PR
วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2559
เพื่อไทยแซงปชป.
วันศุกร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2559
คดีก่อการร้ายในอดีต
บันทึก ก่อการร้ายในประเทศไทย
ในวันที่ 11 มีนาคม 2537 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อ อีซูซุ สีฟ้า ทะเบียน 71-7888 กรุงเทพมหานคร ชนรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า รุ่นทีแซดอาร์ สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มี นายบุญเสริม แสนดี เป็นเจ้าของ โดยอุบัติเหตุเกิดขึ้นใกล้กับห้างเซ็นทรัลชิดลม
ขณะที่ นายบุญเสริม ให้การในตอนนั้นว่า คนขับเป็นแขกอาหรับ พอชนเสร็จก็ควักเงินดอลลาร์ให้ แล้วก็รีบหนีไปทันที ตนจึงแปลกใจในพฤติกรรมจึงรีบแจ้งตำรวจ เนื่องจากเกรงว่าเป็นรถที่ถูกโจรกรรมมา
จากนั้นแทบไม่น่าเชื่อว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจลากรถคันดังกล่าวไปจอดเก็บไว้ที่สน.ลุมพินีนานถึง 7 วัน ก่อนที่เจ้าของรถตัวจริง คือ บริษัท ธรรมวุฒิการขนส่ง จำกัด ได้เข้ามาแสดงตัวว่า เป็นเจ้าของรถ ที่ให้ชาวอาหรับเช่า โดยเข้าใจว่าจะขนของไปในจ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตรวจพิสูจน์ก่อนส่งมอบ ในวันที่ 17 มีนาคม 2537 เมื่อตรวจสอบโดยละเอียด ถึงกับตะลึง เมื่อพบว่า มีระเบิดบรรจุอยู่ในแท็งก์น้ำเหล็กบนกระบะหลังรถบรรทุก 6 ล้อ แท็งก์น้ำมีขนาด 120 เซนติเมตร คูณ 120 เซนติเมตร ภายในบรรจุปุ๋ยแอมโมเนียมไนเตรตคลุกน้ำมันโซล่าไว้แน่นแท็งก์ ท้ายรถกระบะมีกระป๋องน้ำมันโซล่า 4 แกลลอน ใช้ไปแล้ว 2 แกลลอน
เมื่อเจ้าหน้าที่สรรพาวุธ ตักแอมโมเนียมไนเตรตออก พบวัตถุระเบิดชนิดซีโฟร์บรรจุในขวดน้ำอัดลมขนาด 2 ลิตร ขนาด 2 ปอนด์ จำนวน 2 ลูก ภายในมีเชื้อปะทุไฟฟ้า 10 ดอก และยังพบดินระเบิดซีโฟร์ขนาด 1 ส่วน 4 ปอนด์อีก 5 ลูก มีเชื้อปะทุภายในรวม 6 ดอกอีกทั้งยังพบหลักฐานสำคัญ คือ การพบศพ นายชม ทิหล้า อายุ 43 ปี คนขับรถของบริษัท ธรรมวุฒิการขนส่ง จำกัด ถูกห่อด้วยพลาสติก คาดว่าเสียชีวิตมาแล้ว 4-5 วันและสถาบันนิติเวชวิทยา กรมตำรวจ ชันสูตรศพพบว่า รอบบริเวณลำคอมีรอยเป็นแนวคล้ายถูกบีบอย่างแรง ศีรษะบวมมีเลือดคั่ง กระดูกกล่องเสียงหัก
สันนิษฐานว่า...ตายเพราะขาดอากาศหายใจเนื่องจากถูกรัดคอ
จ.ส.ต.สมเกียรติ นาคอ่อน เจ้าหน้าที่ตรวจงานเก็บกู้วัตถุระเบิด กก.3 กองสรรพาวุธ กรมตำรวจ(ชื่อหน่วยงานในสมัยนั้น) บอกว่า ระเบิดแสวงเครื่องที่พบ พร้อมจะระเบิดทุกเวลา หากมีใครมาเคลื่อนที่หรือแตะต้องฟิวส์ ที่ต่อเชื่อมกับแบตเตอรี่ เมื่อกลไกแรกทำงาน แอมโมเนียมไนเตรตที่ผสมกับน้ำมันโซล่า น้ำหนัก 1 ตัน หรือ 1,000 กิโลกรัมก็กลายเป็นดินระเบิดเพิ่มแรงดันอีกเท่าตัว ระเบิดชุดนี้ ถือเป็นระเบิดแสวงเครื่องขนาดใหญ่ที่สุด เท่าที่เคยเห็นมา
ในช่วงที่พบระเบิดครั้งแรก ผู้เชี่ยวชาญระเบิดบอกว่า อำนาจการทำลายสูง สามารถพังตึกได้ทั้งหลัง รัศมีการทำลายไกลถึง 1-2 กิโลเมตร
การสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ในวันที่ 8 มีนาคม 2537 มีชายลักษณะเป็นชาวตะวันออกกลาง พูดไทยได้น้อยมาก รูปร่างอ้วน ผิวดำ สูงประมาณ 178 เซนติเมตร อายุประมาณ 30 ปี มาขอเช่ารถกับ นายถวิล ปวรัตน์วิจิตร เจ้าของบริษัทธรรมวุฒิการขนส่ง จำกัด บอกว่าจะขนสินค้าไปเชียงใหม่ ตกลงกันในอัตราค่าจ้าง 12,000 บาท มัดจำไว้ 500 บาท จนเมื่อเจ้าของรถบรรทุกนำเอกสารมาติดต่อรับรถคืน ...จึงพบระเบิด
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ ครั้งนั้นคาดว่า รถบรรทุกระเบิดมุ่งหน้าสถานทูตสำคัญแห่งใดแห่งหนึ่งและจากนั้น ไม่กี่วันต่อมา เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรอง มอสสาด จากอิสราเอล เดินทางลงตรวจสอบ และเชื่อว่าเป้าหมายรถบรรทุกระเบิดอยู่ที่สถานทูตอิสราเอล ขณะที่ ผู้เชี่ยวชาญจากอิสราเอล ประเมินรัศมีทำลาย รถบรรทุกระเบิดว่า ไม่น่าจะระเบิดได้แค่ 1-2 กิโลเมตร
ขนาดนี้จะมีรัศมีการทำลายล้างไกลไปถึง 7 กิโลเมตร
ผู้เชี่ยวชาญระเบิดฝ่ายไทยบอกว่าอานุภาพของระเบิดแบบนี้ ตึกไม่ว่าจะกี่ชั้นก็ถล่มได้ถ้าอยู่ในที่โล่งอานุภาพก็จะลดลง พร้อมให้ข้อมูล อีกว่า สารแอมโมเนียมไนเตรตที่พบ และระเบิดซีโฟร์ เป็นประจุเพื่อทำลายล้าง หากมีปุ๋ยกับเชื้อปะทุอย่างเดียว อาจทำให้อำนาจการทำลายล้างไม่สมบูรณ์ และแอมโมเนียมไนเตรต ผสมน้ำมันโซล่าหรือเบนซิน เมื่อต่อเข้ากับเชื้อปะทุไฟฟ้าและระเบิดซีโฟร์ จะเป็นระเบิดที่มีชื่อเรียกว่า เอเอ็นเอฟโอ มีลักษณะเป็นดินพลาสติกคล้ายดินน้ำมัน ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น
อย่างไรก็ตาม ในภายหลังมีการรายงานข้อมูลอย่างเป็นทางการ ยืนยันว่าสารประกอบระเบิดไม่ใช่ปุ๋ยแอมโมเนียมไนเตรท แต่เป็นปุ๋ยยูเรีย จึงมีการปรับลดอำนาจการทำลายล้างลง เพราะจะไม่รุนแรงเหมือนกับปุ๋ยแอมโมเนียมไนเตรท ถือว่าเป็นโชคช่วย ที่เหตุการณ์ครั้งนั้นไม่สำเร็จ แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่าผู้ก่อการร้าย สามารถประกอบระเบิด ขนย้ายระเบิดได้ แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยึดรถมาถึง 7 วัน ยังไม่ทราบรายละเอียด มารู้เมื่อตรวจสอบก่อนส่งหลักฐานคืนให้เจ้าของตัวจริง ส่วนคดีในตอนนั้น สุดท้ายศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง พร้อมส่งชาวอาหรับดังกล่าวกลับประเทศไปในทันที
บิ๊กตู่ พบน้องนวลนรดิศ บอกไม่ใช่คนดี แต่ประชาธิปไตยมีปัญหา ทหารต้องมาปกป้อง!
โดยนายกรัฐมนตรีได้ให้โอวาทกับนักเรียนว่าโรงเรียนได้สอนให้รู้จักพื้นฐานในการใช้ความคิด จากบทเรียนต่างๆ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลกำลังสร้างสังคมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและจะทำระบบไอทีโดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศฯ เพื่อเพิ่มระบบการศึกษา ให้สามารถเรียนรู้ผ่านระบบไอซีทีได้ โดยจะต้องขอความร่วมมือคุณครูในการส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตเพื่อเพิ่มพูนความรู้นอกห้องเรียน
นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า ปัจจุบันมีเยาวชนที่จบปริญญาตรีและยังไม่มีงานทำกว่าร้อยละ 40 ดังนั้นจึงต้องมีระบบแนะแนวให้นักเรียนทราบว่าตนเองมีความถนัดด้านใด ก่อนที่จะเลือกคณะสาขาก่อนเข้าระดับอุดมศึกษา ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ยกตัวอย่างสมัยเมื่อตนเรียน ว่าได้มีการสอนการเรียนรู้ให้ตนเย็บผ้า รีดผ้า แกะสลัก หรือกระทั่งเชื่อมเหล็ก ซึ่งตนมีความคิดอยากเป็นทหารตั้งแต่เด็ก เพราะชะตาชีวิตเลือกเดินบนเส้นทางนี้ จึงฝากไปยังเยาวชนให้กำหนดอนาคตของตัวเอง เพราะทุกอย่างชะตาลิขิตไว้ ดังนั้นขึ้นอยู่ที่ใจในการตัดสินใจ และอยากให้เด็กสมัยนี้มีความคิดที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ซึ่งรัฐบาลได้วางแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อทุกคนในอนาคต
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงสมัยที่ตนเรียนที่โรงเรียนวัดนวลนรดิศ และต่อในโรงเรียนเตรียมทหาร ซึ่งโรงเรียนเตรียมทหารไม่ได้สอนให้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่สอนให้เป็นทหาร ทุกวันนี้ที่เข้ามาทำหน้าที่ ตนไม่ใช่คนดี ตนไม่ใช่คนเก่ง แต่เมื่อประเทศเราเป็นประชาธิปไตย และเมื่อประชาธิปไตยมีปัญหา ทหารจึงเข้ามาพิทักษ์ปกป้อง ไม่ใช่หวงความรับผิดชอบหรือความรักชาติแต่อย่างใด
พร้อมกันนี้ได้ฝากถึงคุณครู ให้สอนนักเรียนในหลักเศรษฐศาสตร์ เศรษฐกิจและความมั่นคง รวมถึงสถานการณ์ทั้งในและนอกประเทศ ไม่ใช่เพียงหน้าที่ของทหารและตำรวจเพียงอย่างเดียว เพราะเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคน และอย่าขัดแย้งกัน ซึ่งรัฐบาลทำทุกวิถีทางให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ ไม่ใช่ตนที่จะปฏิรูปประเทศเพียงคนเดียว เพราะไม่ต้องการเป็นวีรบุรุษหรือดารา แต่อยากได้ความจริงใจ ความเข้าใจจากทุกคน และขอให้เยาวชนในวันนี้เป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต
โฆษกศาลยธ. เผยเตรียมเอาผิดกลุ่มแฮกเกอร์ป่วนเว็บศาล ชี้ผิดพ.ร.บ.คอมฯ
โฆษกศาลยธ. เผยเตรียมเอาผิดกลุ่มแฮกเกอร์ป่วนเว็บศาล ชี้ผิดพ.ร.บ.คอมฯ
13 ม.ค.2559 จากกรณีเฟซบุ๊กชื่อ "We Are Annonymous" ประกาศถล่มเว็บไซต์เครือศาลยุติธรรม ประท้วงคำพิพากษาคดีเกาะเต่า และรณรงค์นักท่องเที่ยวเลิกเยือนไทย จนกว่าตำรวจจะเปลี่ยนวิธีการทำคดีที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ จนกระทั่งเมื่อเวลา 18.00 น. ที่ผ่านมา เว็บเกือบ 290 แห่งที่เกี่ยวข้องกับศาลยุติธรรม อาญา แพ่ง อุทธรณ์ เว็บระบบเงินเดือนข้าราชการล่ม (อ่านรายละเอียด) นั้น
สำนักข่าวไทย รายงานว่า นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า จากการตรวจสอบการเชื่อมต่อโครงข่ายข้อมูลหน้าเว็บไซต์สำนักงานศาลยุติธรรมนั้นไม่สามารถใช้งานได้ตั้งแต่เวลา 22.00 น.ของวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยครั้งแรกที่ตรวจสอบพบว่า หน้าเว็บเพจหน้าแรกของสำนักงานศาลยุติธรรม กลายเป็นบนพื้นสีดำ และมีรูปสัญลักษณ์คล้ายหน้ากากสีขาว พร้อมข้อความภาษาอังกฤษ เขียนว่า “ BLINK HACKER GROUP” และ “ Failed Law We Want Justice ! # Boycott Thailand ” และจากการสืบค้นพบว่า “ BLINK HACKER GROUP ” เชื่อมโยงกลุ่มที่ใช้ชื่อ Anonymous Myanmar Hacker ซึ่งเหตุดังกล่าวจนถึงวันนี้ (13 ม.ค.) หน้าเว็บไซต์ของสำนักงานศาลยุติธรรม ยังไม่สามารถเข้าใช้งานได้ตามปกติ แต่ก็เป็นเพียงการที่บุคคลภายนอกไม่สามารถใช้งานได้เท่านั้น แต่ระบบปฏิบัติงานภายในระหว่างสำนักงานศาลยุติธรรมกับหน่วยงานภายในที่เกี่ยวข้องไม่ได้รับความเสียหายใดๆ โดยระหว่างนี้เรายังเฝ้าระวังตรวจสอบหาช่องโหว่ที่จะป้องกันการบุกรุกทางคอมพิวเตอร์ต่อไป และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการแก้ไขให้มีการเชื่อมต่อเพื่อสื่อสารภายในได้
นายสืบพงษ์ โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวอีกว่า สำหรับการตรวจสอบเพื่อหาผู้กระทำผิดนั้น ในส่วนของระบบโครงการข่ายคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่เกิดเหตุสำนักงานศาลยุติธรรม ได้ประสานสำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเลคทรอนิกส์ ซึ่งเป็นองค์กรมหาชน โดยศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ไทยเซิร์ต) ให้ตรวจสอบหาการบุกรุกและช่องโหว่ระบบเครือข่าย ขณะที่การตรวจสอบรายละเอียด IP ADDRESS พบว่ามีประมาณ 10 IP ADDRESS ของผู้ที่เข้ามาบุกรุกระบบโครงข่ายหน้าเว็บไซต์ซึ่งอยู่ในต่างประเทศ แต่ยังไม่ขอระบุรายละเอียดในส่วนนี้
นายสืบพงษ์ โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า การกระทำดังกล่าว ที่ทำให้หน้าเว็บแรกของสำนักงานศาลยุติธรรมเสียหายครั้งนี้ ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ซึ่งมีโทษตาม มาตรา 10 ฐานรบกวน ขัดขวาง ระบบคอมพิวเตอร์ ที่บัญญัติว่า ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวน จนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 12 ผู้ใดกระทำโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการใก้บริการสาธารณะหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ ระวางโทษตั้งแต่ 3 – 15 ปี และปรับ 60,000 – 300,000 บาท โดยสำนักงานศาลยุติธรรม จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดต่อไปภายใต้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฯ
เรื่องที่เกี่ยวข้อง:
Anonymous ถล่มเว็บไซต์ในเครือศาลยุติธรรม ประท้วงคดีเกาะเต่า
ด่วน!! DSIเตรียมเข้าตรวจรถหรูวัดปากน้ำฯ เจ้าคุณประสารชี้เจตนาสร้างมลทินสมเด็จช่วง
พระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จนฺทสาโร) เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย (ศพศ.) เปิดเผยกรณีที่มีกระแสข่าวว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะเข้าตรวจสอบรถโบราณ และรถหรู ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช หลังจากมีผู้ร้องเรียนว่าสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ สะสมรถหรู และรถโบราณ รวมถึงกล่าวหาว่าอาจมีรถจดประกอบไม่ถูกกฎหมายปะปนอยู่ ว่า ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่หวังดีว่าเร็วๆ นี้ ดีเอสไอจะนำสื่อมวลชนเข้าตรวจสอบรถโบราณ และรถหรูของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ทั้งนี้ อาตมาตั้งข้อสังเกตว่าการออกมาตรวจสอบรถหรูของดีเอสไอ ทำไมถึงทำในช่วงที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ หรือผู้ที่อยู่เบื้องหลังมีเจตนาสร้างมลทินให้สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เพื่อหาเหตุผลให้รัฐบาลชะลอการเสนอชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ
ผบ.ทร. นำ ศปมผ.ร่วมลงนามMOU 36 หน่วย รัฐ/เอกชน ไม่ซื้อ นำเข้า จำหน่าย สัตว์น้ำ ผลิตภัณฑ์ประมง ที่ผิดกม. IUU Fishing
ผิดกฎหมาย การใช้แรงงานผิดกฎหมาย และการค้ามนุษย์ มาผลิตในอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำ และจัดจำหน่ายเป็นสินค้าอาหารทะเล นึ้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหากระบวนการด้านประมงตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางให้สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการประมงทั้งหมดมีมาตรฐานสากล อันจะเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ ซึ่งหน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการได้ตระหนักถึงความสำคัญ และเห็นชอบร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาอย่างถึงที่สุด
1. ให้หน่วยงานภาครัฐ และผู้ประกอบการ ร่วมมือกันในการรักษามาตรฐานการประกอบการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน และให้มีการประมงอย่างยั่งยืน โดยผู้ประกอบการจะไม่ซื้อ นำเข้า ส่งออก นำผ่าน จำหน่าย ซึ่งสัตว์น้ำ และผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ ที่ได้จากการทำประมงผิดกฎหมาย การใช้แรงงานผิดกฎหมาย และการค้ามนุษย์ มาผลิตในอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำ
และจัดจำหน่ายเป็นสินค้าอาหารทะเล รวมทั้งจะปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการประมง แรงงาน และการค้ามนุษย์อย่างเคร่งครัด และส่งมอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้แก่หน่วยงานภาครัฐ
2. ให้ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมมือกันในการแลกเปลี่ยนความรู้ จัดกิจกรรม จัดให้มีการบรรยายทางวิชาการ การฝึกอบรม และการศึกษาวิจัยในหัวข้อและโครงการที่เหมาะสม
1. หน่วยงานภาครัฐ จำนวน 12 หน่วยงาน
- ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย
- ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล (ศรชล.)
- กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
- กระทรวงแรงงาน
- กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์
- สำนักงานอัยการสูงสุด
- กรมสอบสวนคดีพิเศษ
- กรมประมง
- กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
- กรมเจ้าท่า
- กรมศุลากากร
- กองบังคับการตำรวจน้ำ
- สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย
- สมาคมการประมงนอกน่านน้ำไทย
- สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย
- สมาคมการประมงทะเลไทย
- สมาคมอุตสาหกรรรมทูน่าไทย
- บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
- บริษัท ยูเนี่ยนโฟรเซน โปรดักส์ จำกัด
- บริษัท อันดามัน ซีฟู้ด จำกัด
- บริษัท ห้องเย็นกู้ดฟอร์จูน จำกัด
- บริษัท แปซิฟิคแปรรูปสัตว์น้ำ จำกัด
- บริษัท เซียนหนิง ซีฟู้ด จำกัด
- บริษัท องกรณ์ห้องเย็น จำกัด
- บริษัท ห้องเย็นเอเชี่ยนซีฟู้ด จำกัด (มหาชน)
- บริษัท มารีนโกลด์โปรดัก จำกัด
- บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
- บริษัท แพ็คฟู้ด จำกัด (มหาชน)
- บริษัท ไทยรอแยลฟรอเซนฟู้ด จำกัด
- บริษัท เมย์โอฟู้ดส์ จำกัด
- บริษัท พัฒนาโฟรเซ่นฟู้ด
-บริษัทยูเนี่ยนโฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด
- บริษัท ศูนย์อภิบาลผู้เดินทางทะเล ศรีราชา สเตลล่ามาลิส จำกัด
- กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- องค์การแรงงานระหว่างประเทศ
- มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน
"บิ๊กหมู" สั่งทหาร ช่วยชาวสวนยาง ทั้งเป็นชุดรับซื้อ ลงพื้นที่ และ หาทาง นำยาง มาใช้ในกิจการทหาร
พันเอก วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวว่า หลังจากที่รัฐบาลมีมติที่จะช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง นั้น ในส่วน คสช.โดยหน่วยในพื้นที่ได้เริ่มเตรียมความพร้อมที่จะให้การสนับสนุนในทุกรูปแบบ เพื่อให้กระบวนการรับซื้อเป็นไปตามวัตถุประสงค์ตรงตามเจตนารมณ์ และประโยชน์ต้องตรงไปที่เกษตรกรชาวสวนยางโดยตรงเป็นหลัก
นายกฯ บ่น ขัดแย้งกันทั้ง สงฆ์ ฆราวาส การเมือง ขอฝ่ายกฎหมายช่วยกันหาแนวทาง
นายกฯ ลุงตู่ ถามเด็กๆ รุ่นน้อง วัดนวลฯ"ใครอยากเป็นนายกฯบ้าง มาเอาไปเลยนะ กำลังยุ่งๆ เลยล่ะ"
ลุงเลยให้มีการเข้าไปสอนแนะแนวตั้งแต่ชั้นมัธยมให้เด็กได้รู้ตัวว่าไปไม่ไหวหรือไม่ ถ้าไม่มีการแนะแนวแล้วพ่อแม่ก็อยากให้ไปเรียนปริญญาถ้าเด็กรู้ตัวก็จะได้บอกพ่อแม่ได้
ทบ.ซ้อมสวนสนามสาบานธง วันกองทัพบกและกองทัพไทย18มค.นี้ 20กองพัน 3,320 นาย
"บิ๊กตู่ "กราบขอโทษ"บรรดาหมออาวุโส สสส. ยันไม่ต้องการทำลายใคร
"ท่านใหม่"เตือน"บิ๊กตู่"ปมตั้งสังฆราช
กษ.ตั้งจุดรับซื้อยางทั่วปท.เริ่ม25ม.ค.-ใต้แห่ขายยางคึก
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สวนยางพาราส่วนใหญ่ทางภาคใต้เริ่มผลัดใบทำให้มีผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยกว่าปกติ ทั้งนี้ ยังมีเกษตรกรชาวสวนยางบางส่วนที่ยังไม่พอใจในราคาที่ขยับตัวขึ้นเพียงเล็กน้อย จึงไม่ยอมนำยางพาราออกมาขายในตอนนี้ และรอให้มีการปรับราคายางสูงขึ้นกว่านี้ถึงจะนำผลผลิตออกมาขาย
Anonymous ปล่อยฐานข้อมูลที่แฮกจากเว็บศาลไทย
สตช.เล็งทบทวนใช้ "ซิงเกิลเกตเวย์" หลังถูกแฮกเว็บบ่อย
วันเดียวกัน มติชนออนไลน์ รายงานว่า พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยอมรับ ทราบตัวแฮกเกอร์ที่แฮกเว็บไซต์ของศาลยุติธรรมแล้ว ซึ่งพบว่า เป็นกลุ่มที่มีการกระทำผิดจากต่างประเทศ โดยตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. อยู่ระหว่างรอสำนักงานศาลยุติธรรม เข้าแจ้งความร้องทุกข์ พร้อมเชื่อว่า เจตนาของกลุ่มแฮกเกอร์ ต้องการแสดงตัวและประกาศศักดาในโลกไซเบอร์ โดยอาศัยคดีเกาะเต่าสร้างชื่อเสียง แต่ยังไม่ยืนยันว่า กลุ่มแฮกเกอร์ดังกล่าว เป็นกลุ่มสัญชาติเมียนมาหรือไม่
ศาลสืบพยานครั้งแรกคดีข้าวร้อนแรง! งัดคลิปสัมภาษณ์‘ปู’มัดเซ็น MOU จีน
สตช.เล็งทบทวนนำ′ซิงเกิลเกตเวย์′มาใช้ หลังถูกแฮกเว็บไซต์บ่อย
ส่วนมาตรการป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำกับหน่วยงานราชการเป็นครั้งที่ 3 ตำรวจ ปอท. และหน่วยงานด้านความมั่นคง ก็มีการทบทวนและให้ความรู้ผู้ปฏิบัติเกี่ยวกับวิธีการแฮกเกอร์ และวิธีการโจมตี พร้อมยอมรับว่า อาจมีความจำเป็นต้องทบทวนแนวคิดการนำระบบซิงเกิลเกตเวย์มาใช้เพื่อความมั่นคง










