PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันอังคารที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2557

รวมพล ตร.คฝ.เขียงใหม่เตรียมเข้ากรุง?


Phra Kittisak Kittisobhano
ตำรวจภูธรหลายอำเภอของเชียงใหม่ ในส่วนกองร้อยควบคุมฝูงชน มีคำสั่งให้เตรียมตัวรวมพลคืนนี้ที่ตัวจังหวัดเชียงใหม่ เวลา ๒๒.๐๐ น.เพื่อเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ที่น่าสนใจคือมีคำสั่งให้นำอาวุธปืนประจำกาย เสื้อเกราะ เครื่องแบบชุดฝึก อุปกรณ์ยังชีพ และ "ชุดพลเรือนเพื่อพรางตัว" ไปด้วย หัวหน้าชุดต่างๆ มีคำสั่งให้นำกล้องถ่ายภาพนิ่ง-ภาพเคลื่อนไหวไปด้วย มีภารกิจต้องปฏิบัติที่ กทม. ๑๐ วัน

ชาว.สิงห์บุรี กดดันสาธารณสุขจังหวัด ให้ปลดป้ายไม่เอารัฐบาลโกงออกทันที

ชาว.สิงห์บุรี กดดันสาธารณสุขจังหวัด ให้ปลดป้ายไม่เอารัฐบาลโกงออกทันที รวมทั้งสาธารณสุขและรพ.ในพื้นที่ทุกแห่งด้วย ชี้จะทำให้เกิดความแตกแยก ในสังคม โดยนพ.ชัยวัตร จัตตุพร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี ได้ลงมาพบกับผู้ชุมนุมและชี้แจงว่าเป็นเพียงการแสดงออกเท่านั้นแต่ทางกลุ่มผู้ชุมนุมก็ยังไม่ยินยอมนายจนทำให้ นพ.ชัยวัตรจำเป็นต้องสั่งให้เจ้าหน้าที่ปลดป้ายออกทันทีนอกจากนี้กลุ่มผู้ชุมนุมยังเรียกร้องสั่งให้สาธารณสุขและโรงพยาบาลของอำเภอปลดป้ายลักษณะเดียวกันออกทั้งหมดด้วยไม่เช่นนั้นจะตัดน้ำตัดไฟทุกพื้นที่

แจ้งความดำเนินคดีกับ "จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ"

จารุพงศ์ โดนเข้าให้
วันนี้ กลุ่ม กปปส.จังหวัดพิษณุโลก
แจ้งความดำเนินคดีกับ "จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ"
-ข้อหาคดีแบ่งแยกดินแดนราชอาณาจักรไทย + พร้อมมอบหลักฐาน ให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ณ. @สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลกดำเนินคดีความผิดตามมาตรา114,116,119 และ รอหลักฐานเพิ่มเติมก็จะเพิ่มมาตรา 113 ด้วย


ลุ้นระทึก!!เชือดพรบ.กู้2ล้านล้าน ศาลรธน.มีวาระประชุมพรุ่งนี้

4 มี.ค.57 รายงานข่าวจากศาลรัฐธรรมนูญแจ้งว่า ในวันพรุ่งนี้ 5 มี.ค. คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะมีวาระการประชุมพิจารณาคำร้องที่ ประธานรัฐสภา ส่งความเห็นของ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์

ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 154 วรรคหนึ่ง (1) ว่า ร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... วงเงิน 2 ล้านล้านบาท 

มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้ผู้ร้องและผู้ถูกร้องยื่นคำแถลงปิดคดีเมื่อวันที่ 27 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยคณะตุลาการฯ จะมีการอภิปรายเพื่อกำหนดประเด็นในการพิจารณาวินิจฉัย และจะพิจารณาว่า

จะสามารถกำหนดวันอ่านคำวินิจฉัยในคำร้องดังกล่าวได้เลยหรือไม่ อีกทั้งยังมีการพิจารณาคำร้องที่นายสิงห์ทอง บัวชุม สมาชิกพรรคเพื่อไทย ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 เพื่อขอให้กลุ่มกปปส.ยุติการชุมนุมด้วย

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ส่วนกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเรื่องการออกพระราชกฤษฎีกาแก้ปัญหา 28 เขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัครนั้น

ขณะนี้ยังไม่เห็นคำร้องดังกล่าว ถึงแม้คำร้องจะส่งมาถึงศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ แต่คาดว่าคงไม่สามารถบรรจุเป็นวาระการประชุมได้ในวันพรุ่งนี้ ส่วนจะมีการประชุมนัดพิเศษเพื่อพิจารณาคำร้อง

ดังกล่าวภายในสัปดาห์นี้หรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะตุลาการว่าเห็นเป็นเรื่องเร่งด่วนแค่ไหน


"มทภ.3 มอบธง"ทสปช."ปลุก"รักชาติ" เชื่อตร.จัดการคนแยกสปป.ลานนาได้"..

"มทภ.3 มอบธง"ทสปช."ปลุก"รักชาติ" เชื่อตร.จัดการคนแยกสปป.ลานนาได้"..

พิษณุโลก - มทภ. 3 ลุยมอบธง"ทสปช."ปลุกให้"รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์" เชื่อตำรวจดำเนินคดีตัวบุคคลที่คิดแบ่งแยกดินแดนสปป.ลานนาได้ วอนปชช.แจ้งเบาะแสคนฝึกซ้อมกำลังพลติดอาวุธ

บ่ายวันนี้( 4 มี.ค.) พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 3 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 เป็นประธานในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตน และสวนสนามแสดงพลังของสมาชิกไทยอาสาป้องกันชาติ พร้อมมอบธงไทยอาสาป้องกันชาติ(ทสปช.) เนื่องในวันสถาปนาอาสาป้องกันชาติ ที่ลานหน้าสโมสรบันเทิงทัพ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กองทัพภาคที่ 3

โดยมีชายไทยอาสาป้องกันชาติภาค 3 จำนวน 1,450 คนจาก 17 จังหวัดภาคเหนือร่วมสวนสนามแสดงพลังความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พร้อมประกาศช่วยเหลือราชการ รักษาความสงบสุขต่อสู้กับภัยคุกคามทุกรูปแบบ

พล.ท.ปรีชา กล่าวในพิธีว่า ยินดีกับสมาชิกไทยอาสาป้องกันชาติมาจากทุกสายอาอาชีพ ที่ร่วมกันแสดงพลัง ขอให้ยึดมั่น รู้รักสามัคคี เพื่อความสงบสุขของคนในชาติ ครั้งที่ท้าวสุรนารีต่อสู้กับข้าศึกเอาชนะได้ ก็เพราะความสามัคคีของคนในชาติ แม้จะมีอาวุธน้อยกว่าก็ตาม

แม่ทัพภาคที่ 3 ยังได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่ได้สั่งการให้ มทบ.33 จทบ.พะเยา และเชียงใหม่ เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มที่ต้องการแบ่งแยกดินแดนว่า กองทัพภาคที่ 3 เป็นกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ต้องปฏิบัติหน้าที่ความรับผิดชอบ การไปแจ้งความดำเนินคดีก็ไม่ได้กล่าวหาใคร เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้ให้กระจ่าง

"กอ.รมน.ภาค 3 ไม่ได้ระบุว่าใครเป็นคนผิด เป็นบทบาทหน้าที่ของตำรวจ ส่วนบทบาทหน้าที่ของกองทัพ ต้องทำอยู่แล้ว ส่วนสิ่งที่เกิดขึ้นเผยแพร่ทางสื่อมวลชน เป็นการปฏิบัติงานวาระปกติ ไม่มีการสั่งการอะไรพิเศษจากผู้บังคับบัญชา มาถึงขณะนี้ต้องรอดูกันต่อไปว่าผลจะเป็นอย่างไร ล่าสุดตำรวจกำลังประสานกับตำรวจท้องที่ดำเนินการอย่างเต็มที่ทุกพื้นที่ พิษณุโลกก็เช่นเดียวกัน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6กำลังสืบสวนสอบสวนอยู่ คงจะได้ผลเร็วๆนี้"

ส่วนการฝึกซ้อมกำลังพลติดอาวุธทางภาคอีสานนั้น การชุมนุมโดยสันติตามรัฐธรรมนูญราชอานาจักรสามารถทำได้ แต่ถ้าหากมีสิ่งบอกเหตุว่า จะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงใดขึ้น คงจะต้องขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนที่อยู่ในแต่ละพื้นที่ จังหวัดไหนก็ตาม แจ้งข่าวสารให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของบ้านเมือง เจ้าหน้าที่พลเรือน ตำรวจ ทหาร

แม่ทัพภาคที่ 3 ย้ำด้วยว่า ทหารกองทัพภาคที่ 3 มีอยู่ในพื้นที่เกือบทุกจังหวัด สามารถแจ้งได้ เพราะทำด้วยกันหลายสายงาน สายงานแรก ในนามของกองทัพภาคที่ 3 คือ สายงานปกติ และในสายงานความรักษาความมั่นคงภายใน ก็คือ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 และสายงานสุดท้ายคือ สายงานรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เรามีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร

ซึ่งในห้วงที่ผ่านมาได้เชิญผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในภาคเหนือมาปรึกษาหารือ ในการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่รับผิดชอบ 17 จังหวัด ทุกท่านให้ความร่วมมืออย่างดี พร้อมที่จะบูรณาการในเรื่องต่างๆ การรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่รับผิดชอบในภาคเหนือของเราอย่างเต็มที่

http://astv.mobi/A1bwZdp


นายกฯ ฝากผบ.เหล่าทัพ เตือนสื่อทหาร วิทยุ-ทีวี.อย่าเสนอข่าว รายการ เพิ่มความเกลียดชัง แตกแยก

วิทยุ-ทีวี ทหาร
นายกฯ ฝากผบ.เหล่าทัพ เตือนสื่อทหาร วิทยุ-ทีวี.อย่าเสนอข่าว รายการ เพิ่มความเกลียดชัง แตกแยก

พ.อ.ปภาธิป สว่างแสง โฆษกกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหมประจำเดือนมี.ค.ที่มีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานในการประชุมว่า ในที่ประชุม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ขอความร่วมมือในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อทางสถานีวิทยุและโทรทัศน์โดยขอให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพ ซึ่งมีสถานีวิทยุกระจายเสียงและสถานีโทรทัศน์อยู่ในความดูแลรับผิดชอบ ชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้จัดรายการได้พิจารณาการนำเสนอข่าวในสถานการณ์ที่มีความขัดแย้งให้เป็นไปด้วยความรอบคอบเพื่อให้สาธารณชนได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ไม่ให้เกิดตวามเกลียดชัง และแตกแยก มากขึ้น

