PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

แม้วเหมาเครื่องบิน-ที่พักรับอวยพรวันเกิด

24 กรกฎาคม 2556 เวลา 18:32 น.

แม้วเหมาเครื่องบิน-ที่พักรับอวยพรวันเกิด
จับตา "ทักษิณ" เหมาเครื่องบิน–ที่พักรับคณะอวยพรวันเกิดฮ่องกง เจ้าตัวโพสต์IGใส่เสื้อทำพิเศษฉลองวันเกิด
วันนี้ (24 ก.ค.) นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันครบรอบวันคล้ายที่ 26 ก.ค.นี้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะอยู่ที่กรุงปักกิ่งของจีน ซึ่งยืนยันว่าปีนี้จะไม่มีการจัดงานฉลอง จะมีพบปะพูดคุยพรรคพวกเพื่อนฝูงบ้างเล็กน้อย รวมถึงคนในครอบครัว ญาติพี่น้อง และคนใกล้ชิดเดินทางไปร่วมอวยพรเช่นทุกปี จากนั้นวันที่ 27-28 ก.ค.นี้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางไปยังเกาะฮ่องกงเพื่อทำธุระ ซึ่งยอมรับว่า อาจมีสส.เดินทางไปรอพบบ้าง
วันเดียวกันพ.ต.ท.ทักษิณ และนายพานทองแท้ ชินวัตร ผู้เป็นบุตรชาย ได้โพสต์ภาพผ่านทางอินสตาแกรม โดยพ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่า “โอ๊คมาเยี่ยมที่ปักกิ่งและเอาเสื้อที่เพื่อนๆ ทำแจกในงานวันเกิดผมมาให้ใส่ครับ โอ๊คจะกลับวันนี้แล้ว ส่วน “เอม” และ “อิ๊ง” จะมาถึงบ่ายๆ วันนี้ครับ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เช่าเหมาลำเครื่องบินอำนวยความสะดวกแก่รัฐมนตรี และส.ส.รวมถึงเจ้าหน้าที่พรรคเพื่อไทย ที่ลงทะเบียนแจ้งประสงค์จะเดินทางไปอวยพร รวมถึงที่พัก ซึ่งจะออกเดินทางเช้าวันที่ 26 ก.ค.นี้ จากท่าอากาศยานดอนเมืองสู่เกาะฮ่องกง อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เรียกรัฐมนตรีที่เป็นประธานโซน นำ สส.เข้าพบเป็นรายกลุ่มจังหวัด เช่น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ประธานโซน 4 ภาคกลาง ประกอบด้วย จ.นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี รวมถึงกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา เช่น นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานกรรมาธิการพิจารณาศึกษาประเด็นที่มาของส.ว. เป็นต้น

สำนักข่าวอัล-จาซีราของกาตาร์เตรียมเปิดช่องข่าวและเปิดตัวผู้บริหารในสหรัฐ 20 สิงหาคมนี้

สำนักข่าวอัล-จาซีราของกาตาร์เตรียมเปิดช่องข่าวและเปิดตัวผู้บริหารในสหรัฐ 20 สิงหาคมนี้

สำนักข่าวอัล-จาซีรา แถลงว่า จะเปิดช่องข่าวในสหรัฐ วันที่ 20 สิงหาคมนี้ โดยเสนอชื่อกรรมการบริหารแผนกปฏิบัติการระหว่างประเทศ นายอีฮับ อัล ชีฮาบี ให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารชั่วคราวของอัล-จาซีราสหรัฐ และผู้มากประสบการณ์จากสำนักข่าวเอบีซี นิวส์ นางเคท โอไบรอัน ดำรงตำแหน่งประธาน

นายชิฮาบี จบการศึกษาระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ เคยเป็นที่ปรึกษาด้านการบริหารที่บริษัทอาร์เธอร์ แอนเดอร์สัน, แอนเดอร์สัน คอนซัลติ้ง และดีลอยต์รวม 12 ปี มีประสบการณ์ทำงานกับอัล-จาซีรา เป็นเวลาห้าปี โดยดูแลเครือข่ายทั่วโลก ทั้งยังมีส่วนก่อตั้งและเปิดตัวช่องอัล-จาซีราบอลข่านกับตุรกี

ด้านนางโอไบรอัน มีประสบการณ์ในแวดวงทีวีสหรัฐ 30 ปี รับผิดชอบแผนกรวบรวมข่าวสารของสำนักข่าวเอบีซี รวมถึงสาขาทั่วโลกตั้งแต่ปี 2550 เคยได้รับรางวัลเอมมี่, พีบอดี้ และอัลเฟรด วัน ดูปองท์

นางโอไบรอัน กล่าวว่าอัล-จาซีราสหรัฐจะแสดงให้เห็นว่ายังมีสื่อสารมวลชนที่มีคุณภาพในสหรัฐ เธอตั้งตาคอยที่จะแสดงให้ผู้ชมเห็นว่า มีความต้องการอย่างแรงกล้าต่อการรายงานข่าวเชิงลึกที่โด่งดังของอัล-จาซีรา

นอกจากนี้ อัล-จาซีรายังประกาศแผนเปิดสำนักงานในกว่าสิบเมือง รวมทั้งดีทรอยต์และชิคาโก เพื่อวางรากฐานในตลาดสหรัฐ

โผตร.ไม่พลิก"วินัย"ขึ้นผช."บิ๊กแจ๊ส"เหนียว


วันพุธที่ 24 กรกฎาคม 2556

ไม่พลิก!'วินัย'ขึ้นผช.ผบ.ตร.'บิ๊กแจ๊ส'เหนียว

โผตำรวจไม่พลิก! 'วินัย'ขึ้นผช.ผบ.ตร.'บิ๊กแจ๊ส'ยังเหนียว 'อนุชัย'นั่ง ภ.4 โยก'กวี'ดู ภ.2 'ปัญญา'คุมภ.8

               เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม  พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยผลการประชุมแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถึง ผู้บัญชาการ วาระประจำปี 2556 ที่ผ่านคณะกรรมการคัดเลือก ก่อนเสนอให้คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. พิจารณาลงมติเห็นชอบ ซึ่งในปีนี้มีการแต่งตั้งตำแหน่งที่ปรึกษาสัญญาบัตร 10 ยศ พล.ต.อ. หมุนเวียนเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และจเรตำรวจแห่งชาติ รวม 3 นาย เลื่อนจากผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นที่ปรึกษาสัญญาบัตร 10 รวม 5 นาย เลื่อนตำแหน่งผู้บัญชาการ เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 11 ตำแหน่ง แต่งตั้งผู้บัญชาการ หมุนเวียนตำแหน่ง 9 ตำแหน่ง และแต่งตั้งรองผู้บัญชาการ ขึ้นเป็นผู้บัญชาการ 16 ตำแหน่ง

               พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า ยืนยันว่า ตำแหน่งของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ยังไม่มีการปรับเปลี่ยน ส่วนตำแหน่ง ผบช.ภ. 2 ภาค 3 ภาค 4 ภาค 6 ภาค 8 และศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งผู้บัญชาการทั้งหมด

               รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้บัญชีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บัญชาการ ถึงรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ วาระประจำปี 2556 ที่ผ่านคณะกรรมการคัดเลือก หรือ บอร์ดกลั่นกรอง เป็นดังนี้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ที่ปรึกษา สัญญาบัตร 10 ขยับเป็นจเรตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง และพล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ที่ปรึกษาสัญญาบัตร 10 เป็น รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ขยับขึ้นตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

               ส่วน พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พล.ต.ท.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จะยังนั่นอยู่ในตำแหน่งเดิมต่อไป

               ขณะที่นายตำรวจระดับรองผู้บัญชาการ เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นผู้บัญชาการ มีรายงานว่า พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล จะได้ขึ้นเป็น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ต.ปิยะ สอนตระกูล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 จะได้เป็น ผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด จะได้ขึ้นเป็นผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล จะได้เป็น ผู้บัญชาการสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
             
               สำหรับรายชื่อที่ผ่านการพิจารณาโดย ก.ตร.ดังนี้ คือ พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง ที่ปรึกษา (สบ 10) (นรต.30) พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ที่ปรึกษา (สบ 10) (นรต.30) เป็นรอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ที่ปรึกษา (สบ 10) (นรต.35) ขยับเข้าสู่ตำแหน่งหลักเป็น จเรตำรวจแห่งชาติ ขณะที่ตำแหน่งว่าง 5 ตำแหน่ง ให้ พล.ต.ท.ไตรรัตน์ อมาตยกุล รองหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ(สบ 9) (รอง หน.นรป.) เป็น หน.นรป.(สบ 10) พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชฏฐ์ พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี พล.ต.ท.อุดม รักศิลธรรม พล.ต.ท.ชนินทร์ ปรีชาหาญ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ขึ้นเป็น ที่ปรึกษา (สบ 10)

               ในตำแหน่งระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และเทียบเท่าที่ว่าง 11 ตำแหน่งนั้น บอร์ดกลั่นกรองมีมติให้ พล.ต.ท.สุพร พันธุ์เสือ ผบช.สกบ. พล.ต.ท.อารีย์ อ่อนชิต ผบช.รร.นรต. พล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม ผบช.สยศ.ตร. พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ จตร. (สบ 8) พล.ต.ท.ชัยยง กีรติขจร ผบช.สง.ก.ตร. พล.ต.ท.อุดม ชัยมงคลรัตน์ จตร.(สบ 8) พล.ต.ท.วันชัย ถนัดกิจ ผบช.ภ.6 พล.ต.ท.ม.ล.พันธ์ศักดิ์ เกษมสันต์ จตร.(สบ 8) และ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.ภ.2 เลื่อนขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล จตร.(สบ 8) (นรต.34) สายตรงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ขึ้นเป็น รอง จตช.(สบ 9) และ พล.ต.ต.เจษฎา อินทรสถิตย์ ผบช.สง.นรป.(สบ 8) ขึ้นเป็น รอง หน.นรป.(สบ 9) ทั้งนี้ การแต่งตั้งระดับนี้เป็นไปตามอาวุโส แต่เนื่องจาก พล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงศ์ นายแพทย์ใหญ่ รพ.ตร. และพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ ผบช.ก.ขออยู่ในตำแหน่งเดิม แม้จะมีอาวุโสสูงก็ตาม จึงมีการขยับ พล.ต.ท.วินัย และพล.ต.ท.พันธ์ศักดิ์ เลื่อนขึ้นแทนตามความเหมาะสม ซึ่งประเด็นนี้เองประธานบอร์ดกลั่นกรองตั้งข้อสังเกตุถึงการไม่เลื่อนตำแหน่งขึ้นของ พล.ต.ท.นพ.จงเจตน์ ทั้งที่มีอาวุโสอันดับ 1 และอยู่ในตำแหน่งนายแพทย์ใหญ่มา 4 ปีแล้ว ซึ่งใช้เวลาอภิปรายกันนานจึงจะให้ผ่านในที่สุด

               สำหรับระดับ ผบช.มีเก้าอี้ว่างจากการเกษียณอายุราชการและเลื่อนตำแหน่งขึ้น 19 ตำแหน่ง และโยกย้ายสับเปลี่ยนดังนี้ พล.ต.ท.สมบูรณ์ ฮวบบางยาง รองผบช.ภ.7 เป็น จตร.(สบ 8) พล.ต.ท.ชินทัต มีศุข รอง ผบช.ภ.9 เป็น จตร.(สบ 8) โยก พล.ต.ท.วัฒนา สักวัตร ผบช.กมค.เป็น หัวหน้าจตร.(สบ 8) พล.ต.ท.จุตติ ธรรมโนวานิช ผบช.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร.ทำหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสืบสวน เป็น ผบช.กมค. พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.น.ขึ้นเป็น ผบช.ประจำ ทำหน้าที่เชี่ยวชาญด้านสืบสวน พล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ รอง ผบช.สพฐ.ตร. ขึ้นเป็น ผบช.สำนักยุทธศาสตร์ตำรวจ พล.ต.ท.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ นรป(สบ 8) ขยับเข้าไลน์หลักเป็น ผบช.สง.นรป. โดยมี พล.ต.ต.ดุสิต สังขะเมฆะ นรป.(สบ 7) ขึ้นเป็น นรป.(สบ 8) พล.ต.ต.พนมศักดิ์ ทั่งทอง รอง ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. ทำหน้าที่ที่ปรึกษาด้านการข่าว ขึ้นเป็น จตร.(สบ 8) พล.ต.ต.ปิยะ สอนตระกูล รอง ผบช.ภ.1อาวุโสอันดับ 6 ได้รับความไว้วางใจให้เป็น ผบช.สกบ.

               พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผบช.ภ.4 โยกไปเป็น ผบช.ภ.2 โดย พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น.(นรต.28) มือทำคดีเสื้อแดง ขึ้นเป็น ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.วิชาญ ทองประชาญ รอง ผบช.สง.กตร.ขึ้นเป็น ผบช.สง.กตร. พล.ต.ท.วรศักดิ์ นพสิทธิพร จตร.(สบ 8) เป็น ผบช.ภ.6 โดย พล.ต.ต.อนุรุต กฤษณะการะเกตุ รองผบช.ศชต. ขึ้นเป็น จตร.(สบ 8)แทน พล.ต.ต.ศักดา ชื่นภักดี รอง ผบช.สตม.ขึ้นเป็น จตร.(สบ 8) พล.ต.ต.ทวีชัย วิริยะโกศล รอง ผบช.สกบ.เป็น จตร.(สบ 8)

               พล.ต.ต.อรรถชัย เกิดมงคล รอง ผบช.ตชด.ขึ้นเป็น ผบช.ตชด. พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รอง ผบช.ปส.ขึ้นเป็น ผบช.ปส. พล.ต.ท.ธีระศักดิ์ กลิ่นพงษา ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.ทำหน้าที่บริหารงานด้านป้องกัน เป็น ผบช.ภ.3 โดยมี พล.ต.ต.เดชา ชวยบุญชุม รอง ผบช.ศชต.ขึ้นเป็น ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.แทน

               พล.ต.ท.ยงยุทธ เจริญวานิช ผบช.ภ.8 เป็น ผบช.ศชต. พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.สพฐ.ตร. เป็น ผบช.ภ.8. พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว จตร.(สบ 8) เป็น ผบช.สพฐ.ตร. พล.ต.ต.กฤษฎิ์ศักดิ์ วิชชารยะ รอง ผบช.ส.ขึ้นเป็น จตร.(สบ 8)
 

จับตาดูกระบวนการทำลายพุทธศาสนา

โดย สิริิอัญญา (นสพ.แนวหน้า 24ก.ค.56)

พักนี้มีเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดภาพพจน์เชิงลบแก่พุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง และแต่ละเรื่องก็เป็นเรื่องเสียหายร้ายแรงทั้งสิ้น เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ในเวลาแค่วันเดียว และเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ด้วยการกระทำของคนคนเดียวหรือคนเพียงไม่กี่คน

และถ้ามองให้กว้างออกไป เหตุการณ์ที่ทำให้เกิดภาพพจน์เชิงลบและเกิดผลกระทบต่อพุทธศาสนานั้นมิได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย แต่เกิดขึ้นในต่างประเทศด้วย

เฉพาะในอินเดียซึ่งเป็นแดนเกิดแห่งพุทธศาสนานั้นก็มีการวางระเบิดถึง 9 จุด ในเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้เกิดการบาดเจ็บและเสียหาย ส่งผลสะเทือนทางจิตใจแก่พุทธศาสนิกชนทั่วโลก

เพราะรายงานข่าวที่เกิดขึ้นระบุว่าเป็นการก่อเหตุของผู้นับถือศาสนาอื่น ซึ่งถ้าฟังข่าวแต่เพียงผิวเผินก็ย่อมรู้สึกไปในทางเดียวกัน คือความรู้สึกที่เป็นทางลบต่อศาสนิกแห่งศาสนานั้น

หรือเหตุการณ์ในพม่าที่มีการรบราฆ่าฟันและทำร้ายทำลายกันระหว่างพุทธศาสนิกชนกับศาสนิกของศาสนาอื่น จนเกิดเรื่องราวเป็นข่าวคราวใหญ่โตไปทั่วโลก กระทั่งกระทบต่อปัญหาความมั่นคงของประเทศพม่าด้วย

ดังนั้นการเกิดเหตุที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อพุทธศาสนาในยามที่ปีมหามงคลพุทธชยันตี ล่วงมา 2,601 ปี จึงกล่าวได้ว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ในหลายรูปแบบ และในเวลาใกล้เคียงกัน จนทำให้อดคิดไม่ได้ว่า มีอะไรเป็นเบื้องลึกเบื้องหลังที่มุ่งหวังทำลายหรือมุ่งร้ายต่อพุทธศาสนา

พุทธศาสนิกชนทั้งหลายถึงแม้ว่าจะเป็นผู้ไม่ตั้งอยู่ในความยึดมั่นถือมั่นในศาสนาหนักหน่วงรุนแรงเหมือนกับบางศาสนา แต่ก็จำต้องจับตาจ้องมองกันไว้บ้างว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นจะได้ไม่ตั้งอยู่ในความประมาท อย่างน้อยก็จะได้รู้เท่าทันถึงกระบวนการและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ก่อนอื่นก็ต้องกล่าวว่าในประเทศไทยของเรานั้นองค์กรบริหารจัดการคณะสงฆ์ที่มีอำนาจสูงสุดคือ มหาเถรสมาคม แต่น่าอนาถใจที่นับวันพุทธศาสนิกชนจะไม่ได้เห็นบทบาทของมหาเถรสมาคมในเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น

ในเหตุการณ์มากหลายไม่มีท่าทีหรือการแสดงออกใดๆ จากมหาเถรสมาคม มีแต่ความเงียบ ราวกับว่าไม่มีองค์กรนี้อยู่ในประเทศไทย แต่กระนั้นก็อาจจะดีกว่าบางหน่วยงานหรือบางคนที่ชอบพูดนักหนาว่าข้าไม่เกี่ยว เรื่องอะไรก็ไม่เกี่ยวกับข้าเพราะสิ่งที่ข้าสนใจคือเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายตัวข้าเท่านั้น

เพราะมหาเถรสมาคมมิได้แสดงบทบาทให้ปรากฏเช่นนี้ จึงทำให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเองก็ไม่สามารถแสดงบทบาทอะไรได้ จึงกลายเป็นประเทศไทยซึ่งพระพุทธศาสนาตั้งมั่นสถิตสถาพรมาเป็นเวลาช้านาน กำลังกลายเป็นประเทศที่ไม่มีหน่วยงานใดรับผิดชอบดูแล คุ้มครองป้องกัน ทำนุบำรุงพุทธศาสนา และพุทธศาสนาก็กลายเป็นศาลากลางบ้านที่ใครจะใช้สอยหาประโยชน์หรือจะถ่มถุยทำลายประการใดก็สุดแต่ใจชอบ

เมื่อครั้งที่หลวงตาพระมหาบัวยังมีชีวิตอยู่ก็เคยมีข่าวการปองร้ายที่มุ่งทำลายเกียรติภูมิของพระอริยสงฆ์ แต่ในที่สุดมารก็ไม่สามารถเข้าทำร้ายทำลายถึงองค์หลวงตาได้เป็นที่อัศจรรย์ แต่เสียดายนักที่ปาฏิหาริย์นั้นมิได้รับการกล่าวขวัญเล่าขานให้เป็นที่ตั้งแห่งศรัทธาของมหาชน

เมื่อครั้งที่ยังเป็นพระมิตซูโอะคนทั้งปวงก็เลื่อมใสนับถือ และจู่ๆ ก็ลาสิกขาออกไปแล้วมีการแถลงถึงความพอใจในฆราวาสวิสัยนั้น และน่าเสียดายยิ่งนักที่เบื้องลึกเบื้องลับอันเป็นเหตุให้มีการลาสิกขาว่าเกิดจากอะไร มีองค์กรหรือสำนักไหนอยู่เบื้องหลัง คนทั้งปวงจึงได้ฟังแต่เรื่องความยินดีในฆราวาสวิสัยของนายมิตซูโอะ จึงทำให้เบื้องลึกแห่งการทำลายพระมิตซูโอะที่ให้ส่งผลกระทบต่อศรัทธาของพุทธศาสนิกชนเลือนหายไป

มาถึงไอ้คำเล่า อายุอานามก็ไม่มากนัก แต่สามารถสร้างภาพฉ้อฉลหลอกลวงฉ้อโกงมหาชนได้นับพันล้านบาท มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันเดียวดอกหรือ? หรือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีอะไรเป็นเบื้องลึก เบื้องลับ เบื้องหลังหรือ? และเวลานี้เรื่องของไอ้คำก็กลายเป็นเรื่องการเมือง และเป็นการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อพุทธศาสนาเช่นเดียวกัน

ความจริงการกระทำอันเป็นปาราชิกมีอยู่จำนวนมาก ทำไมจึงดำรงอยู่ได้? ทำไมองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่ถูกทำให้อ่อนล้า ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ ปล่อยให้เหล่ามิจฉาชีพและบางขบวนการบ่อนทำลายพุทธศาสนาตามอำเภอใจ

นั่นย่อมกล่าวหาได้ไม่ใช่หรือว่าเพราะเป็นเรื่องของการเมือง และไม่เพียงแต่เป็นเรื่องการเมืองภายในประเทศ ที่นักการเมืองต้องการใช้ศาสนาในการจูงใจสร้างความนิยมหาพวกลิ่วล้อบริวารเพื่อประโยชน์ในทางการเมือง หากอาจจะเกี่ยวข้องกับขบวนการทำลายพุทธศาสนาที่เชื่อมโยงกับต่างประเทศด้วย

เป็นไปได้อย่างไร? ที่ประเทศไทยซึ่งพุทธศาสนาสถิตมาอย่างมั่นคงหลายศตวรรษ กลับมาตกอยู่ในสภาพที่เหมือนศาลากลางบ้านดังที่ว่ามาข้างต้น เป็นไปได้อย่างไรที่บางสำนักประพฤติตนเป็นอลัชชีเดียรถีย์ และทำลายพุทธศาสนาทั้งเนื้อตัวและรูปแบบอย่างโจ่งแจ้งกลางเมือง แต่อำนาจรัฐก็ดี ผู้มีอำนาจหน้าที่ก็ดี พากันนิ่งเฉยหรือสมคบ สมรู้ สมยอมให้กระทำตามอำเภอใจได้

ชาวพุทธทั้งหลายจึงต้องตื่นตัว ตื่นตาขึ้นมาจับตาสังเกตดูว่าเหตุการณ์ร้ายๆ แรงๆ ที่ส่งผลกระทบต่อพุทธศาสนามาอย่างต่อเนื่องนั้นเป็นเหตุบังเอิญ หรือมีอะไรอยู่เบื้องหลังที่มุ่งหวังทำร้ายทำลายพุทธศาสนา? ช่วยกันจับตาดู ช่วยกันคิดพิจารณาและร้องโหวกเหวกโวยวายตามประสาเถิด!

ข้อสอบมหาวิทยาลัยดังให้น.ศ.แปล ภาษาวิับัติ

สุดงง!! ข้อสอบสิ้นคิดจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง ? -ชี้เหมาะสมหรือไม่ ???
24-07-13 16:13   อ่าน : 700
คอลัมน์ : สังคม ทีนิวส์

แชร์ลั่นเน็ต!! หลังมีภาพหลุดข้อสอบชุดหนึ่ง  เป็นข้อสอบประหลาดให้แก้ภาษาวิบัติเป็นภาษาถูกต้อง  -ชี้เหมาะสมหรือไม่ ??
วันนี้ (  24 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ฮือฮาบนโลกออนไลน์  หลังมีภาพหลุดข้อสอบสุดพิสดาร ซึ่งเป็นข้อสอบของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย   โดยข้อสอบต้องการให้แก้คำผิดซึ่งเป็นภาษาวิบัติเป็นภาษาที่ถูกต้อง  เช่น  "เดฆ่า บัยเดเหยอคระ คิดถุงเว่อๆ เลยน๊ะ"   และเป็นที่น่าสังเกตคำตอบบ้างข้อยังตอบผิด  ชี้วุฒิภาวะของผู้ใช้ภาษาในกลุ่มวัยรุ่นสมัยนี้ ??  
โดยเรื่องนี้มีผู้เข้ามาชมพร้อมแสดงความคิดเห็นอีกมาเช่น  ผู้ใช้นามว่า "จุ๋ม พักตร์เพียงเพ็ญ" ได้แสดงความเห็นว่า  "วัดไอคิวคนออกข้อสอบ" , ผู้ใช้นามว่า  "Khunya Jaidee" แสดงความเห็นว่า "ภาษาวิบัติ คนสมัยนี้เขียนหนังสือผิดกันมาก อ่านเจอทีไรกลุ้มใจทุกที"

วันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

แท็กซี่โวยวายหน้าที่ทำการประชาธิปัตย์


06 ก.ค. 2555 เวลา 17:34:00 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพงศ์วิชาญ ธนาถิรพงศ์ ขับรถแท๊กซี่สีชมพูหมายเลขทะเบียน ทย.9522กทม.มาจอดขวางทางเข้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกับเร่งเครื่องบีบแตรดังสนั่น สร้างความรำคาญให้กับประชาชนที่ผ่านไปมา พร้อมกับโชว์ป้ายข้อความ ถูกนายสันติ พร้อมพัฒน์รัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กลั่นแกล้ง และเรียกร้องให้จ่ายเงินเยียวยาให้กับตน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.บางซื่อมาเจรจาให้นำรถไปจอดที่ไม่กีดขวางจราจร

ทั้งนี้ เกือบจะมีเหตุจากประชาชนที่ไม่พอใจในการกระทำในครั้งนี้ ตำรวจจึงต้องห้ามปรามและขอให้สงบสติอารมณ์ ที่หน้าพรรคประชาธิปัตย์ 
 



วันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ปากคำผู้เห็นเหตุการณ์พันโทหญิง โสภา..ไล่ที่น้องแชมป์ (ใน รพ.พระมงกุฎ)

พันโทหญิง โสภา (ไม่ทราบนามสกุล) แห่ง รพ.พระมงกุฎ
ใจดำจริงๆ ไล่ที่ขายล็อตเตอรี่ของอดีตทหารกล้าผู้เสียสละ

นี่คือความจริงจากปากของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ที่พันโทหญิง โสภา..ไล่ที่น้องแชมป์ (ใน รพ.พระมงกุฎ) 
เครดิต Gasanee Croskery

เรียนคุณท่านพันโทโสภา ... ผู้ซึ่งมีสิทธิ์และอำนาจในการจัดระเบียบร้านค้าแผงลอยในบริเวณของ รพ.พระมงกุฎนะคะ สืบเนืี่องมาจากวันนี้ (๑๙ ก.ค.) ที่ท่านได้ไล่เดินสั่งทุกๆ แผงว่าให้ย้ายสถานที่ทำกิน ไม่ให้ใช้สถานที่เดิมในการขายของ แต่ต้องย้ายไปขายในที่ที่ท่านจะจัดให้ ท่านพูดว่าแผงของน้องแชมป์อยู่เลยฟุตบาตออกมาตั้งเยอะ แต่ท่านไม่เคยที่จะสละเวลาดูเลยนะคะว่าอ้ายฟุตบาตที่ท่านพูดถึงกับฟุตบาตที่น้องแชมป์ (พลทหารมังกรทอง  ลิ้มประเสริฐสกุล) นั่งขายของนั้นมันต่างกันขนาดไหน ท่านบอกให้คุณพ่อของน้องแชมป์ไปทำเรื่องขอใบอนุญาติจาก ผอ.รพ.มาใหม่ แล้วท่านจึงจะอนุญาติให้น้องแชมป์และคุณพ่อน้องขายต่อได้ 

น้องแชมป์เป็นทหารพิการและเป็นคนไข้ในความดูแลของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ น้องมีใบอนุญาติจากท่าน ผอ.รพ.พระมงกุฎคนเก่าที่ระบุว่าน้องสามารถที่จะขายล๊อตเตอรี่ในบริเวณรั้วของ รพ.พระมงกุฎได้ แต่ ... เมื่อมีการเปลี่ยน ผอ.ใหม่ในแต่ละครั้ง น้องแชมป์และคุณพ่อก็จะโดนกดขี่และโดนไล่ที่ ไล่จากตรงนี้ไปตรงนั้น จากตรงนั้นไปตรงนี้ บางครั้งคนที่มาไล่ที่ก็จะไล่แบบไร้จรรยาบรรณ ไล่พวกเค้าเหมือนหมูเหมือนหมาก็มี 

วันนี้ท่านพันโทโสภาได้มายืนไล่ที่ของน้องแชมป์กับคุณพ่อ ท่านได้ใช้อำนาจของการเป็นพันโทหญิงของท่านแต่ไร้ซึ่งจรรยาบรรณของการเป็นทหารและการเป็นคนที่มีวัยวุฒิและคุณวุฒิ ท่านไม่ได้มีความสงสารและความเมตตาให้กับน้องแชมป์ซึ่งครั้งหนึ่งเค้าเคยรับใช้ประเทศชาติอยู่ที่ปลายด้ามขวานทอง พลีชีพเพื่อชาติจนตัวเองโดนระเบิดและกลายเป็นคนพิการอย่างทุกวันนี้ คนเรานะคะน่าจะมีคุณธรรมกันบ้าง น่าจะมีความเห็นอกเห็นใจต่อคนที่เค้าหมดโอกาสทางสังคมบ้าง ท่านคงลืมไปแล้วกระมังว่าประเทศชาติเป็นหนี้บุญคุณเหล่าทหารกล้าที่เสียสละชีวิตเพื่อประเทศชาติ แทนที่จะขอบคุณเค้า ช่วยเหลือเค้า แต่กลับสร้างความลำบากให้กับเค้าเพิ่มขึ้นไปอีก 

ท่านไม่เคยต้องมานั่งขายล๊อตเตอรี่ตั้งแต่ ๙ โมงเช้ายันสองทุ่มทุกวัน นั่งหลังขดหลังแข็ง ท่านไม่เคยต้องมีลูกชายที่พิการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ดิฉันไม่ทราบหรอกนะคะว่าท่านใหญ่โตขนาดไหนเนื่องจากว่าไม่มีสมาชิกในครอบครัวรับราชการทหารมาก่อน 

การที่ท่านมาท้าคุณพ่อของน้องแชมป์ในวันนี้ว่า ถ้าอยากจะร้องเรียนท่านก็เชิญทำได้ ท่านพูดจาท้าทายพร้อมกับชี้ไปที่ชื่อบนหน้าอกเสื้อของท่านและพูดว่า "ฉัน พันโท โสภา" ท่านบอกให้พ่อของน้องแชมป์จดชื่ิอของท่านเอาไว้ ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าท่านทำแบบนั้นไปทำไมและเพื่ออะไร หรือว่าทำเฉพาะกับพวกตาสีตาสาคะ?? ดิฉันศรัทธาในตัวทหารมาโดยตลอด แต่พอมาเจอทหารอย่างท่านในวันนี้แล้ว บอกตามตรงว่าหมดศรัทธามากดูเพิ่มเติม
พันโทหญิง โสภา (ไม่ทราบนามสกุล) แห่ง รพ.พระมงกุฎ
ใจดำจริงๆ ไล่ที่ขายล็อตเตอรี่ของอดีตทหารกล้าผู้เสียสละ

นี่คือความจริงจากปากของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ที่พันโทหญิง โสภา..ไล่ที่น้องแชมป์ (ใน รพ.พระมงกุฎ)
เครดิต Gasanee Croskery

เรียนคุณท่านพันโทโสภา ... ผู้ซึ่งมีสิทธิ์และอำนาจในการจัดระเบียบร้านค้าแผงลอยในบริเวณของ รพ.พระมงกุฎนะคะ สืบเนืี่องมาจากวันนี้ (๑๙ ก.ค.) ที่ท่านได้ไล่เดินสั่งทุกๆ แผงว่าให้ย้ายสถานที่ทำกิน ไม่ให้ใช้สถานที่เดิมในการขายของ แต่ต้องย้ายไปขายในที่ที่ท่านจะจัดให้ ท่านพูดว่าแผงของน้องแชมป์อยู่เลยฟุตบาตออกมาตั้งเยอะ แต่ท่านไม่เคยที่จะสละเวลาดูเลยนะคะว่าอ้ายฟุตบาตที่ท่านพูดถึงกับฟุตบาตที่น้องแชมป์ (พลทหารมังกรทอง ลิ้มประเสริฐสกุล) นั่งขายของนั้นมันต่างกันขนาดไหน ท่านบอกให้คุณพ่อของน้องแชมป์ไปทำเรื่องขอใบอนุญาติจาก ผอ.รพ.มาใหม่ แล้วท่านจึงจะอนุญาติให้น้องแชมป์และคุณพ่อน้องขายต่อได้

น้องแชมป์เป็นทหารพิการและเป็นคนไข้ในความดูแลของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ น้องมีใบอนุญาติจากท่าน ผอ.รพ.พระมงกุฎคนเก่าที่ระบุว่าน้องสามารถที่จะขายล๊อตเตอรี่ในบริเวณรั้วของ รพ.พระมงกุฎได้ แต่ ... เมื่อมีการเปลี่ยน ผอ.ใหม่ในแต่ละครั้ง น้องแชมป์และคุณพ่อก็จะโดนกดขี่และโดนไล่ที่ ไล่จากตรงนี้ไปตรงนั้น จากตรงนั้นไปตรงนี้ บางครั้งคนที่มาไล่ที่ก็จะไล่แบบไร้จรรยาบรรณ ไล่พวกเค้าเหมือนหมูเหมือนหมาก็มี

วันนี้ท่านพันโทโสภาได้มายืนไล่ที่ของน้องแชมป์กับคุณพ่อ ท่านได้ใช้อำนาจของการเป็นพันโทหญิงของท่านแต่ไร้ซึ่งจรรยาบรรณของการเป็นทหารและการเป็นคนที่มีวัยวุฒิและคุณวุฒิ ท่านไม่ได้มีความสงสารและความเมตตาให้กับน้องแชมป์ซึ่งครั้งหนึ่งเค้าเคยรับใช้ประเทศชาติอยู่ที่ปลายด้ามขวานทอง พลีชีพเพื่อชาติจนตัวเองโดนระเบิดและกลายเป็นคนพิการอย่างทุกวันนี้ คนเรานะคะน่าจะมีคุณธรรมกันบ้าง น่าจะมีความเห็นอกเห็นใจต่อคนที่เค้าหมดโอกาสทางสังคมบ้าง ท่านคงลืมไปแล้วกระมังว่าประเทศชาติเป็นหนี้บุญคุณเหล่าทหารกล้าที่เสียสละชีวิตเพื่อประเทศชาติ แทนที่จะขอบคุณเค้า ช่วยเหลือเค้า แต่กลับสร้างความลำบากให้กับเค้าเพิ่มขึ้นไปอีก

ท่านไม่เคยต้องมานั่งขายล๊อตเตอรี่ตั้งแต่ ๙ โมงเช้ายันสองทุ่มทุกวัน นั่งหลังขดหลังแข็ง ท่านไม่เคยต้องมีลูกชายที่พิการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ดิฉันไม่ทราบหรอกนะคะว่าท่านใหญ่โตขนาดไหนเนื่องจากว่าไม่มีสมาชิกในครอบครัวรับราชการทหารมาก่อน

การที่ท่านมาท้าคุณพ่อของน้องแชมป์ในวันนี้ว่า ถ้าอยากจะร้องเรียนท่านก็เชิญทำได้ ท่านพูดจาท้าทายพร้อมกับชี้ไปที่ชื่อบนหน้าอกเสื้อของท่านและพูดว่า "ฉัน พันโท โสภา" ท่านบอกให้พ่อของน้องแชมป์จดชื่ิอของท่านเอาไว้ ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าท่านทำแบบนั้นไปทำไมและเพื่ออะไร หรือว่าทำเฉพาะกับพวกตาสีตาสาคะ?? ดิฉันศรัทธาในตัวทหารมาโดยตลอด แต่พอมาเจอทหารอย่างท่านในวันนี้แล้ว บอกตามตรงว่าหมดศรัทธามากดูเพิ่มเติม

ชายผู้ไม่ยอมฮุนเซน สม รังสี กลับถึงกัมพูชาแล้ว หลังลี้ภัยทางการเมืองนาน 4 ปี

วันนี้ (19 กรกฎาคม 2556) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสม รังสี ผู้นำพรรคกู้ชาติกัมพูชา วัย 64 ปี กลับถึงดินแดนบ้านเกิดแล้วเมื่อเวลาราว 9 โมงเช้า ตามเวลาท้องถิ่นซึ่งตรงกับเวลาไทย พร้อมกับก้มลงจูบแผ่นดินทันทีที่ลงจากเครื่องบิน ท่ามกลางการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ของกลุ่มผู้สนับสนุนราว 40,000 คน

โดย นายสม รังสี ได้กล่าวกับฝูงชนผู้สนับสนุนหลายพันคนว่า เขามีความสุขมากที่ได้กลับมาเพื่อกอบกู้ชาติร่วมกับทุกคนเพื่อช่วยชีวิตประเทศกัมพูชา ทั้งนี้ แม้จะไม่มีสิทธิ์ลงรับสมัครเลือกตั้ง แต่ นายสม รังสี ยืนยันจะเดินหน้าช่วยสมาชิกพรรคพรรคกู้ชาติ (CNRP) หาเสียงอย่างถึงที่สุด ก่อนวันเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 28 กรกฎาคมนี้
ทั้งนี้ สม รังสี ลี้ภัยไปฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 2552 เพื่อหลบหนีคดีที่ต้องโทษจำคุก 11 ปี ในข้อหาปลุกระดมให้เกิดความรุนแรงและความแตกแยกในประเทศ แต่ได้รับพระราชทานอภัยโทษจากสมเด็จพระนโรดม สีหมุนีเมื่อ 12 กรกฎาคม ตามที่นายกรัฐมนตรีฮุน เซนได้ยื่นถวายฎีกา โดยทางรัฐบาลยืนยันว่า การยื่นขอพระราชทานภัยโทษให้สม รังสี ไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้งทั่วไปที่จะจัดขึ้นในวันที่ 28 กรกฎาคม หรือแรงกดดันจากนานาชาติ หลังจาก ส.ส.สหรัฐฯ เสนอให้ตัดเงินช่วยเหลือ หากไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้อย่างเสรีและยุติธรรม อย่างไรก็ดี นายสม รังสี ไม่มีสิทธิลงสมัครเลือกตั้งครั้งนี้ ทำให้คาดว่านายกรัฐมนตรีฮุนเซน วัย 74 ปีจะยังคงได้รับเลือกตั้งอีกเป็นสมัยที่ 5

ขณะเดียวกัน มีรายงานด้วยว่า สมาชิกพรรคกู้ชาติกัมพูชา (CNRP) จะพยายามหาทางให้ นายสม รังสีได้ลงสมัครเลือกตั้งในครั้งนี้ นอกจากนี้ซูร์ยา ซูเบดี ทูตพิเศษด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ เรียกร้องให้กัมพูชาให้สม รังสี ได้มีบทบาทสำคัญทางการเมืองอย่างเต็มที่

