PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ทหาร “ดูด”อดีต สส. อิสาน เข้าพรรคคสช. จริงปะ?!!

ทหาร “ดูด”อดีต สส. อิสาน เข้าพรรคคสช. จริงปะ?!!
ฟัง ....บิ๊กแบล็ค พลโท ธรากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาค2 ตอบ.....
จากกระแสข่าว บิ๊กทหารในกองทัพภาค2 ดูด อดีตสส. ว่า ทหาร จะไป ดูด ใครได้ ของแบบนี้ มันเป็นเรื่องของจิตใจ อะไรหลายฝ่าย
“ทหารจะไปดูด ใครได้ ไม่ได้หรอก อย่างผมไปเจอ เนี้ย ก็เจอกันในงานสำคัญต่างๆ งานวัด ก็ทักทาย เพราะเป็นคนไทยด้วยกัน มีความรักสามัคคีกัน อยากเห็นประเทศเดินหน้าไป เพราะรู้จักกันเป็นพี่เป็นน้องกัน ก็คุยกันได้ คุยกันทุกฝ่ายแต่รู้จักกัน ก็ไปเยี่ยมยาม ไปคุยกัน แต่ไม่ได้ไปดูดอะไร
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบ ก็ไม่มีกลุ่มเคลื่อนไหวอะไร ตอนนี้ ยังไม่ใกล้เลือกตั้ง
แค่เขื่อว่า ไม่มีกลุ่มใต้ดินอะไรแล้ว เชื่อว่า ช่วงใกล้เลือกตั้ง ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
ส่วนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์โจมตีกันนั้น แม่ทัพภาค2 กล่าวว่า ก็ต้องมีบ้าง เป็นธรรมดา ไม่ยังงั้น ถ้าเงียบไปเลย มันก็จะเงียบเหงา
ส่วนความเคลื่อนไหวของ”กลุ่มสามมิตร”ในภาคอีสานนั้น เราก็ได้แต่จับตาดู ถ้ายังไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมายเราก็ไปทำอะไรเขาไม่ได้ ถ้าไปเยี่ยมยามกัน รู้จักกัน ยังไม่ได้ทำอะไรผิดกม.

“ขุนพลประชารัฐ”

“ขุนพลประชารัฐ”
“สนธิรัตน์”ยอมรับ คุยนักการเมือง หวัง ชาติเดืนหน้า หนุน “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯ ชี้ไม่ใช่แค่ “พรรคพลังประชารัฐ”แต่ มีอีกหลายพรรค แย้ม หากเวลาเหมาะสม จะเล่าให้ฟัง เรื่อง”พรรคพลังประชารัฐ”
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เผย ไป ครม.สัญจร อุบลราชธานี ก็ได้เจอกับ นายสุพล ฟองงาม อดีตส.ส.อุบลฯ พรรคเพื่อไทย เราพูดคุยกันด้วยความห่วงใย
แต่การเมืองเป็นเรื่องของอนาคต ซึ่งเราอยากให้มีการดำเนินนโยบายที่ต่อเนื่อง ซึ่งก็เคยพูดคุยหารือกับนักการเมือง เนื่องจากต้องการให้ประเทศเดินไปข้างหน้า
อย่าลืมว่า นักการเมืองเป็นคนที่ใกล้ชิดประชาชน เราต้องพูดคุยและรับฟังเขา ซึ่งวันนี้ที่พูดคุยกัน เราได้รู้ความต้องการของพื้นที่ว่าต้องการอะไร และสะท้อนมายังรัฐบาลว่า ควรจะทำอะไรในเวลาที่เหลืออยู่ เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อพื้นที่ให้มากที่สุด ผมมองว่าเราต้องทำงานร่วมกันทุกฝ่าย
และจริงๆ แล้ว มี หลายพรรคการเมืองอยากให้พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ เพียงแต่ว่า สิ่งที่ต้องดูคือทำอย่างไรให้พรรคต่างๆ มีโอกาสช่วยกันผลักดันนโยบายรัฐบาลชุดนี้ต่อไป
เช่น โครงการใหญ่ๆอย่างโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก EEC
ส่วน ความคืบหน้าของพรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า หากเวลาเหมาะสมจะเล่าให้ฟังว่าเป็นอย่างไร เพราะต้องดูเหตุการณ์ในอนาคตก่อน
และถือเป็นความตั้งใจของหลายคน ไม่ใช่เฉพาะของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียวที่เป็นห่วง ผมมีความคุ้นเคยกับนักการเมืองมากกว่ากลุ่มอื่น จึงพูดคุยกันตลอดเวลา ตั้งแต่ก่อนที่มีข่าวตนก็พูดคุยกับนักการเมืองมาตลอด เพราะเวลาทำงานต้องมีข้อมูลความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ไม่เช่นนั้นตนจะทำงานได้อย่างไร จะให้บริหารงานแบบคิดไปเองหรือ และที่พูดคุยไม่ใช่เฉพาะนักการเมืองยังมีภาคเอกชนด้วย

ส่วนพรรคพลังประชารัฐจะส่งส.ส.ลงทุกเขตหรือไม่นั้น ตนยังไม่รู้ว่าจะอยู่พรรคพลังประชารัฐหรือไม่
ส่วนกระแสข่าวว่าตนเป็นเลขาฯ นั้น เขาก็ลือกันไปเอง เรายังไม่มีการตั้งพรรค ไม่มีการประชุมพรรค ซึ่งหากตนพร้อมที่จะรับตำแหน่งก็จะมาบอกสื่อมวลชน แต่ตอนนี้ยังไม่พร้อม ยังไม่ได้ตัดสินใจ ขอทำทีละเรื่อง

ใจถึงใจ

ใจถึงใจ



เหตุเกิดจากฝนตกกระหน่ำ 7 วัน 7 คืนติดต่อกัน ทำให้เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย ในภาคใต้ของ สปป.ลาว ที่เพิ่งก่อสร้างเสร็จใหม่เกิดแตกฉับพลัน
ส่งผลให้มวลน้ำมหาศาลเกือบ 5,000 ล้าน ลบ.เมตร ไหลทะลักท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ตามแนวสันเขื่อนอย่างรวดเร็ว
พรวดเดียวน้ำท่วมสูงถึงหลังคา!
พี่น้องผู้ประสบภัยต้องอุ้มลูกจูงหลานหนีน้ำท่วมกันกระเจิดกระเจิง
ผู้เคราะห์ร้ายหลายพันคนต้องไร้ที่พักพิง ทรัพย์สินบ้านเรือนเรือกสวนไร่นาเสียหายยับเยิน หมู ไก่ วัว ควาย ถูกน้ำท่วมตายระนาว
ยังมีผู้เคราะห์ร้ายที่หนีภัยน้ำท่วมไม่ทันสูญหายไปอีกนับร้อยคน
เป็นข่าวน่าเศร้าสลดใจจริงๆ
“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่า วิบัติภัยเขื่อนแตกใน สปป.ลาว ซึ่งเป็นบ้านพี่เมืองน้องใกล้ชิดสนิทปึกของไทย ต้องซ่อมแซม ฟื้นฟูต่อไปอีกนานกว่าจะกลับสู่สภาพเดิม
แต่ในช่วงวิกฤติเร่งด่วนฉุกเฉิน สมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาพระราชทาน ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมโดยทางเครื่องบิน
รัฐบาลไทย และภาคเอกชนไทยได้ร่วมแรงร่วมใจส่งมอบความช่วยเหลือให้พี่น้องผู้ประสบภัยชาวลาวกันเต็มกำลัง
ยังมีพี่น้องชาวไทยจำนวนมากร่วมบริจาคเงิน และสิ่งของจำเป็นเพื่อช่วยเหลืออีกมากมายก่ายกอง
เป็นเครื่องยืนยันว่ามิตรภาพไทยลาวจะแนบแน่นมั่นคงต่อไปชั่วกาลนาน
“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่า พลังของมวลน้ำก้อนมหึมาทำให้เขื่อนใหญ่ที่ก่อสร้างอย่างแข็งแรงแตกได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง
ถามว่า ปริมาณน้ำเกือบ 5,000 ล้าน ลบ.เมตร มากขนาดไหน??
ตอบว่า ประมาณ 1 ใน 3 ของความจุ เขื่อนภูมิพล เขื่อนใหญ่ที่สุดของประเทศไทย
เหตุเขื่อนแตกใน สปป.ลาว ทำให้เกิดคำถามว่าเขื่อนในเมืองไทย ซึ่งสร้างมาหลายสิบปีจะมีโอกาสแตกหรือไม่??
“แม่ลูกจันทร์” ช่วยยืนยันให้สาธุชนสบายใจว่า เขื่อนใหญ่ทุกเขื่อนใน เมืองไทยยังแข็งแรงร้อยเปอร์เซ็นต์!!
เพราะเขื่อนหลักๆของไทย ไม่ว่าเป็นเขื่อนดิน หรือเขื่อนคอนกรีต ได้ผ่านการพิสูจน์ของจริงมาแล้วว่าแข็งจริงทนจริง
เรามีระบบตรวจสอบโครงสร้างเขื่อน ทุกเขื่อนอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม
ถึงแม้พายุเข้าฝนตกกระหนํ่านํ้าเต็มความจุยังรับได้สบายๆ
ข้อสำคัญ...เขื่อนภูมิพลยังมีนํ้าสำรองแค่ 55 เปอร์เซ็นต์
เขื่อนสิริกิติ์มีนํ้าสำรอง 59 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนป่าสักฯยังมีนํ้าหน่อมแน้มแค่ 32 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนอุบลรัตน์มีนํ้าในอ่างเพียง 32 เปอร์เซ็นต์ ฯลฯ
สรุปว่าเขื่อนใหญ่ทั่วประเทศยังเหลือที่ว่างรับนํ้าฝนเพิ่มได้อีกเท่าตัว
ยกเว้น...เขื่อนแก่งกระจานแห่งเดียวที่มีนํ้าเกือบเต็มชามอ่าง 87 เปอร์เซ็นต์
“แม่ลูกจันทร์” ยํ้าอีกครั้งว่ามหันตภัยเขื่อนแตก แม้จะเกิดขึ้นในประเทศลาว อยู่ห่างจากเขตแดนไทยเกือบ 100 กม.
แต่เขื่อนแห่งนี้มีความเกี่ยวข้องต่อประเทศไทย และคนไทยอย่างสำคัญ
หรือพูดชัดๆคือ เราได้ประโยชน์จากเขื่อนนี้โดยตรง
เพราะโครงการก่อสร้างเขื่อนเซเปียนเซนํ้าน้อย จะเป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าป้อนประเทศไทย
เขื่อนแห่งนี้ ผลิตไฟฟ้าพลังนํ้าได้ถึง 410 เมกะวัตต์ แต่ใช้ในประเทศลาวเพียง 40 เมกะวัตต์เท่านั้นเอง
ที่เหลืออีก 370 เมกะวัตต์ จะขายให้ กฟผ.ระยะยาว 27 ปี
ดังนั้น กระแสไฟฟ้า 90 เปอร์เซ็นต์ที่ผลิตจากเขื่อนนี้เพื่อสนองความต้องการคนไทยให้มีไฟฟ้าใช้โดยไม่ขาดแคลนในระยะยาว
ถ้าไม่ได้ไฟฟ้าจากลาว ไทยเดือดร้อนนะโยม.
“แม่ลูกจันทร์”

