PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันจันทร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ปึ้งวิเคราะห์รธน.เหมือนเมียนม่า

"ปึ้ง" วอน ปชช.อย่าหูเบา แนะวิเคราะห์ร่าง รธน.ให้ดี หวั่นประเทศดิ่งลงเหวไหลลงคลอง

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า การที่ฝ่ายรัฐบาลมีความพยายามออกมาบอกว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเป็นไปตามโรดแมป 2560 และก็มีความพยายามที่จะทำให้รัฐธรรมนูญผ่านประชามติให้ได้ ทั้ง ๆ ที่กฎกติกาในรัฐธรรมนูญ ฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ถูกเขียนขึ้นมาแบบที่รัฐบาลใหม่แทบจะทำงานไม่ได้ถูกมัดมือมัดเท้าเอาไว้ เป็นประชาธิปไตยครึ่งใบ ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้ว่า รัฐบาลมีความพยายามที่จะไม่ให้รัฐธรรมนูญผ่านประชามติ เป็นการเล่นไพ่สองหน้า แต่ขณะที่ความเดือดร้อนยากลำบากของพี่น้องประชาชนในเรื่องปากท้องและเศรษฐกิจในครัวเรือนก็ทำให้มองไม่เห็นภาพที่แท้จริง ก็อาจจะคิดว่าถ้ามีการเลือกตั้งแล้วได้รัฐบาลใหม่ทุกอย่างก็จะดีขึ้น

"ในฐานะที่เป็นนักการเมือง และเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศ มองว่า ถ้าเขียนรัฐธรรมนูญเช่นนี้รัฐบาลทำงานไม่ได้ แก้ปัญหาของประชาชนได้ลำบาก การลงทุนจากต่างประเทศคงไม่กระเตื้อง เพราะเขามองออกว่ามีเงาดำทะมึนของอำนาจเผด็จการทหารอยู่ข้างหลังรัฐบาลเหมือนที่เกิดขึ้นในเมียนมา อยากให้ประชาชนวิเคราะห์ให้ดี ไม่ควรหูเบาเชื่อคนง่าย หากผิดพลาด หลังผ่านประชามติจะนำประเทศดิ่งลงเหวไหลลงคลองก็เป็นได้ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ยาก นอกจากจะฉีกทิ้งโดยการรัฐประหาร จึงคิดว่า คสช.ต้องควรหันหน้ามาพูดคุยกันให้ชัดเจนก่อนที่จะเดินหน้า และ คสช.ก็ควรจะยอมรับความจริงได้แล้วว่า 2 ปีที่ผ่านมารัฐบาลนี้บริหารงานล้มเหลว เศรษฐกิจทรุด ไม่เป็นที่ยอมรับของประชาคมโลก หนี้สินเพิ่มขึ้น ประชาชนมีรายได้ลดลง" นายสุรพงษ์กล่าว

กระเพื่อมจาก"ทักษิณ"

กรธ.ถามคสช.หลายหน! อยากให้รธน.ผ่านรึเปล่า แห่คัดค้านครึ่งใบเต็มใบ

“ทักษิณ” เอาอีกจ้อสื่อนอก ตีรัฐบาลจัดฉากคืนสู่ประชาธิปไตย ฉายภาพซ้ำเมียนมาก่อนปฏิรูป เย้ยร่าง รธน.เปลืองเวลา-บุคคล เพราะไม่มีใครยอมรับ ลั่นถ้าตั้งใจขับเคลื่อนประเทศ “ท่านต้องมาพูดคุยกัน” พท.แถลงซ้ำไล่ คสช.ลงจากอำนาจหลังได้ รธน. “ชัยเกษม” ถามบ้าหรือเปล่าบังคับใช้ รธน.สองขยัก “ตู่” เหน็บหวังอยู่ยาวไม่ใช่เรื่องง่าย “คณิน” จับไต๋วางแผนซ้อนแผนเร่งเลือกตั้งเร็วรวบอำนาจ “องอาจ” แนะ กรธ.เก็บข้อเสนอ ครม.ใส่ลิ้นชัก ชี้แค่ที่มีก็มากอยู่แล้ว ชี้เจตนาหวังสืบอำนาจ “อลงกรณ์” เห็นพ้อง ครม.ขยักใช้ รธน. “วันชัย” หนุนสุดตัวไม่ต้องมาเหนียมกันแล้ว “นิกร” ห่วงใช้ครึ่งใบสุมไฟขัดแย้ง “สรรเสริญ” ย้ำไม่ต้องการสืบทอดอำนาจ แค่ขอหลักประกันเล็กน้อยปัญหาเดิมจะไม่วนกลับมาอีก คสช.โต้ไม่ลืมเรื่องปฏิรูปทำคู่กันไป โพลชี้ประชาชนอยากร่วมกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ

หลังจากหนึ่งในข้อเสนอแนะของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อร่างรัฐธรรมนูญ ที่เสนอให้มีการบังคับใช้รัฐธรรมนูญเป็นสองช่วง ป้องกันไม่ให้ประเทศเผชิญวิกฤติรอบใหม่ ล่าสุด นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ โจมตีว่าแค่การจัดฉากให้ต่างชาติเห็นว่าประเทศไทยกำลังคืนสู่ประชาธิปไตย

“อลงกรณ์” หนุน ครม.ขยักใช้ รธน.

เมื่อวันที่ 21 ก.พ. นายอลงกรณ์ พลบุตร รอง ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงข้อเสนอแนะของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอให้มีการบังคับใช้รัฐธรรมนูญเป็นสองช่วง ป้องกันไม่ให้ประเทศเผชิญวิกฤติรอบใหม่ว่า ข้อกังวลของ ครม.ไม่ควรมองว่าเป็นการสืบทอดอำนาจ แต่เป็นโจทย์ใหญ่ของประเทศ เคยถามนักการเมืองพรรคใหญ่ว่ามั่นใจแค่ไหนว่าเลือกตั้งแล้วจะไม่เกิดเหตุรุนแรงอีก ปรากฏว่า ไม่มีใครมั่นใจแม้แต่ฝ่ายเดียว จึงต้องช่วยกันออกแบบมาตรการป้องกัน ไม่ใช่ปล่อยให้ไปตายเอาดาบหน้า จึงขอเสนอต่อ กรธ. ดังนี้ 1.บทบัญญัติรัฐธรรมนูญส่วนแรกที่ใช้บังคับถาวร ให้ยึดแนวทางประชาธิปไตยสากล เช่น นายกรัฐมนตรีมาจาก ส.ส. ส.ว.มาจากการเลือกตั้งโดยตรง การวางระบบถ่วงดุลและตรวจสอบอำนาจอธิปไตย 3 ฝ่าย การกำหนดสิทธิเสรีภาพและหน้าที่ของปวงชนชาวไทยให้ชัดเจน และการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่าให้ยากจนเกินควร

เชิญคู่ขัดแย้งมาถกปมสำคัญก่อน

นายอลงกรณ์กล่าวต่อว่า 2.เรื่องเฉพาะกิจในระยะเปลี่ยนผ่าน ควรบัญญัติในบทเฉพาะกาลเช่น ที่มานายกฯ ที่มา ส.ว. มาตรการป้องกันวิกฤติมิให้ซ้ำรอยเหตุการณ์ก่อนวันที่ 22 พ.ค.2557 โดยเขียนระยะเวลาและขั้นตอนกระบวนการให้ชัดเจน กรธ.ควรเชิญพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง โดยเฉพาะคู่ขัดแย้งมาหารือประเด็นสำคัญในระยะเปลี่ยนผ่าน เพื่อประกอบการพิจารณาปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญในบทเฉพาะกาล

“วันชัย” หนุนสุดตัวไม่ต้องเหนียม

นายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. กล่าวว่า เห็นด้วยกับข้อเสนอของ ครม.ที่ให้บังคับใช้รัฐธรรมนูญเป็น 2 ช่วง ตรงกับแนวทางที่ตนเสนอไว้ ถ้าให้เลือกตั้งแบบประชาธิปไตยเต็มที่ มีแนวโน้มว่าจะกลับไปเป็นเหมือนอดีต เรื่องความพอดีระหว่างประชาธิปไตยกับความสงบเรียบร้อยในช่วงหัวเลี้ยว หัวต่อเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่เรื่องการต่อท่ออำนาจ แต่เป็นความรับผิดชอบของคนทำรัฐประหาร ที่ต้องสร้างความมั่นคงยั่งยืนของประชาธิปไตย ไม่ต้องเหนียมอายหรือกลัวนักการเมืองโจมตี ให้บอกไปเลยว่า ช่วงแรกให้มีการเลือกตั้งส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งฝ่ายความมั่นคงยังต้องมีส่วนร่วมบริหารบ้านเมือง ประคับประคองสร้างปรองดองและปฏิรูปประเทศให้เข้าที่เข้าทาง เมื่อมั่นใจแล้วจึงปล่อยให้มีการเลือกตั้งเต็มที่แบบสากล ควรนำข้อเสนอ ครม.มาพิจารณาและดำเนินการตามนั้น ถ้าบ้านเมืองไม่เรียบร้อยคนที่จะถูกด่าก็คือ คสช. ไม่ใช่ กรธ.

“นิกร” ห่วงใช้ครึ่งใบสุมไฟขัดแย้ง

นายนิกร จำนง สปท. กล่าวว่า ตามข้อเสนอแนะของ ครม.ต่อร่างรัฐธรรมนูญ ที่ให้มีการบังคับใช้รัฐธรรมนูญเป็นสองช่วงนั้น ตนไม่เห็นด้วย เพราะสาเหตุของปัญหาในอดีต อาทิ ปัญหาการเมือง ปัญหาการทุจริต การชุมนุมประท้วง การเสนอนโยบายที่มีปัญหา ขณะนี้ได้สร้างกลไกป้องกันไว้หมดแล้วในร่างรัฐธรรมนูญ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง และฝ่ายการเมืองเรียนรู้ชัดเจนแล้วว่า ความขัดแย้งที่ทำให้เกิดความสูญเสียยิ่งใหญ่ คือ ความสูญเสียระบอบประชาธิปไตย จึงเห็นว่าสิ่งที่ ครม.เป็นห่วงว่าจะกลับมาอีกนั้น คงเป็นไปได้ยาก แต่ข้อเสนอของ ครม.ที่ขัดกับหลักประชาธิปไตย จะกลายเป็นต้นเหตุความขัดแย้งเสียเอง เพราะแค่เริ่มก็มีคนไม่เห็นด้วยจำนวนมาก

กรธ.แจงทบทวนแล้ว 60 มาตรา

ด้านนายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ว่า กรธ.พิจารณาทบทวนร่างรัฐธรรมนูญไปประมาณ 60 มาตราแล้ว โดยพยายามทบทวนนำความเห็นและข้อเสนอแนะของทุกฝ่ายมาพิจารณาร่วมกัน ไม่ให้กระทบหลักการใหญ่ที่ กรธ.วางกรอบไว้รวมถึงกรอบตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาตรา 35 และกรอบตามความมุ่งหมายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อีก 5 ข้อ ทราบว่า นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เตรียมขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากนายวิษณุ เครืองาม รองนายก-รัฐมนตรี เกี่ยวกับข้อเสนอของ ครม.ในบางข้อที่ยังสงสัยหรือไม่ชัดเจน เมื่อได้รับคำแนะนำที่เข้าใจตรงกันแล้ว กรธ.จะนำมาพิจารณาหารือต่อไป

ถาม คสช.อยากผ่าน รธน.ไหม

โฆษก กรธ.กล่าวต่อว่า เมื่อได้ข้อสรุปหรือข้อยุติในประเด็นใด หรือถ้ามีประเด็นใหญ่มากเราพร้อมชี้แจงให้ประชาชนทราบทันที จะไม่เก็บแล้วค่อยปล่อยให้มาโผล่ภายหลัง หรือโผล่ตอนตีพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ส่วนที่พรรคการเมืองออกมาคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กรธ.จะไม่ไปตอบโต้ แต่จะเน้นการอธิบายให้ประชาชนเข้าใจถูกต้อง พยายามใช้ทุกช่องทาง กรธ.ชี้แจงเต็มที่และดีที่สุด ก่อนหน้านี้มีการซักถามกลับไปยัง คสช.หลายครั้งว่า อยากจะให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านหรือไม่ ก็ได้รับคำตอบยืนยันกลับมาว่า อยากให้ผ่าน เพราะต้องการให้มีเลือกตั้งตามโรดแม็ป เชื่อว่าไม่มีแนวคิดใช้วิธีล้มรัฐธรรมนูญเรื่อยๆ เพื่อให้อยู่ในอำนาจยาวนานต่อไป

รัฐบาลย้ำไม่ต้องการสืบทอดอำนาจ

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ระบุว่าร่างรัฐธรรมนูญที่ถูกคว่ำเป็นเพราะมีคนอยากอยู่ยาวว่า ไม่ขอแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ นายบวรศักดิ์ถือเป็นผู้ใหญ่ แต่นายกฯและคนในรัฐบาลอธิบายต่อสังคมมาตลอดว่าไม่ได้ต้องการสืบทอดอำนาจ ทุกอย่างยังเป็นไปตามโรดแม็ป ไม่มีอะไรผิดเพี้ยน เมื่อวันนี้อยู่ระหว่างการปฏิรูป มีการร่างกฎกติกากันใหม่ ถ้ามองเพียงรัฐธรรมนูญเป็นสากลหรือไม่ ก็ไม่สามารถแก้ไขและปฏิรูปอะไรได้ ใครกล้ารับประกันว่า ปัญหาเดิมจะไม่กลับมาอีก รัฐบาลจึงกำหนดยุทธศาสตร์ชาติในรัฐธรรมนูญ โดย กรธ.เขียนไปตามนั้น ต้องมีโหมดของการปฏิรูป โหมดเฉพาะกาล หรือโหมดอะไรก็สุดแล้วแต่ กรธ.จะพิจารณา อาจมีอะไรพิเศษเล็กน้อยเพื่อรับประกันว่า จากวันนี้ไปปัญหาเดิมๆจะไม่วนเวียนกลับมาอีก ที่สำคัญ ครม.เสนอไปว่าอย่าทำให้สังคมหวาดระแวงว่าอยากอยู่ยาวหรืออยู่ต่อ นายกฯย้ำมาตลอดว่าภายในปี 60 ต้องจัดการเลือกตั้งให้ได้ รัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่านเป็นเรื่องอนาคต แต่นายกฯคงมีสิ่งที่เตรียมไว้บ้างแล้วว่า ทำอย่างไรถึงจะให้เกิดการเลือกตั้งได้ สังคมเองก็ต้องช่วยกันทำให้สถานการณ์เรียบร้อย ถ้าวุ่นวายสับสนมันจะไปต่อด้วยการเลือกตั้งได้หรือไม่ สังคมต้องร่วมกันคิด

