PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันพุธที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

วัณโรคคร่าชีวิต “มะแซ อุเซ็ง” ปิดตำนานเจ้าของทฤษฎีบันได 7 ขั้นของกลุ่ม “บีอาร์เอ็น”

11 พฤษภาคม 2559 15:56 น. (แก้ไขล่าสุด 11 พฤษภาคม 2559 16:05 น.)Manager
วัณโรคคร่าชีวิต “มะแซ อุเซ็ง” ปิดตำนานเจ้าของทฤษฎีบันได 7 ขั้นของกลุ่ม “บีอาร์เอ็น”
         
       ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - วัณโรคคร่าชีวิต “มะแซ อุเซ็ง” ปิดตำนานเจ้าของทฤษฎีบันได 7 ขั้น แผนการเพื่อใช้ในการแบ่งแยกดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของกลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดน “บีอาร์เอ็น”
       
       วันนี้ (11 พ.ค.) มีรายงานข่าวจากตัวแทนของขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น ในประเทศมาเลเซีย เปิดเผยให้ทราบว่า นายมะแซ อุเซ็ง เจ้าของทฤษฎีบันได 7 ขั้น ซึ่งเป็นแผนการเพื่อใช้ในการแบ่งแยกดินแดนของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เสียชีวิตในโรงพยาลบาลแห่งหนึ่ง ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ด้วยอาการของวัณโรค ซึ่งเป็นอาการป่วยเรื้อรัง เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2559 ที่ผ่านมา และญาติๆ ได้ทำการฝังศพในประเทศมาเลเซีย โดยไม่มีการนำกลับมายัง อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นบ้านเกิดแต่อย่างใด
       
       สำหรับ นายมะแซ อุเซ็ง ได้หนีหมายจับของศาลจังหวัดนราธิวาส ในข้อหาแบ่งแยกดินแดน เป็นขบถ และอั้งยี่ เมื่อปี 2547 หลังเหตุการณ์ปล้นปืนที่กองพลพัฒนาที่ 4 ค่ายปิเหล็ง อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นบ้านพัก และโรงเรียนสอนศาสนาสัมพันธ์วิทยา และพบเอกสารเป็นแผนผัง และรายละเอียดของทฤษฎีบันได 7 ขั้น ซึ่งเป็นแผนในการก่อการร้ายเพื่อแบ่งแยกดินแดนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งเป็นรัฐปัตตานีดารุสลาม
       
       โดยก่อนที่จะเสียชีวิต นายมะแซ อุเซ็ง ดำรงตำแหน่งในสภาองค์การนำ โดยเป็น 1 ใน 6 ฝ่าย ของขบวนการบีอาร์เอ็น ทำหน้าที่เป็นผู้นำฝ่ายเยาวชน และเป็นผู้หนึ่งที่ไม่เห็นด้วยต่อการเปิดเวทีพูดคุยสันติสุขกับรัฐบาลไทย ที่มีกลุ่มมาราปาตานี เป็นตัวแทนของขบวนการแบ่งแยกดินแดน เพื่อพูดคุยกับตัวแทนของรัฐบาลไทย
         
วัณโรคคร่าชีวิต “มะแซ อุเซ็ง” ปิดตำนานเจ้าของทฤษฎีบันได 7 ขั้นของกลุ่ม “บีอาร์เอ็น”
         
       ข่าวแจ้งว่า หลังการเสียชีวิตของ นายมะแซ อุเซ็ง ทางองค์กรนำได้มีการแต่งตั้งให้ นายอับดุลอาซิส สาและ เป็นผู้นำฝ่ายเยาวชนแทนอย่างรวดเร็ว และก่อนหน้านี้ ที่ไม่มีการแจ้งข่าวการเสียชีวิตของ นายมะแซ ให้สมาชิกของขบวนการบีอาร์เอ็นได้รับรู้ เพราะเกรงว่าจะสร้างความตระหนกให้เกิดขึ้น เนื่องจาก นายมะแซ เป็นแกนนำที่มีความสำคัญ และเป็นที่เชื่อถือของเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
       
       สำหรับ นายอับดุลอาซิส สาและ ผู้ที่ขึ้นมาทำหน้าที่ฝ่ายเยาวชนของขบวนการบีอาร์เอ็น เป็นอดีตครู และผู้บริหารโรงเรียนธรรมวิทยา เป็นลูกศิษย์ของ นายสะแปอิง บาซอ อดีตครูใหญ่โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ ซึ่งปัจจุบัน เป็นเลขาธิการขบวนการบีอาร์เอ็น นอกจากนี้ นายอับดุลอาซิส ยังเป็นผู้ต้องหา 1 ใน 9 คน ที่ถูกจับกุมในข้อหาเป็นขบถ อั้งยี่ ซ่องโจร ร่วมกับอดีตครูสอนศาสนา 9 คน ที่หลบหนีหลังจากได้ประกันตัวไป อาศัยก่อการร้ายอยู่ในประเทศมาเลเซีย โดยเพื่อนผู้ต้องหาที่หลบหนีไปพร้อมกัน คือ นายมะซุกรี ฮารี หัวหน้ากลุ่มมาราปาตานี ที่เป็นหัวหน้าในการเจรจาสันติสุขกับ พล.อ.อักษรา เกิดผล ตัวแทนของรัฐบาลไทย ที่การเจรจาเพิ่งจะล้มเหลวไป เมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา
       
       จากการตรวจสอบกับหน่วยข่าวความมั่นคงของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ทราบว่า ฝ่ายข่าวของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้รับรายงานในเรื่องการเสียชีวิตของ นายมะแซ อุเซ็ง แกนนำขบวนการบีอาร์เอ็นในครั้งนี้แล้ว และมีรายละเอียดยืนยันจากฝ่ายมาเลเซียว่าเป็นเรื่องจริง
         

ด้วยด้วยการคัดค้านเหมืองทอง

วานนี้ขณะที่จะต้องไปรอมติ ครม.จึงถือโอกาสทำหนังสือแจ้งให้นายกรัฐมนตรีตรวจสอบว่ามีอ่างเก็บน้ำใต้ดินทิศเหนือพื้นที่เหมืองทองคำขนาด 1-6 ล้านลูกบาศก์เมตร ตามรายงาน EIA ของบริษัท อัคราจริงไหม
วันที่ 10 พฤษภาคม 2559
เรื่อง เสนอให้แก้ปัญหาภัยแล้งของประชาชนด้วยทรัพยากรน้ำจากอ่างเก็บน้ำใต้ดิน (Underground Reservoir) ในบริเวณพื้นที่ด้านเหนือของพื้นที่โครงการเหมืองทองคำบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) จังหวัดพิจิตร และหยุดเหมืองทองคำในประเทศไทย
เรียน ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
สิ่งที่ส่งมาด้วย รายงานด้านอุทกวิทยาน้ำใต้ดินและคุณภาพน้ำ ในรายงาน EIA พ.ศ.2550 ของบริษัท อัคราไมนิ่ง ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) และบางส่วนของรายงานประจำปี 2558 และรายงาน เดือนเมษายน-พฤษภาคม 2559 บริษัท Kingsgate Consolidated Limited และ รายงานบริษัท MATSA ประเทศออสเตรเลีย
เนื่องจากปัจจุบันประเทศกำลังประสบภาวะภัยแล้งอย่างรุนแรง ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสรัฐบาลต้องทุ่มงบประมาณเป็นจำนวนมากเพื่อจัดหาแหล่งน้ำสะอาดจากทุกวิถีทางเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง 




ด้วยพบว่าในรายงาน EIA ฉบับที่ 2 ของบริษัทอัคราฯ ที่ผ่านการเห็นชอบของคณะกรรมการผู้ชำนาญการ สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อ พ.ศ. 2550 ซึ่งจัดทำโดย บริษัท เอส.พี.เอส.คอนซัลติ้ง จำกัด บทที่ 3 สภาพแวดล้อมปัจจุบัน ข้อ 3.1.5.2 อุทกวิทยาน้ำใต้ดินและคุณภาพน้ำ หน้า 3-55 ย่อหน้าที่ 3 ระบุว่า ชั้นหินอุ้มน้ำตะกอนลักพา (Alluvial Aquifer) พื้นที่บริเวณเหมืองแร่ทองคำชาตรีนี้มีหินอุ้มน้ำอยู่ 2 แบบ ได้แก่ ชั้นหินอุ้มน้ำระดับตื้น คือ ชั้นตะกอนน้ำพา และชั้นหินอุ้มน้ำระดับลึกคือชั้นหินฐาน (bedrock) เป็นชั้นหนาวางตัวอยู่ด้านล่าง (ซึ่งชั้นนี้เป็นชั้นต้านน้ำ (aquitard) ชั้นหินอุ้มน้ำนี้เป็นชั้นหินอุ้มน้ำแบบไร้แรงดัน....
ย่อหน้าที่ 4 ระบุว่า พื้นที่ด้านเหนือพื้นที่โครงการที่มีการใช้น้ำจากแหล่งน้ำใต้ดินระดับตื้นมีเนื้อที่ประมาณ 1-2 ตารางกิโลเมตร (625-1250 ไร่-ผู้จัดทำ) จากการศึกษาพบว่ามีลักษณะเป็นอ่างเก็บน้ำใต้ดิน (Underground Reservoir) ที่มีความจุของน้ำแทรกอยู่ตามชั้นกรวด-ทรายที่ได้จากการคำนวณโดยโปรแกรม Surfer Golden Software Version 7 ประมาณ 1.8-6.3 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยน้ำที่กักอยู่บริเวณนี้ได้มาจากการถ่ายเทน้ำจากพื้นที่โดยรอบ ซึ่งมีศักยภาพการให้น้ำสูงเช่นเดียวกันประมาณ 41.5-145.3 ล้านลูกบาศก์เมตร รายละเอียดการศึกษาเรื่องน้ำใต้ดินระดับตื้นอยู่ในภาคผนวก ซ ของรายงาน EIA ฉบับดังกล่าว

แม้ว่ารายงาน EIA ฉบับดังกล่าวจะจัดทำเมื่อราว 10 ปีมาแล้ว แต่เนื่องจากตามรายงานผลการติดตามตรวจสอบสิ่งแวดล้อมครั้งที่ 49 ประจำเดือนกันยายน 2558 พื้นที่เหมืองทองคำชาตรีของบริษัทอัคราฯ มีพื้นที่ถึง 7,282-0-66 ไร่ ดังนั้น จึงขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งการให้ตรวจสอบความจริง หากอ่างเก็บน้ำใต้ดินตามที่ระบุในรายงาน EIA ดังกล่าวนี้ยังคงให้น้ำอยู่แล้วไซร้ย่อมควรที่จะนำน้ำเหล่านี้ไปตรวจคุณภาพจากห้องปฏิบัติการที่มีมาตรฐาน เมื่อพบว่าน้ำมีความสะอาดปลอดภัยก็สมควรนำออกแจกจ่ายแก่ประชาชนก็จะเป็นการบรรเทาทุกข์ในสถานการณ์ภัยแล้งที่รุนแรงอยู่นี้ให้คลี่คลายลงได้ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่หากรายงาน EIA นี้ไม่เป็นความจริงก็เท่ากับรายงานเป็นเท็จ หรือหากรายงานเป็นความจริงแต่อ่างเก็บน้ำใต้ดินปราศนาการไปเพราะการทำเหมืองทองคำ ก็สมควรที่ท่านนายกฯจะทบทวนการพิจารณาเรื่องการต่ออายุใบประกอบโลหกรรมและนโยบายเหมืองแร่ทองคำทั่วประเทศอย่างรอบคอบที่สุด ทั้งนี้เพื่อปกป้องทรัพยากรอันมีค่าที่เสียหายไปอย่างไม่สามารถฟื้นคืนได้ และปกป้องคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นสำคัญ
เชื่อว่าปัญหาความเสียหายจากการทำเหมืองแร่ทองคำ ท่านคงทราบจากรายงานและหนังสือร้องเรียนต่างๆ ด้วยดีแล้ว และโปรดใช้อำนาจโดยธรรมหยุดเหมืองทองคำทั้งหมดในประเทศไทย
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาให้เกิดประโยชน์สูงสุดของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไทย โปรดอย่าปล่อยให้คนเพียงส่วนน้อยมาฉกฉวยประโยชน์จากทรัพยากรที่มีค่าของคนไทย โดยเฉพาะบริษัทต่างชาติที่อยู่เบื้องหลังอย่างเปิดเผยในการผลิตทองคำจากแผ่นดินของเราที่บังอาจเขียนในรายงานประจำปีทุกปีว่าเป็นผู้ถือหุ้นสามัญ100% ในบริษัท 7 แห่งที่เกี่ยวกับกิจการเหมืองทองคำในประเทศไทย
ด้วยความนับถือ
สมลักษณ์ หุตานุวัตร
อดีตพยานผู้เชี่ยวชาญกรณีเหมืองทองคำพิจิตร
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหา
ข้อขัดแย้ง ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ จากการ ทำเหมืองแร่ทองคำของ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน)










ณรงค์ โชควัฒนา :ว่าด้วย"เติ้งเสี่ยวผิง"