นาทีนี้ “ยิ่งสู้ก็ยิ่งเจ็บ”

นาทีนี้ “ยิ่งสู้ก็ยิ่งเจ็บ”



ได้ของขวัญล่วงหน้ารับวันเกิดครบ 69 ปี
ตามคิวสดๆร้อนๆที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองออกหมายจับใบที่ 5 ให้แก่ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี คดีทุจริตโครงการออกสลากพิเศษ เลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว หรือหวยบนดิน
นายใหญ่ได้เป่าเค้กฉลองความสุขไม่เต็มอิ่มเพราะหมายจับยาวเป็นหางว่าว
มิหนำซ้ำ “ลูกชายสุดที่รัก” พานทองแท้ ชินวัตร ยังถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สั่งฟ้องความผิดฐานฟอกเงิน กรณีอนุมัติเงินกู้ธนาคารกรุงไทยโดยมิชอบให้กลุ่มกฤษดามหานคร
คดีถูกเสิร์ฟถึงมืออัยการ เตรียมส่งต่อไปศาล รอระทึกบทสรุปจะตกที่นั่งเช่นเดียวกับพ่อและอาหรือไม่
คนตระกูล “ชินวัตร” ยังเผชิญวิบาก คดีต่างๆจ่อเช็กบิลต่อเนื่อง
ในสถานการณ์ที่นายใหญ่ต้องปรับทัพกันวุ่นวาย ใช้งานแฮปปี้เบิร์ธเดย์ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ หารือแกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีต ส.ส.แก้เกม หยุดภาวะเลือดไหลออก
หาทางหยุดยั้งกลุ่มสามมิตรที่ตะลุยช็อปปิ้งอดีต ส.ส.เข้าสังกัดมากมาย
ลูกทีมนายใหญ่ถูกรุกไล่หนัก โดยใช้เงื่อนไขทางกฎหมายและธุรกิจกดดันให้พลิกขั้วย้ายข้าง

ล่าสุดแม้กระทั่งคดี “วัน อยู่บำรุง” ลูกชาย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รุ่นซีเนียร์เพื่อไทย ที่โดนหมายจับข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น ถูกเจ้าหน้าที่กองปราบฯควบคุมตัวไปนอนในห้องขัง 1 คืน ก่อนประกันตัวออกมา

ยังถูกจับโยงให้ดูเป็นตัวอย่างระดับลูก “บิ๊กเนมการเมือง” ยังสิ้นฤทธิ์ หากเทียบกับอดีต ส.ส.ธรรมดาที่มีชนักติดตัวจะลงเอยอย่างไร

ลูกน้อง ลูกชาย รวมถึงตัวนายใหญ่เอง ยังเอาตัวแทบไม่รอด ย่อมเป็นอะไรที่ “ทักษิณ” คงอยู่เฉยไม่ได้ หากยังอยากให้ยี่ห้อเพื่อไทยเป็นที่ 1 หลังเลือกตั้ง
อย่างน้อยต้องมีฉากแอ็กชันปลุกและปลอบลูกพรรคในงานแฮปปี้เบิร์ธเดย์
กระตุกขวัญกำลังใจลูกทีมให้ฮึดสู้ รักษาต้นทุน ส.ส.ในมือไว้ให้มากที่สุด
ในมุมที่คนแดนไกลเองก็ต้องระวังตัวทุกฝีก้าว ไม่ให้หลุดช็อตที่แสดงให้เห็นถึงการก้าวก่าย แทรกแซงพรรคการเมือง ตามช่องที่ กกต.และฝ่ายความมั่นคงรอจับผิดอยู่
ถึงนาทีนี้นายใหญ่ยิ่งสู้ยิ่งมีโอกาสเจ็บตัวสูง หากพลาดท่าเผลอๆอาจถูกจับแพ้ฟาวล์ตั้งแต่ก่อนลงสนาม
เพื่อไทยตกที่นั่งลำบาก นอกจากยังไม่ชัวร์ใครจะมาเป็นผู้นำคนใหม่แล้ว ยังไม่รู้นายใหญ่จะใส่เต็มร้อยในสนามเลือกตั้งเที่ยวนี้หรือไม่
ปล่อยให้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.โกยคะแนนเป็นกอบเป็นกำ

กระหน่ำแคมเปญล่าสุดในการประชุม ครม.สัญจร จ.อุบลราชธานี ทั้งการอัดฉีดงบฯ 9.7 หมื่นล้านบาท พยุงราคาข้าวหอมมะลิตันละ 17,050 บาท ข้าวเปลือกเจ้าตันละ 12,000 บาท
อุ้มชาวนาได้ลืมตาอ้าปาก เลิกแบกหนี้หลังแอ่น
หรือการหว่านงบประมาณบูมโซนอีสานใต้ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม อาทิ ขยายสนามบิน รถไฟรางคู่ ขยายเส้นทางถนน และสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 6
กระแส “ลุงตู่” ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เรตติ้งพลังประชารัฐดีวันดีคืน ตามผลโพลที่สปีดแซงพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นมาอยู่ที่ 2 บี้หายใจรดต้นคอพรรคเพื่อไทยขึ้นมาติดๆ
สถานการณ์เป็นใจให้ “ลุงตู่” ได้ลุ้นต่อตั๋วบนเก้าอี้นายกฯ สร้างความมั่นใจก่อนลงสนาม
มีลุ้นกวาดที่นั่ง ส.ส.สูงสุด 3 อันดับแรก ภายหลังเลือกตั้ง มีอำนาจต่อรองมากพอในการจัดตั้งรัฐบาล ไม่ตกเป็นเบี้ยล่างใคร
เหลือแค่รอสัญญาณคลายล็อก ผ่อนกฎเหล็กไพรมารีโหวตในขั้นตอนถัดไป
ตามเค้าลางที่อาจใช้อำนาจมาตรา 44 ขอเว้นวรรคทำไพรมารีโหวตการเลือกตั้งคราวนี้ เปลี่ยนมาใช้วิธีให้ประชาชนมีส่วนร่วมคัดเลือกผู้สมัครในรูปแบบอื่นแทน
ลดดีกรีความเข้มข้นระบบไพรมารีโหวต ผ่อนปรนหลักเกณฑ์เรื่องจำนวนสมาชิกในพื้นที่ และเงื่อนเวลา
เปิดช่องช่วยพรรคเล็กพรรคน้อยที่เป็นแนวร่วมสนับสนุน “ลุงตู่” ได้มีเวลาวางตัวผู้สมัครทัน เพื่อช่วยเสริมฐานให้แน่น
เพราะลำพังแค่ตัดกำลังค่ายเพื่อไทย-ประชาธิปัตย์อย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ต้องอาศัยกองหนุนจากพรรคอื่นๆมาช่วยเติมแต้ม
การันตีเก้าอี้ผู้นำเดิมพันศึกชิงอำนาจรอบใหม่.
ทีมข่าวการเมือง

วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

แผนช่วยลาว

ความช่วยเหลือ ลอยฟ้า

“แม่ทัพภาค2”เผย แผน ใช้เฮลิคอปเตอร์ บิน ไป “อัตตะปือ”โรยตัว-ส่งถุงยังชีพ ให้พี่น้องชาวลาว เหตุถนน-สะพานขาด จากปากเซ ไปอัดตะปือไม่ได้ ถ้าอ้อม ต้องใช้เวลา 6 ชั่วโมง

พลโทธรากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาค2 กล่าวว่าตอนนี้ จากสนามบินปากเซ ไปยังอัตตะปือ ทั้งถนน และสะพานขาด ไม่สามารถเดินทางทางรถยนต์ เข้าไปช่วยเหลือ พี่น้องชาวลาวได้ แต่หากอ้อมไปอีกทางหนึ่งจะต้องใช้เวลาถึง5- 6 ชั่วโมง

ดังนั้นจึงเตรียมแผนการช่วยเหลือทางอากาศ เช่นการใช้ เฮลิคอปเตอร์ บินเข้าไปส่งอาหาร ถุงยังชีพ ทางอากาศ

แต่ก็ต้องรอการร้องขอ จากทางการลาวมาก่อน

เพียงแต่ทางกองทัพบก เรามีความพร้อมทั้งกำลังพลจากมณฑลทหารบกที่ 22 อุบลราชธานี. อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆโดยเฉพาะหน่วยแพทย์ที่เราเตรียมไว้ถึง 50 นาย

แต่ที่สำคัญที่สุดคือความช่วยเหลือหลังจากน้ำลด แล้วและการฟื้นฟู ซึ่งตอนนั้นเราคงจะพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง

เพราะถึงอย่างไร ลาวก็เป็นเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดกับเรามาก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน เราต้องช่วยอย่างเต็มที่

บิ๊กตู่” พ้อ!!...”ไม่ต้องการให้ใครรัก...แต่ นายกฯรักประชาชน ข้างเดียวก็ได้”

บิ๊กตู่” พ้อ!!...”ไม่ต้องการให้ใครรัก...แต่ นายกฯรักประชาชน ข้างเดียวก็ได้”
ลั่น ไม่ได้มีกม.ไว้เล่นงานใคร ยัน แม้เป็นนายกฯ-หน.คสช.ก็ตัองทำตามกม.
“กฎหมายไมได้มีไว้เล่นงานใคร แต่เพื่อไม่ให้ทุกอย่างวุ่นวาย ขออย่ารังเกียจกฎหมาย 
นายกฯเองก็ต้องทำตามกฎหมาย และ ต้องทำตามกฎหมายมากกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ
ไม่ใช่เป็นนายกฯและหัวหน้า คสช.แล้วไม่กลัวกฎหมาย คิดอย่างนั้นไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจะทำงานได้ยังไง
ผมไม่ต้องการให้ใครรัก แต่นายกฯรักประชาชนข้างเดียวก็ได้ เพราะหน้าที่คือทำให้ประชาชนมีความสุข “

ขอนแก่นโมเดล

ขอนแก่นโมเดล



นโยบาย “กวาดล้างหนี้นอกระบบให้เป็นศูนย์” ของรัฐบาล คสช.ดำเนินการไปแล้ว 1 ปี ยังเดินหน้าไม่เต็มลูกสูบเท่าที่ควร
ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หน.คสช.สั่งโยกเกียร์ห้าเดินหน้ากวาดล้างเจ้าหนี้ปล่อยเงินกู้นอกระบบให้เห็นผลเป็นรูปธรรม
มอบให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม จัดตั้ง “ศูนย์ปราบปรามเจ้าหนี้นอกระบบ” ที่ขูดรีดขูดเนื้อพี่น้องคนยากคนจนมายาวนาน
โดยระดมกำลังทหาร ตำรวจ และ กอ.รมน.ลงพื้นที่ไล่บี้เจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบแบบขุดรากถอนโคน
เป้าหมายเพื่อจัดการนายทุนปล่อยกู้นอกระบบคิดดอกเบี้ยแพงบรรลัยจักรทั่วประเทศกว่า 15,000 ราย มีวงเงินปล่อยหนี้นอกระบบรวมทั้งสิ้น 21,000 ล้านบาทโดยประมาณ
“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่า ถ้ารัฐบาลนายกฯบิ๊กตู่สามารถกวาดล้างหนี้นอกระบบ “ให้เป็นศูนย์” ได้สำเร็จจริง
จะช่วยพี่น้องประชาชนที่ถูกขูดรีดดอกเบี้ยบ้าเลือดร้อยละ 20 ต่อเดือน หรือ 240 ต่อปี ให้หลุดพ้นความเดือดร้อนได้กว่า 340,000 คน
(บางรายขูดดอกเบี้ยแพงมหาโหดร้อยละ 10 ต่อวัน)
ถ้าลูกหนี้ไม่มีปัญญาใช้หนี้ ก็จะโดนเจ้าหนี้ยึดรถ ยึดบ้าน ยึดโฉนดที่ดินที่ลูกหนี้เอามาจำนอง
การที่รัฐบาลจะลุยถั่วปราบเจ้าหนี้ นอกระบบซึ่งร่ำรวยมั่งคั่งจากการ เอารัดเอาเปรียบคนยากคนจนอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู จึงเป็นบุญกุศลยิ่งนักแล
“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าความจริง เรามีกฎหมายที่ใช้เป็นเครื่องมือปราบเจ้าหนี้นอกระบบโดยตรง
คือ พ.ร.บ.ห้ามเจ้าหนี้คิดดอกเบี้ยเงินกู้จากลูกหนี้เกินกว่าร้อยละ 15 ต่อปี
หากเจ้าหนี้เงินกู้รายใด คิดดอกเบี้ยเกินอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จะมีความผิดติดคุก 2 ปี ปรับ 2 แสนบาท หรือทั้งปรับทั้งจำ
แต่แม้จะมีกฎหมายห้ามไว้ก็จริง แต่เจ้าหนี้เงินกู้กลับไม่กลัวเกรง ยังปล่อยเงินกู้เก็บดอกเบี้ยแพงบรรลัยวายป่วงกันอย่างสบายแฮ
เนื่องจากเจ้าหนี้ปล่อยกู้นอกระบบส่วนใหญ่ เป็นผู้มีอิทธิพล
แถมมีแก๊งทวงหนี้เป็นลูกมือลูกตีน
ทำให้ลูกหนี้นอกระบบไม่กล้าหือกล้าอือ
แต่รัฐบาลมีแผนปราบเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบวิธีใหม่เรียกว่า “ขอนแก่น โมเดล” ซึ่งใช้นำร่องที่จังหวัดขอนแก่น ประสบผลสำเร็จอย่างงดงาม
คือบุกถึงตัวเจ้าหนี้นอกระบบแจ้งข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน ข้อหาคิดดอกเบี้ยเกิน ก.ม.กำหนด และข้อหาทำนิติกรรมอำพรางสัญญาเงินกู้ปลอม”
เนื่องจากเป็นคดีความผิดฐานฟอกเงิน เจ้าหนี้นอกระบบจะต้องถูกยึดทรัพย์ตามกติกา!!
เจอหมัดน็อกหมัดนี้เข้าไป เจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบทุกรายก็คายฟันยาง
ยินยอมเคลียร์หนี้กับลูกหนี้ และยอมคืนโฉนดที่ดินที่ยึดจากลูกหนี้ เพื่อให้ตัวเองหลุดพ้นข้อหาฉ้อโกงประชาชน
ปรากฏว่าขอนแก่นจังหวัดเดียว สามารถยึดโฉนดที่ดินคืนผู้เสียหายได้แล้ว 150 ราย
“แม่ลูกจันทร์” ยํ้าว่าแผนปราบเจ้าหนี้นอกระบบ “ขอนแก่นโมเดล” จะนำไปขยายผลในจังหวัดต่างๆทั่วประเทศไทย
ท่านผู้ใดเป็นเหยื่อกู้เงินนอกระบบ โดนเจ้าหนี้ขูดรีดดอกเบี้ยมหาโหด หรือโดนเจ้าหนี้ยึดรถ ยึดบ้าน ยึดโฉนดที่ดินทำกินอย่างไม่เป็นธรรม...
ให้ไปแจ้งศูนย์ดำรงธรรมได้เลย!!
ขออวยพรให้ลูกหนี้ทั้งหลายโชคดีทั่วกันทุกท่านเทอญ.
“แม่ลูกจันทร์”

