PR
วันจันทร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2560
บิ๊กตู่ ยัน แผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ไม่สืบทอดอำนาจตัวเอง แต่สืบทอดอำนาจประชาชน
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 16 มกราคม ที่หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเนื่องในวันครูแห่งชาติ ครั้งที่ 61 พุทธศักราช 2560 โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ว่า ตนไม่ได้วางเพื่อจะอยู่หรือสืบทอดอำนาจ ตนจะสืบทอดอำนาจของประชาชน ความต้องการทั้งหมดจะอยู่ในนั้น ความต้องการในอีก 20 ปีข้างหน้า ซึ่งรัฐบาลอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ จะทำอะไรก็ทำแต่ผลสัมฤทธิ์จะต้องออกมาว่าผลการศึกษาเป็นอย่างไร ทรัพยากรเรามี 100 เปอร์เซ็นต์หรือไม่ เศรษฐกิจควรจะมีรายได้เพิ่มขึ้นเท่าไร เขียนในยุทธศาสตร์ชาติ อยากให้ช่วยอธิบายเรื่องยุทธศาสตร์ชาติด้วยจะได้เลิกพูดสักทีว่าตนจะมาแสวงหาประโยชน์หรืออำนาจ ซึ่งอำนาจเหล่านี้ก็เพื่อให้ทุกคนทำงานและอำนาจที่ให้ประชาชนได้รับรู้ว่าประชาชนจะมีอนาคตอย่างไรใน 20 ปีข้างหน้า เรื่องวิธีการของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งถือว่าเป็นกรอบกว้างเฉยๆ เท่านั้น วันนี้ตนได้แต่งตั้งคณะกรรมการใหม่ขึ้นมาเรื่องการปรองดอง ในปีนี้เราจะทำตามโรดแมปใช่ไหม เพราะทุกอย่างทำมาหมดแล้ว ทั้งการปฏิรูป ปรองดอง เราต้องสร้างการรับรู้ให้มากขึ้นคนจะได้เลิกทะเลาะกันเสียที ตนจึงได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาใหม่ ทุกอย่างตนได้วางแผนไว้แบบนี้ คิดทุกวันว่าจะสร้างการรับรู้อย่างไร ตนยืนยันไม่ได้มองเรื่องการเมืองและผลประโยชน์ รวมถึงการสืบทอดอำนาจ ตนมองแต่ว่าประเทศจะเดินหน้าต่อไปอย่างไรใน 20 ปีข้างหน้า และจะทำอย่างไรให้แผนสภาพัฒน์ฯ มีพลังพอที่จะให้เขาทำ ฉะนั้นเรื่องยุทธศาสตร์ชาติจะเป็นกรอบกว้างๆ และแผนของสภาพัฒน์ฯจะสอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติ ต้องทำแบบนี้ นอกจากที่รัฐบาลเลือกตั้งจะทำตามนโยบายการเมืองของท่านแล้ว ท่านจะต้องดูในกรอบว่าประเทศจะได้อะไร ไม่ใช่ได้เฉพาะกลุ่มเกษตรกรเพราะทั้งหมดคือประเทศไทย ทั้งหมดจะต้องเจริญเติบโตไปพร้อมนี่คือสิ่งจำเป็น ตนขอฝากเอาไว้
เครือเจริญโภคภัณฑ์ บริจาค10ล้านบาท ช่วยน้ำท่วมใต้
เครือเจริญโภคภัณฑ์ บริจาค10ล้านบาท ช่วยน้ำท่วมใต้ในงาน‘ประชารัฐร่วมใจ ช่วยอุทกภัยภาคใต้’ช่วยฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบความเดือดร้อนจากน้ำท่วมหนัก
วันนี้(15ม.ค.2560) เวลาประมาณ 18.00น. คุณศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานกรรมการเครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้บริจาคเงินจำนวน 10 ล้านบาทเพื่อสมทบทุนในการช่วยฟื้นฟูและเยียวยาผู้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคใต้ โดยมอบให้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ในรายการ‘ประชารัฐร่วมใจ ช่วยอุทกภัยภาคใต้’ซึ่งรัฐบาลจัดขึ้น ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อระดมพลังจากทุกภาคส่วนในรูปแบบประชารัฐ ให้กำลังใจและเสียสละ ช่วยเหลือพี่น้องร่วมชาติ ในยามที่ต้องเผชิญความลำบาก
รายการ‘ประชารัฐร่วมใจ ช่วยอุทกภัยภาคใต้’ จัดขึ้นในช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ 15 ม.ค.ตั้งแต่เวลา18.00 น. – 20.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ แทนรายการเดินหน้าประเทศไทย โดยในช่วงแรกของรายการนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี ได้มารับโทรศัพท์ในการบริจาคด้วย โดยประชาชนสามารถโทรศัพท์เข้าไปร่วมบริจาคเงินในรายการผ่านทางหมายเลขโทรศัพท์ 02 -356 -0303
อนึ่งจากสถานการณ์น้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่ทางภาคใต้ เครือเจริญโภคภัณฑ์มีความห่วงใยต่อปัญหาความเดือดร้อนที่พี่น้องชาวใต้ในหลายจังหวัดกำลังเผชิญอยู่ จึงได้เร่งระดมสรรพกำลังเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมหนักในภาคใต้อย่างเร่งด่วน โดยบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) เป็นแกนนำในการจัดผลิตภัณฑ์อาหารสดและอาหารสำเร็จรูปมอบให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมผ่านหลายช่องทางทั้งภาครัฐ มูลนิธิ องค์กรการกุศล สื่อมวลชน เพื่อที่จะได้กระจายความช่วยเหลือให้เข้าถึงผู้ประสบภัยให้ได้มากที่สุด
ด้าน บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินโครงการ“ช่วยเหลือผู้ประสบภัย จากใจเซเว่น อีเลฟเว่น” มอบขนมเบเกอรี่ และน้ำดื่ม แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในภาคใต้ผ่านองค์กรต่างๆ อาทิ มูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก และสภากาชาดไทย เป็นต้น
นอกจากนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ทรู คอร์ปอเรชั่น และสถานีข่าวโทรทัศน์ TNN24 ช่อง 16 ร่วมกับ สภาวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-อาเซียน และภาคีเครือข่าย เปิดรับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และ ฟื้นฟูพื้นน้ำท่วมภาคใต้ พร้อมเชิญชวนส่ง SMS บริจาคผ่านมือถือเครือข่าย TrueMove H
"ลุงตู่" ห่วงเด็กเห็นเครื่องบินตก กลัวการเป็นนักบิน
"ลุงตู่" ห่วงเด็กเห็นเครื่องบินตก กลัวการเป็นนักบิน
(14/1/60)นายกฯ ขอพ่อแม่ผู้ปกครองอธิบายเด็ก หลังเห็นGripen ตก ต่อหน้าต่อตา ชี้อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ อย่ากลัวการเป็นนักบิน ถือเป็นอาชีพที่ต้องใช้ทักษะชั้นสูงและเสียสละเพื่อประเทศชาติ
พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของ น.ต.ดิลกฤทธิ์ ปัถวี นักบินผู้บังคับเครื่องบินสาธิตการบินผาดแผลงในงานวันเด็กแห่งชาติ ณ กองบิน 56 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และประสบอุบัติเหตุเครื่องบินขัดข้อง เสียการควบคุมขณะทำการบินชุดสุดท้าย เป็นเหตุให้เครื่องบินตกและนักบินเสียชีวิต
นายกฯ ฝากแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังครอบครัว และญาติมิตรของ น.ต.ดิลกฤทธิ์ ปัถวี ถือเป็นการเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งทางกองทัพต้องดูแลช่วยเหลือตามระเบียบราชการอย่างครบถ้วน รวมทั้งวิเคราะห์หาสาเหตุของเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่เกิดเหตุขึ้นอีก
นายกฯ ยังเป็นห่วงเด็กเยาวชนที่ชมการแสดงสาธิตในครั้งนี้ และเห็นภาพที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจมีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกอันอ่อนไหวของเด็กๆ จึงอยากฝากให้คุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครอง ได้ช่วยอธิบายน้องๆ ให้เข้าใจว่า อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่เราไม่คาดหวัง แต่ก็อาจเกิดขึ้นได้ ด้วยหลายปัจจัย อย่าให้ภาพติดตา หรือความตื่นตกใจ ทำให้มีทัศนคติเป็นลบต่ออาชีพนักบินหรือละทิ้งความฝันที่จะเป็นนักบิน เพราะอาชีพนักบินถือเป็นอาชีพที่มีเกียรติ ต้องใช้ทักษะชั้นสูง ต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ
โดยเฉพาะการเป็นนักบินในสังกัดกองทัพ เนื่องจากหลายภารกิจ ต้องอาศัยการบิน เพื่อเข้าร่วมในการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ถือเป็นหนึ่งในอาชีพที่เสียสละเพื่อประเทศชาติ
บริจาค ออก ทีวี.
บริจาค ออก ทีวี.
(15/1/60)นายกฯบิ๊กตู่ นั่งรับสาย รับบริจาคช่วยน้ำท่วมใต้เอง ที่ทำเนียบฯ มี"น้องเมย์ รัชนก"เป็นผู้ช่วย คอยจด.....นายกฯ เริ่มบทสนทนา ว่า "นายกรัฐมนตรี ครับ"....พร้อมเผย คนที่โทรมาบริจาค ให้กำลังใจชาวใต้ที่น้ำท่วม และให้กำลังใจนายกฯด้วย ขอบคุณมากครับ
บิ๊กป้อม และรองนายกฯ. รวมทั้ง บิ๊กโด่ง บิ๊กเข้ บิ๊กน้อย และ ครม.ก็ร่วมรับโทรศัพท์ รับบริจาคช่วยน้ำท่วม.... โดยมี ดารา นักร้อง ทีมช้างศึก เป็นผู้ช่วย พร้อม 3 พลทหาร"กวินทร์-ชิน-ชาโน"...แค่1 ชม.แรก ยอดบริจาค กว่า170 ล้านแล้ว
ยอด เมื่อจบรายการ 329.3 ล้านบาท
ถ่ายทอดช่อง11 โทร02-356-0303 เปิด 20คู่สาย
.ไอเดีย"บิ๊กป้อม"เรื่องปรองดอง จับนักการเมืองมาเซ็นMOU ลงสัตยาบัน
ฟัง....ไอเดีย"บิ๊กป้อม"เรื่องปรองดอง จับนักการเมืองมาเซ็นMOU ลงสัตยาบัน
"พลเอกประวิตร" เผย เตรียมให้ทุกพรรคการเมือง ทุกกลุ่มการเมือง ลงนามMOU ข้อตกลงปรองดอง เพิ่อการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ในทุกด้าน แต่ไม่มีเรื่อง นิรโทษกรรม หรือ คดีความต่างๆ ยันไม่ขัดต่อรธน./ยันทหารเป็นคนกลาง รับฟังความเห็น ไม่ใช่คู่ขัดแย้ง ยันผมไม่เคยเป็นศัตรูกับใคร....ชี้การนำม็อบออกมาแสดงพลัง ทางการเมือง ตัองยึดตามพรบ.การชุมนุม ในที่สาธารณะ ไม่ใช่จะเอาออกมาได้แบบเมื่อก่อน แต่จะต้องขออนุญาตก่อเผยจะอนุมีติรายชื่อคกก.ปรองดองเสร็จวันนี้ มี "ทหาร-ตำรวจ-ฝ่ายกฎหมาย-นักวิชาการ" ชี้ทุกฝ่ายทำMOU สร้างข้อตกลงร่วมกัน ยันไม่เกี่ยว "นิรโทษ,อภัยโทษ
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง ว่า ในเรื่องความปรองดองนั้นจะพิจารณาตั้งคณะกรรมการในวันนี้ (16 มกราคม) ให้แล้วเสร็จ เพราะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอขา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มอบหมายให้ตนเข้ามาดูแลการสร้างความปรองดอง โดยให้ทุกพรรคการเมืองเข้ามามีส่วนร่วมในการพูดคุย พร้อมทั้งแสดงความคิดเห็นว่าจะสร้างความปรองดองในสังคมไทยได้อย่างไร
ทั้งนี้เตรียมลงนามคำสั่ง ตั้งคณะกรรมการ อำนวยการ ที่มี พลเอกชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกลาโหม เป็นประธาน และมี 3 คณะอนุกรรมการด้านต่างๆ เช่น รับฟังความเห็น และด้านประชาสัมพันธ์
"การปรองดองไม่ใช่เป็นเรื่องของพรรคการเมืองเพียงอย่างเดียว แต่ประชาชนที่เข้าไปสังกัดพรรคการเมือง และมีแนวความคิดต่าง ๆ ก็สามารถเข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นได้ "
"ผมย้ำว่าไม่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ ไม่ขัดรธน.ไม่เกี่ยวกับการอภัยโทษและนิรโทษกรรม แต่เป็นเรื่องการสร้างข้อตกลงร่วมกัน เช่น ในหมู่บ้านจะอยู่ร่วมกัน และตกลงกันว่าการใช้น้ำ ทางทิศเหนือใช้วันจันทร์ ทางด้านทิศใต้ใช้วันอังคาร อย่างนี้เรียกว่าเป็นการตกลงร่วมกัน ซึ่งไม่ใช่การขัดกฎหมาย และผมก็ไม่ได้ตั้งกฎเกณฑ์ขึ้นมาเอง แต่เป็นข้อตกลงที่ทุกฝ่ายยอมรับ เพื่อสร้างความปรองดองของคนในประเทศต่อไปในอนาคต" พล.อ.ประวิตร กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะต้องให้ทุกฝ่ายลงนามMOUร่วมกันหรือไม่ พลเอกประวิตร กล่าวว่า ถูกต้อง ซึ่งต้องให้ทุกฝ่ายพึงพอใจและสามารถอยู่ร่วมกันได้
แต่ขอย้ำว่าไม่ใช่เรื่องกฎหมาย อดีตก็เป็นเรื่องอดีต คงไม่เกี่ยวกัน
ส่วนจะทำMoUห้ามพรรคการเมืองนำประชาชนเข้าร่วมชุมนุมด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า มีพ.ร.บ.ชุมนุมในพื้นที่สาธารณะ พ.ศ.2559 บังคับใช้อยู่ ถ้าจะชุมนุมก็สามารถขออนุญาตได้ เรื่องนี้ไม่เป็นอะไร
พล.อ.ประวิตร กล่าวต่อว่า สำหรับรูปแบบการสร้างความปรองดองนั้น จะมีตัวแทนพรรคการเมืองแต่ละพรรคมาแสดงความคิดเห็นและเสนอแนะ โดยเราจะมีผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นผู้ใหญ่ ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายกฎหมาย นักวิชาการ และผู้ที่เกี่ยวข้องมารับฟัง พร้อมรวบรวมประเด็นทั้งหมด เพื่อเขียนเป็นกติกา และจะมาชี้แจงให้พรรคการเมือง และทุกฝ่ายรับทราบ กติกาข้อใดที่ไม่เห็นด้วยก็สามารถหารือกันได้
ส่วนคสช.จะแก้คำสั่งปลดล็อกเพื่อให้นักการเมืองสามารถประชุมพรรคด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่จำเป็นปลดล็อกนักการเมือง เพราะผม และคสช. อยู่ในส่วนการพูดคุย ด้วย
ถามว่าการสร้างความปรองดอง เพื่อหาข้อตกลงร่วมกันทหารจะทำอย่างไร เพราะทหารก็ถูกมองว่าเป็นคู่ขัดแย้งทางการเมือง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า นั่นเป็นการโจมตีกองทัพ กองทัพไม่เคยโจมตีใคร และกองทัพไม่เคยมีศัตรู
คนไทยพร้อมสำหรับ ประเทศไทย 4.0 หรือยัง? โดย : กาแฟดำ
คนไทยพร้อมสำหรับ ประเทศไทย 4.0 หรือยัง? โดย : กาแฟดำ
วันก่อน สำนักทำโพลล์แห่งหนึ่ง รายงานว่าคนไทยส่วนใหญ่ ไม่รู้ว่า Thailand 4.0 หรือ “คนไทย 4.0” มีความหมายที่แท้จริงอย่างไร
ซึ่งก็ไม่ควรจะสร้างความแปลกใจให้กับใครมากนัก
เพราะศัพท์แสงคำนี้ยังเป็น “นามธรรม” อยู่ หากจะทำให้สำเร็จจะต้องมีคำอธิบายให้เป็น “รูปธรรม” ที่จับต้องได้แพร่หลายในหมู่คนไทย จนกลายเป็นวิถีแห่งการปฏิบัติในชีวิตประจำวันให้ได้
ข่าวบอกต่อมาว่านายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้สั่งให้ทุกหน่วยงานราชการให้กับความสำคัญกับเรื่องนี้ เตรียมปรับแผนปี 2560 เพื่อดร่งสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนในเรื่องคนไทย 4.0 และ Thailand 4.0 โดยให้เริ่มเห็นผลใน 6 เดือน (จากคำให้สัมภาษณ์ของโฆษกรัฐบาล)
เริ่มต้นต้องมีคำอธิบายเป็นภาษาง่าย ๆ ก่อนว่า ประเทศไทย 4.0 คืออะไร? และวันนี้ประเทศไทยส่วนไหนอยู่ที่ตัวเลขเท่าไหร 1.0 หรือ 2.0 หรือ 3.0?
คำอธิบายทางการบอกว่า ประเทศไทย 4.0 หมายถึงการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจโดยให้ขับเคลื่อนประเทศด้วยนวัตกรรม ปัญญา และเทคโนโลยี เพื่อยกระดับรายได้สูง
แน่นอนว่าหากจะให้ประเทศไทยไปถึง 4.0 ก็ต้องสร้างคนไทย 4.0 เพราะประเทศจะไปไหนโดยไม่มีคนที่มีคุณสมบัติที่สอดคล้องกันไม่ได้อยู่แล้ว
คนไทย 4.0 เป็นอย่างไร? คำชี้แจงทางการคือเป็นคนมีความรู้ ทักษะอาชีพสูงขึ้น รับผิดชอบสังคม มีอัตลักษณ์ความเป็นไทย สามารถใช้เทคโนโลยีทันสมัย ทำงานน้อยลง แต่มีผลผลิตมากขึ้น
คนไทยส่วนใหญ่อยู่ที่ 1.0 และ 2.0 คือกลุ่มเกษตรรายย่อย SME Otop แรงงานระดับต่ำ คนด้อยโอกาส คนพิการ คนจนในเมืองที่จะต้องช่วยให้ให้เข้าถึงทรัพยากร ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ มีโอกาสที่เป็นธรรม
เป้าหมายของทางการคือจะต้องพัฒนาคนไทย 1.0 เป็น 2.0 คนไทย 2.0 พัฒนาเป็น 3.0 ตามลำดับด้วยการใช้เทคโนโลยีพัฒนาตัวเอง แสวงหาความรู้ใหม่ ๆ ติดต่อกับคนทั่วโลกก็ก้าวสู่ความเป็นคนไทย 4.0 ด้วยกัน
ในทางปฏิบัติจะต้องแปรสภาพของคนไทยจากเกษตรแบบเดิมเป็น “เกษตรกรที่ฉลาด” ที่ฝรั่งเรียกsmart farmer เปลี่ยนจาก SME, Otop เป็น smart enterprises หรือ startups และเปลี่ยนแรงงานระดับต่ำเป็นแรงงานที่มีทักษะสูงขึ้นเป็นต้น
เริ่มต้นก็ต้อง “แก้นิสัยไม่ดี” บางประการของคนไทยที่มีนักวิจัยนำเสนอไว้อย่างน้อย 8 ประการคือ
- ระบบอุปถัมภ์ เล่นเส้นสาย พวกพ้อง
- ขี้เกียจ
- ลูกอีช่างขอ รอแต่ความช่วยเหลือ
- รักการเฉลิมฉลอง ชอบเที่ยว แม้เป็นหนี้สินก็ยอม
- ติดแบรนด์ต่างประเทศ ใช้ของหรูหราราคาแพง
- ไม่รักษาเวลา อ้างรถติดฝนตก
- ไม่มีทีมเวิร์ก
- ไม่ชอบความเปลี่ยนแปลง ไม่พัฒนา
ดังนั้นการสร้าง “คนไทย 4.0” จึงเป็นเรื่องไม่ง่าย จะต้อง “ยกเครื่อง” การศึกษากันตั้งแต่ชั้นอนุบาลไปถึงมหาวิทยาลัยกันเลยทีเดียว จึงไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันได้ในสามเดือนหกเดือน หรือจะใช้คำสั่งเด็ดขาดจากข้างบน ลงมากำหนดให้ยกระดับคนไทยขึ้นไป ตามลำดับเพื่อให้ประเทศไทยเป็น Thailand 4.0 ให้ได้ในปีนั้นปีนี้
เป้าหมายการทำให้คนไทยเก่งขึ้นฉลาดขึ้น และตระหนักว่านวัตกรรมสมัยใหม่ กำลังเปลี่ยนทุกอย่างเป็นเรื่องถูกต้องและจะต้องทำอย่างปฏิเสธไม่ได้
แต่นั่นต้องเริ่มที่ทุกคน ทุกครอบครัว ทุกชุมชนและทุกภาคส่วนของสังคมอย่างเป็นระบบ เป็นรูปธรรมที่ประเมินผลกันอย่างตรงไปตรงมาได้ตลอด
วันก่อน สำนักทำโพลล์แห่งหนึ่ง รายงานว่าคนไทยส่วนใหญ่ ไม่รู้ว่า Thailand 4.0 หรือ “คนไทย 4.0” มีความหมายที่แท้จริงอย่างไร
ซึ่งก็ไม่ควรจะสร้างความแปลกใจให้กับใครมากนัก
เพราะศัพท์แสงคำนี้ยังเป็น “นามธรรม” อยู่ หากจะทำให้สำเร็จจะต้องมีคำอธิบายให้เป็น “รูปธรรม” ที่จับต้องได้แพร่หลายในหมู่คนไทย จนกลายเป็นวิถีแห่งการปฏิบัติในชีวิตประจำวันให้ได้
ข่าวบอกต่อมาว่านายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้สั่งให้ทุกหน่วยงานราชการให้กับความสำคัญกับเรื่องนี้ เตรียมปรับแผนปี 2560 เพื่อดร่งสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนในเรื่องคนไทย 4.0 และ Thailand 4.0 โดยให้เริ่มเห็นผลใน 6 เดือน (จากคำให้สัมภาษณ์ของโฆษกรัฐบาล)
เริ่มต้นต้องมีคำอธิบายเป็นภาษาง่าย ๆ ก่อนว่า ประเทศไทย 4.0 คืออะไร? และวันนี้ประเทศไทยส่วนไหนอยู่ที่ตัวเลขเท่าไหร 1.0 หรือ 2.0 หรือ 3.0?
คำอธิบายทางการบอกว่า ประเทศไทย 4.0 หมายถึงการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจโดยให้ขับเคลื่อนประเทศด้วยนวัตกรรม ปัญญา และเทคโนโลยี เพื่อยกระดับรายได้สูง
แน่นอนว่าหากจะให้ประเทศไทยไปถึง 4.0 ก็ต้องสร้างคนไทย 4.0 เพราะประเทศจะไปไหนโดยไม่มีคนที่มีคุณสมบัติที่สอดคล้องกันไม่ได้อยู่แล้ว
คนไทย 4.0 เป็นอย่างไร? คำชี้แจงทางการคือเป็นคนมีความรู้ ทักษะอาชีพสูงขึ้น รับผิดชอบสังคม มีอัตลักษณ์ความเป็นไทย สามารถใช้เทคโนโลยีทันสมัย ทำงานน้อยลง แต่มีผลผลิตมากขึ้น
คนไทยส่วนใหญ่อยู่ที่ 1.0 และ 2.0 คือกลุ่มเกษตรรายย่อย SME Otop แรงงานระดับต่ำ คนด้อยโอกาส คนพิการ คนจนในเมืองที่จะต้องช่วยให้ให้เข้าถึงทรัพยากร ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ มีโอกาสที่เป็นธรรม
เป้าหมายของทางการคือจะต้องพัฒนาคนไทย 1.0 เป็น 2.0 คนไทย 2.0 พัฒนาเป็น 3.0 ตามลำดับด้วยการใช้เทคโนโลยีพัฒนาตัวเอง แสวงหาความรู้ใหม่ ๆ ติดต่อกับคนทั่วโลกก็ก้าวสู่ความเป็นคนไทย 4.0 ด้วยกัน
ในทางปฏิบัติจะต้องแปรสภาพของคนไทยจากเกษตรแบบเดิมเป็น “เกษตรกรที่ฉลาด” ที่ฝรั่งเรียกsmart farmer เปลี่ยนจาก SME, Otop เป็น smart enterprises หรือ startups และเปลี่ยนแรงงานระดับต่ำเป็นแรงงานที่มีทักษะสูงขึ้นเป็นต้น
เริ่มต้นก็ต้อง “แก้นิสัยไม่ดี” บางประการของคนไทยที่มีนักวิจัยนำเสนอไว้อย่างน้อย 8 ประการคือ
- ระบบอุปถัมภ์ เล่นเส้นสาย พวกพ้อง
- ขี้เกียจ
- ลูกอีช่างขอ รอแต่ความช่วยเหลือ
- รักการเฉลิมฉลอง ชอบเที่ยว แม้เป็นหนี้สินก็ยอม
- ติดแบรนด์ต่างประเทศ ใช้ของหรูหราราคาแพง
- ไม่รักษาเวลา อ้างรถติดฝนตก
- ไม่มีทีมเวิร์ก
- ไม่ชอบความเปลี่ยนแปลง ไม่พัฒนา
ดังนั้นการสร้าง “คนไทย 4.0” จึงเป็นเรื่องไม่ง่าย จะต้อง “ยกเครื่อง” การศึกษากันตั้งแต่ชั้นอนุบาลไปถึงมหาวิทยาลัยกันเลยทีเดียว จึงไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันได้ในสามเดือนหกเดือน หรือจะใช้คำสั่งเด็ดขาดจากข้างบน ลงมากำหนดให้ยกระดับคนไทยขึ้นไป ตามลำดับเพื่อให้ประเทศไทยเป็น Thailand 4.0 ให้ได้ในปีนั้นปีนี้
เป้าหมายการทำให้คนไทยเก่งขึ้นฉลาดขึ้น และตระหนักว่านวัตกรรมสมัยใหม่ กำลังเปลี่ยนทุกอย่างเป็นเรื่องถูกต้องและจะต้องทำอย่างปฏิเสธไม่ได้
แต่นั่นต้องเริ่มที่ทุกคน ทุกครอบครัว ทุกชุมชนและทุกภาคส่วนของสังคมอย่างเป็นระบบ เป็นรูปธรรมที่ประเมินผลกันอย่างตรงไปตรงมาได้ตลอด
วันเสาร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2560
สนช.3วาระรธน.57
สนช.ผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว2557ครั้งที่สามในวันนี้(13 มค.) โดยการพิจารณาด้วยกรรมาธิการเต็มสภาสามวาระ มีเหตุผลในการแก้ไข คือ"ตามที่นายกฯได้นำร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ...ขึ้นทูลเกล้าถวายเพื่อทรงพิจารณานั้น ต่อมาครม.และคสช.ได้พิจารณาร่วมกันแล้วเห็นว่า สมควรแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว)พ.ศ.2557 จึงจำเป็นต้องตรารัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีรายละเอียดใน2มาตราที่แก้ไข คือ
ม.3 ในเมื่อพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักรหรือจะทรงบริหารพระราชภาระไม่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม จะทรงแต่งตั้งผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์หรือไม่ก็ได้ และให้ปธ.รัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้ง และเมื่อกรณีเป็นไปตามมาตรานี้แล้ว มิให้นำความในม.18,ม.19 และม.20ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาใช้บังคับ
ม.4 ให้ยกเลิกความในวรรค11ของม. 39/1 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว2557แก้ไขฉบับที่2ปีพ.ศ2559)และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"เมื่อนายกฯนำร่างฯขึ้นทูลเกล้าฯถวายตามวรรค9ประกอบกับวรรค10แล้วหากมีกรณีที่พระมหากษัตริย์พระราชทานข้อสังเกตุว่าสมควรแก้ไขเพิ่มเติมข้อความใดภายใน90วันให้นายกฯขอรับพระราชทานร่างรัฐธรรมนูญนั้นคืนมา เพื่อดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมเฉพาะประเด็นตามข้อสังเกตุนั้นและประเด็นที่เกี่ยวเนื่อง และแก้ไขเพิ่มเติมคำปรารภของร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกัน แล้วให้นายกฯนำร่างที่แก้ไขเพิ่มเติมขึ้นทูลเกล้าฯถวายใหม่ภายใน30 วันนับแต่วันที่ได้รับพระราชทานคืนมาตามที่ขอ เมื่อนายกฯนำร่างที่แก้ไขเพิ่มเติมขึ้นทูลเกล้าฯถวายและทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วให้ประกาศในราชกิจจาฯและใช้บังคับได้ โดยให้นายกฯลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ ในกรณีที่พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญหรือร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติมและพระราชทานคืนมา หรือเมื่อพ้น90วันนับแต่วันที่นายกฯนำร่างรัฐธรรมนูญหรือร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้วแต่กรณีขึ้นทูลเกล้าฯถวายแล้วมิได้พระราชทานคืนมาให้ร่างรัฐธรรมนูญหรือร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติมนั้นเป็นอันตกไป"
รองฯวิษณุที่รับมอบอำนาจเต็มจากรัฐบาล ชี้แจงต่อสภาว่า
รัฐบาลเห็นว่าการแก้ไขตามข้อสังเกตุที่แจ้งจากราชเลขาฯนั้น ควรดำเนินการเลย
น่าจะเหมาะสมกว่าเพราะยังอยู่ในขั้นตอนการใช้พระราชอำนาจ
ถ้าดำเนินการภายหลังจะยุ่งยากเพราะการแก้ไขบางมาตราอาจต้องกลับไปทำประชามติ ครับ
Sent from my iPad
วันศุกร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2560
ทรงรับสั่ง ให้ 5 องคมนตรี ร่วม "บิ๊กตู่" ปล่อยขบวนรถสิ่งของบริจาค ยังชีพ ลงใต้
ทรงรับสั่ง ให้ 5 องคมนตรี ร่วม "บิ๊กตู่" ปล่อยขบวนรถสิ่งของบริจาค ยังชีพ ลงใต้
พลเอกประยุทธ์ เผย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงมอบหมาย องคมนตรี. นำโดย นายพลากร สุวรรณรัฐ. บิ๊กหนุ่ย พลเอกดาว์พงษ์รัตนสุวรรณ. บิ๊กหมู พลเอกธีรชัย นาควานิชบิ๊กต๊อก พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา. และบิ๊กโชย พลเอกกัมปนาท. รุดดิษฐ์ เป็นผู้แทนพระองค์ ปล่อยขบวนรถช่วยเหลือประชาชน น่ำท่วมใต้ ที่ลานพระรูปทรงม้า และ ติดตามการประชุม รมว.มหาดไทย วันนี้ ชี้เป็นภัยพิบัติระดับ3. ชี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีความห่วงใยในประชาชนอย่างมาก
5องคมนตรี-นายกฯบิ๊กตู่ ร่วมเป็นประธานปล่อยคาราวานอาชีวะ ช่วยน้ำท่วมใต้ "บิ๊กตู่" ถือเป็น "ทูตปรองดอง"ของรัฐบาล /อ่าน ลายพระหัตถ์ ในหลวง ให้ฟัง เผยทรงห่วงใย
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พร้อมด้วยองคมนตรี ประกอบด้วย พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช และนายพลากร สุวรรณรัฐ ร่วมเป็นประธานปล่อยขบวนคาราวาน "รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการช่วยเหลือประชาชน" จำนวนกว่า 900 คัน ที่พระลานพระราชวังดุสิต
พร้อมจัดทีมนักศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาที่จะไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยประมาณ 300 ทีม โดยขบวนคาราวานจะออกเดินทางระหว่างวันที่ 14-21 ม.ค.นี้ คาดว่าจะมีประชาชนได้รับการช่วยเหลือ 1.5 แสนครัวเรือน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การเดินทางไปครั้งนี้ เป็นการแสดงพลังของคนไทยที่จะช่วยเหลือดูแลทุกข์สุขของประชาชนไม่ว่าจะที่ใดก็ตาม มันเป็นการแสดงถึงน้ำใจที่เรามีให้ต่อกัน นั่นคือความเป็นคนไทย ความเป็นอนุรักษ์ไทยทั้งหมด สิ่งที่อยากกราบเรียนให้ที่ประชุมตรงนี้ทราบ
วันนี้เราอยู่ในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์คือลานพระราชวังดุสิต ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับอยู่บริเวณนี้ เมื่อคืนนี้ (12 ม.ค.) ตนและพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ซึ่งขณะนี้ในพื้นที่ได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบอุทกภัยระดับ 3 ฉะนั้นเป็นเรื่องของการบูรณาการของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งพระองค์ท่านทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีมาร่วมตรงนี้ด้วย และวันนี้จะมีการประชุมที่กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้เกิดการบูรณาการอย่างแท้จริงและทั่วถึง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า พระองค์ท่านยังพระราชทานลายพระหัตถ์มาให้นายกฯ เพื่อมาพูดกับพวกเรา และได้สนองพระราชปณิธานของพระองค์ท่าน ที่ทรงรับสั่งคือ เรื่องความห่วงใยประชาชนและสิ่งสำคัญคือการเร่งรัดช่วยเหลือดูแลฟื้นฟูให้ได้โดยเร็วในทุกกิจกรรม
วันนี้ถือว่าพวกเราเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลแก้ไขปัญหาให้ทุกอย่างอยู่ในภาวะปกติ สิ่งที่ตนอยากจะฝากพวกเราคือ ขอให้ทุกคนนำพระราชดำรัสของพระองค์ท่านและพระบารมีของพระองค์ท่านไปให้พี่น้องชาวใต้ที่ได้รับความเดือดร้อนด้วย และขอให้ทำหน้าที่เป็นทูตปรองดองของรัฐบาล คำว่าปรองดองของรัฐบาลก็คือเราไปร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีความแตกต่างในเรื่องอัตลักษณ์ สิ่งที่ห่วงมากที่สุดคือการที่พวกเราต้องปรับตัวให้เข้ากับพื้นที่ เหมือนกับที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงรับสั่งไว้ว่า เราต้องเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา
ฉะนั้น เราต้องเข้าใจอัตลักษณ์ประชาชนในจังหวัดภาคใต้ อย่าทำอะไรที่ผิดเพี้ยนและอย่าทำให้เกิดปัญหาใหม่ขึ้นมาโดยเด็ดขาด ทำตัวให้คนใต้รักเรา เพราะจะทำให้การปรองดองนั้นไปทั้งประเทศ ไม่ใช่เฉพาะกิจกรรมนี้ที่รัฐบาลทำให้เกิดขึ้น
"การปรองดองคือการที่ทุกคนช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน มีจิตสำนึกเผื่อแผ่แบ่งปัน ไม่สร้างปัญหาใหม่ ไม่มีแบ่งแยก ไม่ว่าเชื้อชาติใดก็คนไทยทั้งสิ้น เราต้องรวมพลังความรัก ความสามัคคีทั้ง 70 ล้านคนให้ได้ ขณะเดียวกันขอให้ทุกคนติดตามสถานการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาว่า สถานการณ์อาจจะมีพายุที่ก่อตัวในประเทศเพื่อนบ้านและจะเคลื่อนเข้ามาในไทย หวังว่าจะไม่ทำให้เหตุการณ์รุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม เราต้องช่วยกันอธิษฐาน ขณะเดียวกันทุกคนต้องระมัดระวังตัวให้ปลอดภัย "
“ขอให้ทุกคนที่เดินทางไปปลอดภัยและเป็นกำลังใจให้กันและกัน รัฐบาลจะติดตามการทำงานตรงนี้ สิ่งสำคัญขอให้ทุกคนสำนึกว่า พระองค์ท่านทรงห่วงจริงๆ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีมาร่วมและจะหารือประสานกันในการช่วยเหลือ
และขอให้ช่วยแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนตามแนวทางของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัฐบาลก็จะนำมาปฏิบัติ ซึ่งหลายอย่างควรที่จะปฏิบัติได้นานแล้ว ปัญหาของเรามันเยอะมาก เราก็ต้องแก้ปัญหาตรงนี้ให้ได้ ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นปัญหาอีก แต่ปัญหาเหล่านี้ไม่สามารถแก้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เว้นแต่พวกเราร่วมมือกัน ซึ่งการแก้ไขปัญหาน้ำรัฐบาลต้องใช้มาตรการที่เข้มข้น รวมถึงทุกคนต้องรู้เส้นทางน้ำผ่านว่าอยู่ตรงไหนบ้างในทุกจังหวัด คนที่อยู่บริเวณนั้นต้องระมัดระวังตัวเอง ถ้าทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินการ แต่รัฐบาลจะพยายามทำไม่ให้ใครเดือดร้อนมากที่สุด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ทีมองคมนตรี
เดอะ ทีม
ออกงานร่วมกัน ครั้งแรก 5องคมนตรีใหม่
ทั้ง นายพลากร สุวรรณรัฐ. บิ๊กหนุ่ย พลเอกดาว์พงษ์. รัตนสุวรรณ. บิ๊กหมู พลเอกธีรชัย นาควานิช. บิ๊กต๊อก พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายาและบิ๊กโชย พลเอกกัมปนาท. รุดดิษฐ์ ที่ล้วนเป็นพี่น้องที่ใกล้ชิดสนิทสนมคุ้นเคยกับพลเอกประยุทธ์มาทั้งสิ้น
ทั้ง นายพลากร สุวรรณรัฐ. บิ๊กหนุ่ย พลเอกดาว์พงษ์. รัตนสุวรรณ. บิ๊กหมู พลเอกธีรชัย นาควานิช. บิ๊กต๊อก พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายาและบิ๊กโชย พลเอกกัมปนาท. รุดดิษฐ์ ที่ล้วนเป็นพี่น้องที่ใกล้ชิดสนิทสนมคุ้นเคยกับพลเอกประยุทธ์มาทั้งสิ้น
ร่วมกับพลเอกประยุทธ์ ปล่อยขบวนคาราวาน ช่วยเหลือชาวใต้น้ำท่วม จากลานพระบรมรูปทรงม้า
ความเคลื่อนไหวการเมือง
นายกฯเป็นประธานพิธีวันสถาปาครอบรอบ 107 ปี กองทัพภาค 1นายทหารระดับสูง อดีต แม่ทัพเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานในพิธีวันสถาปนากองทัพภาคที่1 ประจำปี2560 ครบรอบ 107 ปี ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่1 โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก อดีตแม่ทัพภาคที่1 รวมถึงผู้บังคับบัญชาระดับสูง ผู้แทนเหล่าทัพ และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ เดินทางเข้าร่วมในพิธีดังกล่าวอย่างพร้อมเพรียง
ทั้งนี้เมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึง ได้ขึ้นแท่นรับความเคารพจากกองทหารเกียรติยศ ก่อนจะเดินทางเข้าไปในห้องอเนกประสงค์ กองบัญชาการกองทัพภาคที่1 เพื่อร่วมประกอบพิธีสงฆ์ต่อไป โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ตนเดินทางมาร่วมงานสถาปนากองทัพภาคที่ 1 ครบรอบ 107 ปี ซึ่งตนภาคภูมิใจที่เคยเป็นอดีตผู้บังคับบัญชาในหน่วยนี้ เพราะความเจริญเติบโตของกองทัพภาคที่ 1 มีมากว่า 100 ปี มาจากการนำพาของอดีตผู้บังคับบัญชา และได้รับความร่วมมือจากผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งนายทหาร นายสิบ ตลอดจนลูกจ้าง พนักงานที่ร่วมมือกัน เพื่อดูแลทุกข์สุขของครอบครัวของเราให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้ ตนขอย้ำว่าเป็นความภาคภูมิใจที่เคยรับราชการอยู่หน่วยนี้
อย่างไรก็ตามกองทัพภาคที่1 ได้สถาปนาขึ้นเมื่อวันที่13 มกราคม 2453 ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้จัดกองพลเป็นกองทัพภาคที่ 1 ดังนั้นกองทัพภาคที่ 1 จึงกำหนดให้วันที่ 13 มกราคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสถาปนา
กองทัพภาคที่ 1 ซึ่งปัจจุบันมีพล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เป็นแม่ทัพภาคที่ 1 คนที่ 50
--
สนช.เตรียมพิจารณาแก้ไข รธน.ฉบับชั่วคราว 3 วาระรวด ใน 2 ประเด็นสำคัญ "รองฯวิษณุ" เป็นตัวแทน รัฐบาลเข้าชี้แจง
ความเคลื่อนไหวที่อาคารรัฐสภาในวันนี้ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้เรียกสมาชิกประชุมครั้งที่2 / 2560 เพื่อพิจารณาเรื่องด่วนการปรับแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวพุทธศักราช 2557 ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติและคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดยมีนายวิษณุ เครืองามรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายจะเป็นผู้แทนเขาชี้แจงหลักการและเหตุผลของการแก้ไขต่อสนช. และในวันนี้จะเป็นการพิจารณา 3 วาระรวดในคราวเดียว เนื่องจากการขอปรับแก้ไขถ้อยคำในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวสนช.จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากคสช.และครม. จึงจะใช้วิธีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเต็มสภาและให้นายวิษณุ ตัดสินใจว่าจะประบแก้ไขตามข้อเสนอห รือไม่ในทันที เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในพิจารณา
ทั้งนี้สำหรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว มีสาระสำคัญ 2 ประเด็น คือ เรื่องผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และระยะเวลาในการทูลเกล้าทูลกระหม่อม และพระราชทานรัฐธรรมนูญกลับคืนมา ซึ่งฝ่ายรัฐบาลยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อหมวดอื่นแต่อย่างใด
---
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยประชาชนน้ำท่วม พร้อมพระราชทานลายพระหัตถ์ เป็นกำลังใจ ขอมีร่างกาย จิตใจเข้มแข็ง เพื่อความสุข มั่นคงของชาติ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ให้ตนเองและคณะผู้เกี่ยวข้อง เข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์ เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา โดยได้ถวายรายงานเรื่องสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งพระองค์ทรงมีความห่วงใย และทรงรับสั่งด้วยความห่วงใยหลายประการ โดยเฉพาะการให้ความช่วยเหลือประชาชนให้กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็วและดีที่สุด และให้ดำเนินการเตรียมแผนงานระยะยาวในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืนในพื้นที่ภาคใต้ และให้น้อมนำแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาทบทวน
พร้อมกันนี้ พระองค์ยังทรงพระราชทานลายพระหัตถ์ถึงประชาชนทุกคนว่า ด้วยความรักและห่วงใย ขอเป็นกำลังใจในการร่วมกันฟื้นฟูและพัฒนาเพื่อขวัญที่ดี จิตใจ และร่างกายที่เข้มแข็ง นำมาซึ่งความสุขและมั่นคงของชาติ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า พระองค์ทรงห่วงใยในทุกเรื่อง รวมถึงเป็นกำลังให้กับประชาชนทุกคน มีความอดทน และมีความเข้าใจว่าจะอยู่กับน้ำได้อย่างไร ขณะที่ในส่วนของสถานการณ์บ้านเมืองนั้น ก็ขอให้ทุกคนมีความรัก ความสามัคคี อยู่ในความสงบ ทำให้บ้านมีความปลอดภัยยั่งยืน เป็นที่เชื่อมั่นของนานาประเทศ
--------
นายกฯ พร้อม 5 องคมนตรี ร่วมปล่อยขบวนคาราวานช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ยกเป็นทูตปรองดอง ขอ ปชช. ร่วมมือกับรัฐบาล
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ, พล.อ.ธีรชัย นาควานิช, พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา, พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ และ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ร่วมปล่อยคาราวานช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ 12 จังหวัด กว่า 900 คัน
โดย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การแสดงพลังน้ำใจของคนไทยด้วยกันเองในวันนี้ เป็นทำงานแบบบูรณาการเพื่อลดการซ้ำซ้อน พร้อมขอให้ร่วมมือกับรัฐบาลในการทำงาน และขอให้ทุกคนที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ช่วยเป็นทูตในการสร้างความปรองดองกับประชาชน โดยให้ปรับตัวเข้ากับพื้นที่ อย่าสร้างปัญหาใหม่
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะมีการหาแนวทางในการแก้ปัญหาอย่างยั้งยืน ทั้งการระบายน้ำสู่ทะเลให้ได้มากที่สุด และการแก้ปัญหารเรื่องสร้างสิ่งปลูกสร้างกรีดขวางทางน้ำไหล จึงขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคน
-------
สนช. เริ่มการประชุมแล้ว พิจารณาวาระเร่งด่วนแก้ไข รธน.ฉบับชั่วคราว "วิษณุ" ชี้แจงหลักการเหตุผล
การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. วันนี้ เริ่มเวลา 10.00 น. โดยมีวาระพิจารณาเรื่องด่วน ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 แก้ไขเพิ่มเติม ตามที่ คณะรัฐมนตรีและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เป็นผู้เสนอ ซึ่งจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภา เพื่อร่วมกันพิจารณาใน 3 วาระรวด โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย และ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้แทน คสช. และ ครม. เข้าร่วมการประชุมและมีอำนาจเต็มในการตัดสินใจ โดย นายวิษณุ ระบุว่า ร่างแก้ไขร่างรับธรรมนูญ ฉบับขั่วคราว เป็นการเพิ่มข้อความในมาตรา 3 วรรค 2 เรื่องเกี่ยวข้องกับการตั้งแต่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในบางกรณี และแก้ไขมาตรา 39/1 ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีในการขอรับพระราชทานร่างรัฐธรรมนูญกลับมาแก้ไขตามที่ทรงมีข้อสังเกต
ซึ่งสาเหตุที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ชั่วคราว เนื่องจากหากรอให้ร่างรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ การจะแก้ไขบทบัญญัติในหมวดพระมหากษัตริย์ และหมวดอื่น ๆ ตามที่กำหนดจะต้องผ่านการทำประชามติจากประชาชนก่อน จึงดำเนินการแก้ให้เกิดความชอบธรรมให้กับนายกรัฐมนตรีในการรับร่างรัฐธรรมนูญกลับมาแก้ไข
-------------
"จาตุรนต์" FB ม.44 กับการจัดการศึกษา แก้ปัญหาได้จริงหรือ ชี้จะทำให้เกิดปัญหาที่ยากจะแก้ไขในอนาคต
นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Chaturon Chaisang" ว่า การใช้ ม.44 กับการจัดการศึกษา แก้ปัญหาได้จริงหรือ
เพราะก่อนหน้านี้ มีการใช้มาแล้วหลายครั้ง โดยล่าสุดได้มีการเผยแพร่คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 1/2560 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการบริหารงานบุคคลของกระทรวงศึกษาธิการ มีใจความสำคัญว่า เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน จึงจําเป็นต้องกําหนดให้กระทรวงศึกษาธิการ มี อ.ก.พ. ขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อทําหน้าที่ อ.ก.พ. กระทรวงเพียงคณะเดียว ซึ่งการเปลี่ยนจากการมี อ.ก.พ. 5 คณะ มาเหลือเพียงคณะเดียวอย่างนี้ ต้องถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงทางการบริหารงานในกระทรวงศึกษาอย่างมาก แต่ปัญหาที่คงยังไม่มีใครตอบได้ คือ ความลักลั่นที่กระทรวงศึกษายังคงมีองค์กรหลักอยู่ 5 องค์กร หรือที่เรียกว่า 5 แท่ง แต่การจัดการบริหารงานบุคคลซึ่งครอบคลุมทั้งการแต่งตั้งโยกย้าย การสอบข้อเท็จจริงการสอบสวนและการลงโทษทางวินัยกลับจะทำโดยองค์กรเดียว
ดังนั้น การใช้ ม.44 กับกระทรวงศึกษาในหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา รวมถึงครั้งล่าสุดนี้ มีลักษณะเหมือนกับว่าคิดอะไรได้ก็สั่ง ๆ ไปก่อน ภาพรวมหรืออนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไรยังไม่ได้คิดให้ชัดเจน ทั้งยังมีเป็นการให้ความสำคัญไม่ตรงจุด คือ ไปเน้นเรื่องโครงสร้างมากกว่าการจะให้ความสนใจในเรื่องหลักสูตรการเรียนการสอน การทดสอบวัดผล การผลิตและพัฒนาครู การยกระดับคุณภาพการศึกษาและการส่งเสริมให้เกิดความเท่าเทียมทางการศึกษา เป็นต้น
ทั้งนี้ นายจาตุรนต์ ทิ้งท้ายว่า คสช. และรัฐบาลมักอวดอ้างว่าจะปฏิรูป จะกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แต่ดูจากที่ทำกับการศึกษา ไม่เห็นว่าจะเป็นการปฏิรูปหรือทำอะไรอย่างมียุทธศาสตร์หรือมีความเข้าใจในภาพรวมเลย ที่ใช้คำสั่งเด็ดขาดครั้งแล้วครั้งเล่านี้ ยิ่งทำให้ยากสำหรับการแก้ไขในวันข้างหน้า
-------------
ฮิวแมนไรท์วอทช์ ออกรายงานไทยล้มเหลวด้านสิทธิมนุษยชน ในปี 2559 ไม่ทำตามคำสัญญากับสหประชาชาติที่จะฟื้นประชาธิปไตย
องค์กรสิทธิมนุษยชน ฮิวแมนไรท์วอทช์ เผยแพร่รายงาน ระบุ ในพี 2559 รัฐบาลไทยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ล้มเหลวต่อเนื่องในการที่จะทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ และคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน ที่จะเคารพหลักสิทธิเสรีภาพและฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตย โดยอธิบายว่าก่อนหน้าการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเมื่อ 7 ส.ค. 2559 คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ปิดกั้นการใช้สิทธิในการแสดงออก การชุมนุมโดยสงบ ด้วยการใช้กฎหมายต่าง ๆ เช่น กฎหมายประชามติ กฎหมายคอมพิวเตอร์ กฎหมายอาญาว่าด้วยความผิดฐานยุยงปลุกปั่น และคำสั่ง คสช. ฉบับต่าง ๆ ทำให้บุคคลที่วิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญและรณรงค์ "โหวตโน" ถูกจับกุมอย่างน้อย 120 คน
พร้อมกันนี้ รัฐบาลยังคงปิดกั้นการแสดงออก อาทิ กรณีกลุ่มแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ต้องยกเลิกการแถลงข่าวในกรุงเทพฯ เพื่อเปิดตัวรายงานว่าด้วยการทรมานในประเทศไทย, กรณีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กดดันให้โทรทัศน์ พีซทีวี ระงับออกอากาศเป็นเวลา 30 วัน และวอยซ์ทีวีกับสปริงนิวส์ งดนำเสนอความเห็นของนักวิเคราะห์ข่าวที่วิจารณ์รัฐบาล หรือแม้กระทั่ง การนำกฎหมายว่าด้วยความผิดฐานยุยงปลุกปั่นมาใช้อย่างกว้างขวาง เช่น กรณี "จับขันแดง" หรือการดำเนินคดีประชาชนในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ รวมถึงยังขอให้ประเทศต่างๆ ส่งตัวบุคคลผู้ขอลี้ภัยกลับมาดำเนินคดีในประเทศในข้อหาหมิ่นสถาบันด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการยกเลิกคำสั่ง คสช. 3 ฉบับ ที่กำหนดให้พลเรือนขึ้นศาลทหารในคดีความมั่นคง แต่ไม่มีผลย้อนหลัง จึงไม่ได้เป็นคุณแก่คดีที่ขึ้นศาลทหารแล้วกว่า 1,800 คดี และในเวลานี้ยังมีพลเรือนถูกควบคุมตัวภายในกรมทหาร โดยไม่มีกลไกป้องกันการละเมิดสิทธิของผู้ต้องหาด้วย
--------------
มติ สนช. ผ่าน วาระ 3 แก้ ไข รธน.ชั่วคราว 2557 เพื่อเปิดทาง แก้ รธน.ฉบับประชามติ แล้ว นายกฯนำขึ้นทูลเกล้าฯ ภายใน 15 วัน
ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. มีมติเป็นเอกฉันท์ 228:0 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง เห็นชอบการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว 2557 ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และคณะรัฐมนตรี เสนอ จากนี้นานกรัฐมนตรีจะต้องนำร่างที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมให้ทรงลงพระปรมาภิไธยและประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา ภายใน 15 วัน หรือก่อนวันที่ 6 กุมภาพันธ์ เพื่อให้นายกรัฐมนตรีสามารถขอพระราชทานร่างรัฐธรรมนูญที่นำขึ้นทูลเกล้าไปแล้ว กลับมาแก้ไขเพิ่มเติมตามประเด็นที่ทรงมีข้อสังเกตได้ทันตามกรอบเวลา 90 วัน ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ
-------------------
นายกฯ ต้อนรับเอกอัครราชทูตฟินแลนด์ แจงโรดแมป สร้างความเชื่อมั่นให้ต่างประเทศ - ทำเนียบเตรียมวันเด็ก
ความเคลื่อนไหวที่ทำเนียบรัฐบาล ในช่วงบ่ายวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ให้การต้อนรับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฟินแลนด์ประจำประเทศไทย ที่เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี ในโอกาสเข้ารับหน้าที่ใหม่ ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พร้อมหารือร่วมกัน ซึ่งคาดว่า นายกรัฐมนตรีจะใช้โอกาสนี้ในการชี้แจงถึงสถานการณ์ประเทศไทย และโรดแมปของรัฐบาล ที่จะนำสู่ความเป็นประชาธิปไตยแบบสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ต่างประเทศ
ขณะบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลในวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้มีการเตรียมสถานที่เพื่อจัดกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2560 ในวันพรุ่งนี้ (14 ม.ค.) โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 - 15.00 น. ภายใต้แนวคิด
“ดินแดนแห่งความสุข ตามศาสตร์พระราชา” โดยจะมีกิจกรรมต่าง ๆ ที่ช่วยสร้างความรู้และความสนุกสนานเพลิดเพลินให้แก่เด็กที่มาร่วมงาน โดยไฮไลต์สำคัญ นอกจากการนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี
ภายในห้องทำงาน บนตึกไทยคู่ฟ้าแล้ว เด็ก ๆ ที่มาร่วมงาน ยังจะได้เรียนรู้จากกิจกรรมที่จัดไว้ให้ โดยเฉพาะศาสตร์พระราชา หรือแนวทางพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9
-------------------
"มีชัย" โยนรัฐบาลดูคณะกรรมการพิเศษแก้ร่างรัฐธรรมนูญ ภายใน 30 วัน ย้ำ เดินหน้าตามโรดแมป
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการกฤษฎีกาชุดพิเศษ ดำเนินการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญตามข้อสังเกตพระราชทาน ว่า เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องประสานกับคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งส่วนตัวคาดว่ารัฐบาลจะเป็นผู้ดำเนินการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นผู้ที่รู้ถึงข้อสังเกต และส่งให้คณะกรรมการชุดพิเศษ เป็นผู้พิจารณาตามบันทึกที่รัฐบาลส่งมาให้ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมภายใน 30 วัน ตามกรอบเวลาที่กำหนด ส่วนจะแก้ประเด็นใดบางส่วนตัวไม่ทราบ เพราะไม่ได้ติดตามการพิจารณาของ สนช. แต่ นายมีชัย ยังยืนยันว่า ขณะนี้ยังคงเดินหน้าไปตามโรดแมปเดิม เนื่องจากจะเริ่มต้นนับหนึ่งหลังจากร่างรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในปี 2562 นายมีชัย ไม่สามารถยืนยันได้ แต่เชื่อว่า กรธ. จะไม่อยู่ถึงในเวลานั้น พร้อมกันนี้ นายมีชัย ยังกล่าวถึงกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. จะประสานมายัง กรธ. ขอให้ส่งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญให้ สนช. ศึกษาล่วงหน้าอย่างไม่เป็นทางการก่อน ว่า สามารถทำได้ เพราะไม่มีความลับอะไร
----------------------
นายกฯ ขอทุกคนเร่งช่วยน้ำท่วมใต้ ยกเป็นวาระแห่งชาติ เตรียมจัดงาน "ประชารัฐร่วมใจ ช่วยอุทกภัยภาคใต้" ขึ้นในวันที่ 15 ม.ค. นี้
พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากภัยพิบัติในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ 12 จังหวัด ส่งผลให้เกิดความสูญเสียทั้งในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จึงอยากให้ทุกคนมองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นวาระแห่งชาติ และควรเป็นความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในลักษณะประชารัฐ ดังนั้น ได้ให้จัดงานภายใต้ชื่อ "ประชารัฐร่วมใจ ช่วยอุทกภัยภาคใต้" ขึ้นในวันที่ 15 ม.ค. นี้ ตั้งแต่เวลา 18.00 - 20.00 น. โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย แทนรายการเดินหน้าประเทศไทย โดยในช่วงแรกจะเชิญนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี มารับโทรศัพท์ในการรับบริจาค 5 คู่สาย และคณะรัฐมนตรี ศิลปิน ดารา นักแสดงอีก 25 คู่สาย ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ขณะเดียวกัน เบอร์สายด่วน 1111 นั้น ยังสามารถโทรมาได้ตามปกติ เพื่อรับแจ้งปัญหาต่าง ๆ
อย่างไรก็ตาม จะเน้นการบริจาคเงินเพื่อสะดวกในการส่งมอบแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปใช้ตามความต้องการของประชาชน โดยยืนยันว่าการใช้เงินรัดกุมไม่รั่วไหล และตรวจสอบได้อย่างชัดเจน อีกทั้งการจัดการกิจกรรมดังกล่าวจะสร้างความเชื่อมั่นและให้กำลังใจให้กับประชาชนในพื้นที่ว่ารัฐบาลไม่ทอดทิ้งประชาชน โดยระดมความช่วยเหลือทุกทางเพื่อแก้ไขปัญหาให้เป็นระบบมากที่สุด
---------
นายกฯ ให้บุตรหลานข้าราชการทำเนียบได้เยี่ยมชมห้องทำงาน พร้อมจับสลากแจกของขวัญ - เลี้ยงอาหารก่อนวันเด็กแห่งชาติ
บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เปิดโอกาสให้บุตรหลานของข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ประจำ
ทำเนียบรัฐบาล ได้เข้าเยี่ยมชมห้องทำงาน และนั่งเก้าอี้ของนายกรัฐมนตรี รวมทั้งถ่ายภาพร่วมกับนายกรัฐมนตรี ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พร้อมทั้งมีการจับสลากแจกของขวัญ และ
เลี้ยงอาหารให้แก่เด็ก ก่อนที่จะถึงวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2560 ในวันพรุ่งนี้ เนื่องจากข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบรัฐบาลต้องมาปฏิบัติหน้าที่ เนื่องในงานวันเด็กแห่งชาติ
ซึ่งบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลในวันนี้ ก็เป็นไปอย่างคึกคัก เด็ก ๆ และผู้ปกครองต่างตั้งหน้า ตั้งตารอเข้าตึกไทยคู่ฟ้า ด้วยความตื่นเต้น สำหรับเด็กและเยาวชนที่มาลงทะเบียนนั้น จะได้รับถุงผ้าที่มี
การสกรีนเป็นรูป ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล และภายในถุงผ้านั้น มีกระบอกบรรจุน้ำ กล่องข้าว และตุ๊กตา ซึ่งมีทั้งหมด 3,000 ชุด
อย่างไรก็ตาม โอกาสที่เด็กและเยาวชนจะได้เข้าไปภายในห้องทำงานของนายกรัฐมนตรี จะมีเพียงปีละครั้งเท่านั้น
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานในพิธีวันสถาปนากองทัพภาคที่1 ประจำปี2560 ครบรอบ 107 ปี ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่1 โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก อดีตแม่ทัพภาคที่1 รวมถึงผู้บังคับบัญชาระดับสูง ผู้แทนเหล่าทัพ และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ เดินทางเข้าร่วมในพิธีดังกล่าวอย่างพร้อมเพรียง
ทั้งนี้เมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึง ได้ขึ้นแท่นรับความเคารพจากกองทหารเกียรติยศ ก่อนจะเดินทางเข้าไปในห้องอเนกประสงค์ กองบัญชาการกองทัพภาคที่1 เพื่อร่วมประกอบพิธีสงฆ์ต่อไป โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ตนเดินทางมาร่วมงานสถาปนากองทัพภาคที่ 1 ครบรอบ 107 ปี ซึ่งตนภาคภูมิใจที่เคยเป็นอดีตผู้บังคับบัญชาในหน่วยนี้ เพราะความเจริญเติบโตของกองทัพภาคที่ 1 มีมากว่า 100 ปี มาจากการนำพาของอดีตผู้บังคับบัญชา และได้รับความร่วมมือจากผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งนายทหาร นายสิบ ตลอดจนลูกจ้าง พนักงานที่ร่วมมือกัน เพื่อดูแลทุกข์สุขของครอบครัวของเราให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้ ตนขอย้ำว่าเป็นความภาคภูมิใจที่เคยรับราชการอยู่หน่วยนี้
อย่างไรก็ตามกองทัพภาคที่1 ได้สถาปนาขึ้นเมื่อวันที่13 มกราคม 2453 ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้จัดกองพลเป็นกองทัพภาคที่ 1 ดังนั้นกองทัพภาคที่ 1 จึงกำหนดให้วันที่ 13 มกราคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสถาปนา
กองทัพภาคที่ 1 ซึ่งปัจจุบันมีพล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เป็นแม่ทัพภาคที่ 1 คนที่ 50
--
สนช.เตรียมพิจารณาแก้ไข รธน.ฉบับชั่วคราว 3 วาระรวด ใน 2 ประเด็นสำคัญ "รองฯวิษณุ" เป็นตัวแทน รัฐบาลเข้าชี้แจง
ความเคลื่อนไหวที่อาคารรัฐสภาในวันนี้ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้เรียกสมาชิกประชุมครั้งที่2 / 2560 เพื่อพิจารณาเรื่องด่วนการปรับแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวพุทธศักราช 2557 ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติและคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดยมีนายวิษณุ เครืองามรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายจะเป็นผู้แทนเขาชี้แจงหลักการและเหตุผลของการแก้ไขต่อสนช. และในวันนี้จะเป็นการพิจารณา 3 วาระรวดในคราวเดียว เนื่องจากการขอปรับแก้ไขถ้อยคำในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวสนช.จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากคสช.และครม. จึงจะใช้วิธีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเต็มสภาและให้นายวิษณุ ตัดสินใจว่าจะประบแก้ไขตามข้อเสนอห รือไม่ในทันที เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในพิจารณา
ทั้งนี้สำหรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว มีสาระสำคัญ 2 ประเด็น คือ เรื่องผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และระยะเวลาในการทูลเกล้าทูลกระหม่อม และพระราชทานรัฐธรรมนูญกลับคืนมา ซึ่งฝ่ายรัฐบาลยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อหมวดอื่นแต่อย่างใด
---
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยประชาชนน้ำท่วม พร้อมพระราชทานลายพระหัตถ์ เป็นกำลังใจ ขอมีร่างกาย จิตใจเข้มแข็ง เพื่อความสุข มั่นคงของชาติ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ให้ตนเองและคณะผู้เกี่ยวข้อง เข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์ เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา โดยได้ถวายรายงานเรื่องสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งพระองค์ทรงมีความห่วงใย และทรงรับสั่งด้วยความห่วงใยหลายประการ โดยเฉพาะการให้ความช่วยเหลือประชาชนให้กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็วและดีที่สุด และให้ดำเนินการเตรียมแผนงานระยะยาวในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืนในพื้นที่ภาคใต้ และให้น้อมนำแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาทบทวน
พร้อมกันนี้ พระองค์ยังทรงพระราชทานลายพระหัตถ์ถึงประชาชนทุกคนว่า ด้วยความรักและห่วงใย ขอเป็นกำลังใจในการร่วมกันฟื้นฟูและพัฒนาเพื่อขวัญที่ดี จิตใจ และร่างกายที่เข้มแข็ง นำมาซึ่งความสุขและมั่นคงของชาติ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า พระองค์ทรงห่วงใยในทุกเรื่อง รวมถึงเป็นกำลังให้กับประชาชนทุกคน มีความอดทน และมีความเข้าใจว่าจะอยู่กับน้ำได้อย่างไร ขณะที่ในส่วนของสถานการณ์บ้านเมืองนั้น ก็ขอให้ทุกคนมีความรัก ความสามัคคี อยู่ในความสงบ ทำให้บ้านมีความปลอดภัยยั่งยืน เป็นที่เชื่อมั่นของนานาประเทศ
--------
นายกฯ พร้อม 5 องคมนตรี ร่วมปล่อยขบวนคาราวานช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ยกเป็นทูตปรองดอง ขอ ปชช. ร่วมมือกับรัฐบาล
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ, พล.อ.ธีรชัย นาควานิช, พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา, พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ และ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ร่วมปล่อยคาราวานช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ 12 จังหวัด กว่า 900 คัน
โดย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การแสดงพลังน้ำใจของคนไทยด้วยกันเองในวันนี้ เป็นทำงานแบบบูรณาการเพื่อลดการซ้ำซ้อน พร้อมขอให้ร่วมมือกับรัฐบาลในการทำงาน และขอให้ทุกคนที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ช่วยเป็นทูตในการสร้างความปรองดองกับประชาชน โดยให้ปรับตัวเข้ากับพื้นที่ อย่าสร้างปัญหาใหม่
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะมีการหาแนวทางในการแก้ปัญหาอย่างยั้งยืน ทั้งการระบายน้ำสู่ทะเลให้ได้มากที่สุด และการแก้ปัญหารเรื่องสร้างสิ่งปลูกสร้างกรีดขวางทางน้ำไหล จึงขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคน
-------
สนช. เริ่มการประชุมแล้ว พิจารณาวาระเร่งด่วนแก้ไข รธน.ฉบับชั่วคราว "วิษณุ" ชี้แจงหลักการเหตุผล
การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. วันนี้ เริ่มเวลา 10.00 น. โดยมีวาระพิจารณาเรื่องด่วน ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 แก้ไขเพิ่มเติม ตามที่ คณะรัฐมนตรีและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เป็นผู้เสนอ ซึ่งจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภา เพื่อร่วมกันพิจารณาใน 3 วาระรวด โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย และ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้แทน คสช. และ ครม. เข้าร่วมการประชุมและมีอำนาจเต็มในการตัดสินใจ โดย นายวิษณุ ระบุว่า ร่างแก้ไขร่างรับธรรมนูญ ฉบับขั่วคราว เป็นการเพิ่มข้อความในมาตรา 3 วรรค 2 เรื่องเกี่ยวข้องกับการตั้งแต่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในบางกรณี และแก้ไขมาตรา 39/1 ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีในการขอรับพระราชทานร่างรัฐธรรมนูญกลับมาแก้ไขตามที่ทรงมีข้อสังเกต
ซึ่งสาเหตุที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ชั่วคราว เนื่องจากหากรอให้ร่างรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ การจะแก้ไขบทบัญญัติในหมวดพระมหากษัตริย์ และหมวดอื่น ๆ ตามที่กำหนดจะต้องผ่านการทำประชามติจากประชาชนก่อน จึงดำเนินการแก้ให้เกิดความชอบธรรมให้กับนายกรัฐมนตรีในการรับร่างรัฐธรรมนูญกลับมาแก้ไข
-------------
"จาตุรนต์" FB ม.44 กับการจัดการศึกษา แก้ปัญหาได้จริงหรือ ชี้จะทำให้เกิดปัญหาที่ยากจะแก้ไขในอนาคต
นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Chaturon Chaisang" ว่า การใช้ ม.44 กับการจัดการศึกษา แก้ปัญหาได้จริงหรือ
เพราะก่อนหน้านี้ มีการใช้มาแล้วหลายครั้ง โดยล่าสุดได้มีการเผยแพร่คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 1/2560 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการบริหารงานบุคคลของกระทรวงศึกษาธิการ มีใจความสำคัญว่า เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน จึงจําเป็นต้องกําหนดให้กระทรวงศึกษาธิการ มี อ.ก.พ. ขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อทําหน้าที่ อ.ก.พ. กระทรวงเพียงคณะเดียว ซึ่งการเปลี่ยนจากการมี อ.ก.พ. 5 คณะ มาเหลือเพียงคณะเดียวอย่างนี้ ต้องถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงทางการบริหารงานในกระทรวงศึกษาอย่างมาก แต่ปัญหาที่คงยังไม่มีใครตอบได้ คือ ความลักลั่นที่กระทรวงศึกษายังคงมีองค์กรหลักอยู่ 5 องค์กร หรือที่เรียกว่า 5 แท่ง แต่การจัดการบริหารงานบุคคลซึ่งครอบคลุมทั้งการแต่งตั้งโยกย้าย การสอบข้อเท็จจริงการสอบสวนและการลงโทษทางวินัยกลับจะทำโดยองค์กรเดียว
ดังนั้น การใช้ ม.44 กับกระทรวงศึกษาในหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา รวมถึงครั้งล่าสุดนี้ มีลักษณะเหมือนกับว่าคิดอะไรได้ก็สั่ง ๆ ไปก่อน ภาพรวมหรืออนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไรยังไม่ได้คิดให้ชัดเจน ทั้งยังมีเป็นการให้ความสำคัญไม่ตรงจุด คือ ไปเน้นเรื่องโครงสร้างมากกว่าการจะให้ความสนใจในเรื่องหลักสูตรการเรียนการสอน การทดสอบวัดผล การผลิตและพัฒนาครู การยกระดับคุณภาพการศึกษาและการส่งเสริมให้เกิดความเท่าเทียมทางการศึกษา เป็นต้น
ทั้งนี้ นายจาตุรนต์ ทิ้งท้ายว่า คสช. และรัฐบาลมักอวดอ้างว่าจะปฏิรูป จะกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แต่ดูจากที่ทำกับการศึกษา ไม่เห็นว่าจะเป็นการปฏิรูปหรือทำอะไรอย่างมียุทธศาสตร์หรือมีความเข้าใจในภาพรวมเลย ที่ใช้คำสั่งเด็ดขาดครั้งแล้วครั้งเล่านี้ ยิ่งทำให้ยากสำหรับการแก้ไขในวันข้างหน้า
-------------
ฮิวแมนไรท์วอทช์ ออกรายงานไทยล้มเหลวด้านสิทธิมนุษยชน ในปี 2559 ไม่ทำตามคำสัญญากับสหประชาชาติที่จะฟื้นประชาธิปไตย
องค์กรสิทธิมนุษยชน ฮิวแมนไรท์วอทช์ เผยแพร่รายงาน ระบุ ในพี 2559 รัฐบาลไทยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ล้มเหลวต่อเนื่องในการที่จะทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ และคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน ที่จะเคารพหลักสิทธิเสรีภาพและฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตย โดยอธิบายว่าก่อนหน้าการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเมื่อ 7 ส.ค. 2559 คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ปิดกั้นการใช้สิทธิในการแสดงออก การชุมนุมโดยสงบ ด้วยการใช้กฎหมายต่าง ๆ เช่น กฎหมายประชามติ กฎหมายคอมพิวเตอร์ กฎหมายอาญาว่าด้วยความผิดฐานยุยงปลุกปั่น และคำสั่ง คสช. ฉบับต่าง ๆ ทำให้บุคคลที่วิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญและรณรงค์ "โหวตโน" ถูกจับกุมอย่างน้อย 120 คน
พร้อมกันนี้ รัฐบาลยังคงปิดกั้นการแสดงออก อาทิ กรณีกลุ่มแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ต้องยกเลิกการแถลงข่าวในกรุงเทพฯ เพื่อเปิดตัวรายงานว่าด้วยการทรมานในประเทศไทย, กรณีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กดดันให้โทรทัศน์ พีซทีวี ระงับออกอากาศเป็นเวลา 30 วัน และวอยซ์ทีวีกับสปริงนิวส์ งดนำเสนอความเห็นของนักวิเคราะห์ข่าวที่วิจารณ์รัฐบาล หรือแม้กระทั่ง การนำกฎหมายว่าด้วยความผิดฐานยุยงปลุกปั่นมาใช้อย่างกว้างขวาง เช่น กรณี "จับขันแดง" หรือการดำเนินคดีประชาชนในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ รวมถึงยังขอให้ประเทศต่างๆ ส่งตัวบุคคลผู้ขอลี้ภัยกลับมาดำเนินคดีในประเทศในข้อหาหมิ่นสถาบันด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการยกเลิกคำสั่ง คสช. 3 ฉบับ ที่กำหนดให้พลเรือนขึ้นศาลทหารในคดีความมั่นคง แต่ไม่มีผลย้อนหลัง จึงไม่ได้เป็นคุณแก่คดีที่ขึ้นศาลทหารแล้วกว่า 1,800 คดี และในเวลานี้ยังมีพลเรือนถูกควบคุมตัวภายในกรมทหาร โดยไม่มีกลไกป้องกันการละเมิดสิทธิของผู้ต้องหาด้วย
--------------
มติ สนช. ผ่าน วาระ 3 แก้ ไข รธน.ชั่วคราว 2557 เพื่อเปิดทาง แก้ รธน.ฉบับประชามติ แล้ว นายกฯนำขึ้นทูลเกล้าฯ ภายใน 15 วัน
ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. มีมติเป็นเอกฉันท์ 228:0 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง เห็นชอบการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว 2557 ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และคณะรัฐมนตรี เสนอ จากนี้นานกรัฐมนตรีจะต้องนำร่างที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมให้ทรงลงพระปรมาภิไธยและประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา ภายใน 15 วัน หรือก่อนวันที่ 6 กุมภาพันธ์ เพื่อให้นายกรัฐมนตรีสามารถขอพระราชทานร่างรัฐธรรมนูญที่นำขึ้นทูลเกล้าไปแล้ว กลับมาแก้ไขเพิ่มเติมตามประเด็นที่ทรงมีข้อสังเกตได้ทันตามกรอบเวลา 90 วัน ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ
-------------------
นายกฯ ต้อนรับเอกอัครราชทูตฟินแลนด์ แจงโรดแมป สร้างความเชื่อมั่นให้ต่างประเทศ - ทำเนียบเตรียมวันเด็ก
ความเคลื่อนไหวที่ทำเนียบรัฐบาล ในช่วงบ่ายวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ให้การต้อนรับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฟินแลนด์ประจำประเทศไทย ที่เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี ในโอกาสเข้ารับหน้าที่ใหม่ ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พร้อมหารือร่วมกัน ซึ่งคาดว่า นายกรัฐมนตรีจะใช้โอกาสนี้ในการชี้แจงถึงสถานการณ์ประเทศไทย และโรดแมปของรัฐบาล ที่จะนำสู่ความเป็นประชาธิปไตยแบบสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ต่างประเทศ
ขณะบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลในวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้มีการเตรียมสถานที่เพื่อจัดกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2560 ในวันพรุ่งนี้ (14 ม.ค.) โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 - 15.00 น. ภายใต้แนวคิด
“ดินแดนแห่งความสุข ตามศาสตร์พระราชา” โดยจะมีกิจกรรมต่าง ๆ ที่ช่วยสร้างความรู้และความสนุกสนานเพลิดเพลินให้แก่เด็กที่มาร่วมงาน โดยไฮไลต์สำคัญ นอกจากการนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี
ภายในห้องทำงาน บนตึกไทยคู่ฟ้าแล้ว เด็ก ๆ ที่มาร่วมงาน ยังจะได้เรียนรู้จากกิจกรรมที่จัดไว้ให้ โดยเฉพาะศาสตร์พระราชา หรือแนวทางพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9
-------------------
"มีชัย" โยนรัฐบาลดูคณะกรรมการพิเศษแก้ร่างรัฐธรรมนูญ ภายใน 30 วัน ย้ำ เดินหน้าตามโรดแมป
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการกฤษฎีกาชุดพิเศษ ดำเนินการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญตามข้อสังเกตพระราชทาน ว่า เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องประสานกับคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งส่วนตัวคาดว่ารัฐบาลจะเป็นผู้ดำเนินการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นผู้ที่รู้ถึงข้อสังเกต และส่งให้คณะกรรมการชุดพิเศษ เป็นผู้พิจารณาตามบันทึกที่รัฐบาลส่งมาให้ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมภายใน 30 วัน ตามกรอบเวลาที่กำหนด ส่วนจะแก้ประเด็นใดบางส่วนตัวไม่ทราบ เพราะไม่ได้ติดตามการพิจารณาของ สนช. แต่ นายมีชัย ยังยืนยันว่า ขณะนี้ยังคงเดินหน้าไปตามโรดแมปเดิม เนื่องจากจะเริ่มต้นนับหนึ่งหลังจากร่างรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในปี 2562 นายมีชัย ไม่สามารถยืนยันได้ แต่เชื่อว่า กรธ. จะไม่อยู่ถึงในเวลานั้น พร้อมกันนี้ นายมีชัย ยังกล่าวถึงกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. จะประสานมายัง กรธ. ขอให้ส่งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญให้ สนช. ศึกษาล่วงหน้าอย่างไม่เป็นทางการก่อน ว่า สามารถทำได้ เพราะไม่มีความลับอะไร
----------------------
นายกฯ ขอทุกคนเร่งช่วยน้ำท่วมใต้ ยกเป็นวาระแห่งชาติ เตรียมจัดงาน "ประชารัฐร่วมใจ ช่วยอุทกภัยภาคใต้" ขึ้นในวันที่ 15 ม.ค. นี้
พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากภัยพิบัติในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ 12 จังหวัด ส่งผลให้เกิดความสูญเสียทั้งในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จึงอยากให้ทุกคนมองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นวาระแห่งชาติ และควรเป็นความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในลักษณะประชารัฐ ดังนั้น ได้ให้จัดงานภายใต้ชื่อ "ประชารัฐร่วมใจ ช่วยอุทกภัยภาคใต้" ขึ้นในวันที่ 15 ม.ค. นี้ ตั้งแต่เวลา 18.00 - 20.00 น. โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย แทนรายการเดินหน้าประเทศไทย โดยในช่วงแรกจะเชิญนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี มารับโทรศัพท์ในการรับบริจาค 5 คู่สาย และคณะรัฐมนตรี ศิลปิน ดารา นักแสดงอีก 25 คู่สาย ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ขณะเดียวกัน เบอร์สายด่วน 1111 นั้น ยังสามารถโทรมาได้ตามปกติ เพื่อรับแจ้งปัญหาต่าง ๆ
อย่างไรก็ตาม จะเน้นการบริจาคเงินเพื่อสะดวกในการส่งมอบแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปใช้ตามความต้องการของประชาชน โดยยืนยันว่าการใช้เงินรัดกุมไม่รั่วไหล และตรวจสอบได้อย่างชัดเจน อีกทั้งการจัดการกิจกรรมดังกล่าวจะสร้างความเชื่อมั่นและให้กำลังใจให้กับประชาชนในพื้นที่ว่ารัฐบาลไม่ทอดทิ้งประชาชน โดยระดมความช่วยเหลือทุกทางเพื่อแก้ไขปัญหาให้เป็นระบบมากที่สุด
---------
นายกฯ ให้บุตรหลานข้าราชการทำเนียบได้เยี่ยมชมห้องทำงาน พร้อมจับสลากแจกของขวัญ - เลี้ยงอาหารก่อนวันเด็กแห่งชาติ
บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เปิดโอกาสให้บุตรหลานของข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ประจำ
ทำเนียบรัฐบาล ได้เข้าเยี่ยมชมห้องทำงาน และนั่งเก้าอี้ของนายกรัฐมนตรี รวมทั้งถ่ายภาพร่วมกับนายกรัฐมนตรี ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พร้อมทั้งมีการจับสลากแจกของขวัญ และ
เลี้ยงอาหารให้แก่เด็ก ก่อนที่จะถึงวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2560 ในวันพรุ่งนี้ เนื่องจากข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบรัฐบาลต้องมาปฏิบัติหน้าที่ เนื่องในงานวันเด็กแห่งชาติ
ซึ่งบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลในวันนี้ ก็เป็นไปอย่างคึกคัก เด็ก ๆ และผู้ปกครองต่างตั้งหน้า ตั้งตารอเข้าตึกไทยคู่ฟ้า ด้วยความตื่นเต้น สำหรับเด็กและเยาวชนที่มาลงทะเบียนนั้น จะได้รับถุงผ้าที่มี
การสกรีนเป็นรูป ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล และภายในถุงผ้านั้น มีกระบอกบรรจุน้ำ กล่องข้าว และตุ๊กตา ซึ่งมีทั้งหมด 3,000 ชุด
อย่างไรก็ตาม โอกาสที่เด็กและเยาวชนจะได้เข้าไปภายในห้องทำงานของนายกรัฐมนตรี จะมีเพียงปีละครั้งเท่านั้น
วันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2560
ปรองดอง...
นายกฯ ประชุม คกก. ปรองดอง ย้ำ มีความสำคัญที่สุด เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ของชาติ เพื่อเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยที่ยั่งยืน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมเตรียมการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ณ ตึกสันติไมตรี (หลังใน) โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย นายวิษณุเครืองาม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี รวมทั้งยังมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เข้าร่วมการประชุม
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวตอนต้นของการประชุม ว่า วันนี้ถือว่าเป็นวันสำคัญเพราะเป็นการประชุม เรื่องการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ เป็นชุดที่สำคัญที่สุดสำหรับประเทศไทยในเวลานี้ โดยเป็นคณะที่เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ของประเทศ ในทุกด้าน วันนี้ต้องจัดทุกอย่างให้อยู่ในกรอบและสร้างการรับรู้ เพื่อให้สังคมเข้าใจ นำไปสู่แนวทางที่จะเดินหน้าไปสู่การเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ในอนาคต ที่ผ่านมาได้ทำอะไรหลายอย่างมาตลอด 3 ปี และมีความคืบหน้าเป็นจำนวนมาก
----
นายกฯ หวังกระบวนการปรองดองสำเร็จใน 1 ปี ย้ำ ทุกขั้นตอนยึดกฎหมาย ขับเคลื่อนประเทศ ไปข้างหน้า
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กล่าวในช่วงต้นของการประชุมเตรียมการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ว่า ที่ผ่านมามีหลายอย่างที่มีความคืบหน้ามาก ทั้งการแก้ปัญหา การเริ่มต้น การทำใหม่ แต่ทั้งหมดล้วนอยู่ในกรอบของกฎหมายเดิมที่มีอยู่ แต่ยังไม่สมบูรณ์ เพราะกฎหมายหลายตัวยังไม่มีผลบังคับใช้ ดังนั้น จึงอยากให้ปลดล็อกพันธนาการ เหล่านั้นให้ได้ก่อน
ทั้งนี้ ในเรื่องของการปฏิรูป เปลี่ยนแปลง ในทุกด้าน และต้องตรวจสอบในสิ่งที่ทำแล้วว่ามีปัญหา อุปสรรค และสิ่งใดควรทำให้ได้ใน 1 ปี ให้สำเร็จ โดยเริ่มต้นในทุกมาตรการที่สำคัญ และเปรียบคณะกรรมการชุดนี้ เหมือนกล่องที่ควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ และเปรียบข้าราชการเป็นกลไกของรถ ที่จะขับเคลื่อนประเทศ ไปข้างหน้า
----------
"ชวลิต" มองโลกแง่ดี จับสัญญาณบวก ฝ่ายความมั่นคง และรัฐบาลผ่อนคลาย เริ่มพูดคุยปรองดองก่อนเลือกตั้ง
นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนเองสังเกตเห็นสัญญาณบวกในทางการเมือง 2 - 3 เรื่อง ที่จะเป็นจุดเริ่มต้นให้ประเทศเดินหน้าไปสู่ความสงบ สันติ และเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เช่น การให้สัมภาษณ์ของ ผบ.ทบ. และเลขาธิการ คสช. ที่สรุปประเด็นได้ว่า ทหารจะไม่คว่ำการเลือกตั้ง การเมืองไม่ใช่เรื่องเสียหาย ถ้าการเมืองไม่ดี บ้านเมืองคงไม่เจริญมาถึงทุกวันนี้ ซึ่งถือเป็นคำสัมภาษณ์ที่ให้กำลังใจ และให้เกียรติประชาชน รวมถึงการส่งสัญญาณจะมีการพูดคุยเรื่องการปรองดอง ก่อนการเลือกตั้งของรัฐบาล แม้จะส่งสัญญาณช้า แต่ถ้าตั้งใจ จริงใจ ทำจริง ก็ประสบความสำเร็จได้ ตลอดจนมีการให้ประกันตัว ผู้ที่ต้องคดีอาญาเกี่ยวเนื่องการเมือง ซึ่งเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาในการยื่นขอประกันตัว ทำให้สถานการณ์ผ่อนคลายลงไประดับหนึ่ง
ทั้งนี้ นายชวลิต ทิ้งท้ายว่า สถานการณ์ในปี 2560 มีกำหนดการสำคัญที่ทุกภาคส่วนควรร่วมมือกันที่จะสร้างบรรยากาศแห่งความสงบ สันติ ให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้ ควรหลีกเลี่ยงการให้ความเห็นในทางที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้ง และควรหลีกเลี่ยงการตั้งเงื่อนไข ร่วมกันหาทางออกให้กับประเทศให้หลุดพ้นกับดักแห่งความขัดแย้ง ไปสู่ความสงบ สันติ และเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์สอดคล้องกับสากลให้ได้
------------
นายกฯ รับไม่สบายใจ สื่อนำเสนอข่าว การแก้ไข รธน. คลาดเคลื่อน ห่วงต่างประเทศนำไปเล่น ทำให้เกิดความเสียหาย
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า รู้สึกไม่สบายใจ เกี่ยวกับกรณีที่สื่อมวลชนเสนอข่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 มีพระ
ราชกระแสรับสั่งให้แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว เพื่อเปิดช่องแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชามติ หมวดพระมหากษัตริย์ 3 - 4 มาตรา จึงขอเรียนสื่อมวลชน อย่านำเสนอข่าวแบบนั้น
เพราะในคามเป็นจริงเป็นการรับหนังสือลงมาเท่านั้น แต่สื่อกลับนำเสนอข่าวให้กลายเป็นประเด็น จนมีคนนำไปบิดเบือน ก่อนทิ้งท้ายว่าต่อไปนี้จะต้องตรวจเช็กข่าวที่สื่อมวลชนนำเสนอด้วย
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างเดินกลับขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า นายกรัฐมนตรี ได้หยุดอธิบายในประเด็นดังกล่าวเพิ่มเติมกับผู้สื่อข่าว พร้อมชูโทรศัพท์มือถือที่เปิดภาพข่าวของสำนักข่าวต่างประเทศ เรื่อง การ
แก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมกล่าวว่า ไปเขียนได้อย่างไร สำนักข่าวต่างประเทศนำประเด็นดังกล่าวไปเล่นจะทำให้เกิดเสียหาย
------------
"สุรชัย" ยืนยัน สนช. พร้อมร่วมมือ รบ. ทำกฎหมายเอื้อการปฏิรูป - ปรองดอง ไม่มีการพูดประเด็น บางคนเตรียมลาออกเล่นการเมือง
นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. กล่าวว่า เมื่อเช้านี้ นายกรัฐมนตรีได้เชิญไปประชุมร่วมกับคณะกรรมการยุทธศาตร์เพื่อการปฏิรูปประเทศและการปรองดอง
เพื่อกำหนดนโยบายและกรอบเวลาที่รัฐบาลจะเร่งรัดกระบวนการปฏิรูปประเทศให้เห็นผลภายใน 1 ปี และให้แล้วเสร็จภายในปี 2564 เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นให้รัฐบาลชุดใหม่สานต่อ ซึ่งหลายเรื่องต้อง
อาศัยกฎหมายเป็นเครื่องมือ ส่วนตัวได้แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบ สนช. พร้อมที่จะให้ร่วมมือกับรัฐบาลในการบัญญัติกฎหมายที่รัฐบาลจำเป็นต้องใช้ในขับเคลื่อนในการปฏิรูปประเทศ หลังจากนี้ วิป
สนช. จะมีหน้าที่ในการหารือถึงกรอบการพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศว่าจำเป็นต้องลดระเวลาการพิจารณาเพื่อให้มีความรวดเร็ว และสอดรับกับนโยบายของรัฐบาล
พร้อมกันนี้ ยังยืนยันว่า ที่ประชุมวันนี้ไม่มีพูดคุยถึงกรณีที่ สนช. จะลาออกเพื่อเตรียมพร้อมลงสมัครทางการเมือง เนื่องจาก ยังมีเวลาอีก 90 วัน ภายหลังรัฐธรรรมนูญมีผลบังคับใช้ และยังไม่มีความ
ชัดเจนว่าจะมีสมาชิกลงเล่นการเมืองหรือไม่ ถือเป็นการตัดสินใจของแต่ละบุคคล
------------
นายกฯ ตั้ง คกก. 4 ชุดขับเคลื่อนจัดทำโครงสร้างการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และสร้างความปรองดองสมานฉันท์
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความ
ปรองดองสมานฉันท์นัดแรก ว่า วันนี้ได้มอบหมายความรับผิดชอบให้กับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี รวมถึงแม่น้ำ 5 สาย ในเรื่องการขับเคลื่อนต่าง ๆ เพื่อเป็นการจัดทำโครงสร้าง โดยมีการตั้ง
คณะกรรมการ 4 ชุด ได้แก่ คณะกรรมการเตรียมการยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี คณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศ คณะกรรมการสร้างความสามัคคีปรองดอง และคณะกรรมการบริหารราชการ
แผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งถือเป็นอนาคตของประเทศไทยที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าสู่ประเทศที่มีรายได้สูงขึ้นภายใน 15 ปี จึงต้องปฏิรูปในหลายเรื่อง
------------
นายกฯ ขออย่ากังวลปฏิรูป - ปรองดอง แนะ ต้องทำความเข้าใจอย่างมองแค่เรื่องนิรโทษ ย้ำ ต้องไม่กระทบประชาชน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า ในปี 2560 รัฐบาลจะซ่อมของเก่า เสริมให้แข็งแรงขึ้นและสร้างโครงการใหม่ ๆ เช่น โครงการ
พัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกที่ต้องเกิดขึ้น ซึ่งหลายอย่างต้องคิดใหม่และมีกฎหมายสำคัญ รวมถึงประชาชนต้องให้ความร่วมมือ เพราะไม่เช่นนั้นก็จะเกิดความขัดแย้ง
ทั้งนี้ การปฏิรูปหากไม่เข้าใจก็จะพูด แต่เรื่องการปรองดองและการนิรโทษกรรมเพียงเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญรัฐบาลมุ่งเน้นว่าต้องไม่กระทบกับประชาชน และต้องการให้เกิดความยั่งยืน จึงขออย่ากังวล
---------
พล.อ.ประวิตร มีชื่อกรรมการปรองดองแล้ว แย้มคนคุยฝ่ายการเมืองเป็นผู้มีบารมีในอดีต ไม่ชัดทหารหรือพลเรือน
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและปรองดอง ส่วนตัวได้พูดคุยกับนายก
รัฐมนตรีไปบางส่วนแล้ว ซึ่งจะจัดทำโครงสร้างการปรองว่ามีขั้นตอนใดบ้างให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดความปรองดองและอยู่ร่วมกันได้ ส่วนรายชื่อที่จะมาเป็นคณะกรรมการนั้น พล.อ.ประวิตร เปิดเผย
ว่า มีอยู่แล้วหลายคณะ มีตั้งแต่คณะกรรมการอำนวยการและคณะอนุกรรมการต่าง ๆ แต่ไม่ขอบอกว่าเป็นใคร ส่วนจะเริ่มต้นได้เมื่อใด ต้องให้จัดทำโครงสร้างให้แล้วเสร็จก่อน
ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ยังกล่าวถึงบุคคลที่จะนั่งหัวโต๊ะพูดคุยปรองดองกับกลุ่มการเมืองและพรรคการเมือง ว่า เป็นผู้ใหญ่ที่มีตำแหน่งและหน้าที่ในอดีตระดับสูง ส่วนจะเป็นผู้นำในกองทัพหรือ
พลเรือนนั้น ได้ทั้งสองอย่าง ขณะเดียวกัน กองทัพจะเป็นตัวกลางในการพูดคุยเนื่องจาก นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายตนเองทำยุทธศาสตร์ความปรองดอง ซึ่งส่วนตัวก็จะคิดว่าจะทำอย่างไร แล้ว
เสนอไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อขอความเห็นชอบ โดยทุกอย่างจะเป็นกระบวนการที่จะดำเนินการ และจะมีการประชุมกับคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้น
-----------
"พรเพชร" แจงขั้นตอนแก้ไข รธน.ชั่วคราว 3 วาระรวด ชี้ จำเป็นต้องใช้ กมธ. ทั้งสภาพิจารณาในวาระ 2 - "วิษณุ"ร่วมฟัง
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. กล่าวถึงการพิจารณาปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 ในวันพรุ่งนี้ ว่า เป็นการพิจารณา 3 วาระรวด เนื่องจากมี
เงื่อนไขของว่า หากสมาชิก สนช. เสนอขอแก้ไขถ้อยคำต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรักษาคสามสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ดังนั้น การพิจารณาโดยการตั้งคณะกรรมาธิการ
วิสามัญถือเป็นเรื่องลำบาก จึงจะใช้การตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภา และให้ คสช. และ ครม. ส่งผู้แทนที่มีอำนาจเต็มในการตัดสินใจว่าจะแก้ไขหรือไม่ เข้าร่วมพิจารณาของสภา
ซึ่งเบื้องต้น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย จะเป็นตัวแทนมาชี้แจง ทั้งนี้ ในส่วนการลงมติในวาระ 1 ขั้นรับหลักการ และวาระ 3 ในการพิจารณาทั้งฉบับ จะใช้วิธีการขานชื่อ
สมาชิกเป็นรายบุคคล ส่วนวาระ 2 ซึ่งเป็นการพิจารณารายละเอียดแต่ละมาตรา หากมีการแก้ไขถ้อยคำจะใช้วิธีการลงมติด้วยเครื่องลงคะแนนตามปกติ
------------
"วิษณุ" ชี้ ใช้ ม.44 ตั้งกรรมการ ปยป. เมื่อจำเป็น ไม่ชัดวันประชุมกฤษฎีกาพิเศษ รอผ่าน สนช. ประชุมก่อน
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงการออกคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการตั้งคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ หรือ ปยป. ว่า จะใช้มาตรา 44 ก็ต่อเมื่อติดขัดข้องกฎหมาย แต่หากสามารถใช้ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินออกคำสั่งได้ก็จะใช้
ส่วนการนัดประชุมกรรมการกฤษฎีกาเพื่อดำเนินการยกร่างมาตราที่จะมีการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติว่า เรื่องนี้ยังตอบไม่ได้ เพราะยังต้องรอให้ผ่านการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ในวันที่ 13 มกราคมออกไปก่อน แต่อย่าลืมว่า ด่านแรกของวันที่ 13 มกราคมนี้ คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ให้ผ่าน และเมื่อผ่านความเห็นชอบทั้งหมดแล้วก็จะถึงขั้นตอนการแก้ไข จากนั้นค่อยว่ากันไม่ต้องรีบร้อนอะไร
บิ๊กป้อม เผยทาบ"ผู้ใหญ่"ที่มีตำแหน่งหน้าที่ในอดีต เป็นหน.ทีมเจรจาปรองดอง
คุมเอง
บิ๊กป้อม เผยทาบ"ผู้ใหญ่"ที่มีตำแหน่งหน้าที่ในอดีต เป็นหน.ทีมเจรจาปรองดอง เชิญตัวแทนพรรคการเมือง-กลุ่ม มาคุย ปัดบอกเป็นทหาร-พลเรือน แต่ผมเอง นั่งหัวโต๊ะคุม ภาพรวมตามนายกฯสั่งการ อุบบอก ปลายทาง ลงสัตยาบรรณร่วม....ชี้ตอนนี้ กำลังร่างโครงสร้างและแผนการทำงาน ขั้นตอนต่างๆ ก่อน แล้วจึงจะเริ่มเชิญ ตัวแทนพรรค กลุ่มต่างๆมา ชี้หวังให้เกิดการปรองดอง
"บิ๊กป้อม" เร่งคลอด โครงสร้างทีมปรองดอง เพื่อให้อยู่ร่วมกันได้ เตรียมดึงระดับ "ผู้ใหญ่" เรียก พรรคการเมือง -กลุ่ม มาเจรจา
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงการประชุมเตรียมการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความปรองดองสมานฉันท์(ปยป.)กับนายกฯ ว่า นายกฯมอบให้ตนเอง ทำยุทธศาสตร์ด้านการปรองดองอยู่แล้ว และได้หารือกับนายกรัฐมนตรีไปแล้ว จึงไม่ได้เสนออะไรเพิ่มเติม
หลังจากนี้ผมจะทำโครงสร้างเกี่ยวกับความปรองดองให้เห็นอย่างชัดเจนว่าขั้นตอนดำเนินการจะทำอะไรบ้าง เพื่อให้เกิดความปรองดองและอยู่ร่วมกันได้
ส่วนการพูดคุยกับฝ่ายการเมืองนั้น ขอให้โครงสร้าง และแผนขั้นตอนการทำงาน เสร็จก่อน เราจะให้เขาเสนอว่าอยากทำอะไร เพื่อนำมารวบรวมเป็นข้อมูล
โดยคนที่จะมานั่งหัวโต๊ะพูดคุยกับฝ่ายการเมือง นั้น เป็นระดับผู้ใหญ่ ซึ่งในอดีตเคยมีตำแหน่งหน้าที่มาแล้ว อาจจะเป็นได้ทั้ง ฝ่ายทหาร และพลเรือน
เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีมอบให้ผมทำยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการปรองดอง ผมก็จะเป็นคนคิดว่าจะทำอย่างไรและจะเสนอให้นายกฯ ทุกอย่างจะเป็นกระบวนการ ผมคิดไว้แล้วและจะประชุมกับคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นมาก่อน” พล.อ.ประวิตร กล่าว
"บิ๊กตู่" ยก "ป.ย.ป." เป็นอนาคตของประเทศไทย
"บิ๊กตู่" ยก "ป.ย.ป." เป็นอนาคตของประเทศไทย ติง อย่าสนใจเพียงแค่ประเด็น ปรองดองกับนิรโทษกรรม แต่รวมทั้งพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ เปลี่ยนสนามรบ เป็นสนามการค้า พัฒนาใน15ปี ชี้เป็น การเริ่มต้นซ่อม เสริม สร้าง หมายถึงซ่อมของเก่า เสริมให้แข็งแรงขึ้น และสร้างเรื่องใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. แถลงภายหลังการประชุมเตรียมการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความปรองดองสมานฉันท์(ปยป.) ที่นายกฯเป็นประธาน ปยป. ครั้งแรก ว่า วันนี้เป็นการประชุมครั้งแรกในการเตรียมการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ เพื่อเป็นการทำโครงสร้างและมอบหมายความรับผิดชอบให้รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี รวมถึงในส่วนของการขับเคลื่อนทั้งหมด ซึ่งมีเอกชนร่วมด้วย
"ตรงนี้ จะเป็นอนาคตของประเทศไทย ว่าจะทำอย่างไร ให้ประเทศไทยมีการพัฒนาไปสู่ระดับบน "
จากเดิมที่วันนี้เราอยู่ในประเทศรายได้ปานกลาง จะทำให้เป็นประเทศที่มีรายได้สูงภายใน 15 ปี จึงต้องปฏิรูปในหลายเรื่องด้วยกัน วันนี้จึงได้เชิญทั้ง สนช. , สปท. ซึ่งเกี่ยวกับแม่น้ำทั้ง 5 สาย ให้มาทำงานในส่วนนี้ด้วย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ได้มอบหมายให้นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี /เลขาฯปยป.เป็นผู้ชี้แจงถึงรายละเอียดในการดำเนินการ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน เพราะหากมีการชี้แจงเป็นส่วนๆ จะไม่เกินความเข้าใจ
"ทุกคนจึงสนใจเพียงแค่ประเด็นปรองดองกับนิรโทษกรรมเท่านั้น"
เรามุ่งหวังว่าประเทศชาติจะเดินได้อย่างไรในปี 15 ปี และรัฐบาลที่อยู่ตามโรดแมพ จะทำอะไรไว้บ้าง เพื่อเป็นการเริ่มต้นซ่อม เสริม สร้าง อันหมายถึงซ่อมของเก่า เสริมให้แข็งแรงขึ้น และสร้างเรื่องใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น
เช่น โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก EECจะต้องเกิดขึ้นให้ได้ในปี 2560
“เราต้องสร้างความรับรู้ว่าประเทศไทยกำลังจะมีโครงการนี้ สร้างให้ทั้งโลกเขารู้และคนไทยเองก็ต้องรู้ เพื่อให้เกิดความร่วมมือ และจะได้ผลประโยชน์จากสิ่งที่เราทำวันนี้ ซึ่งเป็นอนาคต เหมือนกับโครงการโชติช่วงชัชวาล
เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า วันนี้มีโครงการ EEC และหลายอย่างต้องคิดใหม่ หลายอย่างต้องมีกฎหมายสำคัญ หลายอย่างประชาชนต้องร่วมมือและเข้าใจว่าจะได้ประโยชน์จากตรงไหน ไม่เช่นนั้นจะเกิดความขัดแย้ง แล้วเราก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนเดิม แต่แน่นอนมันต้องการความเปลี่ยนแปลงและต้องดูแลประชาชนให้ได้ อย่าไปกังวลรัฐบาลนี้ เพราะมุ่งเน้นว่าทำอย่างไรประชาชนจึงจะไม่เดือดร้อน แต่ทุกอย่างต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงบ้าง เราไม่สามารถใช้กฎหมายและกติกาเดิมๆ เดินหน้าต่อไปได้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว่า วันนี้ได้สั่งการไปหลายเรื่อง เพื่อนำไปสู่แนวคิดของคณะทำงาน ทั้งเรื่องเกษตรแปลงใหญ่ ซึ่งใช้ที่ของประชาชน เอกชน โดยจะนำ Smart farmer หรือปราชญ์ชาวบ้าน เข้ามาทำ แล้วผลประโยชน์จะตกอยู่ที่ประชาชน เพราะถ้าแยกกันทำอาจจะล้มเหลว จึงต้องเกิดโครงการเหล่านี้ขึ้นในบางพื้นที่ หรือทุกพื้นที่ เพราะถ้ารอให้มีแต่การรวมกลุ่ม ก็จะกลับไปใหม่อีก เช่น เมื่อน้ำดี ราคาดี ก็จะกลับไปปลูกพืชอย่างอื่นอีก แต่ทำอย่างไรให้ดีและยั่งยืนกว่า นี่เป็นสิ่งที่รัฐบาลคิด ไม่ใช่การแก้ปัญหาเฉพาะกิจตลอดเวลา ทำให้ประเทศพัฒนาไม่ได้ สิ่งนี้รัฐบาลเรียกว่า การทำงานเชิงปฏิรูปประเทศ
ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่าถนนหนทางที่เคยจะต้องทำ แต่ทำไม่ได้ เพราะผ่านเขตอนุรักษ์ ผมได้บอกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้คิดใหม่ ทำเส้นทางใหม่ที่ไม่มีผลกระทบเหล่านี้ โดยสามารถไปถึงจุดหมายเหมือนกัน หลักการคิดจะต้องเปลี่ยน ถ้าคิดแบบราชการ ต้องสั้นที่สุด ประหยุดที่สุด ก็จะได้แบบเดิม ต้องตัดผ่านป่า มีผลกระทบนี่คือปัญาหาเชิงซ้อนของประเทศไทย
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการออกคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวว่า จะใช้มาตรา 44 ก็ต่อเมื่อติดขัดข้อกฎหมาย แต่หากสามารถใช้ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินออกคำสั่งได้ ก็จะใช้
วันพุธที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2560
‘วิษณุ-มีชัย-บวรศักดิ์-พรเพชร-อสส. -ปธ.ศาลฎีกา’นั่ง กก.พิเศษแก้ร่าง รธน.ใหม่
เปิดชื่อ 10 คนนั่ง กก.พิเศษแก้ร่าง รธน.ฉบับใหม่ ให้เป็นไปตามพระราชกระแสรับสั่ง ‘วิษณุ-มีชัย-บวรศักดิ์-พรเพชร-อำพน-ปธ.ศาลฎีกา-อสส.-เลขาธิการกฤษฎีกา-2 กรธ.’ ย้ำไม่แตะเรื่องสิทธิเสรีภาพ แต่จำเป็นต้องปรับใหม่ให้ทันเหตุการณ์
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการแต่งตั้งคณะกรรมการพิเศษเพื่อแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติว่า ภายหลังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 แล้วเสร็จในวันที่ 13 ม.ค. 2560 แล้ว นายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ต้องรับพระราชทานร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวกลับลงมาภายใน 30 วัน เมื่อรับพระราชทานแล้วจะแต่งตั้ง คณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อดำเนินการยกร่างมาตราที่จะมีการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวให้เป็นไปตามข้อสังเกตพระราชทานทันที โดยกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ 2 อย่าง ได้แก่ ยกร่างเฉพาะมาตรา และตรวจสอบให้เป็นไปตามข้อสังเกตพระราชทาน หลังจากแก้ไขแล้วต้องทูลเกล้าฯภายใน 30 วัน จากนั้นเป็นเวลาที่อยู่ในพระราชอำนาจ 90 วัน
นายวิษณุ กล่าวอีกว่า คณะกรรมการชุดนี้มี 8-10 คน และต้องเป็นกรรมการกฤษฎีกา ประกอบด้วย ตน (นายวิษณุ) นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) นายอภิชาต สุขัคคานนท์ รองประธาน กรธ. นายอัชพร จารุจินดา กรธ. นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ นายอำพน กิตติอำพน อดีตเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และ สนช. นายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาค อัยการสูงสุด (อสส.) และนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
นายวิษณุ ยืนยันว่า ไม่แก้ไขมาตราอื่น ๆ แต่อาจกระทบกับหมวดอื่นที่เกี่ยวพันกับพระราชอำนาจ ยืนยันไม่แก้ไขเรื่องสิทธิเสรีภาพ แนวนโยบายแห่งรัฐ ศาล การเลือกตั้ง องค์กรอิสระ พรรคการเมือง ส.ส. ส.ว. บทเฉพาะกาล และเรื่องประชามติ ไม่ยืดเวลาการเลือกตั้ง ส่วนมาตราที่จะแก้ไขล้วนเป็นเรื่องที่อาจไม่ได้ให้ความสนใจ และตอนยกร่างลอกมาจากของเดิม อย่างไรก็ดีปัจจุบันบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไป ต้องปรับใหม่ให้เข้ากับเหตุการณ์ เพราะถ้าไม่แก้เท่ากับว่าใช้หลักที่มีมาตั้งแต่ปี 2475
กางมาตรา 5-17-182 รธน.ใหม่ ก่อนนายกฯสั่งแก้ให้เป็นไปตามพระราชกระแสรับสั่ง
เปิดมาตรา 5-17-182 ร่าง รธน.ใหม่ หลัง ‘วิษณุ’ รับนายกฯเตรียมตั้ง กก.พิเศษฯ มาแก้ไข ให้เป็นไปตามพระราชอำนาจ เกี่ยวกับการวินิจฉัยตามประเพณีการปกครอง-ตั้งผู้สำเร็จราชการแทนฯ-การรับสนองพระบรมราชโองการ
กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมร่วมคณะรัฐมนตรี และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีมติรับสนองพระบรมราชโองการ พระราชกระแสรับสั่งให้แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ ในหมวดพระมหากษัตริย์ 3-4 รายการ โดยต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 เพื่อเปิดช่องขอพระราชทานร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวกลับคืนมาเพื่อแก้ไขให้เป็นไปตามพระราชอำนาจ
โดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้บรรจุวาระด่วนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 ในวันที่ 13 ม.ค. 2560 แล้ว โดยมีสาระสำคัญคือการแก้ไขมาตรา 3 และมาตรา 4
โดยมาตรา 3 ให้เพิ่มความต่อไปนี้ เป็นวรรคสามของมาตรา 2 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557
“ในเมื่อพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือจะทรงบริหารพระราชภาระไม่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม จะทรงแต่งตั้งผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์หรือไม่ก็ได้และให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้ง”
ส่วนมาตรา 4 ให้ยกเลิกความในวรรคสิบเอ็ดของมาตรา 39/1 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 เดิม และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“เมื่อนายกรัฐมนตรีนำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายตามวรรคเก้าประกอบกับวรรคสิบแล้ว หากมีกรณีที่พระมหากษัตริย์พระราชทานข้อสังเกตว่าสมควรแก้ไขเพิ่มเติมข้อความใดภายในเก้าสิบวัน ให้นายกรัฐมนตรีขอรับพระราชทานร่างรัฐธรรมนูญนั้นคืนมา เพื่อดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมเฉพาะประเด็นตามข้อสังเกตนั้น และแก้ไขเพิ่มเติมคำปรารภของร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกัน แล้วให้นายกรัฐมนตรีนำร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติมขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายใหม่ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับพระราชทานคืนมาตามที่ขอ เมื่อนายกรัฐมนตรีนำร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติมขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายและทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและใช้บังคับได้ โดยให้นายกรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ ในกรณีที่พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญหรือร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติมและพระราชทานคืนมาหรือเมื่อพ้นเก้าสิบวันที่นายกรัฐมนตรีนำร่างรัฐธรรมนูญหรือร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติม แล้วแต่กรณี ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแล้วมิได้พระราชทานคืนมาให้ร่างรัฐธรรมนูญหรือร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติมนั้นเป็นอันตกไป"
(อ่านประกอบ : เปิดหลักการ-เหตุผลแก้ รธน.ชั่วคราว-มติวิป สนช.ให้สภาใช้ดุลพินิจโหวต, เปิดร่างรธน.2557 ให้นำร่างฉบับ 'มีชัย' แก้ไขเรื่องพระราชอำนาจ-ตั้งผู้สำเร็จราชการ)
ขั้นตอนต่อจากนี้ เมื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 แล้วเสร็จ นายกรัฐมนตรีขอรับพระราชทานร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติกลับคืนมาเพื่อแก้ไขตามทรงมีข้อสังเกต
นายวิษณุ เครืองาม ให้สัมภาษณ์ยอมรับว่า อาจมีการแก้ไขในมาตรา 5 มาตรา 17 และมาตรา 182 ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติดังกล่าว โดยยืนยันว่า ไม่แตะต้องในหลักการเกี่ยวกับการเมือง หรือสิทธิเสรีภาพของประชาชน
สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รายงานว่า ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติเดิม ระบุทั้งสามมาตราดังกล่าว ดังนี้
มาตรา 5 อยู่ในหมวด 1 บททั่วไป บัญญัติว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ หรือการกระทำใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือการกระทำนั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้
เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้กระทำการนั้นหรือวินิจฉัย กรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
เมื่อมีกรณีตามวรรคสองเกิดขึ้น ให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญจัดให้มีการประชุมร่วมระหว่างประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา นายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และประธานองค์กรอิสระเพื่อวินิจฉัย
ในการประชุมร่วมตามวรรคสาม ให้ที่ประชุมเลือกกันเองให้คนหนึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมแต่ละคราว ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งใด ให้ที่ประชุมร่วมประกอบด้วยผู้ดำรงตำแหน่งเท่าที่มีอยู่
การวินิจฉัยของที่ประชุมร่วมให้ถือเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
คำวินิจฉัยของที่ประชุมร่วมให้เป็นที่สุด และผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ
มาตรา 17 อยู่ในหมวด 2 พระมหากษัตริย์ บัญญัติว่า ในกรณีที่พระมหากษัตริย์มิได้ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามมาตรา 16 หรือในกรณีที่พระมหากษัตริย์ไม่สามารถทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เพราะยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะหรือเพราะเหตุอื่น ให้คณะองคมนตรีเสนอชื่อผู้ใดผู้หนึ่งซึ่งสมควรดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต่อรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบ เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว ให้ประธานรัฐสภาประกาศในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ แต่งตั้งผู้นั้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
(มาตรา 16 บัญญัติว่า ในเมื่อพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือจะทรงบริหารพระราชภาระไม่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม จะได้ทรงแต่งตั้งผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ)
ส่วนมาตรา 182 อยู่ในหมวด 8 คณะรัฐมนตรี บัญญัติว่า บทกฎหมาย พระราชหัตถเลขา และพระบรมราชโองการอันเกี่ยวกับราชการแผ่นดิน ต้องมีรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ เว้นแต่ที่มีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในรัฐธรรมนูญ
ให้ผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการเป็นผู้รับผิดชอบในกิจการทั้งปวงบรรดาที่ได้รับสนองพระบรมราชโองการ
(อ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับเต็มประกอบ :http://cdc.parliament.go.th/draftconstitution2/ewt_dl_link.php?nid=429&filename=index)
ทั้งหมดคือขั้นตอน-เนื้อหาสาระสำคัญในการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ แจ้งว่า เพื่อให้เป็นไปตามพระราชกระแสรับสั่ง
ท้ายสุดจะมีการแก้ไขอย่างไร ต้องติดตามกันต่อไป
จุดสำคัญกว่าการเลือกตั้ง
ก็ตกไป จะทำอย่างไรก็ต้องพิจารณากัน อาจต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว
ตามความชัดเจนในเบื้องต้นที่ระบุโดยคนระดับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย รัฐบาล คสช. ตอบคำถามนักข่าวกรณีหากพ้น 90 วันตามกำหนดรัฐธรรมนูญยังไม่มีการประกาศบังคับใช้ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์
สรุปว่าไม่มีทางตัน หากเกิดปัญหาทางเทคนิคกับรัฐธรรมนูญใหม่
ล่าสุด มีการประสานทางลึก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.ได้แจ้งต่อที่ประชุม คสช. และจะมีการแจ้ง ครม. และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ว่า จะมีการปรับแก้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว เรื่องเงื่อนเวลา 90 วัน ในการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ
เปิดช่องให้มีการปรับแก้ไขได้ จากเดิมที่ต้องตกไป
เป็นอะไรที่ต่อเนื่อง ตามเค้าโครงเรื่องที่เจ้าตัวนายวิษณุได้เกริ่นไว้ล่วงหน้าแล้ว กับปมปัจจัย “ตัวแปร” ที่อาจทำให้โรดแม็ปเลือกตั้งต้องเปลี่ยนไป
และสังเกตนายวิษณุจะออกตัวตลอดว่า เป็นเรื่องไม่เหมาะที่จะเอามาพูดกัน
นั่นหมายถึงบางเงื่อนไขก็อยู่นอกเหนือการเมือง
แต่เรื่องของเรื่อง มันเป็นฟอร์มบังคับของ พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะผู้รับผิดชอบสัญญาประชาคมที่ประกาศให้รับรู้กันทั่วโลก
ยังไงก็ต้องยืนยันประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งตามโรดแม็ป
ทั้งนี้ทั้งนั้น แม้จะไม่อยู่ในโหมดประชาธิปไตย กำหนดเลือกตั้งยังไม่ชัด แต่รัฐบาลทหาร คสช.ก็ยังมีจุด
ขายที่งัดออกมาแลกกับการซื้อเวลาต่อไป
แม้จะเป็นมุกเก่าๆแต่ก็เป็นอะไรที่เห็นกันด้วยตา
แบบที่นักลงทุนเชื่อมั่นได้ในเสถียรภาพทางการเมือง สถานการณ์ด้านความมั่นคง ไม่มีม็อบป่วนเมือง ประชาชนทำมาหากิน ใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
ไม่เหมือนช่วงการเมืองวิกฤติ ม็อบปิดถนน มีระเบิด ยิงกันรายวัน ไร้ความปลอดภัย
เทียบกับรัฐบาลประชาธิปไตยหลังเลือกตั้งรอบต่อไปที่ยังรับประกันไม่ได้ว่า ประเทศไทยจะไม่กลับมาวุ่นวาย จากเหตุที่ขั้วขัดแย้งยังไม่ยอมเลิกรา
ขณะเดียวกัน ถ้าอดทนรอเกมยาวๆ
ตามความจริงใจของผู้นำรัฐบาลทหารที่พยายามให้เห็นถึงความคืบหน้าตามสัญญาที่ดีลไว้
จากการที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ใช้เวลาในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่
ร่าง “โมเดล” ด้วยลายมือตัวเอง พร้อมตั้งคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศในระยะที่ 2 ในการเดินหน้ายุทธศาสตร์ปฏิรูปและปรองดองให้จับต้องเนื้องานได้
ล่าสุดก็มีการปล่อยพิมพ์เขียวกฎหมายปรองดองฉบับของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่มีนายเสรี สุวรรณภานนท์ เป็นประธาน ชงแนวทางปลดล็อกเงื่อนไขขัดแย้ง
เปิดโอกาสให้คนหนีคดีกลับมาต่อสู้คดี สามารถประกันตัวได้
คดีการเมืองตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2549 ถึงวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 หากมามอบตัวยอมรับผิดให้พักคดีไว้แบบมีเงื่อนไขห้ามยุ่งการเมือง ส่วนคดีอาญาร้ายแรงให้ศาลดำเนินคดีต่อไป รวมถึงกรณีบุกสนามบิน สถานที่ราชการ ก่อการร้ายที่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย ถือเป็นคดีไม่ร้ายแรง
อานิสงส์ส่งผลบุญถึงหัวโจกทุกขั้วทุกสี
อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ที่หนีคดีอยู่ต่างประเทศ
นายสนธิ ลิ้มทองกุล และแกนนำม็อบพันธมิตรฯ ที่ติดชนักคดีบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง รวมทั้งทำเนียบรัฐบาล
ไปยัน “ลุงกำนัน” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำม็อบ กปปส. ที่เจอคดีกบฏ นำม็อบปิดเมืองชัตดาวน์กรุงเทพฯ
หรือล่าสุดศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาจำคุกนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. และพวกรวม 4 คน เป็นเวลา 2 ปี 8 เดือน คดีชุมนุมล้อมบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เมื่อปี 2550
พวกลุ้นติดคุก ชูจั๊กแร้เชียร์ในใจเต็มที่อยู่แล้ว.
ตามความชัดเจนในเบื้องต้นที่ระบุโดยคนระดับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย รัฐบาล คสช. ตอบคำถามนักข่าวกรณีหากพ้น 90 วันตามกำหนดรัฐธรรมนูญยังไม่มีการประกาศบังคับใช้ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์
สรุปว่าไม่มีทางตัน หากเกิดปัญหาทางเทคนิคกับรัฐธรรมนูญใหม่
ล่าสุด มีการประสานทางลึก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.ได้แจ้งต่อที่ประชุม คสช. และจะมีการแจ้ง ครม. และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ว่า จะมีการปรับแก้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว เรื่องเงื่อนเวลา 90 วัน ในการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ
เปิดช่องให้มีการปรับแก้ไขได้ จากเดิมที่ต้องตกไป
เป็นอะไรที่ต่อเนื่อง ตามเค้าโครงเรื่องที่เจ้าตัวนายวิษณุได้เกริ่นไว้ล่วงหน้าแล้ว กับปมปัจจัย “ตัวแปร” ที่อาจทำให้โรดแม็ปเลือกตั้งต้องเปลี่ยนไป
และสังเกตนายวิษณุจะออกตัวตลอดว่า เป็นเรื่องไม่เหมาะที่จะเอามาพูดกัน
นั่นหมายถึงบางเงื่อนไขก็อยู่นอกเหนือการเมือง
แต่เรื่องของเรื่อง มันเป็นฟอร์มบังคับของ พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะผู้รับผิดชอบสัญญาประชาคมที่ประกาศให้รับรู้กันทั่วโลก
ยังไงก็ต้องยืนยันประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งตามโรดแม็ป
ทั้งนี้ทั้งนั้น แม้จะไม่อยู่ในโหมดประชาธิปไตย กำหนดเลือกตั้งยังไม่ชัด แต่รัฐบาลทหาร คสช.ก็ยังมีจุด
ขายที่งัดออกมาแลกกับการซื้อเวลาต่อไป
แม้จะเป็นมุกเก่าๆแต่ก็เป็นอะไรที่เห็นกันด้วยตา
แบบที่นักลงทุนเชื่อมั่นได้ในเสถียรภาพทางการเมือง สถานการณ์ด้านความมั่นคง ไม่มีม็อบป่วนเมือง ประชาชนทำมาหากิน ใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
ไม่เหมือนช่วงการเมืองวิกฤติ ม็อบปิดถนน มีระเบิด ยิงกันรายวัน ไร้ความปลอดภัย
เทียบกับรัฐบาลประชาธิปไตยหลังเลือกตั้งรอบต่อไปที่ยังรับประกันไม่ได้ว่า ประเทศไทยจะไม่กลับมาวุ่นวาย จากเหตุที่ขั้วขัดแย้งยังไม่ยอมเลิกรา
ขณะเดียวกัน ถ้าอดทนรอเกมยาวๆ
ตามความจริงใจของผู้นำรัฐบาลทหารที่พยายามให้เห็นถึงความคืบหน้าตามสัญญาที่ดีลไว้
จากการที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ใช้เวลาในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่
ร่าง “โมเดล” ด้วยลายมือตัวเอง พร้อมตั้งคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศในระยะที่ 2 ในการเดินหน้ายุทธศาสตร์ปฏิรูปและปรองดองให้จับต้องเนื้องานได้
ล่าสุดก็มีการปล่อยพิมพ์เขียวกฎหมายปรองดองฉบับของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่มีนายเสรี สุวรรณภานนท์ เป็นประธาน ชงแนวทางปลดล็อกเงื่อนไขขัดแย้ง
เปิดโอกาสให้คนหนีคดีกลับมาต่อสู้คดี สามารถประกันตัวได้
คดีการเมืองตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2549 ถึงวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 หากมามอบตัวยอมรับผิดให้พักคดีไว้แบบมีเงื่อนไขห้ามยุ่งการเมือง ส่วนคดีอาญาร้ายแรงให้ศาลดำเนินคดีต่อไป รวมถึงกรณีบุกสนามบิน สถานที่ราชการ ก่อการร้ายที่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย ถือเป็นคดีไม่ร้ายแรง
อานิสงส์ส่งผลบุญถึงหัวโจกทุกขั้วทุกสี
อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ที่หนีคดีอยู่ต่างประเทศ
นายสนธิ ลิ้มทองกุล และแกนนำม็อบพันธมิตรฯ ที่ติดชนักคดีบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง รวมทั้งทำเนียบรัฐบาล
ไปยัน “ลุงกำนัน” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำม็อบ กปปส. ที่เจอคดีกบฏ นำม็อบปิดเมืองชัตดาวน์กรุงเทพฯ
หรือล่าสุดศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาจำคุกนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. และพวกรวม 4 คน เป็นเวลา 2 ปี 8 เดือน คดีชุมนุมล้อมบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เมื่อปี 2550
พวกลุ้นติดคุก ชูจั๊กแร้เชียร์ในใจเต็มที่อยู่แล้ว.
ทีมข่าวการเมือง
วันอังคารที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2560
ตั้ง กก.พิเศษแก้ร่าง รธน.ใหม่ ใช้คนจากกฤษฎีกา-'วิษณุ'ยันไม่แตะการเมือง
ตั้ง กก.พิเศษแก้ร่าง รธน.ใหม่ ใช้คนจากกฤษฎีกา-'วิษณุ'ยันไม่แตะการเมือง
เขียนวันที่ วันอังคาร ที่ 10 มกราคม 2560 เวลา 19:15 น.เขียนโดยisranewsหมวดหมู่ข่าวTagsแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
'วิษณุ' เผยนายกฯเตรียมตั้ง 'คณะกรรมการพิเศษ' ใช้คนจากกฤษฎีกา 8-10 คน แก้ไขร่าง รธน.ฉบับใหม่ หลังมีพระกระแสรับสั่งให้ปรับแก้ 3-4 รายการ ยันดำเนินการเฉพาะหมวดพระมหากษัตริย์ ไม่แตะการเมือง
จากกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า สำนักราชเลขาธิการ แจ้งรัฐบาลภายหลังทูลเกล้าฯร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งลงมาให้แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 3-4 รายการ ในหมวดพระมหากษัตริย์ เพื่อให้เป็นไปตามพระราชอำนาจ โดยที่ประชุมร่วมคณะรัฐมนตรี และ คสช. ได้ส่งเรื่องให้กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 เพื่อเปิดช่องขอพระราชทานร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กลับมาแก้ไขได้นั้น
(อ่านประกอบ : พระราชกระแสรับสั่งให้แก้ รธน. ใหม่หมวดพระมหากษัตริย์-เข้าวาระ สนช. 13 ม.ค.)
ล่าสุด นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนี้ว่า เป็นการดำเนินการให้สามารถขอรับพระราชทานร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ทูลเกล้าฯไปแล้วกลับมาปรับปรุงบางตามมาตราที่มีการแจ้งมา ซึ่งมีไม่กี่มาตรา โดยทั้งหมดต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน หลังได้รับพระราชทานกลับคืนมา
ส่วนใครจะเป็นผู้ดำเนินการแก้ไขนั้น นายวิษณุ กล่าวว่า ตามหลักการจะให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้แก้ตามที่ได้รับการแจ้งมา ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีดำริจะตั้งคณะกรรมการพิเศษ เป็นบุคคลจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาประมาณ 8-10 คน เพื่อดำเนินการ สิ่งที่จะดำเนินการไม่เกี่ยวพันกับเรื่องสิทธิเสรีภาพ โครงสร้างทางการเมือง การเลือกตั้ง หรือกระบวนการใด ๆ ทางการเมืองทั้งสิ้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับหมวดพระมหากษัตริย์ และเข้าใจว่าเมื่อแก้ไขเสร็จแล้วจะเข้าเงื่อนไขเดิม ตามกรอบระยะเวลา 90 วัน นับจากที่นายกรัฐมนตรี ได้นำร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขครั้งใหม่แล้วขึ้นทูลเกล้าฯ
เมื่อถามว่า มาตราที่จะแก้ไข คือ มาตรา 5, 17 และ 182 ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ในหลักการเป็นเช่นนั้น แต่ก็ต้องดูว่าทั้ง 3 มาตราที่พูดถึงจะเกี่ยวพันกับมาตราใดอีกบ้าง หากมีต้องตามไปแก้ด้วย แต่ยืนยันจะไม่มีส่วนใดไปกระทบกับสิทธิเสรีภาพ โครสร้างทางการเมือง รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และวันนี้ รัฐบาล ยังคงยืนยันในโรดแม็พเดิมเพราะในที่ประชุมร่วมเมื่อเช้าได้พูดเรื่องนี้ชัดเจนแล้ว
ขณะที่นายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีนี้ว่า กระบวนการนี้เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรีที่จะดำเนินการ เพราะมาตรา 4 ที่ขอแก้ไขมาตรา 39/1 วรรคสิบเอ็ดให้เป็นข้อความใหม่ ระบุชัดเจนว่า กรณีที่พระมหากษัตริย์พระราชทานข้อสังเกตว่าสมควรแก้ไขเพิ่มเติมข้อความใด ภายใน 90 วัน ให้นายกรัฐมนตรีต้องขอรับพระราชทานรัฐธรรมนูญนั้นคืนมา เพื่อ
ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมเฉพาะประเด็นตามข้อสังเกตนั้น ดังนั้นนายกรัฐมนตรีต้องดำเนินการ ไม่ได้เป็นหน้าที่ของ กรธ. เพราะหน้าที่ของ กรธ. เสร็จสิ้นไปแล้ว ตั้งแต่ที่ส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่าน
ประชามติให้นายกรัฐมนตรีดำเนินกระบวนการทูลเกล้าฯ
เขียนวันที่ วันอังคาร ที่ 10 มกราคม 2560 เวลา 19:15 น.เขียนโดยisranewsหมวดหมู่ข่าวTagsแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
'วิษณุ' เผยนายกฯเตรียมตั้ง 'คณะกรรมการพิเศษ' ใช้คนจากกฤษฎีกา 8-10 คน แก้ไขร่าง รธน.ฉบับใหม่ หลังมีพระกระแสรับสั่งให้ปรับแก้ 3-4 รายการ ยันดำเนินการเฉพาะหมวดพระมหากษัตริย์ ไม่แตะการเมือง
จากกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า สำนักราชเลขาธิการ แจ้งรัฐบาลภายหลังทูลเกล้าฯร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งลงมาให้แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 3-4 รายการ ในหมวดพระมหากษัตริย์ เพื่อให้เป็นไปตามพระราชอำนาจ โดยที่ประชุมร่วมคณะรัฐมนตรี และ คสช. ได้ส่งเรื่องให้กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 เพื่อเปิดช่องขอพระราชทานร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กลับมาแก้ไขได้นั้น
(อ่านประกอบ : พระราชกระแสรับสั่งให้แก้ รธน. ใหม่หมวดพระมหากษัตริย์-เข้าวาระ สนช. 13 ม.ค.)
ล่าสุด นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนี้ว่า เป็นการดำเนินการให้สามารถขอรับพระราชทานร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ทูลเกล้าฯไปแล้วกลับมาปรับปรุงบางตามมาตราที่มีการแจ้งมา ซึ่งมีไม่กี่มาตรา โดยทั้งหมดต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน หลังได้รับพระราชทานกลับคืนมา
ส่วนใครจะเป็นผู้ดำเนินการแก้ไขนั้น นายวิษณุ กล่าวว่า ตามหลักการจะให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้แก้ตามที่ได้รับการแจ้งมา ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีดำริจะตั้งคณะกรรมการพิเศษ เป็นบุคคลจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาประมาณ 8-10 คน เพื่อดำเนินการ สิ่งที่จะดำเนินการไม่เกี่ยวพันกับเรื่องสิทธิเสรีภาพ โครงสร้างทางการเมือง การเลือกตั้ง หรือกระบวนการใด ๆ ทางการเมืองทั้งสิ้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับหมวดพระมหากษัตริย์ และเข้าใจว่าเมื่อแก้ไขเสร็จแล้วจะเข้าเงื่อนไขเดิม ตามกรอบระยะเวลา 90 วัน นับจากที่นายกรัฐมนตรี ได้นำร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขครั้งใหม่แล้วขึ้นทูลเกล้าฯ
เมื่อถามว่า มาตราที่จะแก้ไข คือ มาตรา 5, 17 และ 182 ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ในหลักการเป็นเช่นนั้น แต่ก็ต้องดูว่าทั้ง 3 มาตราที่พูดถึงจะเกี่ยวพันกับมาตราใดอีกบ้าง หากมีต้องตามไปแก้ด้วย แต่ยืนยันจะไม่มีส่วนใดไปกระทบกับสิทธิเสรีภาพ โครสร้างทางการเมือง รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และวันนี้ รัฐบาล ยังคงยืนยันในโรดแม็พเดิมเพราะในที่ประชุมร่วมเมื่อเช้าได้พูดเรื่องนี้ชัดเจนแล้ว
ขณะที่นายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีนี้ว่า กระบวนการนี้เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรีที่จะดำเนินการ เพราะมาตรา 4 ที่ขอแก้ไขมาตรา 39/1 วรรคสิบเอ็ดให้เป็นข้อความใหม่ ระบุชัดเจนว่า กรณีที่พระมหากษัตริย์พระราชทานข้อสังเกตว่าสมควรแก้ไขเพิ่มเติมข้อความใด ภายใน 90 วัน ให้นายกรัฐมนตรีต้องขอรับพระราชทานรัฐธรรมนูญนั้นคืนมา เพื่อ
ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมเฉพาะประเด็นตามข้อสังเกตนั้น ดังนั้นนายกรัฐมนตรีต้องดำเนินการ ไม่ได้เป็นหน้าที่ของ กรธ. เพราะหน้าที่ของ กรธ. เสร็จสิ้นไปแล้ว ตั้งแต่ที่ส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่าน
ประชามติให้นายกรัฐมนตรีดำเนินกระบวนการทูลเกล้าฯ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)








