PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันจันทร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ศาลชัยภูมิจำคุกโรงสีโกงจำนำข้าว20 ปีชาวนาอีก9 คน จำคุก6เดือน รอลงอาญา2ปี

ศาลชัยภูมิจำคุกโรงสีโกงจำนำข้าว20 ปีชาวนาอีก9 คน จำคุก6เดือน รอลงอาญา2ปี
การติดตามคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลในท้องที่ จ.ชัยภูมิ คดีเริ่มตั้งแต่วันที่ 27 มิ.ย.2556 ซึ่งจังหวัดชัยภูมิได้ระดมทุกภาคส่วนเข้าตรวจสอบโรงสีในพื้นที่ อ.บ้านเขว้า แล้วพบการทุจริตจำนวนมาก พร้อมแจ้งความดำเนินคดีกับโรงสีที่สวมสิทธิ ในใบประทวนปลอมร่วมกับชาวนาที่แอบโกงข้าวในโกดัง พล.ต.ต.พินิต มณีรัตน์ ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ เปิดเผยว่า มีโรงสีทำผิดถูกแจ้งดำเนินคดีคือ โรงสีนพภร อ.บ้านเขว้า ข้าวหายไปจากโรงสีขององค์การคลังสินค้า( อคส.) รวม 750 ตัน แยกเป็นข้าวเปลือก 621 ตัน ข้าวสารสีแปรแล้ว 129 ตัน รวมมูลค่ากว่า 11 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องพร้อมเจ้าของโรงสีทั้งหมดอย่างต่อเนื่องและส่งฟ้องคดีต่อศาล จ.ชัยภูมิ ศาล สั่งลงโทษ 2 ข้อหา กับเจ้าของโรงสี และผู้เกี่ยวข้องผู้เป็นชานาอีก 9 คน ที่ทำการปลอมแปลงเอกสารทางราชการ โดยสวมสิทธิ์ในประทวนข้าวเปล่า โดยไม่มีข้าวในมือจริง และนำข้าวในโกดังของรัฐ ออกมาหมุนเวียนสวมสิทธิ์ และทำข้าวของรัฐหายไปมากกว่า 750 ตัน ศาลชัยภูมิ มีคำพิพากษาสั่งลงโทษชาวนาที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 9 คน โดยสั่งให้จำคุก 6 เดือน แต่โทษเหลือรอลงอาญาไปก่อน 2 ปี ด้านเจ้าของโรงสี ศาลได้สั่งลงโทษในข้อหายักยอกทรัพย์ข้าว โดยสั่งให้จำคุก 20 ปี โดยไม่รอลงอาญา จากนั้นก็เป็นเรื่องของจำเลย ที่ยังมีสิทธิ์ที่จะยื่นขอประกันตัวและขอสู้คดีต่อไป

ศาลแพ่งจำคุก “อาจารย์ตุ้ม-ทนายนปช.”คนละ 1 เดือน ละเมิดอำนาจศาล

ศาลแพ่งจำคุก “อาจารย์ตุ้ม-ทนายนปช.” ละเมิดอำนาจศาล คนละ 1 เดือน โดยไม่รอลงอาญา พาผู้ชุมนุมประท้วงวางพวงหรีดหน้าศาลแพ่ง ชี้เป็นการกระทำอุกอาจและให้ออกหมายจับ"ดารณี"เบี้ยวไม่มาศาล
ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก วันนี้ (9 มิ.ย.) ศาลนัดฟังคำสั่งไต่สวนการละเมิดอำนาจศาลในคดีที่ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการศาลแพ่ง กล่าวหา นางดารณี กฤตบุญญาลัย หรือ เจ๊ดา นักธุรกิจไฮโซ แนวร่วมกลุ่มประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นางสุดสงวน สุธีสร หรือ อาจารย์ตุ้ม อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ และ นายพิชา วิจิตรศิลป์ ทนายความ นปช. ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1-3 กรณีนำกลุ่มมวลชนที่ไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาของศาลแพ่งในคดีเพิกถอน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ประมาณ 130 คน มาวางพวงหรีดที่หน้าศาลแพ่ง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยทนายความแถลงว่านางดารณีกลัวอำนาจคสช. เกรงจะได้รับอันตรายจึงไม่มาศาล แต่ศาลเห็นว่ามีเจตนาหลบหนีจึงให้ออกหมายจับ และจำหน่ายคดีไว้ชั่วคราวเฉพาะในส่วนของนางดารณี
ส่วนผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 และ3 ศาลเห็นว่าผู้อำนวยศาลแพ่ง ได้กล่าวหาว่าเมื่อวันที่ 21 ก.พ.2557 จำเลยทั้งสามกับพวกประมาณ 130 คน ได้เข้ามาวางพวงหรีดเปิดเครื่องขยายเสียงและชูป้าย มีถ้อยคำเสียดสีศาลแพ่ง อันเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31 อนุ 1 และ มาตรา 33
ข้อเท็จจริงฟังประกอบการเปิดภาพวิดีโอเหตุการณ์ดังกล่าว มีกลุ่มคน130 คนมาชูป้ายคัดค้านและเสียดสีศาลแพ่ง กรณีเมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา นายถาวร เสนเนียม เป็นโจทก์ฟ้องนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรกับพวก ให้เพิกถอน พรก.ฉุกเฉินฯและศาลแพ่งมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ผู้ถูกล่าวหาทั้งสามกับพวกจึงมาวางพวงหรีดและใช้โทรโข่ง ตะโกนเอะอะเสียงดัง ส่งเสียงอื้ออึง มีป้ายความว่า”แด่ความอยุติธรรม” ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 และ 3 ยอมรับว่าเป็นบุคคลเดียวกับคนในภาพ และแถลงขอถอนคำให้การปฏิเสธทั้งหมด กับแถลงรับสารภาพ และอ้างว่าไม่รู้จักกับหญิงชุดดำที่ถือตราชูและปลัดขิก
จึงมีคำสั่งว่าผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 และ3 มีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ลงโทษจำคุก 2 เดือน คำรับสารภาพเป็นประโยชน์ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุกคนละ1 เดือน คดีนี้เป็นการกระทำอุกอาจ ท้าทายศาล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย และผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 เป็นทนายความ ย่อมมีความรู้ดีว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการประพฤติไม่สมควร ทำให้ศาลได้รับความเสื่อมเสีย จึงควรลงโทษเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง จึงไม่สมควรรอการลงโทษ จากนั้นผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองจึงยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัว
นายพิชา กล่าวว่า ตนยอมรับว่ามาร่วมอ่านคำแถลงหน้าศาลจริง แต่ทำไปเนื่องจากไม่เห็นด้วยคำพิพากษาศาลแพ่งที่ออกข้อกำหนด 9 ข้อคุ้มครอง กลุ่ม กปปส. อย่างไรก็ตามเมื่อศาลมีคำสั่งออกมาก็ยอมรับและจะอุทธรณ์คำสั่งต่อไป โดยได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 5 หมื่นบาทขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์สู้คดี ภายหลังศาลพิจารณาอนุญาตให้ประกันตัวได้

