PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

"ป๋าเปรม" ชี้กองทัพไม่ร่ำรวย ขอให้ช่วยกันประหยัด ขอคนดีต้องช่วยเบียดคนไม่ดีให้ตกเวที

http://www.matichon.co.th/online/2015/11/14482703321448270381l.jpg

(23 พ.ย.58) เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กล่าวปาฐกถาหัวข้อ "แทนคุณแผ่นดิน" ณ รพ.พระมงกุฎเกล้า ในโอกาสการประชุมวิชาการพระมงกุฎเกล้าครั้งที่ 43 โดยมีบุคลากรทางการเเพทย์ของกองทัพบก เข้าร่วมรับฟังการบรรยาย

พล.อ.เปรม กล่าวช่วงหนึ่งว่า การตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน คือการประพฤติปฎิบัติตนเป็นคนดี ซึ่งคนไทยทุกคน รวมถึงองค์กรต่างๆเช่นรัฐบาล ที่จะต้องทำให้ชาติบ้านเมืองมีความเจริญ คนในชาติมีความสามัคคี และทำให้คนไม่ดีมีน้อยลง
ทั้งนี้การตอบแทนบุญคุณแผ่นดินจะต้องรู้จักบุญคุณของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ มีความจงรักภักดี ผู้บังคับบัญชาก็ต้องมีความเมตตา เป็นคนไทยก็ต้องมีความเป็นไทย เจ้านายต้องรู้จักให้และพร้อมแบกรับความทุกข์ของผู้ใต้บังคับบัญชา โดยการตอบแทนคุณอีกอย่าง คือการขจัดความยากจน ทุกคนรู้ว่าประเทศไทยยังยากจนอยู่ และเป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศ ทุกคนจึงต้องช่วยกันทำให้ปัญหาลดลง ซึ่งแพทย์และพยาบาลทหารบก ก็ต้องช่วยเหลือผู้ป่วยเหมือนญาติ เป็นเเพทย์อาชีพทั้งกาย ใจ และวิญญาณ ไม่ใช่การทำงานเพื่อรับเงินเดือนอย่างเดียว เห็นว่าเเพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯเป็นเเพทย์อาชีพทั้งหมด เพราะไม่เคยถูกวิจารณ์ใดๆ ถือว่าได้ตอบแทนบุญคุณแผ่นดินแล้ว จนทำให้กองทัพเเข็งแรง เป็นผลให้ชาติบ้านเมืองเเข็งแรงไปด้วย

นอกจากนี้ พล.อ.เปรม ยังขอให้ทุกคนจะต้องทำงานให้คุ้มค่าและคุ้มกับความเป็นคน บุคลากรของกองทัพบกต้องยึดหลักการนี้ เพราะกองทัพบกไม่ร่ำรวย การจะทำอะไรจึงต้องทำโดยให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงดำรงวัฒนธรรมความเป็นไทย รักษาความเป็นท้องถิ่น เช่นการพูดภาษาถิ่น ทุกคนต้องเป็นคนดี และช่วยกันเบียดคนไม่ดีให้ตกเวทีไปให้มากที่สุด

ทั้งนี้ พลเอกเปรม จบการเสวนาในเวลา 10.40 น. พร้อมกล่าวทิ้งท้ายขอบคุณแพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯที่ดูแลตนเองอย่างดี และตนเองจะไม่มีวันลืมพระคุณ ก่อนจะร่วมชมนิทรรศการต่อไป

เกิดเหตุระเบิดที่ศาลเจ้ายาสุคุนิในกรุงโตเกียว


เกิดเหตุระเบิดที่ศาลเจ้ายาสุคุนิในกรุงโตเกียว
เกิดเหตุระเบิดขึ้นภายในห้องสุขาสาธารณะ ภายในบริเวณศาลเจ้ายาสุคุนิในกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
ตำรวจนครบาลกรุงโตเกียวระบุว่า พบเศษสายไฟและแบตเตอรี่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งแรงระเบิดทำให้หลังคาและผนังของห้องสุขาได้รับความเสียหาย
อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นระเบิดขนาดเล็ก แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นความพยายามโจมตีสร้างความเสียหายแก่ศาลเจ้ายาสุคุนิ ซึ่งในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ ทางศาลเจ้ากำลังมีงานเทศกาลนีนาเมะไซ หรือ เทศกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตครั้งแรกของปีเป็นวันแรก ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เดินทางมาเข้าร่วมจำนวนมาก เนื่องจากเป็นวันหยุดของญี่ปุ่นด้วย
มีรายงานว่าทางศาลเจ้ายาสุคุนิได้ประกาศห้ามนำเด็กเข้าภายในบริเวณงานเทศกาลแล้ว เพื่อความปลอดภัย
ทั้งนี้ ศาลเจ้ายาสุคุนิเป็นสถานที่ซึ่งสร้างอุทิศแก่ผู้เสียชีวิตในสงครามของญี่ปุ่น ซึ่งรวมถึงอาชญากรสงครามคนสำคัญ 14 รายด้วย โดยการเข้าสักการะศาลเจ้าแห่งนี้ของบรรดานักการเมืองและผู้นำญี่ปุ่นในแต่ละปี ได้สร้างความไม่พอใจให้กับจีนและเกาหลีใต้อย่างมาก

ล้อมวงเสวนาว่าด้วย "กฎหมาย" จาก4มุมมอง โดย นิธิ-เกษียร-สมภาร-วรเจตน์

22พ.ย.58 มติชน


วันนี้ (22 พฤศจิกายน 2558) มีงานสัมมนาวิชาการประจำปีการศึกษา 2558 ในหัวข้อ "กฎหมายคืออะไร" ที่ห้อง LT 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งจัดขึ้นโดยหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตทางกฎหมายมหาชน มีการให้ความรู้และมุมมองจากหลากหลายสาขา อาทิ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และปรัชญา โดยวิทยากรในงานประกอบด้วย นิธิ เอียวศรีวงศ์, เกษียร เตชะพีระ, สมภาร พรมทา, วรเจตน์ ภาคีรัตน์ และดำเนินรายการโดย ปิยบุตร แสงกนกกุล
ผศ.ดร. ปิยบุตร แสงกนกกุล เริ่มต้นด้วยการกล่าวว่า ในทางนิติศาสตร์ตัวบทกฎหมายไม่ใช่เพียงคำสั่งของรัฐ แต่มีมิติที่มากกว่านั้น ทั้งในทางประวัติศาสตร์ รัฐศาสตร์ ปรัชญา ฯ ซึ่งนั่นคือโจทย์ของวงเสวนาในครั้งนี้ที่จะมาร่วมกันอธิบายว่ากฎหมายคืออะไรในมุมมองต่างๆ

มุมมองประวัติศาสตร์


ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ นักคิด นักเขียน และนักด้านประวัติศาสตร์ชื่อดัง ระบุว่า กฎหมายในสังคมรัฐโบราณมักถือเอากฎที่อยู่เหนือกว่าผู้ปกครองมาใช้ในการปกครอง แต่ต่อมาหลักการนี้ถูกปฏิเสธโดยนักคิดกลุ่มปฏิฐานนิยม (Positivism) ที่เชื่อว่ากฎหมายคือคำสั่งของรัฐที่มีประโยชน์ต่อคนหมู่มาก

นิธิ อธิบายต่อว่า แต่บางสำนักอย่างสำนักตีความก็เชื่อว่า กฎหมายเป็นการอธิบายสังคม เพียงแต่การอธิบายนั้นๆจะต้องได้รับความยินยอมจากมวลชน

"แต่การที่คนพูดอะไรไม่ตรงหู(ของผู้มีอำนาจ)แล้วถูกเรียกไปปรับทัศนคติจะเรียกว่าเป็นกฎหมายหรือไม่เพราะหากจะถือว่าเป็นกฎหมายก็ต้องถือว่าสิ่งนี้เป็นคำอธิบายที่ดีที่สุดในสังคมแล้ว" นิธิ กล่าว

นิธิ เสนอว่า คำสั่งของรัฐที่จะเป็นกฎหมายได้ต้องมี 4 ประการ อันได้แก่

1.ความยินยอมพร้อมใจของประชาชน ซึ่งหมายความรวมถึงกฎหมายต้องปรับเปลี่ยนได้ตามบริบทสังคม
2.กระชับและชัดเจน ผู้บังคับใช้กฎหมายต้องใช้วิจารณญาณส่วนตนให้น้อยที่สุด
3.ไม่เลือกปฏิบัติ ต้องมีความเสมอภาคในการบังคับใช้กฎหมาย
และ 4.ต้องผ่านกระบวนการยุติธรรมที่ยุติธรรม

"แต่ภายใต้ระบอบที่คำสั่งไม่ได้เป็นไปตาม 4 ข้อที่ว่ามา เราจะอยู่กันอย่างไร เราอาจหวังให้มันเป็นเรื่องชั่วคราว วันหนึ่งมันจะหมดไป แต่ผมเสนอว่า หากมีโอกาสเราต้องปฏิรูปกฎหมาย ในแง่ที่ว่าต้องปฏิรูปทั้งศาล อัยการ ตำรวจ เรือนจำ เพราะปัญหาของกฎหมายไทยมันแยะมาก" นิธิ กล่าวทิ้งท้าย

มุมมองรัฐศาสตร์


ศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การปกครองในรัฐสมัยใหม่กระทำผ่านสองอย่างคือ การใช้กำลังบังคับ และการสร้างความยินยอมพร้อมใจ

เกษียร ระบุว่า สำหรับการใช้กำลังบังคับของรัฐสมัยย่อมใช้กฎหมายเป็นฐานในการสร้างความชอบธรรม และใช้ความยินยอมของประชาชนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น

เกษียร อธิบายถึงฐานความชอบธรรมของกฎหมายว่าประกอบด้วยหลักปัจเจกบุคคล และความสมเหตุสมผลของกฎหมายในการปกครอง ซึ่งมองว่าหัวใจหลักของการมีกฎหมายลายลักษณ์อักษรคือการกำกับ กำจัด ควบคุมอำนาจของผู้ทรงอาญาสิทธิ์ในรัฐแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์

"แต่ในสังคมไทยการใช้กฎหมาย แทนที่จะใช้เพื่อกำกับอำนาจของรัฐเพื่อให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ แต่กลับใช้เพื่อเสริมอำนาจรัฐ และลิดรอนสิทธิเสรีภาพ" เกษียร กล่าว

เกษียร กล่าวเพิ่มเติมว่า หัวใจของหลักนิติธรรมคือรัฐบาลต้องมีอำนาจจำกัด หรือพูดอีกอย่างว่าต้องไม่ก้าวล้ำเข้าสู่เส้นของสิทธิเสรีภาพพลเมือง

มุมมองปรัชญา


ศ.ดร.สมภาร พรมทา อาจารย์ภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า กฎหมายคือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นซึ่งในทางปรัชญามักตั้งคำถามว่าการอยู่ในรัฐที่มีกฎหมายกำกับ แต่หากเราไม่ชอบกฎหมายนั้นๆ เราจะอยู่กับมันได้อย่างไร หรือพูดง่ายๆคือ เราจะอยู่ในรัฐอย่างไรกับกฎหมายที่เราไม่ชอบ

"ข้อดีของปรัชญาคือการอยู่กับสิ่งที่ไม่ชอบ แต่เราจะมีหนทางทำให้มันดีขึ้นได้อย่างไร และยังตั้งคำถามด้วยว่าเราจำต้องอยู่ภายใต้อิทธิพลของมันหรือไม่" สมภาร กล่าว

สมภาร ยกตัวอย่างกฎหมายโดยอิงแนวคิดของสำนักปฏิฐานนิยมว่า การอยู่ในสังคมที่มีกฎหมายกำกับ แม้ว่าเราจะไม่ชื่นชอบกฎหมายนั้นๆ แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องอย่าลืมว่า คำสั่งหรือกฎหมายนั้นๆมีอยู่จริง และใช้ได้จริง ซึ่งเราจำต้องยอมรับเพราะมันเป็นของจริงและมีผลจริงต่อชีวิตของเรา

มุมมองนิติศาสตร์


รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เริ่มต้นด้วยการกล่าวติดตลกว่า หากถามว่ากฎหมายคืออะไรก็ขอให้ลองฝ่าฝืนดู แต่เอาเข้าจริงมองว่าคำอธิบายเรื่องกฎหมายคืออะไรยากกว่านั้น เพราะคำถามว่ากฎหมายคืออะไรนั้นถูกตั้งขึ้นกว่า 200 ปีมาแล้วโดยนักปรัชญาชาวเยอรมัน อิมมานูเอล คานท์ ซึ่งจนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้คำตอบที่เป็นอันยุติ

"แต่มองว่าในรัฐสมัยใหม่กฎหมายมีภารกิจมาก ทั้งเพื่อสร้างสันติ ส่งเสริมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสิทธิเสรีภาพ แต่คำถามคือกฎหมายที่ขัดแย้งกับศีลธรรม หรือกฎหมายที่อยุติธรรมจะถือว่าเป็นกฎหมายหรือไม่
" วรเจตน์ กล่าว

วรเจตน์ อธิบายต่อถึงกฎหมายในมุมของสำนักคิดกฎหมายบ้านเมือง และสำนักกฎหมายธรรมชาติที่มีความแตกต่างทางความคิดในบางประเด็น เพราะสำนักแรกมองกฎหมายในมุมมองของโลกแบบปรากฏการณ์ แต่สำนักหลังมองโลกในมุมมองทางคุณค่า จนในยุคหลังได้มีนักคิดที่พยายามผนวกรวมเอาสองสำนักนี้มารวมเข้ากันเพื่ออธิบายว่ากฎหมายคืออะไร

"แต่ปัญหาของกฎหมายไทยคือการขัดกันของหลักการผู้มีอำนาจมักเขียนกฎหมายที่ให้ความชอบธรรมกับการกระทำที่ยังไม่เกิดขึ้นซึ่งขัดกับหลักสามัญสำนึกเพราะเป็นการทำให้สิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นในอนาคตชอบด้วยกฎหมาย เลยเสนอว่าต่อไปถ้าจะเอาให้มากกว่านั้น ก็ควรจะเพิ่มต่อไปเลยว่า การกระทำในอนาคตใดๆ(ของผู้มีอำนาจ) ย่อมชอบด้วยกฎหมายทั้งภพนี้และภพหน้า" วรเจตน์ กล่าวทิ้งท้าย

“พรเพชร”รับมีวิ่งเต้นเป็นธรรมดา โต้ "วิลาศ"



“พรเพชร”รับมีวิ่งเต้นเป็นธรรมดา โต้ "วิลาศ" ลั่นเป็นผู้พิพากษา 35 ปี ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ ซิโน-ไทย ได้เซ็นขยายสัญญา 387 วันสร้างสภาใหม่ รับมีอุปสรรคส่งมอบพื้นที่-กองดินค้างเติ่ง คาดสร้างเสร็จต้น 61
http://www.matichon.co.th/online/2015/11/14482663981448266484l.jpg

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 23 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แถลงกรณีที่นายวิลาศ จันทรพิทักษ์ อดีต ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่ามีการวิ่งเต้นแต่งตั้งโยกย้ายภายในสภาผู้แทนราษฎร ว่า ที่ผ่านมายังไม่นิ่ง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นเพียงผู้รักษาการ จึงมีการวิ่งเต้นเป็นธรรมดา แต่หลังจากที่มีการแต่งตั้งนางสายทิพย์ เชาวลิตถวิล เป็นเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ก็จะเป็นหน้าที่ของเลขาฯที่จะทำทุกอย่างให้เรียบร้อยตามวิธีปฏิบัติ และระเบียบขั้นตอนของรัฐสภา สำหรับที่มองว่าการแก้ปัญหาการทุจริตของสภาล่าช้านั้น ตนไม่มีหน้าที่สั่งการ ทำได้เพียงแค่สั่งการให้เลขาสภาฯ ดำเนินการได้เท่านั้น ไม่สามารถล้วงลูกได้

