PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันจันทร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2557

พล.อ.วัธนะชัย ฉายเหมือนวงศ์:ไม่มีสงครามกลางเมือง

อดีตรองผบ.ทบ. พล.อ.วัธนะชัย ฉายเหมือนวงศ์ ออกมายิงสลุตชื่นชมการทำงานของผบ.ทบ.ประยุทธ จันทร์โอชา หลังใช้โครงสร้างกอ.รมน.ที่ผบ.ทบ.เป็นรองผอ.รมน. สั่งการประสานขอความร่วมมือจากผว.ราชการจว.ทั่วประเทศในฐานะผอ.รมน.จังหวัด ช่วยสอดส่องดูและด้านความมั่นคง ป้องปรามไม่ให้กลุ่มหวังก่อเหตุร้ายสร้างสถานการณ์นำไปสู่เหตุรุนแรงอย่างที่นปช.ต้องการ
"มันไม่มีแล้วเรื่องสงครามกลางเมือง มันจะมาก็ให้มันเข้ามา ถามว่าเข้ามาแล้วจะทำอะไร กปปส.เขาก็ปรับโหมดเข้าที่สวนลุม รอองค์กรอิสระเคาะระฆัง มันชนะเห็นๆอยู่แล้ว กองทัพเขาก็พร้อมเต็มที่ในที่ตั้ง เตรียมพร้อมรับมือ ถ้ามาใช้ความรุนแรง กองทัพเขาก็มีแผนสำรอง ใช้กฏอัยการศึก เพื่อควบคุมสุถานการณ์ไม่ให้บานปลาย ไม่มีแน่นอนสงครามกลางเมืองอย่างที่พูดกัน มันเลอะเทอะแล้ว "
เรื่องสปป.ล้านนา พล.อ.วัธนะชัย เชื่อว่ามีความพยายามเคลื่อนไหวเพื่อแบ่งแยกประเทศจริง แต่เมื่อแม่ทัพภาคที่สาม ขยับ สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งความเอาผิดจะเป็นมาตราการป้องปรามไม่ให้มีการเคลื่อนไหวในลักษณะนี้อีก ใช้อำนาจที่มีตามกฏหมายดำเนินการเอาผิด พวกเคลื่อนไหวอย่างนี้มันผิดกฏหมายชัดเจนอยู่แล้ว ผบ.ทบ.ท่านเล่นเป็นเล่นตามช่องทางกฏหมาย...
ใก้ลเก็บฉากแล้ว


"พุทธะอิสระ" ถ้าฉันชั่วก็เพราะรักชาติมาก

ที่มา โพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวการเมือง

แม้ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ตัดสินใจยุติยุทธการ ชัตดาวน์กรุงเทพฯ แล้ว แต่ ณ วันนี้ เวที แจ้งวัฒนะ ยังคงปักหลักอยู่ที่เดิม ภายใต้การดูแลของการ์ดมืออาชีพ เฝ้าระวังทุกฝีก้าวของทุกคนที่ผ่านเข้าออก ท่ามกลางวงล้อมเขตสีแดง อันมีอดีต สส.ของพรรคเพื่อไทย เป็นเจ้าของพื้นที่ โพสต์ทูเดย์ มีนัดกับพระพุทธะอิสระเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม รับบทเป็นแกนนำเวทีแจ้งวัฒนะตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา และถือว่าสร้างสีสันจากยุทธวิธีการเคลื่อนไหวที่แปลกแหวกแนว ต่างจากคนอื่นในวันที่สังคมเรียกหา การเจรจาระหว่างสองฝ่าย หลังอุณหภูมิความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เขาผู้นี้ก็เดินออกจากเวที เพื่อเข้าสู่เวทีการเจรจาร่วมกับตัวแทนรัฐบาล

แต่ในมุมมองของฝ่ายตรงข้ามแล้ว ภาพของพระพุทธะอิสระถูกวิจารณ์มากมาย จากการปรากฏตัวของกองกำลังนักรบป๊อปคอร์นพร้อมอาวุธหนักที่ยิงต่อสู้กับฝ่ายเสื้อแดงที่หลักสี่ ภาพของพระภิกษุ
ผู้นี้นับเงินหลักแสนบาท หลังขอค่าเสียเวลาคืนจากผู้จัดการโรงแรมเอสซีปาร์ค ขณะที่วันต่อมาพระพุทธะอิสระก็เคลื่อนขบวนไปปิดสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี ทุกข้อเคลือบแคลง พระพุทธะอิสระชี้แจงกับเรารวมถึงบทบาทของพระที่ข้ามแดนเป็นแกนนำขับไล่รัฐบาล

เช้านี้พระพุทธะอิสระ ยังคงมีภารกิจรัดตัวตามปกติ หลังตรวจตราความเรียบร้อยรอบพื้นที่ชุมนุมแล้ว พระพุทธะอิสระยังต้องให้สัมภาษณ์สื่อและกำหนดทิศทางความเคลื่อนไหวในวันต่อไป สถานที่ทำงานประจำของพระพุทธะอิสระคือภายในร้านขาย บ้านเรือนไทย ซึ่งหากใครใช้ถนนแจ้งวัฒนะเป็นประจำก็จะสังเกตเห็นร้านนี้อยู่ติดรั้วกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 5 ตรงข้ามกรมการกงสุลจนถึงขณะนี้ พระพุทธะอิสระยังยืนยันคำเดิมว่า เวที แจ้งวัฒนะยังคงอยู่ต่อไป แม้ สุเทพ จะตัดสินใจยุบเวทีปทุมวัน ราชประสงค์ อโศกฯ ไปรวมกับเวทีสีลมแล้วก็ตาม รวมถึงจะปักหลักสู้ตรงนี้ สู้ที่นี่ สู้จนตาย!

พระพุทธะอิสระ บอกว่า สุเทพ ไม่เคยขอให้ยุบเวที เพียงแค่เปรยมาตลอดว่า หากไม่ไหวและรู้สึกว่าไม่ปลอดภัยจากการชุมนุม ก็สามารถไปรวมเวทีกับ กปปส.จุดอื่นได้ฉันมองว่าฉันไม่ได้อันตรายอะไร ฉันว่าเวทีนี้ยังอยู่ได้ พี่น้องเขาก็ไม่ยอมไป วันนี้ถ้าไปรวม ป่านนี้ไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ตอนแรกให้ไปรวมอยู่ที่ห้าแยกลาดพร้าว วันนี้ยุบไปแล้ว ฉันต้องยุบตามเขาไปด้วยอีกมั้ย กระเซอะกระเซิงเป็นเขมรแตกทัพ เราว่าเราอยู่ของเราตรงนี้ เราก็พอจะรักษาตัวได้พระพุทธะอิสระชี้แจงถึงเหตุผลที่ยังปักหลักต่อไป

พระพุทธะอิสระ ยืนยันว่า ที่ยังตั้งเวทีอยู่ขณะนี้ ไม่ได้มีความขัดแย้งอะไรกับ สุเทพ หรือแกนนำคนอื่นๆ และยังต่อสายหากันทุกวัน และคุยกันวันละหลายสิบนาทีด้วยซ้ำ โดยยืนยันว่า เป้าหมายยังคงมุ่งสู่การปฏิรูปประเทศเช่นเดียวกัน เพียงแต่ ยุทธวิธีอาจแตกต่างกัน

ยุทธวิธีของฉันคือต้องเห็นเป้าชัดเจน เห็นผลชัดเจน เป็นเนื้อเป็นหนัง จับต้องได้ ไม่ใช่ไปแล้วไปยืนด่า ไปพูดกับอากาศ อย่างที่เอสซีปาร์ค เราโจมตีธุรกิจตระกูลชินชัดเจน ส่วนที่วอยซ์ทีวีที่ไปก็ต้องการทำให้สื่อได้รับรู้ว่าหน้าที่ที่ควรจะทำ ต้องรอบด้าน ไม่ใช่ด้านใดด้านหนึ่ง วันนั้นเห็นๆ เลย ฉันอยู่ด้านหน้า ก็หาว่าฉันไปตบทรัพย์ สื่อนำเสนอด้านเดียว ด้านที่เป็นประโยชน์กับพวกพ้องตัวเองเท่านั้น ไอ้ที่ไปลงว่าชาวนาเป็นตัวปลอม ชาวนาไปรับจ้างหากิน ก็ไม่เป็นธรรมเช่นเดียวกัน

นี่คือสาเหตุที่คนมาร่วมชุมนุมเวทีนี้ เพราะเขาสัมผัสได้ว่าที่นี่มันก้าวหน้า เป็นรูปธรรมจับต้องได้ทุกวัน ที่นี่ไม่พายเรือวนในอ่าง ซึ่งก็จะพูดส่งสัญญาณไปทุกเวทีเสมอว่าอย่ามานั่งด่ากันอยู่เลย เพราะด่ามา 3 เดือนแล้วก็ยังไม่ชนะ ทำไมไม่พูดว่าวันนี้จะทำอะไร พรุ่งนี้จะทำอะไร แล้วหาทางออกอย่างไร ก้าวต่อไปอย่างไร พระพุทธะอิสระ ชี้แจง

@@ไม่เคยต่อสายผู้นำเหล่าทัพ

หากจำกันได้ ภาพการปะทะกันของกองกำลังไม่ทราบฝ่ายและคนเสื้อแดงกลุ่ม โกตี๋ ที่แยกหลักสี่ เมื่อวันที่ 25 ม.ค.นั้นเป็นประจักษ์พยานแรกว่าฝ่าย กปปส.มีอาวุธสงครามพร้อมตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามหากเข้ามาใช้ความรุนแรง จนเป็นภาพปรากฏออกไปทั่วโลกเมื่อมือปืนใช้ถุงยี่ห้อ Popcorn  ยิงใส่ฝั่งตรงข้ามจนแตกกระเจิงจนกล่าวขานต่อมาว่า นักรบป๊อปคอร์นมาช่วยพระพุทธะอิสระ

พระพุทธะอิสระเล่าย้อนไปถึงเหตุการณ์วันนั้นว่า กองกำลังป๊อปคอร์นไม่ใช่ของหลวงปู่และไม่เคยรู้มาก่อนว่าจะมีการใช้อาวุธหนักกระหน่ำยิงขนาดนั้น

คืนก่อนหน้านั้นผู้บังคับการจังหวัดนนทบุรีมาคุยกับฉัน ท่าน ผบ.ราบ 11 (พ.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี) รวมถึงผู้อำนวยการเขตหลักสี่ มาบอกว่า หลวงปู่ครับ วันนี้มันจะมีกองกำลังของโกตี๋มาถล่ม ขอให้พี่น้องไปหลบอยู่ใต้ถุนอาคารสำนักงานเขต ฉันก็บอกว่า ฉันไม่ไปหรอก เพราะฉันเป็นห่วงการ์ด ต้องเผชิญอันตราย และถ้าเขาบุกเข้ามาได้ ในอาคารนี้มันก็ไม่เหลืออะไรเหมือนกัน ฉันก็นั่งบัญชาการอยู่ข้างหน้าละกัน ให้พี่น้องเข้าไปหลบข้างใน

ฉันกะจะเอาตัวเองล่อเป้าเหมือนกัน ให้โกตี๋มันยิงสักโป้งหนึ่งจะได้จบ ฉันคิดอย่างนั้นจริงๆ เช้าวันนั้นฉันก็โทรบอกคุณสุเทพว่าอย่าส่งใครมาช่วยนะ สุดท้ายคุณอิสสระ สมชัย กับพี่น้องเขารู้ว่าเราลำบาก ก็เลยส่งคนมาช่วย เราก็เลยอยู่ในวงล้อม

อย่างไรก็ตาม พระพุทธะอิสระ ยืนยันว่า หากอยู่ในเหตุการณ์ก็คงห้ามไม่ให้มีการใช้อาวุธหนัก เพราะไม่อยากให้ใครต้องสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม เพราะใจของหลวงปู่ คือต้องการเมตตากับทุกฝ่ายเท่าเทียมกัน

ถือเป็นครั้งแรกและครั้งเดียว ซึ่งพระพุทธะอิสระยอมรับกับเราว่าต่อสายให้ลูกศิษย์ซึ่งเป็นทหารจากราบ 11 และ ปตอ.ออกมาช่วยดูแลประชาชน ทั้งที่มีคอนเนกชั่นกับทหารระดับผู้นำเหล่าทัพทั้งสามเหล่าทัพเต็มไปหมด ซึ่ง พ.อ.ทรงวิทย์ ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ด้วยการส่งทหารมาเฝ้าระวังเหตุร้ายให้ และร่วมกันพาผู้ชุมนุมออกจากวงล้อมสมรภูมิที่ดุเดือดในวันนั้น

ส่วนสาเหตุที่เวทีแจ้งวัฒนะไม่เคยเกิดเหตุร้ายจนทำให้มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัสเลยนั้น พระพุทธะอิสระ ยืนยันว่า ไม่ได้มาจากการมีทหารหรือมีกองกำลังพิเศษคุ้มกัน มีเพียงการ์ดที่คุมเข้มกับเวทีอื่น สำคัญคือ มี การข่าวจากบุคคลลึกลับที่พระพุทธะอิสระรับฟังผ่านวิทยุสื่อสารทุกนาที ซึ่งพระพุทธะอิสระยืนยันว่าการข่าวของเขาแม่นสุดๆ

หลังเกิดเหตุปะทะที่หลักสี่ใหม่ๆ มีภาพหนึ่งที่แชร์กันในโลกออนไลน์ทั่วไป คือภาพของพระพุทธะอิสระนั่งอยู่ท่ามกลางลูกศิษย์ซึ่งเป็นผู้บัญชาการทหารบก ถึง 4 คน ได้แก่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.สมทัต อัตตะนันทน์ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดาและพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผ่านการตีความว่า นักรบเหล่านี้อาจมาจากการประสานของ ผบ.ทบ.เพื่อขอให้เข้ามาช่วยก็เป็นได้

ฉันไม่เคยต่อสายทหาร แล้วก็ไม่รับสายด้วยหากเขาต่อสายมา ฉันพูดกับคุณสุเทพว่าการปฏิรูปบ้านเมืองครั้งนี้ ไม่อยากให้ทหารมามีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลง อยากให้ทุกอย่างเกิดขึ้นด้วยน้ำมือประชาชน แล้วฉันก็จับมือกับคุณสุเทพยืนยันว่าจะไม่ให้ทหารออกมา พระพุทธะอิสระตอบคำถามเรื่องบิ๊กสีเขียวหนุนหลัง

รูปที่ทั้ง 4 ผบ.ทบ.นั่งเรียงกันนั้น พระพุทธะอิสระ บอกว่า อันที่จริงยังถือว่าน้อย เพราะความจริงแล้วยังมีผู้นำของกองทัพเรือ กองทัพอากาศ แม้กระทั่งตำรวจก็เดินทางมากราบหลวงปู่ที่วัด อ้อน้อยอยู่เสมอ โดยผู้นำเหล่าทัพส่วนใหญ่ เข้าหาหลวงปู่ตั้งแต่ยังไม่ได้ติดยศพลเอก ซึ่งหลวงปู่บอกว่า ตอนพวกเขามาก็ไม่ได้ทำ คุณไสยหรือทำพิธีอะไรให้ เพียงแต่เป็นการกราบไหว้ในพิธียก พระตาม

ปกติ อย่างไรก็ตาม มีคำพูดติดตลกในหมู่บิ๊กๆ สีเขียวว่าใครอยากเป็นผู้บัญชาการทหารบกต้องเข้าหาหลวงปู่

แหม พูดอย่างนั้นทำอย่างกับว่าฉันเป็นคนแต่งตั้ง (ยิ้ม) วันนี้ฉันยังไม่รู้เลยว่าเขาเข้ามาหาฉันกันทำไม เพราะฉันเองไม่เคยทำคุณไสย ต่อชะตา เสริมดวง อะไรทั้งสิ้น ถ้าอยากรู้คุณต้องไปถามเขา แต่ถ้าให้เดาคงอาจเป็นเพราะฉันมีจุดยืนที่แน่วแน่ พูดคำไหนก็ทำอย่างนั้น ไม่เสแสร้ง ไม่ใส่หน้ากากเข้าหาใคร และจริงใจเสมอมั้ง พระพุทธะอิสระเล่าให้ฟังไม่เพียงแต่ผู้นำเหล่าทัพเท่านั้น แต่ตระกูลชินวัตรเองก็เคยเข้าหาพระพุทธะอิสระมาก่อน โดยเฉพาะ บิ๊กตุ้ย พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตรอดีตผู้บัญชาการทหารบก ลูกพี่ลูกน้องของ พ.ต.ท.ทักษิณ และ ยิ่งลักษณ์ ถือเป็นลูกศิษย์คนสำคัญคนหนึ่งของพระพุทธะอิสระด้วยซ้ำ

คุณชัยสิทธิ์เขาก็เข้าไปหาฉันตั้งแต่สมัยยังเป็นพันโทอยู่ที่เขากรวด จ.ราชบุรี หลังจากนั้นเขาก็โดน พล.อ.ชวลิต (พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี) เตะโด่งไปอยู่ใต้เป็นสิบปี พอน้องชาย

เป็นใหญ่เลยเอาพี่มาดำรงตำแหน่ง คุณชัยสิทธิ์นั้นไม่ว่าใครจะว่าเขาดีเขาชั่ว เขาเจอฉันที่ไหนเขาก็กราบฉัน ตอนนั้นเจอกันที่สนามบินเชียงใหม่ เขาก็ยังมากราบเหมือนปกติพระพุทธะอิสระเล่าให้ฟัง

@@ใครกันแน่ทำลายศาสนา

แม้การชุมนุมทางการเมืองในประวัติศาสตร์ไทยจะมีอยู่หลายครั้ง แต่ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีพระสงฆ์ห่มผ้าเหลืองมาเป็นแกนนำคุมเวที จนกระทั่ง นพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ต้องแถลงข่าวว่า พระพุทธะอิสระทำผิดวินัยสงฆ์

เหตุที่พระต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวเพราะศาสนจักรต้องเป็นที่พึ่งของอาณาจักร แต่คณะราษฎรมายึดอำนาจการปกครองเป็นประชาธิปไตยในปี 2475 คณะราษฎรก็ปฏิเสธการคงอยู่ของศาสนจักร เพราะศาสนจักรฉลาด ปกครองยาก ถึงขนาดบางครั้งยุคของคณะราษฎรยังยัดข้อหาให้พระพิมลธรรม เพราะศาสนจักรเข้ามาวุ่นวายในอาณาจักร บอกว่าเรื่องอะไรควรทำ ไม่ควรทำ เลยโดนข้อหากบฏ

เพราะฉะนั้นอาณาจักรเขาพยายามทำให้ศาสนจักรเป็นภาพงามๆ เป็นศาลพระภูมิให้นั่งไหว้อย่างเดียวไม่ต้องมาวุ่นวายอะไร”พระพุทธะอิสระอธิบายให้ฟังพระพุทธะอิสระ บอกอีกว่า วิธีคิดที่ว่าพระต้องห่างจากการเมืองนั้น ทำให้ศาสนจักรกลายเป็นเหมือน กาฝากเพราะจะไม่สนใจสังคม เพราะไม่สนใจสุขทุกข์ของอาณาจักรไปทันที แล้วยิ่งทำให้

สังคมไทยซึ่งเคยมี บ้าน วัด โรงเรียน เป็นเสาหลักสำคัญ ถูกเปลี่ยนให้เป็นสังคมของทุนนิยม บริโภคนิยม มากขึ้น

ส่วนที่สำนักพุทธฯ ออกมาขู่นั้น พระพุทธะอิสระตอบว่า ไม่แปลกใจ เพราะขณะนี้สำนักพุทธฯ ถือเป็นเครื่องมือของทรราช ซึ่งสามารถขู่ได้ทุกคน แต่ถามว่าขู่แล้วทำได้จริง มีกฎหมายรับรอง หรือเอาผิดได้หรือไม่ ซึ่งก็เห็นชัดว่าสำนักพุทธฯ ทำอะไรไม่ได้

ประเทศอื่นที่นับถือศาสนาพุทธเขาก็มีพระออกมา   เคลื่อนไหวทางการเมืองกันหมด ไม่ว่าจะเป็นศรีลังกา พม่า เขมร ลาว ญี่ปุ่น เวียดนามก็มี มีประเทศไทยประเทศเดียวที่มีศาสนาพุทธแล้วเห็นว่าพระเป็นตัวอันตรายของอาณาจักร ทั้งที่อดีตสมัยสุโขทัยก็มีพระเป็นที่ปรึกษาในฝ่ายอาณาจักรเสมอมา แต่เราพยายามจำกัดสิทธิของพระให้อยู่ในที่แคบๆ แล้วก็บอกว่าอย่ามาวุ่นวาย มีหน้าที่สวดมนต์ ภาวนา ฉันเพล สวดผีไป ตามจตุปัจจัย มันเป็นที่พึ่งได้ไม่ครบองค์ประกอบพระพุทธะอิสระ ระบุ

ฉันว่าฉันทำอย่างนี้ยังไม่ชั่วเท่ามีตังค์แล้วเลี้ยงเมียนะ ฉันบอกว่าถ้าฉันปฏิรูปสำเร็จ คนไทยทุกคนชนะ ฉันจะปฏิรูปศาสนา แล้วฉันจะยึดทรัพย์พระทั้งหมดที่รวยเกินไป เอาทุกวัดเลย เพราะพระเวลานี้บางองค์ร่ำรวยมหาศาล มีเงินหลายร้อยล้าน การไม่พูด ปล่อยให้ปลวกมันกินไส้นี่ล่ะการทำลายศาสนา มันทำลายจนกลวงไปหมด เหลือแต่โครง สุดท้ายก็ล้ม ฉันมีหน้าที่กำจัดปลวก

ถามว่า การมีพระเป็นแกนนำจะทำให้ภาพลักษณ์ของพระเสียหรือไม่ พระพุทธะอิสระ ตอบว่า วันนี้ไม่สนใจ รวมถึงเชื่อว่าสิ่งที่ทำเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ หากจะกลายเป็น ความชั่ว ก็คงจะชั่วเพราะรักชาติมากไป ให้กับคนอื่นมากเกินไป เสียสละเยอะเกินไป จนกลายเป็นความชั่วในสายตาคนอื่น

วันก่อนมีนักข่าวมาถามว่าหลวงปู่ไปยืนนับเงินที่เอสซีปาร์คทำไม ภาพมันเสียหาย ฉันก็ถามกลับว่านับเงินมันผิดตรงไหน เรานับก็เพราะว่าเขาให้เรา ไม่ได้ให้ลูกศิษย์ ถ้าบอกว่ากลัวเสียภาพพจน์ ว่าเรารักษาตัวเองมากกว่าชีวิต แล้วประโยชน์พี่น้องล่ะ ถ้าห่วงภาพตัวเอง แล้วเราจะทำงานเพื่อรักษาประโยชน์ส่วนรวมได้อย่างไร

ฉันไม่ห่วงว่าจะเน่า ฉันไม่สนใจหรอกว่าภาพฉันจะดีไม่ดีอย่างไร ฉันสนใจว่าพี่น้องประชาชนได้รับความปลอดภัย ถ้าฉันยังรักษาภาพ ฉันก็ไม่ควรจะทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ถ้าแกนนำทั้งหลายยังห่วงภาพพจน์ของตัวเอง ก็แสดงว่าทำเพื่อตัวเอง ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์สุขของมหาชน ของคนทั้งหลาย ถ้าเป็นช้างศึกสงคราม ไม่มีช้างศึกตัวไหนที่ไม่โดนธนู ไม่โดนหอก ถ้าช้างตัวนั้นขี้ขลาดแล้ววิ่งหนี ก็ไม่ชนะศึก เราต้องก้าวไปข้างหน้า ยิ่งรู้ว่าโลกก้าวไปเร็วแค่ไหน เราต้องก้าวไปข้างหน้า เพื่อให้ถึงเส้นชัยเร็วขึ้น

@@ต้องจบด้วยการเจรจา

หลังเกิดการเจรจาลับกันระหว่างพระพุทธะอิสระ และสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พี่เขยของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา สถานการณ์ความรุนแรงก็ดูจะคลี่คลายลงตามลำดับ เพราะทั้งสองทำให้เห็นว่าเริ่มเห็นหนทางสว่างของการเจรจาแล้ว

ก่อนเจรจา ฉันโทรไปคุยกับคุณสุเทพมาก่อนแล้วว่าจะคุยกับคุณสมชัย (ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง) ขอให้ไปเจรจากับคุณสมชายนะ ซึ่งคุณสุเทพเองก็ไม่ได้ว่าอะไร บอกว่าหลวงปู่ตัดสินใจเลย เพราะชื่อหลวงปู่คือ พุทธะอิสระ ตัดสินใจได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว ที่ฉันตัดสินใจคุยก็เพื่อต้องการสร้างบรรยากาศการเจรจาลดความรุนแรง เพื่อทำให้ฝ่ายที่จะก่อการจะได้รู้สึกว่ามีการพูดคุย ถ้าหากมีการทำอะไรที่รุนแรงไป สุดท้ายคุณก็จะกลายเป็นจำเลยและแพะรับบาปด้วย พระพุทธะอิสระ เล่าให้ฟัง

อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกที่มีการเสนอให้เจรจา กลับเกิดเหตุสลายการชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ และมีการนำตำรวจมาล้อมเวทีแจ้งวัฒนะ จึงทำให้ต้องเลื่อนการเจรจาต่อไปก่อน เนื่องจากคู่เจรจาสร้างสิ่งที่เป็นปฏิปักษ์ต่อบรรยากาศการเจรจา ทำให้ไม่ไว้วางใจ จึงต้องเลื่อนมาเรื่อยๆ ทั้งนี้หลังจากศาลแพ่งตัดสินเรื่อง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถึงได้มีสัญญาณเจรจากลับมาอีกครั้งหนึ่ง

พอฉันรู้ว่าเขาเอาคุณสมชายมาคุยด้วย ฉันก็ตอบตกลง แต่เขากลับมานัดในวันที่ฉันไปวอยซ์ ทีวี ซึ่งตอนนั้นมันสายไปมากแล้ว เพราะมีปัญหาเล็กน้อยที่วอยซ์ ทีวี แต่คุณสมชายก็พยายามโทรมา 3-4
ครั้ง ฉันก็ขอเลื่อนเจรจาออกไป เพราะคงมาไม่ทัน แต่พอฉันกลับมาถึงตอนสี่โมงครึ่ง คุณสมชายยังนั่งรออยู่ ฉันก็เลยขึ้นไปนั่งคุยด้วยพระพุทธะอิสระ เล่าให้ฟัง

พระพุทธะอิสระย้อนคำพูดบนโต๊ะเจรจาให้ฟังว่า บนโต๊ะเจรจามี 4 คน ใช้เวลา 1 ชั่วโมง พูดคุยกันธรรมดา รักษาท่าที พร้อมกับเสนอเรื่องปัญหาของชาวนา ว่าทำอย่างไรให้ชาวนามีชีวิตความเป็น
อยู่ที่ดีขึ้น ทั้งนี้ไม่ได้มีเงื่อนไขพิเศษอะไร พอจบแล้ว สมชัยก็เสนอว่า สัปดาห์หน้าหากสถานการณ์ความรุนแรงดีขึ้น ไม่มีการปะทะระหว่าง 2 ฝ่าย และไม่มีการเคลื่อนไหวที่อาจทำให้เสียบรรยากาศ

ก็อาจมีการเจรจาอีกรอบ โดยรอบหน้าอาจมี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พูดคุยกับ จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย หรือสุเทพ คุยกับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แต่โดยส่วนตัวแล้วเชื่อว่า สุเทพ จะไม่คุยด้วย เพราะนายกฯ ไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้

ทางฝ่ายคุณสมชายเองยังบอกเลยว่า ไม่สามารถสั่ง ร.ต.อ.เฉลิม ได้ทุกเรื่อง นั่นก็เป็นที่เข้าใจว่าคนที่สามารถสั่งเฉลิมได้อยู่ที่ดูไบ ขณะที่คนเสื้อแดงเอง คุณสมชายก็ไม่สามารถควบคุมได้|เช่นกัน ฉัน
ยังเสนอบนโต๊ะเจรจาว่า คุณธิดากล้าไหมที่คุยว่าต่อสู้เพื่อประชาชนจริงๆ แล้วตอนนี้ชาวนาเดือดร้อน ทำไมคุณไม่มาเรียกร้องเงินให้ชาวนา ลองมาช่วยหาสวัสดิการ หรือหลักประกันให้ชาวนา เพื่อ

วันข้างหน้าไม่ต้องออกมาเรียกร้องกลางถนนอีก เพื่อให้มีอำนาจต่อรอง ไม่ต้องอยู่ภายใต้อำนาจของโรงสีหรือรัฐบาล อันนี้คือประโยชน์สุขกับชาวนา แล้วเลิกต่อสู้กันเรื่องไพร่กับอำมาตย์ เพื่อให้บ้าน
เมืองนี้เป็นคำตอบ ไม่ใช่มีแต่ความขัดแย้งทุกวันนี้พระพุทธะอิสระ ระบุ

แม้จะรู้ว่า สมชาย ไม่ได้มีอำนาจเต็มในการตัดสินใจ แต่พระพุทธะอิสระยังเชื่อว่าการเจรจานั้นมาถูกทางแล้ว เพราะอย่างน้อยสถานการณ์ที่ทุกคนคาดว่าอาจจะเลวร้ายขึ้นเรื่อยๆ นั้น กลับผ่อนลงได้ในช่วงที่เจรจาผ่านพ้นไป

เมื่อถามถึงข้อเสนอในการเจรจาครั้งต่อไปนั้น พระพุทธะอิสระ บอกว่า จะเสนอให้นักการเมืองทุกฝ่ายลดอัตตา ลดอีโก้ลง เพื่อให้เห็นความสุขทุกข์ของประชาชน และเอาประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง


ขณะเดียวกันหากรัฐบาลมีความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหา นักการเมืองทั้งสองฝ่ายก็ควรถอย แล้วปล่อยให้กระบวนการปฏิรูปดำเนินการโดยประชาชน ไม่ต้องมีนักการเมืองเกี่ยวข้อง เพราะสุดท้ายก็จะเป็นประโยชน์ของนักการเมืองฝ่ายเดียว แล้วบ้านเมืองก็ไม่ได้รับคำตอบที่ควรจะเป็น แล้วสุดท้ายก็กลับมาเดินขบวนอีกรอบ

ถามว่า หากฝ่ายรัฐบาลบอกให้ยุติการชุมนุมจะยอมรับข้อเสนอนี้หรือไม่ พระพุทธะอิสระ บอกว่า การพูดแบบนี้เอาแต่ได้ฝ่ายเดียว เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากรัฐบาลทำให้ประชาชนออกมา จึงต้องดับปัญหาที่ต้นเหตุ วันนี้รัฐบาลต้องคิดให้ได้ว่าใครสร้างปัญหา จนเรียกให้ประชาชนออกมากินนอนบนท้องถนน

ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง ฉันคงไม่ออกมาจากวัด อยู่วัดสบายกว่า เพราะฉันก็มีงานของฉันทำ ที่ฉันออกมาเพื่อเป็นตัวชะลอความรุนแรง หยุดยั้งความสูญเสียในระดับหนึ่ง หากเวที กปปส.แจ้งวัฒนะไม่มีอาตมาดูแลอยู่จะเกิดอะไรขึ้น มันคงเน่าไปนานแล้ว (หัวเราะ) ถ้าฉันไม่อยู่ก็ตายกันอีกหลายศพ เราอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนเสื้อแดงสารพัด

แต่ตอนนี้ฉันเห็นว่า ทักษิณ เขาไม่อยากเจรจาแล้ว เขากำลังขับเคลื่อนกำลังพลเสื้อแดงมาบดขยี้ กปปส. เพราะเป็นไพ่ใบสุดท้ายที่จะทำให้อยู่ในอำนาจได้ นั่นเป็นความจริงที่เกิดขึ้นแล้ว เพราะศาล

กฎหมาย ตำรวจ ทหารก็พึ่งไม่ได้ สุดท้ายเลยต้องใช้บริการคนเสื้อแดง อาตมาไม่อยากเห็นสงครามกลางเมือง พี่น้องไทยมาฆ่ากันเอง พระพุทธะอิสระ กล่าว

พระพุทธะอิสระ บอกอีกว่า เมื่อทักษิณลงมือระดมคนเสื้อแดงมากขนาดนี้ คงจะไม่ต้องการให้จบด้วยการเจรจา เพราะฉะนั้นการเจรจาที่ทำอยู่ในขณะนี้เป็นเพียงฉากหนึ่งที่เขาเล่น เพื่อให้ดูว่า

พยายามแล้วเท่านั้น ทั้งที่จริงๆ แล้วต้องการให้เกิดความแตกหัก ซึ่งสุดท้ายก็จะเสียประโยชน์ทั้งประเทศชาติและประชาชน ซึ่งรวมถึงคนเสื้อแดง กปปส. และประเทศชาติที่เสียหายด้วย คนที่ไม่เสียคนเดียวมีเพียง ทักษิณ เท่านั้น

@@ยึดหลวงพ่อชา เป็นพระต้นแบบ

ก่อนที่หลวงปู่พุทธะอิสระจะออกมาเป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน สู้กับระบอบทักษิณหลายคนคงจดจำกันได้ว่า ภาพของหลวงปู่พุทธะอิสระ คือภาพที่ออกมาตอบโต้กับพระชื่อดังอย่างหลวงปู่เณรคำหรือ หลวงพ่อเกษมอาจิณณสีโล แห่ง จ.เพชรบูรณ์มาแล้ว และ ก็เป็นหลวงปู่พุทธะอิสระคนนี้ที่เคยประกาศขายวัดอ้อน้อยมาแล้ว ในราคา2,000 ล้านบาท

แม้ภายนอกจะดูโผงผาง ปากกล้า แต่อันที่จริงหลวงปู่พุทธะอิสระ ล้วนมีพระเกจิสายปฏิบัติ เป็นต้นแบบในการเรียนรู้ทั้งสิ้น!


ฉันนับถือหลวงพ่อชา สุภัทโธ เพราะสมัยเป็นพระใหม่ๆ เคยไปเที่ยววัดหนองป่าพง ที่จ.อุบลราชธานี แล้วก็ได้เห็นปฏิปทาของท่าน หลังจากนั้น ก็ได้รับการนิมนต์ให้ไปช่วยระงับอธิกรณ์ 15 ข้อ

นอกจากนั้น ฉันก็นับถือหลวงปู่โต๊ะ เพราะสมัยนั้นฉันเคยสัมผัสใกล้ชิด เพราะฉันอยู่ที่ถ้ำรังเสือ ส่วนหลวงปู่โต๊ะท่านอยู่ที่ถ้ำสิงโตทอง จ.ราชบุรี ก็เห็นว่าท่านน่าเคารพเลื่อมใส

พระอีกรูปหนึ่ง ที่หลวงปู่พุทธะอิสระ นับถือมากก็คือสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ เพราะ โดยในช่วงที่สมเด็จพระสังฆราช ยังมีชีวิตอยู่ มักจะชอบไปหาหลวงปู่พุทธะอิสระ ที่วัดอยู่เสมอ

ตอนที่ท่านยังทรงพระพลานามัยแข็งแรง ท่านจะทรงเสด็จไป แล้วฉันก็เคยรับใช้สนองงานท่าน ที่ท่านขอให้ตั้งศูนย์วิปัสสนาจารย์ครั้งแรกของประเทศไทย ที่ จ.นครปฐม คณะสงฆ์ภาคที่ 4 แล้วท่านก็ขอให้ฉันเขียนหลักสูตรไปถวายท่าน แล้วก็ประกาศใช้เป็นกฎของมหาเถรสมาคม ท่านเรียกฉันว่าหลวงปู่หนุ่มหลวงปู่พุทธะอิสระ เล่าให้ฟัง

2-3 เดือนที่ผ่านมา วัดอ้อน้อยเองประสบปัญหาอย่างหนักเช่นกัน เนื่องจากโดนทั้งระเบิด และปืนยิงใส่วัด ขณะเดียวกัน หลวงปู่พุทธะอิสระ ซึ่งเป็นเสาหลักในการหารายได้เข้าวัด ก็ต้องเปลี่ยนสถานะมาเป็นแกนนำการชุมนุมอยู่กลางดงคนเสื้อแดง

ยอมรับว่าลำบาก เพราะค่าใช้จ่ายในวัด เดือนหนึ่งๆ ก็ 4-5 ล้านบาท ส่วนค่าใช้จ่ายในการชุมนุมที่เวทีนี้วันหนึ่งก็ 5-6 แสนบาท เราก็พยายามประหยัดมากที่สุด ตอนนี้เราก็หวังเหมือนกันว่า คงจะได้รับชัยชนะโดยเร็ว และฉันก็บอกกับแม่ว่า คงไม่เกินกลางเดือนนี้ จะได้กลับวัดแล้วหลวงปู่พุทธะอิสระ กล่าว

