PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ยิ่งลักษณ์ โพส FB ยันประเทศไทยยังมีเศษฐกิจที่แข็งแกร่ง

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพ และปัจจัยพื้นฐานทางด้านเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง โดยจากการจัดอันดับความยาก-ของการทำธุรกิจ ของปี 2557 ที่จัดทำโดยธนาคารโลกนั้น ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 18 ของประเทศน่าลงทุนในธุรกิจโลก และที่สำคัญการรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียนจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยดึงดูดความต้องการลงทุนจากนอกภูมิภาคเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ดี ปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจลงทุนคือความเชื่อมั่น และเมื่อพิจารณาจากคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน ประเทศเรามีมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศในปีที่ผ่านมาคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 5 ของ GDP ก็จะเห็นได้ว่าประเทศเรายังมีความเชื่อมั่นในระดับดี

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมารัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นมาโดยตลอด และอยากให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันรักษาความเชื่อมั่นเพื่อรักษาโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศค่ะ
จากข้อมูลของทาง คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ภาพรวมการลงทุนตลอดปี 2556 ที่ผ่านมา (มกราคม-ธันวาคม 2556) มีโครงการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนทั้งสิ้น 2,237 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 1,110,400 ล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงานรวมทั้งสิ้น 207,463 คน ซึ่งนับเป็นโครงการที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment - FDI) จํานวน 1,132 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 524,768 ล้านบาท

สำหรับในปี 2557 นี้ สืบเนื่องมาจากปัญหาการเมืองที่ต่อเนื่อง การที่มีรัฐบาลรักษาการปฏิบัติหน้าที่ ก็ทำให้การดำเนินงาน มีข้อจำกัดและขั้นตอนมากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนที่จะต้องมีการข้อความเห็นจาก กกต. จึงทำให้ปัจจุบันมีที่คำขอรับการส่งเสริมที่ค้างการพิจารณา จาก BOI เป็นมูลค่าเกือบ 5 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ โครงการที่ค้างอยู่ควรจะได้รับการพิจารณาอนุมัติตามขั้นตอนโดยด่วน เพราะเป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ในหลายสาขา ซึ่งจะก่อให้เกิดการก่อสร้างโรงงาน และการจ้างงานตามมาอีกมากในอนาคต ดังนั้น เพื่อให้การลงทุนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ทาง BOI จึงได้มีการขอความเห็นจาก กกต. โดยทาง กกต. ได้ให้ความเห็นว่าน่าจะสามารถดำเนินการตามอำนาจได้ โดยจะต้องไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ทั้งนี้ รัฐบาลจึงได้มอบหมายให้ BOI เร่งดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมายเพื่อให้สามารถอนุมัติโครงการได้โดยเร็ว

นอกจากนี้ถ้าเราดูจากมูลค่าของการลงทุนที่รอการอนุมัติในปีนี้ก็ยังแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยยังมีปัจจัยพื้นฐานที่ดึงดูดเงินลงทุนจากต่างชาติอยู่ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่โครงการลงทุนขนาดใหญ่จำนวนมากถูกพิจารณาล่าช้าออกไปในช่วงเวลาที่ทุกประเทศกำลังเตรียมพร้อมเข้าสู่ตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เพราะอาจทำให้นักลงทุนบางรายเปลี่ยนใจหันไปลงทุนในประเทศอื่นๆ แทนได้

เปิดเอกสาร เหลือเวลา 7 วัน บัวแก้ว ต่อสัญญาจ้างบริษัทล็อบบี้ยิสต์โน้มน้าวสภาสหรัฐสัญญาสร้างฐานทัพเรือในไทย

 เหลือเวลา 7 วันแล้ว ที่ หัวเหม่งบัวแก้ว จะไปทำการต่อสัญญาจ้าง บริษัท Davenport McKesson Corporation ซึ่งเป็น lobbyist ในวันที่ 28 กพ นี้ เพื่อให้คอยทำหน้าที่โน้มน้าว สมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ และกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ในเรื่อง 1.การตั้งสำนักงานในสหรัฐฯ เพื่อทำหน้าที่ตัวแทนการค้าต่างประเทศสำหรับประเทศไทยโดยใช้เจ้าหน้าที่ดำเนินงานชาวอเมริกัน และ 2.กิจการกลาโหม อาทิ การสร้างฐานทัพเรือในประเทศไทยสำหรับภารกิจปกป้องน่านฟ้า การจัดตั้ง safe habor zone ในทะเลจีนใต้

โดยเอกสารที่เกี่ยวข้องกันในรหัส NAICS Code. 541690. และ RFP-USTDA-14-D-0001 ระบุให้เห็นชัดเจนว่า การค้า เป็นเรื่อง Energy Sector Planning Services จึงมิใช่การค้าธรรมดา แต่เป็นการค้าด้านพลังงาน

นอกจากนี้ ยังกระบุถึงการให้บริการ ถึงกิจกรรมทางการเมือง ตามที่กำหนดไว้ในส่วนที่ 1(0)ของพระราชบัญญัติ การลงทะเบียนเอเย่นต์ปี 1938 ซึ่งมีนัยสำคัญถึงการเข้าไปกระทำ หรือมีกิจกรรมทางการเมือง เพื่อทำให้เกิดก ารรักษาผลประโยชน์ และผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ ทั้งของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาและของรัฐบาลตลอดจนพรรคการเมืองของไทย

อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ ระบุว่า การจ้างบริษัทล็อบบี้ เพื่อให้ไปเป็นตัวแทน เป็นการกระทำของรัฐบาล เพื่อให้ราชอาณาจักร ส่วนหนึ่งส่วนใดของ ราชอาณาจักรตกไปอยู่ใต้อำนาจอธิปไตย ของรัฐต่างประเทศ หรือเพื่อให้เอกราช ของรัฐเสื่อมเสียไป เป็นการกระทำความผิดอาญา ในความผิดต่อความมั่นคง ของรัฐภายนอกราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 119 แม้ความเสียหายยังไม่เกิดขึ้น กับราชอาณาจักรไทย การกระทำ ของรัฐบาลไทยโดยนางสาวยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรีที่ ได้กระทำไปนั้น เป็นความผิดอาญามาตรา 119 สำเร็จแล้ว เพราะการกระทำ ในขั้นตระเตรียมการ หรือขั้นพยายามกระทำความผิด และไม่ว่าคณะรัฐมนตรี จะเป็นตัวการหรือผู้สนับสนุน กฎหมายได้บัญญัติให้ลงโทษเท่ากันในความผิดสำเร็จตามมาตรา 119 ประกอบกับมาตรา 128 , 129 ทุกคน

การจ้างให้บริษัทเอกชนต่างชาติให้ดำเนินการเพื่อให้สหรัฐได้ประโยชน์จากประเทศไทย หรือประเทศอื่น โดยผ่านช่องทางที่ไม่ใช่ช่องทางทางการทูต ( non – diplomatic channels ) นั้น กฎหมายในประเทศของสหรัฐฯ ไม่อาจคุ้มครองการกระทำความผิดกฎหมายอาญา อันเป็นกฎหมายภายในประเทศของราชอาณาจักรไทยได้ ผู้กระทำความผิดอาญาในความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักร ก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามโทษานุโทษต่อไป

นอกจากจะเป็นการกระทำความผิดกฎหมายอาญาในความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักรแล้ว การกระทำดังกล่าวของรัฐบาลไทยยังเป็นการกระทำที่สุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมายระหว่างประเทศตามสนธิสัญญาที่ไทยได้ทำไว้กับนานาประเทศได้ โดยเฉพาะสนธิสัญญาที่ทำกันในระหว่างอาเซียน อันอาจจะทำให้ไทยตกที่นั่งลำบากในอนาคตซึ่งมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับประเทศอื่นตามสนธิสัญญาที่ได้ทำกันไว้โดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

การกระทำของรัฐบาลไทยที่ ได้ทำสัญญาจ้างบริษัทเอกชนต่างชาติ เพื่อให้สหรัฐมาสร้างฐานต่อสู้อากาศยานราชนาวีและกำหนดเขตความปลอดภัยทางน่านน้ำนั้น ไม่อยู่ในบังคับที่ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 190 เพราะเป็นเรื่องที่รัฐบาลไทยทำสัญญากับบริษัทเอกชน อันมิใช่เป็นหนังสือสัญญาสันติภาพ สัญญาสงบศึก หรือสัญญาอื่นที่รัฐบาลไทยทำกับประเทศอื่น หรือกับองค์กรระหว่างประเทศ ที่จะต้องอยู่ในบังคับที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาตามมาตรา 190 แต่อย่างใดไม่ การกระทำของรัฐบาลดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดอาญามาตรา 119 และเป็นความผิดสำเร็จแล้ว รัฐสภาไม่มีอำนาจให้ความเห็นชอบในการกระทำความผิดอาญาของรัฐบาลไม่ว่าในกรณีใด และบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ก็ไม่สามารถคุ้มครองการกระทำของรัฐบาลที่ไปทำสัญญาว่าจ้างบริษัทเอกชนได้ด้วยเช่นกัน

เราต้องร่วมกันต่อค้าน อย่ายอมให้มีการลงนามต่อสัญญาว่าจ้าง เด็ดขาด หากไม่อยากให้ลุงแซมเข้ามายึดครองประเทศ ผ่านระบอบทักษิณ ที่กำลังโกงกินบ้านกินเมือง ตระกูลชินจะครองอำนาจชั่วลูกชั่วหลาน จะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองประเทศ จะไม่มีแล้วสถาบันกษัตริย์


ศาลจัดอีกชุด ถึง"เฉลิม"เจ็บแสบแซ่บไม่แพ้กัน

น้าเหลิมงานเข้า.....อ่านหน่อยนะน้า
ผู้ใหญ่ที่ยังใหญ่อยู่ในกระทรวงยุติธรรม line มาให้อ่านเลยขอเผยแพร่ต่อ
"พรรคพวกที่เป็นผู้พิพากษาส่งมาให้อ่าน...
เพื่อนๆที่รัก
เรียนคุณเฉลิม. คุณพูดกับผู้
พิพากษา ตุลาการทั้งบ้านทั้งเมือง
ผมขอเสนอหน้าตอบคำถาม
ของคุณโดยขอตอบเป็นข้อๆดังนี้
1ที่คุณบอกว่าท่านอาจจะลืมไปแล้ว ผมต้องทบทวน ผมเป็นอดีต รมว.ยุติธรรม
ผมขอเรียนคุณเฉลิมว่าผู้
พิพากษาในยุคนั้นไม่มีใครลืมได้ลงหรอกว่าคุณเคยมาเป็นใหญ่ในศาลยุติธรรม
ผู้พิพากษาทุกคนยึดมั่นในคุณธรรมและจริยธรรม หยิ่งในเกียรติยศศักดิ์ศรีของตน
คุณมาเป็นรมว.เสมือนผู้
บังคับบัญชาของผู้พิพากษาคุณย่อมรู้ตัวคุณดีว่าคุณเป็นคนอย่างไร คุณทำอะไรไว้กับบ้านเมืองนี้บ้าง
คุณคงไม่รู้หรอกว่าผู้พิพากษาเขาระทมข่มขื่นแค่ไหน ทุกครั้งที่จำเป็นต้องยกมือไหว้คุณ
เหมือนสาวบริสุทธิ์ที่ถูกชายโฉดข่มขืนกระทำชำเรา ไม่มีใครลืมความเลวร้ายครั้งนั้นได้ลงหรอก
คุณไม่ต้องเตือนความทรงจำหรอก
2ที่คุณบอกว่าคุณเป็นเจ้าของความคิดขยายอายุราชการผู้พิพากษา ไม่ได้ทวงบุญคุณแต่บอก
ให้รู้ว่าคุณรักและเคารพผู้พิพากษา
ถ้าผมพูดว่าผมเคยเลี้ยงดูเด็กมาคนหนึ่ง ตอนนี้ผมกำลังลำบาก มันไม่มาช่วยผมเลย
คุณว่าผมพูดเพื่อทวงบุญคุณหรือเพื่อแสดงความรักที่มีต่อเด็ก
คุณเฉลิม คุณรู้ตัวหรือเปล่าว่าคุณคือใคร
คุณเป็นถึงเสนาบดีปกครองบ้านปกครองเมืองมีอำนาจล้นฟ้า
แต่ทัศนคติแห่งชีวิตคุณคับแคบเหมือนเด็กอนุบาล
เมื่อคุณให้ขนมเพื่อน แล้วเพื่อนไม่ให้ลอกข้อสอบ คุณก็โกรธทวงบุญคุณเขา
คุณขยายอายุราชการผู้พิพากษาจาก60ปีเป็น70ปี
คุณหวังว่าผู้พิพากษา
จะช่วยตัดสินให้คุณชนะคดี
อย่างนั้นหรือ??
ศาลตัดสินคดีโดยชั่งน้ำ
หนักจากพยานหลักฐาน
พยานฝ่ายใดมีน้ำหนักดี
กว่า ฝ่ายนั้นก็ชนะคดี
ไม่ใช่ชั่งน้ำหนักจากบุญ
คุณที่คู่ความมีต่อศาล
แม้คุณเฉลิมจะมีบุญคุณ
ต่อศาลมากกว่าคุณถาวร
แต่พยานคุณถาวรมีน้ำ
หนักมากกว่า ศาลก็ต้องตัด
สินให้คุณแพ้คดี
ศาลใช้ระบบคุณธรรมใน
การทำงานส่วนนักการเมือง
ใช้ระบบอุปถัมภ์เพื่อคะแนนนิ
ยม
ผู้พิพากษาต้องขอถอน
ตัวหากคู่ความเป็นญาติพี่น้องหรือพรรคพวก
เพื่อไม่ให้มีข้อครหา
ในขณะที่นักการเมือง
แบบพวกคุณถือเป็นโอกาส
โลกของผู้พิพากษากับ
โลกของนักการเมืองอย่าง
พวกคุณจึงเป็นคนละโลกกัน
คุณคิดข้ามโลก คุณจึง
ไม่มีวันเข้าใจ
3 สุดท้ายที่
ศาลแพ่งพิพากษาห้ามจำเลยซึ่งรวมทั้งคุณด้วยใช้ข้อกำ
หนด9ข้อตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ต่อโจทก์และประชาชน
คุณถามศาลว่าหากผู้ชุม
นุมปิดล้อมสถานที่ราชการ
หรือเอกชน หรือผู้ชุมนุมมี
อาวุธจะให้เจ้าหน้าที่ทำอย่างไรเป็นต้น
คุณยื่นคำร้องขอคำปรึก
ษาศาลแต่เอาโชว์ออกสื่อซึ่ง คู่ความทั่วไปที่สุจริตใจไม่
มีใครเขาทำกัน
หากคุณไม่เห็นด้วยกับ
คำพิพากษา คุณควรอุทธรณ์
คดีตามสิทธิ
หากคำพิพากษาไม่ชัด
แจ้งปฏิบัติตามคำพิพากษาไม่ได้ คู่ความขอให้อธิบายได้
คำพิพากษาศาลแพ่ง
ชัดเจนในตัวแล้ว ไม่ต้องอธิ
บาย
คำถาม7ข้อของคุณเป็น
การโต้แย้งคัดค้านคำพิพากษา ศาลแพ่งไม่มีหน้าที่ต้อง
ตอบ
ผมไม่ใช่ผู้พิพาษาศาล
แพ่ง
ผมขอตอบแทนว่าศาล
ห้ามใช้ข้อกำหนดตามประ
กาศฉุกเฉินๆของศรส.ต่อผู้
ชุมนุมเท่านั้น
ไม่ได้ห้ามใช้ก.ม.อื่นกับ
ผู้ชุมนุม หากผู้ชุมนุมทำผิด
ก.ม.ใด เจ้าหน้าที่ก็มีอำนาจ
ดำเนินคดีได้ตามความผิดนั้น
ผู้ชุมนุมบุกรุกก็ผิดฐาน
บุกรุกตามป.อ.
มีหรือพกพาอาวุธก็ผิด
ตามพ.ร.บ.อาวุธปืนฯ
คุณธาริตที่นั่งอยู่ใกล้คุณ
เขาถนัดนักเรื่องโยกก.ม.
ถามเขาสิ!!!
ก่อนจบขอฝากคุณเฉลิม
สักเรื่อง
ประกาศฉุกเฉินฯศาลแพ่ง
ไม่ได้ยกเลิกนะครับ
เพียงแต่ห้ามใช้กับกลุ่ม
กปปส.เพราะเขาชุมนุมโดย
สันติ
ไม่ได้ห้ามใช้กับกลุ่มอื่น
นปช.นัดรวมพลที่โคราช
23ก.พ.นี้ หากเคลื่อนพล
เข้ามากรุงเทพฯเป็นการชุมนุมเกิน5คน ผิดประกาศฉุกเฉิ
นของคุณชัดเจน
อย่าลืมเอาแก๊สน้ำตา กระบอง กระสุนยางและm.
16ไปจัดการเสียด้วยนะคร้าบ!!!!!


ปวดตับกันเลยทีเดียว..จากผู้พิพากษาถึงเฉลิม!!! บริสุทธิ์ ยุติธรรม

จากผู้พิพากษาถึงเฉลิม!!!
บริสุทธิ์ ยุติธรรม

ดิฉันเป็นผู้พิพากษาหญิงท่ีเคยเห็นบทบาทคุณเฉลิมในกระทรวงยุติธรรม คุณชอบอวดอ้างว่าเก่งกาจและเป็นดร.กฎหมายอยู่เสมอๆ การมาเป็นรมต.ท่ีกระทรวงยุติธรรม 
คุณก็รู้อยู่เต็มอกว่าหน้าที่คุณคือการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาพิพากษาคดีเท่านั้น คุณมิใช่ผู้บังคับบัญชาของผู้พิพากษา 
คุณมีบุญคุณกับผู้พิพากษาได้อย่างไรในเมื่อการขอขยายอายุราชการของผู้พิพากษาเป็นกระทำของคณะกรรมการท่ีเป็นผู้พิพากษาท่ีพิจารณากันเพื่อประโยชน์ของประชาชน เพราะผู้พิพากษาอาวุโสมีประสบการณ์ในการพิจารณาคดีมายาวนาน หากต่ออายุราชการผู้พิพากษาให้จะเป็นคุณแก่คู่ความท่ีมีอรรถคดี 
เมื่อคุณเป็นเจ้ากระทรวงพิเศษกระทรวงนี้ คุณก็ทำหน้าท่ี่แค่อำนวยความสะดวกในการพิจารณาตามภาระหน้าท่ีและขอบเขตอำนาจของรมตกระทรวงยุติธรรม 
คุณไม่อายเลยนะท่ีกล้าหาญและบังอาจทำทีมาทวงบุญคุณ คุณมิได้มีอำนาจคิดและตัดสินใจใดๆ เนื่องจากกระทรวงนี้เป็นกระทรวงพิเศษท่ี่รมต.มิใช่เจ้านายท่ีจะมาสั่งผู้พิพากษาให้ทำอะไรได้ตามอำเภอใจ 
พวกเราไม่เคยยอมให้รมต. ยุติธรรมหน้าไหนมาแทรกแซงก้าวก่ายการตัดสินคดีของพวกเรา 
คุณลองถามพงศ์เทพ เทพกาญจนา ขนาดเป็นอดีตผู้พิพากษา เมื่อมาเป็นรมต.กระทรวงยุติธรรม กล้าท่ีจะก้าวก่ายคดีในศาลยุติธรรมไหม 
หรือจะถามสุทัศน์ เงินหมื่น อดีตรมต. เช่นคุณ แทรกแซงคดีผู้พิพากษาได้ไหม 
ความจริงสามัญสำนึกและประสบการณ์ท่ีทำงานในกระทรวงนี้ของตัวคุณเองตอบตัวคุณเองได้อยู่แล้ว ผู้พิพากษามีจริยธรรมท่ีนักการเมืองอย่างคุณเกิดมาแล้วตายไปเกิดมาใหม่ก็ยังไม่มี 
ผู้พิพากษามีจิตสำนึกท่ีต้องซื่อสัตย์สุจริต พิจารณาคดีโดยปราศจากอคติและต้องไม่มีความลำเอียงใดๆ 
พวกเราพิจารณาตามพยานหลักฐานในสำนวนคดีตามกฎหมายและด้วยความยุติธรรม 
พวกเราจะพิจารณาคดีด้วยความเป็นอิสระของตุลาการท่ีจะไม่ยอมให้มีอิทธิพลใดๆมาครอบงำแทรกแซงการวินิจฉัยตัดสินคดีของเราได้ 
คนคุณภาพอย่างคุณแค่มีโอกาสและได้รับเกียรติได้มาเป็นรมต.กระทรวงยุติธรรม ก็ทำให้ผู้พิพากษากระอักกระอ่วนไม่น้อยในช่วงนั้น แล้วยังมีหน้ามาทำเป็นทวงบุญคุณ 
คุณไม่ละอายเลยเหรอท่ีกล้าพูดเช่นนี้ คุณเคยได้อ่านคลิปท่ีเอ่ยถึงเติ้งเสี่ยวผิงไหม ขนาดเค้ามีอันตรายท่ีถึงแก่ชีวิต และเพื่อนนายทหารใหญ่ช่วยเหลือเค้าไว้ เมื่อเขามีอำนาจ เพื่อนมาขอความช่วยเหลือเพื่อใช้อำนาจของเค้า เค้ายังไม่ทำให้ 
ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวเค้าระลึกถึงบุญคุณนั้นเสมอ 
ถามจริงๆคนอย่างคุณมีบุญคุณอะไรนักหนา ต่อให้มีบุญคุณเป็นส่วนตัว ดิฉันและเพื่อนผู้พิพากษาก็จะไม่ยอมให้ความเป็นส่วนตัวใดๆ มาก้าวก่ายและยุ่งเหยิงกับการทำหน้าท่ีเป็นท่ีพึ่งสุดท้ายแก่ประชาชน 
ฉะนั้นอย่าบังอาจมาสร้างกระแสให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคมด้วยจิตใจท่ีต่ำช้าของคุณ 
ขอถามหน่อย ตอนคุณตกยากหนีหัวหัวซุกหัวซุนตอนรสช. แล้วคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ให้คุณคำนูญ สิทธิสมาน นำเงิน 200,000 บาท ไปให้คุณประทังชีวิต แล้วคุณเนรคุณเค้า อย่างนี่หาทวงบุญคุณมากกว่าม้ัง 
ลองใช้สมองท่ีตีบเพราะเลือดไม่ค่อยไปเล้ียงสมองไตร่ตรองและใคร่ครวญดีๆก่อนทะเล่อทะล่าอ้าปากมาทวงบุญคุณศาล

นิติศาสตร์.........

วันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ปราโมทย์ นาครทรรพ:โอกาสสุดท้ายของยิ่งลักษณ์โดย

โอกาสสุดท้ายของยิ่งลักษณ์โดย ปราโมทย์ นาครทรรพ20 กุมภาพันธ์ 2557 14:05 น.

20 กุมภาพันธ์ 2557

ยิ่งลักษณ์ยังไม่ไปอีกหรือ ยิ่งลักษณ์รีบไปเสียเถอะ ถ้าเกรงจะไม่ปลอดภัย ขอให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง หรือถ้าจะให้ดี ขอความกรุณาผู้นำเหล่าทัพท่านใดท่านหนึ่งไปส่งถึงบันไดเครื่องบินอย่างที่เขาเรียกว่า Safe Conduct เสียเลย

จะไปไหนก็ไปเถิด ไม่จำเป็นต้องเป็นดูไบ และไม่จำเป็นต้องลาออกดอก เพราะเรื่องทั้งหมดที่ผ่านมา การกระทำของยิ่งลักษณ์และพวกพ้องบริวาร มันทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นโมฆะเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งตัวยิ่งลักษณ์เองด้วย

ผมได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงยิ่งลักษณ์ครั้งนี้เป็นครั้งที่สามแล้ว ยังยืนยันอยู่ว่าทำด้วยความเมตตา เช่นเดียวกับจดหมายฉบับสุดท้ายถึงทักษิณในเดือนกันยายน 2549 ซึ่งผมย้ำว่าถ้าทักษิณตัดสินใจผิด จะไม่มีวันข้างหน้าให้พูดคำว่าเสียใจได้อีก สำหรับยิ่งลักษณ์ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน

ถ้าทักษิณเชื่อผมในตอนนั้นป่านนี้บ้านเมืองก็จะไม่เสียหายถึงขนาดนี้ และทักษิณก็จะไม่ต้องทนทุกข์ทรมานท่องอยู่ในอบายภูมิอยู่เช่นทุกวันนี้

ยิ่งลักษณ์ต้องการเหมือนทักษิณหรือ ยิ่งลักษณ์ต้องการให้บ้านเมืองเราเสียหายยิ่งกว่านี้หรือ และยิ่งลักษณ์ไม่ต้องการจะกลับมาใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในบ้านเมืองของเราเองอีกหรอกหรือ

ถ้าอยาก จงอย่ากระทำอย่างทักษิณ จงอย่าเชื่อคำสั่งของทักษิณ หนีไปหาความปลอดภัยชั่วคราวก่อน แล้วจึงกลับมาสารภาพผิด และรับเมตตาธรรมจากกฎหมาย และความกรุณาปรานีอันเป็นคุณสมบัติประจำชาติไทย

อนึ่งกว่าจะถึงวันนั้น กระบวนการยุติธรรมของเราก็ควรจะได้รับการสังคายนาและปรับปรุงดีขึ้นแล้ว จะไม่ผีเข้าผีออกเป็นเครื่องมือของบุคคลเป็นครั้งคราวเยี่ยงปัจจุบัน โอกาสที่ยิ่งลักษณ์จะถูกเช็กบิลแบบที่ข่มขู่และหวาดกลัวกันอยู่ก็จะไม่เกิดขึ้นและเกิดขึ้นไม่ได้

อยากให้ยิ่งลักษณ์กลับไปอ่านจดหมาย 2 ฉบับแรกของผม แล้วยิ่งลักษณ์จะเข้าใจเองว่า กฎหมายและคดีความต่างๆ ที่ผมบอกว่ามันจะตามไล่ล่ายิ่งลักษณ์จนตั้งตัวไม่ติดนั้น มันเป็นเรื่องจริงของจริง มิไยที่ยิ่งลักษณ์จะเอารัฐธรรมนูญกับการเลือกตั้งมาบังหน้า มันก็ไม่สามารถช่วยอะไรยิ่งลักษณ์ได้หรอก เดี๋ยวนี้มันยกโขยงกันมาแล้ว เห็นไหม

เมื่อก่อนนี้ขุมนรกของยิ่งลักษณ์ยังจำกัดอยู่ในกรุงเทพฯ เท่านั้น เดี๋ยวนี้แม้แต่สวรรค์รากหญ้าของยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทยก็กลายเป็นอเวจีไปแล้ว ยิ่งลักษณ์จะหนีร้อนไปพึ่งเย็นที่ไหนได้ในประเทศนี้ ที่ไหนๆ ในเมืองไทยก็มีชาวนาทั้งสิ้น ชาวนาที่หลงคำโฆษณาชวนเชื่อบูชาทักษิณและรัฐบาลยิ่งลักษณ์ราวกับพระศรีอาริย์

บัดนี้ไฟนรกได้ลุกฮือขึ้นแล้ว ชาวนา 11 คนจาก 11 จังหวัดถึงกับฆ่าตัวตาย ชาวนาทั่วประเทศได้ประจักษ์แล้วว่าพรรคเพื่อไทยและยิ่งลักษณ์โกงชาวนาอย่างเลือดเย็น การป้ายผิดให้คนอื่นไม่มีใครเขายอมเชื่ออีกแล้ว ตอนนี้ทุกตารางนิ้วของเมืองไทยเขาไม่ต้อนรับยิ่งลักษณ์ต่อไปอีกแล้ว แม้ทักษิณเองก็เถอะ ไม่เชื่อก็ลองดู

