PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันศุกร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2560

วปอ.คอนเน็คชั่น

วปอ.คอนเน็คชั่น
นายกฯ เตือน นศ.วปอ.อย่าเรียน เพื่อหวัง
คอนเน็คชัน เตือนหากใคร หาประโยชน์เพื่อนต้องเตือนเพื่อน แต่ถ้าเตือนไม่ได้ ให้"ตัดหางปล่อยวัด"
พอใจยุทธศาสตร์ชาตินศ.ปอ.ตรงรัฐบาล รับแก้ปัญหายากเพราะนิสัยคนระบุคกก.ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อขับเคลื่อนทิศทางเดียวกันทุกคนอยู่เรือลำใหญ่ไปด้วยกันไม่ใช่เรือแป๊ะ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รับฟังการแถลงยุทธศาสตร์ชาติ - ยุทธศาสตร์ทหาร พ.ศ. 2561-2580 ของคณะนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร นักศึกษาวิทยาลัยเสนาธิการทหาร และนักศึกษาวิทยาลัยการทัพทั้ง 3 เหล่าทัพ ประจำปีการศึกษา 2560
โดยมี พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว. มหาดไทย ลพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้แทนจากองค์กรต่าง ๆ เข้าร่วมรับฟังด้วย
ทั้งนี้ยุทธศาสตร์ชาติ และยุทธศาสตร์ทหาร คณะนักศึกษาฯ ร่วมกันจัดทำโดยอาศัยกรอบยุทศาสตร์ชาติ 20 ปีของรัฐบาลเป็นแนวทาง โดยมีความมุ่งหมายเพื่อเสนอแนะทางวิชาการแนวคิด เพื่อให้ผู้บริหารระดับสูงได้พิจารณานำไปใช้ประโยชน์ รวมทั้งนำเสนอแนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติให้มีความชัดเจนมากขึ้น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ตนในฐานะศิษย์เก่า วปอ.รุ่นที่ 50 ซึ่งทุกคนคาดหวังว่าทำอย่างไรจะให้ประเทศมียุทธศาสตร์ชาติ ถ้าตนไม่มายืนตรงนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ ถ้าไม่มีการคิดวิเคราะห์ตามหลักวิชาการ ปัญหาที่จะตามมาต่อไปคือ ทำอย่างไรที่จะให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง เพราะทุกคนรู้อยู่แล้วว่าปัญหาคืออะไร รู้ถึงวิธีการแก้ปัญหาทั้งเชิงวิชาการ การบริหารจัดการ
แต่ในช่วงที่ผ่านมามันเกิดขึ้นไม่ได้ ซึ่งจะโทษใครไม่ได้ ตนจึงจะต้องทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้นให้ได้ ทุกคนจะต้องร่วมมือกัน วันนี้ตนรับหน้าที่เป็นประธานเกือบทุกกลุ่มจนหัวสมองเกือบแยกไม่ออก นั่งฟังไปก็คิดตามจนไฟช็อตในหัวไปหมด ยอมรับว่ายุทธศาสตร์ชาติของรุ่นนี้เป็นที่น่าพอใจ เพราะตรงกับยุทธศาสตร์ชาติที่รัฐบาลได้วางไว้ ซึ่งทั้งหมดก็ได้รับความร่วมมือจากอาจารย์โรงเรียนเสนาธิการทหารมาช่วยกันทำ พร้อมกับคณะสนช. และสปท.

"วันนี้เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเร็วจนคนตามไม่ทัน ทำให้เกิดความแตกต่างในขั้นพื้นฐาน ซึ่งเราก็ต้องพัฒนาให้ได้ เด็กรุ่นใหม่เรียนรู้ได้เร็วทุกเรื่อง แต่ปัญหาคือไม่รู้จะทำงานอย่างไร ติทุกอย่างแต่ทำงานไม่ได้ พวกคนแก่ เก่า ๆ อย่างตนกลับทำงานได้ แต่อาจจะมีความทันสมัยน้อยหน่อย" นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงมีรับสั่ง 2 คำด้วยกันคือ ความเท่าเทียม และความเป็นธรรม หมายความว่าจะต้องทำให้คนทุกคน เข้าถึงโอกาสทางเลือก รายได้ อาชีพอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นคนรวย คนจน หรือผู้มีรายได้ปานกลาง เราต้องคำนึงถึงสิทธิของทุกคนในฐานะที่เป็นพลเมืองไทย ซึ่งยอมรับว่ายาก แต่ถ้าคนไม่เข้าใจก็จะกลายเป็นว่าไม่เกิดความเท่าเทียม เราจึงต้องพยายามสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้น สิ่งที่เราต้องเร่งทำวันนี้คือ ลดปัญหาของทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย ลดความเหลื่อมล้ำให้ได้ แต่ต้องยอมรับว่าแต่ละพื้นที่ย่อมมีความไม่เท่าเทียม ทุกอย่างคือความเหลื่อมล้ำของแต่ละจังหวัด ซึ่งรัฐบาลได้หยิบขึ้นมาพิจารณา เพราะถ้าปล่อยให้เป็นแบบเดิมปัญหาก็จะเป็นแบบเดิมตามกลไกประชาธิปไตยเหมือนที่ผ่านมา เราจึงต้องมียุทธศาสตร์ชาติ เพื่อลดปัญหา และเพิ่มการพัฒนา

ประเทศไทยมีคนหลายกลุ่มหลายฝ่าย มีความแตกต่าง ปัญหาปัจจุบันที่ยังแก้ไม่ได้ คือคนไทยยังติดกับปัญหาเดิม ๆ ทั้งความไม่พร้อมของประชาชน การศึกษา หลักคิดต่าง ๆ เป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุด ฝ่ายบริหารวางแผนและเขียนออกมาได้ แต่เวลาทำไม่ง่าย เพราะพื้นที่ทุกตารางนิ้วของประเทศมีเจ้าของ ไม่ว่าจะแก้หรือปรับอะไรก็ติดปัญหาที่คนทั้งหมด แต่ก็ต้องทำและแก้ แม้จะยากเพราะทุกอย่างมันกลายเป็นนิสัยของคนไปแล้ว ผมไม่ได้โทษใครทุกคนมีส่วนร่วมทำให้เกิดปัญหา เพราะมีประชาธิปไตยมาโดยตลอด และเราจะต้องมีต่อไป เพียงแต่จะทำอย่างไรไม่ให้ประชาธิปไตยเป็นเหมือนเดิมอีก ต้องทำให้ทุกอย่างเดินหน้าตามกรอบความจำเป็น ถือเป็นความเป็นความตายของประเทศ ต้องคิดว่าทำอย่างไรให้ทั้ง 6 ภาคของประเทศมีศักยภาพ และเจริญเติบโตด้วยตัวเอง โดยไม่เกิดการทับซ้อน แย้งการตลาด หรือการผลิต

วันนี้ถ้าเราไม่สร้างจิตสำนึกให้กับทุกคนให้รู้ว่าปัญหาของประเทศอยู่ตรงไหน ไม่มีทางสำเร็จ ไม่ต้องไปรอศตวรรษที่ 21 เพราะถ้ามัวรออยู่ก็แก้ไม่ทัน ตั้งแต่ผมเข้ามาก็ทำตามโรดแมปที่วางไว้ มีการขับเคลื่อนเป็นระยะ จนกระทั่งมีรัฐธรรมนูญ ตลอด 3 ปี ทั้งรัฐบาล คสช. ทำงานมาโดยตลอด ทั้งแผนยุทธศาสตร์ชาติ การสร้างความปรองดอง และการปฏิรูป จึงได้มีการตั้งคณะกรรมการปยป. ขึ้นมา แต่การทำงานเมื่อยังช้าอยู่ก็จึงต้องมีสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี (พีเอ็มดียู) เพื่อขับเคลื่อนให้กิจกรรมเร่งด่วนสำคัญ และอาจจำเป็นต้องใช้กฎหมายมาตรา 44 ซึ่งคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน ตอนนี้เราทุกคนกำลังนั่งเรือลำใหญ่ไปด้วยกัน ซึ่งไม่ใช่เรือแป๊ะ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ฝากไว้สุดท้าย การเป็นนักศึกวปอ.ไม่ใช่มาเพื่อสร้างคอนเน็กชัน จำไว้นะ มาสร้างในเรื่องของการทำความดีร่วมกัน ขับเคลื่อนประเทศร่วมกัน คนดีไม่ดีรู้อยู่แล้ว ทุกคนรู้หมดใครเป็นอย่างไรใครดีไม่ดี แต่ถ้าเมื่อใดก็ตามเพื่อนทำไม่ดีก็อย่าทำกับเขา เข้าใจไหม ตักเตือนชักจูงกลับมาให้เป็นคนดี
การที่เราจะคบกับคนมันเลือกคบคนไม่ได้มีทั้งมีคนดีและคนไม่ดี แต่เราจะทำอย่างไรที่เราจะเติมความรู้ให้คนไม่ดีเหล่านั้นให้มาดีให้ได้ อย่างน้อยก็ไม่ไปดูถูกคนอื่น ต่อให้ตัดหัวมันก็คือเพื่อน ท้ายสุดมันยังไม่ดีขึ้นก็ตัดหางปล่อยวัดไป อย่าให้เขามาใช้คอนเน็กชันเพื่อผลประโยชน์ในวันหน้า"
จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ได้ชี้ถามด้วยว่า "ใครทำอย่างนั้นยกมือขึ้น ไม่มีนะสัญญากับผมแล้วนะ เป็นคอนเน็กชันกับรัฐบาลเพื่อเดินหน้าประเทศไปข้างหน้า"

นายหัวชวนพูดกับ"ลุงตู้""นักการเมืองเลว มันก็มีจริงครับ ทหารเลว มันก็มีครับ"

"นักการเมืองเลว มันก็มีจริงครับ ทหารเลว มันก็มีครับ"
Talk Together ....กับ "อดีตนายกฯชวน" พูดถึง "นายกฯบิ๊กตู่" และ ภารกิจสุดขอบฟ้่า ทำให้"อภิสิทธิ์"กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง ปัดตอบ หนุน"บิ๊กตู่"เป็นนายกหรือไม่ แต่พรรคว่ายังไงก็ทำตามมติพรรค ชี้ มีแวว"บิ๊กตู่"อยู่ยาว
ครั้งแรก ที่ได้สัมภาษณ์ พูดคุย ทั้ง ในรอบ-นอกรอบ กับ อดีตนายกฯ"ชวน หลีกภัย" ใน รายการ Talk Together ของ "พี่แอ๊ะ วิสุทธิ์ คมวัชรพงศ์".ทาง McOT Radio .....แม้จะมี การ"ผิดคิว" เรื่องแขกรับเชิญ. ทำให้ จาก แขกรับเชิญ กลายเป็นพิธีกรร่วม...แต่ สำหรับ "วาส" คุ้มมาก ที่ วันนี้ นอนดึกมาก
เห็นใกล้ๆ แล้ว คุณชวน หน้าใส มาก เจ้าตัว ยันไม่เคยใช้ครีม หรือ โลชั่นใดๆ หน้าสด แจ่ม แบบนี้ แม้จะ79 แล้ว ที่เคยใช้คือ ครีมแก้คัน เวลาคันเท่านั้น
แต่ ที่ต้อง ขีดเส้นใต้ คือ คุณชวน เล่าถึงเหตุการณ์ เมื่อ 6ธค.2559ที่ได้อยู่ในงานเดียวกับ พลเอกประยุทธ์ นายกฯ ที่พูดตำหนินักการเมือง มาตลอดทุกสัปดาห์ แต่ผมไม่มีโอกาสได้พบท่าน แต่วันนั้น ได้เจอท่าน
ท่านว่านักการเมืองไม่ดี แล้วผมอยู่ตรงนั้นด้วย ผมก็เลยถือโอกาส เรียนท่านนายกฯตรงๆว่า "ท่านนายกฯครับ นักการเมืองเลว มันก็มีจริงครับ ทหารเลว มันก็มีครับ ผมก็พูดแบบนั้นเลย ทหารส่วนใหญ่ในบ้านเมือง เป็นคนดี แต่ทว่า ไม่ได้ดีทุกคน นักการเมือง ที่มัม่ ก็ไม่ใช่ดีทุกคน
ไม่มีองค์กรใดที่มีคนไม่ดีทั้งหมดและดีทั้งหมด
ผมก็เรียนท่านนายกรัฐมนตรีว่า ท่านอย่าไปเหมารวมสิครับ. ท่านนายกฯก็บอกว่าผมไม่ได้เหมา ผมก็บอกว่า แต่เวลาท่านพูดท่านไม่เคยยกเว้น
ก็ต้องขอบพระคุณท่านที่หลังจากนั้นมา ในรายการท่านวันศุกร์นั้น เป็นครั้งแรกที่ท่านบอกว่า นักการเมืองที่ดีก็มี

ไม่แค่นั้น อดีตนายกฯชวน ยังยืนยันว่าจะลงเลือกตั้งต่อไป และจะสนับสนุนให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรี อีกครั้งหนึ่ง. แต่ปัดตอบว่า ตนเองพร้อมจะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่

ส่วนจะสนับสนุนมพลเอกประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี หรือพร้อมทำงานกับพลเอกประยุทธ์ เช่นที่ คุณอภิสิทธิ์ บิก หรือไม่นั้น อดีตนายกฯชวน กล่าวว่า ไม่เคยได้ยินว่านายอภิสิทธิ์ พูดว่าพร้อมจะร่วมงานกับ พลเอกประยุทธ์ แต่น่าจะพูดโดยภาพรวมว่าพร้อมจะทำงานกับคนที่ทำงานเพื่อประเทศชาติ คงไม่ได้ระบุชื่อ
แต่สำหรับผมนั้น ในฐานะลูกพรรค หากมติพรรคว่าอย่างไรผมก็ต้องเคารพ ไม่ว่าผมจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ตาม แต่ก็ต้องทำตามมติพรรค
ก่อนตบท้ายการสนทนาว่า ตอนเป็นรมว.กลาโหม แม้จะมีงบราชการรับให้แต่ตนเองก็ไม่เคยใช้. แต่คืนให้กระทรวงกลาโหมทั้งหมดกว่า 7 ล้านบาท
อีกท้ัง ไม่ให้รัฐมนตรี ในรัฐบาล ขอยศทางทหาร เช่น เสธ.หนั่น พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ ที่ทางกองทัพจะขอพระราชทานยศพลเอกให้. แต่ผมก็บอกเสธ.หนั่น ว่าอย่ารับเลย
ที่สำคัญได้ถาม คุณชวนว่า ทำไมทหารจึงมักสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์
และยังไม่เชื่อว่า นายสุเทพ. จะตั้งพรรคการเมือง
ที่ยิ่งกว่านั้นคุณชวน ที่เป็นนักการเมืองผู้คร่ำหวอด ตั้งข้อสังเกต เรื่องรัฐธรรมนูญและโอกาสของกับการที่ พลเอกประยุทธ์ จะอยู่ยาว ไม่ใช่แค่ช่วงบทเฉพาะกาลเท่านั้นแต่อาจจะอยู่ยาวกว่านั้น ด้วยคำว่ามันมีอะไรแปลกๆ
แต่ก็ยังเชื่อว่าจะมีการเลือกตั้งเพียงแต่ไม่สามารถกำหนดเวลาได้ว่าจะเลือกตั้งเมื่อใดเพราะยังไงประเทศเราก็ต้องเป็นระบอบประชาธิปไตย
ลองชมย้อนหลัง https://www.facebook.com/MRNChannel/videos/1978902952340951/

สงสาร "บิ๊กเจี๊ยบ"..!!!!



สงสาร "บิ๊กเจี๊ยบ"..!!!!
"นายกบิ๊กตู่" หยุดยืน ตรงหน้า พลเอกเฉลิมชัย ผบ.ทบ. เพื่อทักทาย ผบ.เหล่าทัพ หลังเสร็จฟังยุทธศาสตร์ชาติ วปอ.....
แถม บอก บิ๊กเจี๊ยบ ว่า "เบื่อ ถามกันแต่เรื่องเดิมๆ เรื่องเก่าๆ"
บ่นสื่อ หลังถูกถามเรื่อง ผบ.ทบ.เผยว่า ทบ. ปลดประจำการเรือเหาะ เพราะหมดอายุ
ก่อนเดิน จะขึ้นรถกลับ แล้วหันมาจับแขน บิ๊กป๊อก สบตา ด้วยความเห็นใจ เข้าใจ หลัง บิ๊กป๊อก โดนโจมตี ต่อเนื่อง
ตั้งแต่เรื่องการหลบหนีของ อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์. และการให้ "กระทิงแดง" เช่าพื้นที่ป่าชุมชน ที่ขอนแก่น
จนมาถึงเรื่องเรือเหาะ ที่หมดอายุจนกองทัพบกต้องปลดประจำการ เพราะซื้อในยุคที่บิ๊กป๊อก เป็นผู้บัญชาการทหารบก
ที่สำคัญงานนี้ เพราะนักข่าวถาม
บิ๊กเจี๊ยบ ถึงความคืบหน้าในการใช้งานเรือเหาะ หลังมีข่าวเปิดประมูลรถกว๊านบอลลูน
แต่ทว่า ไม่ใช่รถกว๊านเรือเหาะ แต่ก็ถูกทำให้เข้าใจว่าเกี่ยวข้องกับเรือเหาะ จึงทำให้ประเด็นนี้ถูกคุ้ย ขึ้นมาอีกครั้ง

"บิ๊กเจี๊ยบ" เตรียมบิน เกาหลี ร่วมประชุม ผบ.ทบ. ภาคพื้นแปซิฟิก PACC X 17-19กย.

"บิ๊กเจี๊ยบ" เตรียมบิน เกาหลี ร่วมประชุม ผบ.ทบ. ภาคพื้นแปซิฟิก PACC X 17-19กย. หาจุดร่วม จับมือรับ ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ พร้อม ถกทวิฯกับ ผบ.ทบ.ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ฟิลิปปินส์ และเกาหลี
พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก มีกำหนดเดินทางเข้าร่วมการประชุมผู้บัญชาการทหารบกภาคพื้นแปซิฟิก ครั้งที่ 10 (Pacific Armies Chiefs Conference X) หรือ PACC X
ระหว่าง 17-19กันยายน 2560 ที่ สาธารณรัฐเกาหลี

พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า การประชุมผู้บัญชาการทหารบกภาคพื้นแปซิฟิก จะจัดขึ้นทุก 2 ปี มีกองทัพบกสหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพหลัก และหมุนเวียนประเทศในภาคพื้นแปซิฟิกร่วมเป็นเจ้าภาพ

สำหรับในปีนี้กองทัพบกสาธารณรัฐเกาหลีเป็นเจ้าภาพร่วม และมีกองทัพบกในภาคพื้นแปซิฟิกจำนวน 28ประเทศ เข้าร่วมการประชุม ภายใต้หัวข้อเรื่อง “เอกภาพของความพยายาม : เสริมสร้างพันธมิตรพลเรือน – ทหาร ในการตอบสนองต่อภัยคุกคามความมั่นคงรูปแบบใหม่ของกองกำลังทางบก”
(Unity of Effort : Building Civil-Military Partnerships in Land Force Response to Non-Traditional Security Threats)

โดยในห้วงเวลาเดียวกันนี้ จะมีการประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์นายทหารประทวนภาคพื้นแปซิฟิกด้วย โดยกองทัพบกได้ส่งกำลังพลชั้นประทวนจากกองทัพภาคที่ 2 เข้าร่วมในกิจกรรม

สำหรับพิธีเปิดการประชุม PACC X จัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 18กันยายน 2560 โดยมีการประชุมทั้งในลักษณะทวิภาคีและพหุภาคี ประกอบกับการบรรยายโดยผู้ทรงคุณวุฒิ

นายบัน คี มุน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ และการหยิบยกประเด็นที่เป็นที่สนใจร่วมกันมาถกแถลงแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น

สำหรับการประชุมแบบทวิภาคีในคราวนี้ พลเอกเฉลิมชัย จะได้ร่วมหารือกับผู้บัญชาการทหารบกออสเตรเลีย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ฟิลิปปินส์ และสาธารณรัฐเกาหลี

การประชุมผู้บัญชาการทหารบกภาคพื้นแปซิฟิก นอกจากจะเป็นโอกาสอันดีที่ผู้บัญชาการทหารบกในภูมิภาค ได้พบปะ หารือ แลกเปลี่ยนข่าวสารและข้อคิดเห็นในงานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแล้ว ยังจะเป็นเวทีที่จะนำไปสู่การพัฒนาและความร่วมมือระหว่างประเทศในมิติอื่นๆ ได้อีกด้วย อันจะนำไปสู่ความมั่นคงของภูมิภาคและของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี

ประชาธิปัตย์ บนทาง 2 แพร่ง จะเลือก “สุเทพ” หรือ “อภิสิทธิ์”

ประชาธิปัตย์ บนทาง 2 แพร่ง จะเลือก “สุเทพ” หรือ “อภิสิทธิ์”


พลันที่มีเสียง “เปรย” จาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ว่าอาจจำเป็นต้องจัดตั้งพรรคการเมือง

ก็มี “ท่าที” จาก “พรรคประชาธิปัตย์”

แม้จะเสมอเป็นเพียง “ท่าที” ในเชิงตั้งเป็น “คำถาม”และสะ ท้อนความรู้สึกไม่แน่ใจเท่าใดนัก

แต่เมื่อเป็นคำถามจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงสำคัญ

ความไม่แน่ใจของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นความไม่แน่ใจว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จะจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นจริง หรือไม่

เป็นความไม่แน่ใจเพราะว่าจะเป็นการจัดตั้งพรรคเพื่อสนับ สนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี

ประเด็นหลังนี้แหลมคมและสำคัญ

ความจริงแล้ว ท่าทีที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เชียร์และสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มิได้เป็นเรื่องใหม่

ก่อน “รัฐประหาร”ก็เป็นเช่นนี้

หลัง “รัฐประหาร” เมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ยิ่งมีความเด่นชัด เป็นรูปธรรม

ถึงกับระบุว่า “เป็นรัฐบาลของพวกเรา”

เตือนมวลชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวสวนยางพาราว่าไม่ควรออกมาเคลื่อนไหว เรียกร้อง

“ให้อดทนเพราะเป็นรัฐบาลของพวกเรา”

แต่การที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จะถึงกับจัดตั้งพรรคการ เมืองขึ้นมาเพื่อรองรับการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างเป็นพิเศษ

เมื่อมองจากพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อมองจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชี่วะ

การเน้นในเรื่องการจัดตั้งพรรคของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงสำคัญ
สำคัญกับ พรรคประชาธิปัตย์

สำคัญกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และมวลชนของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ไม่ว่าจะอยู่ในกปปส. ไม่ว่าจะอยู่ในพรรคประ ชาธิปัตย์ก็ตาม

นี่จึงเป็นอีกทางเลือก 1 ในทางการเมือง

เป็นทางเลือกที่”พรรคประชาธิปัตย์” ต้องคิดหนัก

เลขาฯนายกฯ-ผู้กำกับสันติบาลตรวจสอบห้องน้ำหญิง จ่อติดวงจรปิดเพิ่ม หลังเหตุถ้ำมอง

เลขาฯนายกฯ-ผู้กำกับสันติบาลตรวจสอบห้องน้ำหญิง จ่อติดวงจรปิดเพิ่ม หลังเหตุถ้ำมอง


เลขาฯนายกฯ-ผู้กำกับสันติบาลทำเนียบตรวจสอบห้องน้ำหญิง เตรียมติดกล้องวงจรปิดเพิ่ม หลังเหตุถ้ำมอง

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 15 กันยายน 2560 ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังเกิดกรณีถ้ำมองห้องน้ำหญิงภายในทำเนียบรัฐบาล พ.ต.อ.เกียรติ กาบบัว ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 ทำเนียบรัฐบาล ได้เดินทางมาตรวจสอบบริเวณห้องน้ำหญิง ชั้น 1 ตึกบัญชาการ 1 และให้สัมภาษณ์ว่า จากการตรวจสอบพบว่าป้ายสัญลักษณ์ห้องน้ำมีขนาดเล็กเกินไป ทำให้ผู้ที่ต้องการเข้าห้องน้ำอย่างเร่งด่วนอาจไม่ทันสังเกต และบริเวณทางเดินหน้าห้องน้ำไม่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด มีเพียงกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่บริเวณด้านหลัง ซึ่งจะเห็นเพียงคนที่เข้า-ออกประตูหลังตึกบัญชาการ 1 เท่านั้น โดยหลังจากนี้จะนำเรื่องดังกล่าวไปหารือกับผู้อำนวยการกองสถานที่ ยานพาหนะ และรักษาความปลอดภัย เพื่อปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ และจะมีการติดตามรายละเอียดว่าบุคคลที่ก่อเหตุเป็นคนในหรือคนนอก เพราะบริเวณที่เกิดเหตุใกล้กับตลาดคลองผดุงกรุงเกษม รวมถึงจะมีการสอบถามรายละเอียดกับบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ พ.ต.อ.เกียรติกำลังให้สัมภาษณ์ พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้มาตรวจสอบบริเวณดังกล่าวด้วย โดยได้สอบถามรายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยสีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์และไม่ให้ช่างภาพถ่ายภาพตัวเองขณะตรวจสอบ โดยระบุเพียงสั้นๆ ว่า “ผมให้ความสำคัญ ถึงมาดูด้วยตัวเอง”

เปลี่ยนสูตร "แก้ปัญหาใต้" บ้างดีมั้ย?

