PR
วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
สิบคำถามในคำจอบกลุ่มISISในอิรัก
ไอเอส.ใกล้บ้านท่าน
งผมเชื่อว่าวาระสำคัญอันดับต้น ๆ ของเดิมจะเป็นหัวข้ออะไรก็ต้องเปลี่ยนเป็นประเด็น “การก่อการร้ายสากล” เพราะเกิดกรณี “สังหารหมู่” ที่ปารีสก่อนการประชุมใหญ่เพียงไม่กี่วัน
เบื้องหลังการเติบใหญ่ของ ISIS : ฝีกลัดหนองและเงินจากน้ำมัน
19112558 เบื้องหลังการเติบใหญ่ของ ISIS : ฝีกลัดหนองและเงินจากน้ำมัน
โดย : กาแฟดำ
แผนที่ของนิวยอร์กไทมส์ชุดนี้ อ้างว่าเป็นประเทศต่าง ๆ ในตะวันออกกลาง
ที่กลุ่ม ISIS ได้ประกาศว่าสามารถยึดบางจังหวัด มาเป็นของตนเพื่อการก่อสร้าง “รัฐอิสลาม” หรือ Islamic State ตามชื่อที่ตั้งให้กับตนเอง
หากเป็นไปตามคำกล่าวอ้างนี้ ก็จะเห็นการแผ่ขยายอิทธิพลขององค์กรที่เชื่อในความรุนแรง ที่ประกาศตนเป็นศัตรูกับโลกตะวันตกอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐ ยุโรป หรือแม้กระทั่งรัสเซีย ที่ขณะนี้ได้ส่งกองกำลังทั้งภาคพื้นดิน และทางอากาศเข้าถล่ม เพื่อทำลายฐานที่มั่นของกลุ่มไอซิส โดยเฉพาะเมือง Roqqa ในซีเรียที่เป็น “เมืองหลวง” ของไอซิสขณะนี้
หลังเหตุการณ์ “สังหารหมู่” ที่ปารีส คำถามใหญ่ที่ตามมาคือทำไม ISIS จึงปีกกล้าขาแข็งได้ถึงขนาดสามารถขยายการปฏิบัติการข้ามประเทศอย่างนี้ทั้ง ๆ ที่นักวิเคราะห์เคยเชื่อว่าองค์กรนี้ น่าจะมีความสามารถเพียงแค่เป็นหน่วยจรยุทธ์ในบางส่วนของตะวันออกกลางเท่านั้น
คำตอบของคนที่ติดตามการเติบใหญ่ของไอซิสคือเงินและศรัทธา
เงินมาจากน้ำมันที่ไอซิสนำไปขายจากแหล่งที่ตนยึดได้ในตะวันออกกลาง และศรัทธามาในรูปของคนที่เป็นสมาชิกที่มาจากทั้งในยุโรปและเอเชียอื่น ๆ ที่เมื่อฝึกฝนด้านยุทธวิธีการก่อวินาศกรรมแล้วก็กลับไปยังบ้านของตนเพื่อปฏิบัติการตามคำสั่งของ “หน่วยเหนือ” ที่ปักหลักอยู่ในซีเรียและบริเวณข้างเคียง
เป็นที่มาของคำว่า “home-grown terrorism” อันหมายถึงการก่อการร้ายที่มาจากคนในประเทศนั้นเอง ที่เข้าร่วมขบวนการก่อการร้ายสากลเพื่อกลับมาทำงานในบ้านของตนเอง
เป็นส่วนหนึ่งของคำอธิบายว่าเหตุร้ายที่ปารีสจะเกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน 7 จุดอย่างมีประสิทธิภาพไม่ได้หากคนที่วางแผน และปฏิบัติตามยุทธการป่วนเมืองอย่างรุนแรงนั้น ไม่ใช่คนที่รู้จักทั้งภูมิศาสตร์และวิถีชีวิตของคนปารีสเองอย่างดี
หากก่อวินาศกรรมครั้งนี้เป็นการส่ง “นักรบ” จากข้างนอกมาปฏิบัติการ ย่อมมิอาจจะประสานงานกันได้ช่ำชองอย่างที่เห็นกัน
อีกด้านหนึ่งคือหลักฐานที่ยืนยันว่ากลุ่มไอซิสมีเงินสนับสนุนอย่างมาก มีคำกล่าวอ้างคำพูดของ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ว่าเขามีข้อมูลที่จะยืนยันว่าไอซิสได้รับเงินสนับสนุน จากอย่างน้อย 40 ประเทศและหลายแหล่งก็มาจากสมาชิกของ G-20 เองนี่แหละ
นักข่าวตะวันตกอ้างคำพูดของปูตินว่า ภาพถ่ายทางอากาศของรัสเซีย เห็นขบวนรถติดอาวุธและอารักขายาวเหยียดเสมอ อันเป็นการแสดงว่าไอซิสมีศักยภาพทางด้านเงิน และอาวุธเหลือเฟือที่จะก่อเหตุร้ายได้อย่างต่อเนื่อง
สหรัฐฯกล่าวหาว่ารัสเซียส่งทหารและเครื่องบินเข้าซีเรีย ก็เพื่อโอบอุ้มประธานาธิบดีอัล อัสซาด และถล่มทำลายเฉพาะกลุ่มต่อต้านรัฐบาล ไม่ได้ทำลายเป้าหมายของไอซิส
รัสเซียโต้ว่าสหรัฐเองนั่นแหละจะต้องพิสูจน์ว่า มุ่งมั่นจะกวาดล้างไอซิสจริง เพราะมีข้อสงสัยว่าอเมริกาเองนั้นแอบหนุนหลัง กลุ่มที่ใช้ความรุนแรงในตะวันออกกลางเช่นกัน
หลังเกิดเหตุที่ปารีส และมีข้อสงสัยว่าเครื่องบินโดยสารรัสเซีย ที่ตกที่ไซนายในอียิปต์นั้นโดนไอซิสสอยลงมา เราจึงเห็นประธานาธิบดีบารัก โอบามากับปูติน ต้องนั่งลงจับเข่าคุยกันอย่างจริงจัง ว่าจะร่วมมือกันหรือจะยังแยกกันตีโดยมีเป้าหมายไปคนละทาง
หากโอบามากับปูตินพูดกันคนละภาษา ไอซิสก็จะเติบใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว และเป้าการถล่มต่อไปก็อาจจะเป็นวอชิงตันและมอสโคว
คำว่า “สงครามโลก” ก็อาจจะไม่ใช่เพียงแค่พาดหัวหนังสือพิมพ์ให้ฟังดูตื่นเต้นเกินเหตุอีกต่อไป
On Focus.....บิ๊กโด่ง กับ บิ๊กหมู ภาคต่อ
หน่วยความมั่นคง จับตา ทั้งIS และ อุยกูร์
โฆษกกอ.รมน. เผย ยังไม่พบความเกี่ยวพันโดยตรง ของ IS อันจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของไทย
บิ๊กแป๊ะ ยัน เปล่าไป รับตัว "ผู้การโจ้"ที่ชายแดน แม่ฮ่องสอน แค่เยี่ยมลูกน้อง โรงพักธุรกันดาร
บิ๊กตู่ ตอบรับคำเชิญ Putin เยือนรัสเซีย พค.59 ฉลองสัมพันธ์ 120 ปี
เพื่อพูดคุยเจรจาด้านการค้าการลงทุน ให้มีผลเป็นรูปธรรม เพื่อให้ในช่วงที่ นายกฯเดินทางไปเยือนในเดือนพฤษภาคมสามารถทำบันทึกข้อตกลงระหว่างกันได้
นายกฯ เผย คุย Obama เวทีApec สหรัฐฯยันทอดทิ้งกันไม่ได้ ยินดีหนุนไทยกลับสู่ปชต.
คลิปยิงกล้มร้านอาหารในปารีส
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ได้มีการเผยแพร่ภาพนาทีสุดระทึกเมื่อคนร้ายได้กราดกระสุนยิงถล่มร้านอาหารในกรุงปารีส ในเหตุการณ์โศกนาฏกรรมโจมตีเมืองหลวงแห่งนี้ โดยในเหตุการณ์นี้ ปรากฏว่ามีช่วงหนึ่งที่หญิงสุดโชคดีคนหนึ่งที่รอดตายอย่างหวุดหวิด หลังจากที่คนร้ายใช้อาวุธปืนกราดยิงผู้คนในร้านอาหารเสร็จสิ้นจึงเอาปืนจ่อเข้าที่หัวเธอหวังจะยิงให้สิ้นชีพแต่กระสุนด้านเลยรอดตายอย่างปาฏิหาริย์ขณะที่คนร้ายได้ขึ้นรถหลบหนีไป
รายงานระบุว่าคลิปวิดีโอดังกล่าวถูกบันทึกได้จากกล้องวงจรปิดในร้านอาหารแห่งหนึ่งในกรุงปารีสประเทศฝรั่งเศสหนึ่งในสถานที่ที่ถูกผู้ก่อการร้ายโจมตีในเหตุการณ์กราดยิง วางระเบิด เมื่อคืนวันที่ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยคลิปวิดีโอเผยให้เห็นภาพขณะที่ผู้คนกำลังรับประทานอาหารเย็นอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีชายนิรนามใช้อาวุธปืน AK47 กราดยิงผู้คนอยู่ที่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่งทำให้ผู้คนวิ่งหนีเอาตัวรอดกันอย่างสุดชีวิต จากนั้นเขาจึงเดินเอาปืนมาจ่อที่ศีรษะของหญิงคนหนึ่งซึ่งกำลังนั่งหลบกระสุนอยู่หน้าร้านโดยเขาหวังจะฆ่าเหยื่อให้สิ้นใจแต่โชคดีที่กระสุนปืนเกิดด้านขึ้นมาก่อนที่เขาจะวิ่งไปขึ้นรถยนต์สีดำหลบหนีไปทำให้หญิงคนนี้รอดตายอย่างหวุดหวิด(0.33วินาที)
นอกจากนี้ยังมีคลิปวิดีโอจากกล้องอีกตัวหนึ่งในร้านอาหารซึ่งเผยให้เห็นภาพขณะที่พนักงานเสิร์ฟหญิงคนหนึ่งกำลังนั่งหลบกระสุนอยู่หลังบาร์และพยายามให้การช่วยเหลือหญิงอีกคนหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บขณะที่พนักงานคนอื่นๆได้วิ่งหนีหลบห่ากระสุนขึ้นไปทางบันไดชั้นบนและบันไดชั้นใต้ดินของร้านอาหาร
อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าคนร้ายที่ปรากฏอยู่ในคลิปวิดีโอดังกล่าวคือนายซาลาห์ อับเดซาลามผู้ต้องหาคนสำคัญวัย 26 ปี โดยขณะที่นายซาลาห์กำลังหลบหนีขึ้นรถหลังจากก่อเหตุกราดยิงแล้วนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบว่านายบราฮิม พี่ชายของเขาก็อยู่ในรถคันเดียวกันพร้อมกับชายอีกคนหนึ่งซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถระบุตัวตนได้โดยทางการกำลังตามล่าตัวอยู่ในขณะนี้
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังเชื่อว่านายซาลาห์เป็นผู้เช่ารถVolkswagenPolo สีดำมาจากประเทศเบลเยียม คันที่ บราฮิม พี่ชายของเขาใช้เป็นยานพาหนะในการก่อเหตุระเบิดพลีชีพที่หอดนตรีบาตาคล็องในกรุงปารีสจนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน89 ราย
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า มีรถยนต์ 2 คันที่เกี่ยวข้องในการก่อเหตุถูกเช่ามาจากประเทศเบลเยียม ขณะที่อีกคันถูกทิ้งไว้ในกรุงปารีสขึ้นทะเบียนรถของประเทศเบลเยียม ทั้งนี้จากเหตุการณ์การก่อการร้ายในกรุงปารีสทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง129 รายและบาดเจ็บอีก 99 ราย โดยทางการฝรั่งเศสยังคงดำเนินการตามไล่ล่าตัวคนร้ายต่อไป
สหรัฐฯ ฮิวแมนไรท์วอทช์ ชี้ไทยบังคับส่งกลับผู้ลี้ภัยชาวจีนเป็นเรื่องขัดหลักกฎหมายระหว่างประเทศ
เปิดตัวโรงหล่อประติมาไฟน์ ถูกชักหัวคิว 10%
เปิดตัว 'โรงหล่อประติมาไฟน์' ในสำนวนสอบคดีอุทยานราชภักดิ์ เจ้าของอ้างถูกเซียนพระชักหัวคิว 10% แลกรับงานองค์พระรูปสมเด็จพระเจ้าตาก 'อิศรา' ต่อสายตรงพบแค่ 'ภรรยา' ปัดแจ้งอ้างสามีไปต่างจังหวัดติดต่อไม่ได้
งานหล่อองค์พระรูปบูรพกษัตริย์ทั้ง 7 พระองค์ ของอุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กำลังถูกจับตามองเรื่องความผิดปกติ เนื่องจากปรากฎข้อมูลว่ามีเซียนพระคนหนึ่งที่เป็นหนึ่งในคณะกรรมการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ของอุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไปติดต่อเจ้าของโรงหล่อพระให้เข้ามารับงาน นัดพบคุยกันที่ ติดต่อให้ไปพบที่กรมกิจการ กองทัพบก ถนนราชดำเนิน และมีการจ่ายค่าตอบแทนให้กับเซียนพระดังกล่าวเป็นค่าตอบแทนจำนวนเงิน 10% ของราคาค่าจ้าง
โดยหนึ่งในเจ้าของโรงหล่อพระ ที่ถูกเปิดเผยชื่อ ในชั้นการสอบสวนของคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีหมิ่นเบื้องสูงพบความผิดปกติเกี่ยวกับโครงการอุทยานราชภักดิ์ คือ นายเอนก หงษ์มณี เจ้าของโรงหล่อประติมา ไฟน์ อาร์ท ซึ่งเข้ามารับงานจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วงเงินจำนวน 44 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
ล่าสุด สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ตรวจสอบข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า โรงหล่อประติมา ไฟน์ อาร์ท จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นในชื่อ ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ประติมา ไฟน์ อาร์ท เมื่อวันที่ 22 ก.ค.2536 ทุนปัจจุบัน 4 ล้านบาท ตั้งอยู่เลขที่ 89 หมู่ที่ 12 กม.58 ถนนกาญจนาภิเษก ทางหลวงหมายเลข 9 (วงแหวนตะวันตก) ตำบลคูบางหลวง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี
แจ้งประกอบธุรกิจรับจ้างหล่อพระพุทธรูปและงานโลหะอื่นๆ
ปรากฎชื่อ นาย เอนก หงษ์มณี และนางสุมน หงษ์มณี (ภรรยานายเอนก) เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการผู้มีอำนาจ
ทั้งนี้ ในช่วงเริ่มก่อตั้ง หจก.แห่งนี้ ใช้ชื่อว่า เมธาบรอนซ์ ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น พุทธรังษีปฏิมา เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2538 และเปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น ประติมาไฟน์อาร์ท เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2558 ที่ผ่านมา
ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2558 นำส่งงบการเงินแสดงผลประกอบการธุรกิจ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557 ระบุว่ามีรายได้จากการขาย 16,533,750.62 บาทรวมรายได้อื่นๆ จะอยู่ที่ 16,708,456.87 บาท มีรายจ่ายรวม 14,894,063.75 บาท กำไรสุทธิ 1,239,793.02 บาท
จากการตรวจสอบพบว่า นายเอนก หงษ์มณี และคนในครอบครัวยังปรากฎชื่อเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นบริษัท ปฏิมา บรอนซ์ ฟาวน์ดรี จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 29 พ.ย.2542 ทุน 1 ล้านบาท ตั้งอยู่เลขที่ 120/8 ซอยวัดลครทำ ถนนอิสรภาพ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
ประกอบธุรกิจรับจ้างทำ ส่งออก นำเข้า ประกอบการค้าทำรูปปั้นโลหะ งานหล่อพระพุทธรูป
นาย เอนก หงษ์มณี ปรากฎชื่อเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นใหญ่
นำส่งงบการเงินล่าสุดปี 2557 แจ้งว่า มีแต่รายจ่าย 8,000 บาท ขาดทุนสุทธิ 8,000 บาท
จากการตรวจสอบข้อมูลในแฟนเพจ ที่ใช้ชื่อว่า 'เอนก หงษ์มณี พุทธรังษี ปฏิมา บ้านช่างหล่อ' พบว่า ในช่วงเดือนสิงหาคม 2558 ที่ผ่านมา มีการนำโพสต์ภาพถ่ายและคลิปวีดีโอ การหล่อพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ไว้อย่างต่อเนื่อง (ดูภาพประกอบ)
ทั้งนี้ ในช่วงบ่ายวันที่ 18 พ.ย.2558 สำนักข่าวอิศรา ได้ติดต่อไปยัง นาย เอนก หงษ์มณี ตามเบอร์โทรศัพท์ที่แจ้งไว้ในแฟนเพจ 'เอนก หงษ์มณี พุทธรังษี ปฏิมา บ้านช่างหล่อ'
ได้รับแจ้งจากนางสุมน หงษ์มณี ภรรยานายเอนก ว่า นายเอนกไม่อยู่ที่บ้าน ไปต่างจังหวัด ส่วนรายละเอียดอื่นๆบอกอะไรไม่ได้
เมื่อถามถึงการเข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน เรื่องการรับงานจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ภรรยานายเอนก ตอบว่า ไม่มีใครทราบข้อมูลเรื่องนี้ นอกจากนายเอนกเพียงคนเดียว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเซียนพระ ที่ถูกระบุว่า เข้าไปติดต่อกับนายเอนกให้เข้ามารับงานนี้ มีการคาดว่าน่าจะเป็นบุคคลที่มีชื่อเล่นอักษรย่อว่า "อ."
วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
หมีขาวแฉกลางวงG20นาโต้อยู่หลังฉากISIS
แฮกเกอร์ดังลงมือจัดการISiSแล้ว
ปมเฟตุสงครามในซีเรีย
เปิดคลิปชนวนเหตุสงครามซีเรีย ฉบับเข้าใจง่ายภายใน 5 นาที
38,870
ทำความเข้าใจที่มาที่ไปสงครามซีเรียใน 5 นาที ใครสู้กับใครและสู้เพื่ออะไร จากสงครามในประเทศไฉนจึงลุกลามมีนานาประเทศเข้ามามีส่วนเอี่ยว ทำไมสมรภูมิเลือดแห่งนี้ไม่สงบลงเสียที ไปไขความข้องใจกัน
สงครามในประเทศซีเรียดำเนินมานานกว่า 4 ปีแล้ว คร่าชีวิตประชาชนผู้บริสุทธิ์ไปมากกว่า 250,000 ชีวิต และที่รอดชีวิตอีกกว่า 12 ล้านคนก็กลายเป็นคนไร้บ้านต้องอพยพลี้ภัย กลายเป็นปัญหาลูกโซ่ที่ดูจะยังไม่จบคลี่คลายลงง่าย ๆ และแม้ชนวนปัญหาถูกจุดเกิดขึ้นจากสงครามในประเทศ แต่ตอนนี้กลับบานปลาย คล้ายเป็นสงครามตัวแทนที่มีนานาประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง คอยสนับสนุนแต่ละกลุ่มแต่ละฝ่ายกันไป แต่กระนั้นในกลุ่มประเทศผู้สนับสนุนฝ่ายเดียวกันเอง ก็ยังมีความไม่ลงรอยว่าแท้จริงแล้วต่างฝ่ายนั้นสนับสนุนเพื่ออะไรและกำลังต่อสู้กับใครไหนกันแน่ เพื่อทำความเข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่ผลักดันให้ซีเรียมายืนอยู่กลางสมรภูมิเลือดเช่นนี้ ลองมาดูคลิปที่เว็บไซต์ Vox ทำขึ้นมาอธิบายที่มาที่ไปของสงครามซีเรียให้เราเข้าใจได้ง่ายและกระชับกัน
ชนวนแรกสุดของความขัดแย้งเริ่มต้นในเดือนมีนาคม 2011 เมื่อประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด มีคำสั่งปราบม็อบอาหรับสปริงในซีเรีย ซึ่งออกมาชุมนุมกันอย่างสงบเรียกร้องให้ประธานาธิบดีลงจากตำแหน่ง เมื่อถูกปราบปรามอย่างหนัก ที่สุดแล้วกลุ่มผู้ชุมนุมก็เริ่มจับอาวุธตอบโต้กลับ กองทัพซีเรียบางส่วนแปรพักตร์เข้าร่วมกับกลุ่มผู้ชุมนุม และเรียกตัวเองว่า "กองทัพปลดปล่อยซีเรีย" (Free Syrian Army) จากชนวนนี้ก็เกิดเป็นสงครามในประเทศ กลุ่มหัวรุนแรงจากโดยรอบซีเรียเข้ามาสบทบกลุ่มกบฏ ประธานาธิบดีอัสซาดให้การสนับสนุนนักโทษจิฮัดมาต่อกร ยิ่งทำให้สถานการณ์สู้รบรุนแรงขึ้น
มกราคม 2012 กลุ่มอัลกออิดะห์ในซีเรียตั้งตนเป็นกลุ่มจาบัต-อัล-นุสรา อันเป็นกองทัพมุสลิมสุหนี่ต่อกับฝ่ายรัฐบาลซีเรีย ศัตรูเดียวกับกลุ่มกองทัพปลดปล่อยซีเรีย และในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน กลุ่มชาวเคิร์ดในซีเรียที่ต้องการมีอำนาจปกครองตนเอง ก็ตั้งกองกำลังขึ้นเพื่อชิงอำนาจจากอัสซาดในพื้นที่ตอนเหนือของประเทศ และจุดนี้เองที่สงครามในประเทศเริ่มแปรสภาพเป็นสงครามตัวแทน ที่มีต่างชาติเข้ามาให้การหนุนหลังฝ่ายต่าง ๆ
อิหร่าน พันธมิตรสำคัญของซีเรีย เข้ามาแทรกแซงให้การสนับสนุนซีเรีย มีการส่งเครื่องบินบรรทุกทั้งเสบียงและกำลังพลไปช่วยเหลือฝ่ายรัฐบาล และในเวลาเดียวกันนั้นเอง ชาติอาหรับผู้ร่ำรวยแห่งอ่าวเปอร์เซียก็ส่งเงินและยุทโธปกรณ์ไปช่วยเหลือฝ่ายกบฏซีเรีย โดยใช้เส้นทางผ่านประเทศตุรกี เพื่อแสดงการต่อต้านอำนาจแทรกแซงของอิหร่าน
เมื่ออิหร่านเห็นท่าทีของชาติเศรษฐีอาหรับ ก็ปฏิกิริยาตอบโต้ ซึ่งมาในรูปแบบของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ อันเป็นกลุ่มมุสลิมชีอะห์ในเลบานอนที่ได้รับการหนุนหลังจากอิหร่าน ประกาศตัวเข้าช่วยนายอัสซาดต่อสู้กับกบฏในช่วงกลางปี 2012 ด้านชาติอาหรับนำโดยซาอุดีอาระเบียก็โต้ตอบกลับ ด้วยการยิ่งส่งเงินและอาวุธเข้าไปสนับสนุนกลุ่มกบฏ โดยครั้งนี้ส่งไปผ่านทางประเทศจอร์แดน ซึ่งเป็นปฏิปักษ์กับซีเรีย
และแล้วในปี 2013 ประเทศตะวันออกกลางก็แตกออกเป็น 2 ฝ่าย คือฝ่ายมุสลิมสุหนี่ ที่ให้การสนับสนุนกลุ่มกบฏหรือกองกำลังปลดปล่อยซีเรีย และกลุ่มมุสลิมชีอะห์ที่ให้การสนับสนุนซีเรีย ภายใต้การนำของประธานาธิบดีบาร์ชา อัล อัสซาด
ทำความเข้าใจที่มาที่ไปสงครามซีเรียใน 5 นาที ใครสู้กับใครและสู้เพื่ออะไร จากสงครามในประเทศไฉนจึงลุกลามมีนานาประเทศเข้ามามีส่วนเอี่ยว ทำไมสมรภูมิเลือดแห่งนี้ไม่สงบลงเสียที ไปไขความข้องใจกัน
สงครามในประเทศซีเรียดำเนินมานานกว่า 4 ปีแล้ว คร่าชีวิตประชาชนผู้บริสุทธิ์ไปมากกว่า 250,000 ชีวิต และที่รอดชีวิตอีกกว่า 12 ล้านคนก็กลายเป็นคนไร้บ้านต้องอพยพลี้ภัย กลายเป็นปัญหาลูกโซ่ที่ดูจะยังไม่จบคลี่คลายลงง่าย ๆ และแม้ชนวนปัญหาถูกจุดเกิดขึ้นจากสงครามในประเทศ แต่ตอนนี้กลับบานปลาย คล้ายเป็นสงครามตัวแทนที่มีนานาประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง คอยสนับสนุนแต่ละกลุ่มแต่ละฝ่ายกันไป แต่กระนั้นในกลุ่มประเทศผู้สนับสนุนฝ่ายเดียวกันเอง ก็ยังมีความไม่ลงรอยว่าแท้จริงแล้วต่างฝ่ายนั้นสนับสนุนเพื่ออะไรและกำลังต่อสู้กับใครไหนกันแน่ เพื่อทำความเข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่ผลักดันให้ซีเรียมายืนอยู่กลางสมรภูมิเลือดเช่นนี้ ลองมาดูคลิปที่เว็บไซต์ Vox ทำขึ้นมาอธิบายที่มาที่ไปของสงครามซีเรียให้เราเข้าใจได้ง่ายและกระชับกัน
ชนวนแรกสุดของความขัดแย้งเริ่มต้นในเดือนมีนาคม 2011 เมื่อประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด มีคำสั่งปราบม็อบอาหรับสปริงในซีเรีย ซึ่งออกมาชุมนุมกันอย่างสงบเรียกร้องให้ประธานาธิบดีลงจากตำแหน่ง เมื่อถูกปราบปรามอย่างหนัก ที่สุดแล้วกลุ่มผู้ชุมนุมก็เริ่มจับอาวุธตอบโต้กลับ กองทัพซีเรียบางส่วนแปรพักตร์เข้าร่วมกับกลุ่มผู้ชุมนุม และเรียกตัวเองว่า "กองทัพปลดปล่อยซีเรีย" (Free Syrian Army) จากชนวนนี้ก็เกิดเป็นสงครามในประเทศ กลุ่มหัวรุนแรงจากโดยรอบซีเรียเข้ามาสบทบกลุ่มกบฏ ประธานาธิบดีอัสซาดให้การสนับสนุนนักโทษจิฮัดมาต่อกร ยิ่งทำให้สถานการณ์สู้รบรุนแรงขึ้น
มกราคม 2012 กลุ่มอัลกออิดะห์ในซีเรียตั้งตนเป็นกลุ่มจาบัต-อัล-นุสรา อันเป็นกองทัพมุสลิมสุหนี่ต่อกับฝ่ายรัฐบาลซีเรีย ศัตรูเดียวกับกลุ่มกองทัพปลดปล่อยซีเรีย และในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน กลุ่มชาวเคิร์ดในซีเรียที่ต้องการมีอำนาจปกครองตนเอง ก็ตั้งกองกำลังขึ้นเพื่อชิงอำนาจจากอัสซาดในพื้นที่ตอนเหนือของประเทศ และจุดนี้เองที่สงครามในประเทศเริ่มแปรสภาพเป็นสงครามตัวแทน ที่มีต่างชาติเข้ามาให้การหนุนหลังฝ่ายต่าง ๆ
อิหร่าน พันธมิตรสำคัญของซีเรีย เข้ามาแทรกแซงให้การสนับสนุนซีเรีย มีการส่งเครื่องบินบรรทุกทั้งเสบียงและกำลังพลไปช่วยเหลือฝ่ายรัฐบาล และในเวลาเดียวกันนั้นเอง ชาติอาหรับผู้ร่ำรวยแห่งอ่าวเปอร์เซียก็ส่งเงินและยุทโธปกรณ์ไปช่วยเหลือฝ่ายกบฏซีเรีย โดยใช้เส้นทางผ่านประเทศตุรกี เพื่อแสดงการต่อต้านอำนาจแทรกแซงของอิหร่าน
เมื่ออิหร่านเห็นท่าทีของชาติเศรษฐีอาหรับ ก็ปฏิกิริยาตอบโต้ ซึ่งมาในรูปแบบของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ อันเป็นกลุ่มมุสลิมชีอะห์ในเลบานอนที่ได้รับการหนุนหลังจากอิหร่าน ประกาศตัวเข้าช่วยนายอัสซาดต่อสู้กับกบฏในช่วงกลางปี 2012 ด้านชาติอาหรับนำโดยซาอุดีอาระเบียก็โต้ตอบกลับ ด้วยการยิ่งส่งเงินและอาวุธเข้าไปสนับสนุนกลุ่มกบฏ โดยครั้งนี้ส่งไปผ่านทางประเทศจอร์แดน ซึ่งเป็นปฏิปักษ์กับซีเรีย
และแล้วในปี 2013 ประเทศตะวันออกกลางก็แตกออกเป็น 2 ฝ่าย คือฝ่ายมุสลิมสุหนี่ ที่ให้การสนับสนุนกลุ่มกบฏหรือกองกำลังปลดปล่อยซีเรีย และกลุ่มมุสลิมชีอะห์ที่ให้การสนับสนุนซีเรีย ภายใต้การนำของประธานาธิบดีบาร์ชา อัล อัสซาด
เดือนเมษายน 2013 สหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ก็เข้ามามีส่วนเอี่ยว มีการเซ็นคำสั่งให้ซีไอเอทำการฝึกซ้อมรบรับมือกลุ่มกบฏซีเรีย แต่โครงการดังกล่าวก็หยุดชะงักไป สหรัฐฯ หันไปเจรจาอย่างลับ ๆ กับชาติอาหรับ ขอให้หยุดการสนับสนุนพวกหัวรุนแรง แต่ก็ถูกเพิกเฉยต่อคำขอ
เดือนสิงหาคม 2013 รัฐบาลนายอัสซาดใช้อาวุธเคมีโจมตีกลุ่มกบฏในเมืองกัวตาร์ เขตชุมชนชานกรุงดามัสกัส มีผู้ล้มตายนับพัน รวมทั้งประชนผู้บริสุทธิ์ด้วย ผลที่ตามมาคือ โอบามาออกมาประณามการใช้อาวุธเคมีของรัฐบาลนายอัสซาด พร้อมลั่นจะโต้ตอบด้วยการโจมตีซีเรีย รัสเซียที่ให้การหนุนหลังซีเรีย ออกแถลงกลับ ระบุว่าซีเรียยอมจำนนแล้ว เพื่อเลี่ยงการถูกโจมตี
แม้สหรัฐฯ จะมีท่าทีผ่อนปรนลง แต่ความขัดแย้งนี้ก็กลายเป็นประกาศความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับนายอัล-อัสซาด ซึ่งมีรัสเซียคอยหนุนหลังอยู่ และเพียงอีกสัปดาห์ต่อมา สหรัฐฯ ก็ส่งกองกำลังชุดแรกตามโครงการฝึกฝนของซีไอเอเข้าไปในซีเรีย
เดือนกุมภาพันธ์ 2014 สงครามในซีเรียเริ่มเปลี่ยนโฉมไปอีกขั้น เมื่อเกิดความขัดแย้งภายในกลุ่มเครือข่ายอัลกออิดะห์ในอิรัก จากความเห็นไม่ลงรอยเรื่องซีเรีย และได้แยกตัวออกมาจัดตั้งกลุ่มใหม่ เรียกตนเองว่า ISIS และตั้งตนเป็นปฏิปักษ์กับอัลกออิดะห์ที่ตัวเองแยกออกมา ซึ่งทั้งนี้ ISIS ไม่ได้ต่อสู้กับประธานาธิบดีอัสซาด แต่ต่อสู้กับกลุ่มกบฏซีเรียและกองกำลังชาวเคิร์ด เพื่อก่อตั้งดินแดนของตัวเองที่เรียกว่าคาลิเฟต (Caliphate) ขึ้นมาในซีเรีย และในปีนั้น กลุ่ม ISIS ก็ข้ามพรมแดนจากพื้นที่ยึดครองในอิรักสู่ซีเรีย ยึดเมืองโมซูล และรุกรานกลุ่มชาวเคิร์ดในอิรัก ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ
เดือนกันยายน 2014 หนึ่งปีหลังจากที่สหรัฐฯ เคยขู่จะโจมตีซีเรีย โอบามาก็ออกแถลงใหม่ ประกาศทำสงครามกับกลุ่ม ISIS หลังจากที่กลุ่มรัฐอิสลามรุกรานกองกำลังชาวเคิร์ดและแพร่คลิปสังหาร 2 นักข่าวชาวอเมริกัน กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ตั้งโปรแกรมฝึกฝนกลุ่มกบฏ ซึ่งโครงการแตกต่างจากของซีไอเอที่หมายต่อสู้กับนายอัสซาด โครงการใหม่นี้ถูกตั้งขึ้นเพื่อต่อกรกับ ISIS โดยเฉพาะ
สิงหาคม 2014 ตุรกี ซึ่งก็เป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ เริ่มโจมตีทิ้่งระเบิดทำลายกลุ่มกองกำลังชาวเคิร์ดในประเทศตนเองและในอิรัก ซึ่งขณะนั้นกองกำลังฝ่ายเคิร์ดในซีเรียกำลังต่อสู้กับกลุ่ม ISIS ตุรกีก็ไม่ได้ระเบิดทำลายกลุ่ม ISIS ไปด้วยแต่อย่างใด ทั้งที่สหรัฐฯ เพิ่งประกาศสงครามกับกลุ่มรัฐอิสลามไป จึงยิ่งกลายเป็นการเน้นย้ำความคับข้องใจที่เกิดขึ้นกับสหรัฐฯ ว่าใครคือศัตรูที่จะต่อกรด้วยกันแน่ ระหว่างกลุ่ม ISIS หรือประธานาธิดีอัล อัสซาด และยังสร้างความสับสนให้กลุ่มชาวเคิร์ดว่าแท้จริงสหรัฐฯ ยืนอยู่ข้างฝ่ายใด
ในช่วงเวลานี้ ซีเรียกำลังอ่อนแออย่างหนักจากการถูกโจมตีทั้งจากฝ่ายกบฏและ ISIS และแล้วเดือนกันยายน 2015 รัสเซียก็เข้าแทรกแซง ส่งกองกำลังเข้าโจมตีทางอากาศ แม้จะเป็นที่เข้าใจในคราวแรกว่าเป็นการโจมตีกลุ่ม ISIS แต่จากผลงานที่ปรากฏหลังปฏิบัติการ กลับพบว่าฝ่ายที่รัสเซียโจมตีนั้นคือกลุ่มกบฏซีเรียที่ต่อต้านนายอัสซาด อันเป็นกลุ่มที่ได้รับการหนุนหลังจากสหรัฐฯ ด้วย
ในตอนนี้ความขัดแย้งในซีเรีย จึงไม่ได้จำกัดวงแค่การสู้รบภายในประเทศเท่านั้น แต่เป็นความขัดแย้งที่มีกลุ่มต่าง ๆ และนานาประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง แม้แต่ชาติที่เป็นพันธมิตรกันเอง ก็เกิดความขัดแย้งไม่ลงรอยว่าในประเด็นต่อสู้กับอะไร ทำเพื่อใคร และด้วยวิธีการไหน ความขัดแย้งที่ยุ่งเหยิงนี้เองจึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมสงครามในซีเรียจึงไม่สงบลงเสียที