'สลายผ่านฟ้า'ศาลอาญารับฟ้องแล้ว

'สลายผ่านฟ้า'ศาลอาญารับฟ้องแล้ว
'สลายผ่านฟ้า'ศาลอาญารับฟ้อง 'ปู-เฉลิม'โดนสอบ 26 พ.ค.ข้อหาฐานฆ่าคนตายโดยเล็งเห็นผล

3 มี.ค.2557 จากกรณีคดีที่นางจงจิต แซ่ด่าน ภรรยาของนายศรัทธา แซ่ด่าน ผู้ตาย และน.ส.อุมาพร อ่างทอง มารดาของนายจีรพงษ์ ฉุยฉาย ผู้เสียชีวิตจากเหตุสลายการชุมนุมที่แยกผ่านฟ้า เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม , ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ปฏิบัติหน้าที่รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส., พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ในฐานะรอง ผอ.ศรส. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ( ดีเอสไอ) ในฐานะกรรมการ ศรส. พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผบช.ภ.2 และพล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เป็นจำเลยที่ 1-6 ตามลำดับ ในความผิดฐานร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา
ล่าสุดนายชัยวัตน์ สิทธิสุขสกุล ทนายความเปิดเผยว่า หลังจากที่ยื่นฟ้องคดีแล้ว ในวันที่ 3 มีนาคม ศาลอาญาได้รับฟังและมีคำสั่งให้นัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ในคดีของน.ส.อุมาพร หมายเลขดำ อ.451/2557 ในวันที่ 26 พฤษภาคมนี้ เวลา 09.00 น. และคดีของนางจงจิต หมายเลขดำ อ.452/2557 โดยนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์วันเดียวกัน ในเวลา 13.30 น.

..


กรุงเทพฯ คืนนี้

Bangkok Tonight
กรุงเทพฯ คืนนี้

ภายหลังการชุมนุมต่อเนื่องหลายเดือน ผู้ชุมนุม กปปส.ได้ออกจากปทุมวัน ทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่พวกเค้าทำไว้ มุ่งหน้าสู่ลุมพินี ถนนหลายสายสะอาดขึ้นในคืนนี้ อาจจะมากกว่าที่เคยด้วยซ้ำ มันจะเป็นการลำเอียงหรือไม่หากพูดว่า การชุมนุมของทักษิณในปี 2553 สิ่งที่ทิ้งไว้คือตึก 37หลัง โดนเผา ในขณะสิ่งที่พวกนกหวีดในปี 2557 ทิ้งไว้คือถนนที่สะอาด? คนบางคนอาจจะบอกว่าลำเอียงแค่จากการพูดสิ่งที่เป็นความจริงธรรมดา นั่นไม่ใช่ความลำเอียง

After months of constant protests, PDRC protestors vacate Pathumwan, clean up any mess they made, and head to Lumpini. The streets are cleaner here tonight than probably ever. Is it biased to say that the Thaksin protests of 2010 left 37 torched buildings, while the Whistlers of 2014 left clean streets? Some people say it is biased to say the simple truth. That is not bias.


องทัพบก ยังยืนยัน สปป.ล้านนา แบ่งแยกประเทศ แถมตั้งกองกำลัง อีก !!

ฉุด !! ไม่อยู่ เมื่อกองทัพบก ยังยืนยัน สปป.ล้านนา แบ่งแยกประเทศ แถมตั้งกองกำลัง อีก !!

พันเอก วินธัย สุวารี รองโฆษก ทบ. แถลงและตอบคำถาม เรื่อง สปป.ล้านนา

ถาม- ทาง สปป.ชี้แจงว่า การจัดตั้งสปป.ล้านนา ไม่ได้ว่า หมายความว่าจะเป็นการแบ่งแยกประเทศ แต่เป็น สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย และจะฟ้องกลับ ผบ.ทบ.กลับ

พ.อ.วินธัย--จะฟ้องหรือไม่เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวน เพราะการดำเนินคดีมีขั้นตอน แต่ขณะนี้เรามีหลักฐานอยู่ในระดับหนึ่ง

"มีการตั้งข้อสังเกตว่า หลังจากที่หน่วยความมั่นคงใช้การดำเนินการทางด้านกฎหมายจึงเริ่มมีการอธิบายทำความเข้าใจย้อนหลัง แก้ต่างตามออกมา แต่ช่วงแรกไม่มีผู้ใดมาชี้แจง ส่วนข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรต้องรอ กระบวนการสอบสวนในรายละเอียดต่อไป ซึ่งมีขั้นตอนอยู่แล้ว"

ถาม-จะมีการยื่นเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษหรือไม่
พ.อ.วินธัย -ขณะนี้ยังไม่ได้มีการพูดถึง เพียงแต่เมื่อมีข้อมูลการร้องเรียนจากประชาชนและได้รับข่าวสารจากสื่อมวลชนทำให้เราสามารถดำเนินการทางกฎหมายได้ในเบื้องต้น โดยไม่ได้นิ่งเฉยต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งทางกองทัพภาคที่ 3

ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะประจักษ์เห็นการขึ้นป้ายผ้าที่แสดงสัญลักษณ์ในลักษณะการโฆษณาและได้ข้อมูลจากพยานที่เป็นประชาชนและสื่อมวลชนที่อยู่ร่วมกิจกรรมวันดังกล่าว ส่วนจะดำเนินการได้มากน้อยเพียงใด ต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของกระบวนการสืบสวนดำเนินการก่อน”

โดยก่อนหน้านั่นเป็นการ แถลงของ รองโฆษก ทบ. ระบุว่า กรณีการจัดตั้งกองกำลังที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายและการใช้คำพูดการติดป้ายเพื่อแสดงถึงการแบ่งแยกประเทศ ว่า การแจ้งความดำเนินคดีต่อกรณีการจัดตั้งกองกำลังที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย

และการใช้คำพูดการติดป้ายเพื่อแสดงถึงการแบ่งแยกประเทศของกลุ่มต่างๆ เช่น สปป.ล้านนา และอาสาสมัครประชาธิปไตยนั้น ฝ่ายกฎหมายพิจารณาแล้วเข้าข่ายมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา และยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าดำเนินการทั้งที่อาจเข้าข่ายผิดร้ายแรง

"กองทัพจึงจำเป็นต้องเข้าดำเนินการในฐานะที่เป็นหน่วยงานความมั่นคง ซึ่งกองทัพไม่สามารถยอมให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดกระทำการแบ่งแยกประเทศหรือจัดตั้งกองกำลังเพื่อทำให้ประชาชนหรือสังคมร่วนรวมเข้าใจผิดเป็นอันขาด"

ส่วนในกรณี กปปส. นั้น รองโฆษก ทบ.กล่าวว่า หากกระทำความผิดใดๆ ก็ต้องถูกดำเนินคดีเช่นกัน และที่ผ่านมาที่กองทัพไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการนั้น เพราะทางรัฐบาลโดย ศรส. และ สตช.ได้ดำเนินการอยู่แล้ว

"ขณะนี้มีเป็นคดีอยู่กว่า 100 คดี ทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม จึงไม่ได้มีการก้าวล่วงดำเนินการเพิ่มแต่อย่างใด"

"ยืนยันกองทัพไม่ได้เลือกปฏิบัติหรือเข้าข้างใคร อยากให้สังคมได้พิจารณาดู ที่ผ่านมากองทัพพยายามดำเนินการภายใต้กรอบกติกาเพื่อดูแลสถานการณ์ภายใต้ขอบเขตความรับผิดชอบ

ให้ได้อย่างดีที่สุด พยายามรักษาสมดุลทางความรู้สึกของทุกฝ่าย ไม่พยายามก้าวล่วงความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เคารพสิทธิการแสดงออกภายใต้กรอบของทุกพวกทุกฝ่าย"

"นอกจากมีบางกรณีไม่ถือว่าอยู่ในกรอบของการแสดงออกตามสิทธิที่พึงกระทำได้ อย่างเช่น เรื่องการล่วงละเมิดสถาบัน หรือเรื่องที่อาจส่งกระทบความมั่นคงประเทศที่รุนแรง"

"ทุกฝ่ายคงต้องยอมรับในกติกา และกระบวนการทางด้านกฎหมายที่ปัจจุบันยังมีผลบังคับใช้อยู่ ทั้งกองทัพ และ กอ.รมน.มุ่งหวังที่จะแก้ปัญหาอย่างสันติวิธี เคารพในกระบวนการประชาธิปไตย ยึดหลักกฎหมาย

ไม่ต้องการให้ประชาชนลุกขึ้นมาต่อสู้กันเอง ซึ่งรัฐบาลและกองทัพต้องรับผิดชอบในภาพรวมอยู่แล้ว แต่หากมีการบาดเจ็บ สูญเสีย ทั้งประชาชน ผู้บริหาร และแกนนำทุกฝ่าย ก็ต้องรับผิดชอบ และอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วยกันทุกคน"

ส่วนกรณี สปป.ล้านนา นั้น รองโฆษก ทบ. กล่าวว่า ล่าสุดหลังจากที่หน่วยงานความมั่นคงให้ความสนใจและตัดสินใจใช้กฎหมายเข้าดำเนินการ จึงเริ่มมีกระแสการอธิบายทำความเข้าใจย้อนหลังแก้ต่างออกมาเป็นระยะๆ

โดยทั้งนี้เพิ่งเริ่มต้นขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม คงจะต้องมีการสืบสวนสอบสวนตามพยานหลักฐาน และเปิดโอกาสให้ผู้ต้องสงสัยสามารถต่อสู้แสดงความบริสุทธิ์ใจได้ตามช่องทางของกระบวนการตลอด

เครดิต : วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหาร


กรณีตำรวจจับ ทหาร พล.ร.5 นอกเครื่องแบบพกอาวุธM16

เรื่องทหาร พล.ร.5 ที่ผมโพสท์เมื่อคืน.. เช้านี้อินบ๊อคกูเลยเกิดปรากฏการณ์ ทหารทุกกองพล มาประสานเสียงด่ากูกันโดยมิได้นัดหมาย.. มีตั้งแต่ไอ้คุณเณร หมู่ จ่า ผู้หมวด ผู้กองผู้พัน ไปยันนายพล.. บางคนก็รู้จักกันดีข้างนอก.. งั้นตอบตรงนี้ละกัน.. พวกมึงบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องภายในกองทัพ ไม่ควรแพร่งพรายออกไป..

เรื่องภายในเหี้ยอะไรวะ.. กำลังพลออกไปทำความผิดต่อหน่วยงานอื่น ข้างนอก ผิดกฏหมายบ้านเมืองตั้งแต่หัวจรดตีน ยันพฤติกรรมทุกเม็ด..นี่เรื่องสาธารณะ ..ประชาชนควรได้รู้ไว้ พวกมึงอายเหี้ยอะไร?? ..

เที่ยงคืนเศษๆยามวิกาล พวกมึง4-5คน พร้อมเอ็ม16 และเครื่องกระสุน ไม่ได้อยู่ในเครื่องแบบ พากันขับรถเข้าไปก่อการข่มขู่ตำรวจถึงหน้าโรงพัก ถึง2ครั้ง ทีนี้พอตำรวจจับได้ มีการบิดข่าวกันทั้งข่าวพลเรือน และข่าวทางการ..

พวกมึงโกรธเดลินิวส์ที่ลงข่าวแบบนั้น หาว่าเค้าเขียนข่าวเกินจริง นายสิบทั้งหลายพากันออกมาด่าฉิบหายวายวอด .. ทีนี้มาดูข่าวทางการแบบในภาพ.. อันนี้ผู้คนพลเมืองที่เสียภาษีเลี้ยงดูพวกมึง..เค้าด่ามั่ง.. เพราะตอแหลยิ่งกว่าเดลินิวส์อีก. .

กูรู้สึกหมั่นไส้นายสิบหลายคนที่สามหาว สี่หาว.. พากันท้าทายผู้คนประชาชนรวมทั้งกูด้วย ว่าแน่จริงลงมาทำงานที่3จชต.ดูบ้าง แล้วมึงจะรู้ว่าทหารต้องเสี่ยงตายขนาดไหน??

โธ่!!ไอ้สัสเอ๋ย .. ที่นั่นไม่ได้มีแต่ทหารเท่านั้นที่ลงไปทำงาน หน่วยงานอื่นเค้าก็มี .. และการออกไปทำหน้าที่ชายแดนแบบนี้ นั่นหน้าที่ทหารแบบพวกมึงอยู่แล้ว ไม่ใช่หน้าที่คนทั่วไป .พวกมึงหลงตัวเองขนาดนี้ มิน่าล่ะ ถึงไม่เคยเห็นหัวประชาชนสักเท่าไรนัก...

ตอนมึงสมัครเข้าโรงเรียนนายสิบ มีใครบังคับบีบคอมึงให้สมัครหรือเปล่า?? มาทวงบุญคุณส้นตีนไร.. มาอวดอ้างส้นตีนไร การลงไปทำหน้าที่ชายแดน ไม่ได้ทำให้ทหารอย่างพวกมึงมีศักดิ์และสิทธิ์เหนือผู้อื่นใดๆทั้งนั้น เมื่อเสี้ยนอยากเป็นทหาร ดังนั้นนั่นคือหน้าที่.. ประชาชนเค้าจ้างมึงน่ะ..เมื่อจ้างมึงแบบรายเดือนแล้ว จ้างถาวรแล้ว มึงก็ต้องทำงานในหน้าที่ให้คุ้มภาษีอากร ..

ก่อนนี้พวกมึงตายในสนามรบ ผู้คนก็สงสาร..แต่ตอนนี้..กูว่าไม่แน่แล้วล่ะ.. พวกมึงทำตัวเองทั้งนั้น เกียรติศักดิ์ของพวกมึงเสื่อมทรามลงตามลำดับในสายตาผู้คน นั่นเพราะพวกมึงตั้งแต่นายยันบ่าว วินัยเลว ไร้สำนึกรักประชาชนคนเลี้ยงดูพวกมึง .. ศรัทธาที่ประชาชนมีให้พวกมึง จึงหมดลงทุกวัน..

จริงๆกูแค่อยากจะตอบอินบ๊อกซ์สั้นๆแค่ว่า ..กูไม่เคยเข้าข้างพวกเดียวกัน ถ้ามันเหี้ย..!! แต่ที่ต้องร่ายยาวมาแบบนี้ นั่นเพราะ..

ทหารใหม่ๆชั้นต่ำแบบพวกมึง..มันไร้สมองแยกแยะดีชั่ว ไร้สติปัญญา ไร้ประสบการณ์ในการแก้ไขสถานการณ์เบื้องหน้า ปล่อยโมหะ โทสะ ให้อยู่เหนือการบังคับบัญชาของจิตใจ ..ทหารแบบพวกมึงไร้คุณลักษณะในการเป็นผู้นำโดยสิ้นเชิง.. เป็นหมู่เป็นจ่าไปน่ะดีแล้ว อย่าเป็นนายร้อย ..สงสารไอ้คุณเณรในหมวด ในกองร้อยทั้งหลายมัน เพราะจะพามันไปตายห่าในสนามรบหมด..

เรื่องมันจะไม่เน่าแบบนี้ ไม่ดังขนาดนี้.. ถ้าพวกมึงหุบปากแล้วอยู่เฉยๆ ..พวกมึงมันโง่ไง สมัยโบราณเนี่ย ทหารโง่ๆเจ้านายมักไม่ให้ถืออาวุธ เพราะมันโง่ อาจทำอาวุธลั่นใส่พวกเดียวกัน เค้าจะให้ทำหน้าที่แบกหามแทน

พวกมึงเป็นแบบย่อหน้าสุดท้ายนี้..


จาตุรนต์ ฉาวแสง:ครม.ชุดนี้จะรักษาการไปจนกว่าครม.ชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งจะเข้ารับหน้าที่

ครม.ชุดนี้จะรักษาการไปจนกว่าครม.ชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งจะเข้ารับหน้าที่

วันนี้ผมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไปในเรื่องนี้ พรุ่งนี้คงเป็นข่าวอยู่บ้าง ขอเพิ่มเติมหรืออาจพูดซ้ำอีกนิดครับ

ตามรัฐธรรมนูญ ครม.ชุดนี้พ้นจากตำแหน่งแล้ว แต่ต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าครม.ใหม่จะเข้ารับหน้าที่ ไม่ว่าจะนานเท่าไร่ครับ อย่าว่าแต่ 30 วันอย่าที่พูดกันเลย 180 วันหรือกว่านั้น ถ้ายังไม่มีครม.ใหม่มารับหน้าที่ ครม.ชุดนี้ก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้มีมานานแล้วที่กำหนดไว้ว่าประเทศจะว่างเว้นจากครม.ไม่ได้ และครม.นั้นจะต้องเป็นครม.ที่มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น จะใช้ปลัดกระทรวงหรือคนนอกเหมือนตอนมีการรัฐประหารไม่ได้

ในแง่ข้อเท็จจริงในอดีต ผมก็สามารถยืนยันได้ว่ารัฐบาลไทยรักไทยที่ผมเป็นรัฐมนตรีอยู่ด้วยก็เคยรักษาการมาแล้วประมาณ 7 เดือน ที่พ้นไปไม่ใช่เพราะรัฐธรรมานูญกำหนดให้ต้องพ้นแต่เป็นเพราะเกิดการรัฐประหารขึ้นเมื่อ กันยายน 2549

ถ้ารัฐบาลนี้จะพ้นไปทั้งก่อนที่จะมีครม.ใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งจึงมีเพียง 2 วิธีเท่านั้นคือ 1.ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ครม.ทั้งคณะพ้นไปด้วยเหตุใดก็ตามหรือ 2.เกิดการรัฐประหาร

ลำพังการชุมนุมของสุเทพกับพวกก็ดี การจัดการขององค์กรอิสระก็ดี หรือการถอดดถอนของวุฒิสภาก็ดี ไม่อาจทำให้รัฐบาลนี้พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ไปได้ครับ

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ปส.) จับยาบ้า 6.1 แสนแม็ด เตรียมส่งขายใน กทม.

13.00 น. ชุด ตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ปส.) จับยาบ้า 6.1 แสนแม็ด เตรียมส่งขายใน กทม.

ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) วันที่ 3 มีนาคม 2557 พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ศุภกิจ ศรีจันทร์นนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด แถลงจับกุม นายปัญญา ทรงประสิทธิผล และพวกรวม 3 คน ชาวเขาเผ่าม้ง พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 610,000 เม็ด หลังตำรวจสืบทราบว่า นายปัญญา และพวกเดินทางไปรับยาบ้าจากภาคเหนือและนำมาส่งต่อให้กับผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ภาคกลาง โดยใช้รถยนต์กระบะ ทะเบียน ฆฆ 6055 กรุงเทพฯ ในการลำเลียงยาบ้า โดยมีรถยนต์คุ้มกันอีก 2 คัน เมื่อตำรวจเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวจนพบว่าผู้ต้องหาใช้เส้นทางถนนพิษณุโลก - อุตรดิตถ์ จึงเข้าตรวจค้นจับกุม พบยาบ้าทั้งหมดซุกซ่อนอยู่ที่ช่องลับที่ดัดแปลงพิเศษใต้กระบะ

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ค่าจ้าง เป็นเงินจำนวน 200,000 บาท และจะนำยาบ้ามาส่งให้ผู้ค้าในกรุงเทพมหานครอีกทอดหนึ่ง เจ้าหน้าที่ติดตามขบวนการดังกล่าวมาแล้ว 2 ปี จะมีการดำเนินคดีและยึดทรัพย์กับเจ้าของอู่รถที่มีการดัดแปลงรถเพื่อซุกซ่อนยาบ้าด้วย

ขณะที่ อีกคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดขยายผลจับกุม นายลัทธพล นันทยศสกุล หรือนายสมพร สีแดง พี่ชายของนายสุภาพ สีแดง หรือ ภาพ 70 ไร่ นักโทษคดียาเสพติด และนางณัชปณิตา จิตต์สุข พร้อมของกลางยาบ้า 60,000 เม็ด หลังก่อนหน้าตำรวจจับกุมเครือข่ายและยึดยาบ้าจำนวน 860,000 เม็ด โดยผู้ต้องหาให้การซัดทอดว่า รับยาบ้ามาจากภาคเหนือ เพื่อนำมาส่งต่อให้กับผู้ค้าในกรุงเทพมหานคร โดย 1 ในผู้ค้ายาเสพติดที่รับยาบ้า คือ นายลัทธพล ตำรวจจึงเข้าจับกุมนายลัทธพลได้ที่บ้านพักย่านจังหวัดปทุมธานี ซึ่งจะขยายผลอายัดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบต่อไป สำหรับนายลัทธพลยังลักลอบเปิดบ่อนการพนันย่านสรงประภา ดอนเมืองด้วย

พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ยาบ้า ที่ยึดได้น่าจะเป็นของเครือข่าย "พันโทยี่เซ" ซึ่งทาง ปปส. ไทยจะประสานกับทาง ปปส.พม่า เพื่อขยายผลหาโรงงานผลิต ว่ายาบ้า 686 อยู่ที่ไหน หรือมีการลักลอบนำเข้ามาจากพื้นที่ใด


ผกก.อีโอดี เผย ปาบึ้มศาลอาญาเป็นเอ็ม61

ผกก.อีโอดี เผย ปาบึ้มศาลอาญาเป็นเอ็ม61
วันนี้
ผกก.อีโอดี เผย บึ้มศาลเป็นแบบเอ็ม 61 ที่มีใช้ในหน่วยทหาร และ ตร. เท่านั้น สอบวงจรปิด และพยานแล้ว

พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์ระเบิด บช.น. หรือ อีโอดี เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ระเบิดที่คนร้ายปาเข้าใส่ศาลอาญา 2 ลูก นั้น เป็นชนิด M61 โดยระเบิดชนิดนี้ มีใช้ในหน่วยงานราชการ ทหารและตำรวจเท่านั้น มีระยะหวังผลในการทำลายรัศมี 15-20 เมตร ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บกู้ ได้แล้ว โดยรอทาง พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. เข้าตรวจสอบพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง

ด้าน พล.ต.ต.สุรนิตย์ พรหมบุตร ผบก.น.2 กล่าวเพิ่มเติมว่า กำลังเร่งสอบสวนพยาน ที่เห็นเหตุการณ์ และตรวจสอบกล้องวงจรปิดในละแวดนั้น คาดว่า น่าจะเป็นข่มขู่มากกว่าจะหวังต่อชีวิตผู้ใด

คนร้ายลอบปาระเบิดใส่ศาลอาญา 2 ลูก

คนร้ายลอบปาระเบิดใส่ศาลอาญา 2 ลูก

คนร้ายลอบปาระเบิด 2 ลูก บริเวณลานจอดรถศาลอาญารัชดา ขณะนี้รอเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบ

วันนี้ (3 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลอาญารัชดา เกิดเหตุคนร้ายลอบปาระเบิดใส่ศาลอาญารัชดา 2 ลูก บริเวณลานจอดรถ แต่ระเบิดไม่ทำงาน ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารที่รักษาความปลอดภัยได้กันประชาชนและพนักงานบริเวณแถวนั้นออกจากพื้นที่ เพื่อรอเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ (23 ก.พ.) คนร้ายลอบยิงลูกระบิด เอ็ม 79 เข้าใส่บริเวณรั้วศาลอาญาอีกครั้งในรอบสัปดาห์ โชคดีระเบิดไม่ทำงาน และเมื่อวันที่ 14 ก.พ.เคยเกิดเหตุคนร้ายเคยลอบยิงเข้าใส่อาคารศาลอาญา บริเวณชั้น 7 มาแล้วครั้งหนึ่ง


ท่าทีกองทัพบก...อาจส่งผลต่อทหาร ที่ปฏิบัติหน้าที่ของทหาร

ท่าทีกองทัพบก...อาจส่งผลต่อทหาร ที่ปฏิบัติหน้าที่ของทหาร

ผบ.หน่วย ทหารเตือนลูกน้องระวังตัว ดูแลความปลอดภัยของตัวเองในการปฏิบัติหน้าที่ด้วย หลังคนร้ายขว้างระเบิด 2ลูก ใส่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เมื่อ10.30 น. ระเบิด1 ลูก ด้าน1 ลูก ไม่มีใครบาดเจ็บ แต่ตกห่างจุดตรวจทหาร ปตอ.แค่100 เมตร หวั่น เล็งทหารและ สร้างสถานการณ์...ขณะที่
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ประชุม ผบ.หน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ระดับแม่ทัพภาค และกรมฝ่ายเสนาธิการ ที่ บกทบ. ตั้งแต่เช้า-บ่าย หลังประชุม รองโฆษก ทบ.จะแถลงข่าวผลประชุม การสั่งการของ ผบ.ทบ. และท่าทีกองทัพ ต่อ กรณี แนวคิดแบ่งแยกประเทศ และ สปป.ล้านนา ว่า กองทัพ มองว่าเป็น สมัชชาปกปัองประชาธิปไตย หรือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลัานนา และ การปรับกำลังทหาร ดูแลความสงบเรียบร้อย


พชรวรรต ปัดคิดแยกประเทศ

2 มี.ค.) จากกรณีปรากฏป้าย "ขอแยกประเทศล้านนา" โผล่บนสะพานลอยตามสายหลักในจังหวัดต่างๆทางภาคเหนือหลายจุด ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงประเด็นการแบ่งแยกประเทศขึ้นในช่วงหลายวันที่ผ่านมา

ล่าสุดวานนี้ นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 เปิดเผยว่า กรณีที่จะมีการแบ่งแยกดินแดนเป็นประเทศล้านนา หรือสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนานนา (สปป.ล้านนา) มีการพูดคุยกันในกลุ่มจริงเป็นเวลากว่า 6 เดือนแล้ว และโอกาสที่จะมีการแบ่งแยกดินแดนก็เป็นไปได้สูง ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
1. การดูถูกความเป็นมนุษย์ของคนอีกกลุ่มในประเทศไทย
2. การไม่เคารพกฎหมายและมีความเหลื่อมล้ำเกิดขึ้น
3. การไม่เคารพในระบอบประชาธิปไตย และถ้าหากมีการรัฐประหารหรือปิดประเทศก็จะแยกตัวออกมาทันที

อย่างไรก็ตาม นายเพชรวรรต ยืนยันว่า การแยกตัวของ สปป.ล้านนา ไม่ได้เป็นการแบ่งแยกประเทศ แต่เป็นการแยกการปกครองเหมือนกับจีนและฮ่องกง และถ้าหากมีการแบ่งแยกจริงเชื่อว่าประชาชนร้อยละ 80 ของ 8 จังหวัดภาคเหนือ จะมีแนวคิดเดียวกับทางกลุ่มแน่นอน แม้ว่าไม่ใช่คนเสื้อแดงก็ตาม

สหภาพปิดล้อจี้ขรก.กระทรวงแรงงานกลับบ้าน

11.00 น. นายสมศักดิ์ โกสัยสุข นำมวลชนสหภาพรัฐวิสาหกิจ ปิดล้อม กระทรวงแรงงาน บังคับให้ข้าราชการและพนักงานกลับบ้าน ให้เลิกรับใช้ตระกูลชินวัตร หากใครทำงาน คือพวกทรราชรับใช้ตระกูลชินวัตร ให้ออกภายใน 30 นาที


มทบ.33 ขึ้นโรงพักแจ้งจับ “เพชรวรรต-แดงรักเชียงใหม่ 51” ดันแยกประเทศผิด ม.113, 114

มทบ.33 ขึ้นโรงพักแจ้งจับ “เพชรวรรต-แดงรักเชียงใหม่ 51” ดันแยกประเทศผิด ม.113, 114

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์3 มีนาคม 2557 11:03 น.
มทบ.33 ขึ้นโรงพักแจ้งจับ “เพชรวรรต-แดงรักเชียงใหม่ 51” ดันแยกประเทศผิด ม.113, 114
       เชียงใหม่ - หัวหน้ากองข่าว มทบ.33 พร้อมด้วยนายทหารพระธรรมนูญ ขึ้นโรงพักแม่ปิง-กองเมือง แจ้งจับแกนนำเสื้อแดง-รักเชียงใหม่ 51 เอาผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 113, 114 หลังขึ้นป้ายขอแยกประเทศ-สปป.ลานนา
      
       วันนี้ (3 มี.ค.) พ.อ.โภคา จอกลอย หัวหน้ากองข่าว มณฑลทหารบกที่ 33 พร้อมด้วย พ.ท.สันโดษ ดงปารี นายทหารพระธรรมนูญ ได้เดินทางไปที่ สภ.แม่ปิง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีตามความผิดกฎหมายอาญามาตรา 113, 114 กับนายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 กรณีมีการขึ้นป้ายขอแยกประเทศ, สปป.ลานนา นำไปติดตั้งที่สะพานข้ามแยกดอนจั่น โดยมีหลักฐานเป็นภาพถ่าย และคำให้สัมภาษณ์ของนายเพชรวรรต
มทบ.33 ขึ้นโรงพักแจ้งจับ “เพชรวรรต-แดงรักเชียงใหม่ 51” ดันแยกประเทศผิด ม.113, 114
       หลังจากแจ้งความที่ สภ.แม่ปิง แล้ว พ.อ.โภคา จอกลอย หัวหน้ากองข่าว มณฑลทหารบกที่ 33 พร้อมด้วย พ.ท.สันโดษ ดงปารี นายทหารพระธรรมนูญ ยังไปแจ้งความต่อที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ด้วย ในความผิดเดียวกันกรณีการให้สัมภาษณ์เรื่อง "สปป.ลานนา" และการแยกเป็นประเทศล้านนา หรือสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลานนาว่า ทางกลุ่มมีการพูดคุยหารือมาเป็นเวลากว่า 6 เดือน และโอกาสที่จะแบ่งแยกเป็นไปได้สูงตามเงื่อนไข 3 ข้อคือ
      
       1. การดูถูกความเป็นมนุษย์จากคนอีกกลุ่มในประเทศ
        2. การไม่เคารพกฎหมายและมีความเหลื่อมล้ำทางกฎหมายเกิดขึ้น
        และ 3.ไม่ปกครองตามระบอบประชาธิปไตย หากวันใดมีการปิดประเทศหรือก่อรัฐประหารขึ้นมา พวกตนก็พร้อมจะแยกตัวออกมา
มทบ.33 ขึ้นโรงพักแจ้งจับ “เพชรวรรต-แดงรักเชียงใหม่ 51” ดันแยกประเทศผิด ม.113, 114
       พร้อมกับอ้างด้วยว่า การแยกตัวของ สปป.ลานนามิใช่การแบ่งแยกประเทศ แต่เป็นการแบ่งแยกการปกครองเหมือนกับจีนแผ่นดินใหญ่กับฮ่องกง 1 ประเทศ 2 ระบอบการปกครอง เชื่อว่าหากแบ่งจริงอย่างน้อยประชาชนร้อยละ 80 ของ 8 จังหวัดภาคเหนือ หรือประชาชน 4 ล้านคนจากประชากร 6 ล้านคนในภาคเหนือ จะออกมาแสดงตัวแม้ว่าจะไม่ใช่คนเสื้อแดงจะมีแนวคิดเดียวกันกับเรา
มทบ.33 ขึ้นโรงพักแจ้งจับ “เพชรวรรต-แดงรักเชียงใหม่ 51” ดันแยกประเทศผิด ม.113, 114
      
มทบ.33 ขึ้นโรงพักแจ้งจับ “เพชรวรรต-แดงรักเชียงใหม่ 51” ดันแยกประเทศผิด ม.113, 114
      

(คลิป)สุริยะใส:ชนะแน่ในเดือนมีนาคมนี้ 1/3/57

โทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิตสำหรับกบฏ!

โทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิตสำหรับกบฏ!
ข้อมูลจากFBเพจ คนไทไทย

กบฏในประเทศไทย เกิดขึ้นทั้งหมด 13 ครั้งในยุครัตนโกสินทร์ โดยตามกฎหมายไทย กบฏเป็นความผิดอาญา ฐานกระทำความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ ภายในราชอาณาจักร โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อล้มล้าง หรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ หรือล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร หรืออำนาจตุลาการ หรืออำนาจอธิปไตยทั้งสาม หรือแบ่งแยกราชอาณาจักร หรือยึดอำนาจปกครอง ในส่วนใดส่วนหนึ่งแห่งราชอาณาจักร เรียกว่า ความผิดฐานเป็นกบฏ และกำหนดโทษสำหรับผู้ก่อการกบฏ ให้ประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต กรณีที่มีผู้รับโทษประหารชีวิตได้แก่ กบฏ 26 มีนาคม 2520 ซึ่งเป็นหนึ่งในชนวนเหตุที่ทำให้ทหารทำการรัฐประหารรัฐบาล ศ.ธานินทร์ กรัยวิเชียรในเวลาต่อมา

กบฏหลังการยึดการปกครองมี12ครั้งได้แก่
1.กบฏบวรเดช (11 ตุลาคม พ.ศ. 2476) โดย คณะกู้บ้านกู้เมือง มี พลเอกพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช เป็นหัวหน้า
2.กบฏนายสิบ (3 สิงหาคม พ.ศ. 2478) โดย สิบเอกสวัสดิ์ มะหะมัด เป็นหัวหน้า
3.กบฏพระยาทรงสุรเดช หรือ กบฏ 18 ศพ หรือ กบฏ พ.ศ. 2481 (29 มกราคม พ.ศ. 2482) มี พันเอกพระยาทรงสุรเดช เป็นหัวหน้า
4.กบฏเสนาธิการ หรือ กบฏนายพล หรือ กบฏ 1 ตุลาคม (1 ตุลาคม พ.ศ. 2491) โดย พลตรีหลวงศรานุชิต (สมบูรณ์ ศรานุชิต) และพลตรีเนตร เขมะโยธิน เป็นหัวหน้า
5.กบฏแบ่งแยกดินแดน (28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2491)
6.กบฏวังหลวง (26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2492) โดย ปรีดี พนมยงค์ เป็นหัวหน้า
7.กบฏแมนฮัตตัน หรือ กบฏทหารเรือ (29 มิถุนายน พ.ศ. 2494) โดย นาวาเอกอานน บุญฑริกธาดา และ นาวาตรีมนัส จารุภา
8.กบฏสันติภาพ (8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2497)
9.กบฏ พ.ศ. 2507 (1 ธันวาคม พ.ศ. 2507) โดย พลอากาศเอกนักรบ บิณศรี เป็นหัวหน้า
10.กบฏ 26 มีนาคม 2520 (26 มีนาคม พ.ศ. 2520) โดย พลเอกฉลาด หิรัญศิริ เป็นหัวหน้า
11.กบฏยังเติร์ก หรือ กบฏเมษาฮาวาย (1-3 เมษายน พ.ศ. 2524) โดย พันเอกมนูญ รูปขจร และพลเอกสัณห์ จิตรปฏิมา เป็นหัวหน้า
12.กบฏทหารนอกราชการ หรือ กบฏ 9 กันยา (9 กันยายน พ.ศ. 2528) โดย พันเอกมนูญ รูปขจร และพลเอกเสริม ณ นคร เป็นหัวหน้า
ครั้งที่13เลขซวยคือกบฏสปป.ลานนา โทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต

สหรัฐฯ เร่งตร.ไทยจับมือยิงม็อบ



นายจอห์น แคร์รี รมว.กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงเรียกร้องไปยังรัฐบาลไทย ให้เร่งสืบสวนการโจมตีและคุกคามที่เกิดขึ้นจาก "แรงจูงใจทางการเมือง" ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในระยะหลัง โดยเฉพาะเหตุการณ์เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้วทำให้มีเด็กเสียชีวิตถึง 4 ศพ ซึ่งวอชิงตันขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจับตัวผู้กระทำผิดมารับโทษตามกฎหมายให้เร็วที่สุด

แคร์รีกล่าวด้วยว่า ในฐานะที่เป็นทั้งพ่อและตา การเสียชีวิตของเด็กทั้ง 4 คนเป็นเรื่องที่น่าสะพรึงกลัวและน่าตกตะลึงอย่างยิ่ง การสังเวยชีวิตของผู้เยาว์น่าจะเป็นสัญญาณเตือนน่าจะทำให้ทุกฝ่ายตระหนักได้แล้วว่า ควรยุติการใช้ความรุนแรง หันมาเคารพกฎหมายและเจรจาเพื่อหาทางคลี่คลายวิกฤตครั้งนี้ พร้อมกับกล่าวแสดงความไว้อาลัยและเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์รุนแรงทางการเมืองในไทยทุกคน

ทั้งนี้ แคร์รียืนยันอย่างหนักแน่นว่า สหรัฐฯไม่เข้าข้างฝ่ายใด การแก้ไขและหาทางออกจากวิกฤตที่เป็นผลมาจากทัศนคติทางการเมืองที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับคนไทยทุกคน