PR
วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
สิทธิมนุษยชนที่ควรปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญ
สหรัฐขู่ไม่คืนดีไทยหากไม่แก้ปชต.
สหรัฐฯ ขู่ไม่คืนดีกองทัพไทย หากยังปฏิเสธฟื้นฟูประชาธิปไตย
“ยังจำเป็นต้องมีการฟื้นฟูอย่างสมบูณ์ ทั้งในด้านธรรมาภิบาลและความยุติธรรม เช่นเดียวกับการคืนสู่รัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยอย่างเหมาะสม” เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ บอกกับผู้สื่อข่าวในวอชิงตัน ดี.ซี.
ความเห็นดังกล่าวมีขึ้นหลังจากนายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก เดินทางเยือนไทยเมื่อช่วงปลายเดือนมกราคม ถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของสหรัฐฯที่เดินทางเยือนไทยนับตั้งแต่เหตุรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคมปีก่อน
ในตอนนั้นสหรัฐฯ ประณามการก่อรัฐประหารอย่างหนักหน่วง และนายจอห์น เคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เรียกร้องคืนสู่การปกครองโดยพลเรือนผ่านการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย
เอเอฟพีระบุว่า สหรัฐฯ และไทยเป็นพันธมิตรทางทหารกันมาช้านานตั้งแต่สมัยสงครามเย็นและต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะระหว่างสงครามเวียดนาม ทั้งนี้ กองทัพวอชิงตันและกรุงเทพฯ ยังคงมีความเชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่น แต่หลังจากเหตุรัฐประหาร สหรัฐฯ ได้ยกเลิกซ้อมรบร่วมกับไทยและระงับความช่วยเหลือทางทหารบางส่วน
ทบ.แจงซื้อรถถัง
“ทบ.” แจง ปม สื่อเสนอข่าวซื้อรถถัง “รัสเซีย”
เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่างถึงกรณี มีบางสื่อบางฉบับนำเสนอว่า กองทัพบกเตรียมจัดซื้อรถถังล๊อตใหม่รุ่น T-90 A จากประเทศรัสเซียนั้น ว่า คงไม่เป็นความจริง อาจเป็นความคลาดเคลื่อน ซึ่งทางกองทัพบกมีแผนจัดหาในการซื้อ แต่ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะซื้อรถถังจากประเทศใด อย่างไรก็ตามการจะเลือกแบบไหนจากประเทศอะไรนั้น ทางคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานยุทโธปกรณ์ หรือ (กมย.) จะเป็นผู้พิจารณา ภายใต้หลักการ ความโปร่งใส ประหยัดคุ้มค่า และด้วยตระหนักเสมอว่างบประมาณที่ได้มาจากภาษีของประชาชน และเมื่อกระบวนการต่างๆ ได้ข้อสรุปหรือข้อยุติแล้วจะได้มานำเสนอให้สังคมได้รับทราบต่อไป
แม้วโฟนหญิงหน่อยอัดมีชัยถอยหลังเข้าคลอง
"แม้ว" โฟน "หญิงหน่อย" อัด "มีชัย" ถอยหลังลงคลอง - เพจแดงกระหน่ำคว่ำร่างฯ
โดย: MGR Online
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย และแกนนำภาค กทม. ได้นัดอดีต ส.ส. กทม. พรรคเพื่อไทย กินข้าวสังสรรค์ เนื่องในโอกาสเทศกาลปีใหม่และตรุษจีน ที่บ้านพักภายในซอยลาดปลาเค้า 60 ถนนลาดปลาเค้า แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ โดยมีอดีต ส.ส. มาร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง
สำหรับไฮไลต์สำคัญของงานคือการวีดิโอคอลล์จากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้ต้องหาหนีคดีอาญาแผ่นดิน สายตรงมายังโทรศัพท์คุณหญิงสุดารัตน์ นายทักษิณกล่าวกับอดีต ส.ส. กทม. ว่า “ทีม กทม. มีหัวหน้าทีมผู้หญิงเก่ง มีความสามารถ เห็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้วต้องบอกว่าห่วยแตก ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญมากเกินไป เขียนแบบนี้ประเทศชาติถอยหลังลงคลอง เหมือนเมียนมา (พม่า) เกาหลีเหนือ ผมจากบ้านไปเกือบ 10 ปี แต่บ้านเมืองเรากลับถอยหลังไปเกือบ 20 ปี ตอนนี้ผู้นำก็บ้าอำนาจจนขาดสติ ขาดวุฒิภาวะ แสดงกิริยาไม่สมควร ขอให้พวกเราเตรียมตัวไว้เลย จะมีการเลือกตั้งในเร็วๆ นี้ มั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยมีโอกาสสูงมากที่จะกลับมาบริหารประเทศ”
ขณะที่เฟซบุ๊กเพจ "หยุดดัดจริตประเทศไทย" ซึ่งเป็นเฟซบุ๊กเพจที่เผยแพร่วีดีโอคลิปให้สัมภาษณ์นายทักษิณ จากประเทศเกาหลีใต้ และเป็นเครือข่ายของผู้สนับสนุนนายทักษิณ และกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้โพสต์ภาพรณรงค์ให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่าหากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่าน ตัวแปรสำคัญคือนายกรัฐมนตรีคนนอก โมเดลเดียวกับพฤษภาทมิฬ ปี 2535 โยงไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.), พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เป็นต้น
ขณะที่สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ถูกคัดจากกลุ่มสาขาอาชีพ ไม่ได้ระบุว่ากลุ่มไหนบ้าง และการรวมกลุ่มไม่มีกฎหมายรองรับที่ชัดเจน จะได้แต่คนมีอิทธิพล มีบารมี และมีอำนาจ อีกทั้งการคัดกันเองจะได้ข้าราชการการเมืองจาก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.), สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการควบคุมรัฐบาล
"รัฐบาลทำอะไรไม่ได้ แล้วจะมีรัฐบาลไปทำหอกอะไร ให้ 3 องค์กรนี้บริหารประเทศไปเลยไหม" เฟซบุ๊กเพจเครือข่ายผู้สนับสนุนนายทักษิณ ระบุ
ในตอนหนึ่ง เฟซบุ๊กเพจ "หยุดดัดจริตประเทศไทย" ระบุว่า เลือกตั้งเสร็จแล้ว คสช. จะยังคงอยู่กับรัฐบาลใหม่ไปอีก 1 ปี เพื่อดูแล สปท. และควบคุมรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง โดยใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ปี 2557 และรัฐธรรมนูญฉบับนี้ หากรับแล้วแก้ไขไม่ได้ อ้างว่าต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของ ส.ส. และ ส.ว. ในการประชุมรัฐสภา โดยกำหนดว่า เสียงจากการโหวตต้องมาจากทุกพรรคในสภา พรรคหนึ่งจะต้องมีคนเห็นชอบอย่างน้อย 10% อ้างว่าทหารส่งพรรคเล็ก 10 คนเข้าไปจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ ส.ว. ที่มาจากการเลือกกันเอง ก็ขัดขวางพรรคเพื่อไทยได้แล้ว ไม่มีการรับไปก่อนแก้ที่หลัง มีแต่รับไปแล้วแก้ไม่ได้
ขณะที่หากประเทศเกิดวิกฤต ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ระหว่างนั้นปลัดกระทรวงให้ปฏิบัติหน้าที่แทนรัฐมนตรีและเลือกคนหนึ่งขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีชั่วคราว เพื่อรอคณะรัฐประหารเข้ามาบริหารประเทศโดยไม่ต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญ และสุดท้าย บรรดาการกระทำใดๆ ของ คสช. ทั้งในประกาศ คำสั่ง และรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ถือว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้ คือ นิรโทษกรรม คสช. ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต
"เพียงพอไหมที่จะคว่ำรัฐธรรมนูญมีชัย ฤชุพันธุ์ แต่ถ้าคิดว่าขอแค่ไม่ใช่แม้ว (นายทักษิณ) - ปู (น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) อะไรกูก็เห็นด้วยหมด ไม่ต้องพูดกัน ประเทศนี้เกินเยียวยาแล้ว อยากทำอะไรก็เชิญ นี่ไม่ใช่เรื่องว่าใครจะเป็นรัฐบาล แต่มันคือหลักการประชาธิปไตย อาจไม่ใช่การปกครองที่ดีที่สุดบนโลกใบนี้ แต่ประชาธิปไตยก็เคารพประชาชนมากกว่าระบอบอื่นๆ อนาคตไทยอยู่ในมือคนไทยทุกคน ไม่ใช่ใครหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ" เฟซบุ๊กเพจเครือข่ายผู้สนับสนุนนายทักษิณ ระบุ
นอกจากนี้ เฟซบุ๊กเพจเครือข่ายผู้สนับสนุนนายทักษิณดังกล่าว ยังได้ขึ้นหน้าปกว่า "ประชาธิปไตย อาจจะไม่ใช่การปกครองที่ดีที่สุด แต่ก็เคารพประชาชนมากกว่าระบอบอื่น" อีกด้วย
วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
รูปแบบของชีวิตอนาคต
วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
ผู้ใหญ่บ้านยังผวา! ประกาศปิดที่ทำการหนีตาย หลังถูก ตร.ตั้งด่านลอยล็อกคอตรวจยัดข้อหา
| 4 กุมภาพันธ์ 2559 20:23 น. (แก้ไขล่าสุด 5 กุมภาพันธ์ 2559 10:27 น.) |
|
คดีจ้างพรรคเล็ก
วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
โฆษก กอ.รมน. โต้"วรชัย เหมะ" อ้างกอ.รมน.ลงพื้นที่ ทำโพลล์รัฐบาล เทียบพรรคการเมือง
โดยการปฏิบัติงานระดับพื้นที่นั้น กอ.รมน. จะมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศ เพื่อทำหน้าที่ตามมาตรา 7(4) แห่ง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 ในการเสริมสร้างให้ประชาชนตระหนักในหน้าที่ที่ต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ สร้างความรักความสามัคคีของคนในชาติ ดังคติพจน์ของหน่วยงานคือ “มุ่งมั่นบูรณาการ ประสานงานเป็นเลิศ เชิดชูคุณธรรม ผู้นำความมั่นคง ดำรงความสามัคคี”
ส่งฟ้ององค?กรพิทักษ์สยาม
ฟ้อง '33 องค์การพิทักษ์สยาม' แล้ว ศาลให้สาบานตนจะไม่หลบหนี ก่อนปล่อยตัวชั่วคราว
ทนายความ นำกลุ่มแนวร่วมกลุ่มองค์การพิทักษ์สยามจำนวน 33 คน มาส่งฟ้องต่อศาลแขวงดุสิต กรณีฝ่าฝืน พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ในการรวมตัวกันขับไล่ยิ่งลักษณ์ ปี 2555 ศาลปล่อยตัวชั่วคราว หลังให้ผู้ต้องหาทั้งหมดใช้วิธีการสาบานตนว่าจะไม่หลบหนี
4 ม.ค. 2559 สำนักข่าวไทย รายงานว่า พวงทิพย์ บุญสนอง ทนายความ นำกลุ่มแนวร่วมกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม จำนวน 33 คน จากทั้งหมด 38 คน มาส่งฟ้องต่อ อัยการศาลแขวงดุสิต ถนนบรมราชชนนี ในฐานร่วมกันฝ่าฝืนประกาศและข้อกำหนด ห้ามบุคคลหรือกลุ่มบุคคล เข้าหรือให้ออกจากบริเวณพื้นที่หรือสถานที่ที่กำหนด และห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือยานพาหนะ ตาม พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2555 รัฐบาลได้ประกาศใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงฯ มีผลถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน ภายในเขตดุสิต เขตพระนคร และเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ต่อมาวันที่ 24 พฤศจิกายน พลเอกบุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ.อ้าย ประธานองค์การพิทักษ์สยาม หรือ อพส. นำกลุ่มผู้ชุมนุม 127 รวมตัวขับไล่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า โดยการกระทำดังกล่าว เป็นความผิดฐาน ฝ่าฝืนประกาศของเจ้าพนักงานที่ห้ามบุคคลเข้าออกในพื้นที่ซึ่งกำหนด ตาม พ.ร.บ.ความมั่นคง ฯ ขณะที่ผู้ต้องหาบางคน มีความผิดฐาน ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานซึ่งได้กระทำตามหน้าที่ ตามประมวลกฎหมาย มาตรา 139 อีกด้วย
พวงทิพย์ ระบุว่า คดีนี้ศาลได้ทยอยสั่งฟ้องผู้ต้องหาไปแล้ว 4 รอบ รวม 83 คน ยังเหลืออีก 44 คน อยู่ในชั้นสอบสวน ส่วนขั้นตอนในการขออำนาจศาลปล่อยตัวชั่วคราว เบื้องต้นศาล อนุญาตให้ผู้ต้องหาทั้งหมดใช้วิธีการสาบานตนว่าจะไม่หลบหนี
แถลงการณ์ปชต.ใหม่
วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
ทหารเชิญประวิตรพบ เตือนเรื่องวิพากษ์วิจารณ์ คสช.


วาสนาแฉเหตุประยุทธ์ปรี้ด เพราะ“นายกแพ้คำถามว่าเลือกตั้งเมื่อไหร่” 0
วาสนาแฉเหตุประยุทธ์ปรี้ด เพราะ“นายกแพ้คำถามว่าเลือกตั้งเมื่อไหร่”
0วาสนา : ถ้ามองตั้งแต่ปีใหม่ เมื่อวานนี้เป้นวันที่นายกอารมณ์เสียอย่างสุดๆ ถ้าดูจากรูปแบบลักษณะก็อาจจะเรียกได้ว่าเป็นรูปแบบที่ยั้งตัวเองไม่อยู่สุดๆ เป็นอารมณ์ที่ต่อเนื่องมากและถึงขีดสุดสุดๆ ทั้งสองเหตุการณ์เลย
“แต่สาเหตุที่นายกเริ่มปรี้ด ตั้งแต่วันจันทร์ คือแค่โดนคำถามสองคำถาม เรื่องรัฐธรรมนูญ ภายหลังจากที่อาจารย์มีชัยเปิดร่างฯแรกไปในวันศุกร์ เราก็เพิ่งได้มีโอกาสพบท่านนายกวันจันทร์ ก็ถามเลยว่าจากที่ท่านอาจารย์มีชัยแถลง สูตร 6-6-4 จะต้องเปลี่ยนเป็น 6-8-5 ฉะนั้นโรดแมปของท่านจะเปลี่ยนไปด้วยไหม ตอนแรกท่านก็ตอบขุ่นๆนิดนึง ‘ก็ทำไมจะต้องเปลี่ยนล่ะ มันเป็นเรื่องของ กรธ. มันไม่ใช่เรื่องของผม มันมีขั้นตอนเยอะแยะ ผมก็ไม่เปลี่ยนหรอกผมก็ยึดของผม’ ก็มีนักข่าวถามซ้ำอีก
‘ตกลงจะเลือกตั้งเมื่อไหร่ กรกฎา 60 หรือ พฤศจิกาตามที่อาจาย์มีชัยว่า’ เท่านั้นแหละมาเลย ระเบิดลง คือ “นายกแพ้คำว่าเลือกตั้งเมื่อไหร่” ประโยคนี้เป็นประโยคต้องห้าม เวลาแขกต่างประเทศมาคุยกับผมไม่ได้รังเกียจ แต่ทุกประเทศตบท้ายถามว่าเลือกตั้งเมื่อไหร่ ทำไมนะ คือนายกจะรู้สึกว่าไม่อยากให้ฉันอยู่แล้วเหรอ อยากจะเลือกตั้งเร็วอะไรกันนักหนา “เพราะฉะนั้นเชื่อว่าสาเหตุที่ทำให้นายกเครียดเป็นเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ”
“ครังนี้แรงมาก แรงขนาดด่าขวดน้ำจิ้มสุกี้ด้วย ด้วยความที่ว่าท่านนายกอารมณ์ไม่สามารถที่จะห้ามตัวเองได้ ปกตินายกต้องหยุดไปรับอีเว้นท์ แต่นี่ถ่ายรูปไปด่าไปด้วย “
ดนัย : แสดงว่าในใจนายกยังคิดไม่ตกเรื่องจะเลือกตั้งเมื่อไหร่ สังสัยชั่งใจอยู่ว่าจะเดินตามโรดแมปเป๊ะๆ หรือถ้าไม่เดินตามจะอธิบายกับสังคมอย่างไร เชื่อว่าในศูนย์การนำของ คสช.ยังไม่เป็นหนึ่งเดียว และก็ยังไม่ตกผลึกกันจริงๆว่าจะอย่างไรต่อ เป็นไปได้ไหม
วาสนา : ประเด็นนี้เป็นประเด็นสำคัญในหมู่นักข่าวเลย เราวิเคราะห์กันตั้งแต่หลังปีใหม่เป็นต้นมา หลังจากที่ท่านประกาศว่าจะเป็นกู๊ดกาย พูดน้อยลง อารมณ์ดีขึ้น แต่ตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นมาเราไม่เห็นความสดใสในตัวท่านเลย มันจะมีภวังค์แห่งความเครียดอยู่ตลอด แต่สิ่งที่ท่านเครียดเหมือนว่าจะเป็นเรื่องจะเอาอย่างไรอนาคตประเทศ ในเรื่องของรธน.นี่แหละ
จริงๆก็เชื่อว่า คสช.ก็ยังไม่ตกผลึกว่าจะเอาอย่างไร คงต้องดูกระแสประชาชน ต้องดูกระแสหลายอัน เพื่อประกอบการตัดสินใจว่าเรื่องของ รธน.จะนำไปสู่อันไหน จะเป็นประชามติหรือว่าจะรูปแบบไหนนั่นเอง
ดนัย : มีคนเขาตั้งข้อสังเกตว่า จริงหรือไม่ที่นายกเครียดก็เพราะระยะหลังๆนี้แอบทำโพลล์ ทำโพลล์ทันทีกระแสพรรคเพื่อไทยในต่างจังหวัดก็ยังอยู่ คาดได้เลยว่าเลือกตั้งครั้งต่อไทยเพื่อไทยก็ยังมา อาจจะมาน้อยลงแต่ก็ยังชนะอยู่ นี่ก็คือสิ่งที่คิดไม่ตก เครียด จริงไหม
วาสนา : อันนี้เป็นข้อมูลหนึ่ง เพราะว่าท่านนายกมีการทำโพลล์เป็นการส่วนตัวตลอดเพื่อจะเช็คว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร แน่นอนว่าตอนนี้ที่เขามองพรรคเพื่อไทยก็จะเข้า แต่ไม่สามารถที่จะเป็นรัฐบาลพรรคเดียวได้ แต่คะแนนก็ยังมา ฉะนั้น คสช.ก็คงคิดเหมือนกัน นี่อาจจะเป็นสาเหตุที่ท่านพล.อ.ประยุทธ์บอกว่าหลังเลือกตั้งจะมีอะไรไหม เลือกตั้งได้รึเปล่า ประเด็นนี้เคยถามนายกแล้ว ท่านบอกถ้าเลือกตั้งแล้วมียิงกันอีกท่านไม่ออกมาปราบให้นะ ท่านประเมินของท่านเองว่าถ้าเลือกตั้งแล้วจะมีการนองเลือด ฉะนั้นท่านคงคิดอยู่ว่าจะเอาอย่างไร
ดำเนินรายการโดย “ดนัย เอกมหาสวัสดิ์” และ “อมรรัตน์ มหิทธิรุกข์”
"ประยุทธ์"ลั่นรักษาแผ่นดิน แจงต่างชาติเช่าที่99ปีแค่แนวคิด
- Tuesday, February 2, 2016 - 16:42
วันนี้( 2 ก.พ.)ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีข่าวระบุว่ากระทรวงมหาดไทยกับกระทรวงการคลัง เสนอให้แก้ไขกฎหมายพระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชย์และอุตสาหกรรม พ.ศ. 2542 ให้ต่างชาติเช่าที่ดินในไทยได้ 99 ปี ว่า เป็นเฉพาะบางกิจกรรมได้หรือไม่ได้ยังไม่รู้ เพียงแต่เอารอบ ๆ บ้านมาดูว่าเขาทำอย่างไร ในสิ่งที่เขาพูดมา เขาหวังว่ารัฐบาลจะทำในที่ของรัฐ เช่นในเรื่องของรถไฟ จะทำธุรกิจต่อให้งอกเงยได้หรือไม่ เพื่อให้ทดแทนกับสิ่งที่ขาดทุนอยู่ได้หรือไม่ เขาคิดในแง่นั้นก่อน ต่อไปต้องไปคิดต่อว่าในเขตเศรษฐกิจพิเศษจำเป็นหรือไม่ มีกิจการไหนที่จำเป็นที่จะสร้างแรงจูงใจ ไม่ใช่ใครจะซื้อตรงไหนก็ได้"ผมไม่ใช่คนแบบนั้น ผมรักษาแผ่นดินไว้ให้ท่าน ไม่เอาแผ่นดินนี้ไปให้ใครหรอก ถ้าจะทำแบบนั้นต้องอยู่ในกติกา อยู่ในกิจการที่เราต้องการ เป็นที่ที่เราควบคุมได้ และสามารถยกเลิกสัญญาเมื่อไหร่ก็ได้ ผมคิดไว้อย่างนั้นเป็นแนวคิดเฉยๆ เพราะเวลาผมไปฟังต่างประเทศ เขาก็สรุปของเขาแบบนี้ ผมก็ฟังเขามาแล้วมาหารือกันว่าจะทำอย่างไร ครั้งนี้บางทีก็ฟังไม่เข้าใจ ฟังมาไม่ครบไปกันใหญ่โต กลับมาพูดไม่ตรงกันก็เอากันอีกแล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะว่าอย่างไร ยังไม่เกิดอะไรทั้งนั้น มันจะต้องมีการทำกฎหมายอีก แล้วต้องดูว่าเขตไหนเป็นเขตอุตสาหกรรมและนอกเขตอุตสาหกรรม ไม่ใช่ว่าใครจะมาซื้อตรงหน้าทำเนียบรัฐบาลก็ให้เขา หรือจะซื้อโรงแรมก็ไม่ใช่ เอาพันกันหมดมันไปไม่ได้ฎพล.อ.ประยุทธ์ กล่าว.