ปุจฉา
หลัง เติ้ง เสี่ยวผิง กลับมามีอำนาจอีกครั้งหนึ่ง ได้ทำการปฏิรูปประเทศจีน โดยนำเอาระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม บางส่วนกลับมาใช้นั้น ประสบความสำเร็จหรือมีความยากลำบากอย่างไรบ้าง?
วิสัชนา
หลังจาก ท่านประธาน เหมา เจ๋อตุง ถึงแก่อสัญกรรม ใน ปี ค.ศ.1976 ได้ตั้ง นาย หัว กั๊วเฟิง ขึ้นมาสืบทอดอำนาจ หัว กั๊วเฟิง ได้จับกุม แก็งค์ 4 คน อันประกอบด้วย เจียงชิง (ภรรยา ของประธานเหมา เจ๋อตุง) เหยาเหวินหยวน จางชุนเฉียว และหวังหงเหวิน ที่เป็นตัวการในการปฏิวัติวัฒนธรรม หลังจากนั้น หัว กั๊วเฟิง ก็ค่อยๆ หมดอำนาจในพรรคลง
ใน ค.ศ.1978 เติ้ง เสี่ยวผิง ได้เข้ามามีอำนาจในพรรคอีกครั้งหนึ่ง และได้ทำการปฏิรูปประเทศจีนให้กลับมาสู่ระบบเสรีนิยมทางเศรษฐกิจ (ทุนนิยม) โดยไม่ได้มีการปฏิรูปที่ดิน ที่ดินยังคงเป็นของรัฐ 100 % แต่ทรัพย์สินอื่นๆ เช่น บ้าน โรงงาน ค่อยๆ ทยอยขายและให้ประชาชนเช่า มีการยกเลิกระบบนารัฐ นารวม ด้วยการแบ่งหน้าที่และความรับผิดชอบให้แก่ประชาชนแต่ละครอบครัวดูแลและผลิตอาหารในที่ดินของรัฐ ผลผลิตจำนวนหนึ่งส่งให้รัฐ ผลผลิตส่วนเกินจากจำนวนนั้นตกเป็นของประชาชน เพียงเท่านี้ ปริมาณผลผลิตภาคการเกษตรไม่ว่าจะเป็นอาหารทุกชนิด เพิ่มขึ้นทันที 3 เท่าจากที่เคยผลิตได้ ความขาดแคลนเรื่องอาหารหมดสิ้นไปโดยทันที ประชาชนในชนบทมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
เติ้ง เสี่ยวผิง ได้ทำสนธิสัญญาความร่วมมือกับสหรัฐอเมริกาที่เป็นศัตรูเก่าได้สำเร็จเป็นครั้งแรก โดย ในปี ค.ศ.1979แลกเปลี่ยนกับการปิดสถานทูตสหรัฐอเมริกาในไต้หวัน หลังจากนั้นสหรัฐอเมริกาได้เลิกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจกับประเทศจีน และมีสัมพันธ์ทางการทูตเป็นปกติ ประเทศที่เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก 2 ประเทศ มีความสัมพันธ์ทางการค้า การลงทุนอีกครั้งหนึ่ง เติ้ง เสี่ยวผิง ได้เปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษรอบๆ ชายฝั่งเพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรม เริ่มจาก 14 เมือง ใน 3 มณฑลชายฝั่งทะเล แต่การลงทุนก็ยังมีอุปสรรคมาก อันเนื่องมาจากกฎหมายและระเบียบวิธีการที่ล่าช้า ล้าหลัง ทำให้การทำธุรกิจในประเทศจีนเป็นไปด้วยความยากลำบาก และผู้ลงทุนไม่สามารถที่จะไล่คนงานที่ขี้เกียจออก หรือให้รางวัลกับคนงานที่ขยันได้ การทำอุตสาหกรรมของชาวต่างชาติ จึงไม่ค่อยประสบความสำเร็จในตอนเริ่มต้น มีอุปสรรคจากความไม่เข้าใจ และความเคยชินในระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมมาช้านาน
การเปิดประเทศและเปิดเสรีทางเศรษฐกิจทำให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ประพฤติตนทุจริตคอร์รัปชั่น สร้างความร่ำรวยให้กับตนเองและพรรคพวก โรงงานของรัฐที่มีอยู่แต่ดั้งเดิมก็ไม่มีประสิทธิภาพภายใต้ระบบสวัสดิการ พนักงานส่วนใหญ่ก็ขี้เกียจ ไม่มีความรับผิดชอบ ดังนั้นเมื่อ เติ้ง เสี่ยวผิง ตัดสินใจอนุญาตให้โรงงานของรัฐที่ขาดทุนสามารถปิดกิจการได้ ก็ส่งผลให้คนงานในภาคอุตสาหกรรมตกงานจำนวนถึง 100 ล้านคน แม้คนตกงานจะยังได้รับการเลี้ยงดูจากรัฐ แต่ก็สร้างปัญหามากมายในระบบเศรษฐกิจและสังคม
ต่อมา เติ้ง เสี่ยวผิง ตัดสินใจไม่ควบคุมราคาสินค้า ปล่อยให้ขึ้น-ลง ตามกลไกตลาด ปัญหาการกักตุนสินค้าเพื่อเก็งกำไรก็เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง ทำให้สินค้าหลายอย่างหายไปจากท้องตลาดและมีราคาสูงขึ้น จนสร้างความเดือดร้อนไปทั่วกับประชาชนส่วนใหญ่ บนความร่ำรวยของคนไม่กี่คนที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐและคนส่วนน้อยที่กักตุนสินค้าไว้ ประกอบกับอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินหยวนของจีนในตอนนั้น ยังใช้อัตราแลกเปลี่ยนหลายอัตรา (อัตราที่เป็นทางการกับอัตราในตลาดมืด) อัตราที่เป็นทางการในปี ค.ศ.1980 อยู่ที่ประมาณ 2 หยวน ต่อ 1 ดอลล่าร์สหรัฐ แต่ราคาในตลาดมืดอาจจะอ่อนอยู่ที่ 8-10 หยวน ต่อ 1 ดอลล่าร์สหรัฐ การที่มีอัตราแลกเปลี่ยนที่แตกต่างกันมากมายหลายอัตรา ทำให้การลงทุนและการค้าขายที่ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมายเป็นไปด้วยความยากลำบาก เกิดการทุจริตและคอร์รัปชั่นของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างกว้างขวาง
เพราะฉะนั้นในปี ค.ศ.1989 จึงเกิดการชุมนุมของประชาชนที่ จัตุรัสเทียนอันเหมิน จากความไม่พอใจที่มีต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐและเจ้าหน้าที่ของพรรคที่ทุจริตคอร์รัปชั่นมากมาย ปัญหาการทุจริตที่ไม่เคยเกิดขึ้นในยุคของเศรษฐกิจสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ได้เกิดขึ้นมากมายในยุคปฏิรูปทุนนิยม โดยยังไม่เข้าใจและขาดประสบการณ์ในการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นของเจ้าหน้าที่รัฐ การกักตุนเก็งกำไรและผูกขาดของพ่อค้าในระบบเศรษฐกิจทุนนิยมอย่างดีพอ เหตุการณ์ เทียนอันเหมิน จึงเกิดขึ้น และนำไปสู่การปราบปรามอย่างรุนแรง มีนักศึกษาและประชาชนล้มตายเป็นจำนวนหลายพันคน เป็นข่าวดังไปทั่วโลก และทำให้สหรัฐอเมริกาและประเทศตะวันตกอื่นๆ ถอนการลงทุน และคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจกับรัฐบาลจีนอีกครั้งหนึ่ง

ปล่อยตัวแล้ว!! "พร้อมพงศ์ - เกียรติอุดม" เพื่อไทย-ปชช.ต้อนรับอบอุ่น

ปล่อยตัวแล้ว!! "พร้อมพงศ์ - เกียรติอุดม" เพื่อไทย-ปชช.ต้อนรับอบอุ่น
****************************************************************
‪#‎NEWSROOM‬ ‪#‎TV24‬ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย และ นายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย มีสีหน้ายิ้มแย้ม หลังได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำพิเศษ กรุงเทพ โดยบุคคลทั้งสอง ได้กล่าวขอบคุณ ผู้ใหญ่ของพรรคเพื่อไทย พี่น้องสื่อมวลชน และประชาชน ที่เดินทางมาให้กำลังใจและเยี่ยมเสมอ นายพร้อมพงศ์ เปิดเผยด้วยว่า ระหว่างที่รับโทษ น้ำหนักลดลงถึง 12 กิโลกรัม เช่นเดียวกับ นายเกียรติอุดม ที่น้ำหนักตัวลดลงถึง 22 กิโลกรัม
.


พร้อมกันนี้ นายพร้อมพงศ์ เปิดเผยว่า ชีวิตในเรือนจำต้องพบกับความยากลำบากบ้างตามข้อจำกัดและสภาพภายใน ส่วนแนวทางการเมืองจากนี้คงต้องยุติไว้ก่อนเพราะอยู่ระหว่างการพักโทษ ประมาณ สองเดือน โดยหลังเดินทางกลับจะไปตรวจสุขภาพ และใช้เวลา ในช่วงต่อจากนี้กับครอบครัว
.
ขณะที่บรรยากาศการรอต้อนรับ การปล่อยตัวนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย และนายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ อดีต ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย หลังได้รับการพักโทษ ตามหลักเกณฑ์พักการลงโทษ ของนักโทษชั้นดี คือได้รับการพักโทษ 1 ใน 5 ของโทษที่เหลือ มีบรรดาแกนนำพรรคเพื่อไทย อดีต ส.ส.และสมาชิก เช่น พลตำรวจโทวิโรจน์ เปาอินทร์ นายภูมิธรรมเวชยชัย นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา นายชูศักดิ์ ซิรินิล นายไพจิตร ศรีวรขาน นายประยุทธ ศิริพานิช นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิริน นายวัน มูฮัมหมัด นอร์ มะทา นายเรืองไกร ลีกิจวัฒน ครอบครัวของนายพร้อมพงศ์ และนายเกียรติอุดม มารอรับ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น
.
สำหรับนายพร้อมพงศ์และนายเกียรติอุดม ถูกศาลฎีกาจำคุก 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา ในความผิดฐานหมิ่นประมาทนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ หลังร่วมกันให้ข่าวในทำนองว่า นายวสันต์ให้ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์เข้าพบเป็นการส่วนตัว ระหว่างที่มีการพิจารณาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ และกล่าวหาว่าประพฤติตัวไม่เหมาะสม ไม่น่าเชื่อถือ ขัดต่อจริยธรรมของตุลาการ ขาดความยุติธรรม ขาดความเป็นการและอื่นๆ ซึ่งทำให้เสียชื่อเสียงและถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม ปี 2558 โดยปัจจุบันทั้ง 2 คน จำคุกมาแล้ว 9 เดือน 10 วัน ซึ่งโทษจริงจะต้องพ้นโทษเดือนกรกฎาคมนี้ ดังนั้นจึงได้ออกจากเรือนจำเร็วกว่ากำหนด 2 เดือน โดยเป็นการพักโทษธรรมดาไม่ใช่กรณีพิเศษ