ปลดล็อกก็ไม่ทันแล้ว

ปลดล็อกก็ไม่ทันแล้ว



ทีเด็ด​มา​ตอน​ท้าย
มติ​ที่​ประชุม​คณะ​รัฐมนตรี​สัญจร​จังหวัด​อุบลราชธานี อนุมัติ​งบประมาณ 9.7 หมื่นล้าน​ซื้อ​ใจ​ชาว​นา
อุดหนุน​มาตรการ​ดูแล​ข้าว​ปี 2561/62 กำหนด​ราคา​จำนำ​ยุ้งฉาง​และ​เงิน​ช่วยเหลือ​ค่า​เก็บเกี่ยว​และ​ปรับปรุง​คุณภาพ​ข้าว สรุป​ตัวเลข​ชาว​นา​จะ​ได้​รับ​ใน​ส่วน​ของ​ข้าว​หอม​มะลิ​ตัน​ละ 17,050 บาท ข้าวเปลือก​เหนียว​ตัน​ละ 15,450 บาท ข้าวเปลือก​เจ้า​ตัน​ละ 12,000 บาท และ​ข้าวเปลือก​ปทุมธานี 1 ตัน​ละ 12,900 บาท
พะ​ยี่ห้อ “ลุง​ตู่” สั่ง​ลุย จัด​หนัก​โปรโมชัน​อัดฉีด​เศรษฐกิจ​ฐานราก
เป็น​ไป​ตาม​ที่ “จอม​ยุทธ์​ก​วง” นาย​สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รอง​นายกฯ กัปตัน​ทีม​เศรษฐกิจ ส่ง​สัญญาณ​ออก​มา​ก่อน​หน้า​จะ​อัป​ราคา​ข้าวไม่​ต่ำ​กว่า​โครงการ​รับ​จำนำ
หงาย​ไพ่​เด็ด กิน​แต้ม​เกษตรกร​ชาว​นา
ใน​จังหวะ​กำลัง​เข้า​สู่​โหมด​เลือกตั้ง
ตาม​เงื่อนไข​สถานการณ์​ก็​ไม่​แปลก​ที่​จะ​ได้​เห็น​อาการ​คึกคัก​ของ “นายกฯ​ลุง​ตู่” พล.อ.​ประยุทธ์ จันทร์​โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.​ประกาศ​ดังๆพร้อม​สู้​ตาย
ล้อ​เสียง​เชียร์​ของ​คน​อุบลฯ “พวก​เรา​รัก​ลุง​ตู่”
ดู​แล้ว​รัฐบาล​ยัง​เหลือ​ไพ่​ให้​ตี​กิน​แต้ม ดึง​คะแนนเสียง​ได้​อีก​หลาย​ใบ​ใน​มือ
กับ​มุก​อีเวนต์​การ​ตลาด “นายกฯ​ลุง​ตู่” พา​คณะ​เดินสาย​ประชุม ครม.​สัญจร​ต่าง​จังหวัด ปล่อย​โปรโมชัน​ซื้อ​ใจ​เกษตรกร พ่อค้า​แม่​ขาย คน​มี​ราย​ได้​น้อย
มาตรการ​กระตุ้น​ปาก​ท้อง เสิร์ฟ​ให้​ถึง​หัว​บันได​บ้าน
รัฐบาล​นักการเมือง​ทำ​เป็นรัฐบาล​ทหาร​ที่​มี​คน​ชื่อ “สมคิด” อยู่​ด้วยก็​ทำได้​เหมือนกัน
“ลุง​ตู่” บริหาร​ราชการ​แผ่นดิน​ไป​พร้อมๆกับ​การบริหาร​คะแนนนิยม​ทางการเมือง ตุน​แต้ม​เลือกตั้ง
ตาม​อาการ​ที่​นักการเมือง​อาชีพ​พา​กัน​นั่ง​ไม่​ติด
ใน​อารมณ์​แบบ​ที่​นาย​นิพิฏฐ์ อินท​รส​มบั​ติ แห่ง​ค่าย​ประชาธิปัตย์ นาย​อนุสรณ์ เอี่ยม​สะอาด โทร​โข่ง​ยี่ห้อ​เพื่อ​ไทย แท็กทีม​ขย่ม “ลุง​ตู่” และ คสช. ท้า​ปลด​ล็อก​การเมือง
เลิก​มัดมือชก ให้​นัก​เลือกตั้ง​อาชีพ​ขยับ​แข้ง​ขยับ​ขา​ได้
โวยวาย​ให้​สู้​กัน​แบบ​แฟร์ๆ หยุด​เอาเปรียบ​ซะ​ที
ด่า​กระแทก​ชิ่ง ตี​กิน​โชว์​กอง​เชียร์​ก็​แค่​นั้น เพราะ​ถึง​ตรง​นี้ ปลด​ล็อก ปล่อย​ผี แล้วใช่ว่า​นักการเมือง​อาชีพ​จะ​ทำ​อะไร​ได้​มากมาย ภาย​ใต้​เงื่อนไข​ข้อ​จำกัด มาตรา 44 ยัง​บังคับ​ใช้ สถานการณ์​ยัง​อยู่​ภาย​ใต้​อำนาจ​พิเศษ
พลาด​เข้า​เงี่ยง​กฎหมาย ก็​ยิ่ง​เข้า​เหลี่ยม​โดน​ล็อก
เผลอๆถึง​เวลา​เลือกตั้ง​จะ​โดน​จับ​ฟาวล์ หมด​โอกาส​ลง​สนาม​อีก​ต่างหาก
เรื่อง​ของ​เรื่อง​จับ​อาการ​จาก “สารวัตร​เห​ลิม” ร.ต.อ.เฉลิม อยู่​บำรุง อดีต​รอง​นายกฯ แกน​นำ​พรรค​เพื่อ​ไทย ที่​ล่า​สุด​ปรากฏตัว​เยี่ยม​นาย​วัน อยู่​บำรุง ลูก​ชาย​หัวแก้วหัวแหวน​ที่​โดน​คดี​ขึ้น​โรง​ขึ้น​ศาล
แต่​บอกปัด​พูด​ประเด็น​การเมือง​เรื่อง​ของ​พลัง​ดูด
“พูด​แล้วเดี๋ยว​ก็​ติด​คุก​น่ะ​สิ”
พร้อม​ยืนยัน ไม่​ไป​ร่วม​อวย​พร​วัน​เกิด​อดีต​นายกฯ​ทักษิณ ชินวัตร ที่​ลอนดอน อังกฤษ
รุ่น​เก๋า​ลายคราม​จับ​ทิศทาง​ลม​ได้ เซียน​อย่าง “สารวัตรเหลิม” ผ่าน​ร้อน​ผ่าน​หนาว​มา​เยอะ โดยเฉพาะ​สถานการณ์​ที่​ต้อง​ประคองตัว​ใน​ห้วง​ทหาร​เป็น​ใหญ่
แบบ​ที่​เจ้าตัว​ท่อง​คาถา​มา​ตั้งแต่​ต้น อย่า​เอา​ไข่​ไป​กะเทาะ​หิน
ใน​ความ​หมาย​จริงๆก็​คือ อย่า​ดื้อ​เล่น​เกม​ที่​มี​แต่​แพ้​กับ​แพ้
และ​ก็​เป็น​อะไร​ที่​เห็น​กัน​ตรง​หน้า ผล​สะท้อน​จาก​เกม​หัก​ดิบ​สู้ยิบตา
ล่า​สุด​พนักงาน​สอบสวน​กรม​สอบสวน​คดี​พิเศษ (ดี​เอส​ไอ) นำ​ตัว “เสี่ย​โอ๊ค” นาย​พาน​ทอง​แท้ ชินวัตร บุตร​ชาย​ของ​อดีต​นายกฯ​ทักษิณ ชินวัตร พร้อม​พวก​ที่​ตกเป็น​ผู้ต้องหา 1-3 ใน​คดี​ฟอก​เงิน​จาก​การ​ทุจริต​อนุมัติ​เงินกู้​ธนาคาร​กรุง​ไทย จำกัด (มหาชน) ให้​กับ​เครือ​กฤษดา​มหานคร ส่ง​ฟ้อง​อัยการ
เบื้องต้น​พนักงาน​อัยการ​คดี​พิเศษ​รับ​มอบ​ตัวผู้​ต้องหา​และ​สำนวน​ไว้ และ​อนุญาต​ให้​ปล่อยตัว​ชั่วคราว​ใน​ชั้น​พิจารณา​สั่ง​คดี​ของ​อัยการ โดย​ไม่​ต้อง​มี​หลักประกัน เนื่องจาก​ผู้ต้องหา​มา​รายงาน​ตัวเอง
พร้อม​นัด​ผู้ต้องหา​ทั้งหมด​มา​ฟัง​คำสั่ง​คดี​ใน​วัน​ที่ 5 กันยายนนี้
ปลายทาง​สุดท้าย ต้อง​ลุ้น​คดี​เหนื่อย​เหงื่อ​ตก.
ทีมข่าวการเมือง

วันพุธที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ตั้ง War room เขื่อนลาวแตก

ตั้ง War room เขื่อนลาวแตก
“บิ๊กป้อม” สั่ง ตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์เขื่อนแตกในลาว ที่บก.ทัพไทย มอบ”บิ๊กกบ” เสธ.ทหารคุม ทัพฟ้าเตรียมส่งเครื่องบิน C-130 และ ฮ.กู้ภัย EC725 พร้อม ใช้กองบิน 21 อุบลฯ เป็นฐานปฏิบัติการ ต่อระยะ ไปยัง สนาม ปากเซ
พลโท คงชีพ ตันตระวานิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เผยว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แม้จะไม่ได้ร่วมประชุมสภากลาโหมแต่ได้สั่งการผ่าน พลเอกชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วย กลาโหม อยู่ในระหว่างการประชุมสภากลาโหมร่วมกับผบ. เหล่าทัพในการส่งความช่วยเหลือไปยังลาวหลังเกิดเหตุเขื่อนแตก
โดยมอบหมายให้กองบัญชาการกองทัพไทย จัดตั้งวอร์รูมและมี บิ๊กกบ พลเอกพรพิพัฒน์ เบญญศรี เสนาธิการทหาร ในฐานะ ผอ.ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย บก.กองทัพไทย เป็น ผอ.วอร์รูม
ขณะที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่2 ได้เตรียมทางกำลังพลเครื่องมือบรรเทาสาธารณภัย เรือท้องแบนพร้อม สำหรับการให้ความช่วยเหลือ
ทั้งนี้ กองทัพอากาศ ได้เตรียมเครื่องบินลำเลียง C-130 และเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยEC-725 พร้อม โดยจะใช้กองบิน 21 อุบลราชธานีเป็นฐานปฏิบัติการต่อระยะในการบินปฏิบัติการไปยังสนามบินปากเซ ประเทศลาว

