ไม่สามารถประกาศผลการเลือกตั้งได้ ก็เป็นหน้าที่ของผู้มีหน้าที่ที่จะนำความกราบบังคมทูลเพื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เพื่อตั้งคณะรัฐมนตรีเข้าบริหารราชการแผ่นดินต่อไป ในกรณีนี้คณะรัฐมนตรีใหม่จะมีอำนาจเต็มตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ เพราะไม่ใช่รัฐบาลรักษาการ ในขณะที่ กกต.ก็จะต้องจัดการเลือกตั้งต่อไปตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ.

http://www.paisalvision.com/news/paisal-new/11145-2014-02-19-05-01-05.html

มทภ1ยืนยันทหารไม่ประกาศกฏอัยการศึก

มทภ.1 ยันไม่ถึงขั้นประกาศกฎอัยการศึก เผย”ผบ.ทบ.”ห่วงเหตุปะทะ วอนอย่าใช้ความรุนแรง พร้อมส่งทหารเสนารักษ์ลงพื้นที่เพิ่ม 

วันที่ 18 ก.พ.57 พล.ท.ธีรชัย นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า จะมีการประกาศกฎอัยการศึกเพื่อควบคุมสถานการณ์ว่า ขณะนี้สถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นที่จะต้องมีการประกาศกฎอัยการศึก เพราะขณะนี้ต่างฝ่ายต่างได้ถอยกลับเข้าสู่ที่ตั้งแล้ว ซึ่งทางพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้ติดตามสถานการณ์อยู่ตลอด และมีความเป็นห่วงเหตุการณ์ปะทะกันของคนไทยเป็นอย่างมาก เพราะไม่อยากให้ใช้ความรุนแรงซึ่งกันและกัน และอยากให้มีการเจรจากัน เนื่องจากทุกคนต่างเป็นคนไทยด้วยกันน่าจะมีการพูดคุยกันได้ ทั้งนี้ยืนยันว่า ทางทหารจะอยู่ตรงกลางไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทั้งนั้น ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะมีการขอคืนพื้นที่เพิ่มนั้น เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และศูนย์รักษาความสงบ(ศรส.) ส่วนทางกองทัพมีหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยไม่ให้สองฝ่ายใช้ความรุนแรงปะทะกัน ซึ่งโดยนโยบายของผบ.ทบ.ได้เน้นย้ำเรื่องการไม่ให้ใช้ความรุนแรงซึ่งขณะนี้ได้มีการเพิ่มทหารเสนารักษ์ในแต่ละจุด เพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับทุกฝ่ายแล้ว
มทภ.1 ยันไม่ถึงขั้นประกาศกฎอัยการศึก เผย”ผบ.ทบ.”ห่วงเหตุปะทะ วอนอย่าใช้ความรุนแรง พร้อมส่งทหารเสนารักษ์ลงพื้นที่เพิ่ม 

                วันที่ 18 ก.พ.57 พล.ท.ธีรชัย  นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า จะมีการประกาศกฎอัยการศึกเพื่อควบคุมสถานการณ์ว่า ขณะนี้สถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นที่จะต้องมีการประกาศกฎอัยการศึก เพราะขณะนี้ต่างฝ่ายต่างได้ถอยกลับเข้าสู่ที่ตั้งแล้ว ซึ่งทางพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้ติดตามสถานการณ์อยู่ตลอด และมีความเป็นห่วงเหตุการณ์ปะทะกันของคนไทยเป็นอย่างมาก  เพราะไม่อยากให้ใช้ความรุนแรงซึ่งกันและกัน และอยากให้มีการเจรจากัน เนื่องจากทุกคนต่างเป็นคนไทยด้วยกันน่าจะมีการพูดคุยกันได้ ทั้งนี้ยืนยันว่า ทางทหารจะอยู่ตรงกลางไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทั้งนั้น ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะมีการขอคืนพื้นที่เพิ่มนั้น เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และศูนย์รักษาความสงบ(ศรส.) ส่วนทางกองทัพมีหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยไม่ให้สองฝ่ายใช้ความรุนแรงปะทะกัน  ซึ่งโดยนโยบายของผบ.ทบ.ได้เน้นย้ำเรื่องการไม่ให้ใช้ความรุนแรงซึ่งขณะนี้ได้มีการเพิ่มทหารเสนารักษ์ในแต่ละจุด เพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับทุกฝ่ายแล้ว

ข่าวลือ สงครามแตกหักกำลังจะเริ่ม?