"ส่วนการก่อสร้างรัฐสภาใหม่ที่มีการพาดพิงผมว่าไปพูดเอื้อประโยชน์ให้ผู้รับเหมาก่อสร้างนั้นขอยืนยันว่าผมไม่มีอำนาจบงการหรือสั่งการใดๆ และไม่เคยพูดเอื้อประโยชน์ให้ผู้รับเหมา แต่เป็นการพูดตามหลักการที่ถูกต้อง และรักษาผลประโยชน์ประเทศ รวมถึงมีหน้าที่เพียงแค่ควบคุมดูแลเท่านั้น ส่วนประเด็นเรื่องค่าโง่นั้น ผมไม่ใช่คนโง่ ตลอดระยะเวลา 35 ปีที่เป็นผู้พิพากษา ผมทำงานด้วยความซื่อสัตย์ และไม่เคยถูกร้องเรียน อยากขอให้นายวิลาศเข้าใจ" นายพรเพชร กล่าว

เมื่อเวลา 13.45 น. ที่ห้องรับรองชั้น 2 อาคารรัฐสภา 1 นางสายทิพย์ เชาวลิตถวิล เลขาสภา นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการบริษัท ซิโน - ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัตคชั่น จำกัด (มหาชน)  ได้ร่วมลงนามขยายเวลาการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ให้กับผู้รับจ้างออกไป 387 วัน จากนั้นนายโชติจุฑา อาจสอน กรรมการบริหารกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ให้สัมภาษณ์ว่า การขอขยายเวลาในครั้งนี้เนื่องจากมีปัญหางานก่อสร้างใน 2 เรื่อง คือ 1. การส่งมอบพื้นที่ที่ไม่เป็นไปตามกำหนด เพราะยังไม่มีการส่งมอบโรงเรียนโยธินบูรณะ ซึ่งคาดว่าจะส่งมอบให้ได้ต้นปีหน้าและสามารถรื้อถอดได้กลางปีหน้า และ 2.การจัดหาที่ทิ้งดิน ที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้หมดทำให้มีดินกองอยู่บริเวณก่อสร้างซึ่งถือเป็นอุปสรรคต่อการก่อสร้างและส่งผลกระทบต่อการป้องกันดินพังที่ส่งผลให้งานต้องล่าช้าออกไปแต่ในขณะนี้ได้มีบริษัทมารับซื้อดินเรียบร้อยแล้วและกำลังที่จะขนย้ายดินออกไป เชื่อว่าภายใน 20 วันน่าจะขนดินหมด

นายโชติจุฑา กล่าวต่อว่า การก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่คืบหน้าไปกว่า 15 เปอร์เซ็นต์ โดยในส่วนของชั้นใต้ดินเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างแล้วเนื่องจากที่ผ่านมามีความล่าช้าเนื่องจากมีปัญหาดินพัง เพราะต้องขุดลงไปลึกชั้นละ 10 เมตร อย่างไรก็ตาม จากการประเมินของทีมที่ปรึกษาฯการก่อสร้างดังกล่าวอาจจะต้องขอขยายเวลาออกไปอีก 2 ครั้ง โดยแต่ละครั้งบอกไม่ได้ว่าจะขยายกี่วัน ซึ่งต้องดูที่ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นและปัญหาในเรื่องดินก็สามารถจัดการได้แล้ว จึงคาดว่าการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่หากไม่มีอุปสรรคอีกน่าจะเสร็จประมาณต้นปี 2561

พญามังกรประกาศสงครามกับกลุ่มไอเอส.

     วันนี้(23พ.ย.) ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนให้คำมั่นต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายภายหลังจากการเสียชีวิตของนายโอเล โยฮัน กริมส์กาอาร์ด-ออฟสตาด วัย 48 ปีชาวนอร์เวย์และนายฟาน จิงหู วัย 50 ปี ชาวจีน

     รัฐบาลจีนเตรียมเข้าร่วมสงครามปราบปรามกลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอสภายหลังจากพลเมืองจีน 4 รายถูกกลุ่มก่อการร้ายสังหาร โดยแถลงการณ์ดังกล่าวของผู้นำจีนมีขึ้นหลังกลุ่มไอเอสได้สังหารนายโอเล โยฮัน กริมส์กาอาร์ด-ออฟสตาด ชาวนอร์เวย์วัย 48 ปีและนายฟาน จิงหู ชาวจีนวัย 50 ปี ซึ่งทั้งสองได้ถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่ตั้งแต่เดือนก.ย.ที่ผ่านมา


     นอกจากนี้เหตุการณ์กลุ่มหัวรุนแรงบุกจับตัวประกันที่โรงแรมเรดิสัน บลู ในกรุงบามาโกของมาลีเป็นเหตุให้มีพลเมืองชาวจีนเสียชีวิต 3 ราย ดังนั้นทางรัฐบาลจีนจึงไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไปได้ออกโรงประณามกลุ่มก่อการร้ายและเรียกร้องให้ประชาคมโลกร่วมมือกันปราบปรามกลุ่มก่อการร้ายให้หมดไป

ข้อมูล http://www.mirror.co.uk/news/world-news/china-declares-war-isis-after-6862200

วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ฝรั่งเศสส่งเรือดำน้ำไปจัดการไอซิส

ฝรั่งเศสส่งเรือดำน้ำไปปราบไอซิสในซีเรีย แถมด้วยหน่วยคอมมานโด (?) ฮิลลารี่เสนอให้สหรัฐฯเอาชนะไอซิสไม่ใช่โค่นอัสซาด, ปธน.อัสซาดบอกว่าจะไม่มีการเปลี่ยนถ่ายทางการเมืองจนกว่าจะปราบผู้ก่อการร้ายได้หมดซะก่อน สหรัฐฯและพวกฝันค้างไปก่อนนะ
(ตอนที่ 1/2)
-----------
จากที่ได้ตั้งคำถามไว้ในตอนท้ายของโพสต์ก่อนหน้านี้ว่า "ไว้ใจฝรั่งเศสได้จริงๆหรือ?" มีอะไรให้น่าสงสัยนอกเหนือจากที่ผู้นำซีเรียได้ออกมาพูดเหมือนกับว่าซีเรียเองก็ยังไม่ไว้ใจท่าทีของฝรั่งเศสเช่นกัน เพราะอะไร ก็นี่ไงครับ "เรือดำน้ำกับหน่วยรบพิเศษคอมมานโด" นี่ไง ขอเกริ่นนำเรื่องที่จะเล่าต่อในโพสต์นี้ดังนี้นะครับ ฝรั่งเศสส่งเรือดำน้ำไปปราบไอซิสในซีเรีย แถมด้วยหน่วยคอมมานโด (?) ฮิลลารี่เสนอให้สหรัฐฯเอาชนะไอซิสไม่ใช่โค่นอัสซาด, ปธน.อัสซาดบอกว่าจะไม่มีการเปลี่ยนถ่ายทางการเมืองจนกว่าจะปราบผู้ก่อการร้ายได้หมดซะก่อน สหรัฐฯและพวกฝันค้างไปก่อนนะ, รัสเซียบอกว่าไม่มีสันติเกิดขึ้นในซีเรียหากปราศจากอัสซาด ใครกล้าโค่นอัสซาดของข้าก็เข้ามา! ฮ่าๆๆ
1.) มาเข้าเรื่องกันเลยนะครับคราวนี้ วันที่ 19 พ.ย.58 Sputnik news พาดหัวข่าวว่า "ขบวนกองทัพเรือของฝรั่งเศสมุ่งหน้าไปยังซีเรียพร้อมส่งเรือดำน้ำไปลาดตระเวนแถวเมดิเตอร์เรเนียนด้วย" (French Naval Group Heading to Syria Sends Sub on Patrol in Mediterranean)
มีเรือดำน้ำของฝรั่งเศสไม่ทราบชื่อกำลังออกลาดตระเวนในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เนื่องจากขบวนกองทัพเรือนำโดยฝรั่งเศส ซึ่งประกอบด้วยเรือรบต่างๆอย่างน้อย 8 ลำ! กำลังเข้าใกล้ชายฝรั่งซีเรีย เพื่อเข้าร่วมในปฏิบัติการต่อต้านผู้ก่อการร้ายไอซิส สำนักข่าว La Provence ของฝรั่งเศสรายงาน
รายงานข่าวบอกว่า เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์เป็นส่วนหนึ่งของกองเรือที่นำโดยเรือบรรทุกเครื่องบิน Charles de Gaulle ส่วนเรืออื่นๆก็ประกอบด้วยเรือฟริเกต Horizon-class, Chevalier Paul และเรือฟริเกต Leopold I ของเบลเยี่ยม
ในสุดสัปดาห์นี้ เรือฟริเกตต่อต้านเรือดำน้ำ F70 type ชื่อ La Motte-Picquet ซึ่งรวมทั้งเรือบรรทุกน้ำมันชื่อ Marne รุ่น Durance-class เรือฟริเกต Aquitaine-class จะเข้าร่วมในกลุ่มด้วย สื่อฯฝรั่งเศสรายงาน คาดว่าเรือรบ HMS Defender จากราชอาณาจักร และเรือฟริเกตของออสเตรเลียจะเข้าให้ความช่วยเหลือเรือ Charles de Gaulle เช่นกัน
[แก๊งเดิมมากันพร้อมหน้าเชียว แต่ลูกพี่ใหญ่ยังไม่ออกหน้า งานนี้ให้ลูกพี่รองรับบทเป็นแม่ทัพใหญ่แต่ในนาม ผู้ที่ชักใยรอสมทบข้างหลัง ให้ลูกกระเป๋งไอ้ห้อยกับไอ้โหนมาประกบฝรั่งเศสเอาไว้ก่อนอ้างว่าเพื่อป้องกันเรือรบของฝรั่งเศส ก็ถามคำถามเดิมอีกนั่นแหละครับ ฝรั่งเศสกลัวไอซิสไปจมเรือบรรทุกเครื่องบินของตัวเองขนาดนั้นเลยหรือ? เป้าหมายจริงๆของแก๊งนี้คืออะไรถ้าไม่ใช่รัสเซียและซีเรีย เรือดำน้ำก็เอามาด้วย อ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของกองเรือนี้ ก็ฟังดูมีเหตุผล
ก็ถ้าฝรั่งเศสมีศักยภาพทั้งในท้องฟ้า (เครื่องบินรบ) บนผืนน้ำ (เรือรบ) ขนาดนั้นแล้วยังจะเอาเรือดำน้ำมาด้วยทำไมเมื่อปากบอกว่าต้องการที่จะเป็นพันธมิตรร่วมมือกับรัสเซีย แถวนั้นตอนนี้ก็มีแต่กองเรือรบจากกองทัพเรือของรัสเซียเท่านั้น คิดหรือว่ารัสเซียจะเอาเรือรบของตนเองไปจอดเป็นเป้านิ่งอย่างเดียว แถวทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยนนั้นคือสนามหญ้าหน้าบ้านอีกแห่งของกองเรือดำน้ำของรัสเซียนะนั่นหนะ งานนี้ถ้ามาแบบนี้แล้วไม่มีใครไว้ใจใครได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกครับ เพราะทุกคนต่างก็เหมือนจะบอกว่ากันไว้ดีกว่าแก้ แย่แล้วจะแก้ไม่ทัน นี่แหละการเมืองระหว่างประเทศของจริง - ผู้แปล]
2.) มาดูอีกข่าวหนึ่งบ้างเกี่ยวกับท่าทีของฝรั่งเศสเช่นกัน วันที่ 19 พ.ย.58 Sputnik news พาดหัวข่าวอีกว่า "ฝรั่งเศสอาจจะส่งหน่วยปฏิบัติการรบพิเศษเข้าไปในซีเรีย - สื่อฯฝรั่งเศสรายงาน" (France May Send Special Operations Force to Syria – French Media) อ่ะ!… เอาเข้าปะ
เฟสแรกของปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในซีเรียได้ช่วยให้สถานการณ์ทางยุทธวิธีในซีเรียมีเสถียรภาพ และขณะนี้กรุงมอสโคว์ก็กำลังเตรียมเข้าสู่ขั้นที่สองเพื่อสนับสนุนการสู้รบที่กำลังดำเนินอยู่ของกองทัพซีเรียต่อต้านกองกำลังของกลุ่มก่อการร้ายไอซิส หนังสือพิมพ์ Le Monde ของฝรั่งเศสกล่าวโดยอ้างผู้แทนจากหน่วยข่าวกรองในกระทรวงกลาโหมของฝรั่งเศส [อ้างแหล่งข่าวผีบอกอีกแล้วครับท่าน - ผู้แปล]
สื่อฯฝรั่งเศสรายงานอีกว่า ท่ามกลางความสำเร็จที่เห็นได้ชัดเจนจากปฏิบัติการทางอากาศของรัสเซียในซีเรีย ฝรั่งเศสอาจจะส่งหน่วยคอมมานโดเข้าไปยังประเทศอาหรับที่กำลังมีปัญหา เช่นเดียวกับที่พวกอเมริกาทำมาก่อนหน้านี้
"ตัวเลือกทั้งหมดมีความเป็นไปได้ทั้งนั้นในขั้นตอนนี้" หนังสือพิมพ์ฝรั่งเศสอ้างแหล่งข่าวจากกระทรวงกลาโหมของฝรั่งเศส
ก่อนหน้านี้ Laurent Fabius รมว.ต่างประเทศของฝรั่งเศสได้กล่าวว่า กรุงปารีสปฏิเสธแนวความคิดที่จะส่งกองกำลังพันธมิตรเข้าไปปฏิบัติการภาคพื้นดินในซีเรีย โดยแย้งว่าความพยายามในการดำเนินการเช่นนั้นอาจจะ "มีผลในทางตรงกันข้ามในที่สุด" (totally counterproductive)
[คุณจะเอายังไงกันแน่ครับคุณฝรั่งเศส? นี่คือหนึ่งในกลยุทธ์การปล่อยข่าวซึ่งมีทั้งจริงและเท็จ ให้ฝ่ายตรงข้ามเดาทางไม่ออก อย่างน้อยก็เป็นการโยนหินถามทาง ทั้งจากฝ่ายพันธมิตรของตนเองและจากฝ่ายตรงข้ามด้วย ถ้ามีเสียงคัดค้านมาก ก็ออกมาพลิกลิ้นว่า ไม่จริ๊งไม่จริง เอาที่ไหนมาพูด ไปเชื่ออะไรกับสื่อฯมโนพวกนั้น แต่ถ้าไม่เกิดการต่อต้านและเห็นว่ามีความเป็นไปได้พร้อมด้วยเสียงแชร์ ก็ทำไมจะไม่รับไว้พิจารณาหละ
เมื่อแนวความคิดนี้อาจจะทำให้ตัวเองได้เปรียบหรือได้ประโยชน์ขึ้นมาบ้าง แต่ก็มีคำถามกลับไปที่ฝรั่งเศสอีกนั่นแหละว่า แล้วฝรั่งเศสจะส่งหน่วยคอมมานโดเข้าไปเพื่ออะไร? จะส่งเข้าไปลอบสังหารผู้นำซีเรียหรือต่อสู้กับผู้ก่อการร้าย? ของสหรัฐฯที่ส่งเข้าไปราว 50 นายอ้างว่าเพื่อไปฝึกให้กองกำลัง FSA ฝ่ายค้านซีเรีย ซึ่งแทบจะแยกไม่ออกระหว่าง FSA กับผู้ก่อการร้าย ฝรั่งเศสจะส่งเข้าไปฝึกให้กับกลุ่มไหน? ขนาดรัสเซียก็ยังไม่ได้ส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าไปเลย แค่มีการเต้าข่าวจากสื่อฯตะวันตกออกมาว่าได้ยินเสียการสนทนากันทางวิทยุเป็นภาษารัสเซียก็มโนไปว่ามีทหารรัสเซียร่วมรบภาคพื้นดินกับกองทัพซีเรีย ซึ่งต่อมาก็ถือทางการรัสเซียออกมาตอกกลับหงายกันไปเป็นแถบๆ ก็ยังไม่เข็ด
และช่วงนั้นรัฐบาลสหรัฐฯและตะวันตกก็ออกมาโวยวายรัสเซียว่าทำอย่างนั้นได้อย่างไร แต่วันนี้สื่อฯฝรั่งเศสบอกว่าจะเอาอย่างสหรัฐฯบ้าง เอาจริงหรือเปล่า? หน่วยรบภาคพื้นดินของซีเรียและเฮชบอลเลาะห์ก็ใช่ย่อยนะครับ ถ้าฝรั่งเศสส่งหน่วยคอมมานโดเข้าไปแล้วจะอยู่ฝ่ายไหนเลือกเอานะ เนี่ยะ มีข่าวปล่อยออกมาอย่าในลักษณะนี้อยู่เรื่อยๆ แล้วจะให้ซีเรียและรัสเซียไว้ใจฝรั่งเศสได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ได้อย่างไร? - ผู้แปล]
3.) มาดูฝั่งอเมริกาบ้างนะครับ พวกนี้จะเล่นมุกไหนกันต่อ ก่อนหน้านี้นางฮิลฯ ออกมาเสนอความคิดเห็นว่าซีเรียไม่ใช่สงครามของคนอเมริกา พวกเราควรถอยออกมาอยู่เบื้องหลัง ฮึ่มมมมม! แล้วที่อิรัคและลิเบียนั่นหละเป็นสงครามของอเมริกาด้วยหรือไง? ทำไมนางฮิลฯถึงไม่บอกให้สหรัฐฯถอยออกมาอย่างกรณีของซีเรียบ้าง?
วันนี้หล่อนมาอีกแล้วครับท่าน 19 พ.ย.58 Sputnik news พาดหัวข่าวว่า "นางคลินตันกล่าวว่า: สหรัฐฯจะต้องมุ่งประเด็นไปที่การเอาชนะไอซิส ไม่ใช่โค่นปธน.อัสซาด ณ จุดนี้" (Clinton: US Must Focus on Defeating ISIL, Not Removing Assad at This Point) เห็นมะ เมื่อกระแสต้านเริ่มแรงมากขึ้นเรื่อยๆ สหรัฐฯจะเริ่มถอย แต่ก่อนที่มาดามฮิลฯจะออกมาพูดแบบนี้ ปธน.โอบาม่าก็ไปพูดที่ APEC 2015 ประเทศฟิลิปปินส์ว่าจะรัสเซียจะต้องร่วมือกับสหรัฐฯในการโค่นปธน.อัสซาดออกจากอำนาจ สองคนนี้อยู่พรรคเดียวกัน นางฮิลฯเคยเป็นรมว.ต่างประเทศของรัฐบาลโอบาม่ามาก่อน
รายงานข่าวบอกว่า "รัฐบาลสหรัฐฯควรจะมุ่งความสนใจไปที่การเอาชนะกลุ่มก่อการร้ายไอซิสมากกว่าขับประธานาธิบดีบาชาร์ อัสซาดของซีเรียออกจาตำแหน่ง" นางฮิลลารี่ คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐฯกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
นางคลินตันกล่าวอีกว่า "จะไม่มีความสำเร็จในความพยายามทางทหารในจุดนี้เพื่อโค่นล้มปธน.อัสซาด สิ่งนั้นจะเกิดขึ้นได้โดยผ่านการบวนการทางการเมืองเท่านั้น ดังนั้น ความพยายามของพวกเราก็ควรที่จะมุ่งไปที่ผู้ก่อการร้ายไอซิส ซึ่งพวกเราจะต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก"
ตามข้อตกลงในกรุงเวียนนาครั้งล่าสุด บอกกว่าการเจรจาอย่างเป็นทางการระหว่างฝ่ายรัฐบาลซีเรีย และกลุ่มฝ่ายค้านจะจัดขึ้นในเดือนมกราคม 2559 ด้วยมุมองที่ว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีภายใน 18 เดือน [นี่เป็นการตกลงกันโดยคร่าวๆ ระหว่างประเทศต่างๆที่มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับซีเรียนะครับ ยังไม่ใช่จากปธน.อัสซาด - ผู้แปล]
[ในคำพูดของหล่อนก็ยังซ่อนใบมีโกนเอาไว้อยู่นะ หล่อนไม่ได้หมายความว่าจะไม่โค่นล้มอัสซาดซะทีเดียวหรอกนะครับ ที่หล่อนเสนอนั้นก็คือมาถึงบัดนี้แล้วการใช้กำลังทางทหารเพื่อโค่นล้มปธน.อัสซาดโดยใช้ไม้แข็งอย่างที่สหรัฐฯเคยใช้มาในอิรัคและลิเบียนั้นจะไม่ได้ผลกับซีเรียซะแล้ว สหรัฐฯจะต้องหันมาเล่นไม้นวมคือทางการเมืองเท่านั้น ก็แสดงว่าหล่อนก็ยังเห็นด้วยกับการโค่นล้มปธน.อัสซาดอยู่ดี เพียงแต่เปลี่ยนวิธีการเท่านั้นเอง เพราะอะไรหล่อนถึงบอกให้ถอย ก็เพราะว่ากองทัพของรัสเซียและซีเรียแกร่งมากในตอนนี้ รัสเซียทุ่มสุดตัวเลยงานนี้ และพยายามจะปิดเกมให้เร็วที่สุดด้วย - ผู้แปล]
รายงานข่าวบอกว่าชะตากรรมของปธน.อัสซาดได้สะดุดในการเจรจาสันติภาพในซีเรียกับกรุงวอชิงตันและพันธมิตรของสหรัฐฯ ที่ยืนยันว่าให้ปธน.อัสซาดก้าวลงจากตำแหน่งให้ได้ แต่กรุงมอสโคว์บอกว่า ประชาชนชาวซีเรียความจะตัดสินอนาคตของปธน.อัสซาดเอง [ไม่ใช่พวกจอมกระสือหิวโหยที่จ้องประเทศเขาจนตาเป็นมันอยู่ในตอนนี้ ถ้าอัสซาดลงจากตำแห่งในตอนนี้ เชื่อเถอะซีเรียแตกแน่ๆ ประชาชนชาวซีเรียทำอพยพไปอยู่ที่อื่นทั้งในค่ายอพยพย และในต่างประเทศจไม่มีวันได้เดินทางกลับเข้าไปอยู่อาศัยในแผ่นดินของตัวเองได้อีกต่อไป
เพราะว่าพวกพันธมิตรจอมปลอมเหล่านั้นจะส่งพวกหัวรุนแรงเข้าไปครอบครองสมบัติและที่ดินของพวกเขาแทน จากนั้น ตุรกี ซาอุดิอาระเบีย การ์ต้า ยูเออี อิสราเอล สหรัฐฯ อียูก็จะแบ่งเค้กกันสนุกปากไปเลย แล้วก็จะทำเป็นเรียกร้องให้ประชาคมโลกช่วยกันบริจาคเงินไปช่วยผู้ลี้ภัยชาวซีเรียตามค่ายอพยพต่างๆ พวกองค์กรสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติก็จะมีงานทำไม่หวาดไม่ไหว งบประมาณก็เพิ่มขึ้น ประชาชนชาวซีเรียก็ไม่สามารถออกไปหางานทำได้ ต้องคอยรับเศษอาหารอยู่ในค่ายผู้อพยพหรือผู้ลี้ภัยอย่างไรจุดมุ่งหมาย
ไม่รู้ว่าสงครามจะจบเมื่อไร เพราะไม่มีอะไรเป็นเครื่องประกันว่าเมื่ออัสซาดก้าวลงจากตำแหน่งแล้ว ผู้่ก่อการร้ายไอซิสและกลุ่มก่อการร้ายต่างๆจะหายไปจากซีเรียได้อย่างไร? สหรัฐฯก็ตอบไม่ได้ เพราะอะไร? เพราะว่าเขาไม่ต้องการให้พวกนั้นหมดไปยังไงหละ แต่ในขณเดียวกันก็อ้างว่าปราบปรามผู้ก่อการร้ายๆๆๆๆ อยู่อย่างนี้ทั้งปีทั้งชาติ ยิ่งปราบก็ยิ่งเยอะ - ผู้แปล]
3.) มาดูฝั่งอเมริกาบ้างนะครับ พวกนี้จะเล่นมุกไหนกันต่อ ก่อนหน้านี้นางฮิลฯ ออกมาเสนอความคิดเห็นว่าซีเรียไม่ใช่สงครามของคนอเมริกา พวกเราควรถอยออกมาอยู่เบื้องหลัง ฮึ่มมมมม! แล้วที่อิรัคและลิเบียนั่นหละเป็นสงครามของอเมริกาด้วยหรือไง? ทำไมนางฮิลฯถึงไม่บอกให้สหรัฐฯถอยออกมาอย่างกรณีของซีเรียบ้าง?
วันนี้หล่อนมาอีกแล้วครับท่าน 19 พ.ย.58 Sputnik news พาดหัวข่าวว่า "นางคลินตันกล่าวว่า: สหรัฐฯจะต้องมุ่งประเด็นไปที่การเอาชนะไอซิส ไม่ใช่โค่นปธน.อัสซาด ณ จุดนี้" (Clinton: US Must Focus on Defeating ISIL, Not Removing Assad at This Point) เห็นมะ เมื่อกระแสต้านเริ่มแรงมากขึ้นเรื่อยๆ สหรัฐฯจะเริ่มถอย แต่ก่อนที่มาดามฮิลฯจะออกมาพูดแบบนี้ ปธน.โอบาม่าก็ไปพูดที่ APEC 2015 ประเทศฟิลิปปินส์ว่าจะรัสเซียจะต้องร่วมือกับสหรัฐฯในการโค่นปธน.อัสซาดออกจากอำนาจ สองคนนี้อยู่พรรคเดียวกัน นางฮิลฯเคยเป็นรมว.ต่างประเทศของรัฐบาลโอบาม่ามาก่อน
รายงานข่าวบอกว่า "รัฐบาลสหรัฐฯควรจะมุ่งความสนใจไปที่การเอาชนะกลุ่มก่อการร้ายไอซิสมากกว่าขับประธานาธิบดีบาชาร์ อัสซาดของซีเรียออกจาตำแหน่ง" นางฮิลลารี่ คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐฯกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
นางคลินตันกล่าวอีกว่า "จะไม่มีความสำเร็จในความพยายามทางทหารในจุดนี้เพื่อโค่นล้มปธน.อัสซาด สิ่งนั้นจะเกิดขึ้นได้โดยผ่านการบวนการทางการเมืองเท่านั้น ดังนั้น ความพยายามของพวกเราก็ควรที่จะมุ่งไปที่ผู้ก่อการร้ายไอซิส ซึ่งพวกเราจะต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก"
ตามข้อตกลงในกรุงเวียนนาครั้งล่าสุด บอกกว่าการเจรจาอย่างเป็นทางการระหว่างฝ่ายรัฐบาลซีเรีย และกลุ่มฝ่ายค้านจะจัดขึ้นในเดือนมกราคม 2559 ด้วยมุมองที่ว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีภายใน 18 เดือน [นี่เป็นการตกลงกันโดยคร่าวๆ ระหว่างประเทศต่างๆที่มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับซีเรียนะครับ ยังไม่ใช่จากปธน.อัสซาด - ผู้แปล]
[ในคำพูดของหล่อนก็ยังซ่อนใบมีโกนเอาไว้อยู่นะ หล่อนไม่ได้หมายความว่าจะไม่โค่นล้มอัสซาดซะทีเดียวหรอกนะครับ ที่หล่อนเสนอนั้นก็คือมาถึงบัดนี้แล้วการใช้กำลังทางทหารเพื่อโค่นล้มปธน.อัสซาดโดยใช้ไม้แข็งอย่างที่สหรัฐฯเคยใช้มาในอิรัคและลิเบียนั้นจะไม่ได้ผลกับซีเรียซะแล้ว สหรัฐฯจะต้องหันมาเล่นไม้นวมคือทางการเมืองเท่านั้น ก็แสดงว่าหล่อนก็ยังเห็นด้วยกับการโค่นล้มปธน.อัสซาดอยู่ดี เพียงแต่เปลี่ยนวิธีการเท่านั้นเอง เพราะอะไรหล่อนถึงบอกให้ถอย ก็เพราะว่ากองทัพของรัสเซียและซีเรียแกร่งมากในตอนนี้ รัสเซียทุ่มสุดตัวเลยงานนี้ และพยายามจะปิดเกมให้เร็วที่สุดด้วย - ผู้แปล]
รายงานข่าวบอกว่าชะตากรรมของปธน.อัสซาดได้สะดุดในการเจรจาสันติภาพในซีเรียกับกรุงวอชิงตันและพันธมิตรของสหรัฐฯ ที่ยืนยันว่าให้ปธน.อัสซาดก้าวลงจากตำแหน่งให้ได้ แต่กรุงมอสโคว์บอกว่า ประชาชนชาวซีเรียความจะตัดสินอนาคตของปธน.อัสซาดเอง [ไม่ใช่พวกจอมกระสือหิวโหยที่จ้องประเทศเขาจนตาเป็นมันอยู่ในตอนนี้ ถ้าอัสซาดลงจากตำแห่งในตอนนี้ เชื่อเถอะซีเรียแตกแน่ๆ ประชาชนชาวซีเรียทำอพยพไปอยู่ที่อื่นทั้งในค่ายอพยพย และในต่างประเทศจไม่มีวันได้เดินทางกลับเข้าไปอยู่อาศัยในแผ่นดินของตัวเองได้อีกต่อไป
เพราะว่าพวกพันธมิตรจอมปลอมเหล่านั้นจะส่งพวกหัวรุนแรงเข้าไปครอบครองสมบัติและที่ดินของพวกเขาแทน จากนั้น ตุรกี ซาอุดิอาระเบีย การ์ต้า ยูเออี อิสราเอล สหรัฐฯ อียูก็จะแบ่งเค้กกันสนุกปากไปเลย แล้วก็จะทำเป็นเรียกร้องให้ประชาคมโลกช่วยกันบริจาคเงินไปช่วยผู้ลี้ภัยชาวซีเรียตามค่ายอพยพต่างๆ พวกองค์กรสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติก็จะมีงานทำไม่หวาดไม่ไหว งบประมาณก็เพิ่มขึ้น ประชาชนชาวซีเรียก็ไม่สามารถออกไปหางานทำได้ ต้องคอยรับเศษอาหารอยู่ในค่ายผู้อพยพหรือผู้ลี้ภัยอย่างไรจุดมุ่งหมาย
ไม่รู้ว่าสงครามจะจบเมื่อไร เพราะไม่มีอะไรเป็นเครื่องประกันว่าเมื่ออัสซาดก้าวลงจากตำแหน่งแล้ว ผู้่ก่อการร้ายไอซิสและกลุ่มก่อการร้ายต่างๆจะหายไปจากซีเรียได้อย่างไร? สหรัฐฯก็ตอบไม่ได้ เพราะอะไร? เพราะว่าเขาไม่ต้องการให้พวกนั้นหมดไปยังไงหละ แต่ในขณเดียวกันก็อ้างว่าปราบปรามผู้ก่อการร้ายๆๆๆๆ อยู่อย่างนี้ทั้งปีทั้งชาติ ยิ่งปราบก็ยิ่งเยอะ - ผู้แปล]

ผลสอบ ‘ราชภักดิ์’ โดยกองทัพ ผบ.ทบ.ยันไร้ทุจริตกองทัพไม่ผิด



ผลสอบ ‘ราชภักดิ์’ โดยกองทัพ ผบ.ทบ.ยันไร้ทุจริตกองทัพไม่ผิด ส่วนหัวคิวให้ไปถามพล.อ.อุดมเดช

20 พ.ย. 2558 เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ชี้แจงกับสื่อมวลชนถึงผลการสอบข้อเท็จจริง โครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ โดย พล.อ.ธีรชัย  กล่าวว่า ไม่ปรากฏว่ามีการทุจริตแต่อย่างใด การดำเนินการเป็นไปอย่างถูกต้องตามระเบียบ ไม่มีความจำเป็นที่องค์กรตรวจสอบต่างๆ จะต้องเข้าไปตรวจสอบ พร้อมกับย้ำว่ากองทัพไม่ได้ทำอะไรผิด สำหรับนายทหารที่หนีไปต่างประเทศหรือที่ลาออกจากราชการก็ไม่เกี่ยวข้องกับโครงการ เป็นคนละเรื่องกัน แต่หลังจากนี้หากพบว่ามีผู้หาประโยชน์จากโครงการก็จะลงโทษโดยไม่ละเว้น
ทั้งนี้จากการตรวจสอบยังไม่พบว่ามีนายทหารเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริต แต่หากตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่ามีการทุจริตจะสอบสวนต่อ ยืนยันว่าจะไม่ปล่อยเรื่องนี้อย่างแน่นอน ส่วนนายทหารยศพลตรี ที่ยื่นลาออกจากราชการไปก่อนหน้านี้ น่าจะเป็นคนละเรื่อง ไม่เกี่ยวกับโครงการดังกล่าว ขณะที่ พ.อ.คชาชาต บุญดี นายทหารกองทัพภาคที่3 ผบ.ทบ. ยืนยันว่าไม่มีความเกี่ยวข้องเช่นกัน
แต่สำหรับเรื่องของการหักค่าหัวคิวโรงหล่อพระบรมรูปฯ ผบ.ทบ. กล่าวกับสื่อมวลชนว่า เรื่องนี้ต้องไปถามพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร อดีตผบ.ทบ.และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม
ผบ.ทบ. กล่าวเพิ่มเติมว่าควรใช้สติในการติดตามข่าวสอบทุจริตอุทยานแห่งชาติราชศักดิ์ โดยเฉพาะในสังคมออนไลน์ ปล่อยข่าวลือทำให้เกิดความวุ่นวาย
มีรายงานด้วยว่า เจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือบรรดาสื่อมวลชนที่มาติดตามทำข่าวให้เข้าไปในห้องรับรอง 212 ภายในกองบัญชาการกองทัพบกและไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนรายงานสดถ่ายทอดระหว่างที่มีการแถลงของผู้บัญชาการทหารบก แต่อนุญาตให้เพียงการบันทึกเทปนำไปออกอากาศภายหลังเท่านั้น ทั้งนี้รูปแบบการแถลงข่าวจะเป็นการเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนซักถามและตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว
สำหรับการแถลงข่าวครั้งนี้ เกิดขึ้นจากคำสั่งของผบ.ทบ.ที่ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยมีพล.อ.วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล ประธานคณะกรรมการฯ โดยกำหนดระเวลาการสอบสวนเบื้องต้น 7 วัน และครบกำหนดในวันนี้

 

ต่อกรณีคำถามถึงโต๊ะจีนจำหน่ายที่นั่งละล้านจริงหรือไม่นั้น พล.อ.ธีรชัย กล่าวว่า จริง โดยเงินตอนนี้เข้ากองทุน
ส่วนคำถามที่ว่าต้อนไม้ต้นละแสนจริงหรือไม่นั้น พล.อ.ธีรชัย กล่าวว่า ไม่จริง 3 แสน ต้นไม่มีองค์กร สวนนงนุช เขาเอามาบริจาคให้อยู่แล้ว เขามาทำส่วนให้อยู่แล้ว แต่ผู้ที่มาบริจาคก็บอกว่ามีกิจกรรมแล้วกัน เอาต้นไม่ไปปลูกคนละต้นแล้วกัน ที่ให้มา 3 แสนนี้เอาป้ายชื่อไปปักให้
สำหรับการดำเนินการของอุทยานต่อไปนั้น พล.อ.ธีรชัย กล่าวว่ายังเหลือพิพิธภัณฑ์อยู่ จะทำให้ดีที่สุด
"เอาให้ตายไหม จะเอาขนาดประหารชีวิต 7 ชั่วโคตรไหม ถามอย่างนี้ คือดูบ้าง ดูเจตนาคนบ้าง ครับ จะอยู่กันยังไง มันจะมีความสุขกันยังไง เล่นกันเอาขนาดนี้ เขาไม่มีอะไร เขาไม่ได้ทำอะไรก็จะให้เขาผิดให้ได้ เขาอยู่เฉยๆ เขาเจตนาดีก็จะให้ผิดให้ได้ สังคมไทยมันเป็นอะไรกันตอนนี้" พล.อ.ธีรชัย กล่าว
ต่อกรณีคำถามที่ให้ ผบ.ทบ.ประกาศผ่านสื่อได้ไหมว่าขอให้ประชาชนที่มีเบาะแสเปิดเผยข้อมูลออกมาโดยไม่ต้องเกรงกลัวอะไรทั้งสิ้นนั้น พล.อ.ธีรชัย กล่าว่า "คงไม่ต้องบอกมั้ง ถ้ามีก็มาสิ"
ต่อคำถามที่ว่าสุดท้ายแล้วจะมีการรายงานเรื่องทั้งหมดให้นายกรัฐมนตรีทราบหรือไม่นั้น พล.อ.ธีรชัยกล่าว่า ไม่ต้อง เรื่องภายในกองทัพบก

ไพศาลบอก ปม ราชภักดิ์ แผนร้ายเล่นงานรัฐบาล



ไพศาลบอก ปม ราชภักดิ์ แผนร้ายเล่นงานรัฐบาล
20 พ.ย.58 นายไพศาล พืชมงคล อดีตสมาชิกวุฒิสภา และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊คส่วนตัว "Paisal Puechmongkol" ระบุว่า ก็บอกไว้ก่อนแล้วไงว่า แผนร้ายใช้เรื่องอุทยานราชภักดิ์เพื่อล้มรัฐบาล ล้ม คสช.และล้มเจ้านั้น ในที่สุดก็ไปไม่รอด วันนี้ผู้บัญชาการทหารบกแถลงผลสอบชัดเจนแล้วว่า ไม่มีการทุจริต
แผนร้ายนี้ลึกแต่หลวม เพราะ 1.ถูกจับทางได้ตั้งแต่ไก่โห่ว่า โยงมั่ว คือโยงเรื่องหมอหยอง และเรื่องมาตรา 112 กับเรื่องอุทยานราชภักดิ์ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกันเลย ทำให้เห็นเจตนาร้ายและถูกจับทางได้ตั้งแต่ต้น เป็นแต่ว่าข้าราชการประจำเขาไม่อยากโต้เถียงอะไรด้วย จึงได้ใจ ขยายผลทางสื่ออย่างกว้างขวาง
2.กองทัพบกเป็นเจ้าของสถานที่ อนุญาตให้ใช้สถานที่สร้างอุทยานราชภักดิ์ ส่วนผู้ดำเนินการคือมูลนิธิซึ่งเป็นเอกชน เมื่อสร้างเสร็จแล้วก็ต้องมอบให้กองทัพบกรับไปดูแลรักษาต่อไป ตอนนี้เสร็จแล้ว กองทัพบกยังต้องตรวจสอบว่าเป็นอย่างไร จึงจะรับมาดูแลรักษาบำรุงต่อไปได้ อย่างนี้กองทัพจะไปเกี่ยวข้องหรือทุจริตที่ตรงไหน? ตรงนี้แหละที่ถูกฉะว่าต้องฟังอย่างมีสติ เพราะแผนร้ายนี้มุ่งให้คนขาดสติ ด้วยรู้ใจคนไทยยามนี้ว่าเกลียดคอร์รัปชั่น
3.มูลนิธิเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ ไม่มีฐานะเป็นเจ้าพนักงาน จึงไม่มีทางที่จะถูกกล่าวหาว่าคอร์รัปชั่นในวงราชการได้ แต่คนคิดแผนร้ายไม่จำแนกแยกแยะ คิดเอาหลวมๆ เอาแค่ให้เป็นกระแสเพื่อถล่มรัฐบาล ถล่ม คสช.มันจึงหลวมไงล่ะเจ้านาย!
4.ระยะเวลาการดำเนินงานสร้างพระบรมรูปนั้น มีความจำเป็นต้องทำให้แล้วเสร็จในเวลาอันสั้นราว 6 เดือน จึงดำเนินการในนามของมูลนิธิ เพื่อให้เกิดความคล่องตัว ซึ่งเป็นเจตนาร่วมกันเพื่อถวายความจงรักภักดี และยังมีเอกสารสำคัญที่ถ้าหากนำมาอ้างอิงก็จะหงายท้องกันตรึม แต่พวกทหารเขาหน้าบาง เขาไม่อ้างไม่อิงอะไร ยอมให้ถูกเล่นเสียจนอ่วม มันก็เป็นอย่างนี้แหละพีน้องเอ๊ย ผ้าขาวไหนเลยจะสู้ผ้าเช็ดพื้นได้
5.การสร้างพระบรมรูปขนาด 7 เท่าตัวขององค์จริงนั้น เป็นขนาดสร้างพระบรมรูปที่ใหญ่ที่สุดในโลก โรงหล่อโรงเดียวทำไม่ทัน ต้องใช้หลายโรง ต่างคนต่างทำ ตามสภาพและสถานการณ์ที่เหมาะสมกับพระบรมรูปแต่ละองค์ พร้อมด้วยการขนส่งที่ยากลำบากเป็นทางไกล ใครว่าถูก ว่าแพง ก็มโนเอาตามใจ แต่ของจริงทำกันอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ข่าวที่ว่าเซียนพระไปเรียนค่านายหน้าจากโรงหล่อ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชั่นที่ตรงไหน เซียนพระก็เป็นเอกชน โรงหล่อก็เป็นเอกชน เอกชนเรียกค่านายหน้ากัน มันก็มีอยู่ทั่วไป แม้กฎหมายแพ่งก็ยังบัญญัติรองรับไว้ ตรงนี้จึงว่าโยงมั่วไงล่ะครับ เพราะไม่ได้เกี่ยวกับกองทัพบก
ผมรำคาญรัฐราชการที่ได้แต่อมพะนำ จึงพยายามสอบถามเรื่องราวต่างๆ เพื่อมาสรุปให้มิตรสหายทั้งหลายได้ทราบไว้เป็นเบื้องต้น จะได้ไม่หลงมนต์มายาที่โยงกันมั่วๆ เห็นหรือยังล่ะครับว่าแผนร้ายนี้มีพรรคการเมือง นักการเมือง กำลังแสดงฤทธิ์แสดงเดชกันเป็นการใหญ่ คาดว่าจะเอากันให้ตายในไม้นี้แหละ แต่มันไม่ตายหรอกกกกก จะบอกให้!
รู้ชัดหรือยังละโยมว่า ขี้ผสมข้าว กินไม่ได้ !!!!

คนร้ายยิงระเบิดถล่มโรงแรมชาวมะกันและจับตัวประกันกว่า 170 ชีวิตในประเทศมารี

เดลี่ มิเร่อร์"และ"บีบีซี"รายงานว่า ได้เกิดเหตุร้าย เมื่อกลุ่มคนร้ายได้อาวุธปืนยิงและปาระเบิดถล่มใส่โรงแรมในแห่งหนึ่ง ในกรงบามาโก เมืองหลวง และเชื่อว่าได้จับตัวประกันในโรงแรมกว่า 170 ชีวิต ขณะที่ตร.ได้ล้อมโรงแรมนี้แล้ว
รายงานระบุว่า เกิดเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเช้าตามเวลาท้องถิ่น โดยโรงแรม"เรดิสสัน บลู"ในเมืองหลวงบามาโก ได้ถูกคนร้ายปฏิบัติการโจมตี โดยแหล่งข่าวด้านหน่วยความปลอดภัยเผยว่า คนร้ายได้ยิงกระสุนปืนและปาระเบิดใส่เข้าโรงแรม และมีผู้คนเสียชีวิต 5 ราย จำนวนนี้รวมทั้งชาวต่างชาติด้วย
นอกจากนี้ คนร้ายยังได้จับผู้คนในโรงแรมเป็นตัวประกันกว่า 170 คน ขณะที่ตำรวจได้รุดถึงที่เกิดเหตุแล้ว และได้ล้อมโรงแรมดังกล่าวไว้ โดยสำหรับโรงแรมเรดิสสัน บลู แห่งนี้ ซึ่งมีจำนวน 190 ห้อง ตั้งอยู่ใกล้กับอาคารสำนักงานของรัฐบาลหลายแห่ง และพื้นที่ธุรกิจด้วย
ขณะที่บีบีซีรายงานว่า สถานทูตสหรัฐในเมืองบามาโกได้ทวีตข้อความเรียกร้องให้ชาวอเมริกันในเมืองนี้หาที่หลบซ่อนตัว จากเหตุก่อการร้ายครั้งนี้ และติดต่อครอบครัวตัวเอง ขณะที่ผู้เห็นเหตุการณ์บอกว่า เหตุการณ์ระทึกเกิดขึ้นบนชั้น 7 ของโรงแรม โดยกลุ่มนักรบจีฮัดได้ยิงกระสุนเข้าใส่ระเบียง และจากข้อมูลที่ได้รับ เชื่อว่ามีแขก 140 คน และลูกจ้าง 30 คน ถูกจับเป็นตัวประกัน
ทั้งนี้ รายงานระบุว่า ปัจจุบัน มาลี ได้อยู่ในความดูแลด้านความสงบภายใต้กองกำลังของสหประชาชาติ ภายหลังฝรั่งเศสได้ถอนตัวไปเมื่อปี 2013 หลังจากกลุ่มอัล เคด้า ได้ขู่จะบุกเมืองหลวงประเทศนี้ เมื่อเดือนม.ค. ปี 2013 หลังจากสามารถควบคุมพื้นที่ตอนเหนือไว้ได้
และก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนส.ค.เกิดเหตุมือปืนบุกโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองเซแวร์ ทางตอนกลางของประเทศ และก่อเหตุจับตัวประกัน และสังหารผู้คน 13 ราย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ยูเอ็น 5 ราย ด้วย
สนับสนุนเนื้อหาโดย Matichon
/ นิว..รายงาน

โจมตีและจับตัวประกันในประเทศมาลี


Two gunmen took 170 hostages during an attack at the Radisson Blu Hotel in the Malian capital, Bamako, its owner, Rezidor Hotel Group, said.

Radisson Blu hotel in Bamako
Radisson Blu hotel in Bamako
 
Source: Carlson Rezidor Hotel Group

Those held inside the hotel include 140 guests and 30 employees, Rezidor said in a statement on its website. United Nations forces and Malian government troops are at the scene, UN spokesman Olivier Salgado said by phone from the capital. The French and U.S. embassies confirmed that the attack was underway.

“The attack is ongoing,” Salgado said. “What we know is that the attackers are in the hotel and have automatic weapons.” The French embassy reported “explosions and gunshots” at the hotel and advised its citizens to remain at home.

Mali was plunged into violence after a military coup in March 2012 left a power vacuum that allowed Islamist militants to join with separatists and seize northern areas of the country. While French and UN forces pushed the militants out of most of those strongholds in 2013, the government is struggling to regain authority there.


