PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ปฏิบัติการ "ปูเค็ม"...

เย็นวันนี้ 26 กค.เวลา 16.30 น. ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล ผู้กองปูเค็ม นัดนิสิต นักศึกษาธรรมศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ ทานข้าวเย็นและพูดคุยถึงปัญหาบ้านเมือง ณ อาคาร SC รังสิต เพื่อขับเคลื่อนการทำกิจกรรมร่วมกันทั้งภาคประชาชน นิสิต นักศึกษา รัฐวิสาหกิจ ราชการและหน่วยงาน องค์กรต่างๆ

จากนั้น วันที่ 27 กค. 56 เวลา 09.00 - 16.00 น. ผู้กองปูเค็มจะฝึกซ้อม "ปูเค็มทอล์คโชว์" ในห้องรามราฆพ ที่สนามม้านางเลิ้ง เพื่อเตรียมการปราศัย ในกิจกรรม "สลายสีเสื้อ" ในวันที่ 28 กค. เวลา 16.00 - 19.00 ณ ลานพระรูปทรงม้า

ผู้กองปูเค็มยังขอเชิญชวนแฟนคลับ นักรบนิรนาม มาร่วมกันเสนอไอเดีย และมุขต่างๆ ด้วย


" โอ๊ค" เผยคลิปเปิดใจ เนื่องใจวันเกิดครบ 64 ปี "ทักษิณ"

โอ๊ค พานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โพสต์เฟซบุ๊ค Oak Panthongtae Shinawatra โดยมีข้อความระบุว่า "สุขสันต์วันเกิดครับพ่อ"

โอ๊ค,เอม,อิ๊งค์ และแฟนเพจพานทองแท้ทุกคน ขอให้พ่อมีความสุขมากๆ คิดสิ่งใดขอให้สมความปรารถนา ครับ

คลิปนี้โอ๊คบินไปสัมภาษณ์พ่อเมื่อ วันที่22 กรกฎาคมที่ผ่านมา พ่อได้กล่าวขอบคุณพี่น้องประชาชน ที่ยังรักและเป็นห่วงพ่อมาตลอด ทั้งๆที่พ่อจากบ้านจากเมืองมาตั้งแต่ถูกปฏิวัติตอนอายุ57ปี จนวันนี้พ่ออายุครบ64ปีแล้ว

โอ๊คจำได้ว่า ผู้ที่ทำการปฏิวัติได้เคยเรียก อดีตคนสนิทของพ่อ ที่ผันตัวเองไปช่วยฝ่ายตรงข้ามไปถามว่า "จะใช้เวลานานเท่าไหร่ ที่จะทำให้พี่น้องประชาชนลืม ทักษิณฯ" เขาตอบว่า "ไม่เกิน 6เดือน"

จนบัดนี้ 7ปีแล้ว คนที่รักพ่อ และคนที่รักความยุติธรรมในสังคม ยังคงรักและอยากให้พ่อได้กลับบ้านอยู่เสมอ ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

สุขภาพกายไม่ต้องห่วงแล้วครับ ตรวจร่างกายครั้งที่แล้วพ่อแข็งแรงมากๆ ขนาดขอให้หมอช่วยหาเรื่องจับผิด หาตัวชี้วัดใดๆที่ควรระวังป้องกัน หมอยังบอกไม่มีเลย สบายใจได้

พวกเราขอให้พ่อมีความสุขใจครับ อดทนรอ วันใดฟ้าเปิด เราคงได้กลับมาอยู่ด้วยกัน ร่วมกันพัฒนาบ้านเมืองที่พ่อรัก อย่างพร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง

"สุขสันต์วันเกิดครับ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร"

นอกจากนี้ โอ๊ค ยัง เผยแพร่คลิปวีดีโอ 7 ปีที่ต้องระหกระเหิน เปิดใจคุณพ่อของผม เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด 64 ปีครับhttp://youtu.be/wIjr9uLPF_4

ขณะที่ Instagram พินทองทา ชินวัตร ก็ได้โพสต์ภาพ และข้อความที่ระบุว่า ตื่นมากอดเจ้าของวันเกิดแต่เช้า  happy birthday daddy 🍰 @thaksinlive ถึงจะไม่ได้อยู่ใกล้กันแต่คุณพ่อมีพวกเราคอยสู้อยู่กับคุณพ่อทุกที่ทุกเวลา และพร้อมจะกอดคุณพ่อให้กำลังใจคุณพ่อตลอด - See more at:

พ่อจ๋า!!! "เอม-อุ๊งอิ๊ง" โผล่ฉลองวันเกิด "แม้ว" ถึงจีน


พินทองทา และ แพทองธาร เดินทางไปอวยพรวันเกิด "ทักษิณ" พ่อบังเกิดเกล้าถึงจีน พร้อมโพสต์ข้อความขอให้ปีนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่ไม่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันในครอบครัว “ชินวัตร”
บรรยากาศงานวันเกิด ครบรอบ 64 ปี ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่ง พำนักอยู่ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน  โดยทางพรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือ กลุ่มคนเสื้อแดง ได้จัดกิจกรรมทำบุญวันเกิดให้กับอดีตนายกรัฐมนตรี กันอย่างคึกคัก หลายจังหวัด ขณะที่ ในอินสตาแกรม ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในชื่อ Thaksinlive ได้มีการโพสต์ภาพถ่ายคู่กับบุตรสาวทั้งสองคน ได้แก่ เอม น.ส.พินทองทา  และ อุ๊งอิ๊ง น.ส.แพทองธาร  ที่เดินทางไปเยี่ยม ในลักษณะโอบกอดยิ้มแย้มอย่างมีความสุข ตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา ขณะที่ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตามเวลาในประเทศไทย ทั้ง น.ส.พินทองทา และน.ส.แพทองธาร ได้อัพโหลดรูปภาพเดียวกัน  พร้อมเขียนข้อความอวยพร
โดย น.ส.พินทองทา ระบุผ่าน อินสตาแกรมส่วนตัวว่าตื่นมากอดเจ้าของวันเกิดแต่เช้า   happy birthday daddy ถึงจะไม่ได้อยู่ใกล้กันแต่คุณพ่อมีพวกเราคอยสู้อยู่กับคุณพ่อทุกที่ทุกเวลา และพร้อมจะกอดคุณพ่อให้กำลังใจคุณพ่อตลอดเวลา ขณะที่ น.ส.แพทองธาร บุตรสาวคนเล็ก เขียนข้อความ ว่า เอาของขวัญมาให้พ่อ บอกพ่อว่าขอให้เป็นปีสุดท้ายที่ไม่ได้อยู่พร้อมหน้ากันนะคะ พ่อทำหน้าซึ้งปนเศร้าเหมือนรูปที่เห็น และ บอกให้พวกเราเข้มแข็ง

จอมพลแมกอาเธอร์ ในสมรภูมิแปซิฟิก

 แมกอาร์เธอร์ พร้อมทหารฝ่ายสหรัฐฯ ขณะลงหาดหวนกลับคืนสู่ฟิลิปปินส์ ณ สมรภูมิแปซิฟิก ในการรบที่อ่าวเลเต ..

พลเอก ดักลาส แมกอาร์เธอร์ (Douglas MacArthur ; 26 มกราคม พ.ศ. 2423 - 5 เมษายน 2507) เป็นนายพลชาวอเมริกัน ที่มีชื่อเสียงในการบัญชาการรบภาคพื้นแปซิฟิก ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นผู้บัญชาการผู้ที่ให้ญี่ปุ่นจดสนธิสัญญาพ่ายแพ้ให้กับฝ่ายพันธมิตร ณ เรือประจัญบานยูเอสเอส มิสซูรี นอกจากนี้เขายังเป็นบุคคลสำคัญที่ทำให้ ญี่ปุ่น พัฒนาอย่างรวดเร็ว และยังเป็นผู้บัญชาการสมัยสงครามเย็น ในสงครามเกาหลี อีกด้วย

แมกอาเธอร์ นับว่าเป็นบุคคลที่มีต้นตระกูลทางทหารเรือมาตลอด โดยที่บิดาก็เป็นผู้บัญชาการทหารเรือในยุค ศตวรรษที่ 19 หรือแม้แต่ในสมัยสงครามกลางเมือง ตระกูลเพอร์รี่ อย่างเช่น โอลิเวอร์ แฮซาร์ด เพอร์รี ผู้ที่บัญชาการทัพเรือสหรัฐในยุทธการทะเลสาบอีรีจนชนะ และ แมตทิว แคลเบรท เพอร์รี ผู้บัญชาการเรือ ที่สามารถทำให้ญี่ปุ่นในสมัยนั้นที่ปิดประเทศอยู่เปิดประเทศได้

พวกเขาก็ล้วนแล้วแต่เป็นบรรพบุรุษของ แมกอาเธอร์ นับว่าตระกูลของเขาเป็นตระกูลใหญ่ และเกี่ยวข้องกับกองทัพเรือสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างมาก แมกอาเธอร์ เกิดที่เมืองลิตเติล ร็อก รัฐอาร์คันซอ เข้ารับการศึกษาวิชาทหารที่โรงเรียนนายร้อยเวสพอยต์ เข้าเป็นทหารที่กรมทหารช่างเป็นครั้งแรก ในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ได้เข้าสู่สมรภูมิที่ประเทศฝรั่งเศสและได้รับเหรียญกล้าหาญ จำนวนมาก

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แมกอาร์เธอร์ได้เป็นผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐฯ ในตะวันออกไกลและได้ช่วงชิงพื้นที่มหาสมุทรแปซิฟิก ด้านตะวันตกเฉียงใต้จากประเทศญี่ปุ่น (พ.ศ. 2485-2488) โดยใช้ประเทศออสเตรเลียเป็นฐาน ถ้อยวลีที่มีชื่อเสียงที่แมกอาเธอร์กล่าวแก่ชาวฟิลิปปินส์ระหว่างถอยหนีกองทัพญี่ปุ่นในฟิลิปปินส์คือ "ข้าพเจ้าจะกลับมา" (I Shall Return)

และต่อมา เมื่อได้กลับมาตามคำสัญญาหลังการถอยไปตั้งหลักที่ออสเตรเลีย แมกอาเธอร์ได้ประกาศอีกครั้งในขณะที่เดินลุยน้ำลงจากเรือที่อ่าวเลย์เตว่า "ข้าพเจ้ากลับมาแล้ว" (I Have Returned) เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2487 ซึ่งถือเป็นภาพถ่ายข่าวสงครามที่ดีที่สุดภาพหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้

โดย พลเอกแมกอาร์เธอร์ ท่านได้ทำหน้าที่เป็นผู้รับการยอมแพ้อย่างไม่มีเงื่อนไขเป็นทางการของญี่ปุ่น เนื่องจากเขามีเชื้อสายของ นาวาเอก(พิเศษ) แมททิว คราวเรท เพอรี่ ผู้ที่เคยบีบญี่ปุ่นให้เปิดประเทศเมื่อ พ.ศ. 2397 และดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการยึดครองประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ พ.ศ. 2488-2494 เป็นผู้จัดการให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของญี่ปุ่นที่กำหนดให้สมเด็จพระจักรพรรดิ์ฯ อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญและห้ามมีกองกำลังทหาร ทำให้ญี่ปุ่นมุ่งเน้นด้านเศรษฐกิจและฟื้นตัวได้เร็วขึ้นเนื่องจากไม่ต้องใช้งบประมาณและทรัพยากรเพื่อการป้องกันประเทศ

เมื่อ พ.ศ. 2493 แมกอาร์เธอร์ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองกำลังสหประชาชาติ (UN) ในสงครามเกาหลี โดยเกือบจะสามารถเอาชนะเกาหลีเหนือได้ แต่ท่านได้ถูกปลดออกจากหน้าที่เสียก่อน เนื่องด้วยการที่เตรียมจะบุกประเทศจีน และเรื่องการเสนอให้มีการใช้ระเบิดปรมาณูกับประเทศจีน ซึ่งถือว่าเป็นประเทศผู้สนับสนุนหลักของฝ่ายเกาหลีเหนือในสงครามเกาหลี ถือเป็นการพยายามฝ่าฝืนคำสั่งของประธานาธิบดีแฮร์รี เอส. ทรูแมน จึงถูกปลดออกจากตำแหน่งในที่สุด

..(เครดิตข้อมูลจาก : วิกิพีเดีย) @//กอล์ฟ


วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

'ญาติวีรชน' เปิดเวทีสาธารณะรับฟังเสียงวิจารณ์ร่างนิรโทษฯ



กลุ่มญาติวีรชนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม2553 จัดเวทีสาธารณะเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชน  ที่มีต่อร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฉบับญาติวีรชน 
 
 
นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ พ่อน้องเฌอ ระบุ  ญาติจำเป็นต้องร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมา  เนื่องจากร่างกฎหมายของนายวรชัย  เหมะ ส.ส.จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยและแกนนำคนเสื้อแดง ที่เสนอ และพรรคเพื่อไทยให้การสนับสนุน  เข้าสู่ที่ประชุมสภานั้น  ในเนื้อหาของร่างกฎหมาย ไม่ได้กล่าวถึงทหารผู้ปฏิบัติการ  จึงเกรงว่าจะเป็นช่องว่างให้มีการนิรโทษกรรมทหารกลุ่มดังกล่าว  ที่เป็นต้นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 100 ราย  และบาดเจ็บกว่า  2 ,000 คน  กลุ่มญาติจึงจำเป็นต้องร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้น
 
 
ด้านนายสมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนอนวันอาทิตย์สีแดง ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญตินิรโทษกรรมว่า ทุกฝ่ายมีสิทธิ์เสนอเข้ามา  ขณะที่เขายังสนับสนุนร่างของนายวรชัย เนื่องจากวัตถุประสงค์หลักคือช่วยเหลือประชาชนที่เกี่ยวข้องจากเหตุการณ์ทางการเมือง
 
 
จากการรับฟังความคิดเห็นในวันนี้  กลุ่มญาติวีรชนจะนำข้อเสนอแนะจากทุกฝ่าย ไปปรับปรุงเพิ่มเติมในร่างพระราชญญัตินิรโทษกรรมฉบับญาติวีรชนให้สมบูรณ์ เพื่อผลักดันให้เกิดกฎหมายนิรโทษกรรมที่ชอบธรรมให้แก่ทุกฝ่าย

“สุรยุทธ์” เมิน “คลิปถั่งเช่า” แค่เรื่องเก่า-ไม่อยากรื้อฟื้น ยันไม่ได้หนุนม็อบโค่นระบอบทักษิณ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์25 กรกฎาคม 2556 14:07 น.

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี และอดีตนายกรัฐมนตรี (ภาพจากแฟ้ม)

องคมนตรีปาฐกถาพิเศษงานสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ เผย “ในหลวง” รับสั่งดูแลโรงเรียนพื้นที่ชายขอบ สร้างเด็กอย่างไรให้เป็นคนดี พร้อมทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์นำไปปรับปรุงระบบการศึกษา อีกด้านเผยถูกพาดพิงเรื่องคลิปเสียง “ทักษิณ-ยุทธศักดิ์” แค่เรื่องเก่า ไม่อยากพูดถึง มองแค่รุ่นน้องที่ดี หนุนปรองดอง-ให้อภัย ยันไม่ได้อยู่เบื้องหลังม็อบโค่นทักษิณ
      
       

      
       วันนี้ (25 ก.ค.) ที่อิมแพค เมืองทองธานี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี และอดีตนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ความซื่อตรง…กับทางรอดประเทศไทย” ระหว่างงานสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 6 ตอนหนึ่งว่า ตนไม่ใช่นักวิชาการและไม่คิดว่ามีคุณธรรมสูงส่ง แต่อยากนำเสนอเรื่องราวในฐานะผู้ปฏิบัติและมีส่วนเกี่ยวข้องในการสร้างชาติ สร้างไทย สร้างใจซื่อตรง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชดำรัสแก่องคมนตรี เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ปีที่ผ่านมา เรื่องการแก้ไขปัญหาการศึกษาของไทยที่เป็นพื้นฐานสำคัญ โดยแนวทางที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงดำเนินการต่อเนื่องคือการพัฒนาคนอย่างมาก โครงการอันสืบเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่เป็นปัจจัยช่วยเสริมให้คนมีความพร้อม
      
       “ในหลวงห่วงใยเป็นอย่างมาก โดยมีรับสั่งโดยสรุปว่า 1. ทรงรับสั่งให้องคมนตรีดูแลโรงเรียนในพื้นที่ชายขอบ ที่มีมาตรฐานการศึกษาต่ำกว่าในชุมชนหรือเขตเมือง โดยจะทำอย่างไรให้ลดช่องว่างความแตกต่างลง 2. ทรงเน้นว่าจะสร้างเด็กอย่างไรให้เป็นคนดีก่อน และให้คนเก่งมาทีหลังก็ได้ 3. การจะสร้างเด็กให้เป็นคนดีได้นั้น ความสำคัญอยู่ที่ครู ต้องมีความพร้อม ทำอย่างไรจะให้ครูรักเด็กและเด็กรักครู ให้เกิดความผูกพัน มีการอบรมสั่งสอน คุณธรรม จริยธรรมและความรู้ให้เป็นไปได้โดยง่าย ซึ่งพระองค์ท่านได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ที่รับสั่งว่าเป็นเงินของประชาชนที่พระราชทาน และพระองค์ทรงเก็บไว้และพระราชทานคืนผ่านองคมนตรี เพื่อนำไปปรับปรุงระบบการศึกษา จากนั้นได้พระราชทานแนวทางต่อคณะองคมนตรีจึงได้เชิญสมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯ สยามมกุฎราชกุมารี เป็นที่ปรึกษาในกองทุนนี้ โดยดำเนินการในพื้นที่ภาคกลางก่อน 8 จังหวัด” พล.อ.สุรยุทธ์กล่าว
      
       พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า นอกจากนั้นเรายังได้หาแนวทางแก้ไขปัญหาครูขอย้ายกลับภูมิลำเนา หลังจากทำงานได้ 2 ปี เพราะจะทำให้เกิดปัญหาไม่ต่อเนื่องในการเรียนการสอน โดยเราได้ไปเข้าขอความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาหลายแห่ง และไปพบนักศึกษาเพื่อดูความสมัครในการมาเป็นครูสอนในภูมิลำเนา โดยเราให้ทุนการศึกษาและสำเร็จการศึกษา โดยบรรจุเป็นครูอัตราจ้างในพื้นที่แล้วรวม 13 คน ซึ่งทำให้ลดปัญหาเรื่องบ้านพักครู ที่ขณะนี้พบว่ามีความแออัด และทรุดโทรม อย่างไรก็ตาม จากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต้องการให้โรงเรียนมีความสำคัญ ถ้าทุกภาคส่วนช่วยกันก็จะทำให้เกิดสังคมคุณภาพ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เพราะจะมีคนดีและมีความรู้ นำมาปรับใช้ในโรงเรียนต่างๆ นอกจากนี้ ต้องสอนให้เด็กเยาวชนรู้จักความหมายของคุณธรรม และจริยธรรมอย่างถูกต้อง ซึ่งหมายถึง คิดดี พูดดี ทำดี ขณะเดียวกัน คือ 3 สถาบันหลัก คือ ครอบครัว โรงเรียนและ วัด ต้องร่วมมือกันปลูกฝังคุณธรรม และจริยธรรม ควบคู่ไปด้วย
      
       จากนั้นเวลา 11.00 น. พล.อ.สุรยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ถูกพาดพิงในคลิปเสียงคล้ายเสียงสนทนาระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม ว่าเป็นเรื่องเก่าในสมัยที่ตนยังรับราชการอยู่ ซึ่งผ่านมานานแล้ว และเป็นเรื่องที่ตนเองลืมไปแล้วไม่อยากพูดถึงอีก และไม่ควรฟื้นฝอยหาตะเข็บ ส่วนคลิปเสียงที่ออกมาจะกระทบต่อความสัมพันธ์กับผู้บัญชาการเหล่าทัพหรือไม่นั้น ตนไม่ได้ศึกษารายละเอียด แต่คิดว่าทุกคนเป็นผู้ใหญ่แล้ว รู้ว่าควรจะทำอย่างไรถึงจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมและตัวเอง ถ้าทุกคนคิดอย่างนั้นก็จะเป็นประโยชน์ ส่วนการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จะเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้หรือไม่นั้น ตนคงตอบไม่ได้ เพียงแต่ว่าจะทำอย่างไรเพื่อเราจะแก้ไขปัญหาได้ ซึ่งเป็นเรื่องของทุกคนที่จะต้องเข้ามามีส่วนร่วม
      
       เมื่อถามถึงข้อเสนอของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่จะเข้ามาเป็นที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ไม่ได้เกี่ยวข้อง จึงไม่สามารถตอบได้ เมื่อถามถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวกับ พ.ต.ท.ทักษิณขณะนี้เป็นอย่างไร พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า ตนไม่มีโอกาสพบและพูดคุย แต่ในฐานะคนรู้จัก และ เขาเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นน้อง ก็เป็นเรื่องความผูกพันที่ดีต่อกัน ทั้งนี้ตนไม่มีอะไรจะฝากไปถึง พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะคิดว่าทุกคนรู้ว่ามีหน้าที่จะต้องทำอะไร เมื่อถามถึงกระแสข่าวการแก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบกระทรวงกลาโหม พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า ตนพ้นมานานแล้ว และไม่ได้สนใจ อีกทั้งไม่ได้เข้าไปติดตาม ดังนั้นจึงให้คำตอบไม่ได้ เพราะตนไม่ได้ติดตาม และยังไม่ได้ศึกษารายละเอียด
      
       เมื่อถามถึงการสร้างความปรองดองด้วยการล้างผิดให้ทุกฝ่ายแล้วมาเริ่มต้นใหม่ พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคน ไม่ใช่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่งที่จะช่วยกันพิจารณา ส่วนวัฒนธรรมประเพณีของเรา เป็นเรื่องหนึ่งที่คิดว่าการปรองดองเป็นสิ่งที่ดี และเป็นประโยชน์ สิ่งใดที่สามารถอภัยให้กันและกันได้ก็เป็นสิ่งทีดี เมื่อถามว่า ในช่วงที่มีความวุ่นวายอยากจะขอร้องอะไรหรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า ไม่มีอะไรที่จะขอร้อง เพราะตนมีหน้าที่ติดตามเท่านั้นในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่งที่มีความรัก อยากเห็นบ้านเมืองของเราเจริญก้าวหน้าต่อไป ส่วนที่มีความคิดเห็นแตกต่างของหลายฝ่ายนั้นเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อมีปัญหาก็ต้องหาทางแก้ ทุกสังคมมีปัญหาด้วยกันทั้งนั้น ไม่ใช่เฉพาะสังคมของเรา เช่น ที่ประเทศสหรัฐอเมริกามีปัญหาเรื่องสีผิว ส่วนอียิปต์ก็มีปัญหาเรื่องความเชื่อ ซึ่งทุกประเทศมีปัญหาภายในของตนเอง แต่เราจะแก้ไขปัญหาอย่างไร นั่นคือเรื่องที่พวกเราควรพิจารณา
      
       เมื่อถามถึงกรณีที่กลุ่มคณะเสนาธิการทหารร่วม กองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ จะนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 4 ส.ค.นี้ พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า ไม่ทราบว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องของบุคคลที่มีหน้าที่รับผิดชอบ หากการแสดงออกไม่ใช้ความรุนแรงก็ถือเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ส่วนจะมีอะไรเกิดขึ้นหรือไม่ ตนไม่สามารถคาดเดาได้ ส่วนที่แกนนำกลุ่มดังกล่าวมี พล.ร.อ.ชัย สุวรรณภาพ ซึ่งเป็นเพื่อนเตรียนทหารรุ่น 1 ร่วมอยู่ด้วยนั้น ตนไม่ได้พบ พล.ร.อ.ชัย มานานแล้ว ตั้งแต่เกษียณอายุราชการ แต่เพื่อนก็ยังเป็นเพื่อน ส่วนการทำงานทางการเมืองหรือการเคลื่อนไหวของ พล.ร.อ.ชัยเป็นเรื่องของท่าน ไม่เกี่ยวกับตน ส่วนที่มีการพาดพิงว่าตนอยู่เบื้องหลังการชุมนุมของกลุ่มดังกล่าวนั้น ตนไม่มีอะไรชี้แจง ความจริงคือความจริง ตนมีงานและมีหน้าที่ของตน สิ่งที่ตนพูดคือสิ่งที่ตนทำอยู่ในขณะนี้ สำหรับที่มีการมองว่าฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายการเมืองกลัวตนนั้นตนไม่ทราบ และไม่ต้องการทำให้ใครมากลัวตน สิ่งที่ต้องการคืออยากให้ทุกคนช่วยกันทำให้ปัญหาของชาติบ้านเมืองลดลง

“กองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ” ดีเดย์ม็อบ 4 สิงหา ที่บางกอก!! อุบจุดนัดพบ ลั่นไม่ปะทะแดง".

แนวร่วมกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ นัดเสนาธิการถกก่อนคลอดแถลงการณ์ สั่งตั้งมวลชนแต่ละจังหวัดเข้าชุมนุม กทม. “4 ส.ค.” ยังอุบเจอกันที่ไหน เตรียมใช้กฎหมายเล่นพวกสกัดม็อบ ยันไม่เผชิญหน้าแดง แต่เลื่อนเปิดตัวอดีตบิ๊กท็อปบูตร่วม

วันนี้ (25 ก.ค.) ที่ห้องศิวะรา ราชตฤณมัยสมาคมฯ เมื่อเวลา 09.00 น. “แนวร่วมกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ” ในแต่ละจังหวัด ร่วมประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนมวลชนในการชุมนุมขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม โดยมีกลุ่มเสนาธิการร่วม อาทิ พล.ร.อ.ชัย สุวรรณภาพ ประธานองค์การพิทักษ์สยาม (อพส.) พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ อดีตแกนนำเครือข่ายคนไทยรักชาติ รักษาแผ่นดิน นายไทกร พลสุวรรณ เข้าร่วมเป็นแกนนำประชุม โดยใช้เวลาหารือประมาณ 5 ชั่วโมง

จากนั้นเวลา 14.00 น. นายไทกรได้อ่านแถลงการณ์กองทัพประชาชนฯ ระบุว่า ที่ประชุมวิเคราะห์สถานการณ์ที่รัฐบาลเคยใช้กลไกของหน่วยราชการ ทั้งตำรวจ กระทรวงมหาดไทย ในการสกัดกั้นการชุมนุมของประชาชนที่ผ่านมา ซึ่งนำประสบการณ์การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) และกลุ่ม อพส.ที่ผ่านมามาเป็นบทเรียน เพื่อสรุปและวางมาตรการตอบโต้อย่างสันติและเป็นไปตามสิทธิแห่งรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติร่วมกัน คือ 1. ให้กองทัพประชาชนฯ ในแต่ละจังหวัด จัดตั้งมวลชนเพื่อมาเข้าร่วมชุมนุมที่กรุงเทพมหานครในวันที่ 4 ส.ค. และ 2. การชุมนุมครั้งนี้เป็นการโค่นล้มระบอบทักษิณ จึงให้ในแต่ละจังหวัดเตรียมความพร้อมสูงสุดในการระดมมวลชนเข้าร่วมเป็นระยะ

ส่วนที่กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้มีการจับตาการเคลื่อนไหวในพื้นที่นั้น นายไทกรกล่าวว่า กองทัพประชาชนฯเตรียมใช้มาตรการด้านกฎหมายกับข้าราชการคนใดที่ทำลายสิทธิของประชาชนในการชุมนุมที่ปราศจากอาวุธ เพราะทางกลุ่มกำหนดยุทธวิธีที่จะชุมนุมอย่างสงบและสันติ ส่วนการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 3 ส.ค.ที่หน้ารัฐสภานั้น ถือว่าเป็นสิทธิ เราก็จะทำของเราและเราจะไม่เผชิญหน้ากับใคร

เมื่อถามถึงสถานที่ชุมนุมในวันที่ 4 ส.ค.นั้น นายไทกรกล่าวว่า ไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากการร่วมหารือกับกลุ่มเสนาธิการแล้วเห็นว่าหากเปิดเผยไปจะทำให้รัฐบาลวางแผนรับมือเพื่อขัดขวางการเคลื่อนไหว จึงเสนอได้ได้เพียงยุทธศาสตร์ คือ โค่นล้มระบอบทักษิณเท่านั้น แต่จะไม่เสนอยุทธวิธี แต่ยืนยันว่าสถานที่ชุมนุมคือกรุงเทพมหานคร อีกทั้งการชุมนุมจะสามารถปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์

เมื่อผู้สื่อข่าวถาม ถึงการเปิดตัวอดีตนายทหารที่จะสนับสนุนการชุมนุมตามที่ได้ระบุมาก่อนหน้านี้นั้น นายไทกรกล่าวว่า จากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะมีอดีตนายทหารเข้าร่วมกว่า 30 นายนั้น ขณะนี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ทำให้ยังติดขัดเรื่องการประสานงานนัดหมาย จึงต้องเลื่อนออกไปและจะเปิดตัวให้ทราบเมื่อมีความพร้อ

มีรายงานว่า ระหว่างการประชุมได้มีการหารือถึงการระดมมวลชนในแต่ละจังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ของกลุ่มคนเสื้อแดง เช่น จ.นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี และกทม.ในเขตหนองจอก มีนบุรี ซึ่งมีแนวทางที่จะเข้าไปทำความเข้าใจ โดยใช้เรื่องปัญหาน้ำมันแพง และค่าครองชีพที่สูงขึ้น เป็นเหตุผลในการชักจูงเข้าร่วมชุมนุม อีกทั้งจะมีการเปลี่ยนยุทธวิธี จากเดิมที่ใช้ขบวนแรลลี่ แจกใบปลิวทำความเข้าใจถึงการบริหารงานที่มีการทุจริตคอร์รัปชันของรัฐบาล เป็นการเดินเท้าเคาะประตูตามบ้าน รวมถึงการใช้โซเชียลมีเดีย และโลกออนไลน์ ซึ่งจะไม่มีการแบ่งแยกสีเสื้อ หรือกลุ่มใด หากมีเป้าหมายเดียวกันก็จะชวนเข้าร่วมชุมนุม โดยตั้งเป้าว่าเมื่อเรียกระดมพลครั้งแรกในวันที่ 4 ส.ค.จะต้องมีมวลชนเข้าร่วมอย่างน้อย 3 หมื่นคน

ขณะที่นายสุทิน ธราทิน คณะทำงานกองทัพประชาชนฯ เปิดเผยว่า หลังจากนี้จะมีการประชุมแกนนำในแต่ละอำเภอทั่วประเทศ ถึงความคืบหน้าในระดมมวลชนเข้าร่วมชุมนุม โดยในวันที่ 28 ก.ค.จะประชุมกลุ่มภาคเหนือตอนบนที่ จ.เชียงใหม่ ภาคอีสานตอนบนที่ จ.ขอนแก่น กทม. ภาคตะวันตกและภาคกลางที่ กทม. และภาคใต้ตอนบนที่ จ.สุราษฎร์ธานี และวันที่ 29 ก.ค.จะประชุมกลุ่มภาคเหนือตอนล่างที่ จ.พิษณุโลก ภาคใต้ตอนล่างที่ จ.สงขลา อีสานตอนล่างที่ จ.นครราชสีมา และภาคตะวันออกที่ จ.ระยอง

http://astv.mobi/AowEG2x

พ่อปันปัน ยอมรับ ลูกเสพยาจริง



ด้าน GTH ตัดบทHormones The Seriesปันปันออก

หลังจากที่มีภาพหลุดช็อคใจชาวเน็ตของ นักแสดงวัยใส 'ปันปัน สุทัตตา' สร้างความฮือฮาอยู่ในเวลานี้นั้น ความคืบหน้าล่าสุดทางผู้บริหาร GTH โดย 'สิน ยงยุทธ ทองกองทุน' รวมถึงผู้กำกับ 'ย้ง ทรงยศ สุขมากอนันต์' ได้ออกแถลงข่าวกรณีดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว โดยเบื้องต้นได้มีข้อสรุปออกมาว่า

     จะทำการตัด Hormones The Series ตอนที่น้องปัน ปันร่วมแสดงไป 1 ตอนตามความต้องการของคุณพ่อน้องปันปัน

     ทั้งนี้ทางด้านของ 'ย้ง ทรงยศ' ยอมรับตกใจกับภาพที่เกิดขึ้น ซึ่งเบื้องต้นได้ทำการพูดคุยกับทางด้านของคุณพ่อน้องปันปันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว คุณพ่อบอกว่าเขาอยากให้ลูกสาวคนเดิมของเขากลับมา อยากให้ทุกคนให้โอกาสน้อง ตอนนี้คุณพ่อน้องอยากให้น้องหยุดพักงานระยะหนึ่งก่อน ซึ่งทางเราเห็นตามความเหมาะสมของครอบครัวน้อง แต่อย่างไรก็ตามน้องเจอเรื่องมาเยอะ จึงขอให้กำลังใจน้องต่อไป

ปปส.ให้ครอบครัวติดต่อตรวจปัสสาวะ

ด้านพลตำรวจเอก พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการคณะกรรมป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้สัมภาษณ์กับไนน์เอ็นเตอร์เทน ถึงข่าวของนักแสดงสาว" ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์" ยอมรับว่าเคยเสพยาไอซ์ระบุว่า ขณะนี้ปันปันยังไม่มีความผิดเพราะจากการให้สัมภาษณ์ของคุณพ่อปันปันระบุว่าเป็นการลองเสพแค่ครั้งเดียว หลังจากนี้แนะนำให้ครอบครัวพาปันปัน สุทัตตา มาตรวจปัสสาวะเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ที่คณะกรรมป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หากพบว่าปัสสาวะมีสีม่วงก็จะเข้าสู่กระบวนการบำบัด หากไม่ปรากฏสีม่วงถือว่าไม่เป็นผู้ติดยาเสพติด แต่ระหว่างนี้จะประสานกับครอบครัวปันปันเพื่อมาให้ข้อมูลว่ามียาเสพติดไว้ในครอบครองได้อย่างไร

รถไฟความเร็วสูงที่สเปน ตกรางขณะทำความเร็วที่ 190 กม./ชม. ผู้โดยสารเสียชีวิตกว่า 77 ศพ บาดเจ็บกว่า 140 คน

ขบวนรถไฟด่วนซึ่งประกอบด้วยตู้โดยสาร 8 ตู้ และตู้เครื่องยนต์ 2 ตู้ ที่เดินทางมาจากรุงมาดริดมุ่งหน้าไปยังเมืองเฟอร์รอล ประสบอุบัติเหตุตกรางใกล้กับเมืองซานเตียโก เด กอมโปสเตลา เมื่อเวลาราว 20.42 น. ตามเวลาท้องถิ่น (01.42 น. วันที่ 25 ก.ค. ตามเวลาในประเทศไทย) เป็นเหตุให้ตู้โดยสารเกยขึ้นซ้อนกันและเกิดเพลิงลุกไหม้

นายอัลแบร์โต นูเนซ เฟย์จู ประธานคณะผู้ปกครองแคว้นกาลิเซีย ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ แถลงว่าขบวนรถไฟโดยสารบรรทุกผู้โดยสาร 222 คนและเจ้าหน้าที่ 4 คน ออกเดินทางจากกรุงมาดริด มุ่งหน้าเมืองเฟอร์โรล ตกรางขณะแล่นอยู่ก่อนถึงสถานีเมืองซันติอาโก เดอ กอมโปสเตลา เพียง 3 กิโลเมตร

พนักงานขับรถไฟ ซึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เปิดเผยว่าขณะเกิดเหตุรถไฟแล่นด้วยความเร็ว 190 กม./ชม. ขณะที่ช่วงโค้งดังกล่าวควรชะลอความเร็วให้เหลือเพียง 80 กม./ชม. และมีรายงานว่าพนักงานขับรถทั้งสองรายลงไปช่วยเหลือผู้โดยสารด้วย

นี่ถือเป็นโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับรถไฟความเร็วสูงครั้งแรกของสเปน และเชื่อกันว่าเป็นอุบัติเหตุทางรถไฟที่ร้ายแรงที่สุดในสเปนในรอบ 40 ปี ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมรถไฟเปิดเผยว่า เส้นทางรถไฟดังกล่าวได้รับการบูรณะใหม่เพื่อให้เหมาะสมต่อการให้บริการรถไฟความเร็วสูง แต่ไม่ได้ปรับปรุงระบบการให้สัญญาณ และไม่เชื่อว่ารถไฟตกรางเพราะวิ่งเกินความเร็วเท่านั้น

ผู้เห็นเหตุการณ์รายหนึ่งกล่าวว่า รถไฟแล่นมาด้วยความเร็วสูงขณะเข้าโค้ง ก่อนที่จะตกรางและรถไฟบิดแล้วตู้ขบวนก็พลิกเกยกัน หลายคนถูกอัดไปที่ด้านล่าง ขณะที่พยายามจะเข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บภายในก็เกิดเพลิงไหม้

ทั้งนี้ ในวันพฤหัสฯนี้ถือเป็นวันหยุดสำคัญทางศาสนาประจำท้องถิ่น ทำให้ผู้แสวงบุญและนักท่องเที่ยวต่างเดินทางมายังเมืองซานเตียโก เด กอมโปสเตลาจำนวนมาก เพื่อเข้าร่วมงานเทศกาลเพื่อแสดงความเคารพต่อนักบุญเซนต์เจมส์ อย่างไรก็ดี สำนักงานการท่องเที่ยวท้องถิ่นเปิดเผยว่า การเฉลิมฉลองในวันนี้จะถูกยกเลิกทั้งหมด

http://www.dailymail.co.uk/news/article-2377113/Spain-train-crash-At-77-people-killed-130-injured-Santiago-Compostela-derailment.html

http://youtu.be/o32nxuHshv4

by..@dailymail.co.uk/matichon


โปรดเกล้า พระราชกฤษฎีกา เปิดประชุมสภาสมัยสามัญ

โปรดเกล้า พระราชกฤษฎีกา เปิดประชุมสภาสมัยสามัญทั่วไป แล้ว เริ่ม ๑ ส.ค.๕๖


วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

แม้วเหมาเครื่องบิน-ที่พักรับอวยพรวันเกิด

24 กรกฎาคม 2556 เวลา 18:32 น.

แม้วเหมาเครื่องบิน-ที่พักรับอวยพรวันเกิด
จับตา "ทักษิณ" เหมาเครื่องบิน–ที่พักรับคณะอวยพรวันเกิดฮ่องกง เจ้าตัวโพสต์IGใส่เสื้อทำพิเศษฉลองวันเกิด
วันนี้ (24 ก.ค.) นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันครบรอบวันคล้ายที่ 26 ก.ค.นี้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะอยู่ที่กรุงปักกิ่งของจีน ซึ่งยืนยันว่าปีนี้จะไม่มีการจัดงานฉลอง จะมีพบปะพูดคุยพรรคพวกเพื่อนฝูงบ้างเล็กน้อย รวมถึงคนในครอบครัว ญาติพี่น้อง และคนใกล้ชิดเดินทางไปร่วมอวยพรเช่นทุกปี จากนั้นวันที่ 27-28 ก.ค.นี้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางไปยังเกาะฮ่องกงเพื่อทำธุระ ซึ่งยอมรับว่า อาจมีสส.เดินทางไปรอพบบ้าง
วันเดียวกันพ.ต.ท.ทักษิณ และนายพานทองแท้ ชินวัตร ผู้เป็นบุตรชาย ได้โพสต์ภาพผ่านทางอินสตาแกรม โดยพ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่า “โอ๊คมาเยี่ยมที่ปักกิ่งและเอาเสื้อที่เพื่อนๆ ทำแจกในงานวันเกิดผมมาให้ใส่ครับ โอ๊คจะกลับวันนี้แล้ว ส่วน “เอม” และ “อิ๊ง” จะมาถึงบ่ายๆ วันนี้ครับ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เช่าเหมาลำเครื่องบินอำนวยความสะดวกแก่รัฐมนตรี และส.ส.รวมถึงเจ้าหน้าที่พรรคเพื่อไทย ที่ลงทะเบียนแจ้งประสงค์จะเดินทางไปอวยพร รวมถึงที่พัก ซึ่งจะออกเดินทางเช้าวันที่ 26 ก.ค.นี้ จากท่าอากาศยานดอนเมืองสู่เกาะฮ่องกง อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เรียกรัฐมนตรีที่เป็นประธานโซน นำ สส.เข้าพบเป็นรายกลุ่มจังหวัด เช่น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ประธานโซน 4 ภาคกลาง ประกอบด้วย จ.นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี รวมถึงกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา เช่น นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานกรรมาธิการพิจารณาศึกษาประเด็นที่มาของส.ว. เป็นต้น

สำนักข่าวอัล-จาซีราของกาตาร์เตรียมเปิดช่องข่าวและเปิดตัวผู้บริหารในสหรัฐ 20 สิงหาคมนี้

สำนักข่าวอัล-จาซีราของกาตาร์เตรียมเปิดช่องข่าวและเปิดตัวผู้บริหารในสหรัฐ 20 สิงหาคมนี้

สำนักข่าวอัล-จาซีรา แถลงว่า จะเปิดช่องข่าวในสหรัฐ วันที่ 20 สิงหาคมนี้ โดยเสนอชื่อกรรมการบริหารแผนกปฏิบัติการระหว่างประเทศ นายอีฮับ อัล ชีฮาบี ให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารชั่วคราวของอัล-จาซีราสหรัฐ และผู้มากประสบการณ์จากสำนักข่าวเอบีซี นิวส์ นางเคท โอไบรอัน ดำรงตำแหน่งประธาน

นายชิฮาบี จบการศึกษาระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ เคยเป็นที่ปรึกษาด้านการบริหารที่บริษัทอาร์เธอร์ แอนเดอร์สัน, แอนเดอร์สัน คอนซัลติ้ง และดีลอยต์รวม 12 ปี มีประสบการณ์ทำงานกับอัล-จาซีรา เป็นเวลาห้าปี โดยดูแลเครือข่ายทั่วโลก ทั้งยังมีส่วนก่อตั้งและเปิดตัวช่องอัล-จาซีราบอลข่านกับตุรกี

ด้านนางโอไบรอัน มีประสบการณ์ในแวดวงทีวีสหรัฐ 30 ปี รับผิดชอบแผนกรวบรวมข่าวสารของสำนักข่าวเอบีซี รวมถึงสาขาทั่วโลกตั้งแต่ปี 2550 เคยได้รับรางวัลเอมมี่, พีบอดี้ และอัลเฟรด วัน ดูปองท์

นางโอไบรอัน กล่าวว่าอัล-จาซีราสหรัฐจะแสดงให้เห็นว่ายังมีสื่อสารมวลชนที่มีคุณภาพในสหรัฐ เธอตั้งตาคอยที่จะแสดงให้ผู้ชมเห็นว่า มีความต้องการอย่างแรงกล้าต่อการรายงานข่าวเชิงลึกที่โด่งดังของอัล-จาซีรา

นอกจากนี้ อัล-จาซีรายังประกาศแผนเปิดสำนักงานในกว่าสิบเมือง รวมทั้งดีทรอยต์และชิคาโก เพื่อวางรากฐานในตลาดสหรัฐ

โผตร.ไม่พลิก"วินัย"ขึ้นผช."บิ๊กแจ๊ส"เหนียว


วันพุธที่ 24 กรกฎาคม 2556

ไม่พลิก!'วินัย'ขึ้นผช.ผบ.ตร.'บิ๊กแจ๊ส'เหนียว

โผตำรวจไม่พลิก! 'วินัย'ขึ้นผช.ผบ.ตร.'บิ๊กแจ๊ส'ยังเหนียว 'อนุชัย'นั่ง ภ.4 โยก'กวี'ดู ภ.2 'ปัญญา'คุมภ.8

               เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม  พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยผลการประชุมแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถึง ผู้บัญชาการ วาระประจำปี 2556 ที่ผ่านคณะกรรมการคัดเลือก ก่อนเสนอให้คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. พิจารณาลงมติเห็นชอบ ซึ่งในปีนี้มีการแต่งตั้งตำแหน่งที่ปรึกษาสัญญาบัตร 10 ยศ พล.ต.อ. หมุนเวียนเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และจเรตำรวจแห่งชาติ รวม 3 นาย เลื่อนจากผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นที่ปรึกษาสัญญาบัตร 10 รวม 5 นาย เลื่อนตำแหน่งผู้บัญชาการ เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 11 ตำแหน่ง แต่งตั้งผู้บัญชาการ หมุนเวียนตำแหน่ง 9 ตำแหน่ง และแต่งตั้งรองผู้บัญชาการ ขึ้นเป็นผู้บัญชาการ 16 ตำแหน่ง

               พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า ยืนยันว่า ตำแหน่งของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ยังไม่มีการปรับเปลี่ยน ส่วนตำแหน่ง ผบช.ภ. 2 ภาค 3 ภาค 4 ภาค 6 ภาค 8 และศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งผู้บัญชาการทั้งหมด

               รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้บัญชีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บัญชาการ ถึงรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ วาระประจำปี 2556 ที่ผ่านคณะกรรมการคัดเลือก หรือ บอร์ดกลั่นกรอง เป็นดังนี้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ที่ปรึกษา สัญญาบัตร 10 ขยับเป็นจเรตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง และพล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ที่ปรึกษาสัญญาบัตร 10 เป็น รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ขยับขึ้นตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

               ส่วน พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พล.ต.ท.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จะยังนั่นอยู่ในตำแหน่งเดิมต่อไป

               ขณะที่นายตำรวจระดับรองผู้บัญชาการ เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นผู้บัญชาการ มีรายงานว่า พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล จะได้ขึ้นเป็น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ต.ปิยะ สอนตระกูล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 จะได้เป็น ผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด จะได้ขึ้นเป็นผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล จะได้เป็น ผู้บัญชาการสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
             
               สำหรับรายชื่อที่ผ่านการพิจารณาโดย ก.ตร.ดังนี้ คือ พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง ที่ปรึกษา (สบ 10) (นรต.30) พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ที่ปรึกษา (สบ 10) (นรต.30) เป็นรอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ที่ปรึกษา (สบ 10) (นรต.35) ขยับเข้าสู่ตำแหน่งหลักเป็น จเรตำรวจแห่งชาติ ขณะที่ตำแหน่งว่าง 5 ตำแหน่ง ให้ พล.ต.ท.ไตรรัตน์ อมาตยกุล รองหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ(สบ 9) (รอง หน.นรป.) เป็น หน.นรป.(สบ 10) พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชฏฐ์ พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี พล.ต.ท.อุดม รักศิลธรรม พล.ต.ท.ชนินทร์ ปรีชาหาญ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ขึ้นเป็น ที่ปรึกษา (สบ 10)

               ในตำแหน่งระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และเทียบเท่าที่ว่าง 11 ตำแหน่งนั้น บอร์ดกลั่นกรองมีมติให้ พล.ต.ท.สุพร พันธุ์เสือ ผบช.สกบ. พล.ต.ท.อารีย์ อ่อนชิต ผบช.รร.นรต. พล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม ผบช.สยศ.ตร. พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ จตร. (สบ 8) พล.ต.ท.ชัยยง กีรติขจร ผบช.สง.ก.ตร. พล.ต.ท.อุดม ชัยมงคลรัตน์ จตร.(สบ 8) พล.ต.ท.วันชัย ถนัดกิจ ผบช.ภ.6 พล.ต.ท.ม.ล.พันธ์ศักดิ์ เกษมสันต์ จตร.(สบ 8) และ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.ภ.2 เลื่อนขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล จตร.(สบ 8) (นรต.34) สายตรงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ขึ้นเป็น รอง จตช.(สบ 9) และ พล.ต.ต.เจษฎา อินทรสถิตย์ ผบช.สง.นรป.(สบ 8) ขึ้นเป็น รอง หน.นรป.(สบ 9) ทั้งนี้ การแต่งตั้งระดับนี้เป็นไปตามอาวุโส แต่เนื่องจาก พล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงศ์ นายแพทย์ใหญ่ รพ.ตร. และพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ ผบช.ก.ขออยู่ในตำแหน่งเดิม แม้จะมีอาวุโสสูงก็ตาม จึงมีการขยับ พล.ต.ท.วินัย และพล.ต.ท.พันธ์ศักดิ์ เลื่อนขึ้นแทนตามความเหมาะสม ซึ่งประเด็นนี้เองประธานบอร์ดกลั่นกรองตั้งข้อสังเกตุถึงการไม่เลื่อนตำแหน่งขึ้นของ พล.ต.ท.นพ.จงเจตน์ ทั้งที่มีอาวุโสอันดับ 1 และอยู่ในตำแหน่งนายแพทย์ใหญ่มา 4 ปีแล้ว ซึ่งใช้เวลาอภิปรายกันนานจึงจะให้ผ่านในที่สุด

               สำหรับระดับ ผบช.มีเก้าอี้ว่างจากการเกษียณอายุราชการและเลื่อนตำแหน่งขึ้น 19 ตำแหน่ง และโยกย้ายสับเปลี่ยนดังนี้ พล.ต.ท.สมบูรณ์ ฮวบบางยาง รองผบช.ภ.7 เป็น จตร.(สบ 8) พล.ต.ท.ชินทัต มีศุข รอง ผบช.ภ.9 เป็น จตร.(สบ 8) โยก พล.ต.ท.วัฒนา สักวัตร ผบช.กมค.เป็น หัวหน้าจตร.(สบ 8) พล.ต.ท.จุตติ ธรรมโนวานิช ผบช.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร.ทำหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสืบสวน เป็น ผบช.กมค. พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.น.ขึ้นเป็น ผบช.ประจำ ทำหน้าที่เชี่ยวชาญด้านสืบสวน พล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ รอง ผบช.สพฐ.ตร. ขึ้นเป็น ผบช.สำนักยุทธศาสตร์ตำรวจ พล.ต.ท.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ นรป(สบ 8) ขยับเข้าไลน์หลักเป็น ผบช.สง.นรป. โดยมี พล.ต.ต.ดุสิต สังขะเมฆะ นรป.(สบ 7) ขึ้นเป็น นรป.(สบ 8) พล.ต.ต.พนมศักดิ์ ทั่งทอง รอง ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. ทำหน้าที่ที่ปรึกษาด้านการข่าว ขึ้นเป็น จตร.(สบ 8) พล.ต.ต.ปิยะ สอนตระกูล รอง ผบช.ภ.1อาวุโสอันดับ 6 ได้รับความไว้วางใจให้เป็น ผบช.สกบ.

               พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผบช.ภ.4 โยกไปเป็น ผบช.ภ.2 โดย พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น.(นรต.28) มือทำคดีเสื้อแดง ขึ้นเป็น ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.วิชาญ ทองประชาญ รอง ผบช.สง.กตร.ขึ้นเป็น ผบช.สง.กตร. พล.ต.ท.วรศักดิ์ นพสิทธิพร จตร.(สบ 8) เป็น ผบช.ภ.6 โดย พล.ต.ต.อนุรุต กฤษณะการะเกตุ รองผบช.ศชต. ขึ้นเป็น จตร.(สบ 8)แทน พล.ต.ต.ศักดา ชื่นภักดี รอง ผบช.สตม.ขึ้นเป็น จตร.(สบ 8) พล.ต.ต.ทวีชัย วิริยะโกศล รอง ผบช.สกบ.เป็น จตร.(สบ 8)

               พล.ต.ต.อรรถชัย เกิดมงคล รอง ผบช.ตชด.ขึ้นเป็น ผบช.ตชด. พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รอง ผบช.ปส.ขึ้นเป็น ผบช.ปส. พล.ต.ท.ธีระศักดิ์ กลิ่นพงษา ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.ทำหน้าที่บริหารงานด้านป้องกัน เป็น ผบช.ภ.3 โดยมี พล.ต.ต.เดชา ชวยบุญชุม รอง ผบช.ศชต.ขึ้นเป็น ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.แทน

               พล.ต.ท.ยงยุทธ เจริญวานิช ผบช.ภ.8 เป็น ผบช.ศชต. พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.สพฐ.ตร. เป็น ผบช.ภ.8. พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว จตร.(สบ 8) เป็น ผบช.สพฐ.ตร. พล.ต.ต.กฤษฎิ์ศักดิ์ วิชชารยะ รอง ผบช.ส.ขึ้นเป็น จตร.(สบ 8)
 

จับตาดูกระบวนการทำลายพุทธศาสนา

โดย สิริิอัญญา (นสพ.แนวหน้า 24ก.ค.56)

พักนี้มีเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดภาพพจน์เชิงลบแก่พุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง และแต่ละเรื่องก็เป็นเรื่องเสียหายร้ายแรงทั้งสิ้น เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ในเวลาแค่วันเดียว และเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ด้วยการกระทำของคนคนเดียวหรือคนเพียงไม่กี่คน

และถ้ามองให้กว้างออกไป เหตุการณ์ที่ทำให้เกิดภาพพจน์เชิงลบและเกิดผลกระทบต่อพุทธศาสนานั้นมิได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย แต่เกิดขึ้นในต่างประเทศด้วย

เฉพาะในอินเดียซึ่งเป็นแดนเกิดแห่งพุทธศาสนานั้นก็มีการวางระเบิดถึง 9 จุด ในเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้เกิดการบาดเจ็บและเสียหาย ส่งผลสะเทือนทางจิตใจแก่พุทธศาสนิกชนทั่วโลก

เพราะรายงานข่าวที่เกิดขึ้นระบุว่าเป็นการก่อเหตุของผู้นับถือศาสนาอื่น ซึ่งถ้าฟังข่าวแต่เพียงผิวเผินก็ย่อมรู้สึกไปในทางเดียวกัน คือความรู้สึกที่เป็นทางลบต่อศาสนิกแห่งศาสนานั้น

หรือเหตุการณ์ในพม่าที่มีการรบราฆ่าฟันและทำร้ายทำลายกันระหว่างพุทธศาสนิกชนกับศาสนิกของศาสนาอื่น จนเกิดเรื่องราวเป็นข่าวคราวใหญ่โตไปทั่วโลก กระทั่งกระทบต่อปัญหาความมั่นคงของประเทศพม่าด้วย

ดังนั้นการเกิดเหตุที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อพุทธศาสนาในยามที่ปีมหามงคลพุทธชยันตี ล่วงมา 2,601 ปี จึงกล่าวได้ว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ในหลายรูปแบบ และในเวลาใกล้เคียงกัน จนทำให้อดคิดไม่ได้ว่า มีอะไรเป็นเบื้องลึกเบื้องหลังที่มุ่งหวังทำลายหรือมุ่งร้ายต่อพุทธศาสนา

พุทธศาสนิกชนทั้งหลายถึงแม้ว่าจะเป็นผู้ไม่ตั้งอยู่ในความยึดมั่นถือมั่นในศาสนาหนักหน่วงรุนแรงเหมือนกับบางศาสนา แต่ก็จำต้องจับตาจ้องมองกันไว้บ้างว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นจะได้ไม่ตั้งอยู่ในความประมาท อย่างน้อยก็จะได้รู้เท่าทันถึงกระบวนการและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ก่อนอื่นก็ต้องกล่าวว่าในประเทศไทยของเรานั้นองค์กรบริหารจัดการคณะสงฆ์ที่มีอำนาจสูงสุดคือ มหาเถรสมาคม แต่น่าอนาถใจที่นับวันพุทธศาสนิกชนจะไม่ได้เห็นบทบาทของมหาเถรสมาคมในเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น

ในเหตุการณ์มากหลายไม่มีท่าทีหรือการแสดงออกใดๆ จากมหาเถรสมาคม มีแต่ความเงียบ ราวกับว่าไม่มีองค์กรนี้อยู่ในประเทศไทย แต่กระนั้นก็อาจจะดีกว่าบางหน่วยงานหรือบางคนที่ชอบพูดนักหนาว่าข้าไม่เกี่ยว เรื่องอะไรก็ไม่เกี่ยวกับข้าเพราะสิ่งที่ข้าสนใจคือเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายตัวข้าเท่านั้น

เพราะมหาเถรสมาคมมิได้แสดงบทบาทให้ปรากฏเช่นนี้ จึงทำให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเองก็ไม่สามารถแสดงบทบาทอะไรได้ จึงกลายเป็นประเทศไทยซึ่งพระพุทธศาสนาตั้งมั่นสถิตสถาพรมาเป็นเวลาช้านาน กำลังกลายเป็นประเทศที่ไม่มีหน่วยงานใดรับผิดชอบดูแล คุ้มครองป้องกัน ทำนุบำรุงพุทธศาสนา และพุทธศาสนาก็กลายเป็นศาลากลางบ้านที่ใครจะใช้สอยหาประโยชน์หรือจะถ่มถุยทำลายประการใดก็สุดแต่ใจชอบ

เมื่อครั้งที่หลวงตาพระมหาบัวยังมีชีวิตอยู่ก็เคยมีข่าวการปองร้ายที่มุ่งทำลายเกียรติภูมิของพระอริยสงฆ์ แต่ในที่สุดมารก็ไม่สามารถเข้าทำร้ายทำลายถึงองค์หลวงตาได้เป็นที่อัศจรรย์ แต่เสียดายนักที่ปาฏิหาริย์นั้นมิได้รับการกล่าวขวัญเล่าขานให้เป็นที่ตั้งแห่งศรัทธาของมหาชน

เมื่อครั้งที่ยังเป็นพระมิตซูโอะคนทั้งปวงก็เลื่อมใสนับถือ และจู่ๆ ก็ลาสิกขาออกไปแล้วมีการแถลงถึงความพอใจในฆราวาสวิสัยนั้น และน่าเสียดายยิ่งนักที่เบื้องลึกเบื้องลับอันเป็นเหตุให้มีการลาสิกขาว่าเกิดจากอะไร มีองค์กรหรือสำนักไหนอยู่เบื้องหลัง คนทั้งปวงจึงได้ฟังแต่เรื่องความยินดีในฆราวาสวิสัยของนายมิตซูโอะ จึงทำให้เบื้องลึกแห่งการทำลายพระมิตซูโอะที่ให้ส่งผลกระทบต่อศรัทธาของพุทธศาสนิกชนเลือนหายไป

มาถึงไอ้คำเล่า อายุอานามก็ไม่มากนัก แต่สามารถสร้างภาพฉ้อฉลหลอกลวงฉ้อโกงมหาชนได้นับพันล้านบาท มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันเดียวดอกหรือ? หรือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีอะไรเป็นเบื้องลึก เบื้องลับ เบื้องหลังหรือ? และเวลานี้เรื่องของไอ้คำก็กลายเป็นเรื่องการเมือง และเป็นการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อพุทธศาสนาเช่นเดียวกัน

ความจริงการกระทำอันเป็นปาราชิกมีอยู่จำนวนมาก ทำไมจึงดำรงอยู่ได้? ทำไมองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่ถูกทำให้อ่อนล้า ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ ปล่อยให้เหล่ามิจฉาชีพและบางขบวนการบ่อนทำลายพุทธศาสนาตามอำเภอใจ

นั่นย่อมกล่าวหาได้ไม่ใช่หรือว่าเพราะเป็นเรื่องของการเมือง และไม่เพียงแต่เป็นเรื่องการเมืองภายในประเทศ ที่นักการเมืองต้องการใช้ศาสนาในการจูงใจสร้างความนิยมหาพวกลิ่วล้อบริวารเพื่อประโยชน์ในทางการเมือง หากอาจจะเกี่ยวข้องกับขบวนการทำลายพุทธศาสนาที่เชื่อมโยงกับต่างประเทศด้วย

เป็นไปได้อย่างไร? ที่ประเทศไทยซึ่งพุทธศาสนาสถิตมาอย่างมั่นคงหลายศตวรรษ กลับมาตกอยู่ในสภาพที่เหมือนศาลากลางบ้านดังที่ว่ามาข้างต้น เป็นไปได้อย่างไรที่บางสำนักประพฤติตนเป็นอลัชชีเดียรถีย์ และทำลายพุทธศาสนาทั้งเนื้อตัวและรูปแบบอย่างโจ่งแจ้งกลางเมือง แต่อำนาจรัฐก็ดี ผู้มีอำนาจหน้าที่ก็ดี พากันนิ่งเฉยหรือสมคบ สมรู้ สมยอมให้กระทำตามอำเภอใจได้

ชาวพุทธทั้งหลายจึงต้องตื่นตัว ตื่นตาขึ้นมาจับตาสังเกตดูว่าเหตุการณ์ร้ายๆ แรงๆ ที่ส่งผลกระทบต่อพุทธศาสนามาอย่างต่อเนื่องนั้นเป็นเหตุบังเอิญ หรือมีอะไรอยู่เบื้องหลังที่มุ่งหวังทำร้ายทำลายพุทธศาสนา? ช่วยกันจับตาดู ช่วยกันคิดพิจารณาและร้องโหวกเหวกโวยวายตามประสาเถิด!

ข้อสอบมหาวิทยาลัยดังให้น.ศ.แปล ภาษาวิับัติ

สุดงง!! ข้อสอบสิ้นคิดจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง ? -ชี้เหมาะสมหรือไม่ ???
24-07-13 16:13   อ่าน : 700
คอลัมน์ : สังคม ทีนิวส์

แชร์ลั่นเน็ต!! หลังมีภาพหลุดข้อสอบชุดหนึ่ง  เป็นข้อสอบประหลาดให้แก้ภาษาวิบัติเป็นภาษาถูกต้อง  -ชี้เหมาะสมหรือไม่ ??
วันนี้ (  24 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ฮือฮาบนโลกออนไลน์  หลังมีภาพหลุดข้อสอบสุดพิสดาร ซึ่งเป็นข้อสอบของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย   โดยข้อสอบต้องการให้แก้คำผิดซึ่งเป็นภาษาวิบัติเป็นภาษาที่ถูกต้อง  เช่น  "เดฆ่า บัยเดเหยอคระ คิดถุงเว่อๆ เลยน๊ะ"   และเป็นที่น่าสังเกตคำตอบบ้างข้อยังตอบผิด  ชี้วุฒิภาวะของผู้ใช้ภาษาในกลุ่มวัยรุ่นสมัยนี้ ??  
โดยเรื่องนี้มีผู้เข้ามาชมพร้อมแสดงความคิดเห็นอีกมาเช่น  ผู้ใช้นามว่า "จุ๋ม พักตร์เพียงเพ็ญ" ได้แสดงความเห็นว่า  "วัดไอคิวคนออกข้อสอบ" , ผู้ใช้นามว่า  "Khunya Jaidee" แสดงความเห็นว่า "ภาษาวิบัติ คนสมัยนี้เขียนหนังสือผิดกันมาก อ่านเจอทีไรกลุ้มใจทุกที"

วันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

แท็กซี่โวยวายหน้าที่ทำการประชาธิปัตย์


06 ก.ค. 2555 เวลา 17:34:00 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพงศ์วิชาญ ธนาถิรพงศ์ ขับรถแท๊กซี่สีชมพูหมายเลขทะเบียน ทย.9522กทม.มาจอดขวางทางเข้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกับเร่งเครื่องบีบแตรดังสนั่น สร้างความรำคาญให้กับประชาชนที่ผ่านไปมา พร้อมกับโชว์ป้ายข้อความ ถูกนายสันติ พร้อมพัฒน์รัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กลั่นแกล้ง และเรียกร้องให้จ่ายเงินเยียวยาให้กับตน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.บางซื่อมาเจรจาให้นำรถไปจอดที่ไม่กีดขวางจราจร

ทั้งนี้ เกือบจะมีเหตุจากประชาชนที่ไม่พอใจในการกระทำในครั้งนี้ ตำรวจจึงต้องห้ามปรามและขอให้สงบสติอารมณ์ ที่หน้าพรรคประชาธิปัตย์