ร.อ.นพ.บรรพต หัวใจ หมอเอ้

ไม่รู้ว่าจริงหรือหลอก

ข้อมูลข่าวลือเยอะ เยอะจนทำให้คนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องพลอยเสียหาย

สำหรับข่าว ส่งต่อมานี้...

สิ่งที่น่าเชื่อถือ คือ ทษ ยล กำลังเป็นหมาจนตรอกต่อศาล 
มีกำลังในการใช้เงินที่มีมหาศาลทำอะไรกับใครยังไงก็ได้
ถ้าต้องเข้าตาจนขนาดนี้
...แต่ถึงอย่างไร
ก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นจริง

และผมเชื่อใน...
สามัญสำนึกของมนุษย์ต้องมี
ต้องมีมากกว่าสรรพสัตว์ต่างๆ
และมากพอที่จะยับยั้งชั่งใจ
ไม่ให้ทำบาป...กับมนุษย์ด้วยกันเอง

แต่จะใช้สามัญสำนึกที่ว่า กับ คนกลุ่มนี้ได้ไหม
...ชักไม่มั่นใจ!!

......

เตรียมใจพร้อมเข้าสู่สงครามแล้ว.,
1. ทษ-ยล (2พี่น้อง)และพรรค พท กำลังอยู่ปากเหว เดินหน้าไม่ได้ถอยหลังก็ไม่ได้ทหารตั้งบังเกอร์หลายจุดเหมือนกำลังจะเตรียมรบ
2. ทษ.ระดมกำลัง ตร. กว่า 20000 คนและเสื้อแดงฮาดคอร์กว่า 600 คนอาวุธครบมือพร้อมแล้ว
3. สหายสายเหยี่ยวทีมกุนซือ เสนอ ทษ.ให้ใช้กำลังเข้าปราบผู้ชุมนุมให่มีคนตายสัก 1000 คน ม็อบก็จะเลิก (เรื่องแผนนี้นายนิธิ ก็เสนอให้ใช้)
4. ให้จับตายกำนันและกวาดล้างฝ่ายสนับสนุนให้หมด 
จึงได้เห็นความเคลื่อนไหวจากทหารดังนี้
1. ทหารส่งกำลังกว่า 4000 นายพร้อมอาวุธรุ่นใหม่ออกมาปกป้องมวลชนพร้อมการตั่งบังเกอร์
2. จัดชุดปฎิบัติการพิเศษกว่า 1000 นายพร้อมอาวุธไร้รูปแบบเตรียมตอบโต้
3. เคลื่อนกำลังอาวุธหนักและกำลังพลกว่า 50000 นาย. ในที่ตั้งกทม
4.เตรียมฮ. ติดอาวุธหนักกว่า 20 ลำ
5. มีคำสั่งให้กวาดล้างแกนนำแดงทุกระดับกว่า750คนขั้นเด็ดขาด/ไม่จับตัวขึ้นศาล
6. ส่งทหารจากภาค4ไปเสริมภาค2เพื่อตอบโต้การลุกฮือของ นปช และฐานที่มั่นอีสาน
7. มีผู้ใหญ่หลายคนทั้ง ศุภชัย สุรินทร์ สุรเกียรติ และอีกหลายคนทำงานด้านสากลเพื่อทำลายการโกหกของ ทษ.
สงครามแตกหักกำลังเริ่มต้นแล้ว ระมัดระวังตัวกันด้วย
ถูกใจ ·  · แชร์ · ประมาณ 1 ชั่วโมงที่แล้ว · 
52 คน ถูกใจสิ่งนี้
13 แชร์
ดูอีก 3 ความคิดเห็น

Phawikaphat Wannasaeng ขอให้ประเทศสงบอน่าได้มีอะไรอีกเลยคะ
ประมาณ 1 ชั่วโมงที่แล้ว · ถูกใจ · 1

พีรดล ภาสกรณ์ ขั้นตอน1-3ข้างต้นสอดคล้องกับแผนของทักษิณที่วางไว้ตั้งแต่เดือนมกรา ว่าต้องให้มีการเลือกตั้ง2ก.พ.ให้ได้ ขั้นตอนดังกล่าวเป็นแผนข้อ9-10ของทษ. เรื่องจริงค่ะหมอ : ความเลวของคนเลวเป็นสิ่งที่คนเกรงกลัวและละอายต่อบาปไม่เคยคิด และคิดไม่ถึงเลยจริงๆ : ผีห่าซาตานครองเมือง คนใช้ไสยศาสตร์นำการปกครองมันเป็นไปไม่ได้
ประมาณ 1 ชั่วโมงที่แล้ว · ถูกใจ · 2

Jazzy Jazz จริงหรือ เหมือนสงครามกลางเมืองกำลังจะเกิดขึ้นเลยเนาะ รู้สึกเศร้าใจจัง
45 นาทีที่แล้ว · ถูกใจ

LadyAnarin Chaiyasit ขอให้ปลอดภัย
31 นาทีที่แล้ว · ถูกใจ


กกต.บอกยิ่งลักษณ์แถลงออกทีวีพูลอาจผิดกม.

กกต.ชี้ คำแถลงนายกรัฐมนตรีผ่านทีวีเฉพาะกิจเรื่องข้าวเมื่อวาน อาจเป็นปัญหา เนื่องจากยังอยู่ในช่วงการเลือกตั้ง (1) ใช้สื่อวิทยุโทรทัศน์หาเสียง ขัด ม.60 พรบ. ประกอบ และประกาศ กกต.ว่าด้วย การหาเสียงฯ พ.ศ.2550 (2) สัญญาว่าจะให้ ตาม ม.53(1)(2) พรบ.ประกอบ (3) ใช้สื่อวิทยุโทรทัศน์หาเสียง ขัด ม.60 และประกาศ กกต.ว่าด้วย การหาเสียงฯ พ.ศ.2550 (1)+(2)+(3) ขัดต่อ รธน.ม.181(4) เรื่องการใช้ทรัพยากรของรัฐในการหาเสียง

ตร.ชุดนเรศวร261ตรึงเมืองทอง

นเรศวร 261 เข้าประจำจุดที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมแล้ว หลังจากที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้นำมวลชนมาปิดล้อมเพื่อจะขับไล่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 

ทำตามหน้าที่นะครับ รอสำหรับคนเล่นนอกกติกา 

(8:00 น. 19 ก.พ.2557)

( Cr.Thailand Police Story )
นเรศวร 261 เข้าประจำจุดที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมแล้ว หลังจากที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้นำมวลชนมาปิดล้อมเพื่อจะขับไล่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 

ทำตามหน้าที่นะครับ รอสำหรับคนเล่นนอกกติกา 

(8:00 น. 19 ก.พ.2557)

( Cr.Thailand Police Story )

ไทกร ชี้เป้า ยิ่งลักษณ์อยู่ที่บ้าน

19 ก.พ. 2557
เช็คข่าวล่าสุด...09.40 น. Cr.@ไทกร พลสุวรรณ
สันติบาลแจ้งว่ายิ่งลักษณ์อยู่บ้านที่ซอยโยธินพัฒนา 3 เลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ตำรวจได้รับคำสั่งให้เตรียมพร้อมเคลื่อนที่ได้ทันที คาดว่ายิ่งลักษณ์จะเดินทางไปสนามบินเพื่อเดินทางไปเชียงใหม่หากมี
ผู้ชุมนุมบุกมาที่บ้านสนามฟุตบอลของน้องไบร์ทข้างบ้านถูกปรับให้สามารถลงจอดเฮลิคอปเตอร์ได้ สันติบาลแจ้งว่า มีเฮลิคอปเตอร์ถูกสั่งให้แสตนบายสองลำ
1. Bell ของกองบินตำรวจ
2. EC 135 ของเอกชน
จึงแจ้งข่าวมาให้ทราบ

สัปดาห์สุดท้ายรัฐบาลร่างทรง

จบเร็วๆนี้
”ขอแจ้งให้ทราบว่า สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายของ รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ร่างทรง ทักษิณ –พจมาน หลายท่านอาจจะหูผึ่งว่า แล้ว รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ สามหนาห้าห่วงนี้ จะไปด้วยวิธีใด ก็ขอตอบว่า “กองทัพ” จะจัดการเอง...บางคนอาจจะบอกว่า “กองทัพ”ยุคนี้ โดยเฉพาะตัว “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อาจจะไม่มีน้ำยา เนื่องจาก “บิ๊กตู่”กำลังจะเกษียรเลยไม่อยากทำอะไรให้ “ปูเน่า” เจ็บกระดองใจเพราะเห็นว่า เป็นสตรีเพศ ไม่อยากได้ชื่อว่า ชายอกสามศอกไปรังแกหญิง แต่เพื่อชาติบ้านเมือง ไม่ให้”ฉิบหาย”ไปกว่านี้ บรรดาเหล่าทัพ จำเป็นต้องเป็นคน “ปิดเกม”..จากข่าววงในที่ได้รับการยืนยันมาคือ ทั้ง 3 บิ๊ก พล.อ.ประยุทธ์ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย แม่ทัพเรือ และพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง แม่ทัพอากาศ ได้ขีดเส้นตายให้ ยิ่งลักษณ์ ว่าให้ลาออกจากนายกฯรักษาการณ์ภายในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ซึ่งเหลือเวลาอีก 4 วัน ที่ ยิ่งลักษณ์ จะต้องตัดสินใจ..

ฉะนั้น หลังจากที่ ยิ่งลักษณ์ รายงานให้ ทักษิณ ที่พม่าได้รับทราบ ทักษิณ จึงสั่งปรับแผนใหม่ จากการใช้กำลังเข้ากวาดล้าง กลุ่มกปปส. แล้วหันมาเจรจาแทน แต่ในวงเจรจานั้น ฝ่าย ทักษิณ ขอมากเกินไปเช่น ให้มีการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ แล้วฝ่าย ทักษิณ เข้าไปเป็นรัฐมนตรี ให้ยกเลิกคดีความทั้งหมด ทั้งในอดีตและปัจจุบัน และที่สำคัญคือ ต้องยกเลิกคดีทุจริตจำนำข้าวที่ ยิ่งลักษณ์ กำลังจะโดน ปปช.คั่วกลิ้งอยู่ในขณะนี้ เพราะจากข้อมูลวงในเชื่อว่า ยิ่งลักษณ์ รอดยาก ทักษิณ คงเล็งเห็นแล้วว่า ยิ่งลักษณ์ จะตกที่นั่งเหมือนตนเอง คือถ้าไม่ยอมติดคุกก็ไม่มีแผ่นดินอยู่ แต่ปรากฎว่า วงเจรจาเหลว เพราะ กปปส.ไม่เอาด้วย

แน่นอนว่า พอสิ้นเสียงคำตอบว่า “โน” เท่านั้นแหละ ทักษิณ ต้องใช้แผนสองคือ ทำอย่างไรก็ได้เพื่อขอคืนพื้นที่ โดยสั่งให้ “สารวัตรเหลิม อยู่บำรุง” ผอ.ศรส.เดินหน้ายึดคืนทำเนียบรัฐบาล ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ และกระทรวงมหาดไทย แต่ “สารวัตรเหลิม”ก็ทำงานเหลวไม่เป็นท่า เพราะในสถานการณ์นี้ มี “นักรบป๊อปคอร์น” ปักหลักอยู่ในจุดสำคัญ ขืนตำรวจของ “สารวัตรเหลิม”ผลีผลามลงไม้ลงมือ มีหวังเจอการสวนกลับของ “นักรบป๊อปคอร์น”อย่างแน่นอน...หลายคนคิดว่า หากยิ่งลักษณ์ ไม่ลาออกจากรักษาการณ์ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ บรรดา “ขุนทหาร”จะทำอย่างไร

 ก็พอทราบว่า วันที่ 21 กุมภาพันธ์ บรรดาผบ.3เหล่าทัพ ไปดูการฝึกใช้อาวุธจริง”คอบร้าโกล์ด”ที่ จ.จันทบุรี ไม่มีใครอยู่กทม. นี่จึงเป็นการเปิดช่องให้ แม่ทัพภาค1 ประกาศใช้กฎอัยการศึก เพื่อควบคุมพื้นที่กทม. ซึ่งตามมาตรา 6 ของ พรบ.กฎอัยการศึก นั้นให้อำนาจทหาร มีอำนาจเหนือข้าราชการพลเรือนและข้าราชการอื่นทั้งหมด จึงเป็นช่องทางที่ทหารจะเข้ามายึดกุมสถานการณ์ไว้ทั้งหมด ไม่ใช่การปฏิวัติ แต่เป็นการ “ยึดอำนาจ”จาก ศรส. ซึ่งรัฐบาลใช้เป็นเครื่องมือในการค้ำบัลลังก์ ยิ่งลักษณ์ 

