PR
วันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
" โอ๊ค" เผยคลิปเปิดใจ เนื่องใจวันเกิดครบ 64 ปี "ทักษิณ"
โอ๊ค พานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โพสต์เฟซบุ๊ค Oak Panthongtae Shinawatra โดยมีข้อความระบุว่า "สุขสันต์วันเกิดครับพ่อ"
โอ๊ค,เอม,อิ๊งค์ และแฟนเพจพานทองแท้ทุกคน ขอให้พ่อมีความสุขมากๆ คิดสิ่งใดขอให้สมความปรารถนา ครับ
คลิปนี้โอ๊คบินไปสัมภาษณ์พ่อเมื ่อ วันที่22 กรกฎาคมที่ผ่านมา พ่อได้กล่าวขอบคุณพี่น้องประชาช น ที่ยังรักและเป็นห่วงพ่อมาตลอด ทั้งๆที่พ่อจากบ้านจากเมืองมาตั ้งแต่ถูกปฏิวัติตอนอายุ57ปี จนวันนี้พ่ออายุครบ64ปีแล้ว
โอ๊คจำได้ว่า ผู้ที่ทำการปฏิวัติได้เคยเรียก อดีตคนสนิทของพ่อ ที่ผันตัวเองไปช่วยฝ่ายตรงข้ามไ ปถามว่า "จะใช้เวลานานเท่าไหร่ ที่จะทำให้พี่น้องประชาชนลืม ทักษิณฯ" เขาตอบว่า "ไม่เกิน 6เดือน"
จนบัดนี้ 7ปีแล้ว คนที่รักพ่อ และคนที่รักความยุติธรรมในสังคม ยังคงรักและอยากให้พ่อได้กลับบ้ านอยู่เสมอ ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
สุขภาพกายไม่ต้องห่วงแล้วครับ ตรวจร่างกายครั้งที่แล้วพ่อแข็ง แรงมากๆ ขนาดขอให้หมอช่วยหาเรื่องจับผิด หาตัวชี้วัดใดๆที่ควรระวังป้องก ัน หมอยังบอกไม่มีเลย สบายใจได้
พวกเราขอให้พ่อมีความสุขใจครับ อดทนรอ วันใดฟ้าเปิด เราคงได้กลับมาอยู่ด้วยกัน ร่วมกันพัฒนาบ้านเมืองที่พ่อรัก อย่างพร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั ้ง
"สุขสันต์วันเกิดครับ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร"
นอกจากนี้ โอ๊ค ยัง เผยแพร่คลิปวีดีโอ 7 ปีที่ต้องระหกระเหิน เปิดใจคุณพ่อของผม เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด 64 ปีครับhttp://youtu.be/wIjr9uLPF_4
ขณะที่ Instagram พินทองทา ชินวัตร ก็ได้โพสต์ภาพ และข้อความที่ระบุว่า ตื่นมากอดเจ้าของวันเกิดแต่เช้า happy birthday daddy 🍰 @thaksinlive ถึงจะไม่ได้อยู่ใกล้กันแต่คุณพ่ อมีพวกเราคอยสู้อยู่กับคุณพ่อทุ กที่ทุกเวลา และพร้อมจะกอดคุณพ่อให้กำลังใจค ุณพ่อตลอด - See more at:
พ่อจ๋า!!! "เอม-อุ๊งอิ๊ง" โผล่ฉลองวันเกิด "แม้ว" ถึงจีน
พินทองทา และ แพทองธาร เดินทางไปอวยพรวันเกิด "ทักษิณ" พ่อบังเกิดเกล้าถึงจีน พร้อมโพสต์ข้อความขอให้ปีนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่ไม่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันในครอบครัว “ชินวัตร”
บรรยากาศงานวันเกิด ครบรอบ 64 ปี ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่ง พำนักอยู่ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยทางพรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือ กลุ่มคนเสื้อแดง ได้จัดกิจกรรมทำบุญวันเกิดให้กับอดีตนายกรัฐมนตรี กันอย่างคึกคัก หลายจังหวัด ขณะที่ ในอินสตาแกรม ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในชื่อ Thaksinlive ได้มีการโพสต์ภาพถ่ายคู่กับบุตรสาวทั้งสองคน ได้แก่ เอม น.ส.พินทองทา และ อุ๊งอิ๊ง น.ส.แพทองธาร ที่เดินทางไปเยี่ยม ในลักษณะโอบกอดยิ้มแย้มอย่างมีความสุข ตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา ขณะที่ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตามเวลาในประเทศไทย ทั้ง น.ส.พินทองทา และน.ส.แพทองธาร ได้อัพโหลดรูปภาพเดียวกัน พร้อมเขียนข้อความอวยพร
โดย น.ส.พินทองทา ระบุผ่าน อินสตาแกรมส่วนตัวว่าตื่นมากอดเจ้าของวันเกิดแต่เช้า happy birthday daddy ถึงจะไม่ได้อยู่ใกล้กันแต่คุณพ่อมีพวกเราคอยสู้อยู่กับคุณพ่อทุกที่ทุกเวลา และพร้อมจะกอดคุณพ่อให้กำลังใจคุณพ่อตลอดเวลา ขณะที่ น.ส.แพทองธาร บุตรสาวคนเล็ก เขียนข้อความ ว่า เอาของขวัญมาให้พ่อ บอกพ่อว่าขอให้เป็นปีสุดท้ายที่ไม่ได้อยู่พร้อมหน้ากันนะคะ พ่อทำหน้าซึ้งปนเศร้าเหมือนรูปที่เห็น และ บอกให้พวกเราเข้มแข็ง
จอมพลแมกอาเธอร์ ในสมรภูมิแปซิฟิก
แมกอาร์เธอร์ พร้อมทหารฝ่ายสหรัฐฯ ขณะลงหาดหวนกลับคืนสู่ฟิลิปปินส ์ ณ สมรภูมิแปซิฟิก ในการรบที่อ่าวเลเต ..
พลเอก ดักลาส แมกอาร์เธอร์ (Douglas MacArthur ; 26 มกราคม พ.ศ. 2423 - 5 เมษายน 2507) เป็นนายพลชาวอเมริกัน ที่มีชื่อเสียงในการบัญชาการรบภ าคพื้นแปซิฟิก ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นผู้บัญชาการผู้ที่ให้ญี่ปุ่ นจดสนธิสัญญาพ่ายแพ้ให้กับฝ่ายพ ันธมิตร ณ เรือประจัญบานยูเอสเอส มิสซูรี นอกจากนี้เขายังเป็นบุคคลสำคัญท ี่ทำให้ ญี่ปุ่น พัฒนาอย่างรวดเร็ว และยังเป็นผู้บัญชาการสมัยสงครา มเย็น ในสงครามเกาหลี อีกด้วย
แมกอาเธอร์ นับว่าเป็นบุคคลที่มีต้นตระกูลท างทหารเรือมาตลอด โดยที่บิดาก็เป็นผู้บัญชาการทหา รเรือในยุค ศตวรรษที่ 19 หรือแม้แต่ในสมัยสงครามกลางเมือ ง ตระกูลเพอร์รี่ อย่างเช่น โอลิเวอร์ แฮซาร์ด เพอร์รี ผู้ที่บัญชาการทัพเรือสหรัฐในยุ ทธการทะเลสาบอีรีจนชนะ และ แมตทิว แคลเบรท เพอร์รี ผู้บัญชาการเรือ ที่สามารถทำให้ญี่ปุ่นในสมัยนั้ นที่ปิดประเทศอยู่เปิดประเทศได้
พวกเขาก็ล้วนแล้วแต่เป็นบรรพบุร ุษของ แมกอาเธอร์ นับว่าตระกูลของเขาเป็นตระกูลให ญ่ และเกี่ยวข้องกับกองทัพเรือสหรั ฐอเมริกาเป็นอย่างมาก แมกอาเธอร์ เกิดที่เมืองลิตเติล ร็อก รัฐอาร์คันซอ เข้ารับการศึกษาวิชาทหารที่โรงเ รียนนายร้อยเวสพอยต์ เข้าเป็นทหารที่กรมทหารช่างเป็น ครั้งแรก ในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ได้เข้าสู่สมรภูมิที่ประเทศฝรั่ งเศสและได้รับเหรียญกล้าหาญ จำนวนมาก
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แมกอาร์เธอร์ได้เป็นผู้บัญชาการ กองกำลังสหรัฐฯ ในตะวันออกไกลและได้ช่วงชิงพื้น ที่มหาสมุทรแปซิฟิก ด้านตะวันตกเฉียงใต้จากประเทศญี ่ปุ่น (พ.ศ. 2485-2488) โดยใช้ประเทศออสเตรเลียเป็นฐาน ถ้อยวลีที่มีชื่อเสียงที่แมกอาเ ธอร์กล่าวแก่ชาวฟิลิปปินส์ระหว่ างถอยหนีกองทัพญี่ปุ่นในฟิลิปปิ นส์คือ "ข้าพเจ้าจะกลับมา" (I Shall Return)
และต่อมา เมื่อได้กลับมาตามคำสัญญาหลังกา รถอยไปตั้งหลักที่ออสเตรเลีย แมกอาเธอร์ได้ประกาศอีกครั้งในข ณะที่เดินลุยน้ำลงจากเรือที่อ่า วเลย์เตว่า "ข้าพเจ้ากลับมาแล้ว" (I Have Returned) เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2487 ซึ่งถือเป็นภาพถ่ายข่าวสงครามที ่ดีที่สุดภาพหนึ่งของโลกเลยก็ว่ าได้
โดย พลเอกแมกอาร์เธอร์ ท่านได้ทำหน้าที่เป็นผู้รับการย อมแพ้อย่างไม่มีเงื่อนไขเป็นทาง การของญี่ปุ่น เนื่องจากเขามีเชื้อสายของ นาวาเอก(พิเศษ) แมททิว คราวเรท เพอรี่ ผู้ที่เคยบีบญี่ปุ่นให้เปิดประเ ทศเมื่อ พ.ศ. 2397 และดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการยึดคร องประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ พ.ศ. 2488-2494 เป็นผู้จัดการให้มีการร่างรัฐธร รมนูญฉบับใหม่ของญี่ปุ่นที่กำหน ดให้สมเด็จพระจักรพรรดิ์ฯ อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญและห้ามมีก องกำลังทหาร ทำให้ญี่ปุ่นมุ่งเน้นด้านเศรษฐก ิจและฟื้นตัวได้เร็วขึ้นเนื่องจ ากไม่ต้องใช้งบประมาณและทรัพยาก รเพื่อการป้องกันประเทศ
เมื่อ พ.ศ. 2493 แมกอาร์เธอร์ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ งผู้บัญชาการกองกำลังสหประชาชาต ิ (UN) ในสงครามเกาหลี โดยเกือบจะสามารถเอาชนะเกาหลีเห นือได้ แต่ท่านได้ถูกปลดออกจากหน้าที่เ สียก่อน เนื่องด้วยการที่เตรียมจะบุกประ เทศจีน และเรื่องการเสนอให้มีการใช้ระเ บิดปรมาณูกับประเทศจีน ซึ่งถือว่าเป็นประเทศผู้สนับสนุ นหลักของฝ่ายเกาหลีเหนือในสงครา มเกาหลี ถือเป็นการพยายามฝ่าฝืนคำสั่งขอ งประธานาธิบดีแฮร์รี เอส. ทรูแมน จึงถูกปลดออกจากตำแหน่งในที่สุด
..(เครดิตข้อมูลจาก : วิกิพีเดีย) @//กอล์ฟ
วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
'ญาติวีรชน' เปิดเวทีสาธารณะรับฟังเสียงวิจารณ์ร่างนิรโทษฯ
กลุ่มญาติวีรชนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม2553 จัดเวทีสาธารณะเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ที่มีต่อร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฉบับญาติวีรชน
นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ พ่อน้องเฌอ ระบุ ญาติจำเป็นต้องร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมา เนื่องจากร่างกฎหมายของนายวรชัย เหมะ ส.ส.จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยและแกนนำคนเสื้อแดง ที่เสนอ และพรรคเพื่อไทยให้การสนับสนุน เข้าสู่ที่ประชุมสภานั้น ในเนื้อหาของร่างกฎหมาย ไม่ได้กล่าวถึงทหารผู้ปฏิบัติการ จึงเกรงว่าจะเป็นช่องว่างให้มีการนิรโทษกรรมทหารกลุ่มดังกล่าว ที่เป็นต้นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 100 ราย และบาดเจ็บกว่า 2 ,000 คน กลุ่มญาติจึงจำเป็นต้องร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้น
ด้านนายสมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนอนวันอาทิตย์สีแดง ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญตินิรโทษกรรมว่า ทุกฝ่ายมีสิทธิ์เสนอเข้ามา ขณะที่เขายังสนับสนุนร่างของนายวรชัย เนื่องจากวัตถุประสงค์หลักคือช่วยเหลือประชาชนที่เกี่ยวข้องจากเหตุการณ์ทางการเมือง
จากการรับฟังความคิดเห็นในวันนี้ กลุ่มญาติวีรชนจะนำข้อเสนอแนะจากทุกฝ่าย ไปปรับปรุงเพิ่มเติมในร่างพระราชญญัตินิรโทษกรรมฉบับญาติวีรชนให้สมบูรณ์ เพื่อผลักดันให้เกิดกฎหมายนิรโทษกรรมที่ชอบธรรมให้แก่ทุกฝ่าย
“สุรยุทธ์” เมิน “คลิปถั่งเช่า” แค่เรื่องเก่า-ไม่อยากรื้อฟื้น ยันไม่ได้หนุนม็อบโค่นระบอบทักษิณ
| ||||
|
“กองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ” ดีเดย์ม็อบ 4 สิงหา ที่บางกอก!! อุบจุดนัดพบ ลั่นไม่ปะทะแดง".
แนวร่วมกองทัพประชาชนโค่นร ะบอบทักษิณ นัดเสนาธิการถกก่อนคลอดแถลง การณ์ สั่งตั้งมวลชนแต่ละจังหวัดเ ข้าชุมนุม กทม. “4 ส.ค.” ยังอุบเจอกันที่ไหน เตรียมใช้กฎหมายเล่นพวกสกัด ม็อบ ยันไม่เผชิญหน้าแดง แต่เลื่อนเปิดตัวอดีตบิ๊กท็ อปบูตร่วม
วันนี้ (25 ก.ค.) ที่ห้องศิวะรา ราชตฤณมัยสมาคมฯ เมื่อเวลา 09.00 น. “แนวร่วมกองทัพประชาชนโค่นระ บอบทักษิณ” ในแต่ละจังหวัด ร่วมประชุมหารือแนวทางการขั บเคลื่อนมวลชนในการชุมนุมขั บไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม โดยมีกลุ่มเสนาธิการร่วม อาทิ พล.ร.อ.ชัย สุวรรณภาพ ประธานองค์การพิทักษ์สยาม (อพส.) พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ อดีตแกนนำเครือข่ายคนไทยรัก ชาติ รักษาแผ่นดิน นายไทกร พลสุวรรณ เข้าร่วมเป็นแกนนำประชุม โดยใช้เวลาหารือประมาณ 5 ชั่วโมง
จากนั้นเวลา 14.00 น. นายไทกรได้อ่านแถลงการณ์กอง ทัพประชาชนฯ ระบุว่า ที่ประชุมวิเคราะห์สถานการณ ์ที่รัฐบาลเคยใช้กลไกของหน่ วยราชการ ทั้งตำรวจ กระทรวงมหาดไทย ในการสกัดกั้นการชุมนุมของป ระชาชนที่ผ่านมา ซึ่งนำประสบการณ์การชุมนุมข องกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่ อประชาธิปไตย (พธม.) และกลุ่ม อพส.ที่ผ่านมามาเป็นบทเรียน เพื่อสรุปและวางมาตรการตอบโ ต้อย่างสันติและเป็นไปตามสิ ทธิแห่งรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติร่วมกัน คือ 1. ให้กองทัพประชาชนฯ ในแต่ละจังหวัด จัดตั้งมวลชนเพื่อมาเข้าร่ว มชุมนุมที่กรุงเทพมหานครในว ันที่ 4 ส.ค. และ 2. การชุมนุมครั้งนี้เป็นการโค ่นล้มระบอบทักษิณ จึงให้ในแต่ละจังหวัดเตรียม ความพร้อมสูงสุดในการระดมมว ลชนเข้าร่วมเป็นระยะ
ส่วนที่กระทรวงมหาดไทยได้สั ่งการให้มีการจับตาการเคลื่ อนไหวในพื้นที่นั้น นายไทกรกล่าวว่า กองทัพประชาชนฯเตรียมใช้มาต รการด้านกฎหมายกับข้าราชการ คนใดที่ทำลายสิทธิของประชาช นในการชุมนุมที่ปราศจากอาวุ ธ เพราะทางกลุ่มกำหนดยุทธวิธี ที่จะชุมนุมอย่างสงบและสันต ิ ส่วนการชุมนุมของกลุ่มคนเสื ้อแดงในวันที่ 3 ส.ค.ที่หน้ารัฐสภานั้น ถือว่าเป็นสิทธิ เราก็จะทำของเราและเราจะไม่ เผชิญหน้ากับใคร
เมื่อถามถึงสถานที่ชุมนุมใน วันที่ 4 ส.ค.นั้น นายไทกรกล่าวว่า ไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากการร่วมหารือกับกล ุ่มเสนาธิการแล้วเห็นว่าหาก เปิดเผยไปจะทำให้รัฐบาลวางแ ผนรับมือเพื่อขัดขวางการเคล ื่อนไหว จึงเสนอได้ได้เพียงยุทธศาสต ร์ คือ โค่นล้มระบอบทักษิณเท่านั้น แต่จะไม่เสนอยุทธวิธี แต่ยืนยันว่าสถานที่ชุมนุมค ือกรุงเทพมหานคร อีกทั้งการชุมนุมจะสามารถปร ับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์
เมื่อผู้สื่อข่าวถาม ถึงการเปิดตัวอดีตนายทหารที ่จะสนับสนุนการชุมนุมตามที่ ได้ระบุมาก่อนหน้านี้นั้น นายไทกรกล่าวว่า จากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะมีอ ดีตนายทหารเข้าร่วมกว่า 30 นายนั้น ขณะนี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น จำนวนมาก ทำให้ยังติดขัดเรื่องการประ สานงานนัดหมาย จึงต้องเลื่อนออกไปและจะเปิ ดตัวให้ทราบเมื่อมีความพร้อ ม
มีรายงานว่า ระหว่างการประชุมได้มีการหา รือถึงการระดมมวลชนในแต่ละจ ังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ของกลุ่มค นเสื้อแดง เช่น จ.นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี และกทม.ในเขตหนองจอก มีนบุรี ซึ่งมีแนวทางที่จะเข้าไปทำค วามเข้าใจ โดยใช้เรื่องปัญหาน้ำมันแพง และค่าครองชีพที่สูงขึ้น เป็นเหตุผลในการชักจูงเข้าร ่วมชุมนุม อีกทั้งจะมีการเปลี่ยนยุทธว ิธี จากเดิมที่ใช้ขบวนแรลลี่ แจกใบปลิวทำความเข้าใจถึงกา รบริหารงานที่มีการทุจริตคอ ร์รัปชันของรัฐบาล เป็นการเดินเท้าเคาะประตูตา มบ้าน รวมถึงการใช้โซเชียลมีเดีย และโลกออนไลน์ ซึ่งจะไม่มีการแบ่งแยกสีเสื ้อ หรือกลุ่มใด หากมีเป้าหมายเดียวกันก็จะช วนเข้าร่วมชุมนุม โดยตั้งเป้าว่าเมื่อเรียกระ ดมพลครั้งแรกในวันที่ 4 ส.ค.จะต้องมีมวลชนเข้าร่วมอ ย่างน้อย 3 หมื่นคน
ขณะที่นายสุทิน ธราทิน คณะทำงานกองทัพประชาชนฯ เปิดเผยว่า หลังจากนี้จะมีการประชุมแกน นำในแต่ละอำเภอทั่วประเทศ ถึงความคืบหน้าในระดมมวลชนเ ข้าร่วมชุมนุม โดยในวันที่ 28 ก.ค.จะประชุมกลุ่มภาคเหนือต อนบนที่ จ.เชียงใหม่ ภาคอีสานตอนบนที่ จ.ขอนแก่น กทม. ภาคตะวันตกและภาคกลางที่ กทม. และภาคใต้ตอนบนที่ จ.สุราษฎร์ธานี และวันที่ 29 ก.ค.จะประชุมกลุ่มภาคเหนือต อนล่างที่ จ.พิษณุโลก ภาคใต้ตอนล่างที่ จ.สงขลา อีสานตอนล่างที่ จ.นครราชสีมา และภาคตะวันออกที่ จ.ระยอง
http://astv.mobi/AowEG2x
วันนี้ (25 ก.ค.) ที่ห้องศิวะรา ราชตฤณมัยสมาคมฯ เมื่อเวลา 09.00 น. “แนวร่วมกองทัพประชาชนโค่นระ
จากนั้นเวลา 14.00 น. นายไทกรได้อ่านแถลงการณ์กอง
ส่วนที่กระทรวงมหาดไทยได้สั
เมื่อถามถึงสถานที่ชุมนุมใน
เมื่อผู้สื่อข่าวถาม ถึงการเปิดตัวอดีตนายทหารที
มีรายงานว่า ระหว่างการประชุมได้มีการหา
ขณะที่นายสุทิน ธราทิน คณะทำงานกองทัพประชาชนฯ เปิดเผยว่า หลังจากนี้จะมีการประชุมแกน
http://astv.mobi/AowEG2x
พ่อปันปัน ยอมรับ ลูกเสพยาจริง
ด้าน GTH ตัดบทHormones The Seriesปันปันออก
หลังจากที่มีภาพหลุดช็อคใจชาวเน็ตของ นักแสดงวัยใส 'ปันปัน สุทัตตา' สร้างความฮือฮาอยู่ในเวลานี้นั้น ความคืบหน้าล่าสุดทางผู้บริหาร GTH โดย 'สิน ยงยุทธ ทองกองทุน' รวมถึงผู้กำกับ 'ย้ง ทรงยศ สุขมากอนันต์' ได้ออกแถลงข่าวกรณีดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว โดยเบื้องต้นได้มีข้อสรุปออกมาว่า
จะทำการตัด Hormones The Series ตอนที่น้องปัน ปันร่วมแสดงไป 1 ตอนตามความต้องการของคุณพ่อน้องปันปัน
ทั้งนี้ทางด้านของ 'ย้ง ทรงยศ' ยอมรับตกใจกับภาพที่เกิดขึ้น ซึ่งเบื้องต้นได้ทำการพูดคุยกับทางด้านของคุณพ่อน้องปันปันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว คุณพ่อบอกว่าเขาอยากให้ลูกสาวคนเดิมของเขากลับมา อยากให้ทุกคนให้โอกาสน้อง ตอนนี้คุณพ่อน้องอยากให้น้องหยุดพักงานระยะหนึ่งก่อน ซึ่งทางเราเห็นตามความเหมาะสมของครอบครัวน้อง แต่อย่างไรก็ตามน้องเจอเรื่องมาเยอะ จึงขอให้กำลังใจน้องต่อไป
ปปส.ให้ครอบครัวติดต่อตรวจปัสสาวะ
ด้านพลตำรวจเอก พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการคณะกรรมป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้สัมภาษณ์กับไนน์เอ็นเตอร์เทน ถึงข่าวของนักแสดงสาว" ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์" ยอมรับว่าเคยเสพยาไอซ์ระบุว่า ขณะนี้ปันปันยังไม่มีความผิดเพราะจากการให้สัมภาษณ์ของคุณพ่อปันปันระบุว่าเป็นการลองเสพแค่ครั้งเดียว หลังจากนี้แนะนำให้ครอบครัวพาปันปัน สุทัตตา มาตรวจปัสสาวะเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ที่คณะกรรมป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หากพบว่าปัสสาวะมีสีม่วงก็จะเข้าสู่กระบวนการบำบัด หากไม่ปรากฏสีม่วงถือว่าไม่เป็นผู้ติดยาเสพติด แต่ระหว่างนี้จะประสานกับครอบครัวปันปันเพื่อมาให้ข้อมูลว่ามียาเสพติดไว้ในครอบครองได้อย่างไร
รถไฟความเร็วสูงที่สเปน ตกรางขณะทำความเร็วที่ 190 กม./ชม. ผู้โดยสารเสียชีวิตกว่า 77 ศพ บาดเจ็บกว่า 140 คน
ขบวนรถไฟด่วนซึ่งประกอบด้วยตู้โ ดยสาร 8 ตู้ และตู้เครื่องยนต์ 2 ตู้ ที่เดินทางมาจากรุงมาดริดมุ่งหน ้าไปยังเมืองเฟอร์รอล ประสบอุบัติเหตุตกรางใกล้กับเมื องซานเตียโก เด กอมโปสเตลา เมื่อเวลาราว 20.42 น. ตามเวลาท้องถิ่น (01.42 น. วันที่ 25 ก.ค. ตามเวลาในประเทศไทย) เป็นเหตุให้ตู้โดยสารเกยขึ้นซ้อ นกันและเกิดเพลิงลุกไหม้
นายอัลแบร์โต นูเนซ เฟย์จู ประธานคณะผู้ปกครองแคว้นกาลิเซี ย ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ แถลงว่าขบวนรถไฟโดยสารบรรทุกผู้ โดยสาร 222 คนและเจ้าหน้าที่ 4 คน ออกเดินทางจากกรุงมาดริด มุ่งหน้าเมืองเฟอร์โรล ตกรางขณะแล่นอยู่ก่อนถึงสถานีเม ืองซันติอาโก เดอ กอมโปสเตลา เพียง 3 กิโลเมตร
พนักงานขับรถไฟ ซึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เปิดเผยว่าขณะเกิดเหตุรถไฟแล่นด ้วยความเร็ว 190 กม./ ชม. ขณะที่ช่วงโค้งดังกล่าวควรชะลอความเร ็วให้เหลือเพียง 80 กม./ ชม. และมีรายงานว่าพนักงานขับรถทั้งสองรา ยลงไปช่วยเหลือผู้โดยสารด้วย
นี่ถือเป็นโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้ นกับรถไฟความเร็วสูงครั้งแรกของ สเปน และเชื่อกันว่าเป็นอุบัติเหตุทา งรถไฟที่ร้ายแรงที่สุดในสเปนในร อบ 40 ปี ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมรถไฟเป ิดเผยว่า เส้นทางรถไฟดังกล่าวได้รับการบู รณะใหม่เพื่อให้เหมาะสมต่อการให ้บริการรถไฟความเร็วสูง แต่ไม่ได้ปรับปรุงระบบการให้สัญ ญาณ และไม่เชื่อว่ารถไฟตกรางเพราะวิ ่งเกินความเร็วเท่านั้น
ผู้เห็นเหตุการณ์รายหนึ่งกล่าวว ่า รถไฟแล่นมาด้วยความเร็วสูงขณะเข ้าโค้ง ก่อนที่จะตกรางและรถไฟบิดแล้วตู ้ขบวนก็พลิกเกยกัน หลายคนถูกอัดไปที่ด้านล่าง ขณะที่พยายามจะเข้าไปช่วยเหลือผ ู้บาดเจ็บภายในก็เกิดเพลิงไหม้
ทั้งนี้ ในวันพฤหัสฯนี้ถือเป็นวันหยุดสำ คัญทางศาสนาประจำท้องถิ่น ทำให้ผู้แสวงบุญและนักท่องเที่ย วต่างเดินทางมายังเมืองซานเตียโ ก เด กอมโปสเตลาจำนวนมาก เพื่อเข้าร่วมงานเทศกาลเพื่อแสด งความเคารพต่อนักบุญเซนต์เจมส์ อย่างไรก็ดี สำนักงานการท่องเที่ยวท้องถิ่นเ ปิดเผยว่า การเฉลิมฉลองในวันนี้จะถูกยกเลิ กทั้งหมด
http://www.dailymail.co.uk/ news/article-2377113/ Spain-train-crash-At-77-people- killed-130-injured-Santiago-Co mpostela-derailment.html
http://youtu.be/o32nxuHshv4
by..@dailymail.co.uk/matichon
วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
แม้วเหมาเครื่องบิน-ที่พักรับอวยพรวันเกิด
24 กรกฎาคม 2556 เวลา 18:32 น.
จับตา "ทักษิณ" เหมาเครื่องบิน–ที่พักรับคณะอวยพรวันเกิดฮ่องกง เจ้าตัวโพสต์IGใส่เสื้อทำพิเศษฉลองวันเกิด
วันนี้ (24 ก.ค.) นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันครบรอบวันคล้ายที่ 26 ก.ค.นี้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะอยู่ที่กรุงปักกิ่งของจีน ซึ่งยืนยันว่าปีนี้จะไม่มีการจัดงานฉลอง จะมีพบปะพูดคุยพรรคพวกเพื่อนฝูงบ้างเล็กน้อย รวมถึงคนในครอบครัว ญาติพี่น้อง และคนใกล้ชิดเดินทางไปร่วมอวยพรเช่นทุกปี จากนั้นวันที่ 27-28 ก.ค.นี้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางไปยังเกาะฮ่องกงเพื่อทำธุระ ซึ่งยอมรับว่า อาจมีสส.เดินทางไปรอพบบ้าง
วันเดียวกันพ.ต.ท.ทักษิณ และนายพานทองแท้ ชินวัตร ผู้เป็นบุตรชาย ได้โพสต์ภาพผ่านทางอินสตาแกรม โดยพ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่า “โอ๊คมาเยี่ยมที่ปักกิ่งและเอาเสื้อที่เพื่อนๆ ทำแจกในงานวันเกิดผมมาให้ใส่ครับ โอ๊คจะกลับวันนี้แล้ว ส่วน “เอม” และ “อิ๊ง” จะมาถึงบ่ายๆ วันนี้ครับ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เช่าเหมาลำเครื่องบินอำนวยความสะดวกแก่รัฐมนตรี และส.ส.รวมถึงเจ้าหน้าที่พรรคเพื่อไทย ที่ลงทะเบียนแจ้งประสงค์จะเดินทางไปอวยพร รวมถึงที่พัก ซึ่งจะออกเดินทางเช้าวันที่ 26 ก.ค.นี้ จากท่าอากาศยานดอนเมืองสู่เกาะฮ่องกง อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เรียกรัฐมนตรีที่เป็นประธานโซน นำ สส.เข้าพบเป็นรายกลุ่มจังหวัด เช่น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ประธานโซน 4 ภาคกลาง ประกอบด้วย จ.นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี รวมถึงกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา เช่น นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานกรรมาธิการพิจารณาศึกษาประเด็นที่มาของส.ว. เป็นต้น
สำนักข่าวอัล-จาซีราของกาตาร์เตรียมเปิดช่องข่าวและเปิดตัวผู้บริหารในสหรัฐ 20 สิงหาคมนี้
สำนักข่าวอัล-จาซีราของกาตาร์เตรียมเปิดช่องข่าวและเปิดตัวผู้บริหารในสหรัฐ 20 สิงหาคมนี้
สำนักข่าวอัล-จาซีรา แถลงว่า จะเปิดช่องข่าวในสหรัฐ วันที่ 20 สิงหาคมนี้ โดยเสนอชื่อกรรมการบริหารแผนกปฏิบัติการระหว่างประเทศ นายอีฮับ อัล ชีฮาบี ให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารชั่วคราวของอัล-จาซีราสหรัฐ และผู้มากประสบการณ์จากสำนักข่าวเอบีซี นิวส์ นางเคท โอไบรอัน ดำรงตำแหน่งประธาน
นายชิฮาบี จบการศึกษาระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ เคยเป็นที่ปรึกษาด้านการบริหารที่บริษัทอาร์เธอร์ แอนเดอร์สัน, แอนเดอร์สัน คอนซัลติ้ง และดีลอยต์รวม 12 ปี มีประสบการณ์ทำงานกับอัล-จาซีรา เป็นเวลาห้าปี โดยดูแลเครือข่ายทั่วโลก ทั้งยังมีส่วนก่อตั้งและเปิดตัวช่องอัล-จาซีราบอลข่านกับตุรกี
ด้านนางโอไบรอัน มีประสบการณ์ในแวดวงทีวีสหรัฐ 30 ปี รับผิดชอบแผนกรวบรวมข่าวสารของสำนักข่าวเอบีซี รวมถึงสาขาทั่วโลกตั้งแต่ปี 2550 เคยได้รับรางวัลเอมมี่, พีบอดี้ และอัลเฟรด วัน ดูปองท์
นางโอไบรอัน กล่าวว่าอัล-จาซีราสหรัฐจะแสดงให้เห็นว่ายังมีสื่อสารมวลชนที่มีคุณภาพในสหรัฐ เธอตั้งตาคอยที่จะแสดงให้ผู้ชมเห็นว่า มีความต้องการอย่างแรงกล้าต่อการรายงานข่าวเชิงลึกที่โด่งดังของอัล-จาซีรา
นอกจากนี้ อัล-จาซีรายังประกาศแผนเปิดสำนักงานในกว่าสิบเมือง รวมทั้งดีทรอยต์และชิคาโก เพื่อวางรากฐานในตลาดสหรัฐ
สำนักข่าวอัล-จาซีรา แถลงว่า จะเปิดช่องข่าวในสหรัฐ วันที่ 20 สิงหาคมนี้ โดยเสนอชื่อกรรมการบริหารแผนกปฏิบัติการระหว่างประเทศ นายอีฮับ อัล ชีฮาบี ให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารชั่วคราวของอัล-จาซีราสหรัฐ และผู้มากประสบการณ์จากสำนักข่าวเอบีซี นิวส์ นางเคท โอไบรอัน ดำรงตำแหน่งประธาน
นายชิฮาบี จบการศึกษาระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ เคยเป็นที่ปรึกษาด้านการบริหารที่บริษัทอาร์เธอร์ แอนเดอร์สัน, แอนเดอร์สัน คอนซัลติ้ง และดีลอยต์รวม 12 ปี มีประสบการณ์ทำงานกับอัล-จาซีรา เป็นเวลาห้าปี โดยดูแลเครือข่ายทั่วโลก ทั้งยังมีส่วนก่อตั้งและเปิดตัวช่องอัล-จาซีราบอลข่านกับตุรกี
ด้านนางโอไบรอัน มีประสบการณ์ในแวดวงทีวีสหรัฐ 30 ปี รับผิดชอบแผนกรวบรวมข่าวสารของสำนักข่าวเอบีซี รวมถึงสาขาทั่วโลกตั้งแต่ปี 2550 เคยได้รับรางวัลเอมมี่, พีบอดี้ และอัลเฟรด วัน ดูปองท์
นางโอไบรอัน กล่าวว่าอัล-จาซีราสหรัฐจะแสดงให้เห็นว่ายังมีสื่อสารมวลชนที่มีคุณภาพในสหรัฐ เธอตั้งตาคอยที่จะแสดงให้ผู้ชมเห็นว่า มีความต้องการอย่างแรงกล้าต่อการรายงานข่าวเชิงลึกที่โด่งดังของอัล-จาซีรา
นอกจากนี้ อัล-จาซีรายังประกาศแผนเปิดสำนักงานในกว่าสิบเมือง รวมทั้งดีทรอยต์และชิคาโก เพื่อวางรากฐานในตลาดสหรัฐ
โผตร.ไม่พลิก"วินัย"ขึ้นผช."บิ๊กแจ๊ส"เหนียว
วันพุธที่ 24 กรกฎาคม 2556
ไม่พลิก!'วินัย'ขึ้นผช.ผบ.ตร.'บิ๊กแจ๊ส'เหนียว
โผตำรวจไม่พลิก! 'วินัย'ขึ้นผช.ผบ.ตร.'บิ๊กแจ๊ส'ยังเหนียว 'อนุชัย'นั่ง ภ.4 โยก'กวี'ดู ภ.2 'ปัญญา'คุมภ.8
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยผลการประชุมแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถึง ผู้บัญชาการ วาระประจำปี 2556 ที่ผ่านคณะกรรมการคัดเลือก ก่อนเสนอให้คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. พิจารณาลงมติเห็นชอบ ซึ่งในปีนี้มีการแต่งตั้งตำแหน่งที่ปรึกษาสัญญาบัตร 10 ยศ พล.ต.อ. หมุนเวียนเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และจเรตำรวจแห่งชาติ รวม 3 นาย เลื่อนจากผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นที่ปรึกษาสัญญาบัตร 10 รวม 5 นาย เลื่อนตำแหน่งผู้บัญชาการ เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 11 ตำแหน่ง แต่งตั้งผู้บัญชาการ หมุนเวียนตำแหน่ง 9 ตำแหน่ง และแต่งตั้งรองผู้บัญชาการ ขึ้นเป็นผู้บัญชาการ 16 ตำแหน่ง
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า ยืนยันว่า ตำแหน่งของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ยังไม่มีการปรับเปลี่ยน ส่วนตำแหน่ง ผบช.ภ. 2 ภาค 3 ภาค 4 ภาค 6 ภาค 8 และศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งผู้บัญชาการทั้งหมด
รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้บัญชีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บัญชาการ ถึงรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ วาระประจำปี 2556 ที่ผ่านคณะกรรมการคัดเลือก หรือ บอร์ดกลั่นกรอง เป็นดังนี้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ที่ปรึกษา สัญญาบัตร 10 ขยับเป็นจเรตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง และพล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ที่ปรึกษาสัญญาบัตร 10 เป็น รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ขยับขึ้นตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ส่วน พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พล.ต.ท.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จะยังนั่นอยู่ในตำแหน่งเดิมต่อไป
ขณะที่นายตำรวจระดับรองผู้บัญชาการ เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นผู้บัญชาการ มีรายงานว่า พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล จะได้ขึ้นเป็น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ต.ปิยะ สอนตระกูล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 จะได้เป็น ผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด จะได้ขึ้นเป็นผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล จะได้เป็น ผู้บัญชาการสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
สำหรับรายชื่อที่ผ่านการพิจารณาโดย ก.ตร.ดังนี้ คือ พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง ที่ปรึกษา (สบ 10) (นรต.30) พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ที่ปรึกษา (สบ 10) (นรต.30) เป็นรอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ที่ปรึกษา (สบ 10) (นรต.35) ขยับเข้าสู่ตำแหน่งหลักเป็น จเรตำรวจแห่งชาติ ขณะที่ตำแหน่งว่าง 5 ตำแหน่ง ให้ พล.ต.ท.ไตรรัตน์ อมาตยกุล รองหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ(สบ 9) (รอง หน.นรป.) เป็น หน.นรป.(สบ 10) พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชฏฐ์ พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี พล.ต.ท.อุดม รักศิลธรรม พล.ต.ท.ชนินทร์ ปรีชาหาญ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ขึ้นเป็น ที่ปรึกษา (สบ 10)
ในตำแหน่งระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และเทียบเท่าที่ว่าง 11 ตำแหน่งนั้น บอร์ดกลั่นกรองมีมติให้ พล.ต.ท.สุพร พันธุ์เสือ ผบช.สกบ. พล.ต.ท.อารีย์ อ่อนชิต ผบช.รร.นรต. พล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม ผบช.สยศ.ตร. พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ จตร. (สบ 8) พล.ต.ท.ชัยยง กีรติขจร ผบช.สง.ก.ตร. พล.ต.ท.อุดม ชัยมงคลรัตน์ จตร.(สบ 8) พล.ต.ท.วันชัย ถนัดกิจ ผบช.ภ.6 พล.ต.ท.ม.ล.พันธ์ศักดิ์ เกษมสันต์ จตร.(สบ 8) และ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.ภ.2 เลื่อนขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล จตร.(สบ 8) (นรต.34) สายตรงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ขึ้นเป็น รอง จตช.(สบ 9) และ พล.ต.ต.เจษฎา อินทรสถิตย์ ผบช.สง.นรป.(สบ 8) ขึ้นเป็น รอง หน.นรป.(สบ 9) ทั้งนี้ การแต่งตั้งระดับนี้เป็นไปตามอาวุโส แต่เนื่องจาก พล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงศ์ นายแพทย์ใหญ่ รพ.ตร. และพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ ผบช.ก.ขออยู่ในตำแหน่งเดิม แม้จะมีอาวุโสสูงก็ตาม จึงมีการขยับ พล.ต.ท.วินัย และพล.ต.ท.พันธ์ศักดิ์ เลื่อนขึ้นแทนตามความเหมาะสม ซึ่งประเด็นนี้เองประธานบอร์ดกลั่นกรองตั้งข้อสังเกตุถึงการไม่เลื่อนตำแหน่งขึ้นของ พล.ต.ท.นพ.จงเจตน์ ทั้งที่มีอาวุโสอันดับ 1 และอยู่ในตำแหน่งนายแพทย์ใหญ่มา 4 ปีแล้ว ซึ่งใช้เวลาอภิปรายกันนานจึงจะให้ผ่านในที่สุด
สำหรับระดับ ผบช.มีเก้าอี้ว่างจากการเกษียณอายุราชการและเลื่อนตำแหน่งขึ้น 19 ตำแหน่ง และโยกย้ายสับเปลี่ยนดังนี้ พล.ต.ท.สมบูรณ์ ฮวบบางยาง รองผบช.ภ.7 เป็น จตร.(สบ 8) พล.ต.ท.ชินทัต มีศุข รอง ผบช.ภ.9 เป็น จตร.(สบ 8) โยก พล.ต.ท.วัฒนา สักวัตร ผบช.กมค.เป็น หัวหน้าจตร.(สบ 8) พล.ต.ท.จุตติ ธรรมโนวานิช ผบช.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร.ทำหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสืบสวน เป็น ผบช.กมค. พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.น.ขึ้นเป็น ผบช.ประจำ ทำหน้าที่เชี่ยวชาญด้านสืบสวน พล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ รอง ผบช.สพฐ.ตร. ขึ้นเป็น ผบช.สำนักยุทธศาสตร์ตำรวจ พล.ต.ท.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ นรป(สบ 8) ขยับเข้าไลน์หลักเป็น ผบช.สง.นรป. โดยมี พล.ต.ต.ดุสิต สังขะเมฆะ นรป.(สบ 7) ขึ้นเป็น นรป.(สบ 8) พล.ต.ต.พนมศักดิ์ ทั่งทอง รอง ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. ทำหน้าที่ที่ปรึกษาด้านการข่าว ขึ้นเป็น จตร.(สบ 8) พล.ต.ต.ปิยะ สอนตระกูล รอง ผบช.ภ.1อาวุโสอันดับ 6 ได้รับความไว้วางใจให้เป็น ผบช.สกบ.
พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผบช.ภ.4 โยกไปเป็น ผบช.ภ.2 โดย พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น.(นรต.28) มือทำคดีเสื้อแดง ขึ้นเป็น ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.วิชาญ ทองประชาญ รอง ผบช.สง.กตร.ขึ้นเป็น ผบช.สง.กตร. พล.ต.ท.วรศักดิ์ นพสิทธิพร จตร.(สบ 8) เป็น ผบช.ภ.6 โดย พล.ต.ต.อนุรุต กฤษณะการะเกตุ รองผบช.ศชต. ขึ้นเป็น จตร.(สบ 8)แทน พล.ต.ต.ศักดา ชื่นภักดี รอง ผบช.สตม.ขึ้นเป็น จตร.(สบ 8) พล.ต.ต.ทวีชัย วิริยะโกศล รอง ผบช.สกบ.เป็น จตร.(สบ 8)
พล.ต.ต.อรรถชัย เกิดมงคล รอง ผบช.ตชด.ขึ้นเป็น ผบช.ตชด. พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รอง ผบช.ปส.ขึ้นเป็น ผบช.ปส. พล.ต.ท.ธีระศักดิ์ กลิ่นพงษา ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.ทำหน้าที่บริหารงานด้านป้องกัน เป็น ผบช.ภ.3 โดยมี พล.ต.ต.เดชา ชวยบุญชุม รอง ผบช.ศชต.ขึ้นเป็น ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.แทน
พล.ต.ท.ยงยุทธ เจริญวานิช ผบช.ภ.8 เป็น ผบช.ศชต. พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.สพฐ.ตร. เป็น ผบช.ภ.8. พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว จตร.(สบ 8) เป็น ผบช.สพฐ.ตร. พล.ต.ต.กฤษฎิ์ศักดิ์ วิชชารยะ รอง ผบช.ส.ขึ้นเป็น จตร.(สบ 8)
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า ยืนยันว่า ตำแหน่งของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ยังไม่มีการปรับเปลี่ยน ส่วนตำแหน่ง ผบช.ภ. 2 ภาค 3 ภาค 4 ภาค 6 ภาค 8 และศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งผู้บัญชาการทั้งหมด
รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้บัญชีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บัญชาการ ถึงรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ วาระประจำปี 2556 ที่ผ่านคณะกรรมการคัดเลือก หรือ บอร์ดกลั่นกรอง เป็นดังนี้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ที่ปรึกษา สัญญาบัตร 10 ขยับเป็นจเรตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง และพล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ที่ปรึกษาสัญญาบัตร 10 เป็น รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ขยับขึ้นตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ส่วน พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พล.ต.ท.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จะยังนั่นอยู่ในตำแหน่งเดิมต่อไป
ขณะที่นายตำรวจระดับรองผู้บัญชาการ เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นผู้บัญชาการ มีรายงานว่า พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล จะได้ขึ้นเป็น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ต.ปิยะ สอนตระกูล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 จะได้เป็น ผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด จะได้ขึ้นเป็นผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล จะได้เป็น ผู้บัญชาการสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
สำหรับรายชื่อที่ผ่านการพิจารณาโดย ก.ตร.ดังนี้ คือ พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง ที่ปรึกษา (สบ 10) (นรต.30) พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ที่ปรึกษา (สบ 10) (นรต.30) เป็นรอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ที่ปรึกษา (สบ 10) (นรต.35) ขยับเข้าสู่ตำแหน่งหลักเป็น จเรตำรวจแห่งชาติ ขณะที่ตำแหน่งว่าง 5 ตำแหน่ง ให้ พล.ต.ท.ไตรรัตน์ อมาตยกุล รองหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ(สบ 9) (รอง หน.นรป.) เป็น หน.นรป.(สบ 10) พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชฏฐ์ พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี พล.ต.ท.อุดม รักศิลธรรม พล.ต.ท.ชนินทร์ ปรีชาหาญ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ขึ้นเป็น ที่ปรึกษา (สบ 10)
ในตำแหน่งระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และเทียบเท่าที่ว่าง 11 ตำแหน่งนั้น บอร์ดกลั่นกรองมีมติให้ พล.ต.ท.สุพร พันธุ์เสือ ผบช.สกบ. พล.ต.ท.อารีย์ อ่อนชิต ผบช.รร.นรต. พล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม ผบช.สยศ.ตร. พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ จตร. (สบ 8) พล.ต.ท.ชัยยง กีรติขจร ผบช.สง.ก.ตร. พล.ต.ท.อุดม ชัยมงคลรัตน์ จตร.(สบ 8) พล.ต.ท.วันชัย ถนัดกิจ ผบช.ภ.6 พล.ต.ท.ม.ล.พันธ์ศักดิ์ เกษมสันต์ จตร.(สบ 8) และ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.ภ.2 เลื่อนขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล จตร.(สบ 8) (นรต.34) สายตรงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ขึ้นเป็น รอง จตช.(สบ 9) และ พล.ต.ต.เจษฎา อินทรสถิตย์ ผบช.สง.นรป.(สบ 8) ขึ้นเป็น รอง หน.นรป.(สบ 9) ทั้งนี้ การแต่งตั้งระดับนี้เป็นไปตามอาวุโส แต่เนื่องจาก พล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงศ์ นายแพทย์ใหญ่ รพ.ตร. และพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ ผบช.ก.ขออยู่ในตำแหน่งเดิม แม้จะมีอาวุโสสูงก็ตาม จึงมีการขยับ พล.ต.ท.วินัย และพล.ต.ท.พันธ์ศักดิ์ เลื่อนขึ้นแทนตามความเหมาะสม ซึ่งประเด็นนี้เองประธานบอร์ดกลั่นกรองตั้งข้อสังเกตุถึงการไม่เลื่อนตำแหน่งขึ้นของ พล.ต.ท.นพ.จงเจตน์ ทั้งที่มีอาวุโสอันดับ 1 และอยู่ในตำแหน่งนายแพทย์ใหญ่มา 4 ปีแล้ว ซึ่งใช้เวลาอภิปรายกันนานจึงจะให้ผ่านในที่สุด
สำหรับระดับ ผบช.มีเก้าอี้ว่างจากการเกษียณอายุราชการและเลื่อนตำแหน่งขึ้น 19 ตำแหน่ง และโยกย้ายสับเปลี่ยนดังนี้ พล.ต.ท.สมบูรณ์ ฮวบบางยาง รองผบช.ภ.7 เป็น จตร.(สบ 8) พล.ต.ท.ชินทัต มีศุข รอง ผบช.ภ.9 เป็น จตร.(สบ 8) โยก พล.ต.ท.วัฒนา สักวัตร ผบช.กมค.เป็น หัวหน้าจตร.(สบ 8) พล.ต.ท.จุตติ ธรรมโนวานิช ผบช.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร.ทำหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสืบสวน เป็น ผบช.กมค. พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.น.ขึ้นเป็น ผบช.ประจำ ทำหน้าที่เชี่ยวชาญด้านสืบสวน พล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ รอง ผบช.สพฐ.ตร. ขึ้นเป็น ผบช.สำนักยุทธศาสตร์ตำรวจ พล.ต.ท.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ นรป(สบ 8) ขยับเข้าไลน์หลักเป็น ผบช.สง.นรป. โดยมี พล.ต.ต.ดุสิต สังขะเมฆะ นรป.(สบ 7) ขึ้นเป็น นรป.(สบ 8) พล.ต.ต.พนมศักดิ์ ทั่งทอง รอง ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. ทำหน้าที่ที่ปรึกษาด้านการข่าว ขึ้นเป็น จตร.(สบ 8) พล.ต.ต.ปิยะ สอนตระกูล รอง ผบช.ภ.1อาวุโสอันดับ 6 ได้รับความไว้วางใจให้เป็น ผบช.สกบ.
พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผบช.ภ.4 โยกไปเป็น ผบช.ภ.2 โดย พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น.(นรต.28) มือทำคดีเสื้อแดง ขึ้นเป็น ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.วิชาญ ทองประชาญ รอง ผบช.สง.กตร.ขึ้นเป็น ผบช.สง.กตร. พล.ต.ท.วรศักดิ์ นพสิทธิพร จตร.(สบ 8) เป็น ผบช.ภ.6 โดย พล.ต.ต.อนุรุต กฤษณะการะเกตุ รองผบช.ศชต. ขึ้นเป็น จตร.(สบ 8)แทน พล.ต.ต.ศักดา ชื่นภักดี รอง ผบช.สตม.ขึ้นเป็น จตร.(สบ 8) พล.ต.ต.ทวีชัย วิริยะโกศล รอง ผบช.สกบ.เป็น จตร.(สบ 8)
พล.ต.ต.อรรถชัย เกิดมงคล รอง ผบช.ตชด.ขึ้นเป็น ผบช.ตชด. พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รอง ผบช.ปส.ขึ้นเป็น ผบช.ปส. พล.ต.ท.ธีระศักดิ์ กลิ่นพงษา ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.ทำหน้าที่บริหารงานด้านป้องกัน เป็น ผบช.ภ.3 โดยมี พล.ต.ต.เดชา ชวยบุญชุม รอง ผบช.ศชต.ขึ้นเป็น ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.แทน
พล.ต.ท.ยงยุทธ เจริญวานิช ผบช.ภ.8 เป็น ผบช.ศชต. พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.สพฐ.ตร. เป็น ผบช.ภ.8. พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว จตร.(สบ 8) เป็น ผบช.สพฐ.ตร. พล.ต.ต.กฤษฎิ์ศักดิ์ วิชชารยะ รอง ผบช.ส.ขึ้นเป็น จตร.(สบ 8)
จับตาดูกระบวนการทำลายพุทธศาสนา
โดย สิริิอัญญา (นสพ.แนวหน้า 24ก.ค.56)
พักนี้มีเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดภาพพจน์เชิงลบแก่พุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง และแต่ละเรื่องก็เป็นเรื่องเสียหายร้ายแรงทั้งสิ้น เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ในเวลาแค่วันเดียว และเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ด้วยการกระทำของคนคนเดียวหรือคนเพียงไม่กี่คน
และถ้ามองให้กว้างออกไป เหตุการณ์ที่ทำให้เกิดภาพพจน์เชิงลบและเกิดผลกระทบต่อพุทธศาสนานั้นมิได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย แต่เกิดขึ้นในต่างประเทศด้วย
เฉพาะในอินเดียซึ่งเป็นแดนเกิดแห่งพุทธศาสนานั้นก็มีการวางระเบิดถึง 9 จุด ในเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้เกิดการบาดเจ็บและเสียหาย ส่งผลสะเทือนทางจิตใจแก่พุทธศาสนิกชนทั่วโลก
เพราะรายงานข่าวที่เกิดขึ้นระบุว่าเป็นการก่อเหตุของผู้นับถือศาสนาอื่น ซึ่งถ้าฟังข่าวแต่เพียงผิวเผินก็ย่อมรู้สึกไปในทางเดียวกัน คือความรู้สึกที่เป็นทางลบต่อศาสนิกแห่งศาสนานั้น
หรือเหตุการณ์ในพม่าที่มีการรบราฆ่าฟันและทำร้ายทำลายกันระหว่างพุทธศาสนิกชนกับศาสนิกของศาสนาอื่น จนเกิดเรื่องราวเป็นข่าวคราวใหญ่โตไปทั่วโลก กระทั่งกระทบต่อปัญหาความมั่นคงของประเทศพม่าด้วย
ดังนั้นการเกิดเหตุที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อพุทธศาสนาในยามที่ปีมหามงคลพุทธชยันตี ล่วงมา 2,601 ปี จึงกล่าวได้ว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ในหลายรูปแบบ และในเวลาใกล้เคียงกัน จนทำให้อดคิดไม่ได้ว่า มีอะไรเป็นเบื้องลึกเบื้องหลังที่มุ่งหวังทำลายหรือมุ่งร้ายต่อพุทธศาสนา
พุทธศาสนิกชนทั้งหลายถึงแม้ว่าจะเป็นผู้ไม่ตั้งอยู่ในความยึดมั่นถือมั่นในศาสนาหนักหน่วงรุนแรงเหมือนกับบางศาสนา แต่ก็จำต้องจับตาจ้องมองกันไว้บ้างว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นจะได้ไม่ตั้งอยู่ในความประมาท อย่างน้อยก็จะได้รู้เท่าทันถึงกระบวนการและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ก่อนอื่นก็ต้องกล่าวว่าในประเทศไทยของเรานั้นองค์กรบริหารจัดการคณะสงฆ์ที่มีอำนาจสูงสุดคือ มหาเถรสมาคม แต่น่าอนาถใจที่นับวันพุทธศาสนิกชนจะไม่ได้เห็นบทบาทของมหาเถรสมาคมในเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น
ในเหตุการณ์มากหลายไม่มีท่าทีหรือการแสดงออกใดๆ จากมหาเถรสมาคม มีแต่ความเงียบ ราวกับว่าไม่มีองค์กรนี้อยู่ในประเทศไทย แต่กระนั้นก็อาจจะดีกว่าบางหน่วยงานหรือบางคนที่ชอบพูดนักหนาว่าข้าไม่เกี่ยว เรื่องอะไรก็ไม่เกี่ยวกับข้าเพราะสิ่งที่ข้าสนใจคือเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายตัวข้าเท่านั้น
เพราะมหาเถรสมาคมมิได้แสดงบทบาทให้ปรากฏเช่นนี้ จึงทำให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเองก็ไม่สามารถแสดงบทบาทอะไรได้ จึงกลายเป็นประเทศไทยซึ่งพระพุทธศาสนาตั้งมั่นสถิตสถาพรมาเป็นเวลาช้านาน กำลังกลายเป็นประเทศที่ไม่มีหน่วยงานใดรับผิดชอบดูแล คุ้มครองป้องกัน ทำนุบำรุงพุทธศาสนา และพุทธศาสนาก็กลายเป็นศาลากลางบ้านที่ใครจะใช้สอยหาประโยชน์หรือจะถ่มถุยทำลายประการใดก็สุดแต่ใจชอบ
เมื่อครั้งที่หลวงตาพระมหาบัวยังมีชีวิตอยู่ก็เคยมีข่าวการปองร้ายที่มุ่งทำลายเกียรติภูมิของพระอริยสงฆ์ แต่ในที่สุดมารก็ไม่สามารถเข้าทำร้ายทำลายถึงองค์หลวงตาได้เป็นที่อัศจรรย์ แต่เสียดายนักที่ปาฏิหาริย์นั้นมิได้รับการกล่าวขวัญเล่าขานให้เป็นที่ตั้งแห่งศรัทธาของมหาชน
เมื่อครั้งที่ยังเป็นพระมิตซูโอะคนทั้งปวงก็เลื่อมใสนับถือ และจู่ๆ ก็ลาสิกขาออกไปแล้วมีการแถลงถึงความพอใจในฆราวาสวิสัยนั้น และน่าเสียดายยิ่งนักที่เบื้องลึกเบื้องลับอันเป็นเหตุให้มีการลาสิกขาว่าเกิดจากอะไร มีองค์กรหรือสำนักไหนอยู่เบื้องหลัง คนทั้งปวงจึงได้ฟังแต่เรื่องความยินดีในฆราวาสวิสัยของนายมิตซูโอะ จึงทำให้เบื้องลึกแห่งการทำลายพระมิตซูโอะที่ให้ส่งผลกระทบต่อศรัทธาของพุทธศาสนิกชนเลือนหายไป
มาถึงไอ้คำเล่า อายุอานามก็ไม่มากนัก แต่สามารถสร้างภาพฉ้อฉลหลอกลวงฉ้อโกงมหาชนได้นับพันล้านบาท มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันเดียวดอกหรือ? หรือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีอะไรเป็นเบื้องลึก เบื้องลับ เบื้องหลังหรือ? และเวลานี้เรื่องของไอ้คำก็กลายเป็นเรื่องการเมือง และเป็นการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อพุทธศาสนาเช่นเดียวกัน
ความจริงการกระทำอันเป็นปาราชิกมีอยู่จำนวนมาก ทำไมจึงดำรงอยู่ได้? ทำไมองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่ถูกทำให้อ่อนล้า ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ ปล่อยให้เหล่ามิจฉาชีพและบางขบวนการบ่อนทำลายพุทธศาสนาตามอำเภอใจ
นั่นย่อมกล่าวหาได้ไม่ใช่หรือว่าเพราะเป็นเรื่องของการเมือง และไม่เพียงแต่เป็นเรื่องการเมืองภายในประเทศ ที่นักการเมืองต้องการใช้ศาสนาในการจูงใจสร้างความนิยมหาพวกลิ่วล้อบริวารเพื่อประโยชน์ในทางการเมือง หากอาจจะเกี่ยวข้องกับขบวนการทำลายพุทธศาสนาที่เชื่อมโยงกับต่างประเทศด้วย
เป็นไปได้อย่างไร? ที่ประเทศไทยซึ่งพุทธศาสนาสถิตมาอย่างมั่นคงหลายศตวรรษ กลับมาตกอยู่ในสภาพที่เหมือนศาลากลางบ้านดังที่ว่ามาข้างต้น เป็นไปได้อย่างไรที่บางสำนักประพฤติตนเป็นอลัชชีเดียรถีย์ และทำลายพุทธศาสนาทั้งเนื้อตัวและรูปแบบอย่างโจ่งแจ้งกลางเมือง แต่อำนาจรัฐก็ดี ผู้มีอำนาจหน้าที่ก็ดี พากันนิ่งเฉยหรือสมคบ สมรู้ สมยอมให้กระทำตามอำเภอใจได้
ชาวพุทธทั้งหลายจึงต้องตื่นตัว ตื่นตาขึ้นมาจับตาสังเกตดูว่าเหตุการณ์ร้ายๆ แรงๆ ที่ส่งผลกระทบต่อพุทธศาสนามาอย่างต่อเนื่องนั้นเป็นเหตุบังเอิญ หรือมีอะไรอยู่เบื้องหลังที่มุ่งหวังทำร้ายทำลายพุทธศาสนา? ช่วยกันจับตาดู ช่วยกันคิดพิจารณาและร้องโหวกเหวกโวยวายตามประสาเถิด!
พักนี้มีเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดภาพพจน์เชิงลบแก่พุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง และแต่ละเรื่องก็เป็นเรื่องเสียหายร้ายแรงทั้งสิ้น เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ในเวลาแค่วันเดียว และเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ด้วยการกระทำของคนคนเดียวหรือคนเพียงไม่กี่คน
และถ้ามองให้กว้างออกไป เหตุการณ์ที่ทำให้เกิดภาพพจน์เชิงลบและเกิดผลกระทบต่อพุทธศาสนานั้นมิได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย แต่เกิดขึ้นในต่างประเทศด้วย
เฉพาะในอินเดียซึ่งเป็นแดนเกิดแห่งพุทธศาสนานั้นก็มีการวางระเบิดถึง 9 จุด ในเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้เกิดการบาดเจ็บและเสียหาย ส่งผลสะเทือนทางจิตใจแก่พุทธศาสนิกชนทั่วโลก
เพราะรายงานข่าวที่เกิดขึ้นระบุว่าเป็นการก่อเหตุของผู้นับถือศาสนาอื่น ซึ่งถ้าฟังข่าวแต่เพียงผิวเผินก็ย่อมรู้สึกไปในทางเดียวกัน คือความรู้สึกที่เป็นทางลบต่อศาสนิกแห่งศาสนานั้น
หรือเหตุการณ์ในพม่าที่มีการรบราฆ่าฟันและทำร้ายทำลายกันระหว่างพุทธศาสนิกชนกับศาสนิกของศาสนาอื่น จนเกิดเรื่องราวเป็นข่าวคราวใหญ่โตไปทั่วโลก กระทั่งกระทบต่อปัญหาความมั่นคงของประเทศพม่าด้วย
ดังนั้นการเกิดเหตุที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อพุทธศาสนาในยามที่ปีมหามงคลพุทธชยันตี ล่วงมา 2,601 ปี จึงกล่าวได้ว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ในหลายรูปแบบ และในเวลาใกล้เคียงกัน จนทำให้อดคิดไม่ได้ว่า มีอะไรเป็นเบื้องลึกเบื้องหลังที่มุ่งหวังทำลายหรือมุ่งร้ายต่อพุทธศาสนา
พุทธศาสนิกชนทั้งหลายถึงแม้ว่าจะเป็นผู้ไม่ตั้งอยู่ในความยึดมั่นถือมั่นในศาสนาหนักหน่วงรุนแรงเหมือนกับบางศาสนา แต่ก็จำต้องจับตาจ้องมองกันไว้บ้างว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นจะได้ไม่ตั้งอยู่ในความประมาท อย่างน้อยก็จะได้รู้เท่าทันถึงกระบวนการและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ก่อนอื่นก็ต้องกล่าวว่าในประเทศไทยของเรานั้นองค์กรบริหารจัดการคณะสงฆ์ที่มีอำนาจสูงสุดคือ มหาเถรสมาคม แต่น่าอนาถใจที่นับวันพุทธศาสนิกชนจะไม่ได้เห็นบทบาทของมหาเถรสมาคมในเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น
ในเหตุการณ์มากหลายไม่มีท่าทีหรือการแสดงออกใดๆ จากมหาเถรสมาคม มีแต่ความเงียบ ราวกับว่าไม่มีองค์กรนี้อยู่ในประเทศไทย แต่กระนั้นก็อาจจะดีกว่าบางหน่วยงานหรือบางคนที่ชอบพูดนักหนาว่าข้าไม่เกี่ยว เรื่องอะไรก็ไม่เกี่ยวกับข้าเพราะสิ่งที่ข้าสนใจคือเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายตัวข้าเท่านั้น
เพราะมหาเถรสมาคมมิได้แสดงบทบาทให้ปรากฏเช่นนี้ จึงทำให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเองก็ไม่สามารถแสดงบทบาทอะไรได้ จึงกลายเป็นประเทศไทยซึ่งพระพุทธศาสนาตั้งมั่นสถิตสถาพรมาเป็นเวลาช้านาน กำลังกลายเป็นประเทศที่ไม่มีหน่วยงานใดรับผิดชอบดูแล คุ้มครองป้องกัน ทำนุบำรุงพุทธศาสนา และพุทธศาสนาก็กลายเป็นศาลากลางบ้านที่ใครจะใช้สอยหาประโยชน์หรือจะถ่มถุยทำลายประการใดก็สุดแต่ใจชอบ
เมื่อครั้งที่หลวงตาพระมหาบัวยังมีชีวิตอยู่ก็เคยมีข่าวการปองร้ายที่มุ่งทำลายเกียรติภูมิของพระอริยสงฆ์ แต่ในที่สุดมารก็ไม่สามารถเข้าทำร้ายทำลายถึงองค์หลวงตาได้เป็นที่อัศจรรย์ แต่เสียดายนักที่ปาฏิหาริย์นั้นมิได้รับการกล่าวขวัญเล่าขานให้เป็นที่ตั้งแห่งศรัทธาของมหาชน
เมื่อครั้งที่ยังเป็นพระมิตซูโอะคนทั้งปวงก็เลื่อมใสนับถือ และจู่ๆ ก็ลาสิกขาออกไปแล้วมีการแถลงถึงความพอใจในฆราวาสวิสัยนั้น และน่าเสียดายยิ่งนักที่เบื้องลึกเบื้องลับอันเป็นเหตุให้มีการลาสิกขาว่าเกิดจากอะไร มีองค์กรหรือสำนักไหนอยู่เบื้องหลัง คนทั้งปวงจึงได้ฟังแต่เรื่องความยินดีในฆราวาสวิสัยของนายมิตซูโอะ จึงทำให้เบื้องลึกแห่งการทำลายพระมิตซูโอะที่ให้ส่งผลกระทบต่อศรัทธาของพุทธศาสนิกชนเลือนหายไป
มาถึงไอ้คำเล่า อายุอานามก็ไม่มากนัก แต่สามารถสร้างภาพฉ้อฉลหลอกลวงฉ้อโกงมหาชนได้นับพันล้านบาท มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันเดียวดอกหรือ? หรือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีอะไรเป็นเบื้องลึก เบื้องลับ เบื้องหลังหรือ? และเวลานี้เรื่องของไอ้คำก็กลายเป็นเรื่องการเมือง และเป็นการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อพุทธศาสนาเช่นเดียวกัน
ความจริงการกระทำอันเป็นปาราชิกมีอยู่จำนวนมาก ทำไมจึงดำรงอยู่ได้? ทำไมองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่ถูกทำให้อ่อนล้า ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ ปล่อยให้เหล่ามิจฉาชีพและบางขบวนการบ่อนทำลายพุทธศาสนาตามอำเภอใจ
นั่นย่อมกล่าวหาได้ไม่ใช่หรือว่าเพราะเป็นเรื่องของการเมือง และไม่เพียงแต่เป็นเรื่องการเมืองภายในประเทศ ที่นักการเมืองต้องการใช้ศาสนาในการจูงใจสร้างความนิยมหาพวกลิ่วล้อบริวารเพื่อประโยชน์ในทางการเมือง หากอาจจะเกี่ยวข้องกับขบวนการทำลายพุทธศาสนาที่เชื่อมโยงกับต่างประเทศด้วย
เป็นไปได้อย่างไร? ที่ประเทศไทยซึ่งพุทธศาสนาสถิตมาอย่างมั่นคงหลายศตวรรษ กลับมาตกอยู่ในสภาพที่เหมือนศาลากลางบ้านดังที่ว่ามาข้างต้น เป็นไปได้อย่างไรที่บางสำนักประพฤติตนเป็นอลัชชีเดียรถีย์ และทำลายพุทธศาสนาทั้งเนื้อตัวและรูปแบบอย่างโจ่งแจ้งกลางเมือง แต่อำนาจรัฐก็ดี ผู้มีอำนาจหน้าที่ก็ดี พากันนิ่งเฉยหรือสมคบ สมรู้ สมยอมให้กระทำตามอำเภอใจได้
ชาวพุทธทั้งหลายจึงต้องตื่นตัว ตื่นตาขึ้นมาจับตาสังเกตดูว่าเหตุการณ์ร้ายๆ แรงๆ ที่ส่งผลกระทบต่อพุทธศาสนามาอย่างต่อเนื่องนั้นเป็นเหตุบังเอิญ หรือมีอะไรอยู่เบื้องหลังที่มุ่งหวังทำร้ายทำลายพุทธศาสนา? ช่วยกันจับตาดู ช่วยกันคิดพิจารณาและร้องโหวกเหวกโวยวายตามประสาเถิด!
ข้อสอบมหาวิทยาลัยดังให้น.ศ.แปล ภาษาวิับัติ
สุดงง!! ข้อสอบสิ้นคิดจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง ? -ชี้เหมาะสมหรือไม่ ???
แชร์ลั่นเน็ต!! หลังมีภาพหลุดข้อสอบชุดหนึ่ง เป็นข้อสอบประหลาดให้แก้ภาษาวิบัติเป็นภาษาถูกต้อง -ชี้เหมาะสมหรือไม่ ??
วันนี้ ( 24 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฮือฮาบนโลกออนไลน์ หลังมีภาพหลุดข้อสอบสุดพิสดาร ซึ่งเป็นข้อสอบของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยข้อสอบต้องการให้แก้คำผิดซึ่งเป็นภาษาวิบัติเป็นภาษาที่ถูกต้อง เช่น "เดฆ่า บัยเดเหยอคระ คิดถุงเว่อๆ เลยน๊ะ" และเป็นที่น่าสังเกตคำตอบบ้างข้อยังตอบผิด ชี้วุฒิภาวะของผู้ใช้ภาษาในกลุ่มวัยรุ่นสมัยนี้ ??
โดยเรื่องนี้มีผู้เข้ามาชมพร้อมแสดงความคิดเห็นอีกมาเช่น ผู้ใช้นามว่า "จุ๋ม พักตร์เพียงเพ็ญ" ได้แสดงความเห็นว่า "วัดไอคิวคนออกข้อสอบ" , ผู้ใช้นามว่า "Khunya Jaidee" แสดงความเห็นว่า "ภาษาวิบัติ คนสมัยนี้เขียนหนังสือผิดกันมาก อ่านเจอทีไรกลุ้มใจทุกที"
วันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
แท็กซี่โวยวายหน้าที่ทำการประชาธิปัตย์
06 ก.ค. 2555 เวลา 17:34:00 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพงศ์วิชาญ ธนาถิรพงศ์ ขับรถแท๊กซี่สีชมพูหมายเลขทะเบียน ทย.9522กทม.มาจอดขวางทางเข้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกับเร่งเครื่องบีบแตรดังสนั่น สร้างความรำคาญให้กับประชาชนที่ผ่านไปมา พร้อมกับโชว์ป้ายข้อความ ถูกนายสันติ พร้อมพัฒน์รัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กลั่นแกล้ง และเรียกร้องให้จ่ายเงินเยียวยาให้กับตน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.บางซื่อมาเจรจาให้นำรถไปจอดที่ไม่กีดขวางจราจร
ทั้งนี้ เกือบจะมีเหตุจากประชาชนที่ไม่พอใจในการกระทำในครั้งนี้ ตำรวจจึงต้องห้ามปรามและขอให้สงบสติอารมณ์ ที่หน้าพรรคประชาธิปัตย์
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)