ข้อมูลขากเพจวาสนา นาน่วม


นายกฯย้ำต้องร่วมมือกันและไม่ให้เกิดเหตุการณ์การแบ่งแยกดินแดน

ยิ่งลักษณ์ โพสFB 

".. วันนี้ในที่ประชุมสภากลาโหมได้เน้นย้ำกับหน่วยขึ้นตรงของกระทรวงกลาโหม และ ผบ.เหล่าทัพ ให้ดูแลเรื่องความมั่นคงในพื้นที่ทุกจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความสุ่มเสี่ยงที่จะกระทำความผิดกฎหมายและที่อยู่นอกเหนือกฎหมายรัฐธรรมนูญ

..โดยได้เน้นย้ำว่า**จะต้องร่วมมือกันและไม่ให้เกิดเหตุการณ์การแบ่งแยกดินแดน**เพื่อที่จะนำความสงบความสามัคคีมาสู่ประเทศไทย ประเด็นต่างๆตอนนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน **การที่จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึงความเข้าใจของประชาชนก็จะเกิดปัญหาต่างๆ**

..ดังนั้นจะต้องดำเนินการทางกฎหมาย พร้อมกับควบคู่กับการทำความเข้าใจกับประชาชนและ**จะต้องปฏิบัติด้วยความเสมอภาคและเท่าเทียมกันของทุกกลุ่ม ทุกพื้นที่เช่นเดียวกัน โดยไม่เลือกปฏิบัติว่าพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเป็นพิเศษ** ซึ่งเป็นสิ่งที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาคและจังหวัดต้องช่วยกันดูแลอย่างเต็มที่ค่ะ.."


ไทยประกันชีวิตรวยขึ้น ขายหุ้นให้ญี่ปุ่น2หมื่นล้าน



Forbes เพิ่งประกาศอันดับล่าสุดของเศรษฐีรวยสุดของโลก บิล เกตต์กลับมาครองแชมป์โลกเพราะราคาหุ้นไมโครซอฟต์สูงขึ้น แต่ผมสนใจเศรษฐีของไทยครับ อันดับ 1+2 ไม่เปลี่ยน เจ้าสัวซีพีกับเจ้าพ่อเบียร์ช้าง แต่ในอันดับโลก ถือว่าทั้งคู่ตกลงมาก (ธนินทร์ตกจาก 58 เป็น 97 ของโลก จากทรัพย์สิน 14.3 เป็น 11.4 พันล้านเหรียญ ส่วนเจริญตกจาก 82 เป็น 141 จาก 11.7 เป็น 9 พันล้านเหรียญ) ฝ่ายแรกอันดับตกเพราะใช้เงินลงทุนซื้อหุ้นกิจการใหญ่ (Makro + Ping An) มากถึง 16 พันล้านเหรียญ ส่วนเบียร์ช้างรวยน้อยลงเพราะมูลค่าทรัพย์สินย่อตัวลงทั่วภูมิภาค (TCC Land)

ที่น่าสนใจคือ อันดับ 3 ของไทย คุณวานิช ไชยวรรณ จากอดีตที่เคยขายบุหรี่ในถนน กลายเป็นประธานกรรมการไทยประกันชีวิต ซึ่งอันดับพุ่งทะยานจาก 1,031 เป็น 429 ของโลก และจากอันดับ 7 เป็น 3 ของไทย เหตุเพราะขายหุ้น 15% มูลค่า 700 ล้านเหรียญใน Thai Life (ใหญ่เป็นอันสามของไทย) ให้กับ Meiji Yasuda (ใหญ่เป็นอันดับสองของญี่ปุ่น) เมื่อเดือน ก.ค.ปีที่แล้ว ทำให้ทรัพย์สินคุณวานิชเพิ่มขึ้นทันที 3 เท่าตัวจากปีที่แล้ว และอันดับทั้งในโลกและในไทยก็พุ่งขึ้นเห็น ๆ

ที่น่าสนใจว่าคือ ไม่เห็นมีคนโวยวายตั้งคำถามว่าคุณวานิชเสียภาษีให้กับการขายหุ้นมูลค่า 20,000 กว่าล้านครั้งนี้หรือไม่ ‪#‎สองมาตรฐานชิมิ‬?

http://www.forbes.com/billionaires/list/#tab:overall_search:thailand

http://www.bangkokpost.com/business/news/398101/dhanin-chearavanont-thailand-richest-person-ranked-97th-in-world

ที่มา เพจ : 
ง Pipob Udomittipong

สถานการณ์การชุมนุมช่วงบ่ายสอง4/3/57

4 มี.ค. 14.00 สถานการณ์การชุมนุมของ กลุ่ม กปปส.และแนวร่วม ยอดรวม 5,700 คน ประกอบด้วย

- เวที กปปส. 2 เวที

1. เวทีสวนลุมพินี นายสุเทพฯ เลขา กปปส. ปราศรัย 
( สวนลุมพินี และพื้นที่โดยรอบ ) ยอด 3,700 คน

2. เวทีแจ้งวัฒนะ
(หน้าศูนย์ราชการฯ) ยอด 100 คน

- กลุ่ม ปปปป.หรือ กปท. และ กองทัพธรรม

1. เวทีแยกผ่านฟ้า (ถ.ราชดำเนิน อนุสาวรีย์ ปชต. -แยกผ่านฟ้า-แยกมัฆวานฯ ) ยอด 400 คน

- กลุ่ม คปท.

1. เวทีสะพานชมัยฯ
(ถ.พิษณุโลก แยกสวนมิกสกวัน- แยกพานิชยการ ) ยอด 500 คน

- ไปปิดกระทรวงต่าง ๆ สถานที่ราชการ และปิดแยกเพิ่มเติม

1. มท. กลุ่ม กปปส. ( นปป. )
ยอด 100 คน

2. กรมพลังงานทดแทนฯเชิงสะพานยศเส กลุ่ม กลุ่ม กปปส. (กคป. ) ยอด 100 คน

3. 12.40 ขบวน กปปส. แจ้งวัฒนะ นำโดย หลวงปู่พุทธอิสระ ฯ ยอด 500 คน ถึงผ่านฟ้า มวลชนทยอยเข้าพื้นที่ชุมนุม หลวงปู่ขึ้นปราศรัยบนเวทีผ่านฟ้า

4. 12.15 พุฒิพงษ์ - ชุมพล นำ กปปส. สวนลุม บุกบ้านธาริต เพ็งดิษฐ์ เมืองเอก ยอด 300 คน เสร็จภารกิจแล้ว ขึ้นกำลังขึ้นด่วน ศรีสมาน

ขอขอบคุณแหล่งข่าวมา™ณ ที่นี้ :::: สำนักข่าวโอไอเอ็น ::::
##‪#‎แอดเสือเข้ม‬###


“ไพศาล” จี้ กกต. และ “ยิ่งลักษณ์” รับผิดชอบละเมิดพระราชอำนาจ ไม่เรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรก

“ไพศาล” จี้ กกต. และ “ยิ่งลักษณ์” รับผิดชอบละเมิดพระราชอำนาจ ไม่เรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรก

นายไพศาล พืชมงคล อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนเมื่อสายวันนี้ว่า วันนี้เป็นวันที่ต้องเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญมาตรา 127 ชี้ กกต. และยิ่งลักษณ์ จะต้องร่วมกันรับผิดชอบในการละเมิดพระราชอำนาจ ไม่ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรก

นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าคนทั้งหลายคุ้นเคยแต่การประชุมรัฐสภาครั้งแรกในกรณีที่การเลือกตั้งได้สภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญแล้ว แต่ปัจจุบันนี้การเลือกตั้งทั่วไปไม่สามารถได้มาซึ่งสภาผู้แทนราษฎร และไม่สามารถประกาศผลการเลือกตั้งได้ ทั้ง ๆ ที่การเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ผ่านพ้นมาเดือนเศษแล้ว แต่ที่จริงจะต้องมีการเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรก แม้ว่าจะไม่มีสภาผู้แทนราษฎรก็ตาม

นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าการประชุมรัฐสภาครั้งแรกผูกมัดอยู่กับวันเลือกตั้งทั่วไป โดยรัฐธรรมนูญมาตรา 127 บัญญัติว่า “ภายใน 30 วันนับแต่วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรก...
วันประชุมครั้งแรกตามวรรคหนึ่ง ให้ถือเป็นวันเริ่มสมัยประชุมสามัญทั่วไป ส่วนวันเริ่มสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ ให้สภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้กำหนด...” และนอกสมัยประชุม หากมีความจำเป็นก็อาจประชุมได้เป็นการประชุมสมัยวิสามัญตามที่บัญญัติในมาตรา 128

นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าวันประชุมรัฐสภาครั้งแรกเป็นตัวกำหนดหลายประการตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ คือ เป็นวันเริ่มต้นสมัยประชุมสมัยสามัญทั่วไป และนำไปสู่การกำหนดวันสมัยประชุมสมัยสามัญนิติบัญญัติ และสมัยวิสามัญ หากไม่เปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรกแล้ว วุฒิสภาซึ่งยังคงมีอยู่จะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่สามประการ ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ในมาตรา 132 ได้ และในกรณีที่ไม่มีสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภาก็ไม่สามารถใช้อำนาจในฐานะเป็นรัฐสภาปฏิบัติหน้าที่หรือประชุมรวม 16 กรณี ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 136 ได้

นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่ารัฐธรรมนูญบัญญัติกรอบเวลาที่สำคัญไว้ 2 กรณีคือ กรณีวันเลือกตั้งทั่วไป เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการนับและกำหนดวันประชุมรัฐสภาครั้งแรก จากวันประชุมรัฐสภาครั้งแรก จะนำไปสู่วันสุดท้ายในการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรี เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 172 บัญญัติว่า “ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีประชุมรัฐสภาเป็นครั้งแรกตามมาตรา 127”

กำหนดเวลาดังกล่าวไม่ใช่กำหนดขึ้นเฉย ๆ ดังที่บางคนเข้าใจว่าจะทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ ไม่มีผล ไม่มีความหมายอะไร แท้จริงมีผล มีบทบังคับ และต้องใช้บังคับด้วย หากไม่มีผลใช้บังคับ ก็จะทำให้รัฐธรรมนูญครึ่งฉบับใช้บังคับไม่ได้

นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าวันที่ 4 มีนาคม 2557 เป็นวันครบ 30 วันนับแต่วันเลือกตั้งทั่วไป ที่จะต้องเรียกประชุมรัฐสภาเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าการเลือกตั้งทั่วไปไม่สามารถได้มาซึ่งสภาผู้แทนราษฎร ไม่สามารถได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีตามกรอบเวลาที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ จึงเป็นหน้าที่ของประธานวุฒิสภา ที่จะต้องนำความกราบบังคมทูลเพื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 7 ต่อไป มิฉะนั้นก็จะทำให้ระบอบการปกครองวิปริตผันแปร เพราะจะทำให้คณะรัฐมนตรีรักษาการต้องทำหน้าที่ต่อไปไม่มีเวลาสิ้นสุด ซึ่งไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยตามที่รัฐธรรมนูญนี้บัญญัติแล้ว หากประธานวุฒิสภาไม่นำความกราบบังคมทูลก็ต้องรับผิดชอบในการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ และปล่อยให้เกิดความเสียหายแก่บ้านเมือง

นายไพศาล พืชมงคล กล่าวอีกว่าเมื่อถึงวันที่ต้องเรียกประชุมรัฐสภา แต่ไม่มีการเรียกประชุมรัฐสภาเป็นครั้งแรก จึงเป็นการจงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 127 ซึ่งละเมิดอำนาจพระมหากษัตริย์ตามมาตรา 128 ด้วย เพราะทำให้พระมหากษัตริย์ไม่สามารถทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติทางรัฐสภาได้ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ และผู้ที่ต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้คือ กกต. และนางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้รักษาการตามพะราชกฤษฎีกายุบสภาให้มีการเลือกตั้งทั่วไป และต้องคอยดูกันว่าจะรับผิดชอบกันอย่างไร เพราะจากนี้ไปเมื่อไม่มีการเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกก็เท่ากับว่าไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญกันแล้ว ละเมิดพระราชอำนาจพระมหากษัตริย์ไม่ให้ทรงใช้อำนาจอธิปไตยของปวงชนทางรัฐสภากันแล้ว จะเป็นเผด็จการทรราชเต็มรูปแบบกันหรืออย่างไร?

http://www.paisalvision.com/news/paisal-new/11212-2014-03-04-07-52-43.html


เพจยิ่งลักษณ์ เตือนระวังไข้เลือดออกระบาด

2-3 วันที่ผ่านมาองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ออกประกาศเตือนภัยถึงการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกในประเทศมาเลเซีย โดยตัวเลขล่าสุดทางการมาเลเซียได้แจ้งว่าพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกแล้วนับเฉพาะเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์อยู่ที่กว่า 16,000 ราย ซึ่งถือเป็นจำนวนที่สูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับตัวเลขประมาณ 4,000 รายจากปี 2556

สำหรับประเทศไทย ในปี 2556 กรมควบคุมโรคมีรายงานว่าพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกประมาณ 150,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 132 ราย ในปีนี้นับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-17 ก.พ.พบผู้ป่วยไข้เลือดออกแล้ว 1,433 ราย เสียชีวิต 1 ราย คาดการณ์ว่าในปีนี้จะพบผู้ป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกประมาณ 80,000 - 100,000 ราย

ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ฤดูร้อน อุณหภูมิเฉลี่ยที่สูงขึ้นส่งผลให้ลูกน้ำของยุงลายซึ่งเป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออกฟักตัวได้เร็วขึ้น และจะทำให้ปริมาณยุงลายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อเป็นการไม่ประมาท กระทรวงสาธารณสุข ได้แจ้งเตือนให้เฝ้าระวังไข้เลือดออกอย่างเข้มข้นในอีกประมาณ 2 สัปดาห์ข้างหน้า

เนื่องจากเรายังไม่มีวัคซีนสำหรับป้องกันไข้เลือดออก ดังนั้น ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนทุกคนจะต้องร่วมกันป้องกันโรคไข้เลือดออก โดยกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย ดูแลบ้านไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ และป้องกันตัวเองไม่ให้ยุงกัด ทั้งนี้ ทางรัฐบาล โดยกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาธิการ จะร่วมมือดำเนินงานในพื้นที่ ทั้งในการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงในโรงเรียน ในชุมชน การพ่นหมอกควันกำจัดยุง รวมทั้งแจกยาทาป้องกันยุง รวมถึงการให้ข้อมูล และคำปรึกษาโดยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขตามหน่วยงานใกล้บ้าน

ขอเชิญชวนทุกคนร่วมมือกันลดจำนวนผู้ป่วย และการสูญเสียจากไข้เลือดออกให้มากที่สุด ทั้งนี้ หากพบว่าตนเอง หรือบุคคลใกล้ชิด เจ็บป่วยมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย ปวดกระบอกตา หน้าแดง ไม่มีน้ำมูก ไม่ไอ หลังมีไข้ 2-3วัน ขอให้รีบปรึกษาแพทย์ ทั้งเพื่อให้การรักษาเป็นไปโดยเร็ว และช่วยจำกัดการแพร่เชื้อค่ะ

ไข้เลือดออกป้องกันได้ ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือกันค่ะ


กกต.มีมติ อนุมัติ ให้ ครม. สามารถใช้งบกลาง 20,000 ล้าน เพื่อนำไปชำระหนี้ชาวนา โดยให้เป็นเงินยืมทดรองราชการ

เวลา 13.40 น.วันที่ 4 มี.ค. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ด้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กเกี่ยวกับเกี่ยวกับการของบกลาง 20,000 ล้าน เพื่อชำระหนี้ชาวนาในโครงการรับจำนำข้าว ว่า กกต.มีมติ อนุมัติ ให้ ครม. สามารถใช้งบกลาง 20,000 ล้าน เพื่อนำไปชำระหนี้ชาวนา โดยให้เป็นเงินยืมทดรองราชการ ที่ทำสัญญาระหว่าง กรมการค้าต่างประเทศ กับ กระทรวงการคลัง และต้องนำเงินที่ได้จำหน่ายข้าวมาคืน ให้ครบทั้ง 20,000 ล้าน ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2557 

นายสมชัย กล่าวว่า โดยเหตุผล 1. คำขอดังกล่าว เป็น การขอใช้งบกลาง ในกรณีฉุกเฉินจำเป็น ซึ่งอยู่ในอำนาจอนุมัติของ กกต. 2. วงเงิน 20,000 ล้าน ที่ให้เป็นการยืม ไม่ใช่จ่ายขาด และต้องนำเงินจากการขายข้าวมาคืน 3. วงเงิน 20,000 ล้าน เป็นตัวเลขที่ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ประมาณการแล้วว่า ถ้าให้ยืมออกไปและสามารถมาใช้คืนในเดือนพฤษภาคม จะไม่มีผลกระทบต่อวงเงินที่ต้องสำรองเพื่อกรณีฉุกเฉินทุกกรณีที่เกิดขึ้น 4. ได้รับคำยืนยันจากอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ว่า รายได้จากการจำหน่ายข้าวอยู่ที่ 8,000 ล้านต่อเดือน ตัวเลขที่ได้จากการระบายข้าว 3 เดือน คือ 24,000 ล้าน เพียงพอที่จะนำมาคืนงบกลาง ตามกำหนด
นายสมชัย กล่าวว่า 5. กำหนดให้ใช้คืน ภายใน 31 พฤษภาคม 2557 เป็นการประมาณการในด้านกรอบเวลา ว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันยังมีฐานะเป็นรัฐบาลรักษาการ จึงไม่มีผลผูกพันต่อรัฐบาลชุดต่อไป และ6. ส่วนประเด็นที่อาจจะมีผลต่อความได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้งหรือไม่ กกต.เห็นว่า วงเงินดังกล่าว จะถูกนำไปชำระหนี้ใบประทวนที่ค้างจ่ายของเดือน พฤศจิกายน 2556 จำนวน จำนวน 20,000 ล้านบาท ซึ่ง เกิดขึ้นก่อนการยุบสภา จึงไม่ผลต่อการเลือกตั้ง .... อ่านต่อได้ที่ :http://bit.ly/1kRFtXH


ไม่หนุนแยกประเทศ ไม่เอาสองมาตรฐาน ไม่เลือกปฏิบัติ

ไม่หนุนแยกประเทศ ไม่เอาสองมาตรฐาน ไม่เลือกปฏิบัติ

นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ประกาศชัดต่อหน้าบิ๊กทหาร สภากลาโหม ไม่หนุนแย่งแยกประเทศ ติงทหารอย่าเลือกปฏิบัติ

พ.อ.ปภาทิป สว่างแสง โฆษกกลาโหม เผยว่า พบผู้นำทหาร และประขุมสภากลาโหม วันนี้นายกฯยิ่งลักษณฺ์ รมว.กลาโหม แจ้งให้ กองทัพผนึกกำลังภายใต้ กอ.รมน.ให้ดูความเคลื่อนไหวของทุกกลุ่มการเมือง พร้อมยืน ยันไม่สนับสนุน และไม่ยอมให้แบ่งแยกประเทศ. ฝากกองทัพดูแล ดำเนินการตามกม.อย่างเคร่งครัด หากพบว่าผิด แต่ก็ต้องดำเนินการกับทุกกลุ่มการเมืองเท่าเทียมกัน อย่าเลือกปฏิบัติ และให้ช่วยแจ้งสื่อในสังกัด อย่าสร้างความเกลียดชัง

งานนี้....แม้ นายกฯ ไม่ได้พูดคำว่า"สองมาตรฐาน"ออกมา แต่ใช้คำว้า อย่าเลือกปฏิบัติ ซึ่งบรรดา บิ๊กๆทหาร บอกความหมาย ใช่เลย


มอนเตเนโกรอนุมัติสัญชาติให้ยิ่งลักษณ์หลังซื้อเกาะมีบ้านหรูตากอากาศ

เตรียมหนี?
มอนเตเนโกรอนุมัติสัญชาติให้ยิ่งลักษณ์หลังซื้อเกาะมีบ้านหรูตากอากาศ

สื่อในมอบเตเนโกรตีข่าวรัฐบาลอนุมัติสัญชาติมอนเตเนโกรให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้นำไทยแล้ว พร้อมหนังสือเดินทางขั้นทูต หลังจากมีการซื้อเกาะบ้านพักหรูตากอากาศในมอนเตเนโกรติดกับบ้านของพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร โดยก่อนหน้านั้นเธอได้เดินทางไปเยือนประเทศมอนเตเนโกรในฐานะแขกรับเชิญ ซึ่งเธออ้างว่าเดินทางเพื่อไปเจรจาการลงทุนให้กับไทย

สงครามแบ่งแยกดินแดน

ตัวอย่างสงครามแบ่งแยกดินแดน
...สงครามล้างเผ่าพันธ์ใน..ราวันดา.. เกิดขึ้นจากสื่อพยายามปลูกฝั่งความเกลียดชัง ใส่ร้าย ฝ่ายตรงข้าม จนทำให้ประชาชนต้องสังเวยชีวิตถึง 8แสนคน

มีการฆ่ากันตายของคนทั้งสองฝ่ายทั่วรวันดา จากที่เคยรักใคร่เป็นเจ้านายลูกน้องกัน เป็นเพื่อนรักกัน จากที่เป็นเพื่อนบ้านกัน ที่เป็นญาติพี่น้องกัน ฆ่ากันตายมั่วไปหมด เกิดเหตุ จลาจล ปล้นสดมภ์ ข่มขืน ในช่วงเวลา 100 วันตั้งแต่วันที่ 6 เมษายนไปจนถึงกลางเดือนกรกฎาคมในปี พ.ศ. 2537 ชนพื้นเมืองชาวตุดซี (Tutsi) และชนพื้นเมืองชาวฮูตู (Hutu) ถูกสังหารไปปประมาณ 800,000-1,071,000 คน สังคมของรวันดาล่มสลายหมด

เหตุผล ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่โหดเ้หี้ยมอย่างนั้นขึ้นได้ ไม่มีสิ่งใด นอกจาก "ความเกลียดชัง" ที่ปลุกฝังกันมาก่อนหน้านั้น ให้เกลียดทุกเรื่องกับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย
1. สื่อแพร่กระจายความเกลียดชังอย่างตั้งใจ ยุยงผ่านคำพูด เพลงปลุกระดม คำขวัญ บทกลอน
2. สื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงานในการลงมือก่อความรุนแรงระหว่างนักการเมือง หัวรุนแรงกับเครือข่ายของพวกเขา มีหลักฐานมากมายว่าสถานีวิทยุ RTLM….. เช่นสหประชาติ ท่านนายพล Dallaire ประกาศ ที่ประเทศรวันดาว่า สนธิสัญญายุติสงคราม พี่น้องเผ่าฮูตูกับเผ่าตุ๊ด สิ้นสุดลงแล้ว ท่ามกลางความดีใจของประชาชนในประเทศ รวันดา แต่รายการวิทยุ Hutu Power Radio กลับปลุกระดม และกระจายเสียงให้ชนเผ่า ชาวฮูตู เกลียดและให้ฆ่าพี่น้องชนเผ่าตุ๊ดชี่
3.สื่อ ทำหน้าที่ชี้นำสาธารณะให้เห็นว่าความรุนแรงเป็นทางออกและไม่เห็นด้วยกับ การแก้ปัญหาอย่างสันติวิธี วิทยุบางสถานีและหนังสือพิมพ์บางฉบับใน รวันดา จงใจชี้นำสาธารณะชน ว่าความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้นเป็นการต่อสู้ระหว่าง “พวกเราคนส่วนใหญ่” กับ “พวกเขาคนส่วนน้อย” "เป็นการต่อสู้ระหว่างความดีกับความชั่ว" "สิ่งที่พวกตนกำลังดำเนินการอยู่เป็นเรื่องที่ทำได้ ชอบธรรม คุ้มกับสิ่งที่ต้องเสียไป "และนั่นคือส่วนหนึ่งของบทสรุปของเหตุการณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ว่า ทำไมถึงได้มียอดผู้เสียชีวิตมาก ถึง 800,000 คน

ยิ่งลักษณ์ เสนอให้ กองทัพปรับจุดบังเกอร์ทหาร 176 จุด กลางกรุงฯ ใหม่ หวั่นกระทบภาพลักษณ์ ประเทศ

1430น. ประชุมสภากห.เสร็จแลัว ประชุมวงใหญ่ แค่ชม.ครึ่ง นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ในฐานะ รมว.กลาโหม แนะกองทัพ ปรับจุดตั้งบังเกอร์ จุดตรวจทหาร 176 จุด กลางกรุงฯ ใหม่ หวั่นกระทบภาพลักษณ์ ประเทศ


เผยยามที่อ้างถูกการ์ดกปปส.ทำร้ายถ่วงน้ำมีสายคล้องนกหวีดลายธงชาติที่คอคล้ายศพนิรนามในแม่น้ำเจ้าพระยา

เกิดเหตุ รปภ. ถูก การ์ด กปปส.ทำร้ายแล้วนำมาทิ้งแม่น้ำบางปะกง ผู้เสียหาย ชื่อนายยืม วิลล่า อายุ33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 96 ม.4 ต.ท่าแฝก อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตร์ ทำงานเป็นยามอยู่ที่ 

บ.โลหะกิจกลการ ถ.ลูกหลวง กรุงเทพ นายยืมฯ ให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า เมื่อวันที่ 24กพ.57 หลังเลิกงานเวลาประมาณ 09.00 น.นายยืมฯ ได้เข้าไปนั่งพักผ่อนที่สวนลุมพินีบริเวณโต๊ะหินใต้ต้นไม้ห่างจากเต้นท์การ์ด กปปส.ประมาณ10เมตร และห่างเวที กปปส.สวนลุมประมาณ100เมตร ในระหว่างนั่งอยู่ได้มีการ์ด กปปส.2คน เข้ามาค้นตัว พบบัตรสมาชิก นปช.ออกเมื่อปี53 จึงได้ควบคุมตัวไปที่เวที กปปส.สวนลุม

ให้นายอิสระ สมชัย แกนนำ กปปส.ทำการซักถามสอบสวน มีการทำร้ายร่างกายหลังจากนั้นก็นำไปมัดไว้ในเต้นท์ การ์ด

จนถึงวันที่1มี.ค.57 หลังเคารพธงชาติช่วงเย็น นายยืม ถูก การ์ด กปปส.มัดมือ มัดเท้า และเอาผ้าปิดตา นำขึ้นรถออกเดินทางมาถึงบนสะพาน ทราบภายหลังว่าเวลาประมาณ 20.30 น.และเป็นสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง ถ.บางนา-ตราด ต.ท่าข้าม อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา
ในขณะที่ถูกมัดมือมัดเท้าและปิดตา การ์ด กปปส.ได้นำนายยืมโยนทิ้งล่งสู่แม่น้ำบางปะกง