ปัญหา ๓ จังหวัดใต้ คือปัญหาในมุ้ง........
แต่รัฐบาลไม่สน "กระชับใจ" ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดใต้โดยตรง
แต่กลับตะพึด-ตะพือ ไปแสวงหาข้อตกลงกับพวกที่อุปโลกน์เป็น "นายหน้าโจร" ที่อยู่ในมาเลย์
คุยกันมากี่ปีแล้วล่ะ.........
ผลงานที่เป็นรูปธรรม คือ "รูปถ่ายหมู่" คณะเจรจากับคณะโจร?
กับผลระเบิดซ้ำซาก วิธีการซ้ำซาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหาร-ชาวบ้าน "เจ็บ-ตาย" ซ้ำซาก
เมื่อวาน (๑๔ ก.ย.๖๐) ที่กาบัง ยะลา เป็น "ตัวอย่างซ้ำซาก" เราต้องสูญเสียเจ้าหน้าที่ไปอีก ๒ นาย
-ด.ต.อนิรุทธ จันทะวงษ์ เจ้าหน้าที่เก็บกู้ระเบิด
-สิบตรีธเนศ พุทธโท เจ้าหน้าที่ทหารพราน
ผมดูภาพเหตุการณ์ที่เผยแพร่ตามโซเชียลมีเดียแล้ว "สงสาร-เข้าใจ" พี่น้องตำรวจ-ทหารของเรามาก
เพราะความมุ่งมั่นพิทักษ์ชีวิตชาวบ้าน ทราบเหตุระเบิด ก็รีบไปเก็บกู้
เพราะห่วงชาวบ้านเหนือห่วงปลอดภัยตัวเองนั่นแหละ
ไปถึงปุ๊บ คงเข้าไปจุดระเบิดปั๊บ
ก็เลย "ติดกับดักโจร".........
คือกลางคืนมันระเบิดล่อให้ถลำเข้าไป ตอนกลางวัน ก็เข้าไปแบบซื่อๆ ตามแผนมันจริงๆ
มันก็ "กดระเบิด" ตูม..ตูม ใส่เจ้าหน้าที่ทั้งกลุ่ม!
ดูชัยภูมิตรงจุดเกิดเหตุ ..........
สองข้างทางเป็นดงไม้-พงหญ้าค่อนข้างครึ้ม อำนวยต่อการพรางตา-พรางตัว เพื่อปฏิบัติการ "กัดกระหนาบ"
ถ้าเคลียร์พื้นที่ก่อนเข้า สถานการณ์อาจเป็นอีกแบบก็ได้?
พูดกันตามสถานการณ์เป็นจริงใน ๓ จังหวัดใต้ เท่าที่ผมสังเกต
๑.ชาวบ้านในพื้นที่เข้าใจ-ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่มากขึ้น
๒.เหตุรุนแรง และการสูญเสียเจ้าหน้าที่ลักษณะนี้ ลดน้อยลง
ถ้าให้ตีโจทย์ ผมจะตีว่า...........
หมายถึง ทางการ "แยกประชาชน" ออกจากโจรได้ในระดับหนึ่งแล้ว ระบบ "จำเป็นโจร" เพราะเจ้าหน้าที่รัฐบีบคั้น-รังแกเริ่มน้อยลง
โจร ๓ จังหวัดใต้ กำลังเป็น "โจรจำเป็น"
จะคืนสู่ความเป็น "ชาวบ้านเต็มขั้น" ก็ยังประดัก-ประเดิด ครั้นจะโจรเต็มตัว ก็ไม่รุ่งแล้ว
จึงยัง "ครึ่งโจร-ครึ่งชาวบ้าน" เพราะยังไม่มีทางไปสู่จุดสรุป
ถ้ารัฐบาลเบนเป้า จากขะมักเขม้นเจรจาล้มๆ แล้งๆ นอกประเทศ มาสนใจ-ใส่ใจจริงจัง กับชาวบ้านในพื้นที่
เมื่อชาวบ้านกับภาครัฐ มีความเข้าใจ เดินไปในทางพัฒนาเดียวกัน ด้วยเป้าหมายทาง "อาชีพ-ชีวิต-สังคม" ที่หมดความหวาดระแวงต่อกัน
โจรนั้น ซึ่งก็ไม่ใช่อื่นไกล ลูกๆ หลานๆ ชาวบ้านด้วยกันนั่นแหละ จะเป็นโจรต่อไปเพื่ออะไร?
เมื่อชาวบ้าน+ทางการ "สร้างสะพานให้เดิน" จะมัวไปซุ่มป่า-กดระเบิดอยู่ทำไม สู้กับตำรวจ-ทหารน่ะ ซักวัน ต้องตายแน่
คืนสภาพ "ชาวบ้าน" กลับเข้ามาทำมาหากิน ด้วยงานการที่ภาครัฐเข้าไปพัฒนาไม่ดีกว่าหรือ?
การที่เขาไม่มีอาชีพ ไม่มีความหวังในอนาคต และไม่มีใจลงไปประสานใจจริงๆ จังๆ นั่นแหละ
เป็น "ช่องว่าง"............
ให้ทั้ง โจรจริง-โจรเทียม โจรการเมือง และโจรทางงบประมาณ ทำแผ่นดิน ๓ จังหวัดใต้ ให้กลายเป็น
"แดนโจรถาวร"!
มันไม่มีอะไรเป็นความหวังที่เรียกว่า "อนาคต" สำหรับคน ๓ จังหวัดใต้จริงๆ นะ
ใครไม่เชื่อ ก็ลงไปสัมผัสด้วยตัวเองดูก็ได้!
ผมไปทุกปี จึงเห็น พื้นที่อุดมสมบูรณ์ สาธารณูปโภค ถนนหนทางดีมาก
นอกจากสวนยาง ทั้งป่า ทั้งทะเล ทั้งที่ท่องเที่ยว ทั้งสวนผลหมากรากไม้หลากหลาย ก็จริง
มันมีแค่ชีวิต..........
แต่เป็นชีวิตที่ไม่มีชีวา
ดินชุ่ม แต่ใจคนแห้งแล้ง ผลหมากรากไม้ ปลูกไว้ ออกลูก-ออกผล ก็เน่าคาต้น
ใครจะกล้าไปซื้อ-ไปขน เอาออกมาจากสวน จากป่าล่ะ มันไม่คุ้มกับเสี่ยง "ตายฟรี"!
คนพื้นที่ อยู่เพื่อรีบกิน-รีบทำธุระให้เสร็จก่อน ๕ โมงเย็น
แล้วรีบกลับเข้าบ้าน.......
เพราะเลย ๕ โมงเย็นไป อาจได้กลับบ้านตอนเช้าของอีกวันในสภาพศพ
นี่เป็นสภาพจริงของพื้นที่ "ลึกเข้าไป" ใน ๓ จังหวัดใต้
แต่ในตัวเมือง ตัวชุมชน ไม่มีอะไรน่าห่วง อย่างที่จินตนาการกันจากข่าว
ทหาร "ชั้นผู้น้อย" ตามถนน ตามจุดชุมชน ที่ถูกส่งไปยืนประจำการบางจุดน่ะ
หลายๆ แห่ง เห็นแล้ว สงสาร........
ส่งไปป้องกันโจรให้ชาวบ้าน หรือให้ชาวบ้านคุ้มกันโจรให้เจ้าหน้าที่ก็มิทราบ?
ผมไป อดซื้อของติดรถไปด้วยไม่ได้ เจอก็แบ่งปันกัน
เคยเจอทหารที่เรียก "ไอ้เณร" อยู่คน ยืนตากแดด จับไข้สั่นด๊กๆ ไปหาซื้อน้ำ-ซื้อยาแก้ไข้มาให้
บอกให้กินน้ำมากๆ พักผ่อนมากๆ เธอบอกว่า
ดื่มน้ำมากๆ พอได้ แต่พักผ่อนมากๆ นี่ เห็นจะไม่ได้ครับ!
โครงการพัฒนาจากภาครัฐในภาคใต้ ผมเห็นมีเยอะ แต่ก็รู้ๆ กันอยู่ เมืองไทยน่ะ มีโครงการวันนี้
แต่อีก ๕๐ ปีข้างหน้า จึงเกิด!
ก็ไม่ว่ากัน เพราะตามพื้นสภาพ คนใต้ไม่อดตาย เพราะแผ่นดินสมบูรณ์
แต่ที่มันไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย เพียงเข้าใจ "วิถี-ชีวิต-จิตใจ" คนใต้ แล้วให้สิ่งที่ขาดตรงนั้นกับเขาบ้าง
จากทางขนาน "ชาวบ้าน-รัฐ" จะเป็นทางร่วมชนิดคาดไม่ถึง!
เอาง่ายๆ ที่สุด นอกจากแสงอาทิตย์ตอนกลางวัน แสงจันทร์ตอนกลางคืนแล้ว
พี่น้อง ๓ จังหวัดใต้ "นอกตัวเมือง" แทบจะไม่ได้เห็นแสงไฟ-แสงนีออน และเสียง จากเวทีการเล่น-การแสดงมหรสพใดๆ
และแทบไม่มีกิจกรรมที่รัก-ที่ชอบใดๆ ให้เป็นศูนย์รวมคนเลย!
"ตำรวจ-ทหาร" มีหน่วยดุริยางค์.........
เดือนละครั้ง-สองครั้ง ตามโอกาสอำนวย เปลี่ยนบังเกอร์เป็นเวที เปลี่ยนถือปืนเป็นจับไมค์ เปลี่ยนเสียงตูมตามเป็นเสียงเครื่องดนตรี
ให้ชาวบ้านแต่ละพื้นที่ได้ออกมาสัมผัสแสง-สี-เสียงยามค่ำคืน ได้มาดูการเล่น-การแสดงกันบ้าง
ใจคนที่เบิกบาน มันคือใจสมานใจ ต่อให้เป็นโจร เมื่อสังคมถิ่นคืนชีวิต-ชีวาร่วมกัน
ไม่มีใครอยากฆ่า-อยากเป็นโจรหรอก!
ผมเห็นหลายหน มีงานการละเล่น-การแสดง พี่น้องไทยพุทธ-ไทยมุสลิม ไม่ว่าชาย-หญิง จะออกมาสนุกสนาน-ครึกครื้น
ไม่มีโจร-ไม่มีระเบิดซักครั้ง!
อย่างล่าสุด ที่มวยไทยไฟต์ ไปตั้งเวทีต่อยกันที่ยะลา ผมดูจากถ่ายทอด คนเกือบ ๕ หมื่น
และที่คิดไม่ถึง.........
สุภาพสตรีมุสลิมพากันมาดูมวยมากมาย จากภาพที่เห็น เธอสนุกสนาน ตื่นเต้น ตาประกายมีความสุข
คนที่นั่น มาเล่าให้ผมฟังทีหลัง คนตั้ง ๔-๕ หมื่นมารวมกันตอนกลางคืน ไม่ต้องใช้กำลังรักษาการณ์อะไรเป็นพิเศษเลย
และไม่ปรากฏเหตุการณ์ร้ายใดๆ เกิดขึ้น!
หรืองานแข่งนกเขาแต่ละครั้ง ซึ่งเป็นงานใหญ่ คนทั้งในและนอกประเทศ แห่แหนกันไป ก็ไม่เคยปรากฏเหตุการณ์จากโจร
วานซืน เจ้าแหลม "ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น"........
ไปน็อก "กอนซาเลซ" แล้วมายื่นคางให้ "นายกฯ ประยุทธ์" น็อกที่ทำเนียบฯ
คือเรามีนักมวยดังระดับโลกเยอะ และขณะนี้โลกกำลังคลั่ง "มวยไทย"
อย่างบัวขาว ก็เป็นทหาร สมรักษ์ ก็ทหาร ศรีสะเกษ นี่ก็ตำรวจ หรืออย่าง "สมจิตร จงจอหอ" จากนักมวยเหรียญทอง ไปเป็นดาราทีวี
ทำไมกองทัพไม่เปิด "สถาบันฝึกสอนมวย" ที่ ๓ จังหวัดใต้ล่ะ?
จะที่ยะลา-ปัตตานี หรือนราธิวาส ได้ทั้งนั้น ประกาศใช้เยาวชน วัยรุ่น วัยหนุ่ม ทั้งหญิง-ทั้งชาย
ใครอยากฝึกมวยมาเลย เชิญปรมาจารย์ อย่างบัวขาว สมรักษ์ เขาทราย หรือนักมวยคนไหนที่สนใจอยากเป็นครูฝึกสอน ก็มาฝึก-มาสอนให้ที่ ๓ จังหวัดใต้นี่เลย
รับรอง...โจรบอก "กูเลิกเป็นโจรดีกว่า"
แล้วมาเข้าค่าย-เข้าแคมป์ ฝึกเป็นนักมวยกัน เพราะสายเลือดคน ๓ จังหวัดใต้ เป็นสายเลือดนักสู้ มีความอดทนเป็นเยี่ยมอยู่แล้ว
ที่สำคัญ วัยรุ่นที่นี่ ชอบกีฬา เช่น มวย-ฟุตบอล เป็นชีวิตจิตใจ ท่านแม่ทัพภาค ๔ น่าลองดูนะครับ ไม่เสียอะไร มีแต่ได้
นอกจากมวยแล้ว......
จะเปลี่ยนสนามระเบิดเป็นสนามฟุตบอล ยิ่งดีใหญ่ ครบเครื่อง-ครบสูตรเลย
ผมรับรอง "โจรสูญพันธุ์" แน่ แห่มาเป็นนักฟุตบอลกันหมด!
เนี่ย...โบราณว่า "ลางเนื้อชอบลางยา" รักษาหมอแผนปัจจุบันแทบตาย โรคไม่หาย
เจอ "ยาผีบอก" หม้อเดียว เดินปร๋อเลย!
เรื่อง ๓ จังหวัดใต้ ยืดเยื้อมาครึ่งศตวรรษ เดินตามทฤษฎี ตามยุทธศาสตร์ ผลาญงบประมาณไปครึ่งแผ่นดิน ไม่เกิดผล
ลองนอกตำรา แต่ตรงต้องการชาวบ้านดูบ้าง.......
ไม่ต้องใช้เงินมาก ใช้เพียงความจริงใจ ใช้การละเล่น-การกีฬา สลายช่องว่าง ประสานสังคม
รับรอง "ถมเต็ม" แน่นอน!.

หนีไม่พ้น "ลุงตู่" ลากยาว

หนีไม่พ้น "ลุงตู่" ลากยาว

สำเร็จเสร็จสิ้นโดยสมบูรณ์แบบไปแล้ว 1 ฉบับ

คิวล่าสุดที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประกาศมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 14 กันยายนเป็นต้นไป

กฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งฉบับแรก จากจำนวน 4 ฉบับลุล่วงไปแล้ว

รอลุ้นฉบับที่ 2 ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ที่อยู่ระหว่างรอการประกาศลงราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลบังคับใช้ทางกฎหมายตามมา

แต่ไม่ได้หมายความว่า เค้าลางโรดแม็ปเลือกตั้งปลายปี 2561 จะมีความชัดเจนขึ้น

มิหนำซ้ำแนวโน้มขอต่อโปรโมชั่นอยู่ยาวของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กลับมาลือกระหึ่มหนาหูอีกครั้ง

ตามสัญญาณจากฝ่ายอำนาจพิเศษที่ยังแบ่งรับแบ่งสู้ ไม่กล้าการันตีเต็มปากว่า ฝ่ายการเมืองจะได้กลับสู่สนามเลือกตั้งตามโปรแกรมที่กำหนดหรือไม่

ในจังหวะแท็กทีมสอดรับกันของคีย์แมน คสช. ตั้งแต่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ออกลีลาแทงกั๊ก ไม่มั่นใจจะได้เลือกตั้งปลายปีหน้า

ยกกฎหมายลูกเป็นข้ออ้างไม่รู้จะเสร็จทันตามกำหนดหรือไม่

อาการเดียวกับ “พรเพชร วิชิตชลชัย” ประธาน สนช. ที่ออกลูกพลิ้วเรื่องกรอบเวลาเลือกตั้ง จะต้องดูเงื่อนเวลาการพิจารณากฎหมายลูกประกอบกันไปด้วย เพราะไม่ได้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ สนช.เพียงอย่างเดียว ยังมีตัวแปรอื่นๆเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ในกรณีที่มีผู้เห็นแย้งกับร่างกฎหมายลูก

เด้งเชือกไม่ให้มีข้อผูกมัดจะปล่อยนักการเมืองคืนสังเวียนเมื่อไร

อย่างที่เห็นๆใน พ.ร.บ.คณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ต้องเสียเวลาผ่านขั้นตอนการปรับปรุงทบทวนเนื้อหากฎหมายจากกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย การยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ

กว่าจะเสร็จสมบูรณ์ครบถ้วนทุกขั้นตอนก็กินเวลาโรดแม็ปไปได้เรื่อยๆ

ฝ่ายการเมืองหัวหมุน เจอเหลี่ยมแท็กติกกฎหมายลูก ทอดเวลาให้จวนเจียนโรดแม็ปเลือกตั้งมากที่สุด
ยังไม่นับรวมกฎหมายลูก 2 ฉบับสุดท้ายที่เป็นไฮไลต์สำคัญอย่าง ร่าง พ.ร.บ.การได้มา ซึ่ง ส.ว. และ ร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส. ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีโปรแกรมส่งให้ สนช.พิจารณาช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้

ก็หนีไม่พ้นช็อตหวาดเสียวเจอเหลี่ยมประวิงเวลา สุ่มเสี่ยงกระทบโรดแม็ป

ตามที่ระดับ “ซือแป๋กฎหมาย” นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. ยังบ่นหนักใจเรื่องระยะเวลาการพิจารณากฎหมายลูก 2 ฉบับสุดท้ายของ กรธ.ที่อาจเหลือเวลาแค่ 30 วัน

กรธ.อยู่ในภาวะไฟลนก้น จวนเจียนกับเดดไลน์ที่ต้องยกร่างกฎหมายลูกให้เสร็จภายใน 240 วัน

โรดแม็ปแต่ละขั้นตอนต้องลุ้นกันช็อตต่อช็อต จะทันตามตารางเวลาหรือไม่

แนวโน้มต้องลุ้นกันหืดจับทุกขั้นตอน

นั่นยังไม่นับรวมเงื่อนไขน่าหวาดเสียว กรณี สนช.คว่ำร่าง พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส. หรือการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่ส่งผลกระทบยื้อโปรแกรมหย่อนบัตรเลือกตั้งออกไปยาวๆ

ต้องกลับไปเริ่มกระบวนการยกร่างกฎหมายใหม่ หมิ่นเหม่ต่อปัญหาทางกฎหมายตามมา

ทั้งประเด็นใครจะเป็นผู้ยกร่างกฎหมายลูก และกรอบเวลาทำงาน รอบใหม่ ที่ไม่ได้ระบุชัดไว้ในรัฐธรรมนูญ

โดยเฉพาะเนื้อหาในร่างกฎหมายลูกหลายประเด็นที่ประเดิมใช้เป็นครั้งแรก อาทิ วิธีการนับคะแนนแบบใหม่ในการคำนวณเก้าอี้ ส.ส. หลักเกณฑ์การส่งผู้สมัคร การเฟ้นหาผู้สมัคร ส.ว.ที่เลือกไขว้กันไปมา ระหว่างกลุ่มอาชีพ

ทำไปทำมาส่อเค้าสร้างความวุ่นวายสับสนในสนามเลือกตั้ง อาจถูกหยิบยกเป็นข้ออ้างให้ สนช.ที่ส่วนใหญ่เป็นขุนทหารฉีกกฎหมายลูก ต้องไปเริ่มนับหนึ่งกันใหม่

กลายเป็นไฟต์บังคับ ตีตั๋วให้ “บิ๊กตู่” อยู่ครองอำนาจต่อ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นตามรูปการณ์ปัจจุบันที่กองทัพมีแต้มต่ออยู่เหนือฝ่ายการเมืองหลายขุม วางโครงข่ายอำนาจผ่านทางรัฐธรรมนูญ กฎหมายลูก คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ
ผูกขาดคุมทิศทางบริหารประเทศไว้ทุกช่องทาง

ยังไม่นับรวมการวางขุมกำลังกองทัพคอยระวังหลังไว้อีกทาง

ไม่ว่าจะเลื่อนหรือไม่เลื่อนเลือกตั้ง ทหารยังกุมอำนาจทุกอย่าง เหมือนเดิม.

