PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันพุธที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

123ปีวิกฤติการณ์ปากน้ำ

วันนี้ เมื่อ ๑๒๓ ปีที่แล้ว ในวันที่ ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๓๖ เกิดวิกฤตการณ์ปากน้ำ เป็นการรบระหว่างวิกฤตการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๔๓๖ ในขณะที่แล่นเรือผ่านเข้าไปในปากแม่น้ำเจ้าพระยา เรือรบฝรั่งเศส ๓ ลำถูกโจมตีโดยป้อมปืนของสยามและเรือปืน ผลการรบ ฝรั่งเศสได้รับชัยชนะและดำเนินการปิดล้อมกรุงเทพซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดของเหตุการณ์
ความขัดแย้งเกิดขึ้นเมื่อเรือการข่าว "แองกงสตัง" (Inconstant) และเรือปืน "โกแมต" (Comète) ของกองทัพเรือฝรั่งเศสเดินทางมาถึงปากแม่น้ำและขออนุญาตแล่นเรือผ่านปากแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อไปสมทบกับเรือ "ลูแตง" (Le Lutin) เพื่อเจรจาต่อรอง เมื่อสยามปฏิเสธ ผู้บังคับบัญชาฝ่ายฝรั่งเศส พลเรือตรี แอดการ์ อูว์มัน (Edgar Humann) เมินเฉยต่อความต้องการของสยามและคำสั่งจากรัฐบาลฝร่งเศส ซึ่งก่อนการต่อสู้ พลเรือตรี อูว์มัน ได้รับคำสั่งห้ามเข้าสู่ปากแม่น้ำเพราะสยามได้เตรียมการอย่างดีสำหรับการรบ กองกำลังฝ่ายสยามประกอบด้วยป้อมพระจุลจอมเกล้าที่พึ่งสร้างเสร็จ มีปืนเสือหมอบขนาด ๖ นิ้ว ๗ กระบอก สยามยังได้จมเรือสำเภาและเรือบรรทุกหินในแม่น้ำเพื่อเป็นแนวป้องกัน บีบให้เส้นทางเดินเรือกลายเป็นทางผ่านแคบ ๆ เพียงทางเดียว
เรือปืน ๕ ลำจอดทอดสมออยู่ด้านหลังแนวสิ่งกีดขวาง ประกอบไปด้วย เรือมกุฎราชกุมาร, เรือทูลกระหม่อม, เรือหาญหักศัตรู, เรือนฤเบนทร์บุตรี และ เรือมูรธาวสิตสวัสดิ์ มีเรือ ๒ ลำเป็นเรือรบทันสมัย คือ เรือมกุฎราชกุมาร และเรือมูรธาวสิตสวัสดิ์[ ขณะที่เรือที่เหลือเป็นเรือปืนเก่าหรือเรือกลไฟแม่น้ำที่ดัดแปลงมา มีการวางข่ายทุ่นระเบิด ๑๖ ลูก ผู้บังคับบัญชาป้อมเป็นนายพลเรือชาวดัตช์ซึ่งเป็นหนึ่งในชาวยุโรปหลายคนที่เข้ารับราชการในกองทัพไทย พลเรือโท พระยาชลยุทธโยธินทร์ (อองเดร ดู เปลซี เดอ ริเชอลิเออ) เป็นผู้บังคับบัญชาเรือปืน
ฝรั่งเศสเลือกที่จะเข้าปากแม่น้ำหลังพระอาทิตย์ตกดินในวันที่ ๑๓ กรกฎาคม โดยมีวัตถุประสงค์คือแล่นผ่านการป้องกันของสยามให้ได้ถ้ามีการเปิดฉากยิงกันขึ้น สภาพอากาศครึ้มฝน ขณะนั้นสยามได้ประจำสถานีรบและเตรียมพร้อมขั้นสูงสุด เรือรบฝรั่งเศสได้แล่นตามเรือกลไฟนำร่องฌองบัปติสต์เซย์ (Jean Baptiste Say) เข้าสู่ปากแม่น้ำ เมื่อเวลา ๑๘.๑๕ น. ฝนหยุดตก ทหารในป้อมสังเกตเห็นเรือรบฝรั่งเศสแล่นผ่านกระโจมไฟ สองสามนาทีหลังจากนั้นเรือฝรั่งเศสแล่นผ่านทุ่นดำเข้ามาในระยะยิงของป้อม ทหารประจำป้อมได้รับคำสั่งให้ยิงเตือน ๓ นัด แต่ถ้าฝรั่งเศสเพิกเฉยเรือปืนจะเปิดฉากยิง
เวลา ๑๘.๓๐ น. ป้อมปืนเปิดฉากยิงเตือนด้วยกระสุนเปล่า ๒ นัด แต่เรือรบฝรั่งเศสยังคงแล่นต่อไป ในนัดที่สามสยามได้ใช้กระสุนจริงยิงเตือน กระสุนตกลงในน้ำหน้าเรือฌองบัปติสต์เซย์ เมื่อเห็นฝรั่งเศสเพิกเฉยต่อสัญญาณเตือน นัดที่สี่จากเรือปืน มกุฎราชกุมาร และ มูรธาวสิตสวัสดิ์ ก็เปิดฉากยิงเมื่อเวลา ๑๘.๕๐ น. เรือแองกองสตองได้ยิงตอบโต้กับป้อมในขณะที่โกแมตยิงสู้กับเรือปืนสยาม มีเรือขนาดเล็กที่บรรจุระเบิดถูกส่งมาพุ่งชนเรือฝรั่งเศสแต่พลาดเป้า การต่อสู้กินเวลาประมาณ ๒๕ นาที
ในที่สุด พลเรือตรี อูว์มัน ก็พาเรือรบฝ่าการป้องกันของสยามไปได้ และสามารถจมเรือปืนฝ่ายสยามได้หนึ่งลำ ส่วนอีกลำได้รับความเสียหายจากกระสุนปืน ทหารสยามตาย ๑๐ นาย บาดเจ็บ ๑๒ นาย ฝรั่งเศสได้รับความเสียหายน้อยกว่า ขณะที่ผ่านปากน้ำเรือฌองบัปติสต์เซย์ถูกยิงด้วยปืนใหญ่ ไปเกยตื้นที่แหลมลำพูราย เรือแองกองสตองและเรือโกแมตแล่นผ่านไปได้ถึงกรุงเทพ จอดทอดสมออยู่ที่สถานทูตฝรั่งเศส[ ทหารฝรั่งเศสตาย ๓ นาย บาดเจ็บ ๒ นาย เรือโกแมตถูกยิงได้รับความเสียหายมากกว่าเรือแองกองสตองแต่ไม่ได้เสียหายร้ายแรง ป้อมของสยามไม่ได้รับความเสียหาย
เช้าวันต่อมา ลูกเรือฌองบัปติสต์เซย์ยังคงอยู่บนเรือที่เกยตื้น สยามได้ส่งเรือเข้ามาควบคุมเรือกลไฟฌองบัปติสต์เซย์และได้พยายามจมเรือแต่ไม่สำเร็จ จากรายงาน นักโทษได้รับการปฏิบัติที่เลวร้ายและถูกส่งตัวเข้าคุกกรุงเทพ วันต่อมาเรือปืนฝรั่งเศส ฟอร์แฟต (Forfait) ได้มาถึงปากน้ำและส่งเรือพร้อมทหารเต็มลำเข้ายึดเรือฌองบัปติสต์เซย์แต่เมื่อถึงเรือกลับโดนโจมตีขับไล่ถอยไปโดยทหารสยามที่ยึดเรืออยู่ เมื่อพลเรือตรี อูว์มัน มาถึงกรุงเทพ เขาได้ทำการปิดล้อมและหันกระบอกปืนมาทางพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๓๖ ก็มีการลงนามในสนธิสัญญาถือเป็นการสิ้นสุดการรบ
วันนี้ กองทัพเรือจัดงานรำลึกเหตุการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ ปีที่ ๑๒๓ ณ อุทยานประวัติศาสตร์ ป้อมพระจุลฯ เวลา ๑๖๐๐ น.
ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย https://th.wikipedia.org/wiki/วิกฤตการณ์ปากน้ำ
ภาพจากอินเทอร์เนต

สสช.เผยยอดคนตกงานเพิ่มเป็น 4.53 แสนราย แรงงานภาคเกษตรลดลง 1.16 ล้านราย

(12ก.ค.59)
สำนักงานสถิติฯ เผยผลสำรวจพบยอดผู้ว่างงาน พ.ค. 59 เพิ่มเป็น 4.53 แสนราย ขณะที่แรงงานภาคเกษตร ลดลง 1.16 ล้านราย ฟากธุรกิจโรงแรมบริการอาหาร ก่อสร้างและการผลิตได้คนทำงานเพิ่ม แต่สถาบันการเงิน-ประกันภัย-การศึกษา พนักงานลดลงสาขาละ 8 หมื่นราย ชี้วุฒิ ม.ต้น อัตราว่างงานพุ่งกระฉูด
สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผยผลการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร ประจำเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2559  โดยสำรวจจากผู้มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป 55.57 ล้านคน พบว่า 72.5% เป็นผู้ที่อยู่ในกำลังแรงงานหรือผู้ที่พร้อมจะทำงาน หรือ 37.77 ล้านคน

