PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

จาตุรนต์ ฉายแสง:บ้านเมืองเราหาหลักหาเกณฑ์อะไรไม่ได้แล้ว

(5ก.พ.57 )นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมต.ศึกษาจากพรคเพื่อไทย โพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัว Chaturon Chaisang กล่าวถึงกรณี ศาลไม่รับคำร้องของ"นายสิงห์ทอง บัวชุม"ไว้วินิจฉัย กรณี น้องให้ พิจารณาวินิจฉัย มาตรา 68 ที่ว่า นายสุเทพ และ กลุ่ม กปปส. คปท. กระทำการเพื่อล้มล้างการปกครอางระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทางเป็นประมุข เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจการปกครอง ซึ่งไม่ได้เป็นไปตามวิถีทางตามรัฐธรรมนูญโดยการปิดล้อมสถานที่ราชการ ปิดถนน ขัดขวางการเลือกตั้ง แม้ในขณะที่มีสถานการณ์ฉุกเฉิน ว่า 

////
ขอลอกข่าวมาให้อ่านกัน จะได้วิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญต่อครับ

"วันที่ 5 ก.พ. ที่ประชุมศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งไม่รับคำร้องของ นายสิงห์ทอง บัวชุม ไว้วินิจฉัย ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กลุ่มกปปส. และกลุ่ม คปท. กระทำการเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยการชุมนุมปิดล้อมสถานที่ราชการ และปิดถนน ขัดขวางการเลือกตั้ง แม้ในขณะที่มีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า การชุมนุมของประชาชนตามคำร้อง เป็นการใช้สิทธิ และเสรีภาพ โดยมีเหตุผลมาจากการต่อต้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และมาจากความไว้วางใจ ในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ส่วนการกระทำจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา หรือกฎหมายอื่นๆ เป็นเรื่องที่ผู้รับผิดชอบในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ต้องไปดำเนินการตามกฎหมาย จึงยังไม่มีมูลตามมาตรา 68"

อ่านข่าวนี้แล้วก็คงบอกได้แต่ว่าบ้านเมืองเราหาหลักหาเกณฑ์อะไรไม่ได้แล้ว
ศาลรัฐธรรมนูญได้แก้รัฐธรรมนูญมาตรา 68 ครั้งแล้วครั้งเล่าจนทำให้รธน.มาตรานี้มีความหมายตรงกันข้ามกับสิ่งที่ควรจะเป็นไปแล้ว

รธน.ม. 68 มีไว้ใช้อย่างกรณีสุเทพกับพวกนี่แหละ แต่ศาลฯกลับเห็นว่าไม่เป็นปัญหาเลย แม้แต่รับคำร้องเพื่อไต่สวนให้ผู้ร้องได้ชี้แจงอะไรบ้างก็ไม่ยอม

แ่ตศาลกลับใช้มาตรานี้กับการแก้รัฐธรรมนูญของรัฐสภาทั้งๆที่เขาทำตามมาตรา 291 และยังอาจจะใช้กับการเลือกตั้งซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ โดยอาจจะบอกว่าเรื่องเหล่านี้ขัดต่อมาตรา 68

ศาลรัฐธรรมนูญได้จงใจใช้รัฐธรรมนูญอย่างผิดๆ ขัดต่อรัฐธรรมนูญเสียเอง เลือกปฏิบัติเพื่อให้คุณฝ่ายหนึ่ง ให้โทษอีกฝ่าย ในทางตรงข้ามกับสิ่งที่ควรจะเป็น

ทั้งหมดนี้ขัดต่อหลักประชาธิปไตยและหลักนิติธรรมซึ่งมีแต่จะส่งเสริมยั่วยุให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงในสังคมมากยิ่งขึ้น ขัดต่อหน้าที่พื้นฐานของศาลฯเองที่จะต้องผดุงไว้ซึ่งความยุติธรรม

ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือศาลรัฐธรรมนูญยังจะทำผิดและสร้างความเสียหายต่อไปอีกมากครับ

ศาลรธน.สั่งไต่สวนพยาน ปมเงินกู้ 2 ล้านล้านบาทต่อ 12 ก.พ.นี้

ศาลรัฐธรรมนูญ ยังได้มีคำสั่งให้มีการไต่สวนคดีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งความเห็นของส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 154 วรรคหนึ่ง(1) ว่าร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ.... ในกรอบวงเงิน 2 ล้านล้านบาท ขัดหรือแย้งหรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น

โดยศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งให้พยานผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งประกอบด้วย 1.ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน หรือผู้แทน 2.นายพิสิษฐ์ ลี้อาธรรม อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 50 3.น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง 4.นายทนง พิทยะ อดีตรมว.คลัง และ 5.นายธีระชัย ภูวนารถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง มาให้ข้อถ้อยคำในวันพุธที่ 12 ก.พ.2557 เวลา 10.00 น. ที่ ห้องออกนั่งพิจารณาคดี ชั้น 3 ศาลรัฐธรรมนูญ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ภายหลังที่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีการไต่สวนพยานบางส่วนไปแล้ว เมื่อวันที่ 8 ม.ค.2557 ที่ผ่านมา
http://bit.ly/LxHonu


"ธาริต" จ่อขอศาลออกหมายเช็คบิลแกนนำ กปปส.อีก 39 คน ฐานฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน!!!

"ธาริต" เตรียมดำเนินการขอศาลออกหมายจับแกนนำ กปปส.อีก 39 คน ในฐานความผิดฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน

วันนี้ (5 ก.พ.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึง กรณีศาลอาญาอนุมัติหมายจับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ พร้อมแกนนำ กปปส.รวม 19 คน ฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า หลังจากนี้ ศรส.ภายใต้การนำโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จะเดินหน้าเข้าจับกุมและควบคุมตัวแกนนำ กปปส.ทั้ง 19 คน ที่ถูกศาลออกหมายจับทันที แต่ไม่สามารถเปิดเผยแผนการจับกุมตัวได้

นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะดำเนินการขอศาลออกหมายจับแกนนำ กปปส.อีก 39 คน ในฐานความผิดฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน มาตรา 11(1) ให้เร็วที่สุดต่อไป

‪#‎ทีนิวส์‬

เตรียมมอบรางวัลผู้นำพุทธโลก ให้ "หลวงพ่อธัมมชโย" แห่งธรรมกาย และคนดังอีกหลายคน 'ธัมมชโย-ติช นัท ฮันห์'รับรางวัล'ผู้นำพุทธโลก'


ผู้ปฏิบัติหน้าที่พระสังฆราช "สมเด็จวัดปากน้ำ" เตรียมมอบรางวัลผู้นำพุทธโลก ให้ "ธัมมชโย" แห่งธรรมกาย และคนดังอีกหลายคน 'ธัมมชโย-ติช นัท ฮันห์'รับรางวัล'ผู้นำพุทธโลก' 

เผยรายชื่อผู้รับรางวัล 'ผู้นำพุทธโลก' วันมาฆบูชา อาทิ พระพรหมเวที พระพรหมวชิรญาณ ธมฺมชโย ติช นัท ฮันห์ แห่งหมู่บ้านพลัม คุณหญิงหน่อย 

เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ที่อาคารพิพิธภัณฑ์ทางพระพุทธศาสนา พุทธมณฑล จ.นครปฐม มีการแถลงข่าวการจัดงานมอบรางวัลผู้นำพุทธโลก ครั้งที่ 1 จัดโดย สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ร่วมกับองค์การยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก(ย.พ.ส.ล.) โดยดร.อำนาจ บัวศิริ รองผอ.พศ. กล่าวว่า รางวัลดังกล่าวเป็นการจัดขึ้นครั้งแรกในนามของพศ. ร่วมกับ ย.พ.ส.ล. ซึ่งจะมีการมอบรางวัลในวันที่ 15 ก.พ. ที่อาคารพิพิธภัณฑ์ทางพระพุทธศาสนา พุทธมณฑล จ.นครปฐม โดยมีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเป็นประธานในการมอบรางวัล นพ.พรชัย พิญญพงษ์ ประธานย.พ.ส.ล. กล่าวว่า คณะกรรมการจัดงานพิธีมอบรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา มีมติถวายรางวัลผู้นำพุทธโลก แด่พระภิกษุ และมอบรางวัลให้แก่บุคคลและองค์กร ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาทั้งภายในและต่างประเทศ เพื่อยกย่อง เชิดชู ประกาศเกียรติคุณ ทั้งเป็นขวัญกำลังใจ โดยมีรายชื่อผู้ที่ได้รับรางวัลทั้งหมดจาก 27 ประเทศ ทั่วโลก รวม 178 รูป/คน ซึ่งในส่วนพระสงฆ์จากประเทศไทยที่ได้รับรางวัลนี้มี 38 รูป อาทิ พระพรหมเวที วัดไตรมิตรวิทยาราม พระพรหมวชิรญาณ วัดยานนาวา พระวิสุทธิวงศาจารย์ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระพรหมเมธี วัดสัมพันธวงศาราม พระพรหมดิลก วัดสามพระยา พระพรหมบัณฑิต วัดประยุรวงศาวาส พระธรรมกิตติวงศ์ วัดราชโอรสาราม พระธรรมปิฎก วัดพระพุทธบาท จ.สระบุรี พระธรรมสุธี วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ พระเทพปริยัติวิมล วัดบวรนิเวศวิหาร พระเทพปริยัติเมธี วัดนครสวรรค์ พระเทพญาณมหามุนี วิ. (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี พระราชวิสุทธิคุณ วัดหลักเมือง จ.ปัตตานี พระราชวราจารย์ วัดนพวงศาราม จ.ปัตตานี พระราชปัญญามุนี วัดเวฬุวัน จ.ยะลา พระราชญาณกวี วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก พระสุธีธรรมานุวัตร วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นต้น 

ขณะที่ประเภทบุคคล อาทิ แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ศ.พิเศษจำนงค์ ทองประเสริฐ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายอนันต์ อัศวโภคิน นายบุญชัย เบญจรงคกุล นายเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ นางสาวมาลีวัลย์ เจมีน่า ส่วนประเภทองค์กร ได้แก่ สถานีวิทยุโทรทัศน์ดาวเทียมเพื่อพระพุทธศาสนา ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เป็นต้น ที่สำคัญยังมีผู้นำชาวพุทธ องค์กร จากนานาชาติที่ได้รับรางวัลนี้ อาทิ พระดร.ธรรมเสน พระสังฆราชบังคลาเทศ พระสุนธานันทะ มหาเถระสังฆนายกบังคลาเทศ ท่านซินหวินต้าซื่อ ผู้นำชาวพุทธแห่งไต้หวัน ท่านติช นัท ฮันห์ แห่งหมู่บ้านพลัม ประเทศฝรั่งเศส มูลนิธิฉือจี้ ประเทศไต้หวัน พระมหาบุญทวี วิไลจักร ประเทศลาว เป็นต้น

สั่งจำหน่ายคดีความเป็นสมาชิกสภา'อภิสิทธิ์'

ศาลรธน.สั่งจำหน่ายคดีความเป็นสมาชิกสภาส.ส."อภิสิทธิ์"สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา106(1)จึงไม่มีประโยชน์ที่จะพิจารณาคดี

ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติสั่งจำหน่ายคำร้องที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งคำร้องของส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ขอให้วินิจฉัยให้สมาชิกภาพการเป็นส.ส.ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์สิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 106 (5) ประกอบมาตรา 102(6) เนื่องจากกระทรวงกลาโหมมีคำสั่งปลดออกจากราชการทหาร เมื่อวันที่ 8 พ.ย.2555 ที่ผ่านมา

โดยศาลเห็นว่า เนื่องจากมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาตั้งแต่วันที่ 9 ธ.ค.2556 ทำให้สมาชิกภาพการเป็นส.ส.ของนายอภิสิทธิ์ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 106(1) แล้วจึงไม่มีประโยชน์ที่จะพิจารณาคดีนี้ต่อไป

สถิติจากการเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 ในรูปแบบแผนภูมิวงกลม เห็นสัดส่วนการลงคะแนน บัตรเสีย และโหวตโน



สถิติจากการเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 ในรูปแบบแผนภูมิวงกลม เห็นสัดส่วนการลงคะแนน บัตรเสีย และโหวตโน



คัลดูน คาลิฟา อัล มูบารัค: จากซีอีโอแมนฯ ซิตี้สู่เจ้าของสัมปทานแหล่งน้ำมัน “นงเยาว์”

คัลดูน คาลิฟา อัล มูบารัค: จากซีอีโอแมนฯ ซิตี้สู่เจ้าของสัมปทานแหล่งน้ำมัน “นงเยาว์”

5 กุมภาพันธ์ 2014
รายงานโดย…อิสรนันท์
นายคัลดูน คาลิฟา อัล มูบารัค ซีอีโอของแมนฯ ซิตี้ ที่มาภาพ : http://i.telegraph.co.uk
นายคัลดูน คาลิฟา อัล มูบารัค ซีอีโอของแมนฯ ซิตี้ ที่มาภาพ: http://i.telegraph.co.uk
บรรดานักเคลื่อนไหวและนักธุรกิจด้านพลังงานต่างส่งเสียงดังอื้ออึง ทั้งยังแสดงความประหลาด
ใจหรือไม่พอใจ ทันทีที่มีข่าวว่า บริษัทมูบาดาลา ปิโตรเลียม ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานจาก
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คว้าสิทธิการทำสัญญาสัมปทานแหล่งน้ำมัน “นงเยาว์” กลาง
อ่าวไทยตอนใต้ ห่างจากชายฝั่ง 165 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 6,791 ตารางกิโลเมตร คาดว่า
สามารถผลิตน้ำมันจากแหล่งน้ำมันเชิงพาณิชย์ได้วันละ 15,000 
บาร์เรล นับตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นไป โดยบริษัทนี้จะได้รับผลประโยชน์สูงสุดถึง 75 เปอร์เซ็นต์ 
ที่เหลืออีก 25 เปอร์เซนต์ ตกเป็นของบริษัทร่วมทุนคริสเอนเนอร์จีจากประเทศสิงคโปร์
ปรกติข่าวทำนองนี้มักจะไม่ค่อยได้รับความสนใจจากคนทั่วไปมากนัก ยกเว้นนักธุรกิจในแวดวง
พลังงานที่ต้องติดตามข่าวทุกข่าวอย่างใกล้ชิด แต่ข่าวนี้กลายเป็น “ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์” 
ในชั่วพริบตา 

สื่อยักษ์ใหญ่ยักษ์เล็กต่างต่างพาดหัวไปในแนวทางเดียวกัน ต่างกันตรงภาษาที่อาจจะดุ
เดือดเผ็ดมันหรือใช้ภาษาง่ายๆ แต่อ่านแล้วทำให้ทุกคนเข้าใจได้ทันทีว่าการสัมปทานครั้ง
นี้ไม่โปร่งใส มีเบื้องหน้าเบื้องหลังเบื้องลึกและเรื่องของการสมประโยชน์หรือการสมคบกันฮุบ
ทรัพยากรของประเทศแอบแฝงอยู่ อาทิ “เสร็จโจร แม้วอุ้มเพื่อน ฮุบน้ำมันอ่าวไทย เปิดหลัก
ฐานขายชาติเป็นจริง” หรือ “CEO แมนฯ ซิตี้ คว้าสิทธิ์พัฒนาแหล่งน้ำมันนงเยาว์ในอ่าว
ไทย” โดยแทบไม่มีใครมองว่าการที่บริษัทนี้ได้รับสัมปทานแหล่งน้ำมัน “นงเยาว์” อาจเป็นเพราะ
มี “ทุนล้นฟ้า” และได้ทุ่มเงินก้อนมหาศาลเข้าไปลงทุนด้านพลังงานในประเทศต่างๆ อย่างน้อย 12 
ประเทศทั่วโลก โดยเน้นหนักเป็นพิเศษที่ตะวันออกกลาง แอฟริกา เอเชียกลาง และเอเชียตะ
วันออกเฉียงใต้
หรือไม่มีใครมองว่าบริษัทนี้ได้เข้ามาลงทุนในไทยตั้งแต่ปี 2547 ผ่านบริษัทเพิร์ล ออยล์ ในเครือ
ของบริษัทมูบาดาลา ปิโตรเลียม โดยได้รับสัมปทาน 8 ฉบับ รวมถึงแหล่งจัสมิน แปลงบี 5/27 ที่
ประสบความสำเร็จดีมาก และแหล่งมโนราห์ ที่ได้รับสัมปทานเมื่อเดือนกรกฎาคม 2555 กระทั่ง
ได้ชื่อว่าเป็นผู้ได้รับสัมปทานรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย
จากเว็บไซต์ภาษาไทยของบริษัทมูบาดาลา ปิโตรเลียม ระบุว่าตัวเลขการลงทุนด้านปิโตรเลียม
ในไทยว่ามีมากกว่า 1,800 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 54,000 ล้านบาท และบริษัทได้ชำระ
ภาษีและค่าภาคหลวงแก่ไทยแล้วมากกว่า 900 ล้านดอลลาร์ หรือราว 27,000 ล้านบาท
นายคัลดูน คาลิฟา อัล มูบารัค ซีอีโอของแมนฯ ซิตี้ (ขวา)และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร (ซ้าย)  ที่มาภาพ:http://newsimg.bbc.co.uk
นายคัลดูน คาลิฟา อัล มูบารัค ซีอีโอของแมนฯ ซิตี้ (ขวา) และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร (ซ้าย)
ที่มาภาพ: http://newsimg.bbc.co.uk
จากพาดหัวข่าวข้างต้นสามารถถอดรหัสลับได้ว่า มีตัวละครเอกอยู่ 2 คน และตัวละครที่มีความ
สำคัญรองลงมาอีก 1 คน อยู่เบื้องหลังการให้สัมปทานแหล่งน้ำมัน “นงเยาว์” กลางอ่าวไทยแก่
บริษัทมูบาดาลา ปิโตรเลียม คนแรกก็คือพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งหนีคุกไปอยู่ที่ดูไบ รัฐเล็ก
ที่สุดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งจากปากคำของ พล.อ.เตีย บัณห์ รัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชา 
ที่เคยให้สัมภาษณ์มานานหลายปีแล้วว่า พ.ต.ท.ทักษิณสนใจจะลงทุนในธุรกิจพลังงาน โดย
ตอนแรกทุกคนต่างมุ่งความสนใจไปที่การร่วมลงทุนโดยตรงกับกัมพูชา มองข้ามความเป็น
ไปได้ประการหนึ่งว่า พ.ต.ท.ทักษิณนั้นถนัดในการลงทุนประเภทที่เสี่ยงน้อยที่สุด ใช้เงิน
น้อยมากที่สุดแต่ได้ผลประโยชน์ตอบแทนมากที่สุด ตอนแรกจึงมุ่งขอสัมปทานผูกขาดธุรกิจ
มือถือในไทย ก่อนจะผันตัวเองมาเป็นนายหน้าข้ามชาติจับนักธุรกิจใหญ่ด้านพลังงานมาพบ
กันโดยมีแหล่งน้ำมันในอ่าวไทยเป็นหมากตัวใหญ่อยู่บนโต๊ะเจรจา
ตัวละครสำคัญอีกคนหนึ่งก็คือนายคัลดูน คาลิฟา อัล มูบารัค ซีอีโอของแมนฯ ซิตี้ ผู้มี
ความสัมพันธ์ที่แสนซับซ้อนในเชิงผลประโยชน์ต่างตอบแทนกับ พ.ต.ท.ทักษิณ และความ
สัมพันธ์นี้เองจึงทำให้บริษัทมูบาดาลา ปิโตรเลียม ได้สัมปทานแหล่งน้ำมัน “นงเยาว์” เพราะ
หมวกอีกใบหนึ่งในจำนวนหมวกนับร้อยใบที่นายอัล มูบารัค สวมอยู่ก็คือซีอีโอของบริษัท
มูบาดาลา ปิโตรเลียม นั่นเอง ไม่นับรวมการสวมหมวกผู้บริหารระดับสูงของบริษัทอาบู 
ดาบี ยูไนเต็ด อินเวสต์เมนต์ กรุ๊ป (เอดียูจี) ที่ตัดสินใจซื้อกิจการสโมสรฟุตบอลแมน
เชสเตอร์ ซิตี้ หรือทีมเรือใบสีฟ้า ต่อจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อเดือน ก.ย. 2551 
ในราคาแพงลิบลิ่วถึงหมื่นล้านบาท ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณฟันกำไรเหนาะๆ ถึง 5,000 
ล้านบาท
จากนั้น นายอัล มูบารัค ก็สวมหมวกซีอีโอสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่บรรดาคนไทย
ซึ่งเป็นแฟนพันธุ์แท้บอลอังกฤษต่างรู้จักกันดี จากการเป็นเจ้าบุญทุ่มกล้าอัดฉีดเงินกว่าหมื่น
ล้านบาทซื้อตัวนักเตะชื่อดังจากหลายสโมสรมาร่วมทีม แต่ก็ไม่สามารถสานฝันที่จะผลักดัน
ทีมเรือใบสีฟ้าให้ติดอันดับท็อปไฟว์ได้
ผลการโยงใยนี้ทำให้เชื่อกันว่า ความสัมพันธ์ทั้งเชิงส่วนตัวและเชิงธุรกิจระหว่างนายอัล 
มูบารัค กับ พ.ต.ท.ทักษิณนั้นค่อนข้างแน่นแฟ้นเป็นพิเศษ หลักฐานที่เห็นได้ชัดชิ้นหนึ่ง
ก็คือกรณีที่บริษัท “เพิร์ล ออยล์ (ประเทศไทย) จำกัด” บริษัทลูกของบริษัทมูบาดาลา 
ปิโตรเลียม มีสำนักงานอยู่ที่ “ตึกชินวัตร 3”
ตัวละครตัวที่ 3 ที่มีบทบาทสำคัญรองลงมาแต่ก็ตอกย้ำถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดาก็คือ 
บริษัทคริสเอนเนอร์จีที่ถือหุ้น 25 เปอร์เซนต์นั้น แม้ว่าคนไทยส่วนใหญ่จะไม่เคยรู้จัก
บริษัทนี้แต่คงร้องอ๋อไปตามๆ กันหากรับรู้ว่าแท้ที่จริงเป็นร่างทรงของกลุ่มบริษัท 
“เทมาเส็ก โฮลดิงส์” แขนขาด้านการลงทุนของรัฐบาลสิงคโปร์ที่เคยซื้อหุ้นบริษัทชินคอร์ป
จากครอบครัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยบริษัทเทมาเส็กเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับ 2 
ของบริษัทคริสเอนเนอร์จี
นายคัลดูน คาลิฟา อัล มูบารัค ซีอีโอของแมนฯ ซิตี้ (ขวา)และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร (ซ้าย)  ที่มาภาพ : http://i.dailymail.co.uk
นายคัลดูน คาลิฟา อัล มูบารัค ซีอีโอของแมนฯ ซิตี้ (ขวา) และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร (ซ้าย)
ที่มาภาพ: http://i.dailymail.co.uk
แม้จะเป็นนักธุรกิจใหญ่ที่มีทุนล้นฟ้าและมีชื่อติดอยู่ในกลุ่มนักธุรกิจอาหรับผู้ทรงอิทธิพลมาก
ที่สุดในโลก แต่ประวัติของนายอัล มูบารัค กลับค่อนข้างปกปิดให้ดูลึกลับมากเป็นพิเศษ โดย
เฉพาะประวัติส่วนตัว ไม่ว่าจะค้นหาประวัติจากนิตยสารชื่อดังของตะวันตกและนิตยสารของอา
หรับฉบับภาษาอังกฤษนับสิบๆ ฉบับที่เคยสัมภาษณ์นายอัล มูบารัค มาก่อนหน้า รวมไปถึงนิตย
สารฟอร์บส์, ไทมส์ และบิสซิเนสวีค ปรากฏว่าเกือบทุกฉบับต่างเขียนประวัติเหมือนกันหมด
เหมือนกับเป็นเอกสารข่าวสำเร็จรูปไว้แจกนักข่าวทุกคนโดยห้ามถามเพิ่มเติมเป็นอันขาด โดย
เฉพาะเรื่องที่ว่าเหตุใดหน้าที่การงานจึงก้าวหน้าแบบก้าวกระโดด จนขณะนี้มีชื่อเป็นซีอีโอ เป็น
กรรมการผู้จัดการ เป็นประธานบริษัท เป็นรองประธาน เป็นกรรมการบริหารบริษัทยักษ์ใหญ่
ทั้งในประเทศและบริษัทข้ามชาตินับร้อยๆ บริษัทอย่างไม่น่าเชื่อว่าหนุ่มใหญ่วัยย่าง 40 ปี 
ทั่วๆ ไปจะทำได้เช่นนี้
ดังที่นิตยสารบิสสิเนสวีคสรุปประวัติสั้นๆ ว่า เป็นกรรมการบอร์ด 7 บอร์ดใน 7 องค์กรที่แตก
ต่างกันไปใน 8 กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความหลากหลาย หรือที่เว็บไซต์ www.theofficialboard.com 
สรุปประวัติสั้นๆ ว่าเฉพาะในวงการกีฬา นายอัล มูบารัค มีสหายร่วมวงการ 4,158 คนใน 224 
บริษัทใน 23 ประเทศ และตลอดช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา เดินทางไปประชุมระดับผู้บริหาร 3,989 ครั้ง
ตามแฟ้มประวัติส่วนตัวระบุว่า นายอัล มูบารัค เป็นนักธุรกิจใหญ่ชาวเอมิเรตส์ เกิดที่กรุง
อาบูดาบี เมืองหลวงและเมืองที่ร่ำรวยที่สุดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อปี 2518 สำเร็จ
การศึกษาที่สหรัฐอเมริกา โดยได้รับปริญญาตรีสาขาเศรษฐศาสตร์การเงินจากมหาวิทยา
ลัยทัฟส์ ในเมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์์ เริ่มงานแรกในตำแหน่งผู้บริหารฝ่ายการตลาด
ของบริษัทอาบูดาบี เนชันแนล ออยล์ จากนั้นก็กระโจนเข้าสู่วงการธุรกิจก่อสร้างและอสัง
หาริมทรัพย์ ก่อนจะย้ายไปทำงานกับบริษัทยูเออี ออฟเซตส์ กรุ๊ป สามารถไต่เต้าสู่ตำแหน่ง
ระดับสูงหลายตำแหน่งอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงตำแหน่งรองประธานบริหารของบริษัทดอลฟิน 
เอ็นเนอร์จี แล้วได้เป็นซีอีโอบริษัทมูบาดาลา เดเวล็อปเมนต์ บริษัทเพื่อการลงทุนของรัฐบาล 
ซึ่งมีอภิมหาโครงการยักษ์ใหญ่มากมาย รวมไปถึงโรงงานอลูมิเนียมมูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์ 
ที่คิงอับดุลเลาะห์ อิโคโนมิก ซิตี้ อีกทั้งยังถือหุ้นของบริษัทยักษ์ใหญ่อื่นๆ อีกนับร้อยบริษัท 
รวมไปถึงถือหุ้น 5 เปอร์เซ็นต์ของบริษัทเฟอร์รารี ถือหุ้น 8.1 เปอร์เซนต์ของบริษัทเอเอ็มดี 
ถือหุ้น 7.5 เปอร์เซนต์ที่คาร์ลิล กรุ๊ป และถือหุ้นของบริษัทเจเนอรัล อิเล็กทริก หรือจีอี 
บริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ
นอกจากนี้ นายอัล มูบารัค ยังได้รั้งตำแหน่งสำคัญทั้งในภาครัฐและเอกชนในสหรัฐ
อาหรับเอมิเรตส์ เป็นที่ปรึกษาสำคัญทั้งในการลงทุน การวางแผนยุทธศาสตร์ และผู้
กำหนดนโยบายต่างๆ จนได้ชื่อว่าเป็นหัวหมู่ทะลวงฟันหรือหัวหอกในการทำสัญญา
เพื่อขยับขยายกิจการบริษัทต่างๆ กระทั่งได้เป็นประธานการกิจการบริหารอาบูดาบี 
บริษัทเพื่อการลงทุนของอาบูดาบี ที่ดูแลการลงทุนของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ทั่วโลก 
และมีหน้าที่ให้คำแนะนำด้านนโยบายเชิงยุทธศาสตร์ต่อประธานสภาการบริหารแห่งอาบูดาบี 
ซึ่งตัวเองเป็นกรรมการด้วยคนหนึ่ง ไม่นับรวมการเป็นซีอีโอของบริษัทยักษ์ใหญ่อีกนับร้อย
บริษัท อาทิ ธนาคารเฟิร์สต์ กัลฟ์ แบงก์ และบริษัท อัลดาร์ พรอพเพอร์ตีส์ เป็นต้น ตลอด
จนเป็นกรรมการมหาวิทยาลัยชื่อดังหลายแห่ง อาทิ มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ซึ่งอาจจะมีโครง
การร่วมกับมหาวิทยาลัยในอาบูดาบีภายใต้การประสานของนายอัล มูบารัค


นายคัลดูน คาลิฟา อัล มูบารัค ซีอีโอของแมนฯ ซิตี้ (ซ้าย) ที่มาภาพ: http://www.aljazeera.com
ในฐานะที่เป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัทอาบูดาบี มอเตอร์ สปอร์ต แมนเนจเมนต์ และด้วย
ความชอบขับรถสปอร์ตหรูเป็นการส่วนตัว นายอัล มูบารัค จึงได้เปิดเจรจากับกรังปรีซ์ ให้ไป
จัดแข่งรถฟอร์มูลา วัน กรังปรีซ์ ที่อาบูดาบี รวมทั้งวิ่งเต้นให้อาบูดาบีได้เป็นเจ้าภาพจัดการ
แข่งขันฟีฟ่าเวิลด์คัพด้วย
ในส่วนของการกระชับความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับต่างประเทศ อัล มูบารัก ได้เป็นกรรมการ
บริหารผู้ก่อตั้งสภาธุรกิจสหรัฐฯ-ยูเออี รวมทั้งขยายการลงทุนในอิตาลีจนได้รับเครื่องราช
อิสริยาภรณ์ชั้นสูงเมื่อปี 2550 นอกเหนือจากรางวัลเกรียรติยศอีกมากมายชนิดที่ต้องมี
ห้องใหญ่สำหรับจัดโชว์เป็นพิเศษ
แม้ในแฟ้มประวัติทางการของนายอัล มูบารัค จะระบุสั้นๆ แค่ประโยคเดียวว่าเป็น
มือขวาคนสนิทและที่ปรึกษาที่ทรงไว้วางใจของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซายเอ็ด 
อัล นาห์ยัน มกุฎราชกุมารของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่ประโยคสั้นๆ นี้ประโยค
เดียวก็บอกถึงเบื้องหลังความสำเร็จแบบก้าวกระโดด กระทั่งทำให้นายอัล มูบารัค 
ได้รับยกย่องว่าเป็นซาร์เศรษฐกิจแห่งอาบูดาบี อีกทั้งยังมีชื่อติดอยู่ในหนึ่งในร้อย
ชาวอาหรับผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก แต่คนทั่วโลกกลับรู้จักหนุ่มใหญ่ผิวคล้ำ
หน้าตาดีผู้นี้ในฐานะซีอีโอของสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ มากกว่า
ที่มา : http://thaipublica.org/2014/02/manchester-city-chairman-
khaldoon-al-mubarak/

ทักษิณ โพส FB เรียกร้องให้แฟนเพสช่วยแชร์ ขอโอกาสให้ตนเองได้ได้คุยกับประชาชนผ่านเฟสบุ๊ค

ทักษิณ โพส FB เรียกร้องให้แฟนเพสช่วยแชร์ ขอโอกาสให้ตนเองได้ได้คุยกับประชาชนผ่านเฟสบุ๊ค

(5ก.พ.57) 17.47น.ผู้สือข่าวรายงาน ว่า เฟสบุ๊ค Thaksin Shinawatra ของ"พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร"อดีตนายกรัฐมนตรี  ได้มีการโฟสภาพ และข้อความ

"จากใจทักษิณถึงพี่น้องชาวไทย ชวยกัน SHARE FB ของผม ให้โอกาสผมพูดคุยกับพี่น้องประชาชนได้ทีนี่"


หลังจากที่ก่อนหนานี้ หน้าเพจของเฟสบุ๊คนี้ ไม่ความเคลื่อนไหวมาตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2556

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=235878283263397&set=a.133931153458111.1073741828.127701087414451&type=1&theater

กลศึก′หลักสี่′ ล่อ′เสือ′ออกจากถ้ำ อาวุธ′สงคราม′

กลศึก′หลักสี่′ ล่อ′เสือ′ออกจากถ้ำ อาวุธ′สงคราม′

วันที่ 05 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 เวลา 15:30:16 น.





ไม่ว่าสถานการณ์ ณ แยกหลักสี่ นับแต่บ่ายวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ จะดำเนินไปอย่างชนิด "อุบัติเหตุ"คือ เกิดขึ้นเอง

หรือดำเนินไปอย่างมีการจัดวางด้าน"กลยุทธ์"
เป็นการจัดวางด้านกลยุทธ์ ตามหลักการอันซุนวูตราเอาไว้ในบทว่าด้วยประเมินศึกอย่างยืดหยุ่น พลิกแพลง

เริ่มต้นด้วยประโยค "อันสงครามนั้น คือ การใช้เล่ห์เพทุบาย"
ไม่ว่าการเคลื่อนจากเวทีศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ ไปปิดล้อมหนทางเข้า-ออกสำนักงานเขตหลักสี่ ล้วนมีเป้าหมาย

ไม่ว่าการปล่อยข่าวชาวหลักสี่ติดต่อกำลังจาก "โกตี๋" ให้มาช่วย

พลันที่มีข่าวการขับเคลื่อนขอความร่วมมือจาก "โกตี๋" ก็เหมือนเสือกระสากลิ่นเก้ง การตระเตรียมกำลังพลจากเวทีแยกลาดพร้าวก็ดำเนินไปอย่างคึกคัก

เป็นความคึกคักอัน "ส.จ.ตั้ม" เจ้าประจำแยกลาดพร้าวยืนยันเอง

"จังหวะที่ทั้ง 2 ยิงและถอยหลังพาคนของเราหลบไปตามแนวแบริเออร์คอนกรีตนั้นดูแป๊บเดียวก็รู้ว่าเป็นการปฏิบัติการทางยุทธวิธีที่ฝึกฝนมา"

ถามว่าใครได้ใครเสีย จาก "ยุทธการ" แยกหลักสี่

การยืนยันโดย "ส.จ.ตั้ม" เจ้าประจำเวทีแยกลาดพร้าว ไม่มีอะไรแตกต่างไปจากที่ได้ยินจากแกนนำท่านอื่นแห่ง กปปส.

ไม่ว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ว่า

"มีการใช้ปืนเอ็ม 16 ปืนทาโวร์ ปืนสั้น รวมถึงภาพที่ใช้ถุงปุ๋ยคลุมอาวุธปืนเพื่อไม่ให้ปลอกกระสุนตกในที่เกิดเหตุ ถือเป็นมืออาชีพ ไม่ใช่มวลชนเราแน่นอน"

ไม่ว่า นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่ว่า

"ผมได้รับการยืนยันว่า ชายถือปืนทั้งหมดที่ปรากฏในภาพไม่ใช่การ์ด กปปส. อาจเป็นผู้ไม่หวังดีเข้ามาในที่ชุมนุม"

ไม่ว่า นายอิสสระ สมชัย ที่ว่า

"ไม่ใช่ กปปส. แต่เป็นคนที่ออกมาช่วยภายหลังจากกลุ่มคนเสื้อแดงระดมยิงปืนใส่ ทำให้ผู้ชุมนุม 200-300 คน ถูกตัดขาด จึงต้องบุกเข้าไปช่วย"

ทั้งยังระบุระหว่างกล่าวคำปราศรัยในเวลาต่อมา

"ชายชุดดำสวมหมวกไอ้โม่งดำหลายคนที่ถืออาวุธร้ายแรงไม่ใช่การ์ดหรือผู้ชุมนุมเพราะไม่มีสัญลักษณ์ กปปส. ไม่มีบัตรประจำการ์ด อาจเป็นคนที่สวมรอยมาสร้างสถานการณ์ความรุนแรง โดยเฉพาะชายที่ยืนถือปืนยาวทราบว่าเป็นกลุ่มอาชีวะอยู่ที่นนทบุรี"

เพียงแต่ "ชายชุดดำ" ออกมาปกป้อง "กปปส."
ถามว่าสถานการณ์อย่างที่ปรากฏขึ้นในตอนบ่ายของวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ณ บริเวณแยกหลักสี่จะเรียกตามสำนวนจีนว่าอย่างไร

เรียกว่า ดำเนินไปตามกลยุทธ์ "ล่อเสือออกจากถ้ำ" ก็ได้

เพราะในที่สุด กองกำลังติดอาวุธสงคราม ก็เคลื่อนมาพร้อมกับมวลชน กปปส."ลาดพร้าว" แล้วสาดกระสุนเข้าใส่มวลชนอีกฝ่ายอย่างเมามัน

เป็น "เสือ" จากฝ่ายให้ความคุ้มครอง "กปปส."
ขณะเดียวกัน จะเรียกว่า ดำเนินไปตามกลยุทธ์ "เอาอิฐล่อหยก" ก็ได้ เพราะอิฐที่ว่านั้นมีชื่อว่า "โกตี๋"
ซึ่งเป็นตัวป่วนหรือเข้าใจว่าเป็นตัวป่วนการชุมนุมที่แยกลาดพร้าวอยู่แล้ว

แค่ได้ยินชื่อ "โกตี๋" บรรดากองกำลังเร้นลับซึ่งซ่อนตัวอยู่ในการชุมนุม ณ แยกลาดพร้าวก็กระสับกระส่าย และมองเห็นเป็นโอกาสที่จะใช้เงื่อนไขในลักษณะตะลุมบอนนี้เพื่อให้บทเรียนแก่ "โกตี๋" อย่างสาสม

เพียงแต่ว่า "ห้วงยาม" นั้น "โกตี๋" กลับอยู่ที่ "สน.ดอนเมือง"

ไม่ว่ากระบวนการทั้งหมดนี้ดำเนินไปอย่างเป็นไปเอง ในลักษณะตามธรรมชาติ ไม่ว่ากระบวนการทั้งหมดมีการจัดวางอย่างเป็นกลยุทธ์ แต่ทุกอย่างสอดรับ คล้องคล้อยไปตามกัน

ผลก็คือ มี "ชายชุดดำ" ผลก็คือ มี "อาวุธ" สงคราม
ยอมรับเถิดว่า การขับเคลื่อนทางการเมืองในขณะนี้ดำเนินไปเพื่อทำลายอีกฝ่าย เพื่อเอาชนะกัน

ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรุกคือ กปปส.และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรับคือ รัฐบาล และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 
เป็นการเมืองที่ "ไม่หลั่งเลือด" เป็นการเมืองที่ "หลั่งเลือด"




(ที่มา:มติชนรายวัน 5 กุมภาพันธ์ 2557)

บท บก. สื่อต่างประเทศ วิเคราะห์ทิศทางหลังการเลือกตั้งไทย


บท บก. สื่อต่างประเทศ วิเคราะห์ทิศทางหลังการเลือกตั้งไทย

บทบรรณาธิการนิวยอร์กไทมส์ ชี้การเลือกตั้งถูกทำให้เป็นโมฆะ ประเทศไทยจะแตกแยกหนัก ขณะที่วอลล์สตรีทเจอร์นัลเผย "การรัฐประหารโดยศาล" จะทำให้ประชาชนหมดศรัทธาในองค์กรอิสระต่างๆ เพราะเห็นว่าเป็นแค่เครื่องมือเผด็จการ

บรรยากาศการชุมนุมกลุ่ม กปปส.
แฟ้มภาพ: ประชาไท
4 ก.พ. 2557 สื่อต่างประเทศ เช่น นิวยอร์กไทมส์และวอลล์สตรีทเจอร์นัล เขียนบทบรรณาธิการกล่าวถึงกรณีการเลือกตั้งในประเทศไทยเมื่อวันที่ 2 ก.พ. ที่ผ่านมา
บท บก.ของวอลล์สตรีทเจอร์นัลระบุว่า แม้จะมีการข่มขู่และความพยายามก่อกวนการเลือกตั้งโดยกลุ่มผู้ประท้วง รวมถึงมีการปะทะกันด้วยอาวุธในวันเสาร์ที่ผ่านมา แต่การเลือกตั้งก็เป็นไปอย่างสงบในวันอาทิตย์ ขั้นตอนการลงคะแนนเป็นไปอย่างราบรื่นในร้อยละ 90 ของหน่วยเลือกตั้ง และมีผู้มีสิทธิเกือบครึ่งหนึ่งไปใช้สิทธิลงคะแนนเสียง
"นีถือเป็นเรื่องที่น่าประทับใจเมื่อพิจารณาแล้วว่าผู้ไปใช้สิทธิเสี่ยงจะต้องเจอกับคนจู่โจมพวกเขาขณะเข้าคูหา" บท บก.ของวอลล์สตรีทเจอร์นัลระบุ นอกจากนี้ยังกล่าวถึงว่าคนที่ต่อต้านรัฐบาลบางคนก็ไม่สนใจโวหารต่อต้านประชาธิปไตยโดยได้เข้าคูหาและทำบัตรเสียเพื่อแสดงจุดยืนของตน
บท บก. วอลล์สตรีทเจอร์นัลกล่าวอีกว่า ฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์ผู้รู้อยู่แล้วว่าตัวเองจะแพ้การเลือกตั้งจึงพยายามใช้วิธีการต่างๆ ที่ไม่เป็นประชาธิปไตย วิธีการแรกคือการใช้กฎหมู่ (mob rule) ซึ่งไม่สำเร็จ มีคนเข้าร่วมการชุมนุมลดลง ทำให้พวกเขาหันมาพยายามใช้วิธีการทางกฎหมาย
โดยวอลล์สตรีทเจอร์นัลระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญไทยมีการเข้ามาก้าวก่ายทางการเมืองมานานแล้ว เช่นกรณีสั่งให้การเลือกตั้งปี 2549 เป็นโมฆะโดยอ้างว่ามีการตั้งบูธลงคะแนนผิดตำแหน่ง และในปี 2551 ศาลรัฐธรรมนูญก็ทำการล้มล้างรัฐบาลฝ่ายสนับสนุนทักษิณสองรัฐบาลและตัดสิทธิทางการเมืองของ ส.ส.เป็นเวลา 5 ปี ทำให้เกิดคำว่า "การรัฐประหารโดยศาล" เกิดขึ้น
วอลล์สตรีทเจอร์นัลระบุว่า รัฐธรรมนูญปี 2550 ยังได้ให้อำนาจต่อศาลมากขึ้น รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และหน่วยงานอื่นๆ ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งซึ่งในตอนนี้เป็นผู้นำต่อต้านฝ่ายสนับสนุนทักษิณ อำนาจของพวกเขาแทบจะเป็นอำนาจเบ็ดเสร็จ แต่วอลล์สตรีทเจอร์นัลก็เตือนว่าการใช้อำนาจในการถอดถอนยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทยก็อาจทำให้องค์กรเหล่านี้ถึงจุดตกต่ำเสียเอง
"การรัฐประหารโดยศาลในปี 2557 จะทำให้ภาพลักษณ์ของพวกเขาในสายตาประชาชนตกต่ำ เนื่องจากประชาชนจะเห็นว่าหน่วยงานเหล่านี้ไม่ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบอำนาจฝ่ายบริหาร แต่กลายเป็นเครื่องมือของเผด็จการแทน" วอลล์สตรีทเจอร์นัลระบุในบท บก.
วอลล์สตรีทเจอร์นัลยังได้พูดกับกลุ่มชนชั้นนำในกรุงเทพฯ ว่า การที่พวกเขาสนับสนุนการชุมนุมที่ต่อต้านประชาธิปไตยและการรัฐประหารโดยศาลทำให้เกิดความไม่แน่นอนทางการเมืองซึ่งส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจอย่างมากทั้งในแง่ของการท่องเที่ยวและการชะลอการลงทุน
"พวกเราเชื่อว่าต้นตอของปัญหาในไทยมาจากการพยายามขึ้นสู่อำนาจของพรรคประชาธิปัตย์ด้วยการปลุกปั้นการชุมนุมบนท้องถนนและโดยทางกฎหมายแทนวิธีการเลือกตั้ง วิธีเดียวที่จะทำให้สังคมไทยกลับมาสู่ภาวะปกติได้คือการที่ทั้งสองฝ่ายยอมตกลงแก้ไขข้อขัดแย้งผ่านทางกระบวนการประชาธิปไตย การรัฐประหารโดยศาลจะเป็นการส่งเสริมพฤติกรรมไม่เหมาะสมของพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น" วอลล์สตรีทเจอร์นัลกล่าวในบทความ
บท บก.วอลล์สตรีทเจอร์นัลวิจารณ์อีกว่า การบอยคอตต์การเลือกตั้งของพรรค ปชป.จะมีความชอบธรรมก็ต่อเมื่อการเลือกตั้งในครั้งนั้นไม่เป็นไปอย่างอิสระหรือไม่เป็นไปอย่างยุติธรรม แต่ในกรณีของไทยไม่เป็นเช่นที่ฝ่ายค้านกล่าวหา
"เมื่อพรรคการเมืองในประชาธิปไตยยุคใหม่ทำตัวเหมือนเด็กถูกตามใจจนเคยตัวและบอยคอตต์การเลือกตั้ง ก็ควรลงโทษพวกเขาด้วยการให้ไปดูอยู่ข้างสนามจนกว่าพวกเขาจะยอมโต" วอลล์สตรีทเจอร์นัลระบุไว้ในบท บก.
 

บรรยากาศการนับคะแนนเมื่อวันที่ 2 ก.พ.
แฟ้มภาพ: ประชาไท

นิวยอร์กไทมส์เผยฝ่ายต้านรัฐบาลควรมีแผนปฏิรูปชัดเจนและให้ประชาชนสนับสนุน-คัดค้านได้
ทางด้านนิวยอร์กไทมส์ก็เขียนบทบรรณาธิการเมื่อวันที่ 3 ก.พ. ที่ผ่านมา ระบุว่า ประเทศไทยเป็นต้นแบบของประเทศที่มีเสถียรภาพค่อนข้างดีและมีการพัฒนาในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มักจะมีความเผด็จการและมีรัฐบาลที่โหดเหี้ยม ในฐานะที่ไทยเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ ประเทศไทยควรมีส่วนช่วยในการลดความตึงเครียดในภูมิภาคและทำให้เกิดสมดุลอำนาจระหว่างประเทศจีนซึ่งกำลังกล้าแข็งขึ้นทางการทหาร โดยไทยควรใช้วิธีการเป็นเจ้าแห่งการค้าและเศรษฐกิจที่มีการรวมตัวกันของกลุ่มประเทศอาเซียน
นิวยอร์กไทมส์ยังได้กล่าวถึงเหตุวุ่นวายก่อนการเลือกตั้ง รวมถึงการที่ผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งก่อกวนการเลือกตั้งในบางจุด และบอกอีกว่าถ้าหากการเลือกตั้งถูกทำให้เป็นโมฆะและมีการแทนที่รัฐสภาด้วยกลุ่มคนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งจะทำให้ประเทศอยู่ในสภาพแตกแยกอย่างมาก และหากยืดเยื้อออกไปจะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจของชาติ
"ถ้าหากฝ่ายต่อต้านรัฐบาลสนใจแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันและต้องการส่งเสริมประชาธิปไตยจริง พวกเขาควรหยุดการประท้วงและเสนอการปฏิรูปที่มีรายละเอียด มีความชัดเจน รวมถึงให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถยอมรับหรือปฏิเสธได้" นิวยอร์กไทมส์กล่าวในบท บก.




เรียบเรียงจาก
Thailand Votes for Democracy, Wall Street Journal, 03-02-2014
http://online.wsj.com/article/SB10001424052702303442704579360272255058790.html
Democracy in Thailand, Interrupted, New York Times, 03-02-2014
http://www.nytimes.com/2014/02/04/opinion/democracy-in-thailand-interrupted.html
ที่มา เวปประชาไทย http://prachatai.com/journal/2014/02/51618

หมายเลขช่องทีวีดิจิตอลใหม่ - 1 เมษายน 2557 นี้ เปลี่ยนทันที


ช่อง 1 จะเป็น ช่อง 5 กองทัพบก
ช่อง 2 จะเป็นช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์
ช่อง 3 จะเป็น ไทยพีบีเอส 1 รายการข่าว
ช่อง 4 จะเป็น ไทยพีบีเอส 2 รายการเด็กและเยาวชน

==================

กสทช. เปิดเผย เลขช่องทีวีดิจิตอล 24 ช่อง ตั้งแต่เลขหมาย 13 -- 36 พร้อมชี้เตรียมออกอากาศ 1 เม.ย. นี้

ล่าสุดทาง กสทช.ได้ประกาศการรับรองผลลำดับการจับหมายเลขช่องทีวีดิจิตอล และมอบหมายเลขช่องแก่ผู้ชนะการประมูล ทั้ง 24 ช่องทีวีดิจิตอลอย่างเป็นทางการ
โดยเริ่มไล่เรียงลำดับช่องตั้งแต่เลขหมาย 13-36 ตามลำดับ ส่วนลำดับที่ 1-12 จะเป็นทีวีดิจิตอลประเภทสาธารณะ และลำดับที่ 37-48 เป็นประเภทชุมชนตามลำดับในรูปแบบโทรทัศน์ระบบดิจิตอล ซึ่งประกอบด้วย

1.หมวดหมู่เด็ก เยาวชน และครอบครัว หมายเลขช่อง 13 -- 15
- บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด (ช่อง 3) ได้หมายเลขช่อง 13
- บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หมายเลขช่อง 14
- บริษัท ไทยทีวี จำกัด (เครือทีวีพูล) ได้หมายเลขช่อง 15

2.หมวดหมู่ข่าวสารและสาระ เริ่มจากหมายเลขช่อง 16 -- 22
- บริษัท ไทย นิวส์ เน็ตเวิร์ค (ทีเอ็นเอ็น) จำกัด ได้หมายเลขช่อง 16
- บริษัท ไทยทีวี จำกัด (ทีวีพูล) หมายเลขช่อง 17
- บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด(เครือบริษัท เดลินิวส์ทีวี) หมายเลขช่อง 18
- บริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด หมายเลขช่อง 19
- บริษัท 3เอ. มาร์เก็ตติ้ง จำกัด หมายเลขช่อง 20
- บริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด หมายเลขช่อง 21
- บริษัท เอ็นบีซี เน็กซ์ วิชั่น จำกัด (เครือเนชั่น) หมายเลขช่อง 22

3.หมวดหมู่ทั่วไปแบบความคมชัดปกติ SD หมายเลขช่อง 23 -- 29
- บริษัท ไทย บรอดคาสติ้ง จำกัด (ในเครือเวิร์คพอยท์) ได้หมายเลขช่อง 23
- บริษัท ทรู ดีทีที จำกัด หมายเลขช่อง 24
- บริษัท จีเอ็มเอ็ม เอสดี ดิจิทัล ทีวี จำกัด หมายเลขช่อง 25
- บริษัท แบงคอก บิสสิเนส บรอดแคสติ้ง จำกัด (เครือเนชั่น) หมายเลขช่อง 26
- บริษัท อาร์.เอส.เทเลวิชั่น จำกัด หมายเลขช่อง 27
- บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด (เครือช่อง 3) หมายเลขช่อง 28
- บริษัท โมโน บรอดคาซท์ จำกัด หมายเลขช่อง 29

4.หมวดหมู่ทั่วไปแบบความคมชัดสูง HD หมายเลขช่อง 30 -- 36
- บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ได้หมายเลขช่อง 30
- บริษัท จีเอ็มเอ็ม เอชดี ดิจิทัล ทีวี จำกัด หมายเลขช่อง 31
- บริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ จำกัด (เครือไทยรัฐ) หมายเลขช่อง 32
- บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด (เครือช่อง 3) หมายเลขช่อง 33
- บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น จำกัด หมายเลขช่อง 34
- บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด (เครือช่อง 7) หมายเลขช่อง 35
- บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด หมายเลขช่อง 36

อย่างไรก็ตาม ทาง กสทช. ได้เปิดเผยว่า จะมีกำหนดการออกอากาศช่องทีวีดิจิตอลทั้ง 24 ช่อง พร้อมกันอย่างเป็นทางการวันที่ 1 เม.ย.นี้ พร้อมทั้งได้ระบุอีกว่า
หากได้รับใบอนุญาตแล้ว ผู้ประกอบการต้องออกอากาศเนื้อหาให้ประชาชนสามารถรับชมได้ทุกช่องทาง รวมถึงต้องแบ่งเวลาให้มีผู้ผลิตรายการร่วมด้วย
หมายเลขช่องทีวีดิจิตอลใหม่ - 1 เมษายน 2557 นี้ เปลี่ยนทันที
ช่อง 1 จะเป็น ช่อง 5 กองทัพบก
ช่อง 2 จะเป็นช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์
ช่อง 3 จะเป็น ไทยพีบีเอส 1 รายการข่าว
ช่อง 4 จะเป็น ไทยพีบีเอส 2 รายการเด็กและเยาวชน

==================

กสทช. เปิดเผย เลขช่องทีวีดิจิตอล 24 ช่อง ตั้งแต่เลขหมาย 13 -- 36  พร้อมชี้เตรียมออกอากาศ 1 เม.ย. นี้

ล่าสุดทาง กสทช.ได้ประกาศการรับรองผลลำดับการจับหมายเลขช่องทีวีดิจิตอล และมอบหมายเลขช่องแก่ผู้ชนะการประมูล ทั้ง 24 ช่องทีวีดิจิตอลอย่างเป็นทางการ
โดยเริ่มไล่เรียงลำดับช่องตั้งแต่เลขหมาย 13-36 ตามลำดับ ส่วนลำดับที่ 1-12 จะเป็นทีวีดิจิตอลประเภทสาธารณะ และลำดับที่ 37-48 เป็นประเภทชุมชนตามลำดับในรูปแบบโทรทัศน์ระบบดิจิตอล ซึ่งประกอบด้วย

1.หมวดหมู่เด็ก เยาวชน และครอบครัว หมายเลขช่อง 13 -- 15
- บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด (ช่อง 3) ได้หมายเลขช่อง 13
- บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หมายเลขช่อง 14
- บริษัท ไทยทีวี จำกัด (เครือทีวีพูล) ได้หมายเลขช่อง 15

2.หมวดหมู่ข่าวสารและสาระ เริ่มจากหมายเลขช่อง 16 -- 22
- บริษัท ไทย นิวส์ เน็ตเวิร์ค (ทีเอ็นเอ็น) จำกัด ได้หมายเลขช่อง 16
- บริษัท ไทยทีวี จำกัด (ทีวีพูล) หมายเลขช่อง 17
- บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด(เครือบริษัท เดลินิวส์ทีวี) หมายเลขช่อง 18
- บริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด หมายเลขช่อง 19
- บริษัท 3เอ. มาร์เก็ตติ้ง จำกัด หมายเลขช่อง 20
- บริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด หมายเลขช่อง 21
- บริษัท เอ็นบีซี เน็กซ์ วิชั่น จำกัด (เครือเนชั่น) หมายเลขช่อง 22

3.หมวดหมู่ทั่วไปแบบความคมชัดปกติ SD หมายเลขช่อง 23 -- 29
- บริษัท ไทย บรอดคาสติ้ง จำกัด (ในเครือเวิร์คพอยท์) ได้หมายเลขช่อง 23
- บริษัท ทรู ดีทีที จำกัด หมายเลขช่อง 24
- บริษัท จีเอ็มเอ็ม เอสดี ดิจิทัล ทีวี จำกัด หมายเลขช่อง 25
- บริษัท แบงคอก บิสสิเนส บรอดแคสติ้ง จำกัด (เครือเนชั่น) หมายเลขช่อง 26
- บริษัท อาร์.เอส.เทเลวิชั่น จำกัด หมายเลขช่อง 27
- บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด (เครือช่อง 3) หมายเลขช่อง 28
- บริษัท โมโน บรอดคาซท์ จำกัด หมายเลขช่อง 29

4.หมวดหมู่ทั่วไปแบบความคมชัดสูง HD หมายเลขช่อง 30 -- 36
- บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ได้หมายเลขช่อง 30
- บริษัท จีเอ็มเอ็ม เอชดี ดิจิทัล ทีวี จำกัด หมายเลขช่อง 31
- บริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ จำกัด (เครือไทยรัฐ) หมายเลขช่อง 32
- บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด (เครือช่อง 3) หมายเลขช่อง 33
- บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น จำกัด หมายเลขช่อง 34
- บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด (เครือช่อง 7) หมายเลขช่อง 35
- บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด หมายเลขช่อง 36

อย่างไรก็ตาม ทาง กสทช. ได้เปิดเผยว่า จะมีกำหนดการออกอากาศช่องทีวีดิจิตอลทั้ง 24 ช่อง พร้อมกันอย่างเป็นทางการวันที่ 1 เม.ย.นี้ พร้อมทั้งได้ระบุอีกว่า
หากได้รับใบอนุญาตแล้ว ผู้ประกอบการต้องออกอากาศเนื้อหาให้ประชาชนสามารถรับชมได้ทุกช่องทาง รวมถึงต้องแบ่งเวลาให้มีผู้ผลิตรายการร่วมด้วย

กลาโหม แจงใช้กำลัง ทหาร-ตำรวจ ดูแล สำนักปลัดกห.เมืองทอง ที่ทำงาน นายกฯ ยิ่งลักษณ์ รวม10 กองรัอย ไม่ใช่30 กองร้อย


กลาโหม แจงใช้กำลัง ทหาร-ตำรวจ ดูแล สำนักปลัดกห.เมืองทอง ที่ทำงาน นายกฯ ยิ่งลักษณ์ รวม10 กองรัอย ไม่ใช่30 กองร้อย ทหาร3 ตำรวจ7 ด้าน รองโฆษทบ. เผย มี ศรภ. บก.ทัพไทย ดูแล นายกฯ ยิ่งลักษณ์ อยู่แล้ว แต่ไม่รู้ “สุรพงษ์” ขอ ผบ.เหล่าทัพ ดูแล “ยิ่งลักษณ์”แบบไหน ให้เป็นทีม อารักขา เพราะ มี ศรภ.ดูแล อยู่แล้ว ส่วนที่ สำนักงานปลัดกลาโหม มี ทหาร ปตอ.ดูแล อยู่แล้ว

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึง กรณีที่นายสุระพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะที่ปรึกษาศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศรส.) เรียกร้องให้ผบ.เหล่าทัพ ดูแลรักษาความปลอดภัยของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ภายหลังจากที่ถูก กลุ่ม กปปส. ตามไปขัดขวางการปฎิบัติงาน ว่า

เรื่องการขอกำลังทหารไปดูแลบุคคลสำคัญ เช่น นายกฯ ในฐานะที่เป็น รมว.กห.นั้น เป็นหน้าที่ของ ศูนย์รักษาความปลอดภัย บก.กองทัพไทย อยู่แล้ว

แต่หากจะขอเพิ่มเติม ต้องให้ทาง กลาโหม โดยสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ร้องขอมา และเป็นไปตามระเบียบขั้นตอน โดยผ่านทางกองบัญชาการกองทัพไทย และจะแจ้งมายังเหล่าทัพอีกครั้ง ว่าต้องการกำลังทหารจากเหล่าทัพไหน จำนวนเท่าไหร่ รวมถึงภารกิจ

"อยู่ดีๆจะให้กองทัพส่งกำลังทหารไปโดยไม่มีการ้องขอคงทำไม่ได้ เพราะผิดขั้นตอนการปฎิบัติ"

อย่างไรก็ตาม ระเบียบการจัดกำลังรักษาความปลอดภัยของนายกฯมีทีมที่รับผิดชอบไปแล้ว รวมถึงแผนการปฏิบัติ จึงไม่ทราบว่าที่ ท่านสุรพงษ์ อยากให้กองทัพเข้าไปดูแลนายกฯ จะเป็นในแง่มุมไหน ลักษณะใด ซึ่งต้องรอความชัดเจนตรงนี้ เพราะเท่าที่ทราบท่านพูดผ่านสื่อเท่านั้น ขณะนี้ยังไม่มีหนังสือร้องขอมาเป็นลายลักษณ์อักษรแต่อย่างใด

พ.อ.วินธัย กล่าวว่า แต่ในส่วนของการดูแล สำนักปลัดกลาโหม เมืองทองธานี นั้น มีกำลังทหาร จาก กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน (พล.ปตอ. ดูแล อยู่แล้ว เพราะเป็นพื้นที่รับผิดชอบ

รายงานจากกระทรวงกลาโหมแจ้งว่า ที่สำนักปลัดกห. เมืองทองธานี ที่นายกฯ นั่งทำงาน นั้น มีทหาร ดูแล 3 กองร้อย คือ ศูนย์สร้างอาวุธ กลาโหม จาก ลพบุรี 1 กองรัอย และ. พล.ปตอ.1 กองรัอย และหน่วย คอมมานโด อากาศโยธิน. กองทัพอากาศ อีก1 กองร้อย. และ ตำรวจ อีก 7 กองร้อย. รวม10 กองร้อย ไม่ใช่30 กองร้อย เช่นที่มีข่าว ออกมา


รอง ผอ.อคส.ให้ปากคำตำรวจอุดรฯยันข้าวหายจริง ระบุอุดรเป็นรายแรกที่ตรวจพบ

อุดรธานี-รอง ผอ.อคส.ให้ปากคำตำรวจอุดรฯยันข้าวหายจริง ระบุอุดรเป็นรายแรกที่ตรวจพบ ลุยตรวจทุกโกดัง
จากกรณีข้าวสารเหนียว กข.6 กว่า 3.5 ล้านกิโลกรัม มูลค่า 86 ล้านบาท หายระหว่างการขนย้ายจากโรงสีอุดรประเสริฐผล จำกัด จ.อุดรธานี ไปยังไปยัง หจก.โรงสีโชควรลักษณ์รุ่งเรืองกิจ จ.ลพบุรี ตามคำสั่งของ อคส. ในโครงการจัดทำข้าวสารถุง เพื่อลดค่าครองชีพผู้บริโภค โดยโรงสีต้นทางออกมาปฎิเสธ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อกับการขนย้ายข้าวที่หาย เป็นเพียงโกดังให้เช่าเท่านั้น ส่วนการขนย้ายต้องมี 3 ฝ่ายที่เกี่ยวข้องคือ ผู้ตรวจสอบคุณภาพข้าว , อคส. และฝ่ายปกครอง ที่ถือกุญแจโกดังคนละดอก 

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 57 พ.ต.ท.ปิยวิชญ์ วงศ์สวัสดิ์ รอง ผอ.อคส. , นายยุทธศาสตร์ แสนสวนจิต ผู้ประสานงาน อคส.อุดรธานี , นายประพันธุ์ ลุนสา ตัวแทน หจก.โชควรลักษณ์รุ่งเรืองกิจ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.นวกฤต นวการพานิช พนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ สภ.เมืองอุดรธานี เจ้าของคดี "ข้าวสารเหนียว" เอาไปทำข้าวถุงธงฟ้าหาย 3,478,011 กก. มูลค่ากว่า 80 ล้านบาท หายระหว่างทางจากโกดังกลาง อคส.อุดรธานี ไปยังโรงสีโชควรลักษณ์รุ่งเรืองกิจ จ.ลพบุรี เพื่อให้ปากคำครั้งแรก หลังจากมอบอำนาจให้นายเรืองศักดิ์ นามเดช เข้าแจ้งความตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง
นายประพันธุ์ ลุนสา ตัวแทน หจก.โชควรลักษณ์รุ่งเรืองกิจ ทำหน้าที่รับข้าวสารเหนียวจาก อคส.อุดรธานี เปิดเผยว่า เป็นตัวแทน "โชควราลักษณ์รุ่งเรืองกิจ " มารับข้าวชุดที่ตกเป็นข่าว ต้องมาทำงานที่อุดรธานีตลอดเดือนมีนาคม 2556 โดยใช้รถขนข้าวเป็น 10 ล้อ 14 คัน รถพ่วง 7 คัน รวมทั้งสิ้น 105 เที่ยว แต่ละวันไม่แน่นอนว่ากี่เที่ยว แล้วแต่ความพร้อมของแรงงาน แต่ละเที่ยวรถออกจากอุดรธานี โชเฟอร์ประจำรถจะมีเพียงเอกสารการชั่งน้ำหนักเท่านั้น ไม่ได้มอบใบโอนย้ายให้ไปกับรถ เกรงว่าจะเกิดการสูญหาย
"ใบโอนย้ายข้าวจะมีใบตัวจริง และสำเนารวม 4 ฉบับ ผมจะลงชื่อด้วยลายมือตนเองทุกฉบับ และจะรับเอาใบต้นฉบับมาเก็บไว้ เพื่อรวบรวมตรวจสอบความถูกต้อง จัดส่งไปให้โชควรลักษณ์รุ่งเรืองกิจพร้อมกัน และก็ทำเช่นนี้ทุกครั้งตลอด 2 ปี โดยครั้งนี้จัดส่งใบโอนย้ายข้าวทั้ง 105 ใบ ไปทางไปรษณีย์ อีเอมเอส. โดยส่งไปให้กับทาง หจก.โชควราลักษณ์รุ่งเรืองกิจ ปลายเดือนกันยายน ไม่มีการทักท้วงเรื่องนี้มาก่อน และทุกครั้งที่รถบรรทุกไปถึงที่หมาย ก็จะได้รับแจ้งทางโทรศัพท์ว่า รถทะเบียนอะไรน้ำหนักข้าวเท่าไหร่ เดินทางไปถึงที่หมายแล้ว"
พ.ต.ท.ปิยวิชญ์ วงศ์สวัสดิ์ รอง ผอ.อคส. เปิดเผยว่า ตนได้รับมอบหมายจาก ผอ.อคส.มาให้ปากคำเพิ่มเติม กรณีข้าวสารเหนียว 10 เปอร์เซนต์ จากโกดังคลังสินค้า บ.อุดรประเสริฐผล จก.โกดังที่ 3 หายไประหว่างการขนย้ายไปปรับปรุงที่ จ.ลพบุรี โดยทาง อคส.ได้แต่งตั้งตนให้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องการจ่ายข้าวสารทั้งหมด เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2557 ที่ผ่านมา โดยเป็นรายแรกที่เราตรวจพบว่า มีข้าวสารเหนียวหายไป ทาง ผอ.อคส.จึงได้ตั้งตัวแทนเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และติดตามข้าวที่หายไปให้ถึงที่สุด โดยเราได้ส่งมอบเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ที่มีเอกสารการขนส่ง เอกสารสัญญาที่ทาง อคส.ได้ทำกับทาง หจก.โชควรลักษณ์รุ่งเรืองกิจ ในการบรรจุข้าวสาร ให้พนักงานสอบสวนแล้ว
“การที่เราตรวจสอบพบว่าข้าวหายไป เป็นข้าวตามโครงการรับจำนำข้าวปี 55/56 ที่จะนำไปบรรจุถุงช่วยเหลือผู้บริโภค เป็นการตรวจบัญชีประจำปีจึงตรวจพบ สาเหตุที่ว่า ทำไมข้าวหายไปตั้งนานแล้วเพิ่งตรวจพบ เพราะว่ายอดข้าวทั้งหมดจากทั่วประเทศจะส่งเข้ามายังส่วนกลาง เพื่อทำการตรวจสอบประจำปี โดยที่อุดรธานีเป็นยอดแรกที่เราพบว่าหายไป หลังจากนี้หากตรวจสอบพบว่า ที่คลังสินค้าแห่งไหนหายไป เราก็จะดำเนินการอย่างนี้ทุกราย แยกเป็นเรื่อง ๆ ไป ซึ่งยืนยันว่าข้าวที่อุดรธานีหายไปจริง ส่วนที่ หจก.โชควราลักษณ์รุ่งเรืองกิจ ยืนยันว่าข้าวไม่หาย ก็เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวนที่จะต้องดำเนินการต่อไป ซึ่งข้าวล๊อตนี้มี 6 บริษัทฯที่เข้ามาดำเนินการนำออกจากคลังสินค้าที่นี่”
พ.ต.ท.นวกฤต นวการพานิช พนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ สภ.เมืองอุดรธานี เจ้าของคดี เปิดเผยว่า จะเร่งทำการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงทาง หจก.โชควรลักษณ์รุ่งเรืองกิจ ต้องเรียกขึ้นมาทำการสอบปากคำด้วย รวมถึงหัวหน้าผู้ดูแลควบคุมอยู่ที่นั่น ก็จะต้องเรียกขึ้นมาสอบทุกคน ซึ่งจากการสืบสวนสอบสวน หากพบว่ามีความผิดจริง ก็จะรายงานต่อผู้บังคับบัญชารับทราบ ซึ่งมีบางส่วนที่เป็นความลับของทางราชการ ต้องขอปิดข้อมูลไว้ก่อน ถ้ามีการสืบสวนสอบสวนทราบว่า ขั้นตอนกระทำความผิดเกิดขึ้นจากใคร ตรงไหน มีผู้ใดที่เกี่ยวข้องด้วยก็จะแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับผู้นั้นต่อไป

ศาลรัฐธรรมนูญ ยกคำร้อง คดี"วิรัตน์"ปชป.ร้อง รบ. ประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉินมิชอบ


ศาลรัฐธรรมนูญ ยกคำร้อง คดี"วิรัตน์"ปชป.ร้อง รบ. ประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉินมิชอบ


กปปส.จัดระบบมวลชนเดินเกมชัตดาวน์ ประเดิมจัดโซนที่พักเวทีปทุมวัน

กปปส.จัดระบบมวลชนเดินเกมชัตดาวน์ ประเดิมจัดโซนที่พักเวทีปทุมวัน พร้อมทั้งระดมไอเดียทุกองค์กรร่วมทำพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย หนึ่งในแกนนำ กปปส.กล่าวถึงทิศทาง กปปส.ว่า เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ได้มีการประชุมแกนนำผู้รับผิดชอบทุกเวที เพื่อปรับทิศทางการเคลื่อนไหวของมวลชน ให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์รุกไล่รัฐบาล นายกฯ ครม.และชัตดาวน์กระทรวงต่างๆ โดยได้แบ่งงานและมอบหมายให้มีผู้รับผิดชอบภารกิจแต่ละเวทีชัดเจน

ล่าสุดเราปรับการชุมนุม โดยย้ายจากสะพานพระราม 8 มาปิดพื้นที่หน้ากระทรวงศึกษาธิการ ไม่ให้เข้าออกได้ ส่วนการเดินหน้าจัดการกับรัฐบาล จะทำเป็นระบบนับตั้งแต่วันนี้ (5ก.พ.)

ทิศทางที่ 1 ยุทธศาสตร์รุกไล่ นายกฯ ครม.ปิดกระทรวงต่างๆ รวมทั้งปิดหน่วยงานราชการในต่างจังหวัด เราจะเดินหน้าต่อ โดยเตรียมกำลังเรียบร้อยแล้ว จากนี้ไปมวลชนจากเวทีต่างๆ จะมีทิศทางการเคลื่อนไหวชัดเจน ถึงเวลาเราจะประกาศจัดกำลัง แต่ไม่บอกสถานที่ไปล่วงหน้า

ทิศทางที่ 2 การเตรียมการเรื่องปฏิรูปประเทศ ซึ่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.พูดชัดเจนแล้ว เรามั่นใจว่าชนะแต่ จึงต้องคิดเรื่องพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศเอาไว้ ขณะนี้ได้รวบรวมรายชื่อนักวิชาการจากสถาบันการศึกษาต่างๆ รายชื่อทุกองค์กรวิชาชาชีพ กลุ่มข้าราชการ ที่มาขึ้นเวที กปปส.เพื่อติดต่อให้ร่วมกันระดมความคิดเรื่องแนวทางปฏิรูปประเทศ ทั้งนี้นายสุเทพ ก็ได้นัดพบหลายกลุ่มแล้ว‪#‎bangkokbiznews‬


ชูวิทย์ ยื่นศาลรธน.คุ้มครองสิทธิผู้ลงคะแนน2กพ./ผู้สมัคร และสั่งจัดลต.ภายใน180วัน

ชูวิทย์ ยื่นศาลรธน.คุ้มครองสิทธิผู้ลงคะแนน2กพ./ผู้สมัคร และสั่งจัดลต.ภายใน180วัน บอก ถ้าเป็นโมฆะถือละเมิดปชช. ‪#‎ไทยรัฐ‬