PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันอังคารที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ไม่มีใคร แบ็ค!!

ไม่มีใคร แบ็ค!!
"หมอธีระเกียรติ" ยัน ไม่มีใครหนุนหลังให้พูด แซะ"บิ๊กป้อม" เริ่องนาฬิกา ยัน ผมคิดเอง ความเห็นส่วนตัว ผมเป็นคนตรงไปตรงมาอยู่แล้ว เชื่อทำงานร่วมกันต่อไปได้ มองหน้ากันแล้ว ไม่ใช่ มองหน้าไม่ติด

เคลียร์จบ ใน 5นาที 15วิ..ยัน ครม.ไม่ร้าว

เคลียร์จบ ใน 5นาที 15วิ..ยัน ครม.ไม่ร้าว
"นายกฯบิ๊กตู่" เผย "นพ.ธีระเกียรติ" มาคุย กับผมและ พลเอกประวิตร แล้ว ไม่มีอะไร ท่านแถลงไปแล้ว ยัน ครม.ไม่ร้าว รักใครกันดี ถ้าใครทำผิด ก็ขอโทษกัน ให้อภัยกัน ก็จบ
เผยคุยกันแค่ 5นาที 15 วินาที เท่านั้น

รมว.ศึกษาฯ ขอโทษ "พล.อ.ประวิตร" ปมวิจารณ์นาฬิกาแต่ยืนยันไม่ลาออก

หลังจากเมื่อวานบีบีซีไทยได้เผยแพร่คลิปเสียงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ วิจารณ์เรื่องนาฬิกาหรู ล่าสุดวันนี้ได้แถลงยอมรับว่าเป็นคลิปเสียงจริง และขอโทษที่ทำผิดมารยาทกับเพื่อนร่วมคณะรัฐมนตรี  
รมว.ศึกษาฯ ขอโทษ "พล.อ.ประวิตร" ปมวิจารณ์นาฬิกาแต่ยืนยันไม่ลาออก 
วันนี้ ( 13 ก.พ.61) เมื่อเวลา 12.10 น.  นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เดินทางเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นการส่วนตัวที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อพูดคุยกรณีบีบีซีไทยเผยแพร่คลิปเสียง นพ.ธีระเกียรติ ให้สัมภาษณ์แสดงความเห็นพาดพิงปมนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในระหว่างพบปะพูดคุยกับนักเรียนไทยในประเทศอังกฤษเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ในวันนี้ นพ.ธีระเกียรติ วันนี้ได้ขอลา ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) เนื่องจากเพิ่งเดินทางกลับมาจากอังกฤษถึงไทยในช่วงเช้า
 
ภายหลังจากการพบกับนายกรัฐมนตรี นพ.ธีระเกียรติ ได้แถลงชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่า วันนี้ได้เดินทางมาพบ พล.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือผมไปบรรยายให้กับนักศึกษาที่ประเทศอังกฤษฟัง ยอมรับว่าเสียงที่ได้ฟังนั้นเป็นเสียงของตนเองจริง แต่ในภาพกับในเสียงเป็นคนละตอนกัน เพราะตอนที่สัมภาษณ์นั้นเป็นการยืนคุยหลังการบรรยาย และไม่ทราบว่ามีการอัดเสียงและถามเรื่องนาฬิกา ตนจึงถือว่าไม่ได้เป็นการสัมภาษณ์อย่างเป็นทางการ โดยคลิปเสียงที่ออกมาไม่ได้มีการตัดต่อแต่เป็นภาพและเสียงไม่ตรงกัน และยอมรับว่าการแสดงความเห็นต่างๆของตนเป็นการผิดมารยาทที่มีการกล่าวถึงเพื่อนร่วมคณะรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี ก็ได้ขอโทษท่านเพราะผมทำผิดมารยาท 
 

“ส่วนที่มีข่าวออกไปว่าจะทำอะไรต่อ ผมยังยืนยันว่าให้ความมั่นใจกับนายกรัฐมนตรี เพราะตนมาที่นี่ทำงานก็เพราะนายกรัฐมนตรี ผมยังยืนยันจะทำงานต่อจนกระทั่งท่านเห็นว่ามันไม่เหมาะแล้ว ตอนนี้ก็ยังอยู่ตรงนี้ก็ยังยืนหยัดที่จะทำงานต่อไป ส่วนนายกรัฐมนตรี ก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เราก็อธิบายให้ท่านฟัง ผมก็ขอโทษท่านที่ทำให้ท่านไม่สบายใจ” นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

ครม.ลุกเป็นไฟ หมอธีร์กระซวกบิ๊กป้อมปมนาฬิกาหรู/ลั่นไม่กลัวใครขับออก

​ครม.ลุกเป็นไฟ  หมอธีร์กระซวกบิ๊กป้อมปมนาฬิกาหรู/ลั่นไม่กลัวใครขับออก

​ครม.ลุกเป็นไฟ หมอธีร์กระซวกบิ๊กป้อมปมนาฬิกาหรู/ลั่นไม่กลัวใครขับออก

วันจันทร์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 21.49 น.
ครม.สะเทือนบีบีซีแพร่คลิป "หมอธีร์"จัดเต็มบิ๊กป้อมอย่างหนาถูกเปิดโปงนาฬิกาหรูมากถึง 25 เรือนแต่ยังไม่ยอมลาออก ลั่นถ้าตัวเองโดนแค่เรือนเดียวก็ไขก๊อกแล้ว ประกาศลั่นไม่กลัว "พูดแล้ว มันจะมาไล่ผมออกหรือ?" ขณะที่เด็กประวิตรตกใจลูกพี่โดนแทงข้างหลัง จี้บิ๊กตู่ต้องลงมาจัดการเพื่อความเป็นธรรม
รัฐบาลคสช.ภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) สั่นสะเทือนอย่างหนักอีกครั้งเมื่อเว็บไซต์บีบีซีไทย ได้เผยแพร่คลิปเสียงที่อ้างว่าเป็นของ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ปมปัญหานาฬิกาหรูของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พี่ใหญ่แห่งคสช. อย่างดุเดือด
โดยบีบีซีระบุว่า นพ.ธีระเกียรติ ได้กล่าวกับนักเรียนไทยและนักธุรกิจไทยที่มาร่วมงานเลี้ยงรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอน เมื่อวันศุกร์ที่ 9 ก.พ.61 ที่ผ่านมา ว่า ขอให้ตระหนักว่าเมื่อจบการศึกษากลับไปทำงานที่ประเทศไทยแล้ว การบังคับใช้กฎหมายของไทย และสำนึกของนักการเมืองและผู้บริหารประเทศยังต่างจากของอังกฤษ การยึดหลักนิติธรรม (rule of law) ยังไม่เกิดขึ้นจริง 
นพ.ธีระเกียรติ ยกตัวอย่างกรณีที่ นายไมเคิล เบทส์ สมาชิกสภาขุนนางของอังกฤษสังกัดพรรคอนุรักษ์นิยมได้ประกาศลาออกจากสมาชิกสภาขุนนาง เนื่องจากรู้สึกละอายใจที่เข้าร่วมประชุมสภาสาย เมื่อปลาย ม.ค. แต่คำลาออกของเขาถูกนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรี ยับยั้ง
"แต่เมืองไทย มีนาฬิกาใส่ 25 เรือน ยังไม่เป็นไร" รมว. ศธ. กล่าว
หลังการปราศรัยเป็นเวลา 15 นาทีจบลง นพ.ธีระเกียรติ ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทย ว่า ไม่มีทางที่จะเห็นนักการเมืองไทยลาออก เพราะมาสาย
"ไม่มีทาง เพราะมันเป็น conscience (ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี) ลึกๆ อยู่ในสายเลือด การรู้ว่าอะไรควร อะไรถูก มาสายไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิด ethic (จริยธรรม)... เมื่อไม่ได้ฝึกมาแต่เด็ก ให้หน้าบาง ยาก เมืองไทย ไม่มีทาง เมืองไทยเป็นอย่างหนาตราช้าง" นพ.ธีระเกียรติ กล่าว 
ในส่วนเรื่องนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นั้น นพ. ธีระเกียรติ กล่าวว่า "เรื่องนาฬิกา ถ้าผมถูก exposed (เปิดโปง) เรือนแรก ผมก็ออกแล้ว อันนี้ถามผมนะ ส่วนใครจะว่าอะไร ให้ไปถามคนนั้น ของอย่างนี้ คนก็ไม่กล้าพูด กลัวอะไร ทำไม พูดแล้ว มันจะมาไล่ผมออกหรือ"
ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทยถามว่า แต่ท่านอยู่ในคณะรัฐมนตรีด้วย นพ.ธีระเกียรติ ผู้แต่งหนังสือเรื่อง "ความฉลาดทางด้านจริยธรรมและศีลธรรม (MQ)" กล่าวว่า "ไม่เกี่ยวนี่ นี่มันความเห็นของผม ไม่ใช่ความเห็น ครม. อย่างนี้แปลว่าถ้าผมอยู่ที่ไหน ผมต้องคิดตามเขาหมดเหรอ ลูกผมยังคิดไม่เหมือนผมเลย การคิดเหมือนกันคือหลักเผ่ากูซึ่งโตกว่าหลักกูนิดเดียว"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบีบีซีไทยยังได้เผยแพร่คลิปเสียงคำปราศรัยของ นพ.ธีระเกียรติ ด้วย
ทั้งนี้ภายหลังประเด็นข่าวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็ได้มีปฏิกิริยาตอบโต้จากฝ่ายทีมงานของ พล.อ.ประวิตรทันที โดยแหล่งข่าวคนใกล้ชิด พล.อ.ประวิตร ยอมรับว่า ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แม้ว่าจะเป็นการพูดคุยแสดงความคิดเห็นส่วนตัวก็ตาม แต่เมื่อออกไปสู่สาธารณชน อาจจะมองเป็นภาพสะท้อนที่ได้ส่งกระทบกับคนที่ถูกพาดพิงอย่างตัว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
คนใกล้ชิดพล.อ.ประวิตร บอกอีกว่า ขณะที่ต้องรอดูท่าทีของ พล.อ.ประวิตร ก่อนว่า เรื่องดังกล่าวจะดำเนินการอย่างไร เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างการปฏิบัติภารกิจที่ต่างประเทศ 
"เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช. ในฐานะหัวหน้า ครม. คงจะต้องมีการพูดคุยกับ รมว.ศึกษาธิการ ถึงที่มาที่ไปของเหตุการณ์ดังกล่าว เพราะการที่เรื่องดังกล่าวกระจายสู่สาธารณชนในลักษณะ และคนที่ถูกพาดพิงเป็นถึงรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง จะได้รับผลกระทบไปด้วย ดังนั้น ต้องให้ความเป็นธรรม" คนใกล้ชิดพล.อ.ประวิตร ระบุ
ทางด้านความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นั้น อยู่ระหว่างเดินทางไปเยือนสาธารณประชาธิปไตยประชาชนลาว ณ นครเวียงจันทน์ ตามคำเชิญของรัฐบาล สปป.ลาว เพื่อพัฒนาสัมพันธ์และสานต่อความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างกัน และเจ้าตัวยังไม่มีการแสดงความคิดเห็นในเรื่องแต่อย่างใด ยกเว้นทีมงานที่ออกมาแสดงความไม่พอใจท่าที่ของ นพ.ธีระเกียรติ

วันจันทร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ผวาวิกฤติเก่า เขย่าคสช.ไม่ลง

ผวาวิกฤติเก่า เขย่าคสช.ไม่ลง


ประชาชน “เข็ดม็อบ” เร่งเลือกตั้งจุดชนวนไม่ติด
ป่าลั่น สั่นสะเทือนทุ่งใหญ่นเรศวร
กับปรากฏการณ์ที่เจ้าสัวใหญ่ระดับนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) อาณาจักรก่อสร้างยักษ์ใหญ่ของเมืองไทย
ถูกจับได้คาหนังคาเขา ขณะพาพรรคพวกเข้าไปตั้งแคมป์ล่าสัตว์ป่าในจุดต้องห้ามภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
พร้อมอาวุธปืนหลายรายการ และซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ทั้งไก่ฟ้า เก้ง และซากเสือดำ
พฤติกรรม “พรานหลงยุค” ที่โผล่มาในโลกยุคดิจิทัล
และบาปกรรมก็ทันตาเห็น นายเปรมชัยยิ่งกว่า
ตายทั้งเป็น ชื่อเสียงป่นปี้ สังคมประณาม ลามกระทบถึงธุรกิจในเครือฯหุ้นตกทะรูดทะราด
นักลงทุนไม่อยากขอสังฆกรรมกับพวกไร้ศีลธรรม
ที่สำคัญโดยสถานการณ์ที่กระตุกกระแสปมความเหลื่อมล้ำ เสียงเรียกร้องความเท่าเทียมในสังคมระหว่างคนจนกับคนรวย เปรียบเทียบกับคดีตายายเก็บเห็ดในป่าสงวนแล้วติดคุก
มีการปลุกระดมให้ตามกัดติดแบบไม่ปล่อยให้ “คนรวยทำผิดลอยนวล”
จากพรานไล่ล่าชีวิตสัตว์ ต้องมาโดนคนในสังคมไล่ล่า
โดยรูปการณ์คงจะต่อประเด็นเป็นเรื่องใหญ่ ลามต่อไปเรื่อยๆ ลากกันอีกยาว กระแสข่าวของบิ๊กอิตาเลียนไทยฯกวาดพื้นที่สื่อ เบียดข่าวอื่นตกขอบไปหมด
ตามเงื่อนไขสถานการณ์เท่ากับช่วยผ่องแรงกดดัน “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม อยู่ในที
“พี่ใหญ่” เริ่มหายใจหายคอได้สะดวกขึ้น
เช่นเดียวกับ “น้องเล็ก” อย่าง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ที่แสดงท่าทีชัดเจนว่า พล.อ.ประวิตรมีความสำคัญ ต้องอยู่ด้วยกันทั้งหมด
“บิ๊กตู่” การันตี “พี่ใหญ่” กอดคอลุยฝ่าแนวต้านไปด้วยกัน
มีเรื่องทุ่งใหญ่นเรศวรมาเบี่ยงกระแสคั่นจังหวะ
ก็น่าจะทำให้แรงกระแทกพี่น้องเบาตัวลง
และนั่นก็ยังโยงไปถึงความเคลื่อนไหวของขบวนการกดดันให้เลือกตั้งที่อาศัยจังหวะที่รัฐบาล คสช.กำลังปะทะแรงเสียดทานหลายด้าน ในการโหมโรงเสียงโห่ไล่ “ลุงตู่” ต่อท่ออำนาจ
โดนข่าวใหญ่ของ “พรานไฮโซ” มาแย่งซีน ทำให้การปั่นกระแสไม่แรงต่อเนื่อง
เกมเรียกแขกขาดช่วงขาดตอนไป
แต่เรื่องของเรื่องเลย ปรากฏการณ์ข่าวทุ่งใหญ่นเรศวรก็แค่ปัจจัยหนึ่งเท่านั้น ของจริงต้องยอมรับว่ากระแสกดดันเลือกตั้ง เกมแห่ไล่ “ลุงตู่” ยังไม่มีแรงสนับสนุนมากพอ
ฟืนเปียก ก่อชนวนยังไม่ติด
เพราะปมเหตุใหญ่มันอยู่ตรงที่ผู้คนส่วนใหญ่ในสังคมยังไม่ลืมภาพหลอน ฝันร้าย
เข็ดขยาดกับวิกฤติม็อบป่วนเมือง
อาการแบบที่กลุ่มผู้ค้าย่านราชประสงค์ได้ออกแถลงการณ์วิงวอนกลุ่มผู้ชุมนุมที่เคลื่อนไหวนัดรวมพลกันในย่านธุรกิจ อย่าสร้างความวุ่นวาย
ขอให้นึกถึงสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบ
แนวโน้มต้องรบกันแน่ ประชาชนผวาถ้าเลือกตั้งไปท่ามกลางหัวเชื้อความขัดแย้งที่แฝงอยู่ทุกจุดแบบนี้ โอกาสเสี่ยงสูงถึงสูงมากที่สุดที่สถานการณ์จะไหลกลับไปลงเหว
เปรียบเทียบกับสภาพการณ์ปัจจุบัน “นายกฯลุงตู่” ก็ยังประคองบ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้
ชาวบ้านร้านตลาดรู้สึกอุ่นใจ ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ไม่ต้องผวาม็อบปิดเมืองอาละวาด ระเบิดตูมตาม ยิงกันตายบนท้องถนนรายวัน เหมือนรัฐล่มสลาย
ความมั่นคงยังเป็นจุดขายที่ได้เปรียบของรัฐบาลทหาร คสช.
ขณะเดียวกันก็ยังมีปัจจัยเสริมด้านเศรษฐกิจ ที่ล่าสุดนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ประกาศอย่างมั่นใจบนเวที “ไทยแลนด์ เทกออฟ 2018” เลยว่า เครื่องยนต์เศรษฐกิจทุกตัวติดหมดแล้ว ภาคการส่งออกที่เป็นบวกขึ้น
ทุกปี การคาดการณ์เศรษฐกิจปรับขึ้นตลอด ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสูงสุดในรอบ 3 ปี
ขอให้มั่นใจว่าเศรษฐกิจประเทศไทยไปได้แน่นอน
พร้อมๆกับที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ลงมติผ่าน พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ พ.ร.บ.อีอีซี ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ
เมกะโปรเจกต์ “เรือธง” ของรัฐบาลเดินหน้าแบบเต็มกำลัง
เศรษฐกิจภาพรวมติดลมบน ผิดฟอร์มรัฐบาลทหารทั่วไป ขณะที่การลุยแก้ไขจุดอ่อนเรื่องปัญหาปากท้องของประชาชนฐานราก ก็เต็มไปด้วยสารพัดมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย
บัตรคนจน โครงการสวัสดิการประชารัฐ คืบหน้าไปถึงเฟส 2 เฟส 3
ตามยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลทุ่มงบประมาณทั้งงบกลาง งบท้องถิ่นอัดฉีดกระตุ้นการหมุนเวียนของเศรษฐกิจฐานราก บรรเทาปัญหาปากท้องชาวบ้านไปได้
แรงเสียดทานจากคนยากจนฐานใหญ่ของประเทศก็เบาลง
ยังไม่นับยุทธศาสตร์สำคัญที่ “นายกฯลุงตู่” เดินหน้าโครงการ “ไทยนิยมยั่งยืน” ที่ใช้บุคลากรของรัฐกว่า 2 หมื่นคน ลงพื้นที่ไปสำรวจประชาชน สอบถามปัญหาความเดือดร้อน ชาวบ้านต้องการให้แก้ไขอะไร เพื่อนำข้อมูลมาประกอบยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนแนวการพัฒนาประเทศทั้งระบบ
ลุยแบบถึงลูกถึงคน แก้ปัญหายากจน ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมระยะยาว
สถานการณ์เดินหน้าตามเป้าหมายการปฏิรูปใหญ่ประเทศ
ปฏิเสธไม่ได้ ณ วันนี้ “ลุงตู่” มีทั้งหลักประกันเนื้องานและแรงหนุนจากคนส่วนใหญ่ รัฐบาล คสช.ยังมีต้นทุนมากพอจะประคองเกมสู้กับแรงเสียดทานของขบวนการกดดันเลือกตั้ง
ดึงจังหวะยื้อกับนักการเมืองที่พยายามอิงแอบกับนักศึกษา นักวิชาการ ได้อย่างนิ่งๆ
สิ่งสำคัญก็คือการเลือกใช้กฎหมายแทนการใช้ปืนใช้กำลังในการเบรกสกัดขบวนการป่วน
ทำให้เลี่ยง “น้ำผึ้งหยดเดียว” ได้
คสช.ล็อกเงื่อนไขอันตราย ไม่ให้ถูกลากไปจุดไฟ
ในจังหวะที่ “นายกฯลุงตู่” ก็ยืนยัน ทุกอย่างเดินไปตามโรดแม็ป ที่ยังไม่มีอะไรแน่นอนในกระบวนการจัดทำกฎหมายลูก โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ทั้งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา
เกิดปัญหาการขัดลำระหว่าง สนช.กับกรรมการร่างรัฐธรรมนูญและ กกต.
ต้องลากเข้าไปโขลกกันในที่ประชุมคณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย
ตามแนวโน้มที่มีการพูดถึงประเด็นการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และอาจไปถึงการคว่ำร่างกฎหมายในที่ประชุม สนช.ในการพิจารณารอบสุดท้าย
เข้าเหลี่ยมกฎหมาย เพื่อขยายเวลาการเลือกตั้งออกไป
สถานการณ์เข้าเค้า จุด “พลิกผัน” ปัจจัยเลื่อนโรดแม็ปอย่างที่หลายฝ่ายประเมินไว้
แน่นอน โดยหลักการก็เป็นอะไรที่ผู้นำฝ่ายบริหารอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ไม่สามารถควบคุมได้ เพราะอำนาจ 3 ฝ่ายที่แยกกันชัดระหว่างฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ ห้ามก้าวก่าย
แต่โดยภาวะที่ คสช.คุมอำนาจพิเศษ จัดรูปแบบแม่น้ำ 5 สายแบ่งงานกันทำ มันก็ยากที่จะห้ามเสียงวิจารณ์ เหลี่ยมเชิง “เหยียบตีน” กันเล่น
แบบที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เคยหลุดวาทกรรม “อภินิหารกฎหมาย”
อย่างไรก็ตาม ถึงจะคลุมเครือแคลงใจในเกม “หน่วงเลือกตั้ง” ยังไง แต่คำตอบสุดท้ายมันก็วนกลับไปที่ประชาชนส่วนใหญ่กลัวม็อบมากกว่า
สถานการณ์ยังเอื้อ “นายกฯลุงตู่” และรัฐบาล คสช.
แต่นั่นก็อย่าเผลอ “ย่ามใจ” กับพฤติการณ์ที่ทำให้สังคมเคลือบแคลงสงสัยในพฤติกรรมแอบแฝงผลประโยชน์ของฝ่ายถืออำนาจ แบบที่ผู้นำต้องใช้ต้นทุนหน้าตักเป็นประกันขอโอกาสอยู่ด้วยกันหมดทั้งทีม
คะแนนช่วยไม่เหลือ โอกาสผิดซ้ำไม่มี
“ลุงตู่” จะปล่อยให้พี่น้องผองเพื่อนพลาดไม่ได้อีกแล้ว.
“ทีมการเมือง”

เทพเทือก” พร้อมแกนนำ กปปส. เข้ารายงานตัวศาลแพ่งคดี กปปส. ขวางการเลือกตั้ง

..“เทพเทือก” พร้อมแกนนำ กปปส. เข้ารายงานตัวศาลแพ่งคดี กปปส. #ขวางการเลือกตั้ง_ยันไม่มีเจตนาขัดขวาง ตาม กกต. กล่าวอ้าง ย้ำ จะร่วมรับผิดชอบบ้านเมืองกับประชาชนโดย
ไม่ทิ้งไปไหน
วันนี้ (12 ก.พ.) ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เดินทางมารายงานตัวต่อศาล หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ฟ้องเรียกค่าเสียหายกรณีที่อ้างว่า กลุ่ม กปปส. ได้ขัดขวางการจัดการเลือกตั้งของ กกต. เมื่อปี 2557 ทำให้ กกต. ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ โดย นายสุเทพ ระบุว่า ทาง กกต. ได้กล่าวโทษว่า กลุ่มของตนเป็นต้นเหตุที่ทำให้การจัดการเลือกตั้งของ กกต. ไม่สำเร็จ โดยอ้างว่ามาจากกระทำของกลุ่ม กปปส. และตน ซึ่งถือเป็นการละเมิด โดยการยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายกลุ่มตนทั้งหมด 38 คน เป็นเงินทั้งสิ้น 3,100 ล้านบาท วันนี้ศาลจึงนัดทั้งโจทก์และจำเลย เพื่อที่จะทำการสอบถามถึงพยานหลักฐานต่างๆ
ทั้งนี้ เบื้องต้นการดำเนินการคดีนั้นต้องเลื่อนออกไปก่อน เนื่องจากในปัจจุบันมีจำเลย 1 ราย เป็นชาวจังหวัดพัทลุง ซึ่งได้เสียชีวิตไปแล้วโดยทนายได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลได้พิจารณาจำหน่ายคดีบุคคลดังกล่าว แต่อัยการไม่ยินยอมโดยให้เหตุผลว่าให้ภรรยาและลูกของผู้เสียชีวิตเข้ามาทำการรับผิดชอบแทน โดยการยื่นฟ้องและจะทำการออกหมายเรียกภรรยาและลูกของบุคคลดังกล่าวมารับทราบข้อกล่าวหา และในวันนี้อัยการได้ยื่นฟ้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพิ่มเติมเป็นจำเลยรายที่ 39 จึงเป็นเหตุผลที่ต้องทำให้คดีต้องเลื่อนออกไป โดยอาจมีการพิจารณากันอีกครั้งในวันที่ 21 พฤษภาคม 2561 โดย นายสุเทพ ยืนยันว่า ส่วนตัวตนต้องการต่อสู้คดีให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ไม่มีการยืดเยื้อเกิดขึ้น
ส่วนแนวทางการต่อสู้คดีนั้น ตนพร้อมที่จะต่อสู้กันในชั้นศาล ยืนยันว่า ตน กลุ่ม กปปส. และประชาชนทั้งหมด มีเจตนาที่จะคัดค้านการเลือกตั้ง โดยที่ไม่ได้ทำการขัดขวางการเลือกตั้งตามที่โจทก์กล่าวอ้าง รวมถึงมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนว่ากรณีดังกล่าวนั้นไม่ใช่ความผิดของกลุ่ม กปปส. และประชาชน พร้อมให้เหตุผลว่าการที่ กกต. จัดการเลือกตั้งไม่สำเร็จนั้น เป็นเรื่องของรัฐบาลในขณะนั้น และ กกต. ที่จะต้องรับผิดชอบ
อย่างไรก็ตาม นายสุเทพ ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่างๆ ในด้านสถานการณ์ การเมืองในขณะนี้ โดยระบุว่า ยังไม่ถึงเวลา ซึ่งตนขอให้ความสำคัญเกี่ยวกับการสู้คดีความที่ตนมีทั้งหมดก่อน แต่ยืนยันว่า จะมาร่วมรับผิดชอบบ้านเมืองกับประชาชนโดยไม่ได้ทิ้งไปไหน

คดีเปรมชัย

UPDATE: ตำรวจไม่ยืนยัน เปรมชัยหนีไปทวาย แค่ติดต่อไม่ได้ ย้ำข่าวมีน้ำหนักไม่พอให้ยื่นถอนประกันตัว
.
ความคืบหน้าคดี นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ กับพวกรวม 4 คน ถูกจับกุมขณะลักลอบเข้าไปตั้งแคมป์ล่าสัตว์ป่าสงวนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี โดยศาลได้ให้ประกันตัว 1.5 แสนบาท โดยไม่มีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ท่ามกลางกระแสข่าวว่านายเปรมชัยเดินทางออกนอกประเทศไปกบดานที่เมืองทวาย ประเทศเมียนมา 
.
วันนี้ (12 ก.พ.) พลตำรวจเอก ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังไม่ยืนยันว่านายเปรมชัยหลบคดีไปอยู่ที่เมืองทวายของเมียนมา เพราะจากการตรวจสอบจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไม่พบการเดินทางออกนอกประเทศ ส่วนขณะนี้ไม่สามารถติดต่อนายเปรมชัยทางโทรศัพท์ได้ หรือกระแสข่าวว่าหลบหนีก็ไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะยื่นต่อศาลให้เพิกถอนการประกันตัว ทั้งนี้ต้องรอวันที่ศาลนัดรายงานตัวเพื่อดูว่านายเปรมชัยจะเดินทางมาศาลหรือไม่ หากไม่มาศาลก็ต้องริบเงินประกัน และต้องติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
.
ส่วนประเด็นคลิปเสียงการสนทนาของกลุ่มนายเปรมชัยที่ระบุว่านายเปรมชัยยังมีบ้านที่อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย เป็นภูเขาทั้งลูกนั้น ตามข้อมูลระบุว่าพื้นที่ดังกล่าว บริษัท ซี พี เค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นผู้ครอบครอง โดยมีนายเปรมชัยเป็นเพียงหนึ่งในกรรมการบริษัท ไม่ใช่เจ้าของตัวจริง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าบริษัทดังกล่าวอยู่บริเวณใดและบุกรุกพื้นที่ป่าหรือไม่
.
ส่วนการออกหมายเรียก นายนพดล พฤกษะวัน อดีตข้าราชการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ปรึกษา บมจ. อิตาเลียนไทย ซึ่งถูกอ้างว่าเป็นผู้ประสานงานให้นายเปรมชัยกับพวกเข้าพื้นที่ป่านั้นเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนไปดำเนินการติดตามตัวมาสอบปากคำ เนื่องจากมีการออกหมายเรียกแล้ว หากไม่มาตามหมายเรียกจะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป 
.
รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยืนยันถึงกระแสข่าวการเปิดช่องให้นายเปรมชัยได้สู้คดีจากการที่ตำรวจเข้าตรวจค้นร้านอาหารป่าที่จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งนายเปรมชัยเข้าไปในร้านอาหารนี้ก่อนเดินทางเข้าป่าว่า การตรวจค้นไม่ได้เป็นการเปิดช่องให้นายเปรมชัยต่อสู้คดี เนื่องจากพฤติกรรมนายเปรมชัยกับพวกซึ่งถือปืนเข้าป่าถือว่ามีความผิดตามกฎหมายแล้ว 
.
ภาพ: ชาติกล้า สำเนียงแจ่ม

#News #TheStandardPhoto #TheStandardCo #TheStandardTH #StandUpForThePeople #ชาติกล้าสำเนียงแจ่ม

จับตาม็อบคนอยากเลือกตั้ง

"คสช." จับตา"คนอยากเลือกตั้ง" ....หลังประกาศเดินหน้าชุมนุมอีก  แถม"วัฒนา เมืองสุข" ประกาศจะเข้าร่วมด้วย..../พอใจการปฏิบัติของ จนท.คุมม็อบ 10กพ.

จากการที่แกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ในนาม "คนอยากเลือกตั้ง" เช่น นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว นายรังสิมันต์ โรม นายอานนท์ นำภา นายสุกฤษฎิ์ เพียรสุวรรณ และน.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว ยืนยันจะเคลื่อนไหวเรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งในปีนี้ต่อไป แม้จะถูกดำเนินการตามกฎหมาย ภายหลังได้นำมวลชนชุมนุมบริเวณขอบถนนราชดำเนินใกล้กับอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อ10 ก.พ.2561นั้น

พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช. /ผบ.มทบ.11 กล่าวว่า คสช.ยังคงติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมต่อไป ควบคู่การทำความเข้าใจกับประชาชน ตลอดจนถึงการดูแลรักความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง

เพราะในห้วงนี้เป็นระยะสำคัญที่เราจะต้องเดินไปสู่การเลือกตั้ง ในอนาคตอันใกล้ และนำพาการบริหารราชการแผ่นดินใหม่ไปสู่ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง 

ดังนั้นการดูแลสถานการณ์ความสงบเรียบร้อย ถือว่ายังเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องดูแล เป็นเพื่อประคับประคองและสนับสนุนให้การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลดำเนินการต่อไปได้

ส่วนเหตุการณ์ชุมนุมเมื่อคืน10 ก.พ.นั้นเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่เจ้าหน้าที่ได้ติดตามข้อมูลข่าวสารมีการประสานงานอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยและเตรียมพื้นที่รองรับอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ และมีการปฏิบัติหน้างานต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามขั้นตอนและอยู่ในกรอบของกฎหมาย ไปจนเสร็จสิ้นการชุมนุมและมีการร้องทุกข์กล่าวโทษตามกรอบกฎหมายที่ผู้ชุมนุมได้ดำเนินการ

“ภาพที่ปรากฎเจ้าหน้าที่ระมัดระวังการกระทบ กระทั่ง ยื้อยุดฉุดกระชาก การทะเลาะ เบาะแว้งระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุม หรือผู้ชุมนุมกับประชาชนที่สัญจรไปมา 

ภาพโดยรวมถือว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องสามารถเตรียมการบริหารจัดการสถานการณ์หน้างาน เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตามขั้นตอนอย่างเหมาะสม "

ส่วนเงื่อนไขของผู้ชุมนุมที่เรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งในปีนี้นั้น ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าในเวลานี้บ้านเมืองดำเนินไปด้วยหลักเหตุและผลของกฎหมาย แต่เมื่อมีผู้ออกมาเคลื่อนไหวเราก็จะต้องทำความเข้าใจและสร้างความรับรู้ในสิ่งที่ถูกต้องให้กับประชาชน

พล.ต.ปิยพงศ์  เชื่อว่าทุกคนที่มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พยายามที่จะทำความเข้าใจกับประชาชนถึงการเลื่อนการเลือกตั้ง จากปี 2561 ไป ปี 2562 กับทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย รวมถึงกลุ่มนักการเมือง และผู้ชุมนุมที่ออกมาเคลื่อนไหว

และที่สำคัญประชาชนทั้งประเทศจะต้องรับรู้ร่วมกันว่า บ้านเมืองในขณะนี้กำลังทำอะไรอยู่ซึ่งรัฐบาลพยายามที่จะประคับประคองสถานการณ์ให้เป็นไปตามโรดแมปพโดยไม่ให้มีอะไรมากระทบกระเทือนทั้งสิ้น 

เมื่อมีประชาชนกลุ่มหนึ่ง รู้สึกว่าการเลือกตั้งช้าเกินไป ไม่ทันใจ เราก็ต้องพยายามทำความเข้าใจชี้แจง

ส่วนจะจุดกระแสติดหรือไม่ พล.ต.ปิยพงศ์ ระบุว่า การรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง เจ้าหน้าที่จะต้องระมัดระวังในการปฏิบัติต่อสถานการณ์ อะไรก็ตามที่จะเป็นเงื่อนไขและนำไปสู่ความไม่เรียบร้อย จะต้องมีการศึกษาข้อมูลและหาวิธีปฏิบัติที่เหมาะสมและใช้อำนาจหน้าที่ตามกฏหมายไม่ไปละเมิดหรือไปรังแกใคร ดูแลสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้จบลงไปด้วยความเรียบร้อย

ส่วนกรณี นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟสบุค จะออกมาร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ในนามคนอยากเลือกตั้ง ในครั้งต่อไป นั้น พลตรีปิยพงศ์ ยืนยันว่า ขณะนี้ คสช.ยังไม่มีแนวคิดจะเรียก นายวัฒนา มาพูดคุยทำความเข้าใจ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องการบังคับใช้กฎหมายปกติ มากกว่ากฎหมายพิเศษ พร้อมชี้แจงทำความเข้าใจ เพื่อรักษาบรรยากาศความปรองดองและการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งช่วงเวลาที่กำลังเดินไปในทุกวินาทีนี่ เพื่อไปสู่หลักของการเลือกตั้งตามโรดแมป 

ทั้งนี้ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช.เน้นย้ำมาตลอดให้หน่วยงานความมั่นคงได้ติดตามและพยายามทำให้สถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นคลี่คลายไปในทางที่ดี

ศักดิ์ศรีมนุษย์ประเทศไทย

"ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์" ของประเทศไทย 

"บิ๊กตู่" ส่งสัญญาณ ถึง"จีน-อังกฤษ" ให้เคารพ"ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์" ของประเทศไทย เผยตปท. ให้ความสำคัญแต่เศรษฐกิจ แต่เราดำเนินคดีให้ จับได้ก็ส่งตัวให้ ขี้คดีตัดสินแล้ว ยังไปเคลื่อนไหวในตปท.

แม้จะไม่ได้เอ่ยชื่อประเทศออกมา แต่ พลเอกประยุทธ์ ใช้เวทีสิทธิมนุษยชน  พูดผ่าน ทูต และ UN และองค์กรสิทธิฯ ยัน ยึดหลัก"เคารพ คุ้มครอง เยียวยา" แก้ปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชน ชี้ รัฐพยายามผ่อนคลาย  แต่ต้องไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น

ยันยึดกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ให้สังคมขี้ว่าผิด ต้องยึดหลักฐานขั่นตอน ขบวนการ

"บางคนคดีตัดสินแล้ว แต่ยัง
ไปเคลื่อนไหวในตปท.เพราะเขา มองเศรษฐกิจ อย่างเดียว  แต่ประเทศไทยเรามีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ใครทำผิด ก็ต้องดำเนินคดี ใครมาทำผิดในประเทศเรา เราก็ดำเนินคดี และส่งตัวให้ตามกม.

ดังนั้นทุกประเทศก็น่าจะเคารพ  ไม่ควรให้ใครมีการเคลื่อนไหวในประเทศ นี่คือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ของประเทศไทย"

พลเอกประยุทธ์ กล่าวเรื่องนี้ หลังจากที่นายทักษิณ ชินวัตร และ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปรากฏตัวในกรุงปักกิ่ง ของจีน และก่อนหน้านี้ ก็ ปรากฏตัวที่กรุงลอนดอน ของอังกฤษ

แค่เรื่องกระพี้

กระพี้ !!

"บิ๊กตู่" ไม่สนใจ"ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ" โผล่จีน  เริ่องของ ตปท.เขา ยันประสานติดตามตัว ทุกคน แต่ไม่รู้จะได้กลับมาหริอไม่...ถามนักข่าว ไปสนใจอะไร ให้ความสำคัญกับคนทำผิดกม. แค่กระพี้ ผมไม่สนใจ ผมไม่มีความเห็น

พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า "ผมไม่มีความเห็น ๆ เรื่องตปท เขา " เมื่อนักข่าวถามถึง  อดีตนายกฯ ทักษิณ และ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ปรากฏตัว ที่ ปักกิ่ง จีน 

ทั้งนี้ ตอนนี้หน่วยที่เกี่ยวข้อง เขาทำอยู่แล้ว ในการติดตามตัว เพราะทุกครั้ง ที่มี เราก็ติดตามตัวทุกคน แต่ได้กลับมาบ้าง ไม่ได้กลับมาบ้าง

เมื่อถามว่า ความเคลื่อนไหว สอดรับกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มในประเทศ นั้นนายกฯ กล่าวว่า  ผมไม่สนใจ คุณจะไปสนใจคนทำผิดกม.ทำไม 

"ผมไม่มอง  คุณจะให้ความสำคัญทำไม  แค่กระพี้  คุณสนใจ ก็ตามใจคุณ ผมไม่มีความเห็น" นายกฯ กล่าว ก่อนยุติการให้สัมภาษณ์ แล้วเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า ไป แบบ "เดินลงส้น" นิดนึง !!
////
"ทำไม ต้องให้ความสำคัญกับคนทำผิดกม."

"นายกฯ" หน้ามุ้ย!! บอก ไม่สนใจ"ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ" โผล่จีน  ปัดตอบ คำถามนักข่าวเรื่อง 2 พี่น้อง ชินวัตร โผล่ช็อปปิ้ง ปักกิ่ง จีน ...ถามนักข่าว ทำไมต้องสนใจคนทำผิดกม.ไปสนใจอะไร  เรื่องกระพี้ ผมไม่สนใจ ผมไม่มีความเห็น

แต่ออกอาการ "เดินลงส้น" นิดนึง !!

"ผมไม่มีความเห็น ๆ เรื่องตปท เขา 

ตอนนี้หน่วยที่เกี่ยวข้อง เขาทำอยู่แล้ว ในการติดตามตัว เพราะทุกครั้ง ที่มี เราก็ติดตามตัวทุกคน แต่ได้กลับมาบ้าง ไม่ได้กลับมาบ้าง

เมื่อถามว่า ความเคลื่อนไหว สอดรับกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มในประเทศ นั้นนายกฯ กล่าวว่า  ผมไม่สนใจ คุณจะไปสนใจคนทำผิดกม.ทำไม 

"ผมไม่มอง  ทำไมคุณจะต้องให้ความสำคัญกับคนทำผิดกม. แค่กระพี้  คุณสนใจ ก็ตามใจคุณ ผมไม่มีความเห็น" นายกฯ กล่าว ก่อนยุติการให้สัมภาษณ์ แล้วเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า ไป แบบ "เดินลงส้น" นิดนึง !!

ฟ้องฝรั่งม็อบไม่ใส

ฟ้อง ฝรั่ง !!

"บิ๊กตู่" ฟ้อง ทูต ตปท. กลุ่มเคลื่อนไหวการเมือง มีเจตนาไม่บริสุทธิ์  ชี้ถ้าให้อ้างแต่ รธน. เคลื่อนไหวตามสิทธิ์ ถ้าเกิดอะไรขึ้น ใครจะรับผิดชอบ ผมจะไม่ยอมให้ประเทศไทยไปสู่จุดนั้น ลั่นผมจะไม่ยอมเด็ดขาด ...ถามทูต  ถ้า ใครคิดว่า ไทยทำไม่ถูกต้อง ช่วยบอกผมด้วย ...วอน ตปท.คำนึงถึง"ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์"ของไทย ปล่อย คนทำผิดกม.เคลื่อนไหว

"นายกฯบิ๊กตู่"แจงทูต -UN เวทีสิทธิมนุษยชน ยัน ยึดหลัก"เคารพ คุ้มครอง เยียวยา" แก้ปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชน ชี้ รัฐพยายามผ่อนคลาย  ย้ำแม้มีสิทธิ์ แต่ต้องไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น

โดยเฉพาะสิทธิด้านการเมือง กับกม. ตัองให้สมดุลย์ ในสังคม ไม่งั้นมีปัญหา วุ่นวาย ในการจะเป็น ประชาธิปไตย

ทั้งนี้ เราจะได้ผู้นำดี หรือไม่ดี ไม่รู้ ผมไม่กล้าพูดว่าผมเป็นผู้นำที่ดีหรือไม่ แต่ผมมีเจตนามุ่งมั่น ที่จะแก้ปัญหาให้ประเทศ นี้ให้ได้

ชี้ตัองสร้าง ภูมิต้านทาน โซเชี่ยลฯ รู้ว่า อะไรผิด ถูก สร้างหลักคิดให้ปชช. ให้ได้ แต่ไม่ใช่ให้รักผม รักคสช แต่ต้องชอบ ต้องรักประเทศของท่าน

ยัน เราจะตัองเป็น ปชต. อยู่แล้ว แต่ขอเวลาศึกษา กม. ทุกฉบับ ไม่ใช่มองแต่ รธน อย่างเดียว ถ้าเกิดอะไรขึ้น ใครจะรับผิดชอบ ผมจะไม่ยอมให้ประเทศไทยไปสู่จุดนั้น ผมจะไม่ยอมเด็ดขาด

"ออกมาทุกวัน ไม่มีกม.เหรอ  จับแล้วปล่อยตัวไป. แล้วก็มาใหม่ ใครคิดว่า ไทยทำไม่ถูกต้อง ช่วยบอกผมด้วย  ที่ผ่านมา มีอนุโลมให้ได้บ้าง แต่ นี่มีเจตนาอย่างอื่น มีเจตนาไม่บริสุทธ์ิ"

พร้อมปฏิเสธว่า ไม่เคยสั่งให้ใครไปทรมานใคร  เพราะไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง

ยันไทย ยึดกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ให้สังคม ชี้ว่าผิด ตัดสินไปแล้ว แต่ต้องยึดหลักฐานขั่นตอน ขบวนการ

"แต่  บางคนคดีตัดสินแล้ว แต่ยัง
ไปเคลื่อนไหวในตปท.เพราะประเทศเขา มองเศรษฐกิจ อย่างเดียว  แต่ประเทศไทยเรามีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ใครทำผิด ก็ต้องดำเนินคดี ใครมาทำผิดในประเทศเรา เราก็ดำเนินคดี และส่งตัวให้ตามกม.

ดังนั้นทุกประเทศก็น่าจะเคารพ  ไม่ควรให้ใครมีการเคลื่อนไหวในประเทศ นี่คือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประเทศไทย" นายกฯกล่าว เป็นภาษาไทย

ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย

ไม่ใช่ เรื่องคอขาดบาดตาย

"ดอน" ชี้ "ยิ่งลักษณ์" โผล่จีน "ไม่ถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย" เผยเคยแจ้ง ทุกประเทศ ให้รับทราบ ก่อนหน้านี้แล้ว ชี้ตอนนี้เป็นหน้าที่ ตำรวจ ยังไม่ถึงคิว กต.

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการที่ นายทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ปรากฏตัวที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีนว่า เบื้องต้นมีรายงานอย่างไม่เป็นทางการเข้ามาแล้วว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ปรากฎตัวที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นตอนที่กระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการใดๆ เพราะเป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

นายดอน กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าตอนนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถือหนังสือเดินทางของประเทศใด ทราบจากข่าวว่าได้หนังสือเดินทางจากประเทศใดประเทศหนึ่ง ซึ่งวิธีขอหนังสือเดินทางมีหลายรูปแบบ เช่น ไปทำการค้าการลงทุนกับประเทศนั้นจนได้รับหนังสือรับรอง 

และก่อนหน้านี้ เราได้แจ้งทุกประเทศให้รับทราบถึงกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์แล้ว จากนี้ต้องเป็นเรื่องของแต่ละประเทศจะดำเนินการ

เมื่อถามว่ากระทรวงการต่างประเทศ ได้รับรายงานหรือไม่ว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ พำนักอยู่ที่ประเทศใดเป็นหลัก นายดอน กล่าวว่า เรื่องนี้จะต้องตรวจสอบให้ชัดเจน ซึ่งหลังจากปรากฎภาพน.ส.ยิ่งลักษณ์ และนายทักษิณ ที่กรุงปักกิ่งแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. ไม่ได้สั่งการใดๆเป็นพิเศษ เพราะเราไม่ถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย

รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า นอกจากนี้ในการพบกับรมว.ต่างประเทศของอังกฤษที่มาเยือนไทย ก็ไม่ได้พูดคุยถึงกรณีดังกล่าว แต่ได้หารือถึงความสนใจของทั้งสองฝ่าย เช่น การเมืองทั่วไป , เหตุการณ์รอบบ้านเรา , ความสนใจของอังกฤษในโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษEEC 

รวมถึงยังได้พูดคุยถึงการเลือกตั้งในประเทศไทย โดยเรายืนยันว่าเป็นไปตามขั้นตอนว่าจะมีการเลือกตั้งในเดือนพ.ย.2561 แต่เมื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) แก้ไขร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้งจึงเลื่อนออกไป โดยอังกฤษได้รับทราบ เช่นเดียวกับรมว.ต่างประเทศอิตาลีที่มาเยือนไทยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ได้รับทราบโดยไม่มีข้อคิดเห็นใดๆ เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องภายในของไทย ที่จำเป็นต้องเลื่อน

ไม่มีคุยยิ่งลักษณ์ลี้ภัย

"บิ๊กตู่" เปิดทำเนียบต้อนรับ "รมว.ต่างประเทศอังกฤษ" Boris Johnson เยือนไทยครั้งแรก เน้นคุยการค้า เศรษฐกิจ การศึกษา สัมพันธ์ดี กว่า400ปี/"วีรชน"แถลง ไม่มีคุยเริ่อง "ยิ่งลักษณ์"ขอลี้ภัย หรือ โผล่ ลอนดอน ก่อนหน้านี้

นายบอริส จอห์นสัน (The Right Honourable Boris Johnson MP) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษ  เข้าพบ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล 

โดยมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมการหารือด้วย 

พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่าพลเอก ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี กล่าวต้อนรับเพราะเป็นการเดินทางเยือนไทยครั้งแรก

ขอบคุณอังกฤษ ที่ให้การสนับสนุนการปรับข้อมติสหภาพยุโรป(EU)ต่อไทย สหราชอาณาจักร ถือเป็นมิตรประเทศที่เก่าแก่ของไทย มีความสัมพันธ์อย่างยาวนานมากว่า 400 ปี จนเป็นความผูกพันในทุกระดับ ขอให้กระชับความสัมพันธ์ต่อกัน สร้างมิตรภาพที่ดีต่อกันไปในอนาคต
 
ทั้งสองฝ่ายเห็นร่วมที่จะส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างกัน โดยพลเอก ประยุทธ์ ได้เชิญชวนให้นักลงทุนชาวอังกฤษพิจารณามาลงทุนในโครงการระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (EEC) และหวังว่าสหราชอาณาจักรจะใช้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านการค้าการลงทุนผ่านไปยังประเทศ CLMV ในภูมิภาค ตลอดจนเป็นการเชื่อมโยงไปสู่ภาคประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 

ซึ่ง นาย Boris Johnsonก็ได้หยิบยกนโยบาย Global Britain ของสหราชอาณาจักรที่เน้นการค้าเสรี เปิดโอกาสให้สหราชอาณาจักรมีการค้ากับประเทศต่างๆทั้งในและนอกยุโรปมากยิ่งขึ้น จึงเป็นโอกาสดีที่ไทยและสหราชอาณาจักรจะกระชับความสัมพันธ์ทางการค้า การลงทุนระหว่างกัน
 
ทั้งสองฝ่าย ยืนยันที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกันในด้านต่างๆ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย โดยประเทศไทยมีนโยบายที่ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน  ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมยานอากาศ ความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ความร่วมมือด้านการศึกษา และการท่องเที่ยว

โดยพลเอก ประยุทธ์ ขอให้รัฐบาลอังกฤษดูแลนักเรียนไทยที่ศึกษาที่อังกฤษ จำนวน 10,000 คน 

ซึ่งนาย Boris Johnson กล่าวว่า ภูมิใจที่นักเรียนไทยเลือกเดินทางไปศึกษาที่ สหราชอาณาจักร เพราะมีกระบวนการศึกษาที่ดี
 
ซึ่งในระหว่างการหารือครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้หยิบยกประเด็นที่ต้องการให้มีความร่วมมือระหว่างไทยและสหราชอาณาจักร ได้แก่ ความร่วมมือด้าน Cyber ความร่วมมือด้าน E-Government ความร่วมมือด้าน Start up และความร่วมมือด้าน Data protection 

ซึ่ง นาย Boris Johnson กล่าวว่าจะแจ้งรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดตั้งคณะทำงานร่วมกับไทยเพื่อพัฒนาความร่วมมือเพราะเห็นว่าจะเป็นประเด็นที่มีความสำคัญ มีประโยชน์ในอนาคต  
 
นาย Boris Johnson ชื่นชมไทยที่ได้รับการปรับสถานะ(Ease of Doing Business)มีเป็นประเทศที่น่าลงทุนอันดับที่ 26 และแสดงความเชื่อมั่นในพัฒนาการทางประชาธิปไตยของไทย เชื่อมั่นว่าไทยจะจัดการเลือกตั้ง และประสบความสำเร็จในการปฏิรูปตาม Roadmap
 
ในตอนท้าย นาย Boris Johnson เชิญชวนฝ่ายไทยให้ส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุม London Conference on the Illegal Wildlife Trade 2018 ในช่วงเดือนตุลาคม 2561 

ซึ่งพลเอก ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีจะมอบหมายรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเป็นผู้แทนเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว 

และนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งเพิ่มเติมว่า นอกเหนือจากการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าผิดกฎหมาย รัฐบาลไทย ให้ความสำคัญการแก้ไขปัญหาระดับโลกด้านอื่นๆ อาทิ การค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์  IUU การค้ามนุษย์ ซึ่งจะเห็นผลที่ดีขึ้นต่อไป

ทั้งนี้ในเนื้อหา การแถลงข่าว พลโทวีรชน ไม่ได้เปิดเผยว่ามีการหารือ เรื่องการลี้ภัยหรือการปรากฏตัว ของอดีตนายกรัฐมนตรี"ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร"ในกรุงลอนดอน ก่อนหน้านี้หรือไม่

วันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

พระเอก

พระเอก !?

"ทุกคนคือพระเอก ผมไม่ใช่พระเอก หรอก ไม่ใช่พระเอกตัวจริง  แล้วไม่มีใครเป็นวีรบุรุษหรอก  เพราะ ทำเพื่อประเทศชาติ"

:พลเอกประยุทธ์ มอบนโยบาย "ไทยนิยม ยั่งยืน" ส่ง 7.8 พัน ชุดลงพื้นที่พบประชาชน

"วันนี้ไม่ใช่อะไรทุกอย่างก็นายกฯ ผมต้องการให้ทุกคนเป็นพระเอกตัวจริง ไม่มีใครเป็นวีรบุรุษ มีแต่ทำเพื่อประเทศ ผมทำหน้าที่ของผม ท่านก็ทำหน้าที่ของท่าน ท่านจะจับใครก็เป็นหน้าที่ของท่านตามกฎหมายที่มีอยู่ ถ้าท่านไม่ทำก็แย่ การจะเป็นวีรบุรุษไม่ใช่แค่ตรงนี้ หากทำตามหน้าที่ก็ชมเชยกันไป”นายกฯกล่าว

เจ็บฟัน

จาก ..."ไม้พยุง" ล้มทับบ้าน
ยาย เก็บ เห็ด
มา... ฆ่าเสือดำ
"บิ๊กตู่" ร้อง โอ้ย!! ปวดฟัน เลย ผิดกันไปหมด บ่น เรื่องนิดเดียว แก้กันไม่ได้ ชี้ต้องรู้กม.

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวในการมอบนโยบายและแนวทางขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการ"ไทยนิยม ยั่งยืน" ว่า เราต้องรู้กฎหมาย อย่างต้นไม้ใหญ่ จะล้มทับบ้าน แต่ตัดไม่ได้ ถามว่าทำไมตัดไม่ได้ พอตัดแล้วติดคุก เพราะเป็นไม้พะยุง ไม้ก็ล้มท้บบ้าน มันเป็นอะไรกัน ตำรวจก็ถามผู้ใหญ่ ทางผู้ใหญ่ก็ถามป่าไม้ แต่ก็ไม่กล้าอนุมัติกัน ผิดกันไปหมด เรื่องนิดเดียวแก้กันไม่ได้

" แล้วก็โดนกันอยู่ทุกวัน ตัดไม้ เก็บเห็ดก็โดนกันอยู่นี้แหละ มาตอนนี้ ฆ่าเสือดำกันอีก 

โอ๊ย!! พูดแล้วปวดฟันจริงๆ ช่างโยงกันจริงๆ มันคนละเรื่องกันหมด ไปแก้กันให้ได้เรื่องเล็กๆน้อยๆ เมืองไทยต้องรู้กฎหมาย"

เจ็บฟัน!!

วันพฤหัสบดีที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ยืนยันอีกรอบ

ยัน อีกรอบ !!

"บิ๊กตู่" ยัน กับGen Dunford ประธานคณะเสนาธิการร่วมสหรัฐฯ ยึด Roadmap แต่ ฝ่ายนิติบัญญัติ อยู่ระหว่างการจัดทำกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง  ยันจะปฏิรูปไทยไปสู่ประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและยั่งยืน 

พลเอก Joseph F. Dunford, Jr. ประธานคณะเสนาธิการร่วม กองทัพสหรัฐอเมริกา เข้าพบ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า ค.สชในโอกาสเยือนไทยในฐานะแขกของกองทัพไทย ที่ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล 

พลโทวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า นายกรัฐมนตรีและประธานคณะเสนาธิการร่วมฯ หารือถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหรัฐฯ 

โดยนายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่ประธานคณะเสนาธิการร่วมฯ เดินทางมาเยือนไทยเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพไทยและสหรัฐ ระหว่างวันที่ 6-8 ก.พ. 2561 ซึ่งนับเป็นผู้แทนจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระดับสูงสุดที่เดินทางมาเยือนไทยในรัฐบาลนี้ 

ด้านประธานคณะเสนาธิการร่วมฯ กล่าวว่า การมาเยือนไทยครั้งนี้ เป็นการสะท้อนว่าไทยยังคงเป็นพันธมิตรที่สำคัญในภูมิภาคของสหรัฐฯ 

โดยปีนี้ครบรอบ 185 ปี ที่ทั้งสองฝ่ายสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต และครบรอบ 200 ปี ที่ประชาชนไทยและสหรัฐฯ ติดต่อสัมพันธ์กัน 

นายกรัฐมนตรีและประธานคณะเสนาธิการร่วมฯ หวังว่าทั้งสองฝ่ายจะมองถึงผลประโยชน์ร่วมกัน มองไปข้างหน้า และสานต่อความสัมพันธ์และความร่วมมือในฐานะพันธมิตรที่ดีต่อกันมายาวนาน

ทั้งสองฝ่ายต่างแสดงความเชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศจะเป็นรากฐานที่สำคัญที่จะช่วยยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างไทย-สหรัฐให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น 

นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการเยือนสหรัฐฯอย่างเป็นทางการเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากรัฐบาลสหรัฐฯ 

นอกจากนั้น นายกรัฐมนตรียังประทับใจในการหารือกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยไทยและสหรัฐฯ ต่างมุ่งมั่นที่จะสานต่อและขยายความร่วมมือและความสัมพันธ์ระหว่างกัน ในฐานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในทุกระดับ

สำหรับความร่วมมือทางด้านความมั่นคงและการทหาร นายกรัฐมนตรีและประธานคณะเสนาธิการร่วมฯต่างแสดงความยินดีที่กองทัพไทยและสหรัฐฯ มีการแลกเปลี่ยนการเยือนและกลไกความร่วมมือต่างๆ อาทิ การศึกษา การฝึก การแลกเปลี่ยนข่าวกรอง การต่อต้านการก่อการร้าย ซึ่ง

ที่ผ่านมาไทยและสหรัฐฯ มีความร่วมมือด้านดังกล่าวอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ 

ทั้งสองฝ่ายยังแสดงความยินดีที่โครงการฝึกผสมร่วม Cobra Gold ที่มีความต่อเนื่องยาวนานกว่า 35 ปี และนับได้ว่าเป็นการฝึกร่วมพหุภาคีที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชีย 

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่า โครงการฝึกร่วมดังกล่าวมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมความมั่นคงในการแก้ไขสถานการณ์ความขัดแย้ง การเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการบรรเทาภัยพิบัติ

ในช่วงท้าย ทั้งสองฝ่ายต่างเห็นพ้องว่า ไทยและสหรัฐฯ ได้มีการพัฒนาไปสู่จุดมุ่งหมายเดียวกัน โดยยังให้ความสำคัญกับความสงบสุขและความมั่นคงในภูมิภาค 

ในส่วนของประเด็นภายในประเทศ นายกรัฐมนตรีแจ้งว่า ไทยดำเนินการตาม Roadmap มาโดยตลอด ขณะนี้ ฝ่ายนิติบัญญัติ อยู่ระหว่างการจัดทำกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง 

และนายกรัฐมนตรียืนยันเจตนาที่จะปฏิรูปไทยไปสู่ประเทศที่มีการปกครองประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและยั่งยืน ซึ่งประธานคณะเสนาธิการร่วมฯ ได้แสดงความเข้าใจ

เปล่ามาทวงเลือกตั้ง

เปล่า ทวงเลือกตั้ง !! แต่ ให้กำลังใจ!!

"บิ๊กตู่" เผยคุย "Gen Dunford" เบอร์1"กองทัพสหรัฐฯ ยันเดินหน้าสู่ประชาธิปไตย  สอนมวย ไทย-อเมริกา แตกต่างกัน ก็ต้องแก้ปัญหาที่ไม่เหมือนกัน เพื่อมี ปชต.ที่ เข้มแข็ง/ เผยเขาไม่ได้ถามสักคำ เริ่องเลือกตั้ง แต่ให้กำลังใจ เดินหน้าสู่ ปชต.

พลเอกประยุทธ์ กล่าวถึง การหารือกับ Gen Joseph F.Dunford, Jr. ประธานคณะเสนาธิการร่วม กองทัพสหรัฐอเมริกา เมื่อ7กพ.ว่า เขาไม่ได้ห่วงอะไร  เรื่องการเลือกตั้ง เขาไมได้ถามผมสักคำ  แต่ให้กำลังใจ เราในการเดินหน้าสู่การเป็นประชาธิปไตย 

" ผมก็ยืนยันกับเขาว่า เราเดินหน้า สู่ประชาธิปไตย เขาก็เข้าใจ และขอให้สำเร็จตามนั้น

"ผมบอกเขาว่า ไทยมีปัญหา ของไทย ประเทศไทย กับอเมริกา แตกต่างกัน ทั้ง สังคม  พื้นฐาน การศึกษา อาชีพ รายได้ เพราะฉะนั้น ต้องมีวิธีการแก้ปัญหาที่ไม่เหมือนกัน  เพื่อการมีประชาธิปไตย ที่เข้มแข็ง  ตามกำหนดเวลา  ที่มีทั้งที่ผมเป็นคนกำหรด และ ที่จะต้องเป็นไปตามกฎหมาย" พลเอกประยุทธ์ กล่าว

เปรมชัยยึดตามกม.

จะใหญ่แค่ไหน ผิดก็คือผิด

"บิ๊กตู่" ชี้คดี"เปรมชัย" ท้า ใครจะไปกล้าช่วยเหลือ ก็ตามใจเถอะ โดนลงโทษอีก ช่วยกันไม่ได้หรอก ผิด ก็คือผิด จะใหญ่แค่ไหน ก็คือผิด

พล.อ ประยุทธ์  กล่าวถึง กรณีที่เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกจับกุม นาย เปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการบริษัทอิตาเลียนไทยฯ กับพวก ที่เข้าไปล่าสัตว์ป่า ว่าดำเนินคดีไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม ขออย่าไปเขียนข่าวให้เลอะเทอะ 

"ใครจะไปกล้าช่วยเหลือ ก็ตามใจเถอะ ก็ถูกลงโทษอีก ช่วยกันไม่ได้หรอก ผิดก็คือผิด จะใหญ่แค่ไหน ผิด ก็คือผิด ถ้ามันพิสูจน์ได้นะ ก็ต้องพิสูจน์ได้ ให้หน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ ตรวจสอบมาตามหลักฐาน "

เอาบ้าง

Country First !!

"บิ๊กตู่"ยกคำTrump :" America First" ยันผมก็ต้อง"Thailand First" เหมือนกัน นเำ ไทย-อเมริกา แตกต่าง ต้องแก้ปัญหาต่างกัน "ขอเวลาอีกหน่อย"/ เผย ยึดจีน ดูเป็นต้นแบบ ทำ"ไทยนิยมฯ" ถามความต้องการประชาชน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลองค์กรที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการด้านการเงินการคลัง ครั้งที่ 4 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่ง ว่า ในการพบกับ Gen Joseph f.Dunford,Jr. ประธานคณะเสนาธิการร่วมกองทัพสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา  ผมก็ได้บอกว่าขอเวลาให้เราอีกหน่อยหนึ่งในการจัดทำกฎหมาย ซึ่งเขาก็เข้าใจ

“ผมก็ได้บอกว่าเราเองก็เหมือนกับประเทศสหรัฐฯ ที่ประธานาธิปดี กล่าวคำว่า America First  ผมก็ต้องมีคำว่าThailand First เหมือนกัน โดยจะต้องดูแลคนของเราด้วย ดูแลผลประโยชน์ของประเทศ

วันนี้เรา วันนี้เราเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศในนโยบายที่เรียกว่าไทยนิยมที่ไม่ใช่เป็นการเอาเงินไปหว่าน หลายคนบิดเบือน วิจารณ์ว่ามีการใช้งบประมาณหลายล้านบาท 

และในขั้นที่สองของผู้ที่ถือบัตรผู้มีรายได้น้อย จะต้องมีการฝึกอาชีพโดยมีค่าอาหารให้ 50 บาท โดยระหว่างที่มาเราก็เลี้ยงข้าวเขา 1 มื้อ บางคนไปวิจารณ์ว่ารัฐบาลคิดอะไรไม่ออกจึงเอางบประมาณมาใช้จ่ายกันง่าย ๆ ซึ่งจะก่อให้เกิดการทุจริต แต่ถามว่าถ้าเอางบประมาณหวานลงไปไม่ทั่วถึงคนทุกกลุ่มทุกพวก ไม่มีการพัฒนาขีดความสามารถตรงนี้ใช่หรือไม่ หลายคนบอกว่าประชาชนไม่สนใจ แต่ก็อยู่ที่ความอยากพัฒนาตัวเอง  

ขอให้สื่อเข้าใจว่าเราไม่ได้คิดแต่เพียงว่าจะต้องใช้ว่าจะต้องใช้เงินแต่เริ่มจากคิดว่าจะหาเงินมาจากที่ใดจะใช้เงินอย่างไร เช่นโครงการไทยนิยม ที่จะประชุมเปิดงานในวันที่ 9 ก.พ.นี้ ได้คิดมาแล้วหลายเดือน พร้อมกับเตรียมชุดทำงานเพื่อลงไปสอบถามความต้องการของประชาชนในพื้นที่ 

ทั้งนี้หลายคนชื่นชมประเทศมหาอำนาจที่สามารถแก้ไขปัญหาของประชาชนได้ อย่างจีนซึ่ง ผมดูเป็นต้นแบบ  โดยจีนใช้ข้าราชการกว่า 2 ล้านคน สอบถามประชาชนถึงความต้องการเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด ไม่ใช่หว่านโดยรวมและไม่ได้ทำอะไรให้ดีขึ้น” นายกรัฐมนตรีกล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ ถึงการหารือกับประธานคณะเสนาธิการร่วมกองทัพสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า ประธานคณะเสนาธิการร่วมกองทัพสหรัฐฯ ไม่ได้มีการสอบถามหรือกังวลเกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้งของประเทศไทย เพียงแต่ให้กำลังใจในการเดินหน้าเข้าสู่ประชาธิปไตย

โดยผมได้ยืนยันว่าจะเดินหน้าสู่ประชาธิปไตย 

ทั้งนี้สหรัฐฯเข้าใจถึงความจำเป็นของไทยในวันนี้ โดยสหรัฐได้ให้กำลังใจและขอให้ดำเนินการสำเร็จตามที่วางไว้

นอกจากนี้ผมได้บอกกับเขาว่าประเทศไทยเองก็มีปัญหาของประเทศไทย

“สื่อรู้หรือไม่ว่าประเทศไทยต่างจากสหรัฐอเมริกาอย่างไร ต่างกันทั้งเรื่องของพื้นฐานทางสังคม การศึกษา อาชีพและรายได้ ดังนั้นเราจึงต้องมีวิธีการที่จะนำไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง ตามเวลาที่กำหนด ซึ่งมีอยู่สองอย่างคือ 1.ตนกำหนด 2.กฎหมายกำหนด”

วันพุธที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

บันทึกจาก “ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร”ซากเสือดำในสายตาเด็กๆ

บันทึกจาก “ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร” หัวหน้าชุดพญาเสือ กรมอุทยานฯ กับการจับกุมนายเปรมชัย และซากเสือดำในสายตาเด็กๆ
“หลังจาก สำนวนบันทึกจับกุม นายเปรมชัย กับพวกเสร็จพวกเรา จนท รีบส่งเพราะกลัวโดน ฟ้องกลับ เพราะทนายขู่ว่ากักตัวเกิน 48 ชม
พวกเรารวมทั้งผม ก็กลัวเช่นกัน แต่ทำไงได้กว่าจะออกมา มันใช้เวลานานเหลือเกิน พวก จนท ทำงานเพื่อปกป้องป่า รักษาชีวิตสัตป่าและรักษาชีวิตของตน ให้อยู่กับครอบครัวให้นานที่สุด
ในขณะเดียวกัน น้องๆ จนท พิทักษ์ป่า ไปหยิบ ของกลางมาวาง มาวางที่ละชิ้น ที่ละชิ้น นั้น
ความกลัวที่ กลัวเขาฟ้องกลับ มันกลายเป็นความโกรธแค้น ทั้งที่พวกเราไม่ควรโกรธ เพราะเป็นหน้าที่
แต่ขอให้ทุกคนที่อ่านเข้าใจ ด้วยว่า
พวกเรา จนท ผู้พิทักษ์ป่าทุกนาย ดูแล ปกป้อง คุ้มครอง ป่า ต้นไม้ โดยเฉพาะสัตว์ป่า มาด้วยชีวิต กว่ามันจะโตได้ รอดได้ วิ่งได้ มันผ่านอุปสรรคมากมาย พวกเราเดินทนร้อนทนหนาว ทนเปียก เพื่อดูแลพวกเขา
แต่กลับถูกหยิบออกจากถุงดำ ออกมาเป็นชิ้นๆ นั้นเสือดำ ซึ่งร่างถูกแบ่งเป็นท่อนๆ ไก่ฟ้าลังเทา ถูกกินเหลือครึ่งเดียว เนื้อเก้ง
แล้วนี่อะไรอีก มันเป็นหางเสือดำ ต้มยำเป็นซุบ เนื้อขาหลังของเสือดำ ถูกเอาไปกิน มันอะไรกัน คุณเปรมชัย!
ขณะนั้นผมกำลังถ่ายภาพ ที่ จนท นำซากสัตว์ แต่ละอย่างออกมา ผมหันไปเห็นนักเรียน เด็กๆ ตัวเล็กๆ ยืนชี้! พูดคุยกันเสียง งึมงัม!
จับใจความไม่ได้ว่า เด็กๆ พวกนั้น คิดอะไร และไม่ได้ยินว่าพูดอะไรด้วย
แต่ที่มันสะท้าน ความรู้สึกของผมคือ
“คุณเปรมชัย ทำอะไร
คุณทำอะไรลงไป คุณได้ทำตัวอย่างที่ เด็กๆ ควรเอาตัวอย่างหรือไม่ นั้น
ผมไม่อาจรู้ได้ เพราะผมไม่ยิน เสียงเด็กๆ คุยกัน
แต่ที่ผมรู้สึก คือ ผมรู้สึกแย่มาก ครับ”

ตำรวจไซด์ไลน์"สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง"

คำต่อคำ 'สมยศ' แจงปมยืมเงินเสี่ยกำพล300ล. เรื่องหุ้นผมนิยมมาก อาชีพตำรวจแค่ไซด์ไลน์

เขียนวันที่
วันพุธ ที่ 07 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 18:21 น.
เขียนโดย
isranews
หมวดหมู่

"ตลอดชีวิตรับราชการของผม เกือบจะเรียกได้ว่าอาชีพตำรวจนี่ถือว่าเป็นไซด์ไลน์ อาชีพหลักๆผมคือทำธุรกิจ ซึ่งคนในแวดวงธุรกิจรู้เรื่องดี โดยเฉพาะเรื่องหุ้นผมนิยมมาก ผมมีรายได้ ผลกำไรจากการเล่นหุ้น และก็เสียหายเพราะการเล่นหุ้นเช่นกัน ดังนั้นช่วงที่หมุนเงินไม่ทันก็ไปยืมเงินคุณกำพล ซึ่งการรวบรวมเงินไปคืนคุณกำพลจำนวน 300 ล้านบาทนั้น ต้องเรียนว่าการชดใช้ บางครั้งถ้ามีเงินสดก็ชดใช้เป็นเงินสด ถ้าไม่มีเงินสด ต้องเอาที่ดินไปให้เขาก็ยังมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมและคุณกำพลอยู่ในแวดวงพระเครื่อง บางครั้งก็มีการชดใช้หนี้ในรูปแบบที่แตกต่างกัน"
Somyot
หมายเหตุ สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org : เป็นรายละเอียดบทสัมภาษณ์ของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)  ที่ให้ต่อสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 7 ก.พ.2561 และการให้สัมภาษณ์ ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ทางช่องโทรทัศน์ สปริง นิวส์ ซึ่งมีนายดนัย เอกมหาสวัสดิ์ และ น.ส.อมรรัตน์ มหิทธิรุกข์ เป็นผู้ดำเนินรายการ ต่อกรณีการยืมเงินนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ เจ้าของอาบอบนวดนิคตอเรีย ซีเคร็ท จำนวน 300 ล้านบาท ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐ ในขณะนี้ ซึ่งสำนักข่าวอิศรา เห็นว่าข้อมูลในบทสัมภาษณ์ มีความน่าสนใจ ในหลายประเด็น จึงนำมาเสนอให้สาธารณชนได้รับทราบแบบชัดๆ อีกครั้ง
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง : 
"กรณีที่ผมไปยืมเงินคุณกำพล 4 ครั้ง จำนวน 300 ล้านบาทนั้นก็มีคนสงสัยว่าจะเอามาทำอะไร ต้องเรียนแบบนี้ก่อนว่าตลอดชีวิตรับราชการของผม เกือบจะเรียกได้ว่าอาชีพตำรวจนี่ถือว่าเป็นไซด์ไลน์ อาชีพหลักๆผมคือทำธุรกิจ ซึ่งคนในแวดวงธุรกิจรู้เรื่องดี โดยเฉพาะเรื่องหุ้นผมนิยมมาก ผมมีรายได้ ผลกำไรจากการเล่นหุ้น และก็เสียหายเพราะการเล่นหุ้นเช่นกัน ดังนั้น ช่วงที่หมุนเงินไม่ทันก็ไปยืมเงินคุณกำพล"
"ส่วนการรวบรวมเงินไปคืนคุณกำพลจำนวน 300 ล้านบาทนั้น ต้องเรียนว่าการชดใช้ บางครั้งถ้ามีเงินสดก็ชดใช้เป็นเงินสด ถ้าไม่มีเงินสด ต้องเอาที่ดินไปให้เขาก็ยังมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมและคุณกำพลอยู่ในแวดวงพระเครื่อง บางครั้งก็มีการชดใช้หนี้ในรูปแบบที่แตกต่างกัน แล้วแต่ผมกับคุณกำพลจะตกลงกันได้ นี่เป็นเรื่องปกติ ผมกับคุณกำพลมีการชดใช้หนี้กันทุกรูปแบบรวมไปถึงหุ้นก็ยังมี
"แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญก็คือกระบวนการโอนเงิน กระบวนการใช้หนี้นั้น ทุกอย่างเป็นกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านทั้งทางธนาคารและผ่านตลาดหลักทรัพย์"
" ถ้าที่ผ่านมาผมเคยบอกคุณกำพลไปว่าถ้าหากจะให้ผมฟอกเงินให้ คุณกำพลหิ้วเงินสดมาให้ผมดีกว่าแล้วตอนหลังผมเอามาคืนในรูปแบบอะไรก็ได้ ถ้าผมทำแบบนี้สิ ผมถึงจะปกปิดซ่อนเร้น แต่ผมรู้ดีว่าเรื่องแบบนี้มันปกปิดไม่ได้"
"วันหนึ่งเมื่อมีปัญหาขึ้นมา ผมก็ต้องเตรียมความพร้อมไปชี้แจง เพราะผมเป็นบุคคลที่สังคมให้ความสนใจ ทั้งนี้ผมอยากจะขอร้องไปยังสื่อต่างๆหลายสำนักด้วยว่า กรณีเสนอข่าวว่าอดีต ผบตร.รับส่วยน้ำกาม อดีต ผบต.ร.รับส่วยธุรกิจผิดกฎหมาย ผมก็อยากจะแสดงตัวตนของผมเองว่าอย่าว่าแต่เงินส่วย เงินผิดกฎหมายเลย ผมกล้าพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่าผมเป็น ผบตร.ที่ไม่เคยรับเงินลูกน้อยเลยแม้แต่บาทเดียว"
"ผมเคยประกาศต่อหน้าผู้ใต้บังคับบัญชาว่าถ้าใครสามารถแสดงตนว่าเคยเอาเงินหรือเอาส่วนมาให้ผม ผมจะเดินลงไปกราบเท้าเขาเลย"
"เพราะผมมั่นใจว่าตลอดเวลาชีวิตราชการผม รายได้หลักของผม มาจากธุรกิจ มาจากการเล่นหุ้น ดังนั้น ผมสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าผมไม่เคยไปยุ่งกับธุรกิจที่ผิดกฎหมาย"
"กรณีคุณกำพลทำธุรกิจอาบอบนวดอาจจะเป็นสีเทาๆแต่ก็มีเปิดอยู่ถึง 81 แห่งทั่วประเทศไทย เพราะฉะนั้นถ้าคุณกำพลทำไม่ได้ คนอื่นก็ทำไม่ได้ ก็ปิดอาบอบนวดมันให้หมดไปเลย จะได้หมดเรื่องหมดราวไป"
ทั้งหมด คือ คำชี้แจงของ  พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ต่อกรณีการยืมเงินจำนวน 300 ล้านบาท จากนายกำพล ส่วนผลการชี้แจงต่อหน่วยงานตรวจสอบจะออกมาเป็นอย่างไรนั้น อีกไม่นานสาธารณชนคงได้รับทราบคำตอบที่ชัดเจนกัน 

พลิกธุรกิจ‘เปรมชัย’ซีอีโอ แสนล.-กก.106 บริษัท-คู่ค้าใหญ่ภาครัฐ ก.ทรัพยฯด้วย

ป่าลั่น!พลิกธุรกิจ‘เปรมชัย’ซีอีโอ แสนล.-กก.106 บริษัท-คู่ค้าใหญ่ภาครัฐ ก.ทรัพยฯด้วย

เขียนวันที่
วันอังคาร ที่ 06 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 19:30 น.
เขียนโดย
isranews

เครื่องเคียงก่อนกรณีตั้งแคมป์ล่าสัตว์ ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร พลิกธุรกิจ‘เปรมชัย’ ซีอีโอยักษ์รับเหมาแสนล. นั่งกก. 106 บริษัท กวาดอื้อหน่วยงานรัฐอื้อ การรถไฟฯ กรมชลประทาน กรุงเทพฯ คู่ค้า ก.ทรัพยาฯด้วย 
picprerererchii
ทอล์ก ออฟ ทาวน์ แวดวงการเมือง แวดวงนักธุรกิจ และแวดวงนักสิ่งแวดล้อม กรณีการจับกุมนายเปรมชัย กรรณสูตร นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างแสนล้านกับพวก ที่เข้าไปตั้งแคมป์ล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ตะวันตก เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้ง 6 ข้อกล่าวหา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4-5 ก.พ.2561 วิพากษ์วิจารณ์ต่างต่างนานา 
บ้างก็ย้อนยุคไปเปรียบเทียบกับสมัยก่อนเกิดเหตุการณ์ 14 ต.ค. 2516 ที่มีการเข้าไปลักลอบล่าสัตว์ในป่าทุ่งใหญ่นเรศวร พร้อมกับตั้งคำถามว่า ไม่น่าเชื่อที่ยังมีใครที่จะทำอย่างนี้อีกในยุคนี้ ทั้งที่บุคคลคนนั้นยังเป็นผู้บริหารเบอร์หนึ่งของยักษ์ก่อสร้างอันดับต้นของประเทศ 
ขณะเดียวกันจำนวนไม่น้อยเรียกร้องสังคมช่วยกันให้กำลังใจและปกป้องเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรที่มีความกล้าหาญในการปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้ 
พลิกข้อมูลทางธุรกิจ ‘เปรมชัย’ พบว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นกรรมการ 106 บริษัท จำแนกเป็นบริษัทเลิกดำเนินการแล้ว 32 บริษัท ล้มละลาย 1 บริษัท และเปิดดำเนินการในปัจจุบัน 73 บริษัท ธุรกิจหลักคือรับเหมาก่อสร้าง พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม โลจสติกส์และพลังงาน 
บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จดทะเบียนวันที่ 24 มี.ค. 2537 ทุนล่าสุด 6,337,920,861 บาท ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ที่ตั้งอาคารอิตัลไทย ทาวเวอร์เลขที่ 2034/132-161 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร นายเปรมชัย กรรณสูต เป็นกรรมการผู้จัดการ มีกรรมการจำนวน 10 คน ณ วันที่ 31 มี.ค. 2560 นายเปรมชัยถือหุ้นอันดับหนึ่ง จำนวน 785,494,526 หุ้น (14.88% - ราคาปิดการซื้อขายภาคบ่ายที่ 3.72 บาท) 
แจ้งงบการเงินรอบปี 2559 รายได้รวม 27,250,780,000 บาท กำไรสุทธิ 110,898,000 บาท สินทรัพย์ 59,668,245,000 บาท หนี้สิน 45,519,083,000 บาท กำไรสะสม 541,694,000 บาท 
บริษัทอื่นที่นายเปรมชัยเป็นกรรมการ อาทิ 
บริษัท น้ำมันหอมภูเรือ จำกัด บริษัท เครื่องจักรกลสยาม จำกัด บริษัท จรุงไทยไวร์แอนด์เคเบิ้ล จำกัด (มหาชน) บริษัท ชัยภิญโญ จำกัด บริษัท ซังกิวไทย จำกัด บริษัท ซี.พี.เค.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด บริษัท ซี.พี.เค.แพลนเตชั่น จำกัด บริษัท ซี.พี.เค.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา ไนน์ สแควร์ จำกัด บริษัท เซาท์เทิร์น อินดัสตรีส์ (1996) จำกัด  บริษัท บ้านเรา โฮลดิ้ง จำกัด บริษัท เบรนเอเซีย จำกัด บริษัท ปนุท จำกัด บริษัท สินแร่เมืองไทย จำกัด บริษัท เหมืองแร่ เอเซีย ไทย จำกัด บริษัท อมารี จำกัด บริษัท อมารี โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด บริษัท อาควาไทย จำกัด บริษัท อ่าวปอ แกรนด์ มารีน่า จำกัด บริษัท อ่าวปอแกรนด์มารีน่าแอนด์เรสซิเดนซ์ จำกัด บริษัท อ่าวปอพัฒนา จำกัด บริษัท อิตัลไทย เทรวี่ จำกัด บริษัท อิตัลไทย มารีน จำกัด บริษัท อิตัลไทย เรียล เอ็ซเทท จำกัด บริษัท อิตัลไทยโฮลดิ้ง คัมปะนี จำกัด บริษัท อิตาเลียนไทย เพาเวอร์ จำกัด บริษัท อิตาเลียนไทย แลนด์ จำกัด บริษัท อิตาเลียนไทย หงสา จำกัด บริษัท อิตาเลียนไทย อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัท เอเชีย โลจิสติกส์ ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด บริษัท เอเชีย อินดัสเทรียล แอนด์ พอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท เอเซี่ยนสติล โปรดักส์ จำกัด บริษัท เอเซีย แปซิฟิค โปแตซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพ จำกัด เป็นต้น 
บริษัทที่ล้มละลายคือ บริษัท ปลาแดง จำกัด จดทะเบียนวันที่ 16 พ.ย. 2532 ทุน 450 ล้านบาท ค้าและให้เช่าห้องชุดสำนักงาน ที่ตั้งเลขที่ 2034 อาคารอิตัลไทย ทาวเวอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ศาลล้มละลายกลางมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 26 ก.พ.2553 ให้ บริษัท ปลาแดง จำกัด ล้มละลาย (คดีหมายเลขแดงที่ ล.6491/2552)
ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างพบว่า นับจากวันที่ 1 ต.ค.2555 สิ้นปี 2560 จำนวน 110 สัญญา วงเงินประมาณ 4.7 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่ เป็นคู่สัญญากับ ,การรถไฟแห่งประเทศไทย , กรมทางหลวง ,กรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง , สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร เป็นต้น 
ขณะที่ อิตัลไทย เครืออิตาเลียนไทย เป็นคู่สัญญาหน่วยงานภาครัฐในช่วงเวลาเดียวกัน ประมาณ 170 สัญญา วงเงิน ประมาณ 2,600 ล้านบาท อาทิ จ้างต่อเรือส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 8 สัญญา วงเงิน 187 ล้านบาท เป็นต้น ไม่รวมการก่อสร้างรถไฟฟ้าที่เอกชนรายนี้เป็นผู้รับเหมาหลายเส้นทาง อาทิ สายสีม่วง เบ็ดเสร็จวงเงินนับแสนบาท 
นี่คือเครื่องเคียงทางด้านธุรกิจของนักธุรกิจแสนล้าน 
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคดีลักลอบล่าสัตว์ป่าที่นายเปรมชัยถูกกล่าวหา ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกระบวนการกันต่อไป  

ฝันไกลฝันใหญ่มากๆ

ฝันไกลฝันใหญ่มากๆ


ก่อนที่แผนยุทธศาสตร์ชาติจะประกาศใช้บังคับยาวไปอีก 20 ปี
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ได้สั่งให้นำร่างแผนยุทธศาสตร์ชาติ 6 ด้าน ซึ่งจัดทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไปเปิดเวทีรับฟังความเห็นจากประชาชนใน 4 ภาคทั่วประเทศ
เริ่มจากภาคอีสาน เปิดเวทีที่จังหวัดขอนแก่นไปเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์
ภาคเหนือ จะเปิดเวทีที่จังหวัดเชียงใหม่ พรุ่งนี้ วันที่ 8 กุมภาพันธ์
ภาคกลาง จะเปิดเวทีที่เซ็นทารา ศูนย์ราชการ ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์
และภาคใต้ จะเปิดเวทีรับฟังความเห็นประชาชน ที่จังหวัดสงขลา ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์
คาดว่าจะมีพี่น้องประชาชนสนใจแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของ คสช. ไปร่วมแสดงความคิดเห็นราว 2,000 คน หรือเฉลี่ยภาคละ 500 คน
“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่าการเปิดเวทีรับฟังความเห็น 4 ภาค นับเป็นโอกาสดีที่พี่น้องประชาชนจะได้เห็นร่างแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ก่อนประกาศใช้จริง
แต่ยังมีประชาชนจำนวนมากที่อยากทราบว่าอนาคตประเทศไทยที่ถูกออกแบบล่วงหน้าไว้ 20 ปีว่าจะมีรูปร่างหน้าตาแตกต่างจากปัจจุบันไปอย่างไร??
“แม่ลูกจันทร์” จึงขออนุญาตเจาะแผนยุทธศาสตร์ชาติเฉพาะส่วนที่ฉายภาพอนาคตประเทศไทยในอีก 20 ปีจากนี้ไปมาสรุปย่อๆให้ท่านฟังเพลินๆ
อนาคตประเทศไทยในปี 2579 จะมีความมั่นคงทุกมิติที่พร้อมป้องกันภัยคุกคามทุกรูปแบบทั้งจากภายนอกและภายใน
ประเทศไทยจะเป็นที่ยอมรับของประชาคมโลก จากการเมืองที่มีเสถียรภาพ สังคมมีความสามัคคีปรองดอง ประชาชนมีความสุข
เป็นประเทศที่มีความมั่นคงด้านอาหาร นํ้า และพลังงาน
ด้านเศรษฐกิจ ประเทศไทยในปี 2579 จะอยู่ในกลุ่มประเทศรายได้สูง เติบโตอย่างมีคุณภาพ เป็นศูนย์กลางผลิตอาหารปลอดภัยระดับโลก เป็นศูนย์กลางการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมพลังงาน อุตสาหกรรมชีวภาพ และอุตสาหกรรมดิจิทัล เป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้า เป็นศูนย์กลางบริการด้านสุขภาพ ศูนย์กลางการศึกษานานาชาติ
เป็นศูนย์กลางการลงทุนและศูนย์ กลางการเงินของโลก
“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่า “คนไทยใน พ.ศ.2579” จะมีศักยภาพสูง มีความรับผิดชอบสูง มีจิตสำนึกดีงาม มีความพร้อมทั้งกายใจและสติปัญญา มีทักษะคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงทุกมิติ
และมีความพร้อมปรับตัวรองรับการพัฒนาทุกด้าน
“สังคมไทยใน 20 ปีข้างหน้า” จะเป็นสังคมที่ความเป็นธรรมไม่มีความเหลื่อมล้ำ ไม่มีความยากจน กระจายโอกาสเข้าถึงทรัพยากรอย่างเท่าเทียม
คนไทยทุกช่วงวัยจะมีคุณภาพชีวิตดี ครอบครัวไทยจะอยู่ดีมีสุขกันทั่วหน้า
“โฉมหน้าประเทศไทยในปี 2579” จะเป็นประเทศพัฒนาที่มี “ระบบเศรษฐกิจสีเขียว” เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นประเทศสะอาด น่าอยู่น่าเที่ยว ระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำมาก ขยะเป็นศูนย์และมีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่กระจายทั่วประเทศ
สุดท้าย...“ระบบราชการไทยในอนาคตอีก 20 ปี” จะมีประสิทธิภาพทันสมัย มีความกะทัดรัด คล่องตัว โปร่งใส ไร้ทุจริตคอร์รัปชัน
“แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่านี่คือแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่วาดโฉมหน้าประเทศไทยในอนาคตให้ก้าวกระโดดกระเด้งดึ๋งเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชีย และศูนย์กลางสำคัญของโลก
ขายฝันไกลๆ ฝันใหญ่มากๆ.
"แม่ลูกจันทร์"

ไม่ต้องแซะให้เหนื่อย

ไม่ต้องแซะให้เหนื่อย


“ประยุทธ์” คนเดียวอยู่ไม่ได้
เฉลยกันเป็นนัย กับมุก “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. อ้อนคนเมืองจันท์อย่ารักตัวเองแค่คนเดียว ให้รักรองนายกฯและรัฐมนตรีคนอื่นด้วย
ต้องอยู่ด้วยกันทั้งหมด ใครต้องออกไปออกมามันวุ่น
คำตอบชัดเจน เป็นภาษาฟุตบอลก็ต่อขาดแบบลูกควบลูกครึ่ง อย่างไรเสีย “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ก็ไม่มีทางหลุดวงโคจรจากรัฐบาล คสช.
โดนล่อเป้าหนักหนาสาหัสแค่ไหน ก็ยากจะแซะ “3 พี่น้องบูรพาพยัคฆ์” ได้
ถึงตรงนี้ ก็ไม่ต้องเสียเวลาลุ้น ตอกลิ่มให้เหนื่อยแรง เพราะไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบแล้วที่กระแสเขย่า เพื่อหวังแยก 3 พี่น้องต้องฟาวล์ สุดท้ายคำตอบก็ออกมาแบบเก่า
“น้องเล็ก” พร้อมกอดคอ “พี่ใหญ่” ไม่ว่าเป็นหรือตาย
ในเมื่อแบบฟอร์ม “อำนาจพิเศษคุมเกมเปลี่ยนผ่านประเทศไทย” ถูกออกแบบมาอย่างนี้
ถ้ามี “บิ๊กตู่” ก็ต้องมี “บิ๊กป้อม” ถ้าไม่มี “บิ๊กป้อม” ก็ไม่มี “บิ๊กตู่”
ทางเดียวถ้าจะเจาะยางขุมอำนาจ คสช.ได้ นั่นคือต้องโค่นทั้งกระดาน
ตามรูปการณ์ เมื่อคำตอบสถานะของ “บิ๊กป้อม” ชัดเจน มันก็เป็นอะไรที่คงต้องไหลโดยอัตโนมัติ อาการรุกของฝ่ายต่อต้านคงต้องลามไปเขย่า “นายกฯลุงตู่”
ยกระดับไล่โละกันทั้งวง เหมาอัปเปหิทั้งรัฐบาล
ตามเงื่อนไขสถานการณ์ที่ตรงกับธงของพรรคเพื่อไทย ลูกข่าย “ทักษิณ” มาตั้งแต่ต้น
ยิ่งเป็นอะไรที่อ่านไต๋โผล่ชัดๆจากอาการ “ผิดคิว” ที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ “นักร้องอาชีพ” มือกฎหมายประจำพรรคเพื่อไทย ยื่นเรื่องให้ พล.อ.ประยุทธ์ตรวจสอบขบวนพาเหรดและการแปรอักษรในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ–ธรรมศาสตร์ เข้าข่าย
การชุมนุมทางการเมือง ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.
ตามเหลี่ยมเขี้ยวตั้งใจกดดันปั่นเกมให้ “บิ๊กตู่” เผชิญหน้ากับนักศึกษา
หวังเดินหน้าไล่เบิ้ลผู้นำรัฐบาล ในห้วงกระแส “ทหารทำอะไรก็ผิด”
แต่การณ์กลับพลิกเป็นว่า คนเพื่อไทยตั้งแท่นชงให้รัฐบาล คสช.เล่นงานนักศึกษา ร้อนถึง “เสี่ยโอ๊ค” พานทองแท้ ชินวัตร ลูกชาย “นายใหญ่” ถึงกับออกอาการเม้งแตก
ตอกนายเรืองไกรออกอากาศเลยว่า “แบบนี้ไม่โอเค”
ร้อนถึง “เสี่ยอ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ต้องทำจดหมายเปิดผนึกอย่างเป็นการเป็นงาน ออกมาย้ำจุดยืนแสดงความชื่นชมนักศึกษาจุฬาฯ–ธรรมศาสตร์ และพรรคเพื่อไทยก็คัดค้านการตั้ง
ข้อกล่าวหาต่อกลุ่มประชาชนที่เรียกร้องประชาธิปไตยและทวงคืนการเลือกตั้ง
เคลียร์กันเหงื่อตก “เรืองไกร” เกือบทำยุทธศาสตร์พัง
แต่นั่นก็สะท้อนไต๋ชัด กับเกมโหนนักศึกษาปั่นกระแสปัญญาชนประจันหน้ากับทหาร
และก็ยิ่งเด่นชัดกับความพยายาม “เขี่ยหัวเชื้อ” จุดไฟขบวนการนักศึกษา
แม้แต่ล่าสุด จังหวะบังเอิญเกิดข่าวใหญ่สะท้านสะเทือนป่าทุ่งใหญ่นเรศวร
ตามปรากฏการณ์ที่เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ได้ทำการจับกุมนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งตั้งแคมป์พักในบริเวณจุดห้ามตั้ง ตรวจสอบบริเวณเต็นท์พัก พบซากสัตว์ป่า อาวุธปืนและเครื่องกระสุนจำนวนมาก
โดยพบว่าหนึ่งในกลุ่มนักท่องเที่ยวคือนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
ก็มีขบวนการลากสถานการณ์ไปวนกับกงล้อประวัติศาสตร์อาถรรพณ์ป่าทุ่งใหญ่
อันเป็นที่มาของเหตุการณ์ 14 ตุลาวิปโยค ที่นักศึกษาเปิดโปงขบวนการทรราช พฤติการณ์ลุแก่อำนาจของทหารกับนักธุรกิจใช้เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเข้าไปล่าสัตว์ก่อน ฮ.ตกประจาน
แต่เรื่องของเรื่อง งานนี้โชคดี ไม่มีทหาร คสช.เข้าไปเกี่ยวข้อง
แบบที่มือยุทธศาสตร์ด้านกระแสของรัฐบาลประเมินอย่างมั่นใจว่า “ไกลกันมาก” โยงกันยาก
ตรงกันข้ามจากที่จะเป็นปมลบกับรัฐบาล สถานการณ์นี้กลับจะเป็นโอกาสบวกแต้มให้ “บิ๊กป้อม” ที่จะได้โชว์เนื้องานถนัดคือการอนุรักษ์ผืนป่าที่มีโปรไฟล์มาอย่างต่อเนื่องจากป่ารอยต่อภาคตะวันออก
ไม่บอกก็เดาได้ “พี่ใหญ่” ใส่เต็มแม็กซ์แน่.
ทีมข่าวการเมือง รายงาน

นักการเมือง/ทหาร

(6/2/61)ตัวเป็นนักการเมือง ...แต่เสียง เป็นทหาร พูดจริง ไม่โกหก

"ผม และครม.ทุกคนก็มีชีวิต จิตใจ มีหัวอก หัวใจ"....บิ๊กตู่ อ้อน อย่ามอง ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี นานเกินไป เพื่อหวังสืบทอดอำนาจ....เปรย เราไม่สามารถรับประกันได้ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น

"บิ๊กตู่" แจงเหตุที่ลงพื้นที่ เพราะ เอกสารที่แหกตาตลอด  วันนี้ต้องทำงานด้วยข้อเท็จจริง ทั้งวิชาการและประสบการณ์ที่มีอยู่จากการเป็นทหารและจากการเป็นนายกฯมา 3 ปีกว่า เจอปัญหามากมาย 

สิ่งสำคัญคือต้องมาเจอประชาชนในพื้นที่ ข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ท้องถิ่น ทั้งหมดคือคนไทย 

"ผมทำเสียงเหมือนนักการเมืองหรือเปล่า ไม่เหมือน เพราะเสียงผม เป็นทหารที่พูดความจริง ไม่โกหก เพราะถวายสัตย์ปฏิญาณฯไว้หมดแล้ว"

อย่ามองว่ารัฐบาลจะลงทุนอะไร เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับคนรวยหรือนักลงทุน รัฐบาลนี้ไม่เคยคิดอย่างนั้น คิดแต่ว่าการลงทุนอย่างไรจะถึงพี่น้อง ไม่มีญาติที่จะมาลงทุน เราต้องดูแลให้เป็นครอบครัวเดียวกัน ไม่ทิ้งใคร ไว้ข้างหลัง 

รัฐบาลต้องใช้โซเชียลมีเดีย หรือสื่อ เป็นตัวกลางในการสร้างความเข้าใจ และสื่อก็พร้อมสร้างความเข้าใจ อาจถูกต้องบ้างไม่ถูกต้องบ้าง แต่เขาไม่ได้เจตนา ถือว่าต่างคนต่างทำหน้าที่

แต่เราต้องมีภูมิคุ้มกันตัวเอง ไม่เช่นนั้นจะอยู่ไม่ได้ เพราะโลกเปลี่ยนแปลงทุกวัน 

"เราต้องมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี อย่ามองว่านานเกินไป เพื่อหวังสืบทอดอำนาจ ซึ่งผม และครม.ทุกคนก็มีชีวิต จิตใจ มีหัวอก หัวใจ 

วันนี้ขอให้ลดปัญหาความขัดแย้ง ลงก่อน ไม่ว่าจะเป็นประชาธิปไตย ก็เป็นไปตามกฎหมายอยู่แล้ว เราไม่สามารถรับประกันได้ว่า วันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ตราบใดที่ผมยังอยู่ตรงนี้ รัฐบาลนี้จะรักษาประโยชน์ให้มากที่สุด ให้คนไทยมีอนาคตที่ดี