PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2561

น.3คอลัมน์ : ท่าที ความพร้อม การเมือง ‘การเลือกตั้ง’ ปัจจัย คือ ‘คสช.’

น.3คอลัมน์ : ท่าที ความพร้อม การเมือง ‘การเลือกตั้ง’ ปัจจัย คือ ‘คสช.’


การนัดพบระหว่าง คสช.ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยืนอยู่ในฐานะประธานกับอีก 30 พรรคการเมืองเพื่อคุยเรื่อง “การเลือกตั้ง”
ถือเป็นเหมือน “พิธีกรรม”
ทั้งยังเป็นพิธีกรรมอันแทบไม่มีความจำเป็นอะไรเลย จึงมีพรรคการเมืองอย่างน้อย 2 พรรค คือ พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ ที่ปฏิเสธ
ไม่ปฏิเสธอย่างธรรมดา หากแต่ปฏิเสธในแบบ “วิพากษ์”
ขณะเดียวกัน กล่าวสำหรับพรรคการเมืองในจำนวน 30 พรรคที่ตอบรับคำเชิญ หากจับตาดูอย่างเกาะติดจะเห็นว่าเป็นการส่งคนไปในลักษณะ “ตัวแทน”
พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ไป
แม้กระทั่งพรรคภูมิใจไทยซึ่งถือว่ามีสายสัมพันธ์แนบแน่นอย่างยิ่งกับ คสช. นายอนุทิน ชาญวีรกูล ก็บังเอิญติดธุระในต่างประเทศ
“พิธีกรรม” นี้จึงเป็นไปอย่างแกน-แกน
ถามว่าทำไมการหารือระหว่าง คสช.กับพรรคการเมืองครั้งนี้จึงไม่ได้รับความสนใจทั้งๆ ที่เป็นข้อกำหนดอันตราไว้ในคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 53/2560
คำตอบ 1 เพราะเป็นการใช้ “อำนาจ” นอกเหนือ “หน้าที่”
เด่นชัดยิ่งว่า ภาระหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติต้องเป็นของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
ไม่ใช่เรื่องของ “คสช.”
คำตอบ 1 เพราะสภาวะลักลั่นในการดำเนินการ แรกทีเดียวมอบหมายให้ นายวิษณุ เครืองาม แต่ทำไปทำมากลายเป็นเรื่องของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ส่งผลให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลอยตัว
พลันที่ตกอยู่บนบ่าของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พรรคการเมืองจำนวนไม่น้อยก็นึกถึงบรรยากาศของการประชุมในเรื่องปรองดองเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2560
เพราะในที่สุดก็ได้มาเพียง “น้องเกี่ยวก้อย”
มีความแจ่มชัดในลักษณะสะสมมาตั้งแต่เรื่องโรดแมป “เลือกตั้ง” กระทั่งปรากฏคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 53/2560 มาแล้วว่า
ความไม่พร้อมในเรื่อง “เลือกตั้ง” มิใช่มาจาก “พรรคการเมือง”
ตรงกันข้าม ปัจจัยสำคัญก็คือ ความไม่พร้อมของ “คสช.” เห็นได้จากการเลื่อนโรดแมปจากที่เคยไปให้สัญญากับ นายชินโสะ อาเบะ เมื่อปี 2558 การไปประกาศในที่ประชุมสหประชาชาติเมื่อปี 2559 การไปประกาศต่อ นายโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อปี 2560
แต่ก็เลื่อนแล้วเลื่อนอีก
ยิ่งเมื่อคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 53/2560 ออกมายิ่งแสดงแจ้งชัดอย่างเป็นรูปธรรมว่า ใครกันแน่ที่ต้องการเตะถ่วง หน่วง ยื้อ การเลือกตั้ง เพื่อต้องการความได้เปรียบเหนือกว่า นับแต่เรื่องของ “สมาชิกพรรค” กระทั่งเรื่อง “การหาเสียง”
เป็น “คสช.” และพรรค คสช. ไม่ใช่ฝ่ายอื่น
ท่าทีและการเคลื่อนไหวของ คสช.จึงมิได้สร้างความมั่นใจ เพราะในที่สุดแม้กระทั่งการเลือกตั้งที่ว่าจะมีภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ก็ยังไม่แน่นอน
การหารือที่จัดโดย คสช.จึงเป็นเพียง “พิธีกรรม”
ท่าทีของพรรคการเมืองจึงเป็นท่าทีอันแสดงอย่างแจ้งชัดว่า หาก คสช.มีความพร้อมเมื่อใดก็ประกาศออกมาได้เลย ทุกพรรคการเมืองล้วนพร้อม
พร้อมต่อสู้แม้จะมาจาก “กติกา” ที่ คสช.เป็นผู้กำหนด

ยิ่งดิ้นแรงยิ่งเจ็บลึก!

ยิ่งดิ้นแรงยิ่งเจ็บลึก!



ไม่พกเมียไปด้วย ผ้าพันคอหลุยส์ วิตตอง ไทม์พาดหัว “สฤษดิ์น้อย” แอบนัดพบ “ทักษิณ”
4 ประเด็นร้อนๆบนกระดานข่าวที่เกิดขึ้นระหว่างช็อตโกอินเตอร์ของ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.นำคณะ “จอมยุทธ์กวง” นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กัปตันทีมเศรษฐกิจ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง บินไปเยือนประเทศอังกฤษและฝรั่งเศส
โรดโชว์เมกะโปรเจกต์เรือธงโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี)
นี่คือปรากฏการณ์ที่สะท้อนเลยว่า การโกอินเตอร์ไปยุโรปของผู้นำรัฐบาลถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสถานการณ์ชิงกระแสที่กำลังเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งของประเทศไทย
ฝ่ายที่ไม่ต้องการให้ “บิ๊กตู่” ได้เครดิต จ้องเตะตัดขาทุกจังหวะ
ปั่นกระแสด้านลบ กลบเนื้อหาสาระสำคัญด้านบวก
ในขณะที่เห็นชัดได้ว่า ทีมรัฐบาลก็ต้องการเดินหมากยกระดับเครดิตของ พล.อ.ประยุทธ์ อาศัยช็อตการเยือนอังกฤษ ฝรั่งเศส พูดคุยกับผู้นำแถวหน้าของโลกอย่าง “เทเรซา เมย์–เอ็มมานูเอล มาครง” เจรจาตกลงความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศไทยระยะยาว
เป้าหมายเสริมหล่อให้ “ลุงตู่” แต่งตัวพร้อมลงสนามเลือกตั้ง
แน่นอน ถ้าประเมินกันในภาพรวม อย่างที่ “นายกฯลุงตู่” ได้โอกาสชี้แจงโรดแม็ปเลือกตั้งและเงื่อนไขสถานการณ์เกี่ยวกับพระราชพิธีสำคัญของคนไทย
อธิบายความจำเป็นให้ผู้นำโลกเข้าใจในบริบทประเทศไทย
อีกทั้งยังได้อยู่ท่ามกลางกองเชียร์คนไทยที่รุมล้อมทั้งที่ลอนดอน อังกฤษ และปารีส ฝรั่งเศส ถือโอกาสอธิบายความเป็นไปในประเทศให้คนไทยต่างแดนได้รับรู้
เชียร์ให้สู้ อยู่ต่อยาวๆไปเลย
โดยบรรยากาศทำให้ผู้นำ คสช.ได้โอกาสเปิดใจ แม้แต่เรื่องที่ไม่เคยพูด คสช.ขอเลือก ส.ว.แต่งตั้งเองในห้วง 5 ปีแรก เพื่อป้องกันสภาผัวเมีย หรือประเด็นสำคัญการตีตั๋วต่อผ่านพรรคการเมืองเพื่อให้งานปฏิรูปต่อเนื่องไปสู่เป้าหมาย ที่ยังพอมีเวลาตัดสินใจ ให้ไปลุ้นกันในเดือนกันยายน
สะท้อนอารมณ์มั่นใจของคนที่ตัดสินใจแล้ว แต่ยังกั๊กอยู่ในที
แต่ลงรายละเอียดลึกซะขนาดนี้ พล.อ.ประยุทธ์ตีตั๋วต่อผ่านนายกฯบัญชีพรรคพลังประชารัฐแน่
และให้สังเกตอารมณ์ที่บอกปัดกระแสข่าวดักคอ แอบพบอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ในลอนดอน เจรจาเปิดทางให้ผู้นำ คสช.ต่อเวลาอำนาจหลังเลือกตั้ง
นอกจากปฏิเสธแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ยังเบิ้ลเป็นนัย “ถึงแม้จะอยากพบผม ผมก็ไม่ให้พบอยู่แล้ว”
แนวโน้มโยนให้เป็นความพยายามของอีกฝ่ายมากกว่า
นั่นหมายถึงอาการมั่นใจใน “แต้มต่อ” สถานะอยู่ในจุดที่เลือกได้
สถานการณ์ตรงกันข้าม ตามอาการ “นั่งไม่ติด” ของอดีตนายกฯทักษิณ ที่เทกแอ็กชันให้เห็นถึงความพยายามตามประกบเบิ้ลบลัฟ “นายกฯลุงตู่” ในช็อตเยือนยุโรป
เหมือนกับได้โอกาสดักทุบโจทก์ที่ออกนอกประเทศไทยมาอยู่ในถิ่นอิทธิพลของตัวเอง
และนั่นก็หนีไม่พ้น “มุกเก่ง” การโชว์ฟอร์มผ่านสื่อต่างชาติ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวบีบีซี ล็อบบี้ไทม์ ตีกินกระแส มั่นใจเลือกตั้งเมื่อไหร่ พรรคเพื่อไทยก็ยึดอีสาน มาเป็นที่หนึ่งแบบถล่มทลาย
แถมแขวะ ลูกผู้ชายชาติทหารห้ามโกงก็แล้วกัน
แต่ไฮไลต์สำคัญมันอยู่ตรงที่ “ทักษิณ” บอกอยากอาสากลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง
เพราะยังไม่แก่เกินไปที่จะกลับมาเป็นผู้นำประเทศไทย เมื่อเทียบกับ “ปู่มหาเธร์ โมฮัมหมัด” ที่หวนคืนเก้าอี้นายกฯมาเลเซียในวัย 92 ปี
ปลุกผี งัดไม้ตาย เร้ากองเชียร์ยี่ห้อ “ทักษิณ”
ทั้งหมดทั้งปวง ประมวลตามรูปการณ์ “นายใหญ่ดูไบ” ต้องขยับตัวแรงๆ ภายหลังการเปิดตัวรีเทิร์น ของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตเลขาธิการพรรคไทยรักไทย เป็น “แบ็กอัพ” ให้พรรคพลังประชารัฐ
สร้างแรงสั่นสะเทือนพรรคเพื่อไทย ภาคอีสานส่ออาการ “เลือดไหลออก” ไม่หยุด
แต่ยิ่งเทกแอ็กชัน ออกอาการชัดเท่าไหร่ “นายใหญ่” ก็ยิ่งเสี่ยงเข้า “เงี่ยง” กฎหมาย
แบบที่ล่าสุดคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จ่อสอบคลิป “นายใหญ่ดูไบ” ประกาศกลางวงงานเลี้ยงวันเกิด “น้องปู” อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มั่นใจลูกข่ายพรรคเพื่อไทยจะกวาด ส.ส.อีสาน
แถมประจานไล่ส่งพวกย้ายพรรคหนี บอกจะเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่มาแทน
ส่อเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ฐานครอบงำ ชี้นำกิจกรรมพรรคทำให้สมาชิกขาดความเป็นอิสระทั้งทางตรงและทางอ้อม
เดินเข้ากับดักที่ยี่ห้อ “มีชัย ฤชุพันธุ์” วางล่อไว้
โอกาสเสี่ยงสูงถึงสูงมาก ที่จะนำมาซึ่งเหตุยุบพรรคเพื่อไทย.
ทีมข่าวการเมือง