คสช.วอนประชาชนระมัดระวังการรับฟังข้อมูลข่าวสาร

คสช.วอนประชาชนระมัดระวังการรับฟังข้อมูลข่าวสาร ยันบริหารแผนโครงการและงบประมาณภายใต้ความถูกต้อง ++
วันนี้ (9 มิ.ย. 57) เวลา 13.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกกองทัพบก พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก พร้อมด้วย ร.อ.นายแพทย์ยงยุทธ มัยลาภ นางสาวปถมาภรณ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต คณะโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฝ่ายพลเรือน ได้ร่วมกันแถลงข่าว สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงคำชี้แจงของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า ขอให้เข้าใจว่า ทุกเรื่องที่ คสช. ได้คิดและพิจารณา เกิดจากการรับฟังมาจากหลายกลุ่ม หลายฝ่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน ประกอบด้วย ประชาชน ข้าราชการ กลุ่มที่ปรึกษา รวมทั้งจากสื่อมวลชน และจากข้อร้องเรียนของประชาชน ซึ่งทั้งหมดได้ถูกรวบรวม แล้วนำไปดำเนินการแก้ไข สิ่งที่แก้ไขได้เลยโดยไม่มีผลกระทบหรือเป็นปัญหาก็จะดำเนินการทันที แต่บางอย่างที่ยังมีปัญหาเรื่องของกฎหมาย และระเบียบก็จะต้องศึกษาผลให้รอบคอบ เพราะเป็นเรื่องของโครงสร้างทั้งระบบ จะรีบดำเนินการโดยไม่ศึกษาผลกระทบก่อนไม่ได้
ซึ่งถ้าแก้เรื่องใดเรื่องหนึ่ง อาจมีผลกระทบไปหลายเรื่อง บางเรื่องอาจมีผลกระทบไปถึงโครงสร้างระบบการเงินการคลังของประเทศ รายได้ของรัฐ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ผู้ลงทุน ผู้ถือหุ้น และอีกมากมาย
สำหรับการแก้โครงสร้างระบบเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง ไม่ว่าจะเป็นด้านพลังงาน เงินชดเชยต่าง ๆ เรื่องภาษี และรายได้เกษตรกร ในระยะแรกพยายามผ่อนคลายความเดือดร้อนของประชาชนเป็นลำดับแรก ระยะต่อไปเมื่อมีรัฐบาล มีคณะรัฐมนตรี จะได้นำเข้าไปดำเนินการให้ถูกต้อง จนทุกฝ่ายพึงพอใจ
รองโฆษกกองทัพบกกล่าวต่อไปว่า ขอให้มั่นใจ คสช. จะบริหารแผนโครงการและงบประมาณภายใต้ความ ถูกต้อง โปร่งใส เป็นธรรม และมีประสิทธิภาพ สามารถตรวจสอบได้ จะไม่มีในเรื่องทุจริตหรือผลประโยชน์ทับซ้อน ระบบการจัดซื้อจัดจ้างในทุกโครงการสามารถเข้าแข่งขันกันได้อย่างเป็นธรรม ไม่มีระบบผูกขาดใดๆ
เรื่องการศึกษาหรืออะไรก็ตามบางอย่างอาจทำได้เลย บางอย่างต้องคอยให้ระบบกลไกเดิมได้ทำงาน เพราะที่ผ่านมาระบบอาจทำงานไม่สมบูรณ์ เนื่องจากเรื่องการเมือง ระบบบริหารราชการ ตัวข้าราชการ และกฎหมาย อาจมีปัญหา วันนี้ ปัญหาหรือความเดือดร้อน และข้อข้องใจ ได้รับทราบครบถ้วน เพียงแต่ต้องหาวิธีการที่เหมาะสมในการแก้ปัญหา การเร่งรัดมากเกินไป อาจส่งผลเสียต่อประเทศชาติในอนาคต
คสช. ต้องการแก้ปัญหาให้ทุกคนได้รับความเป็นธรรม ขจัดเรื่องผลประโยชน์ ธุรกิจทับซ้อนให้หมดไปทันที แต่เนื่องจาก ปัญหาได้สะสมมานาน มีเรื่องราวหลายอย่างที่ข้อมูลไม่ตรงกับความจริง ทำให้ประชาชนสับสน และไม่เข้าใจ
รองโฆษกกองทัพบกกล่าวต่อไปถึงกรณี ข่าวลือว่า ทาง คสช.พร้อมแต่งตั้งรัฐบาลชุดใหม่ขึ้นบริหารแล้ว และดำเนินการดังต่อไปนี้ คือ 1.จัดตั้งสภาประชาชน พร้อมปฏิรูปเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศไทย 2.ยกเลิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด 3.คงการบริหารท้องถิ่นแบบเทศบาล/องค์การบริหารส่วนตำบลไว้ 4.ดำเนินการเลือกผู้ว่าราชการโดยตรง 5.ให้กำนันผู้ใหญ่บ้านขึ้นตรงกับผู้ว่าราชการที่มาจากการเลือกตั้ง. 6.ลดบทบาทนักการเมือง 7.เลือกตั้ง ส.ส.30% (จังหวัด1คน) คัดสรร70% (แต่งตั้ง) 8.ให้ตำรวจขึ้นตรงกับผู้ว่าราชการจังหวัดมาจากการเลือกตั้ง และ 9.แต่ละจังหวัดแบ่งโซนมีสมาชิก สภาพลวัฒน์ นั้น ขอยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่จริง ขอให้ประชาชนระมัดระวังการรับฟังข่าวสารทาง social multimedia หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้จากทาง คสช. เบอร์โทรศัพท์ call center 094-1286273 – 9 หรือรับฟังข้อมูลโดยตรงจากการแถลงข่าวของ คสช.และบุคคลที่เกี่ยวข้องเท่านั้น.
///

ปากีฯยึดคืนสนามบินการาจีสำเร็จ

ปากีฯยึดคืนสนามบินการาจีสำเร็จ

กองทัพปากีสถานยึดคืนสนามบินการาจีสำเร็จ และปลิดชีพคนร้ายได้ทั้งหมด หลังกลุ่มติดอาวุธบุกโจมตีสนามบิน ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตรวมกว่า 20 คน

 
                      9 มิ.ย.57 โฆษกของกองทัพปากีสถาน แถลงว่า ปฏิบัติการทางทหารเพื่อยึดคืนสนามบินที่ถูกกลุ่มค้นร้ายพร้อมอาวุธหนักจำนวน 10 คน บุกเข้าไปก่อวินาศกรรมเมื่อค่ำวันอาทิตย์ ตามเวลาท้องถิ่น และมีการยิงปะทะกันอย่างดุเดือดนาน 6 ชั่วโมง ได้สิ้นสุดลงแล้วในเช้าวันนี้ และบอกด้วยว่า ได้เข้าเคลียร์พื้นที่ทั้งหมดแล้ว และไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นกับเครื่องบินแต่อย่างใด ส่วนไฟที่เห็นลุกไหม้ในตอนแรก เป็นไฟที่ไหม้ตัวอาคารไม่ใช่เครื่องบิน และตอนนี้ดับหมดแล้ว ส่วนคนร้ายที่มีทั้งหมด 10 คน ถูกสังหารในระหว่างการปะทะกับเจ้าหน้าที่รักษาความมั่นคง และเจ้าหน้าที่พบหลักฐานที่มีทั้งกระสุนปืน จรวด และระเบิดขับเคลื่้อนด้วยจรวด หรือ อาร์พีจี จากตัวคนร้ายที่แต่ละคนสะพายกระเป๋าขนาดใหญ่
 
                      เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลจินนาห์ เปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 20 คน รวมทั้งคนร้าย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสนามบิน 8 คน , พนักงาน 2 คน ของสายการบินนานาชาติปากีสถาน และทหารพราน 1 นาย ส่วนผู้บาดเจ็บมีประมาณ 15 คน
 
                      ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า กลุ่มมือปืนติดอาวุธ ปลอมตัวเป็นตำรวจรักษาความปลอดภัยและสวมเสื้อกั๊กติดระเบิด บุกเข้าโจมตีสนามบินนานาชาติจินนาห์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นสนามบินที่ใหญ่ที่สุดของปากีสถาน และตั้งอยู่ในนครการาจี ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางการพาณิชย์ เมื่อเวลา 23.30 น. ตามเวลาในท้องถิ่น เจ้าหน้าที่รักษาความมั่นคงได้เข้าปิดล้อมสนามบิน พร้อมกับเรียกหน่วยคอมมานโดของกองทัพเข้าไปเสริม ท่ามกลางเสียงปืนดังอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การปฏิบัติงานทุกชนิดที่เทอร์มินอลถูกระงับ ตำรวจเร่งอพยพเจ้าหน้าที่สนามบิน รวมถึงผู้โดยสารออกจากเทอร์มินอล และทุกเที่ยวบินที่มุ่งหน้ามายังสนามบินแห่งนี้ต้องเปลี่ยนเส้นทาง
 
                      นายอาหมัด ชินอย ผู้อำนวยการทั่วไปของคณะกรรมการประสานงานตำรวจของประชาชน ระบุว่า กลุ่มคนร้ายที่บุกเข้าไปในสนามบินผ่าน 3 ช่องทาง คนร้ายคนหนึ่งได้กดระเบิดตัวเองที่ด้านหน้ารถหุ้มเกราะคันหนึ่ง ทำให้คนที่อยู่ภายในรถได้รับบาดเจ็บสาหัส มีกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาเนื่องจากมีไฟไหม้อย่างน้อย 2 แห่ง รถพยาบาลหลายสิบคันเข้าไปยังสถานที่เกิดเหตุ โดยมีตำรวจและทหารปิดล้อมสถานที่เอาไว้ พยานที่เห็นเหตุการณ์หลายคน ระบุว่า ได้ยินเสียงระเบิดดังกว่า 10 ครั้ง รวมทั้งเสียงรัวของปืน ภาพทางโทรทัศน์ได้แสดงให้เห็นควันไฟลอยโขมงขึ้นมาจากสนามบินซึ่งนายชินอย บอกว่า มีเครื่องบินลำเลียงสินค้าลำหนึ่งได้รับความเสียหายและถูกไฟไหม้ในระหว่างการยิงปะทะกัน ส่วนบริเวณคาร์โกของสนามบิน อยู่ห่างจากบริเวณที่เครื่องบินพาณิชย์ใช้ในการเทคออฟขึ้นจากสนามบิน ราว 1 กิโลเมตร
 
                      ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า กลุ่มคนร้ายไม่ได้เข้าทางเทอร์มินอลที่ใช้โดยเที่ยวบินพาณิชย์ทั่วไป แต่ใช้เทอร์มินอลสำหรับเที่ยวบินวีไอพีและคาร์โก แต่ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความมั่นคงขวางเอาไว้ ทำให้เข้าไปยังเป้าหมายไม่ได้ ปฎิบัติการครั้งนี้มีกองทัพเป็นแนวหน้า เสริมด้วยหน่วยทหารพราน ตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสนามบิน 
 
                      เจ้าหน้าที่ได้สันนิษฐานในเบื้องต้นว่า คนร้ายอาจต้องการจี้เครื่องบิน แต่ขณะนี้ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบ แต่คาดว่าอาจจะเป็นฝีมือกลุ่ม เตห์รีค-อี ตาลีบัน ปากีสถาน ที่รับผิดชอบต่อการก่อเหตุนองเลือดที่คร่าชีวิตประชาชนไปหลายหมื่นคน ในช่วง 7 ปี ของการก่อเหตุรุนแรงนับครั้งไม่ถ้วน
 
                      มีรายงานว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ มีกองกำลังบางส่วนเข้าไปในสนามบินโดยเฮลิคอปเตอร์ เพื่อเสริมกำลังให้กับหน่วยคอมมานโด ที่ทำให้คนร้ายต้องแยกออกเป็นสองกลุ่ม ซึ่งคนร้ายล้วนแต่มีปืน เอเค 47 และจรวดอาร์พีจี ขณะที่บางคนสวมเสื้อกั๊กติดระเบิด
 
                      นับเป็นเหตุการณ์โจมตีสนามบินที่่ร้ายแรงที่สุดอีกครั้งในนครการาจี นับตั้งแต่เกิดเหตุกลุ่มมือปืนบุกโจมตีฐานทัพเรือเมห์ราน เมื่อปี 2554 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 10 คน ทำลายเครื่องบินไป 2 ลำ สนามบินที่ถูกโจมตีล่าสุด เป็นเสมือนประตูไปสู่ปากีสถานของนักธุรกิจชาวอังกฤษและอีกหลายชาติ เนื่องจากมีเที่ยวบินเข้าทุกวัน
 
 
กต.ยันผู้โดยสารตกค้างปลอดภัยดี เหตุกลุ่มติดอาวุธบุกยึดสนามบิน
 
 
                      นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ ในฐานะโฆษกประทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า เหตุการณ์กลุ่มติดอาวุธจำนวน 10 คน เข้ายึดสนามบินการาจี ประเทศปากีสถาน ส่งผลให้เครื่องบินการบินไทย เที่ยวบินทีจี 508 ติดค้างอยู่ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. เวลา 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ทั้งนี้ ล่าสุดเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงของประเทศปากีสถาน สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้เรียบร้อย โดยได้สังหารกลุ่มติดอาวุธทั้ง 10 คน
 
                      อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าผู้โดยสารทั้งหมดในเที่ยวบินดังกล่าวจำนวน 296 คน โดยมีผู้โดยสารชาวไทย 3 คน และลูกเรือไทยอีก 13 คน ปลอดภัยดี โดยหลังเวลา 14.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ของวันนี้ (9 มิ.ย.) ทางสนามบินจะอนุญาตให้เครื่องบินเดินทางออกจากสนามบินได้
 
                      นายเสข กล่าวอีกว่า สำหรับการดูแลคนไทยในประเทศปากีสถานนั้น สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด และสถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครการาจี ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่สถานกงสุลใหญ่ไทยฯต้องมีการประสานกับผู้บริหารท้องถิ่นของเมืองดังกล่าวในเรื่องของการดูแลความปลอดภัยในเมืองนี้ รวมถึงมีการประชาสัมพันธ์ชุมชนชาวไทยและนักเรียนไทยมุสลิมในนครการาจีให้เขาเฝ้าระวังสถานการณ์ในเมืองดังกล่าวด้วย เพราะแม้เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นในสนามบิน แต่เราไม่แน่ใจว่าจะเกิดสิ่งใดตามมาอีกหรือไม่ ด้านสถานเอกอัครราชทูตไทยฯต้องประสานงานกับรัฐบาลปากีสถานในเรื่องของการดูแลความปลอดภัย รวมถึงประสานงานกับชุมชนชาวไทยทั้งหมดในปากีสถานเช่นกัน

ประธานาธิบดีคนใหม่อียิปต์ กล่าวสาบานะเคารพรัฐธรรมนูญและกฎหมาย รักษาผลประโยชน์ของประชาชนด้วยชีวิต

สรุปข่าวเด่นในอียิปต์ วันจันทร์ที่ 9 มิ.ย. 2557
1. อับดุลฟาตะห์ อัซซีซี ประธานาธิบดีคนใหม่อียิปต์ กล่าวสาบานตนต่อหน้าศาลว่า “ผมขอสาบานต่อพระเจ้าว่าจะเคารพรัฐธรรมนูญและกฎหมาย รักษาผลประโยชน์ของประชาชนด้วยชีวิต ปกครองและให้ความอิสระคนในชาติ สร้างความสามัคคีเป็นเดียวกันของคนในชาติ (อัลอะห์รอม/อัชชูรูก/ อัลเยาม์ ซาเบียะ/อัลอัคบัร อัลเยาม์)
2. ชาวอียิปต์เฉลิมฉลองต้อนรับประธานาธิบดีคนใหม่ “อับดุลฟาตะห์ อัซซีซี” ทั่วประเทศอียิปต์โดยเฉพาะในจังหวัดใหญ่ อะเล็กซานเดรีย ชัรกียะห์ มะนูฟียะห์ ดากอลียะห์ ดุมยาท บานูเซอร์วิฟ กอนา และคาดหวังว่า“ ซีซี” คือ ผู้ที่จะเรียกความสง่างามของประเทศกลับมาอีกครั้ง พร้อมทั้งการจัดตั้งกฎหมายใหม่ๆ โดยเฉพาะเป็นที่มาของทางออกวิกฤติต่างๆในอดีต (อัลอะห์รอม)
3. วันจันทร์ ที่ 9 มิ.ย. 2557 (วันนี้)กองกำลังรักษาความปลอดภัยยังคงปิดถนน ตะรีร สแคว ด้วยลวดหนาม และรถเกราะทหาร เนื่องจากต้องการจัดการพื้นที่และเวทีที่ตั้งอยู่บนทางเท้าของถนน มูฮัมหมัดมะห์หมูด (อัลอัคบัร อัลเยาม์)

คำสั่ง คสช. ฉ.55ตั้งกก.บริหารนโยบายพลังงาน

คำสั่ง คสช. ฉ.55ตั้งกก.บริหารนโยบายพลังงาน
คำสั่ง คสช. ฉบับ 55 แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน ให้ 'พล.อ.อ.ประจิน' นั่งประธาน
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 55/2557 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน ตามที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้มอบหมายให้รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ กำกับดูแลการแก้ไขปัญหา และเสนอแนวทางในการกำกับนโยบายการบริหาร และพัฒนาพลังงานของประเทศ ให้มีความเหมาะสม และมีความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน เพื่อให้การดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุเป้าหมาย จึงให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน โดยมีองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ ดังนี้
องค์ประกอบ
1. รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ ประธานกรรมการ
2. ปลัดกระทรวงพลังงาน กรรมการ
3. ปลัดกระทรวงคมนาคม กรรมการ
4. ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรรมการ
5. ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กรรมการ
6. ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กรรมการ
7. เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรรมการ
8. เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กรรมการ
9. ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กรรมการ
10. ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กรรมการและเลขานุการ
11. ผู้แทนสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
อำนาจหน้าที่
1. เสนอแนะนโยบาย แผนการบริหารและพัฒนา และมาตรการทางด้านพลังงาน
2. เสนอความเห็นเกี่ยวกับแผนงานและโครงการทางด้านพลังงานของหน่วยงาน รวมทั้ง เสนอความเห็นเกี่ยวกับการจัดลำดับความสำคัญของแผนงาน และโครงการดังกล่าวด้วย
3. กำหนดราคาและอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตามกรอบ และแนวทางที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติมอบหมาย รวมทั้งปฏิบัติงานอื่น ตามที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติมอบหมาย ในการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และตามกฎหมาย ว่าด้วยการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

วันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2557

"พล.อ.สุรศักดิ์"รองปลัดกห.” เตรียมบินไปจีน ถกบิ๊กทหารจีน สานต่อความร่วมมือกห.แจงเหตุ คสช.ยึดอำนาจ

"พล.อ.สุรศักดิ์"รองปลัดกห.” เตรียมบินไปจีน ถกบิ๊กทหารจีน สานต่อความร่วมมือกห.แจงเหตุ คสช.ยึดอำนาจกลางประชุมความมั่นคงที่สิงคโปร์ กต.ยันผ่อนปรนมาตรการ เดินหน้าปฏิรูปเพื่อปชต. สหรัฐฯ จี้คืนอำนาจโดยเร็ว
พล.ต.ณภัทร สุขจิตต์ เลขานุการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม แถลงข่าว ผลการประชุมหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม โดยมี พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะรักษาการปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน
โดยที่ประชุมได้แจ้งผลการประชุมIISS Shangri-La Dialogue ครั้งที่13 ที่สาธารณรัฐสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 30 พ.ค.-1มิย.57 ที่ผ่านมา โดยมี พล.ร.อ.พลวัฒน์ สิโรดม รองปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นผู้แทนกระทรวงกลาโหม ไทย โดยผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้แทน ระดับ รมว.กลาโหม ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ของประเทศในภูมิภาคเอเซีย – แปซิฟิค ประมาณ 30ประเทศ
พล.ต. ณภัทร กล่าวว่า ในที่ประชุม รมว.กลาโหมประเทศสหรัฐฯ ได้แสดงท่าที่ต่อสถานการณ์การเมืองไทย ภายหลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ได้ยึดอำนาจพร้อมจัดตั้ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติเพื่อบริหารงานประเทศ ว่า ขอเรียกร้องให้ประเทศไทย เคารพเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และปล่อยตัวผู้ที่ถูกควบคุมตัว ทันที
ส่วนประเทศอื่นๆ ไม่มีการแสดงความคิดเห็น หรือแสดงท่าทีต่อสถานการณ์การเมืองไทย
ทั้งนี้ทางพล.ร.อ. พลวัฒน์ ได้อธิบายและชี้แจงข้อมูลให้ผู้แทนประเทศต่างๆ ที่เข้ารวมการประชุม ให้รับทราบ
รวมทั้งนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ยังได้ให้สัมภาษณ์ สื่อมวลชนในระหว่างการประชุม ว่า ประเทศไทยยังไม่ได้ถอยไปจากวิถีประชาธิปไตย โดยกำลังมีการปฏิรูปทางการเมือง ทางคสช. ยังได้เริ่มทยอย ปล่อยตัวผู้ที่ถูกคุมขัง รวมทั้ง การผ่อนปรน มาตรการ ห้ามแสดงความคิดเห็นในประเทศไทยแล้ว
พล.ต. ณภัทร กล่าวว่า นวันที่11 - 13 มิ.ย. 57 พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รองปลัดกลาโหม รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงกลาโหม มีกำหนดนำคณะผู้แทน ประกอบด้วย ผู้บังคับบัญชาระดับสูง จากกองบัญชาการกองทัพไทย และเหล่าทัพ เข้าร่วมการประชุม คณะกรรมการนโยบายดำเนินงาน ความร่วมมือ ด้านความคงระหว่ากระทรวงกลาโหมไทย กับกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐประชาชนจีน ครั้งที่ 10 ณ กรุงปักกิ่ง โดยมี พลโท หวัง ก่วนจง รองประธานกรมเสนาธิการใหญ่ กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน เป็นประธาน ซึ่งการเดินทางดังกล่าว เป็นไปตามคำเชิญ ของกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยจะมีการหารือ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ ทางทหารระดับทวิภาคี กระทรวงกลาโหมไทย และกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมทบทวนความร่วมมือที่ผ่านมา และการพิจารณา แผนงานที่อยู่ระหว่าดำเนินการร่วมกัน รวมทั้งวางแผนการดำเนินการที่มีต่อไปในอนาคต ในเรื่องความร่วมมือในกรอบพหุพาคี และแลกเปลี่ยนมุมมอง สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาค

New York Times รายงานว่า จักรภพ เพ็ญแข อยู่เขมรมานานกว่า 5 ปีแล้ว

New York Times รายงานว่า จักรภพ เพ็ญแข อยู่เขมรมานานกว่า 5 ปีแล้ว /เครดิต@PatricLand

นิติเวชเผยคืบตรวจโครงกระดูกเป็นชายสูง168ซม.

นิติเวชเผยคืบตรวจโครงกระดูกเป็นชายสูง168ซม.
ผบก.นิติเวช เผย การตรวจโครงกระดุกในคลองผดุงฯ เป็นชาย สูง 168 ซม. อายุ 25-35 ปี เสียชีวิตมาแล้ว 1 ด. หากสงสัยเป็นญาติ ติดต่อได้
พลตำรวจตรีพรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยผลการชันสูตรศพนิรนาม ที่ถูกพบในคลองผดุงกรุงเกษม ใต้สะพานมัฆวานรังสรรค์ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ที่ผ่านมา เบื้องต้นพบว่า ผู้ตาย น่าจะเป็นเพศชาย สูงประมาณ 168 เซนติเมตร อายุระหว่าง 25-35 ปี ใส่กางเกงสแลคสีเข้ม เอว 31 นิ้ว แสดงว่า เป็นผู้ชายที่ตัวไม่ใหญ่มาก เสียชีวิตมานานกว่า 1 เดือน อีกทั้ง จากการตรวจสอบยังพบ หัวเทียนรถจักรยานยนต์ อยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านซ้าย คาดว่า อาจจะทำงานเกี่ยวกับช่าง
นอกจากนี้ ยังพบประวัติการทำฟันชัดเจน โดยพบว่า ฟันล่างซ้าย ซี่ที่ 6 มีรอยอุดด้วยตะกั่ว ส่วนฟันซี่ที่ 8 เป็นฟันคุด ขณะที่ บาดแผลที่พบ มีเพียงร่องรอยกระดูกแตกบริเวณสันจมูกเท่านั้น จึงยังไม่สามารถระบุสาเหตุการเสียชีวิตที่ชัดเจนได้ ซึ่งแพทย์อยู่ระหว่างตรวจสอบกระดูกอย่างละเอียดอีกครั้ง
สำหรับผู้ที่สงสัยว่า ชายนิรนามคนนี้ อาจเป็นญาติของตัวเอง สามารถสอบถามได้ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ โดยหลักฐานที่ควรนำมาเพื่อตรวจสอบ ได้แก่ รูปถ่ายยิ้มเห็นฟัน ประวัติการทำฟัน บิดามารดา หรือ ญาติ เพื่อเก็บดีเอ็นเอ เปรียบเทียบกับศพที่พบ
ส่วนที่ตรวจพบพยานหลักฐานเป็นบัตรพนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ หรือ ธ.ก.ส. ใกล้กับจุดที่พบศพนั้น จากการตรวจสอบของพนักงานสอบสวน พบว่า ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ตาย เนื่องจาก เจ้าของบัตรยังมีชีวิตอยู่

ศาลทหารไม่ให้คุณจาตุรนต์ประกันตัว ฝากขังผลัด 2 ต่ออีก 12 วัน

ศาลทหารไม่ให้คุณจาตุรนต์ประกันตัว ฝากขังผลัด 2 ต่ออีก 12 วัน
ต้องใส่กุญแจมือขนาดนี้เลยหรือ?
Cr : ภาพจากเพจพี่ Nancy Neung

"ปนัดดา"ย้ำ "ประยุทธ์"ไม่ใช่นายกฯ

"ปนัดดา"ย้ำ "ประยุทธ์"ไม่ใช่นายกฯ

"ปนัดดา"ย้ำ "ประยุทธ์"ไม่ใช่นายกฯ
ม.ล.ปนัดดา ย้ำบรรยากาศดี ผู้ว่าฯ ให้ความร่วมมือเดินหน้าตั้งศูนย์ปรองดองทุกจังหวัดทั่วประเทศแก้ขัดแย้ง
หม่อมหลวงปนัดดา  ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฎิบัติหน้าที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย ความคืบหน้าการสร้างความปรองดอง  ในหลายจังหวัด ว่า มีการรายงานความคืบหน้าการตั้งศูนย์ปรองดองระดับจังหวัดและระดับอำเภอ ซึ่งทุกฝ่ายให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี มีการตื่นตัวในการร่วมกันดำเนินการโดยสำนักปลัดนายกรัฐมนตรี จะประสานนำโมเดลของแต่ละจังหวัดมาร่วมกันหาแนวทางสร้างความเข้มแข็งให้ทุกภาคส่วนเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ให้กับประชาชน และเน้น การทำงานโดยสุจริต ยุติธรรมและมีความโปร่งใส ทั้งนี้อยากให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัด ทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน แต่จะไม่ใช้วิธีการคาดโทษ  หากทำงานไม่สำเร็จ เนื่องจากอยากให้เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนโดยจากการประชุมร่วมกับหัวหน้า.คสช. ก็ได้เน้นย้ำการตรวจตราการบริหารจัดการงบประมาณ ให้ ยึดมั่นหลักความถูกต้องและพอเพียง
 เมื่อถามว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะเข้ามาใช้พื้นที่ทำเนียบรัฐบาลทำงานหรือไม่ ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า จากการพูดคุยกับตนครั้งสุดท้ายพล.อ.ประยุทธ์ บอกว่าตนเองไม่ใช่นายกรัฐมนตรี

แฉตร.ยศใหญ่นามสกุลฉาว คุ้มกะลาหัว'ลายจุด'ซุกตัวเมืองชล


แฉตร.ยศใหญ่นามสกุลฉาว คุ้มกะลาหัว'ลายจุด'ซุกตัวเมืองชล
ทำไมสมบัติ บุญงามอนงค์ บกลายจุดจึงหนีคสชอยู่ได้หลายวัน เรื่องนี้ทั้งยากและทั้งง่ายครับ เพราะนอกจากการตามหาทางเทคโนโลยีเเล้วที่เจ้าตัวคิดว่าแน่กว่าเเล้ว อาชญากรย่อมทิ้งร่องรอยและการซุกเข้าอยู่ใต้อิทธิพลพรรคพวกก็เป็นร่องรอยหนึ่งที่ตามง่ายเช่นกัน คำตอบเรื่องนี้อยู่ที่ ผกก.สภ.อ.พานทอง นามสกุลเดียวกับแดงฮาร์คอร์อริสมันต์ ผบกจวชลบุรี ที่ลุยปราบอย่างรุนเเรงที่ผ่านฟ้า และพื้นที่อิทธิพลเของใครบางคนที่พบอาวุธสงครามระดับตั้งกองพันรบได้ คสชคงต้องจัดการสาวต่อเเละเอาขึ้นศาลทหารทั้งหมดครับอย่าปล่อยลอยนวลง่ายๆ เดี๋ยวมีขยายผลอีกมาก
คุณรู้ไหมว่า ผู้กำกับการ สน.พานทอง จ.ชลบุรี พื้นที่ที่ "บก.ลายจุด" กบดานอยู่นั้น ชื่อว่า "พ.ต.อ.อนุชา พงศ์เรืองรอง" นามสกุลคุ้นหูไหมครับ และยังมี "พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ " เป็น ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ที่พี่น้องมวลมหาประชาชนจำได้เป็นอย่างดี
"สมบัติ บุญงามอนงค์"ถูกทหาร-ตำรวจเข้าจับกุมที่ อ.พานทอง ชลบุรี หลังเจ้าหน้าที่สืบสวนแกะรอยจากไอพีแอดเดรส โดยไม่ประสานกับตำรวจท้องที่แต่อย่างใด

"พล.อ.ประยุทธ์" พบนักธุรกิจจีน สร้างความเชื่อมั่น ลงทุน วอนเข้าใจรัฐประหาร ไม่ใช่ทำลายประชาธิปไตย

พยุงประชาธิปไตยให้แข็งแรงอีกครั้ง...
"พล.อ.ประยุทธ์" พบนักธุรกิจจีน สร้างความเชื่อมั่น ลงทุน วอนเข้าใจรัฐประหาร ไม่ใช่ทำลายประชาธิปไตย แต่ต้องการพยุงระบบเพื่อรักษาให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง ยัน จะมีนายกฯและรัฐบาล ในไม่เกิน3 เดือนนี้ และ จะติดตามดูรัฐบาลใหัอยู่ในกรอบไม่ให้ทุจริต
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ให้นายวิชัย อัศรัสกร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย นำกลุ่มนักธุรกิจชาวจีน จากภาคการเงินการธนาคาร และะภาคอุตสาหกรรมเข้าพบ ที่ บก.ทบ.
พลเอก ประยุทธ์ ได้กล่าวกับนักธุรกิจจีนช่วยประชาสัมพันธ์ถึงสถานการณ์ในประเทศไทยสามารถลงทุนและมาท่องเที่ยวได้ตามปกติ แต่ต้องทบทวนการลงทุนที่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากให้ชะลอไปก่อน แต่โครงการที่ทำอยู่แล้วให้ดำเนินการได้ต่อเนื่อง
"เรามีนโนบายที่เน้นการปราบปรามการทุจริต ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งคสช. จะไม่มีการเรียกร้องผลประโยชน์ใดๆ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล อ ประยุทธ์ ได้ชี้แจงเหตุผล ที่คสช.เข้ามาบริหารประเทศ ไม่ใช่เป็นการทำลายประชาธิปไตย แต่ต้องการพยุงระบบเพื่อรักษาให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง
พรีอมร้องขอว่า ในช่วงแรก ขอให้นักธุรกิจจีนร่วมมือกับ คสช.ร่วมมือจัดการผลประโยชน์ทับซ้อน การ คอรัปขั่น เพื่อทำให้สินค้าถูกลง โครงการต่างๆ ใช้งบประมาณลดลง
"ส่วนระยะ2 คาดว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลมี นายกรัฐมนตรีและ ครม.ไม่เกิน 3 เดือนนับจากนี้
จากนั้น จะติดตามรัฐบาลให้อยู่ในกรอบที่ไม่ให้มีการทุจริต" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ยังขอให้นักธุรกิจจีนช่วยสร้างงานถ่าย ทอดเทคโนโลยีให้คนไทย โดยเฉพาะให้เร่งประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว ว่าการประกาศ เคอรฺฟิวไม่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนและนักท่องเที่ยว
พล.อ.ประยึทธ์ ย้ำนโยบายของคสช. คือ การแข่งขัน อย่างเสรีเป็นธรรมไม่ทุจริต ช่วยสร้างความเข้มแข็ง แข็งแกร่งให้คนไทย
"ในฐานะหัวหน้า คสช.อยากให้มีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์โดยใช้สติปัญญาของคนไทย"
หากพบหน่วยงานหรือบุคคลใดเรียกรับผลประโยชน์ขอให้แจ้งมาที่ตนโดยตรง
หัวหน้า คสช. กล่าวว่า การลงทุน ของ๒ประเทศ คำนึงถึงผลประโยชน์ของ 2 ฝ่าย ซึ่งการลงทุนของจีนในไทยที่จะมีการจัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรมต้องคำนึงถึงผลกระทบของสภาพแวดล้อมและคิดที่จะนำพลังงานทดแทนมาใช้
ขณะเดียวกันต้องสร้างความเข้มแข็งด้านอุตสาหกรรม ด้วยการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและ กำลังพิจารณายกเลิกเคอร์ฟิวให้เร็วที่สุดในพื้นที่ที่ยังไม่ยกเลิก

ตั้งอนุกรรมการปปช.ตรวจสอบทรัพย์สิน"ยิ่งลักษณ์"และรมต.พันจำนำข้าว


วันพุธที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.)

คำสั่งคณะรักษาความสงบเรียบร้อย (เฉพาะ) ที่ 2/2557
เรื่อง การจัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.)
วัตถุประสงค์ เพื่อให้เกิดความรัก ความสามัคคี และความปรองดองสมานฉันท์ แก่ประชาชน ทุกกลุ่มทุกฝ่าย ตลอดจนเพื่อให้การปฏิรูปการเมืองการปกครอง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย