PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันพฤหัสบดีที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2561

ข่าวดีต้อนรับปีใหม่ไทย ‘เลือกตั้ง’ เลื่อนอีกแล้ว เป็นรอบที่ 5

The MATTER
2 ชม.
 ข่าวดีต้อนรับปีใหม่ไทย ‘เลือกตั้ง’ เลื่อนอีกแล้ว เป็นรอบที่ 5
.
ถือเป็นข่าวดีๆ ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ วันปีใหม่ของไทยกันเลยทีเดียว เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องที่ สนช.ยื่นขอให้พิจารณาวินิจฉัยว่า ร่าง พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส. มีเนื้อหาที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่
.
ซึ่งผลของมันก็คือ จะทำให้การเลือกตั้งในเดือน ก.พ. 2562 ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้จริง ต้องเลื่อนออกไปอีกครั้งเป็นรอบที่ 5 ส่วนจะเลื่อนนานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย (1) ระยะเวลาที่ศาลใช้พิจารณา และ (2) ผลของการพิจารณา หากไม่ขัด ก็ส่งคืนให้ลุงตู่นำขึ้นทูลเกล้าฯ ประกาศใช้ได้ แต่ถ้าขัด ก็ต้องไปดูว่าขัดแค่ไหน หากขัดแค่บางส่วน ใช้เวลาแก้เนื้อหานิดหน่อย อาจจะไม่นาน แต่ถ้าขัดทั้งฉบับ ไปเริ่มต้นจัดทำใหม่ ทีนี้ก็ยาวไปๆ
.
มีข้อน่าสังเกตว่าการเลื่อนเลือกตั้งรอบหลังๆ เกิดจากการกระทำของคน 2 กลุ่ม ได้แก่ ‘คสช.’ ผู้ยึดอำนาจเข้ามา และกลุ่มบุคคลที่ คสช.ตั้งขึ้นมาทำหน้าที่นิติบัญญัติอย่าง ‘สนช.’ ล้วนๆ
- จากที่เดิม ลุงตู่ไปสัญญากับผู้นำสหรัฐฯว่า เดือนพฤศจิกายน 2561 ได้เลือกตั้งแน่
- แต่พอถึงไทย กลับใช้มาตรา 44 ออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 53/2560 แก้ไข พ.ร.บ.พรรคการเมือง เลื่อนการปลดล็อกพรรคการเมืองไปอีกครึ่งปี และกำหนดเงื่อนไขสารพัดให้นักการเมืองต้องทำตาม
- สนช.ก็ใช้คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 53/2560 เป็นข้ออ้างในการเลื่อนการประกาศใช้ พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส. ไปอีก 90 วัน
- จากนั้น สนช.ก็ทำการแก้ พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส. หลายประเด็น จนเมื่อมีมติเห็นชอบแล้ว ถูก กรธ. โดยเฉพาะตัวมีชัย ฤชุพันธุ์ ท้วงติง ก็เลยยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญช่วยตีความ แม้ช่วงแรกจะทำท่าทีอิดออดเล็กน้อยว่าไม่อยากยื่นตีความเลย
- สำหรับประเด็นที่ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญช่วยตีความ มี 2 เรื่อง 1.ให้มีผู้ช่วยคนพิการในการลงคะแนน และ 2.ให้ตัดสิทธิ์คนที่ไม่ไปเลือกตั้ง ไม่ให้เป็นข้าราชการการเมือง ซึ่งเป็นเนื้อหาส่วนที่ สนช.เพิ่มมาภายหลังทั้งสิ้น
.
ก่อนหน้านี้ ศาลรัฐธรรมนูญก็มีคำสั่งรับพิจารณาวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.การได้มาซึ่ง ส.ว. ตามคำร้องของ สนช.ไปแล้ว ซึ่งสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการ กกต. เคยคำนวณว่า การที่ สนช. ยื่นให้ตีความร่าง พ.ร.บ. ทั้ง 2 ฉบับนี้ จะส่งผลต่อการขยับโรดแม็ปเลือกตั้งไประหว่าง 2-6 เดือน
.
การเลื่อนเลือกตั้งออกไป ไม่เพียงทำให้ คสช.ได้อยู่ในอำนาจต่อ ยังจะทำให้ สนช.ได้รับเงินเดือนต่อไปเรื่อยๆ (เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดว่าจะพ้นจากตำแหน่งก็ต่อเมื่อมี ส.ส.เข้ามาแทน) โดยปัจจุบันรับรวมกันอยู่ที่เดือนละ 28 ล้านบาท และนับแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน เราก็เสียเงินภาษีเป็นเงินเดือนให้กับเหล่า สนช.ไปแล้วมากกว่า 1,079 ล้านบาท
.
.
อ้างอิงจาก
https://voicetv.co.th/read/rJlVdvTDf
.
ที่มาภาพประกอบ

เบื้องลึก เด้ง’สมชัย’พ้นเก้าอี้ปลัดคลัง

เบื้องลึก เด้ง’สมชัย’พ้นเก้าอี้ปลัดคลัง


กลายเป็นประเด็นร้อนก่อนหยุดยาวสงกรานต์ เมื่อการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 10 เมษายน มีมติย้ายนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ไปนั่งเลขาฯสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แทนนายปรเมธี วิมลศิริ ซึ่งย้ายไปเป็นปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
ยังไม่ทันข้ามวัน นายสมชัยประกาศขอลาออกจากราชการทันที
หนังสือลาออกส่งถึงมือนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อช่วงเช้าวันที่ 11 เมษายน ซึ่งนายอภิศักดิ์แสดงความไม่พอใจที่นายสมชัยไปประกาศลาออกกับสื่อมวลชน ก่อนที่หนังสือจะถึงมือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายสมชัยไม่เคยแจ้งเรื่องการลาออกกับนายอภิศักดิ์มาก่อน ทำให้นายอภิศักดิ์ไม่ยับยั้งการลาออกดังกล่าว
ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อนร่วมรุ่นวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร หรือ วปอ.รุ่น 50 ซึ่งถือเป็นคนสำคัญทำให้นายสมชัยก้าวขึ้นมาเป็นปลัดกระทรวงการคลังเบียดคู่แข่งอาวุโสคนอื่นๆ ในกระทรวงคลังแบบลอยลำ
แต่คำให้สัมภาษณ์ของเพื่อนร่วมรุ่นกับการลาออกของนายสมชัยถูกกล่าวออกมาชนิดไม่รักษาน้ำใจว่า อยากออกก็ออกไป จะไม่ยับยั้งการลาออกดังกล่าว เพราะเมื่อเป็นข้าราชการพอถูกย้ายแล้วไม่พอใจได้หรืออย่างนี้ก็เป็นข้าราชการไม่ได้
เท่ากับว่าการลาออกของนายสมชัยจะมีผลอย่างเป็นทางการวันที่ 1 พฤษภาคม ตามที่แจ้งไว้ในจดหมายลาออก โดยในระหว่างนี้ขอลาพักยาวจนถึงวันที่ 30 เมษายน โดยนายสมชัยส่งหนังสือลาออกจากการเป็นประธาน และคณะกรรมการในรัฐวิสาหกิจมาพร้อมกันด้วย
ว่ากันว่า นายสมชัยรู้ตัวล่วงหน้าเรื่องการโยกย้าย เพราะเตรียมหนังสือลาออกไว้ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา พอมติ ครม.ออกสั่งให้ลูกน้องส่งหนังสือมายังหน้าห้องรัฐมนตรีทันที ในระหว่างเกิดเหตุเจ้าตัวไปพักผ่อนกับครอบครัวที่ต่างประเทศ มีกำหนดกลับถึงไทยวันที่ 17 เมษายน
อย่างไรก็ตาม ในการโยกย้ายดังกล่าว นายอภิศักดิ์ให้เหตุผลว่ามีการขอตัวมาจากนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ต้องการนายสมชัยไปช่วยทำแผนยุทธศาสตร์ชาติ และให้ไปช่วยดูแผนปฏิรูปประเทศ ซึ่งต้องใช้คนมีศักยภาพ คนที่ดีที่สุดไปขับเคลื่อน เพราะแผนดังกล่าวต้องขับเคลื่อนเป็นเวลา 20 ปี
ฉะนั้น ต้องหาคนที่เก่งและพร้อมที่จะสร้างระบบให้เดินต่อไปได้ ซึ่งนายสมชัยมีความรู้ด้านเศรษฐกิจมหภาค รวมถึงเคยอยู่ในหน่วยปฏิบัติ
ดังนั้น รัฐบาลต้องการให้ไปทำแผนเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้จริง เพราะที่ผ่านมามีปัญหาว่าแผนใหญ่ๆ พอมาถึงการปฏิบัติจะติดปัญหา เพราะคนทำกับคนปฏิบัติเป็นคนละคนกัน
นายอภิศักดิ์ยืนยันไม่มีปัญหาการทำงานกับนายสมชัย และการย้ายครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับที่มีข่าวว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีไม่ปลื้ม และไม่ใช่เรื่องการเมือง

อย่างไรก็ตาม คนในกระทรวงการคลังรับรู้ถึงปมโยกย้ายปลัดกระทรวงการคลังมานาน เพราะเรื่องนี้เป็นข่าวลือมาตลอดระยะเวลา 1-2 ปีที่ผ่านมาว่า นายสมชัยยังไม่เข้าตานายสมคิด ซึ่งนายสมชัยถูกแต่งตั้งเข้ามาทำงานในสมัยที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เป็นรองนายกรัฐมนตรี และมีนายสมหมาย ภาษี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พอเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจมาเป็นนายสมคิดและนายอภิศักดิ์ แม้ว่านายสมชัยจะสนองนโยบายการทำงานเป็นอย่างดี ข่าวลือปลดและย้ายนายสมชัยก็ถูกปล่อยออกมาเป็นระยะ และเจ้าตัวเหมือนจะรู้ตัวดี เพราะเคยกล่าวถึงการถูกโยกย้ายหลายครั้ง
ทั้งนี้ นายสมชัยมีข้อเสียคือเป็นคนใจร้อน ปากไว ทำให้คำสัมภาษณ์กลายเป็นประเด็นถูกฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลนำไปขยายผลทางการเมือง เช่น กรณีเห็บสยามโมเดล เปรียบเปรยประเทศไทยเป็นเห็บต้องกระโดดเกาะประเทศใหญ่ๆ เพื่อให้เติบโต นอกจากนี้ ยังมีคำให้สัมภาษณ์ว่าเศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงอะไรบ้าง ขัดกับคำให้สัมภาษณ์ของทีมเศรษฐกิจ รัฐบาลพยายามบอกว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างเต็มที่แล้ว
รวมถึงคำให้สัมภาษณ์เรื่องการโยกเงินสวัสดิการคนจนจากรถเมล์ รถไฟฟรี มาเป็นวงเงินซื้อของร้านธงฟ้า ทำให้รัฐบาลถูกโจมตีว่าประชานิยม
นอกจากนี้ นายสมคิดเคยกล่าวตำหนินายสมชัยในวงประชุมเกี่ยวกับสินเชื่อเอสเอ็มอี ซึ่งนายสมชัยไม่เข้าประชุมด้วย ถึงการให้สัมภาษณ์นายสมชัยว่าควรพูดให้น้อยหน่อย
อย่างไรก็ตาม การจะย้ายนายสมชัยคงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนายสมชัยถือเป็นคนทำงาน และมีความสามารถคนหนึ่ง ดังนั้น เมื่อตำแหน่งของปลัด พม.ว่างลง เป็นโอกาสที่รัฐบาลต้องการย้ายนายปรเมธี วิมลศิริ ออกไปจาก สศช. เนื่องจากนายปรเมธีมีปัญหาในการทำงานว่าล่าช้าไม่ทันใจรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลชุดนี้เหลือเวลาการทำงานอีกไม่ถึง 1 ปีก่อนเลือกตั้ง
ดังนั้น จึงต้องการทำแผนยุทธศาสตร์ชาติให้แล้วเสร็จโดยเร็ว คนในรัฐบาลจึงเห็นว่านายสมชัยน่าจะเหมาะสุดที่จะไปอยู่ สศช. เพราะเป็นคนทำงานเร็ว ตัดสินใจเร็ว
คนในรัฐบาลเองคงไม่คาดคิดว่านายสมชัยจะลาออกทันทีหลังมีมติโยกย้าย ซึ่งนายสมชัยยังเหลืออายุราชการ 3 ปี 6 เดือน โดยรับตำแหน่งปลัดกระทรวงมา 2 ปี 6 เดือน ซึ่งนายสมชัยก้าวขึ้นมารับตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง ในช่วงอายุยังน้อยเพียงกว่า 53 ปีเท่านั้น
นอกจากนี้ นายสมชัยถือเป็นลูกหม้อที่มีความสามารถของกระทรวงการคลัง รับราชการมานานกว่า 28 ปี เริ่มทำงานที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในตำแหน่งเศรษฐกร มีความก้าวหน้าในชีวิตราชการเป็นลำดับ
ก้าวขึ้นมาในตำแหน่งผู้อำนวยการ สศค. เทียบเท่าอธิบดีกรมตั้งแต่อายุ 40 ปีเศษ หลังจากนั้นถูกย้ายให้ไปรับตำแหน่งอธิบดีกรมศุลกากร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) จนก้าวขึ้นมาเป็นปลัดกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2558
เป็นอีกหนึ่งข้าราชการจากไปในรัฐบาล คสช. แม้จะเป็นคนที่ถูกแต่งตั้งโดย คสช.ก็ตาม

“นิพิฏฐ์” ใจหาย-อวยพร “สกลธี” ลั่น คนปชป.ต้องหนักแน่นสู้แรงดูดพรรคทหาร

“นิพิฏฐ์” ใจหาย-อวยพร “สกลธี” ลั่น คนปชป.ต้องหนักแน่นสู้แรงดูดพรรคทหาร


“นิพิฏฐ์” บอก ปกติก่อนเลือกตั้งมีคนไหลเข้าคนออก ลั่น คนปชป.ต้องหนักแน่นสู้แรงดูดพรรคทหาร

เมื่อวันที่ 12 เมษายน นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ กล่าวถึงกรณีนายสกลธี ภัททิยกุล อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ และแกนนำกลุ่ม กปปส. ได้ยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ไปรับตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม.ว่า ก็ขออวยพร ตนไม่ได้ว่าอะไรเขาก็พูดตามเนื้อข่าวเพียงว่า ผู้ใหญ่ทาบทามผ่านผู้ว่ากทม.ให้ไปรับตำแหน่ง ตนจึงไม่รู้ว่าทาบทามตอนไหน จะใช่ตอนที่ไปพบนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯหรือเปล่า ตนไม่รู้จริงๆ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังเป็นส่วนน้อยที่คนของพรรคถูกพรรคอื่นดึงไป ซึ่งก่อนเลือกตั้งทุกครั้งก็มีทั้งคนไหลเข้า ไหลออก โดยตอนนี้มีไหลเข้ามากกว่าไหลออกด้วยซ้ำ เพียงแต่เวลามีคนเข้ามาเสียงไม่ดัง เรามีคนหนุ่มเข้ามาเยอะมาก และเมื่อถึงเวลาเราต้องรวบรวมเชิญคนหนุ่มที่เข้ามาร่วมกับพรรค มาเปิดตัวสักให้คนได้รู้ว่า เรามีคนเดินเข้า มากกว่าคนเดินออก

ฉลองสงกรานต์

ฉลองสงกรานต์



ควันหลง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งเด้งด่วน บิ๊กข้าราชการซี 11 รวดเดียว 3 คน
เป็นการเด้ง 3 ชิ่งฉลอง เทศกาลสงกรานต์ไทยนิยมยั่งยืน
1,เด้ง นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯให้ออก จากราชการไว้ก่อน ระหว่างถูกสอบสวนวินัยร้ายแรง กรณีทุจริตเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง ที่กำลังบานทะโร่หุบไม่ลง
2, เด้ง นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการสภาพัฒน์ฯ ข้ามห้วยไปเสียบตำแหน่งปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯที่ว่างลง
3, เด้ง นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ข้ามห้วยไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาพัฒน์ฯ แทน “นายปรเมธี” ที่โดนเด้งทะลุซอยไปเป็นปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว
“แม่ลูกจันทร์” เชื่อว่าผู้โดนคำสั่งโยกย้ายสายฟ้าแลบทั้ง 3 คนไม่มีใครอยากสละเก้าอี้ตัวเดิม
เช่น...ดร.ปรเมธี เลขาธิการสภาพัฒน์ฯ สถานะเทียบเท่าปลัดกระทรวงเกรดเอ ทำหน้าที่เป็นกล่องดวงใจด้านเศรษฐกิจรัฐบาล
โดยเฉพาะในยุค คสช.เลขาธิการสภาพัฒน์ฯ รับผิดชอบแผนปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน
เป็นศูนย์กลางขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของ คสช.
การเด้ง ดร.ปรเมธี จากเลขาธิการสภาพัฒน์ฯไปนั่งเก้าอี้ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯซึ่งเป็นกระทรวงเกรดบี
จากที่กำกับดูแลนโยบายเศรษฐกิจ ไปรับผิดชอบด้านสังคมสงเคราะห์ ดูแลคนพิการ คนชรา คนเร่ร่อน อนาถาไร้ที่พึ่งพา
เท่ากับถูกย้ายไปนั่งเก้าอี้ตัวเล็กกว่าเดิม
เสมือนย้ายปลาฉลามให้ไปว่ายในคลอง
หรือถ้ามองอีกแง่...การทำงานของ ดร.ปรเมธี ในตำแหน่งเลขาธิการสภาพัฒน์ฯอาจไม่เข้าตารัฐบาล คสช.??
เมื่อต้องเด้งปลัดกระทรวง พม.ออกจากตำแหน่งจึงสบจังหวะเด้ง เลขาธิการสภาพัฒน์ฯ พ่วงไปอีกคน
แล้วโยก ดร.สมชัย สัจจพงษ์ ปลัด กระทรวงการคลัง เพื่อนร่วมรุ่น วปอ. ของ นายกฯบิ๊กตู่ ข้ามห้วยเสียบเก้าอี้เลขาธิการสภาพัฒน์ฯคนใหม่เพื่อให้การทำงานเข้าขารู้ใจยิ่งกว่าเดิม??
หรือถ้ามองอีกมุม การเด้ง ดร.สมชัย หลุดจากปลัดคลังไปเป็น เลขาธิการสภาพัฒน์ฯ อาจเป็นเพราะการทำงานไม่เข้าขารู้ใจกับ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง??
หรือ อาจไม่เข้าตา ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ แม่ทัพเศรษฐกิจของรัฐบาล คสช.??
ก็เลยถือโอกาสเดียวกันนี้สอย ดร.สมชัย แถมไปอีกราย
เรื่องมันก็เป็นไปได้ทั้งสองทาง
อย่างไรก็ตาม “แม่ลูกจันทร์” เชื่อว่าถ้าเลือกได้ “ดร.สมชัย” ยังอยากเลือกนั่งเก้าอี้ปลัดกระทรวงการคลังต่อไป
ไม่อยากย้ายข้ามห้วยไปเป็นเลขาฯสภาพัฒน์ฯแน่นอน!
เพราะ ดร.สมชัย เป็นลูกหม้อกระทรวงการคลัง 100 เปอร์เซ็นต์ และมี ภารกิจที่จะต้องทำต่อเนื่องอีกหลายกระบุง
ข้อสำคัญ การย้ายสังกัดไปอยู่สภาพัฒน์ฯแม้จะเป็นการย้ายระดับเดียว กัน และเป็นสายงานเศรษฐกิจเหมือนกัน
แต่เนื้องานมันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
แต่ในเมื่อเลือกไม่ได้ การย้ายข้ามห้วยไปเป็นเลขาธิการสภาพัฒน์ฯคนใหม่ก็เป็นเรื่อง “จำยอม”
นอกจากไม่อยากจำยอม...ก็ต้องตัดสินใจ...ยื่นใบลาออกให้สิ้นเรื่องสิ้นราว
เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้แลเฮย.
“แม่ลูกจันทร์”

เน้น 'จุดขาย' ตีตั๋วต่อ

เน้น 'จุดขาย' ตีตั๋วต่อ



เข้าสู่ห้วงเทศกาลมหาสงกรานต์ ประชาชนเตรียมชุ่มฉ่ำดื่มด่ำความสุขในวันหยุดยาว
การเมืองไม่ร้อนตามอุณหภูมิเดือนเมษายนอย่างในอดีตที่เคยเป็นมา
เรื่องของเรื่อง มันเป็นสถานการณ์ที่บ่งชี้ถึงข้อดีของรัฐบาลภายใต้การนำของ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.ที่คุมเกมความมั่นคงได้นิ่ง
จำกัดวงม็อบไม่ให้อาละวาดปั่นป่วนวุ่นวาย
แม้จะมีความพยายามจ้องจุดไฟ ขบวนการฉวยจังหวะก่อม็อบกระตุกเกมมวลชนกดดันรัฐบาล
อย่างที่เห็นม็อบคนอยากเลือกตั้ง นำโดย “จ่านิว-รังสิมันต์ โรม-เนติวิทย์” ผลุบๆโผล่ๆอยู่แถวสถานีรถไฟฟ้าสยาม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เดินสายไปยั่วทหารที่หน้ากองทัพบก
ยั่วยุให้เกิดเงื่อนไขอยู่ตลอดเวลา
ล่าสุดก็ถือเป็นจุดอ่อนไหว ตามสถานการณ์ที่โยงจากประเด็นบ้านพักข้าราชการตุลาการที่ดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ ที่กลายเป็นปมขัดแย้งฝังรากลึก
นอกจากการเคลื่อนไหวของฝ่ายอนุรักษ์ป่าแล้ว แนวโน้มตามรูปการณ์มันยังเข้าเหลี่ยมเกมดิสเครดิต ตอกย้ำกระบวนการยุติธรรมสองมาตรฐาน
เป็นโอกาสที่นักการเมือง ฝ่ายเสียผลประโยชน์จากการตัดสินของสถาบันตุลาการจะเบิ้ลเอาคืน
ขยายปมความเหลื่อมล้ำทางสังคม
ในอารมณ์แบบที่ “นายกฯลุงตู่” ต้องขอร้องแกมดักคอ ดักทาง ขอให้กลุ่มต่อต้านบ้านพักตุลาการใจเย็น อย่าออกมาเดินขบวน พร้อมยืนยันด้วยว่ารัฐบาลไม่ใช่คู่กรณีของใคร
ที่สำคัญไม่ได้เป็นโครงการที่อนุมัติจากรัฐบาลนี้แต่อย่างใด
ฟังจากนายกฯการข่าวฝ่ายความมั่นคงน่าจะมีข้อมูล ฝ่ายจ้องจุดไฟเตรียมฉวย สถานการณ์อยู่
รู้ๆกันดี เชียงใหม่ฐานที่มั่นใคร
ที่แน่ๆรัฐบาล คสช.ต้องเฝ้าระวังเกมมวลชน บล็อกม็อบป่วนเมืองไม่ให้อาละวาด
เพราะมันเป็นจุดขายของ “นายกฯลุงตู่” ที่จะตีตั๋วต่อเก้าอี้ผู้นำคุมสถานการณ์ห้วงเปลี่ยนผ่าน ตามรูปการณ์ที่ผู้คนส่วนใหญ่พึงพอใจที่ คสช.รักษาความสงบมาได้ตลอด 4 ปี
นี่คือจุดได้เปรียบที่ประชาชนจะมอบความไว้ใจให้ พล.อ.ประยุทธ์มากกว่าคนอื่น
นอกจาก “แต้มต่อ” ด้านความมั่นคง อีกจุดที่จะต้องโชว์ฟอร์มต่อเนื่องก็คือสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจ ที่กัปตันทีมอย่างนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ วิ่งสู้ฟัดจากตัวเลขติดลบเพราะวิกฤติการเมือง “เทกออฟ” ไต่เพดานบินจนติดลมบน
ผิดฟอร์มรัฐบาลทหารโดยทั่วไป
กลายเป็น “จุดขาย” ที่นำมาประกอบการนำเสนอยุทธศาสตร์ตั้งพรรคการเมืองหนุน “นายกฯลุงตู่” ตีตั๋วต่อ เพื่อความต่อเนื่องของโครงการ “เรือธง” ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน รถไฟทางคู่ รถไฟฟ้า ฯลฯ
สถานการณ์กำลังเอื้อต่อยุทธศาสตร์ตีตั๋วต่อของ “ลุงตู่”
ดูจากรูปการณ์ก็เข้าใจได้ กับปรากฏการณ์เด้งฟ้าผ่า มติ ครม.โยกย้ายนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ไปนั่งเลขาธิการสภาพัฒน์ ก่อนที่เจ้าตัวจะร่อนใบลาออกจากตำแหน่ง
แต่ก็เห็นอาการแบบที่ “ลุงตู่” ไม่สนใจ บอกใครอยากออกให้ลาออกไปเลย
นั่นก็เพราะปัญหาสะสมมานาน จนสุดที่จะทนทาน
โดยเหตุหลักของการโยกย้ายก็หนีไม่พ้นเหตุผลไม่สนองตอบนโยบายรัฐบาล
เพราะอย่างที่รู้กัน กระทรวงการคลัง เป็นหน่วยหลักในการคุมนโยบายบัตรคนจน โครงการสวัสดิการประชารัฐ สารพัดมาตรการช่วยคนจนที่รัฐบาล “นายกฯลุงตู่” โดยทีมงานของนายสมคิดใส่เกียร์ห้าเดินหน้าลุยฟื้นเศรษฐกิจฐานราก ประคองปัญหาปากท้องชาวบ้าน ช่วยเหลือภาคเกษตรกร
ถ้างานเดินช้า กระบวนการกวาดแต้มหนุน “ลุงตู่” ตีตั๋วต่อก็พลอยสะดุดไปด้วย
นั่นจึงเป็นที่มาของยุทธการเคลียร์ข้าราชการ “เกียร์ว่าง” รอเลือกตั้ง ไม่ตอบสนองนโยบายรัฐบาล
ตามสัญญาณเริ่มจากกระทรวงการคลัง ต่อไปคงเป็นจุดที่เป็นปัญหาหนักสุดก็คือกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด พวกใกล้เกษียณไม่กลัวร้อนกลัวหนาว ไม่สนโดนโยกย้าย กั๊กงบประมาณ ส่งผลให้การเบิกจ่ายล่าช้า ทำให้โครงการอัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลสะดุด ไม่เป็นไปตามเป้า
ต้องโดนเรียกเข้ากรุก่อนเกษียณหลายจังหวัดแน่.
ทีมข่าวการเมือง

วันพุธที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2561

ด่วน! นายกฯสถาปนิกสยามลั่น รัฐถอยแล้ว”ทางเลียบเจ้าพระยา”จ่อแถลงใหญ่เร็วๆนี้

ด่วน! นายกฯสถาปนิกสยามลั่น รัฐถอยแล้ว”ทางเลียบเจ้าพระยา”จ่อแถลงใหญ่เร็วๆนี้


ด่วน! นายกฯสถาปนิกสยามลั่น รัฐถอยแล้ว “ทางเลียบเจ้าพระยา” จ่อแถลงใหญ่เร็วๆนี้ ขอบคุณเครือข่ายร่วมค้าน (คลิป)

เมื่อวันที่ 11 เมษายน เวลา 15.00 น. ที่สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ถนนพระราม 9 กทม. ดร. อัชชพล ดุสิตนานนท์ นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในการประชุมเครือข่ายด้านสถาปัตยกรรม สิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ โดยในตอนหนึ่งมีการกล่าวถึงประเด็นของโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งน้ำเจ้าพระยา หรือ “ทางเลียบเจ้าพระยา” ว่า ล่าสุดคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์ และเมืองเก่า ซึ่งมีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน มีมติให้พัฒนาพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นจุดๆ ไม่มีการทำทางเลียบลงแม่น้ำทั้งสาย สำหรับบางส่วนที่เป็นเส้นทางในกรุงรัตนโกสินทร์ จะไม่มีการดำเนินการ โดยขอให้ทำอย่างคุ้มค่าในด้านต่างๆ อาทิ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และอื่นๆ นอกจากนี้ ยังตัองพัฒนาให้ประชาชนเข้าถึงได้ โดยพัฒนาเชื่อมโยงเอกลักษณ์และวิถีชุมชน ส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งสามารถดูตัวอย่างจากการพัฒนาทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น ป้อมพระสุเมรุ เอเชียทีค ล้ง 1919 เป็นต้น นอกจากนี้ยังมอบหมายให้สมาคมสถาปนิกสยาม ฯ ทำแผนนำร่องให้แล้วเสร็จใน 6 เดือน

“โครงการจะเน้นการพัฒนาเป็นจุด ไม่ใช่เส้นทางที่ประชุมยังเห็นควรให้สมาคมสถาปนิกสยามทำแผนพัฒนาจากถนนตกถึงตลาดน้อย ซึ่งจะมีการเชิญทุกฝ่ายผนึกกำลังเพื่อพัฒนาพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขิญสมาคม การที่มาถึงวันนี้ได้ต้องขอขอบคุณเครือข่ายต่างๆที่ร่วมคัดค้าน เช่น กลุ่มสมัชชาแม่น้ำ หรือ เอฟโออาร์ , นางภารนี สวัสดิรักษ์ นักวิชาการอิสระด้านผังเมือง , นางสุดจิตร เศวตจินดา สนั่นไหว รวมถึงนายดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิกชื่อดังเป็นต้น ทุกคนทำงานหนัก อย่างแถลงการณ์ 1 หน้า A4 ใช้เวลาทำงาน 20 ชม. “ดร. อัชชพล กล่าว

ดร.อัชชพล กล่าวอีกว่า ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นมาจากผู้ใหญ่ในบ้านเมืองขาดความรู้ ต่างคนต่างทำงาน ผู้ว่าราชการทุกคนตั้งใจทำงาน แต่บางครั้งไม่มีองค์ความรู้ ล่าสุดตนได้รับอนุญาตจากกรมการปกครองให้ดำเนินการสอนตั้งแต่ระดับนายอำเภอขึ้นไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเพื่อให้เข้าใจระบบทั้งหมด ไม่ใช่การมองเป็นจุดๆ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังดร. อัชชพลกล่าวจบ ได้รับการปรบมือกึกก้องจาที่ประชุม ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากหลายภาคส่วน อาทิ กรมศิลปากร, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ม. ศิลปากร , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , กลุ่มเพื่อนแม่น้ำและตัวแทนจากสภาวิศวกร เป็นต้น ทั้งนี้ ได้มีการเสนอให้จัดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการต่อสื่อมวลชนเพื่อให้สาธารณชนรับทราบ

วันเดียวกัน นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว แต่หากจะมีการยกเลิกโครงการจริง จะต้องมีหนังสือแจ้งให้ กทม.รับทราบด้วย ซึ่ง กทม.ก็พร้อมจะปฎิบัติตาม แต่เท่าที่ทราบ ล่าสุดกทม.ได้ส่งเรื่องให้กรมเจ้าท่าพิจารณา และขณะนี้เรื่องยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของกรมเจ้าท่า

มาอีกแล้ว ไลน์-สติ๊กเกอร์ของ คสช. สำนักโฆษกรัฐบาลจ้างทำ ใช้งบ 7 ล้านเศษ

มาอีกแล้ว ไลน์-สติ๊กเกอร์ของ คสช. สำนักโฆษกรัฐบาลจ้างทำ ใช้งบ 7 ล้านเศษ
.
ในวันนี้ สื่อมวลชนไทยหลายสำนักได้เผยแพร่แผนการจัดซื้อจัดจ้างของสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) เพื่อการประชาสัมพันธ์ข่าวสารรัฐบาลเชิงรุก ด้วยการจัดทำไลน์และสติ๊กเกอร์ ภายใต้งบ 7 ล้านบาทเศษ
.
รายละเอียดการจัดซื้อจัดจ้างดังกล่าว ซึ่งไม่ใช้วิธีเปิดประมูล แต่จะใช้วิธีเฉพาะเจาะจง จะมี 2 โครงการ คือ (1) จัดทำ Line Official ใช้งานได้นาน 12 เดือน และ (2) จัดทำ Line Sticker (8 characters) ซึ่งสำนักโฆษกจะออกแบบเอง ให้ดาวน์โหลดได้ 30 วัน ใช้งานได้นาน 90 วัน โดยกำหนดราคากลางไว้ที่ 7.02 ล้านบาท
.
เว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่า การจัดทำไลน์-สติ๊กเกอร์ของสำนักโฆษกดังกล่าว เป็นนโยบายของ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ทำตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอขา นายกรัฐมนตรี/หัวหน้า คสช. อีกทีหนึ่ง
.
มีข้อน่าสังเกตว่า ราคากลางของโครงการนี้ปรากฎอยู่เฉพาะในฐานะข้อมูลระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งมีขั้นตอนค่อนข้างซับซ้อนในการเข้าดู แต่ไม่ปรากฎอยู่ในเว็บไซต์ของ สลน. ทั้งๆ ที่กฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 103/7 บังคับให้ทุกหน่วยงานราชการต้องเปิดเผยราคากลางไว้บนเว็บไซต์ของตัวเอง เพื่อความโปร่งใส
.
หากยังจำกันได้ก่อนหน้านี้ ในช่วงที่ คสช. เข้ามาใหม่ๆ เมื่อปี 2557 กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เคยจัดทำ Line Sticker ค่านิยม 12 ประการของ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้งบ 7.11 ล้านบาท ที่เรียกเสียงวิจารณ์และถูกร้องเรียนว่าอาจมีการทุจริต แต่ ป.ป.ช.กลับไม่รับไว้ไต่สวน โดยอ้างว่าตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นแล้วไม่พบการทุจริต
.
.
อ้างอิงจาก

ป๋าเตือนนายกฯให้ตอบแทนคุณแผ่นดิน

"ป๋าเปรม "ส่งสัญญาณ" อีกครั้ง บอก"บิ๊กตู่-ครม.-ผบ.เหล่าทัพ "เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน"

"บิ๊กตู่" นำ "ครม.-ผบ.เหล่าทัพ  รดน้ำขอพร สงกรานตฺ์" บ้านสี่เสาฯ/"ป๋าเปรม" ยันจะเป็นเพื้อนกันตลอดไป รอดูความสำเร็จ จะใข้เวลานานเท่าใด ย้ำต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน  มั่นใจนำพาประเทศเดินหน้า พร้อมถามหา “บิ๊กป้อมไปไหน” นายกฯเผย ไปรักษา หัวใจ

ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เปิดบ้านพักรับรองสี่เสาเทเวศร์ให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) นำคณะรัฐมนตรี เข่น พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ และพล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี 

ส่วนพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม นั้นไม่ได้เดินทางมาด้วย เนื่องจากไปดูแลสุขภาพ

รวม ทั้งผบ.เหล่าทัพพล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้ารดน้ำขอพรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ของไทย ซึ่งเป็นวาระแห่งความสุข เป็นการสืบสานในประเพณีที่ดีงามของไทยที่คนไทยทุกคนจะใช้โอกาสนี้ไปเข้ากราบอวยพรผู้ที่มีพระคุณและขอพรจากผู้ใหญ่ ในนามของรัฐบาลพร้อมด้วยผู้นำเหล่าทัพตลอดจนข้าราชการได้เข้ามากราบอวยพรประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนยึดถือปฏิบัติกันมาตามแนวทางของพล.อ.เปรม คือการตอบแทนคุณแผ่นดิน ซึ่งสิ่งเหล่านี้อยู่ในจิตใจของทุกคนเสมอมาทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคต และสิ่งเหล่านี้จะถ่ายทอดไปยังคนรุ่นหลัง โดยต้องยึดหลักการเหล่านี้อย่างไม่เสื่อมคลาย วันนี้สถานการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปมากพอสมควร ดังนั้นต้องเตรียมความพร้อมประเทศชาติให้พร้อมรับมือกับความเสี่ยงต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งภัยคุกคามรูปแบบเก่าและรูปแบบใหม่  รวมถึงสงครามทางเศรษฐกิจซึ่งจะต้องรับความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้ดียิ่งขึ้น โดยเป็นการสานต่อสิ่งที่พล.อ.เปรมได้ทำมาโดยตลอด 

“บ้านเมืองกำลังก้าวไปสู่การเป็นประชาธิปไตยที่เป็นสากล จึงต้องเตรียมความพร้อมว่าจะเป็นประชาธิปไตยอย่างไร สิ่งสำคัญคือจะต้องเป็นประชาธิปไตยที่มีธรรมาภิบาล โปร่งใสและเป็นธรรม วันนี้รัฐบาลและคสช. จำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายอยู่หลายตัว ซึ่งย่อมทำให้เกิดความไม่พอใจและไม่เข้าใจ แต่จะทำให้วันหน้าดีขึ้น เพราะกฎหมายจะเป็นหลักที่ทำให้เกิดความเท่าเทียมในเรื่องของโอกาสในการเข้าสู่การดำรงชีวิตและการมีรายได้ ถือเป็นการจัดระเบียบ 

ขณะที่สื่อโซเชียลมีเดียและเทคโนโลยีมีความก้าวหน้าไปมาก มีทั้งดีและไม่ดีจึงต้องสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี หากคสช.และรัฐบาลใดก็ตาม มุ่งแต่จะใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียว ก็ไม่มีทางสำเร็จได้ เพราะทุกอย่างต้องใช้ความร่วมมือกัน วันนี้รัฐบาลใช้การทำงานแบบประชารัฐเข้ามาที่จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องง่ายและไม่ใช่เรื่องยาก หากคนไทยทุกคนที่มีจิตใจเป็นคนไทยอย่างแท้จริงร่วมมือกันก็จะสำเร็จ เว้นแต่ไม่ใช่คนไทยโดยจิตใจ ซึ่งก็มีอยู่พอสมควร จึงอยากให้ประชาชนทั่วไปสนับสนุนแนวทางต่างๆและปรับให้เข้ากับสถานการณ์ 

อย่างไรก็ตามทุกคนเป็นห่วงสุขภาพของพล.อ.เปรม อยากให้มีสุขภาพที่แข็งแรงและอยู่กับทุกคนไปตราบนานเท่านาน ซึ่งวันนี้ขออำนวยพรให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายดลบันดาลประทานพรให้พล.อ.เปรมมีความสุข ความเข้มแข็ง และมีสุขภาพแข็งแรง ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนาทุกประการ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

จากนั้นพล.อ.เปรม กล่าวให้พรว่า ขอบคุณที่นายกรัฐมนตรีที่นำผู้บริหารประเทศ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ  มาในวันที่สำคัญ ขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ดำรงความเป็นไทยในวันปีใหม่ของไทย เป็นสิ่งที่น่าชมเชยมาก ทำได้ดีมาก พร้อมให้ยึดการตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน 

รู้สึกดีใจที่นายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำที่ทำอะไรเป็นตัวอย่างแก่คนในชาติบ้านเมืองให้เห็นว่าการรักษาความเป็นไทยเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องยึดถือและทำเป็นตัวอย่าง 

ขณะเดียวกันต้องขอโทษที่ไม่สามารถให้ทุกคนรดน้ำได้ ทั้งที่อยากคุยด้วย และใจจริงผมก็ยังเป็นเพื่อนของทุกคนเสมอ เป็นเพื่อนนายกรัฐมนตรีมาหลายสิบปี จนตอนนี้ก็ยังเป็นเพิ่อนกันอยู่

 และตอนนี้พยายามดูข่าวว่านายกรัฐมนตรีจะสามารถพาประเทศไปได้สำเร็จจะใช้เวลาสักเท่าไหร่ 

แต่ก็มั่นใจจะเป็นแรงขับที่ดีที่จะให้นายกรัฐมนตรีบริหารประเทศได้สำเร็จ 

"ขอโทษอีกครั้ง เพราะอยากจะเป็นเพื่อนทุกคน และจะเป็นเพื่อนตลอดไป พร้อมภูมิใจนายกฯบริหารประเทศโดยมีทุกคนร่วมสนับสนุน 

โดยสิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าจะต้องบอกนายกรัฐมนตรี ตรงๆ คือขอให้ยึดมั่นในการเกิดมาตอบแทนคุณแผ่นดิน เพื่อให้แผ่นดินสงบสุข "

พร้อม ขออวยพรให้นายกรัฐมนตรีมีความสุขความเจริญ มีสุขภาพแข็งแรง มีกำลังใจทำงานให้ประเทศชาติก้าวหน้าต่อไป และขอให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดีที่จะช่วยเป็นเสาหลักของประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังพิธีรดน้ำขอพร พล.อ.เปรมกำลังจะเดินเข้าอาคารบ้านพักพล.อ.ประยุทธ์ ได้ขอให้พล.อ.เปรมเดินมาพูดคุยกับคณะรัฐมนตรีและผู้บัญชาการเหล่าทัพ ซึ่งพล.อ.เปรมได้ยกมือขึ้นมาปฏิเสธ ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ เรียกคณะเข้ามาหาพล.อ.เปรมแทน โดยได้พูดคุยกันเพียงประมาณ 1 นาทีเท่านั้นก่อนที่พล.อ.เปรมจะเดินกลับเข้าไปในอาคารบ้าน ทั้งนี้พล.อ.เปรมได้สอบถามพล.อ.ประยุทธ์ ว่า "ป้อมไปไหน" ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ตอบกลับว่า "ไปดูแลสุขภาพ ที่เคยไปผ่าหัวใจ มา" พร้อมทำมือชี้ไปที่หน้าอกด้านซ้าย 

โดยในวันนี้พล.อ.เปรม ได้เปิดให้เพียงนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และผู้บัญชาการเหล่าทัพ เป็นตัวแทนรดน้ำขอพรเท่านั้น โดยในบรรดาผู้บัญชาการเหล่าทัพ

พล.อ.เปรมได้พรมน้ำให้ พลเอกประยุทธ์ แบะพล.อ.อ.จอม

โดยพล.อ.อ.จอม กล่าวว่า รู้จักกับพล.อ.เปรมมานานแล้ว 

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ทั้งนี้ก่อนที่พล.อ.ประยุทธ์ จะเดินออกจากบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ ได้กล่าวกับ คณะรัฐมนตรี และผู้บัญชาการเหล่าทัพว่า “ขอให้ทุกคนทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับพล.อ.เปรม เพราะถือว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณของแผ่นดิน แต่ถ้าใครไม่ทำก็ช่างเขา”

เป็นข้าราชการ ไม่พอใจได้หรือ?

เป็นข้าราชการ ไม่พอใจได้หรือ?
"บิ๊กตู่" เมิน "สมชัย" ประกาศลาออก เลขาฯสศช. ถาม ไม่พอใจใคร เป็นข้าราชการไม่พอใจได้หรือ อย่างนี้ก็เป็นข้าราชการไม่ได้ ยัน รัฐบาลไม่ร้าว
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้ารดน้ำขอพร พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษถึงกรณีที่นายสมชัย สัจจพงษ์ ประกาศจะลาออกตำแหน่งภายหลังครม. มีมติปรับย้ายไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)ว่า "ยังไม่เห็นเลย"
เมื่อถามอีกว่าจะระงับยับยั้งการลาออกของนายสมชัยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ระงับเรื่องอะไร ทำไมล่ะ"
เมื่อถามต่อไปว่าอดีตปลัดกระทรวง การคลังไม่พอใจที่ถูกโยกไปเป็นเลขาธิการสศช. พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่พอใจใคร เป็นข้าราชการไม่พอใจได้หรือ อย่างนี้ก็เป็นข้าราชการไม่ได้
และยันไม่เกิดรอยร้าว ในรัฐบาล ใครรอยากออกก็ออก ยัน ไม่บานปลาย จะบานปลาย เพราะสื่อนี่ล่ะ

"เอกชัย หงส์" โผล่ หน้าบ้าน"ป๋า"

"เอกชัย หงส์" โผล่ หน้าบ้าน"ป๋า" ทั้งสีซอ ทั้งอ่านกลอน แข่ง เพลงใหม่ บิ๊กตู่
นายกฯ-บิ๊กป้อม -ทหาร อยู่ไหน...."เอกชัย"ไปนั่น
แม้ "บิ๊กป้อม" ไม่มา
นายกฯนำ ครม. ผบ.เหล่าทัพ ตบเท้ารดน้ำ ขอพร ป๋าเปรม ในบ้านสี่เสาฯ อยู่..... แต่นอกรั้ว ทหาร ตำรวจ ก็วิ่งให้วุ่น เพราะ "เอกชัย หงส์กังวาน" และเพื่อนซี้. มาหน้าบ้าน พร้อม แผ่นไวนิล นาฬิกา 25 เรือน ของ บิ๊กป้อม และ ซอ
โดยถูกกัน ให้มายืน เลยหน้าบ้านป๋า. แกไป
วันนี้ เอกชัย แต่งกลอน มาสู้กับ เพลง"สู้เพื่อแผ่นดิน"ของ บิ๊กตู่ พร้อมสีซอ และเรียกร้องให้ เคลียร์เรื่อง นาฬิกา โดยเร็ว
แม้วันนี้ พลเอกประวิตร จะไม่มา เพราะลาไปรักษาตัว ตามวงรอบ หลังผ่าตัดหัวใจ มา เมื่อปีที่แล้ว
หลังจบกิจกรรมหน้าบ้านป๋า ทหาร ตำรวจ นอกเครื่องแบบ ก็ เรียกแท็กซี่ ให้กลับไป แต่ ทั้งคู่ ขอกลับเอง!!!
ยันจะไปทำเนียบฯและทุกที่ ต่อไป

เช็ค เช็คบิล ! "ป๋า-พะจุณณ์"

เช็ค เช็คบิล ! "ป๋า-พะจุณณ์"
"พะจุณณ์" ยัน เคลียร์ ปม"เช็ค"แล้ว DSI สอบสวน มาเกือบ 2ปี แล้ว จบแล้ว ปัดตอบ โต้ ปม”โอ๊ค”แฉเช็ค อ้าง DSI ไม่ให้พูด แต่ยันไม่จริง เป็นคนละอัน และ ไม่เกี่ยวกัน เผยเรื่องเก่า
กรณี "โอ๊ค"นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เผยแพร่ รูปเช็คและใบนำฝากของธนาคารชื่อของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี จำนวนเงิน 2.5 แสนบาท โดยนำเงินดังกล่าวฝากเข้าบัญชีมูลนิธิรัฐบุรุษ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และ ส่วนเช็คอีกใบสั่งจ่ายเงินสดเข้าบัญชีพล.ร.อ.พะจุณณ์ นั้น
พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป อดีตหัวหน้าสำนักงานประธานองคมนตรี กล่าวว่า พูดเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะ ดีเอสไอ ได้สอบผมไปแล้วเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา และดีเอสไอ
ไม่ให้พูด
แต่ทั้งนี้ไม่จริงอย่างที่เขาพูด ข่าวออกมาไม่จริง สาเหตุคนละอย่าง คนละเรื่องกัน และ ไม่เกี่ยวอะไรกันเลย
เมื่อถามว่า เช็คที่ถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับมูลนิธิรัฐบุรุษ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี อย่างไร พล.ร.อ.พะจุณณ์ กล่าวว่า “ไม่ใช่เรื่องของมูลนิธิฯ เรื่องของผมนั้น ไม่ใช่อันนั้น มันเป็นเรื่องอื่น ไม่ใช่เรื่องที่เขาพูดถึงผม มันไม่จริง ซึ่งดีเอสไอ เขามาสอบปีกว่าแล้ว ดีเอสไอ ไม่ให้ผมพูด เคลียร์จบแล้ว เมื่อรู้ที่มาที่ไป “

‘บิ๊กตู่’ไม่สน ปลัดคลังลาออก

‘บิ๊กตู่’ไม่สน ปลัดคลังลาออก สวน ขรก.พอใจโยกย้ายได้ไง เดือดใครอยากลาออก’ออกไปเลย’


เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 11 เมษายน ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสมชัย สัจจพงษ์ ประกาศลาออกตำแหน่งภายหลัง ครม. มีมติโยกย้ายจากปลัดกระทรวงการคลัง ไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ว่า “ยังไม่เห็นเลย” เมื่อถามต่อว่า นายกฯจะระงับยับยั้งการลาออกของนายสมชัยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ระงับเรื่องอะไร ทำไมล่ะ” เมื่อถามว่าอดีตปลัดกระทรวงกระทรวงการคลัง ไม่พอใจที่ถูกโยกไปเป็นเลขาธิการ สศช. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่พอใจใคร เป็นข้าราชการไม่พอใจได้หรือ อย่างนี้ก็เป็นข้าราชการไม่ได้


เมื่อถามว่า แล้วนายกฯจะดำเนินการต่อไอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า มันมีระเบียบอยู่แล้ว มีระบบ ถ้าลาออกด้วยเหตุผลส่วนตัวก็ลาออกไป เมื่อถามย้ำอีกว่า นายกฯจะไม่มีการยับยั้งการลาออกของสมชัยใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบอย่างมีอารมณ์ว่า “จะยับยั้งเรื่องอะไรล่ะ ก็เขาลาออกจะยับยั้งเรื่องอะไร ต้องมีเหตุมีผลอย่าหาเรื่อง” ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเกิดเป็นรอยร้าวในการทำงานของข้าราชหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์หันมาตะโกนตอบว่า “ไม่มีร้าว ผมหนักแน่นพอ ใครจะออก ออกมาอีก ใครอยากออก ก็ออกไปเลย” เมื่อถามว่า จะเกิดปัญหาบานปลายหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบเพียงว่า “ไม่มี จะบานเพราะพวกเรา(สื่อ)นั่นแหละ” ก่อนจะก้าวขึ้นรถไปทันที

เผือกร้อนลูกโต

เผือกร้อนลูกโต



ในที่สุดโครงการก่อสร้างอาคารศาลอุทธรณ์ภาค 5 และบ้านพักตุลาการ เชิงดอยสุเทพ จังหวัด เชียงใหม่ ก็กลายเป็น “เผือก ร้อน” ในมือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ หน.คสช.
ถึงคิว นายกฯบิ๊กตู่ ต้องตัดสินใจผ่าทางตันด้วยตัวเอง
“แม่ลูกจันทร์” ประเมินว่า “พล.อ.ประยุทธ์” จะตัดสินใจอย่างไร หวยออกได้ 4 ประตู
1,เห็นชอบให้เดินหน้าก่อสร้างต่อไปตามแผนเดิม
2,เห็นควรให้ยุติโครงการอย่างสิ้นเชิง
3,พบกันครึ่งทาง รื้อทิ้งโครงการบางส่วนออกไป
4,ไม่รื้อทั้งหมด เปลี่ยนไปใช้ประโยชน์สาธารณะแทน
หรือถ้า “พล.อ.ประยุทธ์” มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่าและทำให้ทุกฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันได้ยิ่งดีเลิศประเสริฐศรีทวีคูณ
“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่าโครงการก่อสร้างอาคารศาลอุทธรณ์ภาค 5 พร้อมบ้านพักตุลาการ 38 หลัง และอาคารชุดเจ้าหน้าที่ศาลอีก 64 ยูนิตใช้งบประมาณจากภาษีประชาชน 955 ล้านบาท บนที่ดินราชพัสดุ 147 ไร่ เชิงดอยสุเทพอันสวยงาม
กำลังเผชิญกระแสต่อต้านจากประชาชนในพื้นที่ให้ยุติโครงการ และให้รื้อถอนสิ่งก่อสร้างทั้งหมดออกไป
เนื่องจากโครงการก่อสร้างกลุ่มอาคารขนาดใหญ่ทำให้ผืนป่าไม้เชิงดอยสุเทพ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์คู่เมืองเชียง-ใหม่ “แหว่ง” ไปเห็นชัดถนัดตา
จนเกิดฉายาเรียกขานโครงการสร้างบ้านพักตุลาการว่า “หมู่บ้านป่าแหว่ง” ไปทั่วบ้านทั่วเมือง
“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่ากระแสคัดค้าน “หมู่บ้านป่าแหว่ง” แพร่ กระจายกลายเป็นปัญหาระดับชาติ จนนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องสั่งให้ พล.ท. วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาค 3 ในฐานะตัวแทน คสช.เปิดเวทีสาธารณะ เพื่อรับฟังความเห็นภาคประชาชน นักวิชาการ และกลุ่มอนุรักษ์ เพื่อหาทางออกสันติวิธีที่เห็นชอบร่วมกัน
โดยมีข้อเสนอปรองดอง ให้รื้อถอนสิ่งก่อสร้างบางส่วน ไม่ต้องรื้อทิ้งทั้งโครงการ
ให้มีตัวแทนภาคประชาชนร่วมสำรวจพื้นที่ว่าจุดใด และอาคารใดบ้าง ที่จำเป็นต้องรื้อถอนออกไป
และให้รัฐบาลจัดหาพื้นที่ก่อสร้างศาลและบ้านพักตุลาการใหม่ที่มีความเหมาะสมมากกว่าเดิม
เพื่อคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ซึ่งชาวเชียงใหม่รักหวงแหนกลับคืนมา
“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่า ข้อเสนอของภาคประชาชนผ่านมือแม่ทัพภาค 3 ออกไปคนละทางกับผลการประชุมกรรมการศาลยุติธรรม เรื่องเดียวกัน วันเดียวกัน
โดยที่ประชุมกรรมการศาลยุติธรรมมีมติยืนยันว่า สำนักงานศาลยุติธรรมในฐานะคู่สัญญา “ไม่สามารถยกเลิกสัญญา” หรือ “รื้อถอนสิ่งก่อสร้างออกไป” จากพื้นที่เดิม ตามข้อเสนอของภาคประชาชน
เนื่องจากจะถูกเอกชนฟ้องเรียกค่าเสียหาย
และทำให้รัฐต้องเสียเงินชดเชยอีกก้อนโต
ที่ประชุม กก.ศาลยุติธรรม จึงมีมติให้ส่งหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงให้นายกฯ และ หน.คสช. เป็นผู้ตัดสินใจว่าดำเนินการอย่างไรต่อไป??
เช่น...ให้ชะลอการใช้บ้านพักตุลาการในส่วนที่มีการคัดค้านไว้ชั่วคราว
หรือดำเนินการอื่นใด สุดแต่นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จะเห็นสมควร
สรุปว่า เผือกร้อนหล่นใส่มือ นายกฯบิ๊กตู่เต็มเปา!!
ไม่ว่าจะตัดสินใจทางไหน ก็ต้องมีฝ่ายเห็นด้วย และฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยเป็นธรรมดา
หรือ...หรือจะรอให้เผือกเย็นก่อนแล้วค่อยตัดสินใจก็ได้นะโยม.
“แม่ลูกจันทร์”

ออกตัวตีกินได้เนียน

ออกตัวตีกินได้เนียน



ถือเป็นย่างก้าวแรกที่ลงสนาม
ตามจังหวะที่นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ 1 ใน 2 ชื่อที่ “จอมยุทธ์กวง” นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ส่งซิกจะเป็นคีย์แมนในการตั้งพรรคการเมือง
เพื่อเป็นฐานสนับสนุน “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ หัวหน้า คสช. ตีตั๋วต่อหลังเลือกตั้ง
โดยแคนดิเดตที่ตกเป็นข่าวจะนั่งแท่นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ยอมรับว่าสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้เหมาะสมที่จะนำพาประเทศในช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่การเปลี่ยนแปลง
และในฐานะคนทำงานในรัฐบาลนี้ ก็อยากให้งานเดินหน้าต่อเนื่อง
ถึงแม้นายสนธิรัตน์จะยัง “กั๊กเหลี่ยม” ไม่เปิดหน้าเต็มตัว แค่ยืนยันขณะนี้ยังไม่มีการตั้งพรรค เป็นแค่การหารือกันยังไม่มีข้อสรุป
แต่ตามรูปการณ์ทิศทางข่าวไปแล้ว แนวโน้มจาก “สนธิรัตน์” ที่เงียบอยู่ในข่าวหน้าเศรษฐกิจ วันนี้ชื่อขึ้นกระดานข่าวการเมืองหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์เป็นหนึ่งในคีย์แมนสำคัญทีมงานปั้นพรรคหนุน “นายกฯลุงตู่”
เป็นที่รับรู้กันในทางกระแส และไม่เสี่ยงขัดต่อข้อกฎหมาย
ประเมินจังหวะออกตัวจัดว่า “สนธิรัตน์” มวยสร้าง “สมคิด” เขี้ยวไม่ธรรมดา
โดยเฉพาะลีลาการพรางตัวไม่ให้เป็นเป้าถล่มของนักการเมืองเขี้ยวลากดินที่ดักรอเตะตัดขารับน้อง
จ้องเขี่ยปมผลประโยชน์ทับซ้อนตำแหน่งรัฐมนตรี
ข่าวพรรคใหม่ฐานต้นทุน “ลุงตู่” ถือเป็นความชัดเจนที่แฝงอยู่ในความไม่ชัดเจน
เอาเป็นว่า มาถึงตรงนี้ทีมหนุน พล.อ.ประยุทธ์ตีกินกระแสไปหลายช็อตแล้ว แนวโน้มสังคมส่วนใหญ่ได้รับรู้ถึงยุทธศาสตร์การตีตั๋วต่อของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ต้องการยกระดับความชอบธรรมเป็นนายกรัฐมนตรีคนใน
ผ่านกระบวนการพรรคการเมืองอย่างสร้างสรรค์
นั่นก็ทำให้เสียงจิกด่าเรื่องการสืบทอดอำนาจของผู้นำ คสช.ไม่มีน้ำหนัก เหลี่ยมของนักการเมืองอาชีพทั้งประชาธิปัตย์และเพื่อไทยป้ายสีพรรคทหาร คสช.ไม่มีผล
เพราะประชาชนเห็นอยู่ว่าทีมหนุน “ลุงตู่” ทำทุกอย่างอยู่ในกติกาเลือกตั้ง
และตามเหลี่ยมรุกคืบช่วงชิงความชอบธรรมอย่างเป็นระบบ จังหวะต่อเนื่องจากที่นายสมคิดออกตัวสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ตีตั๋วต่อหลังเลือกตั้ง เพราะเป็นคนดี มีคุณธรรม ทำให้บ้านเมืองสงบเอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจต่อเนื่อง ที่สำคัญไม่ทำให้บ้านเมืองย้อนกลับไปลงเหววิกฤติ
“สมคิด” คอนเฟิร์มพรรคหนุน “ลุงตู่” มาแน่
โดยสถานการณ์ที่ไม่น่าจะบังเอิญกับคิวที่ พล.อ.ประยุทธ์ เลือกไปพูดที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในจังหวะกระแสตีตั๋วต่อในฐานะนายกฯคนใน
เหมือนเปิดตัวในถิ่นปัญญาชน มหาวิทยาลัยเบอร์ต้นๆของประเทศ
ต่อเนื่องกับช็อตที่ “นายกฯลุงตู่” เป็นประธานพิธีเปิดโครงการ “สานพลังประชารัฐ-การพัฒนาพื้นที่บึงบางซื่อ” ที่เขตจตุจักร กทม. โดยมีนายสมคิดร่วมอยู่ในฉาก
พร้อมกับพูดมุมการเมืองเป็นนัย ตอนนี้มีคนถามนายกฯจะไปไหน ไปสมัครพรรคการเมืองอะไร ยังไม่ได้ติดต่อไป ใครเชิญมาก็ยังไม่รู้จะรับหรือเปล่า ถ้ารับไปแล้วไม่มีคนเลือกจะทำอย่างไร ถ้าจะรับก็ต้องเลือกทั้งหมด มันจะได้เกิดความเปลี่ยนแปลง ยังไม่ตัดสินใจอะไรขอดูชาวบ้านก่อน
แน่นอน ตามรูปเกม “ลุงตู่” เริ่มออกสตาร์ตกวาดแต้มในกรุงเทพฯแล้ว
ตามธรรมชาติการเมืองพื้นที่เมืองกรุงไวต่อกระแส ไม่มีใครครองผูกขาดถาวร
ประกอบกับสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน ในอารมณ์คนเมืองกรุงที่เป็นกลางๆไม่อิงขั้วไหน ส่วนใหญ่เบื่อประชาธิปัตย์ ไม่อยากให้เพื่อไทยของ “ทักษิณ” กลับมา
คน กทม.อยู่ในภาวะไร้ทางเลือก
การดำเนินการตั้งพรรคพลังประชารัฐที่มีกัปตันทีมเศรษฐกิจอย่างนายสมคิดการันตีแนวทางหนุน “นายกฯลุงตู่” ตีตั๋วต่อ เพื่อให้บ้านเมืองสงบ ไร้ม็อบป่วนเมือง เอื้อต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ
มันจึงเป็นอะไรที่ถูกทิศถูกทาง ตรงกับสถานการณ์พอดิบพอดี
ทำให้คนกรุงเทพฯตัดสินใจง่ายเลย.

ทีมข่าวการเมือง

นายกฯนำรดน้ำขอพร-ป๋าเปรมอวยพรทำงานสำเร็จ

นายกฯนำรดน้ำขอพร-ป๋าเปรมอวยพรทำงานสำเร็จ

"พล.อ.ประยุทธ์"นำ ครม. ผบ.เหล่าทัพ เข้าบ้านสี่เสารดน้ำขอพรวันสงกรานต์ "ป๋าเปรม"อวยพรนายกฯทำงานสำเร็จขอตอบแทนคุณแผ่นดินมั่นใจนำปท.สงบสุข

พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เปิดบ้านพักรับรองสี่เสาเทเวศร์ ให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. นำคณะรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขอพรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2561 โดย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เนื่องในวันสงกรานต์และปีใหม่ไทย ถือเป็นวาระเทศกาลที่สำคัญของไทยและเป็นวาระมงคลที่คนไทยจะกราบคารวะเยี่ยมเยียนพ่อแม่และผู้มีพระคุณเพื่อขอพรจากผู้ใหญ่ โดยวันนี้ตนเองมาในนามรัฐบาล ผู้บัญชาการเหล่าทัพและข้าราชการระดับสูง ซึ่งสิ่งที่ได้ยึดถือตามที่ พล.อ.เปรมได้ยึดถือคือเกิดมาต้องตอบแทนคุณแผ่นดิน ถือว่าอยู่ในใจเสมอมาและถ่ายทอดให้คนรุ่นหลังเพื่อให้เกิดความยึดมั่นไม่เสื่อมคลาย บ้านมีการเปลี่ยนแปลงพอสมควรจึงต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับความเสี่ยงต่างๆ ในอนาคต ทั้งรูปแบบใหม่และรูปแบบเก่า เช่น ความขัดแย้ง โรคอุบัติใหม่ สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และสงคราม โดยเฉพาะสงครามเศรษฐกิจ ดังนั้นไทยจึงต้องพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า ขณะนี้บ้านเมืองกำลังก้าวสู่ประชาธิปไตยที่เป็นสากล เพื่อเตรียมไปสู่ประชาธิปไตยที่มีธรรมาภิบาล ความโปร่งใสและเป็นธรรม ยืนยันว่ารัฐบาลและคสช.จำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายหลายตัว ขณะเดียวกันก็อาจเกิดความไม่เข้าใจและไม่พอใจกันบ้าง แต่วันหน้าทุกอย่างจะดีขึ้นเพราะกฎหมายทำให้เกิดความเท่าเทียม พร้อมสร้างภูมิคุ้มกันสื่อโซเชียลมีเดียควบคู่กันไปด้วย ทั้งนี้ คสช. จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเดียวไม่ได้ จึงต้องใช้หลักประชารัฐด้วย หากคนไทยมีจิตใจที่เป็นคนไทยก็จะร่วมมือกันสำเร็จยกเว้นแต่คนไทยที่มีจิตใจไม่ใช่คนไทยเท่านั้น ซึ่งนายกรัฐมนตรียังแสดงความเป็นห่วงของ พล.อ.เปรม อยากให้แข็งแรงและอยู่กับพวกเราให้นานเท่านาน
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ นำคณะรัฐมนตรี และผู้บัญชาการเหล่าทัพ นำพวงมาลัยและรดน้ำดำหัวขอพร พล.อ.เปรมตามประเพณีไทย
ทั้งนี้ พล.อ.เปรม กล่าวอวยพร พล.อ.ประยุทธ์  ที่นำคณะรัฐมนตรี ผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้าอวยพรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2561 ว่า ขอบคุณนายกรัฐมนตรี ที่นำผู้บริหารประเทศ ผู้บัญชาเหล่าทัพมาอวยพรในวันสำคัญของประเทศ ขอชมเชยที่นายกรัฐมนตรีที่กรุณาดำรงความเป็นไทยในปีใหม่ของไทย และมาให้พรซึ่งกันและกันเป็นสิ่งที่น่าชมเชย ซึ่งมองว่านายกรัฐมนตรีทำได้ดีมากในการรักษาประเพณีของไทย สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่คนไทยนับถือและดำรงไว้ตลอดมา เชื่อว่า นายกรัฐมนตรีจะประสบความสำเร็จในการบริหารประเทศที่เกิดมาตอบแทนคุณแผ่นดินเป็นสิ่งประเสริฐ และส่วนตัวภูมิใจที่นายกรัฐมนตรีทำตัวเป็นแบบอย่างให้กับคนทั้งประเทศไทย จึงขอโทษไม่สามารถให้ทุกคนรดน้ำได้ เพราะงานเยอะไม่มีเวลามากพอให้รดน้ำ แต่ในใจพยายามเฝ้าดูนายกรัฐมนตรีจะพาประเทศให้สำเร็จใช้เวลาเท่าใด มั่นใจนายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการเหล่าทัพจะเป็นแรงสนับสนุนในนายกรัฐมนตรีบริหารประเทศให้สำเร็จให้ได้
นอกจากนี้ พล.อ.เปรม กล่าวว่า ขอโทษอีกครั้ง เพราะอยากจะเป็นเพื่อนทุกคน และจะเป็นเพื่อนตลอดไป พร้อมภูมิใจนายกฯบริหารประเทศโดยมีทุกคนร่วมสนับสนุน โดยสิ่งหนึ่งที่ตนเองคิดว่าจะต้องบอกนายกรัฐมนตรี ตรงๆ คือขอให้ยึดมั่นในการเกิดมาตอบแทนคุณแผ่นดินเพื่อให้แผ่นดินสงบสุข ในโอกาสวันสงกรานต์ วันดีของประเทศ อวยพรให้นายกความสุขความเจริญสุขภาพแข็งแรง มีและมีกำลังใจ ยึดมั่นทำงานเพื่อประเทศต่อไป และขอให้ทุกคนมีสุขที่ดีเพื่อช่วยเป็นเสาหลักของประเทศให้ได้

"บิ๊กป้อม"บายพาสหัวใจ

นายกฯบอก "บิ๊กป้อม"ไปบายพาสหัวใจ หลัง "ป๋าเปรม" ถามหา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ หลังจากนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้เรียก ครม.และผู้นำเหล่าทัพเข้ามารายงานตัวกับ พล.อ.เปรม โดย พล.อ.เปรม ได้ถามหา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยกล่าวว่า “ป้อมไปไหน” พล.อ.ประยุทธ์ จึงรายงานว่า “ท่านไม่สบายไปตรวจเช็คสุขภาพ เป็นเส้นเลือดหัวใจ ต้องไปบายพาส”   ทั้งนี้ช่วงทีผ่านมา พล.อ.ประวิตรได้ลางาน รวมถึงการไม่ร่วมประชุม ครม. เมื่อวานนี้ ( 10 เม.ย.)  ด้วย    
ทั้งนี้ได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวว่าครั้งนี้ พล.อ.ประวิตรได้ไปทำบายพาสรักษาโรคหัวใจจริง
"บิ๊กป้อม" บายพาสหัวใจ