PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

สิบคำถามในคำจอบกลุ่มISISในอิรัก

รุสตั้ม หวันสู[1]
            นับตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา กลุ่มติดอาวุธกลุ่มหนึ่งนามว่า ISIS ได้สร้างความตื่นตะลึงให้คน ทั้งโลก โดยเข้ายึดครองเมืองต่างๆในภาคเหนือของอิรักอย่างสายฟ้าแลบ เริ่มจากเมืองซามาร์รา เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน เมืองโมซุลในคืนวันที่ 9 มิถุนายน และเมืองไทกริตบ้านเกิดของอดีตประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซ็นเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน เหตุการณ์ยิ่งเลวร้ายขึ้นทุกวันและรัฐบาลอิรักกำลังเสียเมืองต่างๆให้แก่กลุ่มกบฏ ISIS อย่างไม่อาจต้านทาน ได้ จนเกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับกลุ่มติดอาวุธ ISIS ว่าพวกเขาคือใครและต้องการทำอะไร และอีกหลายๆคำถามที่ เราจะมาหาคำตอบไปด้วยกัน
[source: Yaser Al-Khodor.Courtesy Reuters]
1. กลุ่ม ISIS คือใคร และมีเป้าหมายอะไร เกี่ยวข้องกับองค์กรอัลกออิดะฮ์ใช่หรือไม่?
            ISIS หรือ ISIL หรือ "The Islamic State in Iraq and al-Sham" แปลว่า "รัฐอิสลามในอิรักและอัล-ชาม (ซีเรีย)" แต่หากเรียก ISIL จะย่อมาจาก "The Islamic State in Iraq and Levant" แปลว่า "รัฐอิสลามในอิรักและเลแวนท์" ซึ่งเลแวนท์ ก็หมายถึงซีเรียเช่นเดียวกัน ดังนั้นในภาษาอังกฤษสามารถเรียกได้ทั้งสองแบบ แต่ในภาษาอาหรับนิยมเรียกชื่อย่อว่า "ดาอิซ" (daesh)        
            ดังนั้นไม่ว่าจะเรียกแบบใด ISIS ก็คือกลุ่มติดอาวุธ ซึ่งประกาศจัดตั้งรัฐที่ยังไม่มีใครรับรอง โดยรวมดินแดนบางส่วนในอิรักและซีเรีย มีเป้าหมายสูงสุดคือ การจัดตั้งรัฐอิสลาม โดยรวมดินแดนในเลแวนท์ ซึ่งนอกจากซีเรียแล้ว ยังรวมถึงเลบานอน อิสราเอล ปาเลสไตน์ จอร์แดน ไซปรัส และภาคใต้ของตุรกีไว้ด้วยกัน
            การก่อตั้ง
            อาจกล่าวได้ว่าการที่สหรัฐอเมริกาและพันธมิตรทำสงครามในอิรักเมื่อปีค.ศ.2003 คือการจุดประทุเชื้อของ ความรุนแรงและการก่อการร้ายในอิรักซึ่งต่อมาได้ลุกลามไปทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง ในต้นปีค.ศ. 2004 กลุ่มติดอาวุธ กลุ่มหนึ่งได้ก่อตั้งขึ้น ใช้ชื่อว่า "ญามาอัต อัต-เตาฮีด อัล-ญิฮาด" หรือ "องค์กรแห่งเอกภาพในการศรัทธา และการญิฮาด"  (The Organization of Monotheism and Jihad- JTJ) มีผู้นำคือนายอบู มูซ๊าบ อัล-ซอรฺกอวี ชาวจอร์แดน
            ต่อมาในเดือนตุลาคมปีค.ศ. 2004 นายซอรฺกอวีได้ประกาศความจงรักภักดี (บัยอะ) ต่อนายอุซมา บินลาดิน ผู้นำองค์กรอัล-กออีดะ นายซอรฺกอวีจึงเปลี่ยนชื่อกลุ่มเป็น "ตันซิม กออีดะ อัล-ญิฮาด ฟี บีลาด อัล-รอฟีดาน หรือ "องค์กรแห่งการญิฮาด ซึ่งมีฐานในประเทศแห่งสองแม่น้ำ" (The Organization of Jihad's Base in the Country of the Two Rivers- TQJBR) แม้การยอมรับต่อองค์กรอัล-กออีดะ จะทำให้กลุ่มนี้ได้รับการขนานนามว่า กลุ่มอัล-กออีดะฮ์แห่งอิรัก (Al-Qaeda in Iraq- AQI) แต่กลุ่มนี้ก็ไม่เคยใช้ชื่อดังกล่าวแทนชื่อกลุ่มนอกจากชื่อที่ประกาศใช้เป็นทางการ[2]
            ในเดือนมกราคมปีค.ศ. 2006 กลุ่มดังกล่าวได้เข้ารวมกับกลุ่มติดอาวุธอีกหลายกลุ่มในอิรักภายใต้องค์กรที่มีชื่อว่า "สภาที่ปรึกษามูญาฮีดีน (The Mujahijdeen Shura Council) และในเดือนมิถุนายนปีเดียวกันนี้เอง กองกำลังของสหรัฐฯได้ ลอบสังหารนายซอรฺกอวี
            ต่อมาวันที่ 13 ตุลาคม ค.ศ. 2006 ทางกลุ่มได้เปลี่ยนชื่อเป็น "เดาลัต อัล-อิรัก อัล-อิสลามียะ" หรือ "กลุ่มรัฐอิสลามแห่งอิรัก" (Islamic State of Iraq- ISI) ภายใต้การนำขอนายอบู อับดุลเลาะห์ อัล-รอชิด อัล-บักดาดี (Abu Abdullah al-Rashid al-Baghdadi) โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนคือ การปลดปล่อยดินแดนของชาวมุสลิมนิกายซุนนีจากการกดขี่ และยึดครองของกลุ่มชีอะฮ์และต่างชาติ กลุ่ม ISI ในอิรักมีแกนนำระดับสูงอีกคนที่เป็นชาวอียิปต์คือนาย อบู อัยยุบ อัล-มาสรี (Abu Ayyub al-Masri) ซึ่งต่อมาแกนนำทั้งสองก็ถูกสังหารในปฏิบัติการทางการทหารของสหรัฐฯและอิรัก เมื่อเดือนเมษายน ปีค.ศ. 2010 นายอบูบักรฺ อัล-บักดาดี จึงขึ้นเป็นผู้นำจนถึงปัจจุบัน
            วันที่ 9 เมษายน ปีค.ศ. 2013 ภายหลังจากกลุ่ม ISI ขยายปฏิบัติการไปยังประเทศซีเรียเพื่อล้มรัฐบาลนายบาชัร อัล-อัซซาด กลุ่ม ISI จึงเปลี่ยนชื่อเป็น "รัฐอิสลามแห่งอิรักและอัล-ชาม (ซีเรีย) ดังชื่อในปัจจุบัน โดยใช้ชื่อย่อว่า ISIS หรือ ISIL นิยมเรียกชื่อย่อในภาษาอาหรับว่า "ดาอิซ" (Daesh)
            อย่างไรก็ตามสายสัมพันธ์กับองค์กรอัล-กออีดะฮ์ที่มีมายาวนานก็ขาดสะบั้นลงในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2014 ภายหลังจากกลุ่ม ISIS แสดงความท้าทายต่อองค์กรอัล-กออีดะอ์ โดยประกาศต้องการควบรวมกลุ่มอัล-นุสรอ ซึ่งเป็นกลุ่ม ติดอาวุธของอัล-กออีดะฮ์อีกกลุ่มในซีเรียเข้ากับ ISIS นับเป็นครั้งแรกที่องค์กรสาขาของอัล-กออีดะฮ์แสดงความกระด้าง กระเดื่องต่อองค์กรแม่
            นายบารัค เมนเดลซอน (Barack Mendelsohn) นักวิชาการรัฐศาสตร์ วิทยาลัยฮาเวอร์ฟอร์ด (Haverford College) กล่าวว่า "ตลอดระยะเวลาหลายปี มีหลายสัญญาณที่บ่งชี้ถึงความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ระหว่างอัล-กออีดะฮ์กับ ISIS ซึ่งถูกมอง ว่าปกครองยาก" โดยเมนเดลซอนก็ได้อธิบายถึงความสัมพันธ์ระหว่างสององค์กรว่า "ดำเนินความสัมพันธ์บนพื้นฐานของ ผลประโยชน์มากกว่าอุดมการณ์"[3]
            ปัจจุบันองค์กรอัล-กออีดะฮ์และ ISIS ได้เปลี่ยนสภาพจากองค์กรแม่-ลูกมากำลังกลายเป็นคู่ขัดแย้งที่แข่งขันกัน เผยแพร่อิทธิพลต่อกลุ่มอิสลามสุดโต่งทั่วโลก ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านมองว่ากลุ่ม ISIS จะเข้ามาเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลในระดับ โลกแทนองค์กรอัล-กอดีอะฮ์ในไม่ช้า
            เป้าหมาย
            ชื่อของกลุ่มบ่งชี้เป้าหมายของกลุ่มคือ เพื่อจัดตั้งรัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย ดังเช่นพลเอก เรย์ ออเดียโน (Ray Odierno) ผู้บัญชาการทหารสหรัฐฯประจำอิรักกล่าวว่า "พวกเขาต้องการทำให้รัฐบาลอิรักเป็นง่อย และพวกเขาต้องการ จัดตั้งรัฐอิสลามในอิรัก"[4]
            อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์หลายคนมองว่ากลุ่ม ISIS จะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายในระยะเวลาอันใกล้นี้ได้ เพราะกลุ่ม ISIS ไม่แข็งแกร่งพอที่จะโค่นล้มรัฐบาลอิรักและซีเรียได้ในปัจจุบัน แต่สิ่งที่น่าจับตามองก็คือ พลังแห่งการ เปลี่ยนแปลงและการเผยแพร่แนวคิดอิสลามนิยมที่ไม่อาจหยุดยั้งได้
            จำนวน
            นิตยสารดิ อีโคโนมิสต์ รายงานว่ากลุ่ม ISIS มีกองกำลังมากกว่า 6,000 คนในอิรัก และ 3,000-5,000 คนในซีเรีย ซึ่งรวมถึงกองกำลังต่างชาติหรือนักรบมูญาฮีดดีนนานาชาติอีกกว่า 3,000 คน ในจำนวนนี้กว่า 1,000 คนมาจากเชชเนีย และราว 500 คน มาจากชาติตะวันตกเช่นฝรั่งเศสและอังกฤษ[5] มีรายงานว่ากลุ่ม ISIS ยังมีทหารกองหนุนซึ่งเป็นชาวบ้าน อีกกว่า 15,000 คน
            นอกจากการสู้รบแล้ว กลุ่ม ISIS ยังทำกิจกรรมเพื่อสังคมอีกด้วย เช่นงานอาสาสมัคร ครูสอนศาสนา ให้ความรู้ ทางศาสนาแก่ชาวบ้าน แจกอาหารและเงิน ซ่อมถนนและไฟฟ้า[6] มีรายงานว่ากลุ่ม ISIS ได้ประกาศตัดความสัมพันธ์กับ กลุ่มติดอาวุธในอิรักบางกลุ่มที่แสวงหาผลประโยชน์จากการค้าอาวุธและยาเสพติดตามแนวชายแดนประเทศซีเรียและตุรกี กลุ่ม ISIS ประสบความสำเร็จในการใช้สื่อและสังคมออนไลน์เพื่อเข้าถีงมวลชน ผ่านทางสื่อของมูลนิธิอิตติซัม (หัวหน้า นักรบมูญาฮีดีนเชชเนียคือ อุมัร อัล-ชิชานี ติดต่อเข้าร่วมรบผ่านทางอินเตอร์เน็ต)[7]
            นักวิเคราะห์บางคนมองว่ากลุ่ม ISIS มีลักษณะเป็นกองทหารมากกว่ากลุ่มก่อการร้าย เจสสิก้า ลูอิส (Jessica Lewis) ผู้เชี่ยวชาญเรื่องกลุ่ม ISIS จากวอชิงตัน ธิงค์ แทงค์ (Washington Think Tank) กล่าวว่า "นี่คือกองทัพที่เคลื่อนที่ ไปมาระหว่างอิรักและซีเรีย พวกเขายึดครองพื้นที่จำนวนมาก พวกเขามีรัฐบาลเงาทั้งในและรอบๆกรุงแบกแดด มีจุดมุ่ง หมายชัดเจนในการปกครองประเทศ ฉันไม่รู้ว่าพวกเขาต้องการยึดกรุงแบกแดดหรือไม่ หรือต้องการทำลายโครงสร้าง รัฐบาลอิรักแต่ไม่ว่าอย่างไรผลลัพธ์ก็เหมือนกันคือความหายนะของประเทศอิรัก"[8] ลูอิสซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯประจำอิรักและอัฟกานิสถาน อธิบายการทำงานของกลุ่ม ISIS ว่า "มีระบบการบังคับบัญชาและสั่งการจากภาคสนามไปยังศูนย์บัญชาการที่เยี่ยมยอด มีงบประมาณและนักรบจำนวนมาก ซึ่งไม่ได้มีเพียงนักรบต่างชาติ แต่ยังรวมถึงนักโทษแหกคุกอีกด้วย" ขณะที่นายอัยมาน จาเวด อัล-ตามีนี (Aymenn Jawad al-Tamini) ผู้ศึกษาเรื่องการญิฮาดในภูมิภาคตะวันออกกลางมองว่า "พวกเขามีทักษะสูงในการทำสงครามกองโจรในเขตเมือง (Urban Guerrilla warfare) ในขณะที่กองทัพอิรักขาดทักษะการรบในรูปแบบดังกล่าว"[9]
[source: AP]
2. ปัจจัยใดที่ทำให้กลุ่ม ISIS สามารถรักษาอิทธิพลในอิรักได้อย่างมั่นคง?
            ปัจจัยประการแรกที่ทำให้กลุ่ม ISIS ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธชาวมุสลิมนิกายซุนนี สามารถรักษาและขยายอำนาจได้ คือ ความขัดแย้งระหว่างชาวมุสลิมอิรักนิกายซุนนีและนิกายชีอะฮ์
            แม้ประชากรชาวอิรักส่วนมากจะนับถือศาสนาอิสลามนิกายชีอะอ์ แต่ชาวซุนนีคือผู้ที่ปกครองประเทศอย่าง ยาวนาน จนกระทั่งอดีตประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซ็นซึ่งนับถือนิกายซุนนีสิ้นอำนาจในปีค.ศ. 2003 นายซัดดัมได้ทำให้ชาว มุสลิมซุนนีเข้าใจมาตลอดว่า ชาวซุนนีคือประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ ทำให้กระทั่งปัจจุบันชาวซุนนีรู้สึกว่าพวกเขา ถูกชาวชีอะฮ์แย่งอำนาจไปและให้อำนาจแก่พวกเขาน้อยเกินไป[10]
            สงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นภายหลังจากที่สหรัฐฯบุกอิรักในปีค.ศ. 2003 ได้ทำให้ความความขัดแย้งระหว่างนิกาย ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น รัฐบาลที่มีขึ้นภายหลังการโค่นอำนาจระบอบซัดดัม ก็ถูกมองว่าให้อำนาจอย่างมากล้นแก่ชาวชีอะฮ์ ภายใต้ความร่วมมือของสหรัฐฯ รัฐบาลไม่อาจเป็นรัฐบาลของปวงชนทุกหมู่เหล่าได้ ทำให้กระแสความไม่พอใจของ ชาวซุนนีต่อรัฐบาลอิรักยิ่งทวีคูณ ปัจจุบันชาวชีอะฮ์และซุนนีในอิรักไม่มีความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ความขัดแย้งระหว่าง สองกลุ่มนี้ได้กลายเป็นความขัดแย้งที่มีผู้ชนะเพียงคนเดียว (a zero-sum game) เพื่อแย่งชิงอำนาจทางการเมือง[11] หลายครั้งการลุแก่อำนาจและใช้อำนาจโดยพลการของรัฐบาล ได้ต่อเติมไฟแห่งความบาดหมางเช่น เหตุการณ์ตำรวจ ใช้ความรุนแรงเข้าควบคุมตัวผู้ชุมนุมนิกายซุนนีที่ออกมาประท้วงเพื่อเรียกร้องสิทธิของตน
            ดังนั้นตราบใดที่กลุ่มชีอะอ์ยังคงมีอิทธิพลเหนือรัฐบาลอิรักและชาวซุนนีไม่ได้รู้สึกถึงความเป็นธรรมและมีพื้นที่ทางการเมืองที่มากพอ ตราบนั้นกลุ่ม ISIS จะยังคงได้รับคะแนนนิยมในพื้นที่ของชาวซุนนีในภาคตะวันตกเฉียงเหนือต่อไป
            ปัจจัยประการที่สองที่ทำให้กลุ่ม ISIS มีแต้มต่อทางการเมืองในหมู่ชาวซุนนีคือ การดำเนินนโยบายที่ผิดพลาด ของนายกรัฐมนตรีอิรัก
            นายนูรี อัล-อาลีกี นายกรัฐมนตรีของอิรักซึ่งเป็นชาวมุสลิมนิกายชีอะฮ์ เขาได้ทำให้อิรักกลายเป็นรัฐชีอะฮ์[12] เนด พาร์กเกอร์ อดีตสมาชิกสภาความสัมพันธ์ระหว่งประเทศ (CFR) กล่าวว่า การกระชับอำนาจของกลุ่มชีอะฮ์ผ่าน นายกรัฐมนตรีมาลีกี ในช่วงที่สหรัฐฯถอนกำลังทหารออกจากอิรักปลายปีค.ศ. 2011 สร้างความไม่พอใจให้กับชาวซุนนี ซึ่งเป็นชนส่วนน้อย และกลุ่ม ISI คือกลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์จากความรู้สึกไม่เป็นธรรม"[13] รัฐบาลอิรักได้ปฏิเสธ ข้อเรียกร้องของชาวซุนนีที่ต้องการเพิ่มพื้นที่และสิทธิทางการเมือง ในเหตุการณ์การประท้วงรัฐบาล โดยชาวซุนนีในเดือน เมษายนและธันวาคม ค.ศ. 2013 ตำรวจได้สังหารผู้ประท้วงชาวซุนนีที่ประท้วงด้วยความสงบ และใช้กฎหมายต่อต้านการ ก่อการร้ายจับกุมพลเมืองชาวซุนนีจำนวนมาก[14] นายกรัฐมนตรีมาลีกียังได้สร้างพันธมิตร ทางการเมืองกับกลุ่มติดอาวุธชาว ชีอะฮ์อีกหลากลุ่มที่มีเป้าหมายปองร้ายชาวซุนนี
            ด้วยเหตุนี้ทำให้กลุ่ม ISIS ที่ประกาศต่อสู้เพื่อชาวซุนนีได้คะแนนนิยมในหมู่ประชาชนชาวซุนนี นายไมเคิล ไนค์ (Michael Knights) ผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกใกล้ศึกษา สถาบันวอชิงตัน (The Washington Institution for Near East Studies) กล่าวว่า "นายกรัฐมนตรีมาลีกีได้ทำให้โฆษณาชวนเชื่อของกลุ่ม ISIS เป็นจริงและถูกต้อง และรัฐบาลอิรักและ สหรัฐฯเองยังมีส่วนทำให้กลุ่ม ISIS เติบโตอย่างรวดเร็ว จากการปล่อยนักโทษอัล-กออีดะฮ์จากเรือนจำ นอกจากนั้น การถอนทหารสหรัฐฯออกจากอิรักปลายปีค.ศ. 2011 คือการให้พื้นที่หายใจแก่กลุ่ม ISIS เพิ่มขึ้นนั่นเอง"[15]
[source: BBC]
3. กลุ่ม ISIS เป็นกลุ่มต่อต้านรัฐบาลเพียงกลุ่มเดียวในอิรักหรือ?
            กลุ่มติดอาวุธต่อต้านรัฐบาลในอิรักมีอยู่ด้วยกันหลายกลุ่ม กลุ่มต่อต้านที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดนอกเหนือจากกลุ่ม ISIS คือกลุ่ม "ริญาล อัล-ตอริก อัล-นัคชฺบานดี" (JRTN) กลุ่มนี้เป็นกลุ่มติดอาวุธนิกายซุนนีที่มีอุดมการณ์ชาตินิยม ต้องการ ยึดอำนาจคืนจากกลุ่มชีอะฮ์ เพื่อรื้อฟื้นระบอบเผด็จการซุนนีดังสมัยซัดดัม ฮุสเซ็น ต่างจากกลุ่ม ISIS ซึ่งมีอุดมการณ์ เน้นหนักไปทางศาสนา และต้องการตั้งรัฐอิสลามเพื่อรวมชาวซุนนีในอิรักและประเทศรอบๆ สมาชิกของกลุ่ม JRTN คืออดีตสมาชิกพรรคบาธ (Baath) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลสมัยอดีตประธานาซัดดัม ฮุสเซ็น
            แม้กลุ่ม ISIS และ JRTN จะมีอุดมการณ์ต่างกัน แต่มีเป้าหมายเดียวกันคือต่อสู้กับรัฐบาลชีอะฮ์ของนายมาลีกี
            เคิร์ค โซเวล (Kirk Sowell) นักวิเคราะห์ความเสี่ยงทางการเมือง และผู้เชี่ยวชาญการเมืองอิรัก ได้เปรียบเทียบ กลุ่มสองกลุ่มนี้ว่า "แม้กลุ่ม ISIS ไม่ได้ครองใจคนรากหญ้า แต่พวกเขาคือ กลุ่มที่มีระบบการจัดการองค์กรที่ดีที่สุด มีนักรบที่เก่งกาจที่สุด ที่ผ่านประสบการณ์รบในอิรักและซีเรีย อย่างไรก็ตามกลุ่ม JRTN ก็มีการจัดการองค์กรที่ดี เช่นกันแต่ด้อยกว่ากลุ่ม ISIS ในเรื่องจำนวนนักรบและงบประมาณ"[16]
4. กลุ่ม ISIS เอาเงินทุนมาจากไหน?
            กลุ่มรัฐอิสลามในอิรักและซีเรียหรือ ISIS มีการจัดการงบประมาณที่น่าทึ่ง ต่างจากจากกลุ่มติดอาวุธกลุ่มอื่น ในซีเรียและอิรัก ที่อาศัยเงิดอุดหนุนจากต่างชาติ แต่กลุ่ม ISIS สามารถหางบประมาณของตนเอง จากการส่งออกน้ำมัน (จากบ่อน้ำมันที่ยึดครอง) ขายไฟฟ้า (ให้กับรัฐบาลซีเรียซึ่งเป็นศัตรู) และเรียกเก็บภาษีในพื้นที่ยึดครอง    
            ในปีค.ศ. 2012 กลุ่ม ISIS หรือ ISI ณ ขณะนั้น ได้เริ่มทำการยึดบ่อน้ำมันในซีเรีย โดยขายน้ำมันพร้อมส่วนลด ให้กับใครก็ตามที่พร้อมจะจ่าย ดังนั้นการยึดครองบ่อน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในอิรัก คือการเพิ่มเงินทุนของกลุ่ม ISIS นั่นเอง ด้วยการจัดการเรื่องงบประมาณที่ดีเยี่ยมและไม่มีใครเหมือน ทำให้นักรบISISได้รับค่าตอบแทนสูงกว่านักรบกลุ่มอื่นๆ กระทั่งดีกว่าทหารอาชีพในกองทัพอิรักและซีเรีย นี่คือหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้การจัดการองค์กรของกลุ่ม ISIS มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว[17]
            นอกจากการขายน้ำมันจากบ่อน้ำมันที่ยึดครองแล้ว ล่าสุดกลุ่ม ISIS ยังมีรายได้จากการยึดแหล่งเงินในคลังของ ทางรัฐบาลอีกด้วย มีรายงานว่าในการยึดเมืองโมซุล เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ค.ศ. 2014  กลุ่ม ISIS สามารถยึดเงินและ ทองคำ จากตู้นิรภัยของทางรัฐบาล ที่มีมูลค่าสูงถึง 14,000 ล้านบาท หรือ 429 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หน่วยข่าวกรองของอิรัก ประมาณการณ์ว่า นับตั้งแต่กลุ่ม ISIS ทำสงครามต่อต้านรัฐบาลในซีเรียและอิรัก พวกเขามีงบประมาณในคลังสะสมรวม 65,000 ล้านบาท หรือ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ[18] ซึ่งทำให้นิตยสารวอชิงตันโพสต์ระบุว่า กลุ่ม ISIS เป็นกลุ่มก่อการร้าย ที่ร่ำรวยที่สุดในโลก[19] นอกจากนั้นมีรายงานว่ากลุ่ม ISIS ยังสร้างรายได้จากการจัดเก็บภาษีในพื้นที่ยึดครองได้มากกว่า เดือนละ 260 ล้านบาท หรือ 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ[20]
            กลุ่ม ISIS ยังได้รับการสนับสนุนทางด้านงบประมาณและอาวุธจากประเทศซาอุดิอาระเบียและกาตาร์อีกด้วย ดังที่นายกรัฐมนตรีอิรักออกมากล่าวหาชาติทั้งสองในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2014 ว่า ให้การสนับสนุนกลุ่ม ISIS[21] และกลุ่มก่อการร้ายต่างๆเพื่อโค่นล้มรัฐบาลในซีเรีย อียิปต์ และลิเบีย[22] ซึ่งต่อมา ทั้งทางรัฐบาลซาอุดิอาระเบียและกาตาร์ ก็ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยกาตาร์กล่าวตอบโต้รัฐบาลอิรักว่าต้องการเบี่ยงเบนประเด็นจากการบริหาร ประเทศที่ผิดพลาด[23]
            สำหรับอาวุธของกลุ่ม ISIS นั้น ส่วนใหญ่ยึดมาได้จากทหารของอิรักที่พ่ายแพ้ หรือบางครั้งถึงกับทิ้งอาวุธและ วิ่งหนี ดังนั้นอาวุธของ ISIS ส่วนใหญ่ก็คืออาวุธของสหรัฐอเมริกานั่นเอง ตั้งแต่ปืน M16 ปืน M4 คาร์บิน เครื่องยิง    ลูกระเบิด M203 ปืนกล M59-1 M60 และ M240 เครื่องยิงจรวด (อาร์พีจี) พาหนะทางการทหารอย่างรถฮัมวี MRAPs รถถัง T-55 เครื่องยิงขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน ZU-23-2 เป็นต้น[24],[25] ล่าสุดในการยึดเมืองโมซุลเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ค.ศ. 2014 กลุ่ม ISIS ได้ยึดเฮลิคอปเตอร์ UH-60 แบล๊คฮอก  และเครื่องบินลำเลียง อย่างไรก็ตามนายปีเตอร์ เบอมอนท์ (Peter Beaumont) จากหนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดียน (The Guerdian) ให้ความเห็นว่า กลุ่ม ISIS ไม่มีนักบินที่ได้รับการฝึกมา ให้ใช้ อากาศยานเหล่านี้ได้[26]
[source: Haidar Hamdani.AFP.Getty Images]
5. ชาวซุนนี ชีอะฮ์และเคิร์ด ใครได้ผลประโยชน์จากความขัดแย้งครั้งนี้
            อิรักมีประชากรประมาณ 31 ล้านคน มีประชากรที่มีชาติพันธุ์อาหรับคิดเป็นร้อยละ 80 ขณะที่ร้อยละ 15 คือชาวเคิร์ด ที่เหลือร้อยละ 5 คือชาวเติร์กเมน อัสซีเรียนและอื่นๆ
            ชาวอิรักร้อยละ 97 นับถือศาสนาอิสลาม โดยชาวมุสลิมส่วนใหญ่นับถือนิกายชีอะฮ์ คิดเป็นร้อยละ 65 ส่วนชาวมุสลิมที่นับถือนิกายซุนนีคิดเป็นร้อยละ 35 ความแตกต่างทางชาติพันธุ์และความเชื่อทางศาสนาได้ทำให้ ชาวอิรักแบ่งออกเป็นสามกลุ่มคือชาวอิรัก (อาหรับ) นิกายชีอะฮ์ ชาวอิรัก (อาหรับ) นิกายซุนนี และชาวอิรัก (เคิร์ด) ที่แทบทั้งหมดนับถือนิกายซุนนี
            ท่ามกลางความขัดแย้ง ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดจากความขัดแย้งระหว่างกลุ่ม ISIS และรัฐบาลอิรัก ก็คือ ชาวเคิร์ดนั่นเอง นายเคิร์ค โซเวว (Kirk Sowell) ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองอิรักระบุว่า "วิกฤตครั้งนี้ คือเครื่องช่วยชีวิตชาว เคิร์ด"[27]
            ชาวเคิร์ดในอิรักส่วนใหญ่อาศัยอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีสถานะเป็นเขตปกครองตนเองชาวเคิร์ด ทหารเคิร์ดยังแบ่งออกเป็นสองกลุ่มคือกลุ่มที่ฝักใฝ่รัฐบาลอิรักและกลุ่มที่เป็นเอกเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดซึ่งมีจำนวนระหว่าง 80,000 ถึง 240,000 คน
            อย่างไรก็ตามชาวซุนนีและเคิร์ดจนยังไม่เคยขัดแย้งกันรุนแรงถึงขั้นต้องใช้กำลังทางการทหารต่อกัน ล่าสุดการที่กลุ่ม ISIS ยึดเมืองโมซุลซึ่งอยู่ในเขตอิทธิพลของชาวเคิร์ดได้นั้น นายไมเคิล ไนค์ ผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออก กลาง ให้ข้อมูลว่า กลุ่ม ISIS ยึดครองเมืองโมซุลซีกตะวันตกเท่านั้น ส่วนซีกตะวันออก ยังคงอยู่ภายใต้การป้องกันของ ทหารชาวเคิร์ด นอกจากนั้นเขตยึดครองของกลุ่ม ISIS กับเขตปกครองของชาวเคิร์ดก็มีพื้นที่ติดต่อกันในหลายจุด[28]
            นอกจากนั้นชาวเคิร์ดได้ใช้โอกาสในสถานการณ์ที่ยุ่งเหยิงนี้ เข้ายึดเมืองเคอร์คุก (Kirkuk) ซึ่งอยู่ใกล้ บ่อน้ำมัน ขนาดใหญ่ที่กลุ่มเคิร์ดต้องการจะยึดครองมายาวนาน[29] ดังนั้นแม้จะมีความขัดแย้งระหว่างกลุ่ม ISIS และรัฐบาลอิรัก แต่ชาวเคิร์ดเล่นบทเป็นผู้อยู่เหนือความขัดแย้ง แต่ได้รับผลประโยชน์ทางการเมืองและเศรษฐกิจมากที่สุด
[source: Sunni militiamen in 2010. Mahmud Saleh.AFP.Getty Images]
6.กลุ่ม ISIS ยึดครองพื้นที่ในอิรักได้มากแค่ไหน?
            แม้กลุ่ม ISIS จะถือกำเนิดในอิรักแต่ฐานอำนาจที่เป็นเหมือนเมืองหลวงของรัฐที่ไม่ได้รับการรับรอง (unrecognized state) นี้คือเมือง รอกกอ (Raqqa) ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคเหนือของประเทศซีเรีย ล่าสุดกลุ่ม ISIS ได้ยกกำลังเข้ายึด เมืองต่างๆในอิรักโดยยกพลจากเหนือลงใต้ กลุ่ม ISIS ได้ประกาศยึดเมืองต่างๆในอิรักและซีเรียได้แล้วในพื้นที่กว่า 16 จังหวัด ด้วยความยาวจากเหนือจดใต้รวมระยะทางกว่า 500 กิโลเมตร โดยมีขนาดพื้นที่ยึดครองเท่ากับประเทศเบลเยี่ยม[30]

 7.ทำไมกองทัพอิรักที่มีความเหนือกว่าทั้งปริมาณและศักยภาพจึงไม่อาจต้านทานกลุ่ม ISIS ซึ่งมีจำนวนน้อยได้
            เหตุการณ์ลือลั่นที่สร้างชื่อให้กับกลุ่ม ISIS คือการที่กลุ่ม ISIS กรีฑาทัพเข้ายึดเมืองโมซุล ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ ลำดับสองของอิรัก เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ค.ศ. 2014 การต่อสู้ในวันนั้นทหารอิรักที่มีจำนวนมากกว่า 30,000 นาย ต้องทิ้ง อาวุธ วิ่งหนี และพ่ายแพ้ต่อกองกำลัง ISIS ที่มีจำนวนเพียง 800 คน (อัตราส่วน 40:1) นอกจากนั้นยังมีตัวเลข ทหารอิรักที่หนีทัพในแต่ละเดือนนับร้อยคนอีกด้วย[31]
            สาเหตุหลักของความพ่ายแพ้อย่างราบคาบของทหารอิรักนอกเหนือจากความแข็งแกร่งของกลุ่ม ISIS ก็คือ ทหาร อิรักไม่ต้องการสู้และตายเพื่อรัฐบาลอิรัก[32] อีกทั้งความแตกต่างทางนิกายศาสนาได้นำไปสู่ความแตกแยกในหมู่ทหาร ซึ่งมีทั้งชาวมุสลิมนิกายชีอะฮ์และซุนนี นายเจสัน ลูออล (Jason Lyall) ผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อการร้าย มหาวิทยาลัยเยล กล่าวว่า จากการที่กองทัพอิรักแตกออกตามนิกายศาสนา ทำให้ทหารอิรัก ที่เป็นซุนนี ไม่ต้องการจะต่อสู้กับกลุ่ม ISIS ที่เป็น ชาวซุนนีเช่นเดียวกัน พวกเขาไม่ต้องการต่อสู้เพื่อรัฐบาลอิรักซึ่งกดขี่ชาวซุนนี มีรายงานว่าในเมืองโมซุลที่มีประชากร ส่วนใหญ่เป็นชาวซุนนีนั้น แต่การสู้รบนั้นดำเนินในเขตชาวชีอะฮ์
            อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์มองว่าท้ายที่สุดแล้วกลุ่ม ISIS คงไม่อาจยึดครองอิรักทั้งประเทศได้ ด้วยข้อจำกัดด้าน ศักยภาพ ทั้งนี้กลุ่ม ISIS มีกำลังในอิรักเพียง 7,000 คน (ซึ่งอาจเพิ่มขึ้นเมื่อร่วมสู้กับกลุ่มติดอาวุธกลุ่มอื่น) ในขณะที่ทหาร อิรักมีมากกว่า 250,000 คน(รวมทั้งตำรวจ) ซึ่งมีความเหนือกว่ามากทางด้านอาวุธ ปฏิบัติการของกลุ่ม ISIS จะกินพื้นที่ ได้เพียงนอกเมืองแบกแดด ส่วนทางภาคใต้ซึ่งเป็นพื้นที่ของชาวชีอะฮ์จะไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากเหตุความขัดแย้งนี้[33]
            ดังนั้นสาเหตุหลักที่ทำให้กองทัพอิรักอ่อนแอกว่ากลุ่ม ISIS คือความยุ่งเหยิง ไม่เป็นเอกภาพภายในกองทัพ ขาดการจัดการที่ดี และอ่อนด้อยประสบการณ์ และแรงต้านจากประชาชนที่นับถือนิกายซุนนีนั่นเอง
8. มีประเทศใดบ้างที่ให้ความช่วยเหลือกลุ่ม ISIS และรัฐบาลอิรัก
            รัฐบาลอิรักกล่าวหาประเทศซาอุดิอาระเบียและกาตาร์ว่า คือผู้สนับสนุนหลักด้านงบประมาณ แก่กลุ่ม ISIS ซึ่งทั้งสองชาติก็ออกมาปฏิเสธ นอกจากนั้นยังมีการจับตามองไปยังตุรกี ซึ่งมีบทบาทสำคัญ ในฐานะประเทศ หน้าด่านที่เป็นทางผ่านให้บรรดานักรบมูญาฮีดีนทั้งของกลุ่ม ISIS และกลุ่มอื่นๆเดินทางเข้าไปสู้รบในประเทศซีเรีย
            สำนักข่าวฟอกซ์นิวส์ได้รายงานถึงความสัมพันธ์ระหว่างตุรกีกับกลุ่ม ISIS ว่า ตุรกีให้ความช่วยเหลือด้าน งบประมาณ การขนส่ง อาวุธและการฝึก เมื่อนักรบของISISบาดเจ็บจากการสู้รบในซีเรีย พวกเขาจะถูกส่งมารักษาตัวใน โรงพยาบาลที่ตุรกี ดังปรากฏภาพนายอบู มูฮัมหมัด หนึ่งในผู้บัญชาการกลุ่ม ISIS ในซีเรียเข้ารับรักษาตัวในโรงพยาบาล ในเมืองฮาเตย์ (Hatay) เมื่อเดือนเมษายนปีนี้ นอกจากนั้นฝ่ายค้านได้กล่าวหารัฐบาลตุรกีว่ารับซื้อน้ำมันจากกลุ่ม ISIS ด้วยเงิน 25,000 ล้านบาท (800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และกองทัพตุรกีได้ช่วยฝึกอาวุธแก่นักรบกลุ่ม ISIS และกล่าวหาว่า นายกรัฐมนตรีตุรกี ได้หารือเป็นการลับกับนายยาซีน อัล-กอดี (Yasin al-Qadi) ผู้ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่น และเป็นแหล่งเงินทุนให้กับกลุ่ม ISIS[34]
            สำหรับฝ่ายรัฐบาลอิรัก ผู้สนับสนุนหลักนอกเหนือจากสหรัฐฯก็คืออิหร่าน นับตั้งแต่สหรัฐฯถอนกำลังทหาร ออกจากอิรักในปลายปีค.ศ. 2011 เป็นต้นมา ประเทศที่มีส่วนช่วยเหลือรัฐบาลอิรักมากที่สุดก็คืออิหร่าน รัฐบาลอิหร่าน ซึ่งเป็นชีอะฮ์ ไม่ต้องการให้รัฐบาลเพื่อนบ้านชีอะฮ์อีกสองประเทศคืออิรักและซีเรียต้องถูกกลุ่มซุนนีโค่นอำนาจ[35] รัฐบาล อิหร่านต้องการสร้างและรักษาสามเหลี่ยมทองคำแห่งชีอะฮ์ (Shi'a Triangle) คือรัฐบาลชีอะห์ในสามประเทศนอก อิหร่านคือ อิรัก ซีเรียและเลบานอน
            มีรายงานว่าอิหร่านได้ส่งหน่วยรบพิเศษที่มีชื่อหน่วยว่า "กู๊ดส์" (Quds) จำนวน 500 นาย เข้ามาช่วยรัฐบาลอิรัก ต่อสู้กับกลุ่ม ISIS[36] แม้อิหร่านจะออกมาปฏิเสธก็ตาม[37]  ซีไอเอได้ยกให้หน่วยกู๊ดส์เป็นหน่วยปฏิบัติการทางการทหาร ที่เก่งที่สุดหน่วยหนึ่งในภูมิภาคตะวันออกกลาง[38] ปัจจุบันผู้นำของหน่วยประจำอิรักคือนายกอเซ็ม สุไลมานี วอลสตรีท เจอร์นัลรายงานว่า ปัจจุบันนายสุไลมานีกำลังช่วยรัฐบาลอิรัก "จัดการ" กับความขัดแย้งอยู่ในแบกแดด วอลสตรีท ยังกล่าวยกย่องให้หน่อยกู๊ดส์มีความสามารถเหนือว่ากลุ่ม ISIS และรายงานว่ากองกำลังร่วมอิรัก-อิหร่านได้ยึดพื้นที่ เมืองไทกริสซึ่งเป็นบ้านเกิดของซัดดัม ฮุสเซ็น ได้คืนแล้วกว่าร้อยละ 85[39]
            อย่างไรก็ตามความช่วยเหลือของอิหร่านก็เป็นดาบสองคมต่อรัฐบาลอิรัก แม้ด้านหนึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ รัฐบาลอิรักต่อสู้กับกลุ่ม ISIS ต่อไป แต่อีกด้านหนึ่งการเข้ามาของอิหร่านได้สร้างความไม่พอใจให้กับชาวซุนนี[40] ซึ่งแน่นอนว่ากลุ่ม ISIS คือผู้ได้ผลประโยชน์ในสถานการณ์เช่นนี้  นอกจากนั้นความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลอิหร่าน  ยังทำให้กลุ่มชาตินิยมเสื่อมศรัทธาในรัฐบาล ชาวอิรักยังไม่อาจลืมภาพสงครามอิรัก-อิหร่านระหว่างปีค.ศ. 1980-1988
            สุดท้ายแล้ว การช่วยเหลือของอิหร่านเท่ากับเป็นการตอกย้ำคำอธิบายของกลุ่ม ISIS ต่อความขัดแย้งในอิรักว่า สงครามครั้งนี้ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลอิรักกับกลุ่ม ISIS แต่คือสงครามระหว่างชีอะอ์กับซุนนี
[source: Tony Avelar.Christian Science Monitor.Getty Images]
9.มีโอกาสมากน้อยแค่ไหน ที่สหรัฐฯจะใช้ กำลังทหารกับกลุ่ม ISIS?
            สำหรับโอกาสในการใช้กำลังทางการทหารของสหรัฐอเมริกาในอิรักนั้น ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ได้ออกมา ปฏิเสธที่จะส่งกำลังทหารกลับไปประจำการในอิรักอีก แต่ส่งทหารสหรัฐฯจำนวน 300 นายเข้าไปในอิรัก เพื่อเป็นที่ปรึกษา และช่วยฝึกกำลังพลให้แก่กองทัพอิรัก  นอกจากนั้นประธานาธิบดีโอบามายังเปิดทางและแสดงความพร้อมที่จะส่ง อากาศยานไร้คนขับหรือ "โดรน" หรือขีปนาวุธระยะไกล ช่วยเหลือรัฐบาลอิรักในการโจมตีกลุ่ม ISISได้[41]

10. แนวโน้มสถานการณ์ในอิรักจะเป็นอย่างไรต่อไป?
            การเลือกตั้งทั่วไปของอิรักเกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา พรรครัฐบาลเดิมชนะการเลือกตั้งด้วยเสียงท่วมท้น ทำให้นายนูรี อัล-มาลีกี ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อเนื่องเป็นสมัยที่สามนับตั้งแต่ปีค.ศ. 2006 อย่างไรก็ตามไม่ทันที่นาย มาลีกีจะจัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จ กลุ่ม ISIS ก็เริ่มปฏิบัติการสายฟ้าแลบยึดเมืองสำคัญทางตอนเหนือของอิรักได้หลายเมือง ท้าทายอำนาจของรัฐบาลอิรักอย่างมาก พร้อมกับเก้าอี้ตัวเก่าของนายมาลีกีที่กำลังสั่นคลอน
            ท่ามกลางความหลากหลายและขัดแย้งระหว่างชาติพันธุ์และศาสนา ตราบใดที่รัฐบาลอิรักไม่อาจเป็นรัฐบาล ของคนทุกหมู่เหล่าได้ ตราบใดที่อำนาจไม่ถูกกระจายอย่างเท่าเทียม ตราบใดที่ชาวซุนนียังรู้สึกถึงความไม่ชอบธรรม ตราบนั้นอิรักก็ได้แต่นับรอวันเพื่อแตกออกเป็นเสี่ยงๆ กลุ่มติดอาวุธอย่าง ISIS จะยังจะคงมีอิทธิในการเมืองอิรักต่อไป โดยเฉพาะในหมู่ชาวซุนนี ถึงวันนี้ผู้มีอำนาจในการเมืองอิรักควรตะหนักได้แล้วว่าจะยอมถอยเพื่อเดินหน้า หรือจะยืดหยัดสู้ไม่ถอยและรอดูการพังทลายของชาติบ้านเมืองต่อไป
             หลังจากผ่านประสบการณ์ในสนามรบซีเรียมานานหลายปี วันนี้กลุ่ม ISIS คือกองกำลังที่แข็งแกร่งที่ผลิตนักรบ ชั้นยอด และดึงดูดนักรบอาสามูญาฮีดีนได้จากทั่วโลก ไม่ว่าสถานะของกลุ่ม ISIS จะเป็นอะไร ...รัฐอิสลามอิรักและซีเรีย กลุ่มติดอาวุธ กลุ่มกบฏแยกดินแดน หรือกระทั่งกลุ่มก่อการร้าย แต่วันนี้กลุ่ม ISIS ได้ประกาศให้โลกได้รับรู้แล้วว่าพวกเขา คือยอดนักรบที่ข้าศึกต้องหวาดกลัว เชคมูฮัมหมัด อัดนานี โฆษกกลุ่ม ISIS กล่าวถึงความสำเร็จของ ISIS ว่าเป็นตามพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า เขากล่าวว่า "รัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย (ISIS) ไม่ได้เหนือกว่าศัตรูในเรื่อง อาวุธยุทโธปกรณ์ หรือทรัพย์สิน สิ่งเดียวที่เรามีคือความศรัทธาในพระเมตตาของพระผู้เป็นเจ้า"   



[1] นักศึกษาปริญญาเอก สาขาตะวันออกกลางศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมุสลิมอาลีฆัร ประเทศอินเดีย
[2] " Islamic State in Iraq and the Levant "(http://en.wikipedia.org/wiki/Islamic_State_in_Iraq_and_the_Levant). Retrieved 25 June 2014.
[3] Barak Mendelsohn (June 6, 2014). "After Disowning ISIS, al Qaeda is Back On Top". (http://www.foreignaffairs.com/articles/140786/barak-mendelsohn/after-disowning-isis-al-qaeda-is-back-on-top) Foreign Affairs. Retrieved 6 June 2014.
[4] Zack Beauchamp (June 6, 2014). "16 things about ISIS and Iraq you need to know". (http://www.vox.com/cards/things-about-isis-you-need-to-know/what-is-isis). Vox.com. Retrieved 25 June 2014
[6] Zelin, Aaron (17 June 2014). "The Islamic State of Iraq and Syria Has a Consumer Protection Office" (http://www.theatlantic.com/international/archive/2014/06/the-isis-guide-to-building-an-islamic-state/372769/). theatlantic.com. Retrieved 25 June 2014.
[7]Anjarini, Suhaib (1 May 2014). "Chechen jihadists in Syria: The case of Omar al-Shishani"( http://english.al-akhbar.com/content/chechen-jihadists-syria-case-omar-al-shishani#comment-29365). Al-Akhbar. Retrived 23 June 2014.
[8] Carl Vick and Aryn Baker (11 June 2014). " Extremists in Iraq Continue March Toward Baghdad " (http://time.com/2859454/iraq-tikrit-isis-baghdad-mosul/). Time.com. Retrived 23 June 2014.
[9] Carl Vick and Aryn Baker (11 June 2014). " Extremists in Iraq Continue March Toward Baghdad " (http://time.com/2859454/iraq-tikrit-isis-baghdad-mosul/). Time.com. Retrived 23 June 2014.
[10] Zack Beauchamp (June 6, 2014). "16 things about ISIS and Iraq you need to know". (http://www.vox.com/cards/things-about-isis-you-need-to-know/what-is-isis). Vox.com. Retrieved 25 June 2014
[11] Karen Deyoung and Ernesto Londono (12 January 2014). " Obama administration official: Iraq’s Nouri al-Maliki ready to reach out to Sunnis" (http://www.washingtonpost.com/world/national-security/obama-administration-official-iraqs-nouri-al-maliki-ready-to-reach-out-to-sunnis/2014/01/12/d8d87592-7893-11e3-b1c5-739e63e9c9a7_story.html). The Washington Post. Retrieved 25 June 2014.
[12] Marc Lynch (12 June 2014). " How can the U.S. help Maliki when Maliki’s the problem?" (http://www.washingtonpost.com/blogs/monkey-cage/wp/2014/06/12/iraq-trapped-between-isis-and-maliki/). The Washington Post. Retrieved 25 June 2014.
[13] "Foreign Affairs Media Call on Iraq With Max Boot and Ned Parker" (8 January 2014).(http://www.cfr.org/iraq/foreign-affairs-media-call-iraq-max-boot-ned-parker/p32177). Retrieved 26 June 2014.
[14] Human Right Watch, World Report 2014 (http://www.hrw.org/world-report/2014/country-chapters/iraq). Retrieved 25 June 2014.
[15] Zack Beauchamp (18 June 2014). "16 things about ISIS and Iraq you need to know" (http://www.vox.com/cards/things-about-isis-you-need-to-know/what-is-isis). Retrieved 25 June 2014.
[16] Zack Beauchamp (15 June 2014). " A guide to the bitter political fights driving the Iraq crisis"(http://www.vox.com/2014/6/15/5810262/who-are-major-iraqi-political-groups-kirk-sowell/in/5568955). Retrieved 25 June 2014.
[17] Max Fisher (12 June 2014). " How ISIS is exploiting the economics of Syria's civil war" (http://www.vox.com/2014/6/12/5802824/how-isis-is-exploiting-the-economics-of-syrias-civil-war/in/5568955). Retrieved 25 June 2014.
[18] "All you need to know about ISIS and what is happening in Iraq" (http://rt.com/news/166836-isis-isil-al-qaeda-iraq/). RT. 20 JUNE 2014.
[19] " ISIS just stole $425 million, Iraqi governor says, and became the ‘world’s richest terrorist group’"(http://www.washingtonpost.com/news/morning-mix/wp/2014/06/12/isis-just-stole-425-million-and-became-the-worlds-richest-terrorist-group/).The Washington Post. 12 June 2014.
[20] Harith Hasan (24 October 2013)"Al-Qaeda Sinks Roots in Mosul"(http://www.al-monitor.com/pulse/originals/2013/10/al-qaeda-mosul-iraq-sunnis-minorities.html). Almonitor.com. Retrieved 26 June 2014.
[21] " Baghdad slams Saudi Arabia for ‘encouraging genocide’ in Iraq"( http://rt.com/news/166592-saudi-arabia-genocide-iraq/). RT. 17 JUNE 2014.
[22] "Iraqi PM Maliki says Saudi, Qatar openly funding violence in Anbar" (http://www.reuters.com/article/2014/03/09/us-iraq-saudi-qatar-idUSBREA2806S20140309). Reuters. 9 March 2014.
[23] "Saudi Arabia, Qatar reject Iraq's accusation of supporting ISIL"(http://www.liveleak.com/view?i=770_1402960758&comments=1#zjlooGJqyzvkCebP.99). Live Leak. 17 June 2014.
[24] " How did 800 ISIS fighters rout 2 Iraqi divisions?"( http://www.militarytimes.com/article/20140612/NEWS08/306120062/How-did-800-ISIS-fighters-rout-2-Iraqi-divisions-). Military Times . 12 June 2014.
[25] " State of emergency: ISIS militants overrun Iraq city of 1.8mn, free 2,500 prisoners"( http://rt.com/news/165044-militants-seize-mosul-iraq/). RT. 10 June 2014.
[26] Peter Beaumont. " How effective is Isis compared with the Iraqi army and Kurdish peshmerga?"(http://www.theguardian.com/world/2014/jun/12/how-battle-ready-isis-iraqi-army-peshmerga). theguardian.com. Retrieved 25 June 2014.
[27] Zack Beauchamp.(15 June 2014) "A guide to the bitter political fights driving the Iraq crisis"(http://www.vox.com/2014/6/15/5810262/who-are-major-iraqi-political-groups-kirk-sowell). vox.com. Retrieved 25 June 2014.
[28] Zack Beauchamp (18 June 2014). "16 things about ISIS and Iraq you need to know" (http://www.vox.com/cards/things-about-isis-you-need-to-know/what-is-isis). Retrieved 25 June 2014.
[29] Keith Johnson (12 June 2014)" Revenge of the Kurds"( http://www.foreignpolicy.com/articles/2014/06/12/revenge_of_the_kurds).Foreignpolicy.com. Retrieved 25 June 2014.
[30] "All you need to know about ISIS and what is happening in Iraq" (http://rt.com/news/166836-isis-isil-al-qaeda-iraq/). RT.com. 20 JUNE 2014.
[31] " How did 800 ISIS fighters rout 2 Iraqi divisions?"( http://www.militarytimes.com/article/20140612/NEWS08/306120062/How-did-800-ISIS-fighters-rout-2-Iraqi-divisions-). Military Times . 12 June 2014.
[32] "Iraq army capitulates to Isis militants in four cities"(http://www.theguardian.com/world/2014/jun/11/mosul-isis-gunmen-middle-east-states?CMP=twt_gu). theguardian.com. 12 June 2014.
[33] Peter Beaumont (12 June 2014)"How effective is Isis compared with the Iraqi army and Kurdish peshmerga?" (http://www.theguardian.com/world/2014/jun/12/how-battle-ready-isis-iraqi-army-peshmerga). theguardian.com. Retrieved 25 June 2014.
[34] "Iraq crisis: Is Turkey's government supporting ISIS?"(http://www.foxnews.com/opinion/2014/06/19/iraq-crisis-is-turkey-government-supporting-isis/). Foxnews.com. 19 June 2014.
[35] Zack Beauchamp (18 June 2014). "16 things about ISIS and Iraq you need to know" (http://www.vox.com/cards/things-about-isis-you-need-to-know/what-is-isis). Retrieved 25 June 2014.
[36] "ISIS militants still pressing forward in Iraq"( http://edition.cnn.com/2014/06/13/world/meast/iraq-violence/index.html). Cnn.com. 14 June 2014.
[38] Dextr Filkins (30 September 2013) "THE SHADOW COMMANDER" (http://www.newyorker.com/reporting/2013/09/30/130930fa_fact_filkins ). Newyorker.com. Retrieved 25 June 2014.
[39] Zack Beauchamp (11 June 2014) " Al-Qaeda kicked this group out for being too vicious. On Tuesday, they conquered Iraq's second-largest city."( http://www.vox.com/2014/6/11/5800188/who-is-isis-how-they-conquered-mosul). Vox.com. Retrieved 25 June 2014.
[40] Stephen Wicken (May 2013) "Iraq’s Sunnis in Crisis" Middle East Security Report 11 (https://understandingwar.org/sites/default/files/Wicken-Sunni-In-Iraq.pdf). Retrieved 25 June 2014.
[41] "US to send 300 military advisers to Iraq"(http://www.aljazeera.com/news/middleeast/2014/06/obama-rules-out-us-combat-troops-iraq-2014619182147392411.html). Aljazeera.com. 20 June 2014.

ไอเอส.ใกล้บ้านท่าน

17พ.ย.58



17112558 อินโดฯ มาเลเซีย สิงคโปร์ เชื่อมี ISIS สาขาใกล้บ้านท่านแล้ว โดย : กาแฟดำ
สัปดาห์นี้จะมีการประชุมระดับโลกสองเวที คือ G-20ที่ตุรกีและ Apec ที่มะนิลา ซึ่
งผมเชื่อว่าวาระสำคัญอันดับต้น ๆ ของเดิมจะเป็นหัวข้ออะไรก็ต้องเปลี่ยนเป็นประเด็น “การก่อการร้ายสากล” เพราะเกิดกรณี “สังหารหมู่” ที่ปารีสก่อนการประชุมใหญ่เพียงไม่กี่วัน
ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ของสหรัฐกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ของจีน และนายกฯชินโซะ อาเบะ ของญี่ปุ่นจะไปปรากฏตัวพร้อมกัน ในงานประชุมใหญ่ทั้งสองแห่ง จึงพอจะเดาได้ไม่ยากว่าจะมีการประเมินอันตรายของการก่อการร้ายระหว่างประเทศ และออกแถลงการณ์ร่วมมือเพื่อทำสงคราม กับกลุ่มที่ใช้ความรุนแรงต่าง ๆ เหล่านี้ได้อย่างไร
เป้าหลักคงจะหนีไม่พ้นกลุ่ม ISIS (Islamic State in Iraq and Syria) ที่ประกาศว่าตนเป็นผู้โจมตีปารีส 6 จุดพร้อม ๆ กันเมื่อคืนวันศุกร์ก่อนจนมีคนตายกว่า 130 คนและบาดเจ็บกว่า 350 คน
เมื่อกลุ่มนี้แสดงตนชัดเจนอย่างนี้ และทำท่าว่าจะขยายการปฏิบัติการออกนอกอิรักและซีเรียเพื่อให้องค์กรของตนเป็นองค์กรข้ามชาติ ผู้นำในการประชุมสุดยอดทั้งที่ตุรกีและฟิลิปปินส์ก็คงจะต้องวางมาตรการเข้มขึ้นกว่าเดิม
ยิ่งการประชุมสุดยอด Apec ปีนี้จัดที่มะนิลาก็ยิ่งใกล้กับจุดที่ผู้นำในอาเซียนหลายท่านได้แสดงความเป็นห่วงเป็นใยว่า ISIS ได้ขยายอิทธิพลมาในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้วโดยเฉพาะได้ใช้ประเทศแถบนี้เป็นที่รับสมัครผู้เข้าร่วมขบวนการมาระยะหนึ่งแล้ว
ภาพที่เอามาให้ดูนี้มาจากหนังสือพิมพ์ The Star ที่บอกว่าเป็นผู้ที่ทางการมาเลเซียไล่ล่าอยู่เพราะสงสัยว่าเกี่ยวโยงกับเหตุการณ์รุนแรงในประเทศ
ข่าวชิ้นเดียวกันนี้บอกว่าผู้ต้องสงสัยเหล่านี้หลบหนีไปอยู่ทางใต้ของฟิลิปปินส์กำลังเตรียมจะตั้ง “กลุ่มทางการของ ISIS” สำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยที่กลุ่มนี้เตรียมจะรวมเอาหน่วยก่อการร้ายในมาเลเซีย อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์เป็นส่วนหนึ่งของการตั้งองค์กรใหม่นี้ด้วย
หนังสือพิมพ์มาเลเซียฉบับนี้บอกว่าหนึ่งในกลุ่มที่ว่านี้คือ Abu Sayyaf Group (ASG) ซึ่งถูกทางการมาเลเซียตั้งข้อหาก่อการร้าย
ผู้ต้องสงสัยที่ตำรวจมาเลเซียต้องการตัวโดยอ้างว่าไปร่วมกิจกรรมกับ ISIS มีทั้งอดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยและอดีตลูกจ้างเทศบาลท้องถิ่นรวมไปถึงเจ้าของร้านชำ
ตำรวจมาเลเซียบอกหนังสือพิมพ์ The Star ว่าแกนนำของผู้ต้องสงสัยคนนี้เคยประกาศในวีดิโอว่าเขาจะก่อตั้งสาขา ISIS ภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และได้พยายามเดินทางไปซีเรียเพื่อทำพิธีสาบานตนต่อหัวหน้าใหญ่ของ ISIS ที่นั่น
ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีหลี่เสียนหลงเคยให้คำปราศรัยเปิดเผยว่า ISIS ได้เพิ่มกิจกรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างชัดเจนจนขณะนี้มีหน่วยรบก่อการร้ายที่รับสมัครจากอินโดนีเซีย มาเลเซียและสิงคโปร์
ผู้นำสิงคโปร์บอกว่า “เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นศูนย์การหาสมาชิกที่สำคัญสำหรับ ISIS... โดยขณะนี้มีสมาชิกที่เป็นอินโดนีเซียมากกว่า 500 คนและมาเลเซียอีกหลายสิบคน”
หลี่เสียนหลงบอกว่า ISIS มีนักรบจากอินโดฯ และมาเลเซียมากถึงขนาดที่ตั้งเป็นหน่วยรบ แยกออกมาเป็นพิเศษชื่อ Katibah Nusantara หรือแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า Malay Archipelago Combat Unit หรือ “หน่วยรบหมู่เกาะมาเลย์”
ในสิงคโปร์เองก็พบว่ามีคนรุ่นใหม่บางคนหลบไปซีเรียเพื่อร่วมขบวนการ ISIS แล้ว “และเราก็สกัดจับอีกบางคนที่เตรียมตัวจะไปร่วมกับไอซิสที่ซีเรีย” นายกฯสิงคโปร์บอกพร้อมเสริมว่า
“เมื่อเร็ว ๆ นี้เราจับนักเรียนได้สองคน อายุ 17 กับ 19 ที่ยอมรับว่าเตรียมไปร่วมขบวนการไอซิสที่ซีเรีย คนหลังนี้บอกว่าได้เตรียมจะลอบสังหารเจ้าหน้าที่รัฐบาลสิงคโปร์ ถ้าหากเขาไม่สามารถไปถึงตะวันออกกลางได้"
หลี่เสียนหลงบอกว่าด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงเอาจริงเอาจังกับเรื่องก่อการร้ายโดยเฉพาะ ISIS เป็นพิเศษ เพราะการคุกคามที่ว่านี้ไม่ได้อยู่ข้างนอกแล้ว แต่มาอยู่ในบ้านนี่เอง
“This is why Singapore takes terrorism, and in particular ISIS, very seriously. The threat is no long over there. It’s over here.”
วีดีโอโฆษณาชวนเชื่อและรับสมัครสมาชิกใหม่ของ IS ชิ้นหนึ่งมีเด็กพูดภาษามาเลย์พร้อมอาวุธภายในเขตควบคุมของไอซิส
วีดีโออีกชิ้นหนึ่งอ้างว่าสมาชิก IS ที่เป็นชาวมาเลเซียสองคนกำลังตัดหัวชาวซีเรียคนหนึ่งด้วย
หลังเหตุฝันร้ายที่ปารีสเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วเชื่อได้ว่าผู้นำชาติต่าง ๆ ที่ประชุมสุดยอดทั้ง G-20 และ Apec ก็จะต้องนำเอาประเด็น “ความเป็นสากล” ของไอซิสมาถกเพื่อลงรายละเอียดว่าจะร่วมมือป้องกันไม่ให้เกิดกรณี “สังหารโหด” เช่นนี้ไม่ว่าจะส่วนไหนของโลกได้อย่างไร
เพราะเมื่อไอซิสเปิด “สาขาใกล้บ้านท่าน” ขึ้นมาอย่างนี้ ย่อมไม่มีรัฐบาลไหนอยู่เฉยได้อย่างแน่นอน 

เบื้องหลังการเติบใหญ่ของ ISIS : ฝีกลัดหนองและเงินจากน้ำมัน



19112558 เบื้องหลังการเติบใหญ่ของ ISIS : ฝีกลัดหนองและเงินจากน้ำมัน
โดย : กาแฟดำ
แผนที่ของนิวยอร์กไทมส์ชุดนี้ อ้างว่าเป็นประเทศต่าง ๆ ในตะวันออกกลาง
ที่กลุ่ม ISIS ได้ประกาศว่าสามารถยึดบางจังหวัด มาเป็นของตนเพื่อการก่อสร้าง “รัฐอิสลาม” หรือ Islamic State ตามชื่อที่ตั้งให้กับตนเอง
หากเป็นไปตามคำกล่าวอ้างนี้ ก็จะเห็นการแผ่ขยายอิทธิพลขององค์กรที่เชื่อในความรุนแรง ที่ประกาศตนเป็นศัตรูกับโลกตะวันตกอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐ ยุโรป หรือแม้กระทั่งรัสเซีย ที่ขณะนี้ได้ส่งกองกำลังทั้งภาคพื้นดิน และทางอากาศเข้าถล่ม เพื่อทำลายฐานที่มั่นของกลุ่มไอซิส โดยเฉพาะเมือง Roqqa ในซีเรียที่เป็น “เมืองหลวง” ของไอซิสขณะนี้
หลังเหตุการณ์ “สังหารหมู่” ที่ปารีส คำถามใหญ่ที่ตามมาคือทำไม ISIS จึงปีกกล้าขาแข็งได้ถึงขนาดสามารถขยายการปฏิบัติการข้ามประเทศอย่างนี้ทั้ง ๆ ที่นักวิเคราะห์เคยเชื่อว่าองค์กรนี้ น่าจะมีความสามารถเพียงแค่เป็นหน่วยจรยุทธ์ในบางส่วนของตะวันออกกลางเท่านั้น
คำตอบของคนที่ติดตามการเติบใหญ่ของไอซิสคือเงินและศรัทธา
เงินมาจากน้ำมันที่ไอซิสนำไปขายจากแหล่งที่ตนยึดได้ในตะวันออกกลาง และศรัทธามาในรูปของคนที่เป็นสมาชิกที่มาจากทั้งในยุโรปและเอเชียอื่น ๆ ที่เมื่อฝึกฝนด้านยุทธวิธีการก่อวินาศกรรมแล้วก็กลับไปยังบ้านของตนเพื่อปฏิบัติการตามคำสั่งของ “หน่วยเหนือ” ที่ปักหลักอยู่ในซีเรียและบริเวณข้างเคียง
เป็นที่มาของคำว่า “home-grown terrorism” อันหมายถึงการก่อการร้ายที่มาจากคนในประเทศนั้นเอง ที่เข้าร่วมขบวนการก่อการร้ายสากลเพื่อกลับมาทำงานในบ้านของตนเอง
เป็นส่วนหนึ่งของคำอธิบายว่าเหตุร้ายที่ปารีสจะเกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน 7 จุดอย่างมีประสิทธิภาพไม่ได้หากคนที่วางแผน และปฏิบัติตามยุทธการป่วนเมืองอย่างรุนแรงนั้น ไม่ใช่คนที่รู้จักทั้งภูมิศาสตร์และวิถีชีวิตของคนปารีสเองอย่างดี
หากก่อวินาศกรรมครั้งนี้เป็นการส่ง “นักรบ” จากข้างนอกมาปฏิบัติการ ย่อมมิอาจจะประสานงานกันได้ช่ำชองอย่างที่เห็นกัน
อีกด้านหนึ่งคือหลักฐานที่ยืนยันว่ากลุ่มไอซิสมีเงินสนับสนุนอย่างมาก มีคำกล่าวอ้างคำพูดของ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ว่าเขามีข้อมูลที่จะยืนยันว่าไอซิสได้รับเงินสนับสนุน จากอย่างน้อย 40 ประเทศและหลายแหล่งก็มาจากสมาชิกของ G-20 เองนี่แหละ
นักข่าวตะวันตกอ้างคำพูดของปูตินว่า ภาพถ่ายทางอากาศของรัสเซีย เห็นขบวนรถติดอาวุธและอารักขายาวเหยียดเสมอ อันเป็นการแสดงว่าไอซิสมีศักยภาพทางด้านเงิน และอาวุธเหลือเฟือที่จะก่อเหตุร้ายได้อย่างต่อเนื่อง
สหรัฐฯกล่าวหาว่ารัสเซียส่งทหารและเครื่องบินเข้าซีเรีย ก็เพื่อโอบอุ้มประธานาธิบดีอัล อัสซาด และถล่มทำลายเฉพาะกลุ่มต่อต้านรัฐบาล ไม่ได้ทำลายเป้าหมายของไอซิส
รัสเซียโต้ว่าสหรัฐเองนั่นแหละจะต้องพิสูจน์ว่า มุ่งมั่นจะกวาดล้างไอซิสจริง เพราะมีข้อสงสัยว่าอเมริกาเองนั้นแอบหนุนหลัง กลุ่มที่ใช้ความรุนแรงในตะวันออกกลางเช่นกัน
หลังเกิดเหตุที่ปารีส และมีข้อสงสัยว่าเครื่องบินโดยสารรัสเซีย ที่ตกที่ไซนายในอียิปต์นั้นโดนไอซิสสอยลงมา เราจึงเห็นประธานาธิบดีบารัก โอบามากับปูติน ต้องนั่งลงจับเข่าคุยกันอย่างจริงจัง ว่าจะร่วมมือกันหรือจะยังแยกกันตีโดยมีเป้าหมายไปคนละทาง
หากโอบามากับปูตินพูดกันคนละภาษา ไอซิสก็จะเติบใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว และเป้าการถล่มต่อไปก็อาจจะเป็นวอชิงตันและมอสโคว
คำว่า “สงครามโลก” ก็อาจจะไม่ใช่เพียงแค่พาดหัวหนังสือพิมพ์ให้ฟังดูตื่นเต้นเกินเหตุอีกต่อไป

On Focus.....บิ๊กโด่ง กับ บิ๊กหมู ภาคต่อ

16พ.ย.2558

On Focus.....บิ๊กโด่ง กับ บิ๊กหมู ภาคต่อ....รอดูจากผลสอบ อุทยานราชภักดิ์ ของคณะกรรมการสอบสวนของทบ.ภายในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะ เมื่อนายกฯ ระบุว่า ไม่เว้นแม้แต่รัฐมนตรี
"ผมเคยบอกหลายครั้งแล้วว่าความเท่าเทียมไม่มีในโลก แต่มีอย่างหนึ่งที่เสมอภาคเท่ากันคือความเท่าเทียมทางกฎหมาย ไม่เว้นแม้แต่รัฐมนตรี แม้แต่โครงการของกองทัพบก ก็ต้องมีการตรวจสอบ ลงโทษทางวินัย ข้าราชการก็ทำ แต่มีบางพวกไม่สนใจระเบียบ ถูกทุกอย่าง ไม่เคยผิด ไม่เข้ากระบวนการยุติธรรม กล่าวอ้างคนอื่น ทั้งที่ตัวเองทำให้เกิดความเสียหาย
"โครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์กำลังสอบไม่เกี่ยวกับ คสช. แต่ผมรับผิดชอบอยู่แล้ว รับผิดชอบอยู่ทุกเรื่อง ถ้าผิดก็ดำเนินคดี"
พร้อมกล่าวว่า โครงการนี่ก็เป็นโครงการหนึ่งที่อาจจะเกี่ยวข้องกับมาตรการสำคัญ แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันแย่ทั้งหมด หรือประเทศแย่ทั้งหมด กระทรวงแย่ทั้งหมด ตนจำเป็นต้องพูดแบบนี้เพราะรำคาญ

หน่วยความมั่นคง จับตา ทั้งIS และ อุยกูร์

17พ.ย.58

หน่วยความมั่นคง จับตา ทั้งIS และ อุยกูร์
พลเอกทวีป เนตรนิยม เลขาธิการ สมช. แถลง ยัน คุมเข้ม ป้องกันIS หลังก่อการร้ายฝรั่งเศส และการแผ่อิทธิพลของ IS ใน South East Asia เชื่อ ไทยและภาคใต้ของไทย ไม่ใช่เป้าหมายของ IS ยันประชาคมข่าวกรอง ยันยังไม่มี สมาชิกIS เข้ามาในประเทศไทย แต่ก็ไม่ประมาท ทั้ง พลเอกประยุทธ์ นายกฯ ท่านห่วงใย และ พลเอกประวิตร ก็สั่งการให้เข้นข้น ทั้งการดูแล และด้านการข่าว ขอให้ประชาชนสบายใจ อย่ากังวล
พลเอกทวีป กล่าวว่า ยังไม่รู้จำนวน ของสมาชิกIS ใน South East Asia ว่ามีแค่ไหน แต่พบว่า กลุ่มก่อการร้าย ในภูมิภาคนี้ ในประเทศเพื้อนบ้านเรา เข้าไปอิง กับกลุ่มIS ทั้ง กลุ่ม อาบูซายาฟ เจไอ และ อัลกออิดะห์
"แต่ประชาคมข่าวกรอง ทั้งของเราเองและ มิตรประเทศ ยืนยันว่า ไม่มี สมาชิกIS เข้ามาในชายแดนใต้ หริอในประเทศไทย แต่เราก็ต้องระวังป้องกัน อย่างไม่ประมาท"
"เท่าที่ติดตามดู ยังไม่มีสิ่งบอกเหตุ ได้ว่า กลุ่มก่อความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ของไทย จะเข้าไปร่วมกับ กลุ่มIS นี้ เพราะถ้าไปเกี่ยว ก็ไม่ดี เพราะกลุ่มนี้ ในทางสากล กำหนด เป็นกลุ่ม ก่อการร้าย และใช้แนวทาง จีฮัด ซึ่งแนวคิด ต่างกันจาก กลุ่มก่อความไม่สงบในภาคใต้ของไทย อีกทั้ง มุสลิม ก็ออกมาต่อต้าน IS เพราะไม่ใข่แนวทางศาสนาอิสลาม"
ทั้งนี้ พลเอกประวิตร สั่งการให้ เน้นมาตรการที่เข้มข้น แต่ก็ ขออย่าวิตกมากนัก เราเฝ้าระวังทุกด้าน แม้แต่ด้าน ไซเบอร์ หรือการ recruit คน หรือการใช้ ไซเบอร์สร้างมวลชน ในภาคใต้ของไทย
พลเอกทวีป ยืนยันว่า การแก้ปํญหาความไม่สงบ ในภาคใต้ ยังคงใช้แนวทางพูดคุย ดีที่สุด แต่ต้องค่อยๆไป และปรับตามสถานการณ์ มัน เร่งไม่ได้
พลเอกทวึป เผยว่า ตอนนี้นอกจาก ระวังเรื่องกลุ่ม IS แล้ว ต้องจับตาทุกกลุ่มเคลื่อนไหว รวมทั้ง อูยกูรฺ ด้วย เพราะเมื่อเกิดเหตุขึ้นมาแล้ว เราก็ต้องไม่ประมาท ต้องเตรียมพร้อมด้านการข่าว เข้มข้นมากขึ้น ติดตามทุกกลุ่มที่เคลื่อนไหว
โดยเฉพาะ ช่วงที่เราจะจัดงานสำคัญ ทั้งงานวันเฉลิมพระชนมพรรษา และ Bike for Dad
พลเอกทวีป เผยว่า ตอนนี้ มี อุยกูร์ อยู่ในการดูแล ของเรา จำนวน 55คน เป็นชายล้วน โดยก่อนหน้านี้ ได้ส่ง ผู้หญิงและเด็ก 43 คน ไปประเทศที่3 แล้ว เช่นตุรกี ส่วนที่เหลือ อยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบ ว่า หากไม่มีประวัติอาชญากรรม และไม่ได้ทำผิดกม. ใดๆ ก็จะส่งไปประเทศ ที่3 โดยสมัครใจ เช่น ตุรกี ด้วย
นอกจากนี้ หน่วยความมั่นคง และ ทหาร ตำรวจ ยังได้รับการแจ้งเตือน ให้เตรียมพร้อมรับการลักลอบเข้าเมือง หรืออพยพย้ายถิ่นฐานของ ชาวอุยกูร์ โรฮีนจา อีกครั้ง หลังหมดฤดูมรสุม

โฆษกกอ.รมน. เผย ยังไม่พบความเกี่ยวพันโดยตรง ของ IS อันจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของไทย

โฆษกกอ.รมน. เผย ยังไม่พบความเกี่ยวพันโดยตรง ของ IS อันจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของไทย หริอภาคใต้ของไทย ไม่ว่าจะโดยอุดมการณ์ หรือแนวคิด เผย "พลเอกธีรชัย "สั่งหน่วยการข่าว เข้มงวด และประสานข้อมูลการข่าว
จากกรณีที่สำนักข่าวต่างประเทศ ได้รายงานข่าวสมาชิกกลุ่มหัวรุนแรงมีแผนรวมกลุ่มต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าด้วยกัน เพื่อขอเข้าร่วมกับกลุ่มรัฐอิสลามอย่างเป็นทางการ โดยหวังเงินทุนและแรงสนับสนุนทั้งจากในและนอกประเทศนั้น
พล.ต.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาคว ามมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวว่า เมื่อปรากฏเป็นข่าวแล้วในเบื้องต้นทำให้สังคมรับรู้ว่า เป็นความพยายามของสมาชิกกลุ่มหัวรุนแรงในภูมิภาค ซึ่งโอกาสความเป็นไปได้ ยังไม่มีความชัดเจน
พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ./รอง ผอ.รมน. ได้มอบให้ กอ.รมน. ในฐานะหน่วยงานด้านความมั่นคงหน่วยหนึ่งที่รับผิดชอบในการประสานงานด้านการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ ได้บูรณาการข้อมูลด้านการข่าวความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
โดยอาศัยความร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการข่าวระหว่างประเทศและระหว่างหน่วยงานต่างๆ ภายในประเทศ ซึ่งปัจจุบันยังไม่พบความเกี่ยวพันโดยตรงอันจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของไทย รวมถึงเหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ทั้งนี้อาศัยปัจจัยหลักในการพิจารณาจากพื้นฐานความขัดแย้ง อุดมการณ์ ลัทธิ หรือความเชื่อ ที่ยังไม่ปรากฏมูลฐานความเชื่อมโยงภายในประเทศ
นอกจากนี้ภายหลังการเกิดเหตุการณ์ที่ประเทศฝรั่งเศส พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯด้านความมั่นคง ได้กำชับทุกหน่วยงานให้เข้มงวดมาตรการเฝ้าระวังโดยไม่ประมาท ควบคู่กับมาตรการด้านการข่าว
พร้อมขอความร่วมมือประชาชน/ทุกภาคส่วน ให้ช่วยกันสอดส่อง ดูแลและให้ข้อมูลช่วยเหลือทางราชการในการระวังป้องกัน เพื่อให้สังคมร่วมกันตระหนักถึงภัยคุกคามด้านความมั่นคงอันเกิดจากการก่อเหตุร้ายที่ปรากฏในต่างประเทศ แต่ไม่ประสงค์ให้ภายในประเทศเกิดความตระหนกเกินกว่าเหตุ จนถึงกับลดทอนความเชื่อมั่นของประเทศในด้านอื่นๆ อีกด้วย

บิ๊กแป๊ะ ยัน เปล่าไป รับตัว "ผู้การโจ้"ที่ชายแดน แม่ฮ่องสอน แค่เยี่ยมลูกน้อง โรงพักธุรกันดาร



บิ๊กแป๊ะ ยัน เปล่าไป รับตัว "ผู้การโจ้"ที่ชายแดน แม่ฮ่องสอน แค่เยี่ยมลูกน้อง โรงพักธุรกันดาร
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ปฏิเสธข่าวที่สะพัดในช่วงหัวค่ำวันนี้ ที่ว่าข้ามชายแดนพม่า ที่แม่ฮ่องสอน ไปรับตัว"ผู้การโจ้" พันเอกคชาชาต บุญดี นายทหารที่ถูกหมายจับ คดี ม.112
ผบตร.เผยมาเยี่ยมลูกน้อง โรงพัก สถานีตำรวจภูธรเสาหิน ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ ต้องใช้โซล่าเซลล์ พอพลบค่ำ ก็มืดเลย
"แหม ผมไปไหน นี่ รู้กันหมดเลย แต่อย่าลือผิดๆ ไม่มี ปฏิเสธข่าวได้เลย มาแม่ฮ่องสอน ไม่ได้มาเรื่อง ผู้การโจ้ เลย แต่ก็ไม่ได้ข่าวอะไรคืบหน้า เรื่อง ผู้การโจ้ ว่าจะอยู่ที่ไหน" ผบ.ตร. กล่าว
ทั้งนี้ มาเยี่ยม เพราะสงสารลูกน้อง อยู่ห่างไกล ลำบาก ทั้ง ตำรวจ และชาวบ้าน เราเป็นนาย ก็ต้องมาดูแล ไม่ว่าลูกน้อง อยู่ไกลแค่ไหน นี่ก็ให้เขาทำเรื่องขอขึ้นมา เรื่องไฟฟ้า แผงโซล่าเซลล์ มันเก่ามากแล้ว ผมจะอนุมัติให้
เมื่อสื่อถามย้ำว่า ไม่มีอะไร แน่นะ หรือว่า ปิดข่าว พลตำรวจเอก จักรทิพย์ กล่าวว่า ไม่มีจริงๆ บอกไปได้เลยว่า ผมปฏิเสธ ผมจะกล้าโกหกสื่อเหรอ ปกติถ้าเรื่องเปิดเผยไม่ได้ ก็จะไม่พูด แต่ถ้าพูดคือ ไม่โกหก

บิ๊กตู่ ตอบรับคำเชิญ Putin เยือนรัสเซีย พค.59 ฉลองสัมพันธ์ 120 ปี

บิ๊กตู่ ตอบรับคำเชิญ Putin เยือนรัสเซีย พค.59 ฉลองสัมพันธ์ 120 ปี เตรียมทะยอยส่ง รองนายกฯ ทุกด้านไปเยือนอุ่นเครื่องก่อน หวานผ่าน นายกฯรัสเซีย เราจะสร้างสัมพันธ์ต่อไปอีก120ปี
กรุงมะนิลา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พบปะหารือทวิภาคีกับนายดมิทรี เมดเวเดฟ นายกรัฐมนตรีสหพันธรัฐรัสเซีย ในโอกาสการเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจ Apec ครั้งที่ 23
พลตรี วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ เตรียมเยือนสหพันธรัฐรัสเซีย ในช่วงเดือนพฤษภาคม ปี 2559 ตามคำเชิญของประธานาธิบดีรัสเซีย เพื่อสานสัมพันธ์ 120 ปี ไทย-รัสเซีย
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าว ขอบคุณนาย วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ที่ได้ฝากนายกรัฐมนตรีสหพันธรัฐรัสเซีย เชิญ พล้อกประยุทธ์ ไปเยือนรัสเซียในเดือนพฤษภาคมปี 2559 และเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 120 ปี ของความสัมพันธ์ไทยกับรัสเซียตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5
นายกฯตั้งเป้าหมายว่า จะสร้างความสัมพันธ์ต่อไปอีก 120 ปีข้างหน้าในขณะที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยเริ่มตั้งแต่ต้นปีจะมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีแต่ละด้าน ทั้งเศรษฐกิจ ความมั่นคง รวมทั้งรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเดินทางไปเยือนสหพันธรัฐรัสเซีย
เพื่อพูดคุยเจรจาด้านการค้าการลงทุน ให้มีผลเป็นรูปธรรม เพื่อให้ในช่วงที่ นายกฯเดินทางไปเยือนในเดือนพฤษภาคมสามารถทำบันทึกข้อตกลงระหว่างกันได้
ในโอกาสนี้ นายกฯรัสซีย ได้กล่าวยืนยันกระชับความร่วมมือไทย-รัสเซีย ให้ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ พลังงาน การซื้อสินค้าเกษตรจากไทย รวมทั้งความร่วมมือด้านกลาโหม และการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองด้านความมั่นคง ด้วย

นายกฯ เผย คุย Obama เวทีApec สหรัฐฯยันทอดทิ้งกันไม่ได้ ยินดีหนุนไทยกลับสู่ปชต.

นายกฯ เผย คุย Obama เวทีApec สหรัฐฯยันทอดทิ้งกันไม่ได้ ยินดีหนุนไทยกลับสู่ปชต. เข้าใจการเมืองไทยซับซ้อน ห่วงสิทธิมนุษยชน นายกฯยันจะพยายามทำให้ดีที่สุด
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เผยว่า ในระหว่างการประชุมผู้นำApec ตนได้พบกับประธานาธิบดี บารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐอเมริกา เพราะนั่งประชุมติดกัน
นายกฯเผยว่า ตนได้ขอบคุณสหรัฐอเมริกา ที่ส่ง นายGlyn Davies เอกอัครราชทูตมาประจำประเทศไทย
โดย นาย Obama กล่าวตอบว่ายินดี เพราะเราเป็นพันธมิตรกัน ระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกามีมายาวนาน และจะทอดทิ้งกันไม่ได้
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังยินดีที่จะสนับสนุนไทย กลับเข้าสู่ความเป็นประชาธิปไตย
พลเอกประยุทธ์ เผยว่า ผมจึงได้ยืนยันว่า ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุด เพื่อให้ไทยเป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์และยั่งยืน
นอกจากนี้ผู้นำสหรัฐฯ ยังระบุว่า เข้าใจดีถึงความซับซ้อนทางการเมืองไทย แต่สิ่งที่ห่วงใยคือเรื่องสิทธิมนุษยชน
"ผมได้ยืนยันว่าพยายามดูแลในเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่ทั้งหมดนี้ ขึ้นอยู่กับเรื่องของการข่าวจากผู้ที่ไม่หวังดี ซึ่งบางครั้งนำเสนอโดยไม่มีข้อเท็จจริง ทำให้เกิดความเข้าใจไม่ตรงกัน
ดังนั้นจึงอยากขอร้องสื่อมวลชนว่าอย่ารับข้อมูลที่ผิดๆ มานำเสนอ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชน ที่เป็นเหตุหนึ่งทำให้อีกฝ่ายมากดดันเราในสิ่งที่ไม่เป็นความจริง"

คลิปยิงกล้มร้านอาหารในปารีส





สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ได้มีการเผยแพร่ภาพนาทีสุดระทึกเมื่อคนร้ายได้กราดกระสุนยิงถล่มร้านอาหารในกรุงปารีส ในเหตุการณ์โศกนาฏกรรมโจมตีเมืองหลวงแห่งนี้ โดยในเหตุการณ์นี้ ปรากฏว่ามีช่วงหนึ่งที่หญิงสุดโชคดีคนหนึ่งที่รอดตายอย่างหวุดหวิด หลังจากที่คนร้ายใช้อาวุธปืนกราดยิงผู้คนในร้านอาหารเสร็จสิ้นจึงเอาปืนจ่อเข้าที่หัวเธอหวังจะยิงให้สิ้นชีพแต่กระสุนด้านเลยรอดตายอย่างปาฏิหาริย์ขณะที่คนร้ายได้ขึ้นรถหลบหนีไป

รายงานระบุว่าคลิปวิดีโอดังกล่าวถูกบันทึกได้จากกล้องวงจรปิดในร้านอาหารแห่งหนึ่งในกรุงปารีสประเทศฝรั่งเศสหนึ่งในสถานที่ที่ถูกผู้ก่อการร้ายโจมตีในเหตุการณ์กราดยิง วางระเบิด เมื่อคืนวันที่ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยคลิปวิดีโอเผยให้เห็นภาพขณะที่ผู้คนกำลังรับประทานอาหารเย็นอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีชายนิรนามใช้อาวุธปืน AK47 กราดยิงผู้คนอยู่ที่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่งทำให้ผู้คนวิ่งหนีเอาตัวรอดกันอย่างสุดชีวิต จากนั้นเขาจึงเดินเอาปืนมาจ่อที่ศีรษะของหญิงคนหนึ่งซึ่งกำลังนั่งหลบกระสุนอยู่หน้าร้านโดยเขาหวังจะฆ่าเหยื่อให้สิ้นใจแต่โชคดีที่กระสุนปืนเกิดด้านขึ้นมาก่อนที่เขาจะวิ่งไปขึ้นรถยนต์สีดำหลบหนีไปทำให้หญิงคนนี้รอดตายอย่างหวุดหวิด(0.33วินาที)

นอกจากนี้ยังมีคลิปวิดีโอจากกล้องอีกตัวหนึ่งในร้านอาหารซึ่งเผยให้เห็นภาพขณะที่พนักงานเสิร์ฟหญิงคนหนึ่งกำลังนั่งหลบกระสุนอยู่หลังบาร์และพยายามให้การช่วยเหลือหญิงอีกคนหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บขณะที่พนักงานคนอื่นๆได้วิ่งหนีหลบห่ากระสุนขึ้นไปทางบันไดชั้นบนและบันไดชั้นใต้ดินของร้านอาหาร

อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าคนร้ายที่ปรากฏอยู่ในคลิปวิดีโอดังกล่าวคือนายซาลาห์ อับเดซาลามผู้ต้องหาคนสำคัญวัย 26 ปี โดยขณะที่นายซาลาห์กำลังหลบหนีขึ้นรถหลังจากก่อเหตุกราดยิงแล้วนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบว่านายบราฮิม พี่ชายของเขาก็อยู่ในรถคันเดียวกันพร้อมกับชายอีกคนหนึ่งซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถระบุตัวตนได้โดยทางการกำลังตามล่าตัวอยู่ในขณะนี้

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังเชื่อว่านายซาลาห์เป็นผู้เช่ารถVolkswagenPolo สีดำมาจากประเทศเบลเยียม คันที่ บราฮิม พี่ชายของเขาใช้เป็นยานพาหนะในการก่อเหตุระเบิดพลีชีพที่หอดนตรีบาตาคล็องในกรุงปารีสจนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน89 ราย

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า มีรถยนต์ 2 คันที่เกี่ยวข้องในการก่อเหตุถูกเช่ามาจากประเทศเบลเยียม ขณะที่อีกคันถูกทิ้งไว้ในกรุงปารีสขึ้นทะเบียนรถของประเทศเบลเยียม ทั้งนี้จากเหตุการณ์การก่อการร้ายในกรุงปารีสทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง129 รายและบาดเจ็บอีก 99 ราย โดยทางการฝรั่งเศสยังคงดำเนินการตามไล่ล่าตัวคนร้ายต่อไป

สหรัฐฯ ฮิวแมนไรท์วอทช์ ชี้ไทยบังคับส่งกลับผู้ลี้ภัยชาวจีนเป็นเรื่องขัดหลักกฎหมายระหว่างประเทศ



สหรัฐฯ ฮิวแมนไรท์วอทช์ ชี้ไทยบังคับส่งกลับผู้ลี้ภัยชาวจีนเป็นเรื่องขัดหลักกฎหมายระหว่างประเทศ
แต่ละฝ่ายชี้คนเหล่านี้กลับไปต้องถูกลงโทษและมีความเสี่ยงสูงที่จะโดนทำร้ายหรือทรมาน
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า นายจอห์น เคอร์บีโฆษกกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯได้แสดงความวิตกกังวลอย่างมากต่อการตัดสินใจของทางการไทยที่ส่งตัวชาวจีนสองคนที่หนีออกมาจากจีนและได้สถานะผู้ลี้ภัยจากองค์กรของสหประชาชาติแล้วกลับไปให้รัฐบาลจีน เขาบอกว่าทั้งสองคนมีโอกาสจะถูกปฏิบัติต่ออย่างรุนแรง ถูกกักขังโดยไม่ต้องพิจารณาโทษ นายเคอร์บีขอให้ไทยปฏิบัติตามพันธะผูกพันที่มีระหว่างประเทศ รวมทั้งกับสิ่งที่เคยทำมายาวนานด้วยการให้ที่พักพิงแก่ผู้ที่เดือดร้อนและเสี่ยงภัย
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลได้เปิดเผยรายชื่อผู้ลี้ภัยทั้งสองคน คือนายเจียง เหย่เฝย และต่ง กว่างผิง
ทางด้านโซฟี ริชาร์ดสัน แห่งฮิวแมนไรท์วอทช์ กล่าวว่า การส่งตัวคนทั้งสองกลับประเทศทั้งๆที่ได้รับคำบอกเล่าแล้วว่า พวกเขาเป็นผู้ลี้ภัยนับว่าเป็นเรื่องที่ “โหดร้าย และผิดกฎหมาย” และบอกว่า การดำเนินการดังกล่าวนี้สวนทางกับคำมั่นที่นายกรัฐมนตรีให้ไว้ต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติว่าจะดูแลเรื่องสิทธิมนุษยชน
ฮิวแมนไรท์วอทช์บอกด้วยว่า มันเป็นการขัดกับหลักไม่ส่งตัวกลับหากรู้ว่าจะได้รับโทษ ซึ่งเป็นหลักการในกฎหมายระหว่างประเทศและอนุสัญญาต่อต้านการทรมานที่ไทยมีพันธะผูกพันอยู่ นอกจากนั้นยังเรียกร้องให้ไทยแก้ไขเรื่องที่ได้ดำเนินการไปด้วยการเรียกร้องให้จีนเปิดเผยข้อมูลว่าพวกเขาทั้งสองคนอยู่ที่ใด พร้อมกับยอมให้เดินทางไปสมทบกับครอบครัวที่เดินทางไปประเทศที่สามแล้ว
“นายกรัฐมนตรีประยุทธ์ควรจะตระหนักว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าใกล้สถานะที่ไม่มีใครจะสมาคมด้วยอันเป็นสถานะที่สงวนไว้สำหรับประเทศที่ละเมิดสิทธิอย่างหนักที่สุดเท่านั้น และควรจะหาทางแก้ไขความผิดพลาดเหล่านี้” แถลงการณ์อ้างคำพูดของริชาร์ดสัน
ทางด้านเรดิโอฟรีเอเชียรายงานในเว็บไซต์อ้างนายหลี่ เซี่ยงหลง นักเคลื่อนไหวชาวจีนในไทยว่า ได้มีการส่งตัวครอบครัวของบุคคลทั้งสองไปแคนาดาแล้วเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทั้งนี้เป็นมาตรการฉุกเฉิน “ขณะนี้ทั้งหมดปลอดภัยแล้ว” เขาบอก เพียงแต่วิตกกังวลเรื่องคนในครอบครัวทั้งสองคนซึ่งที่จริงแล้วอยู่ในแผนที่จะอพยพไปอยู่แคนาดาด้วยเช่นกัน
บีบีซีไทยได้ติดต่อเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศแต่ยังไม่เป็นผล
ในภาพคือนายเจียง เหย่เฝย

เปิดตัวโรงหล่อประติมาไฟน์ ถูกชักหัวคิว 10%

เปิดตัว 'โรงหล่อประติมาไฟน์' ในสำนวนสอบคดีอุทยานราชภักดิ์ เจ้าของอ้างถูกเซียนพระชักหัวคิว 10% แลกรับงานองค์พระรูปสมเด็จพระเจ้าตาก 'อิศรา' ต่อสายตรงพบแค่ 'ภรรยา' ปัดแจ้งอ้างสามีไปต่างจังหวัดติดต่อไม่ได้  

picrfrfedd18 11 58

งานหล่อองค์พระรูปบูรพกษัตริย์ทั้ง 7 พระองค์ ของอุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กำลังถูกจับตามองเรื่องความผิดปกติ เนื่องจากปรากฎข้อมูลว่ามีเซียนพระคนหนึ่งที่เป็นหนึ่งในคณะกรรมการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ของอุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไปติดต่อเจ้าของโรงหล่อพระให้เข้ามารับงาน นัดพบคุยกันที่ ติดต่อให้ไปพบที่กรมกิจการ กองทัพบก ถนนราชดำเนิน และมีการจ่ายค่าตอบแทนให้กับเซียนพระดังกล่าวเป็นค่าตอบแทนจำนวนเงิน 10% ของราคาค่าจ้าง

โดยหนึ่งในเจ้าของโรงหล่อพระ ที่ถูกเปิดเผยชื่อ ในชั้นการสอบสวนของคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีหมิ่นเบื้องสูงพบความผิดปกติเกี่ยวกับโครงการอุทยานราชภักดิ์  คือ นายเอนก หงษ์มณี เจ้าของโรงหล่อประติมา ไฟน์ อาร์ท ซึ่งเข้ามารับงานจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วงเงินจำนวน 44 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

ล่าสุด สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ตรวจสอบข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า โรงหล่อประติมา ไฟน์ อาร์ท จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นในชื่อ  ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ประติมา ไฟน์ อาร์ท เมื่อวันที่ 22 ก.ค.2536 ทุนปัจจุบัน 4 ล้านบาท ตั้งอยู่เลขที่  89 หมู่ที่ 12 กม.58 ถนนกาญจนาภิเษก ทางหลวงหมายเลข 9 (วงแหวนตะวันตก) ตำบลคูบางหลวง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี 

แจ้งประกอบธุรกิจรับจ้างหล่อพระพุทธรูปและงานโลหะอื่นๆ 

ปรากฎชื่อ นาย เอนก หงษ์มณี และนางสุมน หงษ์มณี (ภรรยานายเอนก) เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการผู้มีอำนาจ 

ทั้งนี้ ในช่วงเริ่มก่อตั้ง หจก.แห่งนี้ ใช้ชื่อว่า เมธาบรอนซ์  ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น พุทธรังษีปฏิมา เมื่อวันที่  7 กันยายน 2538 และเปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น ประติมาไฟน์อาร์ท เมื่อวันที่  9 เมษายน 2558 ที่ผ่านมา 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2558 นำส่งงบการเงินแสดงผลประกอบการธุรกิจ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557 ระบุว่ามีรายได้จากการขาย 16,533,750.62 บาทรวมรายได้อื่นๆ จะอยู่ที่ 16,708,456.87 บาท มีรายจ่ายรวม  14,894,063.75 บาท กำไรสุทธิ 1,239,793.02 บาท 

จากการตรวจสอบพบว่า นายเอนก หงษ์มณี และคนในครอบครัวยังปรากฎชื่อเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นบริษัท ปฏิมา บรอนซ์ ฟาวน์ดรี จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 29 พ.ย.2542 ทุน 1 ล้านบาท ตั้งอยู่เลขที่ 120/8 ซอยวัดลครทำ ถนนอิสรภาพ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 

ประกอบธุรกิจรับจ้างทำ ส่งออก นำเข้า ประกอบการค้าทำรูปปั้นโลหะ งานหล่อพระพุทธรูป 

นาย เอนก หงษ์มณี ปรากฎชื่อเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นใหญ่ 

นำส่งงบการเงินล่าสุดปี 2557 แจ้งว่า มีแต่รายจ่าย 8,000 บาท ขาดทุนสุทธิ 8,000 บาท 

จากการตรวจสอบข้อมูลในแฟนเพจ ที่ใช้ชื่อว่า 'เอนก หงษ์มณี พุทธรังษี ปฏิมา บ้านช่างหล่อ' พบว่า ในช่วงเดือนสิงหาคม 2558 ที่ผ่านมา มีการนำโพสต์ภาพถ่ายและคลิปวีดีโอ การหล่อพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ไว้อย่างต่อเนื่อง (ดูภาพประกอบ)

11866400 896039063801838 6447180277740829194 n

11752573 889968994408845 33076894533790345 n

11828720 896039100468501 2607236827771659705 n

ทั้งนี้ ในช่วงบ่ายวันที่ 18 พ.ย.2558 สำนักข่าวอิศรา ได้ติดต่อไปยัง นาย เอนก หงษ์มณี ตามเบอร์โทรศัพท์ที่แจ้งไว้ในแฟนเพจ 'เอนก หงษ์มณี พุทธรังษี ปฏิมา บ้านช่างหล่อ' 

ได้รับแจ้งจากนางสุมน หงษ์มณี ภรรยานายเอนก ว่า นายเอนกไม่อยู่ที่บ้าน ไปต่างจังหวัด ส่วนรายละเอียดอื่นๆบอกอะไรไม่ได้ 

เมื่อถามถึงการเข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน เรื่องการรับงานจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  

ภรรยานายเอนก ตอบว่า ไม่มีใครทราบข้อมูลเรื่องนี้ นอกจากนายเอนกเพียงคนเดียว 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเซียนพระ ที่ถูกระบุว่า เข้าไปติดต่อกับนายเอนกให้เข้ามารับงานนี้ มีการคาดว่าน่าจะเป็นบุคคลที่มีชื่อเล่นอักษรย่อว่า "อ."   


วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

หมีขาวแฉกลางวงG20นาโต้อยู่หลังฉากISIS

เปิดโปง..หมีขาวรัสเซียวางระเบิดพลีชีพบึ้มเดียวกลางวงนาโต้ และกลุ่ม G20 ตายเละทั้งวง
** คลิ๊กไปที่ลิ้งเว็ปไซต์ด้านล่างมีภาพประกอบจัดเต็ม และมีฟังก์ชั่นแปลเป็นทุกภาษาที่มุมขวาบนของเว็ป
ปฏิบัติการก่อการร้ายในกรุงปารีส ฝรั่งเศส ตายกันเป็นเบือ หลายคนอาจสงสัยว่ารัฐบาลฝรั่งเศส หลอกลวงประชาชนและชาวโลกแล้วจะใช้ประโยชน์อะไรจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ?? ก่อนอื่นท่านจะต้องแยกแยะความแตกต่างระหว่างความคิดของบรรดาผู้นำทางการเมืองกลุ่มอิลลูมินาติ กับความคิดประชาชนและความมั่นคงปลอดภัยของชาติออกจากกันก่อน เพราะ 2 อย่างนี้จะตรงข้ามกันเสมอ
ผู้นำชาติในกลุ่มนาโต้ต้องการยึดครองดินแดนซีเรีย ขั้นแรกจึงใช้ปฏิบัติการสร้างความตรึงเครียด "วิกฤตผู้ลี้ภัย" เพื่อปลุกระดมประชาชนตนเอง ทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการเปิดประเทศให้ ผู้ลี้ภัยเข้ามาในยุโรป สร้างสถานการณ์วิกฤตผู้ลี้ภัยที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ให้เป็นปัญหาของยุโรปที่ต้องหาทางออก
ที่ผ่านองค์ประกอบผู้อพยพลี้ภัยหลายล้านคนยังไม่แรงพอ โดยสิ่งเดียวที่ขาดไปที่จะคือ การโจมตีขนาดใหญ่ของผู้ก่อการร้าย แผนขั้นที่สองจึงบังเกิดขึ้นตบตาชาวโลก การโจมตีก่อการร้ายปารีสครั้งนี้มีการวางแผนไว้ล่วงหน้ามีการสนับสนุนโดยรัฐ เพื่อใช้เหตุการณ์นี้เป็นเงื่อนไขสร้างความชอบธรรมในการเข้าไปยึดครองซีเรีย
ท่านไม่เอะใจหรือว่าทำไมการก่อการร้ายที่ปารีส ฝรั่งเศส ต้องกระทำก่อการประชุมกลุ่มสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ G-20 ณ เมืองอันตัลยา ประเทศตุรกี จะเฉลยว่าฝ่ายนาโต้วางแผนจะใช้ชีวิตประชาชนเป็นการจัดอีเว้นท์ เป็นจุดสนใจชาวโลกและกดดันผู้นำบิ๊กๆ ของโลกว่าฝรั่งเศสถูกก่อการร้ายมาหมาดๆ
แผนการเริ่มขึ้นโดยการสั่งการกลุ่มก่อการร้าย IS CIA ก่อเหตุในประเทศเลบานอน แล้วต่อด้วยฝรั่สเศสภายใน 24 ชั่วโมง จะเป็นข่าวใหญ่ของโลก ก็เพื่อต้องการหาข้ออ้างที่ชอบธรรมในการแทรกแซงซีเรีย และตอนนี้นาโต้มีข้ออ้างนี้แล้ว หากสามารถสลับฉากเปลี่ยนจากอเมริกานำ มาเป็นฝรั่งเศสประกาศสงครามกับกลุ่มก่อการร้าย IS CIA จะเวิร์คสุดๆ
นาโต้หวังพลิกเปลี่ยนเกมส์สงครามให้เป็นการทำสงครามศาสนา รวมถึงการที่นาโต้จะบุกถล่มกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรีย เหมือนคราวบุกแบกแดดของอิรัก และบุกลิเบีย พวกเขาหวังว่าความเห็นอกเห็นใจที่ฝรั่งเศสถูกโจมตีครั้งนี้ จะเป็นไฟเขียวให้สามารถกดดันรัสเซียออกการขัดขวางการโจมตีซีเรียได้ เพื่อที่นาโต้จะสามารถเดินตามแผนโดยไร้ก้างขวางคอ
โดยนาโต้ประเมินว่าหลังจากเหตุการณ์ก่อการร้ายในปารีสนี้ รัสเซียก็คงขวางกระแสไม่ได้ และไม่กล้าโจมตีเครื่องบินของชาติตะวันตก ชาติตะวันตกหวังจะจับประเด็นนี้เคลื่อนทัพนาโต้เข้าโจมตีซีเรียอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ความจริงต่างๆ เกี่ยวกับการโจมตีซัดดัม ฮุสเซ็น แห่งอิรัก และกัดดาฟีแห่งลิเบีย จะถูกเปิดเผยออกมาก็สายผ่านไปหลายปีเสียแล้ว
ที่ผ่านมาอิสราเอลไม่พอใจและมีความวิตกกังวลต่อชัยชนะในทุกสมรรบของกองทัพซีเรีย ฮิซบุลลอฮ์ และอิหร่าน กลยุทธ์และวิธีการของกลุ่มการก่อการร้าย IS CIA ในการโจมตีพื้นที่ชุมชน กลุ่มก่อการร้ายของนาโต้ได้หันมาใช้วิธีการระเบิดฆ่าตัวตาย และมีการใช้วัตถุระเบิดชนิดใหม่ๆ
ก่อนเหตุโจมตีที่กรุงปารีสไม่ถึง 24 ชั่วโมง ได้เกิดเหตุก่อการร้ายที่สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงในกรุงเบรุต ของเลบานอน โดยมือระเบิดพลีชีพของกลุ่มก่อการร้าย IS CIA จำนวน 2 รายได้จุดชนวนระเบิดกลางย่านของมุสลิมชีอะห์กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ หวังสร้างความเกลียดชังทางศาสนา
เหตุการณ์ดังกล่าวคร่าชีวิตผู้คนไป 44 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บถึง 239 ราย เป้าหมาย คือ สังหารประชาชนให้มากเท่าที่จะทำได้ ความแออัดของผู้คนที่สัญจรในบริเวณที่มีเหตุระเบิด และความยากลำบากในการควบคุมการสัญจรไปมาของประชาชน คือ เป้าหมายและการฝึกการก่อเหตุครั้งนี้ในที่ราบสูงโกลัน โดยหน่วยเบตโซรา ในเครือมอสสาดของอิสราเอล
หลังการระเบิดที่เบรุต เลบานอน กองกำลังความมั่นคงยุโรปได้มุ่งเน้นไปที่การตรวจค้นยานพาพนะ ท่านไม่ฉุกคิดบ้างหรือว่า การโจมตีฝรั่งเศสที่เกิดขึ้นเป็นการโจมตีขนาดใหญ่ เป็นปฏิบัติการทางทหารที่ต้องมีการสนับสนุนจากรัฐ และมีเจ้าหน้าที่ๆ มีประสบการณ์ด้านการทหารร่วม ปฏิบัติการด้วย
กลุ่มก่อการร้าย IS CIA เหล่านี้สามารถนำอาวุธร้ายแรงจำนวนมากผ่านหน่วยข่าวกรอง และเจ้าหน้าที่ๆ เข้มงวดเข้าไปในสถานที่ๆ มีความสำคัญและเปราะบางเช่น กลางกรุงปารีสนั้นได้อย่างไร ?? พวกเขาสามารถปฏิบัติการในเวลาพร้อมกันและสอดคล้องกันได้อย่างไร ??
ทั้งฝรั่งเศส และ ประเทศตะวันตก มีความสามารถในเรื่องข่าวกรอง การสอดแนมต่างๆ พวกเขารู้ทุกอย่างว่า ใครพูดอะไรที่ไหนอย่างไร ก่อนปฏิบัติการนี้หนึ่งในผู้ก่อการร้าย IS CIA คราวนี้ก็เป็นผู้ที่ตำรวจฝรั่งเศสตรวจเจอเขาตอนค้นรถ มีการเก็บรายละเอียดนายคนนั้นเรียบร้อย แล้วปล่อยผ่านไป ??..งงไหม ??
ส่วนผู้ร่วมขบวนการอีกคน ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่เยอรมันก็เจอเขาบนมอเตอร์เวย์ นายคนนี้มีอาวุธปืน AK เต็มรถ แถมตั้งเครื่อง GPS นำทาง (เนวิเกชั่น) ไปยังปารีส ทางการเยอรมันเลยวิทยุแจ้งให้ทางปารีสทราบ แต่ปารีสเฉยนิ่ง ??..นายคนนี้เลยถูกกักตัวอยู่ในคุกเยอรมันและไม่ยอมปริปากจนเดี่ยวนี้
พวกนาโต้จึงรู้หมดว่าใครเข้าใครออกประเทศพวกเขา และมีรายชื่อข้อมูลบุคคลที่เป็นภัยมั่นคงกับประเทศตนละเอียดยิบ ฝรั่งเศสกล้ายอมรับต่อประชาชนและชาวโลกหรือไม่ว่า กลุ่มก่อการร้ายในการโจมตีปารีสครั้งนี้ “เป็นพลเมืองตนเอง” และ”นาโต้” แทบทั้งหมด และสังกัด “ฝ่ายต่อต้านสายกลาง”
ที่นาโต้ประกาศเสมอว่า “เป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ “ แล้วรัฐบาลฝรั่งเศสจะหลอกประชาชนตนเองและชาวโลก แสร้งทำโกรธเอาระเบิดทิ้งใส่ตึกร้างที่เมืองรักกา ซีเรียให้เปลืองเงินทำไม ?? เมื่อไม่นานมานี้แม้แต่อเมริกายังเคยสอดแนมผู้นำหญิงเยอรมัน จนรู้ว่านุ่งกางเกงในสีแดง และถูกรัฐบาลเยอรมันจับได้
ผู้นำหญิงโกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยง เฉดหัวส่งสายลับอเมริกาออกนอกประเทศเยอรมันภายใน 24 ชั่วโมง และประท้วงทางการทูตมาแล้ว ตามแผนลวงโลกนี้หากสำเร็จ ฝรั่งเศสจะนำทัพครูเสดปราบมุสลิมหัวรุนแรง เกมส์ได้เปรียบก็จะพลิกกลับมาเป็นของชาติตะวันตกในนามนาโต้อีกรอบ
ที่ผ่านมาจะมีประชาชนธรรมดากี่คนรู้บ้างว่า บรรดาประเทศสมาชิกของนาโต้ที่นำโดยจ้าวลัทธิประชาธิปไตย ต่างกำลังแข่งขันกันทิ้งระเบิดในซีเรีย และอิรักเพื่อที่จะได้รับส่วนแบ่งพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ในซีเรีย เพื่อหวังแบ่งเค้กขุดเจาะน้ำมันและแก๊สในอนาคตจากพื้นที่ๆ ปล้นมา หาก “ปฏิวัติโค่นล้มรัฐบาลเลือกตั้ง” ของซีเรียชุดนี้ลงได้สำเร็จ
มีการลงทุนมหาศาลทุ่มเทแทบหมดหน้าตักของนาโต้ แต่การจัดหนักของรัสเซียต่อกองกำลัง IS CIA ตายไปแล้ว 7,000 ราย ก็ดับฝันนาโต้จนฝันเปียกกันเป็นแถบ เป็นความสูญเสียร้ายแรงที่ประเมินค่าไม่ได้ หลังจากปฏิบัติการโจมตีในกรุงปารีสแล้ว รัฐบาลฝรั่งเศส และฝ่ายนาโต้ซึ่งเตรียมการไว้ล่วงหน้า ได้ประกาศเพิ่ม “งบประมาณด้านความมั่นคงแบบไม่จำกัดจำนวน “
ขยายกองกำลังภาคพื้นดินที่ได้รับการฝึกฝนในจอร์แดนโดยอเมริกา และส่งพวกนี้เพิ่มไปยังประเทศซีเรีย เป้าหมายคือ “การควบคุมเขตพื้นที่บ่อน้ำมัน” ให้ได้ นับแต่บัดนี้ไปนาโต้ โดยการนำของจ้าวลัทธิประชาธิปไตยจอมเผด็จการโลก จะเคลื่อนไหวและดำเนินมาตรการสงครามต่างๆ ในซีเรียอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น
ก่อนกองกำลังภาคพื้นดินของกองทัพซีเรีย และเฮชบุลเลาะห์ จะรุกคืบไปถึงที่นั่น ซึ่งนาโต้คงจะต้องฝันเปียกรอบที่ 2 ตามคำที่ว่าเหนือฟ้ายังมีดาวเทียม เหนือดาวเทียมยังมีหมีขาวปูติน ผลกลับไม่เป็นเช่นนั้นเกิดเหตุตาลปัตรไม่น่าเชื่อ เมื่อปูติน จอมสวนหมัดใช้ “วางระเบิดหมากกล” ตูมเดียวทำลายแผนการสงครามครูเสดยุคใหม่พังราบเป็นหน้ากลอง
เป็นที่รู้กันทั่วไปว่าน้ำมันเถื่อนของกลุ่มก่อการร้าย IS CIA ที่ไปยึดครองบ่อน้ำมันในซีเรียและอิรัคหลายพื้นที่นั้น ปั้มเงินทองได้มากมายมหาศาล ประมาณกว่า 1,750 ล้านบาทต่อเดือนน้ำมันเถื่อนนี้ข้ามจากซีเรียและอิรัค เข้าไปพรมแดนตุรกี โดยที่มหาอำนาจอเมริกา อังกฤษ ตุรกีและนาโต้ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้มานานหลายปีแล้ว ไม่เคยมีการส่งเครื่องบินไปทิ้งระเบิดโจมตีขบวนรถค้าน้ำมันเถื่อนนี้สักครั้ง
ขนาดสถานีโทรทัศน์ NHK ของญี่ปุ่นไปถ่ายทำสารคดีข่าวมาแล้วด้วย มีภาพข่าวชัดเจนว่าน้ำมันเถื่อนข้ามไปขายในตุรกีกันโจ๋งครึ่มขนาดไหน ที่ผ่านมาท่านไม่เอะใจสงสัยเลยหรือว่าทำไมนักข่าวญี่ปุ่น 2 คนถึงโดนกลุ่ม IS CIA จับตัวไปและออกคลิปตัดคอเชือดไก่ให้ลิงดูว่าอย่ามาแส่ แม้แต่นักข่าวสาวชาวอเมริกันเองยังไม่รอด ที่ดันไปถ่ายทำสารคดีตรงพื้นที่นี้ถึงกับช็อค
เพราะขบวนรถขนน้ำมันเถื่อนที่กลุ่ม IS CIA ใช้ขนน้ำมันติดตราสหประชาชาติ (UN) หราเลย สุดท้ายเธอก็ถูกไล่ล่าจู่ๆ ก็มีรถปริศนาพุ่งชนรถของเธอ แล้วอุ้มเธอไปค่ายทหารอเมริกาแห่งหนึ่งในตุรกี และออกข่าวว่าเธอได้รับอุบัติเหตุตาย ต่อมาก็อ้อมแอ้มเปลี่ยนสาเหตุการตายใหม่ว่า “หัวใจวายตาย”..น้านน !!
ในระหว่างการประชุมกลุ่มสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ G-20 ณ เมืองอันตัลยา ประเทศตุรกี ที่ผ่านมาสดๆ ร้อนๆ พี่หมีขาวปูตินโชว์หลักฐานเด็ดของหน่วยข่าวกรองรัสเซียต่อที่ประชุม G-20 เป็นภาพถ่ายจากดาวเทียมรัสเซีย และจากเครื่องบินทหาร จากความสูง 4,000-5,000 เมตร
แสดงให้เห็นกลุ่มก่อการร้าย IS CIA ค้าน้ำมันเถื่อนเป็นล่ำเป็นสัน มีขบวนรถจากนาโต้มาขนน้ำมันเถื่อนจากกลุ่มก่อการร้าย IS CIA ยาวหลายสิบกิโลเมตรสุดลูกหูลูกตา ปลายทางผู้ซื้อน้ำมันเถื่อนคือตุรกี และเผยให้เห็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันของกลุ่มก่อการร้าย IS CIA เพื่อนำไปจำหน่ายในตลาดมืด
ซึ่งเป็นหนึ่งในช่องทางสร้างรายได้ที่สำคัญของกลุ่มก่อการร้ายที่ยังคงยึดครองพื้นที่บ่อน้ำมันหลายส่วนทางเหนือของอิรักและซีเรีย และปุตินยังแฉต่อว่ากลุ่มก่อการร้าย IS CIA ได้รับความสนับสนุนด้านการเงินจาก 40 ประเทศ รวมทั้งบางประเทศในกลุ่ม G-20 ด้วย...ผ่าง !!
เงิบเลย พวกผู้นำก่อการร้ายปากว่าตาขยิบ น้ำมันเถื่อนได้ถูกลักลอบเอาข้ามไปขายในประเทศกลุ่มนาโต้ เวทีนี้เป็นการประลองไหวพริบช่วงชิงการนำของมหาอำนาจมาแต่ต้น ปูตินไม่ใช่แค่ฉีกหน้าตุรกีกับนาโต้เท่านั้น แต่คือการกระชากโฉมหน้าที่แท้จริงของลัทธิประชาธิบไตยกันเลยทีเดียวว่าคือ “แก๊งค์โจรสลัดแห่งโลก”
เวที G-20 นี้มีผู้นำขาใหญ่ของโลกอยู่กันครบ เช่น โอบาม่า สีจิ้นผิง อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน ช่วงหลังอีแร้งพลาดท่าเสียรังวัดไปเยอะ ด้วยความฉลาดปูตินจึงอาศัยเวทีประชุม G20 ที่ตุรกี เดินหมากการเมืองโลกอย่างน่าทึ่งมาก วันก่อนที่โอบาม่า สร้างภาพจับเข่าคุยกับปูตินนอกรอบมีแค่ล่ามอีกสองคนร่วมสนทนา
ออกข่าวอ้างว่าจะร่วมกันปราบปรามกลุ่มก่อการร้าย IS CIA แต่แท้จริงแล้วคือการ “ลับ ลวง พราง “ มันคือการช่วงชิงความชอบธรรมจากสายตาชาวโลก ว่าพญาหมีขาวผู้ร่ำรวย หรือ อีแร้งที่หนี้รอบเอว ใครจะเป็นแกนนำในการเข้าไปจัดการกลุ่มก่อการร้าย IS CIA ในซีเรีย
ปูตินได้ทำลายความชอบธรรมของพันธมิตรตะวันตกนาโต้ ชาวโลกต่างอื้ออึงร้องซี๊ดซาดตั้งข้อสังเกตขึ้นมาว่ามีประเทศในกลุ่ม G20 ร่วมอุดหนุนการเงินให้กลุ่มก่อการร้าย IS CIA มีภาพถ่ายดาวเทียมยืนยันหลักฐานขบวนรถน้ำมันเถื่อนยาวสุดหล้าฟ้าเขียว ปูตินวางระเบิดกลางที่ประชุม G-20 เท่านั้นยังไม่พอ
ปูตินยังแฉต่อว่ามีประเทศโลกนี้ถึง 40 ชาติที่แอบหนุนหลังทางการเงินให้พวกกลุ่มก่อการร้าย IS CIA หัวรุนแรงเหล่านั้น ตุรกีเป็นสมาชิกสมาชิก G20 และสมาชิกนาโต้ เป็นเครื่องมือสำคัญของชาติตะวันตกที่ใกล้กับสมรภูมิมากที่สุด และเป็นเจ้าภาพการประชุมรอบนี้ !! ฉีกหน้าเจ้าภาพประชุม G20 แหลกเหลว
อเมริกากับนาโต้ตบตาประชาชนตนเองและชาวโลก เล่นละครลิงแสร้งทำตัวเป็นฮีโร่ปราบกลุ่ม IS CIA มาหลายปี ออกข่าวใหญ่โตว่าส่งเครื่องบินและโดรนไปทิ้งระเบิดนับหมื่นเที่ยว บางครั้งบอกทิ้งใส่ขบวนรถโตโยต้าที่ CIA เอาไปแจกให้กลุ่ม IS จนพังเละทั้งขบวนเลย ตรวจสอบไม่เคยได้
แต่ท่านเคยได้ยินข่าวเครื่องบินนาโต้แตะต้องท่อน้ำเลี้ยงกลุ่มก่อการร้าย IS CIA โดยไปทิ้งระเบิดขบวนรถขนน้ำมันเถื่อนยาวหลายกิโลเหล่านี้หรือไม่ ?? อเมริกา ฝรั่งเศส อังกฤษ ตุรกี การ์ตา UAE ซาอุ ฯลฯ ไม่รู้หรือว่าตรงพรมดนตุรกีเขามีขบวนรถขนาดมหึมา มาเปิดตลาดค้าน้ำมันเถื่อนกันที่นั่น
ชาติตะวันตกลัทธิเผด็จการสงครามในเสื้อคลุมประชาธิปไตยทำได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งเข่นฆ่าประชาชนของตัวเองนับร้อยคน เพื่อที่จะหาโอกาสไปเข่นฆ่าชาวซีเรียอีกนับล้านคน ปูตินหมั่นไส้เลยกระชากหน้ากาก “แก๊งค์โจรสลัดแห่งโลก” วางหมากกลระเบิดบึ้มเดียว แฉแหลกราญหงายเงิบเละเป็นโจ๊กกลางวง G20 กันเป็นแถวเลย
@ เสธ น้ำเงิน4
** หนังสือรวมเล่ม แฉ ความลับ ทุกตอนเหมาะสำหรับสะสม หรือของฝากนักรบน้ำหมากที่ http://www.lazada.co.th/rakchart-department-shop  และที่ร้าน B2S ทุกสาขา หรือขอรับง่ายๆ คลิ๊กไปที่ http://t.co/KxhM77h8oO 
“กติกา" คอมเม็นท์โปรดงดคำหยาบ , ป่วน , ภาพ สามารถประสานสอบถามทีมงานรวมเล่มหนังสือ แฉ ความลับ คลิ๊กไปที่ http://www.facebook.com/topsecretthaibook

แฮกเกอร์ดังลงมือจัดการISiSแล้ว

หลังจากกลุ่มแฮกเกอร์ชื่อดัง Anonymous ได้โพสต์วิดีโอบนเว็บไซต์ YouTube ประกาศสงครามกับกลุ่ม ISIS ที่ลงมือโจมตีกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส จนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 129 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 415 ราย โดยระบุว่า....... อ่านต่อได้ที่ :http://news.spokedark.tv/?p=6956

ปมเฟตุสงครามในซีเรีย

เปิดคลิปชนวนเหตุสงครามซีเรีย ฉบับเข้าใจง่ายภายใน 5 นาที


เปิดคลิปชนวนเหตุสงครามซีเรีย ฉบับเข้าใจง่ายภายใน 5 นาที

เปิดคลิปชนวนเหตุสงครามซีเรีย ฉบับเข้าใจง่ายภายใน 5 นาที

          ทำความเข้าใจที่มาที่ไปสงครามซีเรียใน 5 นาที ใครสู้กับใครและสู้เพื่ออะไร จากสงครามในประเทศไฉนจึงลุกลามมีนานาประเทศเข้ามามีส่วนเอี่ยว ทำไมสมรภูมิเลือดแห่งนี้ไม่สงบลงเสียที ไปไขความข้องใจกัน 

          สงครามในประเทศซีเรียดำเนินมานานกว่า 4 ปีแล้ว คร่าชีวิตประชาชนผู้บริสุทธิ์ไปมากกว่า 250,000 ชีวิต และที่รอดชีวิตอีกกว่า 12 ล้านคนก็กลายเป็นคนไร้บ้านต้องอพยพลี้ภัย กลายเป็นปัญหาลูกโซ่ที่ดูจะยังไม่จบคลี่คลายลงง่าย ๆ และแม้ชนวนปัญหาถูกจุดเกิดขึ้นจากสงครามในประเทศ แต่ตอนนี้กลับบานปลาย คล้ายเป็นสงครามตัวแทนที่มีนานาประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง คอยสนับสนุนแต่ละกลุ่มแต่ละฝ่ายกันไป แต่กระนั้นในกลุ่มประเทศผู้สนับสนุนฝ่ายเดียวกันเอง ก็ยังมีความไม่ลงรอยว่าแท้จริงแล้วต่างฝ่ายนั้นสนับสนุนเพื่ออะไรและกำลังต่อสู้กับใครไหนกันแน่ เพื่อทำความเข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่ผลักดันให้ซีเรียมายืนอยู่กลางสมรภูมิเลือดเช่นนี้ ลองมาดูคลิปที่เว็บไซต์ Vox ทำขึ้นมาอธิบายที่มาที่ไปของสงครามซีเรียให้เราเข้าใจได้ง่ายและกระชับกัน 

          ชนวนแรกสุดของความขัดแย้งเริ่มต้นในเดือนมีนาคม 2011 เมื่อประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด มีคำสั่งปราบม็อบอาหรับสปริงในซีเรีย ซึ่งออกมาชุมนุมกันอย่างสงบเรียกร้องให้ประธานาธิบดีลงจากตำแหน่ง เมื่อถูกปราบปรามอย่างหนัก ที่สุดแล้วกลุ่มผู้ชุมนุมก็เริ่มจับอาวุธตอบโต้กลับ กองทัพซีเรียบางส่วนแปรพักตร์เข้าร่วมกับกลุ่มผู้ชุมนุม และเรียกตัวเองว่า "กองทัพปลดปล่อยซีเรีย" (Free Syrian Army) จากชนวนนี้ก็เกิดเป็นสงครามในประเทศ กลุ่มหัวรุนแรงจากโดยรอบซีเรียเข้ามาสบทบกลุ่มกบฏ ประธานาธิบดีอัสซาดให้การสนับสนุนนักโทษจิฮัดมาต่อกร ยิ่งทำให้สถานการณ์สู้รบรุนแรงขึ้น 

          มกราคม 2012 กลุ่มอัลกออิดะห์ในซีเรียตั้งตนเป็นกลุ่มจาบัต-อัล-นุสรา อันเป็นกองทัพมุสลิมสุหนี่ต่อกับฝ่ายรัฐบาลซีเรีย ศัตรูเดียวกับกลุ่มกองทัพปลดปล่อยซีเรีย และในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน กลุ่มชาวเคิร์ดในซีเรียที่ต้องการมีอำนาจปกครองตนเอง ก็ตั้งกองกำลังขึ้นเพื่อชิงอำนาจจากอัสซาดในพื้นที่ตอนเหนือของประเทศ และจุดนี้เองที่สงครามในประเทศเริ่มแปรสภาพเป็นสงครามตัวแทน ที่มีต่างชาติเข้ามาให้การหนุนหลังฝ่ายต่าง ๆ  

เปิดคลิปชนวนเหตุสงครามซีเรีย ฉบับเข้าใจง่ายภายใน 5 นาที

          อิหร่าน พันธมิตรสำคัญของซีเรีย เข้ามาแทรกแซงให้การสนับสนุนซีเรีย มีการส่งเครื่องบินบรรทุกทั้งเสบียงและกำลังพลไปช่วยเหลือฝ่ายรัฐบาล และในเวลาเดียวกันนั้นเอง ชาติอาหรับผู้ร่ำรวยแห่งอ่าวเปอร์เซียก็ส่งเงินและยุทโธปกรณ์ไปช่วยเหลือฝ่ายกบฏซีเรีย โดยใช้เส้นทางผ่านประเทศตุรกี เพื่อแสดงการต่อต้านอำนาจแทรกแซงของอิหร่าน

          เมื่ออิหร่านเห็นท่าทีของชาติเศรษฐีอาหรับ ก็ปฏิกิริยาตอบโต้ ซึ่งมาในรูปแบบของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ อันเป็นกลุ่มมุสลิมชีอะห์ในเลบานอนที่ได้รับการหนุนหลังจากอิหร่าน ประกาศตัวเข้าช่วยนายอัสซาดต่อสู้กับกบฏในช่วงกลางปี 2012 ด้านชาติอาหรับนำโดยซาอุดีอาระเบียก็โต้ตอบกลับ ด้วยการยิ่งส่งเงินและอาวุธเข้าไปสนับสนุนกลุ่มกบฏ โดยครั้งนี้ส่งไปผ่านทางประเทศจอร์แดน ซึ่งเป็นปฏิปักษ์กับซีเรีย 

          และแล้วในปี 2013 ประเทศตะวันออกกลางก็แตกออกเป็น 2 ฝ่าย คือฝ่ายมุสลิมสุหนี่ ที่ให้การสนับสนุนกลุ่มกบฏหรือกองกำลังปลดปล่อยซีเรีย และกลุ่มมุสลิมชีอะห์ที่ให้การสนับสนุนซีเรีย ภายใต้การนำของประธานาธิบดีบาร์ชา อัล อัสซาด 
////////


          ทำความเข้าใจที่มาที่ไปสงครามซีเรียใน 5 นาที ใครสู้กับใครและสู้เพื่ออะไร จากสงครามในประเทศไฉนจึงลุกลามมีนานาประเทศเข้ามามีส่วนเอี่ยว ทำไมสมรภูมิเลือดแห่งนี้ไม่สงบลงเสียที ไปไขความข้องใจกัน 

          สงครามในประเทศซีเรียดำเนินมานานกว่า 4 ปีแล้ว คร่าชีวิตประชาชนผู้บริสุทธิ์ไปมากกว่า 250,000 ชีวิต และที่รอดชีวิตอีกกว่า 12 ล้านคนก็กลายเป็นคนไร้บ้านต้องอพยพลี้ภัย กลายเป็นปัญหาลูกโซ่ที่ดูจะยังไม่จบคลี่คลายลงง่าย ๆ และแม้ชนวนปัญหาถูกจุดเกิดขึ้นจากสงครามในประเทศ แต่ตอนนี้กลับบานปลาย คล้ายเป็นสงครามตัวแทนที่มีนานาประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง คอยสนับสนุนแต่ละกลุ่มแต่ละฝ่ายกันไป แต่กระนั้นในกลุ่มประเทศผู้สนับสนุนฝ่ายเดียวกันเอง ก็ยังมีความไม่ลงรอยว่าแท้จริงแล้วต่างฝ่ายนั้นสนับสนุนเพื่ออะไรและกำลังต่อสู้กับใครไหนกันแน่ เพื่อทำความเข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่ผลักดันให้ซีเรียมายืนอยู่กลางสมรภูมิเลือดเช่นนี้ ลองมาดูคลิปที่เว็บไซต์ Vox ทำขึ้นมาอธิบายที่มาที่ไปของสงครามซีเรียให้เราเข้าใจได้ง่ายและกระชับกัน 

          ชนวนแรกสุดของความขัดแย้งเริ่มต้นในเดือนมีนาคม 2011 เมื่อประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด มีคำสั่งปราบม็อบอาหรับสปริงในซีเรีย ซึ่งออกมาชุมนุมกันอย่างสงบเรียกร้องให้ประธานาธิบดีลงจากตำแหน่ง เมื่อถูกปราบปรามอย่างหนัก ที่สุดแล้วกลุ่มผู้ชุมนุมก็เริ่มจับอาวุธตอบโต้กลับ กองทัพซีเรียบางส่วนแปรพักตร์เข้าร่วมกับกลุ่มผู้ชุมนุม และเรียกตัวเองว่า "กองทัพปลดปล่อยซีเรีย" (Free Syrian Army) จากชนวนนี้ก็เกิดเป็นสงครามในประเทศ กลุ่มหัวรุนแรงจากโดยรอบซีเรียเข้ามาสบทบกลุ่มกบฏ ประธานาธิบดีอัสซาดให้การสนับสนุนนักโทษจิฮัดมาต่อกร ยิ่งทำให้สถานการณ์สู้รบรุนแรงขึ้น 

          มกราคม 2012 กลุ่มอัลกออิดะห์ในซีเรียตั้งตนเป็นกลุ่มจาบัต-อัล-นุสรา อันเป็นกองทัพมุสลิมสุหนี่ต่อกับฝ่ายรัฐบาลซีเรีย ศัตรูเดียวกับกลุ่มกองทัพปลดปล่อยซีเรีย และในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน กลุ่มชาวเคิร์ดในซีเรียที่ต้องการมีอำนาจปกครองตนเอง ก็ตั้งกองกำลังขึ้นเพื่อชิงอำนาจจากอัสซาดในพื้นที่ตอนเหนือของประเทศ และจุดนี้เองที่สงครามในประเทศเริ่มแปรสภาพเป็นสงครามตัวแทน ที่มีต่างชาติเข้ามาให้การหนุนหลังฝ่ายต่าง ๆ  


          อิหร่าน พันธมิตรสำคัญของซีเรีย เข้ามาแทรกแซงให้การสนับสนุนซีเรีย มีการส่งเครื่องบินบรรทุกทั้งเสบียงและกำลังพลไปช่วยเหลือฝ่ายรัฐบาล และในเวลาเดียวกันนั้นเอง ชาติอาหรับผู้ร่ำรวยแห่งอ่าวเปอร์เซียก็ส่งเงินและยุทโธปกรณ์ไปช่วยเหลือฝ่ายกบฏซีเรีย โดยใช้เส้นทางผ่านประเทศตุรกี เพื่อแสดงการต่อต้านอำนาจแทรกแซงของอิหร่าน

          เมื่ออิหร่านเห็นท่าทีของชาติเศรษฐีอาหรับ ก็ปฏิกิริยาตอบโต้ ซึ่งมาในรูปแบบของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ อันเป็นกลุ่มมุสลิมชีอะห์ในเลบานอนที่ได้รับการหนุนหลังจากอิหร่าน ประกาศตัวเข้าช่วยนายอัสซาดต่อสู้กับกบฏในช่วงกลางปี 2012 ด้านชาติอาหรับนำโดยซาอุดีอาระเบียก็โต้ตอบกลับ ด้วยการยิ่งส่งเงินและอาวุธเข้าไปสนับสนุนกลุ่มกบฏ โดยครั้งนี้ส่งไปผ่านทางประเทศจอร์แดน ซึ่งเป็นปฏิปักษ์กับซีเรีย 

          และแล้วในปี 2013 ประเทศตะวันออกกลางก็แตกออกเป็น 2 ฝ่าย คือฝ่ายมุสลิมสุหนี่ ที่ให้การสนับสนุนกลุ่มกบฏหรือกองกำลังปลดปล่อยซีเรีย และกลุ่มมุสลิมชีอะห์ที่ให้การสนับสนุนซีเรีย ภายใต้การนำของประธานาธิบดีบาร์ชา อัล อัสซาด 

เปิดคลิปชนวนเหตุสงครามซีเรีย ฉบับเข้าใจง่ายภายใน 5 นาที

          เดือนเมษายน 2013 สหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ก็เข้ามามีส่วนเอี่ยว มีการเซ็นคำสั่งให้ซีไอเอทำการฝึกซ้อมรบรับมือกลุ่มกบฏซีเรีย แต่โครงการดังกล่าวก็หยุดชะงักไป สหรัฐฯ หันไปเจรจาอย่างลับ ๆ กับชาติอาหรับ ขอให้หยุดการสนับสนุนพวกหัวรุนแรง แต่ก็ถูกเพิกเฉยต่อคำขอ  

          เดือนสิงหาคม 2013 รัฐบาลนายอัสซาดใช้อาวุธเคมีโจมตีกลุ่มกบฏในเมืองกัวตาร์ เขตชุมชนชานกรุงดามัสกัส มีผู้ล้มตายนับพัน รวมทั้งประชนผู้บริสุทธิ์ด้วย ผลที่ตามมาคือ โอบามาออกมาประณามการใช้อาวุธเคมีของรัฐบาลนายอัสซาด พร้อมลั่นจะโต้ตอบด้วยการโจมตีซีเรีย รัสเซียที่ให้การหนุนหลังซีเรีย ออกแถลงกลับ ระบุว่าซีเรียยอมจำนนแล้ว เพื่อเลี่ยงการถูกโจมตี 

          แม้สหรัฐฯ จะมีท่าทีผ่อนปรนลง แต่ความขัดแย้งนี้ก็กลายเป็นประกาศความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับนายอัล-อัสซาด ซึ่งมีรัสเซียคอยหนุนหลังอยู่ และเพียงอีกสัปดาห์ต่อมา สหรัฐฯ ก็ส่งกองกำลังชุดแรกตามโครงการฝึกฝนของซีไอเอเข้าไปในซีเรีย 

เปิดคลิปชนวนเหตุสงครามซีเรีย ฉบับเข้าใจง่ายภายใน 5 นาที

          เดือนกุมภาพันธ์ 2014 สงครามในซีเรียเริ่มเปลี่ยนโฉมไปอีกขั้น เมื่อเกิดความขัดแย้งภายในกลุ่มเครือข่ายอัลกออิดะห์ในอิรัก จากความเห็นไม่ลงรอยเรื่องซีเรีย และได้แยกตัวออกมาจัดตั้งกลุ่มใหม่ เรียกตนเองว่า ISIS และตั้งตนเป็นปฏิปักษ์กับอัลกออิดะห์ที่ตัวเองแยกออกมา ซึ่งทั้งนี้ ISIS ไม่ได้ต่อสู้กับประธานาธิบดีอัสซาด แต่ต่อสู้กับกลุ่มกบฏซีเรียและกองกำลังชาวเคิร์ด เพื่อก่อตั้งดินแดนของตัวเองที่เรียกว่าคาลิเฟต (Caliphate) ขึ้นมาในซีเรีย และในปีนั้น กลุ่ม ISIS ก็ข้ามพรมแดนจากพื้นที่ยึดครองในอิรักสู่ซีเรีย ยึดเมืองโมซูล และรุกรานกลุ่มชาวเคิร์ดในอิรัก ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ 

          เดือนกันยายน 2014 หนึ่งปีหลังจากที่สหรัฐฯ เคยขู่จะโจมตีซีเรีย โอบามาก็ออกแถลงใหม่ ประกาศทำสงครามกับกลุ่ม ISIS หลังจากที่กลุ่มรัฐอิสลามรุกรานกองกำลังชาวเคิร์ดและแพร่คลิปสังหาร 2 นักข่าวชาวอเมริกัน กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ตั้งโปรแกรมฝึกฝนกลุ่มกบฏ ซึ่งโครงการแตกต่างจากของซีไอเอที่หมายต่อสู้กับนายอัสซาด โครงการใหม่นี้ถูกตั้งขึ้นเพื่อต่อกรกับ ISIS โดยเฉพาะ 

          สิงหาคม 2014 ตุรกี ซึ่งก็เป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ เริ่มโจมตีทิ้่งระเบิดทำลายกลุ่มกองกำลังชาวเคิร์ดในประเทศตนเองและในอิรัก ซึ่งขณะนั้นกองกำลังฝ่ายเคิร์ดในซีเรียกำลังต่อสู้กับกลุ่ม ISIS ตุรกีก็ไม่ได้ระเบิดทำลายกลุ่ม ISIS ไปด้วยแต่อย่างใด ทั้งที่สหรัฐฯ เพิ่งประกาศสงครามกับกลุ่มรัฐอิสลามไป จึงยิ่งกลายเป็นการเน้นย้ำความคับข้องใจที่เกิดขึ้นกับสหรัฐฯ ว่าใครคือศัตรูที่จะต่อกรด้วยกันแน่ ระหว่างกลุ่ม ISIS หรือประธานาธิดีอัล อัสซาด และยังสร้างความสับสนให้กลุ่มชาวเคิร์ดว่าแท้จริงสหรัฐฯ ยืนอยู่ข้างฝ่ายใด

เปิดคลิปชนวนเหตุสงครามซีเรีย ฉบับเข้าใจง่ายภายใน 5 นาที

          ในช่วงเวลานี้ ซีเรียกำลังอ่อนแออย่างหนักจากการถูกโจมตีทั้งจากฝ่ายกบฏและ ISIS และแล้วเดือนกันยายน 2015 รัสเซียก็เข้าแทรกแซง ส่งกองกำลังเข้าโจมตีทางอากาศ แม้จะเป็นที่เข้าใจในคราวแรกว่าเป็นการโจมตีกลุ่ม ISIS แต่จากผลงานที่ปรากฏหลังปฏิบัติการ กลับพบว่าฝ่ายที่รัสเซียโจมตีนั้นคือกลุ่มกบฏซีเรียที่ต่อต้านนายอัสซาด อันเป็นกลุ่มที่ได้รับการหนุนหลังจากสหรัฐฯ ด้วย 

          ในตอนนี้ความขัดแย้งในซีเรีย จึงไม่ได้จำกัดวงแค่การสู้รบภายในประเทศเท่านั้น แต่เป็นความขัดแย้งที่มีกลุ่มต่าง ๆ และนานาประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง แม้แต่ชาติที่เป็นพันธมิตรกันเอง ก็เกิดความขัดแย้งไม่ลงรอยว่าในประเด็นต่อสู้กับอะไร ทำเพื่อใคร และด้วยวิธีการไหน ความขัดแย้งที่ยุ่งเหยิงนี้เองจึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมสงครามในซีเรียจึงไม่สงบลงเสียที 


การเอาคืนของฝรั่งเศส

Cr:ไพศาล พืชมงคล
ชัดแล้วว่าการที่ฝรั่งเศสส่งฝูงบินถล่มไอซิสในซีเรียนั้นเป็นผลจากการหารือร่วมกันของประธานาธิปดีปูตินและอองลอง จากนั้นรัสเซียได้เพิ่มปฏิบัติการถล่มไอซิสทั้งจากทางอากาศและจากเรือรบที่ยิงขีปนาวุธข้ามหัวกองเรือและกองกำลังของฝ่ายอเมริกาอย่างหน้าตาเฉย นอกจากนั้นยังเพิ่มกำลังทั้งทางอากาศและทางทะเลอีกเท่าตัว ส่วนกำลังภาคพื้นดินนั้นอิหร่าน อืรัค ซีเรียและเฮสบุลเลาะห์เพียบ
ดูท่ารัสเซียสุขุมลุ่มลึกและแผนการรัดกุมกว่าที่คาด
1คงมุ่งเผด็จศึกซีเรียใน2-3สัปดาห์นี้
2บีบบังคับให้ไอซิสหนีออกจากอิรัคและเป็นหน้าที่ของอิรัค ซีเรีย เฮสบุลเลาะห์และอิหร่านกวาดล้างทางภาคพื้นดิน
3เมื่อสถานการณ์ไอซิสในซีเรียและอิรัคคลายลงในขณะกองทัพผสมของรัสเซียอิรัคซีเรียอิหร่านกุมพื้นที่อยู่ กำลังการเจรจาในเวทีการทูตย่อมได้เปรียบ
4ช่วงนี้ผู้แทนกองทัพจีนอยูในมอสโคว์ อย่างน้อยเป็นสัญญลักษณ์ว่าจีนอยู่ข้างไหน แต่อย่างมากคือการร่วมมือทุกด้านอย่างถึงที่สุด จับตาการถอนตัวหรือการสลายพันธมิตรของฝ่ายนาโต้และอียูให้ดี เพราะดูท่ากำลังเผ่นออกมากระเจิงเหมือนไอซิส
5รัสเซียยังประกาศเอาคืนการระเบิดเครื่องบินโดยสาร แต่จะเอาคืนกับใครไม่บอก จับตาว่าจะตีไอซิสหรือเจ้าของไอซิสหรือผู้สนับสนุนไอซิส
6การผลักดันผู้อพยพจากยุโรปกลับประเทศซีเรียจะเป็นประเด็นใหญ่จากนี้ไปเพราะไม่มีประเทศไหนยอมเสี่ยงและแบกภาระต่อไป แม้อเมริกาก็ตั้งท่าไม่รับผู้อพยพถึง21รัฐ ข้อนี้จะทำให้มีแรงจูงใจคืนความสงบแก่ซีเรียเพื่อเอาตัวรอดกัน ทำให้รัสเซียได้เปรียบทางการทูต
7หลังซาอุกับรัสเซียค่อยๆยิ้มแก่กันมากขึ้น สถานการณ์ข้างเยเมน-ซาอุก็คงค่อยๆคลายลง รัฐบาลปฏิวัติอืสลามเยเมนก็จะครองอำนาจมากขึ้น พวกอำนาจเก่าที่หนีไปอยู่ซาอุก็จะค่อยๆจ๋อยไป ตอนนี้พันธมิตรอาหรับของซาอุถอนการร่วมปฏิบัติการโจมตีรัฐบาลซีเรียหมดแล้ว เห็นทีอเมริกาจะโดดเดี่ยวมากขึ้น การเคลื่อนกองเรือล่าสุดจึงไม่น่าที่จะทำให้สถานการณ์ฟื้นดังเดิมได้
8 การประกาศของบางขบวนของไอซิสว่าจะโจมตีวอชิงตันทำให้เกิดภาพหลอน911ในอเมริกาอีกครั้ง และทำให้การแก้ตัวเพื่ออุ้มผู้ก่อการร้ายสายกลางกลายเป็นเรื่องขี้ไม่ออกในอเมริกา จะกดดันต่อการเลือกตั้งของอเมริกาให้ถอนตัวจากการสนับสนุนกลุ่มต่างๆในตะวันออกกลางและทำให้อเมริกาตกอยู่ในสภาพเดียวกับช่วงปลายสงครามเวียตนามคือชาวอเมริกันกดดันรัฐบาลให้ถอนตัวกันเอง