PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2560

บิ๊กตู่ ขออย่าขยายความ รองอธิบดีจิ๊กภาพ อ้างโหราศาสตร์ ปีนี้คนไม่ดีถูกเปิดโปง

“บิ๊กตู่” รอผลสอบ รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ขโมยภาพที่ญี่ปุ่น เผย ดูโหราศาสตร์ บอกปีนี้เป็นปีแห่งข้อเท็จจริง วอนอย่าเหมาไทยแย่ลงหลัง “ซีพีไอ” ประกาศลดคะแนนชี้วัดคอร์รัปชัน ชี้ทุกอย่างเกิดขึ้นตั้งแต่อดีต
เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 25 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ขโมยภาพจากโรงแรมเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างการเดินทางไปประชุมเรื่องสิทธิบัตรกับรัฐบาลญี่ปุ่นว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการสอบสวนเรื่องดังกล่าว ส่วนตัวยังไม่เห็นรายละเอียด ทำไมข่าวทำนองนี้ออกมามาก หรือเพราะหมอดูออกมาบอกว่า ปีนี้สิ่งที่ปิดบังกันเอาไว้ จะถูกเปิดเผยมาทั้งหมด
“ผมดูโหราศาสตร์ จากหนังสือของสื่อ ว่าในปี 2560 เป็นปีแห่งการเปิดเผยข้อเท็จจริง ซึ่งผมก็ไม่เดือดร้อนอะไร และผมก็พร้อมจะตรวจสอบให้ทั้งหมด อย่างไรก็ตามขอว่าอย่าขยายความกันมากนัก แต่เมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลข้อเท็จจริงก็ต้องมีการตรวจสอบต่อไป ถ้าขยายกันมากเดี๋ยวจะหาว่าประเทศไทยรวมทุกอย่างเลยหรือ ไม่ได้ปิดบัง แต่ต้องคิดสองด้านว่าผลดี ผลเสียมีอะไรบ้าง แต่สงสัยทำไมประเทศไทยติดอยู่หลายคดี ทั้งเรื่องการทุจริต เรื่องการให้สินบน ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน จะสืบได้หรือไม่ก็ไม่รู้ เพราะเรื่องนี้หลักฐานไม่มี เว้นแต่จะสอบได้ทางโน้น แต่ก็จะพยายามทำทุกอย่าง เรื่องอะไรที่ทำไปแล้วยังไม่ยุติอย่างมาถามผม เดี๋ยวจะเกิดความขัดแย้งอีก เมื่อวานก็พูดเร็วไปหน่อย เรื่องคณะกรรมการ หอประชุมกำลังทำอยู่ ผมให้แนวทางไปคิดมาให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะต้องผ่านอัยการอยู่แล้ว” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (ทีไอ) เปิดเผยดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (ซีพีไอ) ของไทยในปี 2559 อยู่อันดับที่ 101 ได้ 35 คะแนน ว่า ต้องดูว่าต่ำลงเรื่องอะไรบ้าง เพราะบางอันก็สูงขึ้น บางอันก็ต่ำลง จึงต้องไปดูว่าที่ต่ำลงเพราะอะไร แล้วอะไรดีขึ้น ไม่ใช่มันแย่ลงทั้งหมด อย่ามองประเทศไทยอย่างนั้น มันดีขึ้นหมด แต่จะแย่ลงก็ตรงที่ข่าวที่ออกมา อย่าลืมว่าทุกอย่างเกิดขึ้นในอดีต ปัจจุบันตนสั่งการให้ตรวจสอบทั้งหมด ร้องเรียนให้หน่วยงาน หรือองค์กรอิสระดูแลทั้งหมดอยู่แล้ว ตนไม่เคยไปห้ามใครเลยตรวจสอบอะไรก็ตรวจสอบไป นี่คือการบริหารราชการแผ่นดินของตนมาโดยตลอด
“ดูแล้วกันตามคำโหราศาสตร์ในหนังสือ ปีนี้เป็นปีแห่งคนไม่ดีที่จะต้องถูกอะไรก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นให้ทำตัวเป็นคนดี มีคุณธรรม อยู่ในศีลธรรมอันดี ทำงานเพื่อประเทศชาติ ช่วยกันไม่โกงกิน ไม่ทุจริต ผมว่ามันอยู่ได้ หมอดูเขาบอกไว้แล้ว โหราศาสตร์ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

อย่ามา"บัว"

สำนวน การเมือง ยุค "บิ๊กตู่" วันนี้....คือ
"อย่า มา "บัว""...5555
อย่าทำตัวเหมือน บัวใต้น้ำ !!!
เพราะเรื่อง ของ "อ่าง"
อ่างบัว
นำมาซึ่ง บัวพ้นน้ำ-บัวใต้น้ำ-บัวใต้โคลนตม
ไอ้พวกสมองไม่เปลี่ยน ก็เป็นพวก "บัว..." เป็นอาหารของ เต่า ปู ปลา
หาว่า ยุค บิ๊กตู่ มีแต่ผลงานฉาบฉวย เป็นบัวพ้นน้ำ. ไม่พูดถึง บัวในตม....
ชอบ ดอกบัว บังหลวง
อ่างบัวแตก มีประกัน มั้ย!
วันนี้ นายกฯ พูดคำว่า "บัว" ไม่น้อยกว่า 20 คำ

ข่าว25/1/60

รัฐธรรมนูญ

"ชาติชาย" ระบุ ฟังความเห็น พ.ร.ป.กสม. วันนี้เน้นใน 5 ประเด็น มีภาคส่วนต่าง ๆ เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 200 คน 

นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์และรับฟังความคิดเห็น กรธ. เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ในวันนี้จะเป็นการ
เปิดเวทีรับฟังความเห็นของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เบื้องต้นมีผู้ตอบรับเข้าร่วมแล้วประมาณ 200 คน ซึ่งรวมถึงประธาน กสม. และ กรรมการ กสม. ชุดปัจจุบันด้วย

ทั้งนี้ นายชาติชาย ยังกล่าวด้วยว่า รูปแบบของการรับฟังความเห็นในวันนี้ ก็จะมีการนำร่างของ กสม.เดิม และ ร่างที่ กรธ. ยกร่างขึ้น ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปทั้งหมด มาเปรียบเทียบกันให้แต่ละฝ่ายเสนอแนะเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ดีที่สุด ใน 5 ประเด็นหลัก คือ ที่มาของ กสม., กรรมการสรรหา ซึ่งจะต้องแตกต่างจาก กรรมการสรรหา องค์กรอิสระอื่น ๆ ตามพันธสัญญาผูกมัดระหว่างประเทศ, ขอบเขตอำนาจหน้าที่ วิธีการทำงานของ กสม. เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับองค์กรอื่น ๆ และรัดกุมที่สุด
-------
กรธ. จัดสัมมนารับฟังความเห็นร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วย กสม. เพื่อนำมาพิจารณาแก้ไขให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น 

คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ จัดโครงการสัมมนา เรื่อง "การรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ ... โดยมี นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เป็นประธานกล่าวเปิดสัมมนา ทั้งนี้ การจัดโครงการนี้ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้แทนของหน่วยงานต่าง ๆ และนำไปประกอบการพิจารณาจัดทำร่างกฎหมายลูกฉบับนี้ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น รวมถึงให้ผู้ร่วมสัมมนามีความรู้ ความเข้าใจ

ขณะเดียวกัน ได้เปิดอภิปรายเสนอความคิดเห็นจาก นายโสพล จริงจิต ที่ปรึกษาคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ น.ส.นัยนา สุภาพึ่ง ที่ปรึกษามูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ ซึ่งดำเนินรายการโดย รศ.ดร.จุรี วิจิตรวาทการ ประธานอนุกรรมการพิจารณาศึกษาหลักการร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
-----------
"มีชัย" เปิดสัมมนารับฟังความคิดเห็นร่างกฎหมายลูก กสม. ชี้ คณะกรรมการสรรหาต้องมีความหลากหลาย และทำงานร่วมกันเป็นระบบ 

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. กล่าวเปิดสัมมนารับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ... ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา พบว่าการทำงานของ กสม. มีปัญหาอย่างต่อเนื่อง ที่นำไปสู่การลดบทบาทในนานาชาติ ซึ่งปัจจัยหนึ่งเกิดจากที่มาของคณะกรรมการ กสม. ไม่มีความหลากหลาย ขาดความโปร่งใสในการสรรหา และไม่เชื่อมโยงกัน ทำให้ กรธ. ได้กำหนดภารกิจในมีความชัดเจนมากขึ้น และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมได้กำหนดองค์ประกอบที่มาของคณะกรรมการ กสม. จะต้องมาจากหลากหลายสาขาอาชีพ อย่างน้อยสาขาละ 1 คน ทั้งนี้ เห็นว่าการทำงานขององค์กรอิสระส่วนใหญ่ เกิดการแบ่งงานกันทำจนทำให้เกิดปัญหาตามมา จึงสร้างกลไกใหม่ในการทำงานเป็นทีม เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน

พร้อมปฏิเสธในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ได้เพิ่มหน้าที่ให้ กสม. เป็นโฆษกหน่วยงานของรัฐบาล แต่รายงานความเป็นจริงที่เป็นอยู่ในประเทศไทย ขณะเดียวกัน ย้ำว่าการทำงานของ กสม. ต้องทำงานให้สอดคล้อง รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเกิดผลกับประชาชนอย่างแท้จริง
-------------
"มีชัย" บอก หาก กสม. ไม่จัดทำแผนประจำปีล่วงหน้า ให้พ้นตำแหน่งทั้งคณะ พร้อมขอริเริ่มทำปมละเมิดสิทธิส่วนบุคคลเป็นระบบมากขึ้น

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. กล่าวในงานสัมมนารับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ... ว่า อยากให้ กสม. ริเริ่มทำเรื่องการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอย่างเป็นระบบให้มากขึ้น มากกว่าการแก้ปัญหารายบุคคล โดยเฉพาะเรื่องการใส่โซ่ตรวนนักโทษ และการปล่อยให้ผู้สื่อข่าวซักถามผู้ต้องหา

โดยปัญหาที่ทำให้ไทยถูกมองในแง่ลบ เพราะที่มาของ กสม. ไม่หลากหลายพอ ขาดความโปร่งใสในการสรรหา ขณะเดียวกัน กสม. ต้องทำแผนงานประจำปีล่วงหน้า หากจัดทำไม่แล้วเสร็จให้ กสม. พ้นตำแหน่งไปทั้งคณะ เพื่อป้องกันไม่ให้การทำงานล่าช้า

ทั้งนี้ นายมีชัย ยังเห็นว่า ที่ผ่านมาการทำงานของ กสม. และผู้ตรวจการแผ่นดินมีความเกี่ยวข้องกัน จนทำให้การทำงานเกิดความซ้ำซ้อน ดังนั้น กรธ. มองว่า หากทั้ง 2 หน่วยงานร่วมมือกันอย่างจริงจัง เชื่อว่าภายใน 5 - 10 ปี จะลดขั้นตอนและได้รับการแก้ไขให้รวดเร็วขึ้น

ขณะที่ผู้ร่วมเสวนา ได้สะท้อนความเห็นอยากให้ปรับในเรื่องของคณะกรรมการสรรหาให้มีความหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะตัวคณะกรรมการสรรหาต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องสิทธิมนุษยชน เพื่อใช้ความรู้ดังกล่าวสรรหาคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนได้อย่างตรงจุด
/////////////

ปรองดอง

"สุวิทย์" หารือ "พรเพชร - ทินพันธุ์" วางกรอบแนวทางการทำงานปฏิรูป - ยุทธศาสตร์ชาติ - ปรองดอง ก่อนประชุม ป.ย.ป. นัดแรก 1 ก.พ. นี้ 

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหารือเตรียมการประชุมเชิงปฏิบัติการ บูรณาการการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 โดยมี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ตัวแทนจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช., ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ตัวแทนจากสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หรือ สปท. และ นายสุวิทย์ ซึ่งเป็นตัวแทนของรัฐบาล รวมถึงในงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว

โดย นายสุวิทย์ กล่าวว่า วันนี้มีความสำคัญที่แม่น้ำ 3 สาย ได้มาร่วมหารือกันเพื่อกำหนดทิศทางการทำงาน ปฏิรูปยุทธศาสตร์ชาติและการปรองดอง เพื่อให้สามารถเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกันได้ ซึ่งวันนี้เป็นการหารือเบื้องต้น ก่อนมีการประชุมใหญ่ คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดิน ตามกรอบการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง หรือ ป.ย.ป. นัดแรกในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ขณะที่ นายพรเพชร ระบุว่า การให้ สนช. เข้ามามีบทบาทร่วมขับเคลื่อนกับรัฐบาล และ สปท. เป็นเรื่องที่ดี เพราะส่งผลให้กฎหมายที่เข้าสู่การพิจารณาของ สนช. สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
--------------
ผบ.ทบ. ยังไม่เห็นรายชื่อ คณะกรรมการ ป.ย.ป. เชื่อการพูดคุยเป็นวิธีการดีสุดในการแก้ปัญหา - สร้างความปรองดอง ขอทุกฝ่ายลดทิฐิ

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกระแสที่มีชื่ออยู่ในคณะกรรมการบริหารราชการแผนดินดำเนินการตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง ว่า ยังไม่เห็นรายชื่อ ยังไม่มีคำสั่งอย่างเป็นทางการ แต่ส่วนตัวเป็นห่วงการที่สื่อมวลชนได้สอบถามจากฝ่ายต่าง ๆ ก่อนจะมีการพูดคุยจะส่งผลเสียต่อกระบวนการ จึงอยากให้ทุกอย่างดำเนินการตามขั้น หลังจากมีรายชื่อ ป.ย.ป. ทุกอย่างจะเดินต่อไป และจะเห็นผลภายใน 3 เดือน เชื่อว่าการพูดคุยกันเป็นวิธีที่ดีที่สุด จะสามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่มีมาอย่างยาวนานให้จบในยุคนี้ ขอให้ทุกฝ่ายลดทิฐิ รับฟังความเห็นที่แตกต่างกัน คิดถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ เชื่อว่าถ้าทุกคนมีจิตสำนึกทุกอย่างจะเดินหน้าต่อไป
---------------
เลขาฯ ป.ย.ป. เตรียมนัดนายกฯ - รองฯ ทั้ง 6 คน พร้อมประธาน สนช. - สปท. - กรธ. จัดลำดับความสำคัญวาระปฏิรูป 1 ก.พ. นี้ 

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้เป็นการหารือกันเบื้องต้น ของคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูป ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการย่อยของ ป.ย.ป. ก่อนที่จะหารือร่วมกันอีกครั้งในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งจะเชิญนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี ทั้ง 6 คน ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยมีประเด็นสำคัญที่จะต้องหารือ คือ ลำดับความสำคัญของวาระการปฏิรูปทั้ง 36 เรื่องที่ สปท. พิจารณาเสร็จแล้ว พร้อมนำความเห็นของรัฐบาลมาร่วมพิจารณาด้วย จากนั้นจะมีการแยกว่า เรื่องใดจำ