บิ๊กหมู พลเอกธีรชัย ผบทบ. แถลงไม่ พบทหารทุจริต สร้าง"อุทยานราชภักดิ์"

ฮือฮา..... บิ๊กหมู พลเอกธีรชัย ผบทบ. แถลงไม่ พบทหารทุจริต สร้าง"อุทยานราชภักดิ์" โบ้ยไม่รู้เริ่อง เซียนพระ-ทหาร เรียกค่าหัวคิวโรงหล่อ ให้ไปถาม พลเอกอุดมเดช อดีต ผบทบ.เอง แต่ยันกรรมการสอบฯไม่พบทุจริต ยันยอดเงินบริจาค และยอดใช้จ่ายครบ ตรง มีเอกสาร พร้อมชี้แจงเปิดเผย เผยตรวจสอบ เพื่อที่จะเตรียมรับอุทยานฯมาดูแลเอง แต่ไม่ยุ่งมูลนิธิราชภักดิ์ ของ บิ๊กโด่ง แต่ก็ ไม่ให้มาดูแล อุทยานฯ เพราะ ทบ.จะจัดการดูแลอุทยานฯ เองหมด
เผย จำไม่ได้ยอดรวมบริจาค เท่าใด แต่มีเอกสารครบหมด ตอนนี้เงินบริจาค 33 ล้าน อยู่ที่กองทุนของทบ. ส่วนอีก120ล้าน อยู่ที่ มูลนิธิราชภักดิ์ ส่วนเงินโรงหล่อ จำนวน6 โรง บริจาค20 ล้าน ก็มีหลักฐานชัดเจน ไม่รู้เรื่อง เซียนพระ เรียกหัวคิว
บิ๊กหมู โยน Social media เป็นสาเหตุความวุ่นวาย ปล่อยข่าวลือ เอกสารปลอม กล่าวหาทหาร พัวพันทุจริต"ราชภักดิ์"วอนคนไทยอย่าหูเบา ใช้สติ ในการอ่านข้อมูล ตำหนิสื่อบางกลุ่ม เคยเชียร์พลเอกอุดมเดช แต่ตอนนี้มาโจมตี ก็แปลก เตือน อ่านข่าวต้องมีสติ "คนไม่ผิดก็จะให้ให้ผิดให้ได้"ยันไม่ได้ช่วยเหลือกัน
ยันคณะกก.สอบ สวนที่มี พลเอก วีระณ ฉันทศาสตร์โกศล เป็นประธาน ไม่พบทหารคนใด เอี่ยวทุจริต แม้แต่ผู้การโจ้ พันเอกคชาชาต บุญดี ก็ไม่ทุจริตราชภักดิ์ แต่ผิดเรื่อง อื่น ผิดม.112 แต่จากนี้ทหารคนไหนทำผิด โดนแน่ ไม่ต้องมีใบเสร็จ ฟันเลย

รัสเซียแฉสหรัฐหนุน ISISมานานแล้ว


55eee56ec4618859688b4586โฆษกกระทรวงต่างประเทศรัสเซียเผยว่า อเมริกาให้การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายไอซิสมาเป็นระยะเวลานานมากแล้ว

ตามรายงานของสำนักข่าวอัลอาลัม “Maria Zakharova” โฆษกกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย ได้กล่าวแถลงข่าว ว่า : เห็นได้ว่า กรุงวอชิงตันมีความต้องการที่จะใช้กลุ่มก่อการร้ายกลุ่มต่างๆ ในการโค่นล้มรัฐบาลซีเรียที่ถูกต้องตามกฎหมายของประเทศ

โฆษกกระทรวงต่างประเทศของรัสเซีย ในการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ “Sputnik” จากการตัดสินใจของอเมริกาที่จะจัดตั้งกลุ่มต่างๆในการปฏิบัติการในซีเรีย ในวันที่ 12 และ 13 ของเดือนนี้โดยกล่าวว่า เมื่อสองวันที่ผ่านมา เราได้รับอีเมล์จากสถานทูตอเมริกาในมอสโก ว่า ประเทศนี้มีการวางแผนในการจัดตั้งกลุ่มต่างๆ ในวันที่ 12 และ 13 พฤศจิกายนนี้ ในกรุงเวียนนา และแผนการนี้เป็นสิ่งที่น่าแปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่า ทางกรุงวอชิงตันมิได้ปรึกษาเราเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียได้กล่าวเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนที่จะมีการเริ่มต้นการปฏิบัติการโต้ตอบกลุ่มก่อการร้ายไอซิสในซีเรีย เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา กล่าวว่า ทางพันธมิตรของอเมริกาก็มิได้มีปฏิกิริยาในการโต้ตอบกับกลุ่มก่อการร้ายไอซิส มีเพียงอาการนิ่งเงียบต่อการโต้ตอบกับกลุ่มก่อการร้ายดังกล่าว

Sergey Lavrov กล่าวว่า พันธมิตรของอเมริกานั้น ซึ่งขาดความชอบธรรมจากมติของคณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติซึ่งไม่มีอำนาจและไม่มีส่วนร่วมอันใดในซีเรีย

เขากล่าวเสริมว่า กองทัพของซีเรียมีการปฏิบัติการในการโต้ตอบกับกลุ่มก่อการร้ายไอซิส เพิ่มมากขึ้น เพราะว่า การโต้ตอบกับกลุ่มไอซิสนั้น ไม่เหมาะสมต่อการใช้สองมาตรฐานในหลักการอิสลาม

Lavrov เน้นย้ำอีกว่า: กลุ่มไอซิส ได้รับการสนับสนุนจากประเทศต่างๆในการช่วยเหลือทางอาวุธ ในการเข่นฆ่าสังหารผู้บริสุทธิ์ ซึ่งเหมือนกับสงครามอิรักที่ซัดดัมฮุสเซนได้ก่อไว้ ก็เป็นการวางแผนการเอาไว้อย่างชัดเจน

cats

ที่มา : http://fa.alalam.ir/news/1758963

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

คะแนนท่วมท้น ! สนช. ไฟเขียว ‘วิทยา-สุวณา-วัชรพล-สุรศักดิ์-บุณยวัจน์’ นั่ง 5 กก.ป.ป.ช.ใหม่



คะแนนท่วมท้น ! สนช. ไฟเขียว ‘วิทยา-สุวณา-วัชรพล-สุรศักดิ์-บุณยวัจน์’ นั่ง 5 กก.ป.ป.ช.ใหม่ แทนคนเก่าที่หมดวาระ
PIC sapa 19 11 58 3
ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รายงานว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีการประชุมพิจารณาเพื่อให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แทนตำแหน่งที่ว่าง พร้อมกับได้เสนอรายงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งมาด้วยแล้ว โดยเป็นการประชุมแบบลับ
สำหรับบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. ทั้ง 5 คน ได้แก่ 1.นายวิทยา อาคมพิทักษ์ อดีตรองเลขาธิการ ป.ป.ช. อดีตคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) 2.นางสุวณา สุวรรณจูฑะ ปลัดกระทรวงยุติธรรม อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ 3.พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ อดีตรักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) อดีต สนช. ปี 2557 4.นายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร อดีตอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ และ 5.พล.อ. บุณยวัจน์ เครือหงส์ ประธานกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ซูเปอร์บอร์ด กสทช.) 
ภายหลังการประชุมลับประมาณ 1 ชั่วโมง สนช. มีมติดังนี้ 1.นายวิทยา เห็นชอบ 164 เสียง ไม่เห็นชอบ 11 เสียง งดออกเสียง 12 เสียง 2.นางสุวณา เห็นชอบ 163 เสียง ไม่เห็นชอบ 12 เสียง งดออกเสียง 12 เสียง 3.พล.ต.อ.วัชรพล เห็นชอบ 154 เสียง ไม่เห็นชอบ 24 เสียง งดออกเสียง 9 เสียง 4.นายสุรศักดิ์ เห็นชอบ 173 เสียง ไม่เห็นชอบ 2 เสียง งดออกเสียง 12 เสียง 5.พล.อ.บุณยวัจน์ เห็นชอบ 165 เสียง ไม่เห็นชอบ 11 เสียง งดออกเสียง 11 เสียง จากผู้เข้าประชุม 187 ราย
ผลการลงคะแนนดังกล่าว เท่ากับว่าบุคคลทั้ง 5 ราย ได้รับความเห็นชอบจาก สนช. ด้วยคะแนนเสียงข้างมากให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. แทนตำแหน่งที่ว่างลง ซึ่งหลังจากนี้ประธาน สนช. จะนำรายชื่อทูลเกล้าฯถวายต่อไป
ทั้งนี้กรรมการ ป.ป.ช. ที่หมดวาระการดำรงตำแหน่งมี 5 ราย ได้แก่ นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. (ปัจจุบันเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปประเทศ) นายวิชา มหาคุณ นายภักดี โพธิศิริ นายวิชัย วิวิตเสวี และนายประสาท พงษ์ศิวาภัย 

ลั่น ถ้าเอกสารลับ ปมราชภักดิ์ เป็นของปลอม จะดำเนินการตามกฎหมาย หาต้นตอที่มา



รองโฆษก ตร. ระบุ หากพบว่าเอกสารลับ ผลการตรวจสอบโครงการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ เป็นของปลอมจะดำเนินการตามกฎหมาย ยัน ผบ.ตร. ไม่ได้ไปรับ ผู้การโจ้ แต่ไปตรวจเยี่ยมกำลังพลที่ สภ.เสาหิน
http://www.matichon.co.th/online/2015/11/14479087941447908893l.jpg
พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เห็นเอกสารลับผลการตรวจสอบโครงการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตามสื่อสังคมออนไลน์ และมีการพาดพิงหลายบุคคลทั้งในรัฐบาล และกองทัพบกแล้ว โดยเพิ่งทราบข่าวตามสื่อมวลชนที่นำเสนอเท่านั้น แต่ไม่ทราบในรายละเอียด และยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ ส่วนการตรวจสอบต้องมีผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษเข้ามา แม้กองทัพจะชี้แจงว่าเอกสารดังกล่าวไม่ใช่ของจริง ซึ่งหากตรวจพบว่าเป็นเอกสารปลอมก็จะดำเนินการตามกฎหมายโดยการหาต้นตอของเอกสาร

ส่วนกรณีการเดินทางไปสถานีตำรวจภูธรเสาหิน ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นการลงไปตรวจเยี่ยมกำลังพล เนื่องจากเป็นโรงพักที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร ไม่มีน้ำ และไฟฟ้าใช้ การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปด้วยความลำบาก จึงต้องการเดินทางไปดูด้วยตัวเอง ซึ่งหลังจากนี้จะลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมสถานีตำรวจที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารเช่นนี้อีก พร้อมยืนยันไม่ใช่การเดินทางไปรับพันเอกคชาชาต บุญดี ทหารฝ่ายเสนาธิการประจำกองทัพภาคที่ 3 หรือผู้การโจ้ ตามที่เป็นข่าว

สิบคำถามในคำจอบกลุ่มISISในอิรัก

รุสตั้ม หวันสู[1]
            นับตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา กลุ่มติดอาวุธกลุ่มหนึ่งนามว่า ISIS ได้สร้างความตื่นตะลึงให้คน ทั้งโลก โดยเข้ายึดครองเมืองต่างๆในภาคเหนือของอิรักอย่างสายฟ้าแลบ เริ่มจากเมืองซามาร์รา เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน เมืองโมซุลในคืนวันที่ 9 มิถุนายน และเมืองไทกริตบ้านเกิดของอดีตประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซ็นเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน เหตุการณ์ยิ่งเลวร้ายขึ้นทุกวันและรัฐบาลอิรักกำลังเสียเมืองต่างๆให้แก่กลุ่มกบฏ ISIS อย่างไม่อาจต้านทาน ได้ จนเกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับกลุ่มติดอาวุธ ISIS ว่าพวกเขาคือใครและต้องการทำอะไร และอีกหลายๆคำถามที่ เราจะมาหาคำตอบไปด้วยกัน
[source: Yaser Al-Khodor.Courtesy Reuters]
1. กลุ่ม ISIS คือใคร และมีเป้าหมายอะไร เกี่ยวข้องกับองค์กรอัลกออิดะฮ์ใช่หรือไม่?
            ISIS หรือ ISIL หรือ "The Islamic State in Iraq and al-Sham" แปลว่า "รัฐอิสลามในอิรักและอัล-ชาม (ซีเรีย)" แต่หากเรียก ISIL จะย่อมาจาก "The Islamic State in Iraq and Levant" แปลว่า "รัฐอิสลามในอิรักและเลแวนท์" ซึ่งเลแวนท์ ก็หมายถึงซีเรียเช่นเดียวกัน ดังนั้นในภาษาอังกฤษสามารถเรียกได้ทั้งสองแบบ แต่ในภาษาอาหรับนิยมเรียกชื่อย่อว่า "ดาอิซ" (daesh)        
            ดังนั้นไม่ว่าจะเรียกแบบใด ISIS ก็คือกลุ่มติดอาวุธ ซึ่งประกาศจัดตั้งรัฐที่ยังไม่มีใครรับรอง โดยรวมดินแดนบางส่วนในอิรักและซีเรีย มีเป้าหมายสูงสุดคือ การจัดตั้งรัฐอิสลาม โดยรวมดินแดนในเลแวนท์ ซึ่งนอกจากซีเรียแล้ว ยังรวมถึงเลบานอน อิสราเอล ปาเลสไตน์ จอร์แดน ไซปรัส และภาคใต้ของตุรกีไว้ด้วยกัน
            การก่อตั้ง
            อาจกล่าวได้ว่าการที่สหรัฐอเมริกาและพันธมิตรทำสงครามในอิรักเมื่อปีค.ศ.2003 คือการจุดประทุเชื้อของ ความรุนแรงและการก่อการร้ายในอิรักซึ่งต่อมาได้ลุกลามไปทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง ในต้นปีค.ศ. 2004 กลุ่มติดอาวุธ กลุ่มหนึ่งได้ก่อตั้งขึ้น ใช้ชื่อว่า "ญามาอัต อัต-เตาฮีด อัล-ญิฮาด" หรือ "องค์กรแห่งเอกภาพในการศรัทธา และการญิฮาด"  (The Organization of Monotheism and Jihad- JTJ) มีผู้นำคือนายอบู มูซ๊าบ อัล-ซอรฺกอวี ชาวจอร์แดน
            ต่อมาในเดือนตุลาคมปีค.ศ. 2004 นายซอรฺกอวีได้ประกาศความจงรักภักดี (บัยอะ) ต่อนายอุซมา บินลาดิน ผู้นำองค์กรอัล-กออีดะ นายซอรฺกอวีจึงเปลี่ยนชื่อกลุ่มเป็น "ตันซิม กออีดะ อัล-ญิฮาด ฟี บีลาด อัล-รอฟีดาน หรือ "องค์กรแห่งการญิฮาด ซึ่งมีฐานในประเทศแห่งสองแม่น้ำ" (The Organization of Jihad's Base in the Country of the Two Rivers- TQJBR) แม้การยอมรับต่อองค์กรอัล-กออีดะ จะทำให้กลุ่มนี้ได้รับการขนานนามว่า กลุ่มอัล-กออีดะฮ์แห่งอิรัก (Al-Qaeda in Iraq- AQI) แต่กลุ่มนี้ก็ไม่เคยใช้ชื่อดังกล่าวแทนชื่อกลุ่มนอกจากชื่อที่ประกาศใช้เป็นทางการ[2]
            ในเดือนมกราคมปีค.ศ. 2006 กลุ่มดังกล่าวได้เข้ารวมกับกลุ่มติดอาวุธอีกหลายกลุ่มในอิรักภายใต้องค์กรที่มีชื่อว่า "สภาที่ปรึกษามูญาฮีดีน (The Mujahijdeen Shura Council) และในเดือนมิถุนายนปีเดียวกันนี้เอง กองกำลังของสหรัฐฯได้ ลอบสังหารนายซอรฺกอวี
            ต่อมาวันที่ 13 ตุลาคม ค.ศ. 2006 ทางกลุ่มได้เปลี่ยนชื่อเป็น "เดาลัต อัล-อิรัก อัล-อิสลามียะ" หรือ "กลุ่มรัฐอิสลามแห่งอิรัก" (Islamic State of Iraq- ISI) ภายใต้การนำขอนายอบู อับดุลเลาะห์ อัล-รอชิด อัล-บักดาดี (Abu Abdullah al-Rashid al-Baghdadi) โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนคือ การปลดปล่อยดินแดนของชาวมุสลิมนิกายซุนนีจากการกดขี่ และยึดครองของกลุ่มชีอะฮ์และต่างชาติ กลุ่ม ISI ในอิรักมีแกนนำระดับสูงอีกคนที่เป็นชาวอียิปต์คือนาย อบู อัยยุบ อัล-มาสรี (Abu Ayyub al-Masri) ซึ่งต่อมาแกนนำทั้งสองก็ถูกสังหารในปฏิบัติการทางการทหารของสหรัฐฯและอิรัก เมื่อเดือนเมษายน ปีค.ศ. 2010 นายอบูบักรฺ อัล-บักดาดี จึงขึ้นเป็นผู้นำจนถึงปัจจุบัน
            วันที่ 9 เมษายน ปีค.ศ. 2013 ภายหลังจากกลุ่ม ISI ขยายปฏิบัติการไปยังประเทศซีเรียเพื่อล้มรัฐบาลนายบาชัร อัล-อัซซาด กลุ่ม ISI จึงเปลี่ยนชื่อเป็น "รัฐอิสลามแห่งอิรักและอัล-ชาม (ซีเรีย) ดังชื่อในปัจจุบัน โดยใช้ชื่อย่อว่า ISIS หรือ ISIL นิยมเรียกชื่อย่อในภาษาอาหรับว่า "ดาอิซ" (Daesh)
            อย่างไรก็ตามสายสัมพันธ์กับองค์กรอัล-กออีดะฮ์ที่มีมายาวนานก็ขาดสะบั้นลงในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2014 ภายหลังจากกลุ่ม ISIS แสดงความท้าทายต่อองค์กรอัล-กออีดะอ์ โดยประกาศต้องการควบรวมกลุ่มอัล-นุสรอ ซึ่งเป็นกลุ่ม ติดอาวุธของอัล-กออีดะฮ์อีกกลุ่มในซีเรียเข้ากับ ISIS นับเป็นครั้งแรกที่องค์กรสาขาของอัล-กออีดะฮ์แสดงความกระด้าง กระเดื่องต่อองค์กรแม่
            นายบารัค เมนเดลซอน (Barack Mendelsohn) นักวิชาการรัฐศาสตร์ วิทยาลัยฮาเวอร์ฟอร์ด (Haverford College) กล่าวว่า "ตลอดระยะเวลาหลายปี มีหลายสัญญาณที่บ่งชี้ถึงความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ระหว่างอัล-กออีดะฮ์กับ ISIS ซึ่งถูกมอง ว่าปกครองยาก" โดยเมนเดลซอนก็ได้อธิบายถึงความสัมพันธ์ระหว่างสององค์กรว่า "ดำเนินความสัมพันธ์บนพื้นฐานของ ผลประโยชน์มากกว่าอุดมการณ์"[3]
            ปัจจุบันองค์กรอัล-กออีดะฮ์และ ISIS ได้เปลี่ยนสภาพจากองค์กรแม่-ลูกมากำลังกลายเป็นคู่ขัดแย้งที่แข่งขันกัน เผยแพร่อิทธิพลต่อกลุ่มอิสลามสุดโต่งทั่วโลก ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านมองว่ากลุ่ม ISIS จะเข้ามาเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลในระดับ โลกแทนองค์กรอัล-กอดีอะฮ์ในไม่ช้า
            เป้าหมาย
            ชื่อของกลุ่มบ่งชี้เป้าหมายของกลุ่มคือ เพื่อจัดตั้งรัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย ดังเช่นพลเอก เรย์ ออเดียโน (Ray Odierno) ผู้บัญชาการทหารสหรัฐฯประจำอิรักกล่าวว่า "พวกเขาต้องการทำให้รัฐบาลอิรักเป็นง่อย และพวกเขาต้องการ จัดตั้งรัฐอิสลามในอิรัก"[4]
            อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์หลายคนมองว่ากลุ่ม ISIS จะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายในระยะเวลาอันใกล้นี้ได้ เพราะกลุ่ม ISIS ไม่แข็งแกร่งพอที่จะโค่นล้มรัฐบาลอิรักและซีเรียได้ในปัจจุบัน แต่สิ่งที่น่าจับตามองก็คือ พลังแห่งการ เปลี่ยนแปลงและการเผยแพร่แนวคิดอิสลามนิยมที่ไม่อาจหยุดยั้งได้
            จำนวน
            นิตยสารดิ อีโคโนมิสต์ รายงานว่ากลุ่ม ISIS มีกองกำลังมากกว่า 6,000 คนในอิรัก และ 3,000-5,000 คนในซีเรีย ซึ่งรวมถึงกองกำลังต่างชาติหรือนักรบมูญาฮีดดีนนานาชาติอีกกว่า 3,000 คน ในจำนวนนี้กว่า 1,000 คนมาจากเชชเนีย และราว 500 คน มาจากชาติตะวันตกเช่นฝรั่งเศสและอังกฤษ[5] มีรายงานว่ากลุ่ม ISIS ยังมีทหารกองหนุนซึ่งเป็นชาวบ้าน อีกกว่า 15,000 คน
            นอกจากการสู้รบแล้ว กลุ่ม ISIS ยังทำกิจกรรมเพื่อสังคมอีกด้วย เช่นงานอาสาสมัคร ครูสอนศาสนา ให้ความรู้ ทางศาสนาแก่ชาวบ้าน แจกอาหารและเงิน ซ่อมถนนและไฟฟ้า[6] มีรายงานว่ากลุ่ม ISIS ได้ประกาศตัดความสัมพันธ์กับ กลุ่มติดอาวุธในอิรักบางกลุ่มที่แสวงหาผลประโยชน์จากการค้าอาวุธและยาเสพติดตามแนวชายแดนประเทศซีเรียและตุรกี กลุ่ม ISIS ประสบความสำเร็จในการใช้สื่อและสังคมออนไลน์เพื่อเข้าถีงมวลชน ผ่านทางสื่อของมูลนิธิอิตติซัม (หัวหน้า นักรบมูญาฮีดีนเชชเนียคือ อุมัร อัล-ชิชานี ติดต่อเข้าร่วมรบผ่านทางอินเตอร์เน็ต)[7]
            นักวิเคราะห์บางคนมองว่ากลุ่ม ISIS มีลักษณะเป็นกองทหารมากกว่ากลุ่มก่อการร้าย เจสสิก้า ลูอิส (Jessica Lewis) ผู้เชี่ยวชาญเรื่องกลุ่ม ISIS จากวอชิงตัน ธิงค์ แทงค์ (Washington Think Tank) กล่าวว่า "นี่คือกองทัพที่เคลื่อนที่ ไปมาระหว่างอิรักและซีเรีย พวกเขายึดครองพื้นที่จำนวนมาก พวกเขามีรัฐบาลเงาทั้งในและรอบๆกรุงแบกแดด มีจุดมุ่ง หมายชัดเจนในการปกครองประเทศ ฉันไม่รู้ว่าพวกเขาต้องการยึดกรุงแบกแดดหรือไม่ หรือต้องการทำลายโครงสร้าง รัฐบาลอิรักแต่ไม่ว่าอย่างไรผลลัพธ์ก็เหมือนกันคือความหายนะของประเทศอิรัก"[8] ลูอิสซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯประจำอิรักและอัฟกานิสถาน อธิบายการทำงานของกลุ่ม ISIS ว่า "มีระบบการบังคับบัญชาและสั่งการจากภาคสนามไปยังศูนย์บัญชาการที่เยี่ยมยอด มีงบประมาณและนักรบจำนวนมาก ซึ่งไม่ได้มีเพียงนักรบต่างชาติ แต่ยังรวมถึงนักโทษแหกคุกอีกด้วย" ขณะที่นายอัยมาน จาเวด อัล-ตามีนี (Aymenn Jawad al-Tamini) ผู้ศึกษาเรื่องการญิฮาดในภูมิภาคตะวันออกกลางมองว่า "พวกเขามีทักษะสูงในการทำสงครามกองโจรในเขตเมือง (Urban Guerrilla warfare) ในขณะที่กองทัพอิรักขาดทักษะการรบในรูปแบบดังกล่าว"[9]
[source: AP]
2. ปัจจัยใดที่ทำให้กลุ่ม ISIS สามารถรักษาอิทธิพลในอิรักได้อย่างมั่นคง?
            ปัจจัยประการแรกที่ทำให้กลุ่ม ISIS ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธชาวมุสลิมนิกายซุนนี สามารถรักษาและขยายอำนาจได้ คือ ความขัดแย้งระหว่างชาวมุสลิมอิรักนิกายซุนนีและนิกายชีอะฮ์
            แม้ประชากรชาวอิรักส่วนมากจะนับถือศาสนาอิสลามนิกายชีอะอ์ แต่ชาวซุนนีคือผู้ที่ปกครองประเทศอย่าง ยาวนาน จนกระทั่งอดีตประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซ็นซึ่งนับถือนิกายซุนนีสิ้นอำนาจในปีค.ศ. 2003 นายซัดดัมได้ทำให้ชาว มุสลิมซุนนีเข้าใจมาตลอดว่า ชาวซุนนีคือประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ ทำให้กระทั่งปัจจุบันชาวซุนนีรู้สึกว่าพวกเขา ถูกชาวชีอะฮ์แย่งอำนาจไปและให้อำนาจแก่พวกเขาน้อยเกินไป[10]
            สงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นภายหลังจากที่สหรัฐฯบุกอิรักในปีค.ศ. 2003 ได้ทำให้ความความขัดแย้งระหว่างนิกาย ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น รัฐบาลที่มีขึ้นภายหลังการโค่นอำนาจระบอบซัดดัม ก็ถูกมองว่าให้อำนาจอย่างมากล้นแก่ชาวชีอะฮ์ ภายใต้ความร่วมมือของสหรัฐฯ รัฐบาลไม่อาจเป็นรัฐบาลของปวงชนทุกหมู่เหล่าได้ ทำให้กระแสความไม่พอใจของ ชาวซุนนีต่อรัฐบาลอิรักยิ่งทวีคูณ ปัจจุบันชาวชีอะฮ์และซุนนีในอิรักไม่มีความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ความขัดแย้งระหว่าง สองกลุ่มนี้ได้กลายเป็นความขัดแย้งที่มีผู้ชนะเพียงคนเดียว (a zero-sum game) เพื่อแย่งชิงอำนาจทางการเมือง[11] หลายครั้งการลุแก่อำนาจและใช้อำนาจโดยพลการของรัฐบาล ได้ต่อเติมไฟแห่งความบาดหมางเช่น เหตุการณ์ตำรวจ ใช้ความรุนแรงเข้าควบคุมตัวผู้ชุมนุมนิกายซุนนีที่ออกมาประท้วงเพื่อเรียกร้องสิทธิของตน
            ดังนั้นตราบใดที่กลุ่มชีอะอ์ยังคงมีอิทธิพลเหนือรัฐบาลอิรักและชาวซุนนีไม่ได้รู้สึกถึงความเป็นธรรมและมีพื้นที่ทางการเมืองที่มากพอ ตราบนั้นกลุ่ม ISIS จะยังคงได้รับคะแนนนิยมในพื้นที่ของชาวซุนนีในภาคตะวันตกเฉียงเหนือต่อไป
            ปัจจัยประการที่สองที่ทำให้กลุ่ม ISIS มีแต้มต่อทางการเมืองในหมู่ชาวซุนนีคือ การดำเนินนโยบายที่ผิดพลาด ของนายกรัฐมนตรีอิรัก
            นายนูรี อัล-อาลีกี นายกรัฐมนตรีของอิรักซึ่งเป็นชาวมุสลิมนิกายชีอะฮ์ เขาได้ทำให้อิรักกลายเป็นรัฐชีอะฮ์[12] เนด พาร์กเกอร์ อดีตสมาชิกสภาความสัมพันธ์ระหว่งประเทศ (CFR) กล่าวว่า การกระชับอำนาจของกลุ่มชีอะฮ์ผ่าน นายกรัฐมนตรีมาลีกี ในช่วงที่สหรัฐฯถอนกำลังทหารออกจากอิรักปลายปีค.ศ. 2011 สร้างความไม่พอใจให้กับชาวซุนนี ซึ่งเป็นชนส่วนน้อย และกลุ่ม ISI คือกลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์จากความรู้สึกไม่เป็นธรรม"[13] รัฐบาลอิรักได้ปฏิเสธ ข้อเรียกร้องของชาวซุนนีที่ต้องการเพิ่มพื้นที่และสิทธิทางการเมือง ในเหตุการณ์การประท้วงรัฐบาล โดยชาวซุนนีในเดือน เมษายนและธันวาคม ค.ศ. 2013 ตำรวจได้สังหารผู้ประท้วงชาวซุนนีที่ประท้วงด้วยความสงบ และใช้กฎหมายต่อต้านการ ก่อการร้ายจับกุมพลเมืองชาวซุนนีจำนวนมาก[14] นายกรัฐมนตรีมาลีกียังได้สร้างพันธมิตร ทางการเมืองกับกลุ่มติดอาวุธชาว ชีอะฮ์อีกหลากลุ่มที่มีเป้าหมายปองร้ายชาวซุนนี
            ด้วยเหตุนี้ทำให้กลุ่ม ISIS ที่ประกาศต่อสู้เพื่อชาวซุนนีได้คะแนนนิยมในหมู่ประชาชนชาวซุนนี นายไมเคิล ไนค์ (Michael Knights) ผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกใกล้ศึกษา สถาบันวอชิงตัน (The Washington Institution for Near East Studies) กล่าวว่า "นายกรัฐมนตรีมาลีกีได้ทำให้โฆษณาชวนเชื่อของกลุ่ม ISIS เป็นจริงและถูกต้อง และรัฐบาลอิรักและ สหรัฐฯเองยังมีส่วนทำให้กลุ่ม ISIS เติบโตอย่างรวดเร็ว จากการปล่อยนักโทษอัล-กออีดะฮ์จากเรือนจำ นอกจากนั้น การถอนทหารสหรัฐฯออกจากอิรักปลายปีค.ศ. 2011 คือการให้พื้นที่หายใจแก่กลุ่ม ISIS เพิ่มขึ้นนั่นเอง"[15]
[source: BBC]
3. กลุ่ม ISIS เป็นกลุ่มต่อต้านรัฐบาลเพียงกลุ่มเดียวในอิรักหรือ?
            กลุ่มติดอาวุธต่อต้านรัฐบาลในอิรักมีอยู่ด้วยกันหลายกลุ่ม กลุ่มต่อต้านที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดนอกเหนือจากกลุ่ม ISIS คือกลุ่ม "ริญาล อัล-ตอริก อัล-นัคชฺบานดี" (JRTN) กลุ่มนี้เป็นกลุ่มติดอาวุธนิกายซุนนีที่มีอุดมการณ์ชาตินิยม ต้องการ ยึดอำนาจคืนจากกลุ่มชีอะฮ์ เพื่อรื้อฟื้นระบอบเผด็จการซุนนีดังสมัยซัดดัม ฮุสเซ็น ต่างจากกลุ่ม ISIS ซึ่งมีอุดมการณ์ เน้นหนักไปทางศาสนา และต้องการตั้งรัฐอิสลามเพื่อรวมชาวซุนนีในอิรักและประเทศรอบๆ สมาชิกของกลุ่ม JRTN คืออดีตสมาชิกพรรคบาธ (Baath) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลสมัยอดีตประธานาซัดดัม ฮุสเซ็น
            แม้กลุ่ม ISIS และ JRTN จะมีอุดมการณ์ต่างกัน แต่มีเป้าหมายเดียวกันคือต่อสู้กับรัฐบาลชีอะฮ์ของนายมาลีกี
            เคิร์ค โซเวล (Kirk Sowell) นักวิเคราะห์ความเสี่ยงทางการเมือง และผู้เชี่ยวชาญการเมืองอิรัก ได้เปรียบเทียบ กลุ่มสองกลุ่มนี้ว่า "แม้กลุ่ม ISIS ไม่ได้ครองใจคนรากหญ้า แต่พวกเขาคือ กลุ่มที่มีระบบการจัดการองค์กรที่ดีที่สุด มีนักรบที่เก่งกาจที่สุด ที่ผ่านประสบการณ์รบในอิรักและซีเรีย อย่างไรก็ตามกลุ่ม JRTN ก็มีการจัดการองค์กรที่ดี เช่นกันแต่ด้อยกว่ากลุ่ม ISIS ในเรื่องจำนวนนักรบและงบประมาณ"[16]
4. กลุ่ม ISIS เอาเงินทุนมาจากไหน?
            กลุ่มรัฐอิสลามในอิรักและซีเรียหรือ ISIS มีการจัดการงบประมาณที่น่าทึ่ง ต่างจากจากกลุ่มติดอาวุธกลุ่มอื่น ในซีเรียและอิรัก ที่อาศัยเงิดอุดหนุนจากต่างชาติ แต่กลุ่ม ISIS สามารถหางบประมาณของตนเอง จากการส่งออกน้ำมัน (จากบ่อน้ำมันที่ยึดครอง) ขายไฟฟ้า (ให้กับรัฐบาลซีเรียซึ่งเป็นศัตรู) และเรียกเก็บภาษีในพื้นที่ยึดครอง    
            ในปีค.ศ. 2012 กลุ่ม ISIS หรือ ISI ณ ขณะนั้น ได้เริ่มทำการยึดบ่อน้ำมันในซีเรีย โดยขายน้ำมันพร้อมส่วนลด ให้กับใครก็ตามที่พร้อมจะจ่าย ดังนั้นการยึดครองบ่อน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในอิรัก คือการเพิ่มเงินทุนของกลุ่ม ISIS นั่นเอง ด้วยการจัดการเรื่องงบประมาณที่ดีเยี่ยมและไม่มีใครเหมือน ทำให้นักรบISISได้รับค่าตอบแทนสูงกว่านักรบกลุ่มอื่นๆ กระทั่งดีกว่าทหารอาชีพในกองทัพอิรักและซีเรีย นี่คือหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้การจัดการองค์กรของกลุ่ม ISIS มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว[17]
            นอกจากการขายน้ำมันจากบ่อน้ำมันที่ยึดครองแล้ว ล่าสุดกลุ่ม ISIS ยังมีรายได้จากการยึดแหล่งเงินในคลังของ ทางรัฐบาลอีกด้วย มีรายงานว่าในการยึดเมืองโมซุล เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ค.ศ. 2014  กลุ่ม ISIS สามารถยึดเงินและ ทองคำ จากตู้นิรภัยของทางรัฐบาล ที่มีมูลค่าสูงถึง 14,000 ล้านบาท หรือ 429 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หน่วยข่าวกรองของอิรัก ประมาณการณ์ว่า นับตั้งแต่กลุ่ม ISIS ทำสงครามต่อต้านรัฐบาลในซีเรียและอิรัก พวกเขามีงบประมาณในคลังสะสมรวม 65,000 ล้านบาท หรือ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ[18] ซึ่งทำให้นิตยสารวอชิงตันโพสต์ระบุว่า กลุ่ม ISIS เป็นกลุ่มก่อการร้าย ที่ร่ำรวยที่สุดในโลก[19] นอกจากนั้นมีรายงานว่ากลุ่ม ISIS ยังสร้างรายได้จากการจัดเก็บภาษีในพื้นที่ยึดครองได้มากกว่า เดือนละ 260 ล้านบาท หรือ 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ[20]
            กลุ่ม ISIS ยังได้รับการสนับสนุนทางด้านงบประมาณและอาวุธจากประเทศซาอุดิอาระเบียและกาตาร์อีกด้วย ดังที่นายกรัฐมนตรีอิรักออกมากล่าวหาชาติทั้งสองในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2014 ว่า ให้การสนับสนุนกลุ่ม ISIS[21] และกลุ่มก่อการร้ายต่างๆเพื่อโค่นล้มรัฐบาลในซีเรีย อียิปต์ และลิเบีย[22] ซึ่งต่อมา ทั้งทางรัฐบาลซาอุดิอาระเบียและกาตาร์ ก็ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยกาตาร์กล่าวตอบโต้รัฐบาลอิรักว่าต้องการเบี่ยงเบนประเด็นจากการบริหาร ประเทศที่ผิดพลาด[23]
            สำหรับอาวุธของกลุ่ม ISIS นั้น ส่วนใหญ่ยึดมาได้จากทหารของอิรักที่พ่ายแพ้ หรือบางครั้งถึงกับทิ้งอาวุธและ วิ่งหนี ดังนั้นอาวุธของ ISIS ส่วนใหญ่ก็คืออาวุธของสหรัฐอเมริกานั่นเอง ตั้งแต่ปืน M16 ปืน M4 คาร์บิน เครื่องยิง    ลูกระเบิด M203 ปืนกล M59-1 M60 และ M240 เครื่องยิงจรวด (อาร์พีจี) พาหนะทางการทหารอย่างรถฮัมวี MRAPs รถถัง T-55 เครื่องยิงขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน ZU-23-2 เป็นต้น[24],[25] ล่าสุดในการยึดเมืองโมซุลเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ค.ศ. 2014 กลุ่ม ISIS ได้ยึดเฮลิคอปเตอร์ UH-60 แบล๊คฮอก  และเครื่องบินลำเลียง อย่างไรก็ตามนายปีเตอร์ เบอมอนท์ (Peter Beaumont) จากหนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดียน (The Guerdian) ให้ความเห็นว่า กลุ่ม ISIS ไม่มีนักบินที่ได้รับการฝึกมา ให้ใช้ อากาศยานเหล่านี้ได้[26]
[source: Haidar Hamdani.AFP.Getty Images]
5. ชาวซุนนี ชีอะฮ์และเคิร์ด ใครได้ผลประโยชน์จากความขัดแย้งครั้งนี้
            อิรักมีประชากรประมาณ 31 ล้านคน มีประชากรที่มีชาติพันธุ์อาหรับคิดเป็นร้อยละ 80 ขณะที่ร้อยละ 15 คือชาวเคิร์ด ที่เหลือร้อยละ 5 คือชาวเติร์กเมน อัสซีเรียนและอื่นๆ
            ชาวอิรักร้อยละ 97 นับถือศาสนาอิสลาม โดยชาวมุสลิมส่วนใหญ่นับถือนิกายชีอะฮ์ คิดเป็นร้อยละ 65 ส่วนชาวมุสลิมที่นับถือนิกายซุนนีคิดเป็นร้อยละ 35 ความแตกต่างทางชาติพันธุ์และความเชื่อทางศาสนาได้ทำให้ ชาวอิรักแบ่งออกเป็นสามกลุ่มคือชาวอิรัก (อาหรับ) นิกายชีอะฮ์ ชาวอิรัก (อาหรับ) นิกายซุนนี และชาวอิรัก (เคิร์ด) ที่แทบทั้งหมดนับถือนิกายซุนนี
            ท่ามกลางความขัดแย้ง ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดจากความขัดแย้งระหว่างกลุ่ม ISIS และรัฐบาลอิรัก ก็คือ ชาวเคิร์ดนั่นเอง นายเคิร์ค โซเวว (Kirk Sowell) ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองอิรักระบุว่า "วิกฤตครั้งนี้ คือเครื่องช่วยชีวิตชาว เคิร์ด"[27]
            ชาวเคิร์ดในอิรักส่วนใหญ่อาศัยอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีสถานะเป็นเขตปกครองตนเองชาวเคิร์ด ทหารเคิร์ดยังแบ่งออกเป็นสองกลุ่มคือกลุ่มที่ฝักใฝ่รัฐบาลอิรักและกลุ่มที่เป็นเอกเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดซึ่งมีจำนวนระหว่าง 80,000 ถึง 240,000 คน
            อย่างไรก็ตามชาวซุนนีและเคิร์ดจนยังไม่เคยขัดแย้งกันรุนแรงถึงขั้นต้องใช้กำลังทางการทหารต่อกัน ล่าสุดการที่กลุ่ม ISIS ยึดเมืองโมซุลซึ่งอยู่ในเขตอิทธิพลของชาวเคิร์ดได้นั้น นายไมเคิล ไนค์ ผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออก กลาง ให้ข้อมูลว่า กลุ่ม ISIS ยึดครองเมืองโมซุลซีกตะวันตกเท่านั้น ส่วนซีกตะวันออก ยังคงอยู่ภายใต้การป้องกันของ ทหารชาวเคิร์ด นอกจากนั้นเขตยึดครองของกลุ่ม ISIS กับเขตปกครองของชาวเคิร์ดก็มีพื้นที่ติดต่อกันในหลายจุด[28]
            นอกจากนั้นชาวเคิร์ดได้ใช้โอกาสในสถานการณ์ที่ยุ่งเหยิงนี้ เข้ายึดเมืองเคอร์คุก (Kirkuk) ซึ่งอยู่ใกล้ บ่อน้ำมัน ขนาดใหญ่ที่กลุ่มเคิร์ดต้องการจะยึดครองมายาวนาน[29] ดังนั้นแม้จะมีความขัดแย้งระหว่างกลุ่ม ISIS และรัฐบาลอิรัก แต่ชาวเคิร์ดเล่นบทเป็นผู้อยู่เหนือความขัดแย้ง แต่ได้รับผลประโยชน์ทางการเมืองและเศรษฐกิจมากที่สุด
[source: Sunni militiamen in 2010. Mahmud Saleh.AFP.Getty Images]
6.กลุ่ม ISIS ยึดครองพื้นที่ในอิรักได้มากแค่ไหน?
            แม้กลุ่ม ISIS จะถือกำเนิดในอิรักแต่ฐานอำนาจที่เป็นเหมือนเมืองหลวงของรัฐที่ไม่ได้รับการรับรอง (unrecognized state) นี้คือเมือง รอกกอ (Raqqa) ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคเหนือของประเทศซีเรีย ล่าสุดกลุ่ม ISIS ได้ยกกำลังเข้ายึด เมืองต่างๆในอิรักโดยยกพลจากเหนือลงใต้ กลุ่ม ISIS ได้ประกาศยึดเมืองต่างๆในอิรักและซีเรียได้แล้วในพื้นที่กว่า 16 จังหวัด ด้วยความยาวจากเหนือจดใต้รวมระยะทางกว่า 500 กิโลเมตร โดยมีขนาดพื้นที่ยึดครองเท่ากับประเทศเบลเยี่ยม[30]

 7.ทำไมกองทัพอิรักที่มีความเหนือกว่าทั้งปริมาณและศักยภาพจึงไม่อาจต้านทานกลุ่ม ISIS ซึ่งมีจำนวนน้อยได้
            เหตุการณ์ลือลั่นที่สร้างชื่อให้กับกลุ่ม ISIS คือการที่กลุ่ม ISIS กรีฑาทัพเข้ายึดเมืองโมซุล ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ ลำดับสองของอิรัก เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ค.ศ. 2014 การต่อสู้ในวันนั้นทหารอิรักที่มีจำนวนมากกว่า 30,000 นาย ต้องทิ้ง อาวุธ วิ่งหนี และพ่ายแพ้ต่อกองกำลัง ISIS ที่มีจำนวนเพียง 800 คน (อัตราส่วน 40:1) นอกจากนั้นยังมีตัวเลข ทหารอิรักที่หนีทัพในแต่ละเดือนนับร้อยคนอีกด้วย[31]
            สาเหตุหลักของความพ่ายแพ้อย่างราบคาบของทหารอิรักนอกเหนือจากความแข็งแกร่งของกลุ่ม ISIS ก็คือ ทหาร อิรักไม่ต้องการสู้และตายเพื่อรัฐบาลอิรัก[32] อีกทั้งความแตกต่างทางนิกายศาสนาได้นำไปสู่ความแตกแยกในหมู่ทหาร ซึ่งมีทั้งชาวมุสลิมนิกายชีอะฮ์และซุนนี นายเจสัน ลูออล (Jason Lyall) ผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อการร้าย มหาวิทยาลัยเยล กล่าวว่า จากการที่กองทัพอิรักแตกออกตามนิกายศาสนา ทำให้ทหารอิรัก ที่เป็นซุนนี ไม่ต้องการจะต่อสู้กับกลุ่ม ISIS ที่เป็น ชาวซุนนีเช่นเดียวกัน พวกเขาไม่ต้องการต่อสู้เพื่อรัฐบาลอิรักซึ่งกดขี่ชาวซุนนี มีรายงานว่าในเมืองโมซุลที่มีประชากร ส่วนใหญ่เป็นชาวซุนนีนั้น แต่การสู้รบนั้นดำเนินในเขตชาวชีอะฮ์
            อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์มองว่าท้ายที่สุดแล้วกลุ่ม ISIS คงไม่อาจยึดครองอิรักทั้งประเทศได้ ด้วยข้อจำกัดด้าน ศักยภาพ ทั้งนี้กลุ่ม ISIS มีกำลังในอิรักเพียง 7,000 คน (ซึ่งอาจเพิ่มขึ้นเมื่อร่วมสู้กับกลุ่มติดอาวุธกลุ่มอื่น) ในขณะที่ทหาร อิรักมีมากกว่า 250,000 คน(รวมทั้งตำรวจ) ซึ่งมีความเหนือกว่ามากทางด้านอาวุธ ปฏิบัติการของกลุ่ม ISIS จะกินพื้นที่ ได้เพียงนอกเมืองแบกแดด ส่วนทางภาคใต้ซึ่งเป็นพื้นที่ของชาวชีอะฮ์จะไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากเหตุความขัดแย้งนี้[33]
            ดังนั้นสาเหตุหลักที่ทำให้กองทัพอิรักอ่อนแอกว่ากลุ่ม ISIS คือความยุ่งเหยิง ไม่เป็นเอกภาพภายในกองทัพ ขาดการจัดการที่ดี และอ่อนด้อยประสบการณ์ และแรงต้านจากประชาชนที่นับถือนิกายซุนนีนั่นเอง
8. มีประเทศใดบ้างที่ให้ความช่วยเหลือกลุ่ม ISIS และรัฐบาลอิรัก
            รัฐบาลอิรักกล่าวหาประเทศซาอุดิอาระเบียและกาตาร์ว่า คือผู้สนับสนุนหลักด้านงบประมาณ แก่กลุ่ม ISIS ซึ่งทั้งสองชาติก็ออกมาปฏิเสธ นอกจากนั้นยังมีการจับตามองไปยังตุรกี ซึ่งมีบทบาทสำคัญ ในฐานะประเทศ หน้าด่านที่เป็นทางผ่านให้บรรดานักรบมูญาฮีดีนทั้งของกลุ่ม ISIS และกลุ่มอื่นๆเดินทางเข้าไปสู้รบในประเทศซีเรีย
            สำนักข่าวฟอกซ์นิวส์ได้รายงานถึงความสัมพันธ์ระหว่างตุรกีกับกลุ่ม ISIS ว่า ตุรกีให้ความช่วยเหลือด้าน งบประมาณ การขนส่ง อาวุธและการฝึก เมื่อนักรบของISISบาดเจ็บจากการสู้รบในซีเรีย พวกเขาจะถูกส่งมารักษาตัวใน โรงพยาบาลที่ตุรกี ดังปรากฏภาพนายอบู มูฮัมหมัด หนึ่งในผู้บัญชาการกลุ่ม ISIS ในซีเรียเข้ารับรักษาตัวในโรงพยาบาล ในเมืองฮาเตย์ (Hatay) เมื่อเดือนเมษายนปีนี้ นอกจากนั้นฝ่ายค้านได้กล่าวหารัฐบาลตุรกีว่ารับซื้อน้ำมันจากกลุ่ม ISIS ด้วยเงิน 25,000 ล้านบาท (800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และกองทัพตุรกีได้ช่วยฝึกอาวุธแก่นักรบกลุ่ม ISIS และกล่าวหาว่า นายกรัฐมนตรีตุรกี ได้หารือเป็นการลับกับนายยาซีน อัล-กอดี (Yasin al-Qadi) ผู้ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่น และเป็นแหล่งเงินทุนให้กับกลุ่ม ISIS[34]
            สำหรับฝ่ายรัฐบาลอิรัก ผู้สนับสนุนหลักนอกเหนือจากสหรัฐฯก็คืออิหร่าน นับตั้งแต่สหรัฐฯถอนกำลังทหาร ออกจากอิรักในปลายปีค.ศ. 2011 เป็นต้นมา ประเทศที่มีส่วนช่วยเหลือรัฐบาลอิรักมากที่สุดก็คืออิหร่าน รัฐบาลอิหร่าน ซึ่งเป็นชีอะฮ์ ไม่ต้องการให้รัฐบาลเพื่อนบ้านชีอะฮ์อีกสองประเทศคืออิรักและซีเรียต้องถูกกลุ่มซุนนีโค่นอำนาจ[35] รัฐบาล อิหร่านต้องการสร้างและรักษาสามเหลี่ยมทองคำแห่งชีอะฮ์ (Shi'a Triangle) คือรัฐบาลชีอะห์ในสามประเทศนอก อิหร่านคือ อิรัก ซีเรียและเลบานอน
            มีรายงานว่าอิหร่านได้ส่งหน่วยรบพิเศษที่มีชื่อหน่วยว่า "กู๊ดส์" (Quds) จำนวน 500 นาย เข้ามาช่วยรัฐบาลอิรัก ต่อสู้กับกลุ่ม ISIS[36] แม้อิหร่านจะออกมาปฏิเสธก็ตาม[37]  ซีไอเอได้ยกให้หน่วยกู๊ดส์เป็นหน่วยปฏิบัติการทางการทหาร ที่เก่งที่สุดหน่วยหนึ่งในภูมิภาคตะวันออกกลาง[38] ปัจจุบันผู้นำของหน่วยประจำอิรักคือนายกอเซ็ม สุไลมานี วอลสตรีท เจอร์นัลรายงานว่า ปัจจุบันนายสุไลมานีกำลังช่วยรัฐบาลอิรัก "จัดการ" กับความขัดแย้งอยู่ในแบกแดด วอลสตรีท ยังกล่าวยกย่องให้หน่อยกู๊ดส์มีความสามารถเหนือว่ากลุ่ม ISIS และรายงานว่ากองกำลังร่วมอิรัก-อิหร่านได้ยึดพื้นที่ เมืองไทกริสซึ่งเป็นบ้านเกิดของซัดดัม ฮุสเซ็น ได้คืนแล้วกว่าร้อยละ 85[39]
            อย่างไรก็ตามความช่วยเหลือของอิหร่านก็เป็นดาบสองคมต่อรัฐบาลอิรัก แม้ด้านหนึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ รัฐบาลอิรักต่อสู้กับกลุ่ม ISIS ต่อไป แต่อีกด้านหนึ่งการเข้ามาของอิหร่านได้สร้างความไม่พอใจให้กับชาวซุนนี[40] ซึ่งแน่นอนว่ากลุ่ม ISIS คือผู้ได้ผลประโยชน์ในสถานการณ์เช่นนี้  นอกจากนั้นความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลอิหร่าน  ยังทำให้กลุ่มชาตินิยมเสื่อมศรัทธาในรัฐบาล ชาวอิรักยังไม่อาจลืมภาพสงครามอิรัก-อิหร่านระหว่างปีค.ศ. 1980-1988
            สุดท้ายแล้ว การช่วยเหลือของอิหร่านเท่ากับเป็นการตอกย้ำคำอธิบายของกลุ่ม ISIS ต่อความขัดแย้งในอิรักว่า สงครามครั้งนี้ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลอิรักกับกลุ่ม ISIS แต่คือสงครามระหว่างชีอะอ์กับซุนนี
[source: Tony Avelar.Christian Science Monitor.Getty Images]
9.มีโอกาสมากน้อยแค่ไหน ที่สหรัฐฯจะใช้ กำลังทหารกับกลุ่ม ISIS?
            สำหรับโอกาสในการใช้กำลังทางการทหารของสหรัฐอเมริกาในอิรักนั้น ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ได้ออกมา ปฏิเสธที่จะส่งกำลังทหารกลับไปประจำการในอิรักอีก แต่ส่งทหารสหรัฐฯจำนวน 300 นายเข้าไปในอิรัก เพื่อเป็นที่ปรึกษา และช่วยฝึกกำลังพลให้แก่กองทัพอิรัก  นอกจากนั้นประธานาธิบดีโอบามายังเปิดทางและแสดงความพร้อมที่จะส่ง อากาศยานไร้คนขับหรือ "โดรน" หรือขีปนาวุธระยะไกล ช่วยเหลือรัฐบาลอิรักในการโจมตีกลุ่ม ISISได้[41]

10. แนวโน้มสถานการณ์ในอิรักจะเป็นอย่างไรต่อไป?
            การเลือกตั้งทั่วไปของอิรักเกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา พรรครัฐบาลเดิมชนะการเลือกตั้งด้วยเสียงท่วมท้น ทำให้นายนูรี อัล-มาลีกี ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อเนื่องเป็นสมัยที่สามนับตั้งแต่ปีค.ศ. 2006 อย่างไรก็ตามไม่ทันที่นาย มาลีกีจะจัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จ กลุ่ม ISIS ก็เริ่มปฏิบัติการสายฟ้าแลบยึดเมืองสำคัญทางตอนเหนือของอิรักได้หลายเมือง ท้าทายอำนาจของรัฐบาลอิรักอย่างมาก พร้อมกับเก้าอี้ตัวเก่าของนายมาลีกีที่กำลังสั่นคลอน
            ท่ามกลางความหลากหลายและขัดแย้งระหว่างชาติพันธุ์และศาสนา ตราบใดที่รัฐบาลอิรักไม่อาจเป็นรัฐบาล ของคนทุกหมู่เหล่าได้ ตราบใดที่อำนาจไม่ถูกกระจายอย่างเท่าเทียม ตราบใดที่ชาวซุนนียังรู้สึกถึงความไม่ชอบธรรม ตราบนั้นอิรักก็ได้แต่นับรอวันเพื่อแตกออกเป็นเสี่ยงๆ กลุ่มติดอาวุธอย่าง ISIS จะยังจะคงมีอิทธิในการเมืองอิรักต่อไป โดยเฉพาะในหมู่ชาวซุนนี ถึงวันนี้ผู้มีอำนาจในการเมืองอิรักควรตะหนักได้แล้วว่าจะยอมถอยเพื่อเดินหน้า หรือจะยืดหยัดสู้ไม่ถอยและรอดูการพังทลายของชาติบ้านเมืองต่อไป
             หลังจากผ่านประสบการณ์ในสนามรบซีเรียมานานหลายปี วันนี้กลุ่ม ISIS คือกองกำลังที่แข็งแกร่งที่ผลิตนักรบ ชั้นยอด และดึงดูดนักรบอาสามูญาฮีดีนได้จากทั่วโลก ไม่ว่าสถานะของกลุ่ม ISIS จะเป็นอะไร ...รัฐอิสลามอิรักและซีเรีย กลุ่มติดอาวุธ กลุ่มกบฏแยกดินแดน หรือกระทั่งกลุ่มก่อการร้าย แต่วันนี้กลุ่ม ISIS ได้ประกาศให้โลกได้รับรู้แล้วว่าพวกเขา คือยอดนักรบที่ข้าศึกต้องหวาดกลัว เชคมูฮัมหมัด อัดนานี โฆษกกลุ่ม ISIS กล่าวถึงความสำเร็จของ ISIS ว่าเป็นตามพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า เขากล่าวว่า "รัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย (ISIS) ไม่ได้เหนือกว่าศัตรูในเรื่อง อาวุธยุทโธปกรณ์ หรือทรัพย์สิน สิ่งเดียวที่เรามีคือความศรัทธาในพระเมตตาของพระผู้เป็นเจ้า"   



[1] นักศึกษาปริญญาเอก สาขาตะวันออกกลางศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมุสลิมอาลีฆัร ประเทศอินเดีย
[2] " Islamic State in Iraq and the Levant "(http://en.wikipedia.org/wiki/Islamic_State_in_Iraq_and_the_Levant). Retrieved 25 June 2014.
[3] Barak Mendelsohn (June 6, 2014). "After Disowning ISIS, al Qaeda is Back On Top". (http://www.foreignaffairs.com/articles/140786/barak-mendelsohn/after-disowning-isis-al-qaeda-is-back-on-top) Foreign Affairs. Retrieved 6 June 2014.
[4] Zack Beauchamp (June 6, 2014). "16 things about ISIS and Iraq you need to know". (http://www.vox.com/cards/things-about-isis-you-need-to-know/what-is-isis). Vox.com. Retrieved 25 June 2014
[6] Zelin, Aaron (17 June 2014). "The Islamic State of Iraq and Syria Has a Consumer Protection Office" (http://www.theatlantic.com/international/archive/2014/06/the-isis-guide-to-building-an-islamic-state/372769/). theatlantic.com. Retrieved 25 June 2014.
[7]Anjarini, Suhaib (1 May 2014). "Chechen jihadists in Syria: The case of Omar al-Shishani"( http://english.al-akhbar.com/content/chechen-jihadists-syria-case-omar-al-shishani#comment-29365). Al-Akhbar. Retrived 23 June 2014.
[8] Carl Vick and Aryn Baker (11 June 2014). " Extremists in Iraq Continue March Toward Baghdad " (http://time.com/2859454/iraq-tikrit-isis-baghdad-mosul/). Time.com. Retrived 23 June 2014.
[9] Carl Vick and Aryn Baker (11 June 2014). " Extremists in Iraq Continue March Toward Baghdad " (http://time.com/2859454/iraq-tikrit-isis-baghdad-mosul/). Time.com. Retrived 23 June 2014.
[10] Zack Beauchamp (June 6, 2014). "16 things about ISIS and Iraq you need to know". (http://www.vox.com/cards/things-about-isis-you-need-to-know/what-is-isis). Vox.com. Retrieved 25 June 2014
[11] Karen Deyoung and Ernesto Londono (12 January 2014). " Obama administration official: Iraq’s Nouri al-Maliki ready to reach out to Sunnis" (http://www.washingtonpost.com/world/national-security/obama-administration-official-iraqs-nouri-al-maliki-ready-to-reach-out-to-sunnis/2014/01/12/d8d87592-7893-11e3-b1c5-739e63e9c9a7_story.html). The Washington Post. Retrieved 25 June 2014.
[12] Marc Lynch (12 June 2014). " How can the U.S. help Maliki when Maliki’s the problem?" (http://www.washingtonpost.com/blogs/monkey-cage/wp/2014/06/12/iraq-trapped-between-isis-and-maliki/). The Washington Post. Retrieved 25 June 2014.
[13] "Foreign Affairs Media Call on Iraq With Max Boot and Ned Parker" (8 January 2014).(http://www.cfr.org/iraq/foreign-affairs-media-call-iraq-max-boot-ned-parker/p32177). Retrieved 26 June 2014.
[14] Human Right Watch, World Report 2014 (http://www.hrw.org/world-report/2014/country-chapters/iraq). Retrieved 25 June 2014.
[15] Zack Beauchamp (18 June 2014). "16 things about ISIS and Iraq you need to know" (http://www.vox.com/cards/things-about-isis-you-need-to-know/what-is-isis). Retrieved 25 June 2014.
[16] Zack Beauchamp (15 June 2014). " A guide to the bitter political fights driving the Iraq crisis"(http://www.vox.com/2014/6/15/5810262/who-are-major-iraqi-political-groups-kirk-sowell/in/5568955). Retrieved 25 June 2014.
[17] Max Fisher (12 June 2014). " How ISIS is exploiting the economics of Syria's civil war" (http://www.vox.com/2014/6/12/5802824/how-isis-is-exploiting-the-economics-of-syrias-civil-war/in/5568955). Retrieved 25 June 2014.
[18] "All you need to know about ISIS and what is happening in Iraq" (http://rt.com/news/166836-isis-isil-al-qaeda-iraq/). RT. 20 JUNE 2014.
[19] " ISIS just stole $425 million, Iraqi governor says, and became the ‘world’s richest terrorist group’"(http://www.washingtonpost.com/news/morning-mix/wp/2014/06/12/isis-just-stole-425-million-and-became-the-worlds-richest-terrorist-group/).The Washington Post. 12 June 2014.
[20] Harith Hasan (24 October 2013)"Al-Qaeda Sinks Roots in Mosul"(http://www.al-monitor.com/pulse/originals/2013/10/al-qaeda-mosul-iraq-sunnis-minorities.html). Almonitor.com. Retrieved 26 June 2014.
[21] " Baghdad slams Saudi Arabia for ‘encouraging genocide’ in Iraq"( http://rt.com/news/166592-saudi-arabia-genocide-iraq/). RT. 17 JUNE 2014.
[22] "Iraqi PM Maliki says Saudi, Qatar openly funding violence in Anbar" (http://www.reuters.com/article/2014/03/09/us-iraq-saudi-qatar-idUSBREA2806S20140309). Reuters. 9 March 2014.
[23] "Saudi Arabia, Qatar reject Iraq's accusation of supporting ISIL"(http://www.liveleak.com/view?i=770_1402960758&comments=1#zjlooGJqyzvkCebP.99). Live Leak. 17 June 2014.
[24] " How did 800 ISIS fighters rout 2 Iraqi divisions?"( http://www.militarytimes.com/article/20140612/NEWS08/306120062/How-did-800-ISIS-fighters-rout-2-Iraqi-divisions-). Military Times . 12 June 2014.
[25] " State of emergency: ISIS militants overrun Iraq city of 1.8mn, free 2,500 prisoners"( http://rt.com/news/165044-militants-seize-mosul-iraq/). RT. 10 June 2014.
[26] Peter Beaumont. " How effective is Isis compared with the Iraqi army and Kurdish peshmerga?"(http://www.theguardian.com/world/2014/jun/12/how-battle-ready-isis-iraqi-army-peshmerga). theguardian.com. Retrieved 25 June 2014.
[27] Zack Beauchamp.(15 June 2014) "A guide to the bitter political fights driving the Iraq crisis"(http://www.vox.com/2014/6/15/5810262/who-are-major-iraqi-political-groups-kirk-sowell). vox.com. Retrieved 25 June 2014.
[28] Zack Beauchamp (18 June 2014). "16 things about ISIS and Iraq you need to know" (http://www.vox.com/cards/things-about-isis-you-need-to-know/what-is-isis). Retrieved 25 June 2014.
[29] Keith Johnson (12 June 2014)" Revenge of the Kurds"( http://www.foreignpolicy.com/articles/2014/06/12/revenge_of_the_kurds).Foreignpolicy.com. Retrieved 25 June 2014.
[30] "All you need to know about ISIS and what is happening in Iraq" (http://rt.com/news/166836-isis-isil-al-qaeda-iraq/). RT.com. 20 JUNE 2014.
[31] " How did 800 ISIS fighters rout 2 Iraqi divisions?"( http://www.militarytimes.com/article/20140612/NEWS08/306120062/How-did-800-ISIS-fighters-rout-2-Iraqi-divisions-). Military Times . 12 June 2014.
[32] "Iraq army capitulates to Isis militants in four cities"(http://www.theguardian.com/world/2014/jun/11/mosul-isis-gunmen-middle-east-states?CMP=twt_gu). theguardian.com. 12 June 2014.
[33] Peter Beaumont (12 June 2014)"How effective is Isis compared with the Iraqi army and Kurdish peshmerga?" (http://www.theguardian.com/world/2014/jun/12/how-battle-ready-isis-iraqi-army-peshmerga). theguardian.com. Retrieved 25 June 2014.
[34] "Iraq crisis: Is Turkey's government supporting ISIS?"(http://www.foxnews.com/opinion/2014/06/19/iraq-crisis-is-turkey-government-supporting-isis/). Foxnews.com. 19 June 2014.
[35] Zack Beauchamp (18 June 2014). "16 things about ISIS and Iraq you need to know" (http://www.vox.com/cards/things-about-isis-you-need-to-know/what-is-isis). Retrieved 25 June 2014.
[36] "ISIS militants still pressing forward in Iraq"( http://edition.cnn.com/2014/06/13/world/meast/iraq-violence/index.html). Cnn.com. 14 June 2014.
[38] Dextr Filkins (30 September 2013) "THE SHADOW COMMANDER" (http://www.newyorker.com/reporting/2013/09/30/130930fa_fact_filkins ). Newyorker.com. Retrieved 25 June 2014.
[39] Zack Beauchamp (11 June 2014) " Al-Qaeda kicked this group out for being too vicious. On Tuesday, they conquered Iraq's second-largest city."( http://www.vox.com/2014/6/11/5800188/who-is-isis-how-they-conquered-mosul). Vox.com. Retrieved 25 June 2014.
[40] Stephen Wicken (May 2013) "Iraq’s Sunnis in Crisis" Middle East Security Report 11 (https://understandingwar.org/sites/default/files/Wicken-Sunni-In-Iraq.pdf). Retrieved 25 June 2014.
[41] "US to send 300 military advisers to Iraq"(http://www.aljazeera.com/news/middleeast/2014/06/obama-rules-out-us-combat-troops-iraq-2014619182147392411.html). Aljazeera.com. 20 June 2014.