"ผบ.สูงสุด "สั่ง "หน่วยทหารพัฒนา อิสาน" เตรียมพร้อมเคลื่อนย้ายใน 3 ชั่วโมง

"ผบ.สูงสุด "สั่ง "หน่วยทหารพัฒนา อิสาน" เตรียมพร้อมเคลื่อนย้ายใน 3 ชั่วโมง ช่วยลาวเขื่อนแตก จัดตั้ง "บก.ศบภ.ส่วนหน้า"ที่ นพค.56 อุบลฯ
จากสถานการณ์ที่เกิดภัยพิบัติจากเหตุการณ์อุทกภัยขนาดใหญ่ในเมืองสนามไช แขวงอัตตะปือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปปล.)ซึ่งทำให้มวลน้ำจำนวนมากไหลท่วมบ้านเรือนของประชาชนได้สร้างความเสียหายกับชีวิตและทรัพย์สินอย่างรุนแรงกว่า 4,000 ครอบครัวเป็นบริเวณกว้างนั้น
พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผบ.ทหารสูงสุด.มีนโยบายให้การเตรียมการด้านความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติแก่ สปป.ลาว ให้ทันต่อสถานการณ์
จึงมอบให้ พล.อ.ธงชัย สาระสุข ผบ.นทพ.จัดการประชุมเร่งด่วนเพื่อเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือ โดยให้มีการเตรียมความพร้อมของหน่วยบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็วทั้งในด้านกำลังพล และยุทโธปกรณ์สำคัญที่เกี่ยวข้อง สั่งการให้ สนภ.5นทพ.เตรียมจัดหน่วยบรรเทาสาธารณภัยจำนวน 2 ชุด (จาก นพค.56 ฯและ นพค.51) จัดตั้ง บก.ศบภ.ส่วนหน้าที่ นพค.56ฯ เพื่อติดตามและประสานงานกับทาง อุบลรสชธานี .อย่างใกล้ชิดเพื่อติดตามสถานการณ์และรายงานเหตุการณ์ให้ ศบภ.นทพ.ทราบตามห้วงระยะเวลา
พร้อมทั้ง เตรียมยานพาหนะเพื่อสนับสนุนการลำเลียงถุงยังชีพพระราชทาน และสิ่งของจำเป็นอื่นๆที่ได้รับการบริจาคทุกภาคส่วนให้เข้าถึงพื้นที่เมื่อได้รับการร้องขอ ซึ่งสถานการณ์ในปัจจุบัน ทาง สปปล.คงระดมความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนจากภายในประเทศของตนก่อน
และจะขอรับความช่วยเหลือจากภายนอกประเทศในเรื่อง เครื่องนุ่งห่ม อาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และเงินบริจาค โดยผ่านทางสถานทูตไทยประจำ สปปล.ในโอกาสต่อไป
ทั้งนี้ นทพ.มอบให้ สนภ.5นทพ.เป็นหน่วยสนับสนุนหลัก และให้ สนภ.2นทพ.เป็นหน่วยสนับสนุนรอง โดยเตรียมความพร้อมในการสนับสนุนพร้อมเคลื่อนย้ายเมื่อสั่งภายใน 3 ชม.
โดยมี พล.ท.ณัฏฐพัชร สกุลรังสฤษฏ์ เสธ.นทพ.เป็นประธานการประชุม ห้องประชุมห้วยทราย บก.นทพ.

ไทยนิยมยั่งยืน : เสียงสะท้อนจากท้องถิ่น

ไทยนิยมยั่งยืน : เสียงสะท้อนจากท้องถิ่น


เมื่อต้นสัปดาห์มีข่าวเล็กๆ สะท้อนภาพใหญ่น่าสนใจ
ยกเครดิตให้กับประชาชน 3 หมู่บ้าน ชาวต.น้ำจวง อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ประชากรประมาณ 4 พันคน
พวกเขาทำประชาคมตัดสินใจ เอายังไงกับงบประมาณ 2.8 ล้านบาทกับโครงการไทยนิยมยั่งยืน
ภายใต้โครงการย่อยที่มีชื่อว่า “ท่องเที่ยวโอท็อป นวัตวิถี”
เป้าหมายเสริมแกร่งเศรษฐกิจชุมนุม ผ่านภาคท่องเที่ยวและสินค้าโอท็อป
คนน้ำจวงลงความเห็นด้วยน้ำเสียงเข้มแข็ง ซื่อสัตย์ ขอส่งเงินก้อนนี้คืนหลวงด้วยความเกรงใจ
เอาไปให้ถิ่นอื่นที่ต้องการ จะเป็นประโยชน์กว่า
เหตุผลแสนง่ายประสาชาวบ้าน “เกาไม่ถูกที่คัน”

เขาคิดตรงกัน ต้องการสิ่งจับต้องได้ ถาวรยั่งยืน มองเห็นอนาคต
ศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชา
ปรับปรุงถนน ขอแค่ซื้อหินคลุกไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
สร้างห้องน้ำห้องส้วมตามแหล่งท่องเที่ยวที่น่าจะเป็นจุดขาย
โชคไม่ดีสิ่งที่ “ใช่” ตรงข้ามกับสิ่งที่ฝ่ายราชการตีกรอบ ท่านบอกให้เอาไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายอบรมสัมมนา ฝึกฝนพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน
ไปเรียนรู้การจัดการ ศึกษาดูงาน ปั้นสินค้าโอท็อปออกมาขายนักท่องเที่ยว
ชาวบ้านที่นั่นสงสัย สมมติรู้การตลาด รู้ความต้องการผู้บริโภค รู้ผลิตสินค้าดีมีคุณภาพ

ถามว่า แล้วใครจะมาเที่ยว ใครจะมาซื้อ ในเมื่อไม่มีถนนหนทางดีเพียงพอให้นักท่องเที่ยวเข้าถึง
ขาดสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานตามจำเป็น
โหมประโคมแหล่งท่องเที่ยว สินค้าโอท็อปที่สู้อุตส่าห์ผลิตกันมา
เอาไปขายใคร?
เรื่องของเรื่อง ไม่ควรด่วนสรุปกันแบบ “ไก่” กับ “ไข่” อะไรเกิดก่อน
แต่โจทย์อยู่ที่ว่า ไล่ตั้งแต่รัฐบาลลงมาถึงระดับปฎิบัติ “เข้าใจ เข้าถึง เข้าพัฒนา” รู้ความต้องการแต่ละพื้นที่กี่มากน้อย
หรือแค่รับนโยบาย ผลักงบประมาณ เปิดโครงการ แล้วปิดจ๊อบกันไป
ไม่ต่างกับแจกเบ็ดให้ไปตกในบ่อที่ไม่มีปลา
“หัวมังกุท้ายมังกร” ทำนองนี้ พนันกันสิบเอาหนึ่ง เชื่อเหลือเกินว่าไม่ใช่ชาวน้ำจวงเดี่ยวไมโครโฟนอยู่เจ้าเดียว มีอีกไม่รู้อีกร้อยกี่พันชุมชนก็ตกที่นั่งเดียวกัน
เพียงบางพื้นที่ก็เกรงใจเจ้านาย
หรือไหนๆงบประมาณหล่นมาแล้ว เอาไว้ก่อนดีกว่าปล่อยทิ้งตกน้ำ
ชั่วดีถี่ห่างยังไง เดี๋ยวท่านก็จัดมาอีก วนกันไป
ต้องขอบคุณชาวบ้านน้ำจวงสะท้อนรูปธรรมปัญหา
ไม่รู้ได้ให้บทเรียนใครบ้างหรือเปล่า

ล้างสต๊อก 2 ปี

ล้างสต๊อก 2 ปี




ในที่สุด พ.ร.บ. ป.ป.ช. หนึ่งในกฎหมายลูกรัฐธรรมนูญฉบับสำคัญ ก็เริ่มมีผลใช้บังคับ ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา
พ.ร.บ. ป.ป.ช.ฉบับใหม่ ที่ประโคมโหมโรงว่าเป็น “ฉบับปราบโกงแบบขุดรากถอนโคน” มีสาระสำคัญอยู่ 5 ประเด็นคือ...
1, คดีทุจริตที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ส่งฟ้องคดีอาญา ถ้าผู้ถูกกล่าวหา หรือ จำเลยหลบหนีจะไม่นับอายุความ และไม่สิ้นสุดอายุความ
2, นักการเมืองและข้าราชการระดับสูง ต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สินภรรยา หรือสามีที่ไม่จดทะเบียนสมรส เพื่อป้องกันการยักย้ายถ่ายโอน
3,ข้าราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ จะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดของตัวเอง
4, ให้อำนาจ ป.ป.ช.ส่งหนังสือแจ้งเตือนรัฐบาล หากเห็นว่าโครงการใดส่อเค้าว่าจะเกิดทุจริต และเมื่อ ป.ป.ช.แจ้งเตือนแล้ว รัฐบาลไม่ปฏิบัติตามจะมีความผิดฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยเจตนา
5,กำหนดให้ ป.ป.ช.ต้องเร่งสอบสวนคดีทุจริตที่ค้างลำกล้องให้เสร็จภายใน 2 ปี (ขอขยายเวลาได้อีก ไม่เกิน 1 ปี) ถ้าหากครบ 2 ปีแล้วยังสอบสวนไม่เสร็จ ให้ถือเป็นความบกพร่องของ ป.ป.ช.
“แม่ลูกจันทร์” เห็นด้วยสองพันเปอร์เซ็นต์ ที่กำหนดเส้นตายให้ ป.ป.ช.ต้องสอบสวนสะสางคดีทุจริตทุกเรื่องให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 2 ปี!!
เพื่อแก้ปัญหาคดีทุจริตหมักหมมอยู่ใน ป.ป.ช.มากมายก่ายกอง
และเพื่อแก้ปัญหา ป.ป.ช.ถูกโจมตีว่าเลือกปฏิบัติ เร่งสอบบางคดี แต่ดึงช้าบางคดี
ดังนั้น การที่ พ.ร.บ. ป.ป.ช.ฉบับใหม่ กำหนดกรอบเวลาให้ ป.ป.ช.ต้องสอบสวนคดีทุจริตทุกเรื่องภายใน 2 ปี จะช่วยป้องกันไม่ให้ ป.ป.ช.ดองเค็มคดีทุจริตบางคดีจนหมดอายุความ
“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่า เมื่อ พ.ร.บ.ป.ป.ช.ฉบับใหม่เริ่มมีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา
แสดงว่าคดีทุจริตที่ค้างเป็นพันระดึกอยู่ใน ป.ป.ช.จะต้องปิดจ๊อบล้างสต๊อกหมดเกลี้ยงในเวลา 2 ปีจากนี้ไป
ข้อมูลล่าสุด ยังมีคดีทุจริตค้างท่ออยู่ใน ป.ป.ช.กว่า 2,800 คดี
แยกเป็นคดีทุจริตจัดซื้อจัดจ้างเกือบ 1,000 คดี คดีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ คดีเรียกรับสินบน คดีร่ำรวยผิดปกติอีกราว 1,500 คดี
ดังนั้น ถ้า ป.ป.ช.จะเร่งสะสางคดีทุจริตค้างสต๊อกกว่า 2,800 คดี ให้เสร็จภายใน 2 ปี
ป.ป.ช.จะต้องเร่งสอบสวนคดีทุจริตให้เสร็จวันละ 4 คดี
ไม่เว้นวันหยุดราชการ ไม่เว้นวันพระวันโกน
ยังไม่นับคดีทุจริตใหม่ๆที่จะทยอยเข้าคิวให้ ป.ป.ช.เช็กบิลอีกปีละหลายร้อยคดี
ป.ป.ช.จะปิดจ๊อบให้เสร็จทันเส้นตายหรือไม่??
“แม่ลูกจันทร์” จะติดตามข่าวคืบหน้ามารายงานให้ทราบต่อไป
อนึ่ง...ใน พ.ร.บ. ป.ป.ช.ฉบับใหม่ ยังมีประเด็นสำคัญยัดไส้ซาลาเปาเอาไว้ ในบทเฉพาะกาล
คือการต่อวีซ่าให้ประธาน ป.ป.ช.และกรรมการ ป.ป.ช.ชุดเดิม 7 คน ซึ่งขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ยังปฏิบัติหน้าที่ ป.ป.ช.ต่อไปได้อีก 7 ปี
เมื่อบวกกับที่ดำรงตำแหน่งมาแล้ว 2 ปี ก็เท่ากับได้ผูกขาดเก้าอี้ ป.ป.ช.ยาวสุดติ่ง 9 ปีเต็มๆ
หมายความว่าต้องรอไปอีก 7 ปี จึงจะมีประธาน ป.ป.ช. และกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหม่ที่มีคุณสมบัติถูกต้อง และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ
เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้แลเฮย.
"แม่ลูกจันทร์"

แค่อย่าสะดุดขาตัวเอง

แค่อย่าสะดุดขาตัวเอง



ยิ่งใกล้เลือกตั้ง ยิ่งต้องลงพื้นที่ให้มากขึ้น
แบไต๋ไม่กั๊ก ในอารมณ์แบบที่ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. เปิดทางนำร่องล่วงหน้า พร้อมจัดเต็มคิวเดินสายต่างจังหวัดนับแต่นี้เป็นต้นไป
ไม่สนเสียงวิจารณ์ ครม.สัญจร เดินสายดูด ส.ส.
ต่อให้นักการเมืองยี่ห้อเพื่อไทย ค่ายประชาธิปัตย์ โหวกเหวกโวยวายจนคอแตก
ก็ไม่มีผลแต่อย่างใด
เพราะถึงยังไงบวกลบคูณหารแล้วมันก็ได้มากกว่าเสีย
กับมุก ครม.สัญจรเก็บแต้มสะสม ทีมงาน “นายกฯลุงตู่” ใช้ยุทธศาสตร์การบริหารแบบเข้าถึงเกาะติดพื้นที่ อัดฉีดงบประมาณและโครงการช่วยเหลือแบบยิงตรงถึงประชาชนตามภาคต่างๆ หาเสียงด้วยงบประมาณแผ่นดินอย่างชอบธรรม
นายกฯเอาของไปมอบให้ถึงบันไดบ้าน ใครบ้างไม่ชอบ
เอาเป็นว่า ประมวลผลตอบรับทางการเมืองจากการประชุม ครม.สัญจรที่ผ่านมา นับตั้งแต่คิวแรกที่ประเดิมกันจังหวัดสุพรรณบุรีจนมาถึงคิวจังหวัดอุบลราชธานี ที่เปิดให้นักการเมืองเข้าร่วมเวที
มันคือ “อีเวนต์การตลาด” ที่สร้างกระแสให้ “นายกฯลุงตู่” แบบได้เนื้อได้หนัง
เบียดกระแสรัฐบาลชิงพื้นที่ข่าวได้ทุกครั้ง
ในฉากบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกว่า กำลังเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง ผู้คนในสังคมรับรู้หมดแล้วว่า “นายกฯลุงตู่” จะตีตั๋วไปต่อภายใต้ยี่ห้อ “พลังประชารัฐ” เป็นฐานสนับสนุน
และถึงจะโดนประจานเกมดูด ดักคอดักทาง
แต่ถึงเวลาก็มีนักการเมืองในพื้นที่ทุกป้อมค่ายเปิดหน้าเปิดตัวออกมาต้อนรับนายกฯและ ครม.
นั่นก็เพราะมันคือภาพที่ชาวบ้านประชาชนในพื้นที่เฝ้าจับตาดูบรรดาว่าที่ผู้แทนฯ ของตัวเอง จะมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน มีบทบาทในการผลักดันโครงการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่อย่างไร
หรือจ้องแต่จะเล่นเกมการเมือง ฝักใฝ่แต่การแบ่งสี แยกขั้วอำนาจ
ถ้าโจมตีด่าทอท่าเดียว ไม่สนใจ ไม่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลแม้ในมุมที่เป็นประโยชน์กับชาวบ้าน
พานเจอกระแสตีกลับหน้าม่านเอาง่ายๆ
โดยสถานการณ์ลากถูมาถึงตรงนี้ มันก็อย่างที่ “นายกฯลุงตู่” สะท้อนความมั่นใจผ่านการปราศรัย “ยิ่งใกล้เลือกตั้ง ผมยิ่งต้องลงพื้นที่ให้มากขึ้น เพื่อชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ และการเลือกตั้งครั้งต่อไปเมื่อมีรัฐบาลใหม่ จะต้องเป็นรัฐบาลที่ไปได้ทุกที่ ยิ่งมีคนเกลียด ผมก็ต้องวิ่งไปหา ใครจะไม่ชอบผมก็ไม่เป็นไร แต่ทหารทุกคนรักชาวบ้าน ทุกที่มีทั้งคนดีและคนไม่ดีตอนนี้เราแบ่งฝ่ายกันไม่ได้”
อารมณ์ใกล้เคียงกับที่ “พี่ใหญ่” อย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม แสดงความมั่นใจหลังการลงพื้นที่ตรวจงานการดูแลความมั่นคงในจังหวัดอุบลราชธานี
เรียบร้อยดี ไม่มีความขัดแย้ง พร้อมที่จะมีการเลือกตั้ง
“บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” ประสานเสียงพร้อมลุยทุกพื้นที่ ทีม คสช.คุมเกมความมั่นคงได้ เอาเกมการเมืองอยู่
“นายกฯลุงตู่” แรงไม่ตก สถานการณ์เป็นใจ ปัจจัยเอื้อให้ตีตั๋วต่อ
ในจังหวะที่คู่แข่งส่อแพ้ภัยตัวเอง ทั้งเพื่อไทยที่คะแนนนิยมยังนำ แต่วิบากกรรมหนักอึ้ง แม่ทัพนอมินียังหาไม่ได้ ขณะที่ประชาธิปัตย์เร่งเครื่องไม่ขึ้น หล่นไปอยู่อันดับสามตามหลังยี่ห้อ “พลังประชารัฐ”
เรียกว่า “ตัด” คู่ชิงที่สมน้ำสมเนื้อออกไปได้
ไฟต์เดิมพันอำนาจเลือกตั้ง “ลุงตู่” อย่าสะดุดขาตัวเองหัวทิ่มเป็นพอ
ตามสภาพหัวเชื้อ “สนิมเนื้อใน” ที่แฝงอันตรายอยู่ตลอดเวลา
ล่าสุดกับสถานภาพของ “พี่รอง” อย่าง “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ที่กำลังเผชิญกระแสคลื่นใต้น้ำกระแทกเข้าใส่อย่างเงียบๆ แต่หนักหน่วงและรุนแรงกว่าครั้งไหนๆ
จากควันหลงคำสั่งโยกย้าย “ฮีโร่หมูป่า” นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร จากผู้ว่าฯเชียงราย ลดชั้นไปนั่งเป็นผู้ว่าฯพะเยา แบบขัดสายตาผู้คนในสังคม
อธิบายยากกับประเด็นเหตุผลความชอบธรรม
อะไรก็ไม่เท่ากับมีการขยายผลในสื่อค่ายพันธมิตรฯ กัดติดปมลึกลับซับซ้อน ขุดเบื้องหน้าเบื้องหลังการโยกย้าย “พ่อเมืองน้ำดี” เพราะขวางลำ “ลูกชายขาใหญ่” ขายตั๋วโรงไฟฟ้าขยะ
ตามทิศทางกระแส มีโอกาสไหลไปถึงจุดยากฝืนชะตาฟ้าลิขิต
โดยรูปเกมบีบไฟต์บังคับก่อนเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์อาจต้องปรับ ครม.อีกรอบ ผ่องถ่ายสัมภาระ
ลดโหลดให้ “ลุงตู่” ไปต่อแบบเบาตัว.
ทีมข่าวการเมือง

วันอังคารที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ยังเดินไหว !! ไม่ถึงขั้น หาม!!

ยังเดินไหว !! ไม่ถึงขั้น หาม!!
“รองโจ๊ก”พลตำรวจตรี สุรเชษฐ์ หักพาล พร้อม บิ๊กณัฐ พลเอกณัฐ อินทรเจริญ รองปลัดกลาโหม ที่ล้วนเป็น “ลูกเลิฟ” บิ๊กป้อม และทีม รปภ. ประกบ ประคอง “บิ๊กป้อม” ขึ้นรถตู้ เพื่อไปโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์. หลังมีอาการปวดท้อง ระหว่างประชุม ครม..... คาด ท้องเสีย ส่วนนายกฯเผย อาหาร ไม่ย่อย
ถามไถ่กันทั่ว งานครม.อุบลฯ “บิ๊กป้อม” ไปกินอะไรมา... บ้างแซว รับกระแส “ดูด” ....เลยท้องเสีย รอดู พรุ่งนี้ พลเอกประวิตร มีกำหนด ประชุมสภากลาโหม จะเลื่อนมั้ย
ภาพ-อ๊อฟNow26

แรงเหมือนกัน

แรงเหมือนกัน



วันนี้ (24 ก.ค.) นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำคณะรัฐมนตรีชุดใหญ่ไปประชุม ครม.สัญจร 4 จังหวัด อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และยโสธร
เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาของรัฐบาล และอัดฉีดงบลงทุนเพิ่มเติมในโครงการพัฒนาสนามบิน ถนนสี่เลน รถไฟรางคู่ แก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง ซ้ำซาก และแก้ปัญหาราคาผลผลิตเกษตรตกต่ำครบวงจร
โฆษกฯไก่อูแถลงว่า การลงพื้นที่ประชุม ครม.สัญจรไม่มีนัยการเมือง
ไม่ใช่การหาเสียงล่วงหน้า ไม่มีวาระซ่อนเร้นดูดอดีต ส.ส.เข้าเล้าอย่างที่มีกระแส วิพากษ์วิจารณ์
แต่เป็นภารกิจของรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาเดือดร้อนของประชาชน
“แม่ลูกจันทร์” เห็นด้วยที่ นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จัดคิวเดินสาย ครม.สัญจร เพื่อเปิดหูเปิดตารับทราบปัญหาเดือดร้อนของประชาชนแบบถึงเนื้อถึงตัว ถึงลูกถึงคน
ส่วนจะแฝงเป้าหมายทางการเมืองหรือไม่...??
มันก็ต้องมีบ้างเป็นธรรมดา
ไม่งั้นผลสำรวจความเห็นประชาชน “สวนดุสิตโพล” ล่าสุดคงไม่สรุปว่าประชาชน 61.21 เปอร์เซ็นต์ เชื่อว่าการเดินสาย ครม.สัญจรของรัฐบาล คสช.มีนัยทางการเมือง
ต้องการหยั่งเสียงประชาชนและประเมินกระแสนิยมรัฐบาล
ข้อสำคัญ ประชาชนยังฝากความเห็นผ่าน “สวนดุสิตโพล” ขอโอกาสให้ชาวบ้านที่มีปัญหาเดือดร้อนจริงๆได้เข้าพบนายกฯเพื่อชี้แจงปัญหาด้วยตัวเอง
นายกฯลุงตู่ จะได้รับฟังข้อมูลจากชาวบ้านโดยตรงดีกว่าฟังรายงานจากข้าราชการในพื้นที่ซึ่งเลือกรายงานแต่เรื่องดีๆเป็น “ผักชีโรยหน้า” ซึ่งเป็นปัญหา เรื้อรังของระบบราชการไทย
การลงพื้นที่ประชุม ครม.สัญจรก็จะเกิดประโยชน์ต่อรัฐบาล และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน!!
เสร็จจาก “สวนดุสิตโพล” ยังมีผลสำรวจ “นิด้าโพล” เป็นการอุ่นเครื่องต้อนรับเทศกาลเข้าพรรษาและอาสาฬหบูชา
“นิด้าโพล” สอบถามความเห็นประชาชนว่าอยากได้ใครเป็นนายกฯคนต่อไป??
อันดับ 1, ประชาชน 31.26 เปอร์เซ็นต์ อยากให้ “พล.อ.ประยุทธ์” เป็นนายกฯเบิ้ลอีก 4 ปี
อันดับ 2, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 14.96 เปอร์เซ็นต์
อันดับ 3, อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 10.50 เปอร์เซ็นต์
อันดับ 4, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส 7.80 เปอร์เซ็นต์
และอันดับ 5, นายธนาธร จึง-รุ่งเรืองกิจ 7.48 เปอร์เซ็นต์
สรุปว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังเป็น “เต็งหาม” ตามฟอร์ม
“นิด้าโพล” สอบถามประชาชนว่าอยากให้พรรคใดได้คะแนนมากที่สุดเพื่อเป็นพรรคแกนนำตั้งรัฐบาลครั้งต่อไป??
อันดับ 1, ประชาชน 31.19 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่า “พรรคเพื่อไทย”
อันดับ 2, ประชาชน 21.88 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่า “พรรคพลังประชารัฐ”
อันดับ 3, ประชาชน 16.47 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่า “พรรคประชาธิปัตย์”
อันดับ 4, ประชาชน 9.63 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่า “พรรคอนาคตใหม่”
และอันดับ 5, ประชาชน 2.07 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่า “พรรคเสรีรวมไทย”
“แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่าผลสำรวจนิด้า โพล ล่าสุดมีการเปลี่ยนแปลงน่าจับตา
คือ กระแสพรรคหนุน คสช. แซงพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นไปอยู่อันดับ 2 ทิ้งระยะห่างถึง 5 เปอร์เซ็นต์
แถมไล่ตามหลังพรรคเพื่อไทยแค่ 10 เปอร์เซ็นต์
อย่า...อย่าประมาทพลังดูดเชียวนะโยม.
“แม่ลูกจันทร์”

สะดุ้ง “โพลเชลียร์”!

สะดุ้ง “โพลเชลียร์”!



แรงไม่ตก ตีคู่กับกระแสดูดมาเลย
ตามตัวเลข “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ สำรวจความนิยมล่าสุดรอบที่สาม
“นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยึดแป้นอันดับหนึ่ง ประชาชนต้องการให้เป็นนายกรัฐมนตรีตามกฎหมายเลือกตั้งปัจจุบัน ด้วยคะแนนร้อยละ 31.2
ทิ้งห่างอันดับสอง “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พรรคเพื่อไทย และอันดับสาม “เดอะมาร์ค” นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยี่ห้อพรรคประชาธิปัตย์ 2–3 ช่วงตัวไปแล้ว
โดยแนวโน้ม ไม่มีคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อมาประกบ
แน่นอนในอารมณ์นักการเมืองทั้งพรรคเพื่อไทย ยี่ห้อประชาธิปัตย์ ก็ต้องด่าโพลเชลียร์ เถียงสถิติเชิงวิชาการที่ขัดกับมโน สวนความรู้สึกตามฟอร์ม
แต่ลึกๆกล้าสาบานหรือไม่ว่า ไม่หวั่นไหวกับโพลที่ออกมา
เพราะมันไม่ใช่แค่ตัวเลขลอยๆซะที่ไหน เป็นอะไรที่ล้อกับปรากฏการณ์ตรงหน้า
กับสถานการณ์ของยี่ห้อ “พลังประชารัฐ” ที่แซงพรวดขึ้นมาอยู่อันดับสองรองจากพรรคเพื่อไทย ในฐานะพรรคการเมืองที่ประชาชนอยากให้ได้คะแนนเสียงมากสุดในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
เบียดพรรคประชาธิปัตย์หล่นไปอยู่อันดับสาม
ตามรูปการณ์ที่สอดคล้องกับอาการลูกทีม “อภิสิทธิ์” ที่นั่งไม่ติด ต้องกระตุกทีมงานรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ ออกมาไล่เตะตัดขา “ลุงตู่” ร่วมด้วยช่วยแห่กระแสดูด ตีปี๊บร้องป่าวกับลูกข่าย “ทักษิณ”
เหลือพื้นที่ตีกินได้แค่ปักษ์ใต้ แต่ภาคอีสาน เหนือ แม้แต่ในกรุงเทพฯ สู้กับเพื่อไทยก็หืดจับแล้ว
ยังเสี่ยงโดน “พลังประชารัฐ” มาเบียดตกขอบ
และคำตอบสุดท้าย ประชาธิปัตย์แทบไม่เหลือราคาต่อรองอะไรเลย ถ้าถึงจุดที่ต้องเข้าแจมอำนาจกับทีมสนับสนุน “นายกฯลุงตู่” หลังเลือกตั้ง
ในจังหวะที่ “ลุงตู่” ยังมีไพ่อีกหลายใบให้ตีเล่นแต้ม
กับมุกเดินสายประชุม ครม.สัญจร อีเวนต์การตลาด เก็บคะแนนไปเรื่อยๆจนกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง
ล้อไปกับจังหวะ “ปล่อยของ” นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กัปตันทีมเศรษฐกิจ กดปุ่มเดินหน้าปล่อยมาตรการอัดฉีดเศรษฐกิจฐานราก
จัดแพ็กเกจบริหารเศรษฐกิจ ประคองปัญหาปากท้องคนมีรายได้น้อย ทั้งพักหนี้ ธ.ก.ส. 3 ปี คืนแวตผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการประชารัฐ อัปราคาข้าวไม่ต่ำกว่าจำนำ ฯลฯ โกยคะแนนเกษตรกร ซื้อใจพ่อค้าแม่ขายชาวบ้านร้านตลาด คนยากจนฐานเสียงใหญ่สุดของประเทศไทย
ใช้งบประมาณรัฐหาเสียงอย่างชอบธรรม
ขืนใครด่าก็เท่ากับขวางลำ ต่อต้านการช่วยเหลือคนจนให้อยู่ดีกินดี
ไม่ใช่แค่แต้มเชิงบริหารที่เอื้อต่อเกมเลือกตั้ง สถานการณ์เชิงบวกของ “นายกฯลุงตู่” ยังโยงไปถึงโผโยกย้ายทหารล่าสุดที่ชัดเจนแต่หัววัน โฟกัส “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. จ่อนั่งแท่น ผบ.ทบ.ตามคาด
โอกาสตีตั๋วต่อของ “นายกฯลุงตู่” โดยมีน้องรักอย่าง “บิ๊กแดง” คุ้มกันหลังยิ่งแน่นปึ้ก
ทั้งกระแส ทั้งตัวช่วย ทั้งสถานการณ์ที่เอื้อให้ปัจจัยหนุนส่ง “ลุงตู่” แรงไม่ตก
ซึ่งนั่นก็แปรผันตามเงื่อนไขสถานการณ์อีกฝั่งต้องขยับตัวกันแรงๆ
ตามจังหวะการเคลื่อนไหวของแกนนำพรรคเพื่อไทยแห่ไปแฮปปี้เบิร์ธเดย์ “นายใหญ่” อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ครบรอบปีที่ 69 ถึงกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
ลิสต์รายชื่อ โฟกัสไปที่ “เจ๊แดง” นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาว “ทักษิณ” ท่ามกลางกระแสข่าววงในพรรคเพื่อไทย “นายใหญ่” สั่งน้องสาวเปิดหัวจ่ายกู้สถานการณ์น้ำเลี้ยงในเพื่อไทยที่เหือดแห้ง
ขยับสู้แรงดูด กู้สถานการณ์เลือดไหลไม่หยุด
อีกจุดก็เป็นตัวละครที่กั๊กกัน “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เจ้าแม่เมืองกรุง พรรคเพื่อไทย “เฮียเพ้ง” นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล “เสี่ยแดง” นายพิชัย นริพทะพันธุ์ แกนนำสายตรงดูไบ
เคลียร์ตำแหน่งแม่ทัพใหญ่เพื่อไทยในศึกเลือกตั้ง
ยี่ห้อ “ทักษิณ” ต้องจัดอีเวนต์การตลาด เบรกกระแสเลือดไหล
แต่อีกนัยก็เสี่ยงกับเงื่อนไขทางการทูต ความอ่อนไหวในสถานะวีซ่าของอดีตนายกฯทักษิณและอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตามรูปการณ์ที่ทางรัฐบาลอังกฤษคงไม่แฮปปี้ ถ้าอดีตผู้นำสองพี่น้องของไทยจะใช้เป็นฐานเคลื่อนไหวทางการเมือง
เป็นปฏิปักษ์กับฝ่ายคุมเกมอำนาจประเทศไทย.

ทีมข่าวการเมือง

วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

นายกฯกล่อมคนอีสานอย่าโทษแต่ รบ.

นายกฯกล่อมคนอีสานอย่าโทษแต่ รบ.
แนะ ปชช. พิจารณาก่อนหย่อนบัตรเลือก
“ประยุทธ์” นำคณะ ครม.ลงพื้นที่อำนาจเจริญ ติดตามศูนย์เรียนรู้ผักอินทรีย์ เมืองธรรมเกษตร ระบุปัญหาที่เกิดขึ้น มาจากเลือกผู้นำผิด ชี้โทษรัฐบาลฝ่ายเดียวไม่ได้ แนะประชาชนพิจารณาก่อนเลือกใครมาเป็นผู้นำ
เมื่อ 23 ก.ค. 2561 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. พร้อมคณะประกอบด้วยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางถึงศูนย์เรียนรู้ผักอินทรีย์ เมืองธรรมเกษตร ไร่ภูตะวัน ออร์แกนิคฟาร์มบ้านหนองเม็ก จังหวัดอำนาจเจริญ
หลังจากที่เดินทางมาถึงนายกรัฐมนตรีได้รับฟังความเป็นมาศูนย์เรียนรู้ผักอินทรีย์ เมืองธรรมเกษตร ไร่ภูตะวัน ก่อนจะพบปะกับข้าราชการและประชาชนในพื้นที่ พร้อมกล่าวว่า ตื่นเต้นเล็กน้อยไม่ได้มานาน พื้นที่ในภาคอีสานรัฐบาลได้มาหลายจังหวัดแล้ว ดีใจที่ได้เจอพี่น้องทุกคน หากไม่สบายก็ต้องมาเพราะคิดถึงกัน
ขณะเดียวกัน ระหว่างเดินทางมาตนเองได้คุยกับรองนายกรัฐมนตรีว่า จะทำยังไงให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้นเพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาล จึงขออย่ามองว่า มาการเมือง อะไรก็เป็นการเมืองไปทั้งหมด แต่ที่มาวันนี้เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ที่วันนี้มุ่งหวังดูปัญหาที่มีอยู่เพื่อแก้ไขให้ได้ เพราะมีการทำงานมาหลายรัฐบาลแล้ว
รวมทั้ง กล่าวว่า วันข้างหน้าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง แต่จะเริ่มต้นให้ได้วันนี้ก่อน เพราะที่ผ่านมาเจอปัญหามาเยอะ หากมองว่ารัฐบาลมาแล้วของบประมาณปีนี้ก็อยู่แค่ปีนี้ ดังนั้น รัฐบาลนี้จะต้องเดินหน้าประเทศอย่างยั่งยืน จึงต้องมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่จะต้องดีขึ้น จึงต้องวางแผนเพราะแก้วันนี้หรือพรุ่งนี้ไม่ได้
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังอยากให้ประชาชนฟังรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่พูดในทุกวันศุกร์ จะได้ทราบว่า ตนเองมีเจตนาดีกับทุกคนอย่างไร และสิ่งสำคัญต้องสร้างหลักคิดว่าจะพัฒนาตนเองได้อย่างไร ขณะเดียวกัน คนไทยทุกคนต้องร่วมมือกันในรูปแบบประชารัฐไม่ใช่แค่รัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว ถึงจะประสบความสำเร็จ ซึ่งไม่ใช่เรื่องของการเมือง
“ปัญหาที่เกิดขึ้นทุกอย่าง เกิดขึ้นเพราะการเลือกผู้นำที่ผิด จะมาโทษรัฐบาลฝ่ายเดียวไม่ได้ จึงอยากให้ประชาชนพิจารณาก่อนจะเลือกใครมาเป็นผู้นำ เพราะคนนั้นจะต้องรับผิดชอบ เหมือนกับการเลือกผู้ใหญ่บ้าน หรือ อบต. เมื่อถนนพังก็ต้องรับผิดชอบปรับปรุงให้ เช่นเดียวกับตนเองที่ต้องรับผิดชอบทุกเรื่องในประเทศที่เกิดขึ้น”
พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำช่วงท้ายว่า ยิ่งใกล้เลือกตั้งตนเองยิ่งต้องลงพื้นที่ให้มากขึ้นเพื่อชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ และการเลือกตั้งครั้งต่อไปเมื่อมีรัฐบาลใหม่ จะต้องเป็นรัฐบาลที่ไปได้ทุกที่ ยิ่งมีคนเกลียดยิ่งต้องไป เพราะประชาชนไม่เข้าใจจึงต้องไปทำให้เข้าใจ จึงขออย่าแบ่งสีแบ่งฝ่าย ใครจะไม่ชอบตนเองก็ไม่เป็นไร แต่ทหารทุกคนรักชาวบ้าน
“ทุกที่มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ซึ่งรัฐบาลลงพื้นที่เพื่อต้องการรับทราบปัญหาและแก้ปัญหาให้กับทุกพื้นที่ ไม่ได้ลงพื้นที่มาหาเสียงและไม่ได้มาหว่านเงินให้กับประชาชน เพราะเงินที่นำมาใช้เป็นเงินของประชาชนและเป็นงบประมาณของแผ่นดินที่ได้ตั้งไว้ โดยจะนำมาพิจารณาโครงการต่างๆให้เหมาะสมกับงบประมาณ และขอทุกคนอย่าเป็นหนี้เพราะรัฐบาลกำลังเดินหน้าปราบปรามหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง”
PEACE NEWS

“บิ๊กตู่” ณ “ราชธานีเจริญศรีโสธร”

“บิ๊กตู่” ณ “ราชธานีเจริญศรีโสธร”
ทั้งผ้าขาวม้า ทั้งผ้าพันคอ...“นายกฯบิ๊กตู่” สวมเสื้อเหลือง จัดเต็ม ของชอบ ชาวบ้านให้ ....ลงพื้นที่ อำนาจเจริญ ก่อน ไป อุบลฯ ประชุม ครม.สัญจร
เตรียมอนุมัติงบฯหมื่นล้าน พัฒนากลุ่มจังหวัด “ราชธานีเจริญศรีโสธร” คือ จังหวัดอุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และยโสธร

ยิ่งเกลียด ยิ่งตัองไป !!

ยิ่งเกลียด ยิ่งตัองไป !!
“นายกฯบิ๊กตู่” อ้อน ชาวอิสาน แม้ไม่สบาย ก็ต้องมา เพราะคิดถึง...อย่ามองว่ามาการเมือง อะไรก็เป็นการเมืองไปทั้งหมด แต่ ยิ่งใกล้เลือกตั้ง ผมยิ่งต้องลงพื้นที่ให้มากขึ้น เพื่อชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ และการเลือกตั้งครั้งต่อไปเมื่อมีรัฐบาลใหม่ จะต้องเป็นรัฐบาลที่ไปได้ทุกที่ ยิ่งที่ไหน มีคนเกลียด ก็ยิ่งตัองไป ทำความเข้าใจ ขออย่าแบ่งสีแบ่งฝ่าย ใครจะไม่ชอบผม ก็ไม่เป็นไร แต่ทหารทุกคนรักชาวบ้าน
:บิ๊กตู่ อำนาจเจริญ 23กค.2561

“ประชารัฐ”ทีม

“ประชารัฐ”ทีม
สู่ ทีม “พลังประชารัฐ”
“นายกฯบิ๊กตู่” ควงคู่ “รองสมคิด” และ รมต.อุตตม และ รมต. สนธิรัตน์ ลงพื้นที่อำนาจเจริญ..... ท่ามกลางการถูกจับตามองว่า เป็น คีย์แมน พรรค พลังประชารัฐ พรรคของ คสช. พรรค หนุน บิ๊กตู่ เป็นนายกฯ หลังเลือกตั้ง