PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

“ประทิน”จี้ถอดยศ “เสี่ยอ๊อด”พูดจาหมิ่นเกียรติองค์กร ลากไส้ “ดาบนัส ลอยฟ้า”มือแจกอั่งเปา

Prapatchot Thanavorasart ได้เพิ่มรูปภาพใหม่ 2 ภาพติดตาม
กาฝากสีกากี!!
“ประทิน”จี้ถอดยศ “เสี่ยอ๊อด”พูดจาหมิ่นเกียรติองค์กร ลากไส้ “ดาบนัส ลอยฟ้า”มือแจกอั่งเปา อยู่ในราชการแต่ชื่อ ไม่เคยโผล่ทำงาน ทัวร์นอกโดยไม่รับอนุญาตเกือบร้อยหน เปิดภาพลับ“ดาบนัส”หิ้วกระเช้าอวยพรปีใหม่ “บิ๊กหยม”ผู้การนครบาล พบไวน์ลังละครึ่งแสน โผล่กลางโต๊ะทำงานด้วย
รุ่นใหญ่ต้องออกโรง .. องค์กรอันเป็นที่รักถูกย่ำยีต่อเนื่อง พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ ในวัย 83 ปี ออกมากระซวก “เสี่ยอ๊อด ไซด์ไลน์”พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร. ที่เปรียบ“อาชีพผู้พิทักษ์สันติราษฎร์”เป็นแค่“อาชีพไซด์ไลน์” ..ถือเป็นคำพูดที่ทำลาย “เกียรติ-ศักดิ์ศรี”ของตำรวจเป็นอย่างมาก อีกทั้งตำแหน่ง ผบ.ตร. เป็นตำแหน่งที่มีเกียรติ ได้รับการโปรดเกล้าฯ รวมทั้งการเป็น“ผู้นำตำรวจ”แต่ไปหยิบยืมเงิน “เจ้าของอาบอบนวด”นั่นก็อีก .. พฤติการณ์ลักษณะนี้“ขอโทษ”ไม่เพียงพอ ต้องเจอโทษสถานเดียวคือ“ถอดยศ”เท่านั้น .. งานนี้ก็ไม่รู้ว่า “ผู้มีอำนาจ”จะนำพาข้อชี้แนะของ“ผู้อาวุโส”แค่ไหน ..
ไปกันต่อที่ “อั่งเปาสีกากี”ที่ตำรวจนับร้อยชักแถวมารับกับ ร.ต.ต.มานัส เติมธนะศักดิ์ เจ้าของฉายา“อ้วน ลอยฟ้า”ที่มีชื่อพัวพัน“ธุรกิจสีเทา” ..ข้อมูลชวนอึ้งที่ “ร.ต.ต.มานัส”ปัจจุบันยังเป็น “ตำรวจในราชการ”ระดับ“รองสารวัตร”สังกัด “สันติบาล”ที่ถูกขอตัวไปทำหน้าที่อารักขา พล.ต.อ.ไพศาล เชื้อรอด อดีตที่ปรึกษา (สบ10) ที่เพิ่งเกษียณไปเมื่อปีกลาย .. พอมีปม“อั่งเปาร้อน”ก็แอคชั่นเอาเรื่องกันขึ้นมาที ตามตัวเรียกกลับต้นสังกัดกันให้ควั่ก ปรากฏว่า ยังตามตัวไม่พบ .. แถม “บิ๊กปู”พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล เพิ่งออกมาแฉด้วยว่า “ดาบนัส”มีประวัติ “ละทิ้งการปฏิบัติหน้าที่” ไปต่างประเทศ “โดยไม่ได้รับอนุญาต”เกือบ 100 ครั้ง ตั้งแต่ช่วงปี 58 เป็นต้นมาเสียด้วย .. ซึ่งตามระเบียบก.ตร. “ละทิ้งหน้าที่”แค่ 15 วัน ก็ไล่ออกได้แล้ว ก็น่าสงสัยว่าไฉน“อดีตดาบมนัส”ถึงยังอยู่รอดปลอดภัย จนได้ติดยศนายร้อย อยู่กินภาษีประชาชนได้สบายใจเฉิบ .. ชีวิต“ตำรวจไซด์ไลน์”มันดี๊ดี อย่างนี้นี่เอง เพราะแค่เงินเดือนราชการ ไม่น่าจะทำให้อู้ฟู่ ขนาดใจป้ำเลี้ยงโต๊ะจีน “ตำรวจชั้นผู้น้อย”ในสังกัด บช.น.7 นับร้อยนาย แถมแจกอั่งเปา ซองละ 500 พร้อมยันต์คุ้มภัยให้แบบไม่เสียดาย ..ฟังเสียง“บิ๊กหยม”พล.ต.ท. ชาญเทพ เสสะเวช ผู้การนครบาล กำกับดูแล บช.น.7 ช่วงวันแรกๆ ที่เกิดเรื่อง ดูแปร่งๆ ที่เบี่ยงประเด็นให้ดูมูลค่าในซองอั่งเปา ว่า ผิดกฎหมายป.ป.ช.หรือไม่ .. ทั้งที่ภาพออกมา มันประจานท่นโท่ว่าไม่เหมาะสม “บิ๊กอวบ”พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ก็เพิ่งประกาศหลั่ดๆ ห้ามรับแต๊ะเอีย-อั่งเปา-ประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น ในช่วงตรุษจีน
.. แล้วก็ถึงบางอ้อ สาเหตุที่ทำให้“บิ๊กหยม” เสียงแปร่งๆ เมื่อมีเรื่องเกี่ยวกับ“ดาบนัส ลอยฟ้า”เมื่อ “มือดี”ปล่อยภาพ “ดาบนัส”เข้ามอบกระเช้าอวยพร “บิ๊กหยม”เมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมานี่เอง .. เจ้ากระเช้ากาแฟ-คอฟฟี่เมต เต็มที่พันกว่าบาท ไม่ผิดกฎหมาย ป.ป.ช.ชัวร์ .. ที่สะดุดตา ก็เจ้าลัง “Opus One”ไวน์ชั้นดีจากนาปา วัลเลย์ ประเทศสหรัฐฯ ที่กองอยู่บนโต๊ะทำงาน“บิ๊กหยม”มากกว่า .. สนนราคา Opus Oneไวน์ดังฝั่งอเมริกา ต่อขวดก็ไม่ต่ำกว่า“หมื่นบาทไทย”ยกลัง 6 ขวด ก็คูณเข้าไป .. ดูจากภาพนิ่งที่ปล่อยออกมา ไม่ชัดเจนว่าใครเป็น “ผู้ให้-ผู้รับ”ไวน์ลังละเกินครึ่งแสนที่ว่า แต่ถ้ามีการ“ให้ - รับ”เกิดขึ้นในห้องวันนั้น ในฐานะ “ข้าราชการตำรวจ”ทั้งคู่ ให้หรือรับ ความผิดก็ทั้งขึ้นทั้งล่อง นะท่านนะ
ช.ชฎา

"ทูตโปแลนด์"คนใหม่ พบแนะนำตัวกับ"บิ๊กป้อม"

"ทูตโปแลนด์"คนใหม่ พบแนะนำตัวกับ"บิ๊กป้อม" เผย เตรียมลงนามMOUความร่วมมือทางทหาร-ความมั่นคง เชิญ"บิ๊กป้อม" เยือน โปแลนด์/ ยินดีร่วมEEC

นาย Waldemar Dubaniowski ออท.สาธารณรัฐโปแลนด์ เข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกฯและ รมว.กห. ที่ ศาลาว่าการกลาโหม เพื่อแนะนำตัวในโอกาสเข้ารับหน้าที่

พล.อ.ต.รังสรรค์ เยาวรัตน์ ผช.โฆษก กห. กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายได้กล่าวถึง ความสัมพันธ์ไทยและโปแลนด์ ที่มีมายาวนานกว่า 100 ปี
โดยไทยเป็นคู่ค้าสำคัญลำดับที่ 2 ของโปแลนด์ในอาเซียน และได้หารือร่วมกันถึง ความร่วมมือด้านความมั่นคง ด้าน เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
โดยได้จัดทำและเตรียมลงนามบันทึกความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางทหารระหว่างกัน การแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง อันจะนำไปสู่การัฒนาความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศระหว่างกัน

โดย นาย Waldemar ให้ความสำคัญต่อความร่วมมือด้านเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ และกล่าวชื่นชมยินดีที่ไทย มีอัตราการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจที่ดี
ซึ่ง พล.อ.ประวิตร. กล่าวแสดงขอบคุณ พร้อมทั้งเชิญโปแลนด์ได้เข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น โดยเฉพาะในโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ( EEC) ซึ่งโปแลนด์มีความสนใจอยู่แล้ว
ขณะเดียวกัน เห็นว่า ประเทศไทยมีเสถียรภาพและมีความเข้าใจต่อสถานการณ์ของไทย ที่รัฐบาลมีความจำเป็นต้องดำเนินมาตรการต่างๆ โดยเฉพาะการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
พล.อ.ประวิตร ได้เชิญ รมว.กห.สาธารณรัฐโปแลนด์ มาเยือนไทย เพื่อหารือถึงความร่วมมือทางทหารที่สำคัญระหว่างกัน
ขณะที่ นายวัลแตมาร์ เชิญ พล.อ.ประวิตร ให้ไปเยือนสาธารณรัฐโปแลนด์เช่นเดียวกัน

เตรียมตัว ไปเลือกตั้ง

เตรียมตัว ไปเลือกตั้ง
"บิ๊กตู่" ให้ความหวัง -ลดกระแส "คนอยากเลือกตั้ง ปลุกคนไทย ให้พร้อมไปเลือกตั้ง เลือกหรือไม่เลือก ก็ได้ แต่ต้องไปเลือกตั้ง ระบุไม่ใช่ว่าไม่ชอบ แล้วไม่ไปเลือกตั้ง /ชี้ ปชต. ไม่ใช่ เดินประท้วง วอน เลิก We walk แจง ความหมาย "ปวงชนชาวไทย กับ ประชาชน"
หลังจากวานนี้. ยืนยันว่า จะไม่มีการคว่ำร่างกฎหมายลูก ยกเว้น มีเหตุจำเป็นจริงๆแล้ว
วันนี้ พลเอกประยุทธ์ ทำให้เกิดความหวัฃ ว่าจะมีเลือกตั้ง โดยชี้ว่า ประชาธิปไตยไทยจะต้องเป็นประชาธิปไตย ที่ยั่งยืนเป็นสากล ถึงเวลาเลือกตั้งก็ต้องไป ถ้าบอกไม่ไปเลือกตั้งดีกว่า อันนี้เสร็จเลย ต้องเลือกให้ดี
ต้องรู้เรื่องประชาธิปไตยเป็นอย่างไร ประชาธิปไตยไม่ใช่การมาเดินประท้วง เช่นที่กลุ่ม We Walk ทำนั้น ไม่เกิดประโยชน์ ควรหันหน้าหารัฐบาลมาให้ข้อมูลจะดีกว่า
ส่วนการเลือกตั้ง ขอให้ทุกคนไปเลือกตั้ง ไม่ว่าจะกาช่องเลือกใคร หรือไม่เลือกใครก็ตาม ไม่ใช่ว่าไม่ชอบ แล้วไม่ไปเลือกตั้ง เพราะเมื่อรวมคะแนนแล้ว อาจส่งผลต่อการมีรัฐบาลต่อไป
ก็เพื่อให้ได้รัฐบาลที่ดีเป็นของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า รัฐบาลที่ดีต้องเป็นของปวงชนชาวไทย
คำว่าปวงชนนั้น แตกต่างจากประชาชน ถ้าประชาชน คือคนนั้นคนนี้ กลุ่มนั้นกลุ่มนี้ มันไม่ใช่ ปวงชนชาวไทย คือคนทุกอาชีพ รัฐบาลต้องทำหน้าที่แทนทุกคน
รัฐบาลนี้ดูทุกคน ปัญหาถึงได้เยอะ ผมพูดด้วยความจริงใจ
หากมีคนมาแจกเงินถือว่ามีเจตนาไม่บริสุทธิ์ เพราะคงไม่มีอะไรที่จะได้มาเปล่าอย่าให้ใครมาบิดเบือน สร้างความร้าวฉานอีก
ส่วนตัวไม่สามารถจ่ายเงินให้ได้อยู่แล้ว และทุกคนต้องรู้กฎหมายเพื่อให้เกิดความเท่าเทียม” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พายเอง ได้.....เรือ(แป๊ะ)

พายเอง ได้.....เรือ(แป๊ะ)
"บิ๊กตู่" ลงเรือ ลุย แปลงนาบัว เปรย
ไม่ต้องมีใครมาพายให้ พายเองได้ เพราะบ้านติดคลอง เคยพายเรือมาก่อน
สนใจ วิธีการปลูกบัว เล็งจะปลูกบัว ใน คูคลอง หลังตึกไทยคู่ฟ้า ข้างตึกภักดีบดืนทร์
ฝากให้ บิ๊กอ้อ พลเอกวิลาส เลขานายกฯ หาข้อมูล ปลูกอย่างไร. ไม่ให้ปลากินบัวหมด
นายกฯลงเรือลุย แปลงนาบัว ลุงแจ่ม สวัสดิ์โต ที่บ้านศาลาดินหมู่ที่ 3 ตำบลมหาสวัสดิ์ อำเภอพุทธมณฑล ซึ่งเป็นที่ดินพระราชทานจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปที่ดินในประเทศไทย
ปลูกบัว พันธุ์บัวสัตตบุษที่มีกลีบดอกสีขาว และ บัวสัตตบงกช กลีบดอกสีชมพูอมม่วง โดยนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเที่ยว จะได้ร่วมกิจกรรมพายเรือกลางนาบัว ชมและเก็บดอกบัวตลอดจนเรียนรู้ การพับกลีบดอกบัว

แต่งกลอน"ไทยนิยม"....บิ๊กตู่ ซัด "คนพาล"

แต่งกลอน"ไทยนิยม"....บิ๊กตู่ ซัด "คนพาล"
หลัง ปล่อย เพลง"ใจเพชร" ออกมา เมื่อ 2 สัปดาห์ ที่แล้ว.....แต่ ไม่ฮือฮา นัก แม้จะใส่ทำนองร็อคเล็กๆ หวังเข้าหู คนรุ่นใหม่ ก็ตาม
ตอนนี้ บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. มาเป็น กลอน.... เขียนด้วยลายมือตัวเอง ในโอกาส Kick off "ไทยนิยม ยั่งยืน" วันแรก...รับ บิ๊กตู่ ลงพื้นที่ นครปฐม

"ประชารัฐ ไทยนิยม เหมาะสมยิ่ง
ทำทุกอย่าง ความจริง ให้มองเห็น
สาระพัด สารพัน ปัญหา น่าลำเค็ญ
ให้เปรียบเป็น แสงสว่าง ช่วยนำทาง
ความสำเร็จ ใช่จะมา ได้โดยง่าย
สิ่งที่หมาย อุปสรรค นั้นนักหนา
ทั้งยินดี ติฉิน คำนินทา
อย่าระอา ช่วยฝ่าฟัน ให้ยั่งยืน
ให้คนไทย มีรอยยิ้ม ทุกหย่อมหญ้า
ร่วมไขว่คว้า หาโอกาส ที่เหมาะสม
ทำความดี ต่อไป ไทยนิยม
ร่วมชื่นชม สุขด้วย ช่วยพัฒนา
ขอวิงวอน สื่อสังคม ช่วยสานต่อ
อย่ารั้งรอ คนพาล รานเสียหาย
ไม่หยุดยั้ง ขัดแย้งเพิ่ม เติมวุ่นวาย
ถึงที่หมาย มั่นคงมั่งคั่ง อย่างยั่งยืน"
ถูกใจแสดงความรู้สึกเพิ่มเติม

ไม่ตอบคำถามใด เรื่อง"ต่อตระกูล ยมนาค" เสนอนายกฯให้ ปลด

"บิ๊กป้อม" เงียบ!! ไม่ตอบคำถามใด เรื่อง"ต่อตระกูล ยมนาค" เสนอนายกฯให้ ปลด ออกจาก คณะกรรมการต่อต้านทุจริตแห่งชาติ(คตช.) จากปม นาฬิกา
บิ๊กป้อม ทำนักข่าว ผิดคาด อีกแล้ว...ขา กลับ ก็เดินลงบันได ไม่ลงลิฟท์ ....แค่คราวนี้ นักข่าว รอที่หน้าบันได ด้วย....แต่บิ๊กป้อม ไม่ตอบอยู่ดี เดินยิ้ม ขึ้นรถกลับ ไปทานข้าวกลางวันที่ ร.1รอ.
หลัง ตัอนรับ เอกอัครราชทูตโปแลนด์ และกัมพูชา เข้าพบ