บึ้มหัวลำโพงเจ็บ2ตร.ยันไม่โยงการเมือง



(11 พ.ค.2559) เมื่อเวลา 11.56 น. รับแจ้งมีเหตุระเบิดบริเวณด้านหน้าสถานีรถไฟกรุงเทพ ตรงข้ามร้านอาหาร KFC จนท.ตร.เดินทางไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ และรายงานให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น พร้อมกับประสานรถพยาบาลและหน่วย EOD ร่วมตรวจที่เกิดเหตุ
พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบก.รฟ., นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผวก.รฟ. พร้อม จนท.ตำรวจและ จนท.การรถไฟ ร่วมตรวจที่เกิดเหตุ จากการตรวจที่เกิดเหตุ พบมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย คือ
1.) นายทนง ไม่เศร้า อายุ 25 ปี ที่อยู่ 22 ม.6 ต.สุ่มเส้า อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี
2.) นายลมัย อ่วมงามทรัพย์ อายุ 30 ปี ที่อยู่ 187 ม.6 ต.สุ่มเส้า อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี
จนท.นำผู้บาดเจ็บส่ง รพ.กลาง เบื่องต้นพบเป็นระเบิดปิงปอง ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และจะรายงานให้ทราบต่อไป
Cr.แอดมินตร.ฯ
///
13:01 ระทึก! บึ้มหัวลำโพงเจ็บ 2 EOD รุดกู้อีกลูกแล้ว พบเป็นระเบิดปิงปอง ตร.ยันไม่โยงป่วนการเมือง #INN

13:50 ตร.ยันระเบิดที่หัวลำโพงเป็นเพียงแค่ขวดแก้วของเก่า ผดส.หย่อนบุหรี่แล้วระเบิดเจ็บเล็กน้อย 2 ส่ง รพ.กลาง

11 พฤษภาคม พ.ศ.2443: วันเกิด “ปรีดี พนมยงค์”


ศิลปวัฒนธรรม
1 ชม.
11 พฤษภาคม พ.ศ.2443: วันเกิด “ปรีดี พนมยงค์”
ปรีดี พนมยงค์ เป็นบุตรของนายเสียง กับนางลูกจันทร์ เกิดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ.2443 ณ บ้านวัดพนมยงค์ ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอกรุงเก่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เริ่มศึกษาหนังสือไทยที่บ้านครูแสง ตำบลท่าวาสุกรี ก่อนสอบไล่ได้ชั้นมัธยม 6 จากโรงเรียนตัวอย่างมณฑลกรุงเก่า แล้วไปศึกษาต่อโรงเรียนสวนกุหลาบอีก 6 เดือน แล้วกลับไปช่วยพ่อทำนาที่อยุธยา
ปี 2460 ปรีดีเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนกฎหมายกระทรวงยุติธรรม และศึกษาภาษาฝรั่งเศสที่เนติบัณฑิตยสภา จนสอบไล่ได้วิชากฎหมายชั้นเนติบัณฑิตในปี 2462 แต่ต้องรอถึงปี 2463 ให้อายุครบ 20 ปี ตามเกณฑ์กำหนดจึงได้เป็นสมาชิกสามัญแห่งเนติบัณฑิตยสภา และปีเดียวกันนี้ ปรีดี ได้รับทุนจากกระทรวงยุติธรรมให้ไปศึกษาวิชากฎหมายที่ฝรั่งเศส
ระหว่างที่ทำการศึกษาต่อที่ฝรั่งเศสนี้เอง ปรีดี ได้ร่วมกับเพื่อนๆ ประชุมก่อตั้ง “คณะราษฎร” เป็นครั้งแรกในกรุงปารีส เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2469 (นับปีตามแบบปฏิทินไทยเดิม) ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นคณะผู้ผลักดันการเปลี่ยนแปลงการปกครองได้สำเร็จในปี 2475
ข้อมูลจาก รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ บุคคลสำคัญของไทยและของโลก โดย อรุณ เวชสุวรรณ
ภาพประกอบ: ภาพถ่ายของ ปรีดี พนมยงค์ ร่วมกับ ควง อภัยวงศ์ และ ชุม จารุรัตน์ ขณะศึกษาที่ประเทศฝรั่งเศส จากหนังสือ ชีวประวัติย่อ นายปรีดี พนมยงค์ (จัดพิมพ์โดยคณะอนุกรรมการฝ่ายศึกษาวิจัยและประมวลผลงานของศาสตราจารย์ ดร. ปรีดี พนมยงค์)

วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

เปิดให้ใช้ฐานข้อมูลออนไลน์ "ปานามา เปเปอร์ส" ขนาดใหญ่ สืบค้นบัญชีซุกซ่อนทรัพย์สินของผู้มีอิทธิพล

เปิดให้ใช้ฐานข้อมูลออนไลน์ "ปานามา เปเปอร์ส" ขนาดใหญ่ สืบค้นบัญชีซุกซ่อนทรัพย์สินของผู้มีอิทธิพลได้ทั่วโลก
เครือข่ายนักข่าวสืบสวนสอบสวนนานาชาติ (ICIJ) เผยแพร่ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ทางออนไลน์ ซึ่งบรรจุเอกสารที่เกี่ยวข้องกับบัญชีทรัพย์สินที่บรรดาผู้มีอิทธิพล คนดังและเศรษฐีทั่วโลก ซุกซ่อนไว้ในบัญชีลับของบริษัทนอกอาณาเขต โดยฐานข้อมูลนี้ รวบรวมรายละเอียดของบัญชีลับกว่า 200,000 บัญชี ในประเทศและดินแดนที่ยกเว้นภาษี ซึ่งให้บริการซุกซ่อนและฟอกเงินกว่า 20 แห่งทั่วโลก
การเปิดเผยฐานข้อมูลดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของการเผยแพร่ข้อมูลในกรณี "ปานามา เปเปอร์ส" ให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น โดยในครั้งนี้มีข้อมูลออนไลน์ทั้งหมด 2,600 กิกะไบต์ ให้ผู้สนใจสามารถเข้าดูและสืบค้นได้ที่เว็บไซต์offshoreleaks.icij.org
ทางไอซีไอเจระบุว่า ฐานข้อมูลดังกล่าวจะมีลักษณะต่างจากเว็บไซต์วิกิลีกส์ซึ่งทุ่มข้อมูลเอกสารจำนวนมหาศาลมารวมไว้ให้ผู้สนใจสืบค้นเอง แต่ฐานข้อมูลว่าด้วยบัญชีลับนอกอาณาเขตของไอซีไอเจนี้ จะคัดเลือกเพียงข้อมูลบางส่วนที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนมาเผยแพร่เท่านั้น โดยไม่รวมถึงข้อมูลจำพวกเลขบัญชีธนาคารและประวัติการทำธุรกรรมเอาไว้
ก่อนหน้านี้ การเปิดเผยเอกสารลับ "ปานามา เปเปอร์ส" ซึ่งรั่วไหลจากบริษัทให้บริการทางการเงินและกฏหมาย มอสแซค ฟอนเซกา ซึ่งมีฐานในปานามา เผยให้ทราบว่านักการเมืองและผู้นำหลายประเทศได้ซุกซ่อนทรัพย์สินเพื่อหลบเลี่ยงภาษีในบริษัทนอกอาณาเขต ผ่านการให้บริการของ มอสแซค ฟอนเซกา จำนวนมาก นำไปสู่การเรียกร้องให้ตรวจสอบบัญชีของผู้นำเหล่านี้ เช่นในกรณีของนายกรัฐมนตรีไอซ์แลนด์ ซึ่งต้องลาออกจากตำแหน่ง
ภาพประกอบ: แผนภาพแสดงการเปรียบเทียบขนาดของข้อมูลที่เปิดเผยจากฐานข้อมูลปานามา เปเปอร์ส ว่ามีขนาดใหญ่กว่าฐานข้อมูลที่มีการเปิดเผยกันมาก่อนหน้านี้ เช่น วิกิลีกส์ สวิส ไฟล์ และลักเซมเบิร์ก ไฟล์

"ผู้การไก่".....จากฮีโร่ "ศึกเขาพระวิหาร" สู่ การถูก เชือด เด้งพ้นเขาพระวิหาร

"ผู้การไก่".....จากฮีโร่ "ศึกเขาพระวิหาร" สู่ การถูก เชือด เด้งพ้นเขาพระวิหาร
สังเวย ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา เด้งพ้นเก้าอี้ ผบ.ร.6 พ้นการคุมกำลังเขาพระวิหาร เข้ากรุฯ หลังสร้าง"ปราสาทพระวิหารจำลอง"บนผามออีแดง จน มีคำสั่งให้ปิดผ้าดำ รอการทุบทิ้ง.....คาดเพราะไม่รายงาน ผู้บังคับบัญชา ด้วยลายลักษณ์อักษร ตามลำดับชั้นก่อน และหวั่นกระทบสัมพันธ์ ไทย-เขมร
ยิ่งงงกันเข้าไปใหญ่.......ทั้งชาวบ้าน ทั้งทหาร เพราะนอกจาก ทบ.สั่งปิด"ปราสาทพระวิหารจำลอง" บนผามออีแดง ที่ทหารและชาวบ้าน ช่วยกันสร้างเสร็จหมาดๆ และให้รอทุบทิ้งแล้ว ยัง สั่งย้าย"ผู้การไก่" ผบ.ร.6 คนสร้าง และ บริจาคเงิน และรวบรวมสิ่งของบริจาค มาช่วยกันสร้าง เข้ากรุ อีกด้วย
มีรายงานว่า พลเอกธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.ได้ลงนาม ในการแต่งตั้งโยกย้ายพิเศษ เพื่อ ย้าย ผู้การไก่ พันเอก ธนศักดิ์ มิตรภานนท์. ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 6 (ผบ.ร.6) มาเป็น นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา เมื่อวันที่ 4 พค.ที่ผ่านมา. ถือว่า เป็นการย้ายจากตำแหน่งคุมกำลังรบหลักในพื้นที่เขาพระวิหาร ออกมานอกพื้นที่ เข้ากรุประจำ
หลังจากที่ ผบ.ทบ. สั่งปิด ปราสาทเขาพระวิหารจำลอง บนผามออีแดง อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ. ที่เพิ่งสร้างเสร็จ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และให้เอาเถาวัลย์ ปลูกหญ้า คลุมพราง เพื่อรอการทุบทำลายทิ้ง
ทั้งนี้ ทาง ทบ. เห็นว่า การสร้าง ปราสาทเขาพระวิหารจำลอง นี้ อาจกระทบความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ที่กำลังเป็นไปด้วยดี ชายแดนสงบ และ อ้างว่า ทางกระทรวงต่างประเทศ ก็ท้วงติง มาด้วยเช่นกัน พลเอกธีรชัย ผบ.ทบ. จนมีคำสั่งปืด ปราสาทฯ และโยกย้าย พันเอกธนศักดิ์ ในที่สุด
ก่อนหน้านี้ พันเอกธนศักดิ์ ได้ร่วมกับประชาชนในพื้นที่ เจ้าของร้านวัสดุก่อสร้าง ร่วมกันบริจาคเงิน และอุปกรณ์ก่อสร้าง ต่างๆ ปูนซีเมนต์ ทรายในการปรับปรุง บังเกอร์ทหาร ในพื้นที่ใหม่ จากกระสอบทราย มาเป็นบังเกอร์ปูน และสร้าง ศูนย์ศึกษาประวัคิศาสตร์ โดยสร้าง "ปราสาทเขาพระวิหาร จำลอง" ขึ้นบน ผามออีแดง
โดยทหาร และทหารพราน ของ หน่วยเฉพาะกิจที่1 กกล.สุรนารี กว่า 100 นาย ได้ตรากตรำ ทำงานกลางแดด ช่วยกันสร้างจนเสร็จ ในเวลา5 เดือน แล้วเปิดให้นักท่องเที่ยวชม ได้แค่ไม่กี่วันเท่านั้น ทบ.ก็มีคำสั่งให้ปิด ปราสาทจำลอง นี้. เพราะเกรงว่าจะกระทบสัมพันธ์ กัมพูชา โดยนำผ้ามาปิดพราง เอาต้นไม้ เถาวัลย์ มาพราง และให้ปลูกหญ้าและต้นไม้ให้ปกคลุม และรอการทุบทำลายทิ้ง
ทั้งนี้ พันเอกธนศักดิ์ ได้บริจาคเงินเดือนของตนเอง จากการที่ เคยเป็น สมาชิก สปช. และล่าสุด เป็น สมาชิกสปท. ราว 3 ล้านบาท และเจ้าของร้านวัสดุก่อสร้าง ในพื้นที่ บริจาค ปูนซีเมนต์ และทราย รวมราคาอีกราว เกือบ2 ล้่านบาท มาช่วยก่อสร้าง ออกมาอย่างสวยงาม ด้วยความตั้งใจ และศรัทธา ของทหาร ที่ต้องการให้เป็นประวัติศาสตร์ และแหล่งศึกษาประวัติศาสตร์ และให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อรองรับการท่องเที่ยว ในอนาคต หาก ฝ่ายกัมพูชา เปิดทางขึ้นจากฝั่งไทย ให้ขึ้นไปชม ปราสาทของจริง ในฝั่งกัมพูชา
ท่ามกลาง เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของทั้งทหาร และชาวบ้าน เพราะ ปราสาทจำลอง นี้ สร้างบนดินแดนไทย ไม่ได้อยู่ในพื้นทราใกล้เคียงใดๆ กับ พื้นที่ทับซ้อน4.6 ตร.กม. ในพื้นที่เขาพระวิหาร เลยแม้แต่น้อย เพราะผามออีแดง ก็เป็น พื้นที่ประเทศไทย เป็นเขตแดนไทย อย่างชัดเจนอยู่แล้ว
แทนที่ พันเอกธนศักดิ์ ซี่งทำความดี
จะได้รับเสียงชื่นชม แต่กลับถูก ผู้บังคับบัญชา ลงโทษ.จึงทำให้ทหาร และชาวบ้านในพื้นที่ ต่างเสียใจ ผิดหวัง และสงสัยกัน ว่า พันเอกธนศักดิ์ ผิดตรงไหน จึงถูกโยกย้าย
ทั้งนี้ พันเอกธนศักดิ์. เคยเป็น ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 23 ที่ทำศึกเขาพระวิหารกับ ทหารกัมพูชา เมื่อปี 2554 ที่ทำให้ฝ่ายกัมพูชา สูญเสีย จำนวนไม่น้อย และเป็นนายทหาร ที่ทำงานในพื้นที่มายาวนาน
ทั้งนี้ มีรายงานว่า พันเอกธนศักดิ์ ไม่ได้ รายงาน พลตรี สนธยา ศรีเจริญ ผบ.พล.ร.6 /ผบ.กกล.สุรนารี. ผู้บังคับบัญชาโดยตรง ก่อน สร้างปราสาทเขาพระวิหารจำลอง
เนื่องจาก ก่อนหน้านี้ เขาได้ รายงานด้วยวาจา แก่ พลโท วิชัย แชจอหอ แม่ทัพภาค2. ตั้งแต่ตอนเป็น แม่ทัพน้อยที่2 แล้ว. อีกทั้ง ได้นำเรียน ด้วยวาจา กับ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม มาแล้ว แต่ไม่ได้ ทำเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะเห็นว่า เป็น โครงการเล็กๆ. แต่ได้ เรียนเชิญ พลเอกประวิตร มาตรวจเยี่ยม ชายแดน เยี่ยมทหาร และ จะมาทำพิธีเปิด ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์ เขาพระวิหาร แห่งนี้ ด้วย
แต่ก็ไม่มีใครคาดคิด แค่ไม่กี่วัน ทบ. ก็สั่งปิด และให้รอการทุบทำลาย. และโยกย้าย พันเอกธนศักดิ์ พ้นการคุมกำลังในพื้นที่ จน ชาวกันทรลักษณ์ ออกมาเรียกร้อง ให้ ทบ. ยกเลิกคำสั่ง ปิด ปราสาทพระวิหารจำลอง

"บิ๊กหมู"ย้ายเรียบ "ผู้การไก่" พันเอกธนศักดิ์ และลูกน้อง ยกทีม พ้นเขาพระวิหาร

"บิ๊กหมู"ย้ายเรียบ "ผู้การไก่" พันเอกธนศักดิ์ และลูกน้อง ยกทีม พ้นเขาพระวิหาร...ลงนาม คำสั่งโยกย้าย8 นายพัน เขาพระวิหาร ทั้ง ทหารราบ ทหารพราน สังเวย การสร้าง ปราสาทพระวิหารจำลอง บนผามออีแดง สะพัด เป็นความขัดแย้งภายใน ด้วย เหตุ ผู้การไก่ ไม่รายงาน ผบ.พล.ร.6 ก่อน แม้รายงาน บิ๊กๆแล้วก็ตาม
พลเอก ธีรชัย นาควาณิช ผบ.ทบ.ลงนาม ในคําสั่งกองทัพบก ที่ 210/2559. เมื่อ4 พค. เรื่อง ให้นายทหารรับราชการและปรับระดับเงินเดือน โดยอาศัยอํานาจตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการบรรจุ ปลด ย้าย เลื่อนและลดตําแหน่ง ข้าราชการกลาโหม พ.ศ.2502 หมวด 2 ข้อ 5 (2) และคําสั่ง ทบ. ที่ 318/2557 ลง 1 ต.ค.57 เรื่อง การกําหนดหน้าที่และการดําเนินงานเอกสารในกองบัญชาการกองทัพบก ฉะนั้น จึงให้นายทหารรับราชการและปรับระดับเงินเดือน รวม จํานวน 8 นาย
ผู้การไก่ พ.อ.ธนศักดิ์ มิตรภานนท์ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 6 (ผบ.ร.6) เข้ากรุ เป็น นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา
โดยให้ พ.อ.จักรพงศ์ จันทร์สุทธิประภา รอง ผบ.ร.6 ขยับเป็น ผบ.ร.6 แทน
พ.อ.วิชิต มักการุณ เสธ.ร.6 เป็นรอง ผบ.ร.6 พ.อ.สุรกิจ กาฬเนตร ผบ.ร.6 พัน 2เป็น เสธ.ร.6. แล้วให้ พ.อ.เกียรติศักดิ์ จารุวัตร รองเสนาธิการ กรมทหารราบที่ 6 เป็น ผบ.ร.6 พัน 2
พ.ท.ชนุดม ปรีวัน รองผู้บังคับการ กรมทหารพราน 23 (รอง ผบ.กรม ทพ.23) เป็น รอง เสธ.ร.6
พ.ต.ปรัชญา หล้าวิเศษ รอง ผบ.ร.6 พัน.3เป็น รอง ผบ.กรม ทพ.23 พ.ต.จิระกิจ จิตรภักดี รอง ผบ.รอง ผบ.ร.16 พัน.2 เป็น รอง ผบ.กรม ทพ.26
ทั้งนึ้ พันเอกธนะศักดิ์ ผบ.ร.6 และ สมาชิก สปท. บริจาคเงินเดือน สปท.3 ล้าน ร่วมกับเจ้าของร้านวัสดุก่อสร้างในพื้นที่ บริจาค ปูน ทราย มาก่อสร้าง ปราสาทพระวิหารจำลอง บนผามออีแดง. แต่ทาง ทบ. อ้างว่า กต.ท้วงติง และอาจกระทบสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา จึงสั่งปิด ปราสาทจำลอง และย้าย พันเอกธนศักดิ์ ทั้งๆที่ปราสาทฯ นี้สร้างในดืนแดนประเทศไทย ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ 4.6 ตร.กม. แต่อย่างใด
ทั้งนี้ มีข่าวสะพัดในพื้นที่ ด้วยว่า เป็นความขัดแย้งภายใน ด้วย เหตุเพราะผู้การไก่ ไม่ได้รายงาน พลตรีสนธยา ศรีเจริญ ผบ.พล.ร.6 ก่อน แม้รายงาน พลโท วิชัย แชจอหอ แม่ทัพภาค2 และ เรียน บิ๊กปัอม พลเอกประวิตร รมว.กลาโหม แล้วก็ตาม

นายกฯ แฉ“แม่จ่านิว” พูดมากกว่าคำว่า“จ้า”โดน ม.112 เผย ตั้ง 8-9 ประโยค ที่เขียนมา ผมรับไม่ได้



นายกฯ แฉ“แม่จ่านิว” พูดมากกว่าคำว่า“จ้า”โดน ม.112 เผย ตั้ง 8-9 ประโยค ที่เขียนมา ผมรับไม่ได้ เขียนไปเรื่อยเปื่อย ยันไม่ได้เอาพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มารังแก
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่มีการจับกุมผู้มีข้อหากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ตำรวจมีการชี้แจงหลักฐานมาแล้ว มีสื่อไหนลงหรือไม่ ก็ไม่มีหรือมีนิดหน่อย ไปดูหลักฐานสิ ซึ่งผมเปิดเผยไม่ได้ ให้ไปดูในศาล โดยศาลจะตัดสินเอง ฉะนั้นอย่ามาบิดเบือนกัน จะเป็นคุณแม่หรือคุณลูกทั้งนั้น
"เจ้าหน้าที่ยึดคอมพิวเตอร์ไปตรวจนั้น ไม่ใช่แค่ “จ้า” คำเดียว แต่มีตั้ง 8-9 ประโยค และที่เขียนมา ผมรับไม่ได้ เขียนไปเรื่อยเปื่อย แล้วคนก็มาหาว่า ผมรังแก แล้วการเขียนแบบนั้นไม่ทำมันจะตายหรืออย่างไร เขียนว่าคนโน้นคนนี้
“ผมบอกแล้วรัฐบาลนี้ ผมไม่ยอมรับการหมิ่นพระบรมราชานุภาพ โดยเด็ดขาด ก็ทำมาตลอด พอเกิดปัญหา มาร่วมรับผิดชอบกับผมไหม มีแต่ติว่ากัน ทั้งๆที่รู้กฎหมายว่าอย่างไร การเปิดที่ต่างประเทศเขาทำอย่างไร เทคนิคการย้ายเป็นอย่างไร เขาทำกันแทบตายแล้วมาหาว่าไม่ทำอะไร
หาว่าเอาพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มารังแกคน กลายเป็นว่าคนทำความผิดถูกรังแก และกลายเป็นว่ารัฐบาลหวังผลทางการเมือง มันจะหวังทางการเมืองอะไร ผมไม่ได้หวังการเมือง ผมหวังให้ประเทศเดินหน้าไปได้ ให้ประชาชนมีงานทำ สร้างความสุขให้สังคม ไม่ใช่มีงานทำจากความขัดแย้ง แต่ถ้ามันไปไม่ได้จริงๆ วันหน้าลูกหลานก็อยู่ไม่ได้ เป็นเรื่องของพวกเธอ. ฉันไม่ยุ่งด้วย” นายกฯ กล่าว

โลกเตรียมรุมซักไทย ปมละเมิดสิทธิมนุษยชน กลางเวทียูเอ็น ปลัดยธ.นำคณะแจง

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกรณีในวันที่ 11 พฤษภาคม คณะผู้แทนไทยนำโดยนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) จะนำเสนอรายงานการทบทวนสิทธิมนุษยชนของประเทศตามกลไก Universal Periodic Review (ยูพีอาร์) รอบที่ 2 ในการประชุมคณะทำงานยูพีอาร์ สมัยที่ 25 ที่นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิสว่า เรื่องดังกล่าวจะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 10 พฤษภาคม เพื่อขออนุมัติหลักการท่าทีที่จะนำเสนอรายงานผลการปฏิบัติงาน ภายหลังประเทศไทยส่งรายงานตามกลไก ยูพีอาร์ รอบที่ 2 ให้แก่คณะมนตรีสิทธิมนุษยชน แห่งสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การรายงานครั้งนี้ไม่ได้เฉพาะเจาะจงประเทศไทยเพียงประเทศเดียว แต่เป็นการรายงานของทุกประเทศที่เป็นสมาชิก
“ที่ประชุม ครม.วันที่ 10 พฤษภาคม จะพูดคุยกันว่าเราจะชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนอย่างไร ผมคิดว่าสิ่งที่เรารายงานในที่ประชุมยูพีอาร์ล้วนเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในประเทศไทยจริงๆ หากดูตามแนวทางที่นายกรัฐมนตรีเคยกล่าวไว้ จะเห็นว่าเรื่องบางเรื่องต่างประเทศยังคงเข้าใจเราผิด โดยเฉพาะหลักการทางสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย เราก็คงจะถือโอกาสนี้อธิบายความข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น” พล.ต.สรรเสริญกล่าว
ทั้งนี้ นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) นำคณะประมาณ 30 คน จากไทย เพื่อรายงานและชี้แจง ในการประชุมทบทวนสิทธิมนุษยชนของประเทศตามกลไก Universal Periodic Review (ยูพีอาร์) รอบที่ 2 ในการประชุมคณะทำงานยูพีอาร์ แห่งคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 25 ที่นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้
สมาชิกสหประชาชาติ (ยูเอ็น) 14 ประเทศ ได้ยื่นคำถามเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในไทย ล่วงหน้า บางประเทศ อาทิ เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี ออสเตรเลีย นอร์เวย์ ได้เสนอคำถามเกี่ยวกับม.112
ต่อไปนี้คือบางส่วนจากคำถามที่ได้ยื่นล่วงหน้า
เบลเยียม
รัฐบาลไทยจะให้สัตยาบันในอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการป้องกันบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับที่ได้ลงนามไปเมื่อปี 2012 เมื่อใด? รัฐบาลไทยกำลังพิจารณาที่จะให้สัตยาบันในธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศหรือไม่?
รัฐบาลไทยพิจารณาที่จะยกเลิกคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558 และจะรับรองว่าพลเรือนทุกคนจะถูกพิจารณาคดีในศาลพลเรือนและจะได้รับการเคารพสิทธิในการพิจารณาคดีที่เป็นธรรมภายใต้กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ไอซีซีพีอาร์) หรือไม่?
รัฐบาลไทยพิจารณาที่จะตอบรับคำร้องขอในการเยือนจากคณะผู้เขียนรายงานพิเศษหรือไม่?
เบลเยียมยินดีที่กระทรวงยุติธรรมของไทยเริ่มดำเนินการเกี่ยวกับข้อกฎหมายที่น่าห่วงกังวลในการคุ้มครองนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน รัฐบาลไทยสามารถอธิบายถึงมาตรการคุ้มครองพิเศษดังกล่าวที่จะส่งผลและนำไปบังคับใช้อย่างไร?
สาธารณรัฐเช็ก
ไทยกำหนดกรอบเวลาที่จะให้การรับรอง อนุญาสัญญาป้องกันการทรมานและจัดตั้งกลไกระดับชาติเพื่อป้องกันการกระทำดังกล่าวหรือไม่
ไทยได้มีการดำเนินการที่จะยุติการข่มเหง สอดส่อง และการกระทำในรูปแบบต่างๆ ที่เป็นการข่มขู่คุกคามนักเคลื่อนไหวต่อสู้ด้านสิทธิมนุษยชนและการบังคับใช้มาตรการต่างๆ ที่มุ่งป้องกันการเกิดความรุนแรงและการก่ออาชญากรรมต่อบุคคลเหล่านั้นหรือไม่?
รัฐบาลไทยจะทบทวนกฎหมายเพื่อรับประกันการเคารพสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพในการชุมนุมภายใต้ไอซีซีพีอาร์หรือไม่?
ภายใต้มาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว คสช.ได้ดำเนินคดีผู้กระทำผิดต่อสถาบัน การก่อจลาจล ปลุกระดมฝูงชน สนับสนุนการแบ่งแยกและละเมิดคำสั่ง คสช.ในศาลทหารแทนศาลพลเรือน ในประเด็นนี้ไทยจะทบทวนแก้ไขกฎหมายเพื่อเป็นหลักประกันว่าพลเรือนทุกคนจะถูกพิจารณาคดีในศาลพลเรือนและได้รับสิทธิในการพิจารณาคดีด้วยความเป็นธรรม รวมถึงสิทธิในการประกันตัวภายใต้พันธกรณีของไทยที่มีต่อไอซีซีพีอาร์หรือไม่?
ขอให้รัฐบาลไทยช่วยให้รายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า ค่ายปรับทัศนคติ และหลักสูตรปรับทัศนคติ และการปฏิบัติตามพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศของไทย
ลิกเตนสไตน์
จากที่ไทยกลับมาพิจารณาจะเข้าร่วมในศาลอาญาระหว่างประเทศ หากเป็นเช่นนั้น ไทยจะมีขั้นตอนดำเนินการอะไรบ้างในการรับรองธรรมนูญกรุงโรมฉบับปี ค.ศ.2010
เนเธอร์แลนด์
กรณีการพิจารณาในศาลทหาร
มีพลเรือนกี่รายแล้วที่ถูกพิจารณาคดีในศาลทหารนับตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม ปี 2557 เป็นต้นมามีพลเรือนกี่รายที่ถูกเรียกตัวเข้าค่ายทหารหรือถูกเจ้าหน้าที่ทหารไปตรวจสอบยังบ้านพักนับตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม ปี 2557
กรณีเสรีภาพในการแสดงออก
รัฐบาลจะให้การรับรองอย่างไรว่าทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญจะสามารถแสดงออกซึ่งความคิดเห็นต่อสาธารณะได้โดยปราศจากความกลัวว่าจะถูกตอบโต้ด้วยกำลังทหารหรือถูกลงโทษ เพื่อเป็นหลัก ประกันว่าจะสามารถอภิปรายโต้แย้งได้อย่างเปิดเผยและอย่างกว้างขวางในช่วงเวลาก่อนหน้าที่จะมีการจัดลงประชามติว่าด้วยร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้

สหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์เหนือ
เหตุใดพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ จึงถูกนำมาใช้แทนที่จะเป็นกฎหมายหมิ่นประมาททางอาญา และ คณะตุลาการมีขอบเขตแค่ไหนในการใช้ดุลพินิจในคดีหมิ่นประมาท
แผนการใดที่รัฐบาลจะนำมาใช้เพื่อยุติการดำเนินคดีพลเรือนในศาลทหารและการกักตัวในที่คุมขังของกองทัพ และในการโอนย้ายคดีทั้งหมดของพลเรือนที่เผชิญการพิจารณาคดีต่อศาลทหารมายังศาลพลเรือน และเพื่อปรับแก้กฎอัยการศึกและพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร เพื่อป้องกันการดำเนินคดีพลเรือนในศาลทหาร
ไทยมีมาตรการอย่างไรในการสอบสวนและป้องกันการข่มเหงหรือทารุณกรรมต่อผู้ที่ทำงานในอุตสาหกรรมการประมงในอ่าวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงานอพยพ
แผนการใดที่ไทยจะนำมาใช้ในการในการสอบสวนกรณีการทารุณกรรมทางภาคใต้ที่มีการ กล่าวหาว่ากระทำโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง และหากข้อกล่าวหานั้นยังคงมีอยู่ จะมีมาตรการในการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างไร
สหรัฐอเมริกา
ขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยกเลิกข้อห้ามที่เกินกว่าเหตุในการแสดงออกถึงสิทธิพลเมืองและรับประกันถึงกระบวนการทางการเมืองที่เปิดกว้างและครอบคลุม ซึ่งยินยอมให้ทุกภาคส่วนของสังคมไทยมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ขอถามว่าไทยมีขั้นตอนอย่างไรในการรับรองว่าเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมโดยสงบจะได้รับการเคารพในช่วงก่อนหน้าที่จะมีการลงประชามติในร่างรัฐธรรมนูญในเดือนสิงหาคมนี้ และมีมาตรการเพิ่มเติมอย่างไรที่รัฐบาลจะดำเนินการให้ประชาชนทั่วไปสามารถอภิปรายหารือถึงคุณสมบัติของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้
ขอแสดงความกังวลต่อคำสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 13/2559 ในเรื่องการขยายขอบเขตอำนาจการดูแลความสงบเรียบร้อยภายในของกองทัพ เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเพิกถอนคำสั่งและจำกัดการใช้อำนาจการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในเหล่านี้ไว้กับหน่วยงานของพลเรือนที่เหมาะสม ขอถามว่ามาตรการใดที่ไทยนำมาใช้เพื่อป้องกันการใช้อำนาจที่มีการขยายขอบเขตเหล่านี้โดยมิชอบ และรับรองว่าไทยจะเคารพพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ
เรายังเป็นกังวลเกี่ยวกับข้อห้ามที่เกินกว่าเหตุในการรวมกลุ่มอย่างเสรี ซึ่งรวมถึงสิทธิในการประท้วง เช่นเดียวกับรายงานเรื่องการใช้แรงงานบังคับที่ยังคงมีอยู่ รวมถึงบนเรือประมงและอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหารทะเล ขอถามว่าไทยมีความคืบหน้าในการสอบสวน ดำเนินคดี และพิพากษาผู้กระทำความผิดรายบุคคลในเรื่องการใช้แรงงานบังคับมากน้อยแค่ไหน
เยอรมนี
เยอรมนียินดีที่ไทยให้ที่พำนักแก่ผู้อพยพ แต่ดูเหมือนมีความจำเป็นที่จะต้องให้สถานะทางกฎหมายแก่คนเหล่านี้ด้วย ดังนั้นแล้ว เราขอถามว่า ไทยมีความตั้งใจที่จะลงนามและให้สัตยาบันในอนุสัญญาเจนีวาว่าด้วยสถานะของผู้ลี้ภัย ค.ศ.1951 และออกกฎหมายกลางระดับประเทศที่ให้ความคุ้มครองทางกฎหมายที่เพียงพอต่อผู้อพยพ
สวีเดน
รัฐบาลไทยมีแผนการที่จะจัดการกับข้อกังวลต่อกฎหมายที่มีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ที่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก
ไทยยอมรับคำแนะนำในการพิจารณาสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของไทยครั้งแรกที่จะเชิญคณะทำงานด้านการบังคับสูญหายโดยไม่สมัครใจของสหประชาชาติ คำร้องขอดังกล่าวยังไม่ได้รับการตอบสนอง เมื่อใดจึงจะมีการยื่นคำเชิญนี้มาอย่างเป็นทางการ
ไทยมีมาตรการอะไรบ้างที่มีแผนจะดำเนินการเพื่อปฏิบัติตามข้อเสนอแนะของผู้เขียนรายงานพิเศษด้านสถานการณ์การค้ามนุษย์อย่างเต็มที่ รวมถึงการขจัดสื่อลามกอนาจารเด็กและการค้ามนุษย์ที่แสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจากเด็ก
นอร์เวย์
เรารับทราบว่าไทยได้ดำเนินการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ โดยมีคำร้องขอให้มีการเยือนของผู้เขียนรายงานพิเศษด้านการส่งเสริมและปกป้องสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกที่รอการตอบรับอยู่ ทั้งนี้ รัฐบาลไทยจะกำหนดวันที่ชัดเจนในการให้ผู้เขียนรายงานพิเศษเยือนไทยได้เมื่อใด
รัฐบาลไทยจะมีมาตรการอย่างไรในการยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ยังคงเกิดขึ้นในพื้นที่ขัดแย้งทางภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มีการรายงานเรื่องการทารุณกรรม การจำกัดเสรีภาพในการพูดและไร้ซึ่งการสอบสวนการหายตัวโดยถูกบังคับ
-รัฐบาลไทยจะมีมาตรการที่เป็นรูปธรรมอย่างไรในการนำพิธีสารปาเลร์โมไปปฏิบัติใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อที่จะได้ติดตามและดำเนินคดีกับบุคคลที่แสวงหาประโยชน์จากการค้ามนุษย์
สวิตเซอร์แลนด์
หลักปฏิบัติในการควบคุมตัวเพื่อปรับทัศนคติที่รัฐบาลไทยใช้คืออะไร รัฐบาลแน่ใจได้อย่างไรว่าหลักปฏิบัติในการปรับทัศนคติสอดคล้องกับพันธกรณีที่มีภายใต้ไอซีซีพีอาร์
รัฐบาลไทยจะรับประกันในหลักการที่จะไม่ส่งผู้อพยพและผู้ลี้ภัยกลับไปถูกดำเนินคดีในกรณีอย่างไร
สเปน
ภายใต้คำสั่ง คสช.ฉบับที่ 13/2559 การป้องกันและปราบปรามเจ้าหน้าที่จับกุมบุคคลโดยปราศจากคำสั่งศาลและเจ้าหน้าที่เหล่านี้ยังได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองจากการถูกดำเนินคดีหากปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้ รัฐบาลไทยจะป้องกันและมีบทลงโทษต่อเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามอำเภอใจอย่างไร
การใช้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต รัฐบาลไทยจะส่งเสริมบทบาทของนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนในการส่งเสริมการรับรู้ของสาธารณชนเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมอย่างไร ขณะเดียวกันรัฐบาลไทยมีกลไกอะไรที่จะจัดตั้งขึ้นเพื่อให้มีการเยียวยาเหยื่อที่ได้รับผลกระทบจากการถูกล่วงละเมิดดังกล่าวนี้อย่างมีประสิทธิภาพ และจะมีบทลงโทษบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการ กระทำผิดอย่างไร
เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ

ฟิลิปปินส์ได้ประธานาธิบดีคนใหม่ “โรดริโก ดูเตอร์เต”

ฟิลิปปินส์ได้ประธานาธิบดีคนใหม่ “โรดริโก ดูเตอร์เต”
แม้การนับคะแนนในการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ของฟิลิปปินส์จะยังไม่เสร็จสิ้นลงอย่างเป็นทางการ แต่เป็นที่แน่นอนแล้วว่า นายโรดริโก ดูเตอร์เต ฉายา “ดิกอง” นายกเทศมนตรีเมืองดาเวาวัย 71 ปี ผู้มีชื่อเสียงจากการปราบปรามอาชญากรรมจนราบคาบ จะได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่อย่างแน่นอนแล้ว หลังมีคะแนนนำทิ้งขาดจากคู่แข่งคนสำคัญ
คณะเจ้าหน้าที่ผู้จัดการเลือกตั้งระบุว่า ชาวฟิลิปปินส์ออกมาใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งครั้งนี้สูงถึงร้อยละ 81 ส่วนองค์กรเอกชน PPCRV ซึ่งทำหน้าที่จับตาตรวจสอบการเลือกตั้งในครั้งนี้ได้แจ้งว่า มีการนับคะแนนเสร็จสิ้นไปแล้วร้อยละ 90 ซึ่งในจำนวนนี้ นายดูเตอร์เตได้คะแนนเสียงถึง 14.8 ล้านคะแนน หรือราวร้อยละ 39 ของผู้ออกเสียงทั้งหมด ในขณะที่นายมาร์ โรซาสซึ่งเป็นคู่แข่ง ได้คะแนนเสียงเพียง 8.6 ล้านคะแนน ทำให้นายโรซาสได้ออกมาประกาศยอมรับความพ่ายแพ้ในครั้งนี้แล้ว
นายดูเตอร์เตกล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า เขาขอยอมรับชัยชนะในครั้งนี้ไว้ด้วยความถ่อมตนอย่างที่สุด แม้ว่าก่อนหน้านี้เขามีภาพลักษณ์ของนักการเมืองที่แข็งกร้าว โดยนายดูเตอร์เตเคยกล่าวระหว่างการหาเสียงว่า จะขจัดบรรดาอาชญากรและคนติดยาเสพติดให้หมดด้วยการสังหารหมู่ และหากรัฐสภาไม่เห็นด้วยกับเขาในเรื่องใดก็ตาม เขาก็จะสั่งยุบสภาเสีย
อย่างไรก็ดี ผลงานความสำเร็จในการปราบปรามอาชญากรรมของนายดูเตอร์เตในอดีต โดยเฉพาะที่เมืองดาเวาทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยอาชญากรรมมาก่อน ทำให้เขาเป็นที่ชื่นชอบของประชาชนชาวฟิลิปปินส์ ซึ่งปัจจุบันยังคงตกอยู่ในวังวนปัญหาความยากจนและการทุจริตคอร์รัปชัน