PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

‘ชลรัศมี’ ลาออก กก. 2 บ.พีอาร์ ‘สื่อสายรุ้ง-งาทวีสุข’ - โอนหุ้น’เกลี้ยง

บ.สื่อสายรุ้ง-งาทวีสุข’ ส่งหนังสือแจ้งกรมพัฒนาธุรกิจ ‘ชลรัศมี’ ลาออก กรรมการ ธุรกิจพีอาร์ ‘โอนหุ้น’ เกลี้ยง  ก่อนหน้า ถือครองแห่งละ 25-30%
PIC chonchon 1 11 59 1
สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รายงานว่า  เมื่อวันที่ 26 ต.ค.2559  และวันที่ 27 ต.ค.2559  นายชาญชัย งาทวีสุข กรรมการผู้มีอำนาจ  บริษัท สื่อสายรุ้ง จำกัด และ บริษัท  งาทวีสุข จำกัด ได้มอบอำนาจให้ น.ส.สมศรี กัลปพงศ์ ผู้รับมอบอำนาจ ยื่นคำขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า  เปลี่ยนแปลงกรรมการ บริษัท สื่อสายรุ้ง จำกัด และ บริษัท  งาทวีสุข จำกัด  โดยแจ้งว่า น.ส.ชลรัศมี งาทวีสุข (พันตรี)  ลาออกจากการเป็นกรรมการทั้งสองแห่งและยังจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ถือหุ้นทั้งสองบริษัทใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า   บริษัท สื่อสายรุ้ง จำกัด  จดทะเบียนวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554  ทุน 1 ล้านบาท ที่ตั้งเลขที่  8 ซอยร่วมจิตต์ ถนนราชสีมา แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร นายชาญชัย งาทวีสุข ถือหุ้นใหญ่ และเป็นกรรมการตั้งแต่ก่อตั้ง  น.ส.ชลรัศมีเข้ามาเป็นกรรมการเมื่อ 30 มิ.ย.2557  และเป็นกรรมการเรื่อยมาร่วมกับ นายชาญชัย งาทวีสุข บิดา  และ นางมณฑารักษ์ งาทวีสุข 
ผู้ถือหุ้น ณ วันที่  30 เมษายน 2559   นายชาญชัย งาทวีสุข 4,000 หุ้น (40 %)   น.ส. ชลรัศมี งาทวีสุข 3,000 หุ้น (30 %)   บุคคลคนในครอบครัวอีก 3 คนๆละ 1,000 หุ้น รวม 10,000 หุ้น
ณ วันที่ 25 ต.ค.2559   นายชาญชัย งาทวีสุข ถือ 8,000 หุ้น   ไม่ปรากฎชื่อ น.สชลรัศมี ร่วมถือหุ้น  (โอนหุ้นให้นายชาญชัย)
ขณะที่ บริษัท งาทวีสุข จำกัด จดทะเบียนวันที่ 15 มีนาคม 2534  ทุน 1 ล้านบาท  ที่ตั้งเลขที่ 72/10 หมู่ที่ 15 ถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี ตำบลบางแม่นาง อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี นายชาญชัย งาทวีสุข ถือหุ้นใหญ่และเป็นกรรมการตั้งแต่ก่อตั้ง ต่อมา 19 ก.ย.2551     น.ส.ชลรัศมี งาทวีสุ เป็นกรรมการเรื่อยมา 
ผู้ถือหุ้น ณ วันที่  29 กรกฎาคม 2558 นายชาญชัย งาทวีสุข  3,000 หุ้น (30%)   น.ส.ชลรัศมี งาทวีสุข  2,500 หุ้น (25%)  บุคคลคนในครอบครัวอีก 3 คน ๆละ 1,500 หุ้น รวม 10,000 หุ้น
ผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 26 ต.ค.2559  นายชาญชัย งาทวีสุข ถือ 7,000 หุ้น  ไม่ปรากฎชื่อ น.ส.ชลรัศมี  ร่วมถือหุ้น  (โอนหุ้นให้นายชาญชัย)
PIC กกชลรศม 1
PIC กกชลรศม 2
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท สื่อสายรุ้ง จำกัด   แจ้งผลประกอบการ
รอบปี 2555 รายได้ 3,080,000 บาท  กำไรสุทธิ 969,064  บาท
รอบปี 2556 รายได้ 23,269,325 บาท กำไรสุทธิ 5,068,226  บาท
รอบปี 2557 รายได้ 52,417,415 บาท กำไรสุทธิ 16,619,427  บาท
รอบปี 2558 รายได้ 70,604,814 บาท กำไรสุทธิ 29,063,211  บาท  สินทรัพย์  63,478,459 บาท หนี้สิน 10,137,135  บาท  กำไรสะสม  52,341,324 บาท
บริษัท งาทวีสุข จำกัด  แจ้งผลประกอบการ
รอบปี 2556 รายได้ 22,028,163 บาท กำไรสุทธิ 4,488,442 บาท
รอบปี 2557 รายได้ 11,008,537 บาท กำไรสุทธิ 1,838,702  บาท
รอบปี 2558  รายได้ 15,808,930  บาท กำไรสุทธิ 5,495,722  บาท   สินทรัพย์ 25,080,692 บาท หนี้สิน  5,679,512 บาท  กำไรสะสม 18,401,179  บาท
รวม 2 บริษัท เฉพาะปี 2558 รายได้ 86,413,744 บาท กำไรสุทธิรวม 34,558,933 บาท

ถอนรากไม่เหลือเหง้า"นักการเมืองโกง"!!!เห็นด้วยก็ยกมือ..."มีชัย"รื้อกม.พรรคการเมือง"โทษประหาร"!

2016-11-02 09:18:54
เมื่อวันที่ 1 พ.ย.59 นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงขั้นตอนการแก้ไขคำปรารภร่างรัฐธรรมนูญเพื่อส่งให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ ว่าจะแก้ไขคำปรารภร่างรัฐธรรมนูญส่งกลับคืนไปที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)ในช่วงเย็นนี้กำหนดเวลานายกรัฐมนตรีนำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯภายใน30วันจะครบวันที่ 10 พฤศจิกายนซึ่งยังมีเวลา
ส่วนที่พรรคการเมือง ประเมินว่าการเลือกตั้ง อาจเกิดขึ้นกลางปี 2560 เร็วกว่าโรดแมปเดิมที่วางไว้ ก็ต้องไปถามพรรคการเมืองเอง แต่ปฏิทินทุกอย่าง ยังเป็นตามกรอบเดิมที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ส่วนการลงพื้นที่ต่างจังหวัด เพื่อรับฟังความเห็นประกอบการร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญจะเสร็จกลางเดือนพฤศจิกายน โดยรูปแบบจะเหมือนตอนชี้แจงเนื้อหาก่อนทำประชามติ ขณะนี้กรธ.กำลังพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองจะให้เสร็จร่างแรกในสัปดาห์นี้ และ สัปดาห์หน้าจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกกต.แล้วจะนำความเห็นจากที่รับฟังพรรคการเมืองและประชาชน มาพิจารณาประกอบอีกครั้ง
“โดยอาศัยจากประสบการณ์ที่ผ่านมาบางเรื่อง เช่น การจ่ายเงินให้หัวหน้าพรรคแลกตำแหน่งรัฐมนตรี ก็จะกำหนดโทษให้แรง ถึงประหารชีวิต ถือเป็นการซื้อขายตำแหน่ง จะวางโทษประหาร สำหรับคนเรียกเงิน ส่วนคนจ่ายให้มีโทษแรงมอบให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)มีหน้าที่ตรวจสอบ ประชาชนสามารถฟ้อง กกต.ได้ จะเขียนในกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ด้วย ถ้าปิดกันได้ก็ปิดไป แต่อย่าให้หลุดออกมา”
เมื่อถามถึงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสมาชิกและคณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง นายมีชัย กล่าวว่ายังพูดถึงเนื้อหากฎหมายพรรคการเมืองไม่ได้มาก ทั้งข้อกำหนดเรื่องระยะเวลาการหาสมาชิก คุณสมบัติกรรมการบริหารพรรค ต้องกำหนดในบทเฉพาะกาล จะเขียนได้ต่อเมื่อเนื้อหาช่วงแรกเสร็จ หลักการทำกฎหมายพรรคการเมืองของ กรธ.คือทำให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ พรรคการเมืองต้องตรงไปตรงมาเป็นที่พึ่งของประชาชน และให้ประชาชนมีส่วนร่วม ทำให้คนทุจริตการเลือกตั้ง ไม่เข้ามามีส่วนกับพรรค

เมื่อถามถึงข้อสังเกตว่า กฎหมายพรรคการเมืองของ กรธ.จ้องลดทอนกำลังพรรคเพื่อไทย (พท.) นายมีชัย ยืนยันว่า เราไม่ได้เขียนเจาะจงใคร ถ้าใครทำผิดก็ต้องโดนลงโทษ ถ้าไม่ผิดก็ไม่โดน คงต้องถามตัวเองกันว่า มีพฤติกรรมแบบนี้หรือไม่

เรียบเรียงโดย....ธิดารัตน์
ที่มา : http://www.jobkhao.com/contents/19890/

วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

จับตา 'บิ๊ก-ทายาทสหพัฒน์' ติดโผรายชื่อ ป.ป.ช.ตั้งไต่สวนคดีมันเส้นจีทูจีเก๊

"..นายบญเกียรติ โชควัฒนา เป็นคู่แฝด นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการเครือสหพัฒน์ นักธุรกิจหมื่นล้าน ที่ดูแลกิจการธุรกิจอุปโภคบริโภคสารพัดผลิตภัณฑ์แบรนด์ดังที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี ขณะที่ นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา เป็นบุตรชายคนโต ของ นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ..
picmmmaaa31 10 16
ในบรรดารายชื่อผู้ถูกกล่าวหาคดีระบายมันเส้นแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) จำนวน 53 ราย ที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ จากผู้ถูกกล่าวหากลุ่มเดิม จำนวน 31 ราย  (ทำให้ยอดจำนวนผู้ถูกกล่าวหาคดีนี้ ปัจจุบันอยู่ที่ตัวเลข 84 ราย) ในชั้นไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org นำมาเปิดเผยล่าสุดในขณะนี้ 
ชื่อของ บริษัท ไทเกอร์ดิสทริบิวชั่นแอนด์โลจิสติคส์ จำกัด  นายบุญเกียรติ โชควัฒนา, นายวิเชียร กันตถาวร,  น.ส.สุรีย์รัตน์ ปิยะอารีธรรม,  นางกอบสุข แสงสวัสดิ์, นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา, นายเวทิต โชควัฒนา  ที่ปรากฎอยู่ในรายชื่อผู้ถูกกล่าวหา 53 รายใหม่ ที่เพิ่มขึ้นมา ไม่ควรถูกมองข้ามอย่างเด็ดขาด 

(อ่านประกอบ : ป.ป.ช.สอบเพิ่ม 53 ราย! คดีระบายมันจีทูจีเก๊ ‘ยรรยง-เครือข่ายเสี๋ยงเปี๋ยง’ ติดโผด้วย)

ทั้งนี้ สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ตรวจสอบข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า บริษัท ไทเกอร์ ดิสทริบิวชั่น แอนด์ โลจิสติคส์ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้ง เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2532 ทุนปัจจุบัน 20 ล้านบาท ตั้งอยู่เลขที่530/1-2 ซอยสาธุประดิษฐ์ 58 ถนนสาธุประดิษฐ์ แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร 
แจ้งประกอบธุรกิจจำหน่ายกล่องกระดาษ/วัสดุหุ้ม/ส่งออกมันสำปะหลัง การให้บริการจัดการคลังสินค้า/บริหารพื้นที่จัดเก็บสินค้า 
ปรากฎชื่อ นาย บุญเกียรติ โชควัฒนา ,  นาย วิเชียร กันตถาวร, นาย ธรรมรัตน์ โชควัฒนา,  นาย เวทิต โชควัฒนา,  นาง กอบสุข แสงสวัสดิ์,  นาย วิริทธิ์พล ชัยถาวรเสถียร , นาย วรชัย ปทุมาภา, และ นาย สุรัตน์ วงศ์รัตนภัสสร เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ 
รายชื่อผู้ถือหุ้น ณ  29 เมษายน 2559  บริษัท ไอ.ดี.เอฟ. จำกัด ถือหุ้นใหญ่สุด 602,000 หุ้น มูลค่า  6,020,000 บาท บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ถืออยู่  398,000 หุ้น มูลค่า 3,980,000 บาท  บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ถืออยู่  300,000 หุ้น มูลค่า 3,000,000 บาท นาย วิเชียร กันตถาวร ถืออยู่ 150,000 หุ้น มูลค่า 1,500,000 บาท นาย วิชชา กันตถาวร ถืออยู่ 125,000 หุ้น มูลค่า 1,250,000 บาท   นาย วีรวิทย์ กันตถาวร ถืออยู่ 125,000 หุ้น มูลค่า 1,250,000 บาท  บริษัท วิทยาสิทธิ์ จำกัด  บริษัท สรีราภรณ์ จำกัด  บริษัท โอ ซี ซี จำกัด (มหาชน) ถืออยู่บริษัทละ 100,000 หุ้น มูลค่าหุ้นบริษัท 1,000,000 บาท 
สำหรับ บริษัท ไอ.ดี.เอฟ. จำกัด ผู้ถือหุ้นใหญ่ จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2516 ทุนปัจจุบัน 90 ล้านบาท ตั้งอยู่เลขที่ 548/21-22 ซอยสาธุประดิษฐ์ 58 แยก 18 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร แจ้งประกอบธุรกิจ ลงทุนในหลักทรัพย์ ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ 
ปรากฎชื่อ  นาง พัชรี สังข์รังสรรค์, นาง นงลักษณ์ เตชะบุญเอนก, น.ส. สุรีย์รัตน์ ปิยะอารีธรรม, นาง ธีรดา อำพันวงษ์, นาย วิชัย กุลสมภพ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ 
รายชื่อผู้ถือหุ้น ณ  28 เมษายน 2559  บริษัท สินภราดร จำกัด ถือหุ้นใหญ่สุด จำนวน  43,150 หุ้น มูลค่า  43,150,000 บาท 
ขณะที่ บริษัท สินภราดร จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2531 จดทะเบียนตั้งเมื่อวันที่ 60 ล้านบาท  ตั้งอยู่เลขที่ 530 ซอยสาธุประดิษฐ์ 58 ถนนสาธุประดิษฐ์ แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร แจ้งประกอบธุรกิจลงทุนในบริษัทฯ ต่าง ๆ รายได้อื่น 
ปรากฎชื่อ นาง ดรุณี สุนทรธำรง,  นาง นิสา จินดาสมบัติเจริญ, นาง วิไล วิศิษฏ์บัณฑิตกุล, น.ส. สัณห์ศศิ วงศ์เจริญวิทยา, นาย ธรรมรัตน์ โชควัฒนา, นาย ทนง ศรีจิตร์, นาย พงษ์พรรธน์ ธนสารศิลป์, นาย บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ 
รายชื่อผู้ถือหุ้น ณ  29 เมษายน 2559 นาย บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานกรรมการกิตติมศักดิ์ เครือสหพัฒน์ ถือหุ้นใหญ่สุด  180,000 หุ้น มูลค่า 18,000,000 บาท 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบญเกียรติ โชควัฒนา เป็นคู่แฝด นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการเครือสหพัฒน์นักธุรกิจหมื่นล้าน ที่ดูแลกิจการธุรกิจอุปโภคบริโภคสารพัดผลิตภัณฑ์แบรนด์ดังที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี 
ขณะที่ นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา เป็นบุตรชายคนโต ของ นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา  ส่วน นายเวทิต โชควัฒนา” เป็นบุตรชายคนที่สองของนายบุณย์เอก โชควัฒนา ผู้มีศักดิ์เป็นพี่ชายคนโตของนายบุณยสิทธิ์ 
ด้วยข้อมูลเหล่านี้ จึงไม่ใช่แปลกอะไรหากคดีระบายมันเส้นจีทูจี จะกลับมาร้อนแรงและอยู่ในความสนใจของสาธารณชนอีกครั้ง  
เพราะตัวละครใหม่ ที่เข้ามาเกี่ยวข้องไม่ธรรมดาเลยจริงๆ 
ส่วนบุคคลเหล่านี้ จะเกี่ยวข้องกับคดีนี้อย่างไร ขั้นตอนไหน และจะสามารถชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้หรือไม่ คงต้องติดตามดูกันต่อไป 

"แจ็ค หม่า - ธนินท์" ประกาศความร่วมมือ "อาลีบาบา-ซีพี" บุกฟินเทคโลก

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 1 พ.ย. 2559 ณ เขตปกครองพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน บริษัท แอนท์ ไฟแนนเชียล เซอร์วิสเซส กรุ๊ป หนึ่งในผู้นำการให้บริการทางการเงินดิจิทัลระดับโลก ในเครืออาลีบาบา กรุ๊ป ประกาศความร่วมมือกับบริษัท แอสเซนด์ มันนี่ กลุ่มบริษัทผู้ให้บริการธุรกิจดิจิทัลในประเทศไทย และอาเซียน 

โดยมี นายแจ๊ค หม่า ประธานอาลีบาบา กรุ๊ป และนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ และประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์เป็นสักขีพยานในการลงนาม

โดยก่อนหน้านี้เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา "ประชาชาติธุรกิจ" ได้เคยรายงานเกี่ยวกับการเจรจาร่วมเป็นพันธมิตรของทั้งคู่ "ซีพีผลึกอาลีบาบารุกฟินเทค" ล่าสุดได้ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการแล้ว



ผนวก"อบจ.-เทศบาลเมือง"ยกเป็น"เทศบาลจังหวัด" ปฏิรูปท้องถิ่นคงเหลือเทศบาลอำเภอ-เทศบาลตำบล

คสช.ถก "มหาดไทย" ส่อยกเลิก "องค์การบริหารส่วนจังหวัด" ผนวก อบจ.เข้ากับเทศบาลเมือง ยกเป็น "เทศบาลจังหวัด" แทน สมาชิกมาจากทั้งเลือกตั้ง-แต่งตั้ง สัดส่วนเท่ากัน พร้อมยกเลิก อบต. คงเหลือเฉพาะเทศบาลจังหวัด เทศบาลอำเภอ เทศบาลตำบล
การปฏิรูปโครงสร้างการปกครองส่วนท้องถิ่นมีแนวโน้มที่อาจจะยกเลิกองค์กรปกครองท้องถิ่นบางองค์กร โดยเฉพาะองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ประชุมหารือพร้อมเชิญตัวแทนกระทรวงมหาดไทย(มท.) เข้าร่วม เพื่อวางแนวทางการยุบโครงสร้างองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ตั้งแต่ อบจ. เพื่อปรับเป็น เทศบาลจังหวัด ส่วนตำแหน่ง นายก อบจ. เปลี่ยนเป็น นายกเทศมนตรีจังหวัด
สำหรับแนวทางในการปฏิรูปโครงสร้างนั้น ให้ยุบเทศบาลเมืองของจังหวัดรวมกับ อบจ. เป็นเทศบาลจังหวัด ซึ่งต่อไปนี้จะมีเพียงเทศบาลจังหวัด เทศบาลอำเภอ เทศบาลตำบล ส่วนองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ให้ยกเลิกไป
สำหรับอำนาจหน้าที่ นายกเทศมนตรีจังหวัด จะไม่ได้มามีส่วนเกี่ยวข้องในการแต่งตั้งโยกย้าย แต่จะเป็นหน้าที่ของ ปลัดสภาจังหวัด โดยสมาชิกจะมาจาก 2 ระบบ คือ มาจากการเลือกตั้ง 50% และแต่งตั้ง 50% ที่มาจาก เทศบาลอำเภอ ตำบล และข้าราชการประจำ
ส่วนข้อเสนอการปฏิรูปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ประกอบด้วย 1.ปฏิรูปท้องถิ่น จากเดิม มี 4 รูปแบบคือ 1.อบต. 2.เทศบาล 3.อบจ. และ 4.รูปแบบพิเศษ กทม.-เมืองพัทยา ให้คงเหลือ 2 รูปแบบ คือ 1.เทศบาล กับ 2.รูปแบบพิเศษ
2.ให้เปลี่ยนแปลงรูปแบบท้องถิ่น อบต.ทั้งหมด เป็นเทศบาลตำบล มีที่ตั้ง 1 ตำบล 1 ท้องถิ่น อบต.ใดที่มีพื้นที่เป็นตำบลเดียวกัน แต่มี 2 อบต. หรือ ตำบลเดียวกัน มีทั้ง อบต.และเทศบาลอยู่ด้วยกัน หรือ ตำบลเดียวกัน มี 2 เทศบาลอยู่ในตำบลเดียวกัน ให้ยุบรวมเป็น 1 เทศบาล ต่อ 1 ตำบล
3.จัดให้เทศบาล มี 3 รูปแบบ คือ 1.เทศบาลตำบล มีที่ตั้ง อยู่ในเขตตำบล นั้น ๆ 2.เทศบาลอำเภอ มีที่ตั้งอยู่ในเขตตำบลที่เป็นที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอ นั้น ๆ 3.เทศบาลจังหวัด มีที่ตั้งอยู่ในเขตตำบลที่เป็นที่ตั้งของศาลากลางจังหวัด หรือเขตเทศบาลเมือง หรือเทศบาลนคร เดิม
4.แบ่งระดับชั้น ขนาดของเทศบาลไว้ 3 ระดับ ดังนี้ 1.เทศบาลตำบล มี 3 ขนาด คือ ใหญ่ กลาง เล็ก 2.เทศบาลอำเภอ มี 3 ขนาด คือ ใหญ่ กลาง เล็ก และ 3.เทศบาลจังหวัด มี 3 ขนาด คือ ใหญ่ กลาง เล็ก โดยแบ่งตาม จำนวนหมู่บ้าน พื้นที่ ประชากร พื้นที่เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และแหล่งท่องเที่ยว ตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการฯ กำหนด
5. อบจ. หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัด ให้เปลี่ยนอำนาจหน้าที่ จากเดิมให้บริการสาธารณะเหมือนท้องถิ่นอื่น เปลี่ยนใหม่ให้เป็นฝ่ายอำนวยการ โดยให้เปลี่ยนชื่อองค์กรใหม่ จัดตั้งเป็น สำนักงานท้องถิ่นจังหวัด............. มีหน้าที่ เป็นฝ่ายอำนวยการให้กับเทศบาล จัดตั้งแยกงบประมาณเป็นกองทุน จัดสวัสดิการ เงินเดือน ค่าตอบแทน ประโยชน์ตอบแทนอื่น การบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น กำกับดูแล ตรวจสอบ รับเรื่องร้องเรียน สอบสวนทางวินัย ฝึกอบรมให้ความรู้ ให้กับข้าราชการท้องถิ่น ในจังหวัดนั้น ๆ และจัดสรรงบประมาณให้กับ เทศบาลตำบล เทศบาลอำเภอ และเทศบาลจังหวัด อย่างเป็นธรรมและเสมอภาค เป็นประจำทุกปี โดยจัดให้มี หัวหน้าสำนักงานมาจากข้าราชการประจำ (อาจมาจาก ปลัดเทศบาลที่มีคุณสมบัติผ่านการสอบคัดเลือกมาก็ได้) เรียกชื่อ ผู้อำนวยการท้องถิ่นจังหวัด.....ไม่มีฝ่ายการเมืองมาทำหน้าที่ ยกเลิกการเลือกตั้งในระดับนี้
6.จัดให้มีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี ทุกระดับโดยตรง ให้เทศบาลตำบล มี รอยนายกฯ ได้ 1 คน เลขานายก 1 คนเทศบาลอำเภอ มีรองนายก 2 คน เลขานายก 1 คน เทศบาลเมือง มีรองนายก 3 คน เลขานายก 1 คน เป็นผู้ช่วยเหลือการปฏิบัติงาน ให้นายกเทศมนตรี มีอัตราเงินเดือนอยู่ที่ขั้นสูงสุดของระดับซีหรือแท่งเงินเดือนของปลัดเทศบาลนั้น ๆ นายกเทศมนตรีอยู่ได้ ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน มีวาระละ 4 ปี
7.สภาเทศบาลตำบล และเทศบาลอำเภอ ให้มาจากจำนวนผู้ใหญ่บ้าน ทุกหมู่บ้านในเขตตำบลนั้น ๆ เท่าที่มีอยู่เป็นสมาชิกสภาโดยตำแหน่ง สภาเทศบาลจังหวัด ให้ใช้หัวหน้าชุมชน เป็นสมาชิกสภาเทศบาล มีจำนวน ไม่เกิน 36 คน หากจำนวนชุมชนเกินกว่า 36 ชุมชน ให้เลือกกันเองให้เลือกไม่เกิน 36 คน ตามขนาดของเทศบาลจังหวัด โดยให้สมาชิกสภาเทศบาล ได้รับค่าตอบแทนรายเดือน แต่ไม่น้อยกว่าเงินเดือนขั้นต่ำระดับปริญญาตรี และมีเบี้ยประชุม เป็นรายครั้งที่มีการประชุม ตามระเบียบที่กำหนด
8.จำนวนสมาชิกสภาเทศบาลตำบล ขนาดเล็ก มีจำนวน ไม่เกิน 10 คน ขนาดกลาง ไม่เกิน 12 คน ขนาดใหญ่ ไม่เกิน 16 คน หากจำนวนหมู่บ้านมีเกินกว่าจำนวนสมาชิก จัดให้มีการจับฉลากออกเพื่อสับเปลี่ยนทุก ๆ 2 ปี
9.จำนวนสมาชิกสภาเทศบาลอำเภอ ขนาดเล็ก มีจำนวน ไม่เกิน 12 คน ขนาดกลาง ไม่เกิน 16 คน ขนาดใหญ่ ไม่เกิน 18 คน หากจำนวนหมู่บ้านมีเกินกว่าจำนวนสมาชิก จัดให้มีการจับฉลากออกเพื่อสับเปลี่ยนทุก ๆ 2 ปี
10.จำนวนสมาชิกสภาเทศบาลจังหวัด ขนาดเล็ก มีจำนวน ไม่เกิน 18 คน ขนาดกลาง ไม่เกิน 24 คน ขนาดใหญ่ ไม่เกิน 36 คน หากจำนวนชุมชนมีเกินกว่าจำนวนสมาชิก จัดให้มีการจับฉลากออกเพื่อสับเปลี่ยนทุก ๆ 2 ปี
11.อำนาจการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ให้อยู่ในรูปคณะกรรมการ 3 ฝ่าย คือ 1.ผู้แทนส่วนราชการอื่นจำนวน 6 คน ผู้แทนผู้บริหารท้องถิ่น จำนวน 6 คน ผู้แทนข้าราชการประจำ 6 คน ผู้ทรงคุณวุฒิ 6 คน มีวาระการดำรงตำแหน่ง คราวละ 4 ปี โดยให้คณะกรรมการคัดเลือก ผู้ทรงคุณวุฒิ 1 คน ขึ้นเป็นประธาน มีวาระการดำรงตำแหน่ง 2 ปี ให้มีการคัดเลือกใหม่ ผู้ทรงคุณวุฒิ จะเป็นประธาน เกิน 2 วาระติดต่อกัน ไม่ได้
12.ไม่เห็นด้วย ที่จะไปเปลี่ยนให้ตำบล มี ผอ.เขต ให้บริหารงานเหมือนกับกรุงเทพมหานคร(กทม.) เพราะบริบท พื้นที่แต่ละแห่งไม่เหมือนกัน พื้นที่ในเมืองหลวงมีความแตกต่างกับพื้นที่ชนบท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ออกประกาศฉบับที่ 85 และ 86/2557 ให้งดการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นทั่วประเทศ รวมถึงงดการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และ สมาชิกสภาเขต (ส.ข.) เป็นการชั่วคราว และให้ใช้การสรรหาแทน
โดยกำหนดจำนวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนตำบล มีสมาชิกสภาจำนวน 10 คน เทศบาลทุกประเภท มีสมาชิกสภาจำนวน 12 คน และองค์การบริหารส่วนจังหวัด ให้มีสมาชิกสภาจังหวัดกึ่งหนึ่ง ของจำนวนปัจจุบัน
และให้งดจัดการเลือกตั้ง ส.ก.และ ส.ข. แล้วให้ใช้วิธีการคัดเลือกบุคคลจำนวน 30 คนทำหน้าที่ ส.ก.โดยอย่างน้อย 2 ใน 3 ของจำนวน ส.ก. ต้องเคยเป็นข้าราชการ หรือข้าราชการตั้งแต่ระดับนักบริหารระดับสูง หรือระดับ 10 หรือเทียบเท่า
ซึ่งระหว่างวันที่ 28 พ.ค.-31 ธ.ค.2557 มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ครบวาระทั้งหมด 255 แห่ง โดยแบ่งเป็นองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง เทศบาลนคร 2 แห่ง เทศบาลเมือง 8 แห่ง เทศบาลตำบลจำนวน 157 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 86 แห่ง และกรุงเทพมหานครอีก 1 แห่ง
ทันทีที่มีประกาศดังกล่าวออกมา ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาทั้งจากสมาชิกองค์บริหารส่วนท้องถิ่น และนักวิชาการ จนเป็นประเด็นหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก และหัวหน้าคสช. ต้องหยิบยกขึ้นมาอธิบายถึงเหตุผลที่ คสช.ต้องออกประกาศ "งดการเลือกตั้งท้องถิ่น" และกำหนดให้มีการสรรหาทดแทนในตำแหน่งที่ว่างลง
และจากประกาศคสช.ดังกล่าว มีการคาดการณ์กันว่าจะไม่มีการเลือกท้องถิ่นไปจนกว่าจะมีรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
นอกจากนี้ระหว่างที่คณะทำงานด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของคสช.ที่มี พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วยผบ.ทบ.เป็นหัวหน้าคณะ ในขณะนั้น ได้เชิญเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และเจ้าหน้าที่ด้านการเลือกตั้งเข้าไปหารือเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่นนั้น ทางคณะทำงานของคสช.ได้มีความเห็นว่า น่าจะชะลอการเลือกตั้งท้องถิ่นไปก่อน เพราะหากเลือกตั้งก็จะได้ผู้บริหารที่เป็นฐานเสียงของพรรคการเมืองระดับชาติอีก
รวมถึงหากมีรัฐธรรมนูญและมีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งฉบับใหม่ ซึ่งอาจจะกำหนดที่มาของสมาชิกและผู้บริหารท้องถิ่นใหม่ ก็ต้องดำเนินการเพื่อให้ได้สมาชิกและผู้บริหารท้องถิ่นชุดใหม่ตามที่กฎหมายกำหนด จึงอาจจะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์

วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2559

กสท.สรุปข้อปฏิบัติรายการทีวีใน 30 วันห้ามฉายเนื้อหาสร้างความแตกแยก

กสท.สรุปข้อปฏิบัติรายการทีวีใน 30 วันห้ามฉายเนื้อหาสร้างความแตกแยก

เขียนวันที่
วันพฤหัสบดี ที่ 27 ตุลาคม 2559 เวลา 15:49 น.
เขียนโดย
isranews
หมวดหมู่
14
 
24
 
0
 
38
 
 กสท. สรุปข้อปฏิบัติรายการโทรทัศน์ ในช่วง 15-30 วัน ห้ามนำเสนอเนื้อหาสร้างความขัดแย้ง-แตกแยกในสังคม เน้นเผยแพร่ข้อมูลสร้างประโยชน์ต่อประเทศ ใช้ช่อง 11 เป็นแบบลดโทนสี หลัง 30 วัน เสนอข่าวได้ตามปกติ รายการเด็ก-ทั่วไปฉายได้ งดรายการตลก รายการเฉพาะฉายได้หลัง 100 วัน
PIC tvtv 27 10 59 1
ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รายงานว่า คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) มีมติในการประชุมนัดพิเศษครั้งที่ 3 เกี่ยวกับข้อปฏิบัติในการนำเสนอรายการทางโทรทัศน์ หลังพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต ดังนี้
การดำเนินการตั้งแต่ 15-30 วัน
1.รูปแบบการนำเสนอรายการทางสถานีโทรทัศน์ ให้ระมัดระวังและตรวจสอบการนำเสนอเนื้อหา การวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งแสดงถึงหรือกล่าวถึงความขัดแย้งในด้านต่าง ๆ ที่อาจนำไปสู่ความแตกแยกในสังคม โดยให้สถานีพิจารณาการนำเสนออย่างรอบคอบ และขอให้สถานีมุ่งเน้นการนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ พัฒนาคุณภาพประชาชน โดยเฉพาะการปลูกฝังวินัย และความรับผิดชอบต่อสังคม การถ่ายทำ หรือเผยแพร่ข่าว ภาพกิจกรรม ที่เกี่ยวกับการแสดงความไว้อาลัย ควรพิจารณาให้มีความเหมาะสม และคัดเลือกภาพที่มีความรัดกุมและสำรวม
2.การกล่าวถึงผู้สนับสนุนสามารถทำได้ กรณีรายการสารคดีเฉลิมพระเกียรติ แต่ควรนำเสนอตอนท้ายของรายการ ใช้เป็นโลโก้ได้ รวมถึงการใช้ภาษา ถ้อยคำให้มีความเหมาะสม ส่วนการโฆษณาอื่น ๆ ให้กระทำได้โดยอยู่ภายใต้แนวทางตามมติ กสท. นัดพิเศษครั้งที่ 1 และ 2 ไปจน 30 วัน หลังจากนั้นค่อย ๆ ผ่อนคลาย โดยมีการควบคุมเนื้อหาตามที่ควบคุมรายการไปอีก 7 วัน
3.การลดโทนสี ไม่ให้ฉูดฉาดจนเกินไป ไม่จำเป็นต้องเป็นขาวดำ ให้ใช้ช่อง 11 เป็นมาตรฐาน ให้สังเกตที่เป็นรายการปัจจุบัน ไม่ใช่สารคดี
การดำเนินการตั้งแต่ 30-100 วัน
1.ติดตามการถ่ายทอดสด และร่วมถ่ายทอดสดทุกครั้งที่มีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.)
2.ตั้งแต่วันที่ 31-37 สามารถนำรายการเด็ก รายการทั่วไป และรายการแนะนำเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี ออกอากาศได้ โดยความควบคุมเนื้อหาพิเศษ ไม่ควรมีรายการตลก เฮฮา เน้นความรุนแรง (ตบตี) เรื่องทางเพศ ถ้อยคำหยาบคาย (คำไม่สุภาพด่ากัน) มีได้ตามบริบทนิดหน่อย แต่ไม่เน้นหรือไม่ย้ำ หรือไม่นานจนเกินไป
3.ตั้งแต่วันที่ 38-100 (อนุโลมให้เริ่มในวันที่ 19 พ.ย. 2559 ตั้งแต่เวลา 00.01 น.) สามารถนำรายการเด็ก รายการทั่วไป รายการแนะนำเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี และ 18 ปี ได้ แต่ไม่ควรมีเรื่องของความรุนแรง (ตบตี) เรื่องทางเพศ ถ้อยคำหยาบคาย (คำไม่สุภาพ)
4.รายการประเภทเฉพาะ ควรออกหลัง 100 วันไปแล้ว 
5.หลัง 30 วัน สามารถออกสปอตโฆษณาได้ แต่ให้ควบคุมเหมือนกับเนื้อหาของรายการ ไปจนกว่าจะเลยไปอีก 7 วัน (อนุโลมให้เริ่มวัน 19 พ.ย. 2559 ตั้งแต่เวลา 00.01 น.)
6.การนำเสนอข่าวหลัง 30 วัน สามารถนำเสนอข่าวได้ตามปกติได้ทุกข่าว
7.การแต่งกายของพิธีกรผู้ดำเนินรายการ ควรแต่โทนขาวดำ โดยเน้นดำ รวมถึงผู้ร่วมรายการควรแต่งกายในโทนสีที่ไม่ฉูดฉาดจนเกินไป ระหว่าง 30-100 วัน แต่หากมีการบันทึกเทปไว้ล่วงหน้า ให้ขึ้นข้อความเพื่อบอกกล่าวแต่ผู้ชมให้ทราบว่า “รายการนี้บันทึกเทปไว้ก่อน เดือน ต.ค. 2559” หรือ “รายการนี้บันทึกเทปเมื่อวันที่ / เดือน / ปี” เป็นต้น ให้ขึ้นทุกเบรก เบรกละ 5-10 วินาที และใช้การลดค่าสีในการช่วยให้ดูไม่ฉูดฉาดจนเกินไป
8.ฉากของข่าวคุมโทนไว้อาลัยจนครบ 100 วัน
9.สรุปเรื่องการออกเสียงการอ่าน ชื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ดังนี้ “พระ-บาด-สม-เด็ด-พระ-ปะ-ระ-มิน-ทะ-ระ-มะ-หา-พู-มิ-พน-อะ-ดุน-ยะ-เดด” ตามการอ่านที่ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) แจ้ง
ทั้งนี้ภายหลังการประชุม พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. และประธานกรรมการ กสท. เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่อง การกำหนดแนวปฏิบัติสำหรับผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กรณี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคต เพิ่มเติม ครั้งที่ 4 โดยเห็นควรให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และผู้รับอนุญาตทดลองประกอบกิจการกระจายเสียงถือปฏิบัติเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้ 
1.รูปแบบการนำเสนอรายการทางสถานีโทรทัศน์ สถานีวิทยุกระจายเสียง และสถานีผู้ทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง ให้ระมัดระวังและตรวจสอบการนำเสนอเนื้อหา การวิพากษ์ หรือการวิจารณ์ ซึ่งแสดงถึงหรือกล่าวถึงความขัดแย้งในด้านต่าง ๆ ที่อาจนำไปสู่ความแตกแยกในสังคม โดยให้สถานีพิจารณาการนำเสนออย่างรอบคอบ ขอให้สถานีมุ่งเน้นการนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ พัฒนาคุณภาพประชาชน โดยเฉพาะปลูกฝังวินัย และความรับผิดชอบต่อสังคมการถ่ายทำ หรือเผยแพร่ภาพข่าว ภาพกิจกรรม ที่เกี่ยวกับการแสดงความไว้อาลัย ควรพิจารณาให้มีความเหมาะสม และคัดเลือกภาพที่มีความรัดกุมและสำรวม 
2.การกล่าวถึงผู้สนับสนุนสามารถกระทำได้ ดังนี้ กรณีรายการสารคดีเฉลิมพระเกียรติ หากจะกล่าวถึงผู้สนับสนุน ควรนำเสนอตอนท้ายของรายการ ซึ่งอาจใช้ตราสัญลักษณ์ (logo) ของผู้สนับสนุนได้ ทั้งนี้ ขอให้ปรับโทนสี ขนาด รวมถึงการใช้ภาษา ถ้อยคำให้มีความเหมาะสม กรณีรายการอื่น ๆ ที่มิใช่รายการสารคดีเฉลิมพระเกียรติ สามารถแสดงสัญลักษณ์ (logo) ของผู้สนับสนุนได้ ทั้งนี้ ขอให้ปรับโทนสี ขนาด รวมถึงการใช้ภาษา ถ้อยคำให้มีความเหมาะสม
การสนับสนุน หรือการโฆษณากรณีที่มีการแสดงภาพพระบรมฉายาลักษณ์ และข้อความแสดงความไว้อาลัย การขึ้นข้อความเกี่ยวกับผู้ร่วมแสดงความไว้อาลัยให้ปรากฏเฉพาะชื่อของบริษัท ห้างร้าน หน่วยงาน คณะบุคคล หรือบุคคล และจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด 
การโฆษณาอื่น ๆ ให้กระทำได้โดยอยู่ภายใต้แนวทางตามมติ กสท. นัดพิเศษ ครั้งที่ 1/2559 เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 (ให้งดการเผยแพร่รายการที่แสดงถึงความรื่นเริงเป็นเวลา 30 วัน และขอให้คำนึงถึงความเหมาะสม) และนัดพิเศษ ครั้งที่ 2/2559 เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2559 (การนำเสนอรายการ และการโฆษณาของสถานีจะต้องไม่เป็นการแสดงถึงการบันเทิงใจ การเล่นเต้นรำทั้งปวง การสนุกรื่นเริง ล่อแหลม รุนแรง ตลอดจนแสดงถึงกริยาที่ไม่สำรวม แสดงอารมณ์เกินกว่าสมควร ซึ่งเกินกว่าความเหมาะสมภายใต้บริบทของความโศกเศร้าเสียใจของประชาชนชาวไทย ภาพ และสีที่ใช้ในการออกอากาศรายการของสถานีให้ปรับระดับของสีให้มีความเหมาะสมต่อการร่วมถวายความอาลัย)

ผลกระทบการ“ปลดระวาง” โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Fukushima Dai-ichi



TEPCO ยอมรับว่าการ decommissioning “ปลดระวาง” โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Fukushima Dai-ichi ที่เสียหายจากสึนามิเมื่อปี 2011 อาจต้องใช้เวลาหลายทศวรรษด้วยกัน ที่สำคัญต้องใช้เงินมหาศาล ถ้าการ ”กำจัด” กากกัมมันตรังสี (ฝังมันไว้นั่นแหละ) ทำได้ในเวลา 30 ปีจริง ต้องใช้งบประมาณมากถึง 3 พันล้านเหรียญต่อปี รวม ๆ กันแล้วการปลดระวางโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งนี้ต้องใช้เงินไม่น้อยกว่า 100 พันล้านเหรียญ ข่าวร้ายกว่านั้นคือ เงินมากมายที่ใช้เพื่อปลดระวางโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ส่วนหนึ่งเป็นเงินภาษีของประชาชน เป็นเงินอุดหนุน “bailout” ที่รัฐบาลญี่ปุ่นจ่ายให้ TEPCO
ข่าวร้ายของวงการนิวเคลียร์ญี่ปุ่นอีกอย่างคือการปลดระวางโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Monju ซึ่งสร้างเสร็จตั้งแต่ปี 1994 หรือ 22 ปีที่แล้ว แต่ผลิตไฟฟ้าได้จริง 1 ชั่วโมง (จริง ๆ) เป็นแค่การ “ทดลอง” ผลิตไฟฟ้า หลังจากนั้นก็เกิดการรั่วไหลของโซเดียม และเกิด incidents ต่าง ๆ มากมาย เมื่อ 20 กว่าปีก่อน Monju (ซึ่งตั้งชื่อตามพระโพธิสัตว์ “มัญชุศรี”) ได้ชื่อว่าเป็นเตาปฏิกรณ์ยุคใหม่ “fast-breeder reactor” “Gen IV” ที่นอกจากผลิตไฟฟ้าได้ ยังสามารถ recycle แท่งเชื้อเพลิงใช้แล้ว สกัดเป็นพลูโตเนียมเพื่อผสมกับยูเรเนียมเป็นเชื้อเพลิงใหม่ได้ (MOX fuels) เรียกว่าต้องการลบคำครหาว่าพลังงานนิวเคลียร์มี “กากพิษ” ที่กำจัดและนำกลับมาใช้ใหม่ไม่ได้
แต่มันเป็นแค่ “ความเพ้อฝัน” เท่านั้น เมื่อเดือนที่แล้ว รัฐบาลญี่ปุ่นตัดสินใจ decommission โรงงไฟฟ้านิวเคลียร์ Monju มูลค่า 9.5 พันล้านเหรียญเสียแล้ว เพราะไม่คุ้มที่จะเสียค่าบำรุงรักษาต่อไปปีละเกือบ 200 ล้านเหรียญ ยังไม่ต้องพูดถึงว่าบรรดา “weapon-grade plutonium” อีก 48 ตันที่ผลิตได้ จะเอาไปทำอะไร และจะหลุดไปเป็นหัวรบนิวเคลียร์หรือไม่ Superphénix ซึ่งเป็นต้นแบบราคาแพงของ fast-breeder reactor และเป็น Generation IV เหมือนกัน ก็กำลังจะตาย ผลิตไฟฟ้าได้จริงไม่ถึง 10% ของกำลังผลิต (‘Energy Unavailability Factor’ = 90.8% ตามข้อมูลของ IAEA) หลายสิบปีมานี้ พลังงานนิวเคลียร์แทบไม่มีการขยายตัวเลยทั่วโลก ไม่เฉพาะญี่ปุ่น
เรียกว่า “ต้นทุนจริง” ของพลังงานนิวเคลียร์ มันไม่ competitive มันแข่งขันไม่ได้กับพลังงานจากเชื้อเพลิงอื่นที่ถูกลงเรื่อย ๆ แถมยังสร้างภาระให้ลูกหลานเหลนโหลน ไม่ต้องพูดถึงความเสียหายหากเกิดอุบติเหคุร้าย กรณีฟูกูชิมะนั้น บรรดา “nuclear refugees” กว่าแสนคนยังกลับบ้านไม่ได้ แม้ผ่านไปห้าปีแล้ว ครอบครัวแตกสลาย แต่คนไทย/หน่วยงานไทยบางคนอยากได้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ งงอะ #วันนี้เอาแค่เรื่องในญี่ปุ่นก่อนนะ

สดับปกรณ์

สดับปกรณ์
ภายหลังที่ตระเตรียมพระบรมศพหรือพระศพเจ้านายเรียบร้อยแล้ว จึงมาถึงขั้นตอนในส่วนของพิธีสงฆ์ ซึ่งจะสวดสดับปกรณ์ หรือสวดพระอภิธรรมทำนองหลวง 7 คัมภีร์ อันเป็นบทสวดที่ใช้ในพระราชพิธีของราชสำนัก เพื่อเป็นการบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายแด่ดวงพระวิญญาณเจ้านายที่ล่วงลับ
ความหมายของคำสดับปกรณ์ที่เป็นคำกริยา ยังสัมพันธ์กับพิธีกรรมของราษฎรสามัญชนที่กระทำคือ บังสุกุล ซึ่งเป็นการบำเพ็ญกุศลถวายแก่ผู้เสียชีวิต และมีการทอดผ้าถวายพระภิกษุสงฆ์เรียกว่า ผ้าบังสุกุล แต่การเรียกแตกต่างกันระหว่างพิธีของเจ้านายและพิธีของราษฎรทั้งที่สาระของพิธีมีลักษณะเดียวกันไม่ถูกต้อง ตามที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงอธิบายไว้ในสาส์นสมเด็จถึงที่มาของการบังสุกุลและสดับปรณ์ ไม่เพียงเท่านั้น สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ก็ทรงมีพระวินิจฉัยถึงที่มาและอักขรวิธีของคำสดับปกรณ์ไว้ในสาส์นสมเด็จด้วยเช่นกัน
จึงสามารถสรุปได้ว่า ด้วยเหตุจากที่มาของคำทั้งสองต่างกัน คือ "บังสุกุล" หมายถึง การบำเพ็ญกุศลด้วยการชักผ้าหรือทอดผ้าบังสุกุล ส่วน "สดับปกรณ์" หมายถึง การสวดพระธรรมเจ็ดคัมภีร์เพื่อแสดงความกตัญญูต่อผู้ล่วงลับ โดยอาศัยเหตุการณ์ตามพุทธประวัติเป็นการบำเพ็ญกุศล แต่กระนั้นก็ยังมีความนิยมในการเรียกพิธี ทั้งการทอดผ้า และการสวดพระอภิธรรมของเจ้านายว่า "สดับปกรณ์"
นอกจากนี้ ยังมีการบำเพ็ญพระราชกุศลเมื่อครบ 7 วัน 15 วัน 50 วัน และ 100 วัน พิธีกรรมจะปฏิบัติเหมือนกันคือ มีการสวดมนต์ แสดงพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ และสดับปกรณ์ การบำเพ็ญพระราชกุศลตามระยะเวลาดังกล่าว เริ่มในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งงานพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บำเพ็ญพระราชกุศลต่อไปทุก 7 วันจนพระราชทานเพลิง แบบแผนในลักษณะเช่นนี้ได้รับอิทธิพลมาจากพิธีกงเต๊กของจีนและญวน
การบำเพ็ญพระราชกุศลที่ได้รับอิทธิพลมาจากพิธีกงเต๊กของจีนและญวน ในจำนวนรอบวันดังกล่าวมีคำเรียกในภาษามคธ ดังนี้
การพระราชกุศล 7 วัน เรียกว่า การพระราชกุศลสัตตมวาร (สัตตม แปลว่า ที่ 7)
การพระราชกุศล 15 วัน เรียกว่า การพระราชกุศลปัณรสมวาร (ปัณรสม แปลว่า ที่ 15)
การพระราชกุศล 50 วัน เรียกว่า การพระราชกุศลปัญญาสมวาร (ปัญญาสม แปลว่า ที่ 50)
การพระราชกุศล 100 วัน เรียกว่า การพระราชกุศลสตมวาร (สตม แปลว่า ที่ 100)
เมื่อบำเพ็ญพระราชกุศลตามจำนวน 100 วันแล้ว เรียกว่า "การปิดพระศพ" ซึ่งไม่ต้องบำเพ็ญพระราชกุศลทุกวัน โดยหลังจากนั้นจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทำทุกๆ 7 วันหรือไม่ ก็แล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
(ที่มาเนื้อหา : หนังสือ "ธรรมเนียมพระบรมศพและพระศพเจ้านาย" โดย นนทพร อยู่มั่งมี และธัชชัย ยอดพิชัย สำนักพิมพ์มติชน
ที่มาพระฉายาลักษณ์ : สำนักพระราชวัง)

บช.น. ปิดการจราจรเต็มรูปแบบรอบพระบรมมหาราชวัง



บช.น. ปิดการจราจรเต็มรูปแบบรอบพระบรมมหาราชวัง
เตรียมความพร้อมด้านการจราจร วันที่ 29-30 ต.ค.2559
วันนี้ 27 ต.ค. 59 เวลา 08.30 น. พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รรท.รอง.ผบช.น. ,พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รรท.ผบก.จร ได้ประชุมเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกและรับมือสถานการณ์ด้านการจราจรในวันที่ 29-30 ต.ค.59 เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนที่จะเข้ามายังพื้นทีท้องสนามหลวง เนื่องจากทางสำนักพระราชวังจะเปิดให้ประชาชนเข้าถวายบังคมพระบรมศพ ในวันที่ 29 - 30 ต.ค.เป็นต้นไป ซึ่งคาดว่าในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์จะมีประชาชนเดินทางมาเป็นจำนวนมากอาจจะส่งกระทบต่อการจราจร ดังนั้นทาง บช.น.จะจึงปรับแผนการจัดการจราจรใหม่ โดยจะเริ่มปิดการจราจรตั้งแต่เวลา 07.00น.เป็นต้นไป และจะขยายพื้นที่การปิดการจราจรวงรอบใหญ่ขึ้น แต่จะยกเว้นให้สำหรับรถขนส่งมวลชนสาธารณะ รถทัวร์ รถชัตเทิลบัส (shuttle bus) ที่จะเข้ามารับ-ส่งประชาชนเท่านั้น ซึ่งการปิดการจราจรในรูปแบบดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจะปิดการจราจรต่อเนื่องจนถึงเวลาที่ประชาชนเดินทางกลับบ้านเบาบางลงก่อนจึงจะเปิดการจราจรตามปกติในช่วงเวลากลางคืน
นอกจากนี้ เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.จิรพัฒน์ฯ ยังได้เรียก รอง ผกก.จร. และ สว.จร. สน.บุปผาราม สน.บางกอกใหญ่ ,สน.พระราชวัง และสน. สำราญราษฏร์ ซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่โดยรอบพระบรมหาราชวัง สะพานพุทธฯ และสะพานพระปกเกล้า มาประชุมเพื่อหารือและกำหนดแนวทางการจัดการจราจรบริเวณพื้นที่โดยรอบ เนื่องจากการปิดการจราจรชั่วคราวรอบพระบรมมหาราชวังและมีการประชาสัมพันธ์ให้เลี่ยงการใช้สะพานพระปิ่นเกล้า จึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของกระแสในการใช้รถใช้ถนนของประชาชนมาใช้สะพานพุทธยอดฟ้าจำนวนมากอาจส่งผลให้เกิดปัญหาจราจร จึงได้ประชุมวางแผนการจัดการจราจรใน สน.พื้นที่ดังกล่าวเพื่อรองรับประมาณรถที่เพิ่มขึ้นและไม่ให้เกิดปัญหาการจราจร

จึงขอประชาสัมพันธ์สำหรับประชาชนที่จะมาร่วมถวายบังคมพระบรมศพ ขอความร่วมมือให้ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ตามที่ทางภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดไว้บริการประชาชน หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเส้นทางได้ที่หมายเลข 1197

เจ้าชายทะกะฮิโตะ สิ้นพระชนม์

สำนักพระราชวังญี่ปุ่นประกาศ เจ้าชายทะกะฮิโตะ พระอนุชาคนเล็กของจักรพรรดิโชวะ สิ้นพระชนม์แล้วด้วยพระชนมายุ 100 พรรษา ถือเป็นเชื้อพระวงศ์ที่มีพระชนมายุยืนยาวที่สุดในราชวงศ์ญี่ปุ่น

เจ้าชายทะกะฮิโตะ เจ้ามิกะซะ (ญี่ปุ่น: 三笠宮崇仁親王 มิกะซะ-โนะ-มิยะ ทะกะฮิโตะ ชินโน ?) (2 ธันวาคม พ.ศ. 2458-) เป็นพระโอรสองค์สุดท้องใน สมเด็จพระจักรพรรดิไทโช และ สมเด็จพระจักรพรรดินีเทเม และเป็นพระอนุชาในจักรพรรดิโชวะ และเป็นพระปิตุลาพระองค์เล็กและเพียงพระองค์เดียวที่ยังมีพระชนม์ชีพของสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ หลังจากการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงคิกุโกะแห่งทะกะมะสึ เจ้ามิกะซะถือเป็นเชื้อพระวงศ์ที่พระชนมายุยืนยาวที่สุด ในราชวงศ์ญี่ปุ่น

วันอังคารที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ผลการหารือระหว่างคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขของไทย กับ กลุ่มมาราปาตานี ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์วันนี้

ผลการหารือระหว่างคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขของไทย กับ กลุ่มมาราปาตานี ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์วันนี้ สองฝ่ายเห็นด้วยที่จะเริ่มต้นหารือถึงแนวทางการสร้างพื้นที่ปลอดภัย โดยคณะกรรมการการทางเทคนิคจะพูดคุยกัน 3 วันที่มาเลเซีย
นายอัศโตรา โต๊ะราแม ผู้สื่อข่าวอาวุโส Astora Jabat รายงานจากมาเลเซีย ระบุแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้ของมาเลเซีย ระบุว่า ปาร์ตี้เอ คือ รัฐไทย และปาร์ตีบี คือ มาราปาตานี ได้ตกตกลงที่จะจัดตั้งคณะทำงานพิเศษเพื่อบริหารจัดการพื้นที่ปลอดภัยใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา โดยทั้งสองฝ่ายจะคุยรายละเอียดในการจัดตั้งและการบริหารจัดการคณะทำงานพิเศษเป็นเวลา 3 วัน เริ่มจากวันพรุ่งนี้ ที่ มาเลเซีย
ทางมาราปาตานี ได้พูดถึงกรณีนักศึกษามลายูที่ถูกจับกุมที่กรุงเทพและการตรวจค้นระเบิดแต่พบน้ำบูดู ทางมาราปาตานี ขอให้เจ้าหน้าที่ระมัดระวังเวลาปฏิบัติการและให้ความเป็นธรรมแก่นักศึกษาเหล่านั้นด้วย
Today both sides agreed to commence discussion on Safety zones starting from tomorrow for 3 days.

"บิ๊กตู่"สั่งตรวจสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน สอบให้ชัดปท.ไหนร่วมมือจริง หลังเจอปัญหาช่องโหว่พวกผิดอาญาม.112หลุดรอดคดี

 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาตรา 112 ที่หลบหนีไปต่างประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อยากให้ทุกฝ่ายทำความเข้าใจก่อนว่า มาตรา 112 รัฐบาลและประชาชนทุกคนส่วนใหญ่เห็นว่า เป็นกฎหมายเหมือนกับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ เพียงแต่สถาบันพระมหากษัตริย์ไม่เคยที่จะลงมาฟ้องร้องใคร ฉะนั้นเราต้องดูแลในสิ่งที่เรารักและเคารพ และเป็นจุดศูนย์รวมจิตใจ ไม่ใช่เป็นความต้องการของพระองค์ท่าน แต่เราต้องดูแล และที่ผ่านมาเวลาเกิดเหตุในขั้นสุดท้าย ท่านจะลงพระราชทานอภัยโทษเสมอ ขณะที่กติกาแบบนี้เราเองไปบังคับเขาก็ลำบาก

“ดังนั้นการติดตามตัว นายกฯจึงสั่งให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องไปรวบรวมข้อมูลมาว่า เรามีพันธสัญญาข้อกฎหมายเรื่องการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศไหนบ้าง แล้วที่ผ่านมาจากข้อมูลมีประเทศไหนให้ความร่วมมือในการส่งตัวและแลกส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนได้บ้าง เพื่อเป็นข้อมูลส่วนหนึ่งในการพิจารณาในอนาคต” พล.ท.สรรเสริญ กล่าว

มีชัย จ่อตั้งกฎเหล็กสกัดคนนอกบงการพรรค เปิดช่องส.ส.ร้องศาลหากโดนพรรคบีบโหวต

“มีชัย” ร่างกม.หวังตั้งพรรคการเมืองง่ายขึ้น ยัน ไม่คิดรีเซตพรรคเกรงยุ่งยาก จ่อตั้งกฎเหล็กสกัดคนนอกบงการ เปิดช่องส.ส.ร้องศาลให้คุ้มครองได้หากโดนบีบโหวต
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 25 ตุลาคม ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ.เป็นประธานการประชุม โดยเชิญตัวแทนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ร่วมหารือถึงพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ทั้งนี้ นายมีชัย ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมว่า เรื่องวิธีการจัดตั้งพรรคการเมืองจากร่างที่กกต.ส่งมาให้จะทำเป็นสองขยัก คือ จดทะเบียนจองก่อน แล้วค่อยรวบรวมตั้งพรรค แต่กรธ.จะให้ทำเป็นขยักเดียวได้คือ มีสมาชิก 500 คนก็ทำได้เลย เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับพรรคการเมืองอย่างแท้จริง เมื่อรวบรวม 500 คนแล้ว แต่ละคนต้องจ่ายเงินเป็นทุนประเดิมของพรรคการเมืองในการทำกิจกรรม และยังเป็นการแสดงความเป็นเจ้าของพรรคด้วย ส่วนค่าสมาชิกพรรคก็ให้เก็บไปตามปกติ เรื่องเงินอุดหนุนพรรคจาก กกต.จะยังมีอยู่ แต่จะเอาเงินไปทำอะไร ก็ต้องอยู่ในกรอบ ถ้ามีการใช้เงินก็ต้องรายงานให้ กกต.ทราบ หากนำเงินไปใช้แบบผิดๆ หรือ เพื่อประโยชน์ส่วนตัว กกต.ก็สามารถทักท้วงได้ การทำแบบนี้จะทำให้คำนวณเรื่องเงินของพรรคได้ง่ายขึ้น เพราะทุกอย่างต้องอิงกับสมาชิกพรรค อย่างไรก็ตาม ถ้าหากตรวจพบมีการใช้เงินในทางที่ไม่ถูกต้องคณะกรรมการบริหารพรรคก็จะพ้นจากตำแหน่ง และอาจถูกตัดสิทธิ์ตั้งพรรคการเมืองใหม่ได้
นายมีชัย กล่าวต่อว่า พรรคการเมืองควรจะมีสมาชิกในแต่ละจังหวัด และอาจจะต้องตั้งสาขาพรรคอย่างน้อย 4 สาขา แต่หากจังหวัดไหน มีสมาชิกมากกว่าเกณฑ์ที่เรากำหนด เช่น 200 คน ก็ต้องตั้งตัวแทนพรรคไว้ที่จังหวัดนั้น ๆ เพื่อเป็นตัวแทนเลือกผู้บริหารหรือผู้สมัครส.ส. ส่วนประเด็นการเซตซีโร่ หรือ รีเซตผู้บริหารพรรคการเมือง ยังไม่ได้พูดกัน ว่าจะไปรีเซตอะไรเขา ต้องดูลักษณะที่มาของผู้บริหารพรรคตามกฎหมายใหม่นี้เสียก่อน เช่น หากมีข้อกำหนดเจาะจงว่า ประกอบด้วยใครบ้าง หากเขายังขาด อาจต้องไปเลือกมาเพิ่ม โดยคุณสมบัติขั้นพื้นฐานอย่างน้อยที่สุด คือ เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งได้ ไม่มีลักษณะต้องห้าม เพราะผู้บริหารพรรคต้องคลีนพอสมควร แต่ตรงนี้ยังไม่ชัดเจน ซึ่ง กรธ.จะพยายามไม่ไปรีเซ็ตอะไรใคร เพราะยุ่งยากด้วยกันทั้งปวง หากผู้บริหารพรรคมีคุณสมบัติครบถ้วนอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องไปยุ่ง เช่น หัวหน้าพรรคเขาดีอยู่แล้ว เราก็ไม่ได้ว่า ไม่ต้องไปบังคับหากเขาจะทำใหม่ก็แล้วแต่เขา ในชั้นนี้เรายังไม่ได้นึกว่าต้องเขียนบทเฉพาะกาลหรือทำอะไรกับประเด็นนี้
เมื่อถามถึงเรื่องการลาออกจากพรรคการเมือง นายมีชัย กล่าวว่า ถ้าสมาชิกพรรคการเมืองสามารถจะลาออกได้หากต้องการจะย้ายไปสมัครอยู่กับพรรคการเมืองอื่น ถ้าเขามีคุณสมบัติตามที่พรรคนั้นๆต้องการ ขอยืนยันว่า กรธ.ได้เขียนหลักการป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองนั้นๆเข้ามาบงการกับการทำงานของพรรคการเมืองแล้ว ส่วนจะดูอย่างไรว่า จะเป็นการบงการพรรคนั้นก็ไปให้ศาลเป็นผู้พิจารณา ส่วนเรื่องการยุบพรรคจะมี 2 กรณีคือ 1.สิ้นสภาพพรรคการเมือง และ 2. ถูกยุบพรรคการเมือง การถูกยุบนั้น ก็จะเป็นเฉพาะกรณีที่พรรคนั้นมีนโยบายที่ต่อต้านต่อระบอบการปกครองหรือกรณีที่ใช้วิธีการนอกรัฐธรรมนูญ ส่วนความผิดเรื่องการบงการพรรคนั้นก็เป็นความผิดเฉพาะตัวซึ่งสามารถลามไปถึงความผิดของผู้บริหารพรรคได้ด้วยหากผู้บริหารพรรคการเมืองทำตามคำบงการนั้น
นายมีชัย ยังกล่าวถึงการกำหนดหลักเกณฑ์เสรีภาพในการออกเสียงของส.ส.ว่า ข้อบังคับและมติของพรรคจะต้องไม่ขัดต่อความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของส.ส. แต่ไม่ได้เขียนเจาะจงเพราะไม่ทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นพรรคการเมืองยังสามารถมีมติขับส.ส.ออกจากพรรคได้ตามกฎเกณฑ์ของแต่ละพรรค ส่วนการลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรีจะถือว่า เป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของส.ส.หรือไม่นั้นในรัฐธรรมนูญไม่ได้พูดถึงเรื่องเหล่านี้ ดังนั้น หากเกิดกรณีที่ว่าพรรคการเมืองมีมติแต่ส.ส.ไม่ปฏิบัติตาม พรรคการเมืองก็ต้องไปขับไล่กันเอง เพราะยังมีอำนาจตามสมควร แต่ถ้าส.ส.คิดว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะเห็นว่า เป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ก็สามารถไปร้องต่อศาลให้คุ้มครองชั่วคราวและเพิกถอนได้ โดยตนจำไม่ได้ว่า เป็นศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองสูงสุด หากศาลวินิจฉัยว่าขัดต่อความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ข้อบังคับนั้นก็จะตกไป

"น้องตั๊น จิตภัสร์" มาสนามหลวง ให้กำลังใจ แพทย์ พยาบาล ทหาร ตำรวจ

"น้องตั๊น จิตภัสร์" มาสนามหลวง ให้กำลังใจ แพทย์ พยาบาล ทหาร ตำรวจ พร้อมมอบอาหารและของใช้จำเป็น ให้หน่วยแพทย์ ทบ.-ตำรวจ เพื่อดูแลประชาชน ที่มาถวายความอาลัย ยันจะยึดแนวทางในหลวง หวังเป็นนักการเมือง ที่ดี
"ตั๊น จิตภัสร์ กฤดากร " มอบเครื่องดื่มเกลือแร่ ผ้าขนหนูเย็น และอาหารแห้ง ให้กับหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ โรงพยาบาลตำรวจ และ ศูนย์ปฏิบัติการร่วมการแพทย์ ของ กองทัพบก เมื่อเย็นวันจันทร์24ตค.59
น้องตั๊น บอกว่า ยึดแนวทางของ ในหลวง ร.9 เป็นแบบอย่าง เพื่อจะเป็นนักการเมืองที่ดีทำงานเพื่อประชาชน ทำงานเพื่อประเทศชาติ และขอห้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกคน โดยเฉพาะหมอและพยาบาล เพราะอากาศร้อนจัด ประชาชนเป็นลมจำนวนมาก รวมทั้ง นับถือในน้ำใจของจิตอาสา ที่ให้ความช่วยเหลือ ปชช. ทั้งแจกจ่ายอาหาร เครื่องดื่ม ยาดม ผ้าเย็น ช่วยกันเก็บขยะโดยรอบให้เป็นระเบียบเรียบร้อย สะท้อนภาพความรัก ความสามัคคีของคนไทย

"Steven Seagal " พบ นายกฯ"บิ๊กตู่"เตรียมมาถ่ายภาพยนตร์ในไทย ปราบค้ามนุษย์"Attrition Siam"

"Steven Seagal " ดาราดัง Hollywood และ ผู้กำกับ ผู้สร้าง ภาพยนตร์ พบ นายกฯ"บิ๊กตู่" ที่ทำเนียบฯ ในโอกาส มาร่วมถวายความอาลัย "ในหลวง ร.9" เสียใจกับคนไทย ที่สูญเสีย "พระราชาที่ยิ่งใหญ่"และ เตรียมมาถ่ายภาพยนตร์ในไทย ปราบค้ามนุษย์"Attrition Siam" สะท้อนสิ่งดีๆของไทย/ นายกฯยันไท ปราบค้ามนุษย์เต็มที่ จนได้ปรับระดับ
Seagal แสดงความเสียใจกับคนไทย ต่อการสูญเสีย พระราชาที่ยิ่งใหญ่ เผยประทับใจ ในหลวง ที่ทำงานเพือปชช.คนไทย มาตลอด ช่วยเหลือชาวนา ทรงเป็นนักประดิษฐ์ หลายอย่างเพื่อมาช่วยเหลือประชาชน
ทั้งนี้ เขาอ่านหนังสือ และศึกษาเริ่อง ในหลวงของไทย และสนใจเรื่องประเทศไทย สนใจมวยไทย และพยายามเรียนพูดภาษาไทย
ส่วนเรื่องการถ่วยทำภาพยนตร์ในไทย นั้น คือ เรื่อง"Attrition Siam" เป็น หนังแอคชั่น ที่ตัวเขาจะแสดงเอง กำกับเอง เนิ้อหาจากเรื่องจริง เกี่ยวกับการปราบปราม ขบวนการค้ามนุษย์ ในไทย ที่จะสะท้อน ความสวยงาม ของประเทศไทย วัฒนธรรมที่ดี และ มวยไทย ที่ตนเองสนใจ
ทั้งนี้ Seagal ได้มีความคิดที่จะสร้างหนังเรื่องนี้ ตอนที่ไทย ตกเป็นข่าว เรื่อง ค้ามนุษย์ โดน Tip report ระดับTier 3 จึงสนใจ และตัองการสร้างหนัง ที่พระเอก มาเป็นคนปราบขบวนการค้ามนุษยฺ โดยร่วมกับ จนท. ไทย ทหาร ตำรวจ
Seagal เผยด้วยว่า นายกฯ ฝากช่วยสร้างภาพพจน์ที่ดี ให้ประเทศไทยด้วย ขอให้เข้าใจประเทศไทย ที่พยายาม ปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์ อย่างเต็มที่ จนตอนนี้ ทางสหรัฐฯ ก็ยกระดับ จาก Tier3 เป็น Tier2 Watchlist แล้ว
โดยทางไทย จะอำนวยความสะดวกในการถ่ายทำให้ โดยจะไปถ่ายทำในหลายจังหวัด เช่นเชียงใหม่ ใต้ และกทม.
ทั้งนี้ Seagal หวังว่า ภาพยนตร์ เริ่องนี้ จะติด Box office โดยจะมี นักแสดง แอคชั่นจากจีน และนักมวยไทย ร่วมแสดงด้วย

บิ๊กป้อม ร้อนใจ แจง ไม่เกี่ยวข้องกับ การตั้งพรรค"อธิปไตยปวงชนชาวไทย"



บิ๊กป้อม ร้อนใจ แจง ไม่เกี่ยวข้องกับ การตั้งพรรค"อธิปไตยปวงชนชาวไทย" ที่มีการแถลงข่าว ที่นครราชสีมา เมื่อวาน ยัน ไม่รู้จักทั้ง2คน แต่มีการเอาชื่อรองแม่ทัพ2 มาอ้างว่า เป็นคนของผม. วอนอย่าเอามาโยงกับผม ยันผมและ นายกฯไม่คิดตั้งพรรค เล่นการเมือง
ที่ทำเนียบรัฐบาล หลังประชุม ครม. ไป1 ชม. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินทางออกจากทำเนียบฯ เพื่อไปรับเสด็จพระบรมวงศานุวงศ์ พระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
พลเอกประวิตร กล่าวถึง กรณีมีการแถลงข่าวการตั้งพรรค "อธิปไตยปวงชนชาวไทย" ที่ จ.นครราชสีมา โดยมีนายสมาน ศรีงาม นายประภาส โงกสูงเนิน อ้างว่า พลโท ธรากฤต ทับทองสิทธิ์ รองผอ.รมน. ภาค2 เป็นตัวแทนพล.อ.ประวิตร ร่วมตั้งพรรคทหาร นั้น
พลเอกประวิตร กล่าวว่า ผมไม่รู้เรื่อง ไม่เกี่ยวข้อง ไม่รู้จัก 2 คนนี้ จะเอาชื่อ รอง ผอ.รมน.ภาค 2ไปอ้างว่าเป็นตัวแทนผม อย่าเอามาโยงกับผม ยันผม กับนายกฯ ไม่เคยคิดจะลงเล่นการเมือง หรือตั้งพรรคอยู่แล้ว ขออย่าโยง

มภ.4ลงพื้นที่ให้กำลังใจปชช.

บิ๊กอาร์ท พล.ท.ปิยวัฒน์ แม่ทัพภาค4 พร้อม ผู้ว่าฯปัตตานี นายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี ตรวจตลาดโต้รุ่ง พบปะให้กำลังใจปชช.หลังระเบิดวานนี้
ถือเป็นเหตุใหญ่ เหตุแรก ในยุค บิ๊กอาร์ท พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ เหตุระเบิด ที่ทำให้ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ที่ตลาดโต้รุ่ง เมืองปัตตานี
เช้านี้ พลโทปิยวัฒน์ พร้อม นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นายพิทักษ์ ก่อเกียรติพิทักษ์ นายกเทศมนตรี เมืองปัตตานี ตรวจพื้นที่ที่เกิดเหตุระเบิด บริเวณตลาดโต้รุ่ง เมืองปัตตานี พร้อมได้พบปะให้กำลังใจประชาชน ผู้ประกอบการในบริเวณใกล้เคียง

'บิ๊กโด่ง' เสียใจ ระเบิดปัตตานี เผย เพิ่งถก"การข่าว"กับ'ผบ.ทบ.-แม่ทัพ4'ก่อนเกิดเหตุระเบิด

'บิ๊กโด่ง' เสียใจ ระเบิดปัตตานี เผย เพิ่งถก"การข่าว"กับ'ผบ.ทบ.-แม่ทัพ4'ก่อนเกิดเหตุระเบิด โต้รุ่ง ปัตตานี แค่ 3วัน กำชับดูแลชุมชน ถนนสายหลัก เผยเตรียมปรับการข่าว และเฝ้าระวังครบรอบ 12ปี ตากใบ ชี้ ครม.ส่วนหน้า ทำงานในพื้นที่ต่อเนื่อง
พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และหัวหน้าคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เสียใจ เหตุระเบิดโต้รุ่ง เมือง ปัตตานี เมื่อคืนนี้ จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย
เผย ก่อนเกิดเหตุ 2-3 วัน ตนเองได้พูดคุยกับ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.และ พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาค4 ในการรักษาความปลอดภัย เพราะถือเป็นเรื่องหลัก เพราะถ้าพื้นที่ปลอดภัยได้ในระดับหนึ่ง จะทำให้การพัฒนาและเรื่องอื่นๆตามเข้าไปได้
โดยเราต้องดูแลชุมชน ถนนสายหลัก ไม่ให้เกิดเหตุ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพื้นที่กว้าง ชี้การข่าวก็มีการติดตามอยู่ และจะต้องมีการปรับแนวทางทำงาน การข่าว การปรับกำลัง เพราะต้องกลับมาใช้ทหารของกองทัพภาค4 เอง กำลังทหารพราน และอาสาสมัครเป็นหลัก
ส่วนจะโยงกับครบรอบ 12 ปี เหตุการณ์ตากใบปี2547หรือไม่นั้น เราก็ระวังและแจ้งล่วงหน้าด้านการข่าวเสมอ
ส่วนครม.ส่วนหน้า นั้น ก็ทำงานกันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเดือนต.ค.ที่ผ่านมา แม้คณะทำงานหลายคนจะมีภารกิจร่วมพระราชพิธีสำคัญ ในพระบรมมหาราชวัง แต่ก็ลงไปพื้นที่ติดตามงานอย่างต่อเนื่อง
โดย 26-28 นี้ จะมีประชุมประสานและนัดหมายกับกลุ่มงานกระทรวงต่างๆ เพื่อเตรียมแผนงานและโครงการให้ ครม.ส่วนหน้า รับทราบ