ดูดวงจันทร์เพื่อกำหนดวันอีฎิ้ลฟิตริ

ประกาศจุฬาราชมนตรี
เรื่อง ดูดวงจันทร์เพื่อกำหนดวันอีฎิ้ลฟิตริ
ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1434

****************
เพื่อให้การกำหนดวันที่ 1 เดือนเซาวาล (วันอีฎิ้ลฟิตริ) ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1434 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จุฬาราชมนตรี จึงประกาศให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมทั่วประเทศดูดวงจันทร์ในวันพุธที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2556 เวลาหลังดวงอาทิตย์ ลับขอบฟ้า

หากมีผู้เห็นดวงจันทร์ในวันและเวลาดังกล่าวขอได้โปรดแจ้งไปยังสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด เพื่อคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดจักได้ตรวจสอบและรายงานผลการดูดวงจันทร์ดังกล่าวไปยังสำนักจุฬาราชมนตรี เพื่อดำเนินการต่อไป

ประกาศ ณ วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

(นายอาศิส พิทักษ์คุมพล)
จุฬาราชมนตรี

อิศราแก้ไขข่าว"ข้าวฉาว" หลังซีพี.ทำหนังสือจี้เสนอข่าวคลาดเคลื่อน

จากกรณีที่บริษัท ข้าว .ซี.พี จำกัด ได้ทำหนังสือแจ้งถึงสำนักข่าวอิศรา www.isranews.org เพื่อสอบถามข้อมูลข่าวการประมูลข้าวสาร ของบริษัท ข้าว ซี.พี. จำกัด ผู้ผลิตข้าวตราฉัตร เนื่องจากบริษัทตรวจสอบพบว่า ข้อมูลที่นำเสนอของสำนักข่าวอิศรา ฯ ไม่ตรงตามข้อเท็จจริง จากในเอกสารสัญญาการซื้อข้าวของบริษัท ข้าว ซี.พี. ที่ทำสัญญาไว้กับ อ.ต.ก. นั้น 

สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ได้ตรวจสอบข้อมูลข่าวการประมูลข้าวสารของบริษัท ข้าว ซี.พี. จำกัด ดังกล่าว ตามที่บริษัทฯ แจ้งข้อมูลเข้ามา พบข้อเท็จจริงดังนี้

สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ได้นำเสนอข่าวที่เกี่ยวข้องกับการประมูลข้าวสาร ของบริษัท ข้าว ซี.พี. จำกัด ภายใต้ชื่อ ข่าวว่า “เปิดชื่อ 11 บริษัทซื้อข้าวสต๊อกรัฐบาล 3,370 ล้าน-เชื่อมโยงก๊วน“เสี่ยเปี๋ยง” เมื่อวันจันทร์ที่ 11 มีนาคม 2013 เวลา 20:00 น.


(อ่านรายละเอียดข่าวตามลิงค์ http://bit.ly/Z1XIfo )

วัตถุประสงค์ในการนำเสนอข่าวชิ้นนี้ เพื่อตรวจสอบการประมูลข้าวของบริษัทเอกชน จาก อ.ต.ก. โดยมุ่งประเด็นไปในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างหนึ่งในบริษัทผู้เข้าร่วมประมูลซื้อขายข้าวกับ อ.ต.ก. กับ นักธุรกิจค้าข้าวกลุ่มหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ในการนำเสนอข่าวดังกล่าว มีความผิดพลาดเกิดขึ้น ในการระบุรายละเอียด ข้าว ที่บริษัท ข้าว ซี.พี จำกัด ในตารางแนบท้ายข่าว รายการที่ 9 . “จัดซื้อข้าวหอมมะลิ ในสต็อกของรัฐโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2554/55 จำนวน 6,810.688647 ตัน ที่ปรากฏรายชื่อ บจก.ข้าวซี.พี เป็นผู้ชนะการประมูลไป โดยมีการพิมพ์ตกคำว่า “ปลาย” ไป เพราะในข้อเท็จจริงการประมูลข้าวรายการนี้ เป็นการประมูลปลายข้าว ไม่ใช่การประมูลซื้อขายข้าวแต่อย่างใด

จึงขอเรียนมาเพื่อโปรดทราบโดยทั่วกัน พร้อมกันนี้สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ได้ทำการแก้ไขข้อมูลในตารางท้ายข่าวดังกล่าว เพื่อความถูกต้องเรียบร้อยแล้ว
(อ่านรายละเอียดข่าวตามลิงค์นี้http://bit.ly/1awGNKw )

เปิดชื่อ 11 บริษัทซื้อข้าวสต๊อกรัฐบาล 3,370 ล้าน-เชื่อมโยงก๊วน“เสี่ยเปี๋ยง”


วันจันทร์ที่ 11 มีนาคม 2013 เวลา 20:00 น.
 
เขียนโดย isranews หมวด จัดซื้อจัดจ้างInvestigative

เปิดรายชื่อพ่อค้าใหญ่ 11 รายรับซื้อข้าวในสต๊อกรัฐบาล โครงการรับจำนำข้าวเปลือกปี 2554/55 ผ่านโกดัง อตก. 3,370.5 ล้าน พบ 1 รายเชื่อมโยงเครือข่าย“เสี่ยเปี๋ยง”

องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) ได้ทำสัญญาขายข้าวในสต็อกของรัฐบาล ให้เอกชน 8 ราย วงเงิน 3,370.5 ล้านบาทเมื่อช่วงเดือนกันยายนและต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา 
สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ตรวจสอบพบว่า ระหว่างวันที่ 14 กันยายน -8 ตุลาคม 2555 องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) ได้ทำสัญญาซื้อขายข้าวในสต็อกรัฐบาล โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2554/55 ให้เอกชน 11 ราย จำนวน 179,895 ตัน รวมวงเงิน 3,370,563,169.97 บาท ได้แก่
1.บริษัท โตมี อินเตอร์เทรด จำกัด 198,088,927.79 บาท
2.บริษัท ไชยพรไรซ แอนด์ ฟู้ดโปรดักส์ จำกัด 804,871,917.69 บาท
3.บริษัท เอเซีย โกลเด้น ไรซ์ จำกัด 600,299,122.13 บาท และ 209,396,404 บาท ( 2 งวด)
4.บริษัท แคปปิตัลซีเรียลส์ จำกัด 328,766,615.35 บาท และ 210,625,486.88 บาท ( 2 งวด)
5.บริษัท ข้าวเสนางค์ จำกัด 262,179,707.16 บาท
6.บริษัท ข้าว.ซี.พี. จำกัด 28,913,843.85 บาท และ 111,014,224.95 บาท (2 งวด)
7.บริษัท นครหลวงค้าข้าว จำกัด 375,580,186.29 บาท
8.บริษัท รอยัลริชชี่ไรซ์ จำกัด 8,979,486.47 บาท
9.บริษัท ไทยธุรกิจเกษตร จำกัด 88,179,921.47 บาท
10.บริษัท โอแลม (ประเทศไทย) จำกัด 110,539,605.01 บาท
11.บริษัท โสธรอินเตอร์เทรด จำกัด 33,127,720.93 บาท
สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ตรวจสอบพบว่า ในจำนวนนี้มีอย่างน้อย 1 รายที่ผู้ถือหุ้นใหญ่จดทะเบียนในสิงคโปร์ คือ บริษัท โอแลม (ประเทศไทย)
ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่า บริษัท โอแลม (ประเทศไทย) จดทะเบียนวันที่ 15 พฤษภาคม 2552 ทุนเริ่มแรก 5 ล้านบาท ปัจจุบัน 6 ล้านบาท ที่ตั้งเลขที่ 241/3 หมู่ที่ 17 ถนนกาญจนาภิเษก แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร โอแลม อินเตอร์เนชั่นแนล ลิมิเต็ด สัญชาติสิงคโปร์ ถือหุ้น ใหญ่ 159,997 หุ้น (99.99%) นายซามินเดอร์ บีร์ ซิง เบดิ นายราจีฟ ไรนา นายอภิเชค ซาไฮ สัญชาติอินเดีย คนละ 1 หุ้น นายซามินเดอร์ บีร์ ซิง เบดิ นายราจีฟ ไรนา นายอภิเชค ซาไฮ เป็นกรรมการ
จากการตรวจสอบพบว่า นายซามินเดอร์ บีร์ ซิง เบดิ นายราจีฟ ไรนา ทำธุรกิจร่วม นายไพบูลย์ อรุณลาภ ในชื่อ บริษัท กำแพงเพชร ไรซ์ มิลล์ จำกัด และบริษัท มิตรสุพรรณ ไรซ์ จำกัด
ทั้งนี้ นายไพบูลย์ อรุณลาภ ทำธุรกิจ ค้าข้าวร่วมกับ นายธัชชัย จริยะนันตกุล กรรมการบริษัท กิจเจริญ ไรซ์ จำกัด ซึ่งมี นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร (เสี่ยเปี๋ยง) ถือหุ้นใหญ่
ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2555 ของสมาคมข้าวโรงสีข้าวไทย ณ อาคารจักรพันธุ์เพ็ญศิริ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2555 นายไพบูลย์ อรุณลาภ ปรากฏชื่อเป็นหนึ่งในผู้ร่วมการเสวนาหัวข้อ “นโยบายข้าวกับอนาคตข้าวไทย”
โดย นายไพบูลย์ ระบุตำแหน่งว่า ที่ปรึกษา บริษัท โอแลม (ประเทศไทย) จำกัด


ด่วน!!! "โหรภิญโญ"โดนดักต่อยคาปั๊ม-คิ้วแตก หัวแตก ขณะไปออกรายการทีวี

ด่วน!!! "โหรภิญโญ"โดนดักต่อยคาปั๊ม-คิ้วแตก หัวแตก ขณะไปออกรายการทีวี

สุดเถื่อน!!! คนร้ายซิ่งจยย.ดักต่อย "โหรภิญโญ พงศ์เจริญ"  ขณะจะไปออกรายการทีวี  ส่งผล "คิ้วแตก-หัวแตก-ตาช้ำ"   โดยก่อนหน้าหมอภิญโญ เคยทำนายดวง "แม้ว-ปู" จนสร้างความฮือฮา?????
วันนี้( 19 ก.ค.) นายภิญโญ พงศ์เจริญ  นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ    ได้เปิดเผยกับสำนักข่าวทีนิวส์ว่า เมื่อเวลาช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่ตนจะหยิบสูทในรถส่วนตัว  ที่อยู่ในปั๊มทีพีไอ    ถนนจันทน์ตัดใหม่ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร   เพื่อเตรียมตัวไปร่วมออกรายการของสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียวช่องสุวรรณภูมินั้น ได้มีชายคนหนึ่งอายุประมาณ 30 ปี ได้เดินปรี่เข้ามา โดยไม่พูดไม่จา แล้วชกต่อยตนเองเข้าที่ใบหน้าหลายครั้ง  ทำให้คิ้วแตก ตาช้ำ ศีรษะแตก และเลือดอาบ  โดยคาดว่าน่าจะใช้สนับมือในการชก  จากนั้นคนร้ายได้วิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ของเพื่อนที่สตาร์ทเครื่องรออยู่หลบหนีไป   หลังจากนั้นตนได้เดินทางไปที่โรงพยายามทำแผล และไปแจ้งความไว้ที่สน.ทุ่งมหาเมฆแล้ว

นายภิญโญ  โดยบอกว่า ไม่ได้รู้จักชายคนดังกล่าวมาก่อน  และไม่ทราบเหตุจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้
สำหรับนายภิญโญ  เป็นโหรชื่อดัง   โดยก่อนหน้านี้ได้ทำนายดวงรัฐบาล นางสาวยื่งลักษณ์ ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี   และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร  อดีตนายกรัฐมนตรี  ในช่วงปี 2556 ในทำนองดวงไม่ดี ดวงตก ทำให้เป็นที่ฮือฮาของสังคมอย่างมาก ????

ผบ.ทบ.บอกกังวลได้ แต่วอนอย่าตื่น ตระหนก กำลังเคลียร์ กรณี”มาเลเซีย-BRN ผนวก อ.สะเดา สงขลา เป็น พื้นที่เสี่ยง

พล.อ.ประยุทธ์ ผบทบ. บอกกังวลได้ แต่วอนอย่าตื่น ตระหนก”มาเลเซีย-BRN ผนวก อ.สะเดา สงขลา เป็น พื้นที่เสี่ยง รวบ เป็น 5 อำเภอ ยันยังไม่มีอะไรเสียหาย เผยคณะทำงาน ทำอยู่ แจ้ง มาเล แล้ว แต่ไม่ออกสื่อ หวั่นโกลาหล

จากกรณีที่นายดาโต๊ะซัมซามิน อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองของมาเลเซีย ในฐานะผู้อำนวยความสะดวกพูดคุยสันติภาพ ระหว่างไทยกับ BRN ทได้ผนวกพื้นที่อ.สะเดา เป็นพื้นที่ที่เกี่ยวพันกับการก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้. ลงในคำแถลงลดเหตุรุนแรฃ รอมฎอน จนทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลนั้น

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า ฝ่ายความมั่นคงกังวลได้ แต่อย่าตื่นตระหนกในทุกเรื่อง การตอบโต้ไปมาหลายเรื่องไม่ได้ทำอะไรดีขึ้น ตนคิดว่าคณะทำงานดำเนินการอยู่แล้ว แต่ไม่จำเป็นต้องออกสื่อให้เกิดความโกลาหล

"ขอบคุณที่ทุกคนห่วงใยและแจ้งเตือน คิดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงมีการแจ้งไปยังทางมาเลเซียแล้ว "

ส่วนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4สน.) ก็ได้แจ้งเรื่องไปแล้วเช่นกัน ประการสำคัญคือ เป็นการยื่นข้อเสนอเพียงฝ่ายเดียว เราก็รับฟังและนำไปเป็นข้อมูลพุดคุยครั้งต่อไป คิดว่ายังไม่มีใครเสียหายมากเกินไปจนเราจะต้องมาทะเลาะเบาะแว้ง

"เสธ.อ้าย" เผย "พิทักษ์สยาม" ฮึดสู้ !! ตั้งคณะเสนาธิการร่วม ลั่นโค่นระบอบแม้ว

"เสธ.อ้าย" เผยการเคลื่อนไหวกลุ่ม"องค์การพิทักษ์สยาม"  เตรียมเปิดตัว "คณะเสนาธิการร่วม" เพื่อล้มล้างระบอบทักษิณ

วันนี้ ( 19 ก.ค.) พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ "เสธ.อ้าย" อดีตประธานกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม (อพส.) และประธานรุ่น ตท.1 กล่าวถึงการเตรียมเคลื่อนไหวทางการเมือง ว่า ในวันพรุ่งนี้ (20 ก.ค.) ในนามกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม จะมีการเปิดตัว "คณะเสนาธิการร่วม" โดยจะจัดให้มีการแถลงข่าว ใช้ชื่องานว่า "คณะเสนาธิการร่วมและกำหนดจังหวะก้าวโค่นระบอบทักษิณ"
โดยการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพียงอยู่เบื้องหลัง แต่ทั้งนี้ฉันทามติได้มอบหมายให้ พล.ร.อ.ชัย สุวรรณภาพ อดีตรองผบ.สส. และในฐานะประธาน อพส. ที่มาดำรงแทนตน จะเป็นแกนหลักในการแถลงข่าวครั้งนี้ นอกจากนี้ จะมี นายสมเกียรติ พงศ์ไพบูลย์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นายไทกร พลสุวรรณ แกนนำกลุ่มอีสานกู้ชาติ พล.อ.ชูเกียรติ ตันสุวัจน์ อดีตนายทหารคนสนิทพล.ต.มนูญกฤต รูปขจร และสมาชิกประมาณ 20 คน จะร่วมประชุมหาแนวทางการเคลื่อนไหวเพื่อล้มล้างระบอบทักษิณ โดยจะมีการประชุมและร่วมกันแถลงข่าวถึงจุดยืนในเรื่องนี้ ที่ห้องประชุมรามราฆพ ราชตฤณมัยสมาคม (สนามม้านางเลิ้ง) ในเวลา 14.00 น.
"ผมขอทำหน้าที่คอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลังเท่านั้น ตามที่เคยประกาศไว้ว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวทางการเมืองหลังการชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยามได้ยุติบทบาท" พล.อ.บุญเลิศ กล่าว.

ที่มา : Tnews

"แดงส์ ชาคริต" ผอ.สถาบันตักส์ศิลาแฟชั่น สารภาพฆ่าคนสนิทยัดกระเป๋า เพราะโมโห

วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 เวลา 16:10:30 น.





นายชลัช เยาวโรจนรุจิ หรือ ชื่อวงการคือ "แดงส์" 


 จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจพบศพผู้เสียชีวิตถูกฆ่ายัดใส่กระเป๋าเดินทาง ถูกนำมาทิ้งเอาไว้ที่ข้างถนนสายพนัส-หนองซาก กม.ที่ 5  หมู่ที่  3 ตำบลนามะตูม อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี   เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่ผ่านมา   จนกระทั่งชุดสืบสวนได้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ลงมือฆ่าได้ คือ นายชลัช เยาวโรจนรุจิ หรือ ชื่อวงการคือ "แดงส์"  อายุ 61 ปี  ผู้อำนวยการสถาบันตักส์ศิลาแฟชั่น   และผู้ร่วมก่อตั้งโรงเรียนสอนตัดเสื้อกรสยาม    โดยจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 1111/44 ถนนลาดพร้าว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานครได้ นั้น


 ล่าสุด  เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 19 กรกฎาคม  พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี นำตัวนายชลัช ไปทำแผนประกอบรับคำสารภาพ โดยระบุว่า  ได้ลงมือฆ่านายธงชัย แมมิ่ง อายุ  60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 902/233 แขวงสามเสน เขตห้วยขวาง กทม. ซึ่งเป็นคนสนิทที่ตนเองได้ว่าจ้างให้ไปทำพิธีไหว้ครู ในวันที่ 4  กรกฎาคม 2556 ในวงเงิน 1 แสนบาท และในวันที่ 2 ก.ค. เวลา 21.30 น. พาผู้ตายไปวางแผนเพื่อเตรียมงาน แต่นายธงชัยไม่ค่อยสนใจที่จะทำงาน จะขอเงินก่อนอย่างเดียว และก่อนหน้าที่จะทำงานก็ขอเบิกเงินไป 1 หมื่นแล้ว งานก็ยังไม่ได้เริ่มจนตนเองเกิดความโมโห จึงใช้แป๊บยาวประมาณ  1 ฟุตตีเข้าที่ศรีษะจนล้มลง และเข้าไปตีซ้ำจนเสียชีวิต หลังจากนั้นในคืนวันที่ 3 ก.ค.เวลา 02.00 น. ก็นำศพนายธงชัยใส่กระเป๋าเดินทางและนำศพขึ้นรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า ไทเกอร์ หมายเลขทะเบียน ษค-9122 กรุงเทพมหานคร เพื่อที่จะเอาไปทิ้ง และขับรถไปเรื่อยๆ และนำมาทิ้งในจุดดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตั้งข้อหา ฆ่าผู้อื่น และซ่อนเร้นอำพรางศพ


สำหรับประวัติของนายชาคริต เชาวนโรจนรุจิ เป็นผู้อำนวยการสถาบันตักศิลาแฟชั่น เมื่อปี 2514-2525 ร่วมก่อตั้งโรงเรียนสอนตัดเสื้อกรสยาม ปีพ.ศ.2525-2531 ร่วมก่อตั้ง สถาบันแดงส์ ดีไซน์เนอร์  พ.ศ.2545-2554 ตั้งสถาบันตักส์ศิลาแฟชั่น

จินตนาการประเทศไทย "สมศรี2570" ของ V For Thailand

ประเทศไทย 2570 กรุณาอ่านให้จบ แล้วตอบด้วยว่าจะเอาแบบนี้ใหม

03.00 เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น สมศรี ตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงียหลังจากที่เธอเพิ่งได้หลับตามาเพียง 3 ชั่วโมงกว่าๆ เธอปลุก ลูกๆและสามีให้รีบตื่นขึ้นมา และเตรียมตัวออกจากบ้าน

03.20 สมศรี สาละวนกับอาหารของทุกๆคน ที่ต้องทานเช้า และ มื้อเที่ยง เพราะว่าอาหารข้างนอกราคาแพงมาก ก๋วยเตี๋ยวจานหนึ่ง ราคา 200 บาท เกินความสามารถที่พนักงานเงินเดือน 50000 บาทอย่างเธอจะสามารถซื้อทานได้

03.50 ทุกคนพร้อมที่จะออกเดินทาง ลูกๆเดินทางโดยรถโรงเรียน ส่วน สมศรีกับสามีนั้นเดินทางโดยรถประจำทาง ทุกๆวันเธอจะต้องรอส่งลูกๆให้ขึ้นรถโรงเรียนให้เรียบร้อยเพราะว่า โจรโขมยเด็กนั้นเยอะมากในภาวะเศรษฐกิจที่เลวร้ายเช่นนี้

04.00 สมศรีและสามีขึ้นรถประจำทางจากแฟลตเล็กๆชานเมือง ถึงแม้ว่าระยะทางจะไม่ใกลเพียง 10 กม จากบ้าน แต่เนื่องด้วยนโยบายที่ผิดพลาดของรัฐบาล เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วทำให้รถติดมหาศาลใช้เวลากว่า 3 ชม ในการเดินทาง และที่สำคัญ เงินเดือนเช่นเธอ ไม่สามารถขึ้นรถไฟฟ้าได้เพราะว่า แพงเกินไป

07.00 สมศรีถึงที่ทำงาน เธอเตรียมทำความสะอาดที่ทำงาน เตรียมห้องประชุมให้กับนาย ชาวต่างประเทศ

08.00 สมศรีถูกเจ้านายชาวเขมร ใช้ไปซื้อกาแฟยี่ห้อดัง ตัวเธอก็หวังว่าวันหนึ่งเธอจะต้องเก็บตังซื้อกาแฟยี่ห้อนี้ทานให้ได้

10.00 เธอพักเบรกประจำชั่วโมงแต่ไม่วานเจอผู้จักการฝ่ายบัญชี ชาวเวียดนาม ใช้ให้ไปถ่ายเอกสาร

12.00 เป็นเวลาที่เธอมีความสุขมากๆเพราะเธอจะได้พบปะกับบรรดา เพื่อนๆชาวไทยด้วยกัน ซึ่งในออฟฟิสเธอก็มีหลายคน ที่ยังก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ (ส่วนใหญ่ในกรุงเทพจะเป็นชาวต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ลาว เขมร เวียดนาม พม่า เป็นต้น ส่วนชาวไทยแท้ๆนั้นหนีภัยสงครามกลางเมือง ไปเป็นผู้ลี้ภัยต่างประเทศ แทบหมดประเทศเพราะรับไม่ได้กับนโยบาย จ่ายภาษี 70% เพื่อเอาไปชำระหนี้ก้อนมหาศาลที่รัฐบาลในอดีต ก่อไว้)

18.00 สมศรีเลิกงาน แต่เธอก็ยังต้องรับจ้าง ทำความสะอากบ้านให้กับ ชาวพม่าที่อยู่ในย่านคนรวย ซึ่งสมศรีเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เป็นคนไทยและได้รับสิทธิ์เข้าไปในเขตนี้ เพื่อหารายได้เสริมให้กับครอบครัว

20.00 สมศรีต้องฝ่าการจราจรแสนสาหัส เพื่อที่จะกลับบ้านให้ทันก่อน 23.00 เพราะเธอต้องรับลูกทั้งสองคนจากรถโรงเรียน

23.30 ทุกคนพร้อมหน้ากันอีกครั้งพร้อมรับประทานอาหารเย็น

24.00 ถึงเวลานอน ราตรีสวัสดิ์ ประเทศไทย