PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ยูเครนจับกุมชายฝรั่งเศสวางแผนก่อวินาศกรรมช่วงแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016

ยูเครนจับกุมชายฝรั่งเศสวางแผนก่อวินาศกรรมช่วงแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016
เจ้าหน้าที่ทางการยูเครนเปิดเผยว่า ชายชาวฝรั่งเศสผู้หนึ่งที่ทางการยูเครนจับกุมตัวไว้เมื่อเดือนที่แล้วในข้อหามีอาวุธในครอบครองจำนวนมาก ได้รับสารภาพว่ามีแผนก่อวินาศกรรมในฝรั่งเศส ระหว่างการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 ซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันศุกร์นี้
ชายวัย 25 ปีคนดังกล่าว ถูกจับกุมที่บริเวณพรมแดนระหว่างยูเครนและโปแลนด์ โดยจากการสืบสวนพบว่า เขาเป็นคนงานในฟาร์มของสหกรณ์แห่งหนึ่งในฝรั่งเศส และไม่มีประวัติอาชญากรรมมาก่อน อย่างไรก็ตาม ชายผู้นี้มีแนวคิดชาตินิยมสุดโต่ง และมีอาวุธในครอบครองเป็นจำนวนมาก มีทั้งปืนกลหลายกระบอกพร้อมกระสุนและระเบิดทีเอ็นทีน้ำหนัก 125 กิโลกรัม
ชายคนดังกล่าวยอมรับว่า ได้วางแผนโจมตีสถานที่สำคัญในฝรั่งเศสราว 15 จุด รวมทั้งสะพาน มอเตอร์เวย์ มัสยิด และโบสถ์ยิวด้วย อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่าเขามีแผนโจมตีสถานที่แข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 ด้วยหรือไม่
ตำรวจยูเครนได้ตั้งข้อหาลักลอบขนอาวุธข้ามพรมแดนและข้อหาก่อการร้ายแก่ชายคนดังกล่าวแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจฝรั่งเศสระบุว่ายังไม่ได้รับรายละเอียดจากทางการยูเครนในเรื่องนี้ และตั้งข้อสงสัยว่า ชายคนดังกล่าวอาจไม่ได้เป็นผู้ก่อการร้าย แต่เป็นเพียงผู้ลักลอบค้าอาวุธเท่านั้น
ด้านประธานาธิบดีฟรองซัวส์ โอลองด์ของฝรั่งเศสกล่าวเมื่อวานนี้ (5 มิ.ย.) ว่า ความเสี่ยงต่อภัยก่อการร้ายระหว่างการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 นั้นมีอยู่ แต่ไม่ควรจะหวาดกลัวกันมากจนเกินไป โดยได้มีการยกระดับการรักษาความปลอดภัยในประเทศแล้ว
(ภาพประกอบ - หน่วย SUB ของยูเครน เข้าจับกุมชายต้องสงสัยวางแผนก่อวินาศกรรมในฝรั่งเศส)

"ต้องเป็นผู้นำที่แตกต่าง



"ต้องเป็นผู้นำที่แตกต่าง ถ้าเป็นแล้วไม่ทำอะไรที่แตกต่าง ก็อย่าเป็น แต่ต้องอยู่ในกรอบของความเป็นธรรม.....ประเทศไทยต้องมีที่ยืนที่พูด พูดแล้วคนต้องฟัง" : พลเอก ประยุทธ์ กล่าวไว้ เมื่อกี้
"หน้าที่ของผม ที่ผมเข้ามา คือการมาแก้ไขปัญหา ปชต.ที่หมักหมม ทำประชาธิปไตยให้ดีกว่าเดิม จากเดิมที่ได้แต่อ้าง ปชต."
"นักการเมือง ดี หรือ ไม่ดี ท่านก็เลือกเองแล้วกัน แต่ที่ทำมา นั้นไม่ได้ทำให้ตัวเองให้ รัฐบาล เลือกตั้งที่จะมา ผมไม่ได้อะไีรเลยสักอย่าง แต่ได้ความสุข ที่ได้ทำให้ลูกหลาน ทำให้อาเซี่ยน ประเทศไทยต้องมีที่ยืนที่พูด พูดแล้วคนต้องฟัง"
"ต้องเป็นผู้นำที่แตกต่าง ถ้าเป็นแล้วไม่ทำอะไรที่แตกต่าง ก็อย่าเป็น แต่ต้องอยู่ในกรอบของความเป็นธรรม"พลเอกประยุทธ์ กล่าว
@งาน วันต่อต้านการค้ามนุษย์

บิ๊กหมู ประชุม ผบ.หน่วยขึ้นตรงทบ.ชื่นชมการทำงานเพื่อปชช. มีประสิทธิภาพ สมเป็น "ทีมทบ." อย่างแท้จริง



บิ๊กหมู ประชุม ผบ.หน่วยขึ้นตรงทบ.ชื่นชมการทำงานเพื่อปชช. มีประสิทธิภาพ สมเป็น "ทีมทบ." อย่างแท้จริง
สั่งทหารเร่ง เดินหน้า โครงการประชารัฐ หมู่บ้านละ2แสน ให้เป็นไปตามความต้องการของประชาคมหมู่บ้าน ส่วนตำบลละ5 ล้าน กกล.รส.ยังคงเดินหน้า คืบแล้ว 72% ส่วน ศบภ.ทบ.นำทุกส่วนราชการ ภาคปชช. ฝึกบรรเทาสาธารณภัย บนอาคารสูงและในเมือง17-26 มิย.นี้ ที่สนามไทย-ญี่ปุ่น /สั่งปราบมาเฟีย ต่อ ลั่นต้องให้เกรงกลัวต่อกม.บ้านเมือง สั่งคุมเข้มร้านที่ เปิดเกินเวลา ไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง มาทำลายความสงบสุขของประเทศ/ให้กำลังใจทหารใต้
ที่ บก.ทบ. พลเอกธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. เป็นประธานการประชุม ผบ.หน่วยขึ้นตรง ทบ. โดยได้ชื่นชม การทำงานของ ทบ.ผ่านมากลไกการทำงานได้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามระบบ
"ถือว่ากำลังพลทุกคน “เป็นทีมงาน กองทัพบกอย่างแท้จริง”
พันตรีหญิง มญชุ์พิชา นราแย้ม ผช.โฆษก ทบ. กล่าวว่า กองทัพบกจะยังคงเป็นหน่วยงานหลักที่ให้การสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติและดูแลประชาชนในทุกพื้นที่อย่างเต็มที่
"การทำงานของทหารให้ยืนอยู่ข้างประชาชน ช่วยให้ประชาชนประกอบอาชีพได้อย่างสุจริต จะเห็นได้ว่าในทุกความเดือดร้อน ทุกภัยพิบัติ ทหารได้เข้าไปดูแลช่วยเหลืออย่างจริงจัง พยายามทำให้ปัญหาทุกเรื่องสามารถแก้ไขได้
ในระดับพื้นที่ โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากส่วนราชการต่างๆ
จึงขอให้ดำรงการทำงานในลักษณะนี้ควบคู่ไปกับงานในภาระหน้าที่ของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยที่จะต้องบังคับใช้กฎหมายหรือจัดระเบียบสังคม "
ผบทบ.ยังกำชับให้เพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายกับที่ผู้บุกรุกป่า การทวงคืนพื้นที่ป่าให้กลับมาเป็นสมบัติของส่วนรวม รวมทั้งการดูแลแหล่งท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานและไม่มีผู้ใดมาแสวงประโยชน์ส่วนตน หรือการนำทรัพยากรของส่วนรวมกลับคืนมา
ส่วนภารกิจในด้านการทหาร ซึ่งในปีที่ผ่านมากองทัพบกจัดให้มีการฝึกกรมทหารราบเฉพาะกิจ และกรมทหารม้าเฉพาะกิจ การฝึกดังกล่าวได้สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของกำลังพล ยุทโธปกรณ์ การบังคับบัญชา และศักยภาพในภารกิจทางทหาร ซึ่งกองทัพบกจะดำรงการฝึกในลักษณะนี้ต่อไป รวมถึงการฝึกเฉพาะกลุ่ม เช่น หน่วยทหารขนาดเล็ก เพื่อให้ครอบคลุมในทุกมิติของการปฏิบัติการทางทหาร และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือประชาชน
ผบทบ.ยังขอบคุณกำลังพล และผู้บังคับหน่วยในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่สามารถดูแลสถานการณ์ ปฏิบัติการเชิงรุก และบริหารจัดการสถานการณ์ต่างๆ
ได้เป็นอย่างดี ภาพรวมของสถานการณ์ดีขึ้นมา ประชาชนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง ขอให้ดำรงการปฏิบัติต่อไป ควบคู่ไปกับการพูดคุยทำความเข้าใจ การพัฒนาในพื้นที่ และให้เข้มงวดในการ
ดำเนินการต่อผู้กระทำผิดกฎหมายอื่นๆ เช่น บ่อนการพนัน ยาเสพติด สินค้าหนีภาษี และสิ่งของผิดกฎหมายต่างๆ ซึ่งจะเป็นส่วนสนับสนุนให้สถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

คสช.แจง กรณี"วัฒนา-จาตุรนต์-พิชัย"



