@ มีข้อมูลว่า หจก.ที่นายปฐมพลถือหุ้นอยู่ตั้งอยู่ในค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ
PR
วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2559
'อิศรา' ถาม 'แม่ทัพภาค 3' ตอบ! ไฉน หจก.ลูกพล.อ.ปรีชา จดทะเบียนตั้งในค่ายทหาร
@ มีข้อมูลว่า หจก.ที่นายปฐมพลถือหุ้นอยู่ตั้งอยู่ในค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ
'ปรีชา' บอกเพิ่งรู้ลูกใช้บ้านในค่ายตั้งบริษัท ด้านขาใหญ่ต้านโกงปัดจ้อปมนี้พัลวัน
'ปรีชา' บอกเพิ่งรู้ลูกใช้บ้านในค่ายตั้งบริษัท ด้านขาใหญ่ต้านโกงปัดจ้อปมนี้พัลวัน

ประธาน ป.ป.ช. ยันไม่หนักใจสอบครอบครัว พล.อ.ปรีชา แต่ต้องรอบคอบ
'วันชัย ตัน' เผยขาใหญ่ต้านคอรัปชั่น ปฏิเสธพูดปมลูกปรีชาพัลวัน

PPTV เปิดตัวละครใหม่ หจก. นำพล อินเตอร์เทรด
“ป.ป.ช.” เผย จะสอบ “น้องนายกฯ” ช้าเร็วตอบไม่ได้
“ป.ป.ช.” เผย จะสอบ “น้องชาย-น้องสะใภ้-หลานชาย” “บิ๊กตู่” ต้องทำตามขั้นตอน ช้าหรือเร็วตอบไม่ได้ ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของเรื่อง
งบการเงินมัด! หจก.‘ปฐมพล’ ปิกอัพ‘ซูซูกิ’1 คัน -ไม่มีที่ดิน อาคาร ฟันงาน 155.6 ล.
วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559
"ไก่อู"แจงคำสั่งให้คุมกรมประชาฯ
บิ๊กตู่ ลอยแพ บิ๊กติ๊ก เผยผมรักน้อง แต่ผมช่วยเขาไม่ได้

วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559
หัวอกชาวบ้านริมทางรถไฟ
กรมชลประทานประชุมบริหารจัดการน้ำ หลังอุตุนิยมวิทยาระบุ 26-29 ก.ย.59 จะมีฝนตกในภาคเหนือและอีสานล่าง
แผนแม่บทการปฏิรูป-ปรับปรุงโครงสร้างกลาโหม 10 ปี
ทั้งนี้งานความมั่นคงในปัจจุบัน มีความซับซ้อนเชื่อมโยงทุกมิติของสังคม ทั้งในและต่างประเทศ ความเข้าใจและตระหนักรู้เท่าทันร่วมกัน ต่อผลกระทบส่วนรวมและผลประโยชน์ชาติที่จะเกิดขึ้น เป็นเรื่องสำคัญที่ประชาชนทุกภาคส่วนมิอาจเพิกเฉย โดยจำเป็นต้องเรียนรู้ร่วมกันและต้องการ การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในทุกมิติงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นพลังที่สำคัญยิ่งของการนำมาซึ่งความมั่นคงของประเทศที่ยั่งยืน”
"บิ๊กตู่” ลั่น เขาไม่โง่หรอก
แต่อย่าไปเอาเรื่องที่เกิดขึ้นมาตีกันอีกว่าทางนี้ก็เป็น จะทำไปเพื่ออะไร” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
"นายกฯ” เผย เล่าสถานการณ์ไทยให้ผู้นำหลายๆประเทศฟัง เรากำลังเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตย ทุกคนก็ไม่ได้มีใครว่าอะไร
"พลเอกประวิตร" ยัน เห็นหน้า "ครม.ส่วนหน้า " แน่ 1 ต.ค. นี้ ไม่บอกจะมอบ "พลเอกอุดมเดช" ไปทำไร
กกต.เผยร่างกม.ลูก ส.ว. ให้ คสช. เฟ้น50คนเพิ่มโทษโกง
ข่าวการเมือง วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ.2559 16:51 น.
"สมชัย" เผย ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วย ส.ว.กำหนดประสบการณ์ 20 ด้าน ขณะให้ คสช. เลือก 50 คน พร้อมเพิ่มโทษเอาผิดผู้สมัคร-ฝ่ายการเมืองทุจริต มีสิทธิ์ถูกจำคุก เพิกถอนสิทธิ์สมัคร-สิทธิ์เลือกตั้ง 10 ปี
ความเคลื่อนไหวที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง วันนี้ มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา โดย นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง เปิดเผยว่า สาระสำคัญของร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นเรื่องของกระบวนการ วิธีการที่จะทำให้ได้มาซึ่ง ส.ว. 200 คน ตามมาตรา 107 ของร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติ โดยแบ่งเป็น 3 หมวด และกำหนดให้บุคคลที่จะเป็น ส.ว.ต้องมีความรู้ เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ในงานแต่ละด้าน เป็น 20 ด้านตามแนวความคิดของ กรธ. ซึ่งผู้สมัครแต่ละด้านสามารถยื่นสมัครได้เพียงด้านเดียวพร้อมค่าธรรมเนียม 500 บาท
โดยต้องผ่านการเลือกไขว้ตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ ซึ่งในระดับอำเภอคัดเลือกตัวแทนอำเภอละ 60 คน มี 928 อำเภอ ก็จะได้ตัวแทนระดำอำเภอ 55,680 คน และส่งรายชื่อไปยังจังหวัด 77 จังหวัด ดังนั้น เมื่อแบ่งเป็น 20 กลุ่ม ก็จะได้ตัวแทน 1,540 คน ก่อนเข้าสู่การคัดเลือกระดับประเทศกลุ่มละ 10 คน จาก 20 กลุ่ม รวมทั้งหมด 200 คน
ทั้งนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวของ กกต. มีจุดประสงค์ซึ่งการได้มาของ ส.ว. ภายใต้แนวคิด "หลากหลาย ได้คนดี ไม่มีบล็อกโหวต"
นายสมชัย ยังเปิดเผยถึงการดำเนินการเกี่ยวกับกรณีมีการร้องเรียน การคัดค้านการทุจริตการเลือก ส.ว. หรือ บทลงโทษ ว่า หากพบทุจริตให้ถือว่ามีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 2 หมื่น - 2 แสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง 10 ปี
อย่างไรก็ตาม ผู้ได้รับเลือกเป็น ส.ว. จำนวน 200 คน ตามบทเฉพาะกาลของร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 269 (ค) ได้บัญญัติให้ คสช. เลือกผู้ที่ได้รับเลือกเป็น ส.ว.จากบัญชีที่ กกต. ส่งไปนี้ จำนวน 50 คน และคัดเลือกรายชื่อสำรองไว้อีกจำนวน 50 คน โดยให้นำจำนวนที่เลือกจากบัญชีที่ กกต. ส่งไป 50 คน ไปรวมกับที่ คสช. จะเลือกอีก 200 คน รวมเป็น ส.ว. 250 คน ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดด้วย
///////////////
เปิดร่างกฎหมายลูกส.ว.กำหนดประสบการณ์ 20 ด้าน คสช.เลือก 50คน
เพิ่มโทษเอาผิดผู้สมัคร-ฝ่ายการเมืองทุจริต มีสิทธิโดนคุก 10ปี ซ้ำถูกเพิกถอนสิทธิสมัคร-สิทธิเลือกตั้ง 10 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมกกต.วันที่ 26 ก.ย.นี้ ที่ประชุมจะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ที่คณะทำงานของสำนักงานกกต.เสนอ โดยร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นฉบับสุดท้ายใน 4 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งระดับชาติ ที่กกต.ต้องส่งให้กรธ.พิจารณาต่อไป
ซึ่งสาระสำคัญของร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นเรื่องของกระบวนการ วิธีการที่จะทำให้ได้มาซึ่งส.ว 200 คนตามมาตรา 107 ของร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติ โดยแบ่งเป็น 3 หมวด คือ หมวดการได้มาซึ่งส.ว. หมวดการสืบสวน หรือไต่สวน และวินิจฉัย หมวดการควบคุมการเลือกและบทกำหนดโทษ และบทเฉพาะกาล โดยบุคคลที่จะเป็นส.ว.ต้องมีความรู้ เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ในงานแต่ละด้านนั้น
ร่างกฎหมายได้กำหนดเป็น 20 ด้านตามแนวความคิดของกรธ. คือ 1. ด้านการบริหาร ความมั่นคง หรือการต่างประเทศ 2. ด้านกฎหมาย หรือกระบวนการยุติธรรม 3. ด้านการบัญชี การเงิน การคลัง หรือการงบประมาณ 4. ด้านการศึกษาหรือวิจัย 5. ด้านการสาธารณสุข 6. ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 7. ด้านศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม วรรณกรรม การแสดง หรือการกีฬา 8. ด้านกสิกรรม หรือป่าไม้ 9. ด้านปศุสัตว์ หรือประมง 10. ด้านลูกจ้าง ผู้ใช้แรงงาน องค์กรลูกจ้าง หรือองค์กรนายจ้าง
11.ด้านคุ้มครองผู้บริโภค การสื่อสาร สื่อสารมวลชน 12. ด้านการประกอบการธุรกิจ การค้า หรือการธนาคาร 13 ด้านการประกอบการอุตสาหกรรม 14. ด้านการประกอบวิชาชีพ 15 ด้านสิ่งแวดล้อม ผังเมือง ที่อยู่อาศัย หรือการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 16.ด้านทรัพยากรธรรมชาติหรือพลังงาน 17. ด้านองค์กรชุมชน หรือประชาสังคม 18.ด้านผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส หรือสตรี 19. ด้านผู้ประกอบอาชีพอิสระ 20. ด้านอื่น ๆ
ซึ่งผู้สมัครแต่ละด้านต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา 108 ที่ร่างรัฐธรรมนูญกำหนดเป็นหลัก ยื่นลงสมัครได้เพียงด้านเดียวพร้อมค่าธรรมเนียม 5,000 บาท ห้ามหาเสียง ทำได้เพียงเอกสารแนะนำตัวเกี่ยวกับประวัติส่วนตัว การศึกษา ผลงานในการทำงาน โดยกกต.เป็นผู้เผยแผร่ให้เท่านั้น
ส่วนการเลือกกันเองตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด ประเทศจะใช้เวลาดำเนินการไม่เกิน 60 วัน โดย กกต.จังหวัดและ คณะอนุกรรมการประจำอำเภอที่มีการแต่งตั้งขึ้น จะดำเนินการเลือกระดับอำเภอ และระดับจังหวัด ส่วนกกต.กลางเลือกระดับประเทศ หนึ่งหน่วยเลือกตั้งจะประกอบด้วยผู้มีสิทธิลงคะแนนจำนวน 500 คนเป็นประมาณ ใช้หีบบัตรเลือกตั้ง 20 หีบ ผู้สมัครจะลงคะแนนเลือกให้ผู้สมัครกลุ่มอื่นได้กลุ่มละหนึ่งหมายเลข เกณฑ์ได้รับเลือก ผู้ได้คะแนนมากที่สุดเรียงลำดับลงมาตามจำนวนที่ต้องการในการเลือกของแต่ละกลุ่มแต่ละระดับเป็นผู้ได้รับเลือก ถ้ามีคะแนนเท่ากันในลำดับที่ทำให้เกินจำนวนที่จะพึงมีในแต่ละกลุ่มแต่ละระดับให้ใช้การจับสลาก และการเลือกในระดับอำเภอ ระดับจังหวัดใช้เวลาระดับละ 15 วัน ระดับประเทศ 7 วัน
ระดับอำเภอ เมื่อดำเนินขั้นตอนการสมัคร ตรวจสอบคุณสมบัติ ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสมัครแล้ว หากผู้สมัครกลุ่มใดใน 20 กลุ่มมีจำนวนเกินกว่า 5 คน จะทำ 2 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนแรกให้ผู้สมัครเลือกกันเองในกลุ่มให้เหลือผู้สมัครกลุ่มละ 5 คน และขั้นตอนที่ 2 ให้ผู้ที่ผ่านการคัดกรองกันเอง 5 คนของแต่ละกลุ่ม ไปเลือกผู้สมัครในกลุ่มอื่น 19 กลุ่มที่เหลือ หรือที่เรียกว่า "เลือกไขว้" โดยแต่ละคนมีสิทธิลงคะแนนเลือกผู้สมัครในกลุ่มอื่นได้กลุ่มละหนึ่งหมายเลข เพื่อให้ได้ผู้สมัครที่ได้รับคะแนนมากสุดเรียงลำดับลงมาจำนวน 3 คนในแต่ละกลุ่ม
ดังนั้นหนึ่งอำเภอเมื่อคัดเลือกได้ผู้สมัครที่เป็นตัวแทนกลุ่มละ 3 คนจาก 20 กลุ่ม ก็จะได้ผู้สมัครที่ได้รับเลือกเป็นตัวแทนอำเภอๆละ 60 คน ประเทศไทยมี 928 อำเภอ ก็เท่ากับว่าจะได้ผู้สมัครส.ว.ที่ได้รับเลือกเป็นตัวแทนระดับอำเภอ 55,680 คน โดยคณะอนุกรรมการฯจะประกาศรายชื่อผู้สมัครที่ได้รับเลือกในระดับอำเภอไว้ที่ว่าการอำเภอให้ประชาชนตรวจสอบพร้อมส่งรายชื่อดังกล่าวให้กับกกต.จังหวัด ซึ่งทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการเลือกส.ว.ประจำจังหวัดนำเข้าสู่กระบวนการเลือกระดับจังหวัด
การเลือกในระดับจังหวัดนั้น เมื่อนำผู้สมัครที่ได้รับเลือกเป็นตัวแทนระดับอำเภอ 55,680 คน มาแยกเป็น 20 กลุ่มก็จะได้ผู้ที่ได้รับเลือกเป็นตัวแทนระดับอำเภอกลุ่มละ2,784 คน ไปลงคะแนนเลือกผู้สมัครในกลุ่มอื่น 19 กลุ่มที่ไม่ใช่กลุ่มของตน โดยเลือกให้เหลือกลุ่มละ 3 คน เป็นผู้ได้รับเลือกในระดับจังหวัด ซึ่งทั้งประเทศมี 77 จังหวัด ดังนั้นใน 20 กลุ่ม ก็จะได้ผู้สมัครที่ได้รับเลือกเป็นตัวแทนจังหวัดรวม 4,620 คน รายชื่อดังกล่าวจะถูกส่งให้กกต.กลางดำเนินการเลือกในระดับประเทศ ซึ่งเมื่อแบ่งเป็น 20 กลุ่มก็จะมีผู้ที่ได้รับเลือกเป็นตัวแทนระดับจังหวัดในแต่ละกลุ่ม 231 คน ไปลงคะแนนเลือกผู้สมัครในกลุ่มอื่น 19 กลุ่มที่ไม่ใช่กลุ่มของตนให้เหลือกลุ่มละ 10 คน เป็นผู้ได้รับเลือกในระดับประเทศจาก 20 กลุ่มรวม 200 คน
ซึ่งหากกกต.เห็นว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริต ไม่มีการคัดค้านก็จะประกาศรายชื่อผู้ได้รับเลือกตามลำดับคะแนน 10 อันดับในแต่ละกลุ่ม 20 กลุ่มจำนวน 200 คน เป็นผู้ได้รับเลือกเป็นส.ว. พร้อมจัดทำบัญชีสำรองของผู้ผ่านการคัดเลือกไว้บัญชีละ 10 รายชื่อ เผื่อกรณีที่สมาชิกภาพของส.ว.ในกลุ่มใดสิ้นสุดลงก่อนครบวาระ 5 ปี ก็จะไม่ต้องมีการเลือกใหม่ แต่ให้เลื่อนจากบัญชีสำรองในแต่ละกลุ่มได้เลย
ขณะที่การดำเนินการเกี่ยวกับกรณีมีการร้องเรียน การคัดค้านการทุจริตการเลือกส.ว. หรือบทลงโทษนั้นส่วนใหญ่จะเหมือนกับที่บัญญัติในร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. มีเพิ่มในส่วนผู้ใดกระทำการสนับสนุนให้บุคคลเข้าหรือไม่เข้ารับการสมัครเพื่อประโยชน์ในการลงคะแนนให้แก่ตน หรือผู้สมัครอื่น หรือลงสมัครเพื่อการเลือกโดยมีผลประโยชน์ตอบแทน รวมทั้งกรรมการบริหาร ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นใดในพรรคการเมือง ส.ส. ผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองผู้ใด กระทำการโดยวิธีใดที่เป็นการช่วยเหลือให้ผู้สมัครได้รับเลือกเป็นส.ว หรือผู้สมัครคนใดยินยอมให้บุคคลเหล่านี้ช่วยเหลือเพื่อให้เป็นส.ว. อีกทั้งผู้ใดกระทำการให้ สัญญาว่าจะให้ จัดเลี้ยง ใช้อิทธิพล เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนๆ ให้แก่ตน หรืองดเว้นลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครใด ให้ถือว่ามีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่สองหมื่น-สองแสนบาทและให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี
อย่างไรก็ตามผู้ได้รับเลือกเป็นส.ว.จำนวน 200 คนดังกล่าว ตามบทเฉพาะกาลของร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 269 (ค) ได้บัญญัติให้คสช.เลือกผู้ที่ได้รับเลือกเป็นส.ว.จากบัญชีที่กกต.ส่งไปนี้ จำนวน 50 คน และคัดเลือกรายชื่อสำรองไว้อีกจำนวน 50 คน โดยให้นำจำนวนที่เลือกจากบัญชีที่กกต.ส่งไป 50 คนไปรวมกับที่คสช.จะเลือกอีก 200 คน รวมเป็นส.ว. 250 คนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดด้วย
///////////////
วันเสาร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2559
2บ.ทำอีเว้นท์
2บ..ทำอีเวนท์-พีอาร์ท่องเที่ยวคืนความสุข ปชช. สนง.จังหวัดนนท์ 20 ล. พบ “หุ้นใหญ่”ทำธุรกิจรับเหมา “อนุพงษ์ เผ่าจินดา”ร่วมเป็น กรรมการปี 55-57 “บิ๊กป๊อก”เซ็นค้ำประกันหนี้ 258.9 ล้าน
กรณีสำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รายงานว่า ผู้รับเหมาจัดงานโครงการลูกท่งแสนสุขจังหวัดนนทบุรี ปี 2557 (คืนความสุขประชาชนบริเวณท่าน้ำนนท์) โดย สำนักงานจังหวัดนนทบุรี สำนักปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ว่าจาง บริษัท ครีเอท อินเทลลิเจ้นซ์ จำกัด วงเงิน 10 ล้านบาท เมื่อ 11 ก.ย. 57 และ โครงการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวประเพณีและวัฒนธรรมจังหวัดนนทบุรีผ่านสื่อประชาสัมพันธ์และสื่อดิจิตอลประจำ ปี 2557 โดย บริษัท อาร์เอ็นวีซัพพลาย จำกัด เป็นผู้รับจ้าง วงเงิน 10 ล้านบาท 12 ก.ย. 57 ซึ่งทั้งสองบริษัทมีกรรมการและผู้ถือหุ้นกลุ่มเดียวกัน คือนายชาญชัย พาณิชยารมณ์ และ นายสมหมาย ฆ้องอินต๊ะ (อ่านประกอบ: จว.นนท์จ้าง 2 บริษัทจัดอีเวนท์-พีอาร์ท่องเที่ยว 20 ล.-พบผู้ถือหุ้น“กลุ่มเดียวกัน”)
ล่าสุดพบว่าเอกชนทั้งสองรายเป็นเจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในบริษัท พฤกษาพรรณ พัฒนา จำกัด มี ชื่อ “อนุพงษ์ เผ่าจินดา” เป็นกรรมการ
ทั้งนี้ บริษัท พฤกษาพรรณ พัฒนา จำกัด เดิมชื่อ บริษัท แอล.เอ.โอ. กรุ๊ป จำกัด จดทะเบียนวันที่ 7 ก.ค.42 มีนายวิสูตร เอี้ยวศิริกูล นายเอกชัย เอี้ยวศิริกูล นายสรศักดิ์ เอี้ยวศิริกูล นายชาญชัย พาณิชยาภรณ์ นายพัลลภ กิมแห เป็นผู้ก่อตั้งและร่วมกันถือหุ้น
10 ม.ค.50 บริษัทดังกล่าวได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท พฤกษาพรรณ พัฒนา จำกัด มี นายชาญชัย พาณิชยารมณ์ และ นายสมหมาย ฆ้องอินต๊ะ เป็นกรรมการ สำนักเลขที่ 187/1 หมู่ที่ 1 ต.ธรรมศาลา อ.เมือง จ.นครปฐม
11 ก.ย. 55 นายชาญชัย พาณิชยารมณ์ ลาออก จากกรรมการ “นายอนุพงษ์ เผ่าจินดา” เป็นกรรมการ แทน ร่วมกับ นายสมหมาย ฆ้องอินต๊ะ สำนักงานเลขที่ 311/3 หมู่ที่ 3 ต.ลำพยา อ.เมือง จ.นครปฐม
อย่างไรก็ตาม ในเอกสารการจดทะเบียนต่อนายทะเบียนเพื่อเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัทฯนั้น ได้กรอกข้อมูลกรรมการเข้าใหม่ว่า "นายอนุพงษ์ เผ่าจินดา (มิได้ระบุว่ายศ พลเอก)อายุ 63 ปี สัญชาติไทย อยู่บ้านเลขที่ 77/19 หมู่ที่ 7 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ" มีนายสมหมาย ฆ้องอินต๊ะ เป็นกรรมการผู้จดทะเบียนต่อสำนักงานนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท จังหวัดนครปฐม เมื่อ 1 ต.ค.55
20 ธ.ค.55 นายสมหมาย ฆ้องอินต๊ะ ลาออกจากกรรมการ นายชาญชัย พาณิชยารมณ์ เข้ามาเป็นกรรมการแทน ร่วมกับ นายอนุพงษ์ เผ่าจินดา
9 ก.ค.57 นายอนุพงษ์ เผ่าจินดา ลาออก และนายสมหมาย ฆ้องอินต๊ะ เข้ามาเป็นกรรมการแทนร่วมกับ นายชาญชัย พาณิชยารมณ์ มีนายสมหมาย ฆ้องอินต๊ะ และ นายชาญชัย พาณิชยารมณ์ ถือหุ้นใหญ่
จากการตรวจสอบพบว่า ที่อยู่ของ“นายอนุพงษ์ เผ่าจินดา” เลขที่ 77/19 หมู่ที่ 7 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ตามที่ระบุว่าในเอกสารกรรมการ บริษัท พฤกษาพรรณ พัฒนา จำกัด
เป็นที่อยู่เลขที่เดียวกับ ที่อยู่ของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ตามแจ้งในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตามที่ยื่นต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตอนรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย วันที่ 4 ก.ย.57
และจากการตรวจสอบพบว่า ในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินฯกรณีรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ แจ้ง ป.ป.ช. มีหนี้สินค้ำประกัน ให้กับบริษัท พฤกษาพรรณ พัฒนา จำกัด ในวงเงิน 258,940,000 บาท เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2556 (อ่านประกอบ:เจาะกรุสมบัติ 3 นายพล “บูรพาพยัคฆ์”เบ็ดเสร็จ 253 ล้าน)
(เอกสารค้ำประกันหนี้สินให้กับ บจ.พฤกษาพรรณ พัฒนา)
ทั้งนี้ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี วันที่ 19 ก.ย.57 รายงานว่า จังหวัดนนทบุรี ร่วมกับกรมการท่องเที่ยว จัดโครงการลูกทุ่งแสนสุข จังหวัดนนทบุรี ประจำปี 2557 ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างกระแสและจูงใจให้ประชาชนมีความรักสามัคคีปรองดอง เน้นจัดกิจกรรมบันเทิงในรูปแบบคอนเสิร์ตลูกทุ่ง เมื่อ 19 กันยายน 2557 ณ ลานหน้าท่าน้ำนนท์ ตำบลสวนใหญ่ อำเภอเมืองนนทบุรี ตั้งแต่เวลา 10.00-24.00 น. กิจกรรมในงาน ประกอบด้วย การแสดงดนตรี ศิลปิน ดารา นักร้อง อาทิ แช่ม แช่มรัมย์ ยิ่งยง ยอดบัวงาม อาภาพร นครสวรรค์ การออกร้านจำหน่ายสินค้ามากมาย ทั้งนี้ จึงขอเชิญชวนผู้สนใจเที่ยวงานในครั้งนี้โดยทั่วกัน
และมีแผนจัดอีกหลายจังหวัด
(เอกสารการจัดโครงการลูกทุ่งแสนสุข)
วันศุกร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2559
วีระ จี้ต่อลูกชายน้องนายกฯ
ายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ได้โพสต์ความเห็นลงเฟซบุ๊ก “Veera Somkwamkid” เมื่อวันที่ 21 ก.ย. กรณีกระแสอื้อฉาวการรับงานของกองทัพภาคที่สามของลูกชายปลัดกระทรวงกลาโหม โดยนายวีระ ระบุว่า ข้อมูลฉาวถูกเปิดโปงทุกวัน จะไม่ให้เกิดความกังขา สงสัย พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา กรณีอาจจะมีการที่ใช้อำนาจหน้าที่ เอื้อประโยชน์โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ช่วยให้หจก.ของบุตรชายได้รับเหมางานก่อสร้างของกองทัพภาคที่ 3
ถ้าทำทุกต้องโปร่งใส ก็เปิดแถลงข่าว เอาหลักฐานออกมายืนยัน มีผู้รับเหมากี่รายที่เข้าประมูลงาน บริษัทอะไรบ้าง ชนะประมูลงานด้วยเงินหลักพันบาทจริงหรือไม่ งานรับเหมาเกือบทั้งหมดกับกองทัพภาคที่ 3 เกิดขึ้นระหว่าง เดือนธันวาคม 2557 ถึงเดือนสิงหาคม 2559 ช่วงที่พล.อ.ปรีชา เรืองอำนาจในกองทัพบก จะมีคำตอบอย่างไร คุณเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ต้องถูกตรวจสอบได้ ไม่มีใครไปกลั่นแกล้ง หรือไปสร้างเรื่องทั้งหมดแทนคุณและครอบครัวได้ คุณและครอบครัวทำเรื่องขึ้นเองทั้งสิ้น
“วีระ สมความคิด เป็นเลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน(คปต.) มีหน้าที่ช่วยเหลือราชการต้านภัยคอร์รัปชัน ไม่ได้รู้จักหรือเกลียดชังคนในตระกูลใดทั้งสิ้น ผู้ใดเข้ามาใช้อำนาจหน้าที่ของรัฐ เพื่อทำประโยชน์ให้แก่ชาติบ้านเมือง วีระจะสนับสนุนอย่างเต็มที่ แต่วีระจะไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ เข้ามาใช้อำนาจหน้าที่กอบโกยทุจริตคอร์รัปชัน การทำงานจะยึดหลักช่วยปกป้องรักษาผลประโยชน์ให้กับรัฐ(ราชการ) ไม่ปกป้องคนชั่ว คนเลว คนโกง เจ้าหน้าที่ของรัฐที่สุจริตจะไม่เดือดร้อนเสียหายจากการทำหน้าที่ของวีระทั้งสิ้น” นายวีระ ระบุ