คสช.โต้ไม่ลืมเรื่องปฏิรูปทำคู่กันไป

พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช. กล่าวว่า ที่กังวลว่า คสช.จะสืบทอดอำนาจอยู่ยาวนั้น ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะใช้เป็นกติกาแก้ไขปัญหา ไม่ใช่แบบคิดใหม่ แต่ใช้รัฐธรรมนูญในอดีตและนำปัญหาที่เกิดขึ้นมาแก้ไขเพิ่มเติม ถามว่าจะสืบทอดอำนาจหรือไม่อยู่ที่ประชาชนจะพิจารณารับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้เป็นข้อห่วงใยในอนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้น แต่ คสช.และรัฐบาลจะรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ลงประชามติให้มากที่สุด ส่วนความเห็นของนายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ระบุว่า คสช.ลืมเรื่องปฏิรูป เพราะมัวแต่นับวันเลือกตั้งนั้น คสช.ดำเนินการหลายเรื่อง จัดลำดับความเร่งด่วน โดยเฉพาะการวางยุทธศาสตร์ชาติ เพียงแต่กรอบโรดแม็ปจะมีการจัดเลือกตั้งในปี 60 ทุกคนจึงโฟกัสไปที่ร่างรัฐธรรมนูญ ที่ต้องเดินตามกรอบเวลา เรื่องการปฏิรูปยังคงดำเนินการอยู่ เราไม่ได้เน้นหนักด้านใดด้านหนึ่ง

ปชป.แนะ กรธ.เก็บใส่ลิ้นชักไปก่อน

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรธ.ควรพิจารณาข้อเสนอของ ครม.ให้รอบคอบ แค่เริ่มเสนอไป นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ก็ยอมรับแล้วว่ามึน ไม่เข้าใจ สอบถามกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ถึงเป้าหมายของข้อเสนอดังกล่าว แต่นายวิษณุกลับบอกว่า ไม่สามารถยกตัวอย่างปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร จึงเห็นว่าเมื่อผู้เสนอกับผู้รับไม่ลงตัวกัน กรธ.ควรเก็บข้อเสนอนี้ใส่ในลิ้นชักดีกว่า เพราะยังไม่ทราบว่าเนื้อหาขอบเขต และบริบทของข้อเสนอจะมีแค่ไหน

ชี้เจตนาหวังอยู่ยาวสืบทอดอำนาจ

นายองอาจกล่าวอีกว่า ขอตั้งข้อสังเกตดังนี้ 1.เมื่อร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติและประกาศใช้แล้ว ควรให้ระบอบประชาธิปไตยเดินหน้าตามครรลองการปกครอง ไม่ควรบัญญัติเนื้อหาแบ่งการบังคับใช้รัฐธรรมนูญเป็นสองช่วง 2.ที่ ครม.อ้างว่าเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง คิดว่าหากเกิดเหตุการณ์ตามที่ ครม.เป็นห่วง ยังมีกลไก ต่างๆที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญค่อนข้างมาก สามารถป้องกันสถานการณ์ที่ถึงขั้นวิกฤติได้ รวมทั้งให้อำนาจองค์กรตามรัฐธรรมนูญ และศาลรัฐธรรมนูญไว้อยู่แล้ว จึงไม่ควรนำมาเป็นข้ออ้าง 3.ข้ออ้างว่าเกรงว่าจะมีปัญหาจนถึงขั้นประเทศเข้าสู่สภาวะล้มเหลวนั้น ขณะนี้ทั้ง ครม.และ คสช. มีอำนาจในมือค่อนข้างมากอยู่แล้ว หากวิตกว่าเรื่องใดจะเป็นปัญหา ควรเร่งแก้ไขมากกว่าไปเขียนรัฐธรรมนูญรูปแบบพิเศษ 4.คงมองข้อเสนอนี้เป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจาก ครม. คสช. พยายามวางกลไกเพื่อสืบทอดอำนาจ หรืออยู่ยาวในรูปแบบพิเศษที่วางกลไกไว้

ผุด กก.ยุทธศาสตร์หวังครอบการเมือง

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวต่อว่า แม้แต่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ยังบอกว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพราะเขาอยากอยู่ยาว แม้ ครม.จะมีเจตนาดี แต่น่าจะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญมีปัญหาในการเป็นที่ยอมรับจากประชาชน จึงอยากให้ กรธ.พิจารณาสุขุมรอบคอบ ส่วนข้อกังวลว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติในร่างของ กรธ.จะใกล้เคียงกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) นั้น ไม่แน่ใจว่า จุดมุ่งหมายของผู้มีอำนาจยังคงเดิมหรือไม่ แต่การมุ่งใช้กลไกข้าราชการมากำกับดูแลการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่น่าเป็นวิธีการที่ถูกต้อง ยุทธศาสตร์ชาติมีความจำเป็นและเป็นเรื่องปกติ แต่ที่ผิดปกติคือ พยายามใช้สาระเนื้อหาของยุทธศาสตร์ฯ ไปสู่ยุทธศาสตร์อื่นที่ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนรวม เช่น การสืบทอดอำนาจ การขยายเครือข่ายกำกับควบคุมนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งมากจนเกินจำเป็น

“ทักษิณ” จ้ออีกตีรัฐจัดฉาก ปชต.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์สำนักข่าวเดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล ของสหรัฐอเมริกา เผยแพร่บทสัมภาษณ์พิเศษ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วิพากษ์วิจารณ์สถานการณ์การเมืองในประเทศไทยกับการร่างรัฐธรรมนูญขณะนี้ว่า รัฐบาลทหารกำลังทำให้เศรษฐกิจไทยที่เปราะบางอยู่แล้วในภาวะเสี่ยง ด้วยการผลักดันแผนบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะจำกัดอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และปกป้องอิทธิพลของเหล่าผู้นำทหาร มันเป็นแค่เกมเล่นทายคำปริศนา เพื่อแสดงให้ชาวโลกเห็นว่า ประเทศไทยกำลังกลับคืนสู่ประชาธิปไตย แต่ความจริงสถานการณ์ตอนนี้เหมือนเมียนมาก่อนมีปฏิรูปการเมือง แต่อำนาจจริงอยู่ที่กลุ่มคนบางคนที่อยู่เหนือนายกฯ และเศรษฐกิจจะตกต่ำ ไม่มีรัฐบาลไหนจะปฏิสัมพันธ์กับประเทศไทย

ไม่ยอมรับ รธน.ทำชาติถอยหลัง

“โปรดอย่ากังวลว่าผมจะคิดแค้น ผมไม่ได้ต้องการเงื่อนไขใดๆเพื่อช่วยตัวผม แต่หากตั้งใจขับเคลื่อนประเทศเดินไปข้างหน้าจริง ถ้าตั้งใจจะคืนศักดิ์ศรีให้กับประชาชนชาวไทย ท่านต้องมาพูดคุยกัน ผมเก็บตัวเงียบมานานพอสมควร และมักถูกฝ่ายตรงข้ามหรือนักวิจารณ์คิดในด้านลบเสมอ จึงต้องการพูดให้ชัดว่า ไม่ต้องมากังวลผม เพราะไม่ได้ใส่ใจกับสถานภาพ แต่อยากให้ประเทศเดินไปข้างหน้า และไม่อยากให้ร่างรัฐธรรมนูญมาเปลืองเวลา เปลืองทรัพยากรบุคคล เพราะไม่มีใครยอมรับ ยกเว้นตัวรัฐบาลทหาร ถ้าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่าน ประเทศไทยจะเดินถอยหลัง ส่วนการดำเนินคดีโครงการรับจำนำข้าวกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ และเป็นน้องสาว มองว่า มีสาเหตุมาจากการเมือง ผมไม่ได้ก้าวล่วงศาล ผมกำลังกล่าวถึงระบบโดยรวมว่าเหตุใด น.ส.ยิ่งลักษณ์จึงถูกตั้งข้อหา ผมหวังว่าเธอจะไม่ถูกตัดสิน แต่ก็ไม่มั่นใจนัก” นายทักษิณกล่าว

แบะท่าขอเจรจาให้ชาติเดินหน้า

ช่วงค่ำวันเดียวกัน เว็บไซต์สำนักข่าวไฟแนนเชียล ไทม์ ของอังกฤษ เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของนายทักษิณ ชินวัตร ระบุว่า รัฐบาลทหารไม่สามารถสร้างความเชื่อใจและความเชื่อมั่นได้ ไม่ได้พยายามท้าทายหรือท้าสู้กับทหาร แต่ในทศวรรษที่ 21 ไม่มีใครให้ความเคารพประเทศที่ปกครองโดยรัฐประหาร และไม่ได้พูดว่ารัฐบาลทหารจะอยู่ได้ไม่นาน แต่รัฐใดที่ไม่เคารพประชาชนจะไม่สามารถอยู่ได้ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่างขึ้นเพื่อลดทอนอำนาจนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน “ผมต้องการชี้แจงข่าวลือด้านลบว่าไม่ได้มีข้อเงื่อนไขใดให้กับตัวเอง ไม่เคยเจรจากับทหารทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อยุติคดีของผมและครอบครัว แต่ข้อกล่าวหาเหล่านั้นเกิดจากการเมือง เวลานี้ผมขอเสนอให้มีการพูดคุย ผมพร้อมแล้ว ขอแค่เพียงเห็นประเทศเดินไปข้างหน้าคืนประชาธิปไตยให้กับประชาชน”

พท.แถลง 8 ข้อเสนอรื้อร่างใหม่

วันเดียวกันพรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ให้ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ. สรุปสาระสำคัญดังนี้ 1.การตั้งโจทย์ร่างรัฐธรรมนูญผิดพลาดมาตั้งแต่ต้นว่า นักการเมืองและพรรคการเมืองเป็นต้นตอปัญหา ปูทางไปสู่รัฐธรรมนูญใหม่ที่มุ่งจำกัดบทบาทนักการเมืองและพรรคการเมือง เพิ่มอำนาจให้องค์กรอิสระมากขึ้น โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญ เปิดช่องให้มีนายกรัฐมนตรีที่ไม่ใช่ ส.ส. เพื่อเตรียมการให้ผู้มีอำนาจปัจจุบันเข้ามาเป็นนายกฯ จะทำให้เกิดวิกฤติในอนาคต 2.การใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวไม่สะท้อนถึงความต้องการที่แท้จริงของประชาชน ควรใช้การเลือกตั้งแบบผสมตามรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 ส่วนการได้มา ซึ่ง ส.ว. ควรให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ที่มานายกฯควรกำหนดให้ชัดเจนว่าต้องเป็น ส.ส.เท่านั้น

ไล่ คสช.ลงจากอำนาจหลังใช้ รธน.

แถลงการณ์พรรคเพื่อไทยระบุอีกว่า การสร้างข้อจำกัดในการบริหารราชการแผ่นดิน ทำให้กังวลว่าจะมีการใช้ช่องทางนี้ล้มรัฐบาลได้โดยง่าย เช่น การกำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรม การให้ กกต.ตรวจสอบนโยบายพรรคการเมือง การกำหนดให้นโยบายบริหารราชการแผ่นดินต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ควรให้อิสระแก่รัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศ กำหนดนโยบายได้ตามความเหมาะสม การเพิ่มอำนาจให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นซุปเปอร์องค์กร ควรกำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่วินิจฉัยเฉพาะการคุ้มครองหลักความเป็นกฎหมายสูงสุด ไม่ควรให้มีอำนาจถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ควรยกเลิกอำนาจองค์กรอิสระ ที่จะมีเหนือรัฐบาลและรัฐสภา สามารถต่อต้านนโยบายรัฐบาล แม้จะแถลงต่อรัฐสภาแล้วก็ตาม การกำหนดให้รัฐธรรมนูญแก้ไขได้ยากที่สุด การคงอำนาจของ คสช.ไว้หลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญ แสดงถึงการไม่ยอมปล่อยวางอำนาจ จึงควรตัดบทเฉพาะกาลในส่วนนี้ออก โดยให้ คสช.สิ้นสุดลงทันทีที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญแล้ว

บ้าหรือเปล่าบังคับใช้ รธน.สองขยัก

นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ข้อเสนอของ ครม.ที่ให้แบ่งบังคับใช้รัฐธรรมนูญเป็น 2 ช่วงนั้น บ้าหรือเปล่า วางดีไซน์แผนยุทธศาสตร์ไว้ 20 ปีได้อย่างไร จะไปบังคับคนอื่นเขาไม่ได้ เพราะคำว่าปฏิรูปคือต้องค่อยๆใช้เวลาปรับปรุงไป เมื่อปฏิวัติแล้วออกอะไรมา ทำเลย ไม่รู้ข้างในเขาคิดทำอะไร บอกได้แต่ว่าไม่ปกติ คิดอะไรไม่รู้ คนวางแผนแค่ 2-3 คน โดยไม่มองความถูกต้องความเหมาะสม ทำให้คนทั้งประเทศเดือดร้อน นึกกันเองในกลุ่มคนกลุ่มเดียวว่าดี แต่ถามว่าคนอื่นเห็นดีด้วยหรือไม่ การไปบังคับคนในลักษณะนี้ยากที่จะสำเร็จ ขอถามว่ามีสิทธิ์อะไรมาบังคับคนอื่น

เหน็บอยากอยู่ยาวไม่ใช่เรื่องง่าย

ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกลผ่านทางยูทูบ ว่า ข้อเสนอของ ครม. ทำให้ต่างประเทศเห็นเจตนารมณ์ของ คสช. และ ครม.ต้องการสืบทอดอำนาจ แต่ในทางปฏิบัติไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นแค่ความอยาก การเสนอเช่นนี้ไม่ได้สรุปผลว่าจะอยู่ยาวได้ ในประวัติศาสตร์การเมืองมีบทเรียนมาแล้ว เช่น เหตุการณ์เดือน พ.ค.2535 ทำให้ พล.อ.สุจินดา คราประยูร หัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ขณะนั้น เป็นนายกฯได้ 47 วันเท่านั้น ความอยากกับการเมืองไทยเป็นคู่ตรงข้ามกัน ส่วนการวางแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีนั้น รัฐบาลและ สปท. ควรให้คนรุ่นใหม่วางแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีกันเอง เหตุการณ์ในอนาคตไม่มีใครกำหนดล่วงหน้าได้ การไปล็อกประเทศตั้งแต่ปี 2559-2579 ประเทศไทยไม่เคยวางแผนยาวเช่นนี้มาก่อน ไม่ควรไปล็อกการเปลี่ยนแปลงทางสังคม การเมือง เศรษฐกิจไว้ เพราะเคยมีบทเรียนจากรัฐธรรมนูญปี 50 มาตรา 190 ที่ล็อกกรอบเจรจาการค้ากับต่างประเทศ ทำให้ต่างประเทศรู้สิ่งต้องการของประเทศไทยหมด จึงเสียเปรียบไม่สามารถรักษาผลประโยชน์ชาติได้ นายกฯควรคิดแค่วางแผนแก้ปัญหาให้ปีนี้อยู่รอดก่อน ทั้งเรื่องภัยแล้ง ท่าทีกีดกันการค้าจากสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ

จับไต๋วางแผนซ้อนแผนเลือกตั้งเร็ว

นายคณิน บุญสุวรรณ ประธานคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ข้ออ้างของ ครม. เป็นลูกไม้เก่าที่นำมาอ้างยืดอายุสัมปทานการครองอำนาจของ คสช. และ ครม.ไปอีกระยะหนึ่ง อาจเป็น 3-4 ปี อย่างที่เคยทำมาแล้วในรัฐธรรมนูญปี 2521 และปี 2534 ซึ่งทั้งนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. และนายวิษณุ รองนายกฯ เคยมีบทบาทสำคัญในการร่าง เข้าใจว่าทั้งนายมีชัย นายวิษณุ และ กรธ.รู้กันอยู่แล้ว จึงไม่เขียนไว้ในร่างแรก เชื่อว่าในที่สุด กรธ.จะแก้ไขตามที่ ครม.ต้องการ ดังนั้น การที่ คสช.จะเลือกตั้งกลางปี 2560 น่าจะเป็นข่าวลวง เป็นแผนซ้อนแผน ดูตามข้อเสนอของ ครม. 16 ข้อแล้ว การเลือกตั้งน่าจะมีขึ้นก่อนสิ้นปี 2559 กรธ.จะแก้ร่างรัฐธรรมนูญตามที่ ครม.เสนอ แต่อาจไม่ทำประชามติ โดยอ้างว่าทำให้การเลือกตั้งล่าช้า สิ้นเปลืองงบประมาณ และไม่อยากให้ความขัดแย้งบานปลาย จึงอาจใช้มาตรา 44 ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยให้เลือกตั้งเร็วกว่ากำหนด

อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่หลอกประชาชน

นายคณินกล่าวว่า เข้าตำราอ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ หรือสับขาหลอก เปลี่ยนแผนให้เลือกตั้งเร็วขึ้น แต่หลังเลือกตั้งจะมีบทเฉพาะกาลให้งดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา จนกว่าจะแน่ใจว่าการจัดตั้งรัฐบาล และสถานการณ์หลังเลือกตั้งจะไม่กลับไปวุ่นวายเหมือนก่อนวันที่ 22 พ.ค.57 และจะต่ออายุการครองอำนาจ คสช.กับ ครม. ชุดนี้ออกไปอย่างน้อย 1 ปีหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ ถือเป็นรัฐธรรมนูญซ้อนรัฐธรรมนูญ หรือหนึ่งประเทศสองรัฐธรรมนูญ เหมือนร่างรัฐธรรมนูญเพื่อรอฉีก การเขียนรัฐธรรมนูญสองฉบับในเวลาเดียวกันจึงไม่ใช่รัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง แต่เป็นฉบับโกงประชาชน หลอกให้ประชาชนไปเลือกตั้ง แล้วยึดอำนาจต่อ เท่ากับเป็นการปฏิวัติซ้ำ ข้อเสนอดังกล่าวไม่ควรเรียกว่าประชาธิปไตยครึ่งใบ แต่ควรเรียกเผด็จการเต็มใบมากกว่า อยากให้นายมีชัยและกรธ. ตระหนักว่า คนไทยไม่โง่ รู้ทันหมด เป็นลูกไม้ตื้นๆ ไม่สลับซับซ้อนลึกซึ้งอะไร

เย้ยหลงยุคทำยุทธศาสตร์ 20 ปี

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย อยากให้รัฐบาลทบทวนการทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพราะโลกสมัยนี้ไม่เหมือนอดีต เปลี่ยนแปลงเร็วมาก หากโลกเปลี่ยนแปลง ยุทธศาสตร์ที่ทำไว้จะล้าสมัยอย่างรวดเร็ว อย่าไปนำกรอบรัฐธรรมนูญย้อนยุคมาใช้วางยุทธศาสตร์ชาติ จะทำให้ประเทศเสียหายและถอยหลัง ควรปล่อยให้รัฐบาลจากการเลือกตั้งมาทำยุทธศาสตร์ชาติ ที่ผ่านมารัฐบาลนี้ไม่สามารถทำเศรษฐกิจให้ดีได้ ถ้ารัฐประหารแล้วทำยุทธศาสตร์ให้ประเทศพัฒนาได้ ประเทศไทยคงเจริญเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ก่อนทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ควรทำรัฐธรรมนูญให้เป็นสากล เป็นที่ยอมรับของคนส่วนใหญ่ก่อน เพราะร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ รัฐบาลไหนก็ไม่สามารถบริหารประเทศได้

เริ่มจุดโหวตโนที่แยกราชประสงค์

เมื่อเวลา 10.00 น.ที่บริเวณป้ายสี่แยกราชประสงค์ หน้าศูนย์การค้าเกษรพลาซ่า นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ ที่ใช้ชื่อในเฟซบุ๊ก “ฟอร์ด เส้นทางสีแดง” เปิดกิจกรรมรณรงค์ Vote NO คว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ด้วยการนำสติกเกอร์ที่มีข้อความว่า “Vote NO” พร้อมสัญลักษณ์พานรัฐธรรมนูญคว่ำ ในกรอบสีแดงที่ถูกเครื่องหมายกากบาททับไว้ ไปติดที่ป้ายสี่แยกราชประสงค์ และเสาไฟหน้าห้างเกษรพลาซ่า พร้อมกับนัดหมายสมาชิกที่ร้านแมคโดนัล ราชประสงค์ เพื่อรณรงค์ต่อในช่วงบ่าย แต่เมื่อมีตำรวจนอกเครื่องแบบจำนวนหนึ่งมาจับตาความเคลื่อนไหว ทั้งหมดจึงแยกย้ายกันกลับ จากนั้น รปภ.ของห้างได้ออกมาแกะสติกเกอร์ทิ้งจนหมด โดยมีกำลังทหาร ตำรวจนอกเครื่องแบบคอยซุ่มสังเกตการณ์ ซึ่งนายอนุรักษ์ยืนยันว่าจะออกรณรงค์ทุกสัปดาห์ ทำเฉพาะกลุ่มเล็กๆป้องกันไม่ให้ถูกข้อหาชุมนุมทางการเมือง อย่างไรก็ตาม มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลโทร.มานัดว่า วันที่ 23 ก.พ.จะไปพบที่บ้าน เพื่อพูดคุยเรื่องนี้ ซึ่งตนยินดีร่วมมือเพราะไม่ได้ทำอะไรผิดอะไร

ประชาชนอยากกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ

อีกด้าน นิด้าโพลเปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “การมีส่วนร่วมของประชาชน” เกี่ยวกับการกำหนดการมีส่วนร่วมของประชาชนลงในร่างรัฐธรรมนูญ โดยร้อยละ 90.16 เห็นว่าประชาชนควรมีส่วนร่วมกำหนด “ยุทธศาสตร์ชาติ” เพื่อเป็นแนวทางและเป้าหมายของการพัฒนาประเทศ มีแค่ร้อยละ 6.24 ที่บอกไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ร้อยละ 93.68 ยังเห็นด้วยกับข้อบัญญัติในร่างรัฐธรรมนูญ ที่รัฐต้องจัดให้มีมาตรการหรือกลไกในการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค และต้องส่งเสริมสนับสนุนให้มีการรวมตัวกันเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค นอกจากนี้ส่วนใหญ่ยังเห็นด้วยว่า รัฐต้องเยียวยาความเดือดร้อนหรือความเสียหายอย่างเป็นธรรมและรวดเร็วให้แก่ประชาชนหรือชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงรัฐต้องเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการที่มิใช่ข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ หรือเป็นความลับของทางราชการ และต้องจัดให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลโดย สะดวก และหากรัฐไม่ทำตามหน้าที่ทั้ง 4 ข้อ ประชาชนสามารถยื่นฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรง

โพลชี้คนสนใจข่าวม็อบพระมากสุด

ด้านสวนดุสิตโพล เปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนผู้บริโภคสื่อ ที่สามารถเลือกข่าวที่ตนเองสนใจ และเลือกติดตามได้จากสื่อหลากหลายช่องทาง โดย 5 อันดับข่าวที่ประชาชนสนใจมากสุด ร้อยละ 86.57 สนใจข่าวพระสงฆ์ชุมนุมที่พุทธมณฑล รองลงมาร้อยละ 85.95 คือการร่างรัฐธรรมนูญ ตามด้วยข่าวสายการบินนกแอร์ยกเลิกเที่ยวบิน ข่าวนายกฯ และข่าวอาชญากรรมและอุบัติเหตุต่างๆ เมื่อถามถึงสาเหตุที่ประชาชนสนใจข่าวร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนใหญ่อยากรู้ความคืบหน้าทำประชามติ การเลือกตั้งเป็นเรื่องสำคัญของบ้านเมือง

“ปนัดดา” โพสต์อย่าหลงตัวอวดฉลาด

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ลงเฟซบุ๊ก ระบุว่า พ่อเคยสอนไว้แต่เด็ก การรับราชการและทำงานเพื่อแผ่นดิน เรื่องสำคัญยิ่งในชีวิตที่สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสอนประทานไว้แก่พ่อ จงอย่าโอ้อวดหลงลืมตัว อย่านำเรื่องวงศาคณาญาติและพวกพ้องกับราชการงานเมืองมาเกี่ยวพัน มันเป็นคนละเรื่องกัน อย่ามองคนเหมือนกันไปเสียหมด คือดีและไม่ดี ต้องรู้จักแยกแยะ และคบคนให้เป็นให้ถูก บางครั้งแกล้งทำโง่ไว้ดีกว่าอวดรู้อวดฉลาด แต่กลายเป็นโง่ในสายตาของคนอื่นที่เขาไม่อยากพูดให้สิ้นเปลืองเวลา อย่าทะลึ่ง อย่าเล่นกับสุนัข สุนัขเลียปาก เล่นกับสาก สากต่อยหัว แต่จงมีความระมัดระวังตัว เจียมเนื้อเจียมตัวเป็น ที่ชีวิตเราและครอบครัวจะเกิดสุข

ปลอบกำนัน–ผญบ.อย่าตื่นข่าวลือ

ขณะที่นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ส่งข้อความผ่านกลุ่มไลน์ถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ เน้นย้ำงานสำคัญ 3 เรื่อง คือ 1.งานโครงการตำบลละ 5 ล้านบาท อย่าให้เกิดการทุจริตเรียกรับเงินทองผลประโยชน์เด็ดขาด และยืนยันว่าไม่มีผู้บังคับบัญชาคนใดไปขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ หักเงินเปอร์เซ็นต์ 2.การระวังป้องกันไฟป่าหมอกควัน 3.ภัยแล้ง และ 4.ขณะนี้มีการปล่อยข่าวลือและเรื่องเท็จ ไปในหมู่บ้าน ตำบล อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือสร้างความแตกแยกในหมู่บ้าน ตำบล ขอให้กำนันผู้ใหญ่บ้านประชุมชี้แจงลูกบ้าน ให้ได้รับทราบข้อเท็จจริงที่ถูกต้องด้วย หากมีข้อสงสัยเรื่องใด รวมถึงข่าวลือต่างๆความเดือดร้อนของลูกบ้าน ให้สอบถามหรือแจ้งแก่นายอำเภอหรือข้าราชการได้ ที่สำคัญขอให้กำนันผู้ใหญ่บ้านไปประชุมประจำเดือนร่วมกับนายอำเภอและส่วนราชการที่อำเภอ ให้นำข้อราชการจากนายอำเภอและส่วนราชการ ไปประชุมแจ้งลูกบ้านด้วย

"บิ๊กป้อม"เตรียมจูงมือ"สมคิด"เยือนรัสเซีย

"บิ๊กป้อม" เตรียมจูงมือ"สมคิด" บินเยือน รัสเซีย -เบลารุส 23-27พค./พบ นายกฯ-รมว.กลาโหม -เลขาฯสมช.รัสเซีย ถกการค้า-ความร่วมมือความมั่นคง-อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ  เตรียมการ "นายกฯประยุทธ์" ไปประชุมAsean-Russia พค.นี้ และเยือนตามคำเชิญของ Putin20ปี สัมพันธ์ไทย-รัสเซีย /ก่อนบินไป เบลารุส พบ ประธานาธิบดี-รมว.กลาโหม

พลตรี คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกลาโหม เปิดเผยว่า  พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนาบกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมคณะ มีกำหนดการเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซียและสาธารณรัฐเบรารุส อย่างเป็นทางการ ระหว่าง 23-27 ก.พ.59

โดยมีรายงานว่า ออกเดินทาง 23.50 น. จากท่าอากาศยานทหาร บน.6 ดอนเมือง คืนวันจันทร์22กพ.นี้ โดยใช้เครื่องบิน กองทัพอากาศ

พลตรีคงชีพ กล่าวว่า การเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซีย อย่างเป็นทางการครั้งนี้ เป็นการขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงและด้านเศรษฐกิจ รวมทั้งการค้า การลงทุน ระหว่างกันให้เกิดเป็นรูปธรรมมากขึ้น 

หลังการเยือนไทยของ นาย Dimitry Medvedev นายกรัฐมนตรีรัสเซีย เมื่อเม.ย.58 ที่ผ่านมา 

อีกทั้งเป็นการเตรียมการก่อนการเดินทางของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีที่จะไปร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน - รัสเซีย ในพ.ค.59 ที่ เมืองโซชิ  อีกด้วย ซึ่งเป็นโอกาสของการสถาปนาความสัมพันธ์รัสเซีย - อาเซียน ครบ 20 ปี ตามคำเชิญของ ประธานาธิบดี Vladimir Putin

 ในโอกาสนี้  พลเอกประวิต พร้อม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรั.มนตรี มีกำหนดเข้าเยี่ยมคำนับและหารือกับ นาย Dimitry Medvedev นายกรัฐมนตรีรัสเซีย และ  นายDenis Manturov รมว.อุตสาหกรรมและการค้ารัสเซีย  เพื่อหารือขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงและการค้าการลงทุนระหว่างกัน 

จากนั้น พลเอกประวิตร   มีกำหนดการเข้าพบหารือกับ พล.อ.Sergei Shoigu รมว.กลาโหมรัสเซีย และ นาย  Nikolai Patrushev เลขาธิการ สภาความ มั่นคงแห่งชาติ.รัสเซีย  ที่เพิ่งมาเยือนไทย

และนาย Dmitry Rogozin รองนายกฯรัสเซีย เพื่อหารือความร่วมมือด้านความมั่นคง การทหารและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศระหว่างกัน

ก่อนหน้านี้ พลเอกประวิตร ให้สัมภาษณ์ว่า รัสเซีย ต้องการขาย ยุทโธปกรณ์ บรรเทาสาธารณภัย อัคคีภัย ดับไฟป่า เครื่องบิน  และอุปกรณ์ทหารช่าง  และ จะซื้อสินค้า การเกษตรของเรา เป็นการตอบแทนในมูลค่า ใกล้เคียงกัน

จากนั้น พลเอกประวิตร พร้อมคณะ มีกำหนดการเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐเบลารุส อย่างเป็นทางการตามคำเชิญของเบลารุส โดยมีกำหนดการเข้าเยี่ยมคำนับ นาย Alexander Lukashenko  ประธานาธิบดีเบลารุส 

พร้อมเข้าพบและหารือความร่วมมือด้านความมั่นคงและการทหารกับ พล.ท. Andrei Ravkov รมว.กลาโหม เบลารุส และพล.ท.Sergei Gurulev ประธานคณะกรรมการว่าด้วยอุตสาหกรรมทางทหารเบลารุส 

พลตรีคงชัพ กล่าวว่าการเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซียและสาธารณรัฐเบรารุส อย่างเป็นทางการ ของรองพลเอกประวิตร ครั้งนี้ จะเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทย จะได้กระชับความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือทางทหาร. รวมทั้งขยายความร่วมมือด้านการค้า การลงทุนที่เป็นประโยชน์ร่วมกันกับทั้งสองประเทศ ในลักษณะพึ่งพา ส่งเสริมซึ่งกันและกัน ในภาวะที่เศรษฐกิจโลกมีความผันผวน ซึ่งมีความจำเป็นต้องพึ่งพากันมากขึ้นในปัจจุบัน

บิ๊กโด่งเผยผลสอบสตง.อุทยานราชภักดิ์ปกติ

บิ๊กโด่ง เผย ผลสอบ สตง.ไม่พบการทุจริต"ราชภักดิ์" ระบุผ่านทั้ง 3 หน่วยงาน ทบ.-กห-สตง.ตรวจแล้ว น่าจะเพียงพอ แต่หากหน่วยงานใดจะเข้ามาตรวจอีกทำได้

พลเอกอุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ระบุถึง การตรวจสอบอุทยานราชภักดิ์ ว่า ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนและไม่พบการทุจริตใดๆ เนื่องจากผ่านการตรวจสอบ ทั้ง 3 หน่วยงานได้แก่ กองทัพบก กระทรวงกลาโหม และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)ทั้ง 3 หน่วยงาน แล้ว น่าจะเพียงพอ 

แต่อย่างไรก็ตาม หากหน่วยงานใดมีความประสงค์ ที่จะเข้ามาตรวจสอบอีก ก็สามารถทำได้ เพื่อให้ อุทยานราชภักดิ์ได้เดินหน้าต่อไป ให้เสร็จสิ้นภารกิจ

‘พล.อ.อุดมเดช’ เผย ผลสอบ สตง.ยัน ไม่พบทุจริต"อุทยานราชภักดิ์" ระบุ ทั้ง ทบ-กก-สตง. สอบแล้ว น่าจะเพียงพอ เปรย เหลือ ปปท. เผยอยากให้จบ จะได้เร่งสร้างส่วนที่เหลือต่อ
 
 
พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะประธานมูลนิธิอุทยานราชภักดิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า ที่ผ่านมาทางคณะกรรมการตรวจสอบชุดต่างๆทั้งในส่วนของกองทัพบกและกระทรวงกลาโหม ได้ยืนยันถึงการดำเนินโครงการดังกล่าวแล้วว่าถูกต้องตามขั้นตอนและไม่มีการทุจริตใดๆ ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีตามที่ได้ระบุไว้ 

อีกทั้งที่สำคัญคือทางผู้ใหญ่ของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ก็ได้ตรวจสอบแล้ว 

ขอชี้แจงว่าเอกสารส่วนใหญ่ในการดำเนินโครงการอยู่ที่กองทัพบก ผมไม่ได้นำติดตัวออกมาด้วย แต่ในส่วนของผมก็พร้อมที่จะให้ข้อคิดเห็นต่างๆ ในเรื่องของเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของการดำเนินโครงการในปีที่ผ่านมาที่มีผมเป็นผบ.ทบ. พร้อมให้ข้อมูลทุกอย่างที่เรามีอยู่ และสามารถไปตรวจสอบที่กองทัพบกได้ 
 
“เป็นเรื่องที่น่ายินดีและสบายใจตามที่ผู้ใหญ่ของสตง.ได้ตรวจสอบแล้วว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยความถูกต้องทุกขั้นตอน ไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่จะมีปัญหา"

" แต่ในขณะนี้ก็ยังมีบางส่วน เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ต้องการจะตรวจสอบเพิ่มเติม ผมก็พยายามอยากให้เข้าใจว่าทุกอย่างทาง 3หน่วยหลัก ได้ตรวจสอบไปแล้วก็น่าจะเพียงพอ เพื่อให้อุทยานราชภักดิ์เดินหน้าต่อไปได้ "

พลเอก อุดมเดช กล่าวว่า ขณะนี้ดำเนินการเสร็จเพียงขั้นที่1 คือการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์และลานที่จะใช้ประกอบพิธีต่างๆ ส่วนที่ยังค้างอยู่คือการสร้างแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และพระราชประวัติของพระมหากษัตริย์ของแต่ละสมัย ทุกอย่างประชาชนก็ได้รับทราบแล้วว่าโปร่งใส ไม่มีการทุจริตและดำเนินการตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง เพื่อที่จะให้มีการดำเนินการต่อไป 

"ผมหวังว่าอุทยานราชภักดิ์จะเป็นจุดหนึ่งที่สามารถรวมจิตใจให้คนไทยเกิดความรักสามัคคีและเกิดความมั่นคงต่อชาติ ที่สำคัญทุกคนต้องช่วยกันรักษาไว้และทำนุบำรุงต่อไป เพื่อให้มีสถานที่หลักในการระลึกถึงสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักของ เรา” พล.อ.อุดมเดช กล่าว 

พลเอกอุดมเดช ได้มาทำบุญ และเวียนเทียน เนื่องในวันมาฆบูชา ที่วัดพิชยติการาม ในรามกระทรวงกลาโหม เผยว่า ได้อธิษฐานจิตขอให้ประชาชนเข้าใจรัฐบาล ร่วมมือทำชาติสงบ กลาโหมดูแลความสงบ อยากขอปชช.ร่วมมือ เพื่อช่วยให้เป็นไปตาม โรดแมพ และแนวทางของนายกฯ วางไว้

พร้อมหวังให้เป็นไปตามขั้นตอนของรัฐบาลเพื่อให้มีรัฐธรรมนูญที่ทุกฝ่ายพอใจ และเหมาะสมกับประเทศไทย 
และขอให้ประชาชนทำความเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญในมาตราต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมในการเข้าสู่กระบวนการทำประชามติ

วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

นสพ.ต่างประเทศวิดคราะห์คดัจำนำข้าว

** นสพ.อังกฤษ-สหรัฐฯ วิเคราะห์ ‘คดีจำนำข้าว’ **

การ์เดียนชี้การตั้งข้อหาอาญา ‘ยิ่งลักษณ์’ อาจเป็นกลเกมต่อรองให้กลุ่มชินวัตรยอมโอนอ่อนผ่อนปรน ขณะวอชิงตันโพสต์มองว่า การโค่นรัฐบาลจากการเลือกตั้งรังแต่ทำให้ ‘ทักษิณ’ ได้แต้มทางการเมือง
.
 เมื่อวันพฤหัสบดี เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ เดอะ การ์เดียน ในอังกฤษ เผยแพร่บทบรรณาธิการ ระบุว่า ชีวิตทางการเมืองของคนไทยนับแต่รัฐประหารเมื่อปีที่แล้ว มีทั้งเรื่องตลกและเรื่องเศร้า
เรื่องตลกข้อแรก รัฐบาลไทยต้องลบทิ้งฉากเด็กนักเรียนวาดภาพฮิตเลอร์ในหนังโปรโมตค่านิยม 12 ประการ เรื่องตลกข้อที่สอง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยสภาที่ไม่มีอำนาจถอดถอน หรือถึงแม้มีอำนาจ ก็ไม่อาจอธิบายได้ว่า คนที่พ้นตำแหน่งไปแล้วจะถูกถอดถอนซ้ำอีกได้อย่างไร
.
เรื่องตลกข้อที่สาม แต่เป็นตลกขื่น คือกรณีผู้วิจารณ์รัฐบาลถูก “เชิญตัว” เข้าค่ายทหารเพื่อ “ปรับทัศนคติ”  เรื่องตลกข้อที่สี่ เป็นกรณีถึงโรงถึงศาล ผู้ต่อต้านการรัฐประหารถูกไต่สวนในศาลทหาร ไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์คำพิพากษา และถูกบังคับให้ลงนามยินยอมถูกอายัดทรัพย์หากเคลื่อนไหวทางการเมือง เรื่องตลกข้อที่ห้า ฝ่ายตรงข้ามถูกเล่นงานด้วยข้อหาคอร์รัปชั่น แต่ฝ่ายผู้สนับสนุนรัฐบาลทหารถูกปล่อยปละละเลย
.
 เรื่องตลกล่าสุดเกิดขึ้นในวันพฤหัสบดีเมื่ออัยการสูงสุดส่งฟ้องนางสาวยิ่งลักษณ์ น้องสาวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้พลิกโฉมการเมืองไทยเมื่อทศวรรษครึ่งล่วงมาแล้ว ทักษิณได้ตอบสนองความต้องการ ความปรารถนา และความคับข้องใจของคนส่วนใหญ่ซึ่งมีฐานะด้อย โดยเฉพาะในเขตชนบท ส่งผลให้เขาและตัวแทนของเขาชนะเลือกตั้งทุกครั้ง
.
“ชนชั้นนำไทยทั้งขุ่นเคืองและมึนงง มองว่าเสียงส่วนใหญ่ที่ทักษิณได้รับนั้นไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม ทักษิณซื้อเสียง ทักษิณเป็นนักประชานิยมเหมือนนายกรัฐมนตรีอิตาลี ซิลวิโอ แบร์ลุสโกนี แม้กระนั้น ผู้คนก็ยังคงโหวตเลือกเขา” เดอะ การ์เดียนระบุ
.
“การใช้เล่ห์เพทุบาย การเล่นกลทางกฎหมาย และล่าสุด การแทรกแซงของทหาร ล้วนแต่ไม่สามารถพลิกสถานการณ์ได้ ปรากฎการณ์ทักษิณจะไม่สลายหายไป และจะไม่เสื่อมคลายแม้ทักษิณพ้นเวทีไปแล้วก็ตาม” 
.
บทบรรณาธิการบอกอีกว่า ขณะที่กองทัพและเหล่าพลเรือนที่เป็นพันธมิตรลงแรงอย่างไร้ผล ที่จะสร้างระบบการเมืองที่ดูดี แต่เป็นระบบที่กลุ่มทักษิณไม่อาจครองชัยชนะได้นั้น มีสัญญาณว่าบางปีกในระบอบทหารมีความเข้าใจดีว่า การโอนอ่อนผ่อนปรนอาจเป็นวิธีที่ได้ผลและสอดคล้องความเป็นจริงมากกว่า ผู้เจรจาลับจึงเดินทางไปๆมาๆระหว่างกรุงเทพกับดูไบ ถิ่นพำนักของทักษิณ การตั้งข้อหายิ่งลักษณ์อาจเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่ใช้ทั้งการต่อรองและการขู่
.
ในตอนท้าย เดอะ การ์เดียน บอกว่า เรื่องเศร้าสำหรับไทยก็คือ ประเทศนี้กำลังเสียเวลาเปล่า เศรษฐกิจย่ำแย่ในห้วงเวลาที่จำเป็นต้องขยายตัว สถานะของประเทศเมื่อเปรียบเทียบกับเพื่อนบ้านกำลังถดถอย เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของไทยที่มีกับพันธมิตรเก่าแก่อย่างสหรัฐ

“ความพยายามที่จะกำหนดชี้อนาคตทางการเมืองของประเทศ ควรยกเลิกไปเสีย นับเป็นการล่วงเลยเวลาแล้วสำหรับการหวนคืนสู่ประชาธิปไตย”
.
ทางด้านหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ในสหรัฐฯ ระบุในบทบรรณาธิการในวันเดียวกัน ว่า กองทัพไทยกำลังพยายามทำในสิ่งที่ล้มเหลวมาแล้ว นั่นคือ ความพยายามที่จะกำจัดอิทธิพลทางการเมืองของตระกูลชินวัตร

กรณีสมเด็จช่วงกับอำนาจกดดันจากทหาร


การเมือง-กฎหมาย-ธรรมวินัย กรณีสมเด็จช่วง

สุรพศ ทวีศักดิ์(20/2/59)

เรื่องสมเด็จช่วง ยกเรื่อง "กฎหมาย" ไว้ในฐานที่ผมไม่ปฏิเสธการตรวจสอบเอาผิดทางกฎหมายนะครับ คือผมขอเรียกร้องให้มี "มาตรฐานเดียวกัน" ด้วยซ้ำว่า ถ้าอำนาจรัฐเข้าไปดำเนินการกับ "ประธานผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช" แบบนั้น รัฐก็ต้องมีคำอธิบายว่าได้ดำเนินการอย่างไรกับรถผิดกฎหมายแบบเดียวกันอีกราว 6,000 คัน และมีคำอธิบายอย่างไรว่า ทำไมไม่ดำเนินการอย่างเปิดเผยทุกขั้นตอนต่อสื่อมวลชนกรณีตรวจสอบอุทยานราชภักดิ์ ทำไมการตรวจสอบบุคคลที่มียศ ตำแหน่งสูงทางพระกับทางทหารจึงไม่ใช้ "มาตรฐานเดียวกัน" (เช่นคนที่ไปตรวจสอบทหารมีความผิด แต่ฝ่ายที่ไปตรวจสอบสมเด็จช่วงจะแสดงออกยังไงก็ได้ ทำไมไม่ยอมรับ เสรีภาพในการแสดงออกเหมือนกัน เป็นต้น)  

ในแง่ "การเมือง" คำถามก็คือว่า ถ้าเป็นการกล่าวหาสมเด็จช่วงในประเด็นเกี่ยวกับ "กฎหมายเพียวๆ" และเกี่ยวความเหมาะสมทาง "ธรรมวินัย" ก่อนเข้าสู่ตำแหน่งสำคัญทางสงฆ์เพียวๆ ไม่มีการเมืองเกี่ยวข้อง อำนาจรัฐจะเข้าไปดำเนินการกับสมเด็จช่วงแบบที่ทำไปแล้วไหม?

ที่ผมถามเช่นนี้ ก็เพราะมีกรณีที่โด่งดังมาก (หลายคนคงจำกันได้) คือกรณีที่ท่านจันทร์แห่งสันติอโศกและ อ.สุลักษ์ ศิวรักษ์ออกมากล่าวหาว่าอธิการบดี ม.สงฆ์ท่านหนึ่งมีปัญหาเรื่องเงินกับเรื่องสีกา กรณีนี้ อ.สุลักษณ์ได้ทำหนังสือถึงทั้งหน่วยงานปกครองสงฆ์และหน่วยงานของรัฐให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งเขียนบทความเผยแพร่ทางสื่อ และพูดในเวทีต่างๆมาเป็นปีๆ แต่ก็ไม่มีการดำเนินการใดๆทั้งหน่วยงานปกครองสงฆ์ และหน่วยงานภาครัฐ และท่านที่ถูกกล่าวหาก็ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม

ประเด็นสำคัญของการกล่าวหาก็คือเรื่องเงิน เรื่องสีกาซึ่งเป็นเรื่องที่พระและชาวพุทธไทยถือเป็นเรื่องใหญ่คือเรื่องต้อง "อาบัติปาราชิก" (หรือไม่?)

ที่ผมตั้งคำถาม ผมไม่เรียกร้องให้เอาการเมืองหรืออำนาจมหาเถรไปไล่ล่าดำเนินการกับพระท่านนั้นนะครับ (แต่เรื่อง "เงิน" นี่เกี่ยวข้องกับกฎหมายด้วยนะ)

ผมเพียงแต่ตั้งคำถามว่า ไม่ว่าเรื่องกฎหมาย หรือเรื่องความบริสุทธิ์ทางธรรมวินัยในการเข้าสู่ตำแหน่งของพระผู้ใหญ่ ถ้าไม่มี "การเมือง" เป็นปัจจัยหลัก จะมีการดำเนินการกันไหม?

และการดำเนินการภายใต้การใช้ "การเมือง" เป็นปัจจัยหลักนั้น มี "ความชอบธรรม" หรือไม่ เป็นมาตรฐานเดียวกันกับทุกฝ่ายหรือไม่? 

ทำไมพุทธอิสระชุมนุมถึงไม่ผิดในฐานขัดคำสั่ง คสช. แต่พระเมธีธรรมมาจารย์ถูกหมายเรียกจากตำรวจ เป็นต้น 

คือ ประเด็น "ความเป็นการเมือง" มันไม่ใช่เพียงจะบอกว่า "ทุกฝ่ายก็มีการเมืองทั้งนั้น" แต่มันมีปัญหาเรื่อง "ความชอบธรรม" ของวิธีการ ของอำนาจที่เข้ามาจัดการ และความเป็น "มาตรฐานเดียวกัน" เป็นต้นด้วยอย่างมีนัยยะสำคัญ ซึ่งก็เป็นปัญหา "ทางหลักการ" นั่นเอง
////

เรื่องทักษิณ เรื่องสมเด็จช่วง มีจุดเหมือนจุดต่างอยู่ ในทัศนะประชาธิปไตยไม่เคยปฏิเสธว่าทักษิณอำนาจนิยม พรรคไทยรักไทย พรรคเพื่อไทย มีปัญหาผลประโยชน์ (เยอะด้วย) แต่สิ่งที่เรายอมรับไม่ได้คือ หนึ่ง การทำลายทักษิณโดยทำลายสิทธิเสรีภาพ ทำลายประชาธิปไตย สอง การทำลายทักษิณโดยใช้ความอยุติธรรม ไม่เฉพาะกับทักษิณแต่กับมวลชนด้วย

เรื่องสมเด็จช่วง เราไม่เคยเห็นด้วยกับพวก "พุทธเป็นศาสนาประจำชาติ" หรือ กม.คุ้มครองศาสนา ทัศนะกีดกันเกลียดกลัวต่างศาสนา รวมทั้งการแผ่อิทธิพลของธรรมกาย แต่สิ่งที่อีกฝ่ายทำ มันไม่ใช่การปฏิรูปศาสนา ไม่ได้แก้ปัญหาด้วยการแยกศาสนาออกจากอำนาจรัฐ แค่ต้องการโค่นอำนาจและยึดอำนาจในคณะสงฆ์ ให้อยู่ขั้วเดียวกับอำนาจการเมือง แล้วก็ใช้ทุกวิถีทาง ตั้งแต่ให้ร้าย ทาสี ไปจนใช้อำนาจรัฐ พูดง่ายๆ ฝ่ายที่เล่นงานเขาก็ไม่มีความชอบธรรม

ใบตองแห้ง
20/2/59

วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

จ่อล่าพระจุลหาตร.ซื้อตำแหน่ง

ตร.ลุยล่า'พล.ร.อ.'ส่งไลน์มั่ว 'พะจุณณ์'โต้กลับรู้สึกเฉยๆ | เดลินิวส์
„ตร.ลุยล่า'พล.ร.อ.'ส่งไลน์มั่ว 'พะจุณณ์'โต้กลับรู้สึกเฉยๆ สตช.เผยเจอตัวแล้ว"อดีตบิ๊กทหาร"แชร์ไลน์กล่าวหาซื้อขายเก้าอี้วงการตำรวจ"ศรีวราห์"ลั่น ผิดจริงเจอดำเนินคดีแน่ ด้าน "พระจุณณ์" ยันรู้สึกเฉยๆ ไม่รู้โดนหมายเรียก สวนกลับเรียกมาก็ไปชี้ไม่ขัดแย้งรุ่นพี่ วันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 18:21 น. เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีรายงานกรณีที่ปรากฎข้อความสนทนาผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ ระบุเป็นอดีตนายทหารยศ พล.ร.อ.  กล่าวหาว่ามีนายทหารยศ พล.อ. ซื้อขายตำแหน่งในการแต่งตั้งตำรวจ ว่ามีการพิจารณาดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้แล้ว แหล่งข่าวระดับสูงใน สตช. กล่าวว่า เมื่อปรากฎข้อมูลดังกล่าว อ้างว่ามีการกล่าวหานายทหาร พล.อ. ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์กลุ่ม ตำรวจได้ตรวจสอบสืบสวนในเบื้องต้นตามที่ผู้เสียหายแจ้ง พบว่ามีการสนทนาและปรากฎข้อความดังกล่าวจริง เมื่อตรวจสอบในเชิงลึกก็พบว่ายูเซอร์ไลน์ดังกล่าว เป็นหมายเลขโทรศัพท์ส่วนตัวของ พล.ร.อ.ดังกล่าวจริง จึงได้ประมวลเรื่องเสนอไปยัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดี โดยในขั้นนี้ส่งเรื่องให้ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.พิจารณา เพื่อส่งต่อให้กองบังคับการปราบปราม หรือกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ดำเนินคดี ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมวกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ผบ.ตร. สั่งการให้ตรวจสอบกรณีอดีตนายทหารโพสต์ข้อความทางโซเชียลมีเดียว่ามีการซื้อขายตำแหน่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีการโพสต์ข้อความดังกล่าวจริง ผบ.ตร.จึงให้ตรวจสอบว่ามีการซื้อขายตำแหน่งตามที่ถูกกล่าวอ้างหรือไม่ หากตรวจสอบแล้วไม่พบ ผู้ที่โพสต์จะต้องถูกดำเนินคดี ฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ส่วนอดีตนายทหารที่เกี่ยวข้องจะมีความผิดด้วยหรือไม่ จะต้องมีหลักฐานว่าเป็นคนโพสต์ข้อความดังกล่าวจริง จึงจะสามารถดำเนินคดีได้ "ส่วนตัวไม่เชื่อว่ามีการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะรัฐบาลที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  เป็นนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และเชื่ออีกว่าหากข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริงก็จะสามารถจับกุมตัวผู้โพสต์มาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ผบ.ตร.ได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ไปตรวจดำเนินการสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้ให้ชัดเจนแล้ว" รอง ผบ.ตร.เผย ด้าน พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวว่า ตนยังไม่ได้รับเรื่อง แต่ทันทีที่เรื่องนี้มาถึงจะต้องพิจารณาว่ามีใครเป็นผู้เกี่ยวข้องบ้างเพื่อสืบสวนสอบสวน โดยจะต้องพิจารณาว่าให้หน่วยใดรับผิดชอบคดี ขณะเดียวกัน พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป นายทหารคนสนิท พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ให้สัมภาษณ์เดลินิวส์ ถึงกรณีดังกล่าว ว่า " ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลย และไม่เคยพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมไม่ทราบเลยนะ และผมจะไปพูดที่ไหน ไม่เคยพูดเลยเรื่องนี้ แต่ถ้ามีหมายเรียกมาก็ไป ไม่เป็นไร ก็ว่ามา และเรื่องซื้อขายตำแหน่งกันที่ไหนผมไม่รู้  ในตอนนี้รู้สึกเฉยๆ เพราะไม่รู้ว่ามีหมายเรียก ทำไมไม่มีประเด็นขัดแย้งกัน เขาเป็นรุ่นพี่ผม แต่ถ้ามีก็มีกัน "พล.ร.อ.พะจุณณ์ กล่าว พล.ร.อ.พะจุณณ์ เผยอีกว่า ที่ผ่านมาตนเดินหน้าทำเรื่องปฎิรูปตำรวจให้เป็นตำรวจเพื่อประชาชน แยกอำนาจสอบสวนออกจากตำรวจ  และพล.อ.ประวิตร เป็นรุ่นพี่ผมในกองทัพ ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีข่าวลือการปฎิวัติซ้อนทำไมมีออกมาบ่อย พล.ร.อ.พะจุณณ์ กล่าวว่า ก็ไม่รู้นะ ผมเกษียณนานแล้ว.“

อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/crime/380782

วันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เข้าใจแล้วว่าเขาอยากอยู่ยาว

‘บวรศักดิ์’ ลั่นเปลืองตัว-เสียใจร่างรธน.ไม่ผ่าน เปรย เข้าใจได้เพราะ”เขา”อยากอยู่ยาว

บวรศักดิ์


เมื่อเวลา 16.40 น. วันที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่โรงอโนมา กรุงเทพมหานคร นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวภายหลังการแถลงข่าวความเห็นของนธป.รุ่นที่ 4 ที่มีต่อร่างรัฐธรรมนูญ ถึงภาพรวมร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)โดยเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อเสนอของครม. โดยเฉพาะข้อ 16 เหมือนกับคปป.หรือไม่ นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เคยเสนอในยุคที่ตนเป็นประธานกมธ.ยกร่างฯ แต่เป็นการเสนอทางวาจาไม่ได้ส่งเป็นเอกสารโจ๋งครึ่มอย่างนี้ ดังนั้น หากอยากทราบว่าเป็นอย่างไรต้องไปถามพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นคนลงนามในหนังสือที่ส่งมายังกรธ. และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ด้วย ส่วนรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ต้องมีกลไกเปลี่ยนผ่านหรือไม่ ตนไม่ทราบ แต่ขอให้ไปดูข้อ 16 ของครม.

“สมัยที่ผมเป็นประธานกมธ.ยกร่างฯ แล้วร่างถูกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) คว่ำ ผมเสียใจแต่แค่วันเดียว คือวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2558 พอกลับมาคิดได้ก็รู้ว่าเขาอยากอยู่ยาว ยอมรับว่ามาอยู่ตรงนี้เปลืองตัว แต่ทำเพื่อชาติ ตอนนี้ก็มีความสุขดีได้เลี้ยงหลาน” นายบวรศักดิ์ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังงานแถลงข่าวเสร็จสิ้น นายบวรศักดิ์ ได้นำผู้อบรมนธป.รุ่นที่ 4 ถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึก พร้อมกับกล่าวกับสื่อมวลชนแบบติดตลกว่า “ถ่ายให้ชัดๆและครบทุกคน เวลาถูกเรียกปรับทัศนคติจะได้ครบทุกคน”

ไทยออกกฎใหม่กับนักข่าวต่างประเทศ

ไทยออกกฎใหม่ให้วีซ่านักข่าวต่างประเทศ  ต้องมีสังกัดชัดเจน ทำงานเต็มเวลาและไม่มีพฤติกรรมทำให้เกิดความวุ่นวายหรือกระทบต่อความมั่นคง ด้านสโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศออกแถลงการณ์แสดงความวิตก หวั่นขีดวงจำกัดเสรีภาพการทำงานของนักข่าวต่างชาติในเมืองไทย

แถลงการณ์ของสโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศออกมาวันนี้ 18 ก.พ.ระบุว่า แนวทางที่กระทรวงการต่างประเทศประกาศออกมาใหม่ได้มีผลให้มีการเข้มงวดมากขึ้นกับการออกวีซ่าอนุญาตให้ผู้สื่อข่าวต่างประเทศทำงานในไทย ซึ่งหลายเรื่องมีผลในทางปฏิบัติไปแล้วในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยมีนักข่าว โดยเฉพาะช่างภาพหลายคนที่ทำงานในประเทศไทยมานานไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในประเทศไทยต่อไป 

แถลงการณ์ของสโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศระบุอีกว่า สโมสรยอมรับว่าเป็นอำนาจของกระทรวงการต่างประเทศที่จะกำหนดแนวทางหรือระเบียบในเรื่องนี้ และยินดีที่ได้รับโอกาสให้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางใหม่ในการอนุญาตให้ผู้สื่อข่าวต่างประเทศทำข่าวในไทย ซึ่งหลายเรื่องก็เป็นที่ยอมรับ ในที่นี้รวมไปถึงการผ่อนผันให้เวลาสำหรับหลายคนที่จะต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงในอาชีพของตน แถลงการณ์ขอให้เจ้าหน้าที่ไทยตีความแนวทางใหม่ในทิศทางที่จะช่วยให้นักข่าวที่เป็นคนทำงานอย่างแท้จริงได้รับการรับรองและสามารถรายงานข่าวได้อย่างเสรีและเป็นธรรม

“เราเป็นห่วงว่า นักข่าวบางคนที่ทำงานในไทยมานานหลายปี โดยเฉพาะช่างภาพ จะไม่ได้รับอนุญาตหรือได้วีซ่า เราเชื่อว่าเป็นเรื่องที่เหมาะควร ที่กระทรวงต่างประเทศจะพยายามทำให้ชัดเจนว่า มีเฉพาะนักข่าวที่แท้จริงเท่านั้นที่จะได้วีซ่าทำงาน แต่เราก็เป็นห่วงที่แนวทางนี้จะมีผลกระทบต่อประชาคมผู้สื่อข่าวนานาชาติในไทยซึ่งมีความหลากหลายให้หดเล็กลง  และที่ผ่านมาคนกลุ่มนี้มีบทบาทอย่างมากในการสร้างความเข้าใจและความสนใจให้กับภูมิภาคนี้” โจนาธาน เฮด ประธานคณะทำงานด้านวิชาชีพของสโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศกล่าว

กระทรวงการต่างประเทศได้ออกแนวทางใหม่ในการออกวีซ่าให้กับผู้สื่อข่างต่างประเทศที่ทำงานในไทย หนังสือดังกล่าวลงวันที่ 18 ก.พ. แนวทางใหม่กำหนดให้ผู้ที่จะขอวีซ่าทำงานในฐานะสื่อต่างประเทศในไทยไว้หลายประการ ที่สำคัญคือจะต้องทำงานมีสังกัดกับสื่อไม่ว่าไทยหรือต่างประเทศ โดยต้องทำงานเต็มเวลา ต้องรายงานเกี่ยวกับประเทศไทยในช่วงที่อยู่ในไทยซึ่งต้องยาวนานเกินสามเดือนขึ้นไป ที่น่าสนใจคือ มีข้อกำหนดว่าจะต้องไม่มีพฤติกรรมหรือการทำงานที่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสาธารณะ หรือก่อความวุ่นวาย หรือส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของไทย ต้องไม่เคยบิดเบือนข่าวสารอย่างจงใจ  

หนังสือของกระทรวงต่างประเทศระบุว่า แนวทางใหม่นี้ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค.เป็นต้นไป  ในหนังสือดังกล่าวยังกำหนดไว้ด้วยว่า สำหรับผู้สื่อข่าวที่อยู่ในประเทศไทยอยู่แล้ว และจะได้รับผลกระทบจากแนวทางใหม่ในการออกวีซ่านี้ จะได้รับการช่วยเหลือด้วยการต่อวีซ่าที่มีอยู่ให้เป็นการชั่วคราวเพื่อให้สามารถปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นได้

"มีชัย"บุก บก.ทบ. ด้วยตนเอง แจงทหาร เนื้อหาร่าง รธน. ฉบับปราบโกง



ยันไม่มีใบสั่ง...
"มีชัย"บุก บก.ทบ. ด้วยตนเอง แจงทหาร เนื้อหาร่าง รธน. ฉบับปราบโกง แจงปมที่มา นายกฯ-ส.ว. ขอทหารเข้าใจให้ถูกต้องอย่าไปฟังข่าวลือ ลั่น ร่างนี้ ไม่มีใบสั่ง
ที่หอประชุมกิตติขจร กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้มา ชี้แจงความรู้ความเข้าใจต่อร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกให้กับกำลังพลภายในกองบัญชาการกองทัพบก ด้วยตนเอง โดยที่ ทาง ทบ. ก็ไม่มีใครคิดว่า นายมีชัย จะมาเอง เพราะ พลเอกธีรชัย นาควานิช ผบทบ. ก็ไปดูการซ้อมรบ ที่สระแก้ว
โดยในวันนี้ มีทั้งนายทหารสัญญาบัตรจำนวน 500 นาย และ นายทหารชั้นประทวน ลูกจ้าง พนักงานราชการ และทหารกองประจำการ จำนวน 500 นาย ร่วมฟัง
นายมีชัย กล่าวในตอนหนึ่งยืนยันถึงการร่างรธน. ของ กรธ.เป็นอิสระไม่มีใบสั่งจากใคร และอยู่ภายใต้กรอบตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557
รวมถึงจะต้องหาแนวทางในการสร้างความปรองดองด้วย ทำให้เป็นที่มาของชื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คือ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง
ส่วนที่มาของวุฒิสภา (ส.ว.) นั้น ยืนยันว่า ส.ว.จะต้องไม่สังกัดพรรคการเมืองและมาจากการเลือกตั้งทางอ้อม เพราะต้องการให้ประชาชนที่มีความสนใจทางการเมืองเข้ามามีส่วนร่วมโดยตรง
ส่วนที่มาของนายกรัฐมนตรีนั้นพรรคการเมืองจะต้องเสนอชื่อบุคคลที่มาเป็นนายกรัฐมนตรี 3 ชื่อ
ส่วนเหตุผลที่ กรธ.ไม่กำหนดว่าบุคคลเหล่านั้นจะต้องเป็น ส.ส. เนื่องจากวันที่ประกาศรายชื่อบุคคลที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีให้กับประชาชนรับทราบยังไม่มี ส.ส.
นายมีชัย กล่าวว่า กระบวนการเลือกตั้งที่ผ่านมา มีปัญหาการซื้อสิทธิ์ขายเสียงเป็นจำนวนมากนั้น ก็เพราะกลไกของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่เข้มงวดพอ ดังนั้น กรธ.จึงสร้างกลไก ของกกต.ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นโดยกำหนดให้กกต. มีสิทธิ์ระงับผู้ที่คาดว่าจะทุจริตการเลือกตั้งชั่วคราว จากนั้น จึงเข้าสู่กระบวนการของศาล แต่หากพบว่า ทุจริตเลือกตั้งจริงก็จะถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้ลงสมัครเลือกตั้งตลอด
ชีวิต
ทั้งนี้ เชื่อว่าระบบนี้จะทำให้กระบวนการเลือกตั้งใสสะอาดมากยิ่งขึ้น
นายมีชัย กล่าวถึงกรณีบทบัญญัติของ รธน.ว่า ด้วยงบประมาณรายจ่ายประจำปีของแผ่นดินที่ระบุว่า ห้ามไม่ให้สมาชิกเข้าไปมีส่วนในการตั้งงบประมาณ และห้ามแปรญัตติเพิ่มว่าบทบัญญัติดังกล่าวมีอยู่แล้ว ไม่ใช่ของใหม่ และทาง กรธ.ไม่ได้มีการแก้ไขในบทบัญญัตินี้ เพียงแต่ได้เติมเรื่องบทลงโทษไว้
แต่ก็ยอมรับว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องเขียนบทลงโทษเพื่อป้องกันการทุจริต
โดยวางมาตรการสำคัญ หากพบว่าคณะรัฐมนตรีทุจริตจะต้องออกจากตำแหน่งทันที และให้ปลัดกระทรวงรักษาการแทน
ส่วนประเด็นการปรองดองนั้น กรธ.ได้วางกลไกทั้งหมดเพื่อให้เกิดการปรองดองเป็นระยะ ไม่ให้เกิดทางตัน แต่กรอบที่นายกฯ ได้มอบมาให้ กรธ.นั้น ส่วนตัวได้สารภาพแล้วว่ายังคิดไม่ออก แต่จะกำหนดกลไกไว้ในร่าง รธน. ขณะที่การปฏิรูปการศึกษา
และปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ตนมองว่าหากไม่ปฏิรูป 2 เรื่องดังกล่าว แม้รัฐธรรมนูญจะออกมาดียังไงก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้
นายมีชัย กล่าวว่า การชี้แจงในครั้งนี้เพื่อให้กำลังพลมีความรู้ความเข้าใจในสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ และสามารถนำความรู้นั้นไปถ่ายทอด เผยแพร่ให้กับกำลังพลประชาชนในพื้นที่ ครอบครัวและบุคคลใกล้ชิดให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง
นายมีชัย ให้สัมภาษณ์ ว่า วันนี้ ได้มาเล่าพูดคุยกับกำลังพลของกองทัพบกว่า ร่าง รธน.ฉบับนี้ เป็นอย่างไร และทาง กรธ.คิดอย่างไร เพื่อจะได้เข้าใจถูกต้อง
เพราะถ้าไปอ่านตัวร่าง รธน.กำลังพลอาจมีความสับสน
ตอนนี้ยังไม่ได้มีการแบ่งสายไปอบรมที่ใด เพราะยังอยู่ในช่วงปรับเนื้อหาร่าง รธน.อยู่ หากมีหน่วยงานใดเชิญทาง กรธ.ไปให้ความรู้ทางเราก็ยินดีไปทุกที่
สำหรับข้อเสนอแนะจากแม่น้ำ 5 สายนั้น ขณะนี้ จะจัดลำดับข้อเสนอแนะเรียบร้อยแล้ว จากนั้น ก็จะนำมาพิจารณาและนำเอาไปปรับปรุงในร่าง รธน.
โดยกรธ.ได้พิจารณาทุกข้อเสนอแนะทั้งหมด ส่วนคำวิพากษ์วิจารณ์ของฝ่ายการเมืองนั้น ตนก็ได้ชี้แจงกับกำลังพลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นที่มานายกรัฐมนตรี ที่มา ส.ว. ซึ่งตนก็จะชี้แจงเหมือนกันทุกที่
ส่วนหน่วยงานบางแห่งก็ชี้แจงในหมวดอื่น สุดแล้วแต่ว่ากลุ่มคนฟังจะติดใจประเด็นอะไร ทางกรธ.จะชี้แจงในประเด็นนั้น
อย่างไรก็ตาม กองทัพบกไม่ได้ติดใจในเนื้อร่าง รธน.ในหมวดใด
เมื่อถามว่า กำลังพลได้สอบถามประเด็นอะไร นายมีชัย กล่าวว่า มีกำลังพลมาสอบถามข่าวลือต่างๆ ที่ประชาชนสงสัย เพราะได้ยินมาเป็นอย่างนี้ เป็นเพราะอะไร ตนก็อธิบายให้กำลังพลเข้าใจถึงความเป็นจริง
ส่วนการที่ทหารเป็นหน่วยงานของรัฐที่ต้องไปทำความเข้าใจกับประชาชนถึงร่าง รธน.ได้ฝากแนวทางเกี่ยวกับการลงประชามติอย่างไร นายมีชัย กล่าวว่า ตนก็ฝากไว้ว่าจะต้องมีความเข้าใจให้ถูกต้อง อย่าไปฟังอะไรที่ผิดๆ ถ้าสงสัยก็ให้มาถามได้ อย่าไปลือกัน เพราะทุกอย่างมีคำตอบสามารถอธิบายได้ทั้งหมด
ในวันนี้กองทัพบกได้เชิญ กรธ.เพื่อมาชี้แจงทำความเข้าใจให้กับกำลังพล เพื่อลงไปทำความเข้าใจกับประชาชน โดยสิ่งสำคัญอยากให้ประชาชนใช้สิทธิ์ลงประชามติให้เป็นจำนวนมาก เพื่อจะได้เป็นเสียงของประชาชน และจากนี้ จะมีการเชิญ กรธ.ไปอบรมหน่วยทหารใดก็ขึ้นอยู่กับ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ซึ่งไม่เน้นกำลังพลอย่างเดียว แต่จะไปให้ความรู้กับครูนักศึกษาวิชาทหารและนักศึกษาวิชาทหาร (นศท.) ที่ทำหน้าที่ รด.จิตอาสา เพื่อต้องการให้ประชาชนเข้าใจมากที่สุด
ทั้งนี้ หากมีโอกาสต่อไปทางกองทัพบกอาจจะเชิญนายมีชัย ไปชี้แจงสาระสำคัญร่าง รธน.ตามกองทัพภาคต่างๆ
อย่างไรก็ตาม พล.อ.ธีรชัย ได้มอบนโยบายอย่างชัดเจนในการสร้างการรับรู้กับประชาชน ซึ่งกำลังพลจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญก่อน

โฆษก กอ.รมน. แจง 51ปี กอ.รมน. 89,000 อัตรา ดูแลทั่วประเทศ ส่วนใหญ่อยู่ชายแดนใต้

โฆษก กอ.รมน. แจง 51ปี กอ.รมน. 89,000 อัตรา ดูแลทั่วประเทศ ส่วนใหญ่อยู่ชายแดนใต้ เผยปรับโครงสร้าง กอ.รมน.ใหม่ ไม่ยุบ ศอ.บต. เพิ่มหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย ให้ กอ.รมน. เผยจับตากลุ่มเคลื่อนไหวต่างๆ
พล.ต.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เปิดเผยในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา กอ.รมน. ว่า กอ.รมน. เป็นหน่วยงานด้านความมั่นคง ก่อตั้งเมื่อปี 2508 มีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงภายใน ผ่านวิวัฒนาการของหน่วยมาหลายยุคหลายสมัย
จนกระทั่งล่าสุดเมื่อ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 19 ก.พ.51 ได้ปรับอำนาจหน้าที่ กอ.รมน. ให้เป็นหน่วยงานอำนวยการ ประสานงาน ในลักษณะการบูรณาการด้านความมั่นคง รองรับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ด้านต่างๆ
ปัจจุบันบรรจุข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร ที่มาช่วยปฏิบัติราชการภายใต้โครงสร้างและอัตราเฉพาะกิจ ประจำปี รวมจำนวนกว่า 89,000 อัตรา ครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศ
นอกจากนั้น กอ.รมน. ได้ดำเนินงานเฉพาะหน้าตอบสนองและสนับสนุนนโยบายรัฐบาลคือ 1) การเสริมสร้างการรับรู้ผลงานรัฐบาลในด้านต่างๆ ให้เห็นว่า การดำเนินงานทั้งปวงของรัฐบาลนั้นเพื่อประชาชนและประเทศชาติ อันจะนำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน
2) การร่วมรณรงค์เพื่อเสริมสร้างความรัก ความสามัคคีของคนในชาติ
3) การร่วมเสริมสร้างการรับรู้เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อรณรงค์ตามกรอบคำแนะนำของ กกต. ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิให้มากที่สุดก่อนการลงประชามติ ซึ่งจะเป็นการสะท้อนมติมหาชนที่แท้จริง โดยไม่มีการชี้นำในทางการเมืองด้านใดด้านหนึ่ง
4) การสนับสนุนส่วนราชการและภาคเอกชนร่วมกันแก้ไขปัญหาอันเกิดจากผลกระทบของภัยแล้ง ได้แก่ การขุดลอกคูคลอง การกำจัดผักตบชวา การร่วมมือกันประหยัดน้ำ การปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย ฯลฯ
5) การร่วมป้องกันการแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่
ทั้งหมดตามที่กล่าวมานี้จะดำเนินงานผ่านกลไกคือ กอ.รมน.ภาค, ส่วนแยก และจังหวัด ไปยังเครือข่ายทั้งปวงที่มีอยู่ในรูปแบบและโอกาสต่างๆ
สำหรับความคืบหน้าการปรับโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ กอ.รมน. ในอนาคตจะมีการเพิ่มอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาเสาธารณภัย
ส่วนการบูรณาการ กอ.รมน. กับ ศอ.บต. เพื่อให้เกิดเอกภาพและประสิทธิภาพต่องานการแก้ไขปัญหาในลักษณะใดนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่มีอยู่ เพื่อให้เกิดความรอบคอบในการดำเนินงานต่อผลสัมฤทธิ์ของงานที่ร่วมกันแก้ไขปัญหาในพื้นที่ จชต.
ทั้งนี้ ยืนยันว่า จะไม่มีการยุบหน่วยงาน ศอ.บต. และจะไม่ส่งผลกระทบต่อแผนงาน โครงการและงบประมาณที่กำลังดำเนินงานอยู่ โดยเฉพาะผลที่คาดว่าจะได้รับต่อประชาชนในพื้นที่ จชต.
เมื่อถูกถามเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นของคณะสงฆ์กลุ่มต่างๆ โฆษก กอ.รมน. กล่าวว่า ในเรื่องที่เกี่ยวกับมิติของศาสนาถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกและศรัทธาของศาสนิกชน ทุกฝ่ายควรระมัดระวังการแสดงความเห็นเฉพาะฝ่ายเดียวในทุกช่องทาง
ในส่วนของรัฐบาลโดย พลเอกประยุทธ์ นายกฯ/ ผอ.รมน. มีดำริให้ทุกฝ่ายพยายามทำความเข้าใจ ลดการขยายความเห็นต่าง และหาทางออกร่วมกันให้ได้ข้อยุติ
สำหรับมุมมองของฝ่ายความมั่นคงนั้น ถ้าหากปรากฏการรวมพลังเคลื่อนไหวในรูปแบบต่างๆ อาจเข้าข่ายสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดกฎหมายที่มีอยู่เดิม และกฎหมายใหม่ที่มีผลบังคับใช้แล้ว

บิ๊กตู่ เผยถูก" อ.น้อง"ทวงวาเลนไทน์ ถามว่าวันอาทิตย์ที่ผ่านมาวันอะไร ผมก็ลืมเลยไม่ได้อวยพร

บิ๊กตู่ เผยถูก" อ.น้อง"ทวงวาเลนไทน์ ถามว่าวันอาทิตย์ที่ผ่านมาวันอะไร ผมก็ลืมเลยไม่ได้อวยพร ไปนึกออกก็ตอนอยู่ญี่ปุ่น จึงส่งข้อความว่าวันวาเลนไทน์ ก็รักลูก รักภรรยา บางที่วันเกิดตัวเองหรือวันเกิดภรรยา ผมก็ลืม.....ยันไม่ต้องการอะไรจากประชาขน ไม่ต้องการสืบทอดอำนาจเพียงแต่ต้องการสืบทอดอำนาจปชช.ในทางที่ถูกต้องและขับเคลื่อนประเทศอย่างสร้างสรรค์
ที่เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ กล่าวว่า ผมเดินทางไปปฏิบัติภาระกิจที่ประเทศสหรัฐฯ มาเมื่อไปถึงก็ต้องเคารพกฎหมาย
เท่าที่สังเกตไม่เห็นมีความวุ่นวายอะไรเกิดขึ้นซึ่งจะเห็นว่าหากประชาชนไม่วุ่นวายเจ้าหน้าที่รัฐก็สามารถทำงานได้เมื่อทำได้ก็ไม่หงุดหงิด ไม่มีการเรียกรับเงินซึ่งในประเทศไทยก็มีตำรวจที่ดีจำนวนมาก มีเพียงไม่กี่คนที่ไม่ดีส่วนประชาชนก็ไปจ่ายเงิน สมยอมเจ้าหน้าที่ ซึ่งผิดทั้งคู่ทำให้ภาคข้าราชการเสียหายเพราะฉะนั้นอย่าไปทำเราต้องทำด้วยความยุติธรรมส่วนรัฐบาลพยายามปรับปรุงกฎหมาย
"ยืนยันว่าไม่ต้องการอะไรจากประชาขน ไม่ต้องการสืบทอดอำนาจเพียงแต่ต้องการสืบทอดอำนาจประชาชนในทางที่ถูกต้องและขับเคลื่อนประเทศอย่างสร้างสรรค์ ไม่ให้มีความขัดแย้งเกิดขึ้นอีกนี่คือสิ่งที่รัฐบาลตั้งใจ
"ผมไปอเมริกาตั้งหลายวันกลับมาทำไมปัญหาประเทศไทยยังเยอะอยู่เหมือนเดิม รัฐบาลทำมาตั้ง2 ปี ยังแก้ไม่หมดอีก"
ผมเคยพูดกับต่างประเทศว่าประเทศไทยมีความรู้สึกเยอะมีความละเอียดอ่อน พอเกลียดใครก็เกลียดเร็ว และรุนแรงพอรักใครก็รักแรง เรียกได้ว่าฉันรักของฉันเสียอย่างคนไทยชอบความรู้สึก
วันนี้เราต้องใช้ความหัวใจ และสติปัญญาด้วยจะใช้หัวใจอย่างเดียวไม่ได้
ช่วงวาเลนไทน์ ผมไม่ได้อยู่เสียด้วยผมเตือนไว้แล้วว่าใครทำบาปช่วงวาเลนไทน์ ขอว่าอย่าไปรังแกกันเพราะชาย หญิง เท่าเทียบกัน เราทุกคนต้องอยู่กันอย่างมีคุณค่ามีคุณธรรม
ผมกลับมาทีหลังก็ขออวยพร และมาส่งความรักให้อีกครั้งหลังวาเลนไทน์ แต่อย่าคิดว่ารัฐบาลทำให้เพียงวันเดียวผมมีวันวาเลนไทน์ให้เสมอทุกวันเพราะว่าท่านไม่แข็งแรงเพียงพอผมจึงต้องให้ความรักเสมอทุกวันความสุขก็ให้ได้ทุกวัน ไม่เฉพาะวันสำคัญต่างๆวันนี้วันสำคัญผมไม่มีให้คนอื่น ผมมีให้ท่านเท่านั้น จริงๆไม่ได้ปากหวาน
"ที่ผ่านมาภรรยาผมก็เตือนว่าวันอาทิตย์ที่ผ่านมาวันอะไรผมก็ลืมเลยไม่ได้อวยพร จะไปนึกออกก็ตอนอยู่ประเทศญี่ปุ่น จึงส่งข้อความว่าวันวาเลนไทน์ ก็รักลูก รักภรรยา บางที่วันเกิดตัวเองหรือวันเกิดภรรยา ผมก็ลืม แต่วันนี้เป็นวันเกิดของพวกท่านคือเกิดประชารัฐ คือวันที่ 19 ก.พ. ที่เราจะช่วยกันเข้มแข็งอย่างรวดเร็ว"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ที่พูดไปไม่ได้อยากอยู่ หรือเพื่อมีอำนาจเพียงแต่ต้องการให้ประชาชนแข็งแรง ตนเองจะได้ไปนั่งเป็นลุงเป็นปู่ดูประชาชนมีความสุข ดูการพัฒนาของประเทศไทย

นายกฯ สะกิด บางคน จ้อสื่อฝรั่ง ขอให้น้อยๆลง หยุดโจมตี พูดเรื่องปชต.-สิทธิมนุษยชน/

นายกฯ สะกิด บางคน จ้อสื่อฝรั่ง ขอให้น้อยๆลง หยุดโจมตี พูดเรื่องปชต.-สิทธิมนุษยชน/
ยันรับใช้แผ่นดินเกิด ไม่ได้ต้องการอะไร
เปรย ทุกครั้งที่ผมเจอประชาชนรู้สึกมีความสุข เผยเวลาอื่น ผมอาจจะหน้างอ เป็นธรรมชาติของผม อารมณ์เสียบางเวลา บางครั้งก็แกล้งอารมณ์เสีย แกล้งดุไปบ้างแต่แกล้งไปแกล้งมากลายเป็นจริงๆ"/เปิดปฏิบัติการประชารัฐ เข้มแข็งด้วยตัวเอง อย่าให้การเมือง-ความขัดแย้ง มาทำลายโอกาสประเทศ เตือนกำนัน-ผญบ.อย่ากังวลให้มากเรื่องกระจายอำนาจ พร้อมขอปชช.อย่าใจร้อน เพราะต้องแก้ปัญหาหลายล้านเรื่อง พลาดให้มีการทุจริตไม่ได้
ที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีเปิดปฏิบัติการ "โครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ" โดยมี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก
นายกฯ กล่าวว่า วันนี้เราถือว่าร่วมมือกันในการเดินหน้าประเทศเพราะเราหยุดมานานแล้ว ในการเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลาง ขณะที่ใส้ในของพี่น้องประชาชนยังต้องมีการพัฒนาอีกมาก ที่จะให้มีรายได้ที่พอเพียงในการดูแลครอบครัว เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกวันนี้ต้องเกิดความเข้าใจกัน
"ทุกครั้งที่ผมเจอประชาชนรู้สึกมีความสุข ซึ่งเวลาอื่น ผมอาจจะหน้างอ เป็นธรรมชาติของผม อารมณ์เสียบางเวลา บางครั้งก็แกล้งอารมณ์เสีย แกล้งดุไปบ้างแต่แกล้งไปแกล้งมากลายเป็นจริงๆ"
"สิ่งที่ผม ทำให้ท่านไม่ใช่เป็นการหลอกลวง มาบังคับ เพราะผมไม่ได้ต้องการอะไรจากประชาชนทั้งสิ้น แต่รับใช้ผืนแผ่นดินเกิดผืนนี้ สร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชน โดยเข้มแข็งที่ตัวเองก่อน
สำคัญสุดอย่าทำลายโอกาสที่เราเป็นศูนย์กลางอาเซียนให้หายไป จนกลายเป็นวิกฤตแทน ด้วยความขัดแย้ง ด้วยการเมือง เราต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง รัฐบาลเป็นเพียงผู้ชี้นำ ท่านต้องรับฟังรัฐบาลด้วยความเชื่อใจ อย่างเรื่องเงินกองทุนต่างๆก็หมดเงินไปมาก อย่างกองทุนหมู่บ้าน 5 ล้านบาท รู้สึกดีใจที่เงินไปถึงประชาชนโดยตรง แม้จะมีปัญหาอยู่บ้างแต่ก็จะมาแก้ไข หาวิธีการอื่นมาทดแทน
นายกฯ กล่าวต่อว่า อย่าหาว่า ผมพูดเยอะ จู้จี้ เพียงแต่ต้องการให้มองในทุกมิติ มองประชาชนในทุกภาคส่วน ไม่ใช่เลือกดูกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
"เหมือนที่พูดไว้ในเพลง เพราะเธอประเทศไทย ที่พูดถึงสองมือ ที่มีอยู่สิบนิ้ว และทุกนิ้วสำคัญหมด และทุกคนก็คือประชารัฐทั้งหมด การทำอะไรก็ตามต้องคำนึงถึงประชาชนในประเทศเป็นพื้นฐาน รัฐบาลต้องคิดแบบนี้ ประชาชนคือส่วนหนึ่งของรัฐบาลการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไม่มีใครรู้ปัญหาได้ดีเท่ากับตัวท่านเอง ว่ายังมีอะไรที่จำเป็นแล้วมาแก้กันตรงนี้ "
โดยรัฐบาลส่งเสริมให้ทุนให้ความรู้ และเมื่อวันหน้าท่านเข้มแข็งแล้วจะกลายเป็นการกระจายอำนาจอย่างถาวร อย่าไปกังวลเรื่องกระจายอำนาจต่างๆ บรรดากำนันผู้ใหญ่บ้านอย่าไปกังวล เอาประชารัฐให้รอดก่อน ประเทศไทยมีการบูรณาการมากี่รัชกาลแล้ว ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่นต้องเชื่อมโยงกันทั้งหมด
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ข้างล่างจำนวนกว่า 40 ล้านคนทำการเกษตร ดูเหมือนว่ายิ่งทำยิ่งเป็นหนี้ ไม่มีการพัฒนาไปในทางที่แข็งแรงขึ้นขขอให้เข้าใจว่า รัฐบาลไม่สามารถเอาเงินทั้หมดไปทุ่มให้กับใครคนใดคนหนึ่งได้ เพื่อหวังผลอะไรสักอย่าง มันไม่ใช่ แต่เป็นการหวังผลให้ประเทศนี้มีเกียรติยศและศักดิ์ศรี ชาวไร่ชาวนาลืมตาอ้าปากได้ พุดกับใครได้อย่างเต็มปาก ทุกคนอยากมีเงินกันหมด เพราะมีเงินแล้วพูดเสียงดังได้ มีเงินแล้วพูดได้อยู่คนเดียว มีเงินแล้วนำคนอื่นไปในทางที่เสียหาย เราต้องนำตัวเราเอง เจริญเติบโตแข็งแกร่งไปด้วยกัน
วันนี้รัฐบาลทำทุกอย่างดูได้จากการทำงานแม่น้ำ 5 สาย เพื่อให้ทันต่อโลกทันต่อเหตุการณ์ เข้าใจว่ารัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่ ข้าราชการ
"เขาก็ต้องมีระเบียบวินัยในการควบคุมเรื่องการทุจริต ความไม่โปร่งใสก็ไปว่ากันมา แต่ไม่ใช่มันเลวทั้งหมด แต่มันก็คงไม่ใช่ดีทั้งหมดเหมือนกัน ต้องขจัดการทุจริตคอรัปชั่นออกไปให้ได้ ผมก็สบายใจที่รัฐมนตรีบอกว่าจะช่วยกันดูแล มีการตรวจสอบกันเอง ซึ่งก็อย่าพลาดก็แล้วกัน ทำให้บางอย่างรัฐบาลทำช้า เพราะมันพลาดไม่ได้"
"เพราะมันมีผู้ไม่หวังดีอยู่หลายส่วน วันนี้เราเข้ามาแก้ไขปัญหาที่มันติดขัด ความขัดแย้ง ถ้าทุกคนเข้มแข็ง มีเสียง มีที่ยื่น แต่ถ้าประเทศไทยทะเลาะกันแบบนี้ก็จะไม่มีที่ยืนในประชาคมโลกอีกต่อไป เพราะเราทำมันเองทั้งสิ้น "
"เวลาผมไปต่างประเทศจะไม่พูดอะไรที่เสียหาย แต่มีบางคนไปพูด ผมก็ต้องไปสู้เขา ว่าที่พูดมาทั้งหมดมันไม่ใช่ ให้เชื่อในสิ่งที่ผมพูด เพราะผมทำให้เห็น ผมไม่ได้กล่าวถึงใครทั้งสิ้น ไปคิดกันเอาเอง
วันนี้ทุกเรื่องที่ออกไปเสียหาย ที่ไม่ได้มาจากพวกเรา แต่มาจากใครไม่รู้ พูดเสมอ เรื่องประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน เรื่องสิทธิมนุษยชนมันมีอยู่เส้นบางๆระหว่างกัน ในเรื่องการละเมิดกฎหมาย กับการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ดูเหมือนเส้นเดียวกันแต่มันไม่ใช่ การบังคับใช้กฎหมายก็ต่อเมื่อมีคนทำผิดกฎหมาย เพราะกฎหมายทำให้ประชาชนเท่าเทียมกัน ทุกคนใช้กฎหมายอันเดียวกัน รัฐบาลก็ต้องทำหน้าที่นั้นในการอำนวยความเป็นธรรรมให้กับทุกคน โดยใช้กฎหมายอันเดียวกันหมด ถ้าทุกคนเชื่อในกฎหหมายก็จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมถ้ายังขัดแย้งหรือทำผิดกฎหมายอยู่มันไปไม่ได้ทั้งสิ้น ก็ขอให้ระมัดระวังตรงนี้ ผมไม่อยากไปใช้อำนาจกับใครทั้งสิ้น แต่กฎหมายก็คือกฎหมาย" นายกฯกล่าว
นายกฯ กล่าวต่อว่า ที่พูดมปมไม่ได้กลัวท่านโกรธ เพราะท่านโกรธผม ไม่ได้อยู่แล้ว ท่านจะว่า ผมอย่างไรก็รับได้หมด เพราะผมกำลังทำให้กับประเทศชาติ ใครไม่เข้าใจก็บอกมาจะแก้ให้หมด
"ผมฟังทุกวันที่ท่านพูดในหนังสือพิมพ์ พูดกับสื่อฝรั่ง ขอให้ท่านพูดน้อยๆหน่อย มีอะไรก็ส่งหนังสือมา เขียนจดหมายมาเลย ตนรับอ่านทั้งหมด หรือไปร้องที่ศูนย์ดำรงธรรม อย่าติติงรัฐบาลมากว่าทำอะไรไม่เสร็จสักที "
รู้หรือไม่สองปีที่ผ่านมา มีปัญหาที่ร้องเรียนกว่า 3 ล้านกว่าเรื่องแล้วมันจะทำเสร็จไหม ก็แก้ไปแล้วเสร็จกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือหนักๆทั้งนั้น ทั้งเรื่องกฎหมายที่ซ้ำซ้อน ความทุจริต ความไม่โปร่งใส และได้ออกกฎหมายและได้แก้ไขกว่า 400 ฉบับเพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน

บิ๊กตู่ บ่น ทั้งชีวิตไม่เคยโดนฟ้อง แต่เป็นนายกฯถูกฟ้องยึดอำนาจ ลั่น ยึดมาทำให้ประชาชน




บิ๊กตู่ บ่น ทั้งชีวิตไม่เคยโดนฟ้อง แต่เป็นนายกฯถูกฟ้องยึดอำนาจ ลั่น ยึดมาทำให้ประชาชน ยันไม่อยากใช้อำนาจทำลายล้างใครทั่งสิ้น หวั่น ผมไป ก็ตามไล่ล่ากันอีก ยันผมมายืนตรงนี้ ผมไปข่มเหงใครบ้าง/ปลุก ร่วมมือประชารัฐให้ออกผล/ นายกฯเผย สั่งกรมประชาสัมพันธ์ พิมพ์หนังสือ รวบรวมปรับพฤติกรรมด้านการปลูกพืช หมักปุ๋ยต่างๆ แจกทุกจังหวัดยันต้องใจถึงใจมองตารู้กัน ยึดแนวประชารัฐ ย้ำ จำเป็นต้องวางยุทธศาสตร์ 20 ปี หวังสร้างชาติเข้มแข็ง ใครจะเปลี่ยนต้องมีเหตุผลดี ขออย่าตกใจเศรษฐกิจตก ชี้ ไทยตกน้อยสุด
พลเอกประยุทธ์ นายกฯ กล่าวว่า เศรษฐกิจในวันนี้ต้องแก้ปัญหาในอดีต ทำวันนี้เพื่อวางอนาคตในวันหน้า นี่คือภาระรัฐบาลนี้ โดยแก้จากล่างขึ้นบนวางยุทธศาสตร์ 20 ปี หากใครที่คิดว่าสิ่งที่รัฐบาลทำวันนี้ทำเพื่อตน ก็รู้สึกเสียใจ ซึ่งตนได้ทำเพื่อพวกท่าน วันนี้ต้องสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง ให้มีรายได้เพียงพอ สร้างบ้านให้เข้มแข็ง หากจะเปลี่ยนแปลงอะไรในสิ่งที่ได้ทำวันนี้จะต้องมีเหตุผลให้ดี ส่วนเรื่องเงินกองทุนคงต้องขอเวลารัฐบาลหาเงิน แล้วอย่าไปตกใจกับเศรษฐกิจที่ตก ซึ่งตัวเลขเศรษฐกิจไทยถือว่าตกน้อยสุดกว่าน้อยสุดกว่าประเทศอื่น เพราะเราช่วยกัน สำหรับเงินกองทุน 5 แสนบาท อาจน้อยสำหรับพวกท่านแต่เมื่อคูณจำนวนแล้ว รัฐบาลก็อ่วมเหมือนกัน
ขอย้ำว่ารัฐบาล ข้าราชการ ประชาชน เอ็นจีโอ ทุกคนต้องเอาเป้าหมายประเทศชาติมาก่อน ต้องรู้หน้าที่ของตัวเอง ส่วนการปรับผังเมืองนั้นรัฐบาลไม่ต้องการให้ใครเดือดร้อน แต่ต้องการพัฒนาให้ดีขึ้น และอย่าไปกลัวทุกอย่างต้องทำประชามติ ประชาพิจารณ์
ทั้งนี้เรื่องแนวคิดให้เช่าที่ดิน 100 ปี 90 ปี ไม่ใช่เราจะขายแผ่นดินให้ต่างชาติ ตนรักษามาทั้งชีวิตการให้เขาเช่าเพื่อให้ในพื้นที่เศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดงานเกิดอาชีพ ไม่ได้เช่าแล้วครอบครองทั้งประเทศ
วันนี้สัญญาระหว่างรัฐบาล คนไทยด้วยกัน จะอยู่ที่ไหนคนไทยทั้งสิ้น เคยฟังหรือไม่จะอยู่ภาคไหนก็ไทยด้วยกัน ไม่ใช่ฟังแต่ขอใจแลกเบอร์โทร
เราต้องทำอะไรให้เป็นเรื่องเป็นราว ไม่ใช่หาเรื่องหาราว นี่คืออนาคตของพวกท่าน ทำนิ้วให้มันครบ บางคนมีห้านิ้วแต่เหลือนิ้วเดียวคือนิ้วแห่งความขัดแย้ง มันจะได้อะไรขึ้นมาตอนนี้ ผมไม่เข้าใจ
"ในชีวิต ผมไม่เคยถูกฟ้อง แต่วันนี้มีคนมาฟ้องผม ข้อหายึดอำนาจ ตลกดี บอกเลยที่เอามาก็เอามาทำให้พวกท่านทั้งสิ้น"
ประเทศไทยคือศูนย์กลางแห่งภูมิภาค นั่นคือศักยภาพที่เรามีอยู่แล้ว ต่างประเทศเขาพูดว่าประชาธิปไตยก็เดินไปตามโรดแมป ผมพูดแบบนี้ โรดแมพ ผมมี ประชาธิปไตย ผมไม่ขัดแย้ง
ส่วนเรื่องสิทธิมนุษยชนกับการทำผิดกฎหมายคนละเรื่องกันอย่าเอามารวมกัน ฉะนั้นถ้าทำผิดกฎหมายแล้วเจ้าหน้าที่จับกุมอย่ามาร้องว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน
อย่าให้ใครมาชี้นำพวกท่านในทางที่เสียหายและวันนี้ตนได้ชี้นำอะไรให้ใครเสียหายหรือยัง ที่มายืนตรงนี้รบกวนใครหรือ ชวนไปรบกับใครหรือยัง มีใครเดือดร้อนกับการที่ ผมมายืนตรงนี้ ผมไปข่มเหงใครบ้าง
วันนี้เรารบกับตัวเองต่อสู้กับความยากจนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นพระมหากษัตริย์ที่ทำสงครามกับความยากจนมาตลอด วันนี้พวกเราจะทำให้พระองค์ท่านไม่ได้หรือ ทำไมไม่ทำให้พระองค์ท่านทรงมีความสุข
นายกฯ เผยว่า ตอนนี้กำลังทำหนังสือเล่มหนึ่งที่รวบรวมการปรับพฤติกรรมด้านการปลูกพืช หมักปุ๋ยต่างๆ โดยให้กรมประชาสัมพันธ์รวบรวมมา และจะแจกจ่ายลงสู่จังหวัด อีกประมาณสิบกว่าวันหนังสือเล่มนี้จะออกแล้ว
ทั้งนี้เกษตรกรที่ปรับเปลี่ยนวิธีการปลูกพืชวันนี้มีตัวอย่างการสร้างรายได้ให้ตัวเองจำนวนไม่น้อย วันนี้ควรต้องจับกลุ่มกับปลูกพืชและแลกเปลี่ยนก่อนนำส่งสู่ตลาดแปรรูป ไม่ได้หมายความว่าให้เลิกปลูกข้าวหันมาปลูกแห้วมันเป็นไปไม่ได้ แต่ปลูกได้แค่ไหนก็แค่นั้น เพื่อให้อยู่ได้
โดยหนังสือเล่มดังกล่าวคงจะมีเล่มต่อๆไปตามมาอีก และขอให้อ่าน วันนี้ต้องใจถึงใจมองตารู้กัน ช่วยกันตามแนวประชารัฐสร้างความไว้ใจซึ่งกันและกัน
“ผมไม่อยากใช้อำนาจทำลายล้างใครทั้งสิ้น มันทำลายกันมาพอแล้ว หวังว่าประชารัฐจะออกดอกออกผล
วันนี้ต้องวางผังประชารัฐให้ดีเพื่อให้ออกผลในวันข้างหน้า ให้ทุกคนมีความสุขเร็วที่สุด ไม่ใช่ผ่านมากี่รัฐบาลก็นำร่องๆ ที่ผ่านมานำไม่รู้กี่ร่องแล้ว หมดเงินไปเท่าไรไม่รู้ มีทั้งต้นแบบออกแบบ แต่ไม่ออกลูกเสียที ถ้าเป็นประชารัฐจะเกิดความเข้มแข็ง ใครก็เอาอำนาจของตัวเองไปไม่ได้” นายกฯ กล่าว

นายกฯ ขอไม่ยุ่ง เรื่องพระ กลัวถูกพาตกน้ำไปด้วย เปรียบผมเป็นแค่ คนส่งเรือข้ามฟาก

นายกฯ ขอไม่ยุ่ง เรื่องพระ กลัวถูกพาตกน้ำไปด้วย เปรียบผมเป็นแค่ คนส่งเรือข้ามฟาก มันก็มีทั้งพวกเรือล่ม และคนไม่พายวันนี้ต้องช่วยกันพาย เพราะเป็นแพขนาดใหญ่แล้วทุกคนในประเทศขึ้นแพลำเดียวกันแล้ว ขออย่าทำวิกฤติให้เป็นวิกฤติมากกว่าเดิม หวั่นเดี๋ยววันหน้า ผมไป ก็มาตามไล่ล่ากัน
พลเอกประยุทธ์ นายกฯ กล่าวว่า ตอนอยู่ที่สหรัฐฯตนเองก็รู้สึกเป็นห่วงเรื่องพระ เรื่องน้ำ
"จึงขอร้องว่าวันนี้อย่าทำวิกฤติให้เป็นวิกฤติมากกว่าเดิม อะไรที่เป็นปัญหาก็ช่วยกันแก้ไปหากทุกอย่างเป็นปัญหาแล้วให้ผมแก้เพียงคนเดียวมันก็ไม่ถูกใจคนทั้งหมด ก็ตีกันอยู่ทุกวัน แล้วมันจะเดินหน้าไปได้หรือจึงขอให้ประชารัฐเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาประเทศ"
นายกฯ กล่าวว่า วันนี้เรื่องวัด เรื่องพระก็ว่ากันไป ผมไม่ขัดแย้งกับพวกท่าน เดี๋ยวมีเรื่องอีก
"ผมเป็นแค่ คนส่งเรือข้ามฟาก มันก็มีทั้งพวกเรือล่ม และคนไม่พายวันนี้ต้องช่วยกันพาย เพราะเป็นแพขนาดใหญ่แล้วทุกคนในประเทศขึ้นแพลำเดียวกันแล้ว อย่าพา ผมตกน้ำไปด้วย เดี๋ยววันหน้า ผมไป ก็มาตามไล่ล่ากัน"
อย่างไรก็ตาม เราถือว่าเป็นคนส่วนน้อยในโลกใบนี้ซึ่งในโลกมีทั้งพัฒนาแล้ว กำลังพัฒนา และด้อยพัฒนาไทยเองถือว่าเป็นประธานในประเทศที่กำลังพัฒนา (จี 77) เราต้องดำเนินการตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและนำประชารัฐไปขับเคลื่อนร่วมด้วยซึ่งไทยเราเป็นประเทศเกษตรกรรมพืชใดใช้ต้นทุนสูงบางทีผลประโยชน์ตกอยู่กับนายทุนและพ่อค้าคนกลาง
วันนี้นายทุนต้องไม่เอาเปรียบประชาชนซึ่งรัฐบาลก็ออกกฎหมายช่วยด้วยอีกทางหนึ่งแต่คนไทยไม่ชอบกฎหมายวันนี้เราต้องเอากฎหมายมาทำประโยชน์ให้ประชาชนไม่ใช่ให้ประชาชนต่อต้าน