คสช.แจง กรณี"วัฒนา-จาตุรนต์-พิชัย"
คสช.ยังไม่มีแผนยกเลิก การอายัดบัญชี หรือห้ามทำธุรกรรมทางการเงินของบุคคลที่มีชื่อในคำสั่ง คสช. โดยให้แค่ไปต่างประเทศ โดยไม่ต้องขออนุญาตคสช.เท่านั้น ยันไม่ก้าวล่วง"พิชัย"ไปฮ่องกง หากไม่ทำอะไรที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อย/เตือน"วัฒนา เมืองสุข" อาจถูกฟ้อง หากทำใคร เสียหาย /ยัน ยังไม่ให้ พาสปอร์ต "จาตุรนต์" ยังติดขัดเรื่องข้อกม.-คำสั่งศาล/ เผย"พลเอกธีรชัย"สั่ง กกล.รส. อย่าให้ฝ่ายใด มาทำลายความสงบสุข เผย ประชาชนแจ้งมายัง คสช.พอใจความสงบในเวลานี้ สั่งปราบมาเฟีย ต่อเนื่อง สั่งปิดสถานบันเทิงตามเวลา
พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. กล่าวว่า คสช.ยังไม่มีแผนยกเลิก การอายัดบัญชี หริอห้ามทำธุรกรรมทางการเงินของบุคคลที่มีชื่อในคำสั่ง หรือประกาศ คสช. โดยให้แค่ไปต่างประเทศ โดยไม่ต้องขออนุญาตคสช.เท่านั้น โดยแต่ละบุคคล นั่นหากสามารถชี้แจง ที่มาที่ไปของเงินได้ก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะทุกอย่างต้องมีข้อบ่งชี้
ส่วนกรณีที่ นาย พิชัย นริพทะพันธุ์ ไปฮ่องกง นั้น รองโฆษกคสช. กล่าวว่า
เป็นสิทธิอันชอบธรรม ของเขา คสช ไม่ก้าวล่วง แต่ดูอยู่ห่างๆ ถ้าไม่มีอะไรที่ส่งผลต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง คสช.ก็เคารพ
ส่วนกรณี พาสปอร์ตของ นายจาตุรนต์ ฉายแสง นั้น ต้องเป็นไปตามขั้นตอนของ ราชการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ โดยต้องดูว่า มีข้อติดขัด ทางกม.หรือ คำสั่งศาล และ มีข้อจำกัด ใดๆหรือไม่ ที่เขาพืจารณาแล้วว่าให้ ไม่ได้
ส่วนกรณีของ นายวัฒนา เมืองสุข ที่ออกมาวิจารณ์ นายกรัฐมนตรี นั้น รองโฆษกคสช. กล่าวว่า ต้องดูว่า เป็นการแสดงความคิดเห็น ที่จริงใจ และ เป็นไปได้ หรือไม่
"หาก มีการทำให้เสียหาย หากมีอะไรที่ทำให้องค์กร หรือบุคคล เสียหาย เขาก็มีสิทธิโดยชอบธรรม ที่จะใช้วิธีทางกม.ในการกล่าวโทษกล่าวร้าย จากการให้ข้อมูลของบุคคลนั้น" พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง กล่าว
"พลเอกธีรชัย"สั่ง กกล.รส. อย่าให้ฝ่ายใด มาทำลายความสงบสุข เผย ประชาชนแจ้งมายัง คสช.พอใจความสงบในเวลานี้ สั่งปราบมาเฟีย ต่อเนื่อง สั่งปิดสถานบันเทิงตามเวลา
พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. กล่าวว่า พลเอกธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.และเลขาธิการ คสช. สั่งการในที่ประชุม สำนักเลขาฯคสช. ที่บก.ทบ. วันนี้ด้วยว่า กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย(กกล.รส.) ต้องดูแลสถานการณ์ เพิ้อไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง มาทำลายความสงบสุขของประเทศ และสร้างสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม ในการเดินตามโรดแมพ อะไร ทำให้ไม่เรียบร้อย ไม่เคารพกม. และมีการสร้างความวุ่นวาย คสช.ยังคงมาตรการเดิม และคำสั่ง ความร่วมมือ
"แต่เรา ยึดเอากม.ปกติมาเป็นกรอบในการแก้ปัญหา แม้แต่การใช้พรบ.การ ชุมนุมในที่สาธารณะ โดยยังไม่มีการใช้มาตรการอื่นใด" รองโฆษก คสช. กล่าว
พลเอกธีรชัย ยังได้ระบุถึงภาพรวมสถานการณ์ต่างๆ ของบ้านเมืองในขณะนี้ ดำเนินไปอย่างเรียบร้อย โดยเฉพาะในสัปดาห์ที่ผ่านมามีความคืบหน้าในการคลี่คลายคดีความสำคัญและคดีที่สังคมสนใจ แสดงถึงความทุ่มเทของ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธานับว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม
ส่วนเรื่องการปราบปรามผู้มีอิทธิพล บ่อนการพนัน ยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายต่างๆ ให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ประสานการปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิด พื้นที่ใดมีการกระทำผิดให้เข้าดำเนินการโดยทันที ไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน และให้ผู้กระทำผิดมีความเกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง รวมทั้งในเรื่องสถานบริการ ร้านอาหาร ก็ต้องดูแลให้ปฏิบัติตามกฎหมายด้วย ไม่ให้เปิดเกินเวลา
รองโฆษกคสช. เผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้รับเสียงสะท้อน จากประชาชนว่าต้องการให้สถานการณ์บ้านเมืองสงบเรียบร้อยเหมือนที่เป็นอยู่ในขณะนี้ เพราะสามารถประกอบอาชีพและดำเนินชีวิตได้ตามวิถีของตน
"คณะรักษาความสงบแห่งชาติ น้อมรับในเสียงสะท้อนดังกล่าวและเจ้าหน้าที่ทุกคนจะยังคงปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ในเรื่องการดูแลความปลอดภัย สนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐ รวบรวมและรับทราบปัญหาของประชาชนอย่างเต็มที่
ในขณะเดียวกันจะยังติดตามและมีมาตรการในการป้องกันมิให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมาทำลายบรรยากาศความสงบสุขของประเทศ หรือไม่เคารพกฎหมายตลอดช่วงเวลาของการดำเนินตามโรดแมพที่วางไว้ "

บิ๊กตู่ ลั่น ปราบค้ามนุษย์ สั่งห้าม จนท.รัฐ ใช้ตำแหน่งประกันตัว เผยมี 34 คดี โยง ตร.-ทหาร จนท.รัฐ-นักการเมืองท้องถิ่น




บิ๊กตู่ ลั่น ปราบค้ามนุษย์ สั่งห้าม จนท.รัฐ ใช้ตำแหน่งประกันตัว เผยมี 34 คดี โยง ตร.-ทหาร จนท.รัฐ-นักการเมืองท้องถิ่นถามที่ผ่านมา ใครเคย จัดระเบียบขอทาน วณิพก บ้าง ลั่น ไทยต่องมีที่ยืน พูดต้องมีคนฟัง
นายกฯ บิ๊กตู่ ร่วมงาน วันต่อต้านการค้ามนุษย์ ยัน รัฐบาลให้ความสำคัญ ต้านคัามนุษย์ เป็นวาระแห่งชาติ อย่า Propaganda แล้วก็จบ แต่ต้องทำจริง แก้จริง ปัญหายาวนาน แก้ทั้งต้นทาง กลางทาง ปลายทาง
ทั้งนี้การแก้ปัญหาค้ามนุษย์ ไม่ใช่ ดูที่ปริมาณคดี.ยัน รัฐบาลนี้ ห้ามใช้ ตำแหน่ง จนท.รัฐ เป็นหลักทรัพย์ประกันตัว จนท.รัฐ โดนคดี ตร.ทหาร นักการเมืองท้องถิ่น
34 ราย ซึ่งโดนพักราชการไปแล้ว
นายกฯยังฝาก ให้กระทรวงยุติธรรม พิจารณาเรื่องเพิ่มโทษ ในคดีอุกฉกรรจ์และที่มีผลกระทบ ต่อปชช.ใน วงกว้าง ที่เคยมีโทษ ปรับน้อย โทษต่ำ. ต้องทำให้ชัดเจน
"นี่หรือคือสิ่งที่ผมใช้อำนาจ ผมใช้เพื่อใครๆ " นายกฯ กล่าว
"แล้วก็ไปให้ความสำคัญกับคนไม่กี่คน. ประเทศก็อยู่แบบนึ้ ไปไม่ได้"
นายกฯ ฝากตัวแทน ทูตตปท.ด้วยว่า อย่ากดดันเรามากนัก เพราะเราดูแลคนไทย และต้องจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว ด้วย
"เรื่องการแก้ปัญหา ขอทาน วณิพก. เอามาเข้าศูนย์ฝึก เอามาแสดงดนตรี. ทำไมไม่บอกไม่พูด มีใครเคยทำมาบ้าง"
"พวกพูดแล้วไม่ทำ ใครก็พูดได้. รัฐบาลนี้ไม่เคยโกหก วันนึ้ ว่าผมจะไม่อารมณ์เสียแล้ว เจอหน้าท่านรอง(ประวิตร)เลยมีกำลังใจ ฝ่ายความมั่นคง"
นายกฯวอน เวลาผมพูด อย่าจับผิด คำพูด บางคำ โดยเฉพาะใน โซเชึ่ยล มีเดีย บิดเบือน
"หน้าที่ของผม ที่ผมเข้ามา คือการมาแก้ไขปัญหา ปชต.ที่หมักหมม ทำประชาธิปไตยให้ดีกว่าเดิม จากเดิมที่ได้แต่อ้าง ปชต."
"นักการเมือง ดี หรือ ไม่ดี ท่านก็เลือกเองแล้วกัน แต่ที่ทำมา นั้นไม่ได้ทำให้ตัวเองให้ รัฐบาล เลือกตั้งที่จะมา ผมไม่ได้อะไีรเลยสักอย่าง แต่ได้ความสุข ทำให้ลูกหลาน ทำให้อาเซี่ยน ประเทศไทยต้องมีที่ยืนที่พูด พูดแล้วคนต้องฟัง"
"ต้องเป็นผู้นำที่แตกต่าง ถ้าเป็นแล้วไม่ทำอะไรที่แตกต่าง ก็อย่าเป็น แต่ต้องอยู่ในกรอบของความเป็นธรรม"พลเอกประยุทธ์ กล่าว

5มิ.ย.หยุดการค้ามนุษย์

Stop Human Trafficking Day.....
พลเอกประยุทธ์ นายกฯ พร้อม พลเอกประวิตร พลเอกอนุพงษ์ พล.ร.อ.ณรงค์ พล.ต.อ.อดุลย์ ร่วมงาน"วันต่อต้านการค้ามนุษย์"ที่ตรงกับวันที่ 5มิย. ที่ทำเนียบรัฐบาล โดย. พล.ร.อ.พัลลภ ตมิศานนท์ เสธ.ทร.-เลขาฯศปมผ. และ พล.ร.อ.บงสุช สิงหณรงค์ รับรางวัลต่อต้านค้ามนุษย์ จาก พลเอกประยุทธ์ โดย ศปมผ.ปลุกสำนึก ผู้บริโภค ทุกครั้งที่ทานอาหาร ให้นึกว่า อาหารที่เราทานนั้น มาจากประมงผิดกม.ใช้แรงงานทาส หรือไม่
นายกฯ ยัน ต้านคัามนุษย์ เป็นวาระแห่งชาติ อย่า Propaganda แล้วก็จบ แต่ต้องทำจริง แก้จริง ปัญหายาวนาน แก้ทั้งต้นทาง กลางทาง ปลายทาง
ทั้งนี้การแก้ปัญหาค้ามนุษย์ ไม่ใช่ ดูที่ปริมาณคดี.ยัน รัฐบาลนี้ ห้ามใช้ ตำแหน่ง จนท.รัฐ เป็นหลักทรัพย์ประกันตัว จนท.รัฐ โดนคดี ตร.ทหาร นักการเมืองท้องถิ่น
34 ราย ซึ่งโดนพักราชการไปแล้ว

ปธน.ฝรั่งเศสเปิดอุโมงค์รถไฟยาวที่สุดในโลก

Anukool Sriumpoldech 
· 
ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เดินทางไปเปิดอุโมงค์รถไฟ Gotthard Tunnel ที่เมือง Saint-Gotthard ,Switzerland ลอดภูเขาแอลป์ยาวที่่สุดในโลก เมื่อวันที่ 1 มิย 2016 อุโมงค์นี้้เชื่อมทะเลถึงทะเล จากเมืองท่า Genoa ในอิตาลีผ่านมิลาน ข้ามแดนเข้าสวิสที่เมืองลูกาโน ส่วนที่เป็นอุโมงค์ลอดภูเขาแอลป์ยาวสุดในโลก 57 กม. ที่เมือง Saint-Gotthard Massif ผ่านซูริค เข้าสู่เมืองศูนย์กลางการค้าและอุตสาหกรรมของเยอรมันหลายเมือง ผ่านเมืองท่าสำคัญทะเลเหนือAntwerp ของ เบลเยี่ยม และลงทะเลหนือฝั่งตะวันตกที่อัมสเตอร์ดัมส์ เนเธอร์แลนด์ การรถไฟสวิส เริ่มศึกษาโครงการนี้เมื่อปี 1947 ลงมือก่อสร้างปี 1999 ทำพิธีเปิดเป็นทางการเมื่อ 2 มิ.ย. 2016 รวมระยะเวลาก่อสร้างอุโมงค์ 17 ปีใช้เงินไป 25 พันล้านสวิสฟรังค์ ลงทุนโดยรัฐบาลสวิส ทั้งหมด ความเร็วรถไฟขณะนี้ 200 กม./ชม และจะเพิ่มเป็น 250 กม./ชม.อนาคตจะใช้ความเร็วสูงสุด ได้มากกว่า 500 กม./ชม ใช้ขนส่งสินค้าวันละ 167 ขบวน และขนส่งผู้โดยสาร วันละ 60 ขบวน ใช้เวลาเดินทางจากมิลาน ถึงซูริคเพียง 3 ชม.เท่านั้น การก่อสร้างอุโมงค์นี้ ใช้เคร่ืองจักร เครื่องมือ วิศวกรและแรงงาน จาก 15บริษัททั่วโลก

งามหน้า! ผบ.ตร.แต่งตั้งสีกากีฉาว! “พ.ต.ท.” ผู้ต้องหา ม.112 โผล่มีชื่อย้ายด้วย



 ผิดซ้ำซาก! เผยคำสั่งตั้งตำรวจ “สว.- รอง ผบก.” ล่าสุด โยก “พ.ต.ท.ธนบัตร” ผู้ต้องหาคดี ม.112 ร่วมกับ “สารวัตรเอี๊ยด” อ้างเบื้องสูงหาประโยชน์ส่วนตัว จาก รอง ผกก.1 บก.ปคม. ไปเป็นรอง ผกก.ฝอ.3 บก.อก.บช.ก. “โฆษก สตช.” เต้นขอตรวจสอบข้อเท็จจริง 
       
       เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2559 เว็บไซต์กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยแพร่คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 350/2559 แต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับสารวัตร (สว.) ถึงรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) วาระประจำปี 2558 จำนวน 75 ราย ลงนามโดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)
       
       ก่อนหน้านี้ วันที่ 4 มิ.ย. เว็บไซต์กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยแพร่คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 3 ฉบับ คือ คำสั่ง ตร.346, 347 และ 349 รวมทั้งสิ้น 802 ตำแหน่ง ซึ่งหลายตำแหน่งเป็นการแก้ไขคำสั่งที่มีการแต่งตั้งซ้ำชื่อ ซ้ำตำแหน่ง แต่งตั้งผู้เสียชีวิตไปแล้ว และแต่งตั้งลดตำแหน่ง ทั้งนี้ ในคำสั่งที่ 346 มีการแก้ไขคำสั่งแต่งตั้ง ที่เคยแต่งตั้งให้ พ.ต.อ.สมเกียรติ ยุวดี ผกก.สภ.ไม้เรียง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่เดือนธันวาคม 2556 หรือนานมากกว่า 2 ปี ไปเป็น ผกก.สภ.ขนอม จว.นครศรีธรรมราช โดยให้ พ.ต.อ.อิสกานตาร์ อามิน ผกก.สภ.ควนมีด จ.สงขลา ไปเป็น ผกก.สภ.ขนอม จว.นครศรีธรรมราช แทน
       
       พ.ต.อ.พิชาญ ทองสุขแก้ว ผกก.คูคต จว.ปทุมธานี ในคำสั่งที่ 347 ลำดับที่ 243 ไปเป็น ผกก.สภ.แม่ตื่น จว.เชียงใหม่ ซึ่งซ้ำกับ พ.ต.อ.สุรศักดิ์ มาอินทร์ ผกก.ฝอ.ภ.จว.สระบุรี ในคำสั่งที่ 349 ลำดับที่ 36 ซึ่งไปเป็น ผกก.สภ.แม่ตื่น จว.เชียงใหม่ เช่นกัน ทำให้ในคำสั่งที่ 350 มีการแก้ใหม่แต่งตั้ง พ.ต.อ.พิชาญ ไปเป็น ผกก.สภ.อ่าวน้อย จว.ประจวบคีรีขันธ์
       
       อย่างไรก็ดี ในคำสั่ง ตร.350 เกิดความผิดพลาดขึ้นอีก เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในแวดวงตำรวจ คือ ในลำดับที่ 26 แต่งตั้ง พ.ต.ท.ธนบัตร ประเสริฐวิทย์ รอง ผกก.2 บก.ปคม. ไปเป็นรอง ผกก.ฝอ.3 บก.อก.บช.ก. ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า พ.ต.ท.ธนบัตร มีหมายจับในคดีร่วมกันดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่ทำให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่งหรือหน้าที่ ทั้งที่ตนมิได้มีตำแหน่งหรือหน้าที่นั้น เพื่อแสดงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น
       
       คดีของ พ.ต.ท.ธนบัตร เปิดเผยเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2558 พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ที่ปรึกษา (สบ 10) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงถึงการดำเนินคดีกับขบวนการแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงเรียกรับผลประโยชน์ ในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ตอนหนึ่ง ระบุว่า พนักงานสอบสวนได้อนุมัติหมายจับ พ.ต.ท.ธนบัตร ประเสริฐวิทย์ รอง ผกก.1 บก.ปคม. แล้ว หลังพบว่าได้ร่วมกับ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือ สารวัตรเอี๊ยด อดีต สว.ปอท. กระทำผิดในการแอบอ้างหาผลประโยชน์จากบริษัทเอกชนในการสั่งผลิตสิ่งของต่าง ๆ
       
       “ขณะนี้ทราบว่ายังไม่มีการควบคุมตัว แต่หลังจากนี้ ผู้บังคับบัญชาต้องพิจารณาโทษทางปกครอง อาจพักราชการ หรือให้ออกจากราชการต่อไป โดยจากนี้เมื่อถูกแจ้งข้อกล่าวหาต้องคดีอาญาแล้ว ทาง พ.ต.ท.ธนบัตร ต้องเข้ารายงานตัวต่อผู้บังคับบัญชา” พล.ต.อ.เดชณรงค์ เคยระบุไว้ 
       
       ทั้งนี้ พล.ต.อ.เดชณรงค์ กล่าวถึงคำสั่งที่มีการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจที่มีหมายจับคดี 112 ว่า ยังไม่เห็นคำสั่งแต่งตั้งดังกล่าว ต้องขอตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน 

เปิดหนังสือฉบับเต็ม! ผบ.ทบ.‘อนุมัติตามเสนอ’ล้มดีลแลก‘แบล็ค ฮอว์ค-ชีนุก’บ.ค้าอาวุธ

เปิดหนังสือฉบับเต็ม กรณีแลก‘ซากชีนุก’ กับ‘แบล็ค ฮอว์ค’ บ.ค้าอาวุธ สหรัฐ ผ่านกระบวนพิจารณา 6 ขั้น ‘หน่วยงาน-รอง ผบ.ทบ.’ก่อน‘พล.อ.ธีระชัย’เซ็นฉับอนุมัติยกเลิก ระบุชัด เอกชนไม่ทำตามเงื่อนไข 3 ข้อ กระทั่งนำขายทอดตลาด ปมร้อนขณะนี้
picbookss045 6 16
กรณีขายซากเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง แบบ 47 หรือ ฮ.ล.47 (CH-47D-ชีนุก) จำนวน 6 ลำ (เครื่อง) พร้อมชิ้นส่วน เครื่องมือซ่อมบำรุง และบริภัณฑ์ภาคพื้น ที่กองทัพบกกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ (ประกวดราคาครั้งที่ 3) มีที่มาจากความพยายามในการดำเนินการ แลกเปลี่ยนซาก ชีนุก จำนวน 6 ลำ และ เครื่องบินใช้งานทั่วไป แบบ 1900 จำนวน 2 ลำ กับ เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป แบบ 60 M (BLACK HAWK หรือ แบล็ค ฮอว์ค – เหยี่ยวดำ) จำนวน 1 ลำ ผ่าน บริษัท เมอร์ลิน อินเทลลิเจ้นท์ ทรี จำกัด ตัวแทนบริษัทค้าอาวุธยุทธภัณฑ์จากสหรัฐ แต่ติดเงื่อนไขสำคัญ 3 ข้อ 1 ใน 3 คือ กรณีเช็คหลักประกันซอง จำนวน 10 ล้านบาท ของเอกชน กองทัพอ้างว่าลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนามในเช็คไม่ตรงดับลายมือชื่อที่ให้ไว้กับธนาคาร ซึ่งสำนักข่าวอิศรา www.isranews.org นำข้อมูลเช็ค 10 ล้านบาท ‘เจ้าปัญหา’ มารายงานต่อสาธารณชนแล้ว
ล่าสุดขอนำหนังสือรายงานความคืบหน้าการดำเนินกรรมวิธีแลกเปลี่ยนซากชีนุก ฉบับวันที่ 12 ต.ค.58 ถึง ผบ.ทบ. มาเสนอแบบเต็มๆ ดังนี้
12 ต.ค.58 พล.ท.ธนเดช เหลืองทองคำ เจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารบก (จก.กบ.ทบ.) ทำบันทึกถึง ผบ.ทบ. เรื่อง ขส.ทบ (กรมการขนส่งทหารบก) รายงานความคืบหน้าการดำเนินกรรมวิธีแลกเปลี่ยนซาก ชีนุก เพิ่มเติม
เนื้อหาในบันทึก มีทั้งหมด 4 ข้อ
ข้อแรก ได้อ้างรายงานความคืบหน้าการดำเนินกรรมวิธีแลกเปลี่ยนซาก ฮ.ล.47 จำนวน 6 ลำ และ เครื่องบินใช้งานทั่วไป แบบ 1900 จำนวน 2 ลำ กับ ฮ.ท. 60 รุ่น M (Refurbished) จำนวน 1 เครื่อง ให้ ทบ.(ผ่าน กบ.ทบ.)ทราบเพิ่มเติม
ข้อที่สอง คำชี้แจงของ กบ.ทบ. มีจำนวน 4 ข้อย่อย
ข้อ 2.4 ระบุว่า
“ขส.ทบ. ได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินกรรมวิธีแลกเปลี่ยนซาก ฮ.ล.47 และ ซาก บ.ท. 1900 ให้ ทบ.(ผ่าน กบ.ทบ.)ทราบเพิ่มเติมตามข้อ 1 โดยมีปัญหาข้อขัดข้องในการดำเนินการ ดังนี้
2.4.1 ขส.ทบ. ได้ตรวจสอบหลักประกันซอง (เช็ค ธนาคารกสิกรไทย สาขาสรงประภา-ดอนเมือง เลขที่ 06412510 เป็นเงิน 10,000,000 บาท) ที่ บริษัท เมอร์ลิน อินเทลลิเจ้นท์ ทรี จำกัด นำมายื่นต่อทางราชการกับ ธนาคารกสิกรไทย ปรากฏว่า ธนาคารปฏิเสธการรับ เนื่องจากลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนามในเช็ค ไม่ตรงกับลายมือชื่อที่ให้ไว้กับธนาคาร ดังนั้น ขส.ทบ.จึงได้แจ้งให้บริษัทฯ ทราบเพื่อดำเนินการแก้ไข แต่บริษัทฯ ไม่สามารถนำหลักประกันซองมาวางไว้กับทางราชการตามข้อกำหนดไว้
2.4.2 บริษัทฯ ไม่สามารถจัดให้เจ้าหน้าที่เทคนิคขอทางราชการเดินทางไปตรวจสภาพ ฮ.ท. 60 รุ่น M (Refurbished) ที่สหรัฐอเมริกา เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการรายงานของอนุมัติแลกเปลี่ยนตามอนุมัติหลักการของ ทบ.ได้
2.4.3 บริษัทฯ แจ้งเปลี่ยนแปลงบริษัทที่จะลงนามในสัญญาแลกเปลี่ยนเป็น บริษัท ไทยแอร์โรสเปซ อินดัสทรี จำกัด ซึ่งหากจะดำเนินการตามที่ บริษัทฯ แจ้ง จะต้องยกเลิกการดำเนินกรรมวิธีแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ และเริ่มดำเนินกรรมวิธีแลกเปลี่ยนใหม่อีกครั้ง”
ข้อที่สาม เป็นความเห็นของ กบ.ทบ.
“ กบ.ทบ. พิจารณาแล้วเห็นว่า ขส.ทบ. ได้ดำเนินกรรมวิธีแลกเปลี่ยนซาก ฮ.ล.47 และ ซาก บ.ท. 1900 โดยยึดถือปฏิบัติตามอนุมัติหลักการของ ทบ. ที่อ้างถึง 1 อย่างเคร่งครัด แต่ปัญหาข้อขัดข้องที่เกิดขึ้นตามที่ ขส.ทบ.รายงานให้ ทบ. (ผ่าน กบ.ทบ.) ทราบในข้อ 2.4 เกิดจากผู้ประกอบการ (บริษัท เมอร์ลิน อินเทลลิเจ้นท์ ทรี จำกัด) ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ทางราชการกำหนด ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินการปฏิบัติต่อ ซาก ฮ.ล.47 และ ซาก บ.ท. 1900 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อ ทบ. จึงเห็นสมควรอนุมัติให้ ขส.ทบ.ดำเนินการยกเลิกการดำเนินกรรมวิธีแลกเปลี่ยนซาก ฮ.ล.47 จำนวน 6 เครื่อง และ ซาก บ.ท. 1900 จำนวน 2 เครื่อง พร้อมด้วยชิ้นส่วนซ่อม, เครื่องมือซ่อมบำรุง และบริภัณฑ์ภาคพื้น กับ ฮ.ท. 60 รุ่น M (Refurbished) จำนวน 1 เครื่อง ในครั้งนี้ และพิจารณาแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมในการปฏิบัติต่อซาก ฮ.ล.47 และ ซาก บ.ท. 1900 ที่จะทำให้ ทบ.ได้รับประโยชน์สูงสุด แล้วเสนอแนวทางดังกล่าวให้ ทบ. (ผ่าน กบ.ทบ.) ทราบเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป”
ข้อที่สี่ ข้อเสนอดำเนินการ
“ 4.1กรุณารับทราบรายงานความคืบหน้าการดำเนินกรรมวิธีแลกเปลี่ยนซาก ฮ.ล.47 และ ซาก บ.ท. 1900 ของ ขส.ทบ.ตามข้อ 1
4.2 อนุมัติให้ ขส.ทบ.ดำเนินการตามการพิจารณาของ กบ.ทบ.ในข้อ 3
จึงเรียนมาเพื่อกรุณาพิจารณา หากเห็นเป็นการสมควรกรุณาอนุมัติตามเสนอในข้อ 4”
พล.ท.ธนเดช เหลืองทองคำ จก.กบ.ทบ.
ในท้ายบันทึกข้อความฉบับนี้ (หน้า 3 ) มีการอนุมัติขึ้นมาตามลำดับชั้น
รอง.เสธ.ทบ. 4 “เรียน ผบ.ทบ. เห็นควรอนุมัติตามที่ กบ.ทบ.เสนอในข้อ 4” เมื่อ 20 ต.ค. 58 ,เสธ ทบ. วันที่ 21 ต.ค.58 ,ผู้ช่วย ผบ.ทบ. (2) เมื่อ 21 ต.ค.58 ,รอง ผบ.ทบ. เมื่อ 21 ต.ค.58
กระทั่ง ผบ.ทบ.ลงนาม ‘อนุมัติตามเสนอในข้อ 4’ เมื่อ 26 ต.ค.58 (ดูเอกสาร)
picbookss5 6 16
picbookss005 6 16
การดำเนินกรรมวิธีแลกเปลี่ยนซาก ฮ.ล.47 และ ซาก บ.ท. 1900 กับ แบล็ค ฮอว์ค ผ่าน บริษัทฯ ก็ล้มกลางคัน นำมาสู่การประกาศขายโดยวิธีทอดตลาดซาก ชีนุก 6 ลำ เมื่อ 1 ก.พ.59 และ บริษัท ธนนิพัฒน์ยนต์ตระการ จำกัด ผู้ชนะประมูล (ในครั้งแรก) เมื่อ 23 ก.พ.59 ก่อนถูกยกเลิกทั้ง 2 ครั้ง และกำลังมีปัญหาอยู่ในขณะนี้
อ่านประกอบ:

คนงานนับร้อย จู่ๆ ถูกสั่งปลดฟ้าผ่า กอดคอกันตกงาน

น้ำตาไหลพราก คนงานนับร้อย จู่ๆ ถูกสั่งปลดฟ้าผ่า กอดคอกันตกงาน
1 มิ.ย. 2016. โรงงาน 2 แห่ง เลิกจ้างพนักงาน โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้าและไม่มีกำหนดจ­่ายเงินชดเชย ทำให้คนงานต้องออกมาชุมนุมเรียกร้อง
คนงานกว่าร้อยชีวิต โผเข้ากอดกันร้องไห้ กับชะตากรรมที่ต้องเผชิญพร้อมกันในเช้าของ­เมื่อวานนี้ เป็นภาพที่ไม่มีใครอยากเห็น ซึ่งเกิดขึ้นภายในโรงงานปั่นด้ายของชาวอิ­นเดีย ตั้งอยู่ตำบลน้ำเชียว อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งมีคนงานทั้งชาวไทย และแรงงานเพื่อนบ้าน 1,270 คน
คนงานมาเข้างานตามปกติ แต่กลับได้รับคูปองแจกคนละใบ พร้อมประกาศผ่านโทรโข่งตามมาว่า ผู้ที่ได้รับคูปองสีชมพู ให้กลับบ้านได้ และตั้งแต่วันพรุ่งนี้ไม่ต้องมาทำงานแล้ว ทำให้คนงาน 716 คนที่ได้รับคูปองสีชมพู ซึ่งเป็นคนไทย 616 คนแรงงานเพื่อนบ้าน 100 คน ถึงกับช็อกและปล่อยโฮออกมาหลายคน เพราะคนงานที่ถูกเลิกจ้างแบบกระทันหันนี้ ล้วนมีฐานะทางบ้านยากจน บางคนก็อายุมากแล้ว ไม่รู้จะไปหางานทำที่ไหน ทำสำคัญบริษัทแจ้งเพียงว่าจะจ่ายค่าชดเชยใ­ห้ 1 เดือน แต่ไม่กำหนดเวลาให้มารับเงิน จึงไม่ยอมกลับออกไปจากโรงงาน และพากันปักหลักชุมนุมอยู่บริเวณหน้าโรงง­าน
การชุมนุมยืดเยื้อจนกระทั่ง 4 ทุ่มเศษ คนงานได้รับคำตอบว่าจะได้รับเงินชดเชยจาก­บริษัทอย่างแน่นอน จึงได้ทยอยเดินทางกลับออกไปจากโรงงาน
ช่วยเหลือแรงงานถูกลอยแพ จ.บุรีรัมย์
ส่วนที่จังหวัดบุรีรัมย์ คนงาน 82 คน ถูกลอยแพ หลังจากที่โรงงานตัดเย็บชุดชั้นใน ตำบลพุทไธสง อำเภอพุทไธสง ปิดกิจการลงตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้าให้กับคนงานได้ทรา­บ โดยอ้างว่าโรงงานขาดสภาพคล่อง
เจ้าหน้าที่สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจัง­หวัดบุรีรัมย์ ลงพื้นที่ให้คำแนะนำแก่คนงานที่ถูกลอยแพ พร้อมทั้งเรียกนายจ้างมาเจรจาเรื่องเงินปร­ะกัน และเงินชดเชยตาม พรบ.คุ้มครองแรงงาน โดยนายจ้างชี้แจงว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการขายทรัพย์สินอุปกรณ์­ภายในโรงงาน เพื่อนำมาจ่ายให้กับคนงาน แต่ยังไม่สามารถขายทรัพย์สินได้ตามยอดที่­ต้องให้กับคนงาน ทั้งหมด 6 ล้าน 8 แสนบาท

วันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บิ๊กป้อม เขื่อ นายกฯไม่ปรับครม.2ปีรัฐบาล

(31/5/59)บิ๊กป้อม เขื่อ นายกฯไม่ปรับครม.2ปีรัฐบาล ส่ง"พลเอก ธีรชัย นาควานิช ผบทบ. -พลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์ ผช.ผบทบ." ที่จะเกษียณมาเป็นรมต.เผยนายกฯยังไม่เคยพูด ทำงานอย่างเดียว....เชื่อไม่มีปรับครม. ขนาดผมเกษียณยังกลับไปอยู่บ้านเลย ไม่ใช่ว่า ต้องมาเป็นรมต. ผมเองก็ไม่คิดว่า จะมาเป็นรมต....เชื่อโยกย้ายทหาร กย.นี้ไม่มีปัญหา แม้เปลี่ยน ผบ.เหล่าทัพ หลายคน ก็ตาม เคยทำมาแล้ว
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยจะมีให้"พลเอก ธีรชัย นาควานิช ผบทบ. -พลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์ ผช.ผบทบ." ที่จะเกษียณมาเป็นรมต.ว่า หากเชื่อกระแสข่าวดังกล่าวก็ไปถามคนที่เผยแพร่ ขณะนี้ยังไม่มีการปรับย้ายอะไรทั้งสิ้น นายกฯยังไม่เคยพูดเลย ทำงานอย่างเดียว ตอนนี้รัฐบาลเหลือเวลาอีกปีกว่า พยายามทำสิ่งที่นายกฯวางเอาไว้
เมื่อถามว่า จะมีการนำทหารที่เกษียณอายุราชการเข้ามาหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่มีการปรับย้ายอะไรทั้งสิ้น ไม่มีหรอก ขณะนี้นายกฯทำงานอย่างเดียว ไม่เคยพูดเรื่องดังกล่าวกับผม
เมื่อถามย้ำว่า นายทหารที่เกษียณแล้วจะไปอยู่ที่ไหน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตอนผมเกษียณก็กลับไปอยู่บ้าน
ถามว่าถ้าคนที่เกษียณแล้วยังไม่อยากกลับบ้านจะทำอย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า คงต้องไปถามเขาเอง ผมไม่รู้
ส่วนโยกย้ายทหาร กย.นี้ไม่มีปัญหา แม้เปลี่ยน ผบ.เหล่าทัพ หลายคน ก็ตาม เคยทำมาแล้ว

ยืนจำคุก2ปีไม่รอลงอาญา‘วาสนา-ปริญญา’

ยืนจำคุก2ปีไม่รอลงอาญา‘วาสนา-ปริญญา’

ศาลฎีกาคุก2ปีไม่รอลงอาญา“วาสนา-ปริญญา”อดีต ปธ.กกต- กกต.พร้อมเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง10ปี สอบทุจริตเลือกตั้งปี49จ้างพรรคเล็กสมัครแข่งไทยรักไทย ล่าช้า

 
          ที่ห้องพิจารณา 710 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 3 มิ.ย.59 เวลา 09.30 น. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีที่ อ.1464/2549 ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ อายุ 67 ปี อดีตประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) , นายปริญญา นาคฉัตรีย์ อายุ 68 ปี , นายวีระชัย แนวบุญเนียร อดีต กกต. ( เสียชีวิตแล้ว) เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157 และ พ.ร.บ.คณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2541มาตรา 24 และ 42 กรณีที่ไม่เร่งสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง ข้อร้องเรียนกล่าวหาพรรคไทยรักไทย ว่าจ้างพรรคการแผ่นดินไทย และพรรคพัฒนาชาติไทย ลงรับสมัครเลือกตั้งในวันที่ 2 เม.ย.49 โดยพลันตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงและการวินิจฉัย พ.ศ.2542 มาตรา 37 ,48 จำเลยให้การปฏิเสธ
 
            คดีนี้ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 15 ก.ย.49 ให้จำคุก พล.ต.อ.วาสนา , นายปริญญา และนายวีระชัย จำเลยที่ 1-3 คนละ 3 ปี ขณะที่ทางนำสืบจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เห็นควรลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยคนละ 2 ปี พร้อมกับเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งคนละ 10 ปี ต่อมาวันที่ 14 พ.ค.51 ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น โดยระหว่างฎีกาคดีนายวีระชัย จำเลยที่ 3 ได้เสียชีวิตลง
  
          ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ 1-2 สั่งประชุม กกต. เพื่อพิจารณาผลการสอบสวนข้อเท็จจริงของอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงจากการร้องเรียนเลือกตั้งไม่ทุจริตที่ให้สอบสวนเพิ่มเติมในส่วนของพรรคไทยรักไทย ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ และเพื่อเป็นคุณต่อพรรคไทยรักไทยหรือไม่ เห็นว่า ขณะเกิดเหตุ รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 มาตรา 136-148 กำหนดให้มี กกต. ซึ่งมีอำนาจหน้าที่อิสระในการจัดการเลือกตั้งให้สุจริต รวมทั้งมีอำนาจสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเลือกตั้งไม่สุจริต โดยมาตรา 147 บัญญัติว่า หากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำที่ไม่สุจริตเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ก็ให้อำนาจ กกต.ตั้งอนุกรรมการสอบสวนและสั่งการโดยพลัน ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏว่าภายหลังมีการตั้งอนุกรรมการไต่สวนฯแล้ว ได้มีการรายงานผลว่า เชื่อว่ามีการกระทำผิดของผู้บริหารระดับสูงของพรรคไทยรักไทย รวมทั้งพรรคพัฒนาชาติไทยและพรรคแผ่นดินไทย ซึ่งต่อมาจำเลยได้มีมติให้ลงโทษเจ้าหน้าที่ กกต. ที่ได้แก้ไขข้อมูลทะเบียนสมาชิกพรรคที่ขาดคุณสมบัติเรื่องการสังกัดพรรค 90 วัน ให้มีคุณสมบัติครบเพื่อลงเลือกตั้งในเขตที่พรรคไทยรักไทยลงสมัครเพียงพรรคเดียว เพื่อหลีกเลี่ยงเกณฑ์ให้ได้คะแนนเสียงร้อยละ 20 ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง รวมทั้งให้ดำเนินการกล่าวโทษกับผู้ที่เกี่ยวข้องและผอ.พรรคเล็ก และแจ้งให้อัยการสูงสุดยุบพรรคเล็ก
 
         และตามรายงานของอนุกรรมการไต่สวนฯ ยังมีพยานที่เชื่อได้ว่ามีการรับเงินค่าตอบแทนจาก พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีตรมว.กลาโหม และนายพงษ์ศักดิ์ รัตตพงศ์ไพศาล อดีต รมว.คมนาคม ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงของพรรคไทยรักไทย แต่จำเลยกลับสั่งให้มีการสอบสวนเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวกับพรรคไทยรักไทย เนื่องจากเห็นว่ามีการพาดพิงผู้บริหารพรรคไทยรักไทยหลายคน โดยนายนาม ยิ้มแย้ม ประธานอนุกรรมการไต่สวนฯ ซึ่งเคยเป็นผู้พิพากษาได้มีหนังสือแจ้งมาที่จำเลยที่ 1 ว่าไม่จำเป็นต้องสอบสวนเพิ่มเติมอีก แต่จำเลยไม่ได้ตระหนัก อีกทั้งยังออกหนังสือเชิญให้ พล.อ.ธรรมรักษ์ และนายพงษ์ศักดิ์ เดินทางมาให้ถ้อยคำกับคณะอนุกรรมการไต่สวนฯ ชุดใหม่ กระทั่งเมื่ออนุกรรมการไต่สวนฯ ชุดใหม่ได้สรุปสำนวนส่งให้จำเลยแล้วจึงได้ประชุมและมีมติให้ส่งสำนวนพรรคไทยรักไทยให้อัยการสูงสุดเพื่อพิจารณา ตามความเห็นของนายนาม ประธานอนุกรรมการไต่สวนฯ ชุดก่อน ซึ่งเป็นที่ชัดเจนว่าพวกจำเลยเชื่อตามสำนวนสอบสวนของนายนาม
  
        โดยข้อเท็จจริงก็ยังปรากฏแต่แรกว่า พล.อ.ธรรมรักษ์ และนายพงษ์ศักดิ์ เป็นผู้บริหารระดับสูงของพรรคไทยรักไทย ซึ่งได้รับตำแหน่งสำคัญเป็นถึงรัฐมนตรีเมื่อมีการดำเนินการใดย่อมส่งผลประโยชน์ต่อพรรค แต่จำเลยไม่สั่งการให้ดำเนินการกับพรรคไทยรักไทยแต่ก่อนหน้ากลับสั่งให้วินิจฉัยสอบสวนพรรคไทยรักไทยเพิ่มเติม กระทั่งเมื่อมีการเลือกตั้งวันที่ 2 เม.ย.49 แล้วจำเลยได้ประกาศผลเลือกตั้งอย่างเร่งรีบ ที่จะมีผลให้ทางพรรคไทยรักไทยได้จัดตั้งรัฐบาล ขณะที่จำเลยสั่งดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่กกต. และพรรคเล็กทันที จึงเป็นการเลือกปฏิบัติ
 
         จึงเชื่อว่าจำเลยย่อมทราบดีอยู่แล้วว่าการดำเนินคดีย่อมส่งผลต่อพรรคไทยรักไทยอย่างรุนแรง จำเลยที่ 1 เป็นนายทะเบียนพรรคการเมืองย่อมแจ้งต่ออัยการสูงสุด เพื่อให้พิจารณาส่งสำนวนให้ศาลยุบพรรคไทยรักไทยได้ การประชุมของจำเลยและลงมติให้สอบสวนเพิ่มเติมจนเวลาล่วงเลยถึงการเลือกตั้ง จึงเป็นคุณต่อพรรคไทยรักไทย ไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นการกระทำที่ไม่สุจริต ซึ่งเป็นความผิดว่าด้วย พ.ร.บ.กกต. พ.ศ.2541 มาตรา 24 และ42 ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามา จึงไม่เกินคำขอ ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น
  
        ส่วนที่จำเลยขอให้ศาลรอการลงโทษ เนื่องจากจำเลยมีอายุมาก สุขภาพไม่แข็งแรงต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งจำเลยเคยรับราชการ ทำคุณประโยชน์ให้ประเทศชาตินั้นเห็นว่า การที่จำเลยรับตำแหน่งสำคัญและทำคุณงามความดีจนได้รับเลือกเป็น กกต. จำเลยต้องทราบดีว่า การเป็น กกต.จัดการเลือกตั้งต้องดำรงไว้ซึ่งความเป็นกลางทางการเมือง ดังนั้น จำเลยต้องดำรงความซื่อสัตย์ สุจริตเป็นคุณต่อประเทศมากที่สุด แต่จำเลยกลับกระทำตรงข้าม แสดงให้เห็นว่าจำเลยยอมละทิ้งคุณงามความดีที่ได้กระทำมาทั้งหมด จำเลยจึงไม่ควรยกมาอ้าง แม้จำเลยจะมีอายุมากและสุขภาพไม่ดีก็ไม่เพียงพอจะให้รอการลงโทษ ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้จำคุกจำเลยทั้งสอง คนละ 2 ปี พร้อมกับเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งคนละ 10 ปี ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน
 
        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังฟังคำพิพากษา พล.ต.อ.วาสนา และนายปริญญา ที่เดินทางมาโดยมีไม้เท้าพยุงตัว ก็มีสีหน้าเรียบเฉย ขณะที่มีเจ้าหน้าที่ กกต. และอดีตเจาหน้าที่ รวมทั้งคนใกล้ชิดมาให้กำลังใจจำนวนมาก
  
        ขณะที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้คุมตัวพล.ต.อ.วาสนา และนายปริญญา นำขึ้นรถไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพทันที ภายหลังศาลมีคำพิพากษา

วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2559

อบรมผู้พิพากษาพูดถึงตำรวจ



Siriphon Kusonsinwut
อบรมผู้ช่วยผู้พิพากษา รุ่น 66 วันนี้ พูดอะไรไปบ้าง ขอนำมากล่าวย่อ ๆ
" ขอแสดงความยินดีกับท่านผู้ช่วยผู้พิพากษาที่สามารถสอบผ่านการคัดเลือกมาด้วยความยากลำบาก แต่สิ่งที่จะยากลำบากในชีวิตมนุษย์เราที่สุด คือ การดำรงตนด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม เที่ยงตรง ปราศจากอคติทั้งปวง และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสำนึกในเงินภาษีประชาชน เพื่อที่ว่า เมื่อมองหน้าตัวเองในกระจกแล้ว จะยังกล้าสบตากับตัวเองได้
งานตำรวจเป็นงานที่ต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เช่นเดียวกับผู้พิพากษาเวรชี้ แต่งานตำรวจจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นปัจจุบัน ไม่มีใครจัดทำเอกสารให้มาก่อน และต้องทำงานโดยลำพัง ไม่มีผู้ช่วยหรือนิติกร ต้องทำงานด้วยตนเองทั้งกระบวนการ การทำงานของตำรวจเป็นภาระเวร ที่ถือเป็นงานในหน้าที่ ไม่มีค่าเวรหรือค่าตอบแทนจากการทำงานพิเศษนอกจากเงินเดือนปกติ ต่างจากศาลที่มีค่าเวร หรือหมอที่มีค่าเวร ฯลฯ งานร้อยเวร จะมีการบ้านตลอดเวลา งานสะสมต่อเนื่อง หากร้อยเวรไม่ขยันขันแข็ง ไม่จัดตารางเวลาให้ทำงานให้ดี เช่น ปล่อยให้ผู้ต้องหาหลุดฝากขังหรือผัดฟ้อง ร้อยเวรก็อาจจะต้องถูกขังเอง และพ้นหน้าที่ราชการโดยง่าย
อาชีพตำรวจจึงมาพร้อมกับความเสี่ยงในการถูกฟ้องร้องตลอดเวลา และเมื่อถูกฟ้องร้อง คนจะมีฐานคติเชื่อว่า ถ้าตำรวจไม่เลวจริง คนไม่กล้าสู้ตำรวจหรอก ซึ่งความจริงอาจจะไม่ใช่ เช่นกรณีผมเอง เคยถูกทนายฟ้องเป็นคดีอาญา แต่โชคดีที่ศาลท่านเมตตาพิจารณาหลักฐานโดยรอบคอบตั้งแต่แรก จึงไม่ประทับฟ้องในทันที หากประทับฟ้อง ผมก็จะลำบากอย่างแสนสาหัส
ปัจจุบัน มีคดีเกิด ประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ คดีต่อปี มีสถานีตำรวจราว ๑๖๐๐ แห่ง และมีพนักงานสอบสวนประมาณ ๑๐๐๐๐ คน ทั่่วประเทศ และพนักงานสอบสวนเหล่านี้ เมื่อเฉลี่ยแต่ละสถานี จะมีเพียงไม่กี่คน จึงทำให้คนเหล่านี้ ไม่ได้พักผ่อนอย่างเพียง เสียสุขภาพ และแก่เร็วกว่าปกติ หน้าที่ร้อยเวร ไม่ใช่เพียงการรวมเอกสาร แต่จะต้องประสานงานกับหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม การเจรจาไกล่เกลี่ย ฯลฯ ตลอดจนการสืบสวนรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ การไปศาลแต่ละครั้ง จึงอยากให้ศาลช่วยลงมาช่วยเหลือสั่งให้ตรงเวลา เพื่อให้ร้อยเวรที่มีการบ้าน จะได้เดินทางกลับไปทำงานยังสถานีตำรวจที่ห่างไกลออกไปอย่างมาก
ส่วนปัญหาที่สำคัญ ในการทำงานของตำรวจ ไม่ว่าจะคดี เชอรี่แอน ฯ คดีทนายสมชายฯ คดีอื่น ๆ เช่น การข่มขืนบนรถไฟ รวมถึงคดีเกาะเต่า ผมเห็นว่า เกิดปัญหาหลายสาเหตุ เช่น แรงกดดันทางสังคม ทัศนคติในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ตลอดจนการขาดแคลนเครื่องมือและกฎหมายในการดักรับข้อมูล หรือเข้าถึงข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ ทำให้การปฏิบัติงานคุ้มครองเหงื่อ และผู้ต้องหา กระทำได้ยาก หรือบางครั้งกระทำไม่ได้เลย จึงควรมีการพิจารณาแก้ไขปัญหากฎหมายต่าง ๆ ให้เหมาะสมและสามารถคุ้มครองทั้งเหยื่อและผู้กระทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คดีที่กล่าวมานั้นน่าเสียใจมาก แต่ที่น่าเสียใจกว่านั้น ก็คือ เมื่อคดีอยู่ในอำนาจ ผู้กระทำผิดอยู่ในอำนาจของศาล แต่บุคลากรในกระบวนการยุติธรรมกลับปล่อยให้ขาดอายุความ ตัวอย่างเช่น คดีที่เคยเกิดขึ้นที่ขอนแก่น เป็นคดีเช็คฯ จำเลยในคดีนี้ ต้องคำพิพากษาให้จำคุกที่เรือนจำบางขวาง เมื่อคดีเช็คสอบสวนเสร็จ ก็ส่งสำนวนให้อัยการที่ขอนแก่ พนักงานอัยการก็พยายามฟ้องที่ขอนแก่น แต่ศาลไม่รับเพราะไม่มีตัวจำเลย พนักงานอัยการก็พยายามฟ้องที่ศาลซึ่งจำเลยถูกขังอยู่ ศาลที่กรุงเทพฯ ไม่รับเนื่องจากพยานหลักฐานอยู่ที่ขอนแก่น ไม่สะดวก ตำรวจและอัยการพยายายามขอให้ศาลสั่งเบิกตัวจำเลยไปยังขอนแก่น ศาลปฏิเสธที่จะดำเนินการ จนคดีขาดอายุความไป เช่นนี้ หากเราเป็นผู้เสียหาย เราจะเสื่อมศรัทธาต่อกระบวนการยุติธรรมอย่างมาก และไม่เชื่อถืออีกต่อไป ซึ่งเรื่องนี้ มีความพยายามที่จะนำเข้าที่ประชุมของผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมไทย แต่จนกระทั่งปัจจุบัน ก็ไม่ได้แก้ไขปัญหาดังกล่าว คดีนี้ ยิ่งน่าเศร้ากว่าคดีที่กล่าวมาข้างบนเสียอีก
....
สุดท้าย ขอให้ศาล เมื่อเจอข้อบกพร่องของพนักงานสอบสวน หรือการปฏิบัติหน้าที่ไม่ดีของตำรวจ ขอให้อบรมสั่งสอน อย่าเพียงดุด่า เพียงอย่างเดียว แต่ควรจะต้องสอนและแนะนำให้ทำให้ถูกต้อง เพราะ การสอนดังกล่าว ก็จะเท่ากับเป็นช่วยเหลือกระบวนการยุติธรรมให้ถูกต้องเป็นธรรมนั่นเอง
ผมเชื่อว่า หากพวกเราทุกคนทำหน้าที่ของตนเองได้อย่างถูกต้อง สอดคล้องกับหลักจริยธรรม ไม่มีอคติทางการเมือง แต่ยึดหลักความถูกต้องทางกฎหมาย และจริยธรรมแห่งความเป็นธรรม ถูกต้องแล้ว เราจะนอนตาหลับ และเมื่อตื่นมา มองหน้าในกระจก ก็กล้าจะสบตาตนเองได้"
หมายเหตุ : สถาบันพัฒนาข้าราชการตุลาการเชิญ ผบ.ตร. และ ตร. ได้มอบหมาย ให้ร่วมเข้าร่วมเป็นวิทยากร

วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2559

นายกปรี๊ดสื่อ

แจง ความจำเป็นใช้กฎอัยการศึก – ม.44 เหน็บ พิชัย จบอะไรมา วิจารณ์ ศก.เยอะไปหมด ลั่น พร้อมอยู่ต่อหากบ้านเมืองยังไม่สงบ
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 1 มิถุนายน ที่โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมประเทศสมาชิก กลุ่ม 77 เพื่อนำเสนอการใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สำหรับภาคธุรกิจ
โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า บางครั้งมีคนต้องการตัดเสื้อตัวเดียวให้กับเรา ซึ่งในประเทศ G 77 จะต้องดูว่าควรเลือกเสื้อแบบใดจึงจะเหมาะกับประชาชนของตัวเอง ตนคิดแบบทหาร ซึ่งต้องมีเป้าหมายระหว่างทาง หาหนทางปฏิบัติในสิ่งที่ไปได้ ไม่ใช่ตีกันไปตีกันมาจนติดแบบนี้ ส่วนปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น เป็นเรื่องที่เสียหายอย่างร้ายแรง ประเทศไทยกำลังแก้ไขปัญหาดังกล่าวอยู่ ไม่ใช่เป็นการรังแกทางการเมือง เพราะกฎหมายคือกฎหมาย ทุกเรื่องคือกฎหมายทั้งหมด และต้องเข้าใจว่าการใช้กฎอัยการศึกและมาตรา 44 ประเทศไทยมีความจำเป็นเพื่อให้เกิดความสงบ เดินหน้าสู่การเลือกตั้ง ดังนั้น วันนี้ที่มีการเรียกตัวบุคคลเข้ามาแล้วติดคุก นั่นเป็นเพราะมีคดีอาญาที่ทำผิดแต่เดิมอยู่แล้ว นอกจากนี้สถานการณ์ในประเทศยังไม่ปกติ หากปกติต้องเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง สื่อมวลชนเองก็ไม่ปกติ จึงต้องมีกฎหมายพิเศษออกมา เพื่อให้เขาหยุด แต่ก็ปล่อยให้มีการพูด หากเปิดดูหนังสือพิมพ์ของไทยวันนี้จะเห็นว่าหนักขึ้นเรื่อยๆ
“เช่น หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ไม่รู้ไปเอาความคิดมาจากไหน เมื่อก่อนไม่เห็นเป็นแบบนี้ พอเปลี่ยนบรรณาธิการจึงเป็นแบบนี้ นี่คือคนที่เปลี่ยนความคิด เปลี่ยนหลักการของตัวเอง ผมรับไม่ค่อยได้ แต่ก็คุมไม่ค่อยได้ เขาเป็นพ่อผมมั้ง ขอโทษที่พูดแรง ฝรั่งอาจฟังไม่รู้เรื่อง เอาแค่คนไทยรู้ก็แล้วกัน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยากให้ภาคธุรกิจศึกษาให้ดี อะไรที่เสียประโยชน์ต้องต่อรองให้มากที่สุด ส่วนปัญหาการท่องเที่ยว แม้ไทยมีนักท่องเที่ยวเข้ามากว่า 30 ล้านคน แต่ก็ไม่ได้มีความสุข ตราบใดที่ยังดูแลนักท่องเที่ยวไม่ได้ ต่อให้มีกว่า 50 หรือ 60 ล้านคน ก็พร้อมจะรับ และต้องดูเรื่องมิติของสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยและไกด์ ซึ่งตนรื้อทุกระบบ และเชื่อว่าหลายประเทศก็มีปัญหานี้
“ส่วนการจัดอันดับของไอเอ็มดีที่เราถูกปรับให้ขึ้นมา ไม่ใช่เรื่องง่ายใน 2 ปีที่ผ่านมา แต่บางคนบอกว่า ไอเอ็มดีเชื่อมั่นได้แค่ไหน ผมก็ปวดหัวเหมือนกัน แล้วจะเชื่อใคร ไปเชื่อนายพิชัย (นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน)เหรอ นายพิชัยเคยทำอะไรมา เรียนจบอะไรมา วิจารณ์เศรษฐกิจไทยเยอะแยะไปหมด เก่งเศรษฐกิจเหลือเกิน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี อยากให้ประเทศสมาชิก G 77 อยู่กับเราด้วย ให้เป็นยุทธศาสตร์ของกลุ่ม G 77 และแต่ละประเทศก็ไปทำกันเอง ต่อไปตนก็ไม่ได้อยู่แล้ว และไม่ได้เป็นประธานกลุ่มแล้ว จะอยู่ถึงหรือไม่ยังไม่รู้เลย แต่ถึงแน่นอน ไม่ต้องกลัว ตนไม่ไปไหนอยู่แล้ว ตราบใดยังไม่สงบก็จะอยู่
“พูดไปตรงนี้เดี๋ยวจะขวัญเสีย รัฐบาลไปแน่ เลิกดีกว่า แบบนี้ไม่ได้ บอกตรงนี้ ไม่สงบไม่เรียบร้อยก็ไม่ไป ไปว่ากันมา นักข่าวก็รอแค่นี้แหละ จะได้กลับบ้าน ส่วนที่พูดมาทั้งหมดไม่ได้ลงหรอกเชื่อผมสิ”
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ต้องเข้าใจว่า เป็นการต่อสู้ของสื่อสิ่งพิมพ์กับสื่อออนไลน์ หนังสือพิมพ์คนไม่ค่อยซื้อแล้ว เพราะอ่านโซเชียลมากขึ้น ฉะนั้นตนก็จะไปช่วยเรทให้หนังสือพิมพ์ ภาพนายกฯขึ้นปกทุกวัน ชี้โน่นชี้นี่ ไม่ใช่ชี้เพราะใช้อำนาจ แต่เพราะติดนิสัยเป็นทหาร ชี้ถามว่าเสร็จหรือยัง มาบอกว่าผมบ้าอำนาจ ผมกลุ้มใจ แต่ไม่เป็นไร ถ้าไม่บ้าคงไม่มายืนตรงนี้ ฝรั่งอาจไม่เข้าใจ แต่ผมพูดเพราะไม่ให้เครียด

DSIรถคำตอบให้แพทย์กลางเข้าไปตรวจสุขภาพพระธัมมชโย

1 มิ.ย.59 พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงความคืบหน้าของดีเอสไอ ในการดำเนินการกับ พระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เพื่อให้เป็นไปตามหมายจับในข้อหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจรนั้น ล่าสุดภายหลังจากที่ดีเอสไอได้เข้าพบ พระเทพรัตนสุธี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เมื่อค่ำวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา ก็ได้รับความร่วมมือประสานกันอยู่ตลอดเวลา แต่ท่านบอกว่าขอเวลาอีกเล็กน้อย ซึ่งดีเอสไอก็ต้องให้เวลา เพราะเราก็ต้องการให้ถูกต้องตามขั้นตอนพระวินัยสงฆ์ด้วย

เมื่อถามว่า ทางทีมวัดพระธรรมกายมีปัญหาไม่ยอมรับเงื่อนไขดีเอสไอ จะนำแพทย์จากส่วนกลางไปตรวจอาการเจ็บป่วยของพระธัมมชโยนั้น พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ดีเอสไอยืนยันเงื่อนไข จะต้องนำแพทย์ไปตรวจพระธัมมชโย เพราะการจะแจ้งผู้ต้องหารับทราบข้อกล่าวหากำหนดสิทธิผู้เจ็บป่วยว่าต้องนำแพทย์กลางเข้าไปตรวจในวัดด้วย ซึ่งหากพระธัมมชโย ยอมรับเงื่อนไขนี้ ดีเอสไอก็พร้อมจะนำแพทย์เข้าไปตรวจในวัดพระธรรมกาย ซึ่งติดปัญหาว่าวัดยอมรับเงื่อนไขนี้หรือไม่ โดยขณะนี้ยังไม่ได้รับคำตอบ และอยู่ระหว่างให้เจ้าคณะจังหวัดดำเนินการอยู่ จึงต้องขอให้รอกันหน่อย

เมื่อถามว่า หากพระธัมมชโย ยอมรับเงื่อนไขนี้ ให้แพทย์ส่วนกลางตรวจร่างกายแล้ว จะให้ประกันตัวเลยใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ยังตอบขณะนี้ไม่ได้ ขอให้รอคำตอบจากฝ่ายพระธัมมชโยก่อนว่าจะยอมตามนี้หรือไม่ เพราะดีเอสไอกำหนดเงื่อนไขว่า เมื่อพระธัมมชโยบอกว่าเจ็บป่วย ทางดีเอสไอก็ต้องการนำแพทย์จากส่วนกลางเข้าไปตรวจอาการ เพื่อพิสูจน์ว่าเจ็บป่วยจริง ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ หลังจากนั้นก็จะได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ทางวัดพระธรรมกาย กำหนดเงื่อนไขว่าแพทย์ส่วนกลางที่เข้าไปตรวจอาการของพระธัมมชโย จะต้องได้รับความยินยอมจากแพทย์รักษาพระธัมมชโย ที่อยู่ภายในวัดพระธรรมกายนั้น พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นรายละเอียดที่ต้องคุยกันด้วย ดังนั้น ตนจึงบอกว่าอยู่ในขั้นตอนระหว่างเจ้าคณะจังหวัดฯ กำลังประสานงาน ซึ่งเราได้ขอให้เร็วหน่อย เพราะเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชน

ส่วนที่มีผู้กังวลว่าระยะเวลาการประสานนาน ซึ่งเมื่อเข้าไปในวัด พระธัมมชโยอาจจะไม่อยู่ภายในวัดแล้วนั้น พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ทุกอย่างต้องมีขั้นตอนการดำเนินการ รวมทั้งเราต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ.สงฆ์ด้วย แต่ระหว่างนี้ในส่วนอื่นๆ ยังคงเดินหน้าดำเนินคดีกับทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้องคดียักยอกและฉ้อโกงเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด

ทั้งนี้ การที่จะให้ดีเอสไอตัดสินใจเข้าจับกุมตัวพระธัมมชโย ภายในวัดโดยเร็วนั้น ก็ต้องพิจารณาว่าคุ้มหรือไม่ เพราะหากเกิดการปะทะกันกับทางฝ่ายวัดพระธรรมกาย หรือมีความรุนแรงเกิดขึ้น ก็ถามว่าคุ้มหรือไม่ ทั้งที่สามารถส่งสำนวนการสอบสวนได้อยู่แล้ว โดยหากพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนคดีเสร็จแล้ว สามารถส่งอัยการได้ทันที ซึ่งการสอบสวนก็ไม่ต้องรอ เพราะมีหมายจับอยู่แล้ว แต่ขณะนี้ในส่วนทางสงฆ์ก็คงต้องรอเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ที่ประสานกับพระธัมมชโย เพื่อเข้าสู่กระบวนการตามขั้นตอนกฎหมาย

จับล่าม “อาเด็ม คาราดัก” ในคดีระเบิดราชประสงค์-สาทร ตำรวจระบุพบยาเสพติด

จับล่าม “อาเด็ม คาราดัก” ในคดีระเบิดราชประสงค์-สาทร ตำรวจระบุพบยาเสพติด ด้านทนายเผยเคยถูกข่มขู่มาแล้ว ชี้ผลกระทบคดีแทบเดินหน้าไม่ได้หากไม่มีล่าม
เย็นวันนี้ 1 มิ.ย. ล่ามภาษาอุยกูร์-อังกฤษในคดีวางระเบิดราชประสงค์ และสะพานสาทร นายบันคาดีรอค ซีโรจิดินได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินีจับกุมตัว และกล่าวหาว่ามียาเสพติดในครอบครอง หลังจากที่ทำหน้าที่ในศาลในช่วงเช้า โดย พ.ต.อ. พรชัย ชลอเดช ผู้กำกับการ สน.ลุมพินี ยืนยันกับบีบีซีไทยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมนายซีโรจิดิน โดยบอกว่าเพิ่งทราบว่าเป็นล่ามในคดีวางระเบิดราชประสงค์และสะพานสาทร หลังจากที่พบว่ามีผู้สื่อข่าวให้ความสนใจกับการจับกุม แต่ไม่ให้รายละเอียดเพิ่มเติมใดๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากรายงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายซีโรจิดินถูกจับเมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. ที่ซอยสุขุมวิท 3 เพราะเจ้าหน้าที่ค้นพบว่ามียาไอซ์ในครอบครอง 0.80 กรัม กัญชา 1 ห่อ 7.2 กรัมอยู่ในซองบุหรี่ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงของนายซีโรจิดิน เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาครอบครองยาเสพติดโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่นายซีโรจิดินยังมีปัญหาว่าอยู่ในประเทศเกินกว่าที่ได้รับอนุญาตอีกด้วย

นายซีโรจิดิน ทำหน้าที่แปลภาษาอังกฤษ-อุยกูร์ให้กับคดีระเบิดราชประสงค์ ซึ่งมีการจับกุมดำเนินคดีผู้ต้องหาสองคน คือ นายอาเด็ม คาราดัก และนายไมไรลี ยูซุฟู ซึ่งถูกควบคุมตัวที่เรือนจำชั่วคราว มทบ. 11 ตั้งแต่ปลายเดือน ส.ค. 2557 และขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินคดีที่ศาลทหาร ผู้ต้องหาทั้งสองคนใช้ภาษาอุยกูร์เป็นหลัก คดีนี้จึงมีล่าม 2 คน คือ พ.ต.ท. ทวยเทพ เดวิด วิบุลศิลป์ ทำหน้าที่แปลภาษาไทย-อังกฤษ และนายซีโรจิดินแปลภาษาอังกฤษ-อุยกูร์

ด้านนายชูชาติ กันภัย ทนายความของนายอาเด็ม ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่ สน.ลุมพินีว่า ก่อนหน้าที่จะถูกจับ นายซีโรจิดินได้ไปทำหน้าที่ล่ามในศาลทหารในช่วงเช้าซึ่งมีการสอบปากคำพยานฝ่ายโจทก์ ทีมทนายความฝ่ายจำเลย รวมทั้งล่าม ได้ไปรับประทานอาหารกลางวันแล้วจึงแยกย้ายกันกลับบ้าน แต่นายซีโรจิดินถูกจับ 

นายชูชาติชี้ว่า การจับกุมล่ามส่งผลกระทบต่อการดำเนินคดีอย่างแน่นอน และในวันพรุ่งนี้ตนจะไปยื่นเรื่องแจ้งกับศาลว่าทนายความไม่อาจทำหน้าที่ได้เนื่องจากไม่มีล่ามที่ดีพอ ขณะที่คดีนี้มีการนัดสอบพยานล่วงหน้าไปแล้วจนถึงเดือน พ.ย. อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนกำลังรอให้เจ้าหน้าที่สอบปากคำนายซีโรจิดิน หากเจ้าหน้าที่สอบปากคำและส่งไปฝากขัง อาจจะสามารถขอประกันตัวได้

สำหรับคดีนี้ เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมา นายอาเด็มได้ร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าวขณะที่เขาถูกควบคุมตัวไปยังศาลทหารว่าเขาถูกทำร้ายร่างกาย และตะโกนว่า “ผมเป็นคน ผมไม่ใช่สัตว์” อย่างไรก็ตาม วันต่อมา รักษาการอธิบดีกรมราชทัณฑ์ได้แถลงข่าวว่าไม่มีการซ้อมทรมานแต่อย่างใด

นายชูชาติเปิดเผยด้วยว่า ในช่วงเช้าวันนี้ ทีมทนายความและล่ามได้แจ้งกับศาลไปว่า หลังจากที่นายอาเด็มได้ร้องเรียนดังกล่าวไปแล้ว ได้เกิดเหตุการณ์ที่ล่ามถูกข่มขู่ โดยมีคนข่มขู่ไม่ให้ทำหน้าที่ล่าม และสอบถามข้อมูลต่างๆ แต่ทั้งนี้ยังไม่ชัดเจนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีอย่างไรหรือไม่ หลังจากนำเรื่องดังกล่าวร้องเรียนต่อศาลแล้ว ศาลได้สั่งให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวด้วย

ก่อนหน้านั้นนายอาเด็มก็มีปัญหาในเรื่องล่าม โดยได้เคยร้องเรียนต่อศาลเมื่อ 22 ม.ค.ว่าถูกล่ามภาษาไทย-อังกฤษ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและร่วมอยู่ในกระบวนการสอบสวนต่อยที่ท้องระหว่างให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ และได้ร้องขอให้เปลี่ยนล่าม แต่ต่อมาได้แถลงยอมรับล่ามคนเดิม ขณะที่นาย ซีโรจิดินซึ่งทำหน้าที่เป็นล่ามภาษาอุยกูร์-อังกฤษนั้น เพิ่งเข้ามาทำหน้าที่ล่ามในวันที่ศาลนัดแถลงคดีต่อคู่ความ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา