PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันพฤหัสบดีที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ง่ายไปก็ไม่ดี

ง่ายไปก็ไม่ดี



หลังจากติดตามปฏิบัติการขนหมูป่าทั้ง 13 คน ออกจากถ้ำประสบความสำเร็จอย่างงดงาม
วันนี้ (12 ก.ค.) ต้องติด ตามการประชุม สนช.วาระสำคัญคือการทำคลอดว่าที่ กกต.ชุดใหม่ 7 คน
เหตุที่ต้องติดตาม เพราะ กกต.ชุดใหม่ จะเป็นผู้จัดการเลือกตั้ง ส.ส. โดยตรง
กกต. 7 คน มีอำนาจให้ใบแดงใบเหลืองผู้สมัครเลือกตั้ง ส.ส. ตัดสิทธิ เลือกตั้งและยุบพรรคการเมือง ฯลฯ
ถ้าหาก กกต.ไม่เป็นกลาง จะทำให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม
“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่าที่ต้องจับตาเป็นพิเศษเนื่องจาก สนช. ลากตั้ง เคยลงมติล้มกระดาน “ไม่เห็นชอบ” รายชื่อผู้ผ่านการสรรหา เป็น กกต.ยกเข่งทั้ง 7 คน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
จึงต้องเปิดการสรรหา กกต.ซ้ำอีกครั้ง จนกระทั่งได้รายชื่อว่าที่ กกต.ใหม่ครบ 7 คน
โดย 5 คน ผ่านการสรรหาจากผู้สมัครเป็น กกต. 33 คน
ส่วนอีก 2 คนมาจากการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา
“แม่ลูกจันทร์” ได้ข่าวกระเส็น-กระสายว่าในการประชุมวันนี้ สนช.ลากตั้งจะลงมติ “เห็นชอบ” รายชื่อว่าที่ กกต.ชุดใหม่ “ไม่ครบ 7 คน”
อาจมี 1 คน? หรือ 2 คน? หรือ 3 คน? “ไม่ผ่านความเห็นชอบ” ให้ดำรงตำแหน่ง กกต.ด้วยเหตุผล 3 ประการ
1,มีผู้ได้รับการสรรหาบางคน เคยสมัครเข้าสรรหาเป็น กกต.ครั้งแรกมีปัญหาคุณสมบัติไม่ผ่านเกณฑ์ แต่เมื่อมาสมัครซ้ำใหม่กลับผ่านการสรรหามาได้อย่างสะดวกโยธิน
2,มีผู้ได้รับการสรรหาบางคน ซึ่งที่ประชุม สนช.โหวตไม่เห็นชอบในครั้งที่แล้ว แต่ได้รับการสรรหากลับมาเหมือนเดิม
3,มีผู้ผ่านการสรรหาบางคน ถูกร้องเรียนว่ามีพฤติกรรมบกพร่องทางจริยธรรม ไม่เหมาะสมให้ดำรงตำ-
แหน่ง กกต.
ส่วนใครจะผ่าน? หรือใครจะไม่ผ่าน? “แม่ลูกจันทร์” ไม่กล้าฟันธง
อย่างไรก็ตาม ถ้าที่ประชุม สนช.วันนี้ ลงมติเห็นชอบว่าที่ กกต.ชุดใหม่ ไม่ครบเซ็ต 7 คน
ก็จะไม่มีผลให้การเลือกตั้ง ส.ส.ต้องลากยาวออกไปแต่อย่างใด
เพราะยังมี กกต.ชุดเก่าที่โดนเซ็ต ซีโร่อีก 4 คน สามารถปฏิบัติหน้าที่ กกต. เตรียมการเลือกตั้งต่อไปจนกว่าจะได้ กกต.ชุดใหม่มาเสียบแทน
สมมติว่าถ้าหากที่ประชุม สนช.ลงมติเห็นชอบ 4 คน??
ก็ต้องเริ่มการสรรหา กกต.ที่ยังขาดอีก 3 คน ให้ครบ 7 คน ตามกติกาเดิม
แต่บังเอิญมีข้อเสนอจาก อจ.มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ว่า ถ้าที่ประชุม สนช.โหวตคว่ำ ว่าที่ กกต.ทั้ง 7 คน หรือโหวตเห็นชอบ กกต.ไม่ครบ 7 คน
ควรเปลี่ยนการสรรหา กกต. เป็น “การทาบทาม” ผู้ที่มีความเหมาะสมให้มาทำหน้าที่ กกต.ให้สิ้นเรื่องสิ้นราว
“แม่ลูกจันทร์” คาดไม่ถึงว่า ผู้อาวุโสอย่าง “อาจารย์มีชัย” จะพูดจาเป็นไม้หลักปักเลน
เพราะการไปทาบทาม คือการเจาะจงเลือกจิ้มให้ใครเป็น กกต.โดยไม่ต้องผ่านการสรรหาให้ปวดเมื่อยไข่ดัน
ปัญหาคือ รัฐธรรมนูญ มาตรา 217 และมาตรา 222 ที่ “อจ.มีชัย” เขียนมาเองกับมือ กำหนดให้ต้องมี “การสรรหา กกต.”
ใครจะเป็น กกต.จึงต้องสมัครรับการสรรหาตามกติกา!!
ขืนยกเลิกวิธีสรรหา ไปใช้วิธีเลือกจิ้มตามอำเภอใจ...
มันก็ดูไม่จืดน่ะซีโยม.
“แม่ลูกจันทร์”

รีบคืนความชอบธรรม

รีบคืนความชอบธรรม



สะท้อนปรากฏการณ์ระดับโลก
นักฟุตบอลชื่อก้องระดับ “เดวิด เบคแคม” ซุปเปอร์สตาร์แห่งวงการลูกหนัง “ลิโอเนล เมสซี” ทีมชาติอาร์เจนตินา “พอล ป็อกบา” ทีมชาติฝรั่งเศส ไคล์ วอล์กเกอร์ ทีมชาติอังกฤษ รวมถึงทีมชาติญี่ปุ่น
เปิดพื้นที่สื่อโซเชียลฯส่วนตัวเอาใจช่วย แสดงความยินดีกับทีมหมูป่า อะคาเดมี ที่ติดอยู่ในถ้ำนานกว่า 2 สัปดาห์ ก่อนได้รับการช่วยเหลือออกจากถ้ำอย่างปลอดภัย
เพจอย่างเป็นทางการของสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรบาร์เซโลนา สโมสรแอตเลติโก มาดริด ฯลฯ เชิญทีมหมูป่าฯร่วมกิจกรรม พร้อมทัวร์ชมการแข่งขันถึงสนามแข่ง
อารมณ์แบบที่ “โจเซ่ มูรินโญ” ยอดกุนซือชื่อดังของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พูดระหว่างเป็นคอมเมนเตเตอร์ฟุตบอลคู่ตัดเชือกฟุตบอลโลก 2018 ระหว่างทีมชาติฝรั่งเศสกับทีมชาติเบลเยียม ด้วยประโยคกินใจ
วีรบุรุษคือทุกคนที่มีส่วนช่วยเหลือ 13 ชีวิต ทีมหมูป่าฯออกจากถ้ำที่ประเทศไทย ไม่ใช่ที่ฟุตบอลโลก
สถานการณ์ที่พูดได้เลยว่า ทีมฟุตบอลหมูป่าฯเข้าไปร่วมซีนกับฟุตบอลโลกที่ประเทศรัสเซีย
ขณะที่ผู้นำเบอร์หนึ่งของโลกอย่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา รวมทั้งผู้นำกลุ่มสหภาพยุโรป ต่างออกแถลงการณ์แสดงความยินดีกับความสำเร็จในการช่วยเหลือทีมหมูป่าฯ
สื่อดัง ซีเอ็นเอ็น บีบีซี รอยเตอร์ เอ็นเอชเค ฯลฯ รายงานเกาะติดสถานการณ์แทบทุกเบรกข่าว
เป้าทุกสายตาในโลกโฟกัสมาที่ประเทศไทย
เพราะมันมีอะไรที่เหนือกว่าคำว่า “มิชชัน พอสสิเบิล” ภารกิจที่เป็นไปได้
นั่นก็คือพลังแห่งความสมัครสมานสามัคคีที่ผุดขึ้นโดยธรรมชาติ ถึงห้วงสถานการณ์คับขัน คนไทยไม่ทอดทิ้งกัน และนั่นยังเลยไปถึงพลังมวลมนุษยชาติ ทุกชาติทุกภาษา
ร่วมด้วยช่วยกันสร้างสรรค์ภาพความสวยงามของความรักที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
นับเป็นห้วงเวลา 16–17 วัน ที่ดีกรีความขัดแย้งทางการเมืองลดอุณหภูมิลง เงื่อนไขเรื่องของการแบ่งขั้วแบ่งสี หายไปจากประเทศไทยชั่วขณะ
ในเครื่องหมายคำถาม จะทำอย่างไรเพื่อรักษาสภาวการณ์แบบนี้ในระยะยาว
ไม่ใช่ข่าวทีมหมูป่าฯซา กระแสเงียบ ก็หันกลับมาแบ่งข้างโซ้ยกันใหม่
ไหลตามเกมของนักค้าความขัดแย้งทางการเมือง จุดชนวนปั่นหัวให้ตีกันเพื่อเดิมพันชิงอำนาจ
แต่ที่ไม่หายแน่ๆก็ชื่อของนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายฯ ที่โดนย้ายจากผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ตามคำสั่งก่อนเกิดเหตุการณ์ทีมหมูป่าฯติดถ้ำ
โดยคนดำเนินการชงเสนอคณะรัฐมนตรีก็คือ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย
ในอารมณ์แบบที่สื่อต่างประเทศยังเป็นงงกับมาตรฐานการย้ายคนต่อต้านทุจริต จากจังหวัดใหญ่ไปอยู่จังหวัดเล็ก เหมือนเป็นการลงโทษมากกว่าการปูนบำเหน็จ
นั่นก็ทำให้เกิดกระแสแบบที่ยังไม่ทันเสร็จจากภารกิจช่วยทีมหมูป่าฯออกจากถ้ำหลวงฯสำเร็จ พลังโซเชียลมีเดียฯเนืองแน่น แห่หนุนฮีโร่
ลุ้นให้ “ผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์” มาลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.
บ่งบอกให้รู้ว่า ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการ “พ่อเมือง” น้ำดีแบบนี้
ไม่ใช่เน้นแต่ประเภท “ใช่ครับพี่ ดีครับนาย สบายครับผม เหมาะสมครับท่าน”
ตามสถานการณ์ที่แทงหวยล่วงหน้าได้ การโยกย้ายใหญ่
ผู้ว่าฯประจำฤดูในเดือนตุลาคมนี้ รัฐบาลโดย “นายกฯลุงตู่” ต้องคืนความชอบธรรมให้นายณรงค์ศักดิ์
ยกเลิกตรรกะส่งคนเก่งไปพัฒนาจังหวัดเล็กๆให้เจริญทัดเทียมจังหวัดใหญ่
มิเช่นนั้น ปลัดมหาดไทยที่มาจากจังหวัดใหญ่จะไม่มีคนเก่งเลย
เรื่องของเรื่อง จุดสำคัญมันโยงนัวเนียกับปมทุจริตคอร์รัปชัน ตามกระแสข่าวที่สื่อตามกัดติด เหตุโยกย้ายนายณรงค์ศักดิ์เพราะดันไปขวางโครงการที่มี “เงินทอน”
ย้อนศรนโยบายที่ คสช.ประกาศจะลุยล้างทุจริต
โดยภาพออกมาสวนกระแส เดี๋ยวจะพาลกระเทือนชิ่งถึงแผนตีตั๋วต่อของ “ลุงตู่”
ทั้งๆที่เจ้าตัวไม่ได้รู้เรื่องอะไร ต้องตามน้ำที่มหาดไทยชงมา.
ทีมข่าวการเมือง

วันพุธที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

เกมดูดโหดลึกของจริง

เกมดูดโหดลึกของจริง



“จะดูดทำไมให้เมื่อยปาก ใครจะไปดูด”
ลีลาเริ่มหัดพลิ้วของ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ที่ “จงใจ” พูดขึ้นกลางงานเปิดแฟลตดินแดง พื้นที่ฐานเสียงใหญ่แห่งหนึ่งของ กทม. ล้อกระแสดูดที่นักการเมืองอาชีพพรรคเพื่อไทยและยี่ห้อประชาธิปัตย์กำลังรุมถล่มค่ายพลังประชารัฐ
แท็กทีมฟัดพรรคน้องใหม่กันจมเขี้ยว
และย้ำกันอีกรอบระหว่างการร่วมช็อตอีเวนต์ก่อนประชุม ครม.ที่ทำเนียบรัฐบาล “นายกฯลุงตู่” พูดกับทีมศิลปินดารารุ่นใหญ่ ใครจะดูดไม่ดูดไม่รู้ แต่ตนเองยังไม่ได้ไปอยู่กับใครเลยสักคน
ยังไม่มีการดำเนินใดๆเพราะยังมุ่งมั่นกับการบริหารประเทศในช่วงเวลาที่เหลืออยู่
“บิ๊กตู่” ต้องเล่นแต้ม เคลียร์กระแสที่ถูกนักการเมืองโดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยล็อกเป้าประจาน
ตามเงื่อนไขสถานการณ์ที่กระแสดูดลามถึงเขตทหาร โยงถึงคนในกองทัพ
โดยรูปการณ์แบบที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ในฐานะ “พี่ใหญ่” ผู้มากบารมีในทุกวงการ โดนคนของพรรคเพื่อไทยอ้างว่าเปิดบ้านพักในค่ายทหาร ให้แม่ทัพนายกองพานักการเมืองใหญ่ในต่างจังหวัดเข้าพบเจรจา
เจ้าตัวโดนนักข่าวไล่ต้อนถามจนต้องร้อง “โอ๊ย”
แนวโน้มสถานการณ์ยังโยงไปถึง “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ต้องออกมาเคลียร์กระแส ยืนยันกองทัพไม่มีนโยบายหรือสั่งการให้นายทหารใหญ่ต่อสายเจรจาอดีต ส.ส.ให้เข้าพรรคสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์แต่อย่างใด
เช่นเดียวกับในพื้นที่อีสาน พล.ท.ธรากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 ยืนกรานไม่เคยสั่งการทหารชั้นผู้ใหญ่ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ไปดำเนินการดูดอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยเข้าสังกัดพรรคพลังประชารัฐ อย่างที่คนของพรรคเพื่อไทยกล่าวอ้าง
ท็อปบูตตบเท้าเคลียร์ข่าวดูดคนของพรรคเพื่อไทย
แน่นอน โดยเงื่อนไขสถานการณ์ถือว่าไหลเข้าเหลี่ยมทีมงานยี่ห้อ “ทักษิณ” รวมถึงค่ายประชาธิปัตย์ และนักการเมืองอาชีพที่ช่วยกันโหมกระแสต้านพรรคทหาร
ทาสีเขียว ประทับภาพของค่ายพลังประชารัฐ
“บิ๊กตู่” จึงต้องสับคัตเอาต์ รีบตัดการเชื่อมโยงกับทหารไว้ก่อน
เรื่องของเรื่องตอนนี้การขับเคลื่อนภายใต้ทีมงาน “สามมิตรกรุ๊ป” ก็กำลังทำได้นิ่มนวล
ดู “แนบเนียน” กว่ากันเยอะ
นับตั้งแต่จังหวะที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตเลขาธิการพรรคไทยรักไทย แท็กทีมนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มมัชฌิมา บินไปทาบทาม “ติงลี่” นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ถึงบ้านในพื้นที่จังหวัดเลย
เป็นอีเวนต์ประเดิมเปิดตัว ประกาศสนับสนุน “นายกฯลุงตู่” ตีตั๋วต่อ
ด้วยยี่ห้อ “สุริยะ–สมศักดิ์” ที่รับมุก “จอมยุทธ์กวง” นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กัปตันทีมเศรษฐกิจ แท็กทีมอดีต “ก๊วนก๋วยเตี๋ยวเนื้อ” ยุคอดีตพรรคไทยรักไทย
เป็นภาพของนักการเมืองอาชีพที่ช่วยกันก่อตั้งพรรคสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์
ไม่มีจุดเชื่อมโยงกับทหารแบบชัดๆ
เรื่องของเรื่อง เพื่อไทยกับพลังประชารัฐจับคู่ฟัดกันตามเดิมพันคู่ชิงอำนาจ
แต่อีกคู่ที่จะแรงกว่าก็คือ “ศึกสายเลือด” พรรคประชาธิปัตย์กับพรรครวมพลังประชาชาติไทย
โฟกัสจากฉากงานทำบุญฉลองวันเกิดครบรอบปีที่ 69 ของ “ลุงกำนัน” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิ กปปส. ที่มีการหยอกเอินกันเรื่องดูด เรื่องย้ายพรรค
แบบที่ “เดอะมาร์ค” นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยิงมุกสวนคำถามนักข่าวว่าด้วยเรื่องดูดเป็นเชิงว่า ไม่ต้องดูด บอกมาเลยใครจะย้าย จะทำบัญชีส่งให้ ขณะที่ “ลุงกำนัน” บอกไม่ดูดใคร ถ้าดูดก็ดูด “อภิสิทธิ์” เลยทีเดียว
หัวร่อต่อกระซิกต่อหน้านักข่าวเหมือนไม่มีอะไรในกอไผ่
แต่เบื้องหลัง มีรายงานข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ในอีกวันถัดมา “ลุงกำนัน” จัดทีมผู้สมัครเจาะฐานประชาธิปัตย์ในปักษ์ใต้ ยึดสุราษฎร์ธานีเขตเก่งของตระกูล “เทือกสุบรรณ” เป็นฐานที่มั่นใหญ่
พรรคประชาธิปัตย์มอบธงให้ “น้าหยัด” นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ผู้อาวุโสของพรรค ที่เป็นคนชักชวนนายสุเทพมาลงสนามการเมืองในนามพรรคประชาธิปัตย์
เป็นคนจัดกองกำลังสู้กับการแข็งเมืองของทีม “ลุงกำนัน”
คนยี่ห้อประชาธิปัตย์ต่างหาก เขาเล่นกันโหดลึก อำมหิตของจริง.
ทีมข่าวการเมือง

โวยมากเฝือเข้าเนื้อ

โวยมากเฝือเข้าเนื้อ



เรือนักท่องเที่ยวล่มตายหมู่ ช่วยทีมหมูป่าฯออกจากถ้ำ
งานเข้าหายใจหายคอกันแทบไม่ทัน สถานการณ์แบบที่ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.ต้องชีพจรลงเท้า สายบินล่องใต้ภูเก็ต บ่ายขึ้นเหนือเชียงราย
เดินสายตรวจสถานการณ์ บัญชาการเหตุในพื้นที่ด้วยตัวเอง
ตามจังหวะคิวแทรกข่าวใหญ่ เรือนักท่องเที่ยวล่ม ช่วยเด็กติดถ้ำ ทำให้โหมดการเมืองซาลงชั่วคราว
ข่าวดูด ส.ส. ล่อเป้าประจานพรรคทหาร ถูกเบียดตกขอบ คนไม่ค่อยสนใจ
จังหวะเลยต้องปรับเรตติ้งกันใหม่ ปรากฏการณ์อย่างที่ “เดอะอ้วน” นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ออกมาแตะเบรกหน่วยตีปี๊บของ “นายใหญ่” ให้เพลาๆยุทธการแฉเกมดูดอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ลดโทนขยี้พวกย้ายพรรค
รักษามิตรภาพ กล่อมพวกที่ยังลังเลให้ปักหลักอยู่ต่อดีกว่า
เรื่องของเรื่อง จับกระแส ทิศทางข่าวเริ่มเฝือ ข่าวดูด ส.ส.พอปั่นหนักๆภาพชักออกมาในโทนมโน
โดยตัวแฉหน้าซ้ำๆ ข้อมูลเริ่มตัน
ด้านหนึ่งก็เป็นนายสุชาติ ลายน้ำเงิน อดีต ส.ส.ลพบุรี ที่เปิดข่าวรายวันจากการแฉทหารใหญ่เรียกทีมอดีต ส.ส.นครราชสีมาและ ส.ส.อีสานเข้าไปรวบหัวรวบหางในค่ายกระแสดูดลามภาคกลาง ถูกทีมพลังประชารัฐรุกหนัก ใครโดนคดี มีหนี้สินจะดูแลให้ มีเงินรายเดือน มีเงินก้อนโตให้ไปตั้งตัว
ยิงมุกเอาไม้มาตีจะสู้ แต่เอาตังค์มาตีสลบทุกราย
อีกด้านหนึ่ง “หัวเขียง” นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ อดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ก็บอกสถานการณ์ดูดอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยไปพรรคพลังประชารัฐเริ่มนิ่งแล้ว ถึงตอนนี้ ส.ส.อีสานมีความกลัวคำขู่เรื่องคดีความน้อยลง หลายคนที่มีท่าทีจะย้ายไปแล้ว เริ่มลังเลอาจกลับมาใหม่
แถมขณะนี้มีการปรับวิธีการดูดจากเดิมที่ใช้ทหาร แกนนำพรรคพลังประชารัฐหรือคน
ในรัฐบาลมาทาบทาม เปลี่ยนเป็นให้เพื่อนชวนเพื่อน ใช้คนที่ถูกดูดไปแล้วมาทาบทาม เพราะพรรคพลังประชารัฐกำลังถูกมองทางลบ ต้องแสดงให้เห็นว่าไม่ใช่พรรคทหาร
ตบท้ายก็เป็นนายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทยที่ยืนยันตัวเองและอดีต ส.ส.โคราช ถูกเจรจาต่อรองให้เข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ โดยเฉพาะช่วงนี้ถูกกดดันต่อรองหนัก แต่เท่าที่คุยทุกคนยังยืนยันที่จะปักหลักกับพรรคเพื่อไทย
เพราะประชาชนในพื้นที่โทรศัพท์มาขอร้องอย่าย้ายพรรค
สคริปต์เดิมๆ มุกซ้ำๆ ที่สำคัญมันเป็นอาการที่คนของพรรคเพื่อไทยพูดเองเออเองอยู่ฝ่ายเดียว
ถี่เข้ามันก็ถูกจับทางได้ แค่เกมชิงกระแส ดักคอตีกัน
แต่อีกนัยหนึ่งมันกลับสะท้อนอาการ “นายใหญ่” ผวาเลือดไหลออก ต้องสกัดกันอุตลุด
และนั่นก็เป็นจุดที่เกิดเครื่องหมายคำถาม ถ้ายี่ห้อ “ทักษิณ” ชัวร์จริง ทำไมต้องผวา ต้องง้อพวกย้ายพรรค ดักคอดักทางกันจ้าละหวั่น
ตามเกมแบบที่พวกแห่ตามทีม “สามมิตร” สวนกลับ “นายใหญ่” ดูแลไม่ดี
ช่วง 3-4 ปี ไม่มีเลือกตั้ง น้ำเลี้ยงเหือดแห้ง ปล่อยอดๆอยากๆ
ด้วยความมั่นใจกระแสยี่ห้อ “ทักษิณ” ในอีสานกับเหนือ เหมือนยี่ห้อประชาธิปัตย์ในปักษ์ใต้
ส่งเสาไฟฟ้าลงยังสอบได้
ถึงเวลาเลือกตั้ง อดีต ส.ส.ก็ย่อมค้างคาใจ กระแสดีแต่ไม่มีกระสุนก็ค่าเท่ากัน
แถมการเปิดตัวของหัวจ่ายยี่ห้อ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” ที่ทรง ประสิทธิภาพในยุคพรรคไทยรักไทย
เครื่องหมายการค้าที่อดีต ส.ส.อีสานคุ้นเคยกันดี มันเป็นอะไรที่สัมผัสแตะต้องได้ชัดเจนกว่าคำขู่สอบตก หรือการทำนายอนาคตพรรคพลังประชารัฐจะล่มสลายเหมือนสามัคคีธรรม
ตรงกันข้ามกับสภาพภายในพรรคเพื่อไทยที่ปฏิเสธความจริงไม่ได้
กองทัพนายใหญ่อยู่ในสภาพ “หัวขาด” สถานการณ์แบบที่ “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เจ้าแม่เมืองกรุง ตัดใจเตรียมหอบผ้าพาลูกทีมออกไปตั้งป้อมค่ายใหม่ รอวัดใจ “นายใหญ่” ไม่ไหว
รู้กันเป็นนัย “นายใหญ่” ไม่กล้าหักบรรดาเจ๊ๆเฮียๆขาใหญ่ ตั้ง “เจ๊หน่อย” เป็นแม่ทัพก็พรรคแตก
ขณะที่เจ้าแม่เมืองกรุงใส่เกียร์ห้า เหยียบคันเร่งมิด รู้กันไปทั้งบ้านทั้งเมืองแล้ว ถ้าไม่ได้เป็นแม่ทัพ “เจ๊หน่อย” ก็อยู่มองหน้าคนในพรรคเพื่อไทยไม่ติด
มองซ้ายมองขวา หันกลับไปเปิดบัญชีชื่อที่สำรองไว้ ไล่ตั้งแต่ “เดอะอ๋อย” จาตุรนต์ ฉายแสง-พงศ์เทพ เทพกาญจนา-ชัยเกษม นิติสิริ-พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ฯลฯ
หรือคำตอบสุดท้าย แทงเต็งไปเลย ชื่อ “สมชาย วงศ์สวัสดิ์”
มันก็หนีไม่พ้นเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายไปเผชิญวิบากกรรมซ้ำซากกับ “นายใหญ่”.

ทีมข่าวการเมือง

วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

4+1

4+1 

“บิ๊กป๊อก”เผย ทำ”แผนสุดท้าย”แล้ว คาดวันนี้ จะนำทีม”หมูป่า”4คน และโค้ช ออกมาหมด ใช้ ซีล-หมอ ปิดท้าย

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดารมว.มหาดไทย  กล่าวถึง การช่วยเหลือ 13 เยาวชนที่ถ้ำหลวง - ขุนน้ำนางนอนในวันนี้ว่า  ได้มีการประชุม ทีมงานปฏิบัติการในถ้ำ ทีมซีล และทีมของต่างประเทศ  และผมเชื่อว่าขณะนี้ มี“แผนสุดท้าย”แล้ว และเข้าใจว่าวันนี้จะมีแผนนำโค้ช และเด็กๆ4 คน ออกมา  โดยมีทีมซีลและทีมแพทย์ ปิดท้าย 
                
ทั้งหน่วย ซีลของไทยและต่างชาติทำทุกอย่างด้วยความไม่ประมาท มีการซ้อมแผน ซักซ้อมการปฏิบัติเพราะมีความเสี่ยงสูงในทุกๆ เรื่องทั้งท่อและอากาศในการลงพื้นที่ซึ่งแต่จุดที่ปฏิบัติงานของแต่ละฝ่ายจะต้องไม่บกพร่อง 

อีกส่วนคือ การสูบน้ำออกจากภูเขาให้มากที่สุด ซึ่งเรื่องนี้ทำให้นักดำน้ำเข้าไปได้โดยไม่ต้องดำน้ำถึง 6 ชั่วโมง โดยมีจุดพักซึ่งเป็นที่แห้งให้ขึ้นมาเปลี่ยนออกซิเจนได้ 

โดยความสำเร็จเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของทุกคน ทั้งระบบทีมแพทย์ เครื่องมือมีมาตรฐาน ซึ่งผมภูมิใจแทนคนไทยทุกคน 
                
โดยยังใช้ทีมดำน้ำชุดเดิมในการช่วยเหลือ จะไม่มีการเปลี่ยนทีมเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดขึ้น 

การช่วยเหลือครั้งนี้ต้องหาโอกาสที่ดีที่สุดโดยเด็กต้องแข็งแรง คำนึงถึงระดับน้ำ และระดับออกซิเจนในน้ำ

วันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

แก้กรรมแก้เกมรุกไล่?

แก้กรรมแก้เกมรุกไล่?



ผ่านช็อต “ค้นหา” สำเร็จ ในห้วงสเต็ป 2 หาทางนำ 13 เยาวชนและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมี ออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย (ปฏิบัติการค้นหา 13 ชีวิต ถ้ำหลวงเชียงราย)
เรื่องที่คนไทยและทั่วโลก ยังตามลุ้นให้เจ้าหน้าที่หาวิธีการช่วยเหลือ
เป็นน้ำจิตน้ำใจที่มีต่อหลายชีวิตที่ยังต้องเผชิญภัยและตกอยู่ในความทุกข์ยาก
ในโมงยามแห่งกำลังใจ และในนามของความดีงาม
ยังคงมีเสียงภาวนา ต้องรอด-ต้องผ่านพ้น
แต่เมื่อหันมาดูในบรรยากาศการบ้านการเมือง ถึงเวลานี้ไม่รู้ว่าจะต้องให้กำลังใจตัวเองขนาดไหน สำหรับชายชื่อ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ที่ยังต้องเผชิญวิบากกรรมถาโถมเป็นระลอกๆ
ล่าสุดศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิจารณาที่ ป.ป.ช. เป็นโจทก์ยื่นฟ้องในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีการปล่อยกู้ของเอ็กซิมแบงก์ ให้รัฐบาลเมียนมา วงเงิน 4,000 ล้านบาท
โดยศาลให้ออกหมายจับ กำหนดไว้ 3 เดือน หากไม่สามารถจับกุมได้ ศาลมีอำนาจดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีโดยไม่ต้องทำต่อหน้าจำเลย

เป็นหมายจับใบที่ 4 ต่อจากคดีออกกฎหมายแปลงค่าสัมปทานโทรคมนาคมและมือถือเป็นภาษี สรรพสามิต–คดีร่วมทุจริตการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทย และคดีฟื้นฟูทีพีไอ
ชนักเก่าไล่ล่า “ทักษิณ” ไม่รู้จบ
แน่นอน วิบากกรรมของอดีตผู้นำครั้งนี้ ยังน่าจะหาจุดสิ้นสุดไม่เจอ เพราะยังมีอีกหลายปมหลายคดี ชนิดที่คอการเมืองพากันจับตาถึงรายการพิเศษรอบนี้ ยิ่งดิ้น–ยิ่งเจ็บ
และไม่เฉพาะกับตัวเอง แต่สุ่มเสี่ยงเต็มทีที่จะกระทบไปถึงคนใกล้ชิดที่มีชนักคดีคงค้าง
เครือข่ายบริวารอาจเจอสัญญาณอันตรายไปตามๆกัน
โดยเฉพาะที่กำลังเป็นประเด็นชวนระทึกขวัญไปทั้งพรรคเพื่อไทย หลังจากนายใหญ่ ออกโรงเบรกกระแส “พลังดูด” จากค่ายที่จะเกิดใหม่ ชนิดเพลินปากตะเพิดลูกพรรคที่แตกค่าย ปลุกปลอบขวัญลูกทัพ มั่นใจโดยเฉพาะในภาคอีสาน เข้าวินอันดับ 1 แบเบอร์
เลยเป็นเรื่อง กรรมการจ้องคิวนี้อาจเข้าข่ายแทรกแซงครอบงำ เสี่ยงนำไปสู่การ “ยุบพรรค”
เข้าทางล้างกันอีกรอบ
ลูกข่าย “ทักษิณ” ระส่ำอยู่แล้ว ยิ่งระส่ำเข้าไปใหญ่
ในห้วงที่เริ่มแตกค่ายย้ายพรรคตามพลังดูด เพื่อไทยวูบไปทุกที เท่านี้ก็กู้สถานการณ์ยากแล้ว
ขณะที่พรรคเพื่อไทยเองก็ยังชิงการนำไม่จบ
ถึงแม้ “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เจ้าแม่ กทม. ดูเหมือนจะได้ตั๋วเป็นแม่ทัพนำพรรค
แต่แรงต้านในบอร์ดตระกูลชินฯยังไม่ลดดีกรี
มีสารพัดบิ๊กเนมถูกโยนชื่อมาแข่ง ทั้ง “เฮียเพ้ง” พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล–โภคิน พลกุล–พิชัย นริพทะพันธุ์ และล่าสุดมวยหลัก “จาตุรนต์ ฉายแสง” อีกแกนนำภาพขายได้ ถูกเชิดขึ้นมาในเกมต้าน
ศึกในเพื่อไทย นายใหญ่-นายหญิง และคนตระกูลชินฯ ต้องเคลียร์กันเองภายใน
แต่ที่แน่ๆ แรงกระเพื่อมไหวภายในเริ่มเล็ดลอดออกมา มีทั้ง “เจ๊หน่อย” เตรียมถอยไปเปิดหัวใหม่ กระทั่งขุนศึกฝั่งธนฯเป็นอีกรายที่มีกระแสข่าวชักอยู่ไม่นิ่ง หาลู่หาทางกันไว้บ้างแล้ว
นั่นก็มองกันได้ไปถึงสไตล์ “ทักษิณ” ที่ยังมั่นใจในเวทีถนัด ถึงเวลายังยิงกระสุนแบบ “หวังผล” ได้
และมั่นใจเรื่อง “กระแส” ยังเหนียวแน่น
แต่อีกทางก็เตรียมแก้เกมรุกไล่ในคิวยุบพรรค จากที่มียุทธการแยกร่าง–แตกตัว มีเครือข่าย 3–4 พรรค
เตรียมเติมสูตร เปิดค่ายสาขา หัวสำรองไว้อีก 3–4 แห่ง
มีบทเรียนมาหลายรอบ หาทางหนีทีไล่ เลี่ยงโดน “ล้าง” เอาไว้เหมือนกัน.

ทีมข่าวการเมือง

ผ่านยุทธศาสตร์ชาติ20ปี

11.40 น. วันนี้ (6 กรกฎาคม 2561) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) พิจารณาเห็นชอบ “ร่างยุทธศาสตร์ คสช.” หรือ “ร่างยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี” แล้ว ด้วยคะแนน เห็นด้วย 179 เสียง ไม่เห็นด้วย ไม่มี และงดออกเสียง 4 เสียง จากจำนวนผู้เข้าประชุมทั้งหมด 183 คน

หลังจากเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา สนช. ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาร่างยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งใช้เวลา 22 วัน โดยคณะกรรมาธิการดังกล่าวได้ให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะต่อร่างยุทธศาสตร์ คสช. ซึ่งข้อเสนอเหล่านี้จะนำไประบุเพิ่มเติมในแผนแม่บทต่อไป และสรุปผลการศึกษาว่า “เห็นควรให้ความเห็นชอบ” ต่อร่างยุทธศาสตร์ คสช. 

คณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า แผนแม่บทจะจัดทำในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน โดยจะจัดทำเป็นแคมป์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาทำร่วมกัน และให้แล้วเสร็จทันปีงบประมาณ 2563

นอกจากนี้ ได้ชี้แจงว่า ตัวชี้วัดที่ชัดเจนของยุทศาสตร์ชาติจะถูกนำไปใส่ในระดับแผนแม่บทหรือโครงการ เป็นชั้นๆ ให้เชื่อมโยงกันต่อไป และการติดตามผล จะออกระเบียยบสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อติดตามผลจากหน่วยงานรัฐ และระบบโปรแกรมให้หน่วยงานรัฐใช้กรอกอีกขั้นหนึ่ง

ทั้งนี้เมื่อร่างยุทธศาสตร์ คสช. ได้รับความเห็นชอบจาก สนช. แล้ว นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่นำขึ้นทูลเกล้าฯ ภายใน 20 วัน เพื่อให้มีพระบรมราชโองการประกาศใช้ 

๐ รู้จักยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี https://ilaw.or.th/node/4775
๐ โหลดร่างยุทธศาสตร์ คสช. http://library.senate.go.th/document/mSubject/Ext81/81986_0002.PDF

วันพฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

เครื่องบินตก ... พบทั้ง 4 นายแล้ว รอดรายเดียว

#เพิ่มเติมข่าวเครื่องบินตก ... พบทั้ง 4 นายแล้ว 
- เสียชีวิต 3 นาย
- บาดเจ็บ 1 นาย
จ.ส.อ. นัฐชนันท์ เขื่อนแก้ว สังกัด ร.17 พัน.4
ยุติการค้นหาแล้ว เคสเครื่องบินตก
#ผู้เสียชีวิต 3 นาย ไว้ ณ จุดเกิดเหตุ เพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์ในวันพรุ่งนี้ คือ
1. ร.ท.ณฤพล พุกทอง
2. ร.ท.วโรฒน์ แปลงกระโทก
3. ร.ท.เขมรสช ดวงแก้ว
#ส่วนผู้บาดเจ็บ /กระดูกหัก รู้สึกตัว พูดคุยได้ นำส่ง รพ.ศรีสังวาลย์ โดยรถยนต์ 24 นี้ กำลังออกจากพื้นที่
ที่มา...ราชสีห์ รส.

ทะเลคลั่งทำเรือล่มภูเก็ตช่วยแล้ว 89 คน ระทึกยังสูญหาย 49 ชีวิต

ทะเลคลั่งทำเรือล่มภูเก็ตช่วยแล้ว 89 คน ระทึกยังสูญหาย 49 ชีวิต จนท.เร่งค้นหา ยังไม่ทราบชะตากรรม
วันนี้ 5 กรกฎาคม 2561เวลา 21.30 น. นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเปิดเผยว่า จากเหตุการณ์เกิดเหตุเรือล่มที่เกาะเฮ และเกาะไม้ท่อน จากลมมรสุมและคลื่นลมแรงในช่วงเย็นที่ผ่านมาจากการรายงานข้อมูลมีเรือประสบเหตุจำนวน 3 ลำประกอบด้วย เรือฟิกนิก เลขทะเบียน 6000-02210 บรรทุกผู้โดยสาร รวมไดมาสเตอร์ รวม 97 คน ล่มบริเวณเกาะเฮ เหตุเกิด เมื่อเวลา 17.45 น.ที่ผ่านมา ,เรือเซเนลิก้าเกิดเหตุเรือล่ม ที่เกาะไม้ท่อนมีผู้โดยสารประมาณ 39 คน และเรือเจ็ทสกี 1 ลำผู้โดยสาร 2 คนจากทั้ง 3 เหตุการณ์มีผู้โดยสารประสบเหตุรวม 138 คน
ทั้งนี้จังหวัดภูเก็ตได้บูรณาการร่วมกับ ศปก.ทรภ.3 สั่งให้ ร.ล.หัวหิน เรือ ต.232 และ ชปพ.ออกทำการช่วยเหลือ ร่วมกับเรือ ตรน. โดยขนาดนี้ได้ทำการช่วยเหลือผู้โดยสารขึ้นฝั่งมาได้แล้วจำนวน 70 คนประกอบด้วย เป็นผู้โดยสารของเรือฟิกนิก 48 คน นำส่งโรงพยาบาลองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตซึ่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสในระดับแดงจำนวน 1 รายและอยู่ในระดับเหลืองจำนวน 9 สำหรับผู้โดยสารของเรือเซเนลิก้าผู้โดยสารประมาณ 39 คน สามารถช่วยเหลือขึ้นฝั่งได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเรือเจ็ตสกีซึ่งเป็นผู้โดยสารชาวรัสเซียก็ได้รับการช่วยเหลือปลอดภัยแล้วทั้ง 2 ราย
สรุปขณะนี้สามารถนำผู้โดยสารในเรือที่เกิดอุบัติเหตุได้จำนวน 89 ราย ผู้โดยสารทั้งหมด 138 ราย ยังคงเหลือผู้ประสบเหตุจำนวน 49 ซึ่งทหารเรือ ทัพเรือภาค 3 ตำรวจน้ำและหน่วยกู้ชีพกู้ภัยกำลังระดมให้การช่วยเหลือและค้นหาผู้สูญหาย
อย่างไรก็ตามสถานการณ์ขณะนี้คลื่นลมในทะลยังคงแรงและมีความสูงกว่า 5 เมตร ทำให้เรือเล็กไม่สามารถออกจากฝั่งได้ จังหวัดจึงออกประกาศเตือนห้ามเรือเล็กออกจากฝั่งอย่างเด็ดขาดและมีการรายงานว่ามีเรือโดยสารติดค้างอยู่ที่เกาะราชา อีกกว่า 10 ลำรวมผู้โดยสารจำนวน 263 คน
ขอบคุณข้อมูลจาก...สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต

“พลังประชารัฐ” พรรคหัวขาด มีกระสุน แต่ไม่มีกระแส

“พลังประชารัฐ” พรรคหัวขาด มีกระสุน แต่ไม่มีกระแส


“พลังประชารัฐ” เจาะฐานเสียง “เพื่อไทย” ไม่เข้า พื้นที่อีสานก็เหนื่อย ภาคเหนืองานยาก ภาคตะวันออกพื้นที่อีอีซี ใครว่าง่าย
ที่เป็นอย่างนี้ อาจเป็นไปได้ว่า เนื่องจากก่อตั้งพรรคใหม่ จะว่าไปความเป็นพรรคการเมืองสมบูรณ์ยังไม่มีด้วยซ้ำ
จึงไม่แปลกที่ผลโพลสำรวจความคิดเห็นประชาชนของบางสำนัก ประชาชนให้ความสนใจพรรคนี้แค่ 17 %เศษเท่านั้น
ติดอันดับ 4 ทั้งที่ฟอร์มใหญ่ แบ๊กดี กำลังภายในสูงส่ง แต่พรรคที่เพิ่งตั้งไข่ จะนำไปเปรียบเทียบกับพรรคอื่นเต็มๆคงไม่ได้ โดยเฉพาะกับเพื่อไทย ประชาธิปัตย์
ที่ตั้งมาก่อนมานาน ผ่านศึกเลือกตั้งโชกโชน เพราะฐานมันต่างกัน
แต่พรรคการเมืองที่ได้รับความนิยมจากประชาชนก็ไม่จำเป็นเสมอไปว่า ต้องเป็นพรรคการเมืองเก่าแก่เท่านั้น
ตัวอย่างมีให้เห็น อย่างพรรคไทยรักไทย หรือในชื่ออื่นใด พลังประชาชน และเพื่อไทยในปัจจุบัน
ก่อตั้งไม่ถึง 20 ปี แต่สามารถโค่นล้ม เอาชนะประชาธิปัตย์พรรคการเมืองเก่าแก่มาได้ทุกครั้ง
ผูกขาดชนะเลือกตั้ง นับแต่ลงสนามครั้งแรก เลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2544 กระทั่งครั้งสุดท้ายปี 2554
ชนะตลอดถึง 3 ครั้ง 3 ครา
เพียงแต่ว่า พรรคพลังประชารัฐที่ประกาศสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯอีกครั้งนั้น
อาจต้องยกเว้นให้ เพราะยังไม่เคยลงเลือกตั้งสนามจริง
แพ้หรือชนะยังไม่รู้
ขณะนี้อยู่ในขั้นตอน เตรียมการเบื้องต้น การนำไปเรียงเคียง เทียบกับเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ อาจไม่แฟร์กับพลังประชารัฐเท่าใดนัก
หากจะเปรียบเทียบ ระนาบเดียวกันที่ใกล้เคียงที่สุดคงเทียบได้กับพรรคอนาคตใหม่
เป็นพรรคอนาคตใหม่ ที่ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนชุดเดียวกันของดุสิตโพล ระบุว่า ยึดตำแหน่งที่2 รองจากเพื่อไทย
ประชาชนให้ความสนใจพรรคอนาคตใหม่34.18%สูงกว่าเป็นเท่าตัว เทียบกับพลังประชารัฐ
แต่ก็เปรียบเทียบ อะไรไม่ได้มาก-ทั้งหมด
เนื่องจากอนาคตใหม่ มีหัวหน้าพรรค มีเลขาธิการพรรค เป็นตัวตนชัดเจนแล้ว
ขณะที่พลังประชารัฐ ยังเป็นพรรคผีหัวขาด
ชื่อ บิ๊กอุ-อุตตม สาวนายน-สนธิรัตน์ สนธิจิระวงศ์ คู่ดูโอที่ มีกระแสข่าวในตำแหน่งหัวหน้า และเลขาฯ จนแล้วจนรอด ก็ไม่มีความชัดเจน แน่นอน
เมื่อไม่มีหัวหน้า เลขาฯ ตัวท็อป ตัวแทนแสดงบทบาทการเมือง
จึงอาจไม่มีใครรู้จัก ซึ่งส่งผลต่อความสนใจของประชาชน และคะแนนนิยมในที่สุด
แต่การมีหัวหน้า มีเลขาฯ พรรคพลังประชารัฐ ที่มองทะลุได้ถึงเบื้องหน้า เบื้องหลักชัดเจน กรณีนี้อาจไม่ได้เป็นเครื่องการันตี จะได้รับความสนใจ คนนิยม
เพราะเมื่อชัดเจน ประชาชนก็ย่อมจำแนกแยกแยะได้ง่าย
การตัดสินใจก็ชัดเจนอีกลำดับ
ระหว่างฝ่ายไม่เอารัฐบาลทหาร กับฝ่ายนิยมชมชอบลายพราง เป็นดาบสองคมเหมือนกัน
เป็นไปได้สองทาง อาจบีบแคบช่องว่างให้เล็กลง หรือขยายเพดานถ่างกว้าง ออกไปยิ่งกว่าเดิม
แต่ ณ วันนี้ วันที่พรรคพลังประชารัฐยังคลุมเครือ
กระแสความนิยมในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ชี้เป็นชี้ตายผลการเลือกตั้งนั้น ค่อนข้างเบาบาง อย่างชนิดน่าเป็นห่วง
จะเรียกว่า เจาะไม่เข้าก็ได้ หรือดำเนินไปอย่างที่แวดวงการเมืองพูดกันอื้ออึงว่า มีกระสุน แต่ไม่มีกระแสนิยม

ทั้งนี้ทั้งนั้น เอเยนต์จากส่วนกลาง และในภูมิภาค ไล่มาตั้งแต่บิ๊กลายพราง เสนาบดี มือไม้ระดับรองๆลงไป
หลายต่อหลายสาย ต่างไล่จีบ ทาบทามตามตื๊อ อดีตส.ส.เกรดเอในพื้นที่ของพรรคเพื่อไทย และรวมถึงนักการเมือง ผู้นำท้องถิ่น-อปท.
มีการเดินสายดูดทุกทิศทุกทาง ทั้งที่อ้างสายตรง สายรอง เกือบทุกสาย วนเวียนทาบทาม
อดีตส.ส.เสียงดี เนื้อหอม ถูกรุมตอมซ้ำ รับแขก รับนัดไม่หวาดไม่ไหว
มีการหยิบยื่นข้อเสนอ สิทธิประโยชน์ จัดเต็มโปรโมชั่น แต่ก็ดูดได้เกรดเอ ของดีไม่กี่คน
เพราะอดีตผู้แทนที่เกาะติดพื้นที่ ใกล้ชิดประชาชน กระแสกลิ่นรู้ดีว่า สถานการณ์แบบนี้
สถานการณ์ที่ไม่มีกระแสตอบรับพลังประชารัฐแบบนี้ ย้ายไปก็เหนื่อย เงินทองที่ได้มา ไม่ยั่งยืน มีหน้าตามีค่าเท่ากับการเป็นส.ส.
นี่เป็นโจทย์ใหญ่โหดหิน ของพรรคพลังประชารัฐ ในภาคเหนือ และอีสาน
แม้แต่ภาคตะวันออก นักการเมืองที่โดดร่วมหอลงโรงกับรัฐบาลก็บ่นพึม
ถึงจะแยกกันอยู่ สู้ในนามพรรคเดิมต่อ ไม่ควบรวมพลังประชารัฐ
แต่การเป็นแนวร่วม พันธมิตร ก็ลำบากมิใช่น้อย หากปุบปับเลือกตั้ง อาจพัง แพ้ได้ง่ายๆ เนื่องจากกระแสต้านทหารยังอยู่ระดับสูง
ที่ทำให้พอใจชื้นขึ้นหน่อยก็ตรงที่ยังพอมีเวลา เคลียร์ ทำความเข้าใจกับประชาชนว่า เหตุใดถึงต้องมาอยู่ขั้วข้างฝั่งนี้
แต่นักการเมืองภาคตะวันออก ก็ยังไม่มั่นใจอยู่ดี ว่าที่จะนำเรื่อง”อีอีซี”อภิมหาโปรเจ็กต์หลายแสนล้าน
ไปโน้มน้าว จูงใจประชาชนว่า คนในพื้นที่ภาคตะวันออกอย่างน้อย 3 จังหวัดได้รับประโยชน์โดยตรง ถึงได้ย้ายมาอยู่กับรัฐบาล
“อีอีซี”จะช่วยอุ้มเข้าสภาฯได้จริงหรือไม่
กลับไปที่อีสาน
พรรคภูมิใจไทย เบอร์2 รองแชมป์เลือกตั้ง รองจากเพื่อไทย ก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ดีนัก
เหตุชาวบ้านติดใจนโยบายประชานิยม-แก้จน ยังฝักใฝ่ ทักษิณ ชินวัตร เห็นใจยิ่งลักษณ ชินวัตร
ภูมิใจไทยอาจยึดเมืองหลวง อย่างบุรีรัมย์เอาไว้ได้ รวมถึงเมืองรองใกล้เคียงอีสานใต้ แต่อย่าได้หวังขยับขยาย รุกคืบกินแดนแย่งที่นั่งส.ส.เพื่อไทย
พื้นที่นี้ ชาวบ้านจดจำ ฝังใจ เหตุการณ์”เนวิน ชิดชอบ”หักหน้า แปรพักตร์ พลิกขั้วโหวตหนุน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั่งนายกรัฐมนตรี
ถึงวลี “มันจบแล้วครับนาย”
แต่ที่นั่น ไม่จบยันวันนี้
แน่นอน ยามนี้เพื่อไทยในภาคเหนือ อีสาน ไม่ได้อยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งเหมือนอดีต แต่ไม่ถึงขั้นวิกฤต เลวร้าย
อย่างน้อยฐานเสียงสนับสนุนก็ยังอยู่ และมากพอ เหนือกว่า พรรคอื่นอย่างชนิดทิ้งห่าง ไม่ติดฝุ่น โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐยังห่างไกลจากคำว่าสู้ได้
เพราะมีแต่กระสุน แต่ไม่มีกระแส
กลุ่ม 3 มิตร 3 ช่า อีกหัวหอกแยกกันเดิน มุ้งใหญ่พลังประชารัฐนั้นเล่า ดูจากรายชื่ออดีตส.ส.ที่นำมาอวดโชว์เป็นผลงาน ตัวท็อปความหวังฐานดีก็มีนับหัวได้
จึงฝากฝีฝากไข้ได้ยาก
การที่มีกระแสข่าว การทุ่มเงินให้อดีตส.ส.บางคน 2 พันล้าน เพื่อตั้งเป็นพรรคสาขาใหม่ลายพรางในภาคอีสาน
เป็นภาพสะท้อนของการเจาะไม่เข้า ที่ต้องแก้เกม พลิกแพลง หากลยุทธ์ใหม่สู้เพื่อไทย เนื่องจากพรรคที่ไล่เรียงมานั้นขายไม่ได้ ไม่มีกระแสตอบรับ
น่าสนใจ-ติดตามเป็นที่ยิ่งว่า ในสถานการณ์การต่อสู้ ในสมรภูมิเลือกตั้งที่(พรรค)ลายพรางไม่เจนจัด ชี้นิ้วสั่งการไม่ได้นั้น บิ๊กๆคนดังผู้อยู่เบื้องหลัง
จะแก้เกม ตีตื้นอย่างไร ไม่ให้เสียของ แพ้เลือกตั้ง

บิ๊กป้อมลุยเคลียร์หนี้

“บิ๊กป้อม” สั่ง เคลียร์หนี้ นอกระบบ “คนจน”กว่า7แสน ที่ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ คาดเห็นผลใน กย.61นี้....มอบ กอ.รมน.-ทหาร-ตำรวจ จัดการ

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ได้มอบหมายให้ กระทรวงแรงงาน สำรวจและสนับสนุนการผลักดันแก้ปัญหา หนี้นอกระบบ ของผู้มีรายได้น้อย ที่ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวนกว่า 7 แสนคน  

โดยให้ประสานข้อมูลและทำงานร่วมกับ กอ.รมน. ทหารและตำรวจในพื้นที่  ระหว่างการขับเคลื่อนโครงการ “เพิ่มศักยภาพผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ” ที่กำลังดำเนินการและจะเสร็จสิ้นใน ก.ย.61 

โดยคาดว่า หลัง ก.ย.61 ความร่วมมือกันในการผ่อนคลายภาระหนี้นอกระบบของผู้มีรายได้น้อย ร่วมกับมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อย กว่า 6 แสนคน ที่เข้าร่วมพัฒนาตนเองกับกระทรวงแรงงาน จะสามารถพัฒนาศักยภาพและทักษะในวิชาชีพทางเลือก. ให้ผู้มีรายได้น้อย มีงานทำและมีรายได้พอเพียงสำหรับการพึ่งพาตนเอง  

ตลอดจนมีหลักประกันทางสังคมและความมั่นคงในชีวิตที่เหมาะสม เพื่อให้สังคมสามารถขับเคลื่อนเดินหน้าอย่างเข้มแข็งไปด้วยกัน

สมคิดโดนมาเยอะ

FOS .....”สมคิด”คนเพื่อนเยอะ...เพื่อนกันทั้งนั้น

“สมคิด" ปัด”ดีล” สามมิตร”หนุน”บิ๊กตู่” เป็นนายกฯ แต่ยอมรับรู้จัก เป็นเพื่อนกันทั้งนั้น วงการเมืองคือเพื่อนๆกัน
 “ผมมีเพื่อนเยอะ และเชื่อว่าทุกคนก็มองถึงประเทศชาติทั้งนั้น ทุกพรรคคือเพื่อนกันทั้งนั้น”

ใครจะเอาชื่อไปพาดพิง ก็ตามสบาย เพราะโดนมา20ปีแล้ว ชี้ไปต่างประเทศ มา2 สัปดาห์ ก็โดนพาดพิง

ยันไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง เพราะทำงานด้านเศรษฐกิจ... ชี้ นักการเมืองมีสิทธิเลือกพรรค ทุกคนเป็นเพื่อนกันทั้งนั้น และไม่ใช่แค่สามมิตร เป็นมวลหมู่มหามิตรเลย เป็นเพื่อนฝูงกันทั้งนั้น วงการเมืองคือเพื่อนๆกัน ไม่ตอบ สามมิตร จับมือ พรรคพลังประชารัฐ  สู้เพื่อไทย 

“การทำเพื่อประเทศ ไม่เกี่ยวกับว่าจะรวมกลุ่ม หรือไม่  การเมืองคือการที่ทุกคนต้องเข้ามาทำให้ประเทศดีขึ้น  

“พรรคการเมืองดีทุกพรรค แต่ละพรรคมีนโยบายของเขา ใครจะอยู่พรรคใดก็อยู่ไปถ้ามีความสุข คนที่จะเลือกพรรคเขาจะมองว่าพรรคนั้นสามารถทำให้เขาได้ทำงานเพื่อประเทศชาติได้หรือไม่ ใครจะอยู่พรรคใดก็แล้วแต่ ทุกคนมีสิทธิ์ทั้งนั้น แต่อย่าทะเลาะกัน อย่าไปมองการเมืองในแง่ที่ไม่ดี” : นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี

ถึงจุด ‘ลุงตู่’ ไม่แคร์แล้ว

ถึงจุด ‘ลุงตู่’ ไม่แคร์แล้ว



เลี่ยงถูกเหน็บแนมว่าโหนกระแสทีมหมูป่าฯ
ตามกระแสข่าวที่ทีมงานเสนอให้ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ยกเลิกการประชุม ครม.สัญจรที่จังหวัดเชียงรายในปลายเดือนกรกฎาคมนี้ ไปจัดที่จังหวัดน่านแทน
แต่ พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันโปรแกรมที่เชียงรายเหมือนเดิม เพราะกำหนดคิวไว้แล้ว
ตามแนวโน้มสถานการณ์ที่เห็นได้เลยว่า มาถึงนาทีนี้ทีมงานการเมืองของ “นายกฯลุงตู่” ให้ความสำคัญกับการบริหารกระแสมากเป็นพิเศษ ประเมินทิศทางลมตลอดเวลา
ในจังหวะที่รัฐบาล “ลุงตู่” กำลังตุนแต้มบวกจากปฏิบัติการช่วย 13 เยาวชนและโค้ชทีมหมูป่าฯ สอบผ่านเชิงบริหารภายใต้สภาวการณ์วิกฤติที่คนทั้งประเทศไทยและทั่วโลกจับตา (ปฏิบัติการค้นหา 13 ชีวิต ถ้ำหลวงเชียงราย)
ถ้าพลาดโดนด่า กระแสดีดกลับมันไม่คุ้ม
นี่แหละคือมุมในแบบฉบับของนักการเมืองอาชีพ โดยวิสัยของคนเตรียมตัวลงสนามเลือกตั้งจะต้องให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์บริหารกระแสแบบนี้
ที่แน่ๆเริ่มปักหลัก ตั้งรับแรงกระแทกทางการเมืองแบบมีลีลา
จับทางจากที่ “นายกฯลุงตู่” ตีกรรเชียงตอบกรณีนักการเมืองพรรคเพื่อไทยโจมตีและเรียกร้องให้ตรวจสอบ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ที่โยงกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มสามมิตรที่ประกาศสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐ
จะโจมตีตนเองเรื่องอะไร ในเมื่อพรรคพลังประชารัฐยังไม่ประกาศออกมาเลย เป็นเพียงการจองชื่อไว้เฉยๆ การพูดคุยในวันนี้ถือว่ามีอิสระเสรีมากพอสมควร ไม่ว่าใครก็ตาม เขาก็มีการพูดคุยกันตลอด จะให้แต่นักการเมืองคุยกันข้างเดียวหรือ
การดำเนินการอย่ามองว่าได้เปรียบเสียเปรียบอะไร เพราะประชาชนเป็นผู้ตัดสิน
สถานการณ์ถึงจุดที่ “บิ๊กตู่” ไม่แคร์ที่ถูกนักการเมืองรุมถล่มให้ท้ายยี่ห้อพลังประชารัฐ
แถมยังมีเหลี่ยมออกตัวจงใจตอกย้ำชัดๆ แบบที่ พล.อ.ประยุทธ์พูดเองเลยว่า หลายคนบอกโครงการไทยนิยม โครงการประชารัฐได้เปรียบ
ทั้งๆที่โครงการนี้เกิดมานานแล้ว ไม่ใช่เป็นโครงการหรือการทำงานที่จะมุ่งไปสู่การเลือกตั้ง แต่ต้องการที่จะแก้ปัญหาให้ประชาชนในทุกพื้นที่ทั้งจังหวัด อำเภอ ตำบล ให้งบประมาณไปเรื่อยๆ ตลอดระยะเวลา 3-4 ปี และปีนี้ก็ต้องลงอีกครั้ง
ปูทางนำร่องรายการอัดฉีดเพิ่มโครงการไทยนิยม ลดแลกแจกแถมสินค้ายี่ห้อ “ประชารัฐ”
ใช้งบหลวงมัดจำแต้มความนิยมกับชาวบ้านแบบเนียนๆ
เลียนแบบมุกเดียวกับที่ยี่ห้อ “ทักษิณ ชินวัตร” เคยทำยังไงยังงั้น
สอดรับกับข่าววงใน แว่วๆทีมงาน “สามมิตร” อย่าง “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ-สมศักดิ์ เทพสุทิน” แสดงความมั่นใจในยุทธศาสตร์ที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้วสมัยพรรคไทยรักไทย ที่มีคนชื่อ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” เป็นหลักในทีมคิดนโยบายกวาดแต้มถล่มทลาย
แค่ปรับจากยี่ห้อ “ประชานิยม” เป็นแบรนด์ “ประชารัฐ”
นโยบายกระตุ้นปากท้องโดยยี่ห้อ “นายกฯลุงตู่” รายการลดแลกแจกแถมชาวบ้านฐานราก จัดหนักแน่
ขอเวลาแค่ 3 เดือนก่อนเลือกตั้งเท่านั้น
ฐานลูกค้าจากยี่ห้อ “ทักษิณ” ที่แน่นๆ แกว่งแน่
และคงไม่ใช่แค่ราคาคุย หรือการปั่นราคาของยี่ห้อ “สามมิตร”
ตามปรากฏการณ์สะท้อนจากอาการนั่งไม่ติดของเครือข่าย “ทักษิณ” ที่ตีฆ้องร้องป่าว
โหมตีปี๊บประจาน ดักคอดักทาง “บิ๊กตู่” ที่หลิ่วตาให้ทีมงานสามมิตรเดินสายดูด ส.ส. ถึงขั้นยื่นร้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ “ทำแท้ง” พรรคพลังประชารัฐ
ฟ้องกันด้วยหลักฐานลอยๆ อ้างข้อความแชตในไลน์มาตีกินเป็นข่าว
เป้าหมายจริงคือเขย่าปมสองมาตรฐาน เขี่ยเชื้อไฟกองเชียร์ฝ่ายต้าน คสช.
ลึกๆเพื่อไทยส่ออาการแหยง “เลือดไหลไม่หยุด”
ที่แน่ๆสถานการณ์นับแต่นี้ไป คนพรรคเพื่อไทยต้องเจอเหลี่ยมของพวก “เป็นมวย” การเมืองด้วยกัน
ชั้นเชิงของอดีตมวยค่ายเดียวกันเองที่รู้เหลี่ยมรู้ทางกันดี
สถานการณ์เข้าสู่โหมดงานโหดและหิน ไม่ง่ายเหมือนล่อเป้าทหาร ยั่วจุดเดือด “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” ให้หลุดเสียอาการ พาลรุมกระแทกทีม “สมคิด” ที่แรงเสียดทานทางการเมืองต่ำ
ที่สำคัญแถมเทียบฟอร์มเครือข่าย “สามมิตร” ที่เป็นมวยรุ่นใหญ่
เขี้ยวกว่า “นกแล” ของ “นายใหญ่” เยอะ.
ทีมข่าวการเมือง

วันพุธที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

วัดกันใครเสี่ยงกว่า

วัดกันใครเสี่ยงกว่า



เสียงเฮลั่นทั้งประเทศ นาทีที่นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯเชียงราย แถลงข่าวดีทีมนักประดาน้ำและหน่วยซีลค้นพบ 13 เยาวชนและโค้ชทีม “หมูป่าอะคาเดมี” ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ยังมีชีวิตปลอดภัยครบทั้ง 13 คน (ปฏิบัติการค้นหา 13 ชีวิต ถ้ำหลวงเชียงราย)
ปรากฏการณ์ที่เรียกได้ว่า “ความสำเร็จของประเทศไทย”
แน่นอนสถานการณ์นี้เกิดขึ้นได้ด้วยพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม พระมหากรุณาธิคุณ “ในหลวงรัชกาลที่ 10” ที่ทรงห่วงใยชีวิตของพสกนิกรชาวไทยของพระองค์
ทุกคนสำคัญหมดไม่ว่าจะอยู่ห่างพระเนตรพระกรรณแค่ไหน
จากกระแสรับสั่งผ่านราชเลขาธิการถึงรัฐบาลตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุ ให้เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมพระราชทานคำแนะนำเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติงานเป็นระยะ พระราชทานอุปกรณ์ให้เจ้าหน้าที่ จัดตั้งครัวพระราชทานทำอาหารเลี้ยงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตลอดนับสิบวัน
13 เยาวชนทีมหมูป่าฯ รอดได้เพราะพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมโดยแท้
และเหตุการณ์นี้ยังเป็นคำตอบของคำถาม “มีทหารไว้ทำไม”
สะท้อนจากภาพที่เห็น “หน่วยซีล” ทหารเรือถูกส่งเข้าไปปฏิบัติการในถ้ำหลวงฯ ปักหลักพื้นที่เสี่ยงตลอดสิบวันแทบไม่ออกมาภายนอก ขณะที่ทหารบกส่งหน่วยรบพิเศษนับร้อยนายเดินป่าไปสำรวจโพรงบนเทือกเขาหาทางเข้าถ้ำแบบไม่เจอไม่ถอนกำลัง ส่วนทหารอากาศส่งเครื่องบินลำเลียงเครื่องมืออุปกรณ์จากทุกพื้นที่ไปยังถ้ำหลวงฯได้อย่างรวดเร็วทันสถานการณ์
ถ้าไม่มีทหารงานนี้คงไม่จบสวยๆแบบนี้แน่
และก็ต้องได้เครดิตเช่นเดียวกัน รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ที่ระดมสรรพกำลังได้พึ่บพั่บเฉียบไว ประสานทั้งในและต่างประเทศ โดยมอบธงให้ผู้ว่าฯเชียงราย ในการทำสงครามสู้กับเวลานาทีเป็นนาทีตาย
ถือว่าวิกฤติได้พิสูจน์เชิงบริหารจัดการของรัฐบาล “นายกฯลุงตู่”
สำคัญเหนืออื่นใด นั่นคือพลังสามัคคีที่แฝงอยู่ในสังคมไทยที่อุบัติขึ้นโดยอัตโนมัติ ถึงจุดคับขันต่างร่วมด้วยช่วยกันไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย มันเป็นโอกาสที่จะก้าวข้ามหลุมดำ ผ่านวิกฤติขัดแย้งทางการเมืองไปสู่เป้าหมายปฏิรูปประเทศ เห็นความหวังอยู่ตรงหน้า
ปรากฏการณ์วิกฤติชีวิตของ 13หมูป่าฯ ได้สร้างโอกาสให้สังคมไทย
“ปรองดอง” เกิดได้ในสถานการณ์คับขัน
คนไทยส่วนใหญ่รักกันถ้าไม่มีปมการเมืองมาปั่นหัว
โดยสถานการณ์แบบที่กำลัง “อุ่นเตา” เขี่ยหัวเชื้อความขัดแย้งเก่าๆ สุมไฟรอบใหม่
ตามจังหวะที่นายสุชาติ ลายน้ำเงิน อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ระงับการอนุญาตให้จัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ
พร้อมทั้งดำเนินคดีและตรวจสอบกรณีกลุ่มสามมิตรที่นำโดย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตเลขาธิการพรรคไทยรักไทย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มมัชฌิมา
พ่วงโยงไปถึงนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ รวมถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ร่วมดูดอดีต ส.ส.ไปร่วมพรรคพลังประชารัฐ
อ้างหลักฐาน “แคปเจอร์” ข้อความไลน์มาตีปี๊บด่าตีกินกันเนียนๆ
ตามเหลี่ยมปลุกวาทกรรม 2 มาตรฐาน แห่กระแสกองเชียร์
แต่เรื่องของเรื่อง ในจังหวะที่ขุมข่าย “นายใหญ่” เดินหมากดักทางทีมหนุน “นายกฯลุงตู่” ก็ต้องย้อนไปดูฉากที่อดีตนายกฯทักษิณใช้โอกาสวันเกิดน้องสาว ส่งคลิปถึงลูกหาบเมืองไทย ประกาศไล่คนย้ายพรรค เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่เสียบแทน โวลั่นเพื่อไทยจะกวาด ส.ส.หมดอีสาน
“ทักษิณ” โชว์เพาเวอร์เป็น “สปอนเซอร์หลักอย่างไม่เป็นทางการ”
เทียบกับสถานการณ์เปิดตัวของนายสุริยะที่เคลื่อนตัวร่วมกับนายสมศักดิ์ ประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ยังไม่ได้ลงรายละเอียดลึกๆซักเท่าไหร่
โดยที่ “จอมยุทธ์กวง” นายสมคิดก็ชิ่งนิ่มๆ ดูแลเรื่องเศรษฐกิจ ไม่ได้รับผิดชอบเรื่องการเมือง ส่วนการที่ทีมสามมิตรเห็นตรงกันในการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป
เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ก็สนับสนุน “ลุงตู่” กันทั้งนั้น
เรื่องของเรื่อง ว่ากันตามเนื้อผ้า ยึดหลักฐานตามกฎหมาย
มันก็ประเมินกันง่ายๆ
ระหว่าง “ทำแท้ง” พลังประชารัฐ กับ “ทำหมัน” ยุบพรรคเพื่อไทย
อันไหนเข้าเงี่ยงกฎหมายชัดเจนกว่ากัน.
ทีมข่าวการเมือง

วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ผมรับผิดชอบเอง

ผมรับผิดชอบเอง

"บิ๊กตู่" สายตรง จากตึกไทยฯ ประชุมทางไกลผ่านดาวเทียมกับผู้ว่าฯเชียงราย ติดตามการช่วยเหลือ"ทีมหมูป่าอะคาเดมี" รอให้พร้อม ก่อนนำเด็กๆออกมา  ชี้เป็น"บทเรียน"ที่ต้องนำมาศึกษา ใช้ปฏิบัติภารกิจในอนาคต ชี้หากมีอะไรผิดพลาด ผมรับผิดชอบเอง
 

เมื่อเวลา 08.45 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประชุมทางไกลผ่านดาวเทียมกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย จากบนตึกไทยคู่ฟ้า

พันเอกอธิสิทธิ์ ไชยานุวัติ ผช.โฆษกรัฐบาล
เผยว่า นายกฯ ได้กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ที่ได้พระราชทานกำลังใจ และสิ่งของพระราชทาน ตลอดจนขอพระบารมีปกเกล้าฯ คุ้มครองเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครให้ประสบความสำเร็จในการทำงานด้วยความเรียบร้อย 

จากนั้นกล่าวขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดฯ หัวหน้าส่วนราชการ อาสาสมัคร เอกชน พี่น้องประชาชน ชาวต่างชาติและหน่วยงานจากต่างประเทศ 

รวมถึงสื่อมวลชน ที่มีส่วนร่วมในการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ 

ชมเชยการทำงานของทุกภาคส่วนว่าเป็นแบบอย่างการทำงานแบบบูรณาการ เป็นบทเรียนที่ต้องนำมาศึกษาในการปฏิบัติภารกิจในอนาคตต่อไป

นอกจากนั้นได้ฝากความห่วงใย ขอให้นำทั้ง 13 คนออกมาด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย 

อีกทั้งให้พิจารณาดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่โดยรอบที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะพื้นที่รับน้ำ และปรับให้คืนสภาพเดิมโดยเร็ว 

ด้านผู้ว่าฯ ได้รายงานสรุปสถานการณ์ที่สำคัญว่าหน่วยซีลได้เข้าไปในถ้ำตั้งแต่เวลาประมาณ 23.00 ของวันที่ 2 ก.ค. 61 เพื่อนำอาหาร น้ำ และยา เข้าไปดูแลผู้ประสบภัย ซึ่งในขณะนี้ก็ยังคงอยู่กับเด็กๆ และโค้ซในถ้ำ

สำหรับภารกิจต่างๆ ในวันนี้ยังคงดำเนินการต่อไป โดยจะมีการสูบน้ำออกจากถ้ำอย่างต่อเนื่อง ติดตั้งไฟฟ้าเพื่อให้แสงสว่างภายในถ้ำ และโทรศัพท์เพื่อให้สามารถติดต่อสื่อสารได้ 

ก่อนจบการประชุม นายกรัฐมนตรีได้ชื่นชมและให้กำลังใจ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร และประชาชนทุกคน ขอให้ยังคงปฏิบัติหน้าที่ให้สำเร็จสมบูรณ์ รวมทั้งเน้นย้ำขอให้การทำงานครั้งนี้เป็นบทเรียนในการบรรเทาภัยพิบัติในอนาคต ชี้หากเกิดอะไรผิดพลาด ผมรับผิดชอบเอง

หมัดบวกคนเป็นมวย

หมัดบวกคนเป็นมวย



สายตาทุกคู่ของผู้คนในสังคมเฝ้าจับจ้องอยู่ที่สถานการณ์ช่วยเหลือ 13 เยาวชนและโค้ชทีม “หมูป่าอะคาเดมี” ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย (ปฏิบัติการค้นหา 13 ชีวิต ถ้ำหลวงเชียงราย)
เรียกว่าเกาะติดกันแบบนาทีต่อนาที ลุ้นกันข้ามวันข้ามคืน
ความดังของข่าวทีมหมูป่าฯกลบกระแสเรื่องอื่นเงียบไปหมด
ตามฟอร์มที่ข่าวการเมืองจะถูกเบียดตกขอบไปชั่วคราว
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ “สคริปต์เก่า” วาทกรรม “2 มาตรฐาน” ถูกนำมาใช้ชิงพื้นที่ข่าวอีกรอบ
คราวนี้ลามจากกระบวนการยุติธรรมมาถึงกระบวนการชิงพื้นที่เลือกตั้ง
ตามท้องเรื่องอย่างที่พรรคเพื่อไทย ลูกข่าย “นายใหญ่” ออกมาโวยวายใส่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม และทีม คสช.ที่หลิ่วตาทำเป็นมองไม่เห็น
ปล่อยให้ทีมงาน “สามมิตรโปรโมชัน” เดินเครื่อง “พลังดูด” แบบออกหน้าออกตา
ว่ากันถึงขั้นที่ส่งนายสุชาติ ลายน้ำเงิน อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย เข้ายื่นหนังสือร้องประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ระงับและไม่อนุญาตให้จัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ
พร้อมทั้งดำเนินคดีและตรวจสอบกรณีกลุ่มสามมิตร ที่นำโดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รวมถึงนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กัปตันทีมเศรษฐกิจ และ พล.อ.ประวิตร เนื่องจากมีการดูดอดีต ส.ส.ไปร่วมพรรคพลังประชารัฐ
เพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป
อ้างข้อมูลจากการแคปเจอร์ข้อความในไลน์เป็นหลักฐาน
เป้าหมายคือตีปี๊บฟ้องประจานให้ชาวบ้านได้เห็นถึงพฤติการณ์เอาเปรียบของทีมหนุน “ลุงตู่”
แต่อีกนัยหนึ่งมันก็สะท้อนภาวะ “ปากกล้าขาสั่น”
จับอาการพรรคเพื่อไทย ไล่ตั้งแต่ “นายใหญ่” อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ที่ขยับตัว
อย่างแรงในช่วงวันเกิดน้องสาว เบิร์ธเดย์อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ส่งสัญญาณต่อเนื่องมาถึงลูกข่ายพรรคเพื่อไทย ช่วยกันตีปี๊บเกมดูด
ต้องอุดภาวะเลือดไหลกันมือเป็นระวิง
ของจริงต่างพากันหวั่นไหวหนัก นับตั้งแต่ยี่ห้อ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” อดีต “พ่อบ้านใหญ่” ค่ายไทยรักไทย เปิดตัวออกมาเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของพรรคพลังประชารัฐ
รับมุกกับ “สมคิด” เป็นฐานให้ “นายกฯลุงตู่” ตีตั๋วต่อนายกรัฐมนตรี
กระตุ้นเรตติ้งยี่ห้อ “พลังประชารัฐ” ราคาหุ้นดีดขึ้นแบบทันตา
สถานการณ์แปรผันกับภาวะ “เลือดไหล” ไม่หยุดของพรรคเพื่อไทย หักมุมกับสิ่งที่ “นายใหญ่” และทีมงานพยายามปลอบขวัญปลุกใจลูกข่ายยี่ห้อ “ทักษิณ” ว่า ยังแรงไม่ตก
ประกาศเลือกตั้งรอบหน้าจะกวาดเสียงถล่มทลายในภาคอีสาน ภาคเหนือ
ที่แน่ๆสังเกตให้ดี ถึงตรงนี้ เหยื่อเป้าล่อของพรรคเพื่อไทย ไม่ยอมโดนล่อเป้าเหมือนช่วงแรกๆ
อารมณ์แบบที่ พล.อ.ประวิตร ไม่ใช่แค่ร้องฮู้ แต่ตอบโต้เป็นชุดๆ
ย้อนศรย้อนคอหอยกันเลยว่า ทีพรรคเพื่อไทยนัดไปตีกอล์ฟไปคุยกัน ไม่เห็นว่าอะไรเลย ทำไมไม่โจมตีกัน ทำไมถึงไม่บอกว่าไปดูด ส.ส.บ้าง
หรือที่บอกกลุ่มสามมิตรอยู่พรรคพลังประชารัฐ พรรคเกิดหรือยัง เป็นเพียงการจดแจ้งชื่อจัดตั้งพรรคกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เท่านั้น
“บิ๊กป้อม” ตั้งหลัก สวนหมัดกลับฝั่งนักการเมืองแบบเข้าจุดโฟกัส
เช่นเดียวกับอาการแบบที่นายสุริยะย้อนศรวาทกรรมดูดของพรรคเพื่อไทย บอกเลยว่า สมัยเป็นเลขาธิการพรรคไทยรักไทย และมีนายทักษิณ ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรค ก็เคยทำมาแล้ว ไม่ใช่เพิ่งจะเกิดขึ้น แต่พอตนเองมาอยู่จุดตรงนี้ กลับถูกโจมตี
แต่ยืนยันตนเองและคณะจะไม่หวั่นไหวขอทำหน้าที่เพื่อชาติบ้านเมืองต่อไป
“สุริยะ” น้ำเสียงแข็งสวนกลับฝั่งคนแดนไกล จากที่หลบสงบนิ่งมาตลอด
นั่นไม่เท่ากับลีลาแสบๆคันๆแบบที่นายอนุชา นาคาศัย อดีต ส.ส.ชัยนาท แกนนำทีมงานสามมิตร ตอบโต้ “เสี่ยแดง” นายพิชัย นริพทะพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ว่าด้วย “รัฐมนตรีบริจาค”
สอนเชิงกันเป็นนัย นายพิชัยเป็นนักการเมืองใหม่คงไม่รู้วิถีการเมืองในอดีตสมัยไทยรักไทยเคยไปกวาดต้อนนักการเมืองอื่นเข้าร่วมพรรค อย่างนั้นไม่เรียกดูดเรียกว่าอะไร
ตามรูปการณ์จากนี้ทีม “นายใหญ่” ต้องเจอหมัดสวนแบบ “คนเป็นมวย” ไม่ได้ด่าตีกินกันง่ายๆ
ในสถานการณ์ที่ทีมงานหนุน “นายกฯลุงตู่” เปิดหน้า หงายไพ่ แทงหวยเต็ง
รับสัญญาณคลื่นความถี่สูง ไม่ให้ “ทักษิณ” กลับมายึดประเทศ.
ทีมข่าวการเมือง

วันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ปัดลำเอียงสามมิตร

“ฉัน ยังไม่รู้จัก “สุริยะ”อะไรเลยย

“บิ๊กป้อม”ต่อปากต่อคำ นักข่าว ถามกลับ หนัก เรื่อง กลุ่มสามมิตร-พรรคพลังประชารัฐ  ถาม ผม ลำเอียงเรื่องอะไร  ยัน ไม่รู้จัก นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ส่วนที่เขารู้จักผม ก็รู้จักไปสิ ปัด “สมคิด”มีเอี่ยว

ส่วนที่มีชื่อนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รวมในกลุ่มสามมิตรนั้น คงไม่ใช่ ผมยังไม่เคยเจอเขาเลย ที่บอกกลุ่มสามมิตรอยู่พรรคพลังประชารัฐ พรรคเกิดหรือยัง ใครเป็นคนจัดตั้ง

เมื่อถามย้ำว่า กลุ่มสามมิตร ได้มีการพูดคุยกับคนในรัฐบาล เช่น นายสมคิด นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เขาไม่ได้คุยกับตน จะไปรู้ได้อย่างไร

เมื่อถามว่า กลุ่มสามมิตรมีการดูดสส. จากพรรคการเมืองอื่นๆ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไปดูดให้ใคร พรรคของใคร ใครเป็นคนตั้ง กฎหมายก็ยังไม่เสร็จ ส่วนที่กลุ่มสามมิตร สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีนั้น ก็เป็นเรื่องของเขา ตนจะไปรู้อะไร ทั้งนี้การเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตรก็ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย คสช.เช่นเดียวกับพรรคการเมืองอื่นๆ

    เมื่อถามว่า กลุ่มสามมิตรอ้างว่าไม่ใช่พรรคการเมืองการเคลื่อนไหวต่างๆจึงไม่ขัดคำสั่ง คสช. พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่เกี่ยว เขาก็คุยของเขาไปเอง ตนไม่รู้เรื่องว่าเขาจะมาสนับสนุนใคร แต่ขออย่างเดียวอย่าปั่นป่วน เกิดความไม่เรียบร้อย หรือโฆษณาชวนเชื่อ

เปิดตัวกลุ่มสามมิตรเคลื่อนโรดแม็ปการเมือง : กองหนุนหลัก “ประยุทธ์”

เปิดตัวกลุ่มสามมิตรเคลื่อนโรดแม็ปการเมือง : กองหนุนหลัก “ประยุทธ์”



พรรคพลังประชารัฐเจิดจรัสขึ้นมาทันที เมื่อกลุ่มสามมิตรขับเคลื่อนเทียบเชิญอดีต ส.ส.เกรดเอ เพื่อเข้าร่วมเป็นกองหนุน “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นนายกรัฐมนตรีอีกรอบ แต่จะเดินไปถึงฝั่งฝันแค่ไหน ติดตามความในใจระดับแกนนำ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวการเมือง ว่า เคยทำงานร่วมกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สมัยพรรคไทยรักไทย
หลังมีการปฏิวัติ พรรคไทยรักไทยถูกยุบ ยุคพรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย ผมก็ไม่ได้ไปร่วมกับท่าน
จังหวะที่หยุดเล่นการเมืองก็ยังติดตามผลงานของรัฐบาลมาตลอด ในที่สุดยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีการผลักดันออกกฎหมายนิรโทษกรรม จนเกิดวิกฤติความขัดแย้งทางการเมือง
หาก พล.อ.ประยุทธ์ออกมาช้า คิดว่าจะเกิดจลาจล สงครามกลางเมือง ประชาชนจะล้มตายมากกว่านี้ สะท้อนให้เห็นภาวะความเป็นผู้นำของนายกรัฐมนตรี
ปกติรัฐบาลทหารยึดอำนาจเสร็จจะทำเพื่อตัวเอง พวกพ้อง แต่ พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาต้องการแก้ปัญหาความแตกแยก บริหารประเทศ 4 ปี ได้ทุ่มเทสรรพกำลัง สติปัญญา ความรู้ความสามารถเพื่อประชาชนและประเทศชาติ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปรับตัวเพิ่มขึ้น เดิมอยู่ที่ 0.8 เปอร์เซ็นต์ แต่ละปีก็เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ล่าสุดปรับเพิ่มเป็น 4.8 เปอร์เซ็นต์
ขยายตัวสูงสุดในรอบ 5 ปี ทำให้เศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศฟื้นขึ้นมา
ปัญหาปากท้อง ราคาสินค้าเกษตร เชื่อมั่นรัฐบาลมียุทธศาสตร์หลายด้าน ทั้งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและระยะยาว นายกรัฐมนตรีทุ่มเทมากเพื่อเกษตรกร เช่น ข้าวหอมมะลิ เดิมลงราคาตกลงมาก ตอนนี้ราคาเกือบเกวียนละ 20,000 บาท เป็นมาตรการที่โปร่งใส ทำเพื่อชาวนา ไม่มีการทุจริตหรือโกงเงินชาวนา
เมื่อท่านทุ่มเท ตั้งใจและมีผลงานอย่างนี้ การพัฒนาประเทศต้องการความต่อเนื่อง ผมอยากเห็นความต่อเนื่อง จึงมองพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นพรรคสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ให้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย
“ท่านตั้งใจทำดีเพื่อประเทศและประชาชน ผมก็จำเป็นต้องเข้ามาช่วยเพื่อให้การปฏิรูปและพัฒนาประเทศเกิดความต่อเนื่อง โดยไม่เคยคิดจะไปทำร้ายนายทักษิณ”
ทีมข่าวการเมือง ถามว่าการเข้ามาร่วมงานในนามกลุ่มสามมิตร เพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีรอบสอง มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ประสานให้มาร่วมงาน ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายสุริยะ บอกว่า ใช่ครับ เพราะต้องการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์
“ผมได้เข้าไปรู้เบื้องลึกที่ท่านจะทำต่อไป ได้สื่อสารผ่านนายสมคิดพร้อมคุยกับนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม และแกนนำใหญ่ของรัฐบาลมาตลอด
ทำให้ผมเต็มใจช่วยท่าน แม้ผมไม่ชอบการรัฐประหาร เพราะเคยโดนสมัยเป็นรัฐมนตรี ถูกสังคมตราหน้าในคดีจีทีเอ็กซ์ 900 แต่ชี้แจงข้อกล่าวหาจน ป.ป.ช.มีมติตีตก
ผมทำงานการเมืองคราวนี้หวังรับใช้ประชาชน หลังจากเล่นการเมืองมาพรรคเดียวตลอดชีวิต คือพรรคไทยรักไทย ผมอยู่พรรคไหนพรรคนั้นสบายได้เป็นรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ได้เป็น ส.ส.เมื่อไหร่ก็ได้เป็นรัฐบาลทุกครั้ง พวกเราคิดดีทำดี ทำงานการเมืองในนามพรรคพลังประชารัฐ
แม้จะเหนื่อย แต่เชื่อมั่นหลังการเลือกตั้งใหญ่พรรคนี้จะได้คะแนนเพียงพอจัดตั้งรัฐบาล”
ผลงานเป็นเลขาธิการพรรคใหญ่มาแล้ว ครั้งนี้มีกระแสข่าวจะเข้ามาเป็นเลขาธิการพรรค นายสุริยะ บอกว่า ไม่เคยคิดจะเป็นเลขาธิการพรรค
ตั้งใจอยากทำงานอยู่ข้างหลังมากกว่า ตำแหน่งเลขาธิการพรรคต้องขึ้นอยู่กับที่ประชุมใหญ่จะเลือกใครขึ้นมา ส่วนตัวผมจะเข้าไปช่วย และอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีรอบสอง
ทีมข่าวการเมือง ถามว่าวันนี้เกิดแรงกระเพื่อมทางการเมืองหลังกลุ่มสามมิตรตระเวนเทียบเชิญอดีต ส.ส.เข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ ขั้วการเมืองฝ่ายตรงข้ามวิพากษ์วิจารณ์เป็นการเมืองย้อนยุคที่ไปไล่ดูด ส.ส.เข้าพรรค
นายสุริยะ บอกว่า ขอมองย้อนไปยุคพรรคไทยรักไทย ซึ่งถูกโจมตีว่าไปใช้เงินดูด ส.ส.เข้าพรรค
ขณะนั้นพรรคไทยรักไทยไม่ได้ไปตอบโต้ เพียงชี้ให้เห็นว่าฝ่ายที่โจมตีควรพิจารณาดูพรรคของตัวเอง ว่านโยบายที่นำเสนอตอบสนองชาวบ้านหรือไม่ ทำไม ส.ส.ที่เคยอยู่กับพรรคนั้นพรรคนี้ถึงมาอยู่กับพรรคไทยรักไทย
เฉกเช่นพรรคพลังประชารัฐในวันนี้ ต้องดูว่านโยบายโดนใจประชาชนหรือไม่ พรรคเพื่อไทยมีนโยบายสนองต่อประชาชนหรือไม่ ถ้าไม่มีก็ต้องรีบทำ
อย่าไปมองนักการเมืองยึดเงินเป็นปัจจัยหลัก ถ้าคิดเช่นนั้นมันจะเป็นบทเรียน ซึ่งพรรคไทยรักไทยเคยให้บทเรียนนี้กับพรรคอื่นมาแล้ว ตอนนี้กลับกลายเป็นย้อนเกล็ดตัวเอง
แสดงว่าเงินไม่ใช่ปัจจัยในการเทียบเชิญอดีต ส.ส.เข้าร่วมพรรค นายสุริยะ บอกว่า ถ้ายึดเงินเป็นปัจจัยหลัก ระดับ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีต รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะเป็น ส.ส.เลยหลายสมัย เป็นหนึ่งในขุนพลอีสานของพรรคเพื่อไทย เงินจะซื้อท่านได้หรือ
ปัจจัยหลักต้องสอบถามชาวบ้านในพื้นที่แล้วว่า พรรคพลังประชารัฐสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ มีมาตรการและผลงานช่วยเหลือเกษตรกร
มีนโยบายหลายอย่างพลิกฟื้นเศรษฐกิจ
อย่าลืมชีวิตนักการเมืองถ้าสอบตกจะอายมาก เห็นได้จากผมมีพรรคพวกเป็นเพื่อน ส.ส.ที่อยู่ในช่วงสอบตก ชวนไปรับประทานอาหารกับผมยังไม่กล้ามา
ฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ที่นักการเมืองมาอยู่พรรคนี้เพื่อมารับเงินและสอบตก
หลังการเลือกตั้งจะมีส่วนผลักดันให้เกิดความปรองดองขึ้นได้อย่างไร ในฐานะมีคอนเนกชันทางการเมืองทุกพรรค นายสุริยะ บอกว่า เรื่องนี้สำคัญที่สุด
ขณะนี้เชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์มีแฟนคลับอยู่พอสมควร พรรคเพื่อไทยก็มีแฟนคลับพอสมควร ถ้าแฟนคลับทั้งสองขั้วเห็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง แฟนคลับแต่ละขั้วย่อมมีความรู้สึกที่รุนแรงต่อกัน
แต่ถ้าพรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ความรู้สึกตรงนั้นจะเบาลง หลังจากนั้นทุกฝ่ายจะสามารถคุยเรื่องปรองดองและปฏิรูปการเมืองได้
เพราะขณะนี้พรรคการเมืองต่างๆมองรัฐบาลทหารไม่มีความจริงใจปฏิรูปการเมือง ทั้งที่มีความตั้งใจปฏิรูปการเมือง
ทีมข่าวการเมือง ถามว่ามีแนวนโยบายเป็นทางเลือกใหม่ของสังคมอย่างไร ถึงมั่นใจจะชนะการเลือกตั้ง นายสุริยะบอกว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงที่กำลังเชิญนักการเมืองเข้าร่วม และมีโอกาสคุยกับแกนนำพรรคพลังประชารัฐ
โดยขอให้ไปดูความต้องการของประชาชน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เอาทุกมิติเสนอให้พรรคกำหนดเป็นนโยบายเตรียมพร้อมสรรพสำหรับหาเสียง
อาทิ การแก้ปัญหาความยากจน ทั้งหมดรัฐบาลกำลังทำอยู่ แม้ถูกโจมตีเศรษฐกิจโตกระจุก ต่างจังหวัดยังมีปัญหาปากท้อง เรื่องนี้ได้หารือภายในกลุ่มสามมิตรและนายสมคิดเตรียมจัดงบประมาณทุ่มให้ชาวบ้านช่วยตัวเองได้ ถ้าแก้ตรงนี้ได้ความเหลื่อมล้ำจะลดน้อยลง
และตั้งแต่เปิดตัวมาปรากฏว่าได้รับการตอบสนองดีมาก บรรดานักการเมืองระดับชาติและระดับท้องถิ่น กระจายอยู่ทุกภูมิภาคที่พูดคุยไว้ ก็ติดต่อเข้ามาร่วมตัวเลขในวันนี้กว่า 100 คนที่จะเป็นฐานให้พรรคพลังประชารัฐ
ฉะนั้นขอให้ประชาชนพิจารณาพรรคการเมืองมีผลงานจับต้องได้ ฝากพิจารณาพรรคพลังประชารัฐด้วย ว่ามีหลายเรื่องที่ตั้งใจทำและจับต้องได้ โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ มีความตั้งใจมาก ทำงานเพื่อประชาชน
ทีมข่าวการเมือง ถามว่า มั่นใจแค่ไหนว่าพรรคพลังประชารัฐจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชน นายสุริยะ บอกว่า
ก่อนจะตัดสินใจเข้าร่วมและสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐ
ก็ได้หาข้อมูลจากนักการเมืองในพื้นที่ตามภูมิภาคต่างๆ
พร้อมแอบทำโพล ปรากฏว่า มีประชาชนสนับสนุนพรรคนี้
ฉะนั้นถ้าถามว่ามั่นใจหรือไม่ ขอบอกว่าถ้าไม่มั่นใจคงไม่เข้ามา.
ทีมการเมือง

ผลเลือกตั้ง เดิมพันประเทศ

ผลเลือกตั้ง เดิมพันประเทศ



ผ่าสถานการณ์ “เกมใหม่”ในขั้วขัดแย้งเก่า   
วาระแห่งชาติ พลังแห่งความสามัคคีของคนไทยผุดขึ้นโดยอัตโนมัติ
กับปฏิบัติการช่วยเหลือ 13 ชีวิตเยาวชนและโค้ชทีมฟุตบอล “หมูป่า อะคาเดมี” ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
ภายใต้บรรยากาศแห่งความหวัง การรวมพลัง ลุ้นให้ทุกคนปลอดภัย
โดยเฉพาะพระมหากรุณาธิคุณ “ในหลวงรัชกาลที่ 10” ทรงติดตามการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเด็กและโค้ชฟุตบอล พระราชทานกำลังใจไปยังครอบครัวผู้ประสบภัย พระราชทานกำลังใจผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการติดตามค้นหา พร้อมทั้งพระราชทานแนวทางการบริหารจัดการการทำงานของเจ้าหน้าที่ (ปฏิบัติการค้นหา 13 ชีวิต ถ้ำหลวงเชียงราย)
รวมถึงพระบรมวงศานุวงศ์ที่ประทานกำลังใจและกำลังทรัพย์ให้ปฏิบัติการช่วยเหลือ 13 ชีวิต
เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ขณะที่ฝ่ายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ได้เรียกประชุมสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันทีที่ลงเครื่องบินกลับจากเยือนประเทศอังกฤษ-ฝรั่งเศส
ก่อนเดินทางลงพื้นที่ไปให้กำลังใจครอบครัวผู้ติดอยู่ในถ้ำและติดตามความคืบหน้าในการปฏิบัติการช่วยเหลือทีมฟุตบอลหมูป่าฯของเจ้าหน้าที่
และตั้งแต่ช่วงแรกๆของวันเกิดเหตุ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้เดินทางไปบัญชาการหน้างานด้วยตัวเอง
โดยระดับผู้บัญชาการเหล่าทัพ บิ๊กตำรวจ ฝ่ายพลเรือนมหาดไทย ประชาชนจิตอาสา ระดมสรรพกำลังหน่วยซีลทหารเรือ ทหารหน่วยรบพิเศษทหารบก ตำรวจน้ำ เครื่องบินลำเลียงทหารอากาศ
ลำเลียงอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร เข้าพื้นที่แบบ เต็มอัตรา
ไม่นับผู้เชี่ยวชาญจากต่างชาติ ทหารหน่วยกู้ภัยจากกองทัพสหรัฐฯ นักประดาน้ำจากอังกฤษ ผู้เชี่ยวชาญด้านการระบายน้ำจากญี่ปุ่น นักสำรวจถ้ำ ที่ประสานเข้าให้ความช่วยเหลือ
ร่วมมือกันแบบสุดกำลัง ทำงานกันแบบนาทีต่อนาที
โดยมีกำลังใจจากคนไทยทั่วประเทศที่เฝ้าติดตามข่าวตลอดเวลา มีการโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียขอให้ทั้ง 13 ชีวิตปลอดภัย รวมถึงการชื่นชมเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ศิลปินดารานักร้องร่วมด้วยช่วยกันส่งพลังใจช่วยพาทีมหมูป่าฯกลับบ้าน
สถานการณ์รวมใจเป็นหนึ่ง เพื่อช่วย 13 ชีวิตติดอยู่ในถ้ำ
ตัดฉากกลับมาที่สถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังหาทางออกจากถ้ำเขาวงกต คนไทยกว่า 65 ล้านคนหลงอยู่ในวิกฤติความขัดแย้งแตกแยกที่ลากยาวมากว่า 10 ปี
โอกาสได้ลุ้นริบหรี่ๆ เริ่มมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
ล่าสุด “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานประชุมร่วมระหว่าง คสช. รัฐบาล คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และตัวแทนพรรคการเมือง
เกี่ยวกับการเตรียมการกำหนดวันเลือกตั้ง
โดยบทสรุปเบื้องต้น เลือกตั้งเร็วสุดวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 ถัดมาก็ 31 มีนาคม 28 เมษายน หรือช้าสุดคือวันที่ 5 พฤษภาคม โดยยึดเอาวันอาทิตย์สิ้นเดือนเป็นเกณฑ์
เป็นอะไรที่ชัดเจนขึ้นมาอีกระดับ กับโอกาสความชัวร์ที่จะได้เลือกตั้งในปีหน้าแน่ๆ
นั่นก็ทำให้ตัวแทนพรรคการเมืองส่วนใหญ่มีท่าทียอมรับ ไม่นับพรรคเพื่อไทยกับพรรคอนาคตใหม่แนวร่วมฝ่ายต้านที่ตั้งแง่ไม่สังฆกรรมกับ คสช.
แต่นักเลือกตั้งอาชีพทุกยี่ห้อส่งเสียงตรงกัน ก่อนอื่นขอให้ปลดล็อกกฎเหล็ก ปล่อยพรรค การเมืองดำเนินกิจกรรมได้ เพื่อจะมีเวลาทำไพรมารีโหวตได้ทัน
นักการเมืองคลายแรงกดดัน หลังโชว์ปฏิทินวันหย่อนบัตรแบบเร็วสุดช้าสุด
อีกจุดที่ล้อกับความชัดเจนเรื่องกำหนดวันเลือกตั้ง ก็คือจังหวะที่ พล.อ.ประยุทธ์เดินทางเยือนประเทศอังกฤษ เข้าพบ “เทเรซา เมย์” นายกรัฐมนตรีเมืองผู้ดีที่ลอนดอน ต่อด้วยการเยือนประเทศฝรั่งเศส พบกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ที่ปารีส
“บิ๊กตู่” โกอินเตอร์ โชว์ให้เห็นการยอมรับจากนานาชาติ
พร้อมเดินหน้ายุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ดึงนักลงทุนยุโรปให้ความสนใจมาร่วมลงทุนเมกะโปรเจกต์ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ทั้งโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และอุตสาหกรรมการบินที่สนามบินอู่ตะเภา
แน่นอน ถ้ามองในมุมเงื่อนไขสถานการณ์กำลังเข้าโหมดเลือกตั้ง จังหวะการโกอินเตอร์เจอกับผู้นำระดับโลกทั้งอังกฤษ-ฝรั่งเศส นั่นก็คือการ “แต่งตัว” ของ พล.อ.ประยุทธ์
เสริมเครดิตมาอยู่ในจุดที่แทบไม่เหลือภาพผู้นำทหาร ไร้แรงเสียดทานจากนานาชาติ
ทีมงาน “นายกฯลุงตู่” พร้อมสำหรับเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว กับสารพัดเมกะโปรเจกต์วางฐานไว้ ภายใต้ยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0
เพื่อความต่อเนื่องไปสู่เป้าหมายในการปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่
ขณะเดียวกัน โดยกระบวนการขับเคลื่อนฐานกำลังทางการเมืองเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ตีตั๋วต่อเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ก็มีความชัดเจนแบบที่ “หงายไพ่” เล่นกันแล้ว
ตามแนวโน้มสถานการณ์รุกคืบอย่างรวดเร็วของแนวร่วม “สามมิตร”
ถึงจุดที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตเลขาธิการพรรคไทยรักไทย กับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มมัชฌิมา ได้นัดอดีต ส.ส.กว่า 50 คน รวมตัวที่สนามกอล์ฟดังย่านชานเมืองรังสิต
ประกาศจุดยืนชัดๆพร้อมแล้วที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต่ออีก 4 ปี เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศให้มีความต่อเนื่อง
โดยการเข้าร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ
พร้อมสวนเสียงวิจารณ์เรื่องดูด ส.ส. บอกเลยว่า ในอดีตสมัยเป็นเลขาธิการพรรคไทยรักไทย และมีนายทักษิณ ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรค ก็เคยทำมาแล้ว ไม่ใช่เพิ่งจะเกิดขึ้น แต่พอตนเองมาอยู่จุดตรงนี้ กลับถูกโจมตี แต่ตนเองและคณะจะไม่หวั่นไหว ขอทำหน้าที่เพื่อชาติบ้านเมืองต่อไป
“สุริยะ” ชักน้ำเสียงแข็งสวนกลับฝั่งคนแดนไกล จากที่หลบสงบนิ่งมาตลอด
อีกทั้งตามแนวโน้มความมั่นใจของอดีตเลขาฯคู่ใจ “ทักษิณ” จะมีอดีต ส.ส.เกรดเอจ่อมาเป็นแพ็กเกจอีกหลายจังหวัด เหมือนทีมของนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีต ส.ส.เลย แกนนำอีสานพรรคเพื่อไทย
โอกาส “นายใหญ่” เลือดไหลอีกเยอะ
และนั่นก็คือคำตอบ ปรากฏการณ์ความเคลื่อนไหวของอดีตนายกฯทักษิณที่ต้องกลับมาชิงพื้นที่สื่อ ใช้โอกาสวันคล้ายวันเกิดของ “น้องปู” อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นอีเวนต์กระตุกเรตติ้งแรงๆ
ส่งสัญญาณดังๆกลับมาถึงทีมลูกหาบที่เมืองไทย
ประกาศมั่นใจพรรคเพื่อไทยยึดอีสาน ไล่ส่งพวกย้ายพรรคเป็นเชิงขอบคุณคนที่เสียสละอย่างยิ่งที่ได้เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นผู้แทนฯ พรรคเพื่อไทย
ไม่นับเกมเขี้ยวตามฟอร์มถนัดในการใช้สื่อต่างประเทศถล่มผู้นำรัฐบาล ตามรูปการณ์ที่คำว่า “สฤษดิ์น้อย” ฝรั่งไม่รู้จัก ต้องเกิดจากคนไทยกระซิบบอกบทให้
“ทักษิณ” เตะตัดขาทุกจังหวะ ไม่ยอมให้ “บิ๊กตู่” ได้เครดิตในเวทีนานาชาติ
“นายใหญ่” จัดหนัก “ดิ้นแรง” สู้ยุทธการตัดทอนกำลัง
ในจังหวะที่แปรผันตามคดีความมากมายนับไม่ถูก แบบที่โดนหมายจับแล้ว 7–8 คดี
ที่น่าหวาดเสียวแทนก็คือปมที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เดินหน้าสอบคลิปอดีตนายกฯทักษิณในวันเกิดน้องสาว เข้าข่ายครอบงำ อาจส่งผลถึงขั้นยุบพรรคเพื่อไทย
และก็เป็นอะไรที่พร้อมเข้าสู่แนวรบชิงคะแนนเลือกตั้ง
ตามอาการแบบที่ พล.อ.ประยุทธ์ ซัดแรงๆกระแทกชิ่งไปถึงอดีตผู้นำสองพี่น้อง อดีตนายกฯทักษิณและอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ โดยแถลงข่าวภายหลังลงเครื่องบินเลยว่า การไปเยือนอังกฤษและฝรั่งเศสด้วยศักดิ์ศรีของตัวเอง โดยเอาคนไทยและประเทศไทยไปด้วย
ไม่ไร้เครดิตเหมือนพวกที่หนีคดีอยู่ต่างประเทศ
สถานการณ์มาถึงจุดเผชิญหน้า ไม่ต้องกั๊กคุมเชิง รักษาอาการ
ด้านหนึ่งคือ “ทักษิณ” แชมป์เก่า แต่อีกด้านก็คือ “บิ๊กตู่” ที่กำลังกระโดดขึ้นเวที
มีประเทศไทยเป็นเดิมพัน
ภายใต้โจทย์เกมอำนาจเดิมๆ โจทก์คู่ขัดแย้งเก่าๆ แต่เปลี่ยนเกมเล่นใหม่
ไฟต์บังคับของทหารต้องไม่ทำปฏิวัติเสียของซ้ำซาก ฟาก “ทักษิณ” ก็พร้อมสู้แบบพังเป็นพัง
ถ้า “นายกฯลุงตู่” ชนะในเกมเลือกตั้ง ยี่ห้อพลังประชารัฐมาวิน ก็มีหวังลากเกมยาวถอนรากถอนโคนระบอบ “ทักษิณ”
แต่ตรงกันข้าม ถ้าผลการเลือกตั้งออกมายังเป็นไปตามที่ “ทักษิณ” ประกาศ พรรคเพื่อไทยยึดเสียงข้างมาก ตามกติกา ทหาร คสช.ก็จำต้องยกเกมอำนาจคืนให้ “นายใหญ่”
สุดท้ายอยู่ที่ประชาชนจะตัดสิน ใคร “ได้ของ” หรือ “เสียของ”.
“ทีมการเมือง”