ทีมข่าวการเมือง

วันพฤหัสบดีที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2560

ย้อนเส้นทาง เรือเหาะใต้ 350 ลบ. ราชินีโรงจอด 8 ปี ฉบับเข้าใจง่าย

ย้อนเส้นทาง เรือเหาะใต้ 350 ลบ. ราชินีโรงจอด 8 ปี ฉบับเข้าใจง่าย


ย้อนลำดับเหตุการณ์สำคัญตลอด 8 ปี "เรือเหาะดับไฟใต้" กองทัพบก มูลค่า 350 ล้าน ที่จัดซื้อในยุค บิ๊กป๊อก-บิ๊กตู่ นั่งเก้าอี้ ผบ.ทบ. ท่ามกลางการโจมตีของหลายฝ่าย โดยเฉพาะคู่ปรับ "เพื่อไทย" มองว่าแพงเกินจริง-ไม่คุ้มค่า

หลังจากมีกระแสข่าวว่า พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ได้ปลดประจำการณ์ เรือเหาะตรวจการณ์ ที่กองทัพบกได้จัดซื้อสมัย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา หรือ บิ๊กป๊อก ผบ.ทบ.ในขณะนั้น เนื่องจากหมดอายุการใช้งาน ท่ามกลางกระแสโจมตีของหลายฝ่ายที่ระบุว่า เป็นการจัดซื้อที่ไม่คุ้มค่ากับราคา 350 ล้านบาท และมองว่าแพงเกินจริง เนื่องจากเรือเหาะที่มีขนาดใกล้เคียงกันมีราคาเพียง 30-50 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งทางกองทัพบกก็ได้ออกมาตอบโต้และยืนยันตลอดว่า เรือเหาะดังกล่าวสามารถใช้งานได้จริง ทุกขั้นตอนมีความโปร่งใส ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่มีการจัดซื้อนั้น

วันนี้ (14 ก.ย.60) ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ จึงขอไล่ลำดับเหตุการณ์สำคัญตั้งแต่การจัดซื้อเรือเหาะในปี 2552 จนถึงปัจจุบันว่าอะไรเกิดขึ้นบ้าง ดังนี้

10 มี.ค.52 พรรคประชาธิปัตย์ (ฝ่ายรัฐบาลในขณะนั้น) อนุมัติงบ 350 ล้าน แบ่งเป็นราคาบอลลูน 260 ล้าน กล้องตรวจการณ์ทั้งกลางวันกลางคืน 70 ล้าน ส่วนที่เหลือ 20 ล้าน เป็นอุปกรณ์สื่อสารภาคพื้น จัดหาเรือเหาะตรวจการณ์ เพื่อใช้ในกิจของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เพื่อใช้ในภารกิจความไม่สงบในภาคใต้ โดยระบุคุณสมบัติว่า สามารถบินได้พ้นรัศมีของปืน M16
23 เม.ย.52 กองทัพบกทำสัญญาจัดซื้อเรือเหาะตรวจการณ์จากบริษัท เอเรียล อินเตอร์เนชั่นแนล คอเปอร์เรชั่น

28 มิ.ย.52 เรือเหาะตรวจการณ์ถูกส่งถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

18 ธ.ค.52 เรือเหาะเข้าประจำการ ณ โรงจอดภายในหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี กองพลทหารราบที่ 15 อย่างเป็นทางการ (พล.ร.15) อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

15 ม.ค.53 กองทัพกำหนดให้เป็นวันเริ่มนำเรือเหาะขึ้นปฏิบัติการเป็นครั้งแรก แต่ประสบปัญหาทางเทคนิค ไม่สามารถดำเนินการได้ จึงยังไม่มีการรับมอบสินค้าอย่างเป็นทางการ

5 มี.ค.53 คณะกรรมการตรวจรับเรือเหาะจัดทดสอบประสิทธิภาพการใช้งาน พบว่ามีปัญหาหลายอย่าง ในส่วนกล้องและตัวบอลลูน ตัวเรือเหาะบินได้ 1 ใน 3 ของสเปกไม่พ้นระยะยิง ด้าน บิ๊กป๊อก โบ้ยให้กรรมการตรวจรับเรือเหาะรับผิดชอบหากพบว่าเรือเหาะบินไม่ได้ ลั่นจัดซื้อ "เหมาะสม ถ้าไม่เหมาะสมจะสั่งซื้อได้อย่างไร"

5 มี.ค.53 พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิการทหารบก ปัดข่าวนายทหาร 2 นาย ซึ่งเป็นกรรมการตรวจรับเรือเหาะ ขอลาออกเนื่องจากไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับโครงการที่เป็นปัญหา ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง

9 มี.ค.53 บิ๊กป๊อก ลงพื้นที่ร่วมตรวจสอบประสิทธิภาพเรือเหาะอีกครั้ง พบปัญหาหลายอย่าง แต่ยืนยันว่าระบบยังใช้งานได้ดี ระบุ โครงการจัดซื้อโปร่งใส หาก สตง.-ป.ป.ช. ตรวจสอบว่ามีการโกงก็พร้อมเข้าคุกทันที

11 มี.ค.53 ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย กังขากองทัพบกไม่ยอมชี้แจงการจัดซื้อเรือเหาะ อ้าง ผบ.ทบ. ติดภารกิจ (อ่านข่าวคลิก)

27 พ.ค.53 คณะกรรมการตรวจรับเรือเหาะลงนามรับมอบ “บอลลูน”

9 มิ.ย.53 รองเจ้ากรมท่าบำรุงทหารบก แถลงโต้ข่าววิพากษ์วิจารณ์การจัดซื้อเรือเหาะ โดยเฉพาะเรื่องบินต่ำกว่าสเปก คือบินได้เพียง 1 กม. โดยระบุว่าสเปกจริงบินได้ 3 กม. แต่เมื่อติดกล้องและรวมคนขับเข้าไปแล้วจึงทำให้บินต่ำลง

23 ก.ค.53 คณะกรรมการตรวจรับเรือเหาะ ลงนามรับมอบเรือเหาะตรวจการณ์ทั้งระบบ ทั้งที่ยังมีคำถามค้างคาใจจากหลายฝ่าย ด้านโฆษกพรรคเพื่อไทย ฉะกองทัพบกงุบงิบงบประมาณจัดซื้อเรือเหาะ ใช้งบไม่โปร่งใส กันสื่อไม่ให้เข้าสังเกตการณ์

23 ก.ค.53 กองทัพบกเสนอเรื่องให้บริษัทผู้ผลิต นำเรือเหาะลำใหม่เปลี่ยนลำเดิม เหตุมีรอยปริแตก รั่วซึม

3 ส.ค.53 พล.อ.อนุพงษ์ โต้กระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องจัดซื้อเรือเหาะทุจริต ยันเจ้าหน้าที่ทำตามกฎหมาย ส่วนเรื่องการใช้งานไม่ต้องห่วง เนื่องจากอยู่ในช่วงรับประกัน

30 ก.ย.53 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.แทน พล.อ.อนุพงษ์ ที่เกษียณอายุราชการ

18 ก.พ.54 เจ้าหน้าที่นำเรือเหาะขึ้นบินตรวจการณ์และทดสอบขีดความสามารถ ใช้กล้องอินฟาเรดเก็บภาพพื้นที่ จ.ปัตตานี บินไกลสุดในรอบ 7 เดือน (อ่านข่าวคลิก)

20 ก.พ.54 กองทัพบกขอเปลี่ยนผ้าใบบอลลูนจากบริษัทผู้ผลิต

16 มี.ค.54 พล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมเรือเหาะครั้งสุดท้ายก่อนใช้งานจริง

17 มี.ค.54 พรรคเพื่อไทย (ฝ่ายค้านในขณะนั้น) อภิปรายไม่ไว้วางใจ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซัดซื้อเรือเหาะมีประสิทธิภาพไม่คุ้มราคา
17 มี.ค.54 นายอภิสิทธิ์ โต้พรรคเพื่อไทย ยัน รัฐบาลไม่ละเลยปัญหา มีการตรวจสอบ ลั่น หากไม่ได้คุณภาพก็จะไม่ให้กองทัพบกรับไว้ 

11 ต.ค.54 พล.อ.ประยุทธ์ เล็งใช้เรือเหาะตรวจการณ์ บินสำรวจพื้นที่น้ำท่วมปี 54

13 ธ.ค.55 เรือเหาะประสบอุบัติเหตุขณะลงจอดที่โรงเก็บเรือเหาะ เนื่องจากนักบินไม่สามารถควบคุมเรือเหาะได้ หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจสำรวจความปลอดภัยให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น

18 ก.ค.56 มทภ.4 ยันยังไม่เซ็นจำหน่ายเรือเหาะ เผยขณะนี้อยู่ระหว่างการซ่อมแซมความเสียหายจากอุบัติเหตุเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.55

5 ก.ย.57 เรือเหาะลงจอดฉุกเฉินกลางทุ่งนา ม.6 ต.ยะรัง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เนื่องจากเกิดลมแรงทัศนวิสัยไม่อำนวย ก่อนบินกลับฐานโดยไม่ได้รับความเสียหาย
24 ธ.ค.58 ป.ป.ช. ยกคำร้องถอดถอน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ กรณีละเว้นหน้าที่ ปล่อยให้กองทัพบกจัดซื้อเรือเหาะในราคาสูงเกินจริง เหตุการณ์การจัดซื้อก่อนที่นายสุเทพเข้ารับตำแหน่ง-ซื้อด้วยวิธีพิเศษ

14 ก.ย.60 พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ปลดประจำการเรือเหาะตรวจการณ์หลังใช้งาน 8 ปี และไม่มีแผนจัดซื้อใหม่.

แมลงวัน ไม่ตอม แมลงวัน

จุลสาร ราชดำเนิน ที่ดำเนินการโดยสมาคมนักข่าวฯ ออกโรง เรื่อง บิ๊กสื่อ
See more
Time Chuastapanasiri
"แมลงวัน ไม่ตอม แมลงวัน"
กำลังเป็นเรื่องที่แปลกทีเดียว กับข่าว กรณี "ทนายผู้รับมอบอำนาจจากบิ๊กสื่อ" เขียนจดหมายมาถึงสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพืแห่งประเทศไทย เรื่องที่ สมาคมฯ จะตั้งกรรมการแสวงหาข้อเท็จจริง กรณี “บิ๊กสื่อ” หรือผู้บริหารองค์กรสื่อสารมวลชนแห่งหนึ่งมีพฤติกรรมคุกคามทางเพศพนักงานสาว
(อ่านต่อ ที่ http://m.posttoday.com/analysis/report/514595)
ซึ่งตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าใครเป็น "บิ๊กสื่อ" คนนั้น และ เหตุการณ์นี้เป็นจริงหรือไม่? ตามที่หลุดออกมา
สาระสำคัญที่ทนายทำจดหมายร้องเรียนไปที่สมาคม คือ "คัดค้านการตั้งกรรมการสอบ"
"....การกระทำดังกล่าว ปราศจากอำนาจอันจะอ้างตามข้อบังคับของสมาคมฯได้ เพราะไม่ปรากฎว่ามีบุคคลใดเป็นผู้เสียหายหรือผู้ร้องมายื่นเรื่องร้องเรียน อีกทั้งยังไม่ปรากฎว่ามีผู้ใดเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่ามีการกระทำผิดที่ฝ่าฝืนต่อจริยธรรมและคุณธรรมดังที่กล่าวอ้าง อีกทั้งการตั้งคณะกรรมการแสวงหาข้อเท็จจริงครั้งนี้ มีความสุ่มเสี่ยงต่อการร่วมกันกระทำความผิดทางอาญาฐานหมิ่นประมาท"
มาครบชุด, พูดง่ายๆ คือ
1. สมาคมไม่มีอำนาจตั้งกรรมการสอบ เพราะไม่มีผู้ใดมาร้องเรียน
2. สมาคมตั้งสอบไม่ได้ เพราะ "ยังไม่ปรากฎชื่อผู้ถูกกล่าวหา"
3. การตั้งกรรมการสอบ อาจเป็นการหมิ่นประมาททางอาญา
โอ้ย หัวหมอสมเป็นทนายความจริงๆ
หลังจากนี้ ก็เกิดบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวแหละครับ
ว่าที่จริง สมาคมนักข่าว ควรเอาเรื่องนี้ไปเป็นประเด็นสรุปรายงานสถานการณืสื่อประจำปี 2560 เสียด้วยเลย ว่า ปีนี้เป็นปีแห่งการไม่กล้าตรวจสอบกันเอง!
กรณีนี้ สะท้อนภาพวงการนักข่าวอย่างมากถึงการทำงานที่ "ไม่สามารถ ไม่ยอมรับการตรวจสอบกันเอง"
การเอาความรุ้ทางกฎหมายมาปกป้องตนเองนั้นเป็นเรื่องถูกต้อง แต่บางครั้ง ก็เป็นเรื่องหัวหมอได้เหมือนกัน
สังคมนี้ ควรนำพาเรื่องความโปร่งใส สุจริต และการเปิดเผยข้อเท็จจริง
ส่วนตัวผมคิดว่า สมาคมมีสิทธิที่จะตั้งกรรมการสอบ และพิจารณาตัดสินทางจริยธรรม โดยใช้กรอบจรรยาบรรณวิชาชีพและกฎหมายอื่นๆ มาพิจารณา
ว่าที่จริง "สมาคมนักข่าว สามารถตั้งกรรมการสอบเรื่องนี้ในทางลับได้" กล่าวคือ ลับทั้งคนถูกร้อง คนเป็นเหยื่อ และ คนสอบ เพื่อให้เรื่องนี้ได้รับการพิสูจน์
ถ้ากำกับดูแลกันเองไม่ได้ วงการสื่อนี้ก็เน่าเละและเสื่อมศรัทธา มีแต่คนหัวหมอหัวศรีธนญชัย วงการสื่อโดยรวมก็จะถูกเหมารวมอีกครา ว่า "ไม่สามารถกำกับดูแลทางจริยธรรมได้"
สอบไปเถอะครับในทางลับ
ส่วนทนายนี้ ก็ทำตามหน้าที่ เงินจ้างมาก็ทำไป เพราะใครๆ ก็จ้างทนายมาว่าความให้ตนเองได้ทั้งนั้น
พอมาแนวนี้ ก็เลยชักจะคิดว่า "แมลงวันตัวนี้ คงจะตัวใหญ่ทีเดียว" จึงทำให้คนในวงการสื่อไม่กล้าตอม
แล้วมันก็จะกลืน ลืมหายไป?

ภารกิจประวิตรในต่างแดน

บิ๊กป้อม ถก รมว.กห.อังกฤษ เริ่มฝึกPanther Gold ครั้งแรก ปรับปรุงMOU ความร่วมมือด้านการส่งกำลังบำรุง ยันเดินหน้าประเทศตาม Road  Mapกลับสู่ประชาธิปไตย

พล.อ. ประวิตร  วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กห.พร้อมคณะ เยือนอังกฤษ  ระหว่าง 12 - 15 ก.ย.60 เพื่อกระชับความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างสองประเทศ 
 
พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกห. เปิดเผยว่า เซอร์ ไมเคิล  ฟอลลอน รมว.กห. สหราชอาณาจักร ได้ให้เกียรติ ต้อนรับ พล.อ.ประวิตร และพร้อมคณะ ที่ อาคารรับรองของกห.  ( Admiralty House )  

ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงความสัมพันธ์และการขยายความร่วมมือด้านการทหารและการป้องกันประเทศร่วมกัน โดยเฉพาะด้านการฝึก การศึกษา การแลกเปลี่ยนข่าวกรอง การปรับปรุงบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการส่งกำลังบำรุง การปฏิบัติการเพื่อรักษาสันติภาพ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ  

โดยรมว.กห.สหราชอาณาจักร ได้กล่าวชื่นชมไทย ที่จัดกำลังเข้าร่วมรักษาสันติภาพภายใต้กรอบสหประชาชาติ ที่สาธารณรัฐเซาท์ซูดาน

 และขอบคุณที่สนับสนุนให้มีการฝึกผสมร่วมกันระหว่างกองทัพทั้งสองประเทศ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ร่วมกัน ภายใต้รหัสการฝึก Panther Gold  ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นครั้งแรก ระหว่าง 30 ต.ค.60 ถึง 1 ธ.ค. 60 ที่จังหวัดกาญจนบุรี   

พร้อมทั้งยินดีให้ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่เป็นประโยชน์กับทั้งสองประเทศ. 

ซึ่งพล.อ.ประวิตร ได้กล่าวแสดงความขอบคุณในภาพรวม และกล่าวเพิ่มเติมถึง การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นประโยชน์เพื่อประชาชนและการวางรากฐานของประเทศ  รวมทั้งพัฒนาการทางการเมืองของไทย เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขตามโรดแมปที่กำหนด  พร้อมย้ำว่า ไทยพร้อมให้การสนับสนุนขยายความร่วมมือระหว่างกันในทุกด้าน เพื่อยืนยันถึงความสัมพันธ์ที่ดีของทั้งสองประเทศที่มีมายาวนาน 

นอกจากนั้น พลเอกประวิตร พร้อมคณะ ได้พบปะและรับประทานอาหารกลางวันกับ นายมาร์ค  ฟีลด์ รัฐมนตรีช่วยว่าการต่างประเทศด้านเอเชียและแปซิฟิกและคณะ ณ ห้องรับรอง อาคารสำนักงานรัฐสภา ( Parliament House )  ณ พระราชวังเวสต์มินสเตอร์   

ทั้งสองฝ่ายได้หารือแลกเปลี่ยนมุมมองสถานการณ์ด้านความมั่นคงระหว่างประเทศและจุดยืนเกี่ยวกับความท้าทายด้านความมั่นคงต่างๆ

โดยสหราชอาณาจักรให้ความสนใจ  สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก  การต่อต้านการก่อการร้าย การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในเมียนมา การต่อต้านการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าผิดกฎหมาย  ซึ่งนำไปสู่อาชญากรรมด้านอื่นๆ ทั้งการค้ามนุษย์และการฟอกเงิน   เป็นต้น 

ขณะเดียวกัน ก็ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมกับอาเซียนในด้านต่างๆมากขึ้น โดยตระหนักถึงบทบาทความสำคัญของประเทศไทยในภูมิภาค และต้องการเพิ่มพูนความร่วมมือด้านต่างๆกับไทย ทั้งด้านการค้าการลงทุน และการป้องกันประเทศ     

โดยพล.อ.ประวิตร ได้กล่าวย้ำถึง การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลในภาพรวม ที่พยายามดูแลรักษาความสงบของประเทศ ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเท่าเทียมกัน โดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน  

ขณะเดียวกันก็ตระหนักถึงการให้อิสระแก่ประชาชนในการแสดงความคิดเห็นและการมีส่วนร่วม เพื่อกำหนดแนวทางการสร้างความสามัคคีปรองดอง การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศร่วมกัน  

พร้อมทั้ง ยืนยันความตั้งใจที่จะกระชับความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือระหว่างกันในทุกด้าน 

นอกจากนั้น. พลเอกประวิตร พร้อมคณะ ยังได้รับเชิญ เข้าร่วมงานแสดงยุทโธปกรณ์ด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคงนานาชาติ  ( Defence and Security Equipment International :   DSEI 2017)  ที่กำลังจัดขึ้น

 
หลังจากนั้น พล.อ.ประวิตร ฯ  ยังได้พบกับทีมไทยแลนด์ ณ สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน โดยได้มอบแนวทางให้สร้างความเข้าใจกับชาวต่างประเทศถึงสถานการณ์และพัฒนาการทางการเมืองของประเทศไทย โรดแม็ปที่จะนำไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นโยบายไทยแลนด์ 4.0  และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี รวมทั้งแสวงความร่วมมือด้านใหม่ๆ กับสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจที่มีความสำคัญ ทั้งทางด้านความมั่นคง การค้า การลงทุน การศึกษา และการท่องเที่ยว เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน. 