การที่ผมเสนอว่ายิ่งลักษณ์ออกไปเสียดีๆ และออกไปเสียเร็วๆ นั้นเป็นเพราะความเมตตาต่อยิ่งลักษณ์อย่างหนึ่ง และเป็นเพราะผมเข้าใจหลักรัฐธรรมนูญเป็นอย่างดีอีกประการหนึ่ง ผมเป็นตุลาการรัฐธรรมนูญรุ่นเดียวกับอาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ตั้งแต่ครั้งยิ่งลักษณ์ยังไม่แตกเนื้อสาวด้วยซ้ำนะ

การที่ยิ่งลักษณ์ออกไปเฉยๆ มันจะทำให้สุญญากาศทางการเมืองเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องลากยาวเพราะคนหนึ่งคนใดในคณะของยิ่งลักษณ์ยังอาลัยอาวรณ์เก้าอี้และอยากเป็นใหญ่อยู่ หรือไม่ก็ยังไม่ยอมเป็นเห็บหมา คอยหากินกับการยุยงและรับคำสั่งทักษิณ สร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมืองต่อไป

ความเสียสละของยิ่งลักษณ์ในเรื่องนี้จะเป็นอานิสงส์ 3 ต่อ คือกับตัวยิ่งลักษณ์เอง กับกองทัพ และกับมวลมหาชนที่กำลังว้าวุ่นหาทางออกที่ดีให้กับชาติบ้านเมืองอยู่

ขณะนี้ผมเป็นห่วงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินส่วนตัวของยิ่งลักษณ์ ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าย่อมมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองจากรัฐธรรมนูญไม่ยิ่งหย่อนกว่าคนอื่น ผมไม่แน่ใจว่ามวลมหาประชาชนเขาจะเห็นอย่างเดียวกับผมหรือไม่ ผมไม่เห็นด้วยเลยว่าใครก็ตามจะไปคุกคามครอบครัวและทรัพย์สินของยิ่งลักษณ์ ได้ตามอำเภอใจ ถึงแม้ยิ่งลักษณ์จะมีข้อกล่าวหาทางอาญาและการเมืองร้ายแรงอย่างไรก็ตาม ผู้มีอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ที่แท้จริงก็ยังต้องคอยอาศัยอำนาจที่มีอยู่หรือที่จะออกมาอย่างเป็นกิจจะลักษณะจึงจะไปจัดการกับบริษัทหรือทรัพย์สินของยิ่งลักษณ์ได้ เช่นเดียวกับการประกาศยึดทรัพย์โดยคณะปฏิวัติหรือการใช้มาตรา 17 ยึดทรัพย์ของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จอมพลถนอม กิตติขจร จอมพลประภาส จารุเสถียร เป็นตัวอย่าง

สรุปแล้ว ผมขอแนะนำให้ยิ่งลักษณ์เสียสละเพื่อชาติเถิด อย่ามัวแต่ทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่ออำนาจหรือเพื่อทักษิณเลย ทักษิณนั้นเขาเสียสติไปแล้วจะต้องหาทางเยียวยากันเป็นกรณีๆ ไปตามแต่กรรมของแต่ละบุคคล

การเสียสละของยิ่งลักษณ์จะมีอานิสงส์ต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และตัวยิ่งลักษณ์เอง ทันทีที่ขึ้นไปอยู่บนเครื่องบินและคืนแรกในต่างประเทศ อานิสงส์จะทำให้ยิ่งลักษณ์หายใจทั่วท้องเต็มอก และนอนหลับโดยไม่ต้องกินยากล่อมประสาทเลย

เชื่อผมเถิด ไปเสียดีๆ ชวนป๊อบ (และครอบครัว) ไปเป็นเพื่อนก็ยังได้

ขอให้โชคดี


ด้วยความเมตตาและปรารถนาดี

ปราโมทย์ นาครทรรพ

เสธน้ำเงิน : เอาแล้ว..เปิดตัว กปปส.ชายชุดดำแปรพักตร์..อินทิราคานทีโมเดล

20 ก.พ.57 เอาแล้ว..เปิดตัว กปปส.ชายชุดดำแปรพักตร์..อินทิราคานทีโมเดล 

ด้วยหวังโชว์ออฟการสลายการชุมนุม เชิญสื่อไทยและเทศมาทำข่าว แต่กุนซือโง่ไม่ปรึกษาโลก พลาดลืมไปว่าเปาบุ้นจิ้นแพ่งได้มีคำพิพากษาคุ้มครองผู้ชุมนุมไว้ตั้งแต่ 31 ม.ค.57 ว่าห้ามปูเน่า เป็ดเหลิม อับดุล และบรรดาชายชุดดำ เข้าใช้กำลังรุนแรงกับผู้ชุมนุม ทำให้เกิดหลักฐานภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว เผยแพร่ไปทั่วโลก เพราะชายชุดดำไม่ทำตามขั้นตอนการสลายการชุม ใช้อาวุธสงครามอย่าง “บ้าระห่ำ” ยิงประชาชนตาย 4 คน และเจ็บจำนวนมากเกือบ 70 คน ไม่เว้นแม้กระทั่งคนแก่ๆ

จนทำให้ต่อมาเปาบุ้นจิ้นแพ่ง กระหน่ำซ้ำอีกกร๊วบ โดยตัดสินให้ รัฐอั้งยี่แดง ปูเน่า ปึ้งเหม่ง เป็ดเหลิม ริดสีดวง อับดุล ผบ.หน่วย และชายชุดดำผู้ปฏิบัติ ต้องยกเลิกประกาศห้ามสารพัดที่เกิดจาก พรก.ฉุกเฉินฯ ทันที เช่น ห้ามสลาย , ห้ามรื้อสิ่งกีดขวาง , ห้ามอายัด , ห้ามปิดการเข้าออกที่ชุม ฯลฯ และอีกสารพัดห้ามจน ศูนย์รวมสัตว์ (ศรส.) ตกอยู่ในสภาพเป็ดง่อยถูกเด็ดปีก ทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง เพราะแค่หายใจก็ยังถูกห้าม ส่งผลให้มวลชนกำนันเป็นต่อทันที

การข่าวที่ได้รับในเวลานี้

1. เนื่องด้วยชายดูไบไม่เคยไว้ใจใคร และพร้อมจะฆ่าหักหลังลูกน้องทุกคนตลอดเวลา ช่วงหลังเขาเริ่มเพี้ยนและบ้าคลั่งขึ้นไปทุกที ดังนั้นเขาจึงสั่งส่งตรงไล่เรียงกับบรรดาแกนนำอันธพาลแดงแต่ละตัวเองอีกด้วย แบบชนิดเรียงลูกระนาดตรง

- การข่าวส่วนหนึ่งจากขุนพลข่าวกรองอีสาน คือ ตอนนี้ชายดูไบโกรธ และคลุ้มคลั่ง..อย่างหนัก!!! ที่เป็ดเหลิมทำงานล้มเหลวไม่เป็นท่านับครั้งไม่ถ้วน ในการลุยประชาชนผู้ชุมนุมให้สิ้นซาก แล้วเอาปูเน่าเหยียบทำเนียบ ทาสีแดงที่พรหม ที่หลังคาเหนือทำเนียบฯ (เพราะตามฤกษ์หมอดูพม่าให้ทำภายใน 19 ก.พ.เวลา 24.00 น.) ให้ได้ ชายดูไบจึงสั่งการตรงให้แกนนำขอนแก่น ขนอเวจีอสูรกายแดงสายฮาร์ดคอร์เข้ากรุงเทพ จำนวน 10,000 คน ( ไปนับแล้วน่าจะเหลือราว 500 คน..แต่ขอเบิกค่าม๊อบเติมเงิน 1 หมื่น..ฮา)

- คัดเอาแต่พวกใจถึงๆ ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย โดยให้ ส.ส.แดง แต่ละคนในพื้นที่ แต่ละจังหวัด เช่น นครพนม-หัวหนัง , ชัยภูมิ-เอี่ยน , ขอนแก่น-ลูกเต๋า , อุบล-เกียง ,สุรินทร์-ตี๋กับจ่า ,ร้อยเอ็ด-นิ , อุดร-พนม และสุ (เพราะขวัญควายอัมพฤกษ์กิน จากฤทธิ์ข้าวโพดคั่ว ) ,โคราชให้แรมโบ้ ( ผู้ด่านายว่า ถ้าปูเน่าคิดอะไร 1 คืน จะเหมือนถอดวิญญาณไปมารอบโลก หงายเงิบทั้งวงการณ์ทุกครั้ง )

- โดยให้อสูรหลุดนรกแดงเหล่านี้ ทยอยไปพักที่เมืองเก่าก่อนเข้า กทม.โดยมี เชษฐ์ และวิทยา อำนวยความสะดวก สนับสนุนอาวุธร้ายแรงก่อเหตุวินาศกรรม แกนนำขอนแก่นได้ประสานกับคางคกตู่ นกแสก เต้นไว้แล้ว ให้พร้อมปฏิบัติการในวันที่ 22 ก.พ.57

- วันที่ 22 ก.พ. แก๊งค์อันธพาลแดงตัวเอ้ จะซ่องสุมหัวจัดงาน “ มวลมหาประชาชนตาสว่าง" ราว 80 คน เช่น โกตี๋ ปทุม ดาบชิต เชียงใหม่ ผู้พันสู้ ยิ้ม ทอม ดาชัย ฯลฯ และบรรดาการ์ดพร้อมอาวุธ ที่ห้องอาหารแห่งหนึ่งที่จองไว้ การเข้างานต้องมีชื่อและสติ๊กเกอร์..( ข่าวว่าอาจมีเชพกระทะเหล็ก ไปยืนรอขายฝักข้าวโพด และข้าวโพดคั่วร้อนๆ กลิ่นหอมฉุยจนใส้แตก..น่าจะได้รับการอุดหนุนด้วยดีจากลูกค้ากลุ่มนี้ )

** เฮ้อ พวกขี้โม้อันธพาลแดงพวกนี้รีบ ๆ มาเหอะ พ่อค้าข้าวโพดเขาเพิ่งได้กระทะคั่วรุ่นใหม่ล่าสุดมาแล้ว ระยะหวังผล 1.2 - 2.4 กม. เขาบริการลูกค้าแบบไร้เสียงได้อย่างสบายๆ..ตายฟรีไม่ได้ 7.5 ล้านบาทแล้วนะ..เพราะจะเปลี่ยนผู้ปกครองใหม่แล้ว..ฮา

2. ชายดูไบสั่งสมุนชั่วให้ลอบสังหารบุคคลสำคัญ เพื่อสร้างสถานการณ์รุนแรง เช่น เปาบุ้นจิ้น และครอบครัว ที่เกี่ยวกับคดีของปูเน่าและแก๊งค์อั้งยี่แดง , บิ๊กชายชุดเขียว ที่เคยพลาดที่หวังล่อไปสังหารที่ไต้ เพราะรู้ทัน ครานี้จึงเปลี่ยนแผนมาลอบกัดใน กทม.แทน , แกนนำ กปปส.ช่วงจังหวะเคลื่อนรถไปนอกสถานที่ ( ให้ระวังเพิ่มอีกหลายเท่าและจัดกำลังดูแลระยะไกลให้มากขึ้น เน้นอาคารสูง ทางด่วน และ รถที่จะชนประกบ )

3. หลังเหตุการณ์ชายชุดดำโดนเชพกระทะเหล็กโยนลูกเปตองฝักข้าวโพดใส่ แล้วคั่วข้าวโพดหอมฉุยใส่ จนกระเจิดกระเจิง มีชายชุดดำใช้เท้าเตะฝักข้าวโพดจนแผลเหวอะว่ะ ส่งผลให้ชุดส่งควบคุมฝูงชน (คฝ.) จากชุดควบคมฝูงชนทั่งประเทศ สำนักงานแห่งชาติ เดือดปุด ๆ แถลงการณ์ด่าทอ ศรส.ที่เอาตัวรอดดื้อๆ และลอยแพพวกเขาให้รับโทษทางคดีอย่างเดียวดาย

- ชายชุดดำถามนายตัวเองว่า จะต้องสูญเสียอีกกี่ชีวิต พวกเขาได้ยินวิทยุชัดเจนว่าโดน Sniper ลึกลับซุ่มคั่วข้าวโพดใส่ (จริง ๆ เป็นนกบินไปคาบเม็ดข้าวโพดมา และโปรยใส่ ^_^) แต่พวกเขาก็ยังโดน นายไม่มีข่าวกรอง ไม่ได้คุ้มกันเขา การวางแผนก็ไร้คุณภาพ พาชีวิตลูกน้องไปบาดเจ็บ และตาย เป็นจำนวนมาก การปฏิบัติแต่ละครั้งก็มีแต่ความสูญเสีย..ทำเพื่ออะไร (นี่ยังไม่รู้ตัวอีกว่านายหลอกใช้นานแล้ว )

- เขาด่า ศรส.ว่าไม่ต้องแถลงข่าวว่าไม่ใช้ความรุนแรง ไม่มีการสลายการชุมนุม เพราะคำพูดดังกล่าว “ เป็นการเอาตัวรอดของผู้มีอำนาจใน ศรส. เท่านั้น” ( เออ อันนี้มันรู้จริง ) พอเกิดความรุนแรง ชายชุดดำผู้ปฏิบัติก็จะต้องรับผิดชอบทางอาญาตามลำพัง ( เออ อันนี้ก็จริงอีก ) และที่ผ่านมาที่มีชายชุดดำและประชาชนเสียชีวิต ชายชุดดำผู้ปฏิบัติจะต้องรับผิดชอบถูกการดำเนินคดี (อ้าว เพิ่งนึกออก ) เพราะ ศรส. สามารถอ้างได้ตลอดเวลาว่า ศรส. ไม่มีนโยบายใช้ความรุนแรง และไม่มีนโยบายสลายการชุมนุม รับผิดชอบการปฏิบัติหน้าที่ของชายชุดดำ ( เออ โดนอั้งยี่แดงหลอกไปแล้วคิดได้ทีหลัง ไม่ทันแล้ว )

- มีการพูดคุยกันต่อว่า หน้าที่หลักของชายชุดดำ คือ รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนให้ปลอดภัยจากโจรผู้ร้ายทั่วไป และให้บริการประชาชนด้านการจราจร และงานด้านต่างๆ ชายชุดดำทั้งประเทศเหนื่อยมามากแล้วในการปฏิบัติหน้าที่ ( โดนเป็ดเหลิม สั่งคุมขังคุกแบร์ริเออร์เล่น ๆ ซะหลายเดือน )

- ชายชุดดำได้ทำหน้าที่ “ต่ออายุ” ของรัฐอั้งยี่แดงนี้ ” มานานพอสมควรแล้ว” ให้ใช้หน่วยงานอื่นบ้าง ( ซี๊ดๆ ) รัฐแดงใช้งานชายชุดดำ เกินกว่าเงินเดือน และมีบางส่วนเสียชีวิตและบาดเจ็บ !! พวกเขามีวินัย แต่เหลืออดแล้ว ( ฮา..นี่ถ้าไม่โดนมือที่ 4 คั่วข้าวโพดใส่คงคิดไม่ออก ) หลายพื้นที่เดินทางกลับต่างจังหวัด เพราะรู้แล้วว่าขืนค้ำบัลลังค์แก๊งค์อั้งยี่แดง มีแต่เดือดร้อนติดคุก ถูกไล่ออก พิการ หรือตาย

- ผู้การแต้มมือปราบหูดำ ได้รวบรวมกำลังอดีตชายชุดดำจำนวนมาก และพี่น้องชายชุดดำที่ยังทำหน้าที่อยู่ จัดตั้ง ” กปปส ชายชุดดำฝ่ายดี “ แล้ว เพื่อประสานงานกับพี่น้องชายชุดดำทั่วประเทศให้กลับมามีความรัก เอื้ออาทรกับพี่น่้องประชาชนเหมือนแต่ก่อน และทำให้ประชาชนเลิกเกลียดชายชุดดำ เพราะถ้าชายชุดดำเกลียดประชาชน และประชาชนเกลียดชายชุดดำ บ้านเมืองจะไม่มีทางเป็นสุข

- ทุกคนไม่สามารถทนเห็นศักดิ์ศรีเกียรติชายชุดดำถูกนายหางแดงชั่วๆ ทรยศชาติ ทรยศสถาบัน หาประโยชน์ส่วนตัว และขณะนี้ กำลังประสานขึ้นเวที กปปส.เพื่อแสดงตัว และขอร้องพี่น้องประชาชนให้โอกาส กปปส. ชายชุดดำฝ่ายดี ด้วย และขอเชิญพี่น้องชายชุดดำทั่วประเทศติดต่อผู้การแต้มได้โดยตรง หรือจะติดต่อผ่านผู้ที่เคยร่วมงานกับผู้การแต้มก็ได้

- เสธ หนุนมือปราบหูดำ เพราะที่ผ่านมาการข่าว และปฏิบัติบางอย่าง ก็ได้จากสันติบาลชายชุดดำ, กอ.รมน. และ รปภ.ปูเน่า นี่แหละมานานแล้ว..ฮา..

พวกเขารอจังหวะเวลาจะแจกข้าวโพดคั่วใส่ปูเน่า และตระกูล เสร็จแน่ๆ คล้ายกรณีอินทิรา โมเดล ของอินเดีย..ไม่ว่าจะเปลี่ยนอีกสักกี่ชุด ไว้ใจได้แค่ไหน จะหนีไปไหนก็จะมี กปปส.ชายชุดดำฝ่ายดีหญิงและชาย แทรกลอบเข้าไปใกล้ตัวปูเน่าได้ตลอดเวลา..เพราะฝ่ายดีตอนนี้มีเพียบ !!

ส่วนบิ๊กแปะปลัดขิกกระทรวงชาย 3 สีหลังโพส LINE ว่าอยากให้มวลชน กปปส.ตายสัก 5,000 คนนั้น..ตอนนี้ขอเผ่นไปปลูกต้นไม้ ที่ ภูกระดึง ดีกว่า..ฮา

วันนี้อากาศ ดีโปร่งสบาย แกนนำ กปปส.น่าจะส่งคนไปทำธุรกิจกับปูเน่าที่กำลังหนีหัวซุกหัวซุน 2 ที่นี่นะ คือ เพนเฮาส์ของโอ๊คที่ตึกชิน 3 ชั้น 33-34 และบ้านของเจ๊ ด.แดกข้าว ที่หมู่บ้าน เบเวอร์รี่ฮิลล์ ที่ถนนแจ้งวัฒนะ..ถ้าเจอเชพกระทะเหล็ก ชวนกันไปขายฝักข้าวโพด และคั่วข้าวไปขายด้วยนะ

War room จิบกาแฟรอบรรดาน้องๆ กปปส.ชายชุดดำฝ่ายดี ส่ง LINE มาบอกความเคลื่อนไหวปูเน่า และสมุนอยู่นะ..ฮา

เรื่องเดิม..แฉแก๊งค์อั้งยี่แดง ลอยแพแล้วบอกไม่ได้สั่ง.ชายชุดดำต้องรับผิดเอง ที่ https://www.facebook.com/media/set/?set=a.215379665318735.1073741921.187529244770444&type=1

@เสธ น้ำเงิน
ที่มา https://www.facebook.com/topsecretthai

ม๊อบชาวนา 'ชาดา ไทยเศรษฐ'

โดย Akaravech Chotinaruemol
ม๊อบชาวนา 'ชาดา ไทยเศรษฐ'

พลันที่ชื่อ ชาดา ไทยเศรษฐ ปรากฏสู่สาธารณะในฐานะตัวแทนชาวนาภาคกลาง โดยเฉพาะจังหวัดอุทัยธานี ผมต้องขยี้ตาดูอีกครั้งว่าใช่ชื่อนี้แน่หรือไม่ เพราะชื่อนี้เบอร์นี้ไม่ธรรมดา พื้นที่สาธารณะบน FB คงไม่อาจบรรยายสรรพคุณของบุคคลนี้ได้ เอาเป็นว่า ตำรวจเรียกท่าน สส.เรียกนาย รัฐมนตรีเรียกพี่ ก็แล้วกันนะครับ 

ม๊อบชาวนาอีแต๋น อีโก้ง ที่เห็นจากรูปก็ชัดเจนว่า 'จัดตั้ง' แน่นอน ประเด็นจึงไม่ได้อยู่ที่จัดตั้งหรือไม่ แต่กลับอยู่ที่ว่าจัดมาเพื่อ 'ฝั่งไหน?' ต่างหาก ซึ่งมีการวิเคราะห์กันออกมา 2 สมมุติฐานที่เห็นว่อนกันทั่วสังคมออนไลน์เวลานี้ คือ

สมมุติฐานที่1: เอานักเลงมาช่วยโกวตี๋ มารวมกับกองกำลังกุ๊ยแดงที่ปทุมและอยุธยา
สมมุติฐานที่2 : มาจัดฉากสร้าง 'วีระบุรุษ ชัชชาติ' ว่าสามารถสยบม๊อบชาวนาชาดาได้ และดันชัชชาติเป็นนายกคนกลาง

ในความคิดผม ทั้งสองสมมุติฐานนั้น 'ผิด' ไม่ใกล้เคียงความจริงเลย คนที่เดาคงไม่รู้จักปูมหลังของคนที่ชื่อ ชาดา และอ่านเกมการเมืองแบบนักท่องเนต คือเห็นชัชชาติไปคุยก็เดาออกมาแบบนั้น เห็นภาพอะไรก็เดาไปตามที่เห็น สมมุติฐานทั้งสองอยู่บนพื้นฐานเดียวกันอย่างหนึ่งคือ ชาดา คือส่วนหนึ่งของระบอบทักษิณ กำลังมาช่วยทักษิณ

ผมกลับมองตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง คือมองว่าเขามาเพื่อ 'เอาคืน' ทักษิณ จริงอยู่ที่เขาออกตัวเป็นหัวหน้าชาวนา มาทวงคืนเงินจำนำข้าว ตรงนั้นคือเป้าหมายหนึ่งของการเคลื่อนทัพครั้งนี้ แต่หากใครย้อนหลังเรื่องราวให้ดี ชาดาคนนี้เคยถูกจำคุกในสมัยทักษิณ 1 ตอนปราบผู้มีอิทธิพล โดน'ยัด'ข้อหายาบ้า (ที่ใช้คำว่ายัดข้อหา เพราะสุดท้ายศาลยกฟ้อง) เจ้าพ่อคนอื่นอย่างกำนันเป๊าะ วัฒนา เลือกทางหนีไปต่างประเทศ แต่เขาคนนี้เดินเข้าคุกอย่างไม่สะทกสะท้าน จนได้รับการปล่อยตัวในที่สุด

ออกมาจากคุก เขาได้แผ่อิทธิพลไปกว้างขึ้นจากอุทัยธานีบ้านเกิดไปจังหวัดใกล้เคียง เช่น ชัยนาท และที่สำคัญที่สุดคือได้ตีเมืองหลักอย่าง 'นครสวรรค์' ไปอยู่ใต้อาณัติเรียบร้อยแล้ว การนำทัพบุกกรุงครั้งนี้ของ 'ชาดา ไทยเศรษฐ' จึงน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง และย่อมได้รับไฟเขียวจากต้นสังกัดคือ คุณบรรหาร ที่พลพรรคเครือข่ายทางการเมืองของชาดาสังกัดอยู่

หากคุณได้เคยเจอคนๆนี้สักครั้ง คุณจะไม่มีทางคิดได้เลยว่า เขาจะมาจัดทัพชาวนาเล่นละครปาหี่ตบตาคน เพราะคนๆนี้ 'แท้' และ 'เบอร์ใหญ่' เกินกว่าจะมาเป็นหมากตัวแสดงในละครการเมืองฉากนี้ได้

ผมขอเดาว่า ม๊อบชาวนาชาดานี้เป็นม๊อบ 'จัดให้' ไม่ใช่แค่เพียงจัดตั้ง เพื่อมา 'เอาคืน' ครั้งนั้น ที่เขาต้องกัดฟันเดินเข้าคุกด้วยเพราะเป็น 'ผู้มีอิทธิพล'

พล.ต.อ.วรพงษ์ ไม่ขอรับการเสนอชื่อเป็นกรรมการในบอร์ดบริหาร PTTGC


พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา ไม่ขอรับการเสนอชื่อเป็นกรรมการในบอร์ดบริหาร PTTGC แล้ว .. หลักฐาน PTTGC แจ้ง ตลท.


"นปช.ลั่นกลองรบ" นัดแกนนำนปช.ทั้งประเทศ 23 กุมภาพันธ์นี้

"นปช.ลั่นกลองรบ" นัดแกนนำนปช.ทั้งประเทศ 23 กุมภาพันธ์นี้ ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อ.เมือง จ.นครราชสีมา

ประธานนปช.กล่าวในงานแถลงข่าววันนี้ ขณะนี้เราเห็นเป็นโอกาสอันดีที่จะได้มีการประชุมแกนนำทั้งประเทศ โดยใช้ชื่อว่า “นปช.ลั่นกลองรบ” เป็นสัญญาณที่เราต้องการสื่อสารมายังคนไทยทั้งประเทศและผู้รักประชาธิปไตยทั่วโลก เราจำเป็นต้องมีการเตรียมดำเนินงานเพื่อที่จะให้ประเทศนี้อยู่เป็นปกติสุขได้ เพราะฉะนั้นเรานัดหมายวันเดียวคือวันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์นี้ เริ่มเวลาตั้งแต่ 9.00 น. ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อ.เมือง จ.นครราชสีมา จึงขอสื่อสารมายังแกนนำนปช.ทั้งประเทศ เราคาดหมายว่าตั้งแต่แกนนำในระดับตำบล ระดับอำเภอและระดับจังหวัด ซึ่งจำกัดไว้ 4,000 คน


"ผบ.ตร."ชวนตร.สมทบทุนสร้างป้าย-ตราหน่วยใหม่ หลังถูกทำลาย

"ผบ.ตร."ชวนตร.สมทบทุนสร้างป้าย-ตราหน่วยใหม่ หลังถูกทำลาย

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ได้มีบันทึกข้อความเรื่องการบูรณะซ่อมแซมป้าย และตราสัญลักษณ์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถึง รอง ผบ.ตร. ผบช.หน่วยต่างๆ จนถึง ผบก.ในสังกัดสำนักงาน ผบ.ตร. ใจความว่า จากกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุม คปท.บุกทำลายป้ายและตราของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 22 มกราคม ที่ผ่านมา สร้างผลกระทบทางจิตใจต่อข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ ที่รัก ผูกพัน ภักดีในองค์กรจากการกระทำที่เข้าข่ายลบหลู่ดูหมิ่น ศักดิ์ศรี เกียรติภูมิตำรวจ แม้ ตร.จะมีงบประมาณในการจัดสร้างซ่อมแซมป้ายและตราดังกล่าวขึ้นมาใหม่ แต่เพื่อให้ข้าราชการตำรวจที่มีผลกระทบทางจิตใจได้มีส่วนร่วมในการบูรณะซ่อมแซมตราสัญลักษณ์ ซึ่งแสดงออกถึงความสามัคคีและความเป็นปึกแผ่นขององค์กร จึงเชิญชวนข้าราชการตำรวจทั่วประเทศที่สมัครใจและมีความประสงค์อยากมีส่วนร่วมรวบรวมเงินทุนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมป้ายและตราดังกล่าว โดยให้รวบรวมส่งที่กองการเงินสำนักงานงบประมาณและการเงิน ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นี้


ฟ้าหญิงพระราชทานพวงมาลาวางหน้าหีบศพ “ธนูศักดิ์ รัตนคช”กปปส.กระบี่

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระราชทานพวงมาลาวางหน้าหีบศพ “ธนูศักดิ์ รัตนคช” วีรชนคนกล้า กปปส.กระบี่ ที่ถูกยิงเสียชีวิตเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสลายการชุมนุมสะพานผ่านฟ้า ท่ามกลางความปลื้มปีติของญาติ และกลุ่ม กปปส.กระบี่ ที่ร่วมในพิธีศพ ณ วัดเขาคราม อ.เมือง จ.กระบี่ ทรงพระเจริญ


"สื่อนอกชี้ใกล้หมดเวลา “ยิ่งลักษณ์” หลังเจอกล่าวหา “จำนำข้าว” แต่ไทยไม่หลุดพ้นปัญหาโลกแตก".

"สื่อนอกชี้ใกล้หมดเวลา “ยิ่งลักษณ์” หลังเจอกล่าวหา “จำนำข้าว” แต่ไทยไม่หลุดพ้นปัญหาโลกแตก"..//**คริสเตียนไซน์ มอนิเตอร์ - สำนักข่าวต่างประเทศชี้เวลาของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะนายกรัฐมนตรีเหลือน้อยลงไปทุกขณะ หลังล่าสุดถูกแจ้งข้อกล่าวหาคอร์รัปชันเกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าวที่มีปัญหา อย่างไรก็ตามทางผู้สื่อข่าวมองว่าไทยคงไม่สามารถหลุดพ้นจากหล่มความขัดแย้งง่ายๆ ด้วยต่างฝ่ายไม่มีทีท่าลดราวาศอกแก่กัน

คริสเตียนไซน์ มอนิเตอร์ องค์กรข่าวนานาชาติ รายงานว่าเมื่อวันอังคาร (18) ทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ แถลงว่าจะแจ้งข้อกล่าวหานางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมตรีของไทย ในความเกี่ยวข้องกับโครงการอุดหนุนราคาข้าวอันอื้อฉาว โดยขณะที่อ้อมแขนทางกฎหมายได้เอื้อมไปถึงผู้นำสูงสุดของรัฐบาล อีกด้านหนึ่งการประท้วงบนท้องถนนที่ยืดเยื้อมานาน ก็ลุกลามเข้าสู่ความรุนแรงมากขึ้น ด้วยมีผู้เสียชีวิต 4 รายในเหตุปะทะที่มีการใช้ปืนและระเบิดในวันเดียวกัน

สำนักข่าวแห่งนี้ชี้ว่าเมื่อวันอังคาร (8) ถือเป็นวันที่เลวร้ายของนางสาวยิ่งลักษณ์ และในตอนนี้ดูเหมือนว่าเวลาของเธอเหลือน้อยลงไปทุกขณะ “ข้อกล่าวหานี้คือจุดเปลี่ยนที่เลวร้ายของนางสาวยิ่งลักษณ์ แม้ว่ามันยังไม่เรียกความสนใจหรือกลายเป็นข่าวพาดหัวครึกโครมในทันที แต่เมื่อเวลามาถึง บางทีมันอาจกลายเป็นหายนะใหญ่หลวงที่สุดของเธอ” ผู้สื่อข่าวของคริสเตียนไซน์ มอนิเตอร์ ที่ประจำอยู่ในกรุงเทพฯระบุ

ผู้สื่อข่าวประจำกรุงเทพฯของคริสเตียนไซน์ มอนิเตอร์ รายงานด้วยว่าความล้มเหลวของโครงการนี้ได้ผลักให้ชาวนาบางส่วน ซึ่งปกติแล้วเป็นผู้สนับสนุนสำคัญของนางสาวยิ่งลักษณ์ แปรพักตร์ไปเข้าร่วมกับฝ่ายต่อต้านรัฐบาล พร้อมระบุว่า “มันยังทำให้ศาลยุติธรรมหรือแม้แต่หน่วยงานรัฐบาลบางแห่งมีเหตุผลชอบธรรมพอสำหรับหันหลังให้กับเธอภายใต้กรอบของกฎหมาย”

อย่างไรก็ตามด้วยกลุ่มคนเสื้อแดง ฝ่ายสนับสนุนนางสาวยิ่งลักษณ์ ประกาศว่าจะชุมนุมทั่วประเทศหากว่ารัฐบาลของเธอถูกโค่นล้ม ทางผู้สื่อข่าวคริสเตียนไซน์ มอนิเตอร์ อ้างความเห็นของเหล่านักวิเคราะห์มองว่าในกรณีนั้น รัฐบาลชุดถัดไปน่าจะถูกจัดตั้งขึ้นในรูปแบบของคณะกรรมการบางอย่าง ที่จะเข้ามาผลักดันการปฏิรูป กระนั้นบางทีคณะกรรมการอาจไม่สามารถเดินต่อไปได้หากว่าทั้งสองฝ่ายออกมาเผชิญหน้าบนท้องถนน และในที่สุดกองทัพก็จำเป็นต้องออกมารัฐประหาร ทว่านี่ก็ยังไม่ใช้จุดจบเพราะมันก็จะถูกขัดขืนโดยคนเสื้อแดงอยู่ดี

“นี่คือสถานการณ์โลกแตก คิดว่ามีความเป็นไปได้ที่เมฆหมอกก้อนนี้จะยืดเยื้อต่อไปอีกเป็นเวลานาน” ผู้สื่อข่าวของคริสเตียนไซน์ มอนิเตอร์ระบุ พร้อมบอกต่อว่าด้วยความทรงจำต่อเหตุยุ่งเหยิงทางการเมืองปี 2008 ยังไม่จางหายไป สถานบันหลักต่างๆของประเทศจึงส่งสัญญาณว่าพวกเขาไม่ต้องการเห็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

http://astv.mobi/A2fZVsb


ปฏิบัติการม็อบกปปส.ถอนลงทุน หุ้นชินฯล่วงแดงทั้งกระดาน

ราคาหุ้นกลุ่มชินคอร์ป ณ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2557 ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่สอง

1. ราคาหุ้นบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC) ปิดตลาดที่ 3.14 บาท ลดลง 3.09%

2. ราคาหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) ปิดที่ 72.25 บาท ลดลง 2.03%

3. ราคาหุ้นบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส (ADVANC) ปิดที่ 211 บาท ลดลง 2.76%

4. ราคาหุ้นบริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ (CSL) ปิดที่ 10.10 บาท ลดลง 3.81%

5. ราคาหุ้นบริษัท ไทยคม (THCOM) ปิดที่ 39.50 บาท ลดลง 1.25%

6. ราคาหุ้นบริษัท เอ็ม ลิ้งค์ เอเชีย คอร์ปอเรชั่น (MLINK) ปิดที่ 3.10 บาท ลดลง 6.63%


ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ : แล้วจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง?

แล้วจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง?

เกือบ 30 ปีก่อน ผมเคยอ่านหนังสือเรื่อง "สิ้นชาติ" (Twenty Years and Twenty Days) เขียนโดย เหงียนเกากี อดีตนายกรัฐมนตรีของเวียดนามใต้ในขณะนั้น ท่ามกลางความโกลาหลอลหม่านภายในประเทศ ทำให้ประชาชนต้องต่อสู้ฆ่าฟันกันเอง ด้วยความหลงเชื่อความคิดที่แตกต่างทางการเมือง

สถานการณ์ในเมืองไทยขณะนี้ หากคนในประเทศคุยกันไม่รู้เรื่อง ไม่ยอมเจรจากัน แม้แต่เลือกตั้งยังทำไม่ได้ ต่อไปคงเป็นช่องทางให้คนนอกประเทศเข้ามาแทรกแซง อันนำไปสู่ความแตกแยกที่ไม่รู้จบ จนอาจต้องแบ่งประเทศออกมาเป็นเหนือ – ใต้ แล้วกั้นกำแพงที่ใจกลางเมืองหลวง เหมือนดั่งประเทศอื่นที่คนในประเทศมีความคิดแตกต่างทางการเมือง จนต้องยอมแยกไปตั้งประเทศใหม่

ตอนนี้รัฐบาลไม่ต้องเอาเวลาไปบริหารงานบ้านเมือง มีความคิดสร้างสรรค์ใดๆ เพราะหมดเวลาไปกับการปกป้องตัวเอง ส่วนอีกฝ่ายแช่แข็งประเทศจนกว่าจะล้มรัฐบาลได้ อย่างอื่นค่อยมาว่ากัน

ฝั่งหนึ่งทำอะไร ก็ย้อนรอยทำเหมือนกัน ทั้งปิดถนนปิดสี่แยก ดาวกระจายไปปิดสถานที่ต่างๆ ฝั่งหนึ่งเคยเทเลือด ตอนนี้เทคอนกรีตหน้าทำเนียบฯ ฝั่งหนึ่งถูกดำเนินคดีฆ่าคนตายที่ราชประสงค์ อีกฝั่งหนึ่งคงต้องถูกดำเนินคดีฆ่าคนตายที่ผ่านฟ้าบ้าง ฝั่งหนึ่งตัดท่อน้ำเลี้ยงผู้สนับสนุนม็อบ อีกฝั่งก็ไปล้อมตึกตัดท่อน้ำเลี้ยงของตระกูล

ถึงแม้นายกฯยิ่งลักษณ์จะถูกลงแส้จาก ป.ป.ช.ไปยันศาลรัฐธรรมนูญ แต่ปัญหายังไม่จบ เมื่อไหร่ลงจากเก้าอี้ มีนายกฯคนกลาง (คงกลางไม่จริง) จะเป็นคราวให้อีกฝ่ายลุกขึ้นโจมตีว่าถูกกลั่นแกล้ง ออกมาก่อม็อบประท้วงกันอีก เป็นศึกสงครามไม่รู้จบ แล้วจะรู้ว่าใกล้ถึง "วันสิ้นชาติ" สักแค่ไหน

ผมคิดถึงเสียงพูดก่อนเคารพธงชาติทุกเช้าเย็นว่า "ธงชาติและเพลงชาติไทย เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทย เราจงร่วมใจยืนตรงเคารพธงชาติ ด้วยความภาคภูมิใจในเอกราช และความเสียสละของบรรพบุรุษไทย"

แล้วหากเรายังทะเลาะกันอย่างนี้ต่อไป จะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง?


ปราการด่านสุดท้ายสู่สงครามกลางเมือง

By พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์
ศาลยุติธรรมนั้น แต่ไหนแต่ไรมา ในทุกประเทศ ต่างถือว่า เป็น "ที่มั่นสุดท้าย" ที่ประชาชนยังคงหวังพึ่งได้ เป็น "ปราการด่านสุดท้าย" ในการแก้ไขความขัดแย้งระหว่างผู้ปกครองกับประชาชนด้วยสันติวิธี คือ ยึดหลักกฎหมาย ผิด ก็ว่าผิด ถูก ก็ว่าถูก ไปตามหลักนิติธรรม ให้ผู้ปกครองและประชาชนอยู่ร่วมกันได้โดยสันติ ประชาชนจึงยังคงยอม "ถูกปกครอง" ต่อไปโดยดี ถ้าพ้นด่านสุดท้ายนี้ไปแล้ว มันก็คือ "บ้านป่าเมืองเถื่อน"

สิ่งที่เกิดขึ้นจึงสะท้อนว่า พวกเผด็จการไทยหมดอาวุธแล้ว เมื่อทั้งกกต. ศาลรธน. และปปช.ได้แสดงธาตุแท้เบี้องหลังออกมาอย่างโจ่งแจ้ง จนไม่มีใครเชื่อถืออีก และการใช้ทหารเข้ายึดอำนาจอย่างเปิดเผยก็ยังไม่มีเงื่อนไข พวกเผด็จการจึงต้องทำอย่างที่เราได้เห็น ทำโดยไม่ยี่หระต่อความเกลียดชังของประชาชนและไม่แคร์ต่อสายตาเหยียดหยามจากนานาชาติ

พวกเผด็จการไม่ใช่แค่ "หน้ามืด" แต่ยัง "คิดสั้น" อย่างไม่น่าเชื่ออีกด้วย เพราะเมื่อประชาชนจำนวนมากหมดสิ้นแล้วซึ่งความเชื่อถือในกระบวนการยุติธรรม เมื่อประชาชนมองว่า ตนไม่สามารถพึ่ง "ที่มั่นสุดท้าย" ไม่สามารถยึดหลักกฎหมายและสันติ เพื่อไปทัดทานอำนาจผู้ปกครองได้อีกต่อไป พวกเขาก็จะหันไปหาวิธีอื่นเพื่อต่อต้านผู้ปกครอง ซึ่งรวมทั้งวิธีที่ไม่อิงกฎหมาย ไม่สันติด้วย

ก้าวนี้ของเผด็จการไทยจึงเป็นการลากประเทศไทยและคนไทยให้ตรงเข้าสู่สงครามกลางเมืองอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้!

'ฮิวแมนไรท์วอทช์' ชี้กลุ่มผู้ชุมนุมหมดความชอบธรรมในการอ้างว่าประท้วงอย่างสันติ-ปราศจากอาวุธ

'ฮิวแมนไรท์วอทช์' ชี้กลุ่มผู้ชุมนุมหมดความชอบธรรมในการอ้างว่าประท้วงอย่างสันติ-ปราศจากอาวุธ เนื่องจากพบมีการใช้อาวุธอย่างชัดเจน จากเหตุรุนแรงเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
--------------------------
'ฮิวแมนไรท์วอทช์' เตือนทุกฝ่ายหยุดความรุนแรงก่อนบานปลาย

องค์การฮิวแมนไรท์วอทช์ ออกแถลงการณ์เตือนทุกฝ่ายในไทย หยุดใช้ความรุนแรง ก่อนสถานการณ์บานปลายจนไม่สามารถควบคุมได้ ขณะเดียวกันยังชี้ว่า กลุ่มผู้ชุมนุมหมดความชอบธรรมในการอ้างว่าประท้วงอย่างสันติ-ปราศจากอาวุธ เนื่องจากพบมีการใช้อาวุธอย่างชัดเจน จากเหตุรุนแรงเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ฮิวแมนไรท์วอทช์ องค์การปกป้องสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ออกแถลงการณ์ฉบับใหม่เกี่ยวกับความรุนแรงในไทย จากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างตำรวจ กับผู้ประท้วงบริเวณสะพานผ่านฟ้า ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยแถลงการณ์ระบุว่า การกระทำที่ละเมิดกฎหมายจากฝ่ายตำรวจ และผู้ประท้วง เสี่ยงที่จะทำให้ความรุนแรงจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในไทยลุกลามออกไป

แถลงการณ์ดังกล่าวอ้างคำพูดของนายแบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการฮิวแมนไรท์วอทช์ ประจำเอเชีย ซึ่งระบุว่า เหตุนองเลือดเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ทำให้สถานการณ์ที่เลวร้ายอยู่แล้วยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก ขณะเดียวกันก็ชี้ว่า การใช้กำลังเกินขอบเขตของเจ้าหน้าที่ และความรุนแรงจากทั้งสองฝ่ายคู่ขัดแย้ง จำเป็นต้องยุติลงทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ลุกลามบานปลายจนไม่สามารถควบคุมได้

รายงานของฮิวแมนไรท์วอทช์ยังเล่าถึงบรรยากาศการปะทะกันบริเวณสะพานผ่านฟ้า เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า การปะทะกันเกิดขึ้นระหว่างที่ตำรวจพยายามขอคืนพื้นที่จากกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งเรียกตนเองว่า"กองทัพธรรม" และเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย กปปส. โดยภายหลังการเจรจาล้มเหลว ตำรวจได้ตัดสินใจจู่โจมพื้นที่ชุมนุม โดยใช้กระบอง แก๊สน้ำตา และกระสุนยางเป็นอาวุธ ก่อนรอบตัวนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ หนึ่งในแกนนำการชุมนุมเอาไว้ได้ เมื่อเวลาประมาณ 10 นาฬิกา

จากนั้นไม่นาน กลุ่มมือปืนซึ่งปฏิบัติการร่วมกับผู้ประท้วง ได้เปิดฉากกระหน่ำยิงใส่ตำรวจ และขว้างระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ ทำให้มีตำรวจได้รับบาดเจ็บกว่า 10 นาย ก่อนที่มือปืน 4 คน จะบุกไปชิงตัวนายสมเกียรติจากรถห้องขังของตำรวจ ทำให้ตำรวจต้องตอบโต้ด้วยปืนสั้น ปืนช็อตกัน และไรเฟิลที่ใช้กระสุนจริง

ผู้เห็นเหตุการณ์เปิดเผยกับฮิวแมนไรท์วอทช์ว่า ผู้ประท้วงบางคนเปิดฉากยิงใส่รถตำรวจ ทำให้มีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 1 นาย ส่วนคนขับรถได้ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมลากออกไปรุมทำร้าย ก่อนที่เหตุการณ์จะสงบลงในเวลาประมาณ 15 นาฬิกา หลังจากตำรวจถอนกำลังกลับ และผู้ประท้วงได้ล่าถอยกลับฐานที่มั่นของตน

ฮิวแมนไรท์วอทช์ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นชี้ให้เห็นชัดเจนว่า กลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาล มีการใช้อาวุธ และไม่ได้ชุมนุมกันอย่างสันติ ปราศจากอาวุธตามที่แกนนำมักกล่าวอ้าง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นครั้งที่สอง ถัดจากการปะทะกันที่แยกหลักสี่ ซึ่งพบว่า มีกลุ่มติดอาวุธที่มีทักษะสูง และทำงานกันเป็นทีม ออกมาใช้อาวุธสงครามคอยช่วยเหลือผู้ประท้วงกลุ่ม กปปส.

ด้วยเหตุนี้ ฮิวแมนไรท์วอทช์จึงเรียกร้องให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และบรรดาแกนนำ กปปส. ควรเร่งหาตัวผู้ใช้อาวุธสงคราม และเกี่ยวข้องกับการใช้ความรุนแรง เพื่อส่งตัวให้กับเจ้าหน้าที่ไปดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขณะเดียวกันยังเรียกร้องให้รัฐบาล เร่งดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างโปร่งใส และเป็นธรรม รวมถึงบังคับใช้กฎกติกาการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ให้สอดคล้องกับหลักการสากลอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้ความรุนแรง และการละเมิดสิทธิมนุษยชนลุกลามเลวร้าย และทำให้ประเทศไทยไร้ขื่อแป จากการโจมตีแก้แค้นกันที่ขยายวงกว้างมากขึ้น
20 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 13:33 น.
http://shows.voicetv.co.th/voice-news/97810.html
http://www.hrw.org/news/2014/02/19/thailand-bangkok-violence-escalates
https://twitter.com/sunaibkk/statuses/436384443779915776