ไม่มีอะไรหรอก

ไม่มีอะไร หรอก !!

“บิ๊กป้อม” เชื่อบ้านเมืองสงบ ยันเลือกตั้ง ยัน ไม่มีอะไร หรอก ช่วงพระราชพิธีฯ แม้”อ.วิษณุ” ตั้งเงื่อนไขเลือกตั้งช้า-เร็ว  พระราชพิธีฯผ่านไปเรียบร้อยหรือไม่ พอใจ นักการเมือง เข้าใจ คุยรู้เรื่อง 

พลเอกประวิตร  รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึง การพูดคุยกับ 74พรรคการเมือง ว่า  พอใจ เพราะผ่านไปอย่างเรียบร้อย  ทุกคนก็โอเค.หมด ทั้ง 74 พรรค นักการเมือง คุยดี รู้เรื่องเข้าใจ เป็นสัญญาณที่ดี 

โดยเรา ขอความร่วมมือนักการเมือง ในการสร้างความสงบเรียบร้อย  ซึ่งมันก็สงบอยู่  เราจะต้องทำให้สงบ ไปจนถึง วันมีการเลือกตั้ง  ก็ตัองร่วมมือกันทุกฝ่าย

ส่วนการที่ อ.วิษณุ” ระบุว่า ปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้การเลือกตั้งเกิดขึ้น ช้าหรือเร็ว ขึ้นอยู่กับว่า พระราชพิธีฯ จะผ่านไปด้วยความสงบเรียบร้อย หรือไม่ นั้น ไม่มี  ไม่มีอะไรหรอก

วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561

74พรรคร่วมคุยประวิตร

คึกคัก 74 พรรค 199 นักการเมือง ตบเท้า  เข้าหารือ กับ “บิ๊กป้อม”....แกนนำ ปชป.-ชาติไทยพัฒนา”ร่วม ไร้เงา “เพื่อไทย-อนาคตใหม่”
   

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายนิกร จำนง นายวราวุธ ศิลปอาชา พรรคชาติไทยพัฒนา นายสุระ เตชะทัต โฆษกพรรคพลังชล  บิ๊กอู๊ด  พลเอกกิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ พรรคไทยศิวิไลซ์  นายณัชพล สุพัฒนะหรือ มาร์ค พิทบูล รองหัวหน้าพรรคไทยศิวิไลซ์ เสี่ยติ่ง สัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ และ นายเอกพร รักความสุข  พรรครวมพลังชาติไทย นายศุภชัย ใจสมุทร พรรคภูมิใจไทย 

ส่วน พรรคเพื่อไทย และพรรคอนาคตใหม่ ไม่ได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมพูดคุยครั้งนี้  ตามที่ได้ประกาศไว้

โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธาน โดยมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ และคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) คอยชี้แจง  ที่สโมสร ทบ.

ปฏิรูปค้ำคอ รอส่วนผสมใหม่

ปฏิรูปค้ำคอ รอส่วนผสมใหม่



ปรากฏการณ์ดูด “แชร์อำนาจ” ผ่านศึกเลือกตั้ง
ลาจอ ห่างจากเมืองไทยหลายวัน
ตามภารกิจที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. นำคณะใหญ่ เหินฟ้าไป เยือนประเทศอังกฤษ และฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 20-25 มิถุนายน 2561
เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีของผู้นำรัฐบาล คสช. นับตั้งแต่เข้าสู่ตำแหน่ง
แสดงให้เห็นถึงสถานะเครดิตที่ยกระดับขึ้นของ พล.อ.ประยุทธ์ในเวทีสหภาพยุโรป (อียู) จากที่โดนแซงก์ชัน อียูไม่คบค้าสมาคมเลยในช่วงแรกๆของการยึดอำนาจ
แต่เมื่อรัฐบาล คสช.ได้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่
โดยเฉพาะการใช้อำนาจพิเศษเชิงบวกในการแก้ไขปมปัญหาที่ฝังรากลึกมานาน ทั้งการค้ามนุษย์ที่โยงกับแรงงานประมง หรือการแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้านให้เป็นระบบ เปลี่ยนไปแบบเห็นหน้าเห็นหลัง
แก้โจทย์ได้ตรงกับที่ชาติตะวันตกตั้งแง่ใส่ นั่นก็ทำให้แรงต้านลดลงไป ก่อนที่อียูจะประกาศฟื้นความสัมพันธ์ทางการเมืองกับประเทศไทยในทุกมิติ
และโดยการนี้ ก่อนออกเดินทางไป ยังมีชอตสำคัญที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้แถลงผ่านสื่อมวลชน ยืนยันประเทศไทยจะจัดการเลือกตั้งใหญ่ภายหลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
ถือเป็นวาระสำคัญของคนไทยที่ต้องทำให้บรรยากาศสงบเรียบร้อย
เป็นการตอกย้ำความชัดเจน เงื่อนไขสถานการณ์โรดแม็ปไปสู่การเลือกตั้งของประเทศไทยที่แปรผันตามห้วงเวลาพิเศษ ภายใต้บริบทการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
อันเป็นที่เข้าใจตรงกันทุกฝ่าย ทั้งในและต่างประเทศ
ด้วยเหตุผลที่อธิบายได้ ผู้นำรัฐบาลไทยได้ตอบโจทย์ของอียูก่อนบินไป นั่นก็เป็นอะไรที่นำมาซึ่งฉากที่นางเทเรซา เมย์ ผู้นำอังกฤษ ได้เปิดทำเนียบ บ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง ต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์
จากที่กำหนดเวลาไว้ 30 นาที แต่คุยจริงเป็นชั่วโมง
พร้อมตอบรับการดำเนินความสัมพันธ์เชิงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ เตรียมเจรจาเปิดการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-สหราชอาณาจักร ยินดีสนับสนุนภาคเอกชนอังกฤษลงทุนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) และร่วมมือพัฒนาการศึกษาเป็นกลไกพัฒนา ประเทศ
และก็เช่นเดียวกันกับสถานการณ์ที่ประธานาธิบดี “เอ็มมานูเอล มาครง” ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ให้การต้อนรับ คณะผู้นำไทย พร้อมเดินหน้าความร่วมมือทางเศรษฐกิจ พัฒนาความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์
มันคือโอกาสดีของประเทศไทยที่กลับคืนมาพร้อมกับเครดิตของ พล.อ.ประยุทธ์
แม้จะมีชอตที่สื่อต่างประเทศอย่างไทม์ แมกกาซีน พาดหัวถล่มผู้นำไทย จากการนำบทสัมภาษณ์ “บิ๊กตู่” ไปตัดต่อคำถามนำ เลือกเอาปมลบเขียนบทความโจมตี
“จงใจ” ปล่อยออกมาดิสเครดิตผู้นำไทยในช่วงบินไปยุโรปพอดิบพอดี
มันเป็นอะไรที่น่าสงสัย มีขบวนการคนไทยรู้กับสื่อฝรั่งจ้องบลัฟภาพอินเตอร์ของ “บิ๊กตู่” หรือไม่
อย่างไรก็ดี ตัดฉากกลับมาที่เมืองไทย ก็มีจุดไฮไลต์ที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้นัดตัวแทนพรรคการเมือง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง บ่ายวันที่ 25 มิถุนายนต้นสัปดาห์หน้า
ณ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีฯ สถานที่เดียวกับวันยึดอำนาจ
ประเมินตามบรรยากาศ จึงถือเป็นรอบสัปดาห์ที่เกิดความชัดเจนมากที่สุด ในการเดินหน้า กระบวนการเลือกตั้ง ตามโรดแม็ปที่ พล.อ. ประยุทธ์ได้ประกาศสัญญาประชาคมไว้
โดยที่ คสช.ยังค่อยๆปล่อยทีละขยัก
ไม่ปลดล็อกพรวดพราดให้เสี่ยงวุ่นวาย ตามเงื่อนไขสถานการณ์ที่ฝ่ายความมั่นคงยังต้องเฝ้าจับตาทุกระยะ ภายใต้ภาวะปกติของห้วงอำนาจพิเศษ
แต่นั่นก็ขยับกันคึกคัก นักการเมืองระดับโคตรเซียนขยับตัวพร้อมรับสัญญาณ
เปิดไพ่ หงายแต้มกันแล้ว
ตามปรากฏการณ์ที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตเลขาธิการพรรคไทยรักไทย กับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มมัชฌิมา ขึ้นเครื่องบินไปทาบทาม “ติงลี่” นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีต รมว.ทรัพยากรฯ แกนนำ ส.ส.อีสานพรรค เพื่อไทย ถึงถิ่นจังหวัดเลย
ก่อนที่นายปรีชาจะประกาศตัวเลยว่า นายสุริยะกับนายสมศักดิ์มาเชิญให้เข้าร่วมงานกับพรรคการเมืองใหม่ และพร้อมแถลงเปิดตัวเลยถ้าทุกอย่างเคลียร์
มาเร็ว เคลมเร็ว ออกตัวร้อนแรง
จุดเริ่มต้นปฏิบัติการ “รีเทิร์น” สนามการเมืองของ “สุริยะ” อย่างเป็นทางการ
ในฐานะ “คีย์แมน” ของค่ายพลังประชารัฐ
โดยการเชื่อมโยงกับ “ก๊วนก๋วยเตี๋ยวเนื้อ” ในอดีตพรรคไทยรักไทย อันประกอบด้วย “สมศักดิ์-สุริยะ” และอีกคนที่นั่งหัวโต๊ะก็คือนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กัปตันทีมเศรษฐกิจรัฐบาล
ผู้ที่ประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ตีตั๋วต่อนายกรัฐมนตรี
ตามมุมที่มองกันได้ว่า “สุริยะ” คือลูกศรธนูดอกที่สามของ “สมคิด” ในปฏิบัติการก่อกำเนิดป้อมค่ายพลังประชารัฐ เป็นฐานการเมืองสนับสนุน “นายกฯ ลุงตู่” ยกระดับความชอบธรรม กลับมาเบิ้ลเก้าอี้ในฐานะนายกฯ คนในผ่านบัญชีพรรคการเมือง
และก็ได้ผลตามเป้า ด้วยยี่ห้อ “สุริยะ” ในสายตาของนักเลือกตั้งอาชีพคือ “หัวจ่าย” พลังสูง มากด้วยประสิทธิภาพและทรงประสิทธิผลสมัยพรรคไทยรักไทย
การเปิดตัวของ “สุริยะ” จึงกระตุกแรงเหวี่ยง สร้างอิมแพกต์ทางการเมืองอย่างรุนแรง
โดยเฉพาะแรงตกกระทบที่เกิดขึ้นกับพรรคเพื่อไทย
สะท้อนจากอาการที่นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ อดีต ส.ส.มหาสารคาม ออกมายอมรับวิกฤติ “เอาไม่อยู่แล้ว” แนวโน้มพื้นที่อีสานของพรรคเพื่อไทยเลือดไหลออกไม่หยุดแน่
และไม่ใช่วิสัยปกติ กับมวยเบอร์ใหญ่อย่าง “เสี่ยอ้วน” นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ต้องออกมางัดมุกเก่า กระแทกแดกดันกันแรงๆเป็นเชิง
พรรคใหม่ของเครือข่าย “สามมิตร” ส่อไม่พ้นโดนชาวบ้านหลอก
“รับเงินหมา กาเพื่อไทย”
สถานการณ์ยังโยงไปถึงช็อตที่ “น้องปู” อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลับมาโพสต์โซเชียลฯเป็นครั้งแรก หลังหนีคดีจากเมืองไทย ขอบคุณกองเชียร์ที่ให้กำลังใจในโอกาสวันคล้ายวันเกิด
ในซีนที่ต่อเนื่องกับอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ที่ปราศรัยย่อยๆในงานฉลองเบิร์ธเดย์น้องสาวที่อังกฤษ ปล่อยมุก “อีสานเขียว” คุยโวพรรคเพื่อไทยกวาด ส.ส. หมดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
คุยเขื่อง เบิ้ลบลัฟ อ้อน ผวา ฝ่อ ปลุกปลอบใจตัวเอง
สารพัดอารมณ์ ที่สะท้อนอาการหวั่นไหวของแชมป์เก่าอย่างพรรคเพื่อไทย
เมื่อเจอไพ่ใบสำคัญ อดีตคนของ “ทักษิณ” อย่างนายสุริยะมาแท็กทีม “สมคิด” เดินหน้าเครือข่าย “สามมิตร” เจาะฐาน ทอนแต้มของพรรคเพื่อไทยตรงกันข้ามกับสถานการณ์คึกคัก เมื่อมวยตัวจริงอย่าง “สุริยะ-สมศักดิ์” เปิดตัวเป็นแม่ทัพในสนามเดินตามที่ “สมคิด” ยิงลูกศรธนู เปิดเกมเรียกแขกอดีต ส.ส.เกรดเอ
หุ้นพลังประชารัฐดีดขึ้นทันทีทันใด
แต่นั่นก็มาพร้อมเครื่องหมายคำถาม ตามรูปการณ์ที่เห็นกันอยู่ว่ามีแต่นักการเมืองเก่า วิธีการเดิมๆ แล้วมันมีตรงไหนที่แสดงให้เห็นถึงการปฏิรูป
โดยเงื่อนไขสถานการณ์ย้อนแย้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบยาก
ในเมื่อเชิงบริหารจัดการการเลือกตั้ง จำเป็นต้องพึ่งแต้มชัวร์ๆจากนักการเมือง ตามโจทย์บังคับตีตั๋วต่อคุมเกมปฏิรูปไปถึงเป้าหมายปลายทาง
“บิ๊กตู่” ต้องแชร์อำนาจให้นักการเมืองเข้ามามีส่วนร่วมแจม
แม้จะไม่ได้เหนือคาดหมาย โดยระบบนิเวศการเมืองแบบไทยๆ
อีกทั้งไม่ใช่เรื่องใหม่ ย้อนกลับไป มันก็มีตัวอย่างมาแล้วในยุคก่อกำเนิดพรรคไทยรักไทย “ทักษิณ ชินวัตร” ก็ใช้โมเดลเดียวกันนี้ ดึงไดโนเสาร์ขี่ดาวเทียมมาสู่ยุคคิดใหม่ทำใหม่
เพียงแต่ยุคนี้ยากกว่า ตรงกระแสการปฏิรูปที่ค้ำคอ พล.อ.ประยุทธ์
ความท้าทายมันอยู่ตรงที่ ด้านหนึ่งก็คือความจำเป็นต้องพึ่งคนเก่าเป็นฐาน อีกด้านหนึ่งก็คือความจำเป็นต้องยึดเงื่อนไขปฏิรูปล้อกระแสคนรุ่นใหม่
ภาพเก่าน้ำเน่าเจืออยู่กับเงื่อนไขปฏิรูป
ต้องรอดูส่วนผสมของพรรคพลังประชารัฐในการเลือกตั้ง
ทีมหนุน “ลุงตู่” จะเขย่าส่วนผสมยังไงให้ลงตัว.

“ทีมการเมือง”

นายใหญ่ก็ชักหวั่นไหว

นายใหญ่ก็ชักหวั่นไหว



ผ่อนคลายอิริยาบถสบายๆอยู่ต่างแดนก็ยังไม่วายโดนจับผิด
ตามสไตล์กองแช่งในโลกโซเชียลรุมตำหนิซีนรีแลกซ์ของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ที่ใส่เสื้อกั๊ก สวมแว่นกันแดด คล้องผ้าพันคอแบรนด์หรูระดับโลก “หลุยส์ วิตตอง” อยู่บริเวณสวนใกล้โรงแรมที่พัก ภายหลังเสร็จภารกิจพบ นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ที่กรุงลอนดอน
ถล่มกันสนุกปาก ไม่อนุรักษ์ความเป็นไทย สวนทางหลักความพอเพียงที่เป็นผู้ให้หลักการไว้เอง
จนเพจ PMDU Thailand ของทีมงานนายกรัฐมนตรี ที่เป็นผู้นำรูปมาลงต้องลบภาพออกจากเพจ ไม่ให้ถูกผูกโยงเป็นประเด็นดรามา
แต่นั่นก็ทำได้แค่เพียงสร้างกระแสวูบวาบพักเดียวก็เงียบหายไป
เทียบไม่ได้กับแนวโน้มสัญญาณบวกของ “บิ๊กตู่” ที่จับเข่าคุยกับผู้นำเมืองผู้ดี และนักธุรกิจแถวหน้าอังกฤษในแง่ความร่วมมือทางการค้า การลงทุนทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการลงทุนในพื้นที่อีอีซี
สะท้อนภาพผู้นำรัฐประหารไม่ได้ถูกตั้งแง่รังเกียจเสมอไปในสายตาประเทศต้นแบบประชาธิปไตย
ซ้ำยังได้โอกาสยืนยันต่อหน้าผู้นำอังกฤษ โปรแกรมเลือกตั้งยังเป็นไปตามโรดแม็ปเดิมในต้นปี 2562 การันตีไม่มีการตระบัดสัตย์เรื่องเส้นทางคืนประชาธิปไตย
ยังไม่รวมคิวถัดไปที่จะเข้าพบกับ นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และนักลงทุนเมืองน้ำหอมเพื่อเชื้อเชิญมาลงทุนในเมืองไทย
“บิ๊กตู่” เดินสายต่างแดนสะสมผลงานเก็บแต้มใส่กระเป๋าเป็นกอบเป็นกำ เพิ่มเครดิตให้ตัวเองอีกทาง
รอเปิดฟลอร์รับฟังความเห็นจากพรรคการเมืองในวันที่ 25 มิ.ย.นี้ นับถอยหลังแต่งตัวลงสู่สนามเลือกตั้งสมัยหน้าเต็มที่
ผิดกับคู่แข่งอย่างพรรคเพื่อไทยที่กำลังระส่ำระสายอย่างหนัก
ห้ามเลือดไม่อยู่ เจอปฏิบัติการพลังดูดของพรรคพลังประชารัฐ ภายใต้การนำของระดับหัวจ่ายตัวจริง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำกลุ่มสามมิตร ลุยช้อนอดีต ส.ส.เพื่อไทยเข้าสังกัดเป็นกอบเป็นกำ
แม้แต่รุ่นใหญ่อย่าง นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีต ส.ส.เลย หรือ นายวิรัช รัตนเศรษฐ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก็เตรียมแพ็กกระเป๋าขนลูกทีมในสังกัดไปซบฝั่งทหาร
ยังไม่รวมพวกเกรดเอในภาคอีสานอีกหลายคนที่ตั้งท่าทิ้งนายใหญ่ หนีตายไปวัดดวงอยู่พรรคใหม่ ทั้งคนช็อปและคนถูกช็อปเริ่มกล้าเปิดตัวแบบไม่เหนียมกันแล้ว
ค่ายพลังประชารัฐเดินมาถูกทาง ไล่เจาะยางเน้นๆไปที่ฝั่งอีสาน สกรีนเอาแต่เฉพาะพวกของแท้
อาศัยช่วงที่น้ำเลี้ยงฝ่ายเพื่อไทยกำลังเหือดแห้งในช่วง 4 ปีที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง กดดันไพร่พลต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด
ถึงกระแสจะดี แต่กระสุนไม่ทำงาน ยังไงก็ไปต่อลำบาก
ยิ่งในภาวะที่นายใหญ่ “ทักษิณ ชินวัตร” ไม่สามารถบัญชาการแก้เกมได้อย่างเปิดเผย ตรงกันข้ามยังถูกบีบให้จนตรอกขึ้นเรื่อยๆ มีหมายจับในคดีความต่างๆงอกขึ้นตลอดเวลา
ทำได้ดีสุดแค่ออกแอ็กชันพูดปลุกใจลูกทีมข้ามทวีปผ่านสื่อนอกชื่อดัง BBC ในงานฉลองเบิร์ธเดย์น้องสาว “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ครบรอบ 51 ปี
ยังแสดงความมั่นใจพรรคเพื่อไทยจะชนะเลือกตั้งมาเป็นอันดับ 1 โดยประกาศไม่ยี่หระพวกที่ทิ้งพรรค พร้อมเปิดโอกาสให้นักการเมืองรุ่นใหม่เข้าสู่พรรค
กระตุกลูกพรรคให้ฮึดสู้เต็มที่ รั้งพวกที่เหลือไม่ให้สละเรือหนี
ไปๆมาๆพรรคเพื่อไทยกลายเป็นพรรคที่สั่นสะเทือนมากที่สุด
“ทักษิณ” เองก็ชักจะหวั่นไหวกับการเดินเครื่องของพรรคพลังประชารัฐที่สูบไพร่พลเพื่อไทยร่อยหรอลงไปเยอะ
ต้องเล่นบทถนัดโชว์ความเป็นอินเตอร์ ใช้สื่อนอกแก้เกม เพื่อแสดงความมั่นใจพรรคเพื่อไทยยังคงเป็นเบอร์หนึ่งในการเลือกตั้งสมัยหน้า
สอดรับกับจังหวะล่าสุดที่สื่อนอกยักษ์ใหญ่ Time Magazine จงใจปล่อยบทความที่มาขอสัมภาษณ์พิเศษ “บิ๊กตู่” โดยเลือกเอาเฉพาะคำถามนำบางส่วนมาเปรียบเปรยผู้นำ คสช.ในทำนองเป็น “สฤษดิ์น้อย”
จงใจปล่อยออกมาในจังหวะที่ “ลุงตู่” อยู่ในช่วงเดินสายเก็บแต้มกับ 2 ผู้นำโลกพอดิบพอดี เหมือนต้องการทำลายภาพพจน์นายกฯในเวทีโลก
แต้มที่ตั้งใจทำมา เจอเกมนี้เข้าไปก็ทำเอา “ลุงตู่” สะอึกเหมือนกัน.
ทีมข่าวการเมือง

วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561

นิตยสารTime เดือน มิ.ย.61 ขึ้นปก พล.อ.ประยุทธ

นิตยสารTime เดือน มิ.ย.61 ขึ้นปก พล.อ.ประยุทธ
////
BRIEF: น่าปลื้มใจ! นิตยสาร TIME ให้ลุงตู่ขึ้นปก เปรียบเป็น ‘สฤษดิ์น้อย’ และเอ่ยถึงทักษะในการแต่งเพลง แต่งกลอน
.
มีคนไทยไม่กี่คนที่ได้ขึ้นปกนิตยสารข่าวชื่อดัง TIME Magazine แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี/หัวหน้า คสช. หรือที่คนไทยเรียกอย่างเอ็นดูว่า ‘ลุงตู่’ กลับเป็นหนึ่งในนั้น
.
หน้าปกของนิตยสาร TIME เวอร์ชั่นเอเชีย ที่จะวางแผงขายช่วงปลายเดือน มิ.ย.นี้ ได้นำภาพของ พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นเป็นภาพปก พร้อมคำโปรยว่า “Democrat. Dictator. Which path will Thailand’s Prayuth Chan-O-Cha choose?” (นักประชาธิปไตยหรือเผด็จการ ทางไหนที่ประยุทธ์เลือก?)
.
เนื้อหาภายในไม่เพียงเล่าถึงบริบทของสังคมไทยก่อนที่ คสช.จะยึดอำนาจเข้ามาในปี 2557 ยังเล่าถึงประวัติของตัวลุงตู่เอง ตั้งแต่สมัยเด็กๆ ใน จ.นครราชสีมา มาจนรับราชการทหารกว่า 40 ปี และได้เป็นนายกฯ ในที่สุด รวมถึงบทสัมภาษณ์ชนิดคำต่อคำที่ผู้สื่อข่าวของนิตยสาร TIME บุกเข้ามาสัมภาษณ์ถึงภายในทำเนียบรัฐบาล
.
นอกจากนี้ ยังมีการเปรียบเทียบ พล.อ.ประยุทธ์กับจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อดีตนายกฯ โดยยกให้เป็น ‘สฤษดิ์น้อย’ และพาดพิงถึงทักษะพิเศษด้านการแต่งเพลงกับแต่งกลอน
.
ถือเป็นอีกครั้งที่เจ้าตัวได้สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง และประเทศชาติ
.

บ้านริมน้ำก็ไป

21 มิ.ย. 61 นายรณฤทธิชัย คานเขต อดีตส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย สมาชิกกลุ่มบ้านริมน้ำของ นายสุชาติ ตันเจริญ กล่าวถึงการเคลื่อนไหวดูด ส.ส.เข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐว่า เป็นเรื่องธรรมดา เพราะผู้ที่ไปดูดมีสมาชิกในกลุ่มอยู่แล้ว สำหรับในส่วนของนายสุชาติ ได้รับมอบหมายให้ดูแลในส่วนของภาคอีสานและภาคตะวันออก มีนโยบายชัดเจน อยากสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีอุดมการณ์ คิดว่า ดีกว่าการไปลากเอาคนเก่ามา เพราะถึงอย่างไรเราก็ต้องสู้กับเพื่อไทยอยู่แล้ว มั่นใจว่า คนใหม่จะสามารถสู้เพื่อไทยได้ ตอนนี้สามารถรวบรวมได้ 30-40 คน พยายามที่จะคัดเลือกคนที่สู้และขยัน

"ก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยได้ ส.ส. เพราะกระแส แต่ตอนนี้กระแสพรรคเพื่อไทยลดลงแล้ว เขากำลังลำบาก กำลังระส่ำหาหัวไม่ได้" นายรณฤทธิชัย กล่าว
นายรณฤทธิชัย กล่าวว่า ในวันเสาร์ที่ 30 มิ.ย. กลุ่มสามมิตร จะมีการแถลงข่าวที่สนามกอล์ฟไพน์เฮิร์สท ตนก็ได้รับการมอบหมายให้ไปรับฟังการแถลง และการหาสมาชิกของกลุ่มบ้านริมน้ำ และกลุ่มสามมิตร อาจทับซ้อนกัน แต่ก็ต้องสอบถามประชาชน

ขึ้นปก Time ฉบับ Asia

ขึ้นปก Time ฉบับ Asia
ปก Time ฉบับ อินเตอร์ฯ เป็นปก Donald Trump ...ส่วน พลเอกประยุทธ์ ขึ้นปก Time ฉบับ Asia
ภาพ แสง และเงา ได้อารมณ์ มาก!!
"บิ๊กตู่" ลั่น ..ชีวิตนี้สละแล้วเพื่อแผ่นดินเกิดและราชบัลลังก์“I told myself that I had to dedicate my life for my homeland and the monarchy.
Time ตั้งข้อสังเกต "Thailand’s Leader Promised to Restore Democracy. Instead He's Tightening His Grip"แม้จะให้สัญญาว่า จะคืนประชาธิปไตย แต่ทว่า กลับมีการกระชับอำนาจ
พลเอกประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์พิเศษ นิตยสาร Time พร้อม เป็น นายแบบ ให้ถ่ายภาพ เพื่อไปเลือก ลงในคอลัมน์ ในเล่ม ฉบับนี้ บนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อ1 มิย. ที่ผ่านมา....โดยทีมงาน Time เลือกภาพ ธีม แสงและเงา ประกอบ บทวิเคราะห์ และบทสัมภาษณ์ นี้
Democrat.Dictator."พลเอกประยุทธ์" จะเลือก "ประชาธิปไตย" หรือ "เผด็จการ" แม้จะให้สัญญาว่า จะคืนประชาธิปไตย แต่ทว่า กลับมีการกระชับอำนาจ
..อึ้ง!เป็นนายกฯที่คุยกับกบ แต่งเพลง แต่งกลอน
///
Prayuth and his shadow !!
"บิ๊กตู่" ลั่น ..ชีวิตนี้สละแล้วเพื่อแผ่นดินเกิดและราชบัลลังก์“I told myself that I had to dedicate my life for my homeland and the monarchy.
Time ตั้งข้อสังเกต "Thailand’s Leader Promised to Restore Democracy. Instead He's Tightening His Grip"แม้จะให้สัญญาว่า จะคืนประชาธิปไตย แต่ทว่า กลับมีการกระชับอำนาจ
พลเอกประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์พิเศษ นิตยสาร Time พร้อม เป็น นายแบบ ให้ถ่ายภาพ เพื่อไปเลือก ลงในคอลัมน์ ในเล่ม ฉบับนี้ บนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อ1 มิย. ที่ผ่านมา....โดยทีมงาน Time เลือกภาพ ธีม แสงและเงา ประกอบ บทวิเคราะห์ และบทสัมภาษณ์ นี้
Democrat.Dictator."พลเอกประยุทธ์" จะเลือก "ประชาธิปไตย" หรือ "เผด็จการ" แม้จะให้สัญญาว่า จะคืนประชาธิปไตย แต่ทว่า กลับมีการกระชับอำนาจ
..อึ้ง!เป็นนายกฯที่คุยกับกบ แต่งเพลง แต่งกลอน

ผมหนาวของผม !!

ผมหนาวของผม !!
“นายกฯบิ๊กตู่”พ้อ โดนด่า ทุกเรื่อง ทั้งผ้าพันคอ และ ภาษาอังกฤษ ยัน ไม่โกรธ คนเห็นต่าง ยันม็อบ มาไม่ถึงร้อย ลั่น”ผมหนาวของผม ถ้าไม่ใส่ คงป่วยไปแล้ว ผมก็พันผ้าพันของผม ไม่ได้ดูยี่ห้ออะไร ชี้ ถ้าจะให้ผมใช้ภาษาอังกฤษ ก็คงเหนื่อย
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ได้พบปะชุมชนไทยในกรุงลอนดอน พร้อมกล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้พบกับชุมชนชาวไทยในสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นชุมชนใหญ่ และรวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ และขอชื่นชมคนไทยที่นี่แม้อยู่ห่างไกลจากประเทศไทย แต่มีสายใยความผูกพันต่อกัน
ทั้งนี้ ตนขอขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ แม้มีคนบางกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งสื่อเขียนว่ามีมาชุมนุมเป็นร้อยคน แต่ตนพยายามนับแล้วก็ไม่ถึงร้อย แต่ตนเข้าใจ ไม่ว่าอะไร ไม่โกรธ พร้อมฝากบอกคนเหล่านั้นว่า สิ่งที่ตนทำทั้งหมดเพื่อคนไทย
นายกฯ กล่าวว่า การมาเยือนสหราชอาณาจักรครั้งนี้ ตั้งใจจะทำประโยชน์ให้กับประเทศไทย ขณะที่การทะเลาะเบาะแว้งกันอาจส่งผลเสียมาถึงประเทศของเราได้
อย่างไรก็ตาม ทุกรัฐบาลไม่มีใครอยู่นาน ทำงานปีแรกก็ดี แต่เมื่อเข้าปีที่ 2 ก็ไม่ค่อยจะดี เพราะต้องเตรียมการเลือกตั้งในครั้งต่อไป นี่คือความไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองที่ทำให้การพัฒนาประเทศต้องหยุดชะงัก ซึ่งตรงนี้ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน

“ในโลกโซเชียลไม่มีใครชมผม มีแต่ด่า ตอนแรกก็โกรธมากเพราะผมเป็นทหาร ใครว่าแล้วมันกระทบศักดิ์ศรี และเมื่อเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็เพราะเหตุผลของผมเอง ไม่มีใครเขาเลือกผมเข้ามา แต่ผมก็ต้องทำ ขอเพียงอย่างเดียวเกียรติยศผมมี ดังนั้นผมไม่เคยทำความเลวร้ายอย่างที่เขาทำกันมา จึงอย่ามามองผมเป็นแบบเดียวกัน
วันนี้ผมทำใจได้แล้ว ไม่โกรธแล้ว อย่างเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ที่เดินทางมาถึงอังกฤษ ผมไม่ค่อยสบาย รู้สึกหนาวๆร้อนๆ ผมใส่เสื้อไปเดินในสวน ก็ถูกกล่าวหาว่าแต่งตัวหล่อเกินไป ทำไมไม่ดูตัวอย่างรองนายกฯและรัฐมนตรีที่มาด้วยแต่งตัวตามสบาย กลายเป็นอย่างนั้นไป
เมื่อผมหนาวของผม ถ้าไม่ใส่ คงไม่ได้มาเจอกันวันนี้ คงป่วยไปแล้ว ผมก็พันผ้าพันของผม ไม่ได้ดูยี่ห้ออะไร
แต่บังเอิญว่ามันมียี่ห้อก็ไม่ได้แพงมากมายอะไร ถ้ามีคนจับตามองผมแบบนี้ วันหน้าจะเอาผ้าขาวม้ามาด้วย
ขณะที่สิ่งที่ผมทำมาทั้งหมดกลับไม่มีอะไร ข่าวกลายเป็นว่านายกฯแต่งตัวหล่อเกินไป ใช้ของมียี่ห้อทั้งแว่นตาและผ้าพันคอ แต่งานต่างๆทำแทบตาย เหนื่อยเปล่าๆ แบบนี้มันไม่ใช่”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า เวลาที่นายกฯหรือรัฐมนตรีไปทำงานที่ต่างประเทศ ต้องแสดงอินเทรนด์ แสดงข้างในออกมาให้ต่างชาติเขารู้ ต้องมีความเท่าทัน ไม่ใช่เขาพูดอะไรมาก็ตอบ“เยส”หรือส่ายหน้าตลอด เพราะฟังไม่รู้เรื่อง เป็นเรื่องที่น่าอับอาย ซึ่งตนไม่อยากจะพูดว่ามีใครบ้าง
ทั้งนี้ ตนขอชื่นชมกระทรวงการต่างประเทศที่สร้างภาพลักษณ์ใหม่ของประเทศในเวทีต่างประเทศ และไทยต้องเป็นผู้นำทางพฤตินัยในทุกเวทีโลก ต้องแสดงความคิด พร้อมกับเก็บสิ่งที่ประเทศอื่นพูดในเวทีโลก โดยตนอาจใช้ได้เรื่องการฟัง
แต่ในเรื่องของการพูด ถ้าจะให้ตนใช้ภาษาอังกฤษ ก็คงเหนื่อย เพราะต้องแปลในหัว ตนจึงมีล่ามที่แปลภาษาได้ทัน ซึ่งตนฟังด้วยว่าล่ามโกหกหรือไม่ โชคดีที่มีคนเก่งและรักอยู่ในตัวทำงานร่วมกันมาตลอด

น.3คอลัมน์ : วัดค่า พลอยเสีย จาก ปฏิบัติการ ‘ดูด’ เครือข่าย คสช.

น.3คอลัมน์ : วัดค่า พลอยเสีย จาก ปฏิบัติการ ‘ดูด’ เครือข่าย คสช.


เหมือนกับความสำเร็จในการใช้ “พลังดูด” เป็นตัวอย่างจากกรณี นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข และพวก จะส่งผลสะเทือนต่อพรรคเพื่อไทยโดยตรง
แต่เอาเข้าจริงๆ “ความสำเร็จ” นี้ก็มีผล “ข้างเคียง”
ประการแรกสุดก็คือ ทำให้บทบาทของพรรคในเครือข่าย “คสช.” อื่นๆ ต้องย้อนกลับมาทบทวนตนเองอย่างจริงจัง
เนื่องจาก “เป้าหมาย” การดูดนั้นสร้างความสะเทือนใจ
คิดดูก็แล้วกันว่า บรรดาคนที่เคยเข้าร่วมเป่า “นกหวีด” ในห้วงแห่งการชัตดาวน์อย่างที่เรียกว่า “มวลมหาประชาชน” จะรู้สึกอย่างไร
เพราะว่าที่ดังก้องตอนนั้นคือ “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง”
แล้วทำไปทำมาจากเดือนพฤษภาคม 2557 มาถึงเดือนพฤษภาคม 2561 พวกเขากลับได้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน กลับได้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ มาเป็นรางวัล
แถมยังได้ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข จากพรรคเพื่อไทยอีกด้วย
บรรดา “มวลมหาประชาชน” ไม่ว่าจะเป็นดารา นักร้อง สื่อมวลชน จำนวนเรือนล้านคงอยากรู้ว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ คิดอย่างไร นายไพบูลย์ นิติตะวัน คิดอย่างไร
ตรงนี้ย่อมนำไปสู่ผลข้างเคียงประการที่ 2
นั่นก็คือ ระหว่างพรรคพลังประชารัฐ กับ พรรคเครือข่าย “คสช.” อย่างพรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคประชาชนปฏิรูป พรรคพลังชาติไทย พรรคทางเลือกใหม่ และพรรคพลังธรรมใหม่ เป็นต้น ได้เกิดความต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
เพราะว่าบทบาทของพรรคพลังประชารัฐเปิดกว้าง โอ่โถง
สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างโจ่งแจ้ง เปิดเผย โดยเฉพาะในการเข้าไปทาบทามบรรดาอดีต ส.ส.จากพรรคการเมืองอันเป็นเป้าหมายได้อย่างเต็มที่
ปฏิบัติการเช่นนี้น่าจะได้รับ “ไฟเขียว” ตลอดแนว

เพียงการเคลื่อนพลจากท่าอากาศยานเลยไปยังรีสอร์ตซึ่งยื่นหมูยื่นแมวระหว่างกันและกันหนทางก็โล่งอย่างราบรื่น
ใครเห็นคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ทาง “โซเชียลมีเดีย” ย่อมชัดถนัดตา
ปรากฏการณ์เช่นนี้อย่าว่าแต่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลย แม้กระทั่งปัญญาชนซึ่งเปี่ยมด้วยความสุขุม คัมภีรภาพระดับ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ย่อมรู้สึก
รู้สึกในระยะ “ห่าง” ที่มีต่อ “คสช.”
ความหมายก็หมายความว่า ในบรรดา “พรรค คสช.” ด้วยกัน พรรคพลังประชารัฐดำรงอยู่ในลักษณะอันเป็น “วงใน” มากกว่า
พรรคอื่นๆ จึงย่อมอยู่ในแบบ “วงนอก”
แม้ว่าเมื่อนำไปเทียบกับพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคพลังชล อาจถือได้ว่า “พรรค คสช.” เป็นเนื้อในของ คสช.มากยิ่งกว่า
แต่ทั้งหมดนี้ย่อมเทียบกับ “พรรคพลังประชารัฐ” ไม่ได้เลย
เหมือนกับบทสรุปเช่นนี้จะเป็นเงาสะท้อนแห่งอารมณ์ริษยาแบบละครหลังข่าว แต่ในระยะยาวอาจเป็นผลเสียมากกว่าผลดี
เป็นผลเสียกับ “คสช.” ไม่ใช่ใคร
จึงมีความจำเป็นที่ คสช.จะต้องจัดลำดับ วางระยะห่างระหว่างพรรคในเครือข่ายมิได้ดำเนินไปอย่างแตกต่างมากนัก
เพื่อมิให้เกิดความน้อยใจอันอาจจะนำไปสู่การกระทบกระทั่งในทางความคิดและในทางการเมือง
การบริหาร “เสน่ห์” จึงยิ่งจำเป็นสำหรับ “คสช.”

ห้วงอารมณ์ที่แตกต่าง?

ห้วงอารมณ์ที่แตกต่าง?



ไม่คุ้นตากับอิริยาบถของผู้นำ จากเพจ PMDU Thailand โพสต์ภาพ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ระหว่างทอดน่องชมสวนอังกฤษ หลังเข้าพบนางเทเรซา เมย์ ผู้นำแดนผู้ดี ที่บ้านเลขที่ 10 ถนน Downing Street
โชว์โฉมในชุดลำลอง ผูกผ้าพันคอแบรนด์เนม และแว่นเรย์แบนสีดำ ขนาบข้างด้วย “เฮียกวง” ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ และ “สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” รมว.พาณิชย์
ไพรม์มินิสเตอร์ประยุทธ์ ชิลๆ อินลอนดอน
ท่วงท่าผ่อนคลายครั้งนี้น่าจะมีที่มา นอกจากโปรแกรมเยือนสหราชอาณาจักร ต่อด้วยดินแดนน้ำหอม ประเทศฝรั่งเศส ระหว่าง 19-25 มิ.ย. เป็นทริปแรกในรอบ 4 ปี ที่ยุโรปเปิดประตูต้อนรับ
สัญญาณดีต่อเนื่อง หลังจาก “บิ๊กตู่” ย้ำคิวโรดแม็ปเลือกตั้ง 2562 หลายรอบ
และแค่คิวแรกๆในอังกฤษก็น่าจะเข้าเป้า นอกจากเรื่องความสัมพันธ์ เช็กแฮนด์กันชื่นมื่นแล้ว เรื่องการค้าการลงทุนก็ได้รับการตอบรับจากผู้นำเมืองผู้ดี ทั้งจับมือเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ยกไทยเป็นประตูเศรษฐกิจสู่อาเซียน
ไปจนถึงคำหวานเศรษฐกิจไทยที่เติบโตต่อเนื่อง ยกโครงการอีอีซี ไทยแลนด์ 4.0 สเปกดึงดูดนักลงทุน
ที่สำคัญ ส่งสัญญาณตอบรับต่อแผนคืนสู่ประชาธิปไตย โรดแม็ปเลือกตั้งของรัฐบาล คสช.
“บิ๊กตู่”และชาวคณะจะไม่ชิลและชื่นมื่นได้ยังไง
ที่สำคัญคงไม่ต้องคอยเช็กข่าวก็ไว้วางใจได้กับภารกิจในไทย ที่ฝากฝัง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ในฐานะพี่ใหญ่ จัดคิวประชุมร่วมกับ กกต. และตัวแทนพรรคการเมือง
ดีเดย์เปิดฟลอร์ที่สโมสรทหารบก 25 มิ.ย.นี้ เพื่อรับฟังข้อมูลป้อมค่ายต่างๆ ใส่แฟ้มเสนอต่อผู้นำ
จะคลายล็อกทีละเปลาะ ปรับเปลี่ยนเงื่อนไข งดใช้ไพรมารีโหวตอย่างไร รอ “บิ๊กตู่” กลับมาเคาะในคิวนัดที่สอง
และที่น่าจะเริ่มยิ้มได้กับเสียงเชียร์ที่เริ่มหนาแน่น พรรคพลังประชารัฐ ที่คาดว่า จะเป็นนั่งร้านหลัก นอกจากแบรนด์ติดชาร์ตความนิยม ยังโชว์พลังดึงพลังดูดล้นเหลือ
ล่าสุดกับกลุ่ม 3 มิตร ที่มี 2 ส. “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ-สมศักดิ์ เทพสุทิน” สมาชิกก๊วนก๋วยเตี๋ยวเนื้อสมัยรัฐบาลไทยรักไทย ระดมไพร่พลระดับ 30-40 ราย

ทยอยเปิดหน้า“โชว์ของ” นักการเมืองทั้งอดีต รมต. อดีต ส.ส. อดีต ส.ต.สอบตก จัดแล้วมีทั้งเกรดเอ-บี-ซีคละกัน ในกติกาที่คะแนนอันดับ 2 ก็มีค่า บวกความจำเป็นสูตรเก็บเบี้ยใต้ถุนร้านฝั่ง “หนุนลุงตู่”

3 มิตร 2 ส. ดึงจังหวะ รอดีลชัวร์ไม่ชิ่งแล้วเคว้งอีก รวมทั้งรอเช็กทีท่า “ต้นขั้ว” ลดโทน “เกลียดตัวกินไข่”
อ่านทางแล้วก็คงไม่พลาดลงล็อกกับยุทธการดีล-ดึง-ดูด รอบนี้
ในทางกลับกัน ไล่เช็กปฏิบัติการ 3 มิตร 2 ส. ระดมของ ส่งผลกระทบแน่กับเครือข่ายนายใหญ่ “อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร” ทั้งไพร่พลสมัยพรรคเพื่อไทย-พลังประชาชน-ไทยรักไทย รวมกับ ส.ต.-สอบตก
ลอตนี้นับหัวไม่ต่ำกว่าสิบ ตัดกำลังภาคเหนือ-อีสานเพื่อไทยไปพอสมควร
ปฏิเสธไม่ได้ถึงจังหวะสถานการณ์ถดถอยของเครือข่ายนายใหญ่ นอกจากที่ปักหลักอยู่ ส่วนหนึ่งเพราะแหยงลูกขู่ ย้ายจากค่ายนายใหญ่มีโอกาสหลุดขอบสนาม แต่อีกทางก็เริ่มเห็นอาการหวั่นไหว
เริ่มส่งเสียงอ้างพลังดูดทุ่มทุนสร้าง แฝงนัยสัญญาณไปหา “คนแดนไกล”
ถึงจุดที่นายใหญ่ต้องเร่ง “เปิดท่อ” ยื้อสู้เหมือนกัน
ยังไม่รวมความไม่ชัดเจน เรื่องแม่ทัพถือธง แรงกระเพื่อมในบอร์ดตระกูลชินฯ
แว่วว่าเตรียมเข็นอีกบิ๊กเนมมาชิงธงเจ้าแม่ กทม.
แต่นั่นไม่เท่ากับที่ทำเอาหวั่นไหว ชะตากรรมของบรรดามืองาน “ม้าใช้” ทยอยเจอมรสุมหนักของชีวิต แม้กระทั่งนายใหญ่-น้องสาว นิ่งอยู่ต่างแดน แต่ก็ยังงานเข้า-งานงอก
ถ้าไม่เร่งแก้เกม ลูกข่ายมีหวังขวัญกระเจิง
มีโอกาสแตกทัพหนีมากกว่าลอตนี้เหมือนกัน.

ทีมข่าวการเมือง

วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ปฏิญญาลอนดอน ประยุทธ์ยืนยันนายกฯ อังกฤษ ไทยเลือกตั้งต้นปี 2562 แน่นอน

ปฏิญญาลอนดอน ประยุทธ์ยืนยันนายกฯ อังกฤษ ไทยเลือกตั้งต้นปี 2562 แน่นอน
.
เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2561 เวลา 16.15 น. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เดินทางเยือนทำเนียบนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร บ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง โดยมี
นางเทเรซา เมย์ (Theresa May) นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรให้การต้อนรับและถ่ายรูปร่วมกันก่อนที่จะพบปะหารือ
.
พล.อ. ประยุทธ์ ได้ขอบคุณที่รัฐบาลอังกฤษให้การต้อนรับการในเยือนครั้งนี้ พร้อมชื่นชมนางเทเรซา เมย์ ในการเป็นผู้นำที่เข้มแข็งในการเจรจาให้สหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรปด้วยเงื่อนไขที่ดีที่สุด 
.
รวมถึงนโยบาย Global Britain ที่ยึดมั่นในการค้าเสรี และเป็นโอกาสดีที่สหราชอาณาจักรจะเพิ่มพูนปฏิสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศต่างๆ ทั้งในและนอกยุโรป พร้อมชื่นชมที่สหราชอาณาจักรให้ความสำคัญต่อการรักษาความมั่นคงและความสงบระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไทยให้ความสำคัญเช่นกัน
.
ส่วนเรื่องการเดินหน้าทางการเมืองไปสู่ประชาธิปไตยยืนยันว่า ต้นปีหน้าจะมีการเลือกตั้งแน่นอน เพราะกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งต่างๆ หลายฉบับทยอยประกาศมีผลบังคับใช้แล้ว และการเดินหน้าเข้าสู่ประชาธิปไตยของไทยจะต้องมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ และเหมาะกับบริบทของความเป็นไทย
.
ขณะเดียวกันสิ่งที่รัฐบาลไทยกำลังดำเนินการในขณะนี้คือเดินหน้าการปฏิรูปโดยมีวัตถุประสงค์ให้ประเทศไทยมีการพัฒนาที่มีระเบียบแบบแผน ประเด็นสำคัญอีกเรื่องประเทศไทยจะต้องเตรียมตัวสำหรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10
.
ขณะที่ นางเทเรซา เมย์ กล่าวว่า ได้ติดตามพัฒนาการทางการเมืองและเศรษฐกิจของไทยอย่างใกล้ชิด และมั่นใจว่าไทยกำลังเดินทางสู่ประชาธิปไตยที่มั่นคง ยั่งยืน รวมทั้งเล็งเห็นถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหราชอาณาจักร เนื่องด้วยประเทศไทยมีศักยภาพและมีขนาดทางเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภูมิภาคอาเซียน พร้อมที่จะเป็นประตูการค้าสู่ภูมิภาค และดำเนินความสัมพันธ์เชิงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างกัน โดยจะดำเนินการเจรจาเกี่ยวกับการเปิดการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหราชอาณาจักร ตลอดจนความเชื่อมั่นที่มีต่อนโยบาย Thailand 4.0 และยินดีสนับสนุนให้ภาคเอกชนอังกฤษร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC)
.
อ่านข่าวอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://thestandard.co/
#News #TheStandardCo #TheStandardTH#StandUpForThePeople

'ยิ่งลักษณ์' เปิดใจผ่าน 'จอม เพชรประดับ' ทำไมต้องหนี!

'ยิ่งลักษณ์' เปิดใจผ่าน 'จอม เพชรประดับ' ทำไมต้องหนี!


   

21 มิ.ย.61 - นายจอม เพชรประดับ อดีตผู้ประกาศข่าวชื่อดัง โพสต์ภาพคู่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและผู้ต้องหาหลบหนีคดี โครงการรับจำนำข้าว พร้อมข้อความ ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า "สุขสันต์วันเกิดครับ "นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย"
หลังรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 นี่เป็นครั้งแรก ที่ผมมีโอกาสได้พบคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ Kentucky อเมริกา วันที่เธอและพี่ชาย คุณทักษิณ ชินวัตร ไปเยี่ยมมหาวิทยาลัย Kentucky มหาวิทยาลัยที่ทั้งสองท่านเคยสำเร็จการศึกษามา
มีผู้คนมาพบปะกันเยอะแยะมากมาย บวกกับภารกิจของผมเองที่วุ่นวาย และมีเวลาอันจำกัด เลยไม่ได้จับเข่าพูดคุย ถามไถ่ในหลายประเด็นที่อยากถาม 

โดยเฉพาะคำถามใหญ่ที่ว่า ทำไมจึงตัดสินใจหนีออกมาจากประเทศไทย 
แต่ในวงสนทนาวันนั้นมีผู้นำมาเล่าให้ฟังว่า มีคนถามคำถามนี้ด้วยเช่นกัน คำตอบจากส่วนลึกในห้วใจของอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยบอกว่า "เธอไม่คิดจะหนี และพร้อมที่จะเดินเข้าคุก เพราะเธอยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมว่าจะยังดำรงความเป็นธรรมให้กับเธอ และเธอก็ยืนยันเรื่องนี้มาโดยตลอด" 
ถึงตรงนี้เสียงหนึ่งดังขึ้นกลางวงสนทนาทันทีว่า "แต่ผมจะไม่ยอมให้น้องสาวผมติดคุกแม้แต่วันเดียว หรือแม้แต่วินาทีเดียว" 
และนี่คือประตูเปิด. เส้นทางการลี้ภัยออกจากประเทศไทยของนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย และเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีไทยคนที่สองที่จำต้องลี้ภัยการเมืองในต่างประเทศ 
เข้าใจ และเห็นใจ ทั้งสองอดีตนายกฯ

พี่ชาย - ที่ต้องรับผิดชอบชีวิตน้องสาวไม่เพียงเพราะสายเลือดเดียวกัน แต่ด้วยเพราะเป็นผู้นำพาน้องสาวเข้าสู่สมรภูมิการเมืองที่เข่นฆ่ากันอย่างบ้าคลั่งในประเทศไทย
จะทำใจ..และจะมีลมหายใจอยู่ได้อย่างไร ในวันที่น้องสาวต้องเดินเข้าคุก
และ ณ วันนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบนเส้นทางผู้ลี้ภัยของอดีตนายกรัฐมนตรีไทยทั้งสองท่าน
ทุกวันเวลาที่ผ่านไป กับการใช้ชีวิตใหม่ในแผ่นดินประเทศอื่น ผมยังคงเห็นรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ความร่าเริง เพิ่มมากขึ้น ไม่เหมือนกับ"คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขณะที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อสี่ปี่ก่อนในประเทศไทย 
ดีใจที่เห็นเธอมีความสุข ดีใจที่เธอมีครอบครัวที่ดี มีพี่ชายที่รักเธออย่างที่สุด และดีใจที่เธอยังคิดถึงประเทศไทย และคนไทยผู้รักประชาธิปไตยอยู่ตลอดเวลา 
สุขสันต์วันเกิดครับ "นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย"

สถานีคิดเลขที่12 : ชิงได้เปรียบ

สถานีคิดเลขที่12 : ชิงได้เปรียบ


หันไปทางไหนระยะนี้ จะพบเห็นสีหน้าง่วงเหงาหาวนอนหนาตาเป็นพิเศษ
เป็นฤทธานุภาพของฟุตบอลโลก ซึ่งทั้ง 32 ทีมที่ได้ไปรัสเซีย ลงสนามครบทุกทีมแล้ว แพ้บ้าง ชนะบ้าง พลิกล็อกบ้าง เกิดปรากฏการณ์เซียนอยู่รู หมูอยู่ตึกแต่หัววัน
อีกสักพักคงรู้ว่าใครจะมีคะแนนพอเข้ารอบต่อไป
ยังมีสีสันและความตื่นเต้นอีกมากรอคอยอยู่ กว่าจะถึงนัดชิงในวันที่ 15 ก.ค.
เมื่อวันอังคารที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดชัดเจนว่า การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นหลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
เป็นความชัดเจนมากขึ้นอีกจากนายกรัฐมนตรี
ขณะที่กระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้ดูแลเรื่องความมั่นคง ได้ร่อนหนังสือถึงพรรคต่างๆ เชิญมาหารือเรื่องการปลดล็อก ในวันที่ 25-26 มิ.ย.นี้
ต้องถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี
เวลาที่เหลืออยู่ จึงสำคัญมากสำหรับผู้เกี่ยวข้อง
จนอาจทำให้หลายคนดูบอลไม่สนุก เพราะต้องเร่งเตรียมความพร้อม
มุมหนึ่งของการเตรียมความพร้อม ก็คือ จะต้องหาผู้สมัครมาสแตนด์บายเอาไว้
จึงเกิดสภาพฝุ่นตลบคู่ขนานไปกับมหกรรมลูกหนังที่รัสเซีย จากการตามเก็บ ส.ส.เข้าสังกัดพรรค

ภาษาการเมืองระยะนี้เรียกว่า “ดูด” เพราะเป็นการดึงตัวแบบรีบๆ และมีพลังแรง ยากแก่การต้านทาน
แม้ว่าก่อนหน้านี้ แวดวงการเมืองพูดถึง “คนรุ่นใหม่” มีเสียงเชิญชวนคนรุ่นใหม่เข้ามาสู่การเมือง แต่มองผลสัมฤทธิ์ทางการเลือกตั้งอาจมีปัญหา
เป้าของการดูดในระยะนี้ ส่วนมากจึงเป็นอดีต ส.ส. หน้าตาเดิมๆ
มีข่าวว่า อดีต ส.ส.หรือนักการเมืองที่มีคะแนนนิยมดีๆ ไปออกงานออกการ เฝ้าฐานเสียงสม่ำเสมอ มีบารมี มีเครือข่าย ในระดับที่เรียกว่าหัวกะทิ หรือเกรดเอ ค่าตัวพุ่งกระฉูด
คล้ายๆ ราคาทุเรียนในยุคที่พี่น้องชาวจีนมานิยมชมชอบเหมือนกัน
ที่โดดเด่นฮือฮา ได้แก่ การตั้ง “กลุ่มสามมิตร” มีแกนนำเดินสายอย่างเป็นงานเป็นการ เพื่อดึงอดีต ส.ส.อีสานเข้าพรรค
ส.ส.อีสานที่ถูกดึง ส่วนมากสังกัดพรรคเพื่อไทย การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ จึงกระทบกระเทือนต่อฐานภาคอีสานของพรรคเพื่อไทย ซึ่งถือว่าเป็นข้อได้เปรียบของพรรคเพื่อไทยมาตลอด นอกเหนือจากภาคเหนือ
เท่ากับว่า การต่อสู้ทางการเมืองได้ยกระดับไปอีกขั้นหนึ่ง สู่จุดชิงความได้เปรียบในเรื่องผลเลือกตั้ง
หลังจากฝุ่นเบาบางลง สุดท้าย ต้องมานับหัวกันว่า แชมป์เก่าอย่างเพื่อไทยโดนเจาะไปเท่าไหร่ และจะแก้เกมนี้อย่างไร
สุดท้าย อะไรก็เกิดขึ้นได้ พรรคใหญ่อาจรุ่งเรืองต่อไปหรือวูบไปดื้อๆ พรรคใหม่อาจแจ้งเกิดชั่วข้ามคืน ส.ส.โนเนมหน้าใหม่อาจเข้าป้าย
และ ส.ส.หน้าเก่าเกรดเอ ก็มีสิทธิสอบตก
การเมืองเรื่องเลือกตั้ง เป็นเกมของผู้ลงคะแนน

‘อนุสรณ์’ คำนวณ งบดูดส.ส. บอกน่าจะใช้เงินประมาณ 6 พันล้านบาท

‘อนุสรณ์’ คำนวณ งบดูดส.ส. บอกน่าจะใช้เงินประมาณ 6 พันล้านบาท


“เพื่อไทย”คำนวณงบดูดส.ส. บอก น่าจะใช้เงินประมาณ 6 พันล้านบาทหรือไม่ ถาม ท่อน้ำเลี้ยงทุ่มขนาดนี้หวังได้ประโยชน์อะไร
เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีกลุ่มนักการเมืองนำโดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตแกนนำกลุ่มวังน้ำยม เดินสายพบปะเพื่อดูดอดีต ส.ส.ทั้งจากภาคอีสาน ภาคเหนือและภาคอื่นๆ เข้าร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ เพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เป็นนายกฯอีกครั้ง ว่า ประชาชนชาวไทยต้องช่วยกันตอบคำถามว่า เราจะปล่อยให้ละครน้ำเน่าทางการเมืองที่น่าเบื่อหน่าย กลับมาฉายวนซ้ำอีกรอบหรือไม่ การดูดด่วน โดยวิธีน้ำเน่าโบราณ ตกปลาในบ่อเพื่อน ใช้เหยื่อหลายรูปแบบ ทั้งการเอาคดีความมากดดันและต่อรอง การอ้างว่าจะแบ่งเขตให้ได้เปรียบ การันตีปลอดใบส้ม ใบเหลือง ใบแดง ยังจะใช้ได้ผลอีกหรือในยุค 4G ที่สำคัญเหยื่อที่อานุภาพดึงดูดสูงสุดทุกยุคทุกสมัย คือการนำเงินมาล่อ กระแสข่าวบอกว่าแค่เชิญมาคุย จ่ายก่อนเลย 3 แสนบาทก่อน ระหว่างตัดสินใจ จ่ายดูแลร่ายเดือนเดือนละ 5 แสนบาท ถ้าเป็นส.ส.เกรดเอเมื่อตกลงย้ายไปจ่ายก้อนแรก 50 ล้านบาท ถ้าดูดอดีตส.ส. 100 คน เงินก้อนแรกก็คือ 5 พันล้านบาท รวมงบดูแลรายเดือนเดือนละ 5 แสนบาท ไปอีก 8 เดือนก่อนการเลือกตั้ง น่าจะใช้เงินในการดูดประมาณ 6 พันล้านบาทหรือไม่

แล้วเศรษฐกิจแบบนี้คนหาเช้ากินค่ำหรือนักธุรกิจที่หากินโดยสุจริตที่ไหนจะมาจ่ายเงินให้นักการเมือง ดังนั้น ต้องไปดูว่าใครได้ประโยชน์จากการดูด คนนั้นต้องจ่ายหรือไม่ แหล่งเงินจึงน่าจะมาจากเครือข่ายใกล้ๆตัวของนักดูดหรือไม่ แล้วมีหรือที่เขาหว่านพืชแล้วไม่หวังผล ลงทุนแล้วไม่ถอนทุน ถ้าเขาลงทุนไป 6 พันล้านบาท เขาจะต้องถอนทุนคืนกี่เท่า ถ้า 5 เท่าก็คือ 3 หมื่นล้านบาท แล้วเขาจะเอาคืนจากที่ไหน คนที่ดูดจึงต้องหวังเข้าไปเป็นรัฐบาลเป็นผู้ถืออำนาจรัฐเพื่อจะได้ถอนทุนคืนได้ ดังนั้นประชาชนจะยอมให้ บุ​ฟเฟต์​คา​บิ​เน็ต รุมแทะ กัดกินประเทศกลับมาอีกหรือ สังคมไทยต้องรู้เท่าทันนักดูด หยุดวงจรอุบาทว์ เพื่อป้องกันประเทศชาติย้อนกลับไปสู่หลุมดำ และรอสั่งสอนขบวนการดูดในการเลือกตั้งครั้งหน้า