PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันอังคารที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

เหวง ติงคสช.ราดน้ำมันบนกองเพลิง

เหวงติง คสช.ราดน้ำมันเข้ากองเพลิง
ปัด นปช.ขนคนมาเชียร์ “ยิ่งลักษณ์”
................................................

หมอเหวง ปัดนปช.ขนคนเชียร์ “ยิ่งลักษณ์” โต้ คสช.กวนน้ำให้ขุ่นเท่ากับราดน้ำมันลงกองเพลิง ประโคมข่าวจนคนอยากมา เชื่อเป็นเพราะรักและศรัทธาจึงมาให้กำลังใจ ลั่นไม่ได้มาประท้วงหรือต่อต้านศาล
เมื่อ 25 ก.ค. 2560 นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. กล่าวถึงกรณีฝ่ายความมั่นคงมีความกังวลที่มวลชนจะมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในการพิจารณาคดีจำนำข้าวของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในวันที่ 25 ส.ค.นี้ ว่า คิดว่า คสช. ไม่ควรทำอย่างนี้ เพราะที่ออกข่าวว่าจะมีการขนมวลชนมามากมายไม่ทราบว่าเอามาจากที่ไหนว่าจะมีการขนคนมาเชียร์น.ส.ยิ่งลักษณ์ เท่าที่ทราบ ไม่มีการขนคนหรือมีการติดต่อพูดจาอะไรกัน พรรคเพื่อไทยเองก็ไม่ได้มีการพูดคุยกันเรื่องนี้ จึงแปลกใจว่ามาอย่างไร
“ประชาชนเขาเคารพกฎหมาย ไม่มีใครตั้งใจทำลายขื่อแปของบ้านเมือง ถ้าจะมีคนมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์บ้าง ก็เป็นเพราะรักและศรัทธา เขาไม่ได้มาประท้วงหรือต่อต้านศาล ประเมินว่าตามปกติธรรมชาติก็น่าจะมีแค่หลักร้อย ผมไม่ต้องการอะไร อยากรอโรดแม็พให้มีการเลือกตั้ง ไม่อยากให้บ้านเมืองวุ่นวาย การที่ คสช.ระบุว่าจะมีการขนคน เป็นไปไม่ได้ การที่ คสช.กวนน้ำให้ขุ่นจึงเท่ากับราดน้ำมันเข้ากองเพลิง” นพ.เหวงกล่าว
PEACE NEWS

สิงหา 'ใครมีลาย-ออกลายมาเลย'

เปลว สีเงิน 24/7/60
"ดาริน กานต์"...........
ทำปฏิทิน "คนเฉียดคุก" เดือนสิงหา ๖๐ โพสต์ fb ไว้กระชับดี
-๑ ส.ค. ยิ่งลักษณ์ แถลงปิดคดีปล่อยปละจำนำข้าวด้วยวาจา
-๒ ส.ค. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินคดี อดีตนายกฯ สมชายและพวก "สลายพันธมิตรฯ" หน้าสภา ๗ ต.ค.๕๑
-๑๕ ส.ค. โจทก์-จำเลย (คดียิ่งลักษณ์) ยื่นคำแถลงปิดคดีเป็นลายลักษณ์อักษรต่อศาลฎีกานักการเมือง
-๒๕ ส.ค. ตัดสินคดียิ่งลักษณ์และคดี "ขายข้าวจีทูจี" บุญทรงกับพวก
-๒๙ ส.ค. ตัดสินคดีสนามกอล์ฟอัลไพน์ "นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ"
"ยัง กัมมัง กะริสสามิ เราทำกรรมใดไว้
กัลยาณัง วา ปาปะกัง วา ดีหรือชั่วก็ตาม
ตัสสะ ทายาโท ภะวิสสามิ. เราจะต้องเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น."
ครับ...เป็นเช่นนั้นจริงๆ ผลของกรรมแน่นอนที่สุด เพียงแต่จะมาเร็ว-มาช้า เท่านั้น
ฉะนั้น ใครที่ท้อแท้-หดหู่..........
ชอบประชดชีวิต "ทำดี ไม่เห็นได้ดี สู้พวกทำชั่วไม่ได้ ร่ำรวย สุขสบายกัน" นั้น
จงเห็นใหม่ โดยพิจารณาจาก "ปฏิทินกรรม" นี้ เป็นบทปลง!
ส่วนใหญ่ มองเผินๆ เพียงชื่อคนด้วยมุมมองแคบ-สั้นว่า "พวกเราหรือพวกเขา"?
ถ้าเป็นพวกเรา
ก็ลุ้น "เอาใจช่วย" ถ้าคำตัดสินออกมาเป็นคุณฝ่ายตน ก็ว่ายุติธรรม
แต่ถ้าเป็นพวกเขา ก็ลุ้นอีกเหมือนกัน.......
แต่เป็นลุ้นให้คำตัดสินออกมาเป็นโทษ ติดคุก-ติดตะรางไป ก็ว่าแบบนั้น คือยุติธรรม!
ตราบใด ถ้ามองคำตัดสินศาลด้วยทัศนคติแบบนี้ ขอบอกว่า ในความที่ "ยุติธรรมสถิต" มีอยู่แล้ว
แต่การที่คนในสังคมไม่ใช้สติใคร่ครวญด้วยยอมรับความจริงในแต่ละการกระทำ ด้วยใจสุจริตบนฐานเหตุและผล
ใช้แต่ความคิด-ความต้องการบนฐาน "พวกเรา-พวกเขา" เป็นเกณฑ์ชี้ขาด
แบบนี้ ทั้งชาติ ก็มองไม่เห็นความยุติธรรม!
ตามปฏิทินเดือนสิงหา จะเป็นสิ่งทดสอบมาตรฐาน "สังคมไทย" ได้ดีที่สุด
เพราะด้วยความจริงประจักษ์ จำเลยแต่ละคดี "ล้วนคนระบอบทักษิณ"
ชนทั่วไป ย่อมเข้าใจ ว่าด้วยพฤติกรรมใด คนระบอบทักษิณเหล่านั้น จึงต้องตกเป็นจำเลย
คำตัดสินที่จะออกมา ไม่ว่าเป็นอย่างใด ก็เข้าใจได้ ทั้งตามหลักกฎหมาย หลักสังคม หลักข้อเท็จจริง กระทั่งหลักกรรม
แต่ยังมีชนอีกส่วนหนึ่ง.........
ที่เป็นหน่อพันธุ์ "ผลไม้พิษ" เพ่นพ่านอยู่ ทั้งที่รู้ว่าตัวเอง พวกตัวเองทำอะไรไว้ และที่ทำนั้น สุจริตหรือทุจริต
ด้วยสันดานพันธุ์ผลไม้พิษ รู้ความจริง เพราะตัวทำ
แต่ยอมรับในด้านว่า ความจริงที่ตัวเองทำนั้น "ไม่ผิด-ไม่ชั่ว" หากแต่กฎหมายเขียนให้ผิดเอง
และคนอื่นที่ไม่ใช่พวกตัว มองว่า "ชั่ว" ไปเอง!?
ตอนนี้ จึงมีขบวนการปลุกระดม ชูประเด็น (หน้า) ด้านๆ ประมาณว่า
"ระบอบทักษิณถูกรัฐบาล คสช.ไล่ล่า"!
ความเป็นจริง ไม่มีใครไล่ล่าใคร ถ้าจะมี ก็ "กรรม" ที่แต่ละคนก่อไว้นั่นแหละไล่ล่า
กรรมเหมือนเงา........
ต่อให้แอบทำในที่มืด ไม่ว่าดีหรือชั่ว เงาเกิดทั้งนั้น ไม่ใช่ไม่เกิด เพียงแต่ไม่เห็นเอง เหมือนตอนหลับ เราก็หายใจ หากแต่ไม่รู้สึกเอง
ในกรณีนี้ ผมอยากให้เข้าใจกันให้ถูก
ไม่อยากให้เป็นเหยื่อ "ข้อมูลเท็จ" พวกขบวนการพืชพันธุ์ผลไม้พิษที่ดาหน้ากันออกมาพูดจาบิดเบือนหน้าด้านๆ
เป็นระดับอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยก็มี ระดับอดีตผู้พิพากษาก็มี พวกจานมหาลัยก็มี ดอกเตอร์เศษฝรั่งก็มี
เห็นแล้วสมเพช...........
เรียนกันมาขนาดนั้น แทนที่จะใช้กฎหมายเพื่อประโยชน์ชาติ-ประชาชน บนฐานสุจริต ยึดผิด-ถูกแห่งการกระทำเป็นธงวินิจฉัย
กลับใช้น้ำกระดูกที่ระบอบทักษิณโยนใส่กระถางน้ำข้าวให้ เป็นธงเห่า แล้วเผ่าพันธุ์หอนรับเป็นทอดๆ
หวังผลทางปลุกปั่นให้ออกมา "ทำลายเมือง-พิทักษ์โจร"!
ความเป็นจริงที่ต้องเข้าใจกัน...........
รัฐบาลไม่มีอำนาจไปก้าวล่วงการตัดสินคดีความของศาล
ทุกคดี ศาลตัดสินอย่างใด เป็นอิสระด้วยอำนาจของแต่ละศาลเอง
ดังนั้น ที่เป่าหูชาวบ้านกันตอนนี้ว่า รัฐบาล คสช.หรือทหารไล่ล่าระบอบทักษิณ
ไม่จริง.....รัฐบาลทำอย่างนั้นไม่ได้
และศาลก็ไม่มีวันยอมให้รัฐบาลเข้าไปทำอย่างนั้นด้วย!
ทุกคดี ไม่เกี่ยวกับระบอบไหน หรือใครพวกใคร มันขึ้นอยู่กับว่า ใครทำอะไร-แบบไหนไว้
ตอนนี้ ถึงเวลาสิ่งที่ทำ จะออกดอก-ออกผล เป็นสิ่งตอบแทน
ถ้าสิ่งที่ทำนั้นดี และถูกต้องจริง
ก็ไม่ต้องหวั่นไหว ร้องไห้-ร้องห่มเหมือนคนบ้า เพราะผลที่ออกมา คือคำตัดสิน ก็จะออกมาเป็นคุณ
แต่ถ้าที่ทำนั้นไม่ดี เจตนาไม่สุจริต คิดชั่วต่อชาติ-ประชาชน ผลที่ออกมา ก็จะเป็นโทษ
เหมือนเพาะกุหลาบไว้ ก็สบายใจได้ ต้นที่งอก-ดอกที่โผล่ ต้องเป็น "ดอกกุหลาบ" สวยงามแน่
แต่ถ้าไม่ใช่ ต้นที่งอก-ดอกที่โผล่ มันจะเป็นดอกกุหลาบไปได้อย่างไร?
มันก็จะออกเป็นดอกฟ้องเผ่าพันธุ์ที่เพาะ เป็นดอกทอง ดอกอุตพิดไปตามพันธุ์ ...พันธุกรรมนั่นแหละ
ผมก็แฉลบไปโน่น-นี่อยู่ ๒-๓ วัน อ่านๆ ข่าว เห็นสื่อเขาพูดกันว่า เดือนสิงหาดูน่ากลัวสถานการณ์!?
เพราะพวกพันธุ์พิษเตรียมระดมเผ่าพันธุ์แดงเดินทางเข้ามาแสดงพลังในกรุงเทพฯ ด้วยข้ออ้าง
มาให้กำลังใจอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์!
วันที่ ๒๕ สิงหาที่ศาลนัดฟังคำตัดสิน ทั้งคดียิ่งลักษณ์-คดีบุญทรงในวันเดียวกัน
ได้ยินฝ่ายรัฐบาล ทหารเขาก็พูดเรื่องนี้ในทำนองห่วงใย ไม่อยากให้มาเหมือนกัน
แต่ความเห็นผม....ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า!
รัฐบาลไม่ควรเอาเหตุการณ์ที่คาดเอาล่วงหน้า มาเป็นตัวกังวลถึงขั้นออกมาตรการ-ห้ามปรามในปัจจุบัน ดูไม่สง่างามนัก
มนุษย์ทุกคน มีทั้งคนรัก-คนเกลียด
เมื่อยิ่งลักษณ์จะติด-ไม่ติดคุกทั้งที คนที่รักเธอจะมาให้กำลังใจกัน ก็ปล่อยเขาเถอะ
-การตัดสิน เป็นอำนาจของศาล
-การมาของคน เป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชน
-การควบคุมคนที่มาให้อยู่ในกรอบกฎหมาย เป็นหน้าที่รัฐบาล
ยึดตามนี้ ทุกอย่างจะสวยงาม........
ส่วนรายละเอียดในขั้นตอนปฏิบัติ บนฐานประเมินผลในอนาคต รัฐบาลจะทำอย่างไร นั่นเป็นเรื่องภายใน ก็ว่ากันไปทางใน
ไม่ใช่เอาทางในมาพูดสร้างเป็นมุมขัดแย้งข้างนอก เหมือนผัวเมียทะเลาะจะให้ลูกเรียนอะไรดี
ทั้งที่เพิ่งจะปั่มปั๊มไปครั้งเดียว เมื่อคืนเอง!
ทุกอย่างจบที่เดือนสิงหาไม่ใช่ความบังเอิญ หากแต่เป็น "ความลงตัว" ที่เป็นอย่างที่มันต้องเป็น
เพราะพ้นจากสิงหา เข้าโซนกันยา-ตุลา
บ้านเมืองไม่ควรมีเรื่องใดๆ และใครๆ ก็ไม่บังควรนำมาซึ่งสิ่งรบกวนจิตใจประชาชนช่วงนั้น
ให้มันจบๆ ไป ด้วยความลงตัวตามเหตุ-ปัจจัยของมัน
"อะไรจะเกิด"...........
ก็ให้มันเกิดซะตอนนี้ จะได้รู้เรื่อง-รู้ราว และ "สิ้นเรื่อง-สิ้นราว" กันไปซะที
บ้านเมืองตกอยู่ในสภาพ "เด็กแย่งตุ๊กตา" จนแขนขาขาดมา ๑๐ ปีเต็มๆ แล้ว
เอากันให้จบ-ให้เบ็ดเสร็จกันไปซะที!
ใครมีลาย อยากจะออก ก็ออกมาให้เห็น "เต็มตัว-เต็มดอก" ซะภายในสิงหานี้เถอะ
สะสางซะให้มันจบแบบสะๆ ไปซะที!
ปีหน้า ...........
จะได้เป็นปีเริ่มศักราช ที่ไม่ใช่ "พวกเขา-พวกเรา" มีแต่เผ่าพันธุ์ไทยเดียวกันทั้งหมด
"สร้างบ้าน-แปงเมือง" กันให้เต็มสูบไทยเสียที!

บทเปรียบเทียบ 'วิญญูชน-ทุรชน'

นปช.-กปปส.".............
อ่านตัวอย่าง "ข้อสอบเฉลย" นี่หน่อย!
อ่านแล้วจะรู้ "ผลสอบ" ตัวเองเมื่อปี ๕๓ และปี ๕๖-๕๗ โดยเทียบเคียงชัดแจ๋ว!
".........จำเลยทั้งหกซึ่งมีการศึกษาต้องรู้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการผิดกฎหมาย ทำให้เสียทรัพย์ราชการ ส่งผลกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดิน
ซึ่งกระทบต่อเนื่องถึงประโยชน์สาธารณะ เลยขอบข่ายการแสดงออกทางประชาธิปไตย
อย่างไรก็ดี การกระทำของจำเลยทั้งหกไม่ได้มุ่งเน้นประโยชน์ส่วนตน และไม่ได้ประทุษร้ายบุคคล
อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยคนละ ๒ ปี โดยไม่รอลงอาญานั้นหนักเกินไป
เห็นควรปรับบทลงโทษให้เหมาะสม พิพากษาแก้เป็นจำคุกจำเลยคนละ ๑ ปี ไม่รอลงอาญา
โดยคำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้ ๑ ใน ๓
คงจำคุกจำเลยคนละ ๘ เดือน ไม่รอลงอาญา"
นี่คือส่วนหนึ่งของ "คำตัดสินศาลอุทธรณ์" เมื่อวาน (๒๔ ก.ค.๖๐) ในคดีแกนนำพันธมิตรฯ บุกทำเนียบรัฐบาล เมื่อปี ๕๑
จำเลยทั้ง ๖ ............
"พลตรีจำลอง ศรีเมือง, สนธิ ลิ้มทองกุล, พิภพ ธงไชย, สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, สมศักดิ์ โกศัยสุข และ สุริยะใส กตะศิลา"
รวมทั้งชนชาวพันธมิตรฯ ทั้งที่ไปและไม่ได้ไปร่วมฟังคำตัดสินเมื่อวาน
ต่างน้อมรับคำตัดสินนั้น "ด้วยเคารพต่อศาล" โดยไม่มีปฏิกิริยาต่อต้าน-โต้แย้งใดๆ
ศาลแจกแจง แยกแยะแจ้งชัด เป็นคำตัดสิน "สถิตยุติธรรม" ถึงพร้อมด้วยบรรทัดฐานกฎหมาย บรรทัดฐานคุณธรรม
และรับรู้ถึงมโนสำนึกแห่งชนผู้ "ยอมทำผิด"
เพื่อให้ผิดนั้น............
เป็นผิดเพื่อพิทักษ์ "ชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์" จากทุรชนที่มุ่งโค่นชาติ ล้มสถาบัน ในเวลานั้น
ทั้งหลาย-ทั้งปวง ที่แกนนำพันธมิตรฯ ทำลงไป ตัวเองพร้อมตาย แต่ฝ่ายตน ไม่ยอมกระทำใดๆ ในทางทำลายและประทุษร้ายใครๆ
เห็นได้จริง ดังคำตัดสินที่ว่า.........
"การกระทำของจำเลยทั้งหกไม่ได้มุ่งเน้นประโยชน์ส่วนตน และไม่ได้ประทุษร้ายบุคคล"
ขณะนี้ ศาลอนุญาตให้จำเลยทั้ง ๖ ได้ประกันตัวไปสู้ชั้นฎีกาต่อไปแล้ว
ไม่มีใครออกมาฮึ่มแฮ่ ด้วยอ้างบุญคุณทำเพื่อชาติ
ไม่มีใครออกมาพูดว่า "ไม่ได้รับความเป็นธรรม"
ไม่มีใครนัดหมายแสดงพลัง-สร้างวลีเสียดสีศาล
ไม่มีใครบีบน้ำตา-บ้าน้ำลาย เป็นอีบ้า-ไอ้เบื๊อกเถลือกไถล
แกนนำ นปช.-แดงระบอบทักษิณทั้งหลาย โปรดดูเป็นตัวอย่าง
และใช้สำนึกแห่งมนุษย์ ลำดับพฤติกรรมแห่งตน ในการชุมนุม ก่อจลาจล วินาศกรรม-เผาบ้าน-เผาเมือง.......
บุกโรงพยาบาล-บุก กกต.-บุกโรงพัก-บุกค่ายทหาร-บุกรัฐสภา-ฆ่าตำรวจ-ทหาร-ชาวบ้าน ตั้งแต่ปี ๕๒-๕๓
ว่าการกระทำเหล่านั้น เข้าข่าย..........
"ผิดกฎหมาย ทำให้เสียทรัพย์ราชการ ส่งผลกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดิน กระทบต่อเนื่องถึงประโยชน์สาธารณะ เลยขอบข่ายการแสดงออกทางประชาธิปไตย หรือไม่?"
"เป็นการกระทำมุ่งเน้นประโยชน์ตน เมื่อกูอยู่สุขไม่ได้ ใครก็อย่าหมายจะได้อยู่เป็นสุข
อีกทั้ง ที่เหี้ยมเกรียม-เกรี้ยวกราดกันช่วงนั้น มีการกระทำถึงขั้นประทุษร้ายถึงชีวิตทั้งต่อบุคคลและต่อประชาชนหรือไม่?"
เนี่ย....ลำดับเรื่องที่ทำไว้ .........
แล้วเทียบเคียงกับบรรทัดฐานยุติธรรมจากคำตัดสินนี้ดู ก็พอจะรู้ได้ ว่าที่ทำกันลงไปนั้น
ผิดหรือไม่ผิด เข้าข่ายคุก หรือไม่เข้าข่าย?
แม้กระทั่ง กปปส.ก็ประยุกต์คำตัดสินนี้เป็น "ข้อสอบเฉลย" ได้เช่นกัน
ว่าที่มวลมหาประชาชนนับสิบล้านตบเท้าออกมาชุมนุมชนิด "แก้วซักใบก็ไม่แตก" เมื่อปี ๕๖-๕๗ นั้น
ผิดหรือไม่ผิด มีตรงไหนเข้าข่ายคุกหรือไม่เข้าข่าย?
๒๔๙๙ เป็นยุค "อันธพาลครองเมือง"............
แต่พอ ๒๕๐๐ "จอมพลสฤษดิ์" ครองเมือง บรรดาอันธพาลแตกกระสานซ่านหนี
ยอม "กลายพันธุ์" ให้ตัวเอง ก่อนถูกจอมพลสฤษดิ์ "สลายพันธุ์" ให้!
๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๐ ที่จะถึงนี้..........
ใครยังคิดจะเป็น "อันธพาลครองเมือง" ก็ลองดู ว่าพลเอกประยุทธ์ ในฐานะผู้นำ "รัฐบาลทหาร"
จะสลายพันธุ์ได้เหมือนจอมพลสฤษดิ์หรือไม่?
ผมดูๆ นะ ..........
นักกฎหมายที่ระบอบทักษิณขุนไว้ มีทั้งอดีตอัยการ อดีตอธิการมหาลัย อดีตผู้พิพากษา และนักกฎหมายจากฝรั่งเศส-เยอรมัน
ในยามหน้าสิ่ว-หน้าขวาน แทนที่จะทำตัวเป็นที่พึ่งทางกฎหมาย พูดจาให้คนเครือข่ายได้เข้าใจ เป็นไปในทางเคารพ-เอื้อเฟื้อต่อสถาบันศาล
กลับออกมาร่วมตะแบงในทางว่า นายกระโปรงข้าถูกยุติธรรมรังแก บางถ่อยใช้ตรรกะระยำปลุกระดมถึงขั้นว่า .........
ความยุติธรรมจากคน ๙ คน ๑๐ คน หรือจะสู้ความยุติธรรมจากคน ๑๐ ล้าน!
คนไม่มีการศึกษา คนบ้านป่า-เมืองเถื่อน ก็ไปอย่าง แต่พวกนี้ มีการศึกษา ข้าวแดงแกงร้อนจากรัฐราดหัว เคยมีอำนาจทางราชการ
แต่จิตสำนึกแห่งคน แม้สักนิดก็ไม่มี
ที่ทักษิณเคยพูดกับผมถึงบางคนที่เคยใหญ่โตด้วยอำนาจกฎหมายว่า..........
"พี่...พวกนี้ 'คนของผม' ทั้งนั้น"!?
ผมนึกว่าทักษิณโม้ แต่พอเกษียณ จาก "สูงสุด" ที่แอบขึ้นลิฟต์ลับตึกชินเป็นอาจิณ
ก็เปิดตัว "ต่ำสุด" มาเป็นขี้ข้าจากตำแหน่งล่อ ทำหน้าที่ฟอกถ่าน-แก้ต่างให้ระบอบทักษิณ
ก็จริงของเขา.....
ทักษิณไม่ได้โม้ เงินซื้อ "คนรัฐ" ให้คอยทำคดเพื่อเขาได้ ก็ไม่เข้าใจ คนระดับนี้ ทำไมอัปรีย์บริสุทธิ์ได้ยืนยง?
คนทั่วไปยังเข้าใจว่า ........
ถ้า ๒๕ สิงหา ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตัดสินจำคุก
"ยิ่งลักษณ์" ต้องเข้าคุกทันที!
ไม่ใช่อย่างนั้น ตามรัฐธรรมนูญ ฉบับ ๒๕๖๐ ศาลฎีกาฯ นักการเมือง ให้อุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ ยังไม่เข้าคุกทันที
เหมือน ๖ แกนนำพันธมิตรฯ เมื่อวาน ถึงต่างศาล แต่กฎหมายให้โอกาสทัดเทียมกัน
คดีพันธมิตรฯ ถูกจำคุก ๘ เดือน ไม่รอลงอาญา หมายความว่า ต้องเข้าคุกสถานเดียว
แต่ยังไม่ต้องเข้า ยังมีศาลฎีกาให้สู้ต่อได้อีกศาล
ก็ประกันตัวไปสู้ต่อ!
เรื่องอย่างนี้ แทนที่นักกฎหมายระบอบทักษิณจะอธิบายให้นายหญิงทูนหัวและสมุนไพร่ได้เข้าใจ ก็เฉไฉซะ
เอะอะปลุกวิญญาณ "อันธพาลครองเมือง" ท่าเดียว หรือเป็นวิธีฉวยโอกาสเพื่อ "วางบิล" เรียกเก็บหลังจากนั้น?
ทั้งคดียิ่งลักษณ์-คดีบุญทรง "ถ้าติด" อุทธรณ์ได้
ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญานักการเมือง ที่ผ่าน สนช.ไป ๑๐ กว่าวันก่อน
"มาตรา ๖๐ ในกรณีที่จำเลยซึ่งไม่ได้ถูกคุมขังเป็นผู้อุทธรณ์ จำเลยจะยื่นอุทธรณ์ได้ต่อเมื่อแสดงตนต่อเจ้าพนักงานศาลในขณะยื่นอุทธรณ์ มิฉะนั้น ให้ศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์"
นี่ไง คำตอบในประเด็นที่พูดกัน......
"ยิ่งลักษณ์จะหนี-ไม่หนี ยิ่งลักษณ์กล้าอยู่เสี่ยงคุกเลยหรือ"?
ก็จะรีบถลกตูดหนีทำไม ขืนหนีก่อน ๒๕ สิงหา แทนที่จะได้ตีบทแตกอีกรอบ กลับซวยหนักขึ้น
เพราะมาตรา ๖๐ ปิดประตูล่วงหน้าไว้แล้ว คือในการอุทธรณ์ จะมอบทนายทำแทนเหมือนก่อนไม่ได้แล้ว
จำเลยต้องไปปรากฏตัวต่อเจ้าพนักงานศาลด้วย ไม่งั้นศาลไม่รับอุทธรณ์!
เมื่อก่อน ต้องมี "ข้อมูลใหม่" จึงอุทธรณ์ได้ แต่ตอนนี้ อุทธรณ์ได้ทุกกรณี ทั้งด้านข้อกฎหมาย ด้านข้อเท็จจริง
มาตรา ๖๓ "กฎหมายลูก" บอกว่า ...........
"ในคดีเรื่องใด หากมีปัญหาข้อกฎหมาย ที่ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยไว้แตกต่างกัน ผู้พิพากษาคนหนึ่งคนใดในองค์คณะพิจารณาคดีนั้น หรือประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกาจะเสนอประธานศาลฎีกาเพื่อพิจารณาให้มีการวินิจฉัยปัญหานั้น โดยที่ประชุมใหญ่ก็ได้............ฯลฯ......."
ฉะนั้น แดง-ดำ ทั้งหลาย ถ้ามีพวกอดีต ส.ส. พวกแกนนำ พวกไพร่ไปปลุกระดม ชักชวนมาฟังคำตัดสินบังหน้า เจตนาระดมพลป่วนเมืองในวันที่ ๒๕ สิงหา
ก็อย่าไปเชื่อมัน นอนให้กำลังใจอยู่กับบ้านนั่นแหละ!
ยิ่งลักษณ์รู้อยู่แล้ว ว่าอุทธรณ์สู้ต่อ ยืดเวลาคุกได้ จะต้องรีบหนีทำไม
ขืนหนี ซวยตลอดชาติเหมือนพี่ชาย คดีไม่นับอายุความแล้ว กลับมาเข้ากระบวนการศาลวันไหน จึงจะนับอายุความวันนั้น
นอกจากหมดสิทธิ์อุทธรณ์แล้ว........
ตามกฎหมายใหม่ ถึงจำเลยหนี ศาลก็พิจารณาคดีลับหลังได้
พอเข้าใจกันแล้วกระมัง ที่อยู่ ไม่ใช่โฉมยงไม่กลัวคุก
หากแต่ติงต๊องขนาดไหน ก็ยังพอเข้าใจ อยู่-ยังอุทธรณ์ "ยืดเวลาคุก" ได้ ขืนหนี........
หน่อย "ยึดพรรค" ไปกินแน่!

รอวัดผล?

รอวัดผล?

ท่ามกลางสถานการณ์ที่คดีใหญ่ เกี่ยวข้องโยงใยกับนักการเมือง ทยอยเข้าสู่กระบวนการตัดสิน

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้ฤกษ์งามยามดี นัดอ่านคำพิพากษา 3 คดีโด่งดังในเดือนหน้า

ไล่ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม ประเดิมด้วยการตัดสินคดีเจ้าหน้าที่สลายการชุมนุมม็อบพันธมิตรที่หน้ารัฐสภา
มีระดับบิ๊กเนม ทั้ง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น. ร่วมเป็นจำเลย

และช่วงปลายเดือน วันที่ 25 สิงหาคม ศาลฎีกาฯนัดอ่านคำพิพากษาคดีจำนำข้าว ที่มี อดีตนายกฯปู-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นจำเลย

ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท
และวันเดียวกัน ศาลฎีกาฯยังได้นัดอ่านคำพิพากษาคดีระบายข้าวแบบจีทูจีปลอม ที่มี นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และ นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ ร่วมเป็นจำเลย

คำพิพากษาจะออกมาอย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องรอลุ้นด้วยความระทึกขวัญเป็นอย่างยิ่ง!!!

ที่แน่ๆทั้ง 3 คดีใหญ่ที่กำลังจะมีการตัดสินชี้ชะตา จำเลยล้วนเป็นระดับบิ๊กในเครือข่าย นายใหญ่ ยุครัฐบาลพรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทยทั้งสิ้น

ทำให้หวั่นกันว่า ผลแห่งคดีเหล่านี้จะทำให้สถานการณ์เกิดแรงกระเพื่อม ปั่นป่วนวุ่นวายอีกหรือไม่???

ถึงขนาดที่ฝ่ายความมั่นคง ต้องเตรียมวางแผนตั้งรับเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยกันเป็นพิเศษ ขณะที่ตำรวจก็เตรียมใช้แผน “กรกฎ” รักษาความสงบทั่วประเทศในห้วงที่ศาลฎีกาฯพิพากษาคดีสำคัญ

ป้องกันเข้มเต็มแผง สกัดความเคลื่อนไหวจากพวกจ้องป่วน!!!

และก็บังเอิญพอดิบพอดี วันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมาหมาดๆ คณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ได้นำร่างสัญญาประชาคม เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองฉบับสมบูรณ์

เสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดิน ตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ที่มี “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. นั่งหัวโต๊ะสั่งอนุมัติ

เพื่อประกาศใช้เป็นสัญญาประชาคม สร้างความสามัคคีปรองดองของประเทศไทย!!!

“พ่อลูกอิน” คงไม่ต้องสาธยายรายละเอียดเนื้อหาสัญญาประชาคมให้เป็นแผ่นเสียงตกร่อง เพราะมีข่าวออกทางสื่อโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ และออนไลน์ เต็มพรืดกันไปแล้ว

ทั้งประเด็นหลัก และภาคผนวกจากแนวทางของ “นายกฯลุงตู่” สิริรวมเบ็ดเสร็จ 15 ข้อ ยาวเหยียด
แต่ที่แน่ๆทุกประเด็นในสัญญาประชาคม ที่ผ่านกระบวนการเสนอความเห็นจากนักการเมือง ภาคธุรกิจ และตัวแทนภาคประชาชน ผ่านการกลั่นกรองจากคณะกรรมการของกองทัพ ขยำสังเคราะห์กันออกมา
ถือเป็นหลักการที่จะทำให้สังคมไทยสามารถอยู่ร่วมกันได้ด้วยความสงบสุขแน่นอน

ภายใต้หมายเหตุ ถ้าประชาชนร่วมใจปฏิบัติตามแนวทางของสัญญาประชาคม

แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าคนไทยส่วนใหญ่พร้อมปฏิบัติตามสัญญาประชาคม เพื่อให้ประเทศสงบสุขหรือไม่???

หรือยังหลงใหลคำยั่วยุของนักการเมือง ที่พยายามสร้างความขัดแย้งเพื่อประโยชน์ตัวเอง!!!

“พ่อลูกอิน”

ต้องสลับกล้ารึเปล่า?

ต้องสลับกล้ารึเปล่า?

พลันที่วันพิพากษาคดีจำนำข้าวนัดชี้ชะตา 25 สิงหาคม อารมณ์ “ผวาม็อบ” ก็กำเริบทันควัน

ตามปรากฏการณ์ที่ “หน่วยข่าวไม่ได้กรอง” เจ้าเดิม ยี่ห้อ “สมชาย แสวงการ” สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แตะมือกับ “ไพศาล พืชมงคล” กรรมการผู้ช่วยรองนายกฯ

รีบ “ปล่อยของ” อ้างความเคลื่อนไหวของอดีต ส.ส.อีสาน พรรคเพื่อไทย ปลุกระดมมวลชน เตรียมกดดันการตัดสินคดีจำนำข้าวของศาลฎีกาฯ

สะท้อนอาการ “ตื่นตูม” ของ “ต้นสังกัด” ในฝ่ายคุมเกมอำนาจ

รับกับจังหวะที่แหล่งข่าวไม่ประสงค์ออกนาม ปล่อยข้อมูลอ้าง “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช. ได้สั่งให้กองกำลังรักษาความสงบตามประกบความเคลื่อนไหวของทุกกลุ่มทุกฝ่ายในห้วง 1 เดือนจนกว่าจะถึงวันตัดสินของศาล

ทหารขยับเกาะติดเกมมวลชน ล้อไปกับเสียงขู่ของขาเฮี้ยวอย่าง “เสี่ยไก่” นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีคนดังพรรคเพื่อไทย ประกาศจะไม่ปล่อยอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร “ตายเดี่ยว”

เร้าฉากบู๊วัดดวง วัดใจ ตามฟอร์มของฝ่ายโดนต้อนจนมุม

อย่างไรก็ตาม ลำพังปมคดีจำนำข้าวก็คงกระตุกอารมณ์ได้แค่กองเชียร์ของ “น้องปู” เครือข่ายเสื้อแดง นปช.และพรรคเพื่อไทย

แค่เผยอ “ลิ้นไก่” ก็เห็นเข้าไปถึงไส้ติ่ง คนส่วนใหญ่ยังชั่งใจ

แต่จุดอันตราย “หัวเชื้อ” ไวไฟจุดม็อบของจริง มันอยู่ตรงสถานการณ์ที่นักการเมืองอาชีพทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยช่วยกันตีปี๊บ ประจานการแก้ปัญหาราคา

พืชผลเกษตรของรัฐบาล คสช. กระตุ้นจุดเดือดของเกษตรกรและชาวบ้านที่กำลังลำบากปากท้อง
นี่ต่างหากที่มันกำลังจะไหลเป็นขนมผสมน้ำยา

ยิ่งภาวะที่สอดคล้องกับกระแสชนชั้นกลาง ล่าสุด “นิด้าโพล” เชียร์ให้ปรับ ครม. ด้วยเหตุเพราะคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันยังทำงานและแก้ไขปัญหาได้ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ

โพลตอกย้ำสถานการณ์น่าห่วงในเชิงบริหารของรัฐบาล คสช.

ในมุมของคนนอกที่เสพข้อมูลจากข่าว ก็มุ่งไปที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง หงุดหงิดกระทรวงเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องตรงกับปัญหาปากท้อง

แต่ข้อมูลวงในที่รู้กันเต็มอกของคนที่รับผิดชอบสูงสุดในการบริหาร จุดที่ลงล็อก

ที่สุดในมุมของ “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. อยากให้เป็นดั่งใจนึก
แต่ก็ยังติดลูกเกรงใจ ไม่กล้าหักดิบในเชิงปฏิบัติจริง

กับการปรับเก้าอี้ สลับฉากกันระหว่าง “พี่ใหญ่” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กับ “พี่รอง” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย

แน่นอน พล.อ.ประวิตร อาจจะติดความเป็นทหารอาชีพ ทำให้อิดๆออดๆ แต่ด้วยเงื่อนไขความจำเป็นเร่งด่วนของมหาดไทยที่คุมผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการบริหารร่วมกับทุกกระทรวง

ตามรูปการณ์ต้องใช้มือประสานอย่าง “พี่ใหญ่” ที่มากบารมี กล้าตัดสินใจ ทำงานไว ไปแก้วัฒนธรรมองค์กรของ “เสือซุ่ม สิงห์เงียบ” ที่ขึ้นชื่อเรื่องกั๊กอำนาจ หวงงบประมาณ ห่วงเงินทอน

ถือเป็นจุดติดขัดหนักสุดในการขับเคลื่อนการบริหารของรัฐบาล

งานไม่เดิน มีแต่นักวิ่ง จมูกไว แบบที่ไม่ทันไร ผู้ว่าฯจังหวัดใหญ่ในแถบอีสานใต้ รีบประกาศจองเก้าอี้อธิบดีกรมที่ดิน ตั้งแต่มีข่าวเจ้านายสายตรงอย่าง “บิ๊กป้อม” จะสลับขั้วไปนั่ง มท.1

ถ้ายังไม่ปรับจูนมหาดไทย ส่งผลต่อสุขภาพรัฐบาลแน่

และกับปมอันตรายสดๆร้อนๆ โครงการ “9101 ตามรอยเท้าพ่อเพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน” ที่มีกลิ่นโชยมาแต่หัววัน ตามข้อมูลของจอมแฉอย่างนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ปูดรายการสวาปาม “เงินทอน” ผลิตดอกไม้จันทน์

อ้างเหตุเกิดที่อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ ที่ได้เงินหมู่บ้านละ 2.5 แสนบาท จากงบฯแจกจ่ายให้ตำบลละ 2.5 ล้าน มีการโอนเงินให้องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ละ 8 หมื่นบาท แต่ให้ส่งคืนจังหวัดด้วยเงินสด 5,000 บาท และคืนอำเภอ 3,000 บาท

ฝากให้รัฐบาลตรวจสอบด่วน เพราะหากทำจริงก็ถือว่าชั่วสิ้นดี

มันเป็นอะไรที่เข้าจุดโฟกัสพอดี โครงการและงบฯของกระทรวงเกษตรฯที่คาบโยงกับกระทรวง
มหาดไทยในฐานะฝ่ายปฏิบัติในพื้นที่

เจอปม “เงินทอน” ร้อนๆแบบนี้ เสียววาบทั้งรัฐบาลก็แล้วกัน.

ทีมข่าวการเมือง

ใครจะคุมสมช.รอพุธนี้

ใครจะคุม "ตึกแดง"??

ประชุม "สภา มช." พุธนี้ คาดมีหารือ ตั้ง "เลขาฯสมช"คนใหม่  จะเป็น พลเรือน หรือทหาร..."สมเกียรติ"หรือ"พล.อ.วัลลภ" หรือ บิ๊กทหารอกหัก หรือ บิ๊กตำรวจ คนไหน แล้ว นายกฯ บิ๊กตู่ จะมาประชุมเองหรือไม่

จับตา พุธ 26 กค.นึ้ .....จะมีการหารือ เริ่องการแต่งตั้ง เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)..พลเอกประยุทธ์ นายกฯ  จะเป็นประธานการประชุม สภา สมช.  ร่วมด้วย บิ๊กป้อม พลเอกประวิตร รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง 

โดย จะมีการพิจารณา แต่งตั้ง เลขาฯสมช.คนใหม่ ระหว่าง นายสมเกียรติ ศรีประเสริฐ รองเลขาฯสมช. ที่ได้รับการเสนอชื่อ จาก พลเอกทวีป เนตรนิยม เลขาฯสมช.คนปัจจุบัน ให้เป็น เลขาฯ สมช.คนใหม่  ....กับ พลเอกวัลลภ รักเสนาะ ผอ.สำนักนโยบายและแผนกลาโหม ที่ คาดว่าจะได้รับการเสนอขื่อ โดย พลเอกประวิตร ให้เป็น เลขาฯสมช......

หรืออาจเป็น บิ๊กทหารคนอื่น ที่พลาดเก้าอี้ ในกองทัพ.....หรือ ตำรวจคนไหน หรือไม่

รอดูปฏิกิริยา คนสมช.
และตัองดูว่า นายกฯจะเข้าประชุม หรือไม่ หรือจะปล่อย พี่ใหญ่ ให้ บิ๊กป้อม ว่าไป เลือกเอง .....น้องตู่ ไม่ยุ่ง

คนรุ่นใหม่ต้องไม่ทะเลาะกัน

"คนรุ่นใหม่ต้องไม่ขัดแย้ง ปล่อยให้พวกคนรุ่นเก่า มันขัดแย้งกันไป"

นายกฯบิ๊กตู่ พูดหน้ามุ่ยๆ พร้อมเปรย เมื่อเห็นเด็กๆว่า.."อยากเอาคนบางพวก มาเรียนหนังสือใหม่ เพราะบางคนจบสูง แต่ไม่รู้จักคิด"

พลเอกประยุทธ์ กล่าวช่วงหนึ่งหลังชื่นชมเยาวชนที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ว่า บางคนเรียนจบสูง แต่คิดอะไรไม่เป็น มัวคิดแต่เรื่องทะเลาะกัน  อยากให้กลับไปเรัยนใหม่

พร้อมระบุว่าต้องสร้างการรับรู้ และช่วยกันสร้างสังคม คนรุ่นใหม่ต้องไม่ขัดแย้ง ให้คนรุ่นเก่ามันขัดแย้งกันไป วันนี้เราต้องสอนให้เยาวชนรู้จักคิดไม่รู้จักการใช้จ่ายหรือในแวดวงการเกษตรก็ต้องสอนให้เขารู้จักคิด และทำรู้จักการบริหารจัดการน้ำการปลูกพืชให้เหมาะสมโดยนำเทคโนโลยีสาระสนเทศมาใช้ และในการวิจัยจะต้องทำเพื่อให้ใช้จริง

เครียดเลยตีไม่ดี

"บิ๊กตู่" ยอมรับ "ลุง เครียด" เล่นกอล์ฟ ไม่ได้ดี เพราะเล่นไปก็คิดไป คิดจนเล่นได้ไม่ดี  คิดถึงทุกเรื่อง  ทั้งการบริหารประเทศ ไทยแลนด์ 4.0 และ จำนำข้าว 
               

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีหัวหน้าคสช. พบปะพูดคุยกับ เด็กหญิงอาฒยา ฐิติกุล หรือ น้องจีน ผู้ชนะการแข่งขันกอล์ฟอาชีพที่อายุน้อยที่สุดในโลก 

โดยได้กล่าวชื่นชมในการมีความขยัน อดทน เล่นกอล์ฟ และขอร้องว่าในการเล่นกีฬาต้องไม่ส่งผลกระทบต่อการเรียน ต้องแบ่งเวลาให้ได้ ขออวยพรให้ "เทิร์นโปร"ให้ได้สมความตั้งใจ และเมื่อเป็นโปรแล้วห็อย่าลืมการเรียน เราต้องมีความรู้ต้องไม่ทิ้งการเรียน ต่อไปในอนาคตก็จะได้ไปเป็นโค้ชสอนคนอื่นได้ 
              
เท่าที่ติดตามเห็นว่าเล่นกอล์ฟได้เก่งมาก เล่นแล้วมีความสุข ไม่เหมือนลุง เครียด เพราะเล่นไปก็คิดไป คิดจนเล่นได้ไม่ดี  คิดถึงทุกเรื่อง 

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน การบริหารประเทศ ไทยแลนด์ 4.0 จำนำข้าว 

เวลาเล่นอย่ากดดันตัวเอง การได้เป็นที่ 1 แล้วสิ่งที่ยากกว่าตามมาคือการรักษาตำแหน่งเอาไว้ ขอให้ทำให้เต็มที่ อายุเพียง 14 ปีเท่านั้น ยังมีโอกาส และอนาคต 

นอกจากนี้เมื่อคนเรามีความพร้อมแล้วก็ต้องรู้จักเผื่อแพร่ ทำเพื่อประเทศ เพื่อส่วนรวม เรารวยแล้วก็ต้องนึกถึงคนที่ไม่มีโอกาส เพื่อให้โอกาสกับเขา ถ้าเรามีจิตใจเผื่อแพร่ให้คนอื่น เราก็จะเจริญขึ้น และไม่ว่าจะคิดอะไรก็คิดได้ แต่ขอให้คิดถึงคนอื่นด้วย จิตใจก็จะดีขึ้น สวยขึ้น ถ้ามัวแต่คิดทุกวันว่าจะทำอะไรให้ได้เงินมาก ๆ โดยไม่คิดเผื่อแพร่แบ่งปันมันก็จะเป็นทุกข์ มีมากใช้มาก มีน้อยใช้น้อยดีกว่าจะได้มีความสุข"นายกฯ กล่าว

เรียบร้อยโรงเรียนพี่ใหญ่

เรียบร้อยโรงเรียน"บิ๊กป้อม" 

คาด "นายก"ไม่ยุ่ง ตั้ง"เลขาฯสมช." บอก
ให้เป็นเรื่องฝ่ายความมั่นคง...,/บิ๊กป้อม  ชี้สถานการณ์ไม่ปกติ ทหารเหมาะเป็นเลขาฯสมช.เชื่อคนใน ไม่มีปัญหา ไม่น้อยใจ ยก"พลเอกทวีป" ผลงานดี เป็นทหาร

"บิ๊กป้อม"พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม ยัน สถานการณ์ไม่ปกติเช่นนี้ ทหาร มีความเหมาะสมที่จะมาเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)
เชื่อ คนใน สมช ไม่มีปัญหา  ไม่เสียกำลังใจ เพราะ พลเอกทวีป เนตรนิยม เลขาฯ คนปัจจุบัน ก็มาจากทหาร ก็ทำหน้าทึ่ได้ดี 

โบ้ย ยังไม่รู้ จะมีชื่อ พลเอกวัลลภ รักเสนาะผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กลาโหม ได้รับการเสนอชื่อมาเป็นเลขาฯส มช. คนใหม่หรือไม่ ยังไม่ได้ดูเลย

ยันผมจะพิจารณาเอง ไม่บอกว่า มีตัวเลือก กี่คน  ปัดตอบว่า ประชุม สภา สมช.พุธนี้ มีหารือ ตั้ง เลขาฯสมช. หรือไม่ แต่ นายกฯ จะมาเป็นประธานการประชุม

ด้าน พลเอกประยุทธ์ นายกฯ ไม่ตอบ เรื่อง แต่งตั้งเลขา ฯสมช.คนใหม่ บอก แค่ว่า ให้เป็นเรื่องของฝ่ายมั่นคง

โดนก็โดน

โดนก็ โดน !!

"บิ๊กป้อม" บอก เลย ถ้า "พัชรวาท"น้องผม โดนก็โดน เพราะเป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรม แล้วผมจะต้องออกมา ปลุกมวลชน 
ไม่จำเป็นต้องเรียกกองเชียร์  แบบ ที่จะมาให้กำลังใจ คุณยิ่งลักษณ์ มั้ย /ชี้ให้กำลังใจ “ยิ่งลักษณ์” ที่ไหนก็ได้ ระบุตัดสินถูกผิด ไม่ใช่เรื่องที่จะให้คนมารวมตัวกัน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนายวัฒนา เมืองสุข อดีตรมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊ก จะส่งผลให้มวลชนมาให้กำลังใจ วันพิพากษาคดีจำนำข้าวจำนวนมาก จะมีปัญหาหริอไม่นั้น ว่า การจะให้กำลังใจ ไม่จำเป็นต้องออกมาที่ศาล สามารถให้กำลังใจที่ไหนก็ได้ 

แต่ก็เชื่อว่าจะไม่มีความวุ่นวาย เพราะเรามั่นใจ เพราะเรื่องที่จะตัดสิน เป็นเรื่องของอดีตที่ผ่านมา ที่ทำมาตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อน และกระบวนการพิจารณารัฐบาลไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง. เป็นเรื่องของศาลที่จะตัดสินตามหลักฐานพยาน 

ดังนั้นคนที่จะออกมาให้กำลังใจต้องดูว่าออกมาแล้วจะเกิดความสับสน และเกิดความขัดแย้ง ไม่น่าจะทำ

เมื่อถามว่าหากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูกพิพากษาให้จำคุกจะเป็นการปลุกกระแสต่อต้านรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นเรื่องของคดีความ  ไม่ใช่เรื่องที่จะให้คนมารวมตัวกันว่า หากถูกตัดสินผิดแล้ว ต้องมาชุมนุมกัน มันไม่ใช่ 

เมื่อถามย้ำว่าจำเป็นต้องลดแรงต้านการปลุกระดมในโซเซียลมีเดียหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ข้อขัดแย้งต่างๆเป็นเรื่องที่เกิดจากอดีตที่ผ่านมา วันนี้เรามาร่วมมือกันสร้างความปรองดองที่รัฐบาลนี้ได้เริ่มทำ

เมื่อถามว่านอกจากจะมีการพิพากษาคดีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ในวันที่ 25 ส.ค.แล้ว วันที่ 2 ส.ค. ก็จะมีการพิพากษาคดีที่พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร. น้องชาย กรณีสลายการชุมนุมวันที่ 7 ต.ค. 51 พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ผมก็ไม่เห็นจะไปเรียกใครมารวมตัว   ไม่เคยมีเรียกใครมา แล้ววันนั้น ก็ไม่จำเป็นต้องเพิ่มการดูแลอะไร ทุกอย่างจะเป็นเหมือนกัน 

"สิ่งที่ทำเป็นความผิดหรือไม่ กระบวนการยุติธรรมเดินหน้า มาตลอด เช่นเดียวกับคดีของคุณยิ่งลักษณ์ สื่อจะถามอย่างนี้ได้อย่างไร ถ้าเช่นนั้น ผมก็จะถามว่าหากพล.ต.อ.พัชรวาทโดน ผมก็ต้องลุกฮือบ้างหรือ ถ้าโดนก็โดน ไม่ใช่ว่าผมจะต้องปลุกคนมา"

วันจันทร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

‘แอลทีเอฟ’ครึ่งปีเงินออก1.5หมื่นล้าน

‘แอลทีเอฟ’ครึ่งปีเงินออก1.5หมื่นล้าน

24 กรกฎาคม 2560
 374
"แอลทีเอฟ" ครึ่งปีเงินออก1.5หมื่นล้าน คาดนักลงทุนขายทำกำไรหลังผลตอบแทนย้อนหลังดี
มอนิ่งสตาร์ เผยกอง “แอลทีเอฟ” ครึ่งปีแรกเงินไหลออกกว่า 1.5 หมื่นล้าน เชื่อขายทำกำไรหลังผล
ตอบแทนย้อนหลังดี ยังเชื่อครึ่งปีหลังมีเงินไหลเข้า ชี้ถือเป็นธรรมชาติของกองทุนนี้ ขณะกองอาร์
เอ็มเอฟ เริ่มมีนักลงทุนทยอยกลับซื้อแล้ว
นายกิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ นักวิเคราะห์กองทุน ประจำประเทศไทย บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ซ
 (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ช่วง 6 เดือนแรกปีนี้ ภาพรวมกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) มีเม็ด
เงินไหลออกสุทธิ 15,200 ล้านบาท ทำสถิติเงินไหลออกสูงสุดเป็นอันดับ 2 รองจากปี 2555 ที่มีเม็ด
เงินไหลออกสุทธิ 20,004 ล้านบาท ในช่วงเวลาเดียวกัน
“ดูเหมือนว่านักลงทุนจะเน้นการขายหน่วยลงทุนออกเพื่อทำกำไรโดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากผลตอบ
แทนที่น่าพอใจจากการลงทุนตลอดเวลาที่ผ่านมา ผลตอบแทน 5 ปีย้อนหลัง เฉลี่ย 6.9% ต่อปี, 7 ปี 
ได้อยู่ที่เฉลี่ย 10.51% ต่อปี และ 10 ปี ได้อยู่ที่เฉลี่ย 8.55% ต่อปี ประกอบกับสถานการณ์การลงทุน
ที่ตลาดยังดูมีความผันผวนอยู่มาก”
อย่างไรก็ตาม ถือเป็นธรรมชาติของกองทุนประเภทนี้ ที่ผู้ลงทุนส่วนใหญ่จะรอซื้อในช่วงปลายปี เพราะ
ในช่วง 6 เดือนหลังของทุกปีจะกลับไปเป็นยอดเงินทุนไหลเข้าสุทธิโดยตลอด โดยยอด 3 ปีล่าสุด มี
ยอดซื้อสุทธิกลับเข้ามาในช่วง 6 เดือนหลังของปี จำนวน 28,080 ล้านบาท, 41,386 ล้านบาท และ 
36,390 ล้านบาทตามลำดับ
“แม้ช่วง 6 เดือนแรกที่ผ่านมานี้ จะมีนักลงทุนจับจังหวะซื้อสะสมอยู่บ้าง ด้วยโอกาสจะเอื้อต่อการได้
ต้นทุนที่ค่อนข้างถูก เนื่องจากตลาดหุ้นไทยยังไม่ไปไหนไกล บวกไปเพียง 2% กว่าเท่านั้น แต่ด้วย
ยอดขายทำกำไรที่มีสูงกว่าจึงสะท้อนออกมาเป็นเงินไหลออกสุทธิจากกองทุนประเภทนี้”
ในขณะที่กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (อาร์เอ็มเอฟ) นายกิตติคุณ กล่าวด้วยว่า หลังจากที่มีการขาย
สุทธิออกค่อนข้างมากผิดปกติในไตรมาสแรก ก็เริ่มมีนักลงทุนซื้อกลับเข้ามาบ้างเล็กน้อยในไตรมาส
ที่สอง ส่งผลให้ในช่วง 6 เดือนแรกปีนี้ มีเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิกลับมาเป็นบวกได้ที่ 13 ล้านบาท แต่
ก็ยังถือว่าเป็นยอดที่ต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี
โดยพบว่า ในปี 2559 มียอดซื้อ อาร์เอ็มเอฟ สุทธิ 385 ล้านบาท, ปี 2558 มียอดซื้อสุทธิ 2,713 
ล้านบาท, ปี 2557 มียอดซื้อสุทธิ 1,765 ล้านบาท และปี 2556 มียอดซื้อสุทธิสูงสุด 5,489 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ธรรมชาติของกองทุนอาร์เอ็มเอฟ จะมียอดซื้อเข้ามาตลอดทั้งปีอยู่แล้ว เพราะเงื่อนไขใน
การขายหน่วยลงทุนมีความแตกต่างกัน และเช่นเดียวกันยอดซื้อจะไปกระจุกตัวในช่วงปลายปีเช่นเดียว
กับกองทุนแอลทีเอฟ
ดังนั้น ภาพรวมของทั้งกองทุน แอลทีเอฟและอาร์เอ็มเอฟ ตลอดทั้งปีนี้ ยังมีแนวโน้มในการเติบโตได้
ดี เพราะเชื่อว่าแรงขายจากนักลงทุนที่ตั้งใจอยากจะขายกองทุนทั้ง 2 ประเภทนี้นั้นน่าจะลดลงจนเกือบ
จะหมดแล้ว ซึ่งก็คาดการณ์ได้ว่าหลังจากนี้ครึ่งหลังของปีน่าจะมีแต่กำลังซื้อทยอยกลับเข้ามาโดยเฉพาะ
ช่วงเดือนสุดท้ายของปี หลังจากในช่วงครึ่งปีแรกปี 2560 กองทุน แอลทีเอฟ มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 
330,809 ล้านบาท และกองทุน อาร์เอ็มเอฟ มีอยู่ 219,302 ล้านบาท พร้อมกันนี้แนะนำว่าผู้ลงทุนที่ต้อง
การซื้อกองทุน แอลทีเอฟและอาร์เอ็มเอฟ เพื่อลดหย่อนภาษี หากในช่วงนี้หายังลังเล อาจตกขบวนเสีย
โอกาสซื้อด้วยต้นทุนที่ถูกกว่า

ไทกร:ถ้ายิ่งลักษณ์ถูกตัดสินลงโทษ

ไทกร พลสุวรรณ

ถ้าคุณยิ่งลักษณ์ติดคุกจะเกิดอะไรขึ้น...?
     หลายคนกำลังตั้งคำถามนี้...เพราะอยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นตามมา
     ผมจึงขอให้ข้อมูลเพื่อวิเคราะห์หาคำตอบนี้...
     ด้านความเคลื่อนไหวมวลชน
- จะมีความวุ่นวายอยู่บ้าง เพราะความไม่พอใจของแฟนพันธุ์แท้ของคุณยิ่งลักษณ์และคุณทักษิณคงแสดงออกพอสมควร อาจมีการทำลายขัาวของ แต่คงไม่มาก ส่วนใหญ่คงเป็นการตะโกนด่าทอมากกว่า
- คงมีการชุมนุม หรือนัดชุมนุมกันหน้าเรือนจำที่คุมขังคุณยิ่งลักษณ์ ซึ่งผู้จัดชุมนุมคงพยายามหาทางเพิ่มจำนวนคนชุมนุมให้มากขึ้นเรื่อยๆ
- การชุมนุมแบบ นปช.คงไม่เกิดขึ้น เพราะ นปช.ไม่ได้มีฐานมวลชนจำนวนมาก เพราะฐานมวลชนส่วนใหญ่มาจากฐานเสียงของ ส.ส.ในพื้นที่ ซึ่งจะขนคนเข้ามาร่วมเมื่อมีการจัดชุมนุมในแต่ละครั้ง ซึ่งผู้ประสานงานหลักคือ คุณนิสิต สินธุไพร ซึ่งขณะนี้ถูกจำคุกอยู่ที่เรือนจำชลบุรีในคดีบุกการประชุมอาเซม และคงไม่มี ส.ส.คนใดอยากมาทำหน้าที่แทนคุณนิสิต ไม่มีใครอยากเอาคอมาพาดเขียง
- แกนนำมวลชนระดับแม่เหล็กของ นปช.ล้วนถูกจำคุกอยู่เกือบทั้งสิ้น เช่น คุณจตุพร คุณอริสมันต์ คุณขวัญชัย ฯลฯ และแกนนำมวลชนระดับแม่เหล็กที่เหลืออยู่ก็มีเพียงคุณณัฐวุฒิและคุณวีระกานต์ นอกจากนั้นก็ไม่มีพลังดึงดูดมวลชนเพียงพอ
- ในทางจิตวิทยาการเมือง ลึกๆแล้ว ส.ส.และผู้ที่ต้องการเป็นผู้นำพรรค ต้องการเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีล้วนต้องการให้คุณยิ่งลักษณ์ติดคุกทั้งสิ้น เพราะจะเกิดประโยชน์ทางการเมืองในสองแนวทางใหญ่ๆคือ
1. มีผลในการสร้างกระแสทางการเมืองสูงมาก โดยนำประเด็นคุณยิ่งลักษณ์ติดคุกไปหาเสียงเรียกคะแนนสงสารว่า คนตระกูลชินวัตรถูกรังแกตั้งแต่พี่ชายยันน้องสาว ซึ่ง ส.ส.และแคนดิเดตผู้นำพรรคเชื่อว่าจะได้รับความเห็นใจจากมวลชนอย่างมากจนทำให้ชนะเลือกตั้งแบบถล่มทลาย
2. สามารถปลดแอกทางการเมืองได้ครึ่งหนึ่ง นั่นคือ คงไม่มีคนจากตระกูลชินวัตรกลัาเข้ามาเป็นผู้นำพรรคอีก เพราะไม่อยากตกอยู่ในสภาพเดียวกับคุณยิ่งลักษณ์และพี่ชาย คงปล่อยให้นักการเมืองคนอื่นขึ้นเป็นผู้นำพรรค เพราะเหล่าแคนดิเดตผู้นำพรรคและ ส.ส.เชื่อว่าหากคุณยิ่งลักษณ์ติดคุกจะทำให้ทำงานทางการเมืองได้ง่ายขึ้น เพียงอาศัยกระแสเรื่องคุณยิ่งลักษณ์และคุณทักษิณมาสร้างประโยชน์ทางการเมืองก็เพียงพอต่อการเอาชนะการเลือกตั้งได้
- จะเกิดเหตุวินาศกรรมหรือไม่...? เชื่อว่าคงมีระเบิดบ้าง อาจมีการเผ่านู้น นี่ นั่น ซึ่งผู้ที่ทำคือกลุ่มที่ต้องการอาศัยเหตุการณ์คุณยิ่งลักษณ์ติดคุกเป็นเชื้อไฟเพื่อนำไปสู่การเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองสู่ระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ
- สุดท้ายต้องมาดูว่าคุณยิ่งลักษณ์เธอพร้อมจะติดคุกหรือไม่..?? ซึ่งวิเคราะห์ยากมาก เพราะคุณยิ่งลักษณ์เป็นคนอารมณ์ไม่แน่นอน เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง เอาแน่เอานอนไม่ได้ ซึ่งก็น่าเห็นใจเธอที่ต้องมาตกอยู่ในชะตากรรมเช่นนี้ เพราะคงไม่มีใครอยากเข้าไปอยู่ในคุก
     และคำถามที่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ และ คสช.จะแพ้ทางการเมืองกับเหตุการณ์นี้หรือไม่..? คำตอบอยู่ที่พล.อ.ประยุทธ์ และ คสช. หากพล.อ.ประยุทธ์ และ คสช. ยึดมั่นในหลักการความถูกต้อง ยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ก็สามารถเดินหน้าต่อไปได้ แต่หากพล.อ.ประยุทธ์ และ คสช. หน่อมแหน่ม ยึดถือประโยชน์ของคนส่วนน้อย ยึดถือผลประโยชน์ของกลุ่มนายทุนละทิ้งคนยากจนชาวบ้านทั่วไป หลงเชื่อแต่พวกลิ้นกระดาษทรายน้ำลายชะแล็ก ก็เอวัง..!!!

ที่มาข่าวมวลชนป่วนคดีจำนำข้าว

(ข้อมูล)

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์ “คมชัดลึก” ต่อประเด็นสถานการณ์การเมืองระหว่างศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเตรียมพิพากษาคดีโครงการรับจำนำข้าว ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นจำเลย ว่า ตนมีข้อมูลต่อการเคลื่อนไหวระดมมวลชนในพื้นที่ต่างจังหวัดภาคเหนือ, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และจังหวัดในเขตปริมณฑล ผ่านทางอดีตส.ส., แกนนำกลุ่มการเมืองในพื้นที่, นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.), และ สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (สจ.) ให้นำประชาชนเดินทางเข้ามายังกรุงเทพฯ จำนวน 2 รอบ คือ รอบวันที่ 1 สิงหาคม ซึ่งศาลฎีกาฯ นัดการแถลงปิดคดีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ และรอบวันพิพากษาคดี วันที่ 25 สิงหาคม โดยในรอบสองนั้นมีข่าวระบุว่าจะระดมประชาชนให้เข้ากรุงเทพเพื่อชุมนุมบริเวณหน้าศาลในจำนวนหลักหมื่นคน นอกจากนั้นยังพบการปลุกระดมผ่านสื่อออนไลน์ของแกนนำกลุ่มการเมืองเพื่อโจมตีกระบวนการยุติธรรมและโจมตีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติรัฐบาล ก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษา ซึ่งประเด็นที่เกิดขึ้นตนไม่เห็นด้วยและอยากเรียกร้องให้อดีตส.ส.ที่เกี่ยวข้องยุติการกระทำ และให้ศาลฎีกาฯ ดำเนินกระบวนการตามขั้นตอน ทั้งนี้ในคดีของน.ส.ยิ่งลักษณ์นั้นไม่ว่าผลคำพิพากษาจะออกมาเป็นอย่างไร ยังมีสิทธิอุทธรณ์คดีต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ตามที่รัฐธรรมนูญระบุไว้

 นายสมชาย กล่าวด้วยว่าตนทราบว่าขณะนี้หน่วยข่าวความมั่นคงมีข้อมูลต่อกรณีการระดมมวลชนมายังกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา ว่าเข้าข่ายการเกณฑ์ประชาชนให้ไปชุมนุม มีค่าตอบแทนเป็นเงินคนละ 1,500 บาท มีจ้างรถโดยสารเพื่อใช้เดินทาง เบื้องต้นพบหลักฐานเป็นรายชื่อประชาชน, หมายเลขโทรศัพท์, รายชื่อแกนนำ และรถโดยสารไม่ประจำทางที่ว่าจ้างมาจากจังหวัดอุบลราชธานี และ จังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ไม่เป็นตามท่ี่รัฐธรรมนูญกำหนดว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพการชุมนุม เพราะกรณีดังกล่าวไม่ใช่วิถีทางประชาธิปไตยที่ประชาชนจะสมัครใจเข้าร่วมชุมนุม

“ช่วงเดือนสิงหาคม สถานการณ์การเมืองจะร้อน เพราะคดีรับจำนำข้าวนั้นมีเดิมพันและแรงกดดันสูง ดังนั้นเขาต้องการเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรสิ่งที่เขาจะทำ คือ การสร้างคะแนนเสียงให้กับพรรคการเมือง เพื่อหวังผลต่อคะแนนนิยมช่วงเลือกตั้ง และ ความพยายามโค่นล้มรัฐบาล และ คสช. ผ่านการก่อเหตุจราจล ซึ่งกลุ่มฮาร์ดคอร์ของเครือข่ายนั้นเขาประกาศอุดมการณ์ชัดเจนว่าอยากทำสงครามประชาชน ผมขอให้คนที่คิดจะทำนั้นหยุด เพราะหากไม่หยุดเชื่อว่าจะเป็นอันตรายและมีเหตุที่นำไปสู่ความวุ่นวาย บ้านเมืองเสียหาย เศรษฐกิจไม่เดินหน้า” นายสมชาย กล่าว

นายสมชาย กล่าวเรียกร้องไปยังหน่วยงานของรัฐบาล ให้ดำเนินการป้องกันกรณีที่อาจจะเกิดขึ้น อาทิ บังคับใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การชุมนุมสาธารณะ อย่างเคร่งครัด ด้วยการกันพื้นที่ศาลรัฐธรรมนูญ ในระยะ 5 กิโลเมตร เป็นเขตห้ามชุมนุม, ใช้ พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบเส้นทางการเมือง กับนักการเมืองท้องถิ่น หรืออดีต ส.ส. ที่พบความเคลื่อนไหวของการใช้เงินที่ผิดปก

ลบคำปรามาสรมต.นมชง : เปิดใจเจ้ากระทรวงเกษตรทุ่มสุดตัวสร้างผลงาน

ลบคำปรามาสรมต.นมชง : เปิดใจเจ้ากระทรวงเกษตรทุ่มสุดตัวสร้างผลงาน


เมื่อ​มี​กระแส​ข่าว​ปรับ ครม.​ครั้ง​ใด ​มัก​มีชื่อ​ติด​โผ​อยู่​ลำดับ​ต้นๆที่​จะ​ถูก​ปรับ​ออก คราว​นี้​ก็​เช่น​เดียวกัน ​มีชื่อ​จะ​หลุด​จาก​เก้าอี้ รมต.​ไป​อยู่​กระทรวง​เกรด​บี​ หรือ​หลุด​วง​โคจร​อำนาจ​ไป​เลย

บุคคล​คน​นี้​มี​ฉายา “บิ๊ก​นม​ชง” พล.อ.​ฉัตร​ชัย สา​ริ​กัลยะ รมว.​เกษตร​และ​สหกรณ์ คง​ปฏิเสธ​ไม่ได้​เป็น​ผู้​ที่​เรียก​ได้​ว่า​ถูก​ฝ่าย​การเมือง​ตาม​วิพากษ์วิจารณ์​การบริหาร​งาน​ใน​ทาง​ติดลบ​มา​ตลอด

เกือบ 2 ปี​ที่​บริหาร​งาน จาก​วัน​นั้น​ถึง​วัน​นี้ พล.อ.​ฉัตร​ชัย ได้​วาง​ยุทธศาสตร์​ปฏิรูป​การ​เกษตร​ของ​ประเทศ​ไป​ถึง​ไหน​และ​อย่างไร โดย​ได้​เปิด​ใจ​ไว้​กับ​ ทีม​ข่าว​การเมือง​ ว่า การทำงาน​สิ่ง​สำคัญ​จะ​ต้อง​มี​แผน​งาน​นโยบาย​ระยะ​สั้น ระยะ​กลาง​และ​ระยะ​ยาว โดยเฉพาะ​ภาย​ใต้​รัฐบาล พล.อ.​ประยุทธ์ จันทร์​โอชา

ปัญหา​เฉพาะหน้า​บริหาร​แก้ไข​ราคา​พืช​ผล​เกษตร​ตกต่ำ​ก็​ต้อง​ทำ การ​วาง​ฐานราก​แก้​ปัญหา​ระยะ​กลาง​และ​ระยะ​ยาว​ก็​ต้อง​เดิน​หน้า

ตรง​นี้​มัน​เป็น​จุดเด่น มี​ความ​แตก​ต่าง​โดย​สิ้นเชิง​กับ​รัฐบาล​ที่​ผ่านๆมา เห็นใจ​นักการเมือง​เหมือน​กัน เมื่อ​ก้าว​ขึ้น​เป็น​รัฐมนตรี​แล้ว​ไม่​รู้​จะ​หลุด​จาก​ตำแหน่ง​เมื่อ​ไหร่ บางที​แค่ 6 เดือน​หรือ 1 ปี​ก็​ถูก​ปรับ​ออก​จาก​ตำแหน่ง ส่วน​ใหญ่​จึง​แก้​ปัญหา​เฉพาะหน้า เช่น โครงการ​รับ​จำนำ​ข้าว มักใช้​วิธีการ​อุดหนุน​ชาว​นา
แต่​รัฐบาล​นี้​ทำ​เท่า​ที่​จำเป็น และ​นายกฯ​ยืนยัน​ชัดเจน​ให้​วาง​ยุทธศาสตร์​ประเทศ 20 ปี หมายความ​ว่า​ ทุก​กระทรวง​จะ​ต้อง​มี​แผน​ยุทธศาสตร์ 20 ปี​ ล้อ​กับ​ยุทธศาสตร์​ประเทศ โดย​เรา​ได้​ปฏิรูป​เกษตร เริ่ม​ตั้งแต่​ปรับ​เปลี่ยน​วิธีการ​เกษตร​ให้​เหมาะสม​กับ​พื้นที่

เป็น​ที่มา​ของ​การ​จัด​ทำ​อะก​รี​แม็ป ซึ่ง​เป็น​แผนที่​เกษตร​เพื่อ​บริหาร​จัดการ​เชิง​รุก ใช้​เป็น​เครื่องมือ​บริหาร​จัดการ​เกษตร​อย่าง​มี​ประสิทธิภาพ ครอบคลุม​ทุก​พื้นที่ คำนึง​ถึง​สมดุล​ของ​ทรัพยากร​การ​ผลิต ความต้องการ​ของ​ตลาด ทำให้​สามารถ​บริหาร​จัดการ​สินค้า​เกษตร​สอดคล้อง​กับ​สถานการณ์​ปัจจุบัน​และ​คาด​การ​ณ์ใน​อนาคต​ได้​ด้วย

พร้อม​จัด​ทำ​โซน​นิ่ง​การ​เกษตร ไม่​ใช่​เหมือน​ที่​ผ่าน​มา ซึ่ง​ไม่​เคย​มี​การ​วาง​แผน พืช​ผล​อะไร​ราคา​ดี​ก็​ทำ​กัน​ใหญ่ ไม่​ใช่​เป็น​ความ​ผิด​ของ​เกษตรกร แต่​ใน​เชิง​นโยบาย​ของ​รัฐ​ไม่​มี​ใคร​ไป​แนะนำทำให้​ผล​ผลิต​ออก​มา​ราคา​ตกต่ำ

สิ่ง​ที่​พูด​มัน​ไม่ได้​เกิด​ขึ้น​ใน​วัน​นี้​หรือ​พรุ่งนี้ เป็น​แผน​ระยะ​ยาว ตั้งแต่​ผม​เข้า​มา​ปี​แรก ได้กำหนด​ให้​เป็น​ปี​แห่ง​การ​ลด​ต้นทุน​และ​เพิ่ม​ปริมาณ​การ​ผลิต ปี​ต่อ​มา​กำหนด​เป็น​ปี​แห่ง​การ​ยก​ระดับ​มาตรฐาน และ​จัด​ทำ​อะก​รี​แม็ป

ใน​ปี 59 เริ่ม​ลงมือ​เปิด​ให้​เกษตรกร​รวม​กลุ่ม​ให้​เข้า​สู่​ระบบ​แปลง​ใหญ่ เพื่อ​ลด​ทุน มี​การ​ร่วมกัน​ผลิต เพิ่ม​ประสิทธิภาพ​โดย​ใช้​เทคโนโลยี​เข้า​มา ปราก​ฏ​ว่า​มี​แปลง​ใหญ่​ที่​ประสบ​ผลสำเร็จ 480 แปลง เกษตรกร​มี​ราย​ได้​เพิ่ม​ขึ้น​รวม 4 พัน​กว่า​ล้าน​บาท

อีก​อัน​หนึ่ง​ที่​สำคัญ​มาก ที่​ผ่าน​มา​ข้าราชการ​มัก​ถูก​สั่ง​ให้​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​นักการเมือง​ต้องการ ผม​เข้า​มา​ปรับ​เปลี่ยน​ใหม่​หมด เช่น จัดตั้ง​ศูนย์​การ​เรียนรู้​เกษตรกร​ระดับ​อำเภอ มี​เกษตรกร​เป็น​เจ้าของ รัฐ​ให้การ​สนับสนุน ให้​เป็น​องค์กร​ความ​รู้ ศูนย์​นี้​เป็น​เสา​หลัก​ให้​เกษตรกร​ใน​พื้นที่​มี​ความ​เข้มแข็ง ใน​ปี​นี้​ศูนย์​ดัง​กล่าว​กระจาย​ไป​ทุก​ตำบล

ศูนย์​นี้​จะ​เป็น​ตัว​แก้​ปัญหา​เกือบ​ทุก​เรื่อง ไม่​ว่า​จะ​เป็น​ปริมาณ​การ​ทำ​สินค้า​เกษตร​ที่​เหมาะสม การ​ทำ​สินค้า​เกษตร​ที่​ถูกต้อง การ​ลด​ต้นทุน การ​รวม​กลุ่ม​กัน นำ​ไป​สู่​การ​เป็น​เกษตร​แปลง​ใหญ่

และ​สิ่ง​ที่​ผม ข้าราชการ​และ​เกษตรกร​ภาคภูมิ​ใจ​มาก คือ ได้​นำ​ศาสตร์​พระ​ราชา​มา​สู่​เกษตรกร​อย่าง​แท้จริง
ภาย​ใต้ “โครงการ 9101 ตาม​รอย​เท้า​พ่อ ภาย​ใต้​ร่ม​พระ​บารมี”

เพื่อ​การ​พัฒนาการ​เกษตร​อย่าง​ยั่งยืน ตาม​รอย​เท้า​พ่อ​คือ​รัชกาล​ที่ 9 ภาย​ใต้​ร่ม​พระ​บารมี​คือ​รัชกาล​ที่ 10 และ 1 ตัว​สุดท้าย​หมาย​ถึง​ได้​เริ่ม​ต้น​โครงการ​นี้​เป็น​ปี​แรก​แห่ง​การ​ครอง​ราชย์​รัชกาล​ที่ 10

จุดเด่น​ของ​โครงการ​คือ​การ​ปฏิรูป​ภาค​การ​เกษตร​ให้​เกิด​ผลสำเร็จ โดย​เปิด​ให้​ชุมชน​มี​ส่วน​ร่วม​ใน​การ​พัฒนา​และ​ดำเนิน​การ​โครงการ​สร้าง​ความ​เข้มแข็ง​ระดับ​เศรษฐกิจ​ฐานราก ใช้​ศูนย์​การ​เรียนรู้​การ​เพิ่ม​ประสิทธิภาพ​การ​ผลิต​สินค้า​เกษตร (ศพ​ก.) เป็น​ศูนย์​การ​เรียนรู้​ของ​ชุมชน เป็น​กลไก​ขับเคลื่อน​การ​พัฒนาการ​เกษตร​ใน​พื้นที่ ทำให้​ชุมชน​เข้มแข็ง พึ่ง​พา​ตน​เอง​ได้ มี​การ​คิด​วิเคราะห์​และ​นำ​ไป​ปฏิบัติ​ได้​จริง
โครงการ​นี้​กราบ​เรียน​นายกฯ ท่าน​บอก​ให้​เดินหน้า​เร็ว​ที่สุด เพราะ​หัวใจ​ของ​นายกฯ​อยู่​กับ​เกษตรกร ฉะนั้น​ใน​วัน​ที่ 27 ก.ค.​นี้​จะ​คิก​ออ​ฟ คาด​ว่า​เกษตรกร​ที่​จะ​ได้​รับ​ผล​ประ​โย​ชน​ทั้ง​ประเทศ 7.74 ล้าน​ราย โดย​เรา​ดีไซน์​ให้​งบประมาณ​ไป​ถึง​มือ​เกษตรกร​อย่าง​รวดเร็ว

เพื่อ​สร้าง​ความ​เข้มแข็ง​ให้​ชุมชน​และ​กระตุ้น​เศรษฐกิจ​ระดับ​ฐานราก

ทีม​ข่าว​การเมือง ​ถาม​ว่า นโยบาย​ที่​เดิน​หน้า​จะ​เห็น​ผล​ยัง​ต้อง​ใช้​เวลา แต่​ปัญหา​เฉพาะหน้า​ราคา​พืช​ผล​เกษตร​ตกต่ำ​ถูก​หยิบยก​มา​โจมตี​รัฐบาล จะ​มี​ผล​กระทบ​ต่อ​การก​ลับ​มา​เป็น​นายกรัฐมนตรี​รอบ​สอง​ของ พล.อ.​ประยุทธ์​อย่างไร และ​กระทบ​ต่อ​การ​ตั้ง​พรรคการเมือง​ที่มา​รอง​รับ​อำนาจ​ของ คสช.​อย่างไร

พล.อ.​ฉัตร​ชัย ไม่​ยอม​ตอบ​คำ​ถาม​นี้

แต่​บอก​ว่า ผม​ลง​ไป​พื้นที่​ต่างๆพบ​เกษตรกร​ที​ไร เกษตรกร​ล้วนดีใจ แต่​ผม​รู้สึก​เสียใจ​ว่าที่​ผ่าน​มา​ทำไม​ปล่อย​ให้​เกษตรกร​ยากจน​แบบ​นี้ เกษตรกร​บอก​ว่า​ไม่​เคย​มี​ใคร​ทำ​แบบ​นี้ และ​อยาก​ให้​รัฐบาล​ทำ​แบบ​นี้ต่อไป

ทำให้​ผม​รู้สึก​มี​กำลังใจ​ว่า​ต้อง​เดิน​หน้า​ปฏิรูป​การ​เกษตร​ต่อ เพื่อ​ทำให้​เกษตรกร​มี​ความ​สุข ถ้า​เรา​เชื่อ​มั่น​ว่า​เดิน​มา​ถูก​ทาง​ที่มา​จาก​ความ​ตั้งใจ เรา​ต้อง​อดทน และ​เดิน​หน้า​เพื่อ​ให้​เกษตรกร​ได้​พบ​กับ​สิ่ง​ที่​ดี

ฝ่าย​การเมือง​เดิน​หน้า​เรียก​ร้องขอ​ให้​นายกฯ​ปลด รมว.​เกษตรฯ เพราะ​ไม่​สามารถ​แก้ไข​ปัญหา​ราคา​ยาง​ตกต่ำ​ได้ พล.อ.ฉัตรชัย บอก​ว่า นักการเมือง​ต้อง​รักษา​เสถียรภาพ​ความ​เป็น​ผู้​นำ​กลุ่ม อยาก​จะถาม​กลับ​ไป​บ้าง​ว่า​สมัย​ก่อน​ราคา​ยางพารา​เป็น​อย่างไร

ขอ​ย้ำ​ว่าที่​ผ่าน​มา​เวลา​ที่​ผม​ลง​ไป​สัมผัส​เกษตรกร เขา​เริ่ม​มี​ความสุข​และ​มี​การ​เปลี่ยนแปลง​ไป​เยอะ​ตาม​ยุทธศาสตร์​ที่​กำหนด​เอา​ไว้ ทั้งหมด​เป็น​การ​ปฏิรูป​การ​เกษตร แต่​การเมือง​จะ​คิด​อย่างไร​ไม่​รู้

ฉะนั้น​ ตราบ​ใด​ที่​นายกฯ​ให้​ผม​ทำ​หน้าที่​นี้​อยู่​จะ​เดิน​หน้า​ต่อ​ไป และ​ทุก​วัน​นี้​นายกฯ​คง​เข้าใจ

ทีม​การเมือง​ ถาม​ว่า ใน​ฐานะ​ที่​เป็น​เพื่อน​กับ​นายกฯ ถูก​ตั้ง​ข้อ​สังเกต​ว่า​ทำให้​การ​ปรับ ครม.​แต่ละ​ครั้ง​ก็​ยัง​อยู่​ใน​ตำแหน่ง​รัฐมนตรี​ต่อ ข้อเท็จจริง​เป็น​อย่างไร พล.อ.​ฉัตร​ชัย บอก​ว่า ผม​รู้จัก​ท่าน​นายกฯ ซึ่งเป็น​เพื่อน​ร่วม​รุ่น ตท.12 เป็น​เพื่อน​กัน​มา 40 กว่า​ปี ผม​รู้​ดี ท่าน​นายกฯไม่ใช่​แค่​กับ​ผม แต่​กับ​ทุก​คน

เพื่อน​คือ​เพื่อน งาน​คือ​งาน เวลา​ทำ​งาน​ไม่​มี​เพื่อน เพื่อนเอาไว้​เวลา​พักผ่อน​เท่านั้น

อยู่​กับ​ท่าน​มา​ตลอด​ผม​รู้​ดี ถ้า​ทำ​ไม่​ถูก ผม​โดน ท่าน​ก็​ว่า​แบบ​นี้ ไม่​ต้อง​เกรงใจ​ด้วย ผม​ก็​เข้าใจ

นี่คือ​บทบาท​หน้าที่ คิด​ว่า​นายกฯ​แยก​ได้ พวกเรา​ทุก​คน​ที่​ทำ​งาน​กับ​ท่าน วัน​นี้​เรา​แยก​ได้

บาง​คน​จะ​บอก​ว่า​ผม​เป็น​เพื่อน​สนิท ท่าน​มี​เพื่อน​สนิท​ตั้ง​หลาย​คน ไม่​ใช่​แค่​ผม​คน​เดียว

รู้สึก​อย่างไร หลังจาก​ตั้งใจ​บริหาร​งาน​แก้​ปัญหา​เชิง​โครงสร้าง​ให้​แก่​เกษตรกร กลับ​ถูกฝ่าย​การเมือง​วิพากษ์วิจารณ์​ว่า​ไร้​ผล​งาน จะ​ต้อง​ถูก​ปรับ​ออก​จาก​ตำแหน่ง ผล​สำรวจ​โพล​บาง​สำนัก​ก็​ระบุ​ว่า​ให้​ปรับ รมว.​เกษตรฯ​ออก​จาก​ตำแหน่ง พล.อ.​ฉัตรชัย บอก​ว่า ไม่เคย​สนใจ​เรื่อง​พวก​นี้

ตราบ​ใด​ที่​ยัง​ทำ​หน้าที่​อยู่​จะ​เดิน​หน้า​ดูแล​เกษตรกร เรา​ท้อ​ไม่ได้ ถ้า​ท้อ​เมื่อ​ไหร่​เกษตรกร​จะ​แย่

ขอ​ให้​ไป​ถาม​เกษตรกร​บ้าง​ตาม​สัดส่วน​ตัวอย่าง​ที่​สุ่ม​สอบ​ถาม​ใน​ตัวเมือง ดู​ว่า​ผล​สำรวจ​จะ​ออก​มา​อย่างไร เพราะ​เป้าหมาย​แรก​ที่​เรา​เดิน​หน้า มี​ปลายทาง​อยาก​เห็น​เกษตรกร​มี​ความ​ภาคภูมิ​ใจ​ใน​อาชีพ เป้าหมาย​ที่​สอง​ อยาก​เห็น​เกษตรกร​มี​ราย​ได้​เพียงพอ​ต่อ​การ​ดำรง​ชีวิต​ตาม​หลัก​เศรษฐกิจ​พอ​เพียง เป้าหมาย​ที่​สาม​ เกิด​สังคม​อบอุ่น​ขึ้น​แก่​เกษตรกร

ยุทธศาสตร์​ที่​วาง​เอา​ไว้​และ​ที่​ลงมือ​ทำ​ไป​แล้ว สุดท้าย​จะ​เดิน​ไป​สู่​เป้าหมาย​ดัง​กล่าว

เป้าหมาย​จะ​บรรลุ​ได้​จะ​ต้อง​ทำ​งาน​เป็น​ทีม ที่​ผ่าน​มา​ทีม​เศรษฐกิจ โดยเฉพาะ รมว.​เกษตรฯ และ​นาย​สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รอง​นายกรัฐมนตรี ใน​ฐานะ​หัวหน้า​ทีม​เศรษฐกิจ มี​ภาพ​สะท้อน​ออก​ม​าว่า​ไม่​คุย​กัน สั่ง​การ​ไม่ได้ พล.อ.​ฉัตร​ชัย บอก​ว่า นายกฯ​ไม่ได้​จัด​ให้​ผม​อยู่​ใน​กลุ่มเศรษฐกิจ

ที่​ผ่าน​มา​ท่าน​นายกฯ​ให้​ผม​อยู่​กับ​ท่าน​สมคิด วัน​นี้​ท่าน​สมคิด​งาน​เยอะ​มาก นายกฯ​จึง​กระจาย​งาน​ให้ พล.อ.อ.​ประ​จิ​น จั่น​ตอง รองนายกฯ ใน​ฐานะ​รอง​หัวหน้า​ฝ่าย​เศรษฐกิจ รับหน้า​ที่​ดูแล​กระทรวง​เกษตรฯ​แทน

ผม​กับ​ท่าน​สมคิด​คุย​กัน​ตาม​ปกติ เลิก​ประชุม ครม.​ก็​นั่ง​รับประทาน​อาหาร​ด้วย​กัน

วัน​หลัง​จะ​เปิด​ให้​สื่อมวลชน​เข้าไป​ถ่ายรูป​ใน​ห้อง​อาหาร จะ​ได้​เลิก​พูด​ซะ​ที

สิ่ง​เหล่า​นี้​ไม่ได้​เป็น​ประโยชน์​ต่อ​ประเทศชาติ​เลย.

ทีมการเมือง

ผ่าวิกฤติ "กฎหมู่" สังคมแตก...วัดใจคนไทย : กฎหมายเอาไม่อยู่ ปรองดองล้มเหลว

ผ่าวิกฤติ "กฎหมู่" สังคมแตก...วัดใจคนไทย : กฎหมายเอาไม่อยู่ ปรองดองล้มเหลว

สายฝนชุ่มฉ่ำทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยตลอดห้วงสัปดาห์ โดยเฉพาะจังหวัดตอนบนที่ฝนตกอย่างต่อเนื่องทำให้ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก

โดยปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ยังวางใจไม่ได้

ขณะที่ปรากฏการณ์ไม่ธรรมชาติ นักการเมืองทั้งยี่ห้อประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยแตะมือปรองดองโดยอัตโนมัติ แท็กทีมขย่มรัฐบาล คสช.ว่าด้วยประเด็นบ้อท่าในการบริหารราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ

ตอกย้ำจุดเปราะบางของรัฐบาลทหาร

ในเหลี่ยมกดดันปมเศรษฐกิจ จี้จุดหงุดหงิดของ เกษตรกร เร้าผู้คนที่กำลังเผชิญภาวะปัญหาปากท้อง
ตามไฟต์บังคับของนักเลือกตั้งอาชีพ ต้องเตะตัดขาสกัดเกมลากยาวของ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ที่ส่อตีตั๋วยาวข้ามช็อตรอบหน้า

การเมืองเข้มข้นขึ้นตามเงื่อนเวลาปลายเทอมโรดแม็ป

ล้อไปกับปรากฏการณ์กระบวนการยุติธรรมที่เริ่มสำแดงผล ในจังหวะที่คดีดังๆระดับประเทศจ่อคิวลุ้นศาลชี้ชะตา รอดหรือไม่รอด

เดิมพันคุกตะรางจ่ออยู่ตรงหน้า

แต่ที่ต้องเข้าเรือนจำเลยทันที ตามสถานการณ์ภายหลังศาลแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา มีคำสั่งขังตัวนายวิรพล สุขผล หรืออดีตพระ “เณรคำ” อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าขันติธรรม จังหวัดศรีสะเกษ ผู้ต้องหาหลบหนีคดีอาญาไปกบดานใน สหรัฐฯ เป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับประเทศไทย

โดยมีอัยการต่างประเทศและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) บินไปรับตัวมาดำเนินคดีในข้อหาพรากผู้เยาว์ กระทำชำเราเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี ฉ้อโกงประชาชน และฟอกเงิน

ถึงคราวต้องชดใช้หนี้กรรมที่ก่อไว้ในคราบของผ้าเหลือง

เช่นเดียวกับคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา ที่องค์คณะผู้พิพากษาแผนกคดีค้ามนุษย์ในศาลอาญา ได้อ่านคำพิพากษาจำเลยรวม 62 คน ตัดสินยกฟ้อง 40 คน นอกนั้นโดนลงโทษอ่วมทั้งจำคุกและชดใช้สินไหมทดแทนให้ผู้เสียหายชาวโรฮีนจา

โดยเฉพาะจำเลยคนสำคัญที่เป็นระดับนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพคือ พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก โดนจำคุกรวม 27 ปี

นับเป็นคดีประวัติศาสตร์ที่รัฐบาลทหาร คสช.แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ จุดที่ทำให้ประเทศไทยเสี่ยงโดนแบนทางเศรษฐกิจจากนานาชาติ

และอีกคดีสำคัญซึ่งเป็นที่จับตาทั้งในเมืองไทยและต่างชาติ กับการตามตัวนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ “บอส” ทายาทตระกูลเครื่องดื่มบำรุงกำลังยี่ห้อดัง ที่อยู่ในขั้นตอนที่อัยการฝ่ายต่างประเทศกำลังประสานการตามตัวผู้ต้องหาที่หลบหนีอยู่ต่างประเทศ

ตามอาการยึกๆยักๆกั๊กกัน โดยเฉพาะในขั้นตอนของตำรวจท้องที่เจ้าของคดี

ที่แน่ๆงานนี้จะเป็นบทพิสูจน์คุกเมืองไทยมีไว้ขังแค่คนจนจริงหรือไม่

แต่ที่ติดจริง ขังจริง ตามคดีที่เกี่ยวโยงทางการเมือง ล่าสุดศาลฎีกาพิพากษาจำคุกนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมเสื้อแดง นปช. เป็นเวลา 1 ปี ฐานหมิ่นประมาทนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี สั่งฆ่าประชาชนบนเวทีปราศรัยการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง นปช. ปี พ.ศ.2552

ต้องเข้าไปใช้ชีวิตในเรือนจำอีกคำรบ

โดยชะตากรรมของแกนนำและแนวร่วมกลุ่มเสื้อแดง นปช.ที่ต้องเดินเข้าคุกอย่างต่อเนื่อง ผลพวงจากวิกฤติการเมืองเลือกข้างที่เล่นกันเลยขอบเขต

ยึด “กฎหมู่” อยู่เหนือ “กฎหมาย”

นั่นก็ไม่ใช่ฝ่ายเสื้อแดง นปช.เท่านั้น มันยังมีคดีของม็อบพันธมิตรก่อการร้าย ยึดสนามบิน ยึดทำเนียบรัฐบาล ม็อบ กปปส.ที่เจอข้อหากบฏ ปิดกรุงเทพฯ ล้มล้างการปกครอง

ยังไงก็ต้องชดใช้ความเสียหายจากการกระทำนอกขื่อแปบ้านเมือง

และที่ต้องจับตา อีกคดีสำคัญจากการชุมนุมทางการเมืองที่จ่ออยู่ในศาลใกล้วันชี้ชะตา คือคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรหน้ารัฐสภาเมื่อปี พ.ศ.2553 ที่มีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. เป็นจำเลย
จุดเดิมพัน เพราะตัวละครโยงใยเส้นสายอำนาจ

ไม่ใช่แค่คดีตกค้างจากการชุมนุมเท่านั้น โดยจังหวะที่กระบวนการยุติธรรมเริ่มสำแดงผลยังล้อตามเงื่อนไขที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พร้อมกำหนดให้ศาลพิจารณาคดีลับหลังได้ แก้ปัญหาจำเลยหลบหนี และให้ศาลมีอำนาจรื้อฟื้นคดีได้ตามสมควร

นั่นก็ส่งผลถึงคดีของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ที่ศาลจำหน่ายคดีออกจากสารบบชั่วคราว เนื่องจากจำเลยหลบหนีคดีอยู่ต่างประเทศ

อาทิ คดีทุจริตการปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย คดีปล่อยกู้ของเอ็กซิมแบงก์ หรือธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย คดีที่อัยการสูงสุดยื่นฟ้องทักษิณเป็นจำเลยในคดีแปลงสัญญาสัมปทานโทรคมนาคม เอื้อประโยชน์ธุรกิจของตัวเองและครอบครัว และคดีหวยบนดิน ในส่วนของอดีตนายกฯทักษิณ

ต้องเดินหน้าพิจารณาภายใต้แนวโน้มสถานการณ์ไม่น่าจะเป็นบวกกับอดีตผู้นำ

แต่ที่ลุ้นตัวโก่งยิ่งกว่า เพราะใกล้วันชี้ชะตาเข้ามาทุกขณะ

ตามปฏิทินที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้นัดวันพิพากษาคดีที่อัยการสูงสุดยื่นฟ้องนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และพวก ซึ่งเป็นอดีตนักการเมือง–เอกชน รวม 28 ราย ในคดีฮั้วประมูลและปฏิบัติหน้าที่มิชอบโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) วันที่ 25 สิงหาคมนี้ เวลา 09.00 น.

แน่นอนว่ากันตามสัญญาณ ส่อเค้าไม่สู้ดี

โดยสถานการณ์ยังโยงต่อเนื่องถึงคดีปล่อยปละ ละเลยให้เกิดการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ที่ล่าสุดศาล ฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้นัด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทำการสืบพยานจำเลยนัดสุดท้าย และนัดพิพากษาในวันที่ 25 สิงหาคม เช่นเดียวกัน

ในสถานการณ์ลุ้นสู้เฮือกสุดท้าย

นั่นจึงเป็นอะไรที่ต้องเน้นกันเป็นพิเศษ ตามฉากนัดรวมพลังใหญ่ ไม่ใช่แค่มวลชนผู้สนับสนุนที่แห่มาให้กำลังใจอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์เต็มหน้าศาลเท่านั้น แต่ยังมีบรรดาแกนนำพรรคเพื่อไทยที่เดินทางมาให้กำลังใจอดีตผู้นำหญิงพร้อมหน้าพร้อมตา

โชว์ให้เห็นเลยว่า กองเชียร์หนาแน่น แนวร่วมยังพรึ่บพรั่บ

พร้อมเป็นเกราะกำบังเคียงข้าง “ยิ่งลักษณ์”

โดยสถานการณ์เป็นไปตามเกมที่ฝ่ายความมั่นคงคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า

แบบที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้ออกปากปรามกลุ่มมวลชนที่ระดมพลให้กำลังใจอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ อย่ากระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย อย่าละเมิดศาลและกระบวนการยุติธรรม ไม่เช่นนั้นก็จะถูกดำเนินคดี ถ้ามีการใช้ความรุนแรงบานปลายก็ต้องรับผิดชอบด้วย จะไม่มีการละเว้น

แต่ที่แน่ๆ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยเลยว่า เตรียมหารือกับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพื่อหาแนวทางในการดูแลความเรียบร้อยในวันนัดพิพากษาคดีจำนำข้าวของอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์

พร้อมเตรียมใช้แผนกรกฎดูแลความปลอดภัยและความเรียบร้อยพื้นที่ทั่วประเทศ

ปฏิเสธไม่ได้ว่า รัฐบาล คสช.ก็นั่งไม่ติดเหมือนกัน

นั่นก็เพราะ “เกมมวลชน” คือจุดแข็งของอีกฝ่าย ถ้าถึงจุดจนตรอก หนีไม่พ้นหนทางสุดท้าย

เครือข่าย “ทักษิณ” คงต้องปลุกม็อบสู้

และแน่นอน โดยรูปการณ์ถ้าถึงจุดที่กฎหมายเอาไม่อยู่ มวลชนไม่ยอมรับผลการตัดสิน ก็ต้องเกิดความวุ่นวาย วิกฤติรอบใหม่ตั้งเค้ากลับมา สวนทางกับกระบวนการปรองดองที่ คสช.ดำเนินการมาจนถึงขั้นการจัดทำร่างสัญญาประชาคมแล้ว ก็คงเหลวไปตามฟอร์ม

แต่ทั้งหมดทั้งปวง มันก็ต้องวัดใจคนไทยทั้งประเทศจะยอมให้ฝันร้ายกลับมาหลอนอีกหรือไม่

ในเมื่อวิกฤติ “กฎหมู่” ทำสังคมไทยแตกเละจนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว.

“ทีมการเมือง”