เนื่องจากเป็นเวลาน้ำขึ้นจึงยังไม่เสียชีวิตในขณะที่ตะเกียกตะกายจะจมน้ำได้มีพยานขับเรือผ่านมาพบได้เข้าช่วยเหลือแล้วแจ้ง จนท.อาสากู้ภัยนำตัวส่ง รพ.บางปะกง

ขณะนี้มีอาการปอดฉีก ร่างกายมีร่องรอยถูกทำร้าย นอนพักรักษาตัวที่ รพ.บางปะกง โดยมี พ.ต.ต.สถาพร ฯ พงส.สภ.บางปะกง เป็นเจ้าของคดี

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าสภาพที่มีผู้พบนายยืม วิลลา นั้น นอกจากสภาพร่างกายถูกทำร้าย และถูกจับมือมัดไพล่หลังแล้ว ที่บริเวณคอ มีสายคล้องนกหวีดลายธงชาติไทย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ม็อบ กปปส.อยู่ด้วย 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้วันที่ ๒๖ ก.พ.๕๖ มีผู้พบศพ ชายนิรนาม ถูกทำร้ายร่างกายและจับมือมัดไพล่หลัง แต่งกายชุดผู้ร่วมชุมนุม โดยมีสายคล้องนกหวีดลายธงชาติไทยแขวนที่คอ ถูกจับยัดใส่กระสอบและทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยาใจกลางกรุงเทพ ก่อนจะลอยมาติดตลิ่งและมีชาวบ้านแจ้ง..


The Economist เขียนถึงม็อบ กปปส.

The Economist เย้ยหยันว่า หลังจากสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจของประเทศกว่า 500,000 ล้านบาท ม็อบสุเทพกำลังอยู่ในขาลง “จะเป็นเรื่องน่าประหลาดใจอย่างมาก ถ้าหลังจากนี้ขบวนการปฏิวัติของสุเทพจะสามารถระดมพลและฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อเอาชนะ (รัฐบาล) ได้อีก” (“Were Mr Suthep’s revolution to regain its strength and to triumph, against the odds, it would be startling.)

The Economist ให้น้ำหนักว่าม็อบ "ล่มปากอ่าว" เพราะผบ.ทบ.ไม่เอาด้วย ออกมาประกาศเป็นนัยว่าจะไม่ทำรัฐประหาร เพราะรู้ดีว่าคนไม่นิยม และเยาะเย้ยต่อไป “ในตอนนี้ แนวคิดที่ว่าการปฏิวัติของสุเทพถูกอกถูกใจประชาชน เพราะเสนอธรรมาภิบาลที่ดีขึ้นนั้น กลายเป็นเรื่องแปลกวิตถาร หรือแทบไม่อาจเข้าใจได้เลย” (“The notion that Mr Suthep’s revolution is responding to a popular demand for better governance now looks bizarre, if not incomprehensible.)

แต่ม็อบนกหวีดยังไม่วายติดป้าย “แก้ขวย” ไว้หน้าเต็นท์พัน ๆ หลังที่ไปเบียดบังสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของคนกรุง เขียนเป็นภาษาอังกฤษตัวใหญ่ว่า “บรรดาฝรั่งทั้งหลาย ที่ท่านเห็นอยู่นี้เป็นการปฏิรูปตามระบอบประชาธิปไตยที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ท่านมีประชาธิปไตยแบบของท่าน ปล่อยให้เรามีประชาธิปไตยแบบของเราเถอะ”

ครับ ครั้งหนึ่งในดินแดนกะลาแลนด์! น่าจะส่งพวกจำอวดเหล่านี้เข้าชิงออสการ์!

“Western observers please understand that this is our democratic reform in progress. You had yours, let us have ours!”.

http://www.economist.com/blogs/banyan/2014/03/thailands-political-crisis

กปน. เตือนประชาชนสำรองน้ำ ไว้ดื่ม-ใช้ ก่อนน้ำทะเลหนุน 3-4 มี.ค. และ 9-10 มี.ค

กปน. เตือนประชาชนสำรองน้ำ ไว้ดื่ม-ใช้ ก่อนน้ำทะเลหนุน 3-4 มี.ค. และ 9-10 มี.ค ...... แจ้งเตือนประชาชน ผู้ใช้น้ำของการประปานครหลวง ทั้งหมด ยกเว้น ผู้ใช้น้ำย่านฝั่งธนบุรี ของสำนักงานประปา สาขาภาษีเจริญ ตากสิน สุขสวัสดิ์ มหาสวัสดิ์ และบางบัวทองบางส่วน

โปรดสำรองน้ำประปา ซึ่งขณะนี้อยู่ในเกณฑ์คุ ณภาพมาตรฐานปกติ ไว้ให้ได้มากที่สุด เพื่อจะได้มีน้ำประปา รสชาติปกติไว้บริโภค ในช่วงเวลาที่เกิดน้ำทะเลหนุน และสำหรับภาคอุตสาหกรรม หากมีการจัดหาถังพัก น้ำสำรองน้ำไว้ใช้ ในระบบผลิตให้มากขึ้น ก็จะช่วยบรรเทาปัญหา ในช่วงน้ำทะเลหนุนได้ และหากประสบปัญหาด้านการใช้น้ำประปา สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำ ได้ที่สำนักงานประปาสาขาในพื้นที่ หรือสอบถามเพิ่มเติม ได้ที่ ศูนย์บริการประชาชน โทร. 1125 ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมวิงวอนให้ทุกภาคส่วนช่วยกั นใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า เพื่อให้เราทุกคนผ่านพ้นวิกฤตภัยแล้งปีนี้ไปได้