เป็นต้องออกกฎหมาย หรือสามารถสั่งการให้มีการดำเนินการเพื่อให้กระชับและผลักเรื่องเร่งด่วนสำคัญเพื่อให้เกิดการปฏิรูปโดยเร็วที่สุด โดยต้องคำนึงถึงงบประมาณที่ใช้ในการปฏิรูปในแต่เรื่องเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต

นอกจากนี้ จะต้องดูว่าประชาชนจะได้ประโยชน์อย่างไรกับการปฏิรูปในแต่ละเรื่อง พร้อมกันนี้วันที่ 1 กุมภาพันธ์ จะเชิญคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. มาร่วมหารือด้วย เพื่อวางแผนการทำงานหลังร่างรัฐธรรมนูญ มีผลบังคับใช้
-----------------
"สุวิทย์" คาด "อำพน" เริ่มงาน ผอ. PMDU 30 ม.ค. นี้ เร่งพิจารณาโครรงสร้างสำนักงาน ขณะ ป.ย.ป. เดินหน้าทำงานต่อเนื่อง

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะกรรมการย่อยของคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดิน ตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง หรือ ป.ย.ป. อีก 3 ชุด ขณะนี้ยังคงเดินหน้าทำงานในส่วนที่รับผิดชอบ อาทิ คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ ที่มี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เป็นผู้กำกับดูแล ที่จะมีการประชุมครั้งที่ 2 ในวันที่ 30 มกราคม นี้ ส่วนคณะกรรมการเตรียมการยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี จะต้องหารือกับ พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อดูเรื่องการขับเคลื่อนต่อไป

อย่างไรก็ตาม คาดว่า นายอำพน กิตติอำพน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสำนักบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี หรือ PMDU ในวันที่ 30 มกราคม นี้ ส่วนโครงสร้างสำนักงาน PMDU นั้น อยู่ระหว่างการพิจารณา
---------------
"อภิสิทธิ์" ได้หนังสือแสดงความเห็นปรองดอง สปท. แล้ว จ่อส่งกลับ 31 ม.ค. ยัน หลักการต้องไม่ขัดกฎหมาย

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงแนวทางการสร้างความปรองดอง ว่า ได้รับหนังสือสอบถามความเห็นจากคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษา รวบรวมความเห็น วิเคราะห์ และสังเคราะห์ประเด็นการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง และการสร้างความปรองดองทางการเมือง ของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หรือ สปท. ซึ่งตัวเองพร้อมที่จะตอบหลับเป็นลายลักษณ์อักษร ในวันที่ 31 มกราคมนี้ และเตรียมเชิญสมาชิกพรรคมาหารืออย่างไม่เป็นทางการในวันพรุ่งนี้ (26 ม.ค.) เพื่อรวบรวมความเห็นให้สมบูรณ์ที่สุด ในการแสดงจุดยืนของพรรค ทั้งนี้ หลักคิดยังคงเดิมคือ การปรองดองที่ยั่งยืนไม่ขัดต่อกฎหมาย ส่วนการนิรโทษกรรมก็ควรคำนึงถึงประชาชนในความผิดทั่วไปไม่ร้ายแรง และความผิดตามกฎหมายพิเศษ ขณะที่ความผิดอื่น ก็ให้เข้ากระบวนการยุติธรรม

พร้อมกันนี้ ยังแสดงความเป็นห่วงว่า การทำงานเรื่องการปรองดองของ ป.ย.ป. และ สปท. เป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่ เพราะมีการติดต่อให้มาเสนอความเห็น จึงไม่อยากให้ทำงานซ้ำซ้อน ควรมีเจ้าภาพในการดำเนินงาน
---------------
///////////////
การทุจริต/โรลส์-รอยซ์

ไทย คะแนนความโปร่งใสลด รั้งอันดับ 101 จาก 176 ประเทศ ขณะ เดนมาร์ก แชมป์ ส่วน สิงคโปร์ มีคะแนนดีสุดของทวีปเอเชีย 

องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ประกาศผลการจัดอันดับความโปร่งใสประจำปี 2016 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่า ประเทศไทย มีคะแนนความโปร่งใสลดลง จาก 38 คะแนน ในปี 2015 เหลือ 35 คะแนน ในปีนี้ โดยรั้งอันดับ 101 ร่วมกับอีก 7 ประเทศ อาทิ ฟิลิปปินส์, ติมอร์ - เลสเต, เปรู, กาบอง และทรินิแดด แอนด์โทเบโก เป็นต้น จากทั้งหมด 176 ประเทศ

ทั้งนี้ ประเทศที่คว้าแชมป์ ความโปร่งใสในปีนี้ คือ เดนมาร์ก มี 90 คะแนน รองลงมา นิวซีแลนด์, ฟินแลนด์, สวีเดน และสวิตเซอร์แลนด์ ตามลำดับ ขณะที่ สิงคโปร์ เป็นชาติในเอเชีย ที่มีอันดับความโปร่งใสสูงสุด มี 84 คะแนน รั้งอันดับ 7 ในการจัดอันดับครั้งนี้

สำหรับประเทศที่มีอันดับความโปร่งใสต่าสุด ในปีนี้ เป็นของ โซมาเลีย 10 คะแนน รองลงมา ซูดานใต้ 11 คะแนน และ เกาหลีเหนือ 12 คะแนน
-----------
"พล.อ.ประวิตร" ย้ำ กองทัพไม่เกี่ยวข้องสินบนโรลส์ - รอยซ์ เพราะกองทัพไม่มีเครื่องยนต์ยี่ห้อที่มีปัญหา ขณะการตรวจสอบยึดขั้นตอนตามนายกฯ แจง 

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้การต้อนรับ พล.ท.จันสะหมอน จันยาลาด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงป้องกันประเทศ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และประธานคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนทั่วไปลาว - ไทย และคณะเข้าเยี่ยมคำนับ ที่ห้องรับรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

โดยก่อนเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงป้องกันประเทศ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงความคืบหน้า การตรวจสอบทุจริตการรับสินบน บริษัท โรลส์ - รอยซ์ ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พูดไปหมดแล้ว และต้องปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินการไปตามขั้นตอน ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบตามกฎหมาย ส่วนตัวขอยืนยันอีกครั้งว่ากองทัพไม่เกี่ยวข้อง เพราะกองทัพไม่มีเครื่องยนต์โรลส์ - รอยซ์แต่อย่างใด
----------
อนุฯ กมธ.ปราบปรามการทุจริต เร่งศึกษาข้อกฎหมาย ปมสินบน โรลส์ - รอยซ์ รับอนาคตอาจแก้ กม. ขยายอายุความ

ที่ประชุมคณะอนุกรรมาธิการศึกษา เสนอแนะมาตรการและกลไกในการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ได้หยิบยก กรณีผู้บริหารบริษัท โรลส์ - รอยซ์
ออกมายอมรับต่อสำนักงานปราบปรามการทุจริตของประเทศอังกฤษ ว่า ได้จ่ายสินบนในหลายประเทศ ที่ทำการซื้อขายเครื่องยนต์ของโรลส์ - รอยซ์ รวมถึงประเทศไทยด้วย ซึ่ง พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ หนึ่งในกรรมาธิการ เปิดเผยว่า เบื้องต้นคณะอนุกรรมาธิการกำลังศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง ของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เพื่อหาแนวทางการป้องกันไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น มากกว่าการมองหาคนผิดมารับโทษ พร้อมเสนอให้มีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับคดีความดังกล่าว มาหารือถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และมองว่าสิ่งสำคัญที่จะไม่ทำให้การทุจริตเกิดขึ้นก็ คือ มาตรการทางสังคม ที่จะกดดันไม่ให้คนเหล่านั้นกระทำการทุจริตอีก

ส่วนเรื่องอายุความของคดี ในอนาคตอาจมีการปรับแก้กฎหมายให้ขยายอายุความของคดีที่เกี่ยวข้องกับการทจิต คอร์รัปชั่น เพื่อให้เวลากับพนักงานสอบสวนในการตรวจสอบพยานและหลักฐาน
-----------
/////
รองอธ.กรมทรัพย์สินทางปัญญาขโมยภาพวาด

สื่อท้องถิ่นญี่ปุ่นรายงานจับขรก.ไทยขโมยภาพวาด

เมื่อวันที่ 25 มกราคม สื่อท้องถิ่นในประเทศญี่ปุ่นรายงานเมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ เมืองเกียวโตได้เข้าควบคุมตัวชายไทยต้องสงสัยเป็นผู้ขโมยภาพวาด 3 ภาพมูลค่า 15,000
เยน ที่ติดอยู่ในโรงแรม หลังจากพนักงานโรงแรมดังกล่าวพบว่ามีภาพวาดที่ตกแต่งอยู่บริเวณชั้น9-10ได้หายไป จึงได้เข้าแจ้งความ โดยการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบชายไทยผู้ต้องสงสัยที่เข้าพักในโรงแรม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอตรวจค้นกระเป๋าระหว่างการเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมจึงพบภาพวาดดังกล่าว
จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจชายไทยคนดังกล่าว ระบุเพียงว่า ทำงานอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ของไทย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปควบคุมที่สถานีตำรวจในเมืองเกียวโตและเตรียมส่งดำเนินคดี โดยจะถูกนำตัวส่งฟ้องศาลต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า คนไทยที่ถูกจับกุมครั้งนี้เป็นข้าราชการระดับรองอธิบดีคนหนึ่งในกระทรวงพาณิชย์
------------
กต. ทราบเรื่อง ขรก. ถูกจับที่ญี่ปุ่นแล้ว สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือ - เข้าเยี่ยมแล้ว 

นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณี สื่อท้องถิ่นในญี่ปุ่น รายงานการจับกุมคนไทยที่เป็นข้าราชการระดับสูง ว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา ได้รับทราบข่าวดังกล่าวแล้ว และอยู่ระหว่างการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยในชั้นนี้คนไทยดังกล่าวอยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่น โดยทางการญี่ปุ่น ยังไม่เปิดเผยข้อมูลของผู้ถูกควบคุมตัว เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลของผู้ถูกควบคุมตัว

ทั้งนี้ โฆษก กต. กล่าวว่า สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ พร้อมให้ความช่วยเหลือด้านการกงสุล อาทิ การจัดสรรล่าม และทนายความ ตามแนวทางการให้ความช่วยเหลือคนไทยตกทุกข์ได้ยาก ที่ได้ปฏิบัติเป็นปกติในทุกกรณี เพื่อให้ความช่วยเหลือคนไทยตกทุกข์ได้ยากในต่างประเทศ โดยขณะนี้สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา อยู่ระหว่างการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอเข้าเยี่ยมคนไทยดังกล่าวแล้ว
------------
ปลัดพาณิชย์ ยอมรับ มีข้าราชการ ระดับรองอธิบดีถูกจับกุมที่ประเทศญี่ปุ่นจริง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานขั้นตอนทางกฎหมาย

จากกรณีที่สื่อท้องถิ่นในประเทศญี่ปุ่น รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองเกียวโต ได้เข้าควบคุมตัวชายไทยต้องสงสัยเป็นผู้ขโมยภาพวาดในโรงแรม และจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระบุเป็นข้าราชการระดับรองอธิบดีคนหนึ่งในกระทรวงพาณิชย์

ทั้งนี้ นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ได้รับทราบถึงกรณีดังกล่าวแล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่าง การประสานงานของสถานกงสุลไทยในญี่ปุ่น และสำนักงานพาณิชย์ไทย โดยต้องเข้ากระบวนการตามกฎหมายของญี่ปุ่น แต่ในส่วนของรายละเอียดนั้น คงต้องรอการเดินทางกลับมาเพื่อชี้แจงรายละเอียดที่ประเทศไทย โดยยอมรับว่าช่วงเวลานี้ มีข้าราชการระดับรองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินทางไปเข้าร่วมประชุม เรื่องสิทธิบัตร ที่ประเทศญี่ปุ่นจริง

อย่างไรก็ตาม มีรายงานจากกระทรวงต่างประเทศยอมรับว่า ได้รับทราบรายงานจากสถานทูตไทยประจำกรุงโตเกียว กรณีที่รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ถูกจับที่ญี่ปุ่น ฐานขโมยภาพวาดของโรงแรมแล้ว และกำลังเตรียมที่จะแถลงความคืบหน้าในการประสานกับทางการญี่ปุ่นถึงการดำเนินคดีดังกล่าวภายในวันนี้

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดใด ๆ เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวได้ เนื่องจากอยู่ในระหว่างรวบรวมข้อมูลจากทางญี่ปุ่น
----------
ตามที่สื่อท้องถิ่นในประเทศญี่ปุ่นรายงานเมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ เมืองเกียวโตได้เข้าควบคุมตัวชายไทยต้องสงสัยเป็นผู้ขโมยภาพวาด 3 ภาพมูลค่า 15,000 เยน ที่ติดอยู่ในโรงแรม หลังจากพนักงานโรงแรมดังกล่าวพบว่ามีภาพวาดที่ตกแต่งอยู่บริเวณชั้น 9-10 ได้หายไป จึงได้เข้าแจ้งความ โดยการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบชายไทยผู้ต้องสงสัยที่เข้าพักในโรงแรม

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอตรวจค้นกระเป๋าระหว่างการเช็กเอาต์ออกจากโรงแรมจึงพบภาพวาดดังกล่าว และจากการสอบสวน เบื้องต้นคนไทยดังกล่าวระบุว่า ทำงานอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ของประเทศไทย ภายหลังทราบว่ามีตำแหน่งเป็นรองอธิบดี โดยขณะนี้อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 มกราคม น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงตำรวจท้องถิ่นในญี่ปุ่นคุมตัวผู้ต้องสงสัยขโมยภาพตกแต่งในโรงแรม ว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์ในญี่ปุ่น ไปติดตามและตรวจสอบข้อเท็จจริง และประสานขอข้อเท็จจริงกับสถานทูตไทยในญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม จะดำเนินการอย่างไร ต้องรอข้อเท็จจริง และการชี้แจงจากรองอธิบดีที่ถูกกล่าวก่อน ซึ่งตอนนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้

“รองอธิบดีคนดังกล่าวเดินทางไปประชุม อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงานพาณิชย์ ณ เมืองโอซากา ประสานอยู่ และตอนนี้อยู่ในขบวนการทางกฎหมายของญี่ปุ่น คงได้ทราบข้อเท็จจริง เมื่อเดินทางกลับมาไทย” ปลัดกล่าว
-------------
ดูประวัติ"สุภัฒ"

รายงานข่าวระบุว่า นายสุภัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญากระทรวงพาณิชย์ ส่วนตัวเป็นคนน่ารัก นิสัยดี ติดดิน เป็นคนตรงๆ ทำงานจริงจัง นึกถึงผลประโยชน์ของหลวงเป็นสำคัญ
ขณะที่ประวัติการศึกษาและการทำงาน จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษา High School attached to Gakugei University กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ปริญญาตรี สาขาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น และปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น

ประสบการณ์การทำงาน เริ่มจากกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เป็นเลขานุการเอก สำนักงานที่ปรึกษาการพาณิชย์ ณ กรุงออตตาวา ประเทศแคนาดา, เลขานุการเอก สำนักงานที่ปรึกษาการพาณิชย์ ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น, ที่ปรึกษา(ฝ่ายการพาณิชย์) สำนักงานที่ปรึกษาการพาณิชย์ ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย, อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม, ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย และผู้อำนวยการ สำนักประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เข้ามาดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2558

ล่าสุด น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์ที่ญี่ปุ่นทำการตรวจสอบและติดตามข้อเท็จจริงในเรื่องนี้แล้ว และให้ประสานกับสถานทูตไทยในญี่ปุ่น โดยตอนนี้เรื่องอยู่ในกระบวนการทางกฎหมายของญี่ปุ่น คงจะได้ทราบข้อเท็จจริงเมื่อท่านเดินทางกลับมา ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบ มีรองอธิบดีของกระทรวงพาณิชย์ คือ นายสุภัฒ สงวนดีกุล รองกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพียงคนเดียวที่ได้เดินทางไปญี่ปุ่นโดยเป็นการเดินทางไปอบรมเรื่องสิทธิบัตรกับรัฐบาลญี่ปุ่น และตามกำหนดการเดิม มีกำหนดที่จะเดินทางกลับในวันนี้ (25 ม.ค.) แต่ได้มีการแจ้งมายังกรมทรัพย์สินทางปัญญาว่าจะเลื่อนการเดินทางกลับโดยไม่มีกำหนด และไม่ต้องส่งเจ้าหน้าที่ไปรับ

นอกจากนี้ นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ยังได้มีการหารือกับปลัดกระทรวงพาณิชย์ เพื่อหาถึงเรื่องที่เกิดขึ้น และเตรียมการที่จะหาทางช่วยเหลือต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับตัวนายสุภัฒ ข้าราการในกรมทรัพย์สินทางปัญญา ระบุว่า โดยส่วนตัวแล้ว เป็นคนน่ารัก นิสัยดี ติดดิน ส่วนในเรื่องการทำงาน เป็นคนตรงๆ ทำงานจริงจัง นึกถึงผลประโยชน์ของหลวงเป็นสำคัญ แต่บางครั้งอารมณ์ร้อน อาจทำให้ลูกน้องไม่ชอบบ้าง
----------
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผย ต้องรอตรวจสอบ ข้าราชการระดับสูงขโมยภาพที่ญี่ปุ่น คาดไม่กระทบเชื่อมั่น

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่ข้าราชการระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ ถูกจับที่ประเทศญี่ปุ่นในข้อหาขโมยภาพวาดในโรงแรม ว่า ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวเบื้องต้นแล้ว และอยู่ระหว่างตรวจสอบ โดยยอมรับว่า มีรองอธิบดีได้เดินทาง เข้าร่วมสัมมนาเชิงวิชาการที่ประเทศญี่ปุ่นจริง จึงได้ประสานขอข้อมูลไปยังสำนักงานพาณิชย์ที่ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงสถานทูตไทยในประเทศญี่ปุ่น เพื่อติดตามดูแลรายละเอียดข้อมูลเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิดแล้ว

โดยยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวจะต้องมีการพิจารณาและให้ความเป็นธรรม แต่ทั้งนี้ต้องรอผลการตรวจสอบจากประเทศญี่ปุ่นก่อน ว่ามีเหตุผลและข้อเท็จจริงในการกระทำเป็นอย่างไร แต่หากผิดจริงก็จะมีการจัดการตามระเบียบขั้นตอนทางราชการ และมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง นอกจากนี้ มั่นใจว่าเรื่องดังกล่าวไม่น่าจะกระทบความเชื่อมั่นต่อข้าราชการของไทยในการเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ เพราะเรื่องดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย และมั่นใจว่าข้าราชการไทยทุกคนมีระเบียบวินัยในการทำงาน และคาดว่าผลสรุปเรื่องดังกล่าว จะรู้ผลภายใน 1 - 2 วันนี้ ๆ นี้
-----------
กระทรวงพาณิชย์ ประสานขอเข้าเยี่ยมข้าราชการถูกกล่าวหาขโมยภาพที่ญี่ปุ่น พร้อมสอบข้อเท็จจริง หากพบมีความผิด ต้องลงโทษตามขั้นตอน

นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณี ทางการญี่ปุ่นควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยชาวไทย ซึ่งเป็น รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ว่า ขณะนี้สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา ได้รับเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยพร้อมให้ความช่วยเหลือด้านการกงสุล โดยมีการจัดสรรล่าม และทนายความ ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอเข้าเยี่ยมในวันพรุ่งนี้ ( 26 ม.ค.) ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ให้ตัวแทนจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครโอซากา ประสานทำความเข้าใจร่วมกับสถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา และสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว อย่างใกล้ชิด ซึ่งในรายละเอียดนั้น ยังต้องติดตาม ต่อไป โดยหากพบมีการกระทำความผิดจริง หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการตามกฎหมายของญี่ปุ่นแล้วทางกระทรวงพาณิชย์จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเอาผิดทางวินัยต่อไป

แต่อย่างไรก็ตาม จะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายด้วย ในขณะนี้ถือว่ายังไม่สิ้นสุดกระบวนการซึ่งโทษทางวินัยนั้น มีการกำหนดไว้อย่างชัดเจนตามกฎหมาย โดยขณะนี้ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาในทุกชั้นได้รับทราบแล้ว
-------------
นายกฯ รอผลสอบ รองอธิบดีถูกจับที่ญี่ปุ่น ไม่กังวลเรื่องเปิดเผยข้อมูล ขออย่าขยายความ สงสัยทำไมประเทศไทยถึงมีแต่เรื่องทุจริต

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่ตำรวจเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ได้จับกุมตัว รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา หลังจากที่มีการตั้งข้อสงสัยว่าได้ขโมยภาพวาด 3 ภาพมูลค่า 15,000 เยน ที่แขวนไว้ตกแต่งบริเวณทางเดินของโรงแรม ว่า ยังไม่ได้รับทราบข่าวดังกล่าว แต่ก็จะต้องสอบสวนข้อเท็จจริง

พร้อมกล่าวว่า ได้ดูโหราศาสตร์ในหนังสือพิมพ์ที่มีการระบุ ว่า ปีนี้เป็นปีแห่งการเปิดเผยข้อเท็จจริง ซึ่งไม่ได้เดือดร้อนอะไร แต่ก็จะตรวจสอบให้ทั้งหมด จึงขออย่าไปขยายความ อยากให้คิดสองด้านทั้งผลดีและผลเสีย โดยยืนยันว่า ไม่ได้ปิดบังอะไร แต่สงสัยว่าทำไมประเทศไทยถึงมีแต่เรื่องทุจริต 4 - 5 เรื่อง ทั้งการให้สินบนกรณีบริษัท โรลส์ - รอยซ์ ด้วย ถึงแม้จะไม่ได้สืบสวนแต่ต้นและทำให้หาหลักฐานยาก แต่ก็จะพยายามทำทุกอย่าง
-------------
นายกฯ ขอให้ดูที่สาเหตุ ค่า CPI ลดลง อย่ามองแย่ทั้งหมด ยันประเทศดีขึ้น ขอให้เชื่อมั่น ดำเนินการตรวจสอบทั้งหมดแล้ว 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ เผยแพร่ดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นปี 2559 พบว่า ไทยอยู่ในอันดับที่ 101 จากทั้งหมด 176 อันดับ ซึ่งอันดับตกลงจากปีที่ผ่านมานั้น ว่า จะต้องไปดูที่สาเหตุว่าต่ำลงตรงไหน เพราะบางเรื่องสูงขึ้นและบางเรื่องแย่ลง เฉลี่ยกันจึงต่ำ เพราะอาจมีตัวชี้วัดที่บางข้อทำได้ไม่ดีพอ จึงขออย่ามองแย่ทั้งหมด เนื่องจากประเทศไทยดีขึ้น และขอให้เชื่อนายกรัฐมนตรี ซึ่งอย่าลืมว่าทุกอย่างเกิดขึ้นในอดีต

พร้อมยืนยันว่า ปัจจุบันได้ดำเนินการตรวจสอบทั้งหมดอยู่แล้ว โดยจะร้องเรียนให้องค์กรอิสระตรวจสอบอยู่แล้ว เพราะเป็นแนวทางการบริหารราชการแผ่นดิน และขอให้ดูตามคำโหราศาสตร์ทำนาย ซึ่งไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่
-------------
การบินไทย เล็งฟ้องทางแพ่ง ผู้ที่กระทำให้เกิดความเสียหายแก่องค์กร กรณีรับสินบนโรลส์ - รอยซ์ เชื่อ ป.ป.ช. สตง. สอบข้อมูลเร็ว

ร.อ.กนก ทองเผือก รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายทรัพยากรบุคคลและกำกับกิจการองค์กร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวในงานเสวนา "อย่าให้คนโกงมีที่ยืนในการบินไทย ปตท. และประเทศไทย" กรณีสินบน โรลส์ - รอยซ์ ว่า ขณะนี้คณะกรรมการตรวจสอบที่การบินไทยได้ตั้งขึ้นอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด โดยในทางธุรกิจการบินไทยได้พิจารณาเบื้องต้นว่าหากพบหลักฐานจากหน่วยงานเอสเอฟโอ ว่ามีการจ่ายสินบนหรือค่าตอบแทนพิเศษ และพาดพิงว่าเพื่อการบินไทยและแสดงให้เห็นว่าการบินไทยจัดหาเครื่องสูงกว่าที่ควรจะเป็น การบินไทยอาจจะฟ้องทางแพ่งผู้ที่ดำเนินการ เนื่องจากทำให้การบินไทยเสียหายได้

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหากภาครัฐเป็นผู้ดำเนินการ ทั้งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. และ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. จะได้ข้อมูลรวดเร็วมากขึ้น ขณะเดียวกัน การบินไทย ยังได้ทำหนังสือถึง โรลส์ - รอยซ์ ให้เปิดเผยข้อมูล ส่วนกรณีการขึ้นแบล็กลิสต์หรือยกเลิกการทำการค้ากับบริษัท โรลส์ - รอยซ์ อาจจะไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะอาจจะส่งผลต่อการซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ ของการบินไทยได้
--------
ปตท. ตั้งคณะกรรมการสอบปมสินบน โรลส์ - รอยซ์ พร้อมให้ความร่วมมือรัฐตรวจสอบข้อเท็จจริง

นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กล่าว ในงานเสวนา อย่าให้คนโกงมีที่ยืนในการบินไทย ปตท. และประเทศไทย กรณีสินบน โรลส์ - รอยซ์ ว่า หลังจากที่กรณี บริษัท โรลส์-รอยซ์ ประเทศไทย จำกัด มีการจ่ายสินบนแก่อดีตผู้บริหารและพนักงานบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และจากการสอบสวนพบการติดสินบนให้เจ้าหน้าที่บริษัท ปตท. และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม นั้น ขณะนี้ทาง ปตท. ได้ตั้งคณะกรรมการภายในขึ้นมาเพื่อทำการจรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวแล้วว่ามีบุคคลใดเกี่ยงข้องบ้างรวมถึงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมีความโปร่งใสหรือไม่ หลังจากนั้นจะนำเสนอข้อมูลทั้งหมดส่งให้กับ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อเป็นการสนับสนุนและให้ความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในกระบวนการตรวจสอบหาข้อเท็จจริง

ขณะที่ นายเมธี ครองแก้ว อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. กล่าวยอมรับว่า เป็นเรื่องยากในการหาข้อมูล เพราะมีกฎหมายอยู่ การขอข้อมูลจึงต้องผ่านสำนักงานอัยการสูงสุด ไม่มีปัญหาเรื่องเอกสารที่มีอยู่ที่เป็นภาษาอังกฤษต้องให้เจ้าหน้าที่ที่มีความชำนาญ
-----------
องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น ชี้ปมสินบนโรลส์ - รอยซ์ ป.ป.ช. ควรเป็นผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่เพียงผู้เดียว

นายบรรยง พงษ์พานิช กรรมการกลยุทธ์ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวในงานเสวนา อย่าให้คนโกงมีที่ยืนในการบินไทย ปตท. และประเทศไทย กรณีสินบนโรลส์ - รอยซ์ ว่ากรณีการจ่ายสินบนของโรลส์ - รอยซ์ นั้น มองว่าหน่วยงานที่จะเป็นเจ้าภาพในการตรวจสอบข้อเท็จจริงแต่เพียงผู้เดียว คือ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. การบินไทย และ ปตท. ไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการภายในขึ้นมาตรวจค้นหรือสอบข้อมูล แต่ควรมีหน้าที่ในการสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับ ป.ป.ช. ในการประสาน ขอความร่วมมือด้านข้อมูลและการเข้าไปตรวจสอบให้เกิดความถูกต้อง

อย่างไรก็ตาม มองว่า การลงโทษกับผู้กระทำความผิดด้านคอร์รัปชั่นควรมีบทลงโทษที่รุนแรง เนื่องจากการติดสินบนขณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะรัฐวิสาหกิจเท่านั้น แต่เกิดขึ้นทุกวงการอย่างกว้างขวาง เพราะเปรียบเสมือนอุตสาหกรรมที่ผู้ประกอบการประสานงายขายสินค้าให้กับทางภาครัฐ และที่มีการคอร์รัปชันเหตุ เพราะไม่มีการจับได้ ดังนั้นหากมีการสอบสวนและจับได้บทลงโทษจะต้องรุนแรงมากที่สุด
--------
"สุรพงษ์" เชื่อ หากรัฐบาลเอาจริงปราบทุจริต ปัญหาจะเบาบางลง ความเชื่อมั่น ตปท. จะดีขึ้นดันเศรษฐกิจดีขึ้น เหน็บต้องทำจริง ไม่ปกป้องเลือกปฏิบัติ 

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากรัฐบาลเอาจริงการทุจริต ฉ้อราษฎร์บังหลวงให้หน่วยงานตรวจสอบการทุจริต ทั้ง ป.ป.ช. และ สตง. ทำหน้าที่กันอย่างเต็มที่ ไม่มีการปกป้อง ไม่เลือกปฏิบัติ เชื่อว่าการทุจริตก็จะเบาบางลงไปได้ และขอให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สั่งการและกำกับดูแลกันอย่างใกล้ชิด และเข้มแข็ง ปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นได้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายที่ คสช. ได้ประกาศไว้ ความเชื่อมั่นของต่างชาติในเรื่องการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นในไทยก็จะฟื้นกลับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ดีขึ้น การค้าขายและการลงทุนจากต่างชาติก็อาจจะเพิ่มมากขึ้นได้เหมือนสิงค์โปร์ ที่เอาจริงเอาจังกับขบวนการปราบปรามการทุจริตในประเทศ จนเป็นที่ยอมรับในสายตาประชาคมโลก

ทั้งนี้ นายสุรพงษ์ ยังกล่าวด้วยว่า หากประเทศไทยขจัดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นได้ เชื่อได้ว่าบ้านเมืองจะเจริญก้าวหน้าและพัฒนาไปได้มากกว่านี้ และอยากให้ทุกคนช่วยกัน
------------
"พิชัย" จี้ รัฐตรวจสอบทุจริตทุกโครงการรัฐอย่างเท่าเทียม พุ่งเป้าจัดซื้อจากจีน - รัสเซีย หวั่นมีการคอร์รัปชั่นมากขึ้น  

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ตรวจสอบพบการจ่ายสินบนของบริษัท โรลส์ - รอยซ์ ให้กับ การบินไทย, ปตท. และ ปตท.สผ. รวมถึงการจ่ายสินบนของบริษัท เจเนอรัล เคเบิ้ล ให้กับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และทีโอที นั้น อยากให้มีการตรวจสอบหาผู้กระทำผิดเพื่อมาดำเนินคดีให้ได้ อย่าปล่อยปละละเลย เหมือนกันคดี จีที 200 ที่ยังหาผู้กระทำผิดไม่ได้ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาล ตรวจสอบทุกโครงการของรัฐ ที่เชื่อว่ามีการจ่ายค่าคอมมิชชั่นสินบนให้เท่าเทียมกัน โดยเฉพาะที่มีการจัดซื้อจากประเทศจีนและรัสเซีย เพราะประเทศดังกล่าวอาจมีระบบการตรวจสอบการจ่ายสินบนภายในประเทศไม่เหมือนในสหรัฐและยุโรป ทำให้มีความเป็นห่วง

ว่าในอนาคตจะมีความพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการจัดซื้ออุปกรณ์จากประเทศสหรัฐฯ และยุโรป เพราะมีการตรวจเข้มในการจ่ายสินบนทุจริต เพื่อไปจัดซื้อจากประเทศที่ไม่มีการตรวจสอบ และทำให้มีการทุจริตมากยิ่งขึ้น
---------
"อภิสิทธิ์" แนะรัฐร่วมมือ ตปท. แบ่งปันข้อมูลทุจริต เชื่อยังมีอีกหลายกรณีคล้ายโรลส์ - รอยซ์ จี้ ปรับปรุงโครงสร้างรัฐวิสาหกิจ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการบริษัท โรลส์ - รอยซ์ ให้สินบนหน่วยงานในประเทศไทย ว่า อยากให้รัฐบาลประสานกับต่างประเทศ เพื่อนำกรณีที่เกิดขึ้นทั้งในอดีตและปัจจุบันมาแก้ไขปัญหาระดับนโยบาย ซึ่งเชื่อว่า ยังมีกรณีลักษณะเดียวกันนี้อีก รัฐบาลควรมีการออกกฎหมายหรือมีข้อตกลงกับต่างประเทศในการแบ่งปันข้อมูล เพราะอาจมีกรณีที่เมื่อมีการไกล่เกลี่ยจ่ายค่าชดเชย เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยกับกรณีอื่น ๆ ในอดีต ที่บริษัทต่างประเทศไกล่เกลี่ยคดีกับประเทศนั้นแล้ว ไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อหรือข้อมูลอื่นได้ ทั้งนี้ รัฐบาลควรพิจารณาถึงการปรังปรุงโครงสร้างการบริหารงานของรัฐวิสาหกิจ เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตกับบริษัทต่างประเทศ ทั้งกรณีบริษัทการบินไทยฯ ปตท. และการไฟฟ้านควรหลวง ล้วนเป็นรัฐวิสาหกิจทั้งสิ้น

นอกจากนี้ ยังเห็นด้วยกับแนวคิดการขึ้นบัญชีดำบริษัทต่างประเทศที่ร่วมกับเอกชนหรือหน่วยงานภาครัฐในประเทศไทย ยกเว้นกรณีที่บริษัทเหล่านั้นเปิดเผยข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการตรวจพิสูจน์ผู้กระทำผิดต่อไป
------------
//////////
พรบ.คอมพ์ฉบับแก้ไขมีผลบังคับ

ราชกิจจาประกาศ พ.ร.บ.คอมพ์ ฉบับแก้ไขแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (๒๕ มกราคม) ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ แล้ว (คลิกอ่านที่นี่ – พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์)

มีสาระสำคัญอาทิ

มาตรา ๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองและวรรคสามของมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐

“ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่นอันมีลักษณะเป็นการก่อให้เกิด ความเดือดร้อนรําคาญแก่ผู้รับข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่เปิดโอกาสให้

ผู้รับ สามารถบอกเลิกหรือแจ้งความประสงค์เพื่อปฏิเสธการตอบรับได้โดยง่าย ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน สองแสนบาท ให้รัฐมนตรีออกประกาศกําหนดลักษณะและวิธีการส่ง รวมทั้งลักษณะและ

ปริมาณของ
ข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งไม่เป็นการก่อให้เกิดความเดือดร้อนรําคาญแก่ผู้รับ และลักษณะอันเป็นการบอกเลิกหรือแจ้งความประสงค์เพื่อปฏิเสธการตอบรับได้โดยง่าย”

“มาตรา ๑๒ ถ้าการกระทําความผิดตามมาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ หรือมาตรา ๑๑ เป็นการกระทําต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการรักษา

ความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี

และปรับตั้งแต่ สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท ถ้าการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือระบบคอมพิวเตอร์ดังกล่าว ต้องระวางโทษจําคุก

ตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึง สองแสนบาท ถ้าการกระทําความผิดตามมาตรา ๙ หรือมาตรา ๑๐ เป็นการกระทําต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือระบบคอมพิวเตอร์ตามวรรคหนึ่ง

ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาท ถึงสามแสนบาท ถ้าการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสามโดยมิได้มีเจตนาฆ่า แต่เป็นเหตุให้บุคคลอื่น ถึงแก่

ความตาย ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท”

มาตรา ๘ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน“มาตรา ๑๔ ผู้ใดกระทําความผิดที่ระบุไว้ดังต่อ

ไปนี้ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

(๑) โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความ

เสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทําความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา

(๒) นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคง ในทาง

เศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิด ความตื่นตระหนกแก่ประชาชน

(๓) นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา

(๔) นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้

(๕) เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) ถ้าการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่ง (๑) มิได้กระทําต่อประชาชน แต่เป็นการกระทํา

ต่อบุคคลใด บุคคลหนึ่ง ผู้กระทํา ผู้เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ดังกล่าวต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้เป็นความผิดอันยอมความได้”

"บิ๊กป้อม" เตรียมขอ ลาว ช่วยจัดการพวก "เสื้อแดง-หนี ม.112" เคลื่อนไหวในลาว

"บิ๊กป้อม" เตรียมขอ ลาว ช่วยจัดการพวก "เสื้อแดง-หนี ม.112" เคลื่อนไหวในลาว ชี้ลาวร่วมมือดี
เผยเตรียมคุย รมว.กลาโหมลาว ที่มาประชุมคณะกรรมการชายแดน GBC ขอความร่วมมือ จับตากลุ่มเคลื่อนไหว ที่หนีคดีจากไทย ไปใช้พื้นที่ประเทศลาวเคลื่อนไหว ชี้ลาวให้ความร่วมมือดีมาก รวมทั้งการตรวจสอบ พวกที่ออกอากาศวิทยุ โจมตีรัฐบาล และประเทศไทย ส่ง พลเอกทวีป เนตรนิยม เลขาฯสมช.ไปคุยรายละเอียด‬
พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ต้อนรับ พลโท จันสะหมอน จันยาลาด(Lt.Gen.Chansamone Chayalath)รมว.ป้องกันประเทศลาว คนใหม่ มาเยือนในฐานะแขกของกลาโหม เพื่อประชุมกก.ชายแดนทั่วไป GBC-General Border Committee ความร่วมมือชายแดน 25-27มค.2560
โดยมี พลเอกชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกลาโหม พลเอกสุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผบ.สส. และตัวแทนเหล่าทัพ ร่วมต้อนรับ โดยมีการตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ3 เหล่าทัพ และ มีกำหนดเข้าพบ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล บ่ายนี้
พลเอกประวิตร เผยว่า เตรียมคุย กะบ รมว.กลาโหมลาว เพื่อ ขอความร่วมมือ จับตากลุ่มเคลื่อนไหว ที่หนีคดีจากไทย ไปใช้พื้นที่ประเทศลาวเคลื่อนไหว ชี้ลาวให้ความร่วมมือดีมาก เขาร่วมมือดีอยู่แล้ว รวมทั้งการตรวจสอบ พวกที่ออกอากาศวิทยุ โจมตีรัฐบาล และประเทศไทย มอง พลเอกทวีป เนตรนิยม เลขาฯสมช.ไปคุยรายละเอียดกับฝ่ายลาว

บิ๊กป้อม สั่งปลัดกลาโหม เตรียมเชิญ นักวิชาการ พลเรือน ร่วมเป็นคณะอนุกรรมการฯปรองดองของกลาโหม

บิ๊กป้อม สั่งปลัดกลาโหม เตรียมเชิญ นักวิชาการ พลเรือน ร่วมเป็นคณะอนุกรรมการฯปรองดองของกลาโหม เพิ่ม เพื่อให้หลากหลาย ไม่ใช่มีแต่ทหาร คาดได้รายชื่อครบทุกคณะ ในสัปดาห์นี้
พลเอกชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมอำนวยการสร้างสามัคคีปรองดอง ในส่วนของกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม เพื่งสั่ง ให้ตนเอง เชิญนักวิชาการพลเรือน มาร่วม เป็นคณะอนุกรรมการ ชุดต่างๆ เพิ่มขึ้น เพื่อให้หลากหลาย และไม่ถูกมองว่ามีแต่ทหาร
ทั้งนี้ ไม่จำกัดว่าจะเป็นนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยไหน ขอเวลาในการคัดเลือกและเชิญ คาดรายชื่อทั้งหมดจะเสร็จในสัปดาห์นี้ เพื่อให้เริ่มทำงาน ได้ 1กพ.นี้ ตามกรอบ ปยป.
พลเอกชัยชาญ กล่าวว่า โครงสร้าง และรายชื่อของคณะกรรมการชุดใหญ่ และชุดต่างๆ เกือบเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลังจากมีการแก้ไขเพิ่มเติม แต่ล่าสุด พลเอกประวิตร ให้นโยบายมาว่า ให้เชิญ นักวิชาการ ที่เป็นพลเรือนมาร่วมด้วย
ส่วนนักวิชาการทหารนั้น มีร่วมอยู้ในคณะอนุกรรมการต่างๆ อยู่แล้ว

"บิ๊กตู่"บอก ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่ ...ปีนี้เป็นปีแห่งการตรวจสอบ



"บิ๊กตู่"บอก ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่ ...ปีนี้เป็นปีแห่งการตรวจสอบ ปีที่คนไม่ดี จะต้องโดนเปิดเผยออกมา
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตอบคำถามถึง กรณีรองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ถูกจับที่ญี่ปุ่น ว่า ยังไม่เห็นรายละเอียด เดี๋ยวก็สอบสวน หมอดูออกมาบอกแล้วว่า ปีนี้สิ่งที่ปิดบังกันเอาไว้ จะถูกเปิดเผยมาทั้งหมด
"ผมเห็นจาก คำทำนายตามโหราศาสตร์ในหนังสือ บอกว่า ปี 60 จะเป็นปีแห่งการตรวจสอบข้อเท็จจริง ปีแห่งคนไม่ดี จะต้องโดนเปิดเผย ปีแห่งคนไม่ดีที่จะต้องถูกอะไรก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นให้ทำตัวเป็นคนดี มีคุณธรรม อยู่ในศีลธรรมอันดี ทำงานเพื่อประเทศชาติ ช่วยกันไม่โกงกิน ไม่ทุจริต ผมว่ามันอยู่ได้ หมอดูเขาบอกไว้แล้ว โหราศาสตร์ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่" พล.อ.ประยุทธ์

"บิ๊กเจี๊ยบ" ติงสื่อ "ปรองดอง"ไม่ใช่เรื่องที่จะมาถามรายวัน

"บิ๊กเจี๊ยบ" ติงสื่อ "ปรองดอง"ไม่ใช่เรื่องที่จะมาถามรายวัน ถามคนนั้นที คนนี้ที ห่วงพูดกันคนละที กลัวว่าจะทะเลาะกัน ก่อนเข้าห้อง ชี้สื่อสนใจทุกวัน แต่จะเป็นการจุดประเด็น บางคน อาจหลุดบางคำพูดออกมา ทีนี้ก็ไม่คุยกันเลย ก็จะกลายเป็นข้อเสีย

พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ซึ่งเดินทางกลับจากเยือนเมียนมา ถูกนักข่าวถามเรื่องกรรมการปรองดองฯ บอกคำสั่งแต่งตั้งกรรมการยังไม่ออกมา"ไม่ใช่เรื่องที่คนนั้นหรือคนนี้ จะออกมาพูดกันในแต่ละที ผมเป็นห่วง ที่สื่อไปถามคนนั้นที หรือคนนี้ที เพราะกลัวว่าจะทะเลาะกันก่อนเข้าห้อง"

เพราะเรื่องนี้อยู่ในกระบวนการของคณะกรรมการปรองดอง ซึ่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็บอกแล้วว่า ต้องรอให้กระบวนการขับเคลื่อนเดินหน้าไป อีกไม่นานรายชื่อคณะกรรมการฯและโครงสร้างการทำงานก็จะออกมา ทุกอย่างก็จะเดินหน้าต่อไป สื่อค่อยไปติดตามตอนนั้น

ผมเข้าใจสื่อและสังคมให้ความสนใจเรื่องนี้ และพยายามซักถาม แต่บางครั้งยังไม่มีขัอมูลที่ตอบได้ เพราะกระบวนการยังไม่ถึงขั้นตอนต่าง ๆ เช่นการแต่งตั้งคณะกรรมการฯ ก็ยังเดินหน้าต่อไปไม่ได้ หากตั้งคณะกรรมการเสร็จ โครงสร้างเรียบร้อย การพิจารณารายละเอียดเข้าสู่การดำเนินงานของคณะอนุกรรมการทุกอย่างก็จะเดินออกไป

" การพูดคุยเป็นเรื่องที่ดีที่สุด แต่ใจผมอยากให้เป็นไปตามขั้นตอน ที่พูดกันว่า 3 เดือนจะเห็นผล
แต่ถ้าผู้สื่อข่าวสนใจทุกวัน ๆ ก็จะเป็นการจุดประเด็น บางทีคนนั้นหลุดออกมาคำคนนี้หลุดออกมาคำ ทีนี้ก็ไม่คุยกันเลย ก็จะกลายเป็นข้อเสีย

พวกเราเอาใจช่วยทุกคน ไม่ว่าจะขัดแย้งหรือไม่ก็ตาม มานั่งคุยกันจะได้ประโยชน์ ขอให้ช่วยมองอนาคตของประเทศร่วมกัน นำความเห็นมาแชร์กัน และสรุปว่าตรงไหนสามารถเดินไปข้างหน้าได้ ความขัดแย้งที่มีจะแก้ไขตรงไหนอย่างไร กติกาก็จะค่อย ๆ ออกมา"

"ผมเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจ เพราะเราเป็นคนไทยด้วยกัน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นต้องแก้ไขในยุคเราให้จบ อย่าเป็นภาระกับลูกหลาน ถ้าทุกคนมีจิตสำนึกรักชาติ อยากเห็นประเทศเดินไปข้างหน้า ถ้าเราลดทิฐิ ซึ่งสามารถเสนอความคิดเห็นในจุดของเราและต้องรับฟังคนอื่นด้วย ดังนั้นการไปคุยในที่ประชุม มีโอกาสถามและตอบกัน เชื่อว่าปัญหาก็จบได้

แต่ถ้ามาพูดผ่านสื่อมวลชนคนละคำแล้วลงหน้าหนังสือพิมพ์ มันก็จะกลายเป็นความน่ากลัว และความขัดแย้งจะถ่างออกไป

ดังนั้นทุกคนต้องช่วยกัน สื่อก็ทำตามบทบาทหน้าที่ของตัวเอง นำเสนอในประเด็นที่บวกก็จะดี ค่อยตะล่อมให้แนวคิดนี้ เดินไปได้ ถ้าคนไทยอยากเห็นประเทศเดินไปข้างหน้า

ขอให้ช่วยกันคนละไม้คนละมือ แต่ถ้าเราตัดซ้าย ตัดขวากันทีก็จะเป็นปัญหา พูดกันคนละคำสองคำ แล้วมีคำพูดไปค้างหน้าสื่อ ก็จะไปคิดมาก ไม่มาเข้าร่วม ก็จะเกิดปัญหาอีก พวกเราก็จะมาเหนื่อยและลูกหลานจะลำบาก

พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า ตนตั้งใจให้นี่เป็นครั้งสุดท้ายของการให้มาปรองดองกัน เชื่อว่าทุกคนมีจิตสำนึกและทุกอย่างจะดีขึ้น

และนักการเมืองพอเข้าไปพูดคุยตกลงกันแล้ว แต่ออกมาภายนอกจะพูดอีกอย่าง พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า เป็นจิตสำนึกของแต่ละคน ตอนนี้เรากำลังทำเพื่อส่วนรวมเพื่อชาติและเพื่ออนาคตของที่ดีชาติและของลูกหลานเรา ถ้าเรามีจิตใจรักชาติและมีจิตสำนึกที่ดี ทุกอย่างเดินหน้าต่อไปได้หมด ขอให้ถอยคนละเล็กคนละน้อย และลดทิฐิลง

วันอังคารที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2560

คือคนหนังสือพิมพ์.."ทองใบ ทองปาวน์"บ๊อบการเมือง...

16 นักหนังสือพิมพ์รุ่นใหญ่...ที่น้องๆสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ แห่งประเทศไทย...ไปคุยมา เขียนรวมเป็นเล่มชื่อ คือ...คนหนังสือพิมพ์ ได้อ่านกันในวันนักข่าว 5 มีนาคม 2558

เรียงตามลำดับอายุ "เลิศ อัศเวศน์ พิศาล พ้นภัย สัมผัส พึ่งประดิษฐ์ มานะ แพร่พันธุ์ บัญญัติ ทัศนียเวช ประเวทย์ บูรณะกิจ บรรเจิด ทวี คณิต นันทวาณี ปรีชา สามัคคีธรรม มานิจ สุขสมจิตร สำเริง คำพะอุ ตุลย์ ศิริกุลย์พิพัฒน์ ผุสดี คีตวรนาฏ พงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์ กวี จงกิจถาวร


นักข่าวรุ่นกลางๆอย่างผม รู้จักมักคุ้นเกือบทุกคน ยกเว้นสัมผัส พึ่งประดิษฐ์ ที่เพิ่งทำความคุ้นเคยกันในวันงาน

ผู้คนเหล่านี้เป็นเหมือนห่วงโซ่ข้อกลาง เรื่องราวแต่ละท่าน เกี่ยวร้อยไปถึงนักหนังสือพิมพ์ “รุ่นตำนาน” ห่วงโซ่ข้อแรก ที่ผมคิดว่า นักข่าวรุ่นหลังๆ... ซึ่งเป็นห่วงโซ่ข้อต่อไป...ควรได้เรียนรู้

คิดจะมาเป็นนักข่าว...หากไม่รู้จักคน นสพ.อย่างพระยาศราภัย-พิพัฒน์ กุหลาบ สายประดิษฐ์ อิศรา อมันตกุล อุทธรณ์ พลกุล คึกฤทธิ์ ปราโมช ฯลฯ จนถึงกำพล วัชรพล...

ก็น่าเสียดาย!

บนเวทีเสวนา สัมผัส พึ่งประดิษฐ์ เล่าว่า ถูกจับตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษา โทษฐานเขียนข่าวเขียนบทความต่อต้านเผด็จการ...เจอและรู้จักรุ่นตำนาน อย่างกุหลาบ สายประดิษฐ์ ก็ในห้องขัง

ธงชัยที่ยื่นให้นักข่าวรุ่นตำนาน...ดูจะมีเรื่องเดียว คือ เข้มแข็ง มั่นคง และกล้าปะทะ หักหาญ กับอำนาจเผด็จการ

หลายคนติดคุกยาว...แต่ที่ทำลายสถิตินานกว่า...เข้าคุกตั้งแต่ยุค จอมพล ป. ต่อรอบสองในยุคจอมพลสฤษดิ์ สิริอายุในคุกรวม 11 ปี 1 เดือน หนึ่งเดียวคนนั้นชื่ออุทธรณ์ พลกุล ผู้ริเริ่มคอลัมน์การเมืองหน้า 3
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐที่ท่านทั้งหลายกำลังอ่านกัน ณ บัดนี้

แถมสิน รัตนพันธุ์ นักข่าวตำนานอีกคน วันนี้อายุ 85 ปี เขียนไว้ในหนังสือตำนานลึก (ไม่) ลับ ฉบับ
ทระนง คนหนังสือพิมพ์ (สำนักพิมพ์ร่วมด้วยช่วยกัน พิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ.2548) ว่า

ชีวิตพิสดาร อุทธรณ์ พลกุล ครั้งหนึ่งถูกกำพล วัชรพล อัปเปอร์-คัตขวา เลือดกบ–ฟันหัก

แล้วคนที่ชก...ก็ต้องไปเจรจาชวนคนที่ถูกชกมาร่วมทำหนังสือพิมพ์ ให้กำเนิด “ไทยรัฐ” จนยิ่งใหญ่ ยืนยง มั่นคง มาด้วยกัน

แต่เรื่องของ “พี่แถม” ที่ผมอ่านแล้วติดใจ ...เจอใครก็เล่าต่อ...ก็คือเรื่อง ไอ้บ๊อบ การเมือง

เปิดลิ้นชักแห่งความจำ...พี่แถมพบว่า ทองใบ ทองเปาด์ เคยเข้าคุกข้อหาคอมมิวนิสต์ 2 ครั้ง 8 ปี 4 เดือน 16 วัน เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับ กุหลาบ สายประดิษฐ์ อุทธรณ์ พลกุล จิตร ภูมิศักดิ์ ฯลฯ

ปี 2527 มูลนิธิรามอนแม็กไซไซ ประกาศให้รางวัลเงิน 1 แสนบาท ทองใบ ทองเปาด์ ประธานสภาสิทธิมนุษยชนแห่งภูมิภาคเอเชีย ขอสละสิทธิ์ ด้วยเหตุผล ไม่อยากไปจับมือเปื้อนของประธานาธิบดีเผด็จการ อย่างเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส

ย้อนหลังไปในเกมชิงอำนาจระหว่างจอมพล ป.กับจอมพลสฤษดิ์ วันที่ 11 ก.ย.2500 หลังจอมพล ป.เข้าเฝ้าในหลวง ขับรถออกไม่ได้ มีนักข่าวไว้ผมยาวทรงบ๊อบที่คุ้นหน้า...ยืนจังก้าขวางทาง
เมื่อได้ยินว่า ต้องการรู้ว่านายกฯเข้าเฝ้าในหลวงด้วยเรื่องอันใด

จอมพล ป.ก็บอกให้มายืนฟังข้างหู ทันทีที่คุณบ๊อบ การเมือง เลี่ยงจากหน้ามาด้านข้าง...จอมพลก็เร่งรถวิ่งตะบึงออกไป

ไม่ได้ไปบ้าน แต่ไปไกลถึงชายแดนเมืองตราด ลี้ภัยไกลไปถึงเขมร

อีกเรื่อง เกิดปี พ.ศ.2508 ตีนบันไดตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล จอมพลสฤษดิ์ว่า “หมู่นี้อั๊วไม่เห็นหน้าไอ้บ๊อบ การเมือง ไม่เห็นมันตั้งนาน อยากรู้มันหายหัวไปไหน”

“ถ้าไอ้บ๊อบ ที่ท่านถาม หมายถึงทองใบ ทองเปาด์...” เสียงตอบจากสว่าง ลานเหลือ นักข่าวรุ่นใหญ่ “มันไม่ได้หายไปไหน ท่านนายกฯเองที่ลืมไปว่า ท่านสั่งจับมันเข้าคุกมา 5 ปีแล้ว”

อ่านเรื่องของแถมสิน รัตนพันธุ์ มาถึงแค่นี้ ก็รู้แล้วว่านักข่าวรุ่นตำนานนั้น...เขาเล่นกับเผด็จการกันแบบไหน

แบบที่สัมภาษณ์ไป เขียนเย้า ยั่ว หยอกกันแบบเดาใจ ว่าพอทนได้ “เอาตัวรอดไปวันๆ ” เป็นสไตล์ของนักข่าวยุคไหน สมัยไหน อย่ามาถามผม เพราะผมก็ไม่รู้.

กิเลน ประลองเชิง

ไฟเขียวซื้อเรือดำน้ำจีน 1.35 หมื่นล้าน

ไฟเขียวซื้อเรือดำน้ำจีน 1.35 หมื่นล้าน

by วันเพ็ญ แถวอุดม24 มกราคม 2560 เวลา 12:30 น.
โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยการจัดซื้อเรือดำน้ำจากจีน ผ่านความเห็นชอบจากรัฐบาลและสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว เตรียมจัดซื้อลำแรก 1.35 หมื่นล้าน 
พลเรือเอก จุมพล ลุมพิกานนท์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยการจัดซื้อเรือดำน้ำจากจีน ผ่านความเห็นชอบจากรัฐบาลและสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว เตรียมจัดซื้อลำแรก โดยงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 วงเงิน 13,500 ล้านบาท เป็นการซื้อแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี 
โดยเป็นราคาแพคเกจ รวมระบบ อาวุธ การฝึกอบรม ส่งบุคลากรจากจีนมาไทย และการซ่อมบำรุง ใช้เวลาต่อเรือ 6 ปี พร้อมชี้แจงความคุ้มค่าการใช้งาน หลังมีกระเเสวิพากษ์วิจารณ์ซื้อมาแล้วจะจอดแช่น้ำ
//////////
‘ทัพเรือ’เผย’เรือดำน้ำ Yuan Class S26T’ จากจีน ผ่าน ครม.แล้ว จัดซื้อปีนี้ 1 ลำ 13,500 ล้านบาท ซื้อแบบ G to G รวมแพคเกจ ฝึกอบรม-อาวุธ-ซ่อมบำรุง คาด 6 ปีส่งถึงไทย โต้คนวิจารณ์ซื้อมาแช่น้ำ ย้ำไม่มีอาวุธชิ้นใดของ ทร.ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้งาน
พล.ร.อ.จุมพล ลุมพิกานนท์ โฆษก ทร. กล่าวถึงกรณีการจัดซื้อเรือดำน้ำ Yuan Class S26T จากจีน ผ่านความเห็นชอบแล้วจากรัฐบาล-สนช. เตรียมจัดซื้อลำแรกปี 2560 ในงบประมาณ 13,500 ล้านบาท มีราคาแพงกว่าซื้อเหมา 3 ลำ ราคาเหมาจ่าย 36,000 ล้านบาท เป็นการซื้อแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) เพราะทางกองทัพเรือได้งบประมาณมาเท่านี้ จะใช้อย่างไรให้ดีที่สุดตามกรอบงบ ตามแนวทางแปลงยุทธศาสตร์เป็นกำลังรบ
โดยเป็นราคาแพคเกจ รวมระบบ อาวุธ การฝึกศึกษา อบรม ส่งบุคลากรจากจีนมาไทย และการซ่อมบำรุง ใช้เวลาต่อเรือ 6 ปี ไม่ใช่สั่งแล้วได้เลย และต้องดูด้วยว่า 6 ปีเทคโนโลยีเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง
ซึ่งทางเทคนิคของคนปฏิบัติการเรือดำน้ำ การจะสอนคนให้อยู่กับเรือดำน้ำได้ ใช้ระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 10 ปี
ทั้งนี้ ยอมรับว่าเรือดำน้ำมีเทคโนโลยีที่ยากแก่การเข้าใจของสังคม เพราะมีเทคโนโลยีสูง ทางกองทัพเรือให้ประชาชนเรียนรู้โดยธรรมชาติ หลังคณะทำงานของ ทร.ได้ศึกษามายาวนานกว่า 10 ปีแล้ว

พร้อมชี้แจงถึงกระเเสวิพากษ์วิจารณ์ซื้อมาแล้วจะจอดแช่น้ำ ไม่ได้ใช้งาน ว่า “มีอาวุธชิ้นไหนของกองทัพเรือ ใช้ไม่ได้บ้าง”

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง"22 นายพล"เป็น"ผู้ทรงคุณวุฒิ-ผู้ทรงคุณพิเศษ"สนง.ปลัด กห.

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง"22 นายพล"เป็น"ผู้ทรงคุณวุฒิ-ผู้ทรงคุณพิเศษ"สนง.ปลัด กห.
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้นายทหารรับราชการความว่า มีพระราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้นายทหารสัญญาบัตรรับราชการสนองพระเดชพระคุณจํานวน 22 ราย
rachakitja 240160
ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2560 เผยแพร่ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้นายทหารรับราชการความว่า มีพระราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้นายทหารสัญญาบัตรรับราชการสนองพระเดชพระคุณจํานวน 22 ราย (เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ-คุณวุฒิพิเศษ สำนักปลัดกระทรวงกลาโหม) ดังนี้
1. พลเอก อธิคม สุขสมสถาน ผู้อํานวยการสํานักงานกิจการพิเศษ กรมราชองครักษ์ (อัตรา พลเอก) เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลเอก)
2. พลเอก ธนรัชฏ์ หิรัญบูรณะ ผู้อํานวยการสํานักยุทธบริการ กรมราชองครักษ์ (อัตรา พลเอก)เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลเอก)
3. พลโท อดิเรก วงษ์บัณฑิต รองผู้อํานวยการสํานักนโยบายและแผน กรมราชองครักษ์(อัตรา พลโท) เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลโท)
4. พลโท พิชญ์ โชติสุต ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกรมราชองครักษ์ (อัตรา พลโท) เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลโท)
5. พลโท ขัตติยะ อุ่นอก รองเสนาธิการกรมราชองครักษ์ (อัตรา พลโท) เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลโท)
6. พลโท สมนึก ฉันทะ รองผู้อํานวยการสํานักงานกิจการพิเศษ กรมราชองครักษ์ (อัตรา พลโท)เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลโท)
7. พลโท พูนศักดิ์ คัมภีร์พันธุ์ รองผู้อํานวยการสํานักงานรักษาความปลอดภัย กรมราชองครักษ์(อัตรา พลโท) เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลโท)
8. พลโท พรชัย ขาวสบาย รองผู้อํานวยการสํานักยุทธบริการ กรมราชองครักษ์ (อัตรา พลโท)เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลโท)
9. พลโท โสภณ น้อยเพิ่ม รองเสนาธิการกรมราชองครักษ์ (อัตรา พลโท) เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลโท)
10. พลตรี ณัฐพล สมประสงค์ ผู้อํานวยการสํานักกิจการพิเศษที่ 1 สํานักงานกิจการพิเศษ กรมราชองครักษ์ (อัตรา พลตรี) เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิสํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลตรี)
11. พลตรี วินัย เกตุสุวรรณ ผู้อํานวยการสํานักรักษาความปลอดภัยที่ ๑ สํานักงานรักษาความปลอดภัย กรมราชองครักษ์ (อัตรา พลตรี) เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิสํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม(อัตรา พลตรี)
12. พลตรี มานพ แฝดกลาง ผู้ช่วยผู้อํานวยการสํานักยุทธบริการ กรมราชองครักษ์ (อัตรา พลตรี)เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิสํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลตรี)
13. พลตรี มนศักดิ์ สุวงศ์สินธุ์ ผู้อํานวยการสํานักกิจการพิเศษที่ 3 สํานักงานกิจการพิเศษกรมราชองครักษ์ (อัตรา พลตรี) เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิสํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลตรี)
14. พลตรี ภิญโญ คัมภีร์พันธุ์ หัวหน้าฝ่ายเสนาธิการประจําผู้บังคับบัญชา กรมราชองครักษ์(อัตรา พลตรี) เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิสํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลตรี)
15. พลตรี ธีรสาสน์ แสงแก้ว ผู้อํานวยการสํานักกิจการพิเศษที่ ๑ สํานักงานกิจการพิเศษกรมราชองครักษ์ (อัตรา พลตรี) เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิสํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลตรี)
16. พลเรือตรี เกริกพันธ์ พันธุ์สัมฤทธิ์ ผู้ช่วยผู้อํานวยการสํานักนโยบายและแผน กรมราชองครักษ์(อัตรา พลเรือตรี) เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิสํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลเรือตรี)
17. พลเรือตรี วัลลภ บุรารักษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิกรมราชองครักษ์ (อัตรา พลเรือตรี) เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิ สํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลเรือตรี)
18. พลอากาศตรี วรวัฒน์ คงมั่น ผู้ชํานาญการกรมราชองครักษ์ (อัตรา พลอากาศตรี) เป็นผู้ทรงคุณวุฒิสํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลอากาศตรี)
19. พลตรีหญิง อรุณรัตน์ อินทรสุวรรณ ผู้ชํานาญการกรมราชองครักษ์ (อัตรา พลตรี) เป็นผู้ทรงคุณวุฒิสํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลตรี)
20. พลตรีหญิง เพชราภรณ์ หิรัญบูรณะ ผู้ชํานาญการกรมราชองครักษ์ (อัตรา พลตรี) เป็นผู้ทรงคุณวุฒิสํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลตรี)
21. พลตรีหญิง รัตตินันท์ นวลสุวรรณ์ ผู้ทรงคุณวุฒิกรมราชองครักษ์ (อัตรา พลตรี) เป็นผู้ทรงคุณวุฒิสํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลตรี)
22. พลอากาศตรีหญิง ไพลิน สุประดิษฐ์ ผู้ชํานาญการกรมราชองครักษ์ (อัตรา พลอากาศตรี) เป็นผู้ทรงคุณวุฒิสํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลอากาศตรี)
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2560
ผู้รับสนองพระราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี

สินบน Rolls-Royce


Vachara Riddhagni

ขณะนี้มีเรื่องอื้อฉาว การติดสินบนโดยบริษัท Rolls-Royce และการรับสินบนของรัฐมนตรี ข้าราชการและกรรมการรัฐวิสาหกิจไทย ในช่วงปี ค.ศ.1991-2005

เป็นคดีทุจริตคอร์รัปชั่นระดับโลกของรัฐวิสาหกิจไทยเกี่ยวข้อง ที่กำลังดังไปทั่วโลก และเรื่องนี้กำลังอยู่ในการพิจารณาของศาลสูงอังกฤษ คือ บริษัทอุตสาหกรรมอากาศยาน Rolls-Royce ที่ใหญ่ระดับโลกและมีชื่อเสียงมาช้านานแล้วในเรื่องรถยนต์ เครื่องบินและเครื่องยนต์ยานพาหนะทั้งหลาย ได้ติดสินบนบริษัทการบินไทยให้ซื้อเครื่องยนต์ RR ติดตั้งกับเครื่องบิน Boeing -777 จำนวน 8 ลำ

โดยในปัจจุบันการบินไทยมีเครื่องบินที่ติดตั้งด้วยเครื่องยนต์ของโรลส์-รอยซ์ทั้งหมด 47 ลำประกอบไปด้วยแอร์บัสเอ330-300 จำนวน 15 ลำแอร์บัสเอ380-800 จำนวน 6 ลำโบอิ้ง 777-200 จำนวน 8 ลำโบอิ้ง 777-200อีอาร์จำนวน 6 ลำโบอิ้ง 777-300 จำนวน 6 ลำและโบอิ้ง 787-8 ดรีมไลเนอร์จำนวน 6 ลำ (มีความสัมพันธ์กัน 50 ปี)

ข้อสรุปของผม 
1. การทุจริตคอร์รัปชั่นในประเทศไทยมีจริง ซึ่งเป็นคดีในต่างประเทศ ดังนั้นอิทธิพลนักการเมืองไทยและข้าราชการไทยจึงก้าวล่วงไม่ถึง (เรื่องการติดสินบนนี้ เรียกกันง่ายๆว่า "การกินตามน้ำ หรือการโกงกินในพื้นที่สีเทา")
แต่มีผู้เสียหาย เพราะเขาไม่ได้รับความยุติธรรมจากการประมูล ผู้บริโภคไม่รับความยุติธรรมเพราะไม่ได้รับของมีคุณภาพสูงสุด ผู้เสียภาษีเสียผลประโยชน์ เกิดความเสียหายใหญ่หลวงกับประเทศและคนในชาติ นักการเมืองมักบอกว่าการตัดสินใจในพื้นที่สีเทานั้นเป็นเป็นเรื่องปกติ)
2. ระบบราชการไทยและรัฐวิสาหกิจ มีช่องโหว่ในการบริหาร ทำให้ทุจริตได้ง่าย จึงเป็นแรงกระตุ้นให้นักการเมือง และข้าราชการ อยากเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจ หรือเป็นผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงเกรด A (มีการลงทุน ซื้อตำแหน่ง)
3. คนที่มีอำนาจรัฐปกป้องและปิดบังตัวเองได้ง่ายจากการถูกกล่าวหาว่าทุจริตคอร์รัปชั่น
4. หลายคดีทุจริตคอร์รัปชั่นนั้นถูกเปิดโปงจากคดีอื่อฉาวในต่างประเทศ หรือเป็นกระทำผิดกฎหมายต่างประเทศ (การบินไทยมีปัญหาบินเข้าสหรัฐฯ ไม่ได้ เรื่องการทุจริตอาจถูกโยงไปเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการบินได้ง่ายๆ)

เรื่องราวมีอยู่ว่า การบินไทย ซื้อ Boeing-777 รวม 8 ลำและเลือกใช้เครื่องยนต์ Rolls-Royce RR (คู่แข่งที่สำคัญน่าจะเป็นเครื่องยนต์ของบริษัท GE และ Prat & Whitney)

ต่อมาทางการระดับสูงว่าด้วยเรื่องความโปร่งใสของอังกฤษสอบสวนเรื่องนี้ โดยใช้เวลาหลายปี พบว่า Sir John Rose ตำแหน่ง Rolls-Royce CEO ติดสินบนหลายบริษัทหรือหลายหน่วยงานของรัฐ ในอย่างน้อย 3 ประเทศ ในช่วงปี ค.ศ.1996-2011 และมีไทยรวมอยู่ด้วย 2 รัฐวิสาหกิจ คือ การบินไทยและ ปตท.และเขาจนด้วยหลักฐาน จึงยอมรับสารภาพ โดยการบินไทยได้รับสินบนเป็นเงินรวม 28.5 พันล้านบาท

ในการนี้เขาจะถูกถอดออกจากการเป็นอัศวิน หรือคนที่ได้เหรียญตรา Order of British Empire และจะมีคำนำหน้าว่า Sir ซึ่งขณะนี้เรื่องอยู่ในการพิจารณาของศาลสูงอังกฤษ และผู้พิพากษา Brian Leverson สั่งในสอบสวนในวันอังคารนี้ (เราติดตามได้จาก BBC หรือ Fhe Guardian online)รายชื่อคนรับสินบนคงถูกเปิดเผยในศาล

ข่าว24/1/60

"เจตน์" เชื่อทุกพรรคการเมืองเข้าร่วมปรองดองแน่ แม้ยังมีความเห็นที่แตกต่างกัน ไม่จำเป็นต้องมีการบังคับให้ทำMOU 

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะโฆษกกรรมาธิการกิจการ สนช. (วิป สนช.) เปิดเผยกับสำนักข่าว INN  ว่า ตามที่รัฐบาล และ คสช.เดินหน้าสร้างความ

ปรองดองให้คนในชาติ และมีหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง และแตกต่างกันนั้น โดยส่วนตัว เชื่อว่าเรื่องดังกล่าว เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ และเป็นไปตามที่รัฐบาล และ คสช.

ได้กำหนดไว้ในโรดแม็ปแล้ว ทำให้มั่นใจว่า พรรคการเมืองต่างๆ จะไม่ปฏิเสธการเข้าร่วม แต่ในทางปฏิบัติก็จำเป็นต้องมีหลายแนวทางในการดำเนินการ ส่วนจะมีการทำMOU หรือไม่นั้น คงไม่

สำคัญเท่ากับการมีส่วนร่วม การยอมรับ ในการปรองดองของทุกฝ่าย และไม่จำเป็นต้องมีการบังคับให้ทำMOU แต่อย่างใด

นอกจากนี้ นพ.เจตน์ ยังกล่าวด้วยว่า สนช.พร้อมเข้าร่วมเวทีรับฟังความเห็น ที่ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะจัดขึ้น เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการทำกฏหมายลูกในฉบับต่างๆ เพื่อ

เป็นข้อมูล และเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการพิจารณา พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พรป.)ทั้ง 10 ฉบับของ สนช.ด้วย
--------
นายกฯ บอกปรับภูมิทัศน์เพิ่มอ่างบัว แค่เพื่อสวยงาม ติงต้องเปลี่ยนแปลงเสมอ ด้าน "พล.อ.ประวิตร" ปัดตอบปมจัดซื้อเรือดำน้ำ

บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลล่าสุด อยู่ระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุม ทั้งนี้ ก่อนการประชุมนั้น สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ได้พยายามสอบถามนายกรัฐมนตรี ถึงการปรับภูมิทัศน์ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยการนำอ่างบัวสีมาตั้งไว้บริเวณจุดต่าง ๆ ที่สวนหย่อมทำเนียบรัฐบาล จำนวน 10 ใบ ว่า เป็นปรับเปลี่ยนเพื่อให้มีความสวยงาม ให้เป็นตัวอย่างแก่ผู้ที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง โดยเปรียบเปรยว่า ผู้ที่สมองไม่เปลี่ยน ก็จะเป็นอาหารของเต่า ปลาใต้น้ำ

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปฏิเสธตอบคำถามสื่อมวลชน ถึงกรณีโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ จากประเทศจีน จำนวน 3 ลำ ตามแผนการจัดซื้อ โดยเป็นเเผนลำแรกในการจัดซื้อ ซึ่งจะใช้งบประมาณปี 2560

ขณะที่บรรยากาศก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ในช่วงเช้าวันนี้ นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ นำ นายฮาซัน สาเมาะ เยาวชนผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศการทดสอบท่องจำพระมหาคัมภีร์อัล-กุรอาน นานาชาติ ประเทศซูดาน เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี ณ ห้องรับรอง 1 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล
----------
"พล.อ.อนุพงษ์" ยัน เร่งสอบสินบนจัดซื้อสายเคเบิล การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ย้ำทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้เบาบางลง แต่ได้มีการประเมินไว้ว่า จะมีฝนลงมาอีกในช่วงนี้ ถ้ายังไม่ตกลงมามากกว่านี้

สถานการณ์น้ำคงจะดีขึ้น และจะมีการเตรียมพร้อมเพื่อเข้าฟื้นฟูในทันที ส่วนข้อเสนอการสร้างเขื่อนในพื้นที่ภาคใต้นั้น ถ้าหากมีส่วนที่กระทรวงมหาดไทย เข้าไปเกี่ยวข้องก็จะต้องนำมาพิจารณา

นอกจากนี้ พล.อ.อนุพงษ์ ยังกล่าวถึงกรณีการให้สินบนเจ้าพนักงานในการจัดซื้อสายเคเบิล การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ว่า เรื่องนี้ได้มีการหารือกับผู้ว่าฯ กฟภ. แล้ว ว่าจะต้องมีการตั้งกรรมการ

สอบข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย
---------------
นายกฯ หวังทุกคนร่วมปรองดอง ย้ำยึดหลักการ ปัดนิ่งนอนใจแก้ปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ เตรียมลงพื้นที่อีกสัปดาห์นี้ 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวชื่นชมเยาวชนผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศการทดสอบท่องจำพระมหาคัมภีร์อัล-กุรอานนานาชาติ ประเทศซูดาน ที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศ ซึ่งการแข่งขันดังกล่าว เป็นการแข่งขันระดับโลก ถือเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจ พร้อมยังฝากไปยัง ผู้อาวุโส เด็ก เยาวชน ให้ช่วยกันทำบ้านเมือง สงบสุข

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงแนวทางการสร้างความปรองดอง ว่า จะต้องมีหลักการด้านการทำงาน จึงขอฝากทุกคน รวมถึงคณะกรรมการที่ทำงานทั้งหมด พร้อมถึงระบุเหตุการณ์ในภาคใต้ เป็นเรื่องอัตลักษณ์ แม้ประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลาม จะมีจำนวนน้อยแต่ก็มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะมุสลิมสมัยใหม่ ที่ใช้ความทันสมัยควบคู่กับการคงอัตลักษณ์ไว้

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจ ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ซึ่งจะลงพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ ในสัปดาห์นี้ เพื่อติดตามการช่วยเหลือ ทั้งหมดที่เป็นความช่วยเหลือเร่งด่วน รวมทั้งแนวทางการฟื้นฟู และการแก้ปัญหาระยะยาวอย่างยั่งยืน รวมทั้งจะไปติดตาม โครงการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ทรงรับสั่งไว้นานแล้ว ว่า จะสามารถประยุกต์ใช้ได้หรือไม่ จึงต้องขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ด้วย เพราะหลายอย่างต้องทำใหม่ เช่น ขุดลอกคูคลอง ทำทางระบายน้ำ
------------------
นายกฯ ยินดีพรรคการเมืองร่วมสร้างปรองดอง ยันไม่โยงป๋าเปรมโมเดล หากคุยกันไม่ได้ ก็ขอให้สังคมเป็นผู้ตัดสิน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงประเด็นเรื่องการปรองดอง ที่หากพรรคการเมืองใหญ่บางพรรคไม่เข้าร่วม จะทำให้การปรองดองเกิดประโยชน์ได้หรือไม่ ว่า เป็นการพูดจา เพื่อหาทางออก และเพื่อความสงบสุขให้แก่ประเทศ หากพรรคการเมืองไม่เข้าร่วม ก็ถือว่าไม่เห็นสิ่งเหล่านี้มีความสำคัญกับประเทศชาติ

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ขอขอบคุณพรรคการเมืองหลายพรรค ที่ตอบรับเข้าร่วมพูดคุยในการสร้างความปรองดอง ซึ่งหลังจากนี้หากคุยกันไม่ได้ ก็ขอให้สังคมเป็นผู้ตัดสิน

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึง ข้อเสนอที่ให้นำสูตรการปรองดอง 66/23 ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ในขณะที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มาใช้ ว่า เป็นคนละส่วนกัน เพราะขณะนี้ไม่ใช่เป็นการต่อสู้ด้วยอาวุธ และทำสงคราม หรือลัทธิความเชื่อ แต่ทั้งนี้ ยืนยันว่า จะเดินหน้าปรองดองเพื่อให้ประเทศเดินต่อไปได้ตามกลไกปกติ

ส่วนรายชื่อคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ขณะนี้รายชื่อต่าง ๆ ยังไม่เรียบร้อย โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปลายเดือนนี้
-----------------
"พล.อ.ประวิตร" ยังไม่ชัด กรรมการ ป.ย.ป. ยัน ไม่ใช้คำสั่ง 66/23 นำปรองดอง ปัดตอบซื้อเรือดำน้ำ 

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี วันนี้ ไม่มีการพิจารณารายชื่อคณะกรรมหารบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ต้องรอภายหลังการประชุมคณะกรรมการเตรียมการสร้างความปรองดองจึงจะมีความชัดเจน ส่วนกรณีที่กรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง เสนอให้ใช้คำสั่ง 66/23 และ 66/25 เช่นเดียวกับสมัยที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ใช้ยุติสงครามคอมมิวนิสต์กับรัฐบาลในขณะนั้น

พล.อ.ประวิตร ระบุว่า จะไม่ใช้วิธีการดังกล่าว เพราะแนวทางของตนเองจะไม่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมาย แต่เน้นการสร้างความเข้าใจของทุกฝ่าย เพื่อให้อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข

ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังเปิดเผยว่า ไม่มีการเสนอเรื่องการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือ เข้าที่ประชุม ครม. เพราะเป็นเรื่องที่ใช้งบประมาณของกองทัพเรือเอง ซึ่งได้ผ่าน

ความเห็นชอบจาก สนช. แล้ว ขณะนี้จึงอยู่ในระหว่างการเตรียมการ แต่จะต้องเสนอรายงานให้ ครม. รับทราบก่อนดำเนินการจัดซื้อ
----------------
"มีชัย" เผย มติกฤษฎีกาให้ "วิษณุ" แจงคืบหน้าแก้ไข รธน. คนเดียว - ขออย่ากังวลคณะกรรมการสรรหาองค์กรอิสระ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกฤษฎีกา มีมติให้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ไขร่าง

รัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ เพียงคนเดียว เพื่อให้ข้อมูลเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนกรณีที่สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หรือ สปท. ขอให้ กรธ. กำหนดให้ชัดเจนว่า หากคณะ

กรรมการการเลือกตั้งชุดเก่าคนใดขาดคุณสมบัติแล้ว ต้องพ้นจากตำแหน่งทันที เพราะกังวลว่าคณะกรรมการสรรหา ที่มีตัวแทนจากคณะกรรมการองค์กรอิสระอื่น ร่วมเป็นคณะกรรมการด้วยนั้น

อาจมีช่องให้เกิดการช่วยเหลือกันได้ นายมีชัย ระบุว่า ขออย่าเป็นกังวล เนื่องจากการจะพิจารณาเรื่องใด ต้องมีหลักฐานและพิสูจน์ได้ นอกจากนี้ บุคคลระดับประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครอง

ร่วมเป็นคณะกรรมการ จึงขอให้เชื่อมั่นในตัวของบุคคลเหล่านี้

ขณะเดียวกัน ในวันพรุ่งนี้ กรธ. ได้จัดสัมมนารับฟังความเห็น ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยได้เชิญ ผู้แทนจาก กสม. และตัวแทนจาก

องค์กรภาคประชาชนด้านสิทธิมนุษยชนเข้าร่วมให้ความคิดเห็น โดยมี ประธาน กรธ. เป็นผู้กล่าวเปิดสัมมนา
-----------------
"สุเทพ" ยัน พร้อมสนับสนุน รบ. เดินหน้าปรองดอง ชี้ MOU ไม่ใช่สิ่งสำคัญ แนะต้องวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริงให้ได้

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (กปปส.) กล่าวว่า ตนเอง และแกนนำ กปปส. พร้อมที่จะสนับสนุนรัฐบาลในการสร้างความปรองดอง เพราะเห็นถึงความตั้งใจจริงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) ที่จะปฏิรูปประเทศในด้านต่าง ๆ และเพื่อที่จะทำให้ประเทศเกิดความปรองดองและเดินไปข้างหน้า สนับสนุนให้มีการปฏิรูปประเทศให้สำเร็จ เพราะทุกอย่างคืออนาคตของประเทศไทย

ทั้งนี้ นายสุเทพ ยังระบุด้วยว่า หากมีการเชิญให้ไปร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรองดอง ก็ยินดี พร้อมเสนอให้รัฐบาลหาแนวทางเพื่อทำให้เกิดความปรองดองในระยะยาวให้ได้ และขอให้มีการวิเคราะห์อย่างละเอียดถึงสาเหตุที่แท้จริงที่ก่อให้เกิดความแตกแยก ส่วนการลงนามเอ็มโอยูนั้น ไม่ใช่สิ่งสำคัญ และไม่อยากตอบในขณะนี้ว่าจะลงนามหรือไม่ เพราะจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาเพื่อความปรองดองได้อย่างแท้จริง ควรให้ความสำคัญเกี่ยวกับสาเหตุและปัจจัยที่ก่อให้เกิดความปรองดองมากกว่า

นอกจากนี้ นายสุเทพ ปฏิเสธมีส่วนเกี่ยวข้องกับสินบนของบริษัทโรลส์-รอยซ์ โดยระบุให้ดูปีที่มีการติดสินบนอย่างชัดเจนก่อน พร้อมยืนยันว่ากรณีดังกล่าวนั้นไม่ได้เกิดขึ้นในระหว่างที่ตนเองดำรงตำแหน่ง และขณะนี้อยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ จึงไม่สามารถแสดงความคิดเห็นใด ๆ ได้ ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน

-------------
"อภิสิทธิ์" ได้รับหนังสือขอความเห็นปรองดองจาก สปท. แล้ว ย้ำยึดหลักการเดิมต้องมองอนาคต เรื่องในอดีตให้กระบวนการ ยธ. ดำเนินการ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เกินทางลงพื้นที่ อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมกับเปิดเผยว่า ได้รับหนังสือขอความเห็นเกี่ยวกับแนว

ทางการสร้างความปรองดอง จากคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หรือ สปท. แล้ว โดยจะมีการหารือกับแกนนำพรรค อย่างไม่เป็น

ทางการในวันพรุ่งนี้ (25 ม.ค.) ก่อนที่จะส่งความเห็นเป็นเอกสารกลับไปภายในวันที่ 31 ม.ค. ต่อไป

ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวด้วยว่า ส่วนตัวยังยืนยันหลักการเดิมที่เคยเสนอต่อสาธารณชนไปแล้วว่า การปรองดองต้องมองไปที่อนาคต ส่วนเรื่องอดีตก็ปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมทำงาน  ยกเว้น

คดีที่เกี่ยวข้องกับประชาชนที่มาชุมนุมทำผิดกฎหมายพิเศษ ก็ควรจะได้รับนิรโทษกรรม และกระบวนการยุติธรรมทำงานได้ข้อยุติในกรณีอื่น ๆ แล้ว ทั้งในเรื่องข้อเท็จจริง และความรับผิดชอบต่อ

ผลจากการกระทำ จะมีช่องทางอภัยโทษอย่างไร ก็ยึดตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายที่มีอยู่
------------------
"วีระ" FB ท้าทายนายกฯ ใช้ ม.44 ประกาศให้คดีการทุจริตไม่มีอายุความ เหน็บเรื่องที่ควรทำกลับไม่ทำ

นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "Veera Somkwamkid" ว่า ถ้ารัฐบาล คสช. มีความจริงใจและจริงจังในการปราบปรามการทุจริต

ควรใช้อำนาจตามมาตรา 44 ประกาศให้คดีการทุจริตไม่มีอายุความ ตรวจสอบพบเมื่อใด ดำเนินคดีได้ทันที ทำให้ได้อย่างประเทศจีน นายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล้าทำไหม

นายวีระ ยังกล่าวอีกว่า เรื่องที่ไม่ควรทำ เพราะอาจเข้าข่ายเป็นการเอื้อประโยชน์โดยมิชอบ ยังกล้าทำ เช่น กรณี ครม. แก้สัญญาเช่าที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จากเดิม 25 ปี เป็น 50 ปี ให้แก่ธุรกิจ

ในกลุ่มของเจริญ สิริวัฒนภักดี ผู้ซื้อที่ดินของพ่อนายกฯ โดยไม่มีการประมูลแข่งขัน ไม่กลัวคนทั่วไปจะเข้าใจผิด ว่า อาจจะเป็นการเอาผลประโยชน์ของชาติ ไปตอบแทนบุญคุณส่วนตัว แต่
เรื่องที่สมควรทำ กลับไม่รีบทำ

////////////
สินบน

"อาคม" อุบตอบสินบนโรลส์รอยซ์ - บินไทยโยงการเมือง ระบุต้องรอผลการตรวจสอบตามขั้นตอน 

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณี บริษัท โรลส์-รอยซ์ ยอมรับว่ามีการจ่ายสินบนให้กับคนในบริษัทการบินไทย ว่า ได้ให้การบินไทยรายงานผลการตรวจสอบภายใน 30 วัน หลังตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมา 2 ชุด ชุดแรก ทำหน้าที่ตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นที่นอกจากการบินไทย ส่วนชุดที่สองจะดำเนินการเกี่ยวกับกระบวนการซึ่งจะต้องประสานข้อมูลจาก สำนักงานปราบปรามการทุจริตของประเทศอังกฤษ (Serious Fraud Office : SFO) และขณะนี้การบินไทยกำลังขอข้อมูลจากทางบริษัท โรลส์-รอยซ์ ส่วนจะเชื่อมโยงกับนักการเมืองหรือไม่นั้น นายอาคม กล่าวว่า จะต้องรอการตรวจสอบตามที่บริษัท โรลส์-รอยซ์รายงานกับ SFO แต่จะต้องดูมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2547 ที่ให้การจัดซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 777 มาพิจารณาทั้งหมดเพื่อความกระจ่างจึงต้องดูรายละเอียดทั้งหมดเพื่อความมั่นใจ แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะผ่านมานาน ถึง 20 ปี แล้วก็ตาม
-------------
นายกฯ สั่ง ตรวจสอบสินบนโรลส์รอยซ์ - บินไทย ตามขั้นตอน อาคม ระบุที่ผ่านมา บินไทยจัดซื้อผ่านระบบนายหน้า สั่งแก้ไขแล้ว

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงการจัดซื้อจัดจ้างของ บริษัท การบินไทย ที่มักจะดำเนินการผ่านนายหน้า ว่า ได้สั่งการให้การบินไทยซื้อของจากผู้ผลิตโดยตรงแล้ว ส่วนจะมอบหมายเรื่องนี้ให้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ดูแลหรือไม่นั้น ต้องรอดู เนื่องจากมีหลายหน่วยงานที่เริ่มเข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้ เช่น สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. เพราะหน่วยงานเหล่านี้จะมีอำนาจโดยตรงในการขอข้อมูลที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ขณะที่นายกรัฐมนตรีก็ได้สั่งให้ดำเนินการตามขั้นตอนของหน่วยงาน
------------
นายกฯ แจงปมโรสลส์ - รอยซ์ ชี้ ให้ คค. ตรวจสอบองค์กรการบินไทยอยู่แล้ว ยัน รบ. พยายามปรับแก้การจัดซื้อจัดจ้างไม่ให้มีการทุจริตเกิดขึ้น

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้รัฐบาลเป็นเจ้าภาพในการตรวจสอบการติดสินบนของบริษัท โรลส์ - รอยซ์ ให้ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ว่า รัฐบาลนี้อยู่ภายใต้การตรวจสอบ มีคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ตัดสินตามหลักฐาน วัตถุพยาน ซึ่งต้องมีการตรวจสอบ และรัฐบาลนี้ก็ถูกตรวจสอบจาก ป.ป.ช. รวมทั้งสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ก็มีการตรวจสอบเช่นกัน และหน่วยงานต่าง ๆ ก็ต้องมีการชี้แจงให้เข้าใจ

ทั้งนี้ ในคดีดังกล่าว รัฐบาลมีหน้าที่ตรวจสอบอยู่แล้ว โดยให้กระทรวงคมนาคมตรวจสอบภายในองค์กร คือ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) รวมถึง ป.ป.ช. และ สตง. ก็จะทำหน้าที่ตรวจสอบเช่นกัน โดยจะดำเนินการลงโทษตามความผิด ซึ่งขณะนี้รัฐบาลก็พยายามอุดช่องโหว่ และปรับแก้เรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง ให้รัดกุมเพื่อไม่ให้มีการทุจริตเกิดขึ้น
---------
ป.ป.ช. ตั้ง คกก.สอบสวน สรุปข้อเท็จจริงคดีสินบนโรลส์ - รอยซ์ 15 คน "สรรเสริญ" เป็นประธาน

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เปิดเผย ว่า เมื่อวันที่ 23 มกราคม ที่ผ่านมา นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ลงนามในคำสั่งสำนักงาน ป.ป.ช. ที่ 33/2560 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานสืบสวนและรวบรวมข้อมูล กรณี บริษัท โรลส์ - รอยซ์ (Rolls-Royce) จ่ายสินบนในการซื้อขายเครื่องยนต์อากาศยานและเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรม ให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐในประเทศไทย ในช่วงที่มีการจัดซื้อเครื่องยนต์เครื่องบินโบอิ้ง 777 รวม 3 ครั้ง ในช่วงปี พ.ศ.2534 - 2548 โดยมี นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธาน และประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ พนักงานไต่สวนชำนาญการพิเศษ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการพิเศษ พนักงานไต่สวนชำนาญการ เจ้าหน้าที่การต่างประเทศปฏิบัติการ นิติกรปฏิบัติการ ผู้ช่วยพนักงานไต่สวนปฏิบัติการ รวม 15 ราย เพื่อให้การดำเนินการรวบรวมข้อมูลเป็นไปด้วยความรวดเร็วและรอบคอบ

ทั้งนี้ ในคำสั่งกำหนดให้คณะทำงานมีหน้าที่สืบสวนและรวบรวมข้อมูล สรุปข้อเท็จจริงที่ได้จากการสืบสวนและรวบรวมข้อมูลเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณา
-----------
"วัฒนา"FBย้ำสินบนโรลส์รอยส์จ่ายบินไทยล็อต 3 ไม่เกี่ยว ครม."ทักษิณ" เหน็บ รบ.เป็นคนที่มาจาก ปชช.พร้อมให้ตรวจสอบเสมอ 

นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว"Watana Muangsook" ว่า หลังจากได้ชี้แจงเรื่องที่โรลส์รอยส์จ่ายเงินสินบน 254 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าตอบแทนการซื้อเครื่องยนต์ไอพ่นล็อต 3 ว่า ไม่เกี่ยวข้องกับ ครม. ทักษิณ เพราะคุณสมบัติของเครื่องยนต์เป็นเรื่องทางเทคนิคเฉพาะที่การบินไทยจะเป็นผู้กำหนดและจัดซื้อจัดจ้างเองโดยไม่ต้องเข้า ครม. แต่ยังมีคอลัมน์นิสต์และสำนักข่าวแห่งหนึ่งพยายามโยงเรื่องให้มาเกี่ยวข้อง อ้างว่า ครม. เคยมีมติเมื่อ 23 พฤศจิกายน 2547 อนุมัติการจัดซื้อฝูงบินจำนวน 14 ลำ ในวงเงินลงทุน 96,355 ล้านบาท นั้น ข้อเท็จจริง คือ  มติ ครม. ดังกล่าวเป็นการเห็นชอบการจัดซื้อเครื่องบินจากแอร์บัสและโบอิ้งตามข้อเสนอของการบินไทย เหตุที่ต้องเข้า ครม. เพราะเป็นวงเงินสูงถึง 96,355 ล้านบาท การบินไทยน่าจะใช้เงินกู้ที่รัฐบาลต้องเป็นผู้ค้ำประกันซึ่งถือเป็นการก่อหนี้สาธารณะจึงต้องเสนอเรื่องให้ ครม. เห็นชอบ ส่วนสินบนเป็นเรื่องที่การบินไทยสั่งซื้อเครื่องยนต์ไอพ่น ล็อต 3 ของโรลส์รอยส์ และ แผนการที่จะซื้อเครื่องบินแบบไหน รุ่นอะไร จำนวนกี่ลำ และจะใช้เครื่องยนต์ของใครจึงจะเหมาะกับภารกิจและคุ้มค่าต่อการลงทุนมากที่สุด เป็นเรื่องทางเทคนิคที่การบินไทยพิจารณาเองมาโดยตลอด

ทั้งนี้ นายวัฒนา ยังระบุ เห็นด้วยที่สังคมจะช่วยกันตรวจสอบเรื่องการทุจริต แต่จะต้องอยู่บนข้อเท็จจริงและมีความเป็นกลาง เรื่องสินบนมีการจ่ายรวม 3 ครั้ง คือครั้งที่ 1 ปี 2534-2535 จำนวน 663 ล้านบาท ครั้งที่ 2 ปี 2535-2540 จำนวน 336 ล้านบาท และครั้งที่ 3 ปี 2547-2548 จำนวน 254 ล้านบาท เหตุที่ชี้แจงเพียงครั้งที่ 3 เพราะเกี่ยวข้องกับตัวเองเพียงแค่นี้และถือเป็นมารยาทที่จะไม่ไปพาดพิงถึงคนอื่น การบินไทยเป็นองค์กรที่เข้มแข็งเห็นได้จากการออกมาเป่านกหวีดกู้ชาติครั้งล่าสุด จึงเชื่อว่าจะหาคนที่เกี่ยวข้องกับการรับสินบนได้ไม่ยาก ส่วนที่บอกว่าไม่เกี่ยวข้องก็คือการพูดความจริงไม่ได้กลัวการตรวจสอบ เพราะคนที่มาจากประชาชนพร้อมเสมอที่จะให้มีการตรวจสอบและไม่เคยนิรโทษกรรมตัวเองหนีความผิด
------------------
"สุวพันธุ์" รอหน่วยงานเกี่ยวข้องรายงานผลสอบสินบนโรลส์ - รอยซ์ ยัน รบ. ไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเพิ่มเติม

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการทุจริตติดสินบนพนักงาน เจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมือง ที่เกี่ยวกับการจัดซื้อเครื่องยนต์ของบริษัท โรลส์ - รอยซ์ ของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.), คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กำลังตรวจสอบ ส่วนกรณีที่ สตง. ระบุว่า มีรายชื่อของเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมืองที่เกี่ยวข้อง ได้ส่งรายชื่อไปตรวจสอบกับเอสเอฟโอของอังกฤษ แต่ยังไม่ได้ส่งมายังศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ดั้งนั้น ศอตช. จึงรอหน่วยงานรัฐส่งข้อมูลเพื่อพิจารณาต่อไป

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า รัฐบาลไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการกลางเพื่อตรวจสอบกรณีดังกล่าว เพราะหน่วยงานที่ตรวจสอบขณะนี้ล้วนอยู่ใต้กำกับของภาครัฐอยู่แล้ว ส่วนการแก้ไขปัญหาในระยะยาว เมื่อประเทศไทยมีกฎหมายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างที่ชัดเจน น่าจะส่งผลให้การทุจริตในภาครัฐและรัฐวิสาหกิจลดลง
////////////////////
เปิดมติครม.ปี47โยงคดีสินบนโรลส์รอยซ์ พบสุริยะชงเปลี่ยนซื้อโบอิ้ง777 วิษณุรับเป็นรองนายกฯสมัยนั้นขอสำนึกรับผิดชอบช่วยรวบรวมข้อมูล???

2017-01-23 17:17:50
 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีบริษัท โรลส์รอยซ์ ยอมรับต่อสำนักงานปราบปรามการทุจริตของประเทศอังกฤษ (ป.ป.ช. อังกฤษ)ว่า ได้จ่ายสินบนในหลายประเทศที่ทำการซื้อขายเครื่องยนต์ของโรลส์รอยซ์ รวมถึงประเทศไทยในช่วงปี 2534-2548 ว่า เมื่อปี 2547 ตนเป็นรองนายกรัฐมนตรี แต่จำไม่ได้ว่าคณะรัฐมนตรีขณะนั้นอนุมัติอะไรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไปบ้าง แต่หลังจากนี้ด้วยความสำนึกรับผิดชอบของตนจะได้รวบรวมและหาข้อมูล โดยทราบว่าบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ตั้งกรรมการสอบขึ้นมา 2 ชุด เช่นเดียวกับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่จะประสานข้อมูลกับทางป.ป.ช.อังกฤษ ทั้งนี้ การบินไทย มีข้อมูลอยู่แล้ว แต่อาจจะยังไม่เพียงพอ จึงต้องรวบรวมหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง เนื่องจากกินระยะเวลาหลายปี จึงต้องให้เวลาทำงาน อย่าเพิ่งไปตำหนิ และการรวบรวมข้อมูลส่วนนี้ ยังไม่ใช่ขั้นตอนเพื่อเอาผิด

       ขณะที่สำนักข่าวอิศรา ได้เปิดเผยข้อมูลบางส่วนด้วยว่า มติครม.วันที่ 23 พ.ย.2547  มีวาระการพิจารณาโครงการจัดหาเครื่องบินตามแผนวิสาหกิจปี 2548/49 -2552/53 ของบริษัทการบินไทย
ของกระทรวงคมนาคม ลงนามโดย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ลงนามในเอกสารเสนอเรื่องต่อที่ประชุม ครม. มีการขออนุมัติดำเนินโครงการจัดหาเครื่องบินตามแผนวิสาหกิจ ปี 2548/49 -2552/53  จำนวน 14 ลำ ประกอบด้วย เครื่องบินพิสัยไกลขนาดใหญ่มาก แบบ A380 จำนวน 6 ลำ เครื่องบินพิสัยไกลพิเศษ แบบ A340-500 จำนวน 1 ลำ เครื่องบินพิสัยไกลขนาดกลาง แบบ A340-600 จำนวน 1 ลำ และเครื่องบินพิสัยไกลขนาดกลาง แบบ B777-200 ER จำนวน 6 ลำ ในวงเงินลงทุนทั้งสิ้น 96,355 ล้านบาท โดยจะลงทุนในปี 2547/2548 จำนวน 7,818 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม การนำเสนอครม.ขออนุมัติโครงการจัดหาเครื่องบินตามแผนวิสาหกิจปี 2548/49 -2552/53 จำนวน 14 ลำ ดังกล่าว มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดจากมติ ครม. เดิม เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2546 ที่ให้ การบินไทย ดำเนินโครงการจัดซื้อเครื่องบินตามแผนวิสาหกิจ ปี 2545/2546-2549/2550 เพื่อจัดหาเครื่องบินเพิ่มเติม 15 ลำ ประกอบด้วยเครื่องบินใช้แล้ว แบบ B747-400 ของสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ 7 ลำ เครื่องบิน แบบ A340-500 จำนวน 3 ลำ และเครื่องบินA340-600 จำนวน 5 ลำ แต่การบินไทยไม่สามารถรับมอบเครื่องบินใช้แล้วแบบ B747-400 จำนวน 7 ลำ ทำให้ไม่สามารถเพิ่มปริมาณการผลิตในปี 2546/2547 -2547/2548 จึงได้เลื่อนการรับมอบเครื่องบิน แบบ A340-500/600  และปรับปรุงแผนวิสาหกิจฉบับเดิม (ปี 2545/46-2549/50)เป็นแผนวิสาหกิจฉบับใหม่ ปี 2548/49 -2552/53  ตามที่นำเสนอครม. เมื่อวันที่ 23 พ.ย.2547

       อย่างไรก็ตาม ในรายงานการสอบสวนของสำนักงานต่อต้านการทุจริต (SFO) ไม่ได้มีการระบุชื่อของนายสุริยะ ว่าเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องของสินบนหรือไม่ ดังนั้นนายสุริยะ จึงยังถือว่า
เป็นผู้บริสุทธิ์อยู่

เรียบเรียงโดย : ศิริพงศ์ สำนักข่าวทีนิวส์

ขอบคุณ : สำนักข่าวอิศราhttp://www.isranews.org/
////////////
 รองนายกฯ วอนให้เวลา “การบินไทย” รวบรวมข้อเท็จจริงปมสินบน “โรลส์-รอยซ์” ใครเอี่ยว คาดสัปดาห์หน้า ป.ป.ช.ได้ข้อมูลจาก ป.ป.ช.อังกฤษ เพื่อรู้ตัวคนรับ-คนให้
     
       (23 ม.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 13.45 น. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีบริษัท โรลส์-รอยซ์ ยอมรับต่อสำนักงานปราบปรามการทุจริตของประเทศอังกฤษ (ป.ป.ช.

อังกฤษ) ระบุว่าได้จ่ายสินบนในหลายประเทศที่ทำการซื้อขายเครื่องยนต์ของโรลส์-รอยซ์ รวมถึงประเทศไทยในช่วงปี 2534-2548 ว่า เมื่อปี 2547 ตนเป็นรองนายกรัฐมนตรี แต่จำไม่ได้ว่าคณะ

รัฐมนตรีขณะนั้นอนุมัติอะไรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไปบ้าง แต่หลังจากนี้ด้วยความสำนึกรับผิดชอบของตนจะได้รวบรวมและหาข้อมูล ทั้งนี้ ทราบว่าบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ตั้ง

กรรมการสอบขึ้นมา 2 ชุด เช่นเดียวกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่จะประสานข้อมูลกับทาง ป.ป.ช.อังกฤษ ส่วนการรวบรวมข้อมูลของ ป.ป.ช.นั้น

คาดว่าสัปดาห์จะได้ข้อมูล ส่วนการบินไทยมีข้อมูลอยู่แล้ว แต่อาจจะยังไม่เพียงพอ จึงต้องรวบรวมหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง เนื่องจากครอบคลุมระยะเวลาหลายปี จึงต้องให้เวลา

ทำงาน อย่าเพิ่งไปตำหนิ และขณะนี้ไม่ใช่ขั้นตอนเพื่อเอาผิด แต่เป็นขั้นตอนรวบรวมข้อเท็จจริงของการบินไทย จึงต้องใช้คนในก่อน เมื่อได้ผลเช่นไรจะรายงาน รมว.คมนาคมต่อไป แต่วันนี้มี

ข่าวออกมาว่าไม่ยอมเอาคนนอกเข้าไปสอบ ซึ่งความจริงถ้าจะเอาผิดโดยให้คนนอกมาร่วมสอบนั้นไม่ได้
     
       “ผู้แทนของโรลส์-รอยซ์เคยให้ข้อมูลกับการบินไทยแล้ว แต่ยังไม่ได้เปิดเผย เนื่องจากข้อมูลบางอย่าง หากจะเปิดเผยได้ต้องขออนุญาต ป.ป.ช.อังกฤษก่อน จึงเป็นเรื่องของ ป.ป.ช.ไทยที่ต้องขอ

ให้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวว่ามีใครให้สินบน หรือรับเงิน เมื่อไหร่ วันใด” นายวิษณุกล่าว
     
       ผู้สื่อข่าวถามว่า เวลาผ่านมาเนิ่นานแล้วจะเอาผิดได้หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปถึงขั้นว่าผิดหรือไม่ผิด เพราะเรายังไม่พูดกันเลยว่าจะตั้งข้อหาอะไร อย่างไรก็ตาม รัฐบาลถ้าจะดำเนิน

การอย่างไรต่อไปคงต้องรอข้อมูลจากการบินไทยก่อน แต่ตนไม่คิดว่าการบินไทยจะได้ข้อมูลมาก เพราะเป็นการรวบรวมข้อมูลภายในเท่านั้น และไม่มีสิทธิขอข้อมูลจาก ป.ป.ช.อังกฤษ เหมือน

ป.ป.ช.ไทย ส่วนที่มีการระบุว่า บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ถูกพาดพิงว่ามีพฤติกรรมในลักษณะเดียวกันนี้ก็จะได้ตรวจสอบว่าเป็นอย่างไร และมีหน่วยงานใดที่ถูกพาดพิงอีกบ้าง