 
พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า ผลการเดินทางเยือนสหราชอาณาจักรครั้งนี้ นับว่าเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์และการพัฒนาความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างสองประเทศ รวมทั้งแสดงถึงความเชื่อมั่นในพัฒนาการกระบวนการประชาธิปไตยของไทย  ตลอดจนเป็นการเน้นย้ำจุดยืนร่วมในเวทีระหว่างประเทศ และความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างกันในทุกมิติ

สัตว์เลื้อยคลานเต็มทำเนียบฯ

"บิ๊กตู่" โจ๊ก!! ...งู-หนู-เห้..เต็มทำเนียบฯ อยู่ร่วมกัน เพราะมั่นคงเข้มแข็ง ไม่เกี่ยวดวง ยันไม่ทำตามโหร แต่ทำตามตัวเอง

พลเอกประยุทธ์ กล่าวในตอนหนี่ง บนเวที วปอ. ถึงเริ่อง งู เหลือม ในห้องน้ำ และ งูเช้า ทำเนีนบฯ ก็บอกว่า รัฐบาล เริ่มไม่ดีแล้ว

ที่ทำเนียบฯมี ตัวเงินตัวทอง เป็นพัน  แต่ก็อยู่ด้วยกันมานานแล้ว ไม่ได้เป็นศัตรูกันนะ อยู่ด้วยกัน ทำไมไม่มองว่า  ทำเนียบเข้มแข็ง เห็นมั่ยละ หนูก็เพียบเลย มองให้ในด้านดีบ้าง เพราะ.มีกินดีหมดแล้ว ไง

แล้วมีพวกโหรไปโหรมา บอกให้ผมทำตามโหรบอก. แต่ผมจะทำของผมก็แล้วกัน"

นายกเบื่อตอบเรื่องยิ่งลักษณ์เรือเหาะ

นายกฯ เบื่อตอบ เรื่อง "ยิ่งลักษณ์" และ"เรือเหาะ" บอก เรื่องอดีตไม่ต้องพูดถึง สัปดาห์นี้มีเรื่องสำคัญคือ EEC และยุทธศาสตร์ชาติ งดตอบคำถามสื่อ

ที่สโมสรทหารบก วิภาวดี  พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.กล่าวว่า สัปดาห์นี้มีเรื่องสำคัญอยู่ 2 เรื่อง คือเรื่องของพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) และยุทธศาสตร์ชาติ

"ส่วนเรื่องอดีตยังไม่ต้องมาพูดถึง ขอบคุณและสวัสดี"นายกฯกล่าว

ทั้งนี้ มีรายงานว่านายกฯบ่นกับ คนใกล้ชิดว่า นักข่าวถาม แต่เรื่องเก่าๆ เช่นเรื่องเรือเหาะ กองทัพบกเมื่อ 10 ปีที่แล้ว และเรื่องอดีตนายกฯ"ยิ่งลักษณ์"จึงไม่อยากตอบคำถาม

แต่ในเวทีแถลงยุทธศาสตร์ชาติของนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรรุ่นที่ 59 วันนี้ พลเอกประยุทธ์ ก็บ่นว่านักข่าวถามแต่เรื่องเก่าๆในอดีตเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาแล้ว 

"ผมก็ท้อเหมือนกัน และรู้สึกเต็มตื้น"

"ถ้า วันนี้ ผมบอกว่าหยุด ไม่ต้องทำอะไร ทั้งสิ้น แค่ประคองๆไป แล้ว มันก็กลับมาเป็นแบบเดิม"



"ถ้า วันนี้ ผมบอกว่าหยุด ไม่ต้องทำอะไร ทั้งสิ้น แค่ประคองๆไป แล้ว มันก็กลับมาเป็นแบบเดิม"
"นายกฯบิ๊กตู่" ชี้ เราต้องเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง ผู้นำที่ลดความขัดแย้ง ผู้นำที่สามารถนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ทั้งในเชิงบริหารจัดการ และการตรวจสอบ อย่าปล่อยปละละเลย
"ถ้า วันนี้ ผมบอกว่าหยุด ไม่ต้องทำอะไร ทั้งสิ้น แค่ประคองๆไป แล้ว มันก็กลับมาเป็นแบบเดิม"นายกฯ กล่าว บนเวที วปอ.
นายกฯ ปลื้ม นักธุรกิจญี่ปุ่น มาพบคณะใหญ่ที่สุด เกือบ600 คน เพราะเขามั่นใจในรัฐบาล แต่เขาให้เรารับรองได้มั้ย ว่า 20ปี จะไม่มีอีก ท่านรับรองได้มั้ย. ค้ำประกันได้มั้ย ในเรื่องความมั่นคง ใน 20ปี ที่จะต้องเอาคนดีมาปกครองบ้านเมือง ได้รัฐบาลที่มี ธรรมาภิบาล

"บิ๊กตู่" ชักงง เป็นทั้ง "นายกฯ-หน.คสช."

"บิ๊กตู่" ชักงง เป็นทั้ง "นายกฯ-หน.คสช." ส่งกลับไปกลับมา ไปๆมาๆ ก็คนเดียว โดนสองเด้ง เผย บางที เหมือน ไฟช็อตในสมอง แต่ยัน ทำทุกอย่างมีแผน ตามโรดแมพ ยันไม่มี เรือแป๊ะ!!
พลเอกประยุทธ์ นายกฯ แจง บนเวที ยุทธศาสตร์ชาติ วปอ....เผย ผมเข้ามามีโรดแมพตลอด จนกระทั่ง. มีรัฐธรรมนูญ ออกมา มี กระบวนการขับเคลื่อนต่างๆ ผมต้องคืดว่าทำอะไรให้รัฐบาลเดินหน้าได้ นั่นคือ3 ปี ที่ รัฐบาลและ คสช ทำมาตลอด จนมาถึง การตั้ง ปยป. และPMDU Prime Minister Deliverly Unit ในเริ่องการออก ม.44 การประชุม คสช. การทำหน้าที่ ของ หัวหน้าคสช. แล้ว ส่งกลับไปกลับมา
ชักงง เพราะก็ผมคนเดียว ส่งไปส่งมา ก็ผมคนเดียว กลับไปกลับมา ผมโดนสองเด้ง อย่าคิดว่ามันดีนะ แต่ทั้งหมด ที่ตั้งขึ้น แม่น้ำ5สาย แล้วก็มารวมกัน ทั้งหมดเป็นเรือลำใหญ่ไม่ใช่ เริอเแป๊ะ ทั้งสิ้น แต่เป็นเรือลำเดียวกัน
เผยในหัวมีเริ่องคิดมากมาย ทั้งปัจจุบันและอนาคตจนบางทีก็เหมิอนไฟช้อตในหัว
นายกฯขอบคุณ นศ.วปอ.ที่ให้เกียรติ ให้ผมเป็นประธาน ศูนย์บัญชาการแก้วิกฤติชาติ เพราะตอนนี้ผมก็เป็นทุกศูนย์ ทุกหน่วยอยู่แล้ว ทุกกลุ่ม ฟังไปมา ไฟช้อตในหัว หมดแล้ว

"‪บิ๊กตู่" เต็มตื้น!! เรื่องเรือเหาะ ทบ. เหน็บ สื่อ ที่เคารพ นำเริ่อง10ปี ที่แล้ว มาถาม



"‪บิ๊กตู่" เต็มตื้น!! เรื่องเรือเหาะ ทบ. เหน็บ สื่อ ที่เคารพ นำเริ่อง10ปี ที่แล้ว มาถาม
"นายกฯ" เหน็บสื่อ กลางวง แถลงยุทธศาสตร์ชาติของ วปอ. เผย ก่อนขึ้นมาเมื่อกี้ "สื่อที่น่ารัก และเคารพของผมทั้งหลาย ถามผมเรื่องเมื่อ10ปีที่แล้ว ผมก็ท้อใจเหมือนกัน ผมเต็มตื้น‬"
‪หลังถูกถาม เรือเหาะ‬ ทบ. หมดอายุ จน ทบ.ปลดประจำการ

"นายกฯบิ๊กตู่" ปัดตอบ ปม"เรือเหาะ" หมดอายุ ทบ.ปลดประจำการ.

"นายกฯบิ๊กตู่" ปัดตอบ ปม"เรือเหาะ" หมดอายุ ทบ.ปลดประจำการ....เมินสื่อถาม‬
ก่อนการเข้าฟัง การแถลงยุทธศาสตร์ชาติ ของ นักศึกษา วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่น 59.....เมิ่อนักข่าว ถามเริ่อง ทบ.ปลดประจำการ เรือเหาะ แล้ว เพราะหมดอายุ นั้น พลเอกประยุทธ์ เดินผ่าน กลุ่มนักข่าวไป โดยไม่หยุด แต่เดินเข้างานไปเลย
ทั้งนี้ การจัดซื้อเรือเหาะ ตรวจการณ์ทางอากาศชายแดนใต้ ในปี2552 นั้น พลเอกินุพงษ์ เป็น ผบ.ทบ. ส่วน พลเอกประยุทธ์ เป็น เสธ.ทบ. ก่อนเป็น รอง ผบทบ. และ ผบทบ. ต่อมาเกิดการรั่ว จนต้องซ่อม และถูกวิจารณ์ มาตลอด. ต่อมา พลเอกประยุทธ์ ให้บริษัท มาดูแล ปีละ50 ล้านบาท เพื่อให้บินได้ แต่ก็ไม่ค่อยได้บินออกมาทำงาน จนที่สุดต้องจอดในโรงจอด ที่ปัตตานี จนผ้าใบ ตัวเรือเหาะ หมดอายุ