PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

แฉพฤติกรรมแก๊งมิจฉาชีพ “นักสัมมนา” กินฟรี – ขโมยอาหารกลับบ้าน – ล่าของที่ระลึก

ถ้าใครที่ได้อ่านหนังสือ“สดุดี (คนอื่น)” ของม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ตอนหนึ่งที่เขียนเรื่องประชุมผู้ถือหุ้น ได้กล่าวถึงปรากฏการณ์ที่แปลกมากว่า”มีคนซื้อหุ้น 100 หุ้นกันเต็มไปหมด ผมเองก็ซื้อหุ้น 100 หุ้นในบริษัทที่ผมสนใจ 10-20 บริษัทแล้วพยายามไปประชุม เพราะนึกว่าคนอื่นก็ทำอย่างนั้น แต่สงสัยเข้าใจผิด…มีหลายบริษัททำพลาดไป ตั้งใจเอาใจผู้ถือหุ้น เลี้ยงข้าวเลี้ยงอาหารอย่างดี แจกของชำร่วย… มีทานข้าวเช้า ถึงเวลาก็เชิญเข้าห้องประชุม ก็ไม่เข้ารอข้างนอก 2-3 ชั่วโมงก็ประชุมเสร็จ บริษัทมีแจกคูปองกินอาหารบุฟเฟ่ต์กลางวันอย่างจริงจังฟรีอีกด้วย ผู้ถือหุ้นเหล่านั้นไปนั่งกินกันเต็มห้องอาหาร จะว่าไปเขามาหาข้าวกินเฉยๆ… ผมลองคิดเล่นๆว่าถ้าปีหน้ามีคน 50,000 คน ซื้อคนละหุ้นแล้วมากินข้าว อยากรู้จริงๆว่าบริษัทจะทำอย่างไร…”
ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่มีแต่การประชุมผู้ถือหุ้นเท่านั้น ในช่วงที่ผ่านมาสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า ได้จัดงานสัมมนา โดยเปิดให้ผู้สนใจเข้าฟังฟรี เพื่อให้ผู้สนใจได้รับทราบข้อมูลข้อเท็จจริงในประเด็นต่างๆ ตามหัวข้อเสวนา ล่าสุดทางทีมงานได้รับแจ้งจากกลุ่มป้องกันนักสัมมนา (ตัวปลอม) เข้าร่วมงานสัมมนา โดยให้ข้อมูลพฤติกรรมพร้อมรายละเอียดทั้งชื่อและภาพ ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้จัดงานงานสัมมนาได้ระมัดระวังป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มนี้
สำหรับข้อมูลได้จากการรวบรวมประสบการณ์ตรงของผู้จัดงานหลายราย เจ้าหน้าที่โรงแรม และจากอดีตนักสัมมนาผู้กลับใจหลายราย โดยข้อมูลตามรายงานของกลุ่มที่ติดตามพฤติกรรมกลุ่มมิจฉาชีพนักสัมมนานี้ได้ระบุว่า ตามโรงแรมฯ ศูนย์ประชุมฯ หรือสถานที่จัดงานต่างๆ เมื่อมีการจัดงานสัมมนา งานเสวนา งานประชุมวิชาการ งานแถลงข่าว การฝึกอบรม ฯลฯ มักจะมีนักสัมมนาจำนวนมากแอบอ้าง เช่น เป็นผู้บริหาร ผู้จัดการ พนักงาน เจ้าของกิจการ ผู้ประกอบการ ที่ปรึกษา ผู้สื่อข่าว เป็นต้น ของบริษัทที่ตั้งชื่อขึ้นเอง ไม่มีตัวตน หรือถ้ามีตัวตนก็ไม่ได้เป็นพนักงานจริง หรือใช้เล่ห์กลทุกอย่างในการเข้ามาในงาน เพื่อเอาของที่ระลึก ถล่มกินของว่าง และถล่มกินอาหารกลางวันฟรี
“พฤติกรรมของคนกลุ่มนี้บางคนก็จะตักอาหารมาตุนมากๆ แล้วเลือกมุมที่นั่ง และหาจังหวะที่เหมาะสม แอบเทใส่ถุงที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าชนิดดูไม่ทัน เอากลับไปกินต่อที่บ้านและฝากคนที่บ้านอย่างมืออาชีพ ทำให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาตัวจริงอาหารไม่พอทาน จนผู้จัดงานและทางโรงแรมโดนตำหนิ ซึ่งนักสัมมนาคนอื่นเมื่อเห็นว่าทำแล้วปลอดภัย ไม่ถูกลงโทษ ไม่ถูกปรับ ก็จะทำบ้าง เพียงแค่อาศัยจังหวะ มุมที่นั่ง ความไว เวลาที่พนักงานเผลอไม่ทันเห็น บางครั้งถึงพนักงานจะเห็น ก็ไม่กล้าดำเนินการอะไร ได้เพียงแต่บอกให้เพื่อนพนักงานรับทราบเท่านั้น”
“บางคนตักอาหารมาตุนมากๆ เพื่อหาจังหวะในการเทใส่ถุง แต่ถ้าพนักงานจำหน้าได้ หรือเห็นผิดสังเกตแล้วมายืนจับตามองอยู่ใกล้ๆ ก็จะไม่กล้าเท พวกนี้ sense ไวมาก แต่บางคนก็ไม่สนใจ เพราะถึงเห็นก็ไม่กล้าทำอะไร สุดท้ายเมื่อกินอิ่มแล้วก็จะทิ้งผลงานเป็นอาหารที่ตุนไว้มากๆ บนโต๊ะอาหารให้ดูต่างหน้าเพราะกินไม่หมด เหล่านี้เป็นการสร้างความเสียหายให้กับผู้จัดงานและทางโรงแรม หรือเจ้าของสถานที่ เป็นอย่างมาก แต่บางคนจะไม่ใช้วิธีในการตักอาหารมาตุนมากๆ เพราะอาจโดนพนักงานจับตามอง จะใช้วิธีตักอาหารมาพอควร แล้วหาจังหวะเทใส่ถุง แล้วจะเดินตักอาหารใหม่อีก จะทำเช่นนี้ซ้ำๆ หลายๆ รอบ”
กลุ่มที่ติดตามพฤติกรรมกลุ่มมิจฉาชีพนี้ได้ระบุต่อว่า “งานไหน หากมีนักสัมมนาเข้ามามั่วเป็นจำนวนมาก ตอนปล่อยพักทานอาหารกลางวัน หรือพักเบรกช่วงเช้า จะสังเกตเห็นเหล่านักสัมมนาเดินอย่างเร่งรีบเรียงแถวเข้ามาตักอาหารเป็นกลุ่มแรก โดยจะแข่งกันจ้วงตักอาหารที่แพงๆ ดีๆ มาตุนกันมากๆ จนผู้เข้าสัมมนาตัวจริงที่เข้าแถวมาทีหลังไม่ได้กิน เหลือแต่อาหารที่ไม่ค่อยมีคนกิน หรือไม่อร่อย ปรากฎการณ์นี้นักสัมมนาบางคนที่ตักไม่ทันจะโกรธมาก และบ่นว่าเป็นปรากฎการณ์ แร้งลง”
นอกจากนี้ นักสัมมนาบางคน ถ้างานไหนเป็นงานครึ่งวันเช้าและกำหนดการไม่ได้ลงอาหารกลางวันไว้ ก็จะทำตัวเป็นกองหน้า เข้าไปลงทะเบียนเพื่อเอาของที่ระลึกก่อน แล้วรีบดูกำหนดในเอกสารที่แจก หากมีอาหารกลางวัน หรือมีการแจกคูปองอาหารกลางวัน ก็จะรีบโทรตามเพื่อนนักสัมมนามาสมทบอีกจำนวนมาก เพื่อกินอาหารกลางวันฟรี บางคนเวลาเบรค ชาซอง ครีมเทียมซอง น้ำตาลซอง ก็ไม่เว้น กวาดมือไปแต่ละครั้งจะรวบมาหลายๆ ซอง ถ้าเป็นชาซองจะชอบมาก เพราะราคาสูง แล้วเก็บใส่กระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต หรือกระเป๋ากางเกงดุจนักมายากล รวมทั้งกระดาษทิชชู (อย่างดี) ก็เก็บไปด้วย
นักสัมมนาบางคนเห็นของที่ละลึกที่แจกมีค่า เช่น กระเป๋าเอกสาร เสื้อยืด สมุดโน้ต แฟลชไดรฟ์ แก้วน้ำ กระติกน้ำ กระเป๋าผ้า ถุงผ้า เป็นต้น ก็จะเข้ามาวนลงทะเบียนใหม่ เพื่อเอาของที่ระลึกอีก โดยคิดว่าเจ้าหน้าที่ลงทะเบียนคงจำหน้าไม่ได้ หรือไปลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ท่านอื่น ถ้ามีหลายคน พร้อมกับโทรตามเรียกคนอื่นมาลงทะเบียนเอาของที่ระลึกด้วย
งานสัมมนาจัดโดยสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า
งานสัมมนาจัดโดยสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า
นักสัมมนาบางคนจะสำรองที่นั่งไว้หลายๆ ชื่อ โดยอาจมีชื่อจริง 1 ชื่อ นอกนั้นเป็นชื่อปลอมที่สมมติขึ้น ทำให้ที่นั่งเต็ม เพื่อวนเซ็นเอาของที่ระลึกมากๆ หรือถ้าได้รับเป็นคูปองอาหารหลายใบ ก็จะเอาไว้แจกพรรคพวกที่สำรองที่นั่งไว้ไม่ทัน หรือบางคนจะใช้ชื่อ-นามสกุลจริงในการสมัครลงทะเบียนอย่างน้อย 1 ชื่อ นอกนั้นจะใช้ชื่อ-นามสกุลปลอม เพื่อเผื่อไว้ว่า ในบางงานจะเบิกค่าเดินทางได้ ซึ่งจะเตรียมสำเนาบัตรประชาชนติดตัวไว้พร้อมตลอดเวลา เพื่อประกอบในการเบิก จึงจำเป็นต้องใช้ชื่อ-นามสกุลจริง หรือบางงานจะให้แสดงบัตรประชาชนในการลงทะเบียนด้วย เพื่อป้องกันการใช้ชื่อ-นามสกุลปลอมสมัครลงทะเบียนหลายชื่อ จะเห็นได้ว่า นักสัมมนาเหล่านี้จะมีการเตรียมพร้อมอยู่เสมอ
“บางคนวันไหนเจอหลายๆ งาน ก็จะสำรองที่นั่งไว้ทุกงาน แล้วออกจากบ้านแต่เช้าตรู่ ตระเวนไปทุกๆ ที่เพื่อเอาของที่ระลึก แล้วเลือกกินอาหารกลางวันในที่ที่ดีที่สุด บางกลุ่มวันไหนเจอหลายๆ งานก็จะสำรองที่นั่งไว้ทุกงาน แล้วกระจายกันไปในแต่ละงาน แล้วโทรบอกกันว่างานไหนให้ของที่ระลึกอะไรบ้าง ถ้างานไหนให้ดีก็จะแห่กันไปที่นั่น ถ้าให้ดีหลายๆ ที่ก็จะไปกันหลายๆ ที่ บางงาน หากมีการแจกของที่ระลึกที่มีค่า นักสัมมนาบางคนก็จะแข่งขันทำยอดเอาของที่ระลึก โดยใช้เล่ห์เหลี่ยมต่างๆ สารพัดแล้วเอามาอวดกัน ใครได้ของที่ระลึกมากๆ ก็จะถูกยกย่องว่าเป็นคนเก่ง แต่จะสร้างความเสียหายให้กับผู้จัดงานมาก”
บางคนไม่ได้สำรองที่นั่งไว้ก่อน แต่ทำฟอร์มเป็นมาแจ้งชื่อ เมื่อหาชื่อไม่พบ ก็จะมีข้ออ้าง เช่น ได้ส่งใบสมัครมาแล้ว, ลงทะเบียนออนไลน์แล้ว, คอนเฟิร์มกับเจ้าหน้าที่แล้ว เป็นต้น ผู้จัดงานก็มักจะให้ลงชื่อเพิ่ม เพราะคิดว่าเป็นความผิดพลาดของเครื่องแฟ็กซ์ หรือเช็คเมลที่ส่งมาได้ไม่ทั่วถึง และไหนๆ ก็มาถึงที่แล้ว ซึ่งใจดีแล้วคนพวกนี้ก็จะตอบแทนด้วยความเสียหายตามมาโดยไม่คาดคิด วิธีที่ดีที่สุดคือการปฏิเสธอย่างนิ่มนวลโดยให้เหตุผลว่าเต็มแล้ว ที่นั่งและคูปองอาหารมีจำนวนจำกัด เมื่อถูกปฎิเสธ ก็จะไปหาที่อื่นต่อทันที แต่บางคนก็จะเถียงชนิดหัวชนฝาเพื่อจะเข้างานให้ได้ ด่าจนเจ้าหน้าที่ร้องไห้เลยก็มี ในกรณีนี้ เจ้าหน้าที่ รปภ. จะเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุด
บางคน หากไม่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้ามาก่อน จะใช้วิธีเข้างาน หรือเอาของที่ระลึกดีๆ เพิ่ม โดยแกล้งทำเป็นเข้าไปดูรายชื่อ แล้วเซ็นชื่อคนอื่นแทน (ที่ยังไม่มา) จนเมื่อเจ้าของชื่อตัวจริงมาถึง จะเซ็นชื่อเพื่อลงทะเบียน ปรากฏว่ามีนักสัมมนาแอบอ้างเซ็นชื่อแทนให้แล้ว ต้องมีการขีดชื่อที่แอบอ้างเซ็นแทนนั้นทิ้ง แล้วเซ็นชื่อใหม่
บางคนหากวันที่ยังหางานไม่พบ ก็จะทำตัวเป็นหน่วยลาดตระเวน หรือกองหน้า ตระเวนไปตามโรงแรมต่างๆ ที่คิดว่าจะมีจัด โดยจะไปดูที่บอร์ดแจ้งรายชื่องานที่จัดเป็นอันดับแรก แล้ววิเคราะห์ว่างานไหนสามารถมั่วเข้างานได้บ้าง หากพบแล้วและลงทะเบียนหน้างานได้ หรือหาทางมั่วเข้างานได้ ก็จะโทรตามพรรคพวก
กลุ่มที่ติดตามพฤติกรรมกลุ่มมิจฉาชีพนี้ได้ระบุอีกว่า บางคนต้องการเป็นกูรูนักสัมมนา เพื่อให้เหล่านักสัมมนาด้วยกันยกย่องและนับถือ มีการติดตามหางานเองจากทุกๆ สื่อ และคอยถามข้อมูลจากนักสัมมนาด้วยกันว่าไปงานที่ไหนมาบ้าง มีแจกของที่ระลึกอะไรบ้าง หน่วยงานไหนเป็นคนจัด เลี้ยงข้าวดีไหม เจอนักสัมมนาใครบ้าง งานในวันต่อๆ ไปมีที่ไหนบ้าง เพื่อเป็นข้อมูลในเลือกไปงานในวันต่อๆ ไป
บางคนจะแอบมุดเข้าไปในห้องสัมมนาหรือห้องอาหารเลย แล้วแต่สถานการณ์และจังหวะที่เหมาะสม จะทำหน้านิ่งเหมือนคนทั่วไป ไม่สนใจอะไร ทำเนียนมาก โดยมีการประสานงานกับคนที่อยู่ในห้องแล้ว
กลุ่มที่ติดตามพฤติกรรมกลุ่มมิจฉาชีพนี้ได้ระบุต่อว่า “ในงานหนึ่ง ช่วงพักรับประทานอาหารกลางวัน ขณะที่กลุ่มนักสัมมนากำลังตะลุยถล่มกินอาหารกลางวันกันอย่างเต็มที่อยู่นั้น ก็มีนักสัมมนาอีกคนหนึ่งตักอาหารพูนจานเข้ามาร่วมโต๊ะด้วย มีนักสัมมนาคนหนึ่งทำหน้าสงสัยแล้วถามไปว่า เข้ามาได้อย่างไร งานนี้เขามีแจกคูปองสำหรับเข้าห้องอาหารด้วยนะ นักสัมมนาคนที่แอบมุดเข้ามาในห้องอาหารหัวเราะแล้วตอบไปอย่างภาคภูมิใจว่า เป็นแขกวีไอพี ไม่ต้องใช้คูปองหรอก”
หรือตัวอย่างอีกงานหนึ่ง ผู้จัดงานเปิดโอกาสให้ลงทะเบียนหน้างานได้ด้วย ปรากฏว่า เมื่อเวลาผ่านไป มีนักสัมมนาทยอยเข้ามาลงทะเบียนหน้างานอยู่เรื่อยๆ จนเอะใจว่า ทำไมอยู่ดีๆ มีคนสนใจเข้าร่วมงานมากผิดปกติ ทั้งที่แต่งตัวโทรมๆ คนแก่มากๆ ที่ไม่น่าจะเข้าร่วมงานแบบนี้แล้ว กว่าจะรู้ตัวว่าบุคคลเหล่านี้ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของงาน แอบอ้างเข้างานเพื่อหวังประโยชน์อย่างอื่น เช่น กินข้าวกลางวันฟรี กินของว่างฟรี เอาของที่ระลึก เข้ามาสังสรรค์กินข้าวฟรีกันอย่างสนุกสนาน เป็นต้น ซึ่งผู้จัดงานไม่คาดคิดว่า จะมีกลุ่มคนเข้ามาหากินในงานแบบนี้ ทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
กลุ่มที่ติดตามพฤติกรรมกลุ่มมิจฉาชีพนี้ได้แนะนำการป้องกันนักสัมมนาตัวปลอมด้วยการใช้เงื่อนไข 3 ประการ คือ 1. การจัดงานครึ่งวันบ่ายโดยไม่มีอาหารกลางวัน 2. แจกเฉพาะเอกสารประกอบงานสัมมนาเท่านั้น ไม่มีของที่ระลึก 3. มีการจัดของว่างเป็นชุดๆ โดยไม่ให้คีบเองเด็ดขาด รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่โรงแรม ซึ่งจะเห็นคนพวกนี้บ่อยๆ และได้เห็นพฤติกรรมที่ไม่ดีเป็นประจำ เป็นผู้ช่วยตรวจสอบ
หลายๆ คนในหลายๆ งาน เจ้าหน้าที่จัดงาน หรือเจ้าหน้าที่สถานที่ จำหน้าได้ว่าเป็นนักสัมมนา ไม่ใช่ผู้เข้าสัมมนาตัวจริง ไม่เกี่ยวข้องกับงาน แอบอ้างมาเพื่อถล่มกินฟรี เอาของที่ระลึกฟรี เพราะเห็นบ่อยมาก และมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ก็จะเชิญออกจากห้องประชุม หรือห้องอาหารเลย ซึ่งเป็นสิทธิของผู้จัดหรือเจ้าของสถานที่ ที่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งพวกนี้มักจะไม่เข็ด เว้นไปสักระยะ ให้เรื่องเงียบๆ ไป แล้วค่อยไปใหม่
“พนักงานห้องอาหารซึ่งยืนเก็บคูปองรับประทานอาหารกลางวันอยู่หน้าประตูจำหน้าได้ว่ามากันอีกแล้ว ซึ่งเห็นเกือบทุกวัน จึงพูดขึ้นว่า “มากันได้เกือบทุกวันเลยนะ ไม่มีอะไรทำกันหรือ” แต่พวกนี้ก็ไม่สนใจ”
บางคนทำเป็นหน้าดุ หน้าบึ้ง หน้าเคร่งขรึม เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่หรือเจ้าของสถานที่ที่สงสัยว่าเป็นนักสัมมนาเพราะเห็นหน้าบ่อย หรือเห็นพฤติกรรมที่ไม่ดี ไม่กล้าเข้ามายุ่ง สอบถาม หรือเชิญออกจากงาน ซึ่งเป็นกลยุทธ์ในการเอาตัวรอดอย่างหนึ่ง
บางคนทำเป็นแกล้งจดเลคเชอร์ในขณะฟัง เพื่อให้เจ้าหน้าที่หรือเจ้าของสถานที่ที่สงสัยว่าเป็นนักสัมมนา เปลี่ยนความคิดว่าไม่ใช่นักสัมมนา และไม่กล้าเข้ามายุ่ง ซึ่งเป็นกลยุทธ์ในการเอาตัวรอดอีกอย่างหนึ่ง
บางคนแต่งตัวมอซอออกจากบ้าน เมื่อไปถึงสถานที่จัดงานจะรีบตรงเข้าห้องน้ำทันที เพื่อเปลี่ยนชุดสำหรับเข้างาน เมื่อลงทะเบียนเอาของที่ระลึกและกินอาหารกลางวันเสร็จแล้ว ก่อนกลับ ก็จะตรงเข้าห้องน้ำอีกครั้ง เพื่อเปลี่ยนชุดมอซอเหมือนเดิม แล้วออกจากสถานที่จัดงาน
นักสัมมนาบางคนจะใช้งานสัมมนาเป็นที่สังสรรค์ระหว่างเพื่อนนักสัมมนาด้วยกัน เพื่อพบปะกัน กินข้าวกลางวันกัน แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน และมีนักสัมมนาหลายคนที่เป็นคู่สามีภรรยา ช่วยกันทำมาหากินจากงานสัมมนา ช่วยกันขโมยอาหาร หลอกล่อเอาค่าเดินทาง แยกกันไปลงทะเบียนในแต่ละงาน แล้วโทรบอกให้ไปสมทบในที่ที่ให้ของที่ระลึกดีๆ หรือที่เลี้ยงอาหารกลางวันดีๆ
นักสัมมนาเหล่านี้หางานได้เก่งมาก จากทุกๆ แหล่ง ทั้งจากเว็บไซต์ประชาสัมพันธ์งานต่างๆ เว็บไซต์ของหน่วยงานผู้จัดงาน เมล์เชิญร่วมงานจากผู้จัดงานที่เคยไปเข้างานในครั้งก่อนๆ รวมทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน จนแทบจะรู้เกือบทุกงานที่จะมีการจัดในแต่ละวันแต่ละโรงแรม กลุ่มคนพวกนี้มีระดับการแต่งตัวหลายระดับ ทั้งระดับ ดี พอใช้ แย่ แย่มาก ปะปนกันไป แต่มีระดับพฤติกรรมเพียง 2 ระดับคือ แย่ และแย่มาก
งานเสวนาจัดโดยสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า
งานเสวนาจัดโดยสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า
พวกที่ใช้เมลฟรี เช่น hotmail, gmail, yahoo ฯลฯ ในการสมัครเข้าร่วมงาน มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเป็นนักสัมมนา หากถามถึงเมลองค์กรที่ใช้ พวกนี้จะไม่มีให้
กลุ่มที่ติดตามพฤติกรรมกลุ่มมิจฉาชีพกล่าวย้ำว่า นี่คือภัยเงียบที่สร้างปัญหาให้กับผู้จัดงานและฝ่ายเจ้าของสถานที่อย่างไม่คาดคิด จึงขอแจ้งมาเพื่อโปรดมีมาตรการในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขความเสียหายที่จะเกิดขึ้นอย่างรัดกุมที่สุด ทั้งกับฝ่ายสถานที่ และผู้จัดงานฯ และทุกงานฯ ที่จะมีจัดในวันต่อๆ ไปในอนาคต อย่างสม่ำเสมอ หากเผลอหรือไม่ทันระวังตัวเมื่อไหร่ พวกนี้ก็จะตามมาสร้างความเสียหายเมื่อนั้นโดยไม่มีที่สิ้นสุด

รายชื่อ “นักล่า” งานสัมมนา

สำหรับรายชื่อนักสัมมนา เช่น
สมเกียรติ์ – คนมีอายุ ร่างสูงใหญ่ ผมขาว ชอบใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว (มอมแมมเล็กน้อย) บางครั้งมีสวมเสื้อแจ๊คเก็ตสีดำทับ กางเกงทำงาน เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ชอบขโมยอาหาร ชอบเดินสายเอาของที่ระลึก
นพสิทธิ์ – ชายอ้วน ผมน้อย ชอบใส่เสื้อแบบคาเมลสีเทา กางเกงมีหลายกระเป๋า เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ชอบลงทะเบียนหลายชื่อเพื่อเอาของที่ระลึกดีๆ หลายชิ้น ชอบเดินสายเอาของที่ระลึก กินเก่ง หางานเก่งมาก
กรวีร์สรวง – คนมีอายุ หัวล้าน ตาโปนเล็กน้อย ชอบใส่เสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีพื้น กางเกงทำงาน ท่าทางเหมือนนักบริหาร ดูดี มักได้เข้างานโดยไม่มีใครสงสัย เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว กินเก่ง ทำฟอร์มดี หางานเก่งมาก
บุญชัย – คนมีปานที่คอถึงคาง บางครั้งใส่แว่น หน้าดุ ร่างสูงใหญ่ ผมเรียบแปล้ ชอบใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์ รองเท้าแตะ ตักอาหารไม่เกรงใจใคร กินจุมาก คู่หูนายกรวีร์สรวง
กุลวดี – หญิงมีอายุ ไว้ผมสั้นขาวยาวถึงบ่า มักรวบผม ผมค่อนข้างขาว ใส่แว่น รูปร่างท้วม หน้าดุ เป็นภรรยานายสมเกียรติ์ ชอบขโมยอาหาร หางานเก่งมาก
บุรินทร์ – หนุ่มวัยกลางคน ใส่แว่น ไว้จอนค่อนข้างหนา ผมดำ ชอบใส่เสื่อเชิ้ตแขนยาว กางเกงทำงาน ชอบแอบมุดเข้างาน กินจุมาก หางานเก่งมาก
สุวรรณา วัฒนฯ – หญิงวัยกลางคน ตัวเล็ก ตาโปนเล็กน้อย ไว้ผมบ๊อบสั้น ย้อมผมดำ ชอบแอบมุดเข้างาน คอยถามงานกับทุกคน
วิชัย จิรนันท์ฯ – หนุ่มวัยกลางคน สูงผอม ผมสีเลา (ผมขาวปนดำ) ตาโหลเล็กน้อย หางานเก่งมาก
มาลี – หญิงมีอายุ ผมสีเลา (ผมขาวปนดำ) ไว้ผมยาวถักเปียยาวถึงกลางหลัง ชอบใส่ชุดทำงาน ดูดี มักได้เข้างานโดยไม่มีใครสงสัย หน้าดุ กินเก่ง ทำฟอร์มดี
ศรีนวล – หญิงมีอายุ ใส่แว่น ไว้ผมบ๊อบสั้น ย้อมผมดำ ตาโปนเล็กน้อย ชอบใส่ชุดทำงาน กินเก่ง ถามงานกับทุกคน หางานเก่งมาก
พีระพล – มีอายุ ผมน้อย ผมขาวปนเทา รูปร่างสูงใหญ่ ผิวคล้ำ ลักษณะหน้าตา รูปร่าง สีผิว คล้ายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ชอบใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีพื้น กางเกงทำงาน ท่าทางเหมือนนักบริหาร ดูดี มักได้เข้างานโดยไม่มีใครสงสัย เสียงดัง ชอบแอบอ้างว่าเป็นที่ปรึกษา ใช้นามบัตรปลอม เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ทำฟอร์มดี ทำเป็นคุยกับผู้สัมมนาตัวจริงเพื่อกลบเกลื่อนความผิด ชอบหลอกเอาค่าเดินทาง
จันทรา – เป็นภรรยานายพีระพล มีอายุ ผมยาว ย้อมผมดำ รูปร่างผอม ผิวขาว หน้าตาคล้ายตุ๊กตาบาร์บี้ (ตอนแก่) ชอบใส่ชุดทำงาน (สีดำ) ท่าทางเหมือนนักบริหาร เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ทำฟอร์มดี ทำเป็นคุยกับผู้เข้าสัมมนาตัวจริงเพื่อกลบความผิด ชอบหลอกเอาค่าเดินทาง หางานเก่งมาก
คู่สามีภรรยา วี กับ ต้อย – วี สามีผิวค่อนข้างคล้ำ ไม่อ้วนไม่ผอม ไม่สูงไม่เตี้ย ยังหนุ่ม ผมดำ หน้าตาดี แต่งตัวดี ชอบใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีทึบ กางเกงทำงาน ลักษณะเหมือนคนทำงาน ทำฟอร์มดี, ต้อย มีอายุมากกว่า ใส่แว่น ไว้ผมบ๊อบสั้น ผมย้อมดำ ผมมัน รูปร่างท้วม ค่อนข้างมีอายุ ใส่ชุดทำงาน ชอบใส่ผ้าปิดปากในห้องสัมมนา
เป็นต้น (และอีกมากมาย)
ทั้งนี้ลักษณะการแต่งตัวเหล่านี้อาจเปลี่ยนไป และมีการใช้ชื่อ-นามสกุลปลอม หากเจ้าตัวได้สืบทราบข้อมูลเหล่านี้แล้ว เพื่อไม่ให้โดนจับได้ว่าเป็นนักสัมมนา

วีระ ไม่เชื่อรธน.ปราบโกงได้ ยก เมืองไทยจับได้หลักฐานชัด ยังสรุปว่าไม่ผิด

เมื่อวันที่ 24 ก.ค. นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ได้โพสต์ความเห็นลงเฟซบุ๊ก “Veera Somkwamkid” เป็นภาพข่าวการทุจริต ของนาย รอด บลาโกเจวิก ผู้ว่าการรัฐอิลลินอยส์ ที่มีข่าวการทุจริต โดยระบุว่า
จำนักการเมืองอเมริกาคนนี้ได้ไหมครับ ตัวอย่างนักการเมืองอเมริกา ที่ใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งทุจริตคอร์รัปชัน ถูกจับได้ก็ยังปากแข็ง และพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองพ้นผิด ผมได้ตัดข่าวเกี่ยวกับการโกงเช่นนี้ เพื่อเก็บไว้เป็นข้อมูลและหลักฐาน ใช้ในการยืนยันว่าการโกง สามารถเกิดขึ้นได้ทุกแห่งในโลก ทุกประเทศมีเหมือนกันหมด จะแตกต่างกันก็คือ บางประเทศมีน้อย บางประเทศมีมาก และวิธีในการจัดการของแต่ละประเทศที่ไม่เหมือนกัน การจริงจังและความจริงใจในการแก้ปัญหาก็แตกต่างกัน
การโกงในอเมริกาหากถูกจับได้รอดยาก เพราะการบังคับใช้กฏหมายทำอย่างจริงจัง ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ที่สำคัญพลเมืองอเมริกัน ไม่ยอมให้ใครมาอยู่เหนือกฏหมาย ประธานาธิบดีหรือพรรคพวกของประธานาธิดี ถ้าถูกจับได้ว่าไปทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง จะถูกตรวจสอบทั้งทางกฏหมาย และทางสังคมอย่างไม่เห็นแก่หน้าใคร ตัวอย่างประธานาธิบดีนิกสัน ที่คนใกล้ชิดไปแอบดักฟังการประชุมของพรรคตรงข้าม ตัวประธานาธิบดียังต้องกระเด็นออกจากตำแหน่ง
แต่ของไทยถูกจับได้ไล่ทัน หลักฐานชัดเจนเห็นกันอยู่อย่างโทนโท่ แต่กลับสรุปว่าไม่ผิด แล้วจะให้เชื่อง่ายๆได้อย่างไรว่า ถ้ารับร่างรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงแล้ว การทุจริตคอร์รัปชันจะเบาบางไปจากสังคมไทย
ตัวอย่างที่ไม่เชื่อว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงนี้ จะปราบโกงได้จริงคือ ในขณะนี้รัฐบาลเผด็จการ คสช.ถูกกล่าวหาเรื่องทุจริตโกงกินอยู่หลายเรื่องหลายโครงการ แต่ไม่มีใครทำอะไรได้ ในอนาคตก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะมีการนิรโทษกรรมให้กับตัวเองไว้ล่วงหน้า ตามร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 279 หรือใครจะเถียง
counter

ไพศาล ชี้ คนไม่รับร่างฯมีสองพวก คืออยากก่อความรุนแรง กับ ให้รบ.อยู่ต่อยาวๆ

วันที่ 25 กรกฎาคม นายไพศาล พืชมงคล อดีตสมาชิกวุฒิสภาและกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 1 แสนคน แสดงความเห็นทางการเมืองวิเคราะห์ว่าคนที่ไม่ต้องการให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านมี สองจำพวกคือ 1.พวกที่ต้องการหาเรื่องก่อความรุนแรง เผาบ้านเผาเมือง ชวนต่างชาติมาแทรกแซง และ 2.พวกสนับสนุน คสช ต้องการให้นายกตู่ปฏิรูปให้เสร็จก่อนจะ5ปี-20ปีก็ได้
“ผ่านก็เตรียมเลือกตั้ง ไม่ผ่านก็ร่างใหม่ พวกที่ต้องการไม่ผ่านมีสองพวก 1.พวกที่ต้องการหาเรื่องก่อความรุนแรง เผาบ้านเผาเมือง ชวนต่างชาติมาแทรกแซง 2.พวกสนับสนุน คสช ต้องการให้นายกตู่ปฏิรูปให้เสร็จก่อนจะ 5ปี-20ปี ก็ได้ พวกหาเรื่องจะหาเรื่องทั้ง2ทางคือ ก. ถ้าผ่านก็จะหาว่าโกงแล้วลุกฮือเผาเมือง ข.ถ้าไม่ผ่านก็จะหาเรื่องว่าประชาชนไม่เอา คสช. แล้วจะฮือเผาเมืองขับไล่ดังที่ขู่ฟอดๆว่าจะเป็นแบบตุลาทมิฬ ดังนั้น คสช. รัฐบาล ประชาชน จึงต้องเตรียมรักษาความสงบปลอดภัยอย่างเฉียบขาด” นายไพศาลกล่าว

วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

เก๋งเสียหลักพุ่งชนศาลพระพรหมแยกราชประสงค์เจ็บ 6 ราย

เก๋งเสียหลักพุ่งชนศาลพระพรหมแยกราชประสงค์เจ็บ 6 ราย
Cr:ผู้จัดการ
เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งโตโยต้า โคโลน่า พุ่งชนศาลพระพรหมมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบคนขับเป็นหญิงมีอาการเกร็งฟุบอยู่ตรงพวงมาลัยรถ
วันนี้( 22 ก.ค.)เมื่อเวลา 20.15 น.เกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋ง โตโยต้า โคโลน่า สีฟ้า ทะเบียน พร 915 กทม.เสียหลักพุ่งเข้าชนศาลพระพรหมเอราวัณ บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 6 ราย โดยจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน และลุมพินี ซึ่งอยู่เวรอำนวยการบริเวณเต็นท์ด้านข้างศาลพระพรหมเอราวัณ ได้เข้าตรวจสอบหลังเกิดเหตุ พบว่าภายในรถพบคนขับเป็นหญิงทราบชื่ต่อนางคนึงนิจ เตโชฬาร อายุ 54 ปี มีอาการเกร็งและฟุบอยู่ตรงพวงมาลัยรถ โดยมีบุตรสาวอายุประมาณ 20 ปี นั่งมาด้วย




นอกจากนี้ ยังมีนักท่องเที่ยวที่เดินทางสักการะท้าวมหาพรหม ได้รับบาดเจ็บอีก 6 ราย ทราบต่อมาเป็นชาวอินโดนีเซีย 1.Mr.Janto Kurniawan อายุ 73 ปี รพ.จุฬา 2. Mr.Rosita Kumiawan อายุ 56 ปี รพ.จุฬาชาวสิงคโปร์ 1. Mrs.Ong Teo อายุ 70 ปี รพ.จุฬา 2.Miss.Ng Ican Leng อายุ 35 ปี รพ.จุฬา คนไทย นางคนึงนิจ เตโชฬาร อายุ 55 ปี รพ.ตำรวจ และชาวจีน Miss.lena Nong อายุ 81 ปี ส่งรพ.ตำรวจ ส่วนสาเหตุต้องรอการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่อีกครั้ง

วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ขมวดพิรุธ อผศ.ขุดคลองก่อนสรุป 'คนใน'ไม่ผิด! ‘อิศรา’คุ้ย-กก.สอบไม่เจอ?

“…หากผลสรุปออกมา ‘ค้านสายตา’ สาธารณชนอย่างนี้ ใครจะต้องรับผิดชอบ หรือจะปล่อยให้ผ่านไปกับสายลมเหมือนกับกรณีการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ... หากเป็นเช่นนั้นจริง คงไม่สามารถพูดว่า ‘ทหาร’ เข้ามาเพื่อ ‘ปฏิรูป-ปราบคอร์รัปชั่น’ ได้อย่างเต็มปากนัก…”
 PIC apsapsss 22 7 59 1
“เรื่องนี้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างขั้นตอนยื่นเรื่องต่อผู้บังคับบัญชาพิจารณา เบื้องต้นไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่จากองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) เกี่ยวข้อง โดยมีการสอบถามจากบริษัทเอกชนแล้ว คณะกรรมการฯ ยังไม่พบข้อมูลที่ชัดเจนในกรณีนี้”
เป็นคำยืนยันบางห้วงบางตอนจาก พล.ท.สวัสดิ์ ทัศนา รอง ผอ.อผศ. ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีร้องเรียนกลุ่มเอกชนเรียกรับหัวคิวในการขุดคลองของ อผศ. ทั่วประเทศ
เมื่อได้รับคำตอบมาเช่นนี้ อาจทำให้สาธารณชนคลางแคลงใจกับผลสอบดังกล่าวแน่นอน ?
เนื่องจากก่อนหน้านี้ที่กลุ่มธรรมาภิบาล และสำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ตรวจสอบและนำเสนอมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงองค์กรอิสระที่เข้าไปตรวจสอบอย่าง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ต่างพบความไม่ชอบมาพากลในการดำเนินโครงการดังกล่าว
โดยเฉพาะประเด็น เอกชนเข้าไปรับงานทำเอง (ซึ่งอาจขัดกับมติของคณะกรรมการสิทธิพิเศษฯ กระทรวงการคลัง ที่ระบุให้ อผศ. ต้องเป็นคนทำเอง) และปล่อยช่วงให้ผู้รับเหมารายย่อยในพื้นที่ทำต่อ มีการร้องเรียนเรื่องหักหัวคิวที่ถูกร้องเรียนอย่างหนัก มีการทำหนังสือไปยื่นถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และองค์กรอิสระต่าง ๆ ให้เข้าไปตรวจสอบด้วย
เพื่อขยายข้อเท็จจริงให้ชัดขึ้น สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org เรียบเรียงหลักฐาน-ข้อร้องเรียนต่าง ๆ ลงพื้นที่พิสูจน์ร่วมกับภาคประชาชน (กลุ่มธรรมาภิบาล) และข้อมูลจาก สตง. มานำเสนอให้เห็นกันอีกครั้ง ดังนี้
พล.อ.รณชัย มัญชุสุนทรกุล ผอ.อผศ. เคยให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอิศรา ระบุว่า ในการขุดคลองทั่วประเทศมีทั้งหมดประมาณ 1,300 สัญญา วงเงินรวมประมาณ 4,800 ล้านบาท โดยหน่วยงานรัฐที่ว่าจ้างมากที่สุดคือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย
ประเด็นอ้างปล่อยเอกชนเช่าเครื่องจักร 
กรณีนี้คณะกรรมการสิทธิพิเศษของหน่วยงานและรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลัง มีมติเห็นชอบให้สิทธิพิเศษแก่ อผศ. เมื่อช่วงปี 2556 ก่อนที่ประชุม คสช. จะมีมติอนุมัติตามกระทรวงการคลังเสนอเมื่อปี 2557 โดยประเด็นสำคัญที่ทำให้ อผศ. ได้รับสิทธิพิเศษคือ คณะกรรมการสิทธิพิเศษฯ ระบุว่า อผศ. มีเครื่องมือเพียบพร้อมในการทำงานขุดลอกแหล่งน้ำ และมีบุคลากรเพียงพอ
ทว่าข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบพบคือ อผศ. กลับทำสัญญาโดยอ้างว่าเช่าเครื่องจักรจากเอกชนเพื่อเข้าไปทำงานขุดคลองในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ
นอกจากนี้ พล.อ.รณชัย มัญชุสุนทรกุล ผอ.อผศ. เคยให้สัมภาษณ์ยืนยันสำนักข่าวอิศราว่า มีอุปกรณ์-เครื่องจักร ไม่เพียงพอจริง และไม่อยากจัดซื้อเพราะเกรงว่า ในปีงบประมาณต่อ ๆ ไป อาจไม่คุ้มค่า จึงใช้วิธีเช่าจากเอกชน
ประเด็น อผศ. ไม่ทำ แต่ให้เอกชนเข้าไปทำงานเอง
กรณีนี้เกิดจากการร้องเรียนของกลุ่มธรรมาภิบาลที่ยื่นต่อนายกรัฐมนตรี รวมถึงองค์กรอิสระต่าง ๆ โดยเบื้องต้นพบว่า ในหลายพื้นที่ที่ อผศ. เข้าไปรับงานขุดคลองนั้น แท้จริงแล้วเป็นการทำสัญญาให้เอกชนเข้าไปดำเนินการเอง โดยอ้างว่าปล่อยเช่าเครื่องจักร 
ขณะที่จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของสำนักข่าวอิศรา พร้อมกับผู้บริหาร อผศ. ใน จ.สุพรรณบุรี อย่างน้อย 2 แห่ง ได้รับข้อมูลยืนยันจากกลุ่มผู้รับเหมาว่า เข้ามาขุดคลองดังกล่าวเอง โดยมีการ ‘ดีล’ กันระหว่าง สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในจังหวัด กับ อผศ. และมีการคัดเลือกผู้รับเหมาให้เข้าไปทำ ก่อนที่จะมาทำเรื่องเบิกเงิน
ประเด็นการหักหัวคิว-กินส่วนต่าง
กรณีนี้พบว่า มีกลุ่ม ‘คุณนาย อ.’ ร่วมกับกลุ่ม ‘ส.จ.ผู้กว้างขวางในสุพรรณบุรี’ คือสองเอกชนรายใหญ่ที่เข้าไปทำสัญญาปล่อยเช่าเครื่องจักรให้ อผศ. นับหลายร้อยสัญญา โดยมีการดีลกันระหว่าง ‘บิ๊กใน อผศ.’ รายหนึ่งและ ‘บิ๊กใน ปภ.’ รายหนึ่ง ที่เป็นคนชงเรื่องให้ ปภ.จังหวัดทั่วประเทศ จ้าง อผศ. ขุดลอกคลอง
ทั้งนี้ปรากฏข้อเท็จจริงว่า อผศ. ไม่ได้ทำงานเอง แต่ปล่อยให้กลุ่มเอกชนทั้งสองรายปล่อยช่วงสัญญาให้ผู้รับเหมาในพื้นที่ทำต่อ โดยส่วนใหญ่เป็นการทำสัญญาปากเปล่า และกินหัวคิวประมาณ 30-40% ของทุกสัญญา 
นอกจากนี้ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียง ‘กลุ่มคุณนาย อ.’ และกลุ่ม ‘ส.จ.’ ยังปล่อยสัญญาให้กับกลุ่ม ‘เจ๊ ร.-เจ๊ น.’ โดยหักหัวคิวประมาณ 30-40% ของทุกสัญญา ก่อนที่กลุ่ม ‘เจ๊ ร.-เจ๊ น.’ จะนำมาปล่อยช่วงอีกครั้งให้กับผู้รับเหมาในพื้นที่ ทำให้กลุ่มผู้รับเหมาบางรายแทบไม่ได้กำไร หรือแทบไม่ได้เงินเลย หรือบางรายไม่ได้รับเงิน จนต้องมาทวงถามด้วยตัวเองที่ อผศ.
ทว่าเมื่อมาทวงถามกลับเจอ ‘บิ๊ก อผศ.’ รายหนึ่ง ระบุทำนองว่า ตอนนี้ยังไม่มีเงิน และ ‘ฉีก’ สัญญาดังกล่าวทิ้งต่อหน้า 
ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าว กลุ่มผู้รับเหมาหลายรายในหลายจังหวัดอ้างด้วยว่า ก่อนจะได้งานบางสัญญาต้องมีการจ่ายใต้โต๊ะให้กับ ‘บิ๊ก อผศ.’ คนดังกล่าวด้วย ?
ขณะเดียวกันในการนัดเคลียร์กันระหว่าง ผอ.อผศ. และคณะผู้บริหารระดับสูงใน อผศ. กับเอกชนกลุ่มที่ปล่อยช่วงต่อให้ผู้รับเหมาในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น พล.อ.รณชัย ระบุกลางวงประชุมเลยว่า เพิ่งทราบปัญหาเหล่านี้ ขณะที่กลุ่มผู้รับเหมารายย่อยในพื้นที่หลายรายไม่พอใจ เนื่องจากไม่ได้เงิน โดยมีเอกชนรายหนึ่งทิ้งวงประชุมหนีไปก่อนด้วย
ประเด็นการตรวจสอบของ สตง.
องค์กรอิสระที่เข้าไปตรวจสอบกรณีนี้มีอยู่ 2 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และ สตง. อย่างไรก็ดี ป.ป.ท. ยังคงไม่มีความคืบหน้าอะไรมากนักในการตรวจสอบ แต่ สตง. ตรวจสอบแล้วเบื้องต้นพบว่า โครงการนี้มีปัญหาหลายรูปแบบ ทั้งการส่งมอบงานล่าช้า การยกเลิกโครงการ การเรียกค่าปรับงาน รวมถึงปัญหา อผศ. ไปจ้างช่วงเอกชนในพื้นที่มาขุดคลองแทนด้วย
"จากการตรวจสอบข้อมูล สตง.พบว่ามีงานขุดคลองบางโครงการที่ อผศ. ไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการเอง แต่ไปว่าจ้างเอกชนในพื้นที่มาเป็นผู้ขุดแทน ซึ่งถือเป็นการดำเนินการที่ขัดต่อมติคณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษ กระทรวงการคลัง ที่กำหนดให้ อผศ. ต้องเป็นผู้ดำเนินการขุดคลองเอง ในการเข้าไปรับงานขุดคลองจากหน่วยงานราชการโดยใช้วิธิพิเศษ" แหล่งข่าวจาก สตง. ระบุ
ทั้งหมดคือเงื่อนปมชัด ๆ ที่ ผอ.อผศ. ยังคงไม่เคลียร์ แต่ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงขึ้นมาดำเนินการตรวจสอบ กระทั่งสรุปผลสอบมาว่า ‘คนใน’ ไม่มีความผิด ?
ทั้งที่มีการร้องเรียนมาอย่างโจ่งแจ้งจากบรรดากลุ่มผู้รับเหมาในพื้นที่หลายจังหวัดว่า บางงานกว่าจะได้มาต้องนำเงินไปจ่ายใต้โต๊ะให้กับ ‘บิ๊ก อผศ.’ รายหนึ่ง 
รวมถึงประเด็นการรับช่วงต่องานจากกลุ่ม ‘คุณนาย อ.-ส.จ.’ เพื่อมาทำต่อ แม้จะได้เงินน้อยกว่างบประมาณเดิมอย่างมากก็ตาม ซึ่งตรงนี้ทาง อผศ. ไม่ได้มีการระบุแต่อย่างใดว่าสอบไปถึงไหนบ้างแล้ว ?
ทั้งหมดคือข้อมูล-หลักฐานเชิงประจักษ์ ที่อาจเรียกได้ว่า การดำเนินงานขุดลอกแหล่งน้ำของ อผศ. ค่อนข้างไม่โปร่งใส !
ดังนั้น หากผลสรุปออกมา ‘ค้านสายตา’ สาธารณชนอย่างนี้ ใครจะต้องรับผิดชอบ 
หรือจะปล่อยให้ผ่านไปกับสายลมเหมือนกับกรณีการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ที่มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง 2 ชุด คือ ชุดแรกกองทัพบกตั้ง ผลสอบคือไม่พบความผิดปกติ ชุดสองศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริต (ศอตช.) ตั้ง ก็ยังไม่พบความผิดปกติ
หากเป็นเช่นนั้นจริง คงไม่สามารถพูดว่า ‘ทหาร’ เข้ามาเพื่อ ‘ปฏิรูป-ปราบคอร์รัปชั่น’ ได้อย่างเต็มปากนัก 

อาวุธของทัมป์คือลูกสาว



คนนี้น่าจะ “Make Trump Great Again” Ivanka Trump 34 ปี อดีตนางแบบ ปัจจุบันนักเขียนและนักธุรกิจ ลูกสาวจากภรรยาคนแรก (แม่ชื่อ Ivana เป็นเช็คโกสโลวาเกีย) เพิ่งพูดจบไปหมาด ๆ เป็นคนอาราธนาให้พ่อขึ้นพูดใน acceptance speech ที่ ‪#‎RNC‬ คลีฟแลนด์
บุคลิกของอิวังกาตรงข้ามกับพ่อ ไม่โผงผาง ประหยัดถ้อยประหยัดคำ “thoughtful” เขาว่าเป็นทายาทสืบทอดกิจการเรือธงของพ่อ ทั้งอสังหาริมทรัพย์และโรงแรม ในสปีชเธอเล่าว่าระหว่างที่เธอต่อเลโก้สร้างบ้านอยู่ริมโต๊ะทำงานของพ่อใน Trump Tower พ่อของเธอก็เอาหินดินทรายสร้างอาคารบ้านช่อง "When my father says that he will make America great again, he will deliver." ยืนยันว่าพ่อเธอทำได้แน่ (ถ้าเลือกเขาอะนะ)
อิวังกาถือว่าเป็นไพ่ใบเด็ด เพราะภาพลักษณ์ดี เป็นภาพด้าน enterprenerial เจ้าของกิจการของตระกูล Trump ที่สำคัญเป็น “ผู้หญิง เพราะทรัมป์มีจุดอ่อนด้านผู้หญิงมาตลอด แกอาจขุนแผนมีเมียมาก ปกครองเมียได้ แต่กับ voters ที่เป็นผู้หญิง เสียงไม่ดีเอาเลย ไม่ต้องแปลกใจที่คืนนี้อิวังกาพูดถึงเรื่อง “wage equality” และบอกว่าพ่อเธอไม่ได้พูดอย่างเดียวแบบนักการเมือง แต่ทำมาตลอดชีวิต “Politicians talk about wage equality, but my father made a practice for his entire career." เธอบอกว่าที่บริษัทพ่อเธอ ถ้าพนักงานหญิงมีลูกจะได้รับการสนับสนุน
ตอนนั้น ทรัมป์กล่าวหาว่าฮิลารี คลินตัน “playing women’s card” ดูเหมือนเที่ยวนี้เขาจะเอาไพ่ใบเดียวกันมาเล่น ท่าทางได้ผล สื่อลงข่าวการพูดของอิวังกากันครึกโครมเชียว เห็นว่าเธอเป็นขวัญใจของบรรดา Republican Millennial กันทีเดียว
Getting To Know Ivanka Trump http://n.pr/29smJ2A

เตือนThaiPBS แต่ขอช่วยดู ช่อง11. อย่ารังเกียจ



"นายกฯ" เตือน อีกครั้ง"ไทยPBS ” หากไม่ปรับเปลี่ยนเสนอข่าว ย้ำที่ผ่านมาหยิบแต่ปัญหาเล็ก ๆ มาตี แต่ไม่เสนอผลสำเร็จ ถาม เอางบประมาณมาทำ แต่ไม่เคยชมผม ยอมรับตัวเองชอบเสพข่าวลบ แต่ไม่อ่านก็โง่ตามไม่ทัน เปลี่ยน ผอ.ไม่มีผล เพราะข้างล่างยังเหมือนเดิม/ ขอดู ช่อง11 บ้าง อย่าไปรังเกียจ และคิดเพียงว่าเขาจะมาโฆษณาให้กับผมมันไม่ใช่ แต่เป็นกระบวนการสร้างการเรียนรู้ "
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวตอนหนึ่งในการเป็นประธานเปิดการประชุมประจำปี 2559 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ถึงการทำงานของสื่อมวลชนว่า ทุกวันนี้พอเห็นข่าว หรือรายการจากสถานีช่อง 11 ส่วนใหญ่ก็จะเปลี่ยนหนีทันที ขอร้องว่าให้ดูกันบ้างจะได้เห็นว่า รัฐบาลและหน่วยงานราชการทำอะไรบ้าง แค่ช่วงสั้น ๆ ช่วงพักละครก็ได้ จะได้รู้ว่ารัฐบาลทำงานมีสาระอะไรบ้าง
"อย่าไปรังเกียจ และคิดเพียงว่าเขาจะมาโฆษณาให้กับผมมันไม่ใช่ แต่เป็นกระบวนการสร้างการเรียนรู้ "
ในส่วนกรณีของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส วันนี้ก็จะต้องเอาสิ่งที่รัฐบาลทำไปเล่าให้ประชาชนฟังด้วย ถ้าเอาแต่ปัญหาที่มีอยู่มาตีผมอย่างเดียว มันจะเป็นไทยพีบีเอสได้หรือไม่
“อย่าลืมว่าไทยพีบีเอส เอางบประมาณมาจากไหน ผมไม่ได้บอกว่าจะต้องมาเข้าข้างผม แต่บอกว่าให้เอาสิ่งที่รัฐบาลทำไปนำเสนอบ้าง ซึ่งช่องอื่นเขาก็ทำ ไม่ใช่ว่าอะไรที่ทำสำเร็จก็ไม่พูด แต่ไปหยิบเอาปัญหาเล็ก ๆ เช่น ถนนเป็นรู เป็นร่อง มาเป็นปัญหาแล้วก็ไปถามประชาชนว่าคิดอย่างไร แล้วก็มาพูดว่าเป็นไปตามกฎเกณฑ์ของสถานี
"และไม่ว่าจะเปลี่ยนผู้อำนวยการกี่คนก็ยังเหมือนเดิม เพราะข้างล่างยังเป็นแบบเดิม คิดแบบเดิมหมด ควรจะช่วยคิดว่าประเทศจะแก้ปัญหาอย่างไร ผมให้ลูกน้องติดตามดู และไปแก้ปัญหาตลอด แต่ไม่เคยชมผมเลย แล้วก็ไปหาจุดบกพร่องใหม่มากลายเป็นว่ารัฐบาลไม่ได้แก้ปัญหา หมักหมมปัญหามาตลอดไม่ได้แก้หรือทำอะไรเลย
เดี๋ยวผมจะดูอีกซักที เดี๋ยวเถอะ แล้วเดี๋ยวก็จะกล่าวหาว่าผมไปวุ่นวายกับสื่อ แต่ถามว่าควรจะทำอย่างไรผมพูดหรือไม่ จะปล่อยให้เสรีอยากพูดอะไรก็พูดมันไม่ได้”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หนังสือพิมพ์บางฉบับก็เขียนติอย่างเดียว เคยเขียนมาอย่างไรก็เขียนมาตลอด ตั้งแต่เด็กจนแก่ ผมก็บ้าอ่านอยู่ได้ อ่านแล้วก็บ้า แล้วก็โมโห แต่ถ้าไม่อ่านก็โง่อีก ไม่ทันเขา แต่ยังไงก็ไม่ท้อ

บุกค้นบ้านเมียแอนดูร์

22 ก.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแอนดรูว์ แม็กเกรเกอร์ มาร์แชลล์ อดีตนักข่าวรอยเตอร์สและนักเขียนอิสระชาวสกอต ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่ประเทศเยอรมันนี ระบุว่าภรรยของเขา "พลอย-นพวรรณ บันลือศิลป์" อายุ 39 ปี นักข่าวรอยเตอร์สและเอ็นบีซี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. จำนวนกว่า 20 นาย นำหมายศาลอาญาที่ 113/2559 เข้าตรวจค้นบ้านพัก เพื่อตรวจค้นและยึดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรือโน๊ตบุ๊ค และเอกสารต่างๆ เพื่อหาหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิด เมื่อเวลา 06.00 น. วันนี้ (22 ก.ค.) ที่ผ่านมา
นายแอนดรูว์ ระบุในเฟซบุ๊กว่า "ภรรยาของผม เธอทำงานเป็นนักข่าวรอยเตอร์สและเอ็นบีที แต่ขณะนี้เธอกลับมาเยี่ยม "ชาร์ลี" ลูกชายวัย 3 ขวบที่กรุงเทพฯ และพลอยไม่เคยมายุ่งเกี่ยวกับงานของผมเลย ผมมั่นใจว่าผมทำงานโดยไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับเธอ เพราะมันจะเสี่ยงทั้งคู่ และเธอนั้นมีมุมมองทางการเมืองไทยที่แตกต่างไปจากผม และนี่ไม่ใช่เหตุผลทางการเมืองที่จะควบคุมตัวเธอ ดังนั้นหากตำรวจไทยเชื่อว่าผมทำผิดกฎหมายไทย พวกเขาควรจะจับกุมผมในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนตามกฎหมายระหว่างประเทศ ผมยอมรับไม่ได้ที่ผู้หญิงบริสุทธิ์คนหนึ่งถูกกระทำเช่นนี้ เพียงเพราะเธอแต่งงานกับผม"
ผู้สื่อข่าวรายด้วยว่า ก่อนหน้านี้ นายแอนดรูว์ ได้มีการโพสต์บทความจากเว็บไซต์ต่างประเทศแห่งหนึ่ง ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวของเขา ซึ่งเนื้อหาในเว็บไซต์ดังกล่าวมีลักษณะวิพากษ์วิจารณ์สถาบันเบื้องสูงของไทย
ความคืบหน้าล่าสุด รายงานข่าวแจ้งว่า พลอย นพวรรณ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไปสอบสวนที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) แล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“วิษณุ”แจง ม.44 พักงาน ขรก.เอี่ยวทุจริตล็อต 4 พิจารณารอบคอบแล้ว

เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 22 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีใช้คำสั่งมาตรา 44 สั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า ถือเป็นรายชื่อข้าราชการที่พัวพันการทุจริตล็อตที่ 4 ส่วนเรื่องการให้เงินเดือนหรือไม่นั้น มี 2 กรณี คือ 1.กรณีที่เป็นข้าราชการ เงินเดือนไปลดหรืองดไม่ได้ ฉะนั้นต้องถอยออกมาจากที่เดิมแล้วมีคนไปรักษา ซึ่งตำแหน่งยังอยู่ไม่หลุด โดยให้ดำเนินการตรวจสอบถ้าผลสอบออกมาไม่ผิดก็ขอให้รีบแจ้งมา จะได้รีบดำเนินการให้ และได้รับเงินเดือนทุกอย่างเหมือนเดิม แต่ไม่ได้เงินประจำตำแหน่ง แต่ในกรณีที่เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือเทศบาลนั้น ไม่มีเงินเดือน มีเพียงค่าตอบแทน ซึ่งเมื่อออกมาก็จะไม่ได้ในส่วนนี้ ตามกฎหมายของเขา แต่ข้าราชการยังมีเงินเดือน
เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตคำสั่งมาตรา 44 ดังกล่าวไม่มีรายชื่อของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. นายวิษณุกล่าวว่า ก็ไม่มีมาจะให้ทำอย่างไร เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าไม่เข้าข่าย นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ เพราะไม่ได้มีมา และเรื่องดังกล่าวสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ไม่เคยมาปรึกษาตน ไม่มีเรื่องนี้
เมื่อถามอีกว่า สตง. ยืนยันว่าเขาส่งมาที่ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) แล้ว นายวิษณุกล่าวว่า ก็เรื่องของเขา เยอะแยะไปคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ส่งมาสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ก็ส่งไป เมื่อพิจารณากันแล้ว ด้วยความละเอียด รอบคอบแล้วอาจจะไม่ได้ส่งมา และมีการเห็นชอบกันอย่างเป็นเอกฉันท์แล้ว ต้องบอกว่ามีหลายอย่าง ไม่ใช่ว่าพอไม่มีชื่อมาแล้วฟอกตัว แล้วหยุด ไม่ใช่แบบนั้น แต่เป็นเรื่องที่หากใช้มาตรการตามปกติได้ เราก็ให้ใช้มาตรการตามปกติ เราต้องคิดถึงบ้านเมืองอีก 2 ปีข้างหน้าหากไม่มีมาตรา 44 ประเทศไทยจะอยู่อย่างไร ต้องคิดถึงตรงนี้ว่าต้องอยู่ได้ ต้องมีระบบของมันอยู่ เพราะเมื่อใดที่จะใช้มาตรา 44 กับใครต้องตอบคำตอบ ไม่ใช่ตอบว่าผิดหรือไม่ผิด ทุจริตหรือไม่ทุจริต แต่ต้องตั้งคำถามว่าถึงขั้นใช้มาตรา 44 หรือไม่ ถ้าไม่ถึงขั้นเขาก็ไปดำเนินการเอง 
ทั้งนี้ กรณีผู้ว่าฯกทม. กระทรวงมหาดไทยก็ดำเนินการสอบสวนอยู่ เมื่อใดที่กระทรวงมหาดไทยเห็นว่าเหนือบ่ากว่าแรง ก็คงจะรายงานไป ศอตช.หรือรายงานตรงมาที่รัฐบาลก็ได้ ฉะนั้นอย่าไปเข้าใจว่ามีแค่นี้หรือไม่ เพราะไม่ใช่ยังมีอีกที่แยกย้ายกันสอบสวนอีก และบัญชีที่ส่งมาถึงตนไม่ได้มีแค่ 90 รายมีถึง 200 รายทั้งหมดที่ส่งมา แต่ตนได้ดูและพบว่าอีกประมาณ 100 กว่ารายเป็นเจ้าหน้าที่หรือข้าราชการระดับเล็ก ตั้งแต่ซี 3-7 จึงไม่จำเป็นต้องใช้มาตรา 44 เราจึงส่งรายชื่อไปยังผู้บังคับบัญชา โดยแนบข้อหาบอกไปด้วย เพื่อให้ไปสอบสวนกันเอง ซึ่งจะพักงานหรือไม่พักงานอยู่ที่อำนาจของผู้บังคับบัญชา
เมื่อถามอีกว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าคำสั่งมาตรา 44 มีรายชื่อนายกฯอบจ. ที่มีนามสกุลเดียวกับนักการเมือง มีการมองว่าเป็นการเมืองหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ใช่ นามสกุลใหญ่มีเยอะ อย่าไปเน้น 2-3 นามสกุล ขอให้ไปดูว่าข้อหาคืออะไร เจ้าตัวเขารู้ เมื่อถามย้ำว่า การดำเนินการดังกล่าว เพราะช่วงนี้เป็นช่วงใกล้ลงคะแนนเสียงประชามติหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ถ้าเอาตัวนั้นมาเป็นตัวแปร ยังมีอีกหลายจังหวัด

เป็นเพียงรับฟังเท่านั้น เผย 'ป๋าเปรม' รับฟัง คปป. ร้องปม ม.178 ในร่างรธน. แต่ไม่มีอำนาจ


หัวหน้า สนง.ประธานองคมนตรี เผย 'ป๋าเปรม' รับฟัง คปป. ร้องเรียนปม ม.178 ในร่างรธน. เท่านั้น แต่ไม่มีอำนาจ ด้านหมอกมลพรรณ ชี้มาตราดังกล่าว สุ่มเสี่ยงเสียดินแดน-ทรัพยากร เสี่ยงโยกย้ายสมบัติชาติให้กลุ่มทุนหรือต่างชาติได้สะดวกขึ้น
ที่มาภาพ เฟซบุ๊ก 'Kamolpan Cheewapansri'
เมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา เครือข่ายประชาชนปกป้องประเทศ (คปป.) นำโดย พ.ท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี ผู้ประสานงานพร้อมคณะ ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเรื่องและนำส่งสำนักงานประธานองคมนตรีต่อไป สำหรับเอกสารดังกล่าว ระบุว่า ต้องการสอบถามความเห็นในกรณีที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ มีชัย ฤชุพันธ์ เป็นประธานคณะกรรมการยกร่างฯ มีเนื้อหาในตามมาตรา 178
โดยระบุว่าหนังสือสัญญาเกี่ยวกับดินแดนการให้สัมปทานทรัพยากร หรือหนังสือสัญญาต้องยื่นผ่านรัฐสภา ซึ่งต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 60 วัน หากพิจารณาไม่เสร็จให้ถือว่ารัฐสภาเห็นชอบ ซึ่งการบัญญัติดังกล่าว สุ่มเสี่ยงต่อการเสียดินแดนและทรัพยากรของแผ่นดิน อีกทั้งเสี่ยงต่อการโยกย้ายสมบัติชาติให้กลุ่มทุนหรือต่างชาติได้สะดวกขึ้นหรือไม่

ด้าน พล.ท.พิศณุ พุทธวงศ์ หัวหน้าสำนักงานประธานองคมนตรี กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องไว้ ก็จะส่งเรื่องมาที่สำนักงานฯ เพื่อส่งต่อให้พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ต่อไป แต่ในเบื้องต้นขอเรียนให้ทราบว่า เป็นการบริหารจัดการของฝ่ายบริหาร เราไม่น่าจะเกี่ยวข้อง พล.อ.เปรม ไม่ได้มีอำนาจตรงนั้น คงเป็นการรับฟังจากเอกสารเท่านั้น
ที่มาภาพ เฟซบุ๊ก 'Kamolpan Cheewapansri'
สำหรับจดหมายของ คปป. ยังระบุว่า ม. 178 ตามร่างรัฐธรรมนูญ ดังกล่าว ยังเสี่ยงต่อการโยกสมบัติชาติให้กลุ่มทุนหรือต่างชาติได้สะดวกขึ้น นอกจากนั้น ทีมรัฐมนตรีและผู้บริหารพลังงานเป็นกลุ่มเดิมซึ่งสนับสนุนการแบ่งปันผลผลิตให้กับเอกชนมากกว่า
“ในมาตรา 178 ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียดินแดน ทางองมนตรีซึ่งเป็นผู้ถวายคำปรึกษา หรือถวายความเห็นต่อพระเจ้าอยู่หัวมีความเห็นอย่างไรต่อมาตรานี้ และจะมีการแก้ไขอย่างไร และ อยากทราบว่าองคมนตรีมีอำนาจเสนอปลดรายชื่อบุคคลต่างๆ ทั้งคณะกรรมการร่าง รธน. ครม. ผู้บริหารระดับสูงที่ไม่ได้คำนึงถึงประโยชน์ชาติได้หรือไม่ ทั้งนี้เครือข่ายมีความจำเป็นต้องมาร้องต่อท่าน เพราะไปทุกที่ก็ไม่ได้รับคำตอบ นอกจากนั้น การแสดงความคิดเห็นหรือเคลื่อนไหวในการเรียกร้องเพื่อผลประโยชน์ของชาติก็ถูกปิดกั้นด้วย พรบ.ชุมนุมในที่สาธารณะ คำสั่งคสช เป็นต้น” เอกสาร ระบุ

ไขปริศนา'ชายหมู'รอด ม.44 ลอต 4! 2 นายก อบจ.ดัง พี่'วราเทพ'-น้อง'อนุชา'โดนฟัน

"..ในกรณี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ นั้น  ล่าสุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าหน่วยงานต้นสังกัด ได้ลงนามในคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว และมอบหมายให้นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย แจ้งความดำเนินคดีอาญาและแพ่ง กับผู้ว่าฯ ข้าราชการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบริษัทที่ประมูลไปแล้ว ทางศอตช. จึงไม่ต้องดำเนินการอะไร"
piciidddferereerr22 7 16
ในบรรดารายชื่อข้าราชการและนักการเมืองท้องถิ่นจำนวน 60 ราย (ลอต 4) ที่ถูกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 43/2559 สั่งให้ระงับการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเข้าสู่กระบวนการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือสอบสวนเพื่อดําเนินการทางวินัยของหน่วยงานต้นสังกัดโดยเร็ว ตามที่สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org นำข้อมูลมาเสนอให้สาธารณชนได้รับทราบเป็นทางการไปแล้ว 
มีนักการเมืองท้องถิ่น 2 ราย ซึ่งเป็นเครือญาติกับนักการเมืองชื่อดังร่วมอยู่ด้วย คือ 
1. นายอนุสรณ์ นาคาศัย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท อําเภอเมือง จังหวัดชัยนาท 'น้องชาย' นายอนุชา นาคาศัย อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท พรรคไทยรักไทย และอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย
2. นายสุนทร รัตนากร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกําแพงเพชรอําเภอเมือง จังหวัดกําแพงเพชร 'พี่ชาย' นายวราเทพ รัตนากร อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 
สำนักข่าวอิศรา ได้รับการยืนยันข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ ในศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ว่า นักการเมืองถิ่นท้อง ใน 60 รายชื่อ ที่ถูกคำสั่งหัวหน้า คสช. ระงับการปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้ ส่วนใหญ่เข้าไปพัวพันคดีการจัดซื้อจัดจ้าง งานก่อสร้าง และเรื่องการใช้จ่ายเงินงบประมาณที่ไม่ถูกต้อง และถูกชี้มูลจากหน่วยงานตรวจสอบไปแล้ว แต่ต้นสังกัดยังไม่ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบสวนข้อเท็จจริงหรือทางวินัยอะไร
โดยในส่วนของ นายสุนทร รัตนากร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกําแพงเพชรอําเภอเมือง จังหวัดกําแพงเพชร ถูกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ชี้มูลความผิดเรื่องคดีการจัดซื้อรถยนต์ ตั้งแต่ช่วงปี 2556 
ส่วน นายอนุสรณ์ นาคาศัย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท อําเภอเมือง จังหวัดชัยนาท ก็ถูกสตง.ชี้มูลความผิดเช่นกัน จากกรณีการอนุมัติและเบิกจ่ายเงินงบประมาณ หมวดเงินอุดหนุนสนับสนุนสมาคมกีฬาจังหวัดชัยนาท ที่มีนายอนุสรณ์ เป็นนายกสมาคม เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพ ของสโมสรฟุตบอลจังหวัดชัยนาท ซึ่งมีนายอนุสรณ์เป็นผู้จัดการทีม และเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมแข่งขันชกมวยสากลระดับโลก รวมจำนวนเงิน 44,800,000 บาท 
นอกจากนี้ยังมีการเบิกจ่ายเงินจำนวน 10,070,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายโครงการมหกรรมรวมพลังสร้างสุขภาพในวันอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.)แห่งประชาติประจำปี 2554 ของอบจ.ชัยนาท ก็ไม่สามารถเบิกจ่ายได้เช่นกัน เนื่องจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นในจังหวัดสามารถดำเนินการได้เอง และหลายแห่งได้ดำเนินการอยู่ก่อนแล้ว
สตง. พิจารณาแล้วเห็นว่า การจัดแข่งขันกีฬาทั้งสองส่วนนี้ เป็นกีฬาเพื่อการอาชีพ ไม่ใช่กีฬา ที่ อบจ.ต้องส่งเสริม อบจ.ชัยนาท จึงไม่อาจเบิกจ่ายเงินงบประมาณสนับสนุนกีฬา สมาคมกีฬาจังหวัดชัยนาทได้ และการดำเนินการของนายอนุสรณ์เข้าข่ายการมีผลประโยชน์ทับซ้อนด้วย 
สตง.จึงทำหนังสือถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท ให้นำเงินจำนวน 54,870,000 บาท ส่งคืนคลัง อบจ.ชัยนาทด้วย และพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย หรือระเบียบแบบแผนที่ทางราชการกำหนด ตนเองตามควรแก่กรณี ในฐานะผู้มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารงบประมาณ แต่มิได้ดำเนินการบริหารงบประมาณให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ทางราชการกำหนด

(อ่านประกอบ : "ชัยนาท"ต้นแบบ "บุรีรัมย์"! สตง.เชือด "อบจ." ใช้งบขนคนเชียร์ทีมกีฬา "นักการเมือง" ,สั่งคุมเข้ม อบจ. เบิกเงินท้องถิ่นจัดแข่งฟุตบอลไทยลีก-ชิงแชมป์มวยโลก !!)

นอกจากนี้ อบจ.ชัยนาท ก็ยังถูกสตง.ตรวจสอบการใช้เงินงบประมาณในการจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างป้ายประชาสัมพันธ์อิเล็กทรอนิกส์รูปนก LED Full Color Display ขนาด 4 x 6 เมตร จำนวน 2 ป้ายราคาต่อป้าย 9 ล้านบาท เป็นเงินเกือบ 18 ล้านบาท ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีราคากลางสูงเกินจริงหรือไม่  และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติสำนักงาน จังหวัดชัยนาท (ป.ป.จ.ชัยนาท) ได้ติดตามเรื่องดังกล่าวอยู่เช่นกัน เนื่องจากมีการว่าจ้างในวงเงินสูง 
ส่วน นายสําเริง กิปัญญา ผู้อํานวยการโรงเรียนโสตศึกษาทุ่งมหาเมฆ ที่ถูกสั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่ด้วย เพราะเคยถูกชี้มูลเรื่องการทำเอกสารเบิกจ่ายเงินไม่ถูกต้องสมัยเป็น ผอ.โรงเรียน ในจังหวัดชัยนาท 
ส่วนข้อสงสัยของใครหลายคนว่า ทำไมถึง ไม่ปรากฎชื่อ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร ที่ถูกสตง.ชี้มูลความผิดโครงการประดับไฟ กทม. 39.5 ล้านบาท ไปแล้ว รวมอยู่ในบัญชีลอต 4 นี้ ด้วย 
แหล่งข่าวจาก ศอตช. มีคำอธิบายดังนี้ 
"อย่างที่บอกไปตอนต้นว่ารายชื่อข้าราชการและนักการเมืองท้องถิ่น 60 ราย เน้นบุคคลที่ถูกชี้มูลไปแล้ว แต่หน่วยงานต้นสังกัดยังไม่ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบสวนข้อเท็จจริงหรือทางวินัยอะไร"
"โดยในกรณี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ นั้น  ล่าสุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าหน่วยงานต้นสังกัด ได้ลงนามในคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว และมอบหมายให้นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย แจ้งความดำเนินคดีอาญาและแพ่ง กับผู้ว่าฯ ข้าราชการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบริษัทที่ประมูลไปแล้ว ทางศอตช. จึงไม่ต้องดำเนินการอะไร"
และนั้นเป็นที่มาว่าทำไมชื่อของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ จึงไม่ปรากฎรวมอยู่กับรายชื่อข้าราชการและนักการเมืองท้องถิ่น 60 ราย ในบัญชีลอต 4

"ประยุทธ"ยันกม.ไม่ละเว้นใครกรณี"สมเด็จช่วง"

22 ก.ค.59 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แจ้งข้อกล่าว สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (สมเด็จช่วง) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช คดีครอบครองรถหรูโดยไม่ถูกต้อง หลัง พระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จนฺทสาโร) หรือเจ้าคุณประสาร เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ขู่ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน ว่า กฎหมายเขาว่าอย่างไร เจ้าหน้าที่เขามีกฎหมายอยู่แล้ว ผิดกฎหมายก็ดำเนินการ ซึ่งดำเนินการได้เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น
ทั้งนี้ ตนคิดว่าคนไทยต้องเข้าใจ กฎหมายคือกฎหมาย ยกเว้นใครไม่ได้อยู่แล้ว ก็แค่สอบสวนเข้าสู่กระบวนการ ถ้าถูกหรือผิด ก็ว่ากันมาในกระบวนการ มันก็จบแล้ว ทำไมจะต้องมีปัญหามากนัก ก็ไม่รู้เหมือนกัน บ้านเมืองติดไปหมด เอาเถอะเรื่องอื่นอย่าถามตนเลย ตนไม่ตอบอีกแล้ว เรื่องเกี่ยวกับการเมืองตนเลิกตอบ พอแล้ว

กสม.เผยผู้ก่อจลาจลเผาเรือนจำปัตตานีเสียชีวิตแล้ว หลังเพิ่งถูกย้ายไปที่สงขลา

วันนี้ (22 กรกฎาคม) นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้โพสต์ในเฟซบุ๊กระบุว่า ได้ทราบข่าวอย่างไม่เป็นทางการว่า 1 ใน 2 แกนนำที่คาดว่าเป็นผู้ก่อจลาจลเผาเรือนจำปัตตานีที่ย้ายไปอยู่เรือนจำกลางสงขลาได้เสียชีวิตลง และว่า “เรื่องนี้ราชทัณฑ์ต้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน หากมีการเสียชีวิตจริง เพราะที่ผ่านมาราชทัณฑ์ยืนยันไม่มีเจ็บเพิ่ม ตายเพิ่ม” พร้อมใส่แฮชแทค ‪#‎RightToLIVE‬
ข้อความในเพจของนางอังคณา‪ กล่าวถึง ข้อกำหนดแมนเดล่า‬ ( ‪#‎MandelaRules‬) หรือมาตรฐานต่ำสุดในการดูแลผู้ต้องขังกรณีเกิดการเจ็บป่วย หรือเหตุฉุกเฉินไว้เพื่อเตือนความจำแก่ราชทัณฑ์
โดย ข้อกำหนด27‬ (1) ระบุว่า ในกรณีฉุกเฉิน ผู้ต้องขังทุกคนต้องได้รับการประกันว่าสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้โดยพลัน ผู้ต้องขังที่จำเป็นต้องได้รับการรักษา หรือการผ่าตัดเฉพาะทาง ต้องได้รับการส่งตัวไปยังหน่วยงานที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง หรือโรงพยาบาลของพลเรือน ในกรณีที่เรือนจำมีโรงพยาบาลของตนเอง โรงพยาบาลนั้นต้องมีบุคลากรและอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างเพียงพอ และมีศักยภาพที่จะให้การรักษา และดูแลอย่างเหมาะสมกับผู้ต้องขังที่ได้รับตัวมา
ขณะที่ข้อกำหนด71‬ (1) ระบุว่า ไม่ว่าจะมีกำรสอบสวนภายในหรือไม่ ผู้บัญชาการเรือนจำต้องรายงานข้อมูลโดยไม่ชักช้าเมื่อมีผู้เสียชีวิต สูญหาย หรือได้รับบาดเจ็บร้ายแรงระหว่างการควบคุมตัวต่อศาลหรือหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ ซึ่งเป็นอิสระจากผู้บริหารเรือนจำ และต้องสอบสวนโดยพลัน อย่างไม่ลำเอียง และอย่างเป็นผลเพื่อให้ทราบถึงพฤติการณ์และสาเหตุ ของกรณีที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม เกิดเหตุกลุ่มนักโทษภายในเรือนจำกลางปัตตานี รวมตัวกันเตรียมก่อจลาจลจนมีผู้เสียชีวิต โดยกลุ่มนักโทษระบุว่า มีการใช้มาตรการเข้มงวดมากเกินไป

สหรัฐจับ"เณรคำ"ได้แล้วDSIบอกอยู่ระหว่างประสานส่งตัว

22 ก.ค. 59 เมื่อเวลา 11.00 น. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอส) แถลงข่าวว่า ขณะนี้ดีเอสไอ ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ทางสหรัฐอเมริกาว่า ได้จับตัวนายวิรพล สุขผล หรืออดีตพระเณรคำ ไว้เรียบร้อยแล้ว โดยเป็นการประสานความร่วมมือระหว่างสำนักงานต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด กรมสอบสวนคดีพิเศษ และเจ้าหน้าที่ของทางสหรัฐอเมริกา ส่วนรายละเอียดจะแถลงข่าวเร็วๆ นี้
สำหรับนายวิรพล หรือเณรคำ เคยตกเป็นข่าวฉาว เมื่อปี 2556 กรณีปรากฎภาพในสื่อโซเชียลมีเดีย ขณะนั่งเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว และใช้ของใช้ราคาแพง จนนำไปสู่การขุดคุ้ยประวัติฉาวมากมาย อาทิ การใช้ชีวิตหรูหราด้วยการใช้สินค้าแบรนด์เนม มีรถยนต์หรูหลายสิบคัน บ้านพักหรูราคาหลายล้านบาททั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมไปถึงการล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี เป็นต้น
ต่อมาเณรคำถูกออกหมายจับในคดีฉกรรจ์ 5 ข้อหา ได้แก่ ข้อหาพรากผู้เยาว์ ข้อหากระทำชำเราเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี ข้อหาฉ้อโกงประชาชน ข้อหาฟอกเงิน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ก่อนหลบหนีไปกบดานอยู่วัดแห่งหนึ่งในเมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา