PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันศุกร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2560

ตำรวจอังกฤษเปิดเผยชื่อผู้ก่อการร้าย "Khalid Masood" โจมตีกรุงลอนดอน

ตำรวจอังกฤษเปิดเผยชื่อผู้ก่อการร้าย "Khalid Masood" โจมตีกรุงลอนดอน, ลอนดอนโมเดล เกิดเหตุคนร้ายพยายามขับพุ่งชนฝูงชนย่านชอปปิ้งในเมือง Antwerp ประเทศเบลเยี่ยม ตำรวจรวบตัวได้แล้ว
----------
1.) วันที่ 23 มี.ค.60 RT พาดหัวข่าวว่า "ผู้ก่อเหตุโจมตีรัฐสภาอังกฤษชื่อ Khalid Masood วัย 52 ปี" (London parliament attacker named as 52-year-old Khalid Masood)
ผู้ก่อการร้ายที่ก่อเหตุโจมขับรถพุ่งชนฝูงชนบนสะพานเวสต์มินเตอร์มุ่งหน้าไปยังรัฐสภาอังกฤษ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 4 คน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 นาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บถึง 40 คนมีชื่อว่า "Khalid Masood" ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงตายในที่เกิดเหตุ มีอายุ 52 ปี เกิดที่เมือง Kent ประเทศอังกฤษ และเพิ่งจะย้ายไปอยู่ที่เมือง West Midlands เมื่อเร็วๆนี้ ใช้ชื่อเล่นหลายชื่อ เป็นครูสอนภาษาอังกฤษ มีลูกสามคน เป็นพวกนิยมไอซิส
นาย Masood ไม่ได้อยู่ในรายชื่อบุคคลที่ต้องจับตาเป็นพิเศษจากการสืบสวนสอบสวนของฝ่ายความมั่นคงของอังกฤษในปัจจุบัน และทางการอังกฤษก็ไม่มีข้อมูลข่าวกรองว่าเขามีแนวโน้มว่าจะก่อเหตุโจมตีด้วยการก่อการร้ายมาก่อน
เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า แต่ฝ่ายตำรวจอังกฤษก็รู้ว่าเขาเคยกระทำผิดในข้อหาทำร้ายร่างกายหลายครั้งก่อนหน้านี้ และพกพาอาวุธมีดในที่สาธารณะด้วย
กระทำผิดกฎหมายครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 1983 ในข้อหาการทำอันตรายที่เข้าข่ายอาชญากรรม และกระทำผิดกฎหมายครั้งล่าสุดเมื่อเดือนธันวาคม 2003 ในการพกพาอาวุธมีด (ในที่สาธารณะ?) ไม่เคยต้องคดีสนับสนุนขบวนการก่อการร้าย
Sky News รายงานว่า นาย Khalid Masood เป็นครูสอนภาษาอังกฤษ และเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม แต่งงานแล้ว มีลูกสามคน
ต่อมาสำนักข่าว Amaq ของพวกไอซิสโพสต์ข้อความว่า "แหล่งข่าวของ Amaq กล่าวว่า: ผู้โจมตีหน้ารัฐสภาอังกฤษในกรุงลอนดอนเมื่อวานนี้ เป็นหนึ่งในทหารของ 'ขบวนการก่อการร้ายรัฐอิสลาม' (พวกไอซิส) ลงมือปฏิบัติการในการตอบโต้ต่อการเรียกร้องต่อเป้าหมายพลเรือนของพวกชาติพันธมิตร"
[เดนมนุษย์สารเลวพวกนี้ชอบอ้างพระเจ้าและศาสนาในการกระทำความชั่วของตนเอง พอทำแล้วพวกมันก็โยนความผิดจากการกระทำชั่วของพวกมันต่อคนบริสุทธิ์ทั่วไป ไปให้กับพระเจ้าและศาสนา - ผู้แปล]
2.) ส่วนอีกข่าวหนึี่งซึ่งคล้ายกับลอนดอนเกิดตามหลังกันติดๆหนึ่งวัน ก็คือที่เมือง Antwerp ประเทศเบลเยี่ยม วันเดียวกันนี้ RT พาดหัวข่าวว่า "ตำรวจเบลเยี่ยมได้หยุดผู้ต้องสงสัยหวังโจมตีด้วยรถยนต์ในเมือง Antwerp" (Belgian police stop suspected car-ramming attack in Antwerp)
ชายคนหนึ่งถูกจับกุมได้ในเมือง Antwerp ประเทศเบลเยี่ยม เชื่อว่าหลังจากที่เขาพยายามขับรถเข้าไปในถนนย่านช็อปปิ้งด้วยความเร็วสูง ตำรวจกล่าว
"รถยนต์คันหนึ่งติดทะเบียนฝรั่งเศสได้แล่นเข้าไปในถนน Meir [ถนนช้อปปิ้ง/ย่านการค้า] ด้วยความเร็วสูง ผู้คนตามทางเดินต่างก็พากันกระโดดหลบหนีรถยนต์ออกด้านข้าง" Serge Muyters หัวหน้าตำรวจเมือง Antwerp กล่าวในการแถลงข่าว
Serge Muyters กล่าวอีกว่า "เพื่อนๆ (ตำรวจ) ของพวกเราได้บังคับให้คนขับรถคันดังกล่าวหยุดรถ แต่เขาก็ขับหนีไป และวิ่งฝ่าไฟแดง เราส่งชุดเฉพาะกิจและรถยนต์ออกไป จากนั้นคนขับรถคันนั้นก็หยุด ชายคนหนึ่งในชุดลายพรางถูกควบคุมตัว"
เจ้าหน้าที่กล่าวว่า พบอาวุธมีด ปืนหนึ่งกระบอก และถังแก๊สไม่ทราบชนิดของของเหลวที่บรรุอยู่ภายใน ในรถยนต์ของผู้ต้องสงสัย รอยเตอร์สรายงาน สำนักข่าว AFP ของฝรั่งเศสกล่าวว่า "ชายคนนั้นเป็นคนเชื้อสายแอฟริกาเหนือ และเชื่อว่าเป็นมุสลิมหัวรุนแรง" ต่อมาทางการเปิดเผยว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้ชื่อ Mohamed R. อายุ 39 ปี เป็นชาวตูนีเซีย อาศัยอยู่ในประเทศฝรั่งเศส
ประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ของฝรั่งเศสกล่าวว่า "ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับคนสัญชาติฝรั่งเศส มีความเป็นไปได้ที่จะมีอาวุธบางอย่างอยู่ในบูทของเขาด้วย มันขึ้นอยู่กับศาลในการออกแถลงการในเรื่องนั้น ว่าชายคนนี้กำลังมองหาการฆ่า หรืออย่างน้อยเพียงเพื่อต้องการก่อเหตุสะเทือนขวัญ ดังนั้นพวกเราจะต้องเดินหน้าในการเฝ้าระวังระดับสูงและเคลื่อนกำลังพลของพวกเราทั้งหมดเอาไว้"
รอยเตอร์รายงานว่า อย่างไรก็ตาม ตามแหล่งข่าวในฝรั่งเศสบอกว่า ทางการเชื่อว่าผู้ต้องสงสัยไม่ได้พยายามที่จะชนใคร บางทีเขาอาจจะเมาเหล้า และพยายามขับรถหนีจากการตำรวจของตำรวจก็ได้ [AFP ของฝรั่งเศสบอกว่าผู้ต้องสงสัยอาจจะเป็นชาวมุสลิม ส่วน Reuters บอกว่าหมอนั่นอาจจะเมาเหล้าก็ได้ ศาสนาอิสลามห้ามดื่มเหล้า ตกลงว่าเขาเป็นมุสลิมหรือไม่? ทางการยังไม่ยืนยัน - ผู้แปล]
กรณีการโจมตีที่กรุงลอนดอนนั้น นาย Beata Szydlo นายกรัฐมนตรีของโปแลนด์ออกมากล่าวว่า มันเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีการเชื่อมโยงกันระหว่างการโจมตีที่กรุงลอนดอนกับนโยบายรับผู้อพยพของอียู
"ผมได้ยินอยู่บ่อยครั้งมากในยุโรปว่า อย่าโยงนโยบายเกี่ยวกับผู้อพยพเข้ากับเรื่องขบวนการก่อการร้าย แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่เชื่อมโยงทั้งสองเรื่องนี้เข้าด้วยกัน" นาย Beata Szydlo กล่าวผ่าน TVN24 สำนักข่าว RT รายงาน

ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เน้นปรองดองหรือไล่ล่า

สื่อต่างชาติวิพากษ์วิจารณ์แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของรัฐบาลคสช. ว่าอ้างความปรองดอง ขณะที่ไล่ล่าจับกุมฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองไม่เว้นวัน
The Economist รายงานว่าหลังจากที่คสช.ได้ทำการรัฐประหารและยึดอำนาจการปกครองในไทยมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 2014 เพื่อหยุดปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองและสัญญาว่าจะนำประเทศไทยกลับคืนสู่การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยภายในระยะเวลาอันสั้น แต่หลังจากที่คสช.บริหารบ้านเมืองเกือบ 3 ปีแล้ว ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะเกิดการเลือกตั้งขึ้นในไทยเมื่อไร
ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา คสช.เพิ่งนำเสนอและอธิบายแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีต่อนักการทูตและผู้สื่อข่าวต่างชาติ ซึ่ง The Economist นิตยสารวิเคราะห์เศรษฐกิจและการเมืองโลกของอังกฤษ มองว่าแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งชุดต่อๆไปต้องปฏิบัติตามแนวทางที่คสช.วางไว้อย่างเคร่งครัด เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าทหารจะยังไม่ถอนตัวจากอำนาจการบริหารประเทศไปไหน
แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ถูกบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ กำหนดว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในอนาคตต้องดำเนินโยบายภายใต้การควบคุมดูแลของ คณะกรรมมาธิการที่แต่งตั้งโดยกองทัพ และผู้นำเหล่าทัพที่นั่งอยู่ในวุฒิสภา ซึ่งมีอำนาจเข้ามาแทรกแซงการบริหารประเทศทันที หากพบว่านักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งไดดำเนินนโยบายของตัวเองที่นอกลู่นอกทางจากที่รัฐบาลคสช.กำหนดแนวทางไว้ 
แม้ไทยจะเคยมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่หลายปีที่ผ่านมาอัตราการเติบโตกลับเฉื่อยชาลงอย่างเห็นได้ชัด จนธนาคารโลกรายงานในเดือนที่ผ่านมาว่า กัมพูชา, มาเลเซีย และเวียดนามดึงดูดนักลงทุนได้มากกว่า โดยที่ผ่านมา เศรษฐกิจของไทยถูกควบคุมโดยบริษัทขนาดใหญ่เพียงไม่กี่แห่ง ขณะที่รัฐบาลก็ทุ่มงบประมาณเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจแค่เฉพาะในกรุงเทพ และเมืองใหญ่ๆ ทำให้คุณภาพชีวิตระหว่างคนเมืองและต่างจังหวัดมีแต่จะเพิ่มสูงขึ้น 
รัฐบาลคสช.รู้ปัญหาข้อนี้ดี แต่ก็ดูเหมือนว่าจะยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนได้ สภาพเศรษฐกิจในยุครัฐบาลคสช.จึงอยู่ในสภาพตกต่ำฝืดเคือง ค่าครองชีพพุ่งสูง ทำให้รายรับของประชาชนไม่พอกับรายจ่าย ส่วนสภาพการเมืองก็อยู่ในสภาวะที่เรียกได้ว่าไม่เป็นประชาธิปไตยและไร้เสถียรภาพ จากการที่รัฐบาลคสช.ไล่จับฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง และผู้ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลคสช.ให้เห็นเป็นรายวัน
แม้เดือนมกราคมที่ผ่านมา รัฐบาลคสช.ได้เชิญกลุ่มการเมืองฝ่ายต่างๆ รวมทั้งสมาชิกพรรคเพื่อไทยของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง แต่ก็เป็นที่น่าสงสัยว่าแผนการปรองดองของรัฐบาลคสช.จะประสบความสำเร็จได้อย่างไร ในเมื่อยังคงมีการไล่ล่าจับกุมผู้ใกล้ชิดและให้การสนับสนุน ดร. ทักษิณ ชินวัตร อยู่อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งให้กรมสรรพากรขยายเวลาเรียกเก็บภาษีจาก ดร. ทักษิณ ชินวัตร จากการขายหุ้นชินคอร์ปเป็นเงินกว่า 12,000 ล้านบาทก่อนคดีจะขาดอายุความในวันที่ 31 มีนาคมนี้ หากไม่ดำเนินการและปล่อยให้คดีหมดอายุความ ผู้เกี่ยวข้องและกรมสรรพากร อาจมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 โทษฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ 
สื่อต่างประเทศมองว่าปัญหาการสร้างความปรองดองในไทยนั้น เกิดจากความเข้าใจผิดที่กองทัพไทยเชื่อมั่นว่าตัวเองทำหน้าที่เป็นเหมือนกรรมการยุติความขัดแย้ง ด้วยการก่อรัฐประหารหลายสิบครั้งในช่วงศตวรรษที่ผ่านมาเพื่อปกป้องประเทศชาติ แต่ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองก็เป็นส่วนหนึ่งของอาการป่วยไข้ที่ไทยกำลังเผชิญ
ที่มา : http://news.voicetv.co.th/world/473886.html

ก้าวไม่พ้น”แม้ว”da

ใบตองแห้ง
ไชโย “จารย์แก้วสรร อติโพธิ กลับมาแล้ว เขียนบทความถามเองตอบเองเรื่อง “คดีหุ้นชินคอร์ปชินวัตรภาคแอมเพิลริช” คิดถึงจัง คนเคยรักกัน หายไปไหนตั้งนาน ถ้าไม่มีคดีภาษีทักษิณ คงไม่เห็น”จารย์แก้วกลับมาอยู่ในโฟกัส
น่าทึ่งไหม 10 กว่าปีผ่านไป ทักษิณยัง “กินได้” ยังขายได้ ทั้งคนเกลียดคนรัก ทั้งที่ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ วางโครงสร้างอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ต่อให้พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งถล่มทลาย ก็ไม่มีทางได้เป็นรัฐบาล แต่คนที่เกลียดกลัวทักษิณ ก็ยังอยากเอาให้ตาย
อ๊ะอ๊ะ ไม่ได้ว่า “จารย์แก้วเขียนผิดเขียนถูก เห็นต่างไม่เป็นไร แต่ดูบรรยากาศวันนี้เห็นด้วยไหม คนไทยกลับไปอยู่ในกระแสรักเกลียดทักษิณอีกแล้ว มันไม่ใช่การถกเถียงด้วยเหตุผลทางกฎหมายซักหน่อย มันแค่ใครเกลียดทักกี้ก็เห็นด้วยกับการใช้ “อภินิหารทางกฎหมาย” เท่านั้นเอง
Miracle Thakkie จริงๆ นะ ขนาด คสช. “ปรองดอง” ก็ยังมีคนจับจ้อง จะเกี้ยเซี้ยทักษิณหรือเปล่า แค่มีข่าวอนุทิน ชาญวีรกูล เป็น “โซ่ข้อกลาง” ก็ยังสกัดดาวรุ่ง แฉว่าเคยพาบิ๊กบังไปหาทักษิณที่ดูไบ
เลิกพูดไปเลย คำว่า “ก้าวข้ามทักษิณ” ต่อให้ทักษิณ เป็นมะเร็งตาย ตราบใดที่ตระกูลชินวัตรไม่อพยพออกจากประเทศไทย ก็ยังเกลียดกลัวกันได้อีกร้อยปี
พูดอย่างนี้ต้องมีคนย้อนถาม อ้าว แล้วไอ้พวกนักประชาธิปไตยล่ะ ก้าวข้ามทักษิณหรือยัง ก้าวไม่ข้ามหรอกครับ ตราบใดที่ยังปลุกผีกันอยู่
ขี้เกียจพูดครั้งที่ล้าน ว่าคนรักประชาธิปไตยส่วนใหญ่ก็คัดค้านทักษิณอำนาจนิยมมาทั้งนั้น แค่ไม่เห็นด้วยกับรัฐประหารตุลาการภิวัตน์ ตอนแรกก็เป็นฝ่าย “สองไม่เอา” แต่สุดท้ายไม่มีที่ยืน เพราะใครคัดค้านการใช้อำนาจทำลายประชาธิปไตย ทำลายหลักนิติรัฐ ถูกผลักเป็นพวกทักษิณเสียหมด
เป็นก็เป็นสิวะ เพราะไปๆ มาๆ มวลชนเสื้อแดงกลับซึมซับหลักการประชาธิปไตยมากกว่า “สลิ่ม” แม้ส่วนใหญ่ยังผูกพันทักษิณ แต่ก็มีความเติบโตเป็นตัวของตัวเองเพราะถูกกระทำ
แต่ทักษิณก็ยังเป็นทักษิณ คือเป็นอะไรได้ทุกอย่าง เป็นไม่ได้อย่างเดียว นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ทักษิณจึงกดปุ่ม delete ตัวเองด้วย “นิรโทษสุดซอย ลักหลับตอนตีสี่”
ทักษิณเสื่อมตั้งแต่วันนั้นแล้วครับ พรรคเพื่อไทยก็เสื่อม เพียงแต่อีกฝ่ายเสื่อมกว่า ปิดเมืองปิดสถานที่ราชการขัดขวางเลือกตั้ง กระทั่งเกิดรัฐประหาร ใช้อำนาจเข้มข้นบังคับสังคมอยู่ในความสงบ กลายเป็นความขัดแย้งใหม่ เป็นปัญหาเฉพาะหน้า ที่ทำให้ “ความผิด” ของทักษิณ เพื่อไทย ถูกละไว้ชั่วคราว ประกอบกับบทบาทในการเรียกร้องประชาธิปไตยเปลี่ยนมาอยู่ที่นักศึกษา นักวิชาการ ไม่ใช่พรรคการเมือง (มวลชนส่วนหนึ่งยังบ่นว่าทักกี้ไม่สู้ด้วยซ้ำไป)
แต่เมื่อไหร่มีการเลือกตั้ง พรรคการเมืองกลับมามีบทบาท ถามว่าจะยังไว้วางใจพรรคเพื่อไทยกันอยู่ไหม ไม่แล้วครับ ถ้าจะสู้ร่วมกันต่อไป พรรคเพื่อไทยก็ต้องปฏิรูปครั้งใหญ่ ใครจะไว้วางใจพรรคการเมืองที่คนคนเดียวโทร.สั่งซ้ายหันขวาหันได้ตอนตีสี่ แล้วคนคนนั้นก็ไม่เคยเลิกนิสัยสู้ไป ดีลไป โดนแค่ไหนก็ไม่เคยเข็ด ยังพร้อมจะต่อรองเสมอ
แล้วถามจริง พรรคเพื่อไทยปฏิรูปได้ไหม อมพระมาพูดก็เชื่อไม่ได้ ตั้งพรรคใหม่เริ่มต้นจากศูนย์ซะยังดีกว่า เพียงแต่ต้องหาจังหวะ สมมติเช่น พรรคเพื่อไทย “ปรองดอง” กับทหารเมื่อไหร่ พรรคใหม่ก็เกิดได้ทันที
แต่ที่พูดมาทั้งหมดนี้เป็นนิยายครับ เป็นเรื่องในจินตนาการของนักอุดมคติที่เป็นไปไม่ได้ในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่ต่างจากความเพ้อฝันว่าสักวัน เหลืองแดงจะรวมกันได้ ในโลกแห่งความเป็นจริงคือชาติหน้าตอนบ่ายๆ (พูดแบบคนไม่เชื่อว่ามีชาติหน้าเสียด้วย)
ในโลกแห่งความเป็นจริง ประวัติศาสตร์ก็ยังซ้ำรอย ทักษิณอำนาจนิยม ถูกโค่นล้มด้วยรัฐประหาร ถูกกระทำอย่างไม่ยุติธรรม เรียกความเห็นใจจากมวลชนที่ได้ประโยชน์จากนโยบายประชานิยม ขณะที่คนอีกฝ่ายเกลียดจนคลุ้มคลั่ง ชนะเลือกตั้ง ก็ถูกม็อบยึดทำเนียบยึดสนามบินขับไล่ ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค ผิดคนเดียวตายยกเข่ง ฯลฯ
ครั้งนี้ก็ไม่ต่างกัน ทักษิณสุดซอย ถูกไล่ด้วยม็อบสุดโต่ง เกิดรัฐประหาร ยิ่งลักษณ์ถูกดำเนินคดี ถูกเรียกค่าเสียหาย 3.5 หมื่นล้าน เดินสายถ่ายเซลฟีกับชาวบ้าน เกิดอภินิหารทางกฎหมายย้อนเก็บภาษี 1.2 หมื่นล้าน ขณะที่ร่างรัฐธรรมนูญยิ่งถอยหลัง ไม่เหลือความเป็นประชาธิปไตย
เลิกพูดเรื่องก้าวข้ามไปเลย ปลงเสียเถอะ เวียนว่ายตายเกิดอยู่กับทักกี้นี่แหละ

"ทักษิณ..โกตี๋..ทีนิวส์"



"ทักษิณ..โกตี๋..ทีนิวส์"
ผมอยากให้ท่านนายกทักษิณมอบอำนาจให้ทนายความ ไปแจ้งความดำเนินคดีกับนายสนธิญาณและสำนักข่าวทีนิวส์ที่กล่าวหาว่า "ถ้าไม่มีทักษิณขบวนการเหล่านี้ก็เดินต่อไม่ได้" อันเป็นการจงใจใส่ความนายกทักษิณว่าอยู่เบื้องหลังโกตี๋ ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าของอาวุธสงครามและอยู่ในขบวนการล้มเจ้า ซึ่งไม่เป็นความจริงเพราะนายกทักษิณและพวกผมแม้จะไม่ชอบเผด็จการ แต่ไม่เคยมีความคิดที่จะใช้ความรุนแรง ส่วนเรื่องล้มเจ้าไม่เคยอยู่ในความคิด
ระยะนี้ท่านนายกทักษิณงานเข้ามากเป็นพิเศษ เช่น ภาษีหุ้นชินคอร์ปที่เรื่องจบไปนานแล้วแต่รัฐบาลจะใช้อภินิหารเรียกเก็บให้ได้ หรือเหตุการณ์ที่วัดพระธรรมกายที่ท่านผู้นำเคยมีคำถามว่าเป็นพุทธแท้หรือพุทธเทียม ในขณะที่ผมออกมาต่อสู้เพราะเห็นว่าการที่สาธุชนเข้าวัดเพื่อปฏิบัติธรรมย่อมดีกว่าออกมาเพ่นพ่านบนถนนหรือยกพวกไปปิดสถานที่ราชการ ล่าสุดคือการจับกุมอาวุธที่อ้างว่าเป็นของโกตี๋ที่หลายฝ่ายเห็นว่าเป็นการจัดฉาก ทั้งสองเรื่องก็ถูกลากโยงมาที่นายกทักษิณทั้งที่ท่านไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ความจริงท่านวางเฉยมานานแล้วเพราะต้องการให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ แต่เผด็จการกลับหาเรื่องเอาท่านเป็นข้ออ้างเพื่อจะได้อยู่ในอำนาจต่อไป เราจึงเห็นกลุ่มคนเหล่านี้แบ่งหน้าที่กันทำ โดยหัวหน้ากลุ่มการเมืองข้างถนนออกมาเสนอให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปจนกว่าจะปฏิรูปสำเร็จ ฝ่ายสื่อก็ช่วยออกมาปลุกผีใส่ร้ายท่านว่าอยู่เบื้องหลังขบวนการล้มเจ้า ส่วนท่านผู้นำก็สนุกกับการใช้อำนาจพิเศษที่ขัดต่อหลักนิติธรรมและนำมาซึ่งความขัดแย้ง ที่น่าแปลกคือเผด็จการที่เพลิดเพลินกับการจัดการฝ่ายตรงข้ามแต่กลัวถูกคิดบัญชี ความจริงคำว่าคิดบัญชีของผมคือเอาอำนาจกลับคืนให้กับประชาชนเท่านั้นเอง ช่างขวัญอ่อนเสียเหลือเกิน แล้วบอกเป็นชายชาติทหาร
วัฒนา เมืองสุข
พรรคเพื่อไทย
24 มีนาคม 2560

วันอังคารที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2560

"HBD บิ๊กตู่"..."ผมก็เป็นนายกฯ ในแบบของผม"

"HBD บิ๊กตู่"..."ผมก็เป็นนายกฯ ในแบบของผม"
นักข่าวทำเนียบฯ ร่วมกันเขียนการ์ดอวยพรวันเกิด นายกฯHappy Birthday To You มอบให้ วันเกิดวันนี้ ครบ63 ปี บิ๊กตู่ ขอบคุณ วอนสื่อเข้าใจ ต่างคนต่างทำหน้าที่ ที่ผ่านมาอาจมีแรงไปบ้าง อะไรบ้างเครียด เพราะงาน ขอโทษด้วย เพราะต้องทำให้สำเร็จ หลายอย่างสำเร็จแล้ว บางอย่างเพิ่งเริ่ม หลายอย่างยังไม่สำเร็จ ก็ต้องช่วยกัน ปีนี้ ผมเป็นนายกฯเป็นที่3 แล้ว
นายกฯแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน ผมก็เป็นแบบของผม ยันปรารถนาดีต่อชาติ ประชาชน เร่งทำงานให้สำเร็จ ขอบคุณทุกคำอวยพรวันเกิดวันนึ้ เรามีใจให้กันอยู่แล้ว จะเร่งทำงานให้สำเร็จ พอใจมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น แต่หลายเรื่องยังไม่สำเร็จ พันกันทั้งอดีต-ปัจจุบัน และอนาคต ขอสื่อช่วยในการเสนอข่าวที่ดีด้วย ข่าวที่ไม่ดี ก็เสนอได้บ้าง เพื่อประเทศชาติ
ส่วน อ.น้อง ก็อวยพรวันเกิด เรามีความรักให้กันทุกวันอยู่แล้ว

อุทธรณ์ยืนคุก4ปีกีร์และพวกบุกที่ประชุมอาเซียน

21 มี.ค.60 ที่ศาลจังหวัดพัทยา จ.ชลบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง หรือกี้ร์ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พร้อมพวก รวม 13 คน เดินทางมาเพื่อฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีที่เป็นแกนนำพากลุ่ม นปช.บุกปิดล้อมโรงแรมรอยัลคลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา และล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน หรืออาเซียนซัมมิท ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เมื่อปี 52
โดยภายหลังเจ้าพนักงานอัยการจังหวัดพัทยา เป็นโจทย์ ยื่นฟ้อง นายอริสมันต์ กับพวก ซึ่งประกอบด้วย นายนิสิต สินธุไพร , นายพายัพ ปั้นเกตุ , นายวรชัย เหมะ , นายวันชนะ เกิดดี , นายพิเชฐ สุขจินดาทอง , นายศักดิ์ดา นพสิทธิ์ , พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภารัตน์ , นายนพพร นามเชียงใต้ , นายสำเริง ประจำเรือ , นายสมยศ พรหมมา , นพ.วัลลภ ยังตรง และนายสิงทอง บัวชุม ในข้อหาร่วมกันขัดขืนคำสั่งเจ้าพนักงานที่ไม่ให้มีการชุมนุมเกินกว่า 10 คน ขึ้นไป และผิด พ.ร.บ.จราจร พ.ศ.2522
คดีนี้ เมื่อวันที่ 5 มี.ค.58 ศาลชั้นต้นได้พิพากษาตัดสินจำคุกนายอริสมันต์ กับพวก เป็นเวลา 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา และไม่อนุญาตให้ประกันตัว ต่อมาวันที่ 9 มี.ค.58 ทนายความได้ยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัวอีกครั้ง ซึ่งศาลก็ได้อนุญาตให้นายอริสมันต์ ประกันตัว ในวงเงิน 2 ล้านบาท ส่วนอีก 12 คน ศาลให้ประกันตัว ในวงเงิน 8 แสนบาท
ทั้งนี้ ในวันนี้ นายอริสมันต์ กับพวก เดินทางมายังศาลด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม และไม่มีท่าทางวิตกกังวลใดๆ โดยมีบรรดาญาติๆ ตามมาให้กำลังใจ
ต่อมา นายชาญชัย ศิริพร ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ได้ขึ้นนั่งบัลลังก์พิจารณาคดี และอ่านคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ตัดสินจำคุก นายอริสมันต์ กับพวก เป็นเวลา 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา ซึ่งภายหลังฟังคำพิพากษาทางญาติได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวผู้ต้องหา โดยในส่วนของนายอริสมันต์ ได้ยื่นหลักทรัพย์ 2 ล้านบาท ส่วนคนอื่นๆ อีก 12 คน ยื่นหลักทรัพย์คนละ 1 ล้านบาท เพื่อขอประกันตัว ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่

วันศุกร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2560

เราขอสนับสนุน พลเอกประยุทธ์ ในทุกมิติ นำไปสู่ การปฏิรูปประเทศ ก่อนมีการเลือกตั้ง

"เราขอสนับสนุน พลเอกประยุทธ์ ในทุกมิติ นำไปสู่ การปฏิรูปประเทศ ก่อนมีการเลือกตั้ง"
หลังเข้าแสดงความเห็นกับคณะอนุกรรมการรับฟังความเห็นของกลาโหม
"นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ" แถลง หนุนรัฐบาล "พล.อ.ประยุทธ์" ให้ทำการปฏิรูปให้เรียบร้อยก่อน เดินหน้า ไปตามระบอบปชต. เพราะสิ่งที่รัฐบาลนี้ทำตรงกับที่ประชาชน คิด ตรงใจประชาชน แต่มีหลายเริ่อง ที่ต้องทำให้สำเร็จ "เราขอสนับสนุน พลเอกประยุทธ์ ในทุกมิติ นำไปสู่ การปฏิรูปประเทศ"
เสนอตั้ง ปฏิรูปการเมือง ให้เป็นของ ประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน อย่างแท้จริง จากที่ผ่านมาการเมือง เป็นของ นักการเมือง และของผู้มีอำนาจ ไม่ใช่ของ ปชช โดยตัอง ทำพรรคการเมือง ให้เป็นของ ปชช
โดยยึดอุดมการณ์ การปกครอง ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ใช่แบบสาธารณรัฐ
พร้อม เสนอ primary vote และ ยกเลิก กกต จังหวัด โดยให้มีแต่ กกต.กลาง
ที่มี คุณสมบัติพิเศษ 77 คน

ชัดๆไม่มีกั๊กจาก"ลุงกำนัน"ผมสนับสนุน"ลุงตู่"

ชัดๆ ไปเลย....
"ลุงกำนัน" บอก "ผมพูดเลย ผมสนับสนุน พลเอกประยุทธ์ แบบชัดเจน เปิดเผย ไม่มีแอบ หรือปิดบังอะไร สนับสนุน ให้ท่านอยู่ต่อ ในการปฏิรูปประเทศ ให้สำเร็จ แต่อยู่ต่อ แบบต้องทำงาน นะ ไม่ใช่ อยู่แล้ว ไม่ทำงาน ไม่ได้นะ"
ชี้ ประชาชนไม่ได้รีบเลือกตั้ง มีแต่อยากให้ปฏิรูปก่อน
แต่ไม่ตอบ ว่า จะมีอะไรชี้วัดว่า การปฏิรูปจะสำเร็จ เพราะตอนนั้นก็จะเห็นเอง ไม่มีใครอยากจะให้เลือกตั้ง ตามโรดแมพ เลย
‪แต่ไม่ตอบ ว่า หากมีเลือกตั้งตามโรดแมพ คสช. แล้ว จะยอมรับผลเลือกตั้งหรือไม่ หากพรรคเพื่อไทย ชนะเลือกตั้ง บอกยังไม่ถึงเวลา ปัดตอบจะยอมรับ"ร่างสัญญาประชาคม" ชี้มันยังไม่ชัดเจน‬

"กปปส.ไม่มีปัญหา ถ้า จะไม่เลือกตั้ง ตามโรดแมพ ปีหน้า"

"สุเทพ เทือกสุบรรณ" ประธาน กปปส. ชี้ ประชาชนไม่ได้รีบเลือกตั้ง มีแต่อยากให้ปฏิรูปก่อน เลือกตั้ง ถ้าจะไม่เลือกตั้งตามโรดแมพ กลางปี2561 ทางผมและกปปส. ก็ไม่มีปัญหา เพราะจุดยืนเรา อยากให้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง อยู่แล้ว
"ผมพูดเลย ผมสนับสนุน พลเอกประยุทธ์ แบบชัดเจน เปิดเผย ไม่มีแอบ หรือปิดบังอะไร สนับสนุน ให้ท่านอยู่ต่อ ในการปฏิรูปประเทศ ให้สำเร็จ แต่อยู่ต่อ แบบต้องทำงาน นะ ไม่ใช่ อยู่แล้ว ไม่ทำงาน ไม่ได้นะ" นายสุเทพ กล่าว เมื่อ ถูกถามว่า ถูกวิจารณ์ว่า เป็น กลุ่มที่ สนับสนุนรัฐบาลทหาร
แต่ไม่ตอบว่า จะมีอะไรชี้วัดว่า การปฏิรูปจะสำเร็จ เพราะตอนนั้นก็จะเห็นเอง ไม่มีใครอยากจะให้เลือกตั้ง ตามโรดแมพ เลย
แต่ไม่ตอบ ว่า หากมีเลือกตั้งตามโรดแมพ คสช. แล้ว จะยอมรับผลเลือกตั้งหรือไม่ หากพรรคเพื่อไทย ชนะเลือกตั้ง บอกยังไม่ถึงเวลา ปัดตอบจะยอมรับ"ร่างสัญญาประชาคม" ชี้มันยังไม่ชัดเจน

ที่แท้วางแผนฆ่า! นายกหมึกสารภาพ โทร.ลวง”เปิ้ล”มาให้มือปืนยิงในรถ ค่าเด็ดหัว 2 แสน!!

ที่แท้วางแผนฆ่า! นายกหมึกสารภาพ โทร.ลวง”เปิ้ล”มาให้มือปืนยิงในรถ ค่าเด็ดหัว 2 แสน!!

หลังจากตำรวจกองปราบฯร่วมกับตำรวจภูธรภาค 1 และตำรวจสืบสวนจังหวัดปทุมธานี จับกุมตัวนายทวีวงศ์ ทองยืน หรือนายกหมึก อดีตนายก อบต.พานทอง จ.ชลบุรี ผู้จ้างวานฆ่า น.ส.วีรญาภา หรือเปิ้ล งามวิลัย หัวหน้าฝ่าบนโยบาย อบต.บึงซำอ้อ จ.ปทุมธานี โดยจับกุมได้ในบ้านพักในไร่พื้นที่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 17 มี.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นนายกหมึกให้การรับสารภาพว่า ได้วางแผนสังหารน.ส.วรีญาภา โดยว่าจ้างมือปืนที่กำลังหลบหนีเป็นผู้ลงมือฆ่าผู้ตาย เพราะหึงหวงที่ขอเลิก และไปแต่งงานใหม่กับกำนันที่จ.ระยอง โดยจ่ายค่าจ้างให้กับ นายโจ คนรับงานราคา 200,000 บาท ซึ่งขณะที่มือปืนยิงผู้ตายนั้น ตนเองได้อยู่บนรถยนต์คันเกิดเหตุด้วย เพราะเป็นคนโทร.ล่อหลอกผู้ตายให้ออกมาพบ ก่อนให้มือปืนลั่นไกยิง
มีรายงานว่า พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บังคับการกองปราบฯ เดินทางไปสอบปากคำ นายโจ คนรับงานด้วยตัวเอง หลังจากกองปราบฯตามรวบตัวไว้ได้ในอ.บ้านบึง จ.ชลบุรี เพื่อขยายผลจับกุมมือปืนให้ได้ เบื้องต้นทราบว่ามือปืนได้รับค่าจ้าง 30,000 บาท ขณะที่ตัวนายทวีวงศ์ หรือนายกหมึก ยังถูกควบคุมตัวอยู่ที่กองบังคับการสืบสวนภูธรภาค 1

วันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2560

ชาวบ้านล้มเวที ค.1 'ปากบารา'

สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม GreenNews
1 ชม.
ชุลมุน! ชาวบ้านล้มเวที ค.1 'ปากบารา'
ทหารตบเท้าคุมพื้นที่ - ปะทะวุ่นไร้เจ็บ
----------------------------------------
เวทีรับฟังความคิดเห็น ค.1 โครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบาราล้มไม่เป็นท่า เหตุชาวบ้านบุกยึดพื้นที่จัดงานกลางดึก ด้าน ผอ.กอ.รมน.จ.สตูล นำทัพขอคืนพื้นที่ ปะทะวุ่นไร้เจ็บ
บรรยากาศการชุมนุมคัดค้านการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในการกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (Public Scoping) หรือ เวทีค.1 โครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา จ.สตูล ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 16 มี.ค.2560 เป็นไปอย่างคึกคัก ภายหลังชาวบ้านและภาคีเครือข่ายอนุรักษ์เข้าควบคุมพื้นที่โรงเรียนปากบาง อ.ละงู ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดเวที ค.1 ได้ตั้งแต่กลางดึกของวันที่ 15 มี.ค.2560
เหตุการณ์ภายในโรงเรียนปากบางเป็นไปอย่างสงบ ชาวบ้านได้รวมตัวกันพักค้างคืนเพื่อเฝ้าสถานที่จัดงาน จนกระทั่งเวลาประมาณ 11.00 น. กำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ประมาณ 150 นาย ซึ่งจัดแถวอยู่ภายในค่ายลูกเสือปากบาง ห่างจากโรงเรียนปากบางเพียง 1 กิโลเมตร ได้เดินขบวนเข้ามาในพื้นที่ของโรงเรียนเพื่อเปิดปฏิบัติการขอคืนพื้นที่จากกลุ่มผู้ชุมนุม
ทั้งนี้ ทันทีที่กำลังเจ้าหน้าที่เดินทางเข้าสู่โรงเรียนได้เผชิญหน้ากับตัวแทนชาวบ้านประมาณ 50 ราย ส่งผลให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้น ก่อนจะเกิดเหตุชุลมุน ผลักดันกันไปมา และกระทบกระทั่งกัน แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างไร
พล.ต.เจตน์พัฒน์ ศรีวงค์ รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความสงบภายในจังหวัดสตูล ในฐานะประธานการจัดเวที ค.1 และผู้บัญชาการเหตุการณ์ และนายณัฐ จับใจ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ได้เจรจากับชาวบ้านและยื่นข้อเสนอให้ผู้คัดค้านส่งตัวแทน 10 ราย มาเจรจากันนอกรอบ และจะไม่นับเป็นเวที ค.1
ขณะเดียวกันมีชาวบ้านกลุ่มสนับสนุนโครงการท่าเรือปากบาราเดินทางมารวมตัวกันนอกโรงเรียนปากบางและเรียกร้องขอเข้าไปร่วมฟังการประชุม ซึ่ง พล.ต.เจตน์พัฒน์ ได้แสดงความกังวลว่าไม่อยากให้เกิดเหตุชาวบ้านเผชิญหน้ากันเอง จึงยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวแทนเข้ามาร่วมเจรจานอกรอบเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม นายสมบูรณ์ คำแหง เครือข่ายติดตามแผนพัฒนาจังหวัดสตูล ในฐานะแกนนำชาวบ้านฝ่ายคัดค้านโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบางรา ได้หารือร่วมกับผู้ชุมนุมและได้ข้อสรุปว่าจะปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าชาวบ้านจะยุติการชุมนุมทันที หากเจ้าหน้าที่ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะยกเลิกการจัดเวที ค.1
นายไกรวุฒิ ชูสกุล แกนนำชาวบ้านปากบารา กล่าวว่า หากทหารยกเลิกจัดเวที ค.1 และนำกำลังกลับ ชาวบ้านก็จะยุติการชุมนุมและจบเรื่องราวเหตุการณ์นี้เช่นกัน ย้ำว่าสิ่งที่ชาวบ้านต้องการคือให้ยกเลิกเวที ค.1 เท่านั้น เนื่องจากภาครัฐไม่มีความจริงใจที่จะรับฟังความเห็นว่าคนในพื้นที่และจังหวัดอื่นๆ ได้รับผลกระทบจากโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบาราหรือไ
“หากยังไม่มีความชัดเจน ชาวบ้านก็จะปักหลักอยู่ดูสถานการณ์ไปตลอดทั้งวัน” นายไกรวุฒิ กล่าว
ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวในการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) เน้นย้ำให้เร่งสร้างความเข้าใจกับประชาชนทุกโครงการที่มีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม เนื่องจากมีหลายเรื่องเป็นวาระสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมและเป็นเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องพลังงานคือโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ รวมถึงโครงการท่าเทียบเรือปากบารา จ.สตูล ที่จะต้องเร่งทำความเข้าใจหลังเมื่อคืนที่ผ่านมากลุ่มผู้คัดค้านโครงการได้ล้มเวทีประชาพิจารณ์ในวันที่ 15 มี.ค.แล้ว
----------------------------------------
https://greennews.agency/?p=13583
--------------
ประสาท มีแต้ม
ปัญหาท่าเรือน้ำลึกปากบารา-สงขลา 2 สิ่งที่รัฐบาลไทยไม่เคยทบทวน เช่น
(1) ท่าเรือน้ำลึกสงขลา 1 ยังใช้ไม่เต็มที่ ค่าระวางก็แพงกว่าท่าเรือปีนัง พ่อค้าไทยจึงนิยมไปใช้ท่าเรือปีนังมากกว่า
(2) ท่าเรือน้ำลึกระนอง (ฝั่งอันดามัน) ก็สร้างเสร็จแล้ว แต่ไม่มีผู้ใช้ กลายเป็นท่าเรือร้าง ท่าเรือปากบาราก็อ้างเหตุผลเดียวกันกับท่าเรือระนอง เช่น ส่งสินค้าไปอินเดีย แอฟริกา ฯลฯ
(3) ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต (อันดามัน) ก็ใช้เป็นท่าเรือท่องเที่ยว ไม่ใช่ขนส่งสินค้า
(4) การทำอีไอเอ ที่เจ้าของโครงการเป็นผู้ว่าจ้าง มันไม่ยุติธรรม โดยธรรมชาติ เพราะถ้าเขียนอย่างตรงไปตรงมา ผู้ว่าจ้างจะไม่จ่ายเงิน
การทำอีไอเอจึงเป็นแค่พิธีกรรมเท่านั้นเอง

////

ยื่นคำขาด 3 ชม. รัฐบาลต้องตัดสินใจ
‘ชาวปากบารา’ พร้อมลุยคืนนี้ หากไม่เลิกเวที ค.1
--------------------------------------
ชาวสตูล และเครือข่ายฯ ขีดเส้น 3 ชั่วโมง รัฐบาลต้องตัดสินใจล้มเลิกจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา หากไร้คำตอบพร้อมจัดทัพลุยคืนนี้

ตัวแทนชาวบ้าน จ.สตูล และแกนนำภาคีเครือข่ายอนุรักษ์ ร่วมกันประกาศจุดยืนคัดค้านโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 15 มี.ค.2560 ด้วยการยื่นคำขาดต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และบุคคลในรัฐบาล รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้มีคำสั่งยกเลิกจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในการกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (Public Scoping) หรือเวที ค.1 ซึ่งกำลังจะมีขึ้นในวันที่ 16 มี.ค.นี้ โดยให้เวลาตัดสินใจภายใน 3 ชั่วโมงเท่านั้น
ทั้งนี้ หากยังไม่มีหนังสือสั่งการเป็นทางการตอบกลับมาภายใน 21.00 น. ของวันที่ 15 มี.ค.2560 จะมีการเคลื่อนขบวนประชาชนกว่า 1,000 ราย ไปยังโรงเรียนปากบาง ต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล ซึ่งเป็นสถานที่จัดเวที ค.1 ในเวลา 21.30 น. เพื่อเข้าควบคุมพื้นที่และปักหลักแสดงจุดยืนต่อไป
นายวิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี ตัวแทนเครือข่ายฯ กล่าวว่า ทราบว่ามีนายทหารยศพลตรีใกล้เกษียณอายุราชการได้เสนอตัวเป็นประธานจัดเวที ค.1 ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ปฏิเสธการจัดเวทีดังกล่าว ยืนยันว่าชาวสตูลไม่ยินยอม ฉะนั้นจึงไม่มีความจำเป็นต้องมาศึกษาผลกระทบ
“เราจะเอาให้จบในคืนนี้ ไม่รอถึงวันพรุ่งนี้” นายวิโชคศักดิ์ กล่าว
นายสมบูรณ์ คำแหง ตัวแทนเครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนา จ.สตูล กล่าวว่า รัฐบาลต้องตัดสินใจยกเลิกเวที ค.1 โดยยืนยันการตัดสินใจมาเป็นเอกสาร และต้องมีการลงลายมือชื่อของนายทหารที่จะมาเป็นประธาน หรือผู้มีอำนาจในการยกเลิกจัดเวที
นายสมบูรณ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลอย่าโกหกว่าโครงการมีแต่ท่าเรือน้ำลึกอย่างเดียว และเป็นท่าเรือสะอาดสีเขียว เป็นวาทกรรมโกหกเหมือนกับถ่านหินสะอาด เพราะที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ พูดไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง ว่ากำลังจะเปิดเส้นทางการค้าคมนาคมระหว่างฝั่งอันดามันกับอ่าวไทย
“สิ่งที่บอกไม่หมดคือท่าเรือเป็นหนึ่งในชุดโครงการขนาดใหญ่ที่เรียกว่าแลนด์บริดจ์สงขลา-สตูล ที่จะกระทบกับทุกคน และต้องมากันในวันนี้ ฉะนั้นไม่ใช่เรื่องเฉพาะคนสตูลอีกแล้ว แต่เป็นคนใต้และคนไทยทั้งประเทศ และจะต้องประกาศให้ชัดเจนว่าโครงการนี้ไม่ควรเกิดขึ้น”นายสมบูรณ์ กล่าว
--------------------------------------
https://greennews.agency/?p=13580

ทำเนียบฯ เข้ม! ติดตั้งเครื่องเซ็นเซอร์ (Remote Sensing)รอบรั้ว สกัดคนปีนกำแพง

ทำเนียบฯ เข้ม! ติดตั้งเครื่องเซ็นเซอร์ (Remote Sensing)รอบรั้ว สกัดคนปีนกำแพง
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่าเมื่อวันที่ 15-16 มีนาคม 2560 เจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบรัฐบาลได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องเซ็นเซอร์ (Remote Sensing) บริเวณทางเข้า-ออกทำเนียบรัฐบาลทุกประตู จำนวน 18 เครื่อง โดยมีรายงานข่าวแจ้งว่า การติดตั้งเครื่องเซ็นเซอร์ดังกล่าว เพื่อเป็นการป้องกันหากมีผู้ที่ไม่ประสงค์ดี ปีนกำแพงรั้วเข้ามาภายในทำเนียบรัฐบาลโดยเฉพาะในยามวิกาล เครื่องดังกล่าวจะดักจับและส่งสัญญาณไปยังป้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อแจ้งเตือนว่ามีคนบุกรุกเข้ามา เจ้าหน้าที่จะได้ เตรียมการป้องกันและรับมืออย่างทันท่วงทีทั้งนี้ มีการตั้งข้อสังเกตว่า การติดตั้งเครื่องเซ็นเซอร์ สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้กลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจ.กระบี่ และกรณีนายเฉลิม สอนนนฐี ชาวจ.น่าน ปีนกำแพงบริเวณประตู4 ทำเนียบฯ แล้วปีนขึ้นดาดฟ้าธนาคารรออมสิน เพื่อเรียกร้องขอพบนายกรัฐมนตรีให้ช่วยเหลือเรื่องเดือดร้อน
อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวแจ้งว่า การติดตั้งเครื่องดังกล่าว เพื่อใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาเสริมการทำงานดูแลความปลอดภัยสถานที่ของเจ้าหน้าที่ เพราะนอกจากตำรวจและทหาร ที่เดินเวรยามภายในทำเนียบฯ ยังถือว่าไม่เพียงพอเท่าที่ควร
ถือว่าไม่เพียงพอเท่าที่ควร

หลานทหารที่ถูกซ้อมเสียชีวิตขอความเป็นธรรมอสส.



10.00 น.วันนี้น้องเมย์ นริศราวัลถ์ แก้วนพรัตน์ หลานพลทหารวิเชียร เผือกสม จะยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมให้พลทหารวิเชียร และตนเองที่สำนักงานอัยการสูงสุด
นริศราวัลถ์ หลานพลฯวิเชียร เตรียมเข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด ครั้งที่สอง พรุ่งนี้ กรณีถูกดำเนินคดีในความผิดฐานหมิ่นประมาทฯ และความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หลังโพสต์โวยน้าชายถูกซ้อมจนเสียชีวิตเมื่อปี 54 ที่หน่วยฝึกค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนคริทร์
ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากมูลนิธิผสานวัฒนธรรมว่า ในวันพรุ่งนี้ (16 มี.ค.2560) เวลา 10.00 น. นริศราวัลถ์ แก้วนพรัตน์ หรือ เมย์ พร้อมทีมทนายความ จะเดินทางไปยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด ณ สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ (อาคาร A) ในกรณีที่ นริศราวัลถ์ ถูกแจ้งความดำเนินคดีในความผิดข้อหาหมิ่นประมาท และความผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ ตกเป็นผู้ต้องหาในคดี อาญาที่ 773/2558 สภ.เมืองนราธิวาส จนถูกจับกุมตามหมายจับศาลจังหวัดนราธิวาสเมื่อวันที่ 26 ก.ค.2559 ที่ผ่านมา จากสถานที่ทำงานที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรุงเทพมหานคร และได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในเวลาต่อมา
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า 14 มี.ค. 2560 นริศราวัลถ์ ได้รับทราบจากรองผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศตช.) ว่าได้มีความเห็นแย้งกับพนักงานอัยการ โดยทาง ศตช.เห็นควรส่งฟ้องศาลฐาน “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาและเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ควรให้สอบสวนเพิ่มเติม 5 ประเด็น และส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดชี้ขาด”
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากการที่พลทหารวิเชียร เผือกสม น้าชายของ นิรศราวัลภ์ ถูกซ้อมจนเสียชีวิตเมื่อปี 2554 ที่หน่วยฝึกค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส โดย นริศราวัลถ์ ได้เป็นตัวแทนของครอบครัวเรียกร้องความเป็นธรรม จนกระทั่งจากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่และ ปปท. ซึ่งใช้เวลานานถึง 5 ปี จึงพบว่า ร.อ.ภูริ เพิกโสภณ เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดดังกล่าว
เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2558 ร.อ.ภูริ โสภณ ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) กล่าวหาว่า นริศราวัลถ์ แก้วนพรัตน์ ใช้เฟซบุ๊กโพสต์และแชร์รูปพร้อมข้อความหมิ่นประมาท ร.ท.ภูริ เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย เสียชื่อเสียง โดยพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนราธิวาส ได้ตั้งข้อหา “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ” และพนักงานสอบสวนได้มีความเห็นเสนออัยการว่าควรสั่งฟ้องทั้งสองข้อหา
ต่อมาเมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2559 อัยการจังหวัดนราธิวาสได้มีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง นริศราวัลถ์ ทุกข้อกล่าวหา จึงต้องส่งไปให้ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้พิจารณาตามคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 115/2557
นริศราวัลถ์ จะเดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด ในวันที่ 16 มี.ค. 2560 เวลาประมาณ 10.00 น. ณ สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (อาคารA) ชั้น 2 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร พร้อมนำพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องมอบให้อัยการสูงสุดใช้ประกอบการพิจารณาและสั่งคดีเพื่อความเป็นธรรมต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า เมื่อปลายปีที่ผ่านมา มีการแก้ไข พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยมาตรา 14(1) เรื่องการนำข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ มีการแก้ไขใจความสำคัญโดยเพิ่มองค์ประกอบว่า เป็นการนำเข้า "โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง" และเพิ่มข้อความ "อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา" และคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.คอมฯ ของ สนช. ย้ำหลายครั้งในต่างกรรมต่างวาระว่า มาตรา 14(1) ไม่เกี่ยวกับการหมิ่นประมาท ร่างแก้ไข พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ดังกล่าวผ่านความเห็นชอบของ สนช.แล้ว และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 24 ม.ค. โดยจะมีผลบังคับใช้ในเดือน พ.ค.นี้ (120 วันหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา)
Cr.ข่าว:ประชาไท :http://prachatai.org/journal/2017/03/70587
ภาพ:มูลนิธิผสานวัฒนธรรม

"บิ๊กโด่ง" พล.อ.อุดมเดช หน.ผู้แทนพิเศษรัฐบาล ประชุมคณะผู้แทนพิเศษ แก้ปัญหาใต้

"บิ๊กโด่ง" พล.อ.อุดมเดช หน.ผู้แทนพิเศษรัฐบาล ประชุมคณะผู้แทนพิเศษ แก้ปัญหาใต้ ประชุมเพื่อประเมินผล ไตรมาส1ของหน่วยงานต่างๆที่ร่วมแก้ใต้ และ ม.21 โครงการพาคนกลับบ้าน และการพูดคุยสันติสุข
พลเอก อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม / หัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา จชต. เป็นประธานการประชุมผู้แทนพิเศษของรัฐบาลฯ เพื่อให้ผู้แทนพิเศษฯ รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานที่ผ่านมา และนำเสนอประเด็นสำคัญที่จะขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ประสบความสำเร็จ
- ผลการประเมินความก้าวหน้าในการขับเคลื่อนงานการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไตรมาสที่ ๑ (ต.ค. – ธ.ค.๕๙)
- การพิจารณาแนวทางการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย มาตรา ๒๑ ของ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพื่อให้เกื้อกูลต่อการพัฒนาและการแก้ไขปัญหาตามแนวทางสันติวิธี โดยเฉพาะโครงการพาคนกลับบ้านและการพูดคุยสันติสุข
- การปรับทัศนคติและความคิดความเชื่อ โดยการใช้แนวทางชุมชนศรัทธา (กัมปงตักวา)
- การขับเคลื่อนงานชุมชนเข้มแข็ง สนับสนุนการเข้ามอบตัวของกลุ่มผู้หลงผิดหรือผู้เห็นต่าง ตามนโยบายของรัฐบาล
- การสร้างความอยู่ดี มีสุข ทำงานด้านการพัฒนา โดยการขับเคลื่อนงานเศรษฐกิจชุมชน ควบคู่ไปกับงานด้านความมั่นคง
- การบูรณาการควบรวมระบบงานยุติธรรมชุมชน โดยมีข้อเสนอให้จัดตั้งศูนย์ยุติธรรมชุมชนในพื้นที่ จชต. ให้ครบทั้ง ๒๗๐ ตำบล (ปัจจุบันเริ่มจัดตั้งแล้ว ๑๐๖ ศูนย์)
- การขับเคลื่อนงานด้านเศรษฐกิจ โดยการประสานงานกับภาคเอกชนที่สนใจจะลงทุนประกอบกิจการในพื้นที่ จชต.

ผบ.สูงสุด สั่งตั้งกก.ตรวจสอบข้อเท็จจริง นักเรียนวิทยาลัยเสนาธิการทหาร ทัวร์ยุโรป

ผบ.สูงสุด สั่งตั้งกก.ตรวจสอบข้อเท็จจริง นักเรียนวิทยาลัยเสนาธิการทหาร ทัวร์ยุโรป ยันนักเรียนทหารดูงาน ตปท. เป็นมาตรฐานสากล ทุกประเทศ ต้องมี
พลเอกสุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผบ.สูงสุด สั่งตั้งกก.ตรวจสอบข้อเท็จจริง นักเรียนวิทยาลัยเสนาธิการทหาร ทัวร์ยุโรป มอบ พล.อ.อ.สุทธิพันธ์ กฤษณะคุปต์ รองผบ.สส.เป็นประธาน.
เปรย หากไม่มีผลกระทบอะไรมาก อาจมีการทบทวนหลักสูตร เพราะเราเป็นประเทศ ที่เศรษฐกิจไม่ดี และเราต้องมีการปฏิรูปกองทัพ ปฏิรูปตนเอง
แต่ยัน การไปดูงานตปท.มีประโยชน์ ต่อ ทหาร3เหล่าทัพที่มาเรียนรวมกัน‬ เพราะทหาร ที่มาเรียน มาจากต่างหวัด มาจากชายแดน ก็ควรที่จะไปดูกองทัพ ประเทศอื่น
และเป็นมาตรฐานสากล ของหลักสูตรนักเรียนวิทยาลัยเหล่าทัพ เผย อเมริกา ดูงานเป็นเดือน ลงพื้นที่ด้วย แต่เราแค่ 10-13วัน เผย บางทีเดินทาง หลังเที่ยงคืน ก็นับเป็น วันใหม่แล้ว กลับมา เช้ามืด ก็นับ อักวันหนึ่ง แล้ว
ชี้ ระเบียบใหม่ ลดระยะทางเดินทาง มาแค่ ในภูมิภาคนี้ อาเซี่ยน จีน เกาหลี ญี่ปุ่น เท่านั้น
ระบุ เวลาไปดูงาน หน่วยความมั่นคง กองทัพ ตปท. จะถ่ายภาพไม่ได้. เลยมีแต่ภาพตอนพักผ่อน ออกมา วอนเข้าใจ

ลดกำลังทหาร จาก"วัดธรรมกาย"เหลือแค่ กองพล ปตอ.วางกำลังรอบวัด

"แม่ทัพภาค1” เผย ลดกำลังทหาร จาก"วัดธรรมกาย"เหลือแค่ กองพล ปตอ.วางกำลังรอบวัด ดูความเรียบร้อย ให้ เป็นไปตามข้อตกลง
บิ๊กแดง พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาค1 กล่าวถึงดูแลบริเวณโดยรอบวัดพระธรรมกายของกองกำลังรักษาความสงบกองทัพภาคที่ 1 (กกล.รส.ทภ.1 ) ว่า หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI ได้เข้าไปตรวจค้นได้ในทุกจุดภายในวัดพระธรรมกายแล้ว ตามที่มีความต้องการ
ส่วนกำลังทหารนั้น มีการปรับลดกำลัง มีสับเปลี่ยนหนุนเวียนกำลัง โดยเราใช้กำลังในพื้นที่รับผิดชอบ คือกองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน (ปตอ.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชน(ปจ.) จากจังหวัดปทุมธานี เจ้าหน้าที่สำนักพุทธศานาแห่งชาติ (พศ.) เข้าไปดูแล ทางเจ้าหน้าที่ทหารเราเพียงเข้าไปดูในเรื่องของภาพรวมความเรียบร้อย
รวมถึงดูว่า การดำเนินการของวัดพระธรรมกายว่าเป็นไปตามข้อตกลงหรือไม่ และขณะนี้ก็เป็นที่รับทราบแล้วว่า พระธัมมชโย ไม่ได้อยู่ภายในวัด จึงต้องดำเนินการในพื้นที่อื่นต่อไป
ทางทบ.ได้แต่งตั้ง ผบ.พล.ปตอ. เป็นรอง ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการร่วม วัดพระธรรมการ เพราะฉะนั้นทาง ผบ.พล.ปตอ. มีอำนาจเต็ม ตามคำสั่งของทางดีเอสไอ ที่ได้แต่งตั้งมา ทั้งนี้ทาง ดีเอสไอ ก็ยังเป็นเจ้าภาพในการทำดำเนินการในเรื่องนี้ต่อไป

"เจตนารมณ์ บิ๊กตู่ ไม่เคยเปลี่ยน"

"เจตนารมณ์ บิ๊กตู่ ไม่เคยเปลี่ยน"

"บิ๊กแดง" ขอทุกฝ่ายอดใจ รอเลือกตั้ง ร่วม"ปรองดอง" ลั่น แม้เวลาเปลี่ยน แต่เจตนารมณ์ นายกฯไม่เปลี่ยน" เผย 4 กลุ่มเป้าหมาย ให้ความร่วมมือ เชื่อ ผล ปรองดอง จะออกมาดี
พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาค1 กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดเวทีปรองดองในระดับพื้นที่ของกองทัพภาค1 ว่า ตอนนี้คืบหน้าไปได้มาก ทุกจังหวัดในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 ได้รายงานเข้ามาเป็นระยะๆ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากประชาชน และนักการเมืองในพื้นที่เป็นอย่างดี
โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย 4 กลุ่ม กลุ่มการเมือง ข้าราชการ นักวิชาการ และแกนนำมวลชน ในพื้นที่ เพื่อที่จะได้ข้อมูลที่ครอบคลุมในพื้นที่จนถึงส่วนกลาง เราได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีทุกจังหวัด
โดยเชื่อว่า เข้าใจแนวทางของคสช. และรัฐบาล มากขึ้น โดยเฉพาะคำถามที่พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้พ่วงไปอีก 1 คำถาม ในเรื่องที่ท่านคิดอย่างไร และจะแก้ปัญหาอย่างไร ในการทำให้เกิดความปรองดอง
“ผมยืนยันว่าในทุกพื้นที่ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ผมเชื่อว่าทุกคนก็อยากให้ประเทศ ดีขึ้น
แต่ในห่วงเวลาที่เปลี่ยนถ่าย จะเป็นห่วงเวลาที่อ่อนไหว ทางฝ่ายการเมืองเองอยากเห็นความปรองดองพัฒนาขึ้นไป นำไปสู่การเลือกตั้ง
"ถึงแม้ว่าเวลาจะเปลี่ยนไป แต่เจตนารมณ์ของนายกฯไม่เคยเปลี่ยน
ดังนั้นขอให้อดใจสักระยะหนึ่ง หากมีอะไรก็ขอให้มาพูดกันในเวทีปรองดองซึ่งเรารับฟังทุกอย่าง และพร้อมที่จะเอาข้อคิดเห็นของนักการเมือง และกลุ่มเป้าหมายทั้ง 4 กลุ่มนำไปหารือ เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง หรือแก้ไขในสิ่งทุกคนเห็นว่าไม่เหมาะสมหรือสอดคล้องกับประเทศไทยไปแก้ไข ผมเชื่อว่าการปรองดองในครั้งนี้จะออกมาดี”พล.ท.อภิรัชต์ กล่าว

ยุติสอบปม 'ศานิตย์' ชี้ไม่มีหลักฐานรับเงินที่ปรึกษาไทยเบฟฯ

ผู้ตรวจฯ มีมติ ยุติสอบปม 'ศานิตย์' รับเงินที่ปรึกษาบ.ไทยเบฟ. อ้างหลักฐานยังไม่ชัดเจน ชี้หน้าที่พิสูจน์รับจริงไม่จริงเป็นของป.ป.ช. แต่เตรียมร่อนหนังสือเตือนเป็นขรก.ชั้นผู้ใหญ่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี 
นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า ที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติให้ยุติเรื่องกรณีที่สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยขอให้ตรวจสอบ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่ารับเงินจากการเป็นที่ปรึกษา บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เดือนละ 50,000 บาท เข้าข่ายผิดจริยธรรมหรือไม่นั้น เนื่องจากผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่ายังไม่ปรากฏหลักฐานที่ชัดเจนว่า พล.ต.ท.ศานิตย์ รับเงินดังกล่าวจริง
เพราะแม้ พล.ต.ท.ศานิตย์ จะแจ้งต่อ ป.ป.ช. ก็เป็นเพียงเอกสารประกอบการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ซึ่งเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ได้ให้ข้อมูลต่อผู้ตรวจการแผ่นดินว่า การตรวจสอบของ ป.ป.ช.ในชั้นการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินจะดูว่ายื่นเอกสารหลักฐานครบตามที่กำหนดหรือไม่ ส่วนการตรวจสอบทรัพย์สินนั้น ป.ป.ช.จะตรวจสอบก็ต่อเมื่อพ้นจากตำแหน่ง จึงจะนำทรัพย์สินมาเปรียบเทียบว่ามีหนี้สินและทรัพย์สินเพิ่มขึ้นหรือลดลงจริงตามที่ได้มีการแจ้งหรือไม่ ประกอบกับ พล.ต.ท.ศานิตย์ ได้ชี้แจงว่า ไม่ได้เป็นที่ปรึกษาบริษัทไทยเบฟฯ ส่วนที่มีหนังสือแจ้งต่อ ป.ป.ช.นั้นเป็นการผิดหลงในข้อมูล เพราะให้คนอื่นเป็นผู้ทำเอกสารให้ ขณะที่บริษัท ไทยเบฟฯ ก็มีหนังสือแจ้งว่าไม่ได้จ้าง พล.ต.ท.ศานิตย์ เป็นที่ปรึกษา
อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่ปรากฏหลักฐานดังกล่าว แต่ผู้ตรวจการแผ่นดินก็มีข้อสังเกตตักเตือนไปยัง พล.ต.ท.ศานิตย์ ว่าเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ต้องมีความรอบคอบ แม้ให้เจ้าหน้าที่ทำเอกสารให้ แต่ตัวเองต้องเป็นผู้เซ็นรับรองเพื่อยืนเอกสารนั้นให้กับหน่วยงานสำคัญ การจะมาอ้างเรื่องผิดหลงจึงไม่สมควร เพราะการเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี อีกทั้งโดยตำแหน่งแล้วมีหน้าที่กำกับดูแลเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การแจ้งข้อมูลที่ผิดหลงดังกล่าวจึงเป็นแบบอย่างที่ไม่ดี หมิ่นเหม่ ล่อแหลม อาจทำให้ถูกกล่าวหาได้ว่ามีผลประโยชน์กับบริษัทเครื่องดื่มดังกล่าว หรือถูกมองว่าผิดวินัย ซึ่งจะกระทบต่อภาพลักษณ์
ทั้งนี้ ทางผู้ตรวจฯ จะทำการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการแจ้งไปยังผู้ร้อง รวมทั้งผู้บังคับบัญชาของ พล.ต.ท.ศานิตย์ ทั้งในฐานะผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไป
นายรักษเกชา กล่าวด้วยว่า คำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินในครั้งนี้ไม่ได้บอกว่าผิดหรือไม่ผิด เพราะผู้จะชี้ว่า พล.ต.ท.ศานิตย์ เป็นที่ปรึกษาจริงหรือไม่ เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช. ส่วนทางผู้ตรวจการแผ่นดินจะพิจารณาในเรื่องของจริยธรรมเท่านั้น ดังนั้น เมื่อยังไม่ปรากฏหลักฐานที่ชัดเจนจึงไม่สามารถบอกได้ แต่ถ้าในอนาคตปรากฏว่า พล.ต.ท.ศานิตย์ เป็นที่ปรึกษาจริง จะต้องพิจารณากันอีกครั้งหนึ่ง

ด่วน!! กลุ่มค้านสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา เข้ายึดเวทีฟังความเห็นปชช.แล้ว

วันนี้ (15 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 22.00 น. เยาวชนพลังเครือข่ายภาคประชาชน กว่า300 คน เข้ายึดสถานที่จัดเวทีแสดงความคิดเห็นหรือ ค.1 โครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา. ที่โรงเรียนบ้านปากบาง. ต.ละงู อ.ละงู. จ.สตูล. เพื่อแสดงเจตนารมณ์คัดค้านหลังก่อนหน้านี้ได้พยายามส่งสัญญาณไม่ต้องการให้เกิดเวทีนี้เกิดขึ้นเนื่องจากเห็นความไม่ชอบธรรมและยืนยันในค่ำคืนนี้จะย้ายจากจุดลานสาธารณะ 18 ล้านปากบารา. มาปักหลักที่นี่ไปจนถึงเช้าวันพรุ่งนี้ของการเปิดเวที ซึ่งตลอดทั้งวันนี้มีการเปิดเวทีคู่ขนานมาอย่างตลอดเพื่อต่อต้านเวทีของรัฐ ท่ามกลางการรักษาความสงบเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ตำรวจและอส. โดยไม่ได้มีการปะทะใดๆทั้งสิ้น

114


115

วันพุธที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2560

“สก อาน” รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เสียชีวิตในจีน

สำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้แถลงการณ์ถึงการเสียชีวิตของรองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สมเด็จ วิบลปัญญา (ซก อาน)โดยสมเด็จ วิบลปัญญาได้เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว เมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2560 เวลา 18 นาฬิกา 32 นาที ณ กรุงปักกิ่งประเทศจีน รวมอายุครบ 66 ปี
ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน เพิ่งได้รับพระบรมราชโองการจากกษัตริย์กัมพูชา โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น"สมเด็จวิบลปัญญา(อ่านตามอักขระเขมรว่า'วิบลปอนเยีย') สก อาน"
และเมื่อไม่นานนี้เช่นกันที่รองนายกรัฐมนตรี "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" ต้องเลื่อนการเยือนกัมพูชาออกไปก่อน…แหล่งข่าวด้านหนึ่งบอกว่าฝ่ายกัมพูชาขอเลื่อน เพราะมีภารกิจเร่งด่วนที่คาดว่าแกนนำรัฐบาลกัมพูชาไปเยี่ยมดูใจ"สก อาน" ที่เมืองจีน..แต่แหล่งข่าวอีกด้านบอกว่าฝ่ายไทยเป็นผู้ขอเลื่อน

"สก อาน" รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา หนึ่งในนักการเมืองที่ทรงอิทธิพลของกัมพูชา เสียชีวิตแล้วในวัย 66 ปี ขณะรักษาอาการป่วยที่ประเทศจีน
ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน เพิ่งได้รับพระบรมราชโองการจากกษัตริย์กัมพูชา โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น"สมเด็จวิบลปัญญา(อ่านตามอักขระเขมรว่า'วิบลปอนเยีย') สก อาน"
และเมื่อไม่นานนี้เช่นกันที่รองนายกรัฐมนตรี "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" ต้องเลื่อนการเยือนกัมพูชาออกไปก่อน…แหล่งข่าวด้านหนึ่งบอกว่าฝ่ายกัมพูชาขอเลื่อน เพราะมีภารกิจเร่งด่วนที่คาดว่าแกนนำรัฐบาลกัมพูชาไปเยี่ยมดูใจ"สก อาน" ที่เมืองจีน..แต่แหล่งข่าวอีกด้านบอกว่าฝ่ายไทยเป็นผู้ขอเลื่อน
///////
S__6612134

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ก่อนหน้าเมื่อวาน(14มี.ค.)โฆษกรัฐบาลกัมพูชา ออกโรงปฏิเสธข่าวลือ รองนายกรัฐมนตรี สก อาน เสียชีวิต ‘ไม่เป็นความจริง’ หลังลือสนั่นทางโซเชียล มีเดีย ตั้งแต่สุดสัปดาห์ ขณะที่สื่อเขมร ยังรายงาน สก อาน ได้รับทูลเกล้าฯแต่งตั้งได้ตำแหน่ง ‘สมเด็จ’ แล้ว

เมื่อ 14 มี.ค. สื่อในกัมพูชา รายงานนายฟาย สิฟาน โฆษกรัฐบาลกัมพูชาออกโรงปฏิเสธข่าวลือของนายสก อาน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชาเสียชีวิต หลังได้เริ่มลือกันอย่างแพร่หลาย ผ่านมาทางโซเชียล มีเดีย ตั้งแต่สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยโฆษกรัฐบาลกัมพูชา ปฏิเสธข่าวลือดังกล่าวผ่านทางเซฟบุ๊ก โดยยืนยันว่า ข่าวที่ลือกันทางสื่อสังคมออนไลน์ที่ว่าดร.สก อาน เสียชีวิตนั้น ‘ไม่เป็นความจริง’

ขณะเดียวกัน สื่อในกัมพูชารายงานด้วยว่า ท่ามกลางข่าวลือถึงเรื่องปัญหาสุขภาพของนายสก อาน ในวัย 66 ปี จนถึงขั้นเสียชีวิต หลังจากเขาไม่ได้ปรากฏตัวในที่สาธารณะมานานหลายเดือนแล้วนั้น อีกทั้งขณะนี้ ยังไม่รู้แน่ชัดว่าขณะนี้นายสก อาน อยู่ที่ใด ปรากฏว่า รัฐบาลกัมพูชาได้มีการทูลเกล้าฯ แต่งตั้งให้นายสก อาน ได้รับพระราชทานตำแหน่งเป็น ‘สมเด็จ’ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นตำแหน่งเกียรติยศสูงสุดและยากที่พลเรือนคนใดจะได้รับ หลังจากก่อนหน้านี้ นายซอร์ เค็ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายซาย ชุม ประธานวุฒิสภา ได้รับแต่งตั้ง เป็นสมเด็จ เมื่อปี 2558


สื่อในกัมพูชา รายงานด้วยว่า การแต่งตั้งนายสก อาน ได้รับ ตำแหน่งสมเด็จนั้น มีเหตุผลหลายประการ รวมทั้ง ความพยายามของเขาในการปกป้องประชาธิปไตย, การเสริมสร้างสันติสุขในประเทศ, การทำให้สังคมในกัมพูชามีเสถียรภาพภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ซึ่งได้รับตำแหน่ง ‘สมเด็จ’ แล้วเช่นกัน