เมื่อจัดการกับ ศรส. ซึ่งมีตำรวจเป็นหน่วยหลัก กำลังให้หนุน ยิ่งลักษณ์ ก็จะไม่มี เพราะกำลังจาก สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ของ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ก็มาจาก พล.ปตอ.ซึ่งเป็นกำลังที่อยู่ใต้การบังคับบัญชาของ กองทัพภาคที่ 1 เป็นปฏิบัติการ “เด็ดปีกรัฐตำรวจ”
”ขอแจ้งให้ทราบว่า สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายของ รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ร่างทรง ทักษิณ –พจมาน หลายท่านอาจจะหูผึ่งว่า แล้ว รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ สามหนาห้าห่วงนี้ จะไปด้วยวิธีใด ก็ขอตอบว่า “กองทัพ” จะจัดการเอง...บางคนอาจจะบอกว่า “กองทัพ”ยุคนี้ โดยเฉพาะตัว “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อาจจะไม่มีน้ำยา เนื่องจาก “บิ๊กตู่”กำลังจะเกษียรเลยไม่อยากทำอะไรให้ “ปูเน่า” เจ็บกระดองใจเพราะเห็นว่า เป็นสตรีเพศ ไม่อยากได้ชื่อว่า ชายอกสามศอกไปรังแกหญิง แต่เพื่อชาติบ้านเมือง ไม่ให้”ฉิบหาย”ไปกว่านี้ บรรดาเหล่าทัพ จำเป็นต้องเป็นคน “ปิดเกม”..จากข่าววงในที่ได้รับการยืนยันมาคือ ทั้ง 3 บิ๊ก พล.อ.ประยุทธ์ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย แม่ทัพเรือ และพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง แม่ทัพอากาศ ได้ขีดเส้นตายให้ ยิ่งลักษณ์ ว่าให้ลาออกจากนายกฯรักษาการณ์ภายในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ซึ่งเหลือเวลาอีก 4 วัน ที่ ยิ่งลักษณ์ จะต้องตัดสินใจ..ฉะนั้น หลังจากที่ ยิ่งลักษณ์ รายงานให้ ทักษิณ ที่พม่าได้รับทราบ ทักษิณ จึงสั่งปรับแผนใหม่ จากการใช้กำลังเข้ากวาดล้าง กลุ่มกปปส. แล้วหันมาเจรจาแทน แต่ในวงเจรจานั้น ฝ่าย ทักษิณ ขอมากเกินไปเช่น ให้มีการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ แล้วฝ่าย ทักษิณ เข้าไปเป็นรัฐมนตรี ให้ยกเลิกคดีความทั้งหมด ทั้งในอดีตและปัจจุบัน และที่สำคัญคือ ต้องยกเลิกคดีทุจริตจำนำข้าวที่ ยิ่งลักษณ์ กำลังจะโดน ปปช.คั่วกลิ้งอยู่ในขณะนี้ เพราะจากข้อมูลวงในเชื่อว่า ยิ่งลักษณ์ รอดยาก ทักษิณ คงเล็งเห็นแล้วว่า ยิ่งลักษณ์ จะตกที่นั่งเหมือนตนเอง คือถ้าไม่ยอมติดคุกก็ไม่มีแผ่นดินอยู่ แต่ปรากฎว่า วงเจรจาเหลว เพราะ กปปส.ไม่เอาด้วย
แน่นอนว่า พอสิ้นเสียงคำตอบว่า “โน” เท่านั้นแหละ ทักษิณ ต้องใช้แผนสองคือ ทำอย่างไรก็ได้เพื่อขอคืนพื้นที่ โดยสั่งให้ “สารวัตรเหลิม อยู่บำรุง” ผอ.ศรส.เดินหน้ายึดคืนทำเนียบรัฐบาล ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ และกระทรวงมหาดไทย แต่ “สารวัตรเหลิม”ก็ทำงานเหลวไม่เป็นท่า เพราะในสถานการณ์นี้ มี “นักรบป๊อปคอร์น” ปักหลักอยู่ในจุดสำคัญ ขืนตำรวจของ “สารวัตรเหลิม”ผลีผลามลงไม้ลงมือ มีหวังเจอการสวนกลับของ “นักรบป๊อปคอร์น”อย่างแน่นอน...หลายคนคิดว่า หากยิ่งลักษณ์ ไม่ลาออกจากรักษาการณ์ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ บรรดา “ขุนทหาร”จะทำอย่างไร ก็พอทราบว่า วันที่ 21 กุมภาพันธ์ บรรดาผบ.3เหล่าทัพ ไปดูการฝึกใช้อาวุธจริง”คอบร้าโกล์ด”ที่ จ.จันทบุรี ไม่มีใครอยู่กทม. นี่จึงเป็นการเปิดช่องให้ แม่ทัพภาค1 ประกาศใช้กฎอัยการศึก เพื่อควบคุมพื้นที่กทม. ซึ่งตามมาตรา 6 ของ พรบ.กฎอัยการศึก นั้นให้อำนาจทหาร มีอำนาจเหนือข้าราชการพลเรือนและข้าราชการอื่นทั้งหมด จึงเป็นช่องทางที่ทหารจะเข้ามายึดกุมสถานการณ์ไว้ทั้งหมด ไม่ใช่การปฏิวัติ แต่เป็นการ “ยึดอำนาจ”จาก ศรส. ซึ่งรัฐบาลใช้เป็นเครื่องมือในการค้ำบัลลังก์ ยิ่งลักษณ์ เมื่อจัดการกับ ศรส. ซึ่งมีตำรวจเป็นหน่วยหลัก กำลังให้หนุน ยิ่งลักษณ์ ก็จะไม่มี เพราะกำลังจาก สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ของ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ก็มาจาก พล.ปตอ.ซึ่งเป็นกำลังที่อยู่ใต้การบังคับบัญชาของ กองทัพภาคที่ 1 เป็นปฏิบัติการ “เด็ดปีกรัฐตำรวจ”