ให้เยอะเกิน

ให้เยอะเกิน


โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินอู่ตะเภาแบบไร้รอยต่อ ระยะทาง 260 กม. วงเงินลงทุน 2 แสนล้านบาท
กำลังเป็นเค้กชิ้นใหม่ที่กลุ่มทุนขาใหญ่จ้องสะง่อมกันตาเป็นมัน
เพราะใครที่ได้รับเลือกให้ลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงสายนี้ นอกจากได้รับสัมปทานยาวมากถึง 50 ปี
รัฐบาล คสช.จะยกที่ดินทำเลทองย่านมักกะสันอีก 140 ไร่ให้ไปพัฒนาเชิงธุรกิจ สร้างศูนย์การค้า โรงแรมหรู ศูนย์ประชุมนานาชาติ อาคารสำนักงาน ร้านค้า ปลอดภาษี ฯลฯ อีก 50 ปี
บวกที่ดินไข่แดงศรีราชาอีก 30 ไร่ให้ไปต่อยอดโครงการพัฒนาเชิงพาณิชย์ระยะยาว
แค่นั้นยังไม่จุใจ รัฐบาลยังให้สิทธิ พิเศษพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบสถานี รถไฟความเร็วสูงตลอดเส้นทางอีก 9 สถานี
แถมได้สัมปทานเดินรถไฟแอร์พอร์ตลิงก์อีก 50 ปี พร้อมสิทธิใช้พื้นที่สถานีรถไฟแอร์พอร์ตลิงก์ (พญาไท-สุวรรณภูมิ) เพื่อพัฒนาหากำไรระยะยาว
“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่าไม่เคยเห็นโครงการสัมปทานโครงการไหนได้รับประเคนสิทธิประโยชน์จากรัฐบาลมากเท่าโครงการนี้มาก่อนเลย
ยิ่งกว่านั้น เนื่องจากโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ได้ถูกบรรจุไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก หรือ “อีอีซี” ซึ่งรัฐบาล คสช.ได้เสนอสิทธิประโยชน์ล่อใจอีกมากมายก่ายกอง
ดังนั้น เอกชนผู้ได้รับสัมปทานลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน นอกจากได้สิทธิประโยชน์บานแห้วที่รัฐบาลเสนอให้แล้ว
ยังจะได้รับสิทธิประโยชน์จากโครง การอีอีซีเพิ่มอีกตามกติกา
เช่น...สิทธิได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 15 ปี
สิทธิการใช้ประโยชน์ที่ดินอีก 99 ปี
และสิทธิประโยชน์อื่นๆอีกบานตะไท
ดังนั้น ไม่ว่ากลุ่มทุนยักษ์รายใดจะได้สัมปทานโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินไปครองจากรัฐบาล
ย่อมได้สิทธิประโยชน์ 2 เด้ง โกยกำไรสะดือปลิ้นไปอีก 50 ปีด้วยประการฉะนี้แล
อย่างไรก็ดี “แม่ลูกจันทร์” เห็นด้วยกับโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน
เพราะจะทำให้การขนส่งผู้โดยสารจากสนามบินสู่สนามบินสะดวกรวดเร็วครบวงจร
แต่ “แม่ลูกจันทร์” ไม่เห็นด้วย...ที่รัฐบาลประเคนสิทธิประโยชน์ให้เอกชนผู้รับสัมปทานมากมโหฬารเกินความจำเป็น
ไม่เห็นด้วย เพราะเหตุผล 3 ประการคือ
1, ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำกับโครงการอื่นๆของรัฐบาลเอง
2, การที่รัฐบาลเวนคืนที่ดินชาวบ้านไปให้เอกชนผู้รับสัมปทานพัฒนาเชิงธุรกิจหากำไรผิดหลักนิติธรรม
3, การกระหน่ำสิทธิประโยชน์ให้เอกชนผู้ลงทุนมากเกินไป ทำให้ผลประโยชน์ ที่รัฐพึงได้...เหลือก้อนเล็กนิดเดียว!!
“แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่าจากข้อมูลเบื้องต้น โครงการนี้ รฟท.จะได้ผลตอบแทนจากเอกชนผู้รับสัมปทานประมาณ 1 หมื่นล้านบาทถึง 2 หมื่นล้านบาทในระยะเวลา 50 ปี
ถ้าเอา 50 ปี ไปหารผลตอบแทน 2 หมื่นล้านบาท เท่ากับรัฐจะได้ผลตอบแทนจากเอกชนปีละ 400 ล้านบาทเท่านั้นเอง
ผลตอบแทนปีละ 400 ล้านบาทเทียบกับสิทธิประโยชน์มากมายที่รัฐบาลประเคนให้เอกชนผู้รับสัมปทานยาวถึง 50 ปี
มันคุ้มค่าหรือไม่...ช่วยหาคำตอบให้รัฐบาลกันเถอะโยม??
"แม่ลูกจันทร์"

หมากยื้อม็อบแบบนิ่มๆ

หมากยื้อม็อบแบบนิ่มๆ


ผ่องแรงกดดัน ถอดชนวนไปได้ก่อนหนึ่งจุด

ล่าสุดม็อบเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่–เทพา ยุติโรงไฟฟ้าถ่านหิน ได้ประกาศยุติการชุมนุมกดดันรัฐบาลทหาร คสช.ที่หน้าสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย ถนนราชดำเนิน

ภายหลังได้ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันกับนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน

และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยให้กระทรวงพลังงานจัดทำรายงานประเมินผลกระทบใหม่ ใช้นักวิชาการที่มีความเป็นกลางและทั้งสองฝ่ายให้แล้วเสร็จภายใน 9 เดือน นับตั้งแต่วันนี้

ถ้าชี้ชัดว่าการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินไม่เหมาะสม กฟผ.จะต้องยุติการดำเนินการก่อสร้าง

เบื้องต้น แสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติยืดหยุ่น

กระบวนการจัดการม็อบอย่างละมุนละม่อม

สะท้อนสถานการณ์ภายใต้การคุมเกมของ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.ไม่ใช่ฟอร์มของรัฐบาลทหารที่ถืออำนาจรัฏฐาธิปัตย์เต็มมือ

และนั่นก็ถือเป็นการเสริมน้ำหนักให้ “บิ๊กช้าง” พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ออกโรงชี้แจงกรณีแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้เชิญชวนสมาชิกและนักกิจกรรมทั่วโลก ส่งจดหมายเรียกร้องรัฐบาลไทยให้ยุติดำเนินคดีอาญาต่อกลุ่มนักศึกษาที่ร่วมกิจกรรมทางการเมืองเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง
ยืนยันเรื่องนี้เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายของไทย และมีการชี้แจงไปแล้วว่าอยู่ในขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม โดยไม่จำเป็นต้องทำหนังสือชี้แจงไปยังแอมเนสตี้

ยังไม่เต้นตามเกม “อีเวนต์” สไตล์องค์กรเอ็นจีโอฝรั่ง

ที่ยืนอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับรัฐบาลทหารในทุกประเทศ ทุกกรณี ไม่มีข้อยกเว้น

แต่ก็อย่างที่เห็นๆกัน มันคือวิธีการป้องกัน “น้ำผึ้งหยดเดียว” อย่างได้ผลในแบบฉบับรัฐบาลทหารไทย ไม่ได้ใช้ปืนหรือกำลังในการจัดการม็อบต้านอย่างรุนแรงแต่อย่างใด

แค่แจ้งตำรวจให้ดำเนินการตามกระบวนการกฎหมาย

แม้แต่การแตะเนื้อต้องตัวผู้ชุมนุมยังแทบไม่มี

ตรงกันข้ามมีแต่พวกจ้องจุดไฟ ที่ใช้วิชามารตัดต่อคลิปการปะทะกันระหว่างตำรวจกับม็อบ กปปส.ในอดีตมารวมเป็นเหตุการณ์เดียวกับการเคลื่อนไหวของกลุ่ม We Walk ที่เดินไปจังหวัดขอนแก่น

แชร์กันว่อนโซเชียลฯ คสช.สั่งทุบม็อบ เล่นบทโหดสลายมวลชน

หวังผลปลุกอารมณ์เกลียดชังทหาร กระตุกมวลชนฝ่ายต้านให้ลุกฮือ

เรื่องของเรื่องก็คือ ประเมินทีมทหารของ “นายกฯลุงตู่” ต่ำไป นึกว่าจะเป็นแบบทหารโบราณที่ยั่วตบะได้ง่ายๆ คิดอะไรไม่ได้มากไปกว่าการใช้กำลัง

โดยเฉพาะอาการแพ้ “ของแสลง” กับนักศึกษา ปัญญาชน

แต่ถึงตรงนี้ ผู้นำรัฏฐาธิปัตย์ก็ยังอยู่ในอารมณ์ที่พูดจากันด้วยเหตุด้วยผล แบบที่ “นายกฯลุงตู่” แสดงความเป็นห่วงกลุ่มนักศึกษาที่เคลื่อนไหว สร้างความขัดแย้งโดยเอาหลักต่างประเทศมาเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงประเทศ

แต่ลืมดูไปว่า ตอนที่ต่างประเทศเปลี่ยนแปลง มีการบาดเจ็บและสูญเสียไปกี่แสนกี่ล้านคน

ทั้งๆที่เราเองสามารถเปลี่ยนได้ในทางที่สงบ ไม่เกิดความขัดแย้ง สูญเสีย

“บิ๊กตู่” ฉายภาพตามความเป็นจริง ล้อไปกับสิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่ในบ้านเมืองยังขยาดหวาดผวา
กลัวม็อบกลับมาฉุดประเทศลงเหวกู่ไม่กลับ

และแทนที่จะปักหลักชนกับการเคลื่อนไหวของนักศึกษา รัฐบาลก็มุ่งหน้าไปที่การเจาะถึงชาวบ้าน
ดีเดย์ 21 กุมภาพันธ์ วัน “คิกออฟ” เริ่มต้นยุทธศาสตร์ “ไทยนิยมยั่งยืน”

ภายหลัง “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้นโยบายกับผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ข้าราชการพลเรือน พร้อมคัดบุคลากรคุณภาพ “เกรดเอ” จากกองทัพ

รวมแล้วกว่า 7,500 ทีม เดินสายกระจายลงพื้นที่ทั่วประเทศ

ในลักษณะไปคลุกคลีกับชาวบ้าน ปรับทุกข์ บำรุงสุข สำรวจปัญหาและความต้องการของประชาชน
เพื่อเป้าหมายทำให้คนไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในระยะยาว

ที่สำคัญคือการทำให้ประชาชนรู้ว่าต้องเลือกคนเก่ง เลือกคนดี เพื่อจะได้รัฐบาลที่ดีมาทำให้บ้านเมืองดีขึ้น ไม่ให้ประเทศวนกลับไปที่เดิม

ตามจังหวะชิงตัดหน้า ไม่ให้เติมเกมระดมม็อบง่ายๆ.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

ความคืบหน้าคดี ซีอีโออิตาเลียนไทยล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่ฯ # 4

ความคืบหน้าคดี ซีอีโออิตาเลียนไทยล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่ฯ # 4

ความคืบหน้าคดี ซีอีโออิตาเลียนไทยล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่ฯ # 4
จากเหตุการณ์ที่นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับพวก 4 คน ถูกเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกเข้าจับกุมขณะตั้งแคมป์ในพื้นที่หวงห้ามของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และตรวจพบซากเสือดำ ซากไก่ฟ้าหลังเทา ซากเก้ง อาวุธปืน และเครื่องกระสุนจำนวนมาก
เจ้าหน้าที่ได้พานายเปรมชัยพร้อมพวกส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ แจ้งดำเนินคดี 9 ข้อหา ไปในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ โดยนายเปรมชัยได้ประกันตัวออกมาในวงเงิน 1.5 แสนบาท ล่าสุดพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกนายเปรมชัยให้มารายงานตัวในวันที่ 22 ก.พ. นี้ ซึ่งครั้งนี้เป็นการออกหมายเรียกครั้งที่ 2 หลังจากที่ครั้งแรก 15 ก.พ. นายเปรมชัยและพวกไม่ได้เข้าพบตามที่เรียก

ออกหมายเรียกเปรมชัย เข้าทราบข้อหาเพิ่มครั้งที่ 2

พนักงานสอบสวนได้ประสานผ่านทางทนายความส่วนตัวและนายประกัน ของ นายเปรมชัย เพื่อเรียก นายเปรมชัย พร้อมพวก มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม พร้อมกับรับทราบข้อกล่าวหา ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อ นายเปรมชัย พร้อมพวก ในข้อหา ทารุณกรรมสัตว์ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557
ก่อนหน้านี้ได้ออกหมายเรียกครั้งแรกไปแล้วเมื่อวันที่ 15 ก.พ. แต่ทนายความส่วนตัวนายเปรมชัยได้แจ้งว่ามีเหตุขัดข้องไม่สามารถเดินทางมาพบพนักกงานสอบสวนได้ ทางพนักงานสอบสวนจึงได้ออกหมายเรียกครั้ง ให้นายเปรมชัยพร้อมพวกมาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 22 ก.พ. ในเวลา 09.00 น. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี
หากในครั้งที่ 2 นายเปรมชัยไม่มาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 22 ก.พ.นี้ พนักงานสอบสวนจะแจ้งต่อศาลถึงพฤติการณ์ของผู้ต้องหา เพื่อให้ศาลใช้ดูลพินิจในการพิจารณาสั่งการต่อไป

จ่อแจ้งข้อหาเปรมชัย ครอบครองปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต

ผลการตรวจสอบจากกองพิสูจน์หลักฐานกลางและเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทย ในการตรวจสอบอาวุธปืนของนายเปรมชัย หลังจากการเข้าตรวจค้นบ้านของนายเปรมชัยเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พบว่า มีปืนที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย 2 กระบอก
โดยปืนกระบอกที่ 1 เป็นปืนที่ผลิตขึ้นเอง กระบอกที่ 2 อาวุธปืนยาวขนาด 9 มม.ออโตเมติก มีความยาวลำกล้องถึง 420 มม. มีความยาวลำกล้องเกินกว่าที่กฎหมายระบุ คือ 160 มม.
นอกจากนี้ปืนที่ตรวจพบอีกจำนวน 8 กระบอก ยังไม่พบเอกสารว่าผู้ใดเป็นเจ้าของ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่นายทะเบียนจากกระทรวงมหาดไทย ว่าบุคคลใดเป็นเจ้าของ และครอบครองถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ซึ่งพนักงานสอบสวนของคดีนี้ จะต้องแจ้งกล่าวข้อหาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แฉเปรมชัย มีเป้าเปิบจู๋เสือด

ชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เข้าไปเก็บหลักฐานในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก พร้อมจัดทำลำดับเหตุการณ์การเข้าล่าสัตว์และการชำแหละเนื้อเสือดำเป็นบันทึกประกอบในสำนวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เนื้อของการจัดทำเหตุการณ์ล่าสัตว์ของคณะนายเปรมชัย ระบุเนื้อหาตอนหนึ่งไว้ว่า
เนื้อขาขวาของเสือดำถูกเลาะออกจากกระดูกมาย่างกิน ส่วนหางเสือดำนำไปปรุงเป็นซุปหางเสือดำหรือหากชอบแบบต้มยำสามารถใส่เครื่องปรุงตามใจชอบ ทั้งนี้กลุ่มพรานไม่ได้มาเพื่อกินหางหรือเนื้อเสือดำเท่านั้นเป้าหมายต้องการกินตัวเดียวอันเดียวของเสือดำด้วย สรุปคือกลุ่มพรานได้กินอวัยวะเพศผู้ของเสือดำ หาง เนื้อสะโพกและขาขวาหลัง ส่วนเนื้อไก่ฟ้าหลังเทาแทบจะไม่ได้แตะเลยในอาหารมื้อเย็นของวันที่ 3 ก.พ.

เตรียมแจ้งข้อหาทารุณกรรมสัตว์เพิ่ม

ร.ต.อ.สุมิตร  บุญยะนิจ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เจ้าของคดี กล่าวว่า ในส่วนของข้อกล่าวหารวมทั้งหมดเวลานี้มี 10 ข้อกล่าวหา เดิมมี 9 ข้อหาแต่เพิ่มอีก 1 ข้อหาที่มีการแจ้งความเพิ่ม คือทารุณกรรมสัตว์
ในข้อกล่าวหานี้ ได้ประสานเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ ที่ด่านกักกันสัตว์ อ.สังขละบุรี มาให้ข้อมูลในรายละเอียดข้อกฎหมาย เพราะเป็นกฎหมายใหม่ ต้องทำให้รัดกุมที่สุดในแต่ละข้อกล่าวหา

22 ก.พ. นัดหัวหน้าทุ่งใหญ่สอบปากคำคดีติดสินบน

จากกรณีที่ นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก แจ้งดำเนินคดีกับนายเปรมชัย ในข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงาน ล่าสุด กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนแล้ว และจะเรียก นายวิเชียร พร้อมลูกน้องที่อยู่ในเหตุการณ์ 4 คน มาให้ปากคำเพิ่มเติมอีกครั้งในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ นี้ เพื่อให้สำนวนมีความครอบคลุมครบถ้วน ก่อนจะเชิญ นายเปรมชัย มาให้ปากคำต่อไป

ป่าไม้ชงปปง.ยึดทรัพย์-ฟ้องแพ่ง กรณีรุกป่า

จากการตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าใน อ.ภูเรือ จ.เลย ของบริษัท ซี พี เค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่มีนายเปรมชัย เป็นหนึ่งในกรรมการบริหาร พบว่าเรื่องนี้มี 2 ประเด็นสำคัญ
1. ส่วนที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ซี พี เค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จากการตรวจสอบพบว่าที่มีการครอบครองผิดกฎหมายรวมทั้งสิ้น 6,215 ไร่ ซึ่งเมื่อมีการแจ้งความผู้ที่ถูกเอาผิดทางอาญาจริงๆ คือ พี่สาวของนายเปรมชัย แต่นายเปรมชัยไม่ถูกดำเนินคดีอาญาเพราะไม่ได้ลงนามในเอกสาร แต่ในส่วนของคดีแพ่งนั้น ภาครัฐสามารถเอาผิดเรียกค่าเสียหายเป็นเงินและเสนอเรื่องให้ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เอาผิดโดยยึดทรัพย์ได้ เพราะที่ดินดังกล่าวอยู่ในโซนป่าต้นน้ำ 1 และ 2 ที่ห้ามถือครองเพื่อทำธุรกิจ แต่พบว่าบริษัทดังกล่าวถือครองที่ดินและทำธุรกิจมาอย่างต่อเนื่องทุกพื้นที่
2. ส่วนที่เกี่ยวข้องกับนายเปรมชัย ตรวจสอบพบว่านายเปรมชัยมีชื่อถือครองโฉนดไม่ต่ำกว่า 5 แปลง ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน รวมประมาณ 500 กว่าไร่ ดังนั้น ต้องตรวจสอบด้วยว่าได้มาอย่างไร ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการบุกรุกป่าท้องที่ อ.ภูเรือ ซึ่งประกอบด้วย 5 ฝ่าย
ส่วนเรื่องท่าจอดเรือยอชต์ อ่าวปอ แกรนด์ มารีน่า จ.ภูเก็ต กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ระบุว่า ท่าจอดเรือยอชต์นั้นมีเอกสารสิทธิถือครองที่ดินถูกต้อง

รมว.ทรัพยฯ ยันหลักฐานเอาผิดเปรมชัยแน่นหนา

พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับนายเปรมชัย พร้อมพวกที่เข้าไปล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก มีรายละเอียดสำคัญดังนี้
การดำเนินคดี 9 ฐานความผิดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการไปแล้วนั้น มีพยานหลักฐานที่แน่นหนามาก ส่วนคดีอื่นที่จะมีการแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมนั้นก็อยู่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสืบสวนต่อไป ส่วนเรื่องการดำเนินคดีเกี่ยวกับการบุกรุกพื้นที่ป่าทั้งในพื้นที่ อ.ภูเรือ จ.เลย และ สนามกอล์ฟเขาสอยดาว จ.จันทบุรี เป็นเรื่องที่กรมป่าและกรมอุทยานฯกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบ

วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ต่อตระกูลทิ้งบอมบ์!ร่อนหนังสือจี้‘บิ๊กตู่’ตัดสินใจโดยด่วนปมนาฬิกาบิ๊กป้อม

ต่อตระกูลทิ้งบอมบ์!ร่อนหนังสือจี้‘บิ๊กตู่’ตัดสินใจโดยด่วนปมนาฬิกาบิ๊กป้อม

วันจันทร์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 07.00 น.
ประธานคตช.สุดทนทำหนังสือถึง“บิ๊กตู่” จี้ตัดสินใจอย่างหนึ่งอย่างใดโดยด่วนปมนาฬิกาหรู“บิ๊กป้อม” เหมือนอย่างที่เคยประกาศเจตนารมณ์ ระบุอนุกรรมการหลายคณะไม่สบายใจ ชี้ปัญหากระทบต่อความเชื่อมั่นขององค์กรตรวจสอบการทุจริตที่ คสช.ตั้งขึ้นมากับมือ โดยเฉพาะวิกฤติศรัทธาต่อนายกฯ
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา นายต่อตระกูล ยมนาค ประธานอนุกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติด้านการป้องกันการทุจริต ในคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานได้ทำหนังสือที่คตช.(อนปก) /15  ถึงประธานคตช.เรื่องขอแสดงความกังวลต่อบทบาทของคตช.ในสถานการณ์วิกฤติปัจจุบันกรณีที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ถูกตรวจสอบเรื่องนาฬิกาหรู
โดยหนังสือระบุว่า ตามที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษาประธาน คตช. อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบข้อเท็จจริงจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีที่เป็นข่าวทางสื่อต่างๆว่า พล.อ.ประวิตร สวมใส่นาฬิกาและแหวนเพชรราคาแพง แต่ไม่ได้แสดงไว้ในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินในกรณีเข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2557 นั้น
“กระผมรองศาสตราจารย์ ต่อตระกูล ยมนาค ในฐานะประธานอนุกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติด้านการป้องกันการทุจริต และอนุกรรมการส่วนใหญ่  รู้สึกมีความกังวลต่อสถานการณ์ดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและความเลื่อมใสศรัทธาต่อคตช.ที่คสช. ได้แต่งตั้งขึ้นโดยมีนโยบายสำคัญและเร่งด่วนในการป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งวิกฤติศรัทธาต่อพล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี และประธาน คตช. โดยตรง ดังนั้น ท่านควรพิจารณาดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเร็ว เพื่อเป็นแบบอย่างตามที่ท่านเคยประกาศเจตนารมณ์ในการต่อต้านการทุจริตอย่างจริงจัง รวมถึงเป็นนโยบายของรัฐบาลที่สำคัญและเร่งด่วนของชาติด้วย” หนังสือระบุ
ทั้งนี้ ในท้ายหนังสือยัง ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ โปรดพิจารณาข้อกังวลดังกล่าวด้วย
ก่อนหน้านี้นางทิชา ณ นคร ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและเยาวชน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) นำรายชื่อที่รวบรวมผ่านเว็บไซต์กว่า 80,000 รายชื่อมาให้กับนายกฯเพื่อเพื่อเรียกร้องให้พล.อ.ประวิตร แสดงสปิริตลาออกมาแล้ว

ชัยชนะนี้เกิดจากคนไทยทั้งประเทศ โปรดอย่าเข้าใจผิดว่า "รัฐบาลตาสว่างแล้ว"

นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ
3 ชม.
ชัยชนะนี้เกิดจากคนไทยทั้งประเทศ โปรดอย่าเข้าใจผิดว่า "รัฐบาลตาสว่างแล้ว"
สำหรับผม ไม่อาจขอบคุณรัฐบาลได้ ที่ตัดสินยกเลิก EHIA โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และเทพา เพราะการที่รัฐบาลมาเจรจา จนได้ข้อสรุปพบกันครึ่งทาง ยอมหยุด EHIA ไม่ให้เดินต่อ ให้ศึกษาภาพรวมยุทธศาสตร์พลังงานก่อน แล้วค่อยทำ EHIA ใหม่ในอนาคต ที่ออกมาเป็นสูตรนี้ก็เพราะแรงกดดันมากมายของมหาชน
การที่ชาวบ้านเทพาถูกทุบสลายการเดินที่สงขลาเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560 ทำให้ผู้คนเทใจให้เทพาอย่างมหาศาล เป็นต้นทุนสำคัญที่ทำให้คนไทยรู้จักและเข้าใจเห็นใจคนเทพา จนเมื่อชาวบ้านเทพาตัดสินใจขึ้น กทม.มานั่งอารยะขัดขืนอย่างสงบหน้าทำเนียบรัฐบาล การเยี่ยมเยือนให้กำลังใจมีอย่างต่อเนื่อง เมื่อทัพกระบี่มาเสริม แรงค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และเทพาจึงเด่นชัดขึ้นอีก ผู้คนจากทั่วสารทิศมาเยี่ยมมาให้กำลังใจ การมาเชียร์พี่น้องกระบี่เทพาก็เท่ากับเป็นการก่นด่ารัฐบาลที่ใจดำให้ชาวบ้านตากแดดดมควันรถ เพิกเฉยต่อทิศทางพลังงานสะอาดนั่นเอง
เมื่อถึงที่สุด ชาวบ้านกระบี่เทพาประกาศจะบุกประชิดรั้วทำเนียบในวันนี้(อังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561) สัญญาณความหวั่นไหวของรัฐบาลก็เริ่มปรากฏตั้งแต่วันจันทร์ เช่นนายทหารที่หายไปนานโทรมาหาผม เป็นต้น จากเดิมที่อดข้าวมาสิบวันไม่มีสีเขียวลายพรางโทรมาหาเลย
ไม่แปลกที่รัฐบาล คสช.จะหวั่นไหว เพราะเรื่องถ่านหินมีกระแสคัดค้านจากทั่วโลก คนไทยส่วนใหญ่ก็ไม่ต้องการ การประชิดหน้าทำเนียบในช่วงที่จะมีการประชุม UN ที่กรุงเทพเรื่องพลังงานยั่งยืน ยิ่งทำให้รัฐบาลจะลงมือใช้ความรุนแรงก็ไม่ได้ ครั้นจะให้ชุมนุมประชิดหน้าทำเนียบอยู่นาน เดี๋ยวหากมีป้าย "อยากเลือกตั้ง" หรือ "มาชูสามนิ้ว" หรือ "มาไล่คนใส่นาฬิกา 25 เรือน" ซึ่งยากที่จะห้ามได้ รัฐบาลจะยิ่งเสียศูนย์
ในยามที่ง่อนแง่นเอาตัวไม่รอด จึงต้องยอมตัดไฟแต่ต้นลม รักษาสภาพรัฐบาลที่แผลเต็มตัวเอาไว้ก่อน ไม่พร้อมปะทะกับทีมชาวบ้านกระบี่เทพา การเจรจาและยอมลงนามข้อตกลงกับกลุ่มคัดค้านที่หน้า UN อย่าให้ได้เคลื่อนทัพมาทำเนียบรัฐบาลจึงเกิดขึ้น
ชัยชนะครั้งนี้จึงเกิดจากพี่น้องทั้งประเทศ ที่ช่วยกันกระแนะกระแหนหรือวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องจนอำนาจรัฐทหารเผด็จการที่มีอยู่เป็นขาลงอย่างหนัก จนไม่พร้อมจะเปิดศึกหลายด้าน รัฐบาลไม่ได้คิดจะยกเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้วหันมาสนับสนุนพลังงานสะอาดหรอก แต่ทำเพราะความจำเป็น สถานการณ์บังคับ
หากรัฐบาลตาสว่างจริง และมีจุดยืนสร้างประเทศไทยสู่การก้าวไปสู่พลังงานหมุนเวียนจริง ก็ต้องประกาศสนับสนุนการติดโซลาร์รูฟตามบ้านเรือนทุกหลัง เพื่อให้ประชาชนพึ่งตนเองด้วยพลังงานให้มากที่สุด สนับสนุนนโยบาย net-metering คือหากบ้านไหนผลิตไฟได้เกิน สามารถขายไฟเข้าสายส่งได้ ให้มิเตอร์หมุนกลับได้ รวมทั้งสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมเป็นต้น นั่นหมายความว่า "renewable energy come first" หรือเลือกใช้เลือกผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนก่อน แต่นโยบายเช่นนี้ยังไม่ปรากฏเป็นรูปธรรม
ชัยชนะในครั้งนี้ จึงเป็นชัยชนะจากกระแสหลากหลายที่วิพากษ์รัฐบาลของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ
ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ทั้งที่คัดค้านไม่เอาถ่านหิน หรือทั้งที่นินทาหรือต่อสู้กับอำนาจรัฐอันไม่ชอบธรรมในประเด็นอื่นๆมาตลอด จนทำให้อำนาจรัฐปวกเปียก และเกิดเป็นชัยชนะของพี่น้องกระบี่และเทพาในวันนี้
ภารกิจของภาคประชาชนยังมีอีกยาวไกล ความทุกข์ยากของพี่น้องคนไทยที่ถูกริดรอนสิทธิและถูกรุกรานแย่งชิงฐานทรัพยากรที่หล่อเลี้ยงชีวิตและครอบครัวยังมีอีกทั่วแผ่นดินไทย กระบี่-เทพาเป็นเพียงหนึ่งเรื่องร้อนของยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น ภารกิจของประชาชนสามัญชนอย่างเราๆจึงยังต้องสามัคคีรวมพลังกันอีกยาวไกล....

อ้างชื่อ "ป.ป้อม"

อ้างชื่อ "ป.ป้อม"
"บิ๊กตู่ "เผย "บิ๊กป้อม" ประกาศ กลางที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ถ้ามีใครอ้างชื่อ สั่งนั่นสั่งนี่ เรื่องผลประโยชน์ ให้รีบบอกท่านได้เลย อย่าไปเชื่อ ใครมาอ้าง ป.ปลา ป.แปะ บอกท่านเลย
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการตรวจสอบการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ติดเชื้อเอดส์ ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งในหลายจังหวัด ว่า เรื่องการทุจริตในเรื่องดังกล่าว พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้รายงานให้ตนรับทราบ ว่ามีการตรวจสอบทุจริตตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งกำลังตั้งคณะกรรมการสอบสวน แต่ปรากฏว่าล่าช้า ก็ต้องไปดูว่าทำไมล่าช้าในเมื่อตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว ต้องไปดูว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง
โดยตนได้สั่งการไปว่าจะต้องลงโทษทุกคนที่มีหลักฐานเกี่ยวข้อง เรื่องที่เกิดเราก็ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ต้องไปตรวจสอบ เพราะการเซ็นต์รับเงิน การเบิกจ่ายเงินนั้น ต้องทำเป็นกระบวนการและมีคนข้างในร่วมมือ สิ่งเหล่านี้เกิดมาตั้งนานแล้ว ก่อนที่จะรัฐบาลนี้จะเข้ามา

"นี่คือสิ่งที่ต้องแก้ปัญหา ทั้งรัฐบาล ส่วนราชการ หน่วยงานที่ตรวจสอบ ตัวผู้ปฏิบัติงานต้องมีจิตสำนึก ผมก็ไม่คิดว่าจะกล้าทำขนาดนี้ หากตรวจสอบพบตามหลักฐานที่มีอยู่ ใครที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม หรือคนที่ไม่เกี่ยวข้อง แต่หากปล่อยปละละเลยก็ต้องลงโทษทางวินัย ผมเตือนทุกกระทรวง
ทั้งนี้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ได้ประกาศในที่ประชุมครม. ว่าหากใครมาแอบอ้าง ป. ปลา ไปสั่งการโน่นนี่ แจ้งมาได้เลย หรือบอกไปที่ตัวพล.อ.ประวิตร เองได้เลย ซึ่งพล.อ.ประวิตรก็จะดูแลและรักษาความลับให้ ฉะนั้นอย่าไปเชื่อ คนที่มาแอบอ้าง ป.ปลา ป.แปะ อะไร" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

เมื่อถามว่า ควรให้กระทรวงพม.ปรับเปลี่ยนวิธีการเบิกจ่ายเงินหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องไปดู เพราะมีหลายส่วนร่วมกัน ทั้งข้าราชการเลวๆ ประชาชนกลุ่มหนึ่งที่อยากได้เงิน ตนไม่อยากจะพูด สมัยก่อนมีคนจากฝ่ายการเมือง เอาโครงการที่เขาอ้างว่าไปดูแลคนจน เอางบประมาณต่างๆ ลงไป ลงไปถึงตรงไหนก็ตรงนั้น ไม่ใช่แค่กระทรวงนี้ด้วย เอาโครงการลงไป แล้วไปหาคนที่อยากได้ก็เอาเข้ามาเสนองบ แล้วก็มีข้าราชการที่ไม่ดีร่วมมือ

ไม่เชื่ออย่าลบหลู่

"บิ๊กตู่" ชี้ยุคนึ้ 4.0 ติงสนใจแต่โหราศาสตร์
ฮวงจุ้ย โยง อ่างบัวแตก กับโคมจีน แก้เคล็ด ชี้เป็นอุบัติเหตุ ตำรวจถอยรถชน แปลกใจ มีใบขับขี่หรือเปล่า ฝากตำรวจไปถามสิ เกือบจะเรียกมาถามแล้ว ส่วน คนปักธูป36 ดอก หวังต่อต่อบ้านเมือง แต่ยัน ผมไม่ได้ สั่งให้มาปัก กระถางข่อยแตก เพราะเก่าแล้ว
พล.อ ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคสช.ได้กล่าวถึงอ่างบัวแตก กระถางแตก รวมถึง การปักธูป36ดอกในทำเนียบรัฐบาล ว่า ขออย่าไปมองเรื่องไสยศาสตร์ โหราศาสตร์ หรือ ฮวงจุ้ย อย่างเดียว
"วันนี้มัน4.0 แล้ว แต่เราไม่ได้ไปลบหลู่ เพราะถือเป็นเรื่องธรรมชาติ
"ผมว่าจะเรียกตำรวจ คนที่ถอยรถชนอ่างบัวมาถามแล้วว่า ถอยรถยังไง มีใบขับขี่หรือเปล่า อ่างบัวอยู่ห่างถนน ตั้งเกือบเมตรถอยไปชนได้ไง คงจะ ฝากตำรวจไปดูด้วยว่าสอบใบขับขี่มาได้อย่างไร ก็ถือเป็นเรื่องอุบัติเหตุ"
ส่วนกรณีกระถางข่อย แตก เพราะ มันเก่าตั้งแต่ชาติไหนแล้ว กระถางเก่าพร้อมจะแตกอยู่แล้ว พอต้นข่อยเริ่มขยายมากขึ้นเรื่อยๆก็เป็นปัญหา ตนขอ โทษคนเปลี่ยนกระถางว่าทำไมไม่เปลี่ยนกระถางสักที มันก็เลยแตก
ส่วนเรื่องธูป ผมไม่ทราบว่าใครเป็นคนนำไปปัก ไว้หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ส่วนจะดูจาก กล้องวงจรปิด นั้น คนไปปักคงไม่มาปักธูปให้กล้องเห็น
ยืนยันผมไม่ได้จะไปสั่งให้ใครมาปักธูป ผมไม่สั่งอะไรแบบนี้หรอก "
สื่อต้องนึกถึงใจของคนที่อยู่ในทำเนียบรัฐบาลบ้างว่า ข้าราชการหลายคนอยากให้บ้านเมืองไปได้ เขาอาจจะอธิษฐาน ไม่อยากให้มีชุมนุมอีก เพราะข้าราชการเคยไม่ได้ทำงานไปหลายเดือนในทำเนียบรัฐบาล
สื่อต้องมองอย่างนี้ หลายคนเจตนาดีต่อบ้านเมือง ใครนับถืออะไรก็ไหว้ไป เป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่รัฐบาลไม่เคยไปสั่งให้ใครไปทำอย่างนี้ ขอให้สื่อรู้จักแยกแยะกันบ้าง

ฮือฮา!! 2 อีกา รุมทึ้ง ศพ "นกพิราบ" หน้าตึกไทยคู่ฟ้า

ไทยแลนด์ 4.0
ฮือฮา!! 2 อีกา รุมทึ้ง ศพ "นกพิราบ" หน้าตึกไทยคู่ฟ้า คล้อยหลัง "นายกฯบิ๊กตู่" เดินขึ้นตึกไปได้ไม่นาน...ตีความกันวุ่น.
เมื่อเวลา 14.25 น. ขณะที่ นักข่าว เพิ่งทำข่างนายกฯบิ๊กตู่ แถลงหลังประชุม ครม. และทีมโฆษกรัฐ แถลง ได้ไม่นาน
พบว่า ที่ถนน ทางขึ้น ตึกไทยคู่ฟ้า ปรากฏ อีกาดำ 2 ตัว กำลังรุมจิก นกพิราบ
ทั้งนี้ ไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ ก่อนหน้านั้นว่า นกพิราบ ตายได้อย่างไร แต่จากสภาพศพ นกพิราบ หัวแบน เหมือนถูกรถทับ แต่ทว่า รถในทำเนียบฯ ก็ไม่แล่นเร็ว
หรือว่า นกพิราบ เสียชีวิต มาจากที่ใด แต่ก่อนหน้านั้น นายกฯ เพื่งเดินผ่าน ขึ้นตึกไป ไม่นาน
แต่ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ ตีความกันต่างๆนานา ว่า เป็นลาง หรือสิ่งไม่ดีหรือไม่
ทั้งนี้ ปกติ "นกพิราบ" เป็นสัญลักษณ์ ของทั้ง สันติภาพ ความสงบสุข และ การสื่อสาร หรือสื่อมวลชน
และ อีกา เทียบกับ สีดำ ส่วนพิราบ เทียบเป็นสีขาว
เชิญตีความเอาตามสะดวก!!
นายกฯเพิ่ง บ่นสื่อ โยง อ่างบัวแตก กับโคมจีน แก้เคล็ด ชี้เป็นอุบัติเหตุ ตำรวจถอยรถชน แปลกใจ มีใบขับขี่หรือเปล่า ฝากตำรวจไปถามสิ เกือบจะเรียกมาถามแล้ว ส่วน คนปักธูป36 ดอก หวังดีต่อบ้านเมือง แต่ไม่รู้ใคร แต่ยัน ผมไม่ได้ สั่งให้มาปัก ชี้ ไทยแลนด์4.0 อย่ามองแต่เรื่องไสยศาสตร์ อย่างเดียว ยันไม่ได้ลบหลู่

ผมจะรับผิดชอบเอง

ผมจะรับผิดชอบเอง
"บิ๊กป้อม" แฉ กลุ่มป่วน จ้องล้มรัฐบาล คสช. มีมากกว่า3 กลุ่ม สั่งจับตา ไม่สน7ล้านชื่อAmnesty International ยันตัองยึดกม.คุมม็อบ เคลื่อนไหว. ยังไม่มีข้อมูลเพิ่ม ท่อน้ำเลี้ยง ยันชุมนุม22กพ.ไม่มีปัญหา ผมจะรับผิดชอบเอง
พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม กล่าวถึงการประกาศยกระดับการชุมนุมเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง ของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ว่า ทุกอย่างอยู่ภายใต้กฎหมาย และต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย ฝ่ายความมั่นคงยังใช้มาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองเหมือนเดิม ไม่มีแผนเพิ่มมาตรการอื่นๆ
ส่วนแผนดาวกระจายของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งไปจัดการชุมนุมต่างจังหวัด พลเอกประวิตร กล่าวว่าจะไม่มีปัญหาอะไร
ส่วนการที่Amnesty International รวบรวมรายชื่อกว่า 7 ล้านคนทั่วโลกเพื่อคัดค้านรัฐบาลไทยดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุม พลเอกประวิตร กล่าวว่า ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายของเรา ต่างประเทศก็ทำอะไรไม่ได้ เราอยู่ด้วยกัน เรากำหนดกฎหมายขึ้นมา เราก็ต้องใช้กฎหมายของเรา
ส่วนการชุมนุมในวันที่ 22 พฤษภาคม 2561 ที่จะครบรอบ 4 ปีรัฐประหาร พลเอกประวิตร กล่าวว่า จะไม่เกิดความวุ่นวาย เพราะคนไทยรู้อยู่แล้ววว่า คสช. ทำทุกอยากให้เกิดความสงบ แต่ที่ไม่สงบเพราะสื่อถาม ตอนนี้ไม่มีอะไร ทุกอย่างสงบดี ประชาชนอยู่ดีกินดี
สำหรับการจับตา 3 กลุ่มการเคลื่อนไหว และท่อน้ำเลี้ยง ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อมูล แต่อาจจะมีมากกว่า 3 กลุ่ม ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ให้ความมั่นใจว่า จะรับผิดชอบเอง ไม่เป็นไร

"บิ๊กตู่"แช่ง คนโกหก มีผลชาตินี้ ไม่ต้องรอชาติหน้า

"บิ๊กตู่"แช่ง คนโกหก มีผลชาตินี้ ไม่ต้องรอชาติหน้า ถามไม่กลัวบาปหรือ? แนะมี"หิริ โอตัปปะ" ชี้ แนะบอก ตัวเองก็อย่าทำชั่ว
พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ เดินอีเว้นท์ ทำเนียบ ป้ายรณรงค์ เนื่องใน วันมาฆบูชา
ระบุว่า”โกหกไม่ดี เป็นบาปนะคะ”
พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า “ใช่แล้ว การโกหกเป็นบาป
ในวันนี้หลายคนก็โกหกด้วย อยากถามว่าไม่กลัวบาปหรืออย่างไร ซึ่งผลของการโกหก ก็จะเกิดในชาตินี้ ไม่ต้องรอชาติหน้า
ทุกคนต้องเกรงกลัวต่อบาป ประเทศไทยเองก็ต้องมี "หิริ โอตัปปะ" คือความละอายและเกรงกลัวต่อบาป ตัวเองก็จะได้ไม่ทำความชั่ว ตัวเองไม่ต้องบอก คนอื่น ขอให้บอกตัวเอง”

ไหลมาถึงจุดได้เสียว

ไหลมาถึงจุดได้เสียว


กระถางต้นข่อยแตกซ้ำตามรอยอ่างบัวทำเนียบรัฐบาล
ทำเสียงร่ำลือรัฐบาลขาลงต่อเนื่อง
ล่าสุดแม้แต่เรื่องนักเรียนเซนต์คาเบรียลประท้วงไล่ผู้บริหารทุจริต ก็ยังไม่วายถูกโยงเป็นเกมซ้ำ ย้ำกระแสปมนาฬิกาของศิษย์เก่าคนดังอย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม
ตามฉากที่ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป อดีตนายทหารคนสนิท “ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ และกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการต่อต้านการทุจริตฯ โผล่มาร่วมแจมเวทีปราศรัย พูดเป็นนัยชื่นชมเด็กๆมีพลังและความกล้าในการลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อความถูกต้อง
จะทำให้ในอนาคต เราจะมีบุคคลที่มีคุณภาพในสังคมไทย ในการต่อสู้กับความไม่ถูกต้อง และการทุจริตคอร์รัปชัน
ทั้ง “สคริปต์” ทั้ง “ตัวละคร” มันก็เร้าสถานการณ์ตามท้องเรื่อง
ฟังยังไงมันก็โยงเข้าเหลี่ยมกระแทก “พี่ใหญ่” ทีมเสือตะวันออก
โดยรูปการณ์เร่งเครื่อง กะน็อก “บิ๊กป้อม” ให้ได้ใน 1–2 ยกนี้
ท่ามกลางเงื่อนไขสถานการณ์เขย่าแรงกระเพื่อม ก่อชนวนโหมเชื้อไฟ ตามการยกระดับความเคลื่อนไหวของขบวนการ “อยากเลือกตั้ง” ที่เป็นการสนธิกำลังกันระหว่างกลุ่ม Start Up People กลุ่ม We Walk แนวร่วมพันธมิตรฯอย่างนายวีระ สมความคิด และขุมข่ายเสื้อแดง นปช.อย่างนายสมบัติ บุญงามอนงค์
ตั้งธงระดมม็อบปักหลักถาวร กาง “โรดแม็ป” กดดันอย่างชัดเจน
เป็นอะไรที่ทำให้ท็อปบูตเริ่มนั่งกันไม่ติด
อาการแบบที่ “เสธ.ไก่อู” พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกรัฐบาล และ “เสธ.ต๊อด” พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. ต้องช่วยกันเคลียร์ปมล่อแหลมที่มีการแชร์คลิปในโซเชียลมีเดีย
โดยตัดต่อเหตุการณ์ตำรวจปะทะม็อบ กปปส.เมื่อหลายปีที่ผ่านมา แล้วอ้างว่าเป็นเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุมของนักศึกษา ที่ทำกิจกรรม We Walk เดินมิตรภาพจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ไปยังจังหวัดขอนแก่น
เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อแผนของพวกที่ต้องการก่อไฟให้เกิดชนวน “น้ำผึ้งหยดเดียว”
สถานการณ์ไหลมาถึงจุดได้เสียว
“ศึกนอก” จ่อประชิด “ศึกใน” ก็จ้องหักลำ
ทำให้ “บิ๊กป้อม” ต้องขยับกระชับดาบอำนาจพิเศษในมือ
สั่งหน่วยงานความมั่นคงจับตาความเชื่อมโยงการเคลื่อนไหวของ 3 กลุ่ม ประกอบด้วย การปรากฏตัวของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร และอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ความเคลื่อนไหวของอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยและแกนนำมวลชน รวมถึงการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง
เบื้องต้นยุทธการไล่บี้ไล่เช็กเส้นทางท่อน้ำเลี้ยงยกระดับเข้มข้นแน่
และคนที่จะ “ถูกหวย” ก่อนใคร น่าจะรายของ “เสี่ยเพ้ง” นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล อดีต รมว.พลังงาน แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่ล่าสุดมีการปล่อยกระแสออกมาจากคนในค่ายเดียวกัน
อ้างว่าเป็นชื่อที่ “นายใหญ่” เคาะโต๊ะ
มอบธงให้เป็นผู้นำ “ขัดตาทัพ” สลับฉากแทนตัวเต็งอย่าง “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เจ้าแม่เมืองกรุง ที่โดนแรงเสียดทาน ยากจะฝ่าแรงต้านจากกลุ่มก๊วนในพรรคเพื่อไทย
ในสถานการณ์ช่างบังเอิญพอดิบพอดี
“เสี่ยเพ้ง” ถูกเพื่อน “ถีบ” ออกมารับบาทา
ตามอาการยั่วท็อปบูต แบบที่อดีตนายกฯทักษิณกับอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ บินโฉบออกจากฮ่องกงมาปักหลักอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ จ่ออยู่หน้าประตูประเทศไทยอีก 1 สัปดาห์
จัดโปรแกรมนัดพบปะนักธุรกิจ โชว์วิชั่นตามฟอร์ม “ยกตนข่ม” ไว้ก่อน
เพราะถึงตอนนี้อ่านไต๋กันได้ง่ายๆ “ทักษิณ” ยอมไม่ได้ที่จะปล่อยให้กระแสไหลตามสภาพการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยภายใต้การนำของกัปตันทีมชื่อ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” ที่กำลังไต่ระดับติดลมบน
ผู้คนเริ่มเชื่อมั่น นักลงทุนเชื่อมือ
ตามสถิติตัวเลขที่ยืนยันสวนทางกับที่นักการเมืองด่ากันลอยๆ
ล่าสุดคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประกาศอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ไตรมาส 4 ของปี 2560 ที่ผ่านมา ขยายตัว 4 เปอร์เซ็นต์ เฉลี่ยทั้งปี 2560 การเติบโตอยู่ที่ 3.9 เปอร์เซ็นต์ ตรงตามเป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้ และคาดปี 2561 เศรษฐกิจจะเติบโตร้อยละ 4.1
ขนาดรุมเตะตัดขาเต็มที่ “สมคิด” ยังลากไปถึงจุดหมายจนได้.
ทีมข่าวการเมือง

จะเปลี่ยนเขาได้หรือ

เราจะเปลี่ยนแบบเขาหรือ ?

"บิ๊กตู่" เตือน อาจารย์ สอนนศ.ให้ทะเลาะขัดแย้งกัน  ชี้ อย่าเร่งเปลี่ยนแปลง  ยก ตปท.บาดเจ็บและสูญเสียไปเท่าไหร่ กี่แสนกี่ล้านคน ถาม แล้ว เราจะเปลี่ยนแบบเขาหรือ เชื่อเปลี่ยนแปลงในทางที่สงบได้ วอนอดทนหน่อย บ้านเมืองมีปัญหาพอสมควรแล้ว อย่าให้มีอีก/ ยัน ทำงานเพื่อชาติต่อ ใครไม่เห็นค่า ก็ช่างเขาเหอะ

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวในโอกาส สัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลมาฆบูชา ประจำปี 2561ว่า สาระสำคัญของศาสนาพุทธคือ สังคมแห่งความปรองดอง สังคมแห่งสันติสุข ศาสนาพุทธสอนแบบนี้

"ไม่ได้สอนให้มาทะเลาะขัดแย้งกัน มีอะไรก็พูดจาหารือกันนั้นแหละสังคมไทย ใครที่ไม่ได้ทำให้สังคมเป็นแบบนี้ก็แย่ เข้าใจไหม 

ลุงก็ทำให้พวกเรา ไม่ได้ทำให้คนอื่น เรียนหนังสือเก่งแล้วก็ขอให้เป็นคนดีด้วย อดทนหน่อย บ้านเมืองมีปัญหาพอสมควรแล้ว อย่าให้มีอีกเลย"
 
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เด็กทุกคนเหมือนผ้าขาวที่พับไว้ โดยเป็นผ้าที่บริสุทธิ์ ซึ่งจะเติบโตขึ้นมาเรื่อยๆ ผ่านการสั่งสอนจากครอบครัวและครูบาอาจารย์ 

"เพราะฉะนั้นครูอาจารย์ ก่อนที่จะสอนอย่างอื่น จะต้องสอนให้เด็กอยู่ในกรอบศาสนา อยู่ในศิล ในธรรม อย่าไปสอนเรื่องความขัดแย้งก่อน ไม่เช่นนั้นผ้าขาวจะไม่บริสุทธิ์ เพราะบางครั้ง พื้นฐานหลักคิดของเด็กยังมีไม่เพียงพอ ถ้าไปรับหรือสอนแนวคิดแบบต่างประเทศ ก็จะไปกันใหญ่ทั้งหมด เพราะเด็กคือพลังสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศ ซึ่งจะต้องขับเคลื่อนในทางที่ถูกและดี "
 
“วันนี้ผมเป็นห่วงนักศึกษา ที่ออกมาเคลื่อนไหว ถามว่า การที่ไปเอาหลักการของต่างประเทศเข้ามา และต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้เพื่อต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงประเทศ แต่ลืมดูไปว่าตอนที่ต่างประเทศเปลี่ยนแปลงในครั้งนั้น มีการบาดเจ็บและสูญเสียไปเท่าไหร่ กี่แสนกี่ล้านคน แล้วเราจะเปลี่ยนแบบเขาหรือ เพราะเราเองสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในทางที่สงบ ในทางที่ไม่เกิดความขัดแย้งสูญเสีย  

ผมจึงขอฝากครูอาจารย์ที่ออกไปสนับสนุนด้วย อย่าสอนเด็กเหมือนทุกวันนี้ ซึ่งหลายท่านเองก็ไม่เคยทำงานทำการ จบด้านวิชาการ ออกมาแล้วก็ไปสอน 

และขอฝากสื่อด้วยว่า อย่าไปขยายข่าวแบบนี้ให้มากนัก” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
 
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ครูต้องสอนให้สังคมเกิดความสงบ จะใช้วิธีการใดนั้นผม ไม่รู้ อย่าเอาแค่แบบอย่างของต่างประเทศมาเท่านั้น เพราะเขาได้บาดเจ็บสูญเสียล้มตายไปเท่าไหร่ เนื่องจากความไม่พร้อม 

วันนี้ของเราพร้อมอยู่แล้วเราต้องเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ที่ประเทศมีความสงบเรียบร้อย ซึ่งดีกว่าไม่ใช่หรือ ขอร้องว่าอย่าฝืนกฎหมายกันอีกเลย ขอให้ช่วยดูแลสังคม

ยัน ทำงานเพื่อชาติต่อ ใครไม่เห็นค่า ก็ช่างเขาเหอะ