PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันศุกร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2561

Exclusive: "ไพร่หมื่นล้าน" จับมือ สมาชิก "นิติราษฎร์" เปิดตัวพรรคใหม่

Exclusive: "ไพร่หมื่นล้าน" จับมือ สมาชิก "นิติราษฎร์" เปิดตัวพรรคใหม่

ผศ.ดร. ปิยบุตร แสงกนกกุล
ปิยบุตร แสงกนกกุล นักนิติศาสตร์หนุ่มจาก "นิติราษฎร์" เปิดแนวคิดพรรคทางเลือกใหม่ร่วมกับ "ไพร่หมื่นล้าน" ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประกาศภารกิจสำคัญเพื่อพาคนไทยออกจาก "เผด็จการ"
ในวัยใกล้เลขสี่ ของ ผศ.ดร. ปิยบุตร แสงกนกกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขาประกาศเดินออกจากรั้วมหาวิทยาลัยเข้าสู่เวทีการเมือง เพื่อผลักดันความฝัน ความเชื่อในการสร้างประเทศ
ปิยบุตรคือ "ศิษย์รุ่นแรก" ของ ศ.ดร. วรเจตน์ ภาคีรัตน์ นักนิติศาสตร์ฝีปากกล้าแห่ง ม.ธรรมศาสตร์ แล้วขยับเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ร่วมโยนข้อเสนอทางกฎหมายและการเมืองอันแหลมคมออกสู่สังคมในนามคณะ "นิติราษฎร์"
ทว่ารัฐประหารปี 2557 นำมาซึ่งความ "ไม่สนุก" กับงานสอนหนังสือแก่นักวิชาการวัย 38 ปีรายนี้ ด้วยเพราะ เขาต้องพูดเรื่องเดิมซ้ำ ๆ ในวิชากฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายปกครองที่เขาต้องสอนเป็นหลัก ภายใต้ยุคสมัยที่อุดมการณ์ "นิติรัฐ-ประชาธิปไตย" ครอบโลกไม่เว้นประเทศไทย ศาลถูกจับวางให้อยู่ในฐานะองค์กรที่ใช้อำนาจตรวจสอบถ่วงดุล
ปิยบุตรตั้งคำถามกับตัวเองบ่อยครั้งว่า "เรากำลังให้ความชอบธรรมกับศาลมากกว่าอำนาจของประชาชนหรือไม่" ทั้งที่นอกห้องเรียน เขาคือผู้ตรวจสอบบทบาทของฝ่ายตุลาการตัวยง ถึงขั้นออกหนังสือ "ศาลรัฐประหาร" เมื่อปีก่อน
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
ทางเลือกหนึ่งเพื่อเด้งออกจากความคิดสับสน-วนเวียน จึงอยู่ที่การยื่นเรื่อง "ลาสอน" เพื่อหยุดทบทวนตัวเอง ทว่ายังไม่ทันดำเนินการ ความคิด "ลาพัก" ได้พัฒนาเป็นการตัดสินใจเตรียม "ลาออก" เมื่อได้ปรับทุกข์-ผูกมิตรกับ "กัลยาณมิตร" หลายคน ในจำนวนนี้มีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้บริหารหนุ่มไทยซัมมิท กรุ๊ป เจ้าของฉายา "ไพร่หมื่นล้าน" รวมอยู่ด้วย
"เราคุยด้วยกันมา เห็นตรงกันว่าเป็นช่วงเวลาที่จำเป็นต้องมีพรรคการเมืองทางเลือกใหม่เกิดขึ้น" ปิยบุตรกล่าวกับบีบีซีไทย
ชูแนวคิด พรรคฝ่ายซ้ายใหม่ในยุโรป - พาคนไทยออกจากเผด็จการ
พรรคซีริซา (Syriza) ของกรีซได้เป็นรัฐบาล เพราะคนในสังคมรู้สึกว่าไม่ว่าจะเลือกทางไหนImage copyrightAFP/GETTY IMAGES
คำบรรยายภาพนายอเล็กซิส ซิปราส นายกรัฐมนตรีของกรีซ และหัวหน้าพรรคซีริซา (Syriza) ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 2004
ปิยบุตรเล่าว่า เขามีความคิดเรื่องการสร้างพรรคทางเลือกใหม่มานานแล้ว แต่มาแจ่มชัดระหว่างลาไปค้นคว้าวิจัยเพิ่มเติมที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อปี 2558 ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจในยุโรป ทำให้มีพรรคทางเลือกใหม่เกิดขึ้นและได้รับความนิยมมากขึ้น เช่น พรรคโพเดมอส (Podemos) ในสเปนซึ่งมาเป็นพรรคอันดับ 3 พรรคซีริซา (Syriza) ของกรีซได้เป็นรัฐบาล La France insoumise ของฝรั่งเศสกลายเป็นอันดับ 1 ของฝ่ายค้าน เพราะคนในสังคมรู้สึกว่าไม่ว่าจะเลือกทางไหน ไม่ว่าพรรคฝ่ายซ้ายหรือฝ่ายขวา ก็ดำเนินนโยบายเหมือนกันคือเสรีนิยมใหม่ทางเศรษฐกิจ
เมื่อย้อนกลับมาดูวิกฤตการเมืองไทยในรอบ 13 ปี ซึ่งผู้คนจำนวนมากมองไม่เห็นทางออก ปิยบุตรชี้ว่า นี่คือสภาพการณ์ที่ต้องระวังให้ดี เพราะถ้าประคองไม่ดีจะเสร็จ "ตาอยู่" ซึ่งหมายถึง "เผด็จการ"
"ประเทศไทยอ่อนล้าเหนื่อยล้ากับความขัดแย้งมาสิบกว่าปี พรรคไหนชนะ อีกข้างหนึ่งก็จะต่อต้าน พรรคหนึ่งชนะ อีกข้างต่อต้าน แบบนี้ตลอดเวลา คนมีความรู้สึกว่าเลือกตั้งแล้วไม่จบ เลือกตั้งแล้วจะเจอการชุมนุม เกิดความวุ่นวาย ถ้ามีนายทหารคนหนึ่งขึ้นมาในนามของ 'การรักษาความสงบ' ขจัดความขัดแย้ง ทำให้บ้านเมืองสงบกลับมาเข้ารูปเข้ารอย มาในลักษณะแบบนี้ คนก็จะคิดว่าอย่างนี้เรา 'ยอมพักประชาธิปไตยไว้ชั่วคราว' กลับไปอยู่กับเผด็จการดีกว่า" ดุษฎีบัณฑิตด้านนิติศาสตร์จากฝรั่งเศสให้มุมมอง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พบปะประชาชนImage copyrightสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
นี่จึงเป็น "ช่วงเวลาสำคัญ" ในการแจ้งเกิดพรรคทางเลือกใหม่ตามทัศนะของปิยบุตรกับเพื่อน โดยหวังใช้เป็นเครื่องมือช่วยให้คนออกจาก "ระบอบเผด็จการ" กลับสู่การเมืองในระบบปกติหลังผ่าน "ทศวรรษที่สูญหาย" และเพื่อตอกย้ำว่าการหวนคืนสู่การเลือกตั้งไม่ได้แปลว่าจะได้การเมืองแบบเดิม
อย่างไรก็ตามผู้ริเริ่มก่อตั้งพรรคทางเลือกใหม่ยังไม่ขอเปิดชื่อพรรค แต่แย้มว่าจะสะท้อนอุดมการณ์ ความเป็น "พลเมืองรุ่นใหม่" และ "การเมืองแบบใหม่" และไม่มีคำว่า "ชาติ-ไทย-ประชาธิปไตย" ในชื่อแน่นอน
เช่นเดียวกับตำแหน่งในพรรคที่ยังไม่มีการจัดวางตัวบุคคล เนื่องจากติดเงื่อนไขคำสั่งหัวหน้า คสช. ห้ามประชุมพรรค แต่เขาพร้อมยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคและดำเนินการตามข้อกฎหมาย
"นอมินีทักษิณ"?
นอกจากการขึ้นสู่อำนาจทางลัดของ คสช. จะเป็น "แรงผลัก" ให้ ปิยบุตรกระโจนสู่การเมือง ยังมีอีก "แรงดูด" จากปรากฏการณ์การเมือง "หลังยุคชินวัตร" (Post-Shinawatra Era) ที่เขาเห็นว่าเป็นการเปิดพื้นที่การเมืองใหม่ให้คนรุ่นใหม่เข้ามา "ลงมือทำ"
พรรคไทยรักไทยของทักษิณ ชินวัตรImage copyrightAFP/GETTY IMAGES
อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์อันดีกับนักการเมืองฝั่งนายทักษิณ ชินวัตร ย่อมทำให้พรรคของ ปิยบุตร-ธนาธร สุ่มเสี่ยงต่อการถูกสงสัยว่าเป็น "พรรคตัวแทนทักษิณ"
"ผมยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้อง เราทำของเราเอง ไม่ได้มาเป็นนอมินีของใคร ใครส่งมาไม่มี เราทำของเราเอง เดี๋ยวเปิดตัวไป เห็นรายชื่อ ก็จะรู้เองว่าไม่เกี่ยวอะไรเลย เป็นคนใหม่ทั้งหมด"
เมื่อครั้งยังเป็นนักวิชาการเต็มขั้น ปิยบุตรมักเปรียบเปรยสิ่งที่เขาทำว่าเป็นการ "ทำงานทางความคิด" โดยชี้ว่าปัญญาชนมีหลายลักษณะ มีทั้งผู้ที่ชอบหมกตัวอยู่ในห้องสมุด ค้นคว้า อ่าน เขียน ลงพื้นที่ศึกษาวิจัย และปัญญาชนที่เข้าไปผูกมัดกับอุดมการณ์ความคิด ถ้าเชื่ออย่างไรก็ต้องลงไปปฏิบัติให้เกิดผล
"ผมและเพื่อน ๆ กลุ่มหนึ่งเคยเสนอความเห็นออกสู่สาธารณะหลายครั้ง ปรากฏว่าไม่มีการตอบรับ ในทางการเมืองเขาทำไม่ได้ นักวิชาการก็ต้องคิดว่ามันถึงเวลาหรือยังที่เราจะต้องลงไปทำเอง" ปิยบุตรกล่าว
สำหรับเขา "การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน" และ "การเมืองคือความเป็นไปได้ ถ้าเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ ก็ไม่มาทำ"
ติดภาพนิติราษฎร์?
ปฏิเสธไม่ได้ว่าสังคมรู้จักปิยบุตรจากบทบาทนักวิชาการคณะนิติราษฎร์ ที่ออกมาเคลื่อนไหวหลังรัฐประหาร 2549 เพื่อทวงคืนนิติรัฐ-ประชาธิปไตย หนึ่งในข้อเสนออันแหลมคมที่ถูกโยนออกมาสู่สังคมคือการลบล้างผลพวงจากการรัฐประหาร และแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่าด้วยการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
ผศ.ดร. ปิยบุตร แสงกนกกุลImage copyrightWASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
ทว่าภายใต้สถานการณ์ในยุค "เปลี่ยนผ่านทางการเมือง" น่าสนใจว่า "ภาพจำในอดีต" จะย้อนกลับมาเป็นอุปสรรคในการทำงานการเมืองของนักกฎหมายหนุ่มหรือไม่?
ปิยบุตรชี้แจงว่า "หัวใจหลัก" ของข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ที่ออกมาต่อเนื่อง คือต้องการให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามหลักนิติรัฐที่ร่ำเรียนกันมา จึงไม่คิดจะลบภาพลักษณ์ หรือล้างภาพจำใด ๆ ทั้งสิ้น
"ผมคิดว่ามันลบไม่ได้ มันก็คือตัวเรา มันเป็นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น แล้วผมพูดไปด้วยความสุจริตทั้งสิ้น ไม่ได้อาฆาตมาดร้ายที่จะอะไรทั้งสิ้น แต่แนวคิดหลักคือต้องการให้สถาบันทางการเมือง สถาบันหลักที่อยู่ในรัฐธรรมนูญสอดคล้องกับประชาธิปไตย และอยู่ได้อย่างเป็นเกียรติ" ปิยบุตรกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
"เสี่ยง.. แต่คุ้ม"
เมื่อปัญญาชนที่ชื่อปิยบุตรเลือกผูกมัดตัวเองเข้ากับอุดมการณ์ประชาธิปไตย ภาคต่อไปของเขาจึงอยู่ที่การผลักดัน-สร้างสนามประชาธิปไตยในสังคมไทยอีกครั้ง ทว่ามีความเสี่ยงระดับสูงที่ต้องประเมิน
รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์Image copyrightWASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพรศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ กล่าวปาฐกถาในงาน "ใส่ใจประชามติรัฐธรรมนูญ กำหนดอนาคตประชาชน" ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2559
หนึ่งใน "เสียงสนับสนุน" ที่มีน้ำหนัก ดังขึ้นจาก ศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ซึ่งไม่เพียงเป็น "ครูกฎหมาย" ตั้งแต่ระดับปริญญาตรี-โทของเขา แต่ยังร่วมขับเคลื่อนแนวทาง "นิติศาสตร์เพื่อราษฎร" มาด้วยกัน
"ปฏิเสธไม่ได้ว่าผมตัดสินใจนี่ เป็นการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ เปลี่ยนชีวิตเหมือนกัน ผมก็บอก พอบอกอาจารย์วรเจตน์ก็ไม่ค้าน ก็สนับสนุน แต่ก็เป็นห่วง กังวล ก็อย่างที่เราทราบการเมืองไทยมันก็โหดร้ายทารุณอยู่พอสมควร"
แม้รู้ว่าการทำงานการเมืองมีความ "เสี่ยง" แต่เขาคิดว่า "คุ้ม"
"การเมืองไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คุณปฏิเสธไม่ได้หรอกกว่าเสี่ยง คุณเสนออะไรที่มัน.. เขาคิดว่าก้าวหน้าเกินไป หรือเขาคิดว่าอันตรายต่อเขา เขาอาจหาวิถีทางกำจัดออกไป อย่างประสบการณ์ที่เราพบเห็นมาตลอดตั้งแต่ 2475 จนถึงปัจจุบัน เรื่องนี้ปฏิเสธไม่ได้ ประวัติศาสตร์มันบอกไว้ ถามว่าความเสี่ยงลักษณะแบบนี้มันพร้อม มันคุ้มไหมที่จะลองมาเสี่ยงดู ผมคิดว่ามันคุ้ม"
"มันเป็นห้วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ ถ้าไม่ทำตอนนี้ โอกาสนี้อาจจะหลุดมือไป ห้วงเวลาประวัติศาสตร์นี้อาจจะหลุดมือไป" เขากล่าวทิ้งท้าย
ปิยบุตรพูดถึงครู-ศิษย์-เพื่อน "ผู้ไม่ยอมจำนน"
ปิยบุตร แสงกนกกุล พูดถึง "ชาย 3 คน" ที่เขาให้ความเคารพในความคิด โดยมีจุดร่วมกันคือเป็นคนที่มีหลักการ ความเชื่อ และเป็นตัวอย่างของการ "ไม่ยอมจำนน" โดยพร้อมออกจากพื้นที่ปลอดภัยไปรับความลำบาก ไปต่อสู้ในรูปแบบที่แตกต่างกันเพื่อรักษาหลักการที่ตนยึดถือเอาไว้
  • วรเจตน์ ภาคีรัตน์ : ครูที่เคารพที่สุด - มีความเคร่งครัดในวัตรปฏิบัติทั้งในเรื่องส่วนตัว และเรื่องวิชาการ เป็นแบบอย่างที่ดี
  • รังสิมันต์ โรม : ศิษย์ที่ภูมิใจที่สุด - มีความคิด ความเชื่อ ความฝัน เมื่อเห็นว่าสิ่งที่เรียนมาเป็นแบบหนึ่ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอีกแบบหนึ่ง ก็ออกมาท้าทาย เผชิญหน้า ประท้วง ต่อสู้
  • ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ : เพื่อนที่กล้าหาญที่สุด - เขาอยู่ในที่ ๆ อยู่ก็ไม่มีปัญหา แต่กล้าตัดสินใจมาเสี่ยงตรงนี้เพื่อสร้างการเมืองใหม่
ที่มา : ผศ.ดร. ปิยบุตร แสงกนกกุล กล่าวกับบีบีซีไทย

คสช.เตือน อย่าล้อเลียน "ผู้นำ"

คสช.เตือน อย่าล้อเลียน "ผู้นำ"
(1/3/61)ชี้ กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ล้อเลียนผู้นำ "ยุทธ์น็อคคิโอ้" ไม่เหมาะสม ชี้ นายกฯ เป็นผู้ใหญ่ ของบ้านเมือง เตือน อย่ามโนเอาเอง ขู่ใช้มาตรการ เบาไปหาหนัก ขอจัดกิจกรรมอยู่ในขอบเขตกฎหมาย จับตานักการเมืองร่วมเคลื่อนไหว
พลตรี ปิยพงศ์ กลิ่นพันธ์ ผบ.มทบ.11 และ ทีมโฆษกคสช. กล่าวว่า คสช.จับตาดูความเคลื่อนไหวของ"กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง"ที่มีการจัดกิจกรรมปราศัยโจมตี คสช.ทุกวันเสาร์ และขอเตือนว่า ต้องสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องให้กับประชาชน
ที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. มีการชี้แจงโรดแมพ ที่กำหนดกรอบเวลาการเลือกตั้ง ที่ชัดเจนมาตลอด
แต่ก็ยังมีการออกมาเคลื่อนไหว ซึ่งต้องฝากให้สถานศึกษาซึ่งเป็นสถานที่จัดงานพิจารณาความเหมาะสมด้วย ส่วนในพื้นที่สาธารณะ ต้องดูว่ามีการขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
ส่วนกรณีที่ มีนักการเมืองเข้ามาร่วมด้วย เช่น นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย และเริ่มมีมวลชนมากขึ้นในแต่ละสัปดาห์ นั้น พลตรีปิยพงศ์ กล่าวว่า ยังไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่คสช.ก็มีการจับตา และขอความร่วมมือสื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับสังคม และไม่บิดเบือนเพื่อสร้างกระแส
"ขอเตือนกล่มผู้ชุมนุมถึงความเหมาะสมในการจัดกิจกรรมล้อเลียนผู้นำ เพราะนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ไม่ควรที่จะคิดมโนเอาเอง ด้วยการนำการ์ตูนมาล้อเลียน เหมือนสัปดาห์ที่ผ่านมา"
เบื้องต้น เราจะมีการใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก

ตาลายกับค่าย 'ตัวแปร'

ตาลายกับค่าย 'ตัวแปร'


จะให้คำนิยามเปรียบเทียบ “ป่าช้าแตก” หรือ “ตลาดแตก” อย่างไรก็ตาม แต่คิวดีเดย์ 2 มี.ค. ที่ กกต. เปิดประเดิมให้ยื่นคำขอจดทะเบียนจดจองชื่อจัดตั้งพรรคการเมืองได้
คู่ขนานไปกับกระแสข่าวการตั้งพรรคใหม่ที่มีออกมาเป็นระลอก
บรรยากาศการเมืองเป็นไปด้วยความคึกคัก โดยเฉพาะนักการเมืองได้เวลาครึกครื้น
ด้วยเงื่อนไข ดีเดย์จากต้นเดือน มี.ค. เป็นขั้นตอนทางธุรการ ในการยื่นจดจองชื่อเพื่อจัดตั้งพรรค จะต้องมีระยะเวลาตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วน ก่อนออกใบรับแจ้ง และเข้าสู่กระบวนการตั้งพรรคต่อไป
เช่นเดียวกับพรรคการเมืองที่มีอยู่เดิม ที่จะเริ่มช้ากว่า 1 เดือน คือ ดีเดย์ 1 เม.ย. ถึงจะเริ่มกระบวนการตรวจสอบ ยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคแต่ละป้อมค่าย
แน่นอน ที่มีข่าวมาตลอดว่าหนุน “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ไปต่อ อันดับต้นๆที่ชูรักแร้มาแต่หัววัน กลุ่ม “ลุงกำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ” ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ ขณะที่กลุ่มประชาชนปฏิรูป นำโดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีต สปท. เอาแน่ในงาน “แบกเสลี่ยง” ผู้นำอำนาจพิเศษเฟสต่อไป
และที่คาดว่าจะมาแนวเดียวกัน “พลังธรรมใหม่” ที่มีคนค่าย “พลังผัก” ที่โด่งดังในอดีต ดูชื่อแกนนำที่เปิดตัวลุย และแนวทางแล้ว ไม่พ้นเป็นแนวร่วมหนุน “ผู้นำท็อปบูต” อีกสำนัก
รวมทั้งอีกหลายกลุ่มที่ยังไม่ทราบขั้วฝ่าย แต่พร้อมหมดถ้าเงื่อนไขทำให้สดชื่น
ทั้งค่ายของอดีตคนใกล้ชิดอดีตบิ๊ก รสช. ถึงแม้จะมีสายสัมพันธ์บ้านใหญ่เทเวศร์ แต่ก็แนบแน่นอดีตทหารเอก “นายใหญ่ไทยรักไทย” ชุดต้านรัฐประหารปี 2549 รวมทั้งพรรครวมดาวความหวังใหม่ และกลุ่มใหญ่ 3 จังหวัดภาคใต้
ส่วนที่จะเป็นค่ายหลัก ยังไม่รู้ว่าเครือข่ายของ “ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” จะใช้ชื่อไหน จะมี “อุตตม สาวนายน” รมว.อุตสาหกรรม นั่งแท่นหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ หนุน “ผู้นำ” ฉบับแปลงกายแน่
โดยมีอีกค่าย “สมคิดเน็กเวิร์ก” อย่าง “บิ๊กเตาปูน” ชัชวาลย์ คงอุดม อดีต ส.ว.กทม. กับหัว “พลังท้องถิ่นไท” ลุยเก็บแต้มท้องถิ่น
แต่นั่นยังไม่รวมหัวเก่าที่เปิดดีลไว้ ทั้งชาติไทยพัฒนา-พลังชล กลุ่ม 16 บางส่วน และแน่นอนบรรดาบิ๊กเนมประเภท “บ้านใหญ่” หัวเมือง มีทั้งยื่นเงื่อนไขเว้นวรรค-เปิดทาง หรือมีสัญญาณตีแล้วสอยเข้าพวก
เพียงแต่ที่เป็นปัญหากับอีกค่ายหลัก อย่างพรรคประชาธิปัตย์ ที่เฮี้ยวจัดช่วงนี้ แต่เมื่อถึงเวลา คงคุยได้ แต่ติดวงเล็บ “เฉพาะกิจ” เพราะหลังตั้งรัฐบาล ลูกเล่นลีลายึกยักต่อรองบานแน่
นี่แหละปัญหาของว่าที่ “ผู้นำคนนอก” โดยเฉพาะถ้าอ่านตามสมการการเมือง เรื่องแต้มหนุนสู่เก้าอี้ใหญ่ไม่น่าจะมีปัญหา ถึงแม้ค่ายนายใหญ่เพื่อไทยด้วยฐานแต้มเก่าจะ “เป็นต่อ” แต่กับ 250 เสียงว่าที่ ส.ว. ตุนเป็นกอบเป็นกำ
อย่างไรถ้า “นายกฯลุงตู่” เอาแน่ ก็ไม่น่าจะพลาดเป้า
ส่วนการบริหารหลังตั้งรัฐบาล “เหนื่อย” พลังสีเขียวคงต้องออกฤทธิ์รายวัน
เหตุเฉพาะหน้าจึงต้องว่ากันที่รายการหักเหลี่ยมเฉือนแต้มในสนามโดยเฉพาะ “อำนาจพิเศษ” ต้องบล็อกค่ายนายใหญ่เต็มพิกัด เพราะมาในสูตรแก้ “ทางเดียวกัน” คือ “แยกร่าง” เปิดหัวสำรองไว้
ทั้งกลุ่มรวม “เกรดเอ” หวังผลได้ทางภาคเหนือ ทั้งค่าย “อดีตบิ๊กสีกากี” พลิกข้าง รวมทั้งกระแส “อดีตบิ๊ก ศอ.บต.” ยื้อยุดสมาชิกกลุ่มวาดะห์ ไม่ให้ไหลตามแรงดูด “เจ้าสัวก่อสร้างยักษ์” ตรึงกำลังพลไว้เปิดค่าย
หรือแนวร่วมไม่เอาท็อปบูตที่ต้องจับตา การรวมตัว “คนหนุ่มพลังสูง” อดีตนักกิจกรรมนักศึกษาชื่อดังที่หันมาทำธุรกิจชิ้นส่วนรถยนต์เจ้าใหญ่ เตรียมเปิดหัว และทาบทามนักวิชาการ “สายแรง” มาลงสมัคร
เรียกว่าสำหรับนายใหญ่ นอกจากมีฐานเดิมแน่นหนา มีรายการแยกร่างเปิดค่ายในเครือข่าย
แถมดีล “ตัวแปร” มาเป็นกองหนุนได้เหมือนกัน
ในจังหวะของประเทศไทย ที่ประเมินกันไว้ล่วงหน้าว่าจะเข้าสู่สูตรรัฐบาลผสมตำรับ ปชต.ครึ่งใบ
โมเดล “ไทยนิยม” ที่ “บิ๊กตู่” ปลุกปั้น และรอ “เหนื่อยต่อ”.
ทีมข่าวการเมือง

สะท้อนขีดความมั่นใจ

สะท้อนขีดความมั่นใจ


“วาระแห่งชาติ” คดีหวยรางวัลที่หนึ่ง 30 ล้านบาท ยึดพื้นที่ข่าวหมดทุกสื่อ
ตามบรรยากาศสถานการณ์ที่สะท้อนว่า สังคมไทยส่วนใหญ่ยังให้ความสนใจกับประเด็นมโนสาเร่ ติดตามเรื่องวุ่นๆของชาวบ้านมากกว่าการบ้านการเมือง
เรื่องเลือกตั้งยังไม่เร้าใจเท่ากับมหากาพย์ “แก๊งตกหวย”
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ถือว่า เดินหมาก ทิ้งไพ่ได้ถูกจังหวะสถานการณ์
ชิงถอนหัวเชื้อชนวนออกจากกองไฟ จนขบวนการ “อยากเลือกตั้ง” จุดม็อบไม่ติด
กับการที่ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมาการันตีไม่มีการคว่ำกระดานกฎหมายลูกทั้งร่าง พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.การได้มาซึ่ง ส.ว. เพื่อลากเกมยื้อเลือกตั้ง
โรดแม็ปยังคงเดินหน้าตามเดิม บวกเพิ่มอีก 90 วัน ตามเงื่อนไขเพิ่มใน พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส.
และในการแถลงข่าวหลังประชุม ครม.ล่าสุด “นายกฯลุงตู่” ก็ย้ำชัดถ้อยชัดคำไปอีกขั้น โดยยืนยันเลยว่า การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 แน่นอน
สะท้อนความมั่นใจในการกล้าเดิมพันน้ำหนักคำพูดผู้นำ
ซึ่งนั่นก็ต้องโยงมาจากระดับความมั่นอกมั่นใจของ “นายกฯลุงตู่” ต้องคุมเกมได้ระดับหนึ่ง
ถึงกล้าปล่อยสัญญาณไฟเขียวเลือกตั้ง จากที่ต้องระวังไม่ให้เสียของ
“ลุงตู่” ต้องมั่นใจแล้วว่า เอาอยู่ โอกาสค่อนข้างชัวร์ที่จะกลับมาคุมเกมอำนาจ
ช่วงเปลี่ยนผ่านตามพิมพ์เขียวที่ล็อกไว้ในบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญ
ตามเงื่อนไขสถานการณ์ที่ดูแล้วอยู่ในจุดที่เข้าทางผู้นำ คสช.
ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ด้านแรงเสียดทานจากโลกประชาธิปไตย ที่ล่าสุด “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก เปิดเผยว่า ระหว่างที่เดินทางไปเยือนกองทัพบกสหรัฐอเมริกา ที่รัฐฮาวาย ผู้บัญชาการกองกำลังทหารสหรัฐฯภาคพื้นแปซิฟิก ได้เสนอให้กองทัพไทยเป็นเจ้าภาพประชุม ผบ.ทบ.ภาคพื้นแปซิฟิก 30 ประเทศ ในปี 2019
น่าจะเป็นเพราะเห็นว่า ไทยมีความพร้อม สถานการณ์เรียบร้อย และให้เกียรติกับไทย
โดยเสนอสภากลาโหมรับทราบ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ได้อนุมัติแล้ว
แนวโน้มพี่เบิ้มสหรัฐฯยกระดับเครดิตประเทศไทยภายใต้รัฐบาล “นายพลประยุทธ์” ตามลำดับ
แรงเสียดทานจากต่างชาติยังจัดว่าเบาบาง
ขณะที่เงื่อนไขแรงเสียดทานภายใน ก็มาถึงขั้นตอนกระบวนการลุยขุดรากถอนโคนความขัดแย้ง กับยุทธศาสตร์ “ไทยนิยมยั่งยืน” ที่รัฐบาลส่งทีมงานกว่า 7,500 ทีม กระจายลงพื้นที่ทั่วประเทศ
แก้ปัญหาความยากจน ฟื้นคุณภาพชีวิตชาวบ้านฐานราก พร้อมๆกับเคลียร์ปมทางการเมือง
แฝงยุทธการสลายระบบหัวคะแนนไปในที
อีกจุดที่สังเกตได้ก็คือสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจที่มีการลุยเดินหน้าเมกะโปรเจกต์ “เรือธง” แบบเร่งเครื่องเต็มสูบ
ล่าสุด “ลุงตู่” นั่งหัวโต๊ะประชุมบอร์ดอีอีซี อนุมัติโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงหรือไฮสปีดเทรน เชื่อม 3 สนามบิน
ดอนเมือง–สุวรรณภูมิ–อู่ตะเภา วงเงินกว่า 2 แสนล้านบาท หนึ่งในโครงการเร่งด่วนด้านโครงสร้างพื้นฐานของการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก
ตามกระบวนการขั้นตอนจะมีการนำทีโออาร์โครงการไฮสปีดเทรนเข้า ครม.กลางเดือนมีนาคม ในจังหวะไล่เลี่ยกับกฎหมายอีอีซีประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา
โดยรัฐบาลจะนัดทูตต่างประเทศมาชี้แจงความคืบหน้าและแจกทีโออาร์
และเดินโปรเจกต์เชื่อมโยงต่อเนื่องกัน ด้วยการเสนอทีโออาร์โครงการศูนย์กลางการบินอู่ตะเภาเข้าที่ประชุม ครม.ก่อนเดือนพฤษภาคม ต่อด้วยโครงการท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังเฟส 3
ตามรูปการณ์ติดเครื่องอีอีซีทุกตัว ภาพรวมเศรษฐกิจจะยิ่งติดลมบน
ความคืบหน้าทั้งเนื้องานและภาพเชิงยุทธศาสตร์ชัดเจน
ประชาชนหวังกับทีม “ลุงตู่” ได้ในทางยาวๆ
แม้จะมีจังหวะขัดแข้งขัดขานิดหน่อย กับขบวนการ “ขิงแก่” ที่แค้นฝังหุ่น เพราะอกหักจาก ครม. เดินสายกล่าวหาเมกะโปรเจกต์รถไฟความเร็วสูง ปั่นกระแสการยกที่ดินให้ต่างชาติทำผลประโยชน์
โกรธ พาล “ลุงตู่” หวังล้มกระดานรัฐบาลให้ได้
แต่ถึงตรงนี้ “ไฮสปีดเทรน” ติดเครื่อง เปิดหวูดแล้วหยุดยาก.
ทีมข่าวการเมือง

แตะมือเปิดดีลกันแล้ว

แตะมือเปิดดีลกันแล้ว


โคตรเซียนเก๋าระดับนี้ ไม่จำเป็นต้องรีบหงายไพ่เล่น
ล่าสุดย้ำชัดๆจากปากของ “ลุงกำนัน” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิกปปส. ยืนยันต่อสาธารณชนหน้าตีนบันไดศาล ไม่คิดหันไปเล่นการเมืองอีก ไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร ไม่เป็นนายกฯ ไม่เป็นรองนายกฯ ไม่เป็นนักการเมือง ไม่ไปลง ส.ส.อย่างแน่นอน
ณ ตอนนี้ต้องก้มหน้าก้มตาสู้คดี ยังไม่รู้จะรอดหรือไม่รอด
แต่ที่แน่ๆต้องกอดขาเอาไว้ให้แน่น ตามแผนยุทธศาสตร์ประกาศชูธงหนุน “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.ไว้ก่อน เพราะมีชนักปักหลังอยู่หลายคดี
นาทีนี้ “ลุงกำนัน” ยังไม่พร้อมออกตัวล้อฟรี
และโดยสถานการณ์มันก็ล้อตามเสียงเงียบฉี่ของบรรดาแกนนำระดับหัวแถว
ของทีม “นกหวีด” ไล่ตั้งแต่นายถาวร เสนเนียม นายวิทยา แก้วภราดัย นายอิสสระ สมชัย นายสาทิตย์ วงษ์หนองเตย ฯลฯ
ไม่มีใคร “ใจถึง” กล้าแสดงตัวแสดงตน แหกค่ายประชาธิปัตย์ไปกับ “ลุงกำนัน”
ภายใต้สภาวะกดดันหนักๆแบบที่นายวัชระ เพชรทอง จอมแฉตัวแสบของประชาธิปัตย์ ออกมาตีปี๊บแกมเบิ้ลบลัฟไล่ส่งทีมงาน กปปส. ขออาสาไปลงสมัครในพื้นที่แทน
ตามแผนรุกจากฝ่ายคุมเกมอำนาจในประชาธิปัตย์ ขู่ยึดโควตากันซึ่งๆหน้า
“ลุงกำนัน” เจอโจทย์ยาก สถานการณ์ที่ตัดสินใจลำบาก ยังคิดไม่ตก
แต่ก็ยังไม่ปิดประตูล็อกตาย ตามเหลี่ยมทิ้งทุ่นเปิดทางไว้ ทุกอย่างเป็นไปได้ทั้งนั้น ถ้าในวันข้างหน้าจะมีการตั้งพรรคมวลมหาประชาชนฯขึ้นมาตามความต้องการของประชาชนผู้สนับสนุน
แนวโน้มตามรูปการณ์ ยังไง “ลุงกำนัน” ก็ต้องพยายามเก็บเล็กผสมน้อย
มีแต้มให้ “ลุงตู่” เป็นต้นทุนหน้าตัก
โดยเฉพาะในกรณีถ้านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังดึงดันที่จะแข่งชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ไม่เปิดทางให้ พล.อ.ประยุทธ์แต่โดยดี
“ลุงกำนัน” ต้องทำเต็มที่ ตามยุทธศาสตร์ที่ดีลกันไว้
กับสถานการณ์ที่เหมือนบุญมี แต่กรรมบัง ยี่ห้อประชาธิปัตย์มีโอกาสแจมอำนาจ ตีตั๋วร่วมรัฐบาลเปลี่ยนผ่านกับ “ลุงตู่” แน่ๆ แต่กลายเป็นเรื่องยากไปซะได้
ต่างกันกับสถานการณ์ค่ายเอสเอ็มอีที่เดินแต้มกันง่ายๆเลย
ตามกระแสข่าววงในล่าสุด จุดไฮไลต์อยู่ที่คิวของพรรคชาติไทยภายใต้การนำของ “หนุ่มท็อป” วราวุธ ศิลปอาชา เดินยุทธศาสตร์แตะมือกับค่ายพลังชลของ “เสี่ยแป๊ะ” นายสนธยา คุณปลื้ม
โดยมีทีมของ “สุชาติ ตันเจริญ” พ่วงอยู่ด้วย
ตามสูตรผสมที่ลงตัวเป็น “ปลาไหล 4.0” พันธุ์ใหม่
กับจำนวนตัวเลข สถานะพวกไร้ปัญหา ไม่มีภาพความขัดแย้ง
“ดีหนึ่งประเภทหนึ่ง” จองที่นั่งในรัฐบาล “ลุงตู่” ภาคสองได้เลย
อีกจุดที่จับความเคลื่อนไหวอย่างร้อนแรง “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่วิ่งหาพันธมิตรภายนอกพรรค แตะมือไปหมดทุกขั้วป้อมค่าย
“นายใหญ่” ก็คุย ท็อปบูตก็ต่อสาย
เป้าหมายแรกของ “เสี่ยหนู” น่าจะอยู่ที่การปั่นหุ้นด้วยศักยภาพของตัวเอง
ตีกันเงาของ “เนวิน ชิดชอบ” กลับมาครอบงำพรรค
ว่ากันตามสถานการณ์ป้อมค่ายหลักๆภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา พลังชล พร้อมเป็นต้นทุนให้ “ลุงตู่”
แตะมือ เปิดดีลกันไว้หมดแล้ว
ตามแนวโน้มสถานการณ์ที่ตีคู่ไปกับโรดแม็ปเลือกตั้งที่กระชั้นเข้ามาเรื่อยๆ
ถึงตรงนี้ ลำพัง “ลุงตู่” เหนื่อยแล้วที่จะลากเกมยื้อเลือกตั้งออกไป
ภายใต้เงื่อนไขสถานการณ์ที่ 7 กกต.ชุดใหม่โดนคว่ำกระดาน ก็มีปมแค่ “ตัวป่วนขาประจำ” อย่างนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ลดชั้นจาก 5 เสือ ไปสมัครเป็นเลขาธิการ กกต.
เป็นอาการ “เปรี้ยว” ต่อเนื่องจากที่โดนคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ “เซ็ตซีโร่”
ส่อทำให้ กกต.เดิมเหลือแค่ 4 คน แต่ก็ยังจัดเลือกตั้งได้ในกรณีสรรหา กกต.ใหม่ไม่ทัน
เรื่องของเรื่อง มันวุ่นเพราะ “ความอยาก” ของคนบางคน
ไม่ได้มีสายสนกลในกับเหลี่ยมยื้อเลือกตั้งแต่อย่างใด.
ทีมข่าวการเมือง

วันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2561

ผบ.ตร.ใบ้หวย

อีเจี๊ยบ เลียบด่วน
11 ชม.
มาแล้ว มาแล้ว มาอีกรอบ หลังจากไปให้ลูกเพจติวให้เรียบร้อย 55555555555
มีลูกเพจฉลาดก็ดีแบบนี้แหละ ได้ความรู้ใหม่ทุกวัน
จากการที่ ผบ.ตร. ท่านแถลงเรื่องหวย30ล้านไปตะกี้ แล้วหลายคนไม่ค่อยเข้าใจ ไม่รู้เรื่อง กูก็ด้วย 55555
เพราะไม่เห็นท่านผบ. พูดออกมาชัดๆ ว่า
หวยเป็นของลุงจรูญโว้ย !!!
เลยทำให้ผมและหลายคน ไม่เก็ท ไม่เข้าใจ
ผู้สื่อข่าวหลายท่านก็ไม่เข้าใจ เลยพยามถามจี้ให้ท่านพูดออกมาชัดๆว่า หวยเป็นของใคร
ซึ่งท่านพูดออกมาแบบนั้นไม่ได้
ท่านก็เลยดูหงุดหงิด ไม่ได้หงุดหงิดเรื่องมีตำรวจเกี่ยวของ แต่หงุดหงิดกะความไม่เก็ทของคนถาม จะจี้ให้พูดอยู่ได้ 555555
เหตุผลเพราะ อีกส่วนนึง
คดีแพ่งเข้าสู้ศาลแล้ว ตำรวจจะมาบอกว่าหวยเป็นของใครไม่ได้ ต้องให้ศาลบอก
ตำรวจมีหน้าที่ทำเฉพาะคดีอาญา
ไม่ได้มีหน้าที่ต้องมาประกาศว่าหวยเป็นของใคร
ตำรวจแค่มีหน้าที่บอกว่า
ครูกะเจ๊แจ้งความเท็จหรือไม่
ซึ่งวันนี้ ก็บอกไปดังๆแล้วว่า เชื่อว่า ครูปรีชาและเจ๊ แจ้งความเท็จ!!!!
การทีี่ตำรวจขอศาลให้ออกหมายจับ และศาลก็ออกให้ ตำรวจก็จับมาเรียบร้อย
การที่ผบ.ตร. เอาฎีกา เอาข้อความของอัยการสูงสุดมาอ่านให้ฟังแล้ว
การที่ผบ.สอบสวนกลางบอกว่า คดีแบบนี้ มีห้าคดี มีคดีเดียวที่ถูกขโมยจริงคือที่สุพรรณ (ไม่ใช่ที่กาญ)
แค่นี้ .... มันก็เป็นการบอกกลายๆแล้ว ว่าหวยเป็นของใคร
แต่ที่พูดไปตรงๆไม่ได้ !!!!
ต้องรอให้ศาลท่านตัดสินเท่านั้น
เอาแบบตรงๆคือ
" กูทำถึงขนาดนี้ กูใบ้กันขนาดนี้ มึงยังไม่รู้อีกเหรอ ไอ้ฟายยย !!" 55555
ตอนนี้ผมรู้แล้วครับท่าน ผมขอโต๊ดดดด ผมโง่
Hair Wrong Gone จริงๆครับท่าน _/\_

อำลากาแฟดำ

‘กาแฟดำ’ ขอกราบอำลาจากที่นี่


เจาะประเด็นร้อน,กาแฟดำ,อำลา,คนบ้าข่าว

‘วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ผมเป็นพนักงานของเครือเนชั่นที่ผมมีส่วนร่วมก่อตั้งขึ้นมาเมื่อ 1 กรกฎาคม 1971 หรือ 47 ปีก่อน

 

          พรุ่งนี้จะเป็นวันเริ่มขึ้นชีวิตใหม่ของ “คนบ้าข่าว” ที่ทุกจังหวะเต้นของหัวใจอยู่กับการสร้างเนื้อหาสาระเพื่อนำเสนอต่อสาธารณชนในกรอบแห่งจริยธรรมและความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์คนรุ่นใหม่ในวงการสื่อสารมวลชน

          ยิ่งในภาวะที่เกิดความเปลี่ยนแปลงถึงขั้น “ปั่นป่วน” เพราะเทคโนโลยีก็ยิ่งมีความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดและวิถีปฏิบัติเพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่ใฝ่รู้, พร้อมปรับตัว, สัตย์ซื่อต่อวิชาชีพและมีทักษะรอบด้านเพื่อทำหน้าที่ที่สังคมคาดหวังได้อย่างเต็มความสามารถ

          หากโครงสร้าง, บรรยากาศและวิธีคิดของสื่อกระแสหลักไม่เอื้อต่อการสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพอย่างเป็นอิสระ

          หากความเป็นไปรอบด้านไม่สอดคล้องกับการสร้างคนรุ่นใหม่ในโลกที่ถูกวิทยาการใหม่สร้างความปั่นป่วนอย่างรุนแรงที่เรียกว่า disruption ทางเลือกสำหรับผมก็คือการก้าวออกมาสร้างสิ่งใหม่อีกครั้งหนึ่ง

          ครั้งนี้จะไม่เหมือนการก่อตั้ง The Nation เพื่อให้คนไทยเป็นเจ้าของ, บรรณาธิการ, นักข่าวและผู้แสดงความคิดเห็นเป็นภาษาอังกฤษเป็นทางเลือกใหม่ในภาวะขณะนั้นที่มีฝรั่งกำหนดเนื้อหาของหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ

          ครั้งนี้จะไม่เหมือนการเปิดตัวหนังสือพิมพ์ “กรุงเทพธุรกิจ” ที่ต้องการจะบุกเบิกสื่อสิ่งพิมพ์ธุรกิจรายวันเป็นครั้งแรกของประเทศไทยเพื่อให้คนไทยได้ทันกับข่าวสารรวดเร็วลุ่มลึกและรับผิดชอบด้านเศรษฐกิจ ไม่น้อยหน้า The Wall Street Journal ของสหรัฐฯหรือ Financial Times ของอังกฤษ

          ครั้งนี้จะไม่เหมือนการก่อร่างสร้างสถานีวิทยุ Nation Radio ที่เป็นบุกเบิกการรายงานข่าว, วิเคราะห์ข่าวและสนทนาข่าวทางหน้าปัดวิทยุในรูปแบบของมืออาชีพที่ผิดแผกไปจาก “ข่าวของทางราชการ” ในยุคนั้น

          ครั้งนี้จะไม่เหมือนการร่วมก่อตั้ง ITV “ทีวีเสรี” ที่สร้างประวัติศาสตร์การทำข่าวทีวีที่เป็นอิสระ, มุ่งมั่น, จริงจังกับการรายงานข่าวโทรทัศน์อย่างที่วงการนี้ไม่เคยเห็นมาก่อน

          ครั้งนี้จะไม่เหมือนการเปิดตัว Nation Channel จากเคเบิลทีวีที่เป็นการปูพื้นสู่การสร้างทีมข่าวมืออาชีพเพื่อการทำหน้าที่เป็น “สถานีข่าว 24 ชั่วโมง”

          ครั้งนี้ไม่เหมือนปรากฏการณ์ทุกจังหวะที่ผ่านมา เพราะโลกของสื่อสารมวลชนกำลังถูกบังคับให้ปรับให้เปลี่ยนในขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคและภูมิทัศน์แห่งสื่อกำลังเผชิญกับการเขย่าอย่างรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา

          แต่ที่ไม่เปลี่ยนอย่างแน่นอนคือ จิตวิญญาณของการเป็นคนข่าวที่ทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์, อิสระ, มุ่งมั่นและเคารพในจริยธรรมอย่างเคร่งครัดเพื่อปกปักรักษาไว้ซึ่ง “ความน่าเชื่อถือ” ในฐานะ “คนข่าวมืออาชีพ” จนกว่าชีวิตจะหาไม่

          ผมขอกราบขอบพระคุณทุกท่านที่ได้ติดตามอ่านคอลัมน์ “กาแฟดำ” ใน “กรุงเทพธุรกิจ” มากว่า 30 ปี

          ตั้งแต่พรุ่งนี้เราจะไม่เจอกันที่มุมนี้อีกแล้ว แต่ขอสัญญาว่า “กาแฟดำ” จะไม่หยุดยั้งที่จะสะท้อนมุมมองของข่าวสารและสาระที่สำคัญต่อคนไทยในทุก ๆ ด้านต่อไปในเวทีและรูปแบบที่ปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับความสะดวกในชีวิตประจำวันของท่าน

          การเดินทางบนเส้นทางใหม่ของ “คนบ้าข่าว” เริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้

          เราอาจไม่ได้เจอกันที่นี่อีก แต่เราจะพบปะเชื่อมโยงและมีปฏิสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและคึกคักกว่าเดิมอย่างแน่นอน

          ด้วยจิตคารวะอย่างสู

วันพุธที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ยังไม่เข็ดหรือ"บุญเลิศ"ถามลุงกำนัน

Boonlert Pairindra
วันนี้คุณอัญชะลี ไพรีรักได้รายงานข่าวผ่านทีวีสีช่อง NEW 18 ว่าคุณสุเทพ เทือกสุบรรณและคณะได้จัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ที่มีชื่อยาวที่สุดในโลกคือ "พรรคมวลมหาประชาชนฯ"
คุณธานี เทือกสุบรรณ น้องชายคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้แจ้งว่าพรรคนี้จะส่งคนลงสมัครผู้แทนทุกจังหวัดทั่วประเทศและจะสนับสนุนให้พลเอกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีอีกหนึ่งสมัยด้วย
ผมมีข้อสงสัยหลายประการในกรณีที่คุณสุเทพตัดสินใจตั้งพรรคการเมือง
ทั้งๆที่เคยได้ดิบได้ดีจากพรรคประชาธิปัตย์มาหลายครั้งหลายสมัย
เพราะการตั้งพรรคใหม่ขึ้นมาก็ย่อมกระทบพรรคประชาธิปัตย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้นไม่มากก็น้อย
ทั้งนี้เพราะผู้สนับสนุน สมาชิก และสมาชิกสภาผู้แทนพรรคประชาธิปัตย์จำนวนไม่น้อยที่เข้าร่วมกับมวลมหาประชาชนขับไล่รัฐบาลที่ผ่านมา
ถ้าจะมองโลกในแง่ดีก็อาจจะเข้าใจได้ว่าแยกกันเพื่อโจมตีตีศัตรูของกันและกันแล้วมาจับมือกันจัดตั้งรัฐบาลในภายหลัง ก็ไม่กลมกลืนอย่างแท้จริง
ทั้งนี้เพราะพรรคใหม่จะสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ฯให้เป็นนายกรัฐมนตรี
ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ก็คงจะสนับสนุนคุณอภิสิทธิ์ฯหัวหน้าพรรคให้เป็นนายกรัฐมนตรี
นี่คือความไม่กลมกลืนกันของสองพรรคดังกล่าว
ผมสงสัยคุณสุเทพและคณะในการจัดตั้งพรรคมวลมหาประชาชนฯเพื่อสนับสนุนพลเอกประยุทธ์เพื่อให้มีการปฏิรูปประเทศต่อไป ยังไม่เข็ดอีกหรือ
คุณประยุทธ์มีอำนาจล้นฟ้าตามมาตรา
44 ยังปฏิรูปไม่สำเร็จสักอย่างแล้วเมื่อ
ไม่มีอำนาจดังเดิมยิ่งจะล้มเหลวตั้งแต่วันแรกที่เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย
ยังไม่เข็ดอีกหรือที่มีข่าวคราวเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงการเมืองและราชการประจำไม่น้อยกว่ารัฐบาลที่ถูกยึดอำนาจไปแล้ว
ยังไม่เข็ดอีกหรือว่าราคายางพารา ข้าว มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพดและสินค้าทางการเกษตรทุกชนิดตกต่ำจนเกษตรกรยากจนกันถ้วนหน้าทุกภาคของประเทศและกระทบระบบเศรษฐกิจฐานรากที่ล้มละลายอย่างกว้างขวาง
ทั้งๆที่เศรษฐกิจโตแต่คนส่วนใหญ่ของประเทศไม่ได้ประโยชน์จากการเติบโตนั้นๆ คนที่ได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจโตกลับเป็นนายทุนใหญ่ซึ่งเป็นคนจำนวนน้อยของประเทศ
ยังไม่เข็ดอีกหรือและยังไม่ห่วงปากท้องของชาวสวนยางที่ยากจนข้นแค้น
กันทั้งภาคใต้และภาคอื่นๆทั่วประเทศ
ละหรือ
อยากจะให้คนส่วนใหญ่ของประเทศยากจนมาแล้วเกือบ 4 ปีให้ยากจนข้นแค้นอย่างแสนสาหัสต่อไปอีก 4 ปีใช่หรือไม่
ระวังจะเป็นพรรคเล็กๆที่ไร้สาระก็ได้เพราะแม้แต่คนสุราษฎร์ธานีก็ไม่เลือกพวกท่านเพราะเขามองพวกท่านว่าเป็นคนโหดร้ายที่จะให้พวกเขายากจนต่อไปอีก 4 ปีในอนาคต
แค่ 3 ปีเศษที่ผ่านมาเกษตรกรก็อยากจะผูกคอตายให้พ้นๆไปอยู่แล้วครับ

ลำดับเหตุการณ์หวยอลเวง




ลำดับเหตุการณ์หวย 30 ล้าน

คดีมหากาพย์ หวย 30 ล้านที่สังคมจับตามอง และครองพื้นที่สื่อทุกแขนงมาอย่างยาวนาน แม้กระแสสังคมจะพิพากษาแล้วว่าหวยเป็นของใคร บทสรุปสุดท้ายจากถ้อยแถลงของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ที่มีขึ้นในวันนี้( 28 ก.พ.)เป็นสิ่งที่หลายคนรอคอยมายาวนานเกือบ 4 เดือน 

คดีนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรไปย้อนดูเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นกัน

เหตุเกิดจากลอตเตอรี่ หมายเลข 533726 จำนวน 1 ชุด 5 ใบ ถูกรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พ.ย.60 รางวัล 30 ล้านบาท คู่คือ ร.ต.ท.จรูญ (หมวดจรูญ) อดีตตำรวจเกษียณราชการ กับ นายปรีชา (ครูปรีชา) ครูโรงเรียนเทพมงคลรังษี จ.กาญจนบุรี

1 พ.ย.60 หมวดจรูญ ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 เลข 533726 จำนวน 5 ใบ ได้รับเงินรางวัล 30 ล้านบาท นำสลากไปขึ้นเงินรางวัลและนำเงินจำนวน 5 ล้านบาทไปจ่ายค่าบ้านค่ารถยนต์

5 ธ.ค.60 ครูปรีชา เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี ว่า สลากกินแบ่งรัฐบาล เลข 533726 งวดประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 จำนวน 5 คู่ ซึ่งถูกรางวัลที่ 1 หายไป

6 ธ.ค.60 แม่ค้าที่ขายสลากให้ครูปรีชา อ้างว่า สลากเป็นของครูปรีชา ขณะที่ตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี เดินหน้าเร่งสอบสวนข้อเท็จจริง

12 ธ.ค.60 หมวดจรูญและทนายความ เข้าแจ้งความ สภ.เมืองกาญจนบุรี เอาผิดแม่ค้าขายสลากเกินราคา พร้อมแจ้งดำเนินคดีครูปรีชา ฐานแจ้งความเท็จ และเดินทางเข้าร้องทุกข์ สตช. ตรวจสอบนายตำรวจระดับสูง อ้างว่ามีการเรียกเข้าไปเจรจาแบ่งเงินฝ่ายละ 15 ล้านบาท

13 ธ.ค.60 หมวดจรูญและทนายความ พาเจ้าหน้าที่ชี้จุดซื้อสลากที่ตลาด และชี้จุดบ้านพักนายตำรวจที่หมวดจรูญแจ้งว่าถูกไกล่เกลี่ยแบ่งเงิน

14 ธ.ค.60 กองบังคับการปราบปราม เข้าช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าสลากเป็นของผู้ใด จากนั้นเชิญคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายให้ปากคำ เพื่อคลี่คลายคดี ส่วน สตช.ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงให้รู้ผลภายใน 30 วัน

19 ธ.ค.60 กองปราบฯ เชิญหมวดจรูญ ให้ปากคำเพิ่มเติม เพื่อเก็บข้อมูลสำคัญ ขณะที่ ผบ.ตร.ตั้ง พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนฯ เพื่อคลี่คลายคดี,

27 ธ.ค.60 หมวดจรูญและทนาย เข้าพบ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอและลายนิ้วมือแฝงเปรียบเทียบกับสลากฯ

19 ม.ค.61 สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ แถลงผลการตรวจสอบพบเพียงรอยนิ้วมือแฝงของหมวดจรูญ บนสลาก ส่วนผลดีเอ็นเอพิสูจน์ไม่ได้ ระหว่างนั้นครูปรีชา เดินหน้าสู้เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง พร้อมแย้มมีหลักฐานเด็ด ขณะที่คณะทำงานคลี่คลายคดี แจ้งว่ายังสรุปไม่ได้ว่าใครเป็นเจ้าของสลาก และต้องพิสูจน์พยานหลักฐานอื่นๆ ก่อนส่งให้ศาลพิจารณา

22 ม.ค.61 คณะทำงานสืบสวนคลี่คลายคดี ประชุมเพื่อสรุปผลการสอบสวนคดี โดยไม่เปิดเผยความคืบหน้า และขอให้ประชาชนอย่าปักใจเชื่อข้อมูลทั้งหมด จนกว่าผลการสอบสวนจะแล้วเสร็จ ด้านรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ลงพื้นที่ สอบสวนพยานรวม 37 ปาก

31 ม.ค.61 ตำรวจภูธรภาค 7 นำโดยพล.ต.ท.กิตติพงษ์ เงามุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 แถลงผลการพิสูจน์หลักฐาน ยืนยันว่าลอตเตอรี่เป็นของครูปรีชา พร้อมเรียก หมวดจรูญรับทราบข้อกล่าวหายักยอกทรัพย์

4 ก.พ.61 หมวดจรูญท้าครูปรีชา สาบานที่ศาลหลักเมือง จ.กาญจนบุรี พร้อมกล่าวต่อหน้าศาลหลักเมือง หากลักขโมยหวยใครมาขอให้วิบัติฉิบหาย

5 ก.พ.61 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 โอนสำนวนคดีการสอบสวนมายังกองบังคับการปราบปราม

6 ก.พ.61 หมวดจรูญ เดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ร้องขอความเป็นธรรม อ้างว่าไม่มั่นใจกับชุดสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7

7 ก.พ.61 กองปราบฯ รอยกู้ไฟล์คลิปเสียงสนทนาของครูปรีชาและนางรัตนาภรณ์ สุภาทิพย์ แม่ค้าขายสลาก พบคลิปแม่ค้าสลากโทรศัพท์ไปยินดีกับครูปรีชาที่ถูกรางวัลที่ 1 แต่ครูปรีชาบอกว่าไม่ใช่เลขที่ซื้อ และวันที่ 2 ก.พ.61 มีแม่ค้าโทรมาลักษณะเดียวกันกับคลิปแรก แต่ครูปรีชาปฏิเสธว่าไม่ถูกรางวัล และย้ำถึงหมายที่เลขสลากที่ซื้อมาซึ่งไม่ถูกรางวัล

21 ก.พ.61 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งให้ พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี มาปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร. เพื่อให้การสืบสวนคดีหวย 30 ล้าน ขณะที่ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม ยืนยันว่าคดีหวย 30 ล้าน ยังไม่ได้ข้อสรุป ประกาศขอเว้นระยะห่างจากสื่อ นำชื่อไปอ้างทำให้เสียชื่อเสียง ระบุให้ พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เป็นผู้ให้ข่าวแต่เพียงผู้เดียว

22 ก.พ.61 พ.ต.อ.ทศพร ปทุมยา ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี มีคำสั่งให้ พ.ต.ท.ชูวิทย์ เจริญนาค รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี ไปปฏิบัติราชการที่ บก.ป. เพื่อความโปร่งใสในการสืบสวนคดีหวย 30 ล้าน

24 ก.พ.61 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ยืนยันว่าจะเป็นผู้แถลงสรุปคดีหวย 30 ล้านเองในวันที่ 28 ก.พ. 2561 ขอให้ทุกฝ่ายเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยอมรับผลการสืบสวนสอบสวน สามารถไปต่อสู่ในชั้นศาลตามกระบวนการยุติธรรมได้

28ก.พ.61ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำแถลงหวย 30 ล้าน ยัน "ครูปรีชา" แจ้งความเท็จ ยังไม่สรุปใครเจ้าของรางวัลที่1 รอศาล -ตร.กองปราบบุกรวบคาโรงเรียนพร้อมเจ๊บ้าบิ่นนำตัวสอบเครียดตั้ง3ข้อหาก่อนพิจารณาให้ประกันชั้นสอบสวนและส่งฝากขังศาล หลังศาลอนุมัติหมายจับด้านครูจรูญแถลงขอบคุณตำรวจสื่อยันฟ้องเอาผิดตร.บางส่วนที่ร่วมขบวนการโกงหวย


จะเลือกตั้งแล้วเรียกร้องอะไร

จะเลือกตั้ง แล้ว จะชุมนุมอะไรอีกหล่ะ?? 

"บิ๊กป้อม"ยัน ดูแลสถานการณ์ ให้มีเลือกตั้ง ใน กพ.62 สงบเรียบร้อย ติง "คนอยากเลือกตั้ง" ก็จะเลือกตั้ง แล้ว จะชุมนุมอะไรอีกหล่ะ ไม่ห่วง มือที่3 โยน จะดีไม่ดี อยู่ที่ คำถามสื่อ

พล.อ.ประวิตร  ยันในฐานะที่ดูแลความมั่นคง จะดูแลสถานการณ์ให้เรียบร้อย เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง ที่สงบเรียบร้อย. หลังนายกฯ ประกาศ จะมีเลือกตั้ง ภายใน กพ.2562 เชื่อไม่มีปัจจัยใด ที่จะทำให้เลื่อนอีก 

ส่วน การที่"กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง” ยังจะชุมนุม นั้น พลเอกประวิตร กล่าวว่า ก็จะเลือกตั้ง แล้ว จะชุมนุมอะไรอีกหล่ะ จะเลือกตั้งแล้ว 

เมื่อถามว่า เมื่อนายกฯประกาศ จะเลือกตั้งแล้ว จะหยุดการชุมนุม ได้หรือไม่ พบเอกประวิตร กล่าวว่า ต้องไปถาม คนอยากเลือกตั้ง มาถามอะไรผมล่ะ

ส่วนจะมี มือที่สาม หรือไม่นั้น พลเอกประวิตร กล่าวทันที ว่า ไม่มี ไม่มี อยู่ที่พวกสื่อ ถ้าสื่อ ถามดีๆ  ก็ดี

วันอังคารที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

อยากเลือกตั้งล้อ 'ยุทธ์พิน็อกคิโอ' คุยคำโตม็อบรอบหน้าเท่า14ตุลา.



   
อยากเลือกตั้งล้อ 'ยุทธ์พิน็อกคิโอ' คุยคำโตม็อบรอบหน้าเท่า14ตุลา.

    
24 ก.พ.61 - เวลา 17.30 น.  ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่บริเวณทางเดินข้างหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ว่ากลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยในนามกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ได้จัดงาน"ปากปราศัย น้ำใจเชือดเผด็จการ 3-2-1 ถึงเวลาเปลี่ยน" ซึ่งมีประชาชนและนักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 คน โดยมีกิจกรรมขับร้องเพลง และปราศรัยเสียดสีรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนการเลือกตั้ง และนาฬิกากับแหวนของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่ามกลางฝนที่ตกลงมากหนักสลับเบา แต่ก็ไม่ทำให้กิจกรรมของกลุ่มต้องยกเลิก
นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว  แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งได้ปราศัยบนเวที ว่าตนยืนยันว่าเรียนจบแล้ว และภูมิใจที่ได้เรียนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ตนรักประชาชน เพราะเหตุนี้เองที่ต้องออกมาเพื่อประชาชนทุกคน โดยอยากให้รัฐบาลจัดการเลือกตั้งในปีนี้ และยุติการสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ยังบอกว่าจะมีการเลื่อนการเลือกตั้ง ตนและพวกจะออกมาเรื่อยๆจนกว่าจะมีการเลือกตั้ง ซึ่งจะออกมาจนกว่าเผด็จการทหารจะออกไป 
"การชุมนุมในครั้งหน้าในวันที่ 10 มี.ค. อยากให้ประชาชนออกร่วมมากยิ่งขึ้นให้ล้นที่สนามฟุตบอลในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เทียบเท่ากับการชุมนุมเมื่อวันที่ 14 ต.ค.2516"นายสิรวิชญ์ กล่าวและว่าข้อเรียกร้องของเราคือการเลือกตั้งในปีนี้ เป็นสิทธิพึ่งได้ของประชนชน และเป็นส่วนพื้นฐานที่ของประชาธิปไตย แต่คสช.พรากสิทธินั้นไป แม้จะบอกว่าขอเวลาอีกไม่นาน สำหรับประชาชนแค่วันเดียวก็นานพอแล้ว 
นายสิรวิชญ์ กล่าวด้วยว่านายกฯได้ประกาศว่าจะมีการเลือกตั้งและให้สัญญาต่อประชาคมโลกมาโดยตลอด แต่สุดท้ายก็เลื่อนไปเรื่อยๆจนกลายเป็นคำโกหกหลอกลวงเปรียบเสมือนกับพิน็อกคิโอ จนกลายเป็นฉายาที่ชื่อว่า ยุทธ์พิน็อกคิโอ อย่างไรก็ตามการเลือกตั้งเป็นทางเลือกของประชาชน ที่จะทำให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีกว่า
ผู้สื่อข่าวรายงานกลุ่มนักศึกษาได้แจกหน้ากากที่มีหน้าคล้ายพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งมีจมูกที่ยาวคล้ายกับวรรณกรรมเรื่อง "พิน็อกคิโอ" ให้กับผู้ร่วมงานพร้อมทั้งมีการถ่ายรูปรวมเพื่อล้อเลียนพล.อ.ประยุทธ์
สำหรับพิน็อกคิโอ เป็นวรรณกรรมเยาวชน นักประพันธ์ชาวอิตาเลียน  โดยพิน็อกคิโอเป็นเรื่องราวการผจญภัยของหุ่นไม้ที่มีชีวิต กับพ่อผู้ยากจนของเขาเจปเปตโต ซึ่งเป็นช่างไม้ พินอคคิโอ มีลักษณะเด่นที่รู้จักกันดี คือ เมื่อพูดโกหก จมูกของเขาจะยาวขึ้น
ขณะที่ นายรังสิมันต์ โรม  สมาชิกกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ปราศรัยบนเวทีว่าสิ่งที่ทำให้เราต้องออกมาเราต้องสู้นั้นเพื่อให้พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาสงบแห่งชาติ (คสช.) และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลางโหม ออกจากอำนาจ ที่ตนออกมาชุมนุม เพราะประเทศชาติไม่มีความหวังแล้ว 
นายรังสิมันต์ กล่าวว่าขอให้คนที่อยู่ที่บ้านออกมาสู้เคียงข้างพวกเรา ถ้าเราจัดกิจกรรมต่อไป พี่น้องทุกคนจะต้องยืนเคียงข้างเรา จนกว่าอนาคตของเราจะกลับคืนมาอีกครั้ง และยังขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ข้าราชการที่ได้เงินเดือนจากภาษีประชาชนให้ออกมาช่วยเหลือประชาชน 
"ถ้าพวกคุณแต่คิดถึงความสงบสุขส่วนตัว ประเทศชาติจะเป็นอย่างไร ถ้าคิดว่าเลือกตั้งแล้วนายทักษิณ ชินวัตร จะกลับมาอนาคตประเทศไทยจะพัง ผมยอมอยู่แบบไม่มีอนาคต เพราะตั้งแต่คสช.เข้ามา คนจนก็ยังมีเหมือนเดิม ดังนั้นจำนวนคนที่มาก การสร้างความเปลี่ยนแปลงของประเทศก็จะเกิดขึ้น ขอให้แสดงพลังจนกว่าเขาจะออกไป"นายรังสิมันต์ กล่าว
แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง กล่าวว่าเรายังต้องการมวลชนอีกเยอะ มีหลายคนที่กลัว เพราะประเทศเราเป็นไปด้วยการคุกคามจับกุม ขอร้องให้ทุกคนออกมาต่อสู้ร่วมกับเราจนกว่าเราจะมีกว่าเลือกตั้ง จนกว่าเผด็จการจะพินาศและประชาธิปไตยจงเจริญ
นอกจากนี้ นายรังสิมันต์ ได้เรียกร้องให้นักการเมืองออกมาจับมือกับประชาชน เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการเลือกตั้ง หากนักการเมืองไม่ออกมาช่วยประชาชน พวกเขาก็จะไม่เลือกเข้าสู่สภา.

ขอเวลาอีก 6 เดือน

ขอเวลาอีก 6 เดือน


ก.ม.ลูก 2 ฉบับสุดท้าย ร่าง พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส.และ ร่าง พ.ร.บ.ลากตั้ง ส.ว.อุ้ม ท้องโย้มานานกว่า 300 วัน

ยังอยู่ในช่วงคณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย จะปรับแก้ครั้งสุดท้ายก่อนนำกลับไปให้ที่ประชุม สนช.ลากตั้งโหวตเห็นชอบซ้ำอีกที

คาดว่าอีกไม่เกิน 3 เดือน จากนี้ไป ร่าง ก.ม.ลูก 2 ฉบับสุดท้ายจะได้ฤกษ์ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ
แต่กว่า ก.ม.ลูกทั้ง 2 ฉบับ จะมีผลใช้บังคับจริงๆ ต้องบวกเวลาเพิ่มพิเศษอีก 90 วัน

ส่วนกระบวนการสรรหา กกต.ชุด ใหม่ เสียบแทนว่าที่ กกต.ที่ถูก สนช. เทกระจาดยกเข่งรวดเดียว 7 คน
คาดว่าจะต้องใช้เวลาทำคลอด กกต.อีกราว 6 เดือน

“แม่ลูกจันทร์” พิจารณาตามกรอบเวลาแล้ว เชื่อว่า กกต.ชุดใหม่น่าจะเริ่มทำงานได้ในช่วงเดือนสิงหาคม ใกล้เคียงกับ ก.ม.ลูกทั้ง 2 ฉบับ จะเริ่มมีผลใช้บังคับพอดี

ดังนั้น ปัญหาการสรรหา กกต.จึงไม่สามารถใช้เป็นข้ออ้างเพื่อเลื่อนวันเลือกตั้ง ให้ยาวออกไปอย่างที่บางฝ่าย กังวล

แต่ถ้าหาก คสช.มีความจำเป็นต้อง เลื่อนการเลือกตั้งออกไปจริงๆ ก็ยังมีช่องทางอื่นที่จะยืดการเลือกตั้งได้อย่างสะดวกโยธิน

ตราบใดยังมีอำนาจเบ็ดเสร็จ ม.44 อยู่ในมือ

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่าขณะนี้คณะกรรมาธิการ 3 ฝ่าย ซึ่งประกอบด้วย ฝ่าย กมธ. 5 คน ตัวแทน สนช.ลากตั้ง 5 คน และประธาน กกต. อีก 1 คน ยังพิจารณาปรับแก้ร่าง ก.ม.ลูก 2 ฉบับสุดท้ายไม่แล้วเสร็จ 100 เปอร์เซ็นต์

มีเพียงประเด็นเดียว ซึ่งที่ประชุมร่วม 3 ฝ่าย มีมติเป็นเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ให้ตัดทิ้งไปเลย

กรณีเปิดช่องให้ผู้สมัคร ส.ส.จัดแสดง มหรสพในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างผู้สมัครเลือกตั้งด้วยกันเอง

ส่วนประเด็นสำคัญที่ กกต.ในฐานะผู้จัดเลือกตั้ง คัดค้านสุดลิ่มทิ่มประตู

คือการกำหนดให้ผู้สมัครเลือกตั้ง ส.ส.เขต ที่สังกัดพรรคเดียวกันต้องใช้หมายเลขแตกต่างกัน

ทำให้ กกต.ต้องใช้งบจัดเลือกตั้งแพงขึ้นอีกเท่าตัว

เนื่องจาก กกต.ต้องจ้างพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ส.ส.เขตทั่วประเทศทั้ง 350 เขต แบบไม่ซ้ำกัน

น่าเสียใจที่ประชุม 3 ฝ่าย ไม่ฟัง เสียงคัดค้านของประธาน กกต.

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าการกำหนดให้ผู้สมัครพรรคเดียวกันต้องใช้หมายเลขแตกต่างกัน จะสร้างความสับสนให้พี่น้องประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างแน่นอน!!

นอกจากนั้น ยังสุ่มเสี่ยงเกิดปัญหาบัตรผีบัตรปลอมในเขตเลือกตั้งต่างๆ ซึ่งยากต่อการตรวจสอบป้องกัน
เช่นเดียวกับร่าง พ.ร.บ.ลากตั้ง ส.ว. ซึ่งมีหลายประเด็นจำเป็นต้องแก้ไขไม่ให้ขัดแย้งบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ

แต่ก็มีบางประเด็นที่อาจขัดรัฐธรรมนูญ แต่ต้องปล่อยเลยตามเลย

เช่น...รัฐธรรมนูญกำหนดให้มี ส.ว.จากการสรรหา 200 คน

แต่บทเฉพาะกาลของร่าง พ.ร.บ.ลากตั้ง ส.ว.ระบุว่าระยะ 5 ปีแรกให้มี ส.ว.ลากตั้งเพิ่มพิเศษอีก 50 คน

ถามว่าเหตุใด 5 ปีแรก จึงต้องมี ส.ว.ลากตั้งเพิ่มอีก 50 คน เกินกว่าจำนวนที่กำหนดในรัฐธรรมนูญ??

ตอบว่า เพื่อให้มี ส.ว.ลากตั้ง 250 คน เป็นครึ่งหนึ่งของ ส.ส.เลือกตั้ง 500 คน เพื่อถ่วงดุลในสภาตามหลัก “ประชาธิปไตยครึ่งใบ”

ประเด็นอื่นแก้ไขได้ แต่ประเด็นนี้แก้ไม่ได้นะโยม.

“แม่ลูกจันทร์”

‘ลุงกำนัน’ กับ ‘เจ๊หน่อย’

‘ลุงกำนัน’ กับ ‘เจ๊หน่อย’


จากลานอนุสาวรีย์ย่าโม โคราช ที่กว้างจนทำให้มวลชนดูโหรงเหรง ล่าสุดต้องกลับเข้ามาจัดเวทีในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำให้ภาพดูอุ่นหนาฝาคั่งขึ้นมาบ้าง

สะท้อนถึงการปรับยุทธศาสตร์ของขบวนการ “คนอยากเลือกตั้ง”

ยังไม่สามารถดึงมวลชนใหม่ๆเข้ามาร่วมแจมกับมวลชนหน้าเดิมๆที่หน่วยความมั่นคงฟันธงว่าเป็นกลุ่มคนเสื้อแดง นปช. กองเชียร์ “ทักษิณ” เป็นส่วนใหญ่

สอดรับกับภาพของ “เสี่ยไก่” นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีคนดัง สายตรงดูไบ ที่โผล่มาร่วมแจม
เรื่องของเรื่อง “หัวเชื้อ” ชนวนจุดไฟมันยังเจือจาง

หลังจากที่ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ประกาศย้ำความชัดเจน จะไม่มีการคว่ำกฎหมายลูก ทั้งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ

ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และร่าง พ.ร.บ.การได้มาซึ่ง ส.ส. เพื่อยื้อเลือกตั้งออกไป

กุญแจสำคัญของโรดแม็ปมันอยู่ตรงนี้

แม้จะมีปรากฏการณ์ สภานิติบัญญัติแห่งชาติคว่ำกระดาน 7 กกต.ใหม่ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้การเลือกตั้งเร็วหรือช้า เพราะรัฐธรรมนูญยังกำหนดให้ กกต.ชุดเดิมมีอำนาจเต็มในการทำหน้าที่

และอันที่จริง หากมองในมุมของการยกระดับความชัวร์ เพื่อรองรับการเลือกตั้งใหญ่

“ลุงตู่” เลี่ยงไม่พ้นไฟต์เดิมพัน ก็ต้องไม่ปล่อยให้เสียของ

มันก็เป็นอะไรที่สอดคล้องกัน กับเหตุอ้างอิงเบื้องหลังการติดเบรกที่ว่ากันว่า สนช.ส่วนมากยังไม่เชื่อมั่นผู้ได้รับการเสนอชื่อ กกต.ชุดใหม่ ที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของสาธารณชน เป็นอาจารย์ เป็นที่ปรึกษากฎหมายเอกชน และยังไม่เคยแสดงฝีมือการทำงานให้เป็นที่ประจักษ์

ไม่มีหลักประกันจะถูกนักการเมืองเขี้ยวๆเจาะเข้ามาแทรกแซง

ที่สำคัญยังส่อมีปมวุ่นๆในส่วนของผู้ได้รับการเสนอชื่อจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา 2 คน ที่ สนช.เกรงว่าจะมีผู้ไปยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยขั้นตอนการสรรหา อาจจะเกิดความวุ่นวายตามมา

ตามรูปการณ์ถ้าปล่อยผ่านไป น่าจะเสียหายมากกว่า

เอาเป็นว่า กระบวนการสรรหา กกต.ใหม่ไม่ได้มีผลโดยตรงกับการเลือกตั้งเร็วหรือช้า ตามสถานการณ์มันก็แค่ถูกหยิบเอามาเป็นเงื่อนไขตีปี๊บ

บีบ “ลุงตู่” ไม่ให้ลากเกมเกินโรดแม็ปมากเกินไป

เพราะตามเงื่อนสถานการณ์จริงๆการเมืองน่าจะคลายล็อกตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ดีเดย์ที่ คสช.ประกาศให้มีการจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่กับ กกต.

โอกาสได้เห็นความชัดเจนของตัวละครสำคัญทางการเมือง

เบื้องต้น กระแสโฟกัสไปที่ “ลุงกำนัน” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิ กปปส. ที่ส่อชิ่งจากพรรคประชาธิปัตย์ มาตั้งป้อมค่ายใหม่ในนามพรรคมวลมหาประชาชนฯ

ที่น่าจับตาก็คือ จะมีคนใจถึงแห่ตามไปซักกี่คน

เพราะถึงตรงนี้ อดีต ส.ส.ปักษ์ใต้ยังไม่มีใครแสดงตัวแสดงตนชัดเจน

ตามเหลี่ยมแสบๆแบบที่นายวัชระ เพชรทอง จอมแฉประชาธิปัตย์ ประกาศเบิ้ลบลัฟดักทาง พร้อมอาสาลงสมัครในพื้นที่ภาคใต้แทนคนที่ลาออกไปอยู่กับพรรค กปปส.ของ “ลุงกำนัน”

นั่นก็เพราะภาคใต้ ใครชิ่งประชาธิปัตย์จะ “สอบตก” ให้เห็นมาเยอะ

แต่มาถึงตรงนี้ ถอยหลังไม่ได้แล้ว สถานการณ์บีบให้เดินหน้า อย่างน้อยก็หวังชื่อชั้นของ “ลุงกำนัน”
และยี่ห้อกปปส. น่าจะเจาะคะแนนคนรุ่นใหม่ในเขตเมืองภาคใต้แบ่งกับประชาธิปัตย์ที่ยึดฐานคนรุ่นเก่า
เอาแต้มมารวมกับฝ่ายที่หนุน “ลุงตู่” เบิ้ลเก้าอี้ผู้นำไปสู่การปฏิรูป

ขณะที่อีกฟาก ก็จับสัญญาณความคึกคักที่กระฉอกออกมาจากค่ายเพื่อไทย ตามจังหวะที่ “นายใหญ่” พา “น้องปู” บินโฉบมาเช็กขุมกำลังที่ยังจงรักภักดี

มีแนวคิดการแตกป้อมค่ายรบแบบกองโจรสู้ทหาร

ล่าสุดก็มีปรากฏการณ์ที่ “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เจ้าแม่เมืองกรุง พรรคเพื่อไทย ชง “พิมพ์เขียว” 3 ข้อ วัดใจ “นายใหญ่” สรุปใจความสั้นๆ ต้องทำสัญญาประชาคมกับประชาชน

ถ้าเลือกพรรคเพื่อไทยแล้วจะไม่ทำให้เกิดความวุ่นวายหรือความขัดแย้งในบ้านเมืองอีก

นั่นหมายถึงการตัดเกมนิรโทษกรรมสุดซอย ใช้มวลชนเสื้อแดงเป็นฐานต่อรองอำนาจ

มันก็คาดการณ์ได้ ข้อเสนอของเจ้าแม่เมืองกรุง หักมุมกับ “ทักษิณ” ที่อิงกับสายฮาร์ดคอร์

ก็มีโอกาสที่ “เจ๊หน่อย” จะต้องแหกค่ายแบบ “ลุงกำนัน”.

ทีมข่าวการเมือง

แต๋งค์กิ้ว" ลุงกำนัน"

แต๋งค์กิ้ว" ลุงกำนัน"
"บิ๊กตู่" ขอบคุณ"สุเทพ" จะตั้งพรรคหนุน ชี้มีหลายคน หนุน แต่ถาม หนุนแล้ว จะได้เป็นมั้ย หวั่น ยิ่งขัดแย้ง ขอให้ พอได้แล้ว ประกาศหนุน-ไม่หนุน ยันยึดตามกม.
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงข่าวที่นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ จะตั้งพรรคการเมืองสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีว่า เป็นเรื่องของท่าน การจัดตั้งพรรคการเมืองใครจะจัดตั้ง ผมก็เห็นจัดตั้งกันเยอะแยะมากมาย หลายพรรคก็ตั้งกันไป
ส่วนที่จะสนับสนุนตนเองนั้น ผมขอขอบคุณซึ่งมีหลายคนพูดจาอย่างนั้น ขอขอบคุณทุกคน
แต่จะเป็นไปได้อย่างไร ก็อยู่ที่กฎหมาย รัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าอย่างไร
" ไม่ใช่ประกาศจะสนับสนุน ผมแล้ว ผมจะได้เป็น"
แต่มันจะนำไปสู่ความขัดแย้ง ด้วยคำว่าสนับสนุน หรือ ไม่สนับสนุน ก็ขายข่าวกันไปเรื่อย ผมขอให้พอได้แล้ว"

บิ๊กป้อม" ตอบแต่เรื่อง หวย

นักข่าว อุตส่าห์ ชมว่า ใส่เสื้อสีสวย ....บิ๊กป้อม ยิ้มรับ.....แต่ ไม่ตอบ ‬"เอกชัย หงส์กังวาน" จะมารอ มอบนาฬิกาให้ ทุกอังคารข้างทำเนียบฯ
‬‪"บิ๊กป้อม" ตอบแต่เรื่อง หวย เผย รู้แล้ว ใคร เป็นเจ้าของล็อตเตอร์รี่ตัวจริง ขออุบไต๋ บอกไม่ได้ รอตำรวจแถลง. ยันยึดตาม พยาน หลักฐาน

ผู้ว่าฯ ขึ้นตรงกับ รัฐบาล

คิดใหม่ !!!
"บิ๊กป๊อก" พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึง การที่ นายกฯจะลงพื้นที่ สมุทรสาคร และประชุม ครม.สัญจร ที่เพชรบุรี 5-6 มีค. นี้ ว่า มหาดไทย ต้องไปทุกครั้งอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่ไป เพราะว่า ผู้ว่าฯ จังหวัด ขึ้นกับ มหาดไทย
"แต่ผู้ว่าฯ ขึ้นตรงกับ รัฐบาล 
กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็ขึ้นตรงกับรัฐบาล ทำงานให้รัฐบาล ไม่ใช่ทำงานให้มหาดไทย"
เข้าใจตรงกันนะ !!!

Every Tuesdays..."เอกชัย" ทุกอังคาร

Every Tuesdays..."เอกชัย" ทุกอังคาร
"เอกชัย หงส์กังวาน" มาพร้อม ลูกเล่นใหม่ นาฬิกา ประดับเสื้อ และปักธูป36 ดอก ข้างทำเนียบฯ ไล่เสนียด ล้อเลียน เหตุการณ์ คนปักธูป ในทำเนียบฯ.....พร้อมนำแผ่นไวนิล นาฬิกา 25 เรือน มามอบให้ พลเอกประวิตร ชี้ถ้าไม่มารับเอง ก็จะมา ทำเนียบฯทุกวันอังคาร.....คราวนี้ มีของแถม มาร้องคสช.ให้ปลด "พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง" ผู้ว่าฯกทม. ล้มเหลว บริหารงาน ทำให้เกิดปัญหา ตลาด รอบบ้าน "ป้าทุบรถ" ...แถมฝนตกนิดเดียว น้ำก็ท่วม....แต่ไม่คิดลงสมัคร ผู้ว่าฯกทม....แต่จะเสนอ ไอเดีย ผ่าน Facebook แทน

"ยุทธ์นํอคคิโอ้"

"บิ๊กตู่"......นิ่ง...ไม่ตอบ ...หลัง นักข่าว ทักถาม เห็นภาพการ์ตูน นายกฯที่ ธรรมศาสตร์ หรือยัง??
หลังกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ตั้งฉายา "ยุทธ์นํอคคิโอ้"
นายกฯ เดินขึ้นตึกบัญขาการประชุม ครม...วันนี้6 รมต.30คู่สมรส ที่ยังไม่ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ มารับพระราชทานเครื่องราชย์ศ ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ที่ชั้น5

"บิ๊กป้อม" เอาเนื้องาน สู้กระแส โพลล์ ประชาขน "ไม่ปลื้ม"..

เน้น เนื้องาน
"บิ๊กป้อม" เอาเนื้องาน สู้กระแส โพลล์ ประชาขน "ไม่ปลื้ม".... ประชุมสภากลาโหม วันนี้ สั่งการ ผบ.เหล่าทัพ เพียบ!!..โดยทีมงาน กห. ทำภาพ และคำพูด เผยแพร่
ทั้ง เตรียมความพร้อม รับ "สงครามไซเบอร์" ทั้ง เดินหน้า ความร่วมมือ ความมั่นคงและการทหาร กับ อาเซี่ยน ที่อยู่ในระดับดีมาก การใช้กลไก "ไทยนิยม ยั่งยืน" ปราบปรามยาเสพติด ให้ทหารซ่อมสร้างบ้านให้ผู้มีรายได้น้อย.. และ เข้มงวด พฤติกรรม และ วินัยทหาร
รวมทั้ง การสั่ง ผบ.เหล่าทัพ ไม่ทอดทิ้ง ดูแล ทหารที่"ปลดพิการ" และครอบครัว ดูแล และให้โอกาสเขาให้มากที้สุด เท่าที่ทำได้
พลโท คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกลาโหม กล่าวว่า พลเอกประวิตร จะให้สัทภาษณ์ เฉพาะเริ่อง เนื้องาน การทำงาน ขับเคลื่อนตามนโยบาย แต่จะไม่ตอบคำถาม ในเรื่อง ส่วนตัว !!!