โดยในจำนวนนี้ ผู้มีงานทำ 36.81 ล้านคน ผู้ว่างงาน 4.53 แสนคน และผู้ที่รอฤดูกาล 5.02 แสนคนขณะที่มีผู้อยู่นอกกำลังแรงงานหรือผู้ที่ไม่พร้อมทำงาน อาทิ แม่บ้าน นักเรียน คนชรา 17.80 ล้านคน

ขณะที่ผู้มีงานทำ 36.81 ล้านคน  แบ่งอยู่ในภาคเกษตรกรรม 10.27 ล้านคน และนอกภาคเกษตรกรรม 26.54 ล้านคน ซึ่งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่า ผู้ทำงานในภาคเกษตรลดลง 1.16 ล้านคน  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลดลงในการปลูกข้าว ยางพาราและอ้อย



ส่วนแรงงานที่เพิ่มขึ้นนอกภาคเกษตร4แสนคน เป็นการเพิ่มในธุรกิจที่พักแรมและบริการด้านอาหาร 2.1 แสนคน สาขาการก่อสร้าง 1.3 แสนคน สาขาการผลิต 1 แสนคน สาขาการบริหารราชการ การป้องกันประเทศและการประกันสังคมภาคบังคับ 8 หมื่นคน และสาขากิจกรรมด้านสุขภาพและกิจกรรมการบริการด้านอื่น ๆ 1 หมื่นคน ขณะที่ธุรกิจด้านการเงินและการประกันภัย และสาขาการศึกษาลดลงสาขาละราว 8 หมื่นคน

ฟากจำนวนผู้ว่างงาน 4.53 แสนคน พบว่า เป็นผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อน 1.82 แสนคน และผู้ว่างงานที่เคยทำงานมาก่อน 2.71 แสนคน ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.27 แสนคน จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว  โดยเป็นผู้ว่างงานจากภาคการผลิต 1.11 แสนคน ภาคการบริการและการค้า 1.08 แสนคน และภาคเกษตรกรรม 5.2 หมื่นคน

สำหรับระดับการศึกษาของผู้ว่างงานนั้น พบว่า ผู้สำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นมีอัตราว่างงานมากที่สุดที่ 2.0% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีเพียง 0.6% ส่วนระดับปริญญาตรีอัตราว่างงาน 1.9% ลดลงจากปีก่อน 0.1% แต่ในด้านจำนวนแล้วยังเป็นกลุ่มที่มีผู้ว่างงานมากที่สุด 1.49 แสนคน ผู้สำเร็จมัธยมศึกษาตอนปลายมีอัตราว่างงาน  1.5% เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 0.1%

ส่วนภาคอีสานยังมีจำนวนผู้ว่างงานมากที่สุด 1.31 แสนคน รองลงมาเป็นภาคกลาง 1.28 แสนคน ภาคใต้ 7.9 หมื่นคน กรุงเทพมหานคร 6.1 หมื่นคน และภาคเหนือ 5.4 หมื่นคน 

ประยุทธ์ ชี้คนจะตกงานไปเรื่อยๆ เหตุ รบ.ที่ผ่านมาผลิตคนไม่ตรงความต้องการตลาดแรงงาน


 
เมื่อวันที่  11 ก.ค. ที่ผ่านมา พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลทุนหมุนเวียนดีเด่น ประจำปี 2559 จัดโดย กระทรวงการคลัง ผู้ร่วมงานประกอบด้วย รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ผู้บริหารกระทรวงการคลัง หัวหน้าหน่วยราชการและหน่วยงานภาครัฐเจ้าสังกัดทุนหมุนเวียน คณะกรรมการประเมินผลทุนหมุนเวียน ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ประมาณ 800 คน ที่ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี
 
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งถึงปัญหาการเลิกจ้างคนงาน โดยระบุว่า คนงานจะต้องถูกถอดไปเรื่อยๆ เพราะมีการเปลี่ยนเครื่องจักรและเทคโนโลยี พร้อมตั้งคำถามถึงการเตรียมความพร้อมของรัฐบาลที่ผ่านมา โดยเฉพาะการศึกษาที่ผลิตคนไม่ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน
 
"แรงงานถูกปลด 4,000 ตำแหน่ง มันจะต้องถูกถอดไปเรื่อยๆ เพราะเขาเปลี่ยนเครื่องมือ เปลี่ยนเครื่องจักร เปลี่ยนเทคโนโลยีเข้ามา จะให้ทำยังไงอะ ผมถามรัฐบาลผ่านมาเตรียมความพร้อมแบบนี้ไว้ไหม วันนี้เราขาดแรงงานเท่าไหร่ แสนกว่าคน เรามีแรงงานที่จบจากมหาวิทยาลัยเท่าไหร่ ล้านกว่าคน ผมถามมันน่าขาดไหมแบบนี้ แต่มันขาดเพราะอะไร มันผลิตคนที่ไม่ได้ต้องการตรงกับแสนกว่าคนตรงนี้ จบมานี่ วันนี้สถิติมีสถาบัน 11 แห่งเท่านั้น ในประเทศไทยที่บริษัทอยากจ้างงาน ไปหาดูนะ ในยูทูบในอะไรมี มี 11 สถาบันเท่านั้น แล้วที่เหลืออยู่ที่ไหน ทำไมเขาไม่อยากจ้าง นั่นล่ะคืออันตราย เขาขาดอะไรล่ะ วิศวกร เทคนิเชียนนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย ผลิตออกมาเท่าไหร่พวกนี้ โน้นกระทรวงศึกษาไปรื้ออยู่โน้น วง ดร. ไปทะเราะกันอยู่โน้น ดร. ยังต้องมาขอใช้ผม ม.44 เลย แล้วมันยังไงกัน แล้ววันหน้าไม่มี ม.44 แล้วจะทำกันยังไง จะอยู่กันยังไง ฝากคิดด้วยแล้วกัน" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

วอชิงตันสั่ง “สถานทูตสหรัฐฯ อพยพเจ้าหน้าที่-เก็บของหนีด่วน” หลังสู้รบในซูดานใต้วิกฤตหนัก ยอดเสียชีวิตพุ่งเกิน 300 ทหารจีนดับ 1

 In Clip : วอชิงตันสั่ง “สถานทูตสหรัฐฯ อพยพเจ้าหน้าที่-เก็บของหนีด่วน” หลังสู้รบในซูดานใต้วิกฤตหนัก ยอดเสียชีวิตพุ่งเกิน 300 ทหารจีนดับ 1
        รอยเตอร์/เอเจนซีส์ - การปะทะสงครามกลางเมืองในกรุงจูบายังคงมีอย่างต่อเนื่องมาถึงวันนี้ (11 ก.ค.) ระหว่างทหารฝ่ายรัฐบาลและกองกำลังฝ่ายกบฏที่มีทั้งเฮลิคอปเตอร์จู่โจมกันชิปลงมาจากอากาศ รถถังอยู่บนท้องถนน และเสียงปืนดังลั่นล่าสุดมียอดเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 300 คนแล้ว ซึ่งมีทหารรักษาสันติภาพขององค์การสหประชาชาติที่ถูกส่งมาจากกองทัพจีน ในขณะเดียวกันล่าสุด กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯได้ออกคำสั่งในวันอาทิตย์ (10 ก.ค.) ปิดสถานทูต อพยพเจ้าหน้าที่กงสุลออกนอกพื้นที่
       
       รอยเตอร์รายงานวันนี้ (11 ก.ค.) ว่า การปะทะยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในวันจันทร์ (11) กลางถนนในกรุงจูบา เมืองหลวงของซูดานใต้หลังจากที่คณะมนตรีความมั่นคงองค์การสหประชาชาติได้ออกมาเตือนให้ทั้งฝ่ายของประธานาธิบดีซัลวา คิอีร์ (Salva Kiir) ผู้นำซูดานใต้ และฝ่ายกบฎที่สนับสนุนรองประธานาธิบดี รีค มาชาร์ (Riek Machar) ให้ยับยั้งกองกำลังของแต่ละฝ่ายเพื่อสิ้นสุดความรุนแรงในสงครามกลางเมืองที่ได้คร่าชีวิตผู้คนไปเป็นจำนวนมาก
       
       พยานของรอยเตอร์ได้เห็นเฮลิคอปเตอร์จู่โจมกันชิปยิงลงมาจากอากาศไปในทิศทางที่ตั้งของกองกำลังกบฏสนับสนุนมาชาร์ และประชาชนชาวซูดานใต้ได้รายงานการพบเห็นการเคลื่อนกำลังของขบวนรถถังบนท้องถนน
       
       ด้านแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่องค์การสหประชาชาติได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ได้ยินเสียงปืนยิงต่อสู้อย่างหนักใกล้กับที่ตั้งของหน่วยงานสหประชาชาติอีกครั้ง
       
       ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน สื่ออังกฤษได้รายงานในวันจันทร์ (11) ถึงตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุดว่า มีจำนวนเกิน 300 คนไปแล้ว และในจำนวนนี้ยังรวมไปถึงพลเรือนจำนวนหนึ่ง และทหารรักษาสันติภาพจีน 1 นาย เกิดขึ้นหลังการปะทะรอบใหม่ในวันพฤหัสบดี (7 ก.ค.) และต่อเนื่องลากยาวมาจนถึงวันศุกร์ (8) ระหว่างกองกำลังรบที่จงรักภักดีต่อประธานาธิบดีซูดานใต้ คิอีร์ และกองกำลังกบฏที่สนับสนุนรองประธานาธิบดีมาชาร์ ในขณะที่เหล่านักสังเกตการณ์ต่างพากันออกมาให้ความเห็นว่าข้อตกลงสันติภาพระหว่างคู่อริทั้งสองที่มีขึ้นในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานั้นแขวนอยู่บนเส้นด้าย
       
       และหลังจากที่มีความสงบเกิดขึ้นชั่วคราวในวันเสาร์ (9 ก.ค.) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ซูดานใต้กำลังจะเข้าสู่การเฉลิมฉลองการประกาศอิสรภาพเป็นปีที่ 5 จากประเทศซูดาน การสู้รบได้ปะทุขึ้นอีกครั้งในวันอาทิตย์ (10) และดำเนินมาถึงวันนี้ ทำให้เกรงกันว่าซูดานใต้จะกลับเข้าสู่สงครามกลางเมืองอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง ซึ่งพยานในท้องที่ได้ให้ความเห็นกับเดอะการ์เดียนว่า ในวันจันทร์ (11) มีการปะทะอย่างหนักจากการใช้ปืนยิงตอบโต้ รวมไปถึงยังได้ยินเสียงระเบิดครั้งใหญ่ ในขณะที่สหประชาชาติได้ออกแถลงการณ์ผ่านทางทวิตเตอร์กล่าวยืนยันว่า การปะทะได้เริ่มต้นอีกครั้งใกล้กับที่ตั้งของหน่วยงานในเจเบล (Jebel) ซึ่งเป็นย่านหนึ่งในกรุงจูบา รอยเตอร์รายงานเพิ่มเติมต่อว่า และการต่อสู้ยังเกิดขึ้นใกล้กับฐานยูเอ็นอีกแห่งที่ไม่ห่างจากสนามบินไปเท่าใดนัก ซึ่งพบว่าฐานที่มั่นขององค์การสหประชาชาติถูกลูกหลงจากอาวุธปืนเบาและอาวุธหนักในวันอาทิตย์ (10) ส่งผลทำให้ทหารรักษาสันติภาพจากจีน 1 นายเสียชีวิต โดยโคโร เบสโช (Koro Bessho) เอกอัคราชทูตญี่ปุ่นประจำสหประชาชาติได้ยืนยันถึงการเสียชีวิตของทหารจีนนายนี้ และพบว่ากองกำลังรักษาสันติภาพจีนและรวันดาได้รับบาดเจ็บอีกด้วย
       
       ทั้งนี้ กองกำลังรักษาสันติภาพขององค์การสหประชาชาติที่ถูกส่งมาประจำในซูดานใต้จะสังกัดอยู่ภายใต้หน่วย UNMISS ซีเอ็นเอ็น สื่อสหรัฐฯ รายงาน
       
       ด้านสื่ออังกฤษรายงานต่อว่า ทั้งนี้ในวันอาทิตย์ (10 ก.ค.) ได้มีการประชุมฉุกเฉินของคณะมนตรีความมั่นคง 15 ชาติซึ่งมีมติเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายยุติการสู้รบ พร้อมกับร้องขอให้มีกองกำลังสันติภาพจำนวนเพิ่มมากขึ้น
       
       และมีรายงานว่าในวันอาทิตย์ (10 ก.ค.) ทางวอชิงตันได้ออกคำสั่งให้อพยพเจ้าหน้าที่การทูตที่ไม่เกี่ยวข้องกับหน้าที่สำคัญออกมาจากกรุงจูบาให้หมด และยังได้เรียกร้องให้ซูดานใต้ประกาศหยุดยิง โดยโฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ จอห์น เคอร์บี (John Kirby) ได้กล่าวผ่านแถลงการณ์ว่า “สหรัฐฯ ขอประณามอย่างรุนแรงต่อสู้รบที่เกิดขึ้นล่าสุดในกรุงจูบาในวันนี้ ระหว่างกลุ่มที่สนับสนุนประธานาธิบดี ซัลวา คิอีร์ และฝ่ายที่อยู่ข้างรองประธานาธิบดีรีค มาชาร์ และในรายงานที่ทางเราได้รับชี้ว่า มีพลเรือนได้รับอันตราย”
       
       นอกจากนี้ ในการรายงานของ CNN กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยังกล่าวต่อว่า สถานการณ์ในกรุงจูบาในวันอาทิตย์ (10 ก.ค.) นั้นเสื่อมทรามลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ยูเอ็นจากค่ายผู้ลี้ภัยหลักได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ค่ายผู้อพยพของสหประชาชาติที่มีผู้ลี้ภัยอาศัยอยู่ถึง 2,000 คนตกอยู่ในอันตรายท่ามกลางการสู้รบเมื่อวานนี้ (10) ที่มีทั้งอาวุธขนาดเล็กและรวมไปถึงจรวดอาร์พีจีได้ระดมยิงเข้าใส่
       
       และแหล่งข่าวคนเดิมยังได้บรรยายถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า “เป็นสถานการณ์ที่ร้ายแรงมาก” และกล่าวต่อว่า “เรามีจำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในฝั่งนี้ซึ่งคาดว่าน่าจะอยู่ในราว 50-60 คน นอกเหนือจากตัวเลขที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้แล้ว และทางเรามีพลเรือนที่ได้รับผลกระทบ และยังมีระเบิดอาร์พีจีที่ได้พุ่งเข้าใส่ตัวค่ายผู้อพยพ ส่งผลทำให้มีผู้บาดเจ็บ 8 คน”
       
       แต่อย่างไรก็ตาม สื่ออังกฤษชี้ว่า สถานการณ์รบในพื้นที่ยังไม่ชัดเจนนัก โดยแหล่งข่าวรอยเตอร์ได้เปิดเผยว่า ได้ยินเสียงปืนสู้รบดังขึ้นในย่านกูเดล (Gudele) และย่านจูเบล ใกล้กับที่ตั้งทางทหารของกองกำลังกบฎสนับสนุนมาชาร์ โดยโฆษกของมาชาร์ วิลเลียม กัตเจียท เดง (William Gatjiath Deng) ได้แถลงว่า กองกำลังรัฐบาลซูดานใต้เข้าโจมตีกลุ่มกบฏในย่านจูเบล กรุงจูบาในช่วงเช้าวันอาทิตย์ (10 ก.ค.) “เฮลิคอปเตอร์กันชิป 3 ลำได้มาถึง และได้โจมตีในฝั่งของเรา” เดงแถลง
       
       อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีข้อมูลข่าวสารซูดานใต้ ไมเคิล มากูเออิ ลิวท์ (Michael Makuei Lueth) ได้ให้สัมภาษณ์กับบีบีซี สื่ออังกฤษว่า กองกำลังรัฐบาลซูดานใต้ตอบโต้กับการโจมตีบริเวณจุดตรวจรักษาความปลอดภัย “สถานการณ์ปกติ และทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว” ลิวท์กล่าว
       
       ผลจากสถานการณ์ที่คับขันในกรุงจูบา ทำให้หน่วยงานสากลให้ความช่วยเหลือต่างๆ ได้จำกัดการเคลื่อนไหวในช่วงเวลานี้ชั่วคราว โดยหน่วยงานยูเอ็นได้ออกแถลงการณ์ว่า ด้มีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณรอบฐานที่ตั้ง แต่จะไม่เพิ่มการตรวจการณ์ในตัวเมืองหลวงของซูดานใต้ 
 In Clip : วอชิงตันสั่ง “สถานทูตสหรัฐฯ อพยพเจ้าหน้าที่-เก็บของหนีด่วน” หลังสู้รบในซูดานใต้วิกฤตหนัก ยอดเสียชีวิตพุ่งเกิน 300 ทหารจีนดับ 1
        

 In Clip : วอชิงตันสั่ง “สถานทูตสหรัฐฯ อพยพเจ้าหน้าที่-เก็บของหนีด่วน” หลังสู้รบในซูดานใต้วิกฤตหนัก ยอดเสียชีวิตพุ่งเกิน 300 ทหารจีนดับ 1

วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

พรุ่งนี้สหราชอาณาจักร จะมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่เป็นผู้หญิง



เทเรซา เมย์
พรุ่งนี้(13ก.ค.) สหราชอาณาจักร จะมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่เป็นผู้หญิง
เธอคือ เทเรซา เมย์ Theresa Mary May ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นผู้นำพรรคอนุรักษ์นิยม Conservative Party แทนดวิด คาเมรอน David Cameron

เธอจะเป็นนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้ผ่านการเลือกตั้งจากประชาชน(เพราะไม่มีการยุบสภาให้ประชาชนเลือกผู้นำ) แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับยูเค เพราะในรอบ 1 ศตวรรษ ประเทศนี้มีนายกฯ 24 คน และครึ่งหนึ่ง คือ 12 คนไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง รวมถึง วินสตัน เชอร์ชิล
นายกรัฐมนตรีคนใหม่วัย 59 (เกิด 1 ตุลาคม 1956) เคยทำงานที่ Bank of England ในปี 1977-1983 และเป็นมหาดไทยมาตั้งแต่ปี 2010 และเป็นรัฐมนตรีหญิงอาวุโสที่สุดในคณะรัฐบาลของคาเมรอน และเป็นรัฐมนตรีที่มีภาพลักษณ์สุขุมเยือกเย็นในทุกสถานการณ์ แถมแสดงให้เห็นว่ารับภาระได้ดีในการควบคุมดูแลงานในกระทรวงที่มีภาระงานหนักหน่วงมากที่สุดกระทรวงหนึ่งมาในช่วง 6 ปีที่นั่งเก้าอี้
แม้พรรคพวกของเธอเชื่อว่าความใฝ่ฝันสูงสุดของเมย์ตั้งแต่เข้าสู่เส้นทางการเมืองเมื่อปี 1997 คือเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศ แต่เธอก็ไม่เคยแสดงออกชัดเจน โดยเล่นบท"หนุนหลัง" เดวิด คาเมรอน มาอย่างเหนียวแน่นตลอดเวลา แต่ก็เคยลั่นปากว่าพรรคจะต้อง"เปลี่ยนแปลง" เพราะกลายเป็นพรรคการเมืองสำหรับชนชั้นสูงและผู้มีฐานะ โดยเธอกล่าวในช่วงของการหาเสียงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคหลังคาเมรอนลาออกว่า ต้องการปฏิรูปประเทศให้มีความเที่ยงธรรมและยุติธรรมมากขึ้น เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม
เทเรซา เมย์ สมรสกับ ฟิลิป เมย์ Philip May นักการธนาคารชาวอังกฤษ เมื่อปี 1980 โดยไม่มีบุตร ทำให้เธอไม่มีปัญหาถูกจับตาเรื่องชีวิตครอบครัวจากสื่อมวลชน แต่ที่สื่อสนใจก็คือ นายกรัฐมนตรีหญิงคนใหม่ได้ชื่อว่า"เจ้าแม่แฟชั่น"ตัวแม่คนหนึ่งในแวดวงการเมืองผู้ดี
ที่น่าสนใจก็คือ เธอมีคอลเล็กชั่นรองเท้าเยอะมา และยอมรับว่าเธอสะสมรองเท้าเป็นงานอดิเรก นอกเหนือจากการอ่านหนังสือและชอบทำอาหาร

คดีฟิลิปปินส์ฟ้องจีนกรรมสิทธิ์เหนือทะเลจีนใต้


คดีฟิลิปปินส์ฟ้องร้องจีนในเรื่องกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่ทะเลจีนใต้ เป็นคดีที่รอคอยกันมาตั้งแต่ปี 2546 เมื่อฟิลิปปินส์นำเรื่องฟ้องร้องในปีนั้น แต่จีนประกาศชัดไม่ยอมรับอำนาจอนุญาโตตุลาการที่กรุงเฮกและจะไม่ทำตามคำตัดสิน
ในคดีนี้ฟิลิปปินส์กล่าวหาว่า การดำเนินการด้านดินแดนใดๆของจีนในทะเลจีนใต้ถือว่าผิดกฎหมายระหว่างประเทศ จีนนั้นอ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่ทะเลจีนใต้ถึง 90% ซึ่งรวมไปถึงเกาะปะการังและหมู่เกาะอีกหลายแห่งที่ประเทศอื่นๆอีกหลายประเทศต่างอ้างเป็นของตน
สำหรับอนุญาโตตุลาการในคดีนี้ทำงานภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติเรื่องกฎหมายทางทะเล หรือ UNCLOS ที่ทั้งจีนและฟิลิปปินส์ต่างก็ลงนามทั้งคู่
คำตัดสินที่ออกมาจะถือว่ามีผลในทางกฎหมาย แต่คณะอนุญาโตตุลาการไม่มีอำนาจที่จะบังคับให้เป็นไปตามนั้น 
อย่างไรก็ตาม นักสังเกตการณ์ชี้ว่า เรื่องนี้แม้จีนจะปฏิเสธไม่เข้าร่วม และไม่ยอมรับอำนาจของอนุญาโตตุลาการรวมทั้งจะไม่ปฏิบัติตาม แต่ในด้านหนึ่ง จีนจะเสียชื่อเสียงอย่างมาก หากคำตัดสินในวันนี้ออกมาเป็นคุณกับฟิลิปปินส์มากกว่าจีนและจีนไม่ทำตาม โดยเฉพาะประเด็นว่าเป็นประเทศที่ไม่ทำตามกฎหมายระหว่างประเทศ นอกจากนั้น คำตัดสินในคดีนี้ยังจะถือเป็นแม่แบบสำหรับการตัดสินในคดีทำนองเดียวกันอื่นๆอีกด้วย อีกประการหนึ่ง คำตัดสินใจคดีนี้อาจนำไปสู่ความตึงเครียดให้ทวีขึ้นระหว่างจีน ฟิลิปปินส์ และรวมไปถึงสหรัฐฯ
มีผู้ออกมาเตือนแล้วว่า หากจีนแสดงปฏิกิริยารุนแรงตอบโต้ เรื่องนี้อาจส่งผลเสีย เพราะขณะนี้เห็นได้ชัดว่า จีนกำลังระดมกำลังต่อต้านคำตัดสินของอนุญาโตตุลาการ ขณะที่สหรัฐฯส่งเรือรบและเครื่องบินรบไปประจำเพราะคาดหวังว่าจะมีแรงเสียดทานเกิดขึ้น 
บทบรรณาธิการในนสพ.โกลบอลไทมส์ที่เป็นนสพ.แนวชาตินิยมของรัฐบาลจีนออกมาเรียกร้องทันทีให้จีนเตรียมตัวเพื่อรับมือ “การเผชิญหน้าทางกำลัง” ในขณะที่เรือรบของจีนก็ไปซ้อมรบใกล้หมู่เกาะพาราเซลที่เป็นต้นตอของการแย่งชิงกรรมสิทธิ์ด้วย
ขณะที่คณะอนุญาโตตุลาการบอกว่า คณะมีอำนาจในอันที่จะตัดสินคดีนี้รวมทั้งอีก 7 คดีจากในบรรดา 15 คดีที่ฟิลิปปินส์ร้องเข้าไป นอกจากนั้นคณะอนุญาโตตุลาการยังกำลังพิจารณาว่า ควรจะตัดสินอีก 8 คดีหรือไม่ 

ในส่วนของจีน จีนได้พยายามหาเสียงสนับสนุนจากบรรดาประเทศต่างๆ เพื่อสนับสนุนความเห็นของจีนที่ว่า ไม่ควรจะยอมรับคำตัดสินของอนุญาโตตุลาการ นักการทูตจีนหลายคนออกมาเขียนบทความอธิบายจุดยืนของรัฐบาลจีนโดยลงตีพิมพ์ในสื่อภาษาอังกฤษหลายแห่งทั่วโลก และจีนบอกว่า ขณะนี้มีประเทศต่างๆราว 60 ประเทศที่เห็นว่า ไม่ควรจะยอมรับคำตัดสินของคณะอนุญาโตตุลาการ แต่มีแค่ไม่กี่รายที่แสดงการสนับสนุนอย่างเปิดเผย

ในคำร้องของฟิลิปปินส์ที่มีถึงคณะอนุญาโตตุลาการเมื่อปี 2546 นั้น ฟิลิปปินส์คัดค้านข้ออ้างของจีนในเรื่องกรรมสิทธิ์รวมทั้งที่ไปดำเนินการต่างๆกับพื้นที่ทะเลจีนใต้ โดยระบุว่า เป็นเรื่องขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ ฟิลิปปินส์กล่าวหาว่าจีนเข้าแทรกแซงในหลายเรื่องเช่นเรื่องการทำประมง การขุดทรายเพื่อสร้างเกาะเทียม สร้างอันตรายต่อการเดินเรือ และอื่นๆ และยังได้ร้องขอให้อนุญาโตตุลาการปฏิเสธข้ออ้างของจีนเรื่องมีกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่ทางทะเลซึ่งข้ออ้างดังกล่าวทำให้จีนประกาศว่าตนเองถือกรรมสิทธิ์ในพื้นที่ทะเลจีนใต้ถึง 90% ดังปรากฏในแผนที่ของจีน

บิลล์ เฮย์ตัน ผู้เขียนหนังสือ South China Sea: The struggle for power in Asia บอกว่า โดยหลักๆแล้ว เนื้อหาตามคำร้องของฟิลิปปินส์ต้องการให้อนุญาโตตุลาการตัดสินว่า สิ่งที่จะยึดเป็นจุดสำคัญในการบ่งบอกเขตแดนในพื้นที่นี้มีอะไรบ้าง เพื่อจะได้ตัดสินได้ว่า แต่ละประเทศที่อ้างกรรมสิทธิ์นั้นควรจะมีพื้นที่แค่ไหน เช่น ในแผ่นดินหรือปะการังที่ผุดโผล่ให้เห็นช่วงน้ำลด ซึ่งหลายแห่งโผล่ให้เห็นเฉพาะในเวลาน้ำลดเท่านั้น หรือเรื่องของการกำหนดพื้นที่ของทะเล รวมถึงการกำหนดคำว่า “กองหิน” ซึ่งให้คำจำกัดความกันเอาไว้ว่าเป็นอะไรก็ตามที่อยู่เหนือผิวน้ำในช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูง โดยที่ไม่ต้องคำนึงถึงขนาด ในกรณีของสิ่งที่เรียกว่า “กองหิน” จะมีพื้นที่ทางทะเล 12 ไมล์ทะเลโดยรอบ ส่วน “เกาะ” ที่ถือว่า “คนสามารถอาศัยอยู่ได้โดยลำพังหรือมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ด้วยตัวเอง” จะได้พื้นที่ทางเศรษฐกิจ 200 ไมล์ทะเลโดยรอบ ดังนั้นหากคณะอนุญาโตตุลาการตัดสินว่า หมู่เกาะสแปรทลีย์ที่จีนเข้าไปถือครองในเวลานี้ เป็นเกาะตามคำจำกัดความนี้ จีนก็จะไม่สามารถอ้างกรรมสิทธิ์ 200 ไมล์ทะเลโดยรอบได้
ด้านประธานาธิบดีคนใหม่ของฟิลิปปินส์ นายดูแตร์เต้บอกว่า ฟิลิปปินส์พร้อมจะร่วมแบ่งปันทรัพยากรในทะเลจีนใต้เพื่อการพัฒนาร่วมกับจีนหากอนุญาโตตุลาการตัดสินเป็นคุณกับฝ่ายตน ท่าทีอันนี้แตกต่างไปจากของผู้นำคนก่อน
ภาพประกอบ
ภาพแรก จีนเร่งก่อสร้างสิ่งต่างๆบนหมู่เกาะบางแห่งในทะเลจีนใต้ นับตั้งแต่ที่มีการโต้แย้งกรรมสิทธิ์ของจีนเป็นต้นมา
ภาพที่ 2 เรือรบจีนลาดตระเวนก่อนการตัดสิน
ภาพแผนที่ทะเลจีนใต้ที่เป็นพื้นที่ข้อพิพาท แหล่งที่มา UNCLOS, CIA

ัทัศนทักษิณต่อผู้นำทหาร

อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร แนะแนวทางปรองดอง หัวหน้ารัฐบาลต้องใจใหญ่เหมือนเนลสัน แมนเดลา เข้าใจคนทั้งสองฝ่าย ขจัดความเกลียดชัง เลิกด่ากราด ย้ำสร้างสมานฉันท์ต้องเริ่มที่ทัศนคติของผู้นำ
เว็บไซต์วารสาร World Policy Journal เผยแพร่บทสัมภาษณ์ฉบับเต็มของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ที่พูดกับทีมงานกองบรรณาธิการเมื่อคราวไปแสดงปาฐกถาในงานของหน่วยงานคลังปัญญา World Policy Institute ในนครนิวยอร์ก เมื่อเดือนมีนาคม 2559
 เมื่อเดือนเมษายน เว็บไซต์ดังกล่าวได้เผยแพร่ส่วนแรกของบทสัมภาษณ์นี้ ดังที่ วอยซ์ ทีวี (23 เมษายน 2559) เคยถ่ายทอดนำเสนอก่อนหน้านี้ ล่าสุด ทางวารสารนำฉบับเต็มออกเผยแพร่ ซึ่งตีพิมพ์ในฉบับฤดูร้อน ปีค.ศ. 2016
 ระหว่างการให้สัมภาษณ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ตอบคำถามครอบคลุมหลายประเด็น ตั้งแต่สถานการณ์การเมืองภายหลังรัฐประหารปี 2557  โครงการรับจำนำข้าว มุมมองต่อภูมิภาค เช่น ปัญหาทะเลจีนใต้ บทบาทของจีน สหรัฐฯ อาเซียน และความเห็นต่อการจัดตั้งเขตการค้าเสรีแปซิฟิก หรือทีพีพี
 ในตอนท้าย กองบรรณาธิการของวารสาร เวิลด์ พอลิซี ซักถามอดีตนายกรัฐมนตรีไทยในเรื่องทิศทางนโยบายที่ประเทศไทยควรยึดเป็นเข็มมุ่ง และแนวทางเยียวยาความแตกแยกในสังคม
 WPJ : ถ้าตอนนี้คุณเป็นนายกรัฐมนตรี คุณจะล้มเลิกนโยบายอะไร และนำนโยบายอะไรมาใช้แทน
 ทักษิณ : มีเรื่องต้องทำเยอะแยะ เพราะเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยไม่ได้วางแผนอนาคตเลย พวกเขา (รัฐบาลทหาร) พยายามวางโครงสร้างอำนาจที่ชนชั้นนำและกลุ่มอำนาจดั้งเดิมจะสามารถกุมบังเหียนประเทศชาติได้
 เทคโนโลยีก้าวหน้าไปเรื่อยๆ การรักษาความสามารถในการแข่งขันยิ่งยากขึ้นๆ คุณต้องยืดหยุ่น คุณต้องมีกฎหมายที่ดี เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ระบบการศึกษาของเราแย่ลงๆ ฉะนั้น เราต้องยกเครื่องหลายสิ่งหลายอย่างทีเดียว
WPJ : ในเรื่องความสมานฉันท์ ต้องทำอะไรบ้าง จึงจะสามารถสร้างความปรองดองได้
ทักษิณ : ถ้าต้องการปรองดอง ผู้นำต้องมีใจใหญ่ อย่างเนลสัน แมนเดลา ถ้าคุณเป็นผู้นำ ต้องการความปรองดอง คุณต้องเข้าใจคนทั้งสองฝ่าย มองหากลไกที่จะทำให้คนหันหน้าเข้าหากัน ไม่ใช่เอาแต่ทำร้ายความรู้สึกของประชาชน ท่าทีที่คุณพูดจา ท่าทีที่คุณแสดงออก คุณต้องแสดงความเป็นผู้นำ แสดงให้เห็นว่าคุณรักประชาชนจริงๆ ที่เหลือก็ไม่ยากแล้ว
 WPJ : คุณคิดว่า กลไกอะไรที่จะเร่งสร้าง...
 ทักษิณ : มีกลไกหลายอย่าง แต่ทัศนคติต้องมาก่อน พอคุณมีทัศนคติแล้ว คุณจะหันหน้าเข้าหาคนอื่น ค้นพบกลไกร่วมกับคนอื่น ถ้าคุณเข้ามาด้วยหัวใจที่เปิดกว้าง จัดให้ทั้งสองฝ่ายนั่งลงคุยกัน - - เราเป็นคนไทยด้วยกันนะ พูดภาษาไทยเหมือนกันนะ ประเทศชาติต้องเดินไปข้างหน้านะ
 อนาคตจะเป็นอย่างไร เราไม่รู้ เพราะเราทะเลาะกัน เราเกลียดกัน ต้องละเลิกสิ่งนี้เป็นอันดับแรก คนเป็นผู้นำ เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องแสดงให้ประชาชนเห็น ไม่ใช่เข้ามาแล้วด่ากราดไปหมด.

วัฒนา เมืองสุข:"ประชามติผ่านเผด็จการเป็นใหญ่"



นายวัฒนา เมืองสุข อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย โพสเฟสบุ๊ตวันนี้(12ก.ค.59)

"ประชามติผ่านเผด็จการเป็นใหญ่"

เหตุผลหนึ่งที่ผมไม่เห็นชอบด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญคือ ส.ว. 250 คน ที่มาจากการสรรหาของคนที่ คสช. แต่งตั้ง แต่คำถามพ่วงให้มีอำนาจให้ความเห็นชอบกับการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะหากผ่านประชามติจะทำให้ตัวแทนของประชาชนไม่มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลได้เลยถ้าฝ่ายเผด็จการไม่เอาด้วย เช่น ส.ส. 350 คนที่มาจากการเลือกตั้งซึ่งถือเป็นเสียงข้างมากที่มั่นคงเพราะมีฝ่ายค้านเพียง 150 คน รวมตัวกันเพื่อจัดตั้งรัฐบาลแต่หาก ส.ว. 250 คนที่มาจากการสรรหาไม่เห็นด้วยเมื่อรวมกับฝ่ายค้าน 150 คน จะมีเสียง 400 เสียง มากกว่าเสียงข้างมากของ ส.ส. จึงสามารถขัดขวางการจัดตั้งรัฐบาลที่มาจากประชาชนได้ทันที ดังนั้น รัฐบาลที่จะจัดตั้งเพื่อบริหารประเทศจึงต้องเป็นรัฐบาลที่เผด็จการเห็นชอบ ไม่ใช่รัฐบาลที่มาจากประชาชน
วัฒนา เมืองสุข
พรรคเพื่อไทย
12 กรกฎาคม 2559

เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าค้นสำนักงาน “ประชาไท” แต่ไม่พบเอกสารผิดกฎหมาย

สำนักข่าวประชาไทเผยแพร่ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 นายเข้าตรวจค้นสำนักงานวันนี้ โดยพนักงานประชาไทระบุว่า มีเจ้าหน้าที่ทหารไปด้วยอีก 1 นาย แต่ไม่เข้าไปในสำนักงาน
ก่อนหน้านี้ ผู้สื่อข่าวประชาไทถูกจับกุม พร้อมนักกิจกรรมที่แจกเอกสารเรื่องการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นเอกสารการรณรงค์ที่ผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวประชาไทระบุว่า เขาเพียงติดรถนักกิจกรรมไปทำข่าวเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวของประชาไทยังได้โพสต์คลิปวิดีโอสัมภาษณ์พ.ต.ท.ธีระศักดิ์ ศรีประเสริฐ รองผู้กำกับการจากสถานีตำรวจสุทธิสารที่บอกว่า ตนพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นสำนักงานประชาไทตามหมายค้นจากศาลอาญา เนื่องจากเมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมามีผู้สื่อข่าวประชาไทถูกควบคุมตัวที่สถานีตำรวจภูธรบ้านโป่ง จ.ราชบุรี และเจ้าหน้าที่ยึดได้เอกสารที่อาจเกี่ยวข้องกับการลงประชามติไว้ เนื่องจากสถานีตำรวจสุทธิสารดูแลพื้นที่ที่สำนักข่าวประชาไทตั้งอยู่ จึงได้เข้าไปตรวจสอบ และหลังจากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีเอกสารที่อาจเกี่ยวข้องกับเอกสารที่ทำให้ผู้สื่อข่าวประชาไทถูกจับกุม หรือเอกสารที่เกี่ยวกับความมั่นคงแต่อย่างใด นอกจากนั้นยืนยันว่าการตรวจค้นเป็นการกระทำตามกฎหมาย มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดำเนินการ โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารที่ไปด้วยเพียงแต่สังเกตการณ์อยู่ด้านนอกสำนักงานเท่านั้น
(ภาพประกอบข่าวจากประชาไท)

เปิด 7 ประเด็นหลักในคำตัดสินศาลโลก ชี้จีนไม่อาจอ้างกรรมสิทธิ์ในทะเลจีนใต้

เปิด 7 ประเด็นหลักในคำตัดสินศาลโลก ชี้จีนไม่อาจอ้างกรรมสิทธิ์ในทะเลจีนใต้

หลังจากศาลอนุญาโตตุลาการถาวรที่กรุงเฮกของเนเธอร์แลนด์ มีคำตัดสินว่าจีนไม่มีสิทธิทางกฏหมายและสิทธิในทางประวัติศาสตร์ใด ๆ ในการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือเขตแดนในทะเลจีนใต้ บรรดานักวิเคราะห์ต่างมองว่า คำตัดสินนี้จะเป็นโอกาสสำคัญสำหรับประเทศอื่น ๆ ที่อ้างกรรมสิทธิ์แย้งกับจีน ซึ่งได้แก่ฟิลิปปินส์ เวียดนาม มาเลเซีย บรูไน และไต้หวัน ในการใช้คำตัดสินนี้เป็นเครื่องมือในการต่อรองเคลื่อนไหวเรื่องเขตแดนและทรัพยากรในทะเลจีนใต้ต่อไป แม้จีนจะออกมาแถลงไม่ยอมรับคำตัดสินดังกล่าวอย่างหนักแน่นก็ตาม

ประเด็นสำคัญในคำตัดสินที่เป็นเอกฉันท์ของคณะอนุญาโตตุลาการถาวรมีดังนี้

- จีนไม่มี “สิทธิทางประวัติศาสตร์” ใด ๆ เหนือน่านน้ำในทะเลจีนใต้
- เส้นประกำหนดเขตแดน 9 เส้น ที่จีนใช้อ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่ถึงร้อยละ 85 ของทะเลจีนใต้ ไม่สามารถนำมาใช้อ้างสิทธิเหนือพื้นที่เขตเศรษฐกิจจำเพาะของชาติอื่น ๆ ตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล ปี 1982
- ไม่มีกองหินหรือเกาะใด ๆ ของหมู่เกาะสแปรตลีย์ในทางตะวันตกของฟิลิปปินส์ ที่จะเป็นเครื่องหมายในการให้สิทธิที่ชอบธรรมแก่จีนเพื่อเข้าถึงน่านน้ำในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของฟิลิปปินส์ได้
- จีนได้เข้าไปก้าวก่ายขัดขวางสิทธิการทำประมงที่มีมาแต่เดิมของฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบแนวสันทรายสคาร์โบโรห์
- การสำรวจหาน้ำมันดิบของจีนบริเวณใกล้กับภูเขาไฟใต้ทะเล รีด แบงค์ ละเมิดอธิปไตยของฟิลิปปินส์
- การสร้างเกาะเทียมและการทำประมงเกินพิกัดของจีน ได้ทำลายระบบนิเวศบางส่วนของหมู่เกาะสแปรตลีย์ไป
- จีนได้ละเมิดข้อตกลงกับชาติอื่นในภูมิภาค ในอันที่จะงดเว้นการกระทำยั่วยุซึ่งจะนำไปสู่ความขัดแย้ง ระหว่างที่กระบวนการเจรจาแก้ปัญหาทะเลจีนใต้ยังไม่สิ้นสุดลง

กระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์แสดงความยินดีต่อคำตัดสินดังกล่าว พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องใช้ความอดทนอดกลั้นและจริงจังกับประเด็นนี้ โดยฟิลิปปินส์ขอแสดงความเคารพต่อคำตัดสินที่เป็นความก้าวหน้าสำคัญ และเป็นประโยชน์ใหญ่หลวงต่อการคลี่คลายกรณีพิพาทที่กำลังดำเนินอยู่ในทะเลจีนใต้

ด้านประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนกล่าวว่า จีนจะอุทิศตนรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในทะเลจีนใต้ต่อไป แต่จะไม่ยอมรับสถานะหรือการกระทำใด ๆ ในอนาคต ที่อ้างคำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการถาวรนี้

ชาติที่เป็นคู่กรณีกับจีนซึ่งอ้างกรรมสิทธิ์ทับซ้อนในทะเลจีนใต้ ได้ออกมาแสดงความยินดีต่อคำตัดสินเช่นกัน โดยเวียดนามออกแถลงการณ์สนับสนุนคำตัดสินในครั้งนี้ และขอสนับสนุนการใช้สันติวิธี รวมถึงวิถีทางการทูตในการแก้ไขกรณีพิพาททะเลจีนใต้ โดยเวียดนามจะได้ออกแถลงการณ์ในรายละเอียด เพื่อยืนยันอธิปไตยเหนือหมู่เกาะพาราเซลและหมู่เกาะสแปรตลีย์ของตนอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ไต้หวันได้แถลงไม่ยอมรับคำตัดสินในครั้งนี้ เนื่องจากตนไม่ได้มีส่วนร่วมหรือได้รับเชิญให้คำปรึกษาแก่คณะอนุญาโตตุลาการในการพิจารณาคดี

จนท.บุกยึดจดหมาย 2 พันฉบับ ปลุกระดมประชาชน หวังคว่ำร่าง รธน.

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 12 กรกฎาคม พล.ต.กิตติศักดิ์ แม้นเหมือน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32  ลำปาง นำกำลังเจ้าหน้าที่สารวัตรทหาร และเจ้าหน้าที่ทหารชุดการข่าว เดินทางไปยังที่ทำการไปรษณีย์ สาขาลำปาง  ซึ่งเป็นสาขาใหญ่ ตั้งอยู่ ต.หัวเวียง องเมือง เขตเทศบาลนครลำปาง หลังได้รับแจ้งจากที่ทำการไปรษณีย์ สาขาลำปาง ว่า พบจดหมายลักษณะ ผิดปกติมีเป็นจำนวนมาก โดยเป็นซองขาว มีตราครุฑ อยู่มุมซ้ายบน จ่าหน้าซองถึงบ้านเลขที่ของผู้รับ แต่ไม่มีการระบุชื่อถึงผู้รับ และไม่ระบุชื่อของผู้ส่ง และจดหมายบางซอง ไม่ได้ปิดผนึก แต่มีการติดแสตมป์ เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดออกมาดูพบมีข้อความลักษณะเบี่ยงเบนการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ และเชิญชวนประชาชนไม่ให้รับร่างรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 7 สิงหาคม 2559 นี้ ดังนั้น ทางที่ทำการไปรษณีย์ สาขาลำปาง จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ โดยทาง พล.ต.กิตติศักดิ์ ก็ได้สั่งการประสาน นายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พ.ต.อ.นิคม เครือนพรัตน์ ผู้กำกับการ สภ. เมืองลำปาง  ตลอดจนเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และหน่วยที่เกี่ยวข้องให้รีบเข้ามาตรวจสอบร่วมกัน
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ที่ทำการไปรษณีย์ สาขาลำปาง โดย  นางมณธิดา  แสนจิตต์ ตำแหน่ง พนักงานขาออก มีหน้าที่ไขตู้ไปรษณีย์ต่าง ๆ ประจำวัน โดยได้ไปไขตู้ไปรษณีย์ประจำตลาดสดออมสิน และหน้าโรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย , แยกศรีชุม, แยกวัดน้ำล้อม , หน้าโรงเรียนลำปางกัลยาณี ซึ่งทั้งหมดอยู่ในเขตตัวเมืองลำปาง หลังจากนั้นก็ได้นำจดหมายทั้งหมด มาที่ทำการ เพื่อทำการคัดแยกสิ่งตีพิมพ์ จึงพบความผิดปกติกับจำนวนจดหมายลักษณะดังกล่าว จึงนำเรียนหัวหน้าไปรษณีย์ลำปางทันที ซึ่งเมื่อทำการนับดูพบว่ามีจำนวนกว่า 2,000 ซอง อย่างไรก็ตามเมื่อเจ้าหน้าที่ของ จ.ลำปาง ทุกฝ่ายเดินทางมาถึงก็ได้ทำการตรวจสอบร่วมกันอย่างละเอียด ซึ่งนอกจากพบข้อความข้างต้นแล้ว ก็ไม่พบว่า เป็นการระบุว่า เป็นการกระทำของผู้ใด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และสืบสวนหาต้นต่อในเรื่องนี้ต่อไป
พล.ต.กิตติศักดิ์ แม้นเหมือน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ลำปาง ได้สั่งการให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง ทำการอายัดจดหมายทั้งหมดไว้ ทั้งซอง และเอกสารภายในจดหมาย และให้นำกลับไปยัง สภ.เมืองลำปาง เพื่อเก็บไว้ และจะได้ทำการแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายต่อพนักงานสอบสวนต่อไป ซึ่งจดหมาย และเอกสารดังกล่าวนั้น ถือว่าเป็นหลักฐานที่จะดำเนินการสืบสวน เพื่อเอาผิดต่อผู้ที่ทำขึ้น นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้ทางหัวหน้าไปรษณีย์ สาขาลำปาง ซึ่งเป็นสาขาใหญ่ดูแล จ.ลำปาง ให้ประสานไปยังที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งใน จ.ลำปาง 13 อำเภอ ให้ช่วยเข้มงวด ตรวจสอบ และกวดขัน จดหมายที่มีลักษณะดังกล่าว หากพบให้ทำการอายัดไว้ห้ามนำส่งต่อโดยเด็ดขาด เพราะหากหลุดไปถึงมือประชาชน จะสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนไปได้
ด้าน พ.ต.อ.นิคม เครือนพรัตน์ ผู้กำกับการ สภ.เมืองลำปาง ก็ได้ประสานให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานลำปาง ทำการตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงตามซองจดหมายดังกล่าว เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการสืบสวนติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีให้ได้ นอกจากนี้ ยังสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองลำปาง ออกตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด ตามเส้นทางต่างๆ ที่มีการหย่อนจดหมายลงตู้ไปรษณีย์ เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดมาให้ได้โดยเร็ว
201607122038112-20110510201751
201607122038114-20110510201751
201607122038113-20110510201751

ชาวเวเนฯนับหมื่นข้ามพรมแดนซื้ออาหาร

ชาวเวเนฯนับหมื่นข้ามพรมแดนซื้ออาหาร
Tuesday, July 12, 2016 - 00:00
ชาวเวเนฯ ข้ามพรมแดนมาซื้ออาหารที่เมืองคูคูตา โคลอมเบีย
ชาวเวเนซุเอลาหลายหมื่นคนข้ามพรมแดนไปโคลอมเบียเพื่อซื้ออาหารและยารักษาโรคเมื่อวันอาทิตย์หลังมีการเปิดพรมแดน 12 ชั่วโมง
ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา นิโกลัส มาดูโร สั่งปิดพรมแดนที่ติดกับโคลอมเบียตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้วตามมาตรการป้องกันอาชญากรรม โดยระบุว่าบริเวณนี้เป็นพื้นที่แทรกซึมของกำลังรบกึ่งทหารของโคลอมเบียและแก๊งอาชญากร และป้องกันไม่ให้ลักลอบขนสินค้าราคาถูกจากเวเนซุเอลาเข้าโคลอมเบีย แต่เมื่อวันอาทิตย์ทางการเปิดพรมแดน 12 ชั่วโมง
เวเนซุเอลากำลังเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจอย่างรุนแรงทำให้ขาดแคลนอาหารและสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวันอย่างมาก เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีรายงานว่าหญิงชาวเวเนซุเอเลาราว 500 คน ลักลอบข้ามพรมแดนเพื่อไปซื้ออาหาร
เจ้าหน้าที่โคลอมเบียเผย การเปิดพรมแดนเมื่อวันอาทิตย์มีประชาชนข้ามพรมแดนจากเมืองซาน อันโตนิโอ เดล ตาชีรา ในเวเนซุเอลา มาเมืองคูคูตาในโคลอมเบียราว 35,000 คน
ซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ ในโคลอมเบียแออัดด้วยชาวเวเนซุเอลาที่มาซื้อสินค้าจำเป็นต่างๆ ได้แก่ ข้าว, น้ำมันพืช, แป้งและน้ำตาล โดยหญิงเวเนซุเอลาคนหนึ่งบอกว่า ที่นี่มีทุกสิ่งที่เธอต้องการ ส่วนหญิงอีกคนหนึ่งที่ข้ามพรมแดนมาพร้อมกับสามีและลูกเล็กอีก 2 คนให้ความเห็นว่า รัฐบาลไม่ควรปิดพรมแดน เธออยู่ที่เมืองซาน อันโตนิโอ และความเป็นจริงคือ ขณะนี้เราไม่มีอาหารให้ลูกๆ ได้กิน
ส่วนชาวเวเนซุเอลาที่ต้องการข้ามพรมแดนในช่วงเวลาที่พรมแดนปิดจะต้องมีใบอนุญาตพิเศษจากทางการ.

จาตุรนต์Fb

(ข้อมูล)
จาตุรนต์Fb
//
ต้องบอกพล.อ.ประยุทธ์ว่า เถื่อนเกินไปแล้วครับ
ตอนแรกที่คสช.กับนายกฯปูดเรื่องร่างรัฐธรรมนูญปลอมขึ้นมา ผมก็นึกว่าเพื่อดิสเครดิตเอกสารที่เห็นแย้งหรือแค่ขู่เพื่อให้นักศึกษาไม่กล้าทำอะไรต่อไป กับสร้างเรื่องให้ดูเลวร้ายน่ากลัวว่ามีคนหนุนหลังออกทุนให้ ทั้งๆที่เรื่องทั้งหมดไม่มีมูลอะไรเลย
พอมาจับนักศึกษากับผู้สื่อข่าวคราวนี้ ก็เข้าใจแผนโฉดแล้ว ว่าทำไมจู่ๆกุเรื่องร่างปลอมกันขึ้นมา
ร่างปลอมไม่เคยมี ถ้าฝ่ายทางการว่ามีจนบัดนี้ก็ไม่เห็นเอามาแสดงได้ ส่วนเอกสารที่พูดถึงกันนั้น ก็คือ เอกสารเห็นแย้งที่เขาก็บอกอยู่ชัดเจน ไม่ได้อ้างหรือหลอกลวงว่าเป็นร่างรัฐธรรมนูญ เนื้อหาก็ไม่มีอะไรผิดกฎหมายประชามติหรือกฎหมายอื่นใด
กกต.สมชัย ศรีสุทธิยากรเองก็ยังให้ความเห็นว่าไม่มีอะไรผิดกฎหมายประชามติ
ผมเอารูป 4 รูปมาให้ดูเพื่อจะเล่าให้ฟังว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนผมไปร่วมเสวนาเรื่องรัฐธรรมนูญกับประชามติที่ห้องส่งสถานีไทยพีบีเอส ถึงเวลาทานข้าว แมน ปกรณ์ อารีกุล ก็เอาเอกสารแสดงความเห็นแย้งมาแจกผู้เข้าร่วมเสวนา กกต.สมชัยนั่งอยู่กับผม ก็ยังบอกว่าการแจกเอกสารไม่ผิดกฎหมายประชามติ ผมก็ขอเอกสารจากแมน ปกรณ์มาปึกเล็กๆเพื่อช่วยแจก ผมยังแจกให้กกต.สมชัยด้วยเลย ก่อนแจก ผมถามคุณสมชัยว่าจะขอถ่ายรูปยืนคู่กันรับส่งเอกสารได้มั้ย คุณสมชัยบอกว่าอย่าเลย เดี๋ยวใครเอาไปขยายความผิดๆ ผมถามว่าถ้าผมแจกคนที่อยู่ที่นี่ รวมทั้งคุณสมชัยๆจะรับมั้ย คุณสมชัยบอกว่ารับ ผมก็เลยแจกให้คุณสมชัย อาจารย์เอกชัย ไชยนุวัติช่วยถ่ายรูปไว้ให้ ซึ่งผมก็พูดกับคุณสมชัยแล้วว่า ถ้าไม่ได้ตั้งใจโพสต์ท่าถ่ายรูปคงไม่เป็นไรนะ คุณสมชัยก็ไม่ว่าอะไร
ที่เล่ามาเพื่อจะบอกว่าเอกสารนี้ไม่มีอะไรผิดกฎหมาย การแจกก็ไม่ผิดกฎหมาย เพราะการแจกเอกสาร ก็คือ การเผยแพร่ความคิดเห็นวิธีหนึ่งซึ่งได้รับการคุ้มครองตามพ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 7 การมีเอกสารนี้ไว้ในครอบครองก็ไม่ผิดกฎหมายอะไรเช่นกัน
การที่ตำรวจไปจับนักศึกษา 3 คนที่ไม่ได้ทำผิดอะไรเลยกับผู้สื่อข่าวอีก1 คนที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ โดยตั้งข้อหาว่ากระทำผิดพ.ร.บ.ประชามติและเอาพวกเขาไปขัง ทั้งยังไม่ให้ประกันตัว จึงเป็นการทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพโดยไม่มีเหตุอันควร ลิดรอนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง
เข้าใจได้ไม่ยากว่าจุดมุ่งหมายของตำรวจคงไม่ใช่แค่ต้องการสกัดกั้นขัดขวางไม่ให้นักศึกษากลุ่มนี้เผยแพร่เอกสารความเห็นแย้ง แต่น่าจะมาจากระดับสูงกว่านั้นที่ต้องการยับยั้งการเผยแพร่ความเห็นต่างให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดลงไป
การกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจดูจะสอดคล้องกับการกุเรื่องไปจากส่วนกลาง คือ คสช.และรัฐบาล โดยเฉพาะตัวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาเอง
คงบอกพล.อ.ประยุทธ์ว่า เถื่อนเกินไปแล้ว คุณพร่ำพูดอยู่ตลอดว่าให้ทุกคนทำตามกฎหมาย แต่ที่ทำนี่กลับไม่ได้เป็นไปตามกฎหมายอะไรเลย นึกจะทำอะไรก็ทำ ไม่ต้องดูตัวบทกฎหมายอะไร อยากจะจับใครไปขังเพื่อขู่ใครก็ทำกันตามใจชอบ แถมยังพูดส่งเดชเรื่อยเปื่อยอยู่เสมอว่าเพื่อรักษากฎหมาย
ถ้าร่างรัฐธรรมนูญของพวกคุณดีจริง ทำไมถึงกลัวความเห็นต่างขนาดนี้
ถึงแม้จะต้องพบเห็นเหตุการณ์เลวร้ายแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ผมก็ไม่เสนอให้ใครทำอะไรที่ทำให้เกิดความวุ่นวายเพื่อให้เข้าล็อคเข้าทางผู้มีอำนาจหรอกครับ
เขากำลังจะหาเหตุล้มประชามติกันอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้
ก็คงต้องสู้ทางกฎหมายกันไป ช่วยกันทำให้คนไทยและชาวโลกเห็นความไม่เป็นธรรม ช่วยกันเรียกร้องให้หยุดการคุกคามย่ำยีนักศึกษา ประชาชนผู้บริสุทธิ์ และสื่อมวลชนที่กำลังปฏิบัติหน้าที่
การที่จะหยุดการใช้อำนาจตามอำเภอใจแบบนี้ มีวิธีที่ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการและชอบธรรมอย่างยิ่งอยู่ทางหนึ่ง คือ การแสดงออกในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ครับ อย่าไปรับรองการใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรมและช่วยกันบอกผู้มีอำนาจว่า เลิกทำอะไรตามอำเภอใจได้แล้ว
……………….
‪#‎ประชามติ‬ ‪#‎ความเห็นแย้ง‬ ‪#‎แมนปกรณ์‬ ‪#‎ขบวนการประชาธิปไตยใหม่‬
‪#‎จาตุรนต์ฉายแสง

ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร:ตลาดหุ้นไทยไซด์เวย์ เลือกหุ้นปันผล - P/E ต่ำ

ตลาดหุ้นไทยไซด์เวย์ เลือกหุ้นปันผล - P/E ต่ำ
12 ก.ค. 59
ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

ตลาดหุ้นไทยขยับอีกครั้ง หลังปัจจัย Brexit ทำงานเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้า-ออกมากขึ้น ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงในประเทศยังรุมเร้ารอบด้าน เศรษฐกิจไทยโตช้า ตลาดหุ้นสหรัฐรอเฟดขยับดอกเบี้ยขึ้น กูรูด้านวีไอ “ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร” แนะลดพอร์ตลงทุนถือเงินสดรอจังหวะ เลือกหุ้นพี/อีต่ำ ปันผลเด่น ธุรกิจมั่นคงสูง

ดร.นิเวศน์ เหมวชิวรากร นักลงทุนแนววีไอ กล่าวว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในลักษณะไซด์เวย์ มีความผันผวนและลงทุนได้ยากขึ้น ปัจจุบันเขาได้ลดพอร์ตลงทุนลง โดยถือเงินสดไว้ราว 40% ของพอร์ตลงทุน ซึ่งเป็นช่วงที่ถือเงินสดไว้มากที่สุดเมื่อเทียบกับช่วงปกติที่เคยถืออยู่ 0.5% เนื่องจากมองว่ายังมีปัจจัยเสี่ยงเข้ามากระทบตลาดหุ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น เศรษฐกิจ จีน ญี่ปุ่น และยุโรปที่ยังชะลอตัวอยู่


ทั้งนี้มีเพียงเศรษฐกิจของสหรัฐที่ดีขึ้น แต่ก็มีแนวโน้มจะปรับดอกเบี้ยขึ้นในอนาคต ทำให้เม็ดเงินต่างชาติพร้อมโยกกลับเข้าไปยังตลาดหุ้นสหรัฐ ซึ่งนักลงทุนจะต้องจับตามองเพราะจะเปลี่ยนแปลงแนวโน้มการลงทุนของโลกที่ส่งผลทางอ้อมกับไทย และกระทบต่อการเคลื่อนย้ายเม็ดเงินลงทุนได้ ขณะเดียวกันอัตราดอกเบี้ยของไทยอยู่ในระดับต่ำมาหลายปีจึงไม่มีเหตุจูงใจทำให้เม็ดเงินต่างชาติไหลเข้ามา ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยยังเติบโตช้า

“อาการของหุ้นที่ขึ้นไปได้ไม่ไกล ขึ้นไปสักพักก็ลงหรือลงไปสักพักเดี๋ยวก็ขึ้น อาการแบบนี้ผมเรียกว่าไซด์เวย์เพราะพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียน พื้นฐานเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกไม่ค่อยดีเมื่อหุ้นไม่ไปไหนและปัจจัยเสี่ยงเยอะนักลงทุนควรถือเงินสดไว้รอจังหวะที่หุ้นตกแรงๆ ค่อยเข้าไปซื้อสะสมหุ้นจะดีกว่า”

เขาบอกว่า หุ้นหลายตัวที่ถืออยู่เฉลี่ย 10 ปี ให้ผลตอบแทนเป็น 10 เท่า บางตัวถือมากกว่า 10 ปี หลายตัวราคาหุ้นปรับขึ้นมามากแล้ว เขาจึงตัดสินใจขายหุ้นออกมาหลายตัว อาทิ กลุ่มโมเดิร์นเทรดค้าปลีกอย่าง BIGC เป็นต้น ประกอบกับในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โมเดิร์นเทรดบางกลุ่ม เช่น ไฮเปอร์มาร์เก็ตขยายตัวช้าอย่างชัดเจนจากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดีทำให้การขยายสาขาเริ่มอิ่มตัว

ปัจจุบันสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) หุ้นไทยสูงถึง 20 เท่าต้องระมัดระวังในการลงทุนเพราะมองว่าหุ้นมีโอกาสจะลงมากกว่าปรับขึ้น จึงต้องรอจังหวะและเลือกเล่นหุ้นที่ปันผลดี และธุรกิจมีความมั่นคงสูง ถึงแม้กำไรจะไม่ค่อยโตหรือโตช้า อาทิ กลุ่มแบงก์ โดยเฉพาะแบงก์ใหญ่ปันผลสูง 3-4% ดีกว่าฝากเงิน, กลุ่มค้าปลีกบางตัวเริ่มฟื้นตัวบ้างจากการบริโภค ส่วนกลุ่มสื่อสารแม้กำไรลดจริง แต่ทุกคนยังใช้มือถือ และกลุ่มโรงพยาบาล แต่ตอนนี้ราคาปรับขึ้นไปมากแล้ว

“ตอนนี้หุ้นที่โตเร็วในเมืองไทยคือหุ้นตัวเล็กๆบางตัว พี/อี สูงมาก 40-50 เท่า ซึ่งโตเร็วแต่ซื้อไม่ลงเพราะขึ้นได้ด้วยเม็ดเงิน และเมื่อเม็ดเงินหายไปหุ้นจะตกลงมาแรง นาทีนี้จึงมองหาหุ้นที่ P/E ต่ำกว่า 10 เท่าเป็นหุ้นที่ไม่ค่อยโตหรือโตช้าๆ หรือโตเล็กน้อยก็ยังดี แต่จ่ายปันผลดี ธุรกิจมีความมั่นคงสูง”

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เขาได้กระจายความเสี่ยงไปลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามด้วยเพราะเห็นว่าเศรษฐกิจของประเทศเวียดนามเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
ซึ่งบริษัทขนาดใหญ่ระดับอินเตอร์ เช่น ซัมซุง แอลจี และโซนี่เริ่มย้ายฐานการผลิตจากไทยไปบ้างแล้ว โดยเฉพาะสินค้าใหม่ๆ เนื่องจากเป็นแหล่งผลิตที่มีแรงงานที่ถูกคุณภาพดี และส่งออกสะดวก

“ในช่วงปีแรกที่เข้าๆ ไปลงทุนแม้จะไม่มีกำไรจากการลงทุน แต่ได้ผลตอบแทนปันผลมาประมาณ 10% ซึ่งเป็นระดับที่พอใจ และหลังจากลงทุนมาได้ 2 ปีผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเป็น 30 กว่า% แบ่งเป็นกำไรจากราคาหุ้น 20% และเงินปันผล 10 กว่า%”
- See more at: http://www.moneychannel.co.th/columnist_blog_detail/133#sthash.I4